Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลุ้นทุกวินาที’โตโน่’ว่ายทวนกระแสน้ำ เข้าสู่สปป.ลาว เพื่อนบ้านรอรับเพียบ

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688058

ลุ้นทุกวินาที'โตโน่'ว่ายทวนกระแสน้ำ เข้าสู่สปป.ลาว เพื่อนบ้านรอรับเพียบ

ลุ้นทุกวินาที’โตโน่’ว่ายทวนกระแสน้ำ เข้าสู่สปป.ลาว เพื่อนบ้านรอรับเพียบ

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.44 น.

ลุ้นทุกวินาที’โตโน่’ว่ายทวนกระแสน้ำ เข้าสู่สปป.ลาว เพื่อนบ้านรอรับเพียบ

โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กับ โครงการ One Man And The River ว่ายน้ำข้ามโขง ไปกลับระหว่าง 2 ประเทศ ระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อหารายได้ช่วยโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว และ โรงพยาบาลนครพนม พร้อมปล่อยตัวโตโน่ว่ายข้ามโขง

ล่าสุด เวลาประมาณ 11.32 น. โตโน่ ว่ายน้ำเข้าสู่เขตสปป.ลาว ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว โดยมีเพื่อนบ้านสปป.ลาว มารอต้อนรับริมฝั่งทั้งส่งเสียงเชียร์ ล่าสุดยอดบริจาคอยู่ที่ 34 ล้าน

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมสดที่นี่! ‘โตโน่ ภาคิน’ว่ายน้ำข้ามโขง One Man And The River

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688055

ชมสดที่นี่! 'โตโน่ ภาคิน'ว่ายน้ำข้ามโขง One Man And The River

ชมสดที่นี่! ‘โตโน่ ภาคิน’ว่ายน้ำข้ามโขง One Man And The River

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.22 น.

ถ่ายทอดสด โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กับ โครงการ One Man And The River ว่ายน้ำข้ามโขง ไปกลับระหว่าง 2 ประเทศ ระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อหารายได้ช่วยโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว และ โรงพยาบาลนครพนม พร้อมปล่อยตัวโตโน่ว่ายข้ามโขง ในเช้าวันที่ 22 ตุลาคม 2565 นี้ 

สำหรับช่องทางรับบริจาค บัญชี ธนาคารกรุงศรี สาขาถนนเพชรบุรีใหม่ 034-0-04773-2 ชื่อบัญชี: มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เพื่อโครงการเทใจ หรือ https://taejai.com/th/d/onemanandtheriver/

ขอบคุณเพจ : เก็บรักษ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ’ลุงวิน’ซ่อนเงินไว้ทั่วบ้าน ซื้อทอง6บ.เซอร์ไพรส์เมีย

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688052

เปิดใจ'ลุงวิน'ซ่อนเงินไว้ทั่วบ้าน ซื้อทอง6บ.เซอร์ไพรส์เมีย

เปิดใจ’ลุงวิน’ซ่อนเงินไว้ทั่วบ้าน ซื้อทอง6บ.เซอร์ไพรส์เมีย

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.09 น.

เปิดใจ ลุงวินจยย. แอบซุกเงินเมียทั่วบ้าน 1.9 แสนบาท ได้เวลาทำเซอร์ไพรส์ซื้อทอง 6 บาทให้เมีย

22 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกโซเชียลต่างแชร์เรื่องราว ของผู้ใช้ TikTok @podjanee_990 ที่ได้โพสต์คลิปของลุงวิน จยย.คนหนึ่ง แบกถุงใบใหญ่สีขาวที่ภายในบรรจุเงินเดินเข้าร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เพื่อซื้อทอง โดยระบุข้อความว่า “ไม่เท่าไหร่หรอก แค่ต้องแบกให้พนักงานนับเท่านั้นเอง #เกือบ 2 แสน ร้องกันทั้งร้าน”

โดยในคลิป ลุงวิน จยย.คนดังกล่าว ซึ่งเป็นพ่อสามีของผู้โพสต์เอง ซึ่งกำลังแบกถุงใส่เงินใบใหญ่ ซึ่งภายในมีเหรียญ 5 เหรียญ 10 และ ธนบัตรชนิดราคาต่างๆ รวมแล้วเกือบ 2 แสนบาท เข้าไปร้านทอง ก่อนที่พนักงานจะหยิบเงินออกมานับใช้เวลานานกว่า 2 ชม. จากนั้นลุงวิน จยย. ก็ได้เลือกซื้อทองเป็นสร้อยข้อมือเส้นโต หนัก 5 บาท และแหวนทองคำอีก 1 วง หนัก 1 บาท รวม 6 บาท เดินทางกลับบ้านสมใจ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งชื่นชมในความประหยัดอดออมของลุงวิน จยย. ที่มีเงินเก็บจำนวนมาก แต่ขณะที่บางคอมเม้นต์ตั้งขอสงสัยว่าอาจจะเป็นการทำคอนเทนต์ของผู้โพสต์

ล่าสุดทีมข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อคือ นางสาวพจนีย์ แก้วนพเจริญ อายุ 35 ปี เป็นผู้ถ่ายคลิป พร้อมกับเดินทางไปที่บ้าน หมู่ที่ 7 สายใน ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี และ ยังพบกับ ลุงวิน จยย. คือ นายประจิม คงแตง อายุ 59 ปี พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เป็นการเข้าไปซื้อทองเพื่อที่จะทำเซอร์ไพรส์เมีย คือ นางขจัด คงแตง อายุ 58 ปี  ที่อยู่ครองรักกันมากว่า 39 ปี ด้วยการอดออมเก็บเงินที่ได้จากการรับจ้างขี่วิน จยย.รับส่งผู้โดยสารมาตลอด 5 ปี

นายประจิม ลุงวิน จยย. เล่าต่อว่า ตนทำอาชีพขับวิน จยย. มากว่า 20 ปี แล้ว โดยก่อนหน้าทำหลากหลายอาชีพ รับจ้างทุกรูปแบบเพื่อแลกกับเงิน อีกทั้งยังมีความยากลำบาก จากนั้น มาพบรัก นางขจัดและตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งก็ได้ประกอบอาชีพรับจ้าง ส่วนเวลาว่างก็มาช่วยพี่ชายขับวิน จยย.ส่งผู้โดยสาร สมัยนั้น ได้เที่ยวละ 5 – 10 บาท วันหนึ่งได้ประมาณ 300 – 400 บาท จนมีลูกค้าประจำด้วยการที่ตนบริการดี จึงหันมารับจ้างวิ่งวิน จยย. เลี้ยงชีพ จากวันละ 300-400 บาท ขึ้นมาเป็นวันละ 300 – 1000 โดยรายได้ ต่อเดือนตนก็จะให้ภรรยาเดือนละ 6,000 บาท เป็นค่าไฟฟ้าและข้าวสาร ส่วนรายจ่ายอื่นๆ ภรรยาเป็นผู้ออก

ส่วนการเก็บเงิน นายประจิม ลุงวิน จยย. เล่าว่า จากการที่ตนเองเคยผ่านความยากจนมาก่อน จนมีความคิดที่จะเก็บเงินออมไว้ โดยย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะนั้นตนมีเริ่มมีรายได้ดี มีลูกค้าที่มากขึ้นและมีลูกค้าประจำ วิ่งวิน จยย. ไปส่งทั้งที่ จ.สมุทรปราการ – กรุงเทพมหานคร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หรือ จะเป็นที่ จ.กาญจนบุรี พอได้เงินมาก็จะเก็บออมไว้ ด้วยการนำ 5 เหรียญ 10 และ ธนบัติใบละ 20 , 50 , 100 , 500 และ 1000 บาท มาแยกใส่ถุงซิปไว้ ถุงละ 500 บาท จะรวมๆกัน 4-5 วัน เมื่อครบ 500 บาท ก็จะนำไปซ่อนไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่หัวนอนในสลิ้นชัก โต๊ะทำงานและตู้เก็บของเพื่อไม่ให้ภรรยาและลูกหลานรู้ที่ซ่อน ซึ่งก็ทำมาตลอด 5 ปี จนกระทั่งจะไปซื้อทอง ภรรยา หรือทุกคนในบ้านก็ยังไม่รู้ว่าตนซ่อนเงินเอาไว้

จนมาปีนี้ ที่วัดใกล้บ้านจะมีงานกฐิน ตนอยากเซอร์ไพรส์เมียที่อดทนกัดฟันสู้กันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 39 ปี  จึงมีความคิดว่า จะนำเงินที่ซุกไว้ตลอด 5 ปี ออกมาซื้อทองให้เมียใส่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ตนได้นำเงินที่ซุกซ่อนไว้ตามมุมต่างๆในบ้านออกมานับ ซึ่งภรรยาเดินออกมาเจอขณะที่ตนเอง นับเงินอยู่ ถึงกับตกใจไม่คิดว่าจะมีเงินเก็บซุกซ่อนได้เยอะขนาดนี้ นำมานับรวมๆ กันได้ประมาณ ยอดรวม 195,000 บาทเศษ ตนบอกทางภรรยาไปว่า จะนำเงินไปซื้อทองแต่ไม่ได้บอกว่าจะซื้อให้ภรรยาใส่ จากนั้นได้เช็คไปที่ร้านทองในจังหวัดนครปฐม ว่าราคาทองขณะนี้เท่าไร่ พอทราบราคาแล้วจึงพากันไปซื้อทองที่ร้าน

เมื่อไปถึงหนี้ร้าน ตนก็ลงไปที่ร้านเข้าไปสอบถามกับทางร้านว่ารับเหรียญและแบงก์ 20 , 50 บาทหรือไม่ ทางร้านบอกว่ารับแต่ขอไม่รับเหรียญบาท เนื่องจากพนักงานนับไม่ทัน จากนั้นตนก็เดินกลับมาที่รถ เพื่อกลับมานำเงินที่ใส่ไว้ในถุงผ้าแบกขึ้นบ่าตามที่ปรากฎในคลิป ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าลูกสะใภ้เป็นคนถ่ายคลิปเอาไว้ เมื่อไปถึงร้าน พนักงานก็ช่วยกันนับแต่มีเสียงร้องตกใจของพนักงาน ไม่คิดว่าลุงจะเอามาจริง และก็ไม่คิดว่าจะเป็นเหมือนในข่าว ซึ่งทางร้านก็ช่วยกันนับใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงจึงนับเสร็จ ตนก็เลือกซื้อสร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาทและแหวะทองคำหนัก 1 บาท รวมหนัก 6 บาท ก่อนจะเดินทางกลับยังบ้านพักฃ

ลุงวิน จยย. เล่าต่อว่า หลังจากมาถึงบ้าน ตนก็นำทองมอบให้ภรรยา และ บอกว่าตนตั้งใจเก็บเงินซื้อให้เอาไว้ใส่ไปออกงานจะได้มีหน้ามีตากับเขาบ้าง แต่ภรรยาก็ปฏิเสธกลับ บอกกับสามีว่า “ขอบใจนะที่ซื้อให้ แต่แกทำงานเหนื่อยมาตลอดขับรถตากแดดตากฝน เก็บหอมรอมริบกว่าจะซื้อมาได้ขนาดนี้ ฉันมีทองใส่อยู่ แค่นี้ก็ดีแล้ว ทองที่ซื้อมาให้นี้ก็ยกให้กลับไปเก็บเอาไว้ แค่ทุกวันนี้ครอบครัวมีความสุข ครอบครัวสมบูรณ์ มีลูก มีสะใภ้และมีหลาน ที่สำคัญ แค่รักและซื่อสัตย์อยู่กันแบบนี้ไปจนแก่เท่าก็เหมือนถูกรางวัลที่ 1 แล้ว”

นางสาวพจนีย์  แก้วนพเจริญ  เจ้าของคลิป เล่าว่า ตนเองก็ไม่เคยทราบเลยว่า พ่อเก็บเงินเอาไว้มากขนาดนี้ ซึ่งตนเห็นก็ยังตกใจ ตอนที่พ่อกับแม่กำลังช่วยกันนับเงินตนก็เอามือถือขึ้นมาถ่ายไว้ จนเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พากันเดินทางไปที่ร้านทอง ตนก็จะเอามือถือมาบันทึกภาพพ่อเอาไว้ตลอดทาง จนมาถึงหน้าร้าน พ่อได้แบกถุงเงิน ตนก็ถ่ายบันทึกภาพไว้ตลอด ประกอบกับทางคุณพ่อเป็นคนที่ชอบทำอะไรตลกๆ เป็นคนอารมณ์ดี จึงได้ถ่ายคลิปเอาไว้อย่างที่ปรากฏในภาพ หลังจากเดินทางกลับมาบ้าน ตนก็นำคลิปมาตัดต่อและโพสต์ลงใน TikTok เมื่อโพสต์เสร็จตนก็นอนพัก จนรุ่งเช้ามีเสียงเตือนที่โทรศัพท์ ตนก็เข้ามาดูใน TikTok พบว่ามีคนดูจำนวนมากและมีการแชร์จำนวนมากเช่นกัน และมีทางสื่อมวลชนมาขอนำคลิปไปนำเสนอจนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล ตนก็ตกใจมากไม่คิดว่าจะดังขนาดนี้ มีคนเข้ามาคอมเมนท์กันจำนวนมาก และมีคนที่ตั้งข้อสงสัยว่าตนทำคอนเทนต์หรือเปล่า ซึ่ง ตนก็ขอบตอบว่า ภาพที่เห็นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คุณพ่อเป็นคนชอบทำอะไรตลกๆ อารมณ์ดี ตนก็เลยนำกล้องจากโทรศัพท์มือถือมาบันทึกเก็บเอาไว้ให้พ่อได้ดูว่า ครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

อย่างไรก็ดี ลุงวิน จยย. กล่าวยืนยันว่า หลังจากนี้ก็ยังคงเก็บต่อไป ก็ยังคงต้องซ่อนเงินเมียต่อไปและจะนำเงินไปซื้อทองเก็บเอาไว้อีก ส่วนทองที่ซื้อมาครั้งนี้ตนได้ให้ภรรยาเป็นคนเก็บรักษาดูแล ไม่ได้นำติดตัวไปด้วย เพราะอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ ส่วนมิจฉาชีพที่จะมาคิดดักปล้น ให้ล้มเลิกเลยเพราะเวลาออกไปทำงานรับส่งลูกค้าจะไม่พกของมีค่าออกไป

-009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7156582875939392794?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F688052

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!! ‘ปลาไหลสีทอง’มีหู 2 ข้าง หนัก 7 ขีด คอหวยไม่พลาดตีตัวเลข

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688050

ฮือฮา!! 'ปลาไหลสีทอง'มีหู 2 ข้าง หนัก 7 ขีด คอหวยไม่พลาดตีตัวเลข

ฮือฮา!! ‘ปลาไหลสีทอง’มีหู 2 ข้าง หนัก 7 ขีด คอหวยไม่พลาดตีตัวเลข

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.37 น.

ปลาไหลสีทอง ตัวขนาดใหญ่ มีหู2ข้าง  หนัก 7  ขีด โผล่กลางตลาด ชาวบ้านจับจ่ายตลาดพบเห็น ขอซื้อแม่ค้าวัย 59ปี ในราคา 499 บาทให้ลูกสาว วัย5ขวบนำไปเลี้ยง

เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 22 ต.ค. ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง ตำบล ตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อ ต่างมุงดู ปลาไหลตัวสีทองขนาดใหญ่ น้ำหนักตัว 7ขีด มีหูทั้งสองข้าง  ตัวยาวประมาณ 65เซนติเมตร อยู่ในกะละมังพลาสติก ต่างมุงดูด้วยความสนใจ ซื่อปลาไหลสีทองนั้น ลำตัวอวบอ้วน มีหูทั้ง2ข้าง แข็งแรงสวยงาม ต่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน ต่างมุงดูและขอซื้อด้วยความสนใจ

ทางด้าน นางสุภาพ ล้อมกัน อายุ 59ปี เล่าให้ฟังว่า ในช่วงนี้น้ำท่วมบริเวณบ้าน ในคลองลำท่าแดง ทางสามีได้นำลอบไปดักปลากลางทุ่งลำท่าแดง และเมื่อเช้าที่ผ่านมาได้ไปกู้ลอบ พบปลาไหลสีทอง สวยงาม ตนเองเชื่อว่ามาให้โชคลาภ แต่เสียดาย ตนเองไม่มีที่เลี้ยงปลาไหล เนื่องจากตอนนี้น้ำท่วมบ้านสูง ต้องออกมาพักชั่วคราวอยู่ที่โดมด้านนอกบริเวณริมถนน ตำบลย่านซื่อ จึงได้นำใส่กระละมัง มาวางขายที่ตลาดเพื่อ ว่าจะมีชาวบ้าน ผู้สนใจนำไปเลี้ยงดู เป็นปลาสวยงาม และมีชาวบ้านในตำบลโพสะ ผ่านมาเห็น ขอซื้อในราคา 499 บาท ให้ น้องสปาย ลูกสาว วัย5ขวบ นำไปเลี้ยงดูแลที่บ้านต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

15กิโลฯพี่ไม่ไหว!! ถ้าแม่น้ำเจ้าพระยา สบายๆ ‘เต้007’ ส่งกำลังใจ ‘โตโน่’ ว่ายข้ามโขง

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688048

15กิโลฯพี่ไม่ไหว!! ถ้าแม่น้ำเจ้าพระยา สบายๆ 'เต้007' ส่งกำลังใจ 'โตโน่' ว่ายข้ามโขง

15กิโลฯพี่ไม่ไหว!! ถ้าแม่น้ำเจ้าพระยา สบายๆ ‘เต้007’ ส่งกำลังใจ ‘โตโน่’ ว่ายข้ามโขง

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.46 น.

22 ต.ค.65 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “พี่ให้กำลังใจ น้องโตโน่ ว่ายน้ำระยะไกลมาก ข้ามโขง 15 km.รักษาตัวด้วย แต่พี่ไม่ไหว ถ้าว่ายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา พอไหว สบายๆ”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดคำแถลงการณ์’สวนสัตว์พาต้า’ ยันไม่เคยตั้งราคาขาย’บัวน้อย’30ล้าน

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688046

เปิดคำแถลงการณ์'สวนสัตว์พาต้า' ยันไม่เคยตั้งราคาขาย'บัวน้อย'30ล้าน

เปิดคำแถลงการณ์’สวนสัตว์พาต้า’ ยันไม่เคยตั้งราคาขาย’บัวน้อย’30ล้าน

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.34 น.

เปิดคำแถลงการณ์ สวนสัตว์พาต้า ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีตั้งราคา ‘บัวน้อย’ ลิงกอริลลา 30 ล้านบาท ยืนยันไม่เคยคุยกับหน่วยงานใด

จากกรณีที่มีข่าวจากหลายสำนัก ได้ให้ข้อมูลถึงการที่สวนสัตว์พาต้าตั้งราคาขายลิงกอริลลา ชื่อ บัวน้อย ดาวเด่นของสวนสัตว์ ใน ราคา 30 ล้านบาทนั้น บัดนี้ ทางผู้บริหารของห้างสรรพสินค้าพาต้า ปิ่นเกล้า รวมทั้งในส่วนของบริษัท สวนสัตว์พาต้า จำกัด ขอให้ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ ทางเพจของสวนสัตว์พาต้า เพียงช่องทางเดียวว่า

”  ผู้บริหารของห้างฯ พาต้าในชุดปัจจุบัน ได้เข้ามาบริหารงานตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2563 ซึ่งจนถึงวันนี้ทางผู้บริหารผู้มีอำนาจตามกฎหมายของบริษัท ขอยืนยันว่า ไม่เคยเจรจาซื้อขายบัวน้อยกับผู้ใดและหน่วยงานใด ในทางกลับกัน ยังปฏิเสธการเคลื่อนย้ายบัวน้อย ตามที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เคยสอบถามและได้ตอบกลับไปอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยสาเหตุที่ไม่มั่นใจในการปรับตัวของบัวน้อย ลิงกอริลลาในวัยชราที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ด้วยความคุ้นเคยต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดเชื้อโรคใดๆ เป็นเวลากว่า 30 ปี  “

ทั้งนี้ ผู้บริหารชุดปัจจุบันขอย้ำอีกครั้งว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีผู้หนึ่งผู้ใด หรือหน่วยงานใดที่สนใจติดต่อเข้ามาเพื่อใช้เวลาศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลจากในสถานที่ และตัวตนที่แท้จริงของบัวน้อย โดยเฉพาะผู้ที่ให้สัมภาษณ์ หรือตลอดจนผู้ที่คิดจัดตั้งโครงการใดๆเกี่ยวกับบัวน้อยนั้น ก็ยังไม่เคยมีผู้หนึ่งผู้ใด เข้ามาศึกษาใช้เวลาในสถานที่แห่งนี้ ถึงความเป็นไปได้ในโครงการของตนเองก่อนการนำเสนอ ซึ่งถือเป็นความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากสำหรับการเลี้ยงลิงกอริลลาให้อยู่รอดภายในสวนสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมาในแง่นี้ถือเป็นความสำเร็จที่ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นที่พิสูจน์ได้ จนวันนี้บัวน้อยอยู่ในวัยชรา บั้นปลายสุดท้ายของชีวิตตามอายุขัยของลิงกอริลลา ซึ่งทางสวนสัตว์พาต้าเองก็ได้มีการประชุมเรื่องการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ด้วยความตระหนักดีว่า 

”  ในอายุขัยเช่นนี้ บัวน้อย ลิงกอริลลาล้ำค่าตัวสุดท้ายของประเทศไทย สามารถตายจากเราไปได้ทุกเมื่อ  ” 

และเป็นการยากถึงยากที่สุดที่นับต่อจากนี้อีกหลายปีหรือหลายสิบปี จะได้มีโอกาสได้เห็นลิงกอริลลาตัวต่อไปภายในประเทศไทยของเรา หากแต่มุมมองของความต้องการให้บัวน้อยกลับไปตายที่ประเทศต้นกำเนิดตามที่หลายฝ่ายต้องการนั้น อาจเป็นเรื่องที่สามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปได้ แต่ผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องต่อกิจการสวนสัตว์ ไม่สมควรใช้คำว่า  ” ติดคุก ”  กับสัตว์ในสวนสัตว์ 

ทั้งนี้ ทางสวนสัตว์พาต้าจะไม่ขอกล่าวถึงสนธิสัญญาไซเตส (CITES) ที่ห้ามซื้อขายสัตว์ต้องห้ามบางจำพวก เช่น ลิงกอริลลา เพียงแต่ต้องการให้ข้อมูลความจริงว่า ที่ผ่านมา สวนสัตว์พาต้า ได้ให้ความรักและการดูแลเอาใจใส่กับบัวน้อยอย่างดีที่สุด 

ถึงแม้ระยะหลังบริษัทจะต้องประสบกับภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารผู้มีอำนาจจะได้เจรจาหรือตั้งราคาบัวน้อยเพื่อให้ได้มาซึ่งการทดแทนด้วยผลกำไรจากสิ่งที่เรารัก และหวงแหนมากที่สุด

สุดท้าย ขอให้ข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่นำพาไปสู่ความเข้าใจ จากผู้ที่มีความรัก ความผูกพันต่อสิ่งมีชีวิต  เช่นบัวน้อยและทีมงานสวนสัตว์พาต้า …. จากใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวมาเยือน!! เที่ยวสกายวอร์ค ‘ภูกิ่งฟ้า’ ชมวิว 180 องศา

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688041

หนาวมาเยือน!! เที่ยวสกายวอร์ค 'ภูกิ่งฟ้า' ชมวิว 180 องศา

หนาวมาเยือน!! เที่ยวสกายวอร์ค ‘ภูกิ่งฟ้า’ ชมวิว 180 องศา

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.09 น.

หนาวมาแล้ว!! หยุดยาวไม่ไปไม่ได้ ชวนเที่ยวสกายวอล์ค “ภูกิ่งฟ้า” หมอกยอดเขาสูงเหนือเขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี เมืองย่าโมวิวทิวทัศน์ 180 องศา พร้อมได้อิ่มบุญ

22 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ 0.นครราชสีมาเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งในช่วงสัปดาห์นี้สภาพอากาศของประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว  โดยเฉพาะช่วงหยุดยาววันพักผ่อนของพี่น้องประชาชนต่างพากันนำครอบครัวไปท่องเที่ยว โดยจ.นครราชสีมามีสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นลงในช่วงนี้ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวตามหน้าผาและยอดเขาสูงต่างๆกำลังเป็นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสกับความสวยงามและอากาศที่หนาวเย็นกันเป็นอย่างมาก 

โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา ชาวบ้านต่างขนานนามว่า ภูกิ่งฟ้า ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชมวิว  รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสกับความสวยงามอีกหนึ่งแห่ง  คือ “ภูกิ่งฟ้า” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อ.ครบุรี ซึ่งเป็นยอดภูสูง  ที่สามารถมองเห็นวิวทางด้านทิศใต้ของอำเภอครบุรีได้แบบ 180 องศา เห็นตัวเขื่อนลำแชะ หนึ่งในสี่เขื่อนหลักของจังหวัดนครราชสีมาได้ทั้งเขื่อน รวมถึงทิวเขาที่สลับซับซ้อนกันของอุทยานแห่งชาติทับลานฝั่งจังหวัดนครราชสีมาทั้งหมดด้วย 

นอกจากนี้ที่ภูกิ่งฟ้า ยังได้มีการก่อสร้างสิ่งศักดิ์ต่างๆที่มีความสวยงามเข็มขลังและสวยงามมากมาย  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร  เพื่อความเป็นสิริมงคล และยังมีไฮไลท์สำคัญก็คือสะพานชมวิวที่ยื่นออกไปจากตัวผา  ที่ชาวบ้านแถบนี้เรียกกันว่า “สกายวอร์ค ภูกิ่งฟ้า” เพื่อให้เป็นจุดชมวิว จุดถ่ายภาพ ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวชมด้วย โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นในช่วงเช้าและมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน ยิ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่เอง ก็กำลังเตรียมดำเนินการพัฒนาปรับปรุงและเตรียมแผนที่จะเชื่อมโยงภูกิ่งฟ้าแห่งนี้เข้ากับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆของอำเภอครบุรีและจังหวัดนครราชสีมาต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘กสทช.’เคาะ‘ทรูควบดีแทค’ภายใต้7เงื่อนไข

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688002

รายงานพิเศษ : ‘กสทช.’เคาะ‘ทรูควบดีแทค’ภายใต้7เงื่อนไข

รายงานพิเศษ : ‘กสทช.’เคาะ‘ทรูควบดีแทค’ภายใต้7เงื่อนไข

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn ในที่สุดเรื่องของการ…ควบรวมกิจการระหว่าง…บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ก็มาถึงบทสรุปเสียที หลังจากใช้เวลายืดเยื้อยาวนานมาเกือบ 1 ปีและเกิดการถกคิดกันอย่างกว้างขวางของสังคม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นัดพิเศษได้พิจารณาการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด (มหาชน) ซึ่งกรณีการรวมธุรกิจดังกล่าว เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีผลกระทบต่อสาธารณะ กสทช. ทุกท่านจึงได้ใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลทุกด้านอย่างละเอียดรอบคอบ และในที่ประชุม กสทช. ได้มีการหารือ อภิปราย รวมถึงแสดงความคิดเห็นในการพิจารณาร่วมกันในทุกๆ ด้านโดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 11 ชั่วโมง จากนั้นที่ประชุม กสทช. จึงได้มีมติเสียงข้างมากรับทราบการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ส่วนเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น ไม่อนุญาตการรวมธุรกิจ และที่ประชุม กสทช. ได้มีมติ ดังนี้

1.ที่ประชุมเห็นชอบประเด็นการพิจารณาว่าการรวมธุรกิจกรณีนี้เป็นการถือครองธุรกิจในบริการ ประเภทเดียวกับตามข้อ 8 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 โดยนัยของผลตามข้อ 9 ของประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการการกำกับดูแลการรวมธุรกิจ ในกิจการโทรคมนาคม และให้พิจารณาดำเนินการตามประกาศฉบับปี 2561 หรือไม่ โดยมีผล ของการลงมติดังนี้

ที่ประชุมเสียงข้างมาก (ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช.) มีมติเห็นว่าการรวมธุรกิจในกรณีนี้ ไม่เป็นการถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกันตามข้อ 8 ของประกาศ กทช. เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 (ประกาศฉบับปี 2549) โดยนัยของผลตามข้อ 9 ของประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม(ประกาศ ฉบับปี 2561) และให้พิจารณาดำเนินการตามประกาศฉบับปี 2561 โดยรับทราบการรวมธุรกิจและเมื่อ กสทช. ได้รับรายงานการรวมธุรกิจแล้ว กสทช. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไข/ มาตรการเฉพาะตามข้อ 12 ของประกาศฉบับปี 2561

ที่ประชุมเสียงข้างน้อย (รองศาสตราจารย์ ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. และศาสตราจารย์ พิรงรองรามสูต กรรมการ กสทช.) มีมติเห็นว่ากรณีนี้เป็นการถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกันและให้พิจารณาดำเนินการพิจารณาตามข้อ 8 ของประกาศ กทช. เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 โดย กสทช. อาจสั่งห้ามการถือครองกิจการหรือกำหนดมาตรการเฉพาะตามหมวด 4 ของประกาศดังกล่าว

พลอากาศโทธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช.ของดออกเสียง เนื่องจากยังมีประเด็นปัญหาการตีความในแง่กฎหมายจึงยังไม่สามารถพิจารณาได้อย่างชัดเจนจึงของดออกเสียง โดยจะขอทำบันทึกในภายหลัง อนึ่ง เนื่องจากการลงมติที่ประชุมดังกล่าวข้างต้นมีคะแนนเสียงเท่ากัน ดังนั้น ประธานที่ประชุม ได้ใช้อำนาจตามข้อ 41 ของระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม กสทช. พ.ศ. 2555 ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

2.ที่ประชุมพิจารณาข้อกังวล (Point of concern) จำนวน 5 ข้อ และเห็นชอบ เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะดังนี้ 2.1 ข้อกังวลเรื่องอัตราค่าบริการและสัญญาการให้บริการ มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ดังนี้ 1) การกำหนดเพดานราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ย ก. อัตราค่าบริการเฉลี่ยลดลงร้อยละ 12 โดยใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละรายการส่งเสริมการขาย (WEIGHTED AVERAGE) ภายใน 90 วันหลังจากมีการควบรวม) ข. ให้มีทางเลือกของราคาที่แยกรายบริการเพื่อให้เป็นทางเลือก ค. ให้นำส่งข้อมูลต้นทุนและข้อมูลที่จำเป็นโดยให้มีหน่วยงานตรวจสอบ ง. ให้ผู้แจ้งการรวมธุรกิจประกาศให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อมีการตรวจสอบและมีบทลงโทษกรณีทำไม่ได้ เช่น ปรับเป็นจำนวนร้อยละของรายได้ หรือปรับเป็นขั้นบันได และเพิกถอนใบอนุญาต

2) การกำหนดราคาค่าบริการ โดยใช้ราคาเฉลี่ยทางเศรษฐศาสตร์ (Average Cost Pricing) ก. ให้นำส่งข้อมูลตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรายงานบัญชี แยกประเภทในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2564 ให้ครบถ้วน โดยให้แยกรายละเอียด เป็นรายเดือนและนำส่งสำนักงาน กสทช. ทุก 3 เดือน หรือเมื่อ กสทช. ร้องขอ เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุน รวมเฉลี่ย ซึ่งเป็นราคาในตลาดที่มีการแข่งขัน (Average Cost Pricing) และต้นทุน ส่วนเพิ่ม (MC) ที่เป็นปัจจุบันและถูกต้อง ข. จัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญด้านการสอบทาน (Verify) ข้อมูล โครงสร้างต้นทุน อัตราค่าบริการ หรือข้อมูลด้านอัตราต่างๆ ของอุตสาหกรรม โทรคมนาคมในต่างประเทศมาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยให้ กสทช. เป็นผู้กำหนด และให้ ผู้ยื่นคำร้องรวมธุรกิจเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการจัดหา และจัดจ้างที่ปรึกษา ทั้งนี้ ที่ปรึกษาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับผู้ยื่นคำร้องขอรวมธุรกิจ เพื่อสอบทาน (Verify) ความถูกต้องของข้อมูลตามข้อ (ก) ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนเฉลี่ย (AC) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่ถูกต้องของแต่ละรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่ง ข้อความ เป็นต้น เมื่อมีการรวมธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ค. จัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเช่นเดียวกับข้อ (ข) เพื่อทำหน้าที่ สอบทาน (Verify) ความถูกต้องของข้อมูลตามข้อ (ก) ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนเฉลี่ย (AC) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของแต่ละรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น ปีละ 4 ครั้ง(รายไตรมาส) โดยต้องจัดให้มีที่ปรึกษาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือตลอดระยะเวลาอายุใบอนุญาตสิ้นสุดลงในกรณีที่ อายุใบอนุญาตน้อยกว่า 10 ปี โดยให้ กสทช. เป็นผู้กำหนด และให้ผู้ยื่นคำร้องรวม ธุรกิจเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการจัดหาและจัดจ้างที่ปรึกษา ทั้งนี้ ที่ปรึกษาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับผู้ยื่นคำร้องขอรวมธุรกิจ

ง. จะต้องมีการกำหนดและแสดงอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แยกตามรายบริการ (Unbundle) เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น หรือการส่งเสริมการขายแบบแยกรายบริการ (Unbundle Package) เพื่อให้ผู้ใช้บริการปลายทางได้รับทราบก่อน โดยให้กำหนดอัตราค่าบริการตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ (Average Cost Pricing) โดยคิดราคาตามที่มีการใช้งานจริงโดยจะต้องไม่มีการกำหนดการซื้อบริการขั้นต่ำไว้ ทั้งนี้ การกำหนดอัตราตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ (AverageCost Pricing) ให้นำไปใช้กับกรณีค่าบริการส่วนเกินที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการรายการส่งเสริมการขายแบบแยกรายบริการ (Unbundle Package) และการส่งเสริมการขายแบบรวมรายบริการ (Bundle Package) ด้วย

จ. จะต้องจัดช่องทางการให้บริการที่สะดวก รวดเร็วเข้าถึงง่าย ครอบคลุมและง่ายต่อการเลือกซื้อ เปลี่ยนแปลง (เพิ่ม ลด) การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ตามความต้องการของผู้ใช้บริการปลายทาง โดยปราศจากข้อจำกัด ทั้งนี้ ต้องแสดงรายละเอียด ของบริการ อัตราค่าบริการแยกตามรายบริการ หรืออัตราค่าบริการแบบ
ส่งเสริมการ ขาย ตลอดจนวิธีการ เงื่อนไขการเลือกรับบริการไว้โดยชัดแจ้ง และเป็นปัจจุบัน

3) การคงทางเลือกของผู้บริโภค การกำหนดให้บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN ยังคงแบรนด์การให้บริการแยกจากกัน เป็นระยะเวลา 3 ปี 4) สัญญาการให้บริการ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องคงไว้ซึ่งเงื่อนไขของสัญญาและข้อตกลงระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ รวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับตามที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์และได้รับการยินยอมจากผู้ใช้บริการแล้ว

5) การประชาสัมพันธ์การให้บริการเพื่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ภายหลังการรวมธุรกิจ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการคงไว้ซึ่งคุณภาพในการให้บริการและค่าบริการที่เป็นธรรม และจะต้องกำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการรวมธุรกิจ โดยสำนักงาน กสทช. อาจกำหนดแนวทาง และระยะเวลาการดำเนินการ รวมถึงเงื่อนไขในการปฏิบัติในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้บริษัท TUC และบริษัท DTN ดำเนินการต่อไป

2.2 ข้อกังวล อุปสรรคการเข้าสู่ตลาด-ขาดประสิทธิภาพการแข่งขัน และการสนับสนุน ผู้ประกอบการรายย่อย มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ดังนี้ 1) เงื่อนไขบังคับก่อน (Ex Ante) ก. ให้ผู้ยื่นคำร้องขอรวมธุรกิจจัดทำแผนการจัดให้มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) โดยจะต้องมีรายละเอียด ดังนี้(1) จัดให้มีหน่วยธุรกิจเพื่อให้บริการโครงข่ายแก่ผู้ให้บริการ MVNO โดยมีการแยกระบบการบริหารจัดการ ระบบบัญชี ออกจากหน่วยธุรกิจหลักที่เกิดขึ้นจากการ รวมธุรกิจในครั้งนี้ (2) จัดให้มีระบบการให้บริการโครงข่ายที่พร้อมรองรับการเข้าใช้บริการโครงข่าย สำหรับผู้ให้บริการMVNO ภายหลังจากมีการรวมธุรกิจโดยทันที

อนึ่ง การดำเนินการตาม (1) และ (2) จะต้องมีความพร้อมในการดำเนินงานทันทีเมื่อเกิดการรวมธุรกิจ ข. ให้ผู้ยื่นร้องขอรวมธุรกิจ ผู้รับใบอนุญาตจากการรวมธุรกิจตลอดจนบริษัทที่อยู่ภายใต้ อำนาจควบคุม จัดให้มีแผนการแยกการบริหารจัดการ ระบบบัญชี สำหรับให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่กับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยให้เสนอแผนดังกล่าวต่อ กสทช. ก่อนการรวมธุรกิจ

2) มาตรการเฉพาะภายหลังการรวมธุรกิจ (Ex Post) ก. ผู้รับใบอนุญาตที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจตลอดจนบริษัทย่อยที่อยู่ภายใต้การควบคุม ต้องดำเนินการให้ผู้รับใบอนุญาต MVNO สามารถใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้รับ ใบอนุญาตรายอื่นได้เช่นเดียวกับตนเอง ข. ผู้รับใบอนุญาต MVNO จะต้องได้รับสิทธิในการใช้บริการจากคลื่นความถี่ในทุกย่าน ของผู้รวมธุรกิจที่มีสิทธิในการใช้งานทั้งสิทธิทางตรงและสิทธิที่ได้รับช่วงมาภายใต้มาตรฐานเทคโนโลยีเดียวกัน ค. การเข้าใช้บริการโครงข่ายสำหรับผู้รับใบอนุญาต MVNO จะต้องได้รับการประกันสิทธิในการได้รับบริการภายใต้คุณภาพการให้บริการ (QoS) ตามมาตรฐานการให้บริการที่ กสทช. กำหนด ง. จะต้องไม่ปฏิเสธการให้บริการแก่ผู้ได้รับใบอนุญาต MVNOอันเกิดมาจากเหตุผล ความไม่เพียงพอของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด จ. จะต้องพร้อมให้ผู้รับใบอนุญาต MVNO ที่ขอเข้าใช้โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถเริ่มให้บริการได้ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ขอเข้าใช้บริการ ฉ. บริษัท TUC และ บริษัท DTN จะต้องจัดให้มีบริการโครงข่ายโทรคมนาคม โดยมีขนาดความจุ (Capacity)อย่างน้อยร้อยละ 20 ของโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งหมดของตนเอง ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือนที่ไม่มีความเกี่ยวโยงกันกับ บริษัท TUC และบริษัท DTN เมื่อมีคำขอรับบริการดังกล่าว ช. อัตราค่าตอบแทนการขายส่งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับผู้ให้บริการ MVNO ให้ ไม่เกินอัตราค่าบริการที่เสนอขายเฉลี่ยต่อหน่วยของแต่ละบริการตามสิทธิการใช้งานของทุกรายการส่งเสริมการขายหักด้วยอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของอัตรา ค่าบริการที่เสนอขายเฉลี่ยต่อหน่วยของราคาขายปลีกสำหรับบริการแบบส่งเสริมการขาย (Bundle Package) หรือราคาเฉลี่ยขายต่อหน่วยสำหรับรายบริการ (Unbundle) ซ. ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องไม่กำหนดเพดานขั้นต่ำของการเข้าซื้อ รายบริการ เช่น เสียง ข้อมูล บริการข้อความ เป็นต้น ของผู้รับใบอนุญาต MVNO ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าบริการให้เป็นไปตามการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง

2.3 ข้อกังวลคุณภาพการให้บริการมีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะดังนี้ 1) บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องคงคุณภาพในการให้บริการดังนี้ 1.1) คุณภาพของสัญญาณในการให้บริการ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องไม่ลดคงจำนวนระบบสื่อสัญญาณ (cell sites) ของทั้งสองบริษัทลงจากเดิม เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของบริการที่ให้ประชาชนได้รับให้ไม่ต่ำไปกว่าเดิม และจะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานของ บริการตามประกาศกสทช. เรื่อง มาตรฐานของคุณภาพการให้บริการ โทรคมนาคมอย่างเคร่งครัด 1.2) คุณภาพในการให้บริการลูกค้า บริษัทTUC และบริษัท DTN จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นจากการรวมธุรกิจเพื่อให้คุณภาพในการให้บริการต่อผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่าเดิมเช่น จำนวนเจ้าหน้าที่ที่เพียงพอเพื่อรองรับการให้บริการทั้งในส่วนของศูนย์บริการ และพนักงานรับสาย (Call center) รวมถึงขนาดพื้นที่ของ ศูนย์บริการลูกค้าที่สามารถรองรับการเข้ามาติดต่อของผู้ใช้บริการ

2) ความครอบคลุมของโครงข่าย บริษัท TUC และ/หรือบริษัท DTN จะต้องจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการประกอบกิจการด้วยเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศภายใน 3 ปี และร้อยละ 90 ของประชากรทั้งหมดของประเทศภายใน 5 ปีนับจากวันที่รวมธุรกิจ 2.4 ข้อกังวลการถือครองคลื่นความถี่/การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน มีเงื่อนไขหรือมาตรการ เฉพาะดังนี้ 1) การถือครองคลื่นความถี่ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับใช้งานคลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม อย่างเคร่งครัด(การใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา 41 วรรคสี่ มาตรา 44/1และมาตรา 44/3 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯพ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) 2) การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (Infrastructure Sharing) บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเช่าใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตนเองในการประกอบกิจการโทรคมนาคม และจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ของ กสทช. อย่างเคร่งครัด

2.5 เศรษฐกิจของประเทศ นวัตกรรมและความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital divide) มี 1) ความครอบคลุมของโครงข่าย บริษัท TUC และ/หรือบริษัท DTN จะต้องจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการประกอบกิจการด้วยเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85ของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศภายใน 3 ปี และร้อยละ 90 ของประชากรทั้งหมดของประเทศภายใน 5 ปีนับจากวันที่รวมธุรกิจ 2) จัดให้มีรายการส่งเสริมการขายในราคาต่ำเป็นพิเศษสำหรับผู้มีรายได้น้อยและ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบอย่างทั่วถึง 3) เสนอแผนการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นรูปธรรมภายใน 60 วันหลังจากได้รับแจ้งเงื่อนไข หรือมาตรการเฉพาะ และเริ่มดำเนินการตามแผนภายใน 1 ปี

3.ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดกลไกในการติดตามและประเมินผลการรวมธุรกิจ 3.1 การรายงานผลการประกอบธุรกิจ ภายใต้การดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับจาก กสทช. ทุก 6 เดือน ในระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี 3.2 ภายหลังการรวมธุรกิจ หาก กสทช. พิจารณาหรือได้รับการร้องเรียนว่า มีการกระทำ
พฤติกรรม หรือเหตุอันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการ กิจการ โทรคมนาคมมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญทำให้เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะไม่เหมาะสม หรือไม่มีประสิทธิภาพ กสทช. อาจระงับ ยกเลิก เพิ่มเติม หรือปรับปรุงเงื่อนไขหรือมาตรการ เฉพาะใหม่ก็ได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็น

4.ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำประเด็นไปหารือคณะอนุกรรมการที่ปรึษากฎหมาย ของ กสทช. รวม 3 ประเด็น ได้แก่ เรื่องการเห็นชอบกลไกการขายหุ้นออกไปจนไม่มีอำนาจในการควบคุมเชิงนโยบาย (Divestiture)เรื่องการรวมธุรกิจของบริษัท TUC และบริษัท DTN ในอนาคต และเรื่องร้องเรียนคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระ (บล.ฟินันซ่า) 5.มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ไปศึกษาประกาศรวมธุรกิจปี 2561 และประกาศปี 2549 6.เห็นชอบในหลักการในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อติดตามและประเมินผลการรวมธุรกิจตามประกาศปี 2561

7.ให้สำนักงาน กสทช. และผู้แจ้งการรวมธุรกิจประกาศให้ผู้ใช้บริการรับทราบเงื่อนไขและมาตรการเฉพาะตามที่มีมติ เพื่อมีการตรวจสอบและมีบทลงโทษกรณีทำไม่ได้ เช่น ปรับเป็นจำนวนร้อยละของรายได้ หรือปรับเป็นขั้นบันได และเพิกถอนใบอนุญาต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : โควิดซาแต่ยังเจอสินค้าแพง แรงงานนอกระบบเจ็บซ้ำซ้อน

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688003

สกู๊ปแนวหน้า : โควิดซาแต่ยังเจอสินค้าแพง  แรงงานนอกระบบเจ็บซ้ำซ้อน

สกู๊ปแนวหน้า : โควิดซาแต่ยังเจอสินค้าแพง แรงงานนอกระบบเจ็บซ้ำซ้อน

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับวงเสวนา “วิกฤตข้าวของแพง ค่าแรงต่ำ : แรงงานนอกระบบอยู่กันอย่างไร” จัดโดย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ สมาพันธ์แรงงานนอกระบบ ประเทศไทย และ Friedrich-Ebert-Stiftung Thailand เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่ง กชพร กลักทองคำ อุปนายกสมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ประเทศไทย กล่าวว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 เชื่อว่ายังคงต้องฟื้นฟู เช่น ผู้ที่เคยติดเชื้อก็พบว่าหลายคนสุขภาพไม่เหมือนเดิม ขณะที่อีกหลายคนก็ยังไม่มีงานหรือมีงานแล้วแต่เพิ่งเริ่มทำงานยังไม่คุ้นเคย แต่ก็ต้องมาเจอปัจจัยใหม่ คือราคาสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงในบางพื้นที่ก็ยังเจอปัญหาน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน บรรดาบริษัทต่างๆ ก็เริ่มหันไปจ้างแรงงานอื่นที่ต้นทุนถูกกว่า เช่น กลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำ หรือไปจ้างงานตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้านหนึ่ง ตนเองซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน แม้อุตสาหกรรมเสื้อผ้าจะกลับมามีงานมากขึ้น แต่คนทำงานกลับมีรายได้ลดลงเพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เช่น ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน ต้นทุนอยู่ที่ร้อยละ 60 แต่ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 75-80 เพราะต้องไม่ลืมว่ารายได้ส่วนหนึ่งต้องกันไว้เป็นเงินทุนสำหรับซื้อวัสดุอุปกรณ์มาใช้ในการทำงาน

“ตัวเราเองและพี่น้องที่เราอยู่ด้วยก็เป็นกลุ่มผู้รับงานมาทำที่บ้าน ตอนนี้ต้นทุนในการผลิตสินค้าที่เรารับงานมา เป็นผ้า เป็นด้าย อุปกรณ์ การเดินทาง การขนส่ง ค่าน้ำ-ค่าไฟ รวมทั้งค่าแรงด้วย เพราะว่ากลุ่มของเราหลายกลุ่ม กลุ่มใหญ่ๆ เขาจะจ้างแรงงานรายวันด้วย แล้วก็เหมาช่วงด้วย นี่คือต้นทุนที่เราต้องแบกรับภาระ ในขณะที่ลูกค้าเราเองขอลดราคาค่าจ้างลง เพราะอ้างเหตุว่าของขึ้นขอลดราคาเรา แต่เราไม่สามารถที่จะอ้างเหตุของขึ้นแล้วขอขึ้นราคาจากผู้จ้างเราได้ ถ้าเราอ้างเราจะไม่มีงานทำ” กชพร กล่าว

กชพร ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 แรงงานนอกระบบกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน ไม่สามารถปฏิเสธการต่อรองจากนายทุนได้เพราะยังต้องการมีงานทำ จึงไม่สามารถขอขึ้นราคาตามทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้รวมถึงไม่สามารถลดคุณภาพงานลงได้ด้วย ดังนั้นเรื่องนี้ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี เพราะใน 1 ครอบครัว อาจมีคนคนหนึ่งได้ปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้น แต่ทั้งครอบครัวล้วนต้องใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อของที่มีราคาแพงขึ้น จึงไม่แน่ใจว่าแรงงานนอกระบบได้อะไร อีกทั้งกังวลว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้นายทุนขึ้นราคาสินค้าให้แพงขึ้นไปอีก

มาลี สอบเหล็ก รองประธานเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย กล่าวว่า ลูกจ้างทำงานบ้านไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายแรงงาน ดังนั้นชีวิตของแรงงานกลุ่มนี้จึงแล้วแต่โชค หากเจอนายจ้างที่ดี ให้ค่าจ้างและสวัสดิการที่ดีก็ดีไป ทั้งนี้ ลูกจ้างทำงานบ้านได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 บางคนถูกเลิกจ้าง หรือแม้ไม่ถูกเลิกจ้างแต่ก็ต้องรับค่าจ้างแบบรายวันแทนจากเดิมที่เคยได้รับเป็นเงินเดือน ดังนั้นวันใดที่นายจ้างไม่ได้ให้มาทำงานก็จะไม่ได้รับค่าจ้าง ทำให้หลายคนตัดสินใจย้ายกลับภูมิลำเนาเดิม ในสภาพที่เงินออมก็ไม่ได้มีมากนัก

“ช่วงนี้โควิดเริ่มดีขึ้น แต่ในระหว่างนั้นเราไม่ได้มีเงินเยอะแยะที่จะมา Support (อุดหนุน) ตรงนี้ เราก็อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่บอกว่าเราให้คุณเยอะแล้วลูกจ้างทำงานบ้าน คุณให้เยอะตรงไหน? คุณให้อะไรเรา? เราอยากจะถามแค่นี้ ที่เราผ่านมาได้ทุกวันนี้เพราะว่าเรามีภาคี มีกลุ่มคนที่เห็นความสำคัญของเรา เขาก็ช่วยเหลือตามอัตภาพ แต่จริงๆ แล้วคุณไม่ได้ให้อะไรเราเลย” รองประธานเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย กล่าว

เฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย เล่าว่า เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำมาหากินอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างนานกว่า 40 ปี ผ่านมาตั้งแต่ยุคที่ชาววินถูกรีดไถจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล จนถึงยุคที่รัฐบาลเปิดระบบรับขึ้นทะเบียนวินและผู้ขับขี่ โดยปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 1.3 แสนคัน แต่หากรวมผู้ขับขี่ที่ไม่ขึ้นทะเบียนด้วยก็น่าจะอยู่ราวๆ 2 แสนคัน

รายได้ของผู้ขับขี่เฉลี่ยอยู่ที่ 500-2,000 บาท/วันแตกต่างกันไปในแต่ละทำเลที่ตั้งของวินบวกกับความขยันของผู้ขับขี่ เช่น หากเป็นวินที่ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าจะมีรายได้ค่อนข้างสูง ชาววินนั้นได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์โควิด-19 อาทิ วินที่ตนอยู่จากเดิมเคยมีรายได้เฉลี่ยวันละ 700 บาทก็เหลือเพียงร้อยกว่าบาท เนื่องจากคนที่เคยออกมาทำงานก็หยุดงานกันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรายได้เริ่มกลับมาอยู่ที่ 500-600 บาท/วัน ถึงกระนั้น “ความที่ชาววินส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดจึงต้องส่งเงินกลับบ้าน” ดังนั้นแม้มีรายได้ดีแต่ก็ยังลำบาก

“คนทำงานวินตื่นแต่เช้าบางทีต้องกินเครื่องดื่มชูกำลัง กินกาแฟ กลับบ้านดึกมันก็ต้องใช้ยากระตุ้นพวกนี้เข้าไป มันก็ค่าใช้จ่ายในการกินอาหารต่อวันประมาณ 200 บาท เติมน้ำมันก็ประมาณ 150 บาท รวมค่าใช้จ่ายหลักๆ ต่อวันก็ 350 บาท ซึ่งมันมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งเราวิ่งได้ไม่ถึง 500 บาท เราจะไม่มีเงินเก็บ เพราะเดือนหนึ่งถ้าเรารวมค่าใช้จ่ายไม่ต้องอะไรมากมาย เราจะจ่ายอยู่ที่ 7 พันกว่าบาท ถ้าหาเงินได้แค่ 7 พันเราอยู่ไม่ได้ เราตายแน่ๆ” นายกสมาคมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ระบุ

เฉลิม ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันชาววินต้องเผชิญความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือ “การมาของแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งทำให้คนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายสามารถมาขี่มอเตอร์ไซค์รับ-ส่งผู้โดยสารได้” อีกทั้ง “ในขณะที่ชาววินรูปแบบเดิมถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมายห้ามรับผู้โดยสารข้ามเขต แต่แพลตฟอร์มกลับสามารถรับผู้โดยสารได้ทุกที่” จึงกลายเป็นภาพของการทะเลาะวิวาทระหว่างชาววินแบบเดิมกับผู้ที่ไปรับงานจากแพลตฟอร์ม

ทั้งนี้ “ชาววินตกเป็นจำเลยสังคมเสมอ” ถูกตั้งคำถามว่าทำไมไม่ยอมปรับตัวเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์ม แต่ชาววินไม่สามารถเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มได้เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปรับงานข้ามเขต ซึ่งที่มาที่ไปของกฎหมายนี้เกิดจากป้องกันการทะเลาะกันระหว่างวิน“รัฐบาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ต้องเข้ามาดูเรื่องกฎหมายด้วย” ควรแบ่งกันไประหว่างแพลตฟอร์มที่วิ่งได้เฉพาะรับ-ส่งสิ่งของ ส่วนรับ-ส่งคนต้องเป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่

“ถ้าเป็นไปได้จริงๆ อาชีพวินเราอยากให้เขาสนับสนุนให้เราหันมาใช้รถ EV หรือรถไฟฟ้า อันนี้คือต้นทุนในการประกอบอาชีพ แต่ถ้าเราได้รถไฟฟ้ามาใช้มันจะเกิดประโยชน์หลายอย่าง1.ลดต้นทุนในเรื่องน้ำมัน 2.ลดมลพิษทางเสียงทางอะไรพวกนี้ที่อยู่ในเมือง เพียงแต่ว่าต้นทุนพวกนี้มันแสนกว่าบาท มันแพงกว่ารถน้ำมันเท่าตัวทำให้เราเข้าไม่ถึง หากภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวคิดที่อยากให้วินมอเตอร์ไซค์ลองมาช่วยกรุงเทพฯลดมลพิษ แล้วก็หาวิธีเอาเขาเข้าไปอยู่ในกองทุนที่มันไม่สามารถให้เขาผ่อนเยอะยาวๆ ก็ตาม ทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

ผมว่ากองทุนเหล่านี้มันจะช่วยเขาได้อย่างผมใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาปีกว่า จะ2 ปีแล้ว ผมไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเลย ผมเสียบแบตฯ ที่บ้าน เช้ามาก็วิ่ง หมดก็เข้าไปเปลี่ยน มันก็ทำให้เราเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่จากรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า เพียงแต่หลายคนไม่มีโอกาสเหมือนผม ผมเป็นนายกสมาคม ก็มีบริษัทรถเอามาให้ผมใช้ฟรีเพื่อให้คนเขาเห็น ผมก็เลยมีโอกาสมากกว่าคนอื่น” เฉลิม กล่าว

ปิดท้ายด้วย ปรีชา ไทยสงเคราะห์ ประธานสหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันหลายพื้นที่ยังไม่ได้กลับเข้าไปทำการค้า ขณะเดียวกันราคาสินค้ายังแพงขึ้นอีก ทั้งนี้ มองว่าภาครัฐยังไม่ได้เข้ามาดูแลอย่างจริงจังทำให้ปัญหาของแรงงานนอกระบบไม่ถูกแก้ไข ส่วนการขึ้นทะเบียนเพื่อขอเข้ารับความช่วยเหลือในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยนั้นไม่จำเป็น เพียงรัฐคืนพื้นที่ทำการค้าให้ก็พอ

“เราไม่อยากโจมตีว่าร้านสะดวกซื้อเปิดกันยุ่บยั่บเลย แต่ร้านอย่างพวกเราพยายามไล่พวกเราเข้าไปอยู่ในซอกในซอยหากินแต่ในรู แล้วเราจะหากินอย่างไร ตัวผมเองขายพื้นที่ชานเมืองแล้วพื้นที่ชานเมืองมันเป็นพื้นที่ของไม่ว่าจะเป็นแรงงานอย่างผู้รับงานไปทำที่บ้าน หรืออย่างพี่ๆ วินมอเตอร์ไซค์หลายคนมาซื้อกับข้าว แม้กระทั่งกรรมกรมาซื้อของเรา ผมขายขาหมูนะที่อื่นเขาขายกัน 80 90 100 เราขาย 60 70 แล้วบางคนขอซื้อขาหมู 60 บาท ขอน้ำเยอะๆ บางคนบอกขอซื้อน้ำ 10 บาทได้ไหม? เพื่อไปคลุกข้าวให้ลูกกิน มันเป็นภาพที่เราเจ็บปวดมาก”ปรีชา กล่าว

ปรีชา ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังเจอปัญหาทั้งน้ำท่วม ปัญหาข้าวของแพง จึงอยากให้ผู้มีอำนาจลงมาดูการดำรงชีวิตของประชาชนด้วยตนเอง อย่ามัวแต่ฟังเฉพาะคนรอบข้างที่ไม่รู้ว่าได้ข้อมูลมาแบบใด จริง-เท็จมาก-น้อยเพียงใด “หลายคนบอกว่าตนเองเป็นลูกพ่อค้า-แม่ค้า แต่พอเติบโตกลับมากดข่มไม่ให้ลืมตาอ้าปาก” และหลายคนอยู่กับอาชีพนี้อาชีพเดียว อย่างตนเองก็ขายมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ดังนั้นสิ่งที่อยากเรียกร้องคือ ทำอย่างไรจะทำให้การใช้พื้นที่สาธารณะอยู่คู่กับประเทศไทย หาบเร่แผงลอยอยู่คู่เมืองไทย และให้หาบเร่แผงลอยได้มีส่วนร่วมพัฒนาสังคม!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักปฏิบัติธรรมต้องกล้าหาญ ต้องเจริญอนิจจังทุกขังอนัตตาให้มาก

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/688007

นักปฏิบัติธรรมต้องกล้าหาญ ต้องเจริญอนิจจังทุกขังอนัตตาให้มาก

นักปฏิบัติธรรมต้องกล้าหาญ ต้องเจริญอนิจจังทุกขังอนัตตาให้มาก

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.16 น.

ถ้าได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมะกับครูบาอาจารย์แล้ว จิตใจจะเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ จะปล่อยวางสิ่งต่างๆ ไปตามลำดับ ปล่อยวางกาย ปล่อยวางเวทนา จะสุข จะทุกข์ จะไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่เดือดร้อน รับได้ทั้ง ๓ ชนิด 

ไม่เหมือนพวกเราที่รับได้เพียงชนิดเดียว คือความสุข ถ้าทุกข์แล้ววุ่นวาย ถ้าไม่สุขไม่ทุกข์ก็เบื่อหน่าย ต้องหาอะไรมาทำ ให้เกิดความสุขขึ้นมา แล้วก็ไปหาความทุกข์เข้ามาแทน เพราะหาไม่เป็น แทนที่จะหาความสุข กลับไปหาความสุขที่มีความทุกข์ซ่อนอยู่ เป็นความสุขที่เหมือนยาขมเคลือบน้ำตาล พอได้สัมผัสได้อมสักพักหนึ่ง น้ำตาลละลายหมดเหลือแต่ความขม

ความสุขที่ได้จากสิ่งต่างๆ ก็เป็นแบบนั้น เวลาได้มาใหม่ๆ ก็สุขดี ดีอกดีใจ พออยู่ไปสักพักก็ทะเลาะกัน มีปัญหามีเรื่องราวต่างๆ ถ้าเป็นความสุขทางธรรมะจะทุกข์ในเบื้องต้น เป็นเหมือนทุเรียนกว่าจะได้กินเนื้อมันก็ต้องเหนื่อยหน่อย ต้องแกะเปลือกที่มีหนามออก ถึงจะได้ของวิเศษที่อยู่ข้างใน ธรรมะก็เป็นแบบนั้น กว่าจะได้ธรรมะเลือดตาแทบกระเด็น ต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆนานา ต้องต่อสู้กับกิเลส ทั้งของเรา ทั้งของคนอื่น

เวลาปฏิบัติธรรมกิเลสของคนอื่นมาขวางเราได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย แต่เขายังอดมาห่วงมากังวลไม่ได้ ว่าจะไปตลอดรอดฝั่งหรือจะเป็นบ้านะ เวลาไปปฏิบัติธรรมอย่าให้คนอื่นรู้ ปฏิบัติแบบเงียบๆดีกว่า ไปวัดก็ไปเงียบๆ ถ้าไปคนเดียวได้ยิ่งดี ไปกับคนที่มีรสนิยมเหมือนกัน ชอบไปวัดเหมือนกัน ไปแล้วไม่วุ่นวาย ต่างคนต่างแยกกันอยู่ ต่างคนต่างบำเพ็ญกันไป ไม่ใช่ไปแล้วเกาะติดกันแบบปาท่องโก๋ กลางคืนคนหนึ่งเข้าห้องน้ำ อีกคนต้องไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ

นักปฏิบัติธรรมต้องกล้าหาญ ต้องเจริญอนิจจังทุกขังอนัตตาให้มาก ร่างกายนี้เกิดมาแล้ว ต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย อยู่ที่ไหนก็ตายได้ อยู่ในป่าก็ตายได้ อยู่ในบ้านก็ตายได้ ในโรงพยาบาลก็ตายได้ ไม่ได้อยู่ที่สถานที่ อยู่ที่ว่าถึงที่หรือยัง ถึงที่เมื่อไหร่ก็ตายทันที ถ้ายังไม่ถึงที่ อยู่ที่ไหนก็ไม่ตาย 

ขอให้เจริญธรรมะให้มาก ปลูกฝังธรรมะให้มาก ให้ธรรมะเป็นผู้พาไป อย่างที่ทำกันอยู่นี้ก็เป็นการปลูกฝังธรรมะ เข้าหาครูบาอาจารย์ ฟังเทศน์ฟังธรรม ทำบุญไปด้วย ปฏิบัติไปด้วย ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว ฟังอย่างเดียวยังไม่พอ ฟังแล้วต้องนำไปปฏิบัติ ถึงจะฝังอยู่ในใจ

จุลธรรมนำใจ ๑๑ กัณฑ์ที่ ๓๗๔ วันที่ ๒๑  ตุลาคม ๒๕๕๐ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี คัดลอกจากเพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,474 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
หนุ่ม ศรราม ปลื้มใจสุดขีด น้องวีจิ คว้าเหรียญทองบัลเล่ต์จากอังกฤษ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d