Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สุดอึ้ง! พบศพพระสงฆ์ในพิธีล้างป่าช้าร่างไม่เน่าเปื่อย ผมยังดกเต็มศีรษะ

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686981

สุดอึ้ง! พบศพพระสงฆ์ในพิธีล้างป่าช้าร่างไม่เน่าเปื่อย ผมยังดกเต็มศีรษะ

สุดอึ้ง! พบศพพระสงฆ์ในพิธีล้างป่าช้าร่างไม่เน่าเปื่อย ผมยังดกเต็มศีรษะ

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

สมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า” จีน๊ำเกาะทำพิธีล้างป่าช้าได้ 282 ศพสุดอึ้ง 1 ใน 282 ศพเป็นพระสงฆ์ร่างไม่เน่าเปื่อย ผมยังดกเต็มศีรษะ เผยเป็นคนต่างด้าวเสียชีวิตและถูกฝังมานาน 2 ปีแล้ว  

วันที่ 17 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า” จีน๊ำเกาะ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอบ่อพลอย องค์กรการกุศลต่างๆ และสาธารณชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปของอำเภอบ่อพลอย ได้ร่วมทำพิธีมหากุศลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าที่วัดหนองย่างช้าง ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย ขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.65 รวม 3 วัน 

ที่ผ่านมาการทำพิธีล้างป่าช้าศพไร้ญาติ ส่วนใหญ่จะพบร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกฝังมานานเหลือแต่โครงกระดูกเท่านั้น แต่การล้างป่าช้าวัดหนองย่างช้างในครั้งนี้เกิดสิ่งอัศจรรย์ที่เหลือเชื่อเป็นอย่างมาก เนื่องจากพบร่าง 1 ใน 282 ศพที่ขุดขึ้นมาเป็นพระสงฆ์นั้น ไม่เน่าเปื่อย โดยผิวหนังยังห่อหุ้มร่างกาย ศีรษะยังมีผมขึ้นตามปกติ สร้างความแปลกใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

โดยนายสามารถ คงอาจหาญ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบ่อพลอย เล่าว่า สำหรับพระสงฆ์องค์ดังกล่าวชื่อหลวงพ่อทอง อายุประมาณ 50-55 ปี คาดว่าน่าจะเป็นคนต่างด้าวและบวชพระมาจากที่อื่น โดยเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาพระทองได้มรณภาพลง แต่เนื่องจากเป็นศพไร้ญาติ ทางมูลนิธิบ่อพลอยร่วมใจจึงนำร่างมาฝั่งเอาไว้ที่ป่าช้าวัดหนองช้าง จนกระทั่งมูลนิธิบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า” จีน๊ำเกาะ ร่วมกับมูลนิธิและสมาคมต่างๆทำพิธีล้างป่าช้าขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.และมาพบว่าศพหลวงพี่ทองนั้น ไม่เน่าเปื่อยดังกล่าว ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากร้านเสน่ห์หีบศพ ที่อยู่อำเภอท่าม่วง นำโรงแก้วมามอบให้เพื่อบรรจุศพ

หลังจากนี้สภาวัฒนธรรมอำเภอบ่อพลอย และสมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า” จีน๊ำเกาะจะได้มอบศพไร้ญาติทั้งหมดจำนวน 282 ศพและอัฐิศพไร้ญาติที่รวบรวมมาจาก 12 วัดให้กับทางพุทธสมาคม “เต็กก่า” จีแซเกาะนำไปประกอบพิธีบำเพ็ญมหากุศลตามลำดับขั้นตอนในงานมหามงคลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าที่ทางพุทธสมาคม “เต็กก่า” จีแซเกาะ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ที่ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 ตุลาคมถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนและจะได้ร่วมกันโปรดเหล่าดวงวิญญาณให้ไปสู่ภพภูมิที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ นายวิทยา วงศ์ลิขิตปัญญา นายกพุทธสมาคมคุณธรรม เปิดเผยว่า สมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า” จีน๊ำเกาะ ได้จัดพิธีมหากุศลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งทางสมาคมได้เชิญพุทธสมาคมคุณธรรมแห่งประเทศไทย มาร่วมประกอบพิธีเก็บศพไร้ญาติในครั้งนี้ด้วยและงานเก็บศพไร้ญาติล้างป่าชานั้นถือว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่มาก เนื่องจากศพเหล่านี้หากถูกฝังทิ้งไว้นานๆ ก็จะไม่มีใครมาเซ่นไหว้ ตามหลักที่สืบทอดกันมา

ทุกเชื้อชาติจะนับถือตามความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป แต่นิกายมหายานกับศาสนาพุทธ มีความเชื่อและพิธีการที่คล้ายๆ กัน สำหรับศพไร้ญาติที่ถูกฝังเอาไว้นั้นไม่ใช่ญาติเรา แต่เรามาทำโดยไม่ได้รังเกียจแต่เราคิดว่าศพไร้ญาติทั้งหมดเสมอหนึ่งเราเป็นญาติกัน

สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าในครั้งนี้เดินทางมาจากหลายจังหวัดทุกคนจะต้องนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีเหมือนกันหมด เมื่อขุดศพขึ้นมาแล้วจะต้องนำกระดูกที่เหลืออยู่ไปล้างทำความสะอาด โดยไม่มีการรังเกียจถึงแม้จะส่งกลิ่นเหม็นก็ตาม เมื่อได้กระดูกที่สะอาดแล้วก็จะนำไปรวมกันก่อนจะนำไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่มณฑลพิธี อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ศึกน้ำ’ยืดเยื้อ!‘ดร.เสรี’มองผ่านอีสาน-ทุ่งเจ้าพระยา จับตาถึง‘พฤศจิกายน’

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686980

‘ศึกน้ำ’ยืดเยื้อ!‘ดร.เสรี’มองผ่านอีสาน-ทุ่งเจ้าพระยา จับตาถึง‘พฤศจิกายน’

‘ศึกน้ำ’ยืดเยื้อ!‘ดร.เสรี’มองผ่านอีสาน-ทุ่งเจ้าพระยา จับตาถึง‘พฤศจิกายน’

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.16 น.

17 ต.ค.65 รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์น้ำท่วมระบุว่า “#น้ำเหนือเริ่มลดที่เจ้าพระยาแต่ไปกองฝั่งตะวันตกบางบาลชั้นสองก็จมน้ำ #ส่วนน้ำเหนือชีมูลเริ่มทรงตัวแต่น้ำทุ่งมากศึกนี้ยืดเยื้อไปถึงปลายเดือนพฤศจิกายน #ภาคใต้ฝั่งอันดามันมีฝนต่อเนื่องระวังน้ำไหลหลาก #ความหนาวเย็นจะหายไปตั้งแต่วันศุกร์ที่21ตุลาคมแต่จะกลับมาใหม่ช่วงสิ้นเดือน

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมได้นั่ง ฮ. สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม เริ่มจากฝั่งตะวันออก อ.บางปะอินขึ้นไปเขื่อนพระรามหก เขื่อนเจ้าพระยา บินลงมาทางฝั่งตะวนตก แม่น้ำน้อยกลับสู่บางปะอิน ฝั่งตะวันออกเห็นสภาพน้ำในทุ่งประปายไม่มีน้ำหลากจากแม่น้ำทั้งจากแม่น้ำเจ้าพระยา และป่าสัก โดยขอบเขตน้ำท่วมจำกัดอยู่ที่ถนนริมน้ำที่ถูกยกเป็นคันกั้นน้ำ พื้นที่ฝั่งขวาแม่น้ำป่าสักมีน้ำท่วมใน อ.ท่าเรือ และ อ.นครหลวง พื้นที่บางจุดมีน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าทุ่งบางประหันเจอถนนสายเอเชีย ทุ่งท่าวุ้งมีน้ำเต็มพื้นที่ เขื่อนพระรามหกยกบานทั้งหมด ประตูน้ำพระนารายณ์ระบายน้ำ 2 ช่อง (106 cms) เข้าคลองระพีพัฒน์ พื้นที่ทั้งสองฝั่งคลองชัยนาท-ป่าสักมีน้ำทุ่งกำลังระบายลงคลองฯทั้งในพื้นที่ลพบุรี และสระบุรี ส่วนฝั่งตะวันตกมีน้ำหลากเต็มพื้นที่โดยเฉพาะริมแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีนท้ายประตูโพธิ์พระยา ตั้งแต่ อ.ป่าโมก อ่างทอง อ.บางบาล อ.บางไทร อ.เสนา อยุธยา อ.เมือง อ.บางปลาม้า สุพรรณบุรี



เดินทางโดยรถยนต์ต่อไปที่ ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล นั่งเรือเข้าไปพบพี่โต้ง ต้องปีนเข้าทางหน้าต่างขั้น 2 ระดับน้ำปัจจุบันสูงกว่าปี 54 ประมาณ 50 cm รถกระบะจมน้ำ (เอาออกไม่ทัน) นั่งโต๊ะรับแขกน้ำท่วมขาสปาชิวๆ อีก 10 cm น้ำจะท่วมที่นอน (แต่ระดับน้ำเหนือกำลังลดลง คงนอนอยู่ได้น่ะครับ โชคดีที่พายุโซนร้อนเซินกาไม่นำฝนมามาก) พูดไม่ออกจากนี้จะอยู่กันอย่างไร ? ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ แต่ต้องสู้ๆต่อไป เป็นกำลังใจให้น่ะครับ

สถานการณ์น้ำเหนือเจ้าพระยากำลังลดลงอย่างช้าๆ น้ำในทุ่งกำลังไหลลงแม่น้ำอย่างช้าๆเช่นกัน สุดท้ายแล้วน้ำจะมากองกันอยู่ที่ปลายน้ำ (ตั้งแต่ปทุมธานี จนถึงสมุทรปราการ ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา) และมากองที่ฝั่งตะวันตกมาก (สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ฝั่งแม่น้ำท่าจีน) ปริมาณน้ำฝนสะสมปีนี้ในภาคกลางมากกว่า ปี 2554 (ประมาณ 5%) จึงคาดว่าระดับน้ำจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งภายในปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ระดับน้ำในทุ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน (จนถึงกลางเดือนธันวาคม) น้ำทะเลจะหนุนสูงตั้งแต่วันที่ 27-30 ตุลาคมอีกประมาณ 30 cm

ภาคอีสานหลายจังหวัดยังอ่วมจากปริมาณเหนือน้ำหลากจากน้ำชี และน้ำมูล แม้ว่าปริมาณน้ำที่อุบลราชธานีเริ่มทรงตัว และมีแนวโน้มลดลง แต่จากการประเมินปริมาณฝน และพื้นที่น้ำท่วม พบว่าปริมาณฝนสะสมในปีนี้ภาคอีสานมีสูงมากกว่าปีน้ำท่วมล่าสุด 2562 ถึง 35% ดังนั้นคาดว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงต่ำกว่าตลิ่งอย่างเร็วที่สุดภายในกลางเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน และอาจยืดเยื้อต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนได้ (ต้องติดตามสถานการณ์พายุจรจนถึงปลายเดือนตุลาคม ที่อาจจะนำฝนมาเติมหรือไม่ ? สำหรับพายุไต้ฝุ่นเนสาดคาดว่าจะเข้าเวียดนามตอนบนวันที่ 21-22 ตุลาคม ไม่น่าจะส่งผลประเทศไทยเพราะความกดอากาศสูงจากแผ่นดินใหญ่ แต่ต้องติดตามสถานการณ์ด้วยครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ?)”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพี่’เดินซดเบียร์รำขวานริมถนน ปลัดกำแพงเพชรตรวจสอบพบป่วยจิตเวช

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686976

'หลวงพี่'เดินซดเบียร์รำขวานริมถนน ปลัดกำแพงเพชรตรวจสอบพบป่วยจิตเวช

‘หลวงพี่’เดินซดเบียร์รำขวานริมถนน ปลัดกำแพงเพชรตรวจสอบพบป่วยจิตเวช

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.03 น.

พระลูกวัดในเมืองกำแพงเพชร เดินซดเบียร์กระป๋องริมถนน เมาได้ที่ชักขวานออกจากย่ามมาร่ายรำชี้ไม้ชี้มือขึ้นไปบนฟ้าสร้างความผวาดผวาให้กับชาวบ้านที่พบเห็น ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เมืองกำแพงเพชร นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าควบคุมตัวตรวจสอบพบป่วยจิตเวช ก่อนส่งให้คณะกรรมการวัดนำตัวไปรักษาอาการป่วย

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกำแพงเพชรแจ้งว่าขณะที่จอดรถทำธุระส่วนตัวอยู่ภายในตลาดจู่ๆ ก็มีพระสงฆ์รูปหนึ่งเดินตรงเข้ามาที่รถ พร้อมกับใช้มือทุบไปที่กระโปรงหน้ารถและกระจกด้านหลังรถ ก่อนจะโบกมือให้ผู้สื่อข่าวตามไปในตลาดนครชุม

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินตามไปเพื่อสังเกตพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าวพบกำลังเดินไปตามร้านค้าต่างๆ พร้อมกับพูดคุยคนเดียวและเดินวนเวียนไปมา ก่อนเข้าไปสั่งซื้อก๋วยเตี๋ยวใส่ถุงเพื่อนำกลับไปฉันที่วัด จากนั้นได้สั่งนำอัดลมไปดื่มพร้อมเทราดตามร่างกายแล้วใช้มือทุบอกตัวเอง แล้วเดินออกจากตลาดย้อนไปตามถนนพหลโยธินขาขึ้น – ข้ามถนนไปยืนพูดคุยกับชาวบ้าน

จากนั้นพระสงฆ์รูปดังกล่าวได้เดินไปหยุดใต้ต้นไม้ก่อนจะนำเบียร์ออกมาจากย่ามและเปิดดื่ม พร้อมกับเดินไปตามถนน แบบเดินไปดื่มเบียร์ไป อีกทั้งยังคว้าขวานในย่ามออกมาร่ายรำและชี้ไม้ชี้มือขึ้นไปบนฟ้าเหมือนคุยกับใครอยู่

ต่อมานายประวิทย์ ปะนะตัง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองกำแพงเพชร พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่บริเวณดังกล่าวพอดี จึงได้เข้าสอบถามและควบคุมตัวเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวพระสงฆ์เองและชาวบ้านที่อยู่บริเวณที่พระรูปดังกล่าวที่เดินผ่าน

เบื้องต้น ทราบว่าพระรูปดังกล่าว ชื่อพระประยูร อายุ 49 ปี เป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร จึงได้ประสานไปทางวัดเพื่อให้ส่งคณะกรรมการวัดเข้ามาร่วมตรวจสอบ ซึ่งพบว่าพระรูปนี้ป่วยจิตเวชมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทางวัดเองไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะพยายามควบคุมไม่ให้ออกมานอกวัดแต่มักจะแอบออกมาในครั้งนี้คงต้องนำตัวกลับวัดและนำไปรักษาอาการป่วยต่อไป

ขณะที่พระรูปดังกล่าว อ้างว่าที่ทุบรถนักข่าวเป็นเพราะความเมา อยากจะทุบคลายเครียด ส่วนที่ดื่มเบียร์ไปเพราะต้องการให้ลดไขมัน เนื่องจากตนป่วยเป็นไขมัน ความดัน และเบาหวาน ซึ่งก็ลดได้จริง

หลังจากตรวจสอบปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกำแพงเพชร จึงได้ให้คณะกรรมการวัด นำพระรูปดังกล่าวกลับวัดและดำเนินการเรื่องการส่งตัวไปรักษาอาการป่วยต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนมาจากไหน? เทศกิจนครสงขลาเร่งทำความสะอาด หลังสาวนำขยะมอกองขวางทาง

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686953

ขนมาจากไหน? เทศกิจนครสงขลาเร่งทำความสะอาด หลังสาวนำขยะมอกองขวางทาง

ขนมาจากไหน? เทศกิจนครสงขลาเร่งทำความสะอาด หลังสาวนำขยะมอกองขวางทาง

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.33 น.

17 ตุลาคม 2565 ที่บริเวณหัวถนนเตาอิฐตัดถนนเตาหลวง เขตเทศบาลนครสงขลา ด้านหลังสำนักงานเทศกิจเทศบาลนครสงขลา เจ้าหน้าที่เทศกิจฯ ได้รับแจ้งจากประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมาว่า มีผู้นำขยะจำนวนมากมาวางกองเรียงรายเต็มบริเวณพื้นที่สาธารณะบนลำรางน้ำ ซึ่งเป็นที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไป 

จึงได้ลงมาตรวจสภาพพื้นที่พบมีกองขยะจำนวนมากวางเรียงรายบริเวณที่ได้รับแจ้งและพบเจ้าของกองขยะ คือ นางจันทร์เพ็ญ (นามสกุลสมมุติ) อายุ 51 ปี โดยบอกว่าไม่มีที่อยู่ เพิ่งออกจากคุก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ของทั้งหมดมีคนเอามาให้และไปเก็บมา เมื่อก่อนเคยเปิดร้านคาราโอเกะที่บริเวณสะพานไม้ท่าเทียบเรือประมงสงขลาและเมื่อเข้าไปอยู่ในทัณฑสถานหญิงสงขลาและออกมาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงไม่มีที่อยู่และไม่มีงานทำ จึงต้องมาเก็บของเก่าเพื่อนำไปขาย แต่เนื่องจากไม่มีที่สำหรับวางของ จึงต้องนำมาวางที่ตรงนี้ ทำให้ชุดเทศกิจนครสงขลาต้องระดมกำลังมาช่วยกันเก็บกวาดขยะทั้งหมดขึ้นรถขยะเพื่อนำไปทิ้งในส่วนของที่พอจะขายได้ ก็จะให้นางจันทร์เพ็ญแยกออกไปเพื่อนำไปขาย 

หลังจากนั้นชุดเทศกิจก็ต้องจับไม้กวาด กวาดเศษขยะออกให้หมดและนำรถน้ำมาทำการฉีดน้ำทำความสะอาดพื้นที่บริเวณนี้ให้สะอาดเหมือนเดิม เนื่องจากบริเวณนี้จะมีร้านขายของและเป็นที่นั่งพักผ่อนของประชาชนในช่วงเย็นเป็นจำนวนมากจึงต้องเร่งทำความสะอาดโดยรีบด่วนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจรใจบาปบุกดอนปู่ตาทำลายรูปปั้นพ่อปู่แม่ย่าสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวหนองโจด

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686950

โจรใจบาปบุกดอนปู่ตาทำลายรูปปั้นพ่อปู่แม่ย่าสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวหนองโจด

โจรใจบาปบุกดอนปู่ตาทำลายรูปปั้นพ่อปู่แม่ย่าสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวหนองโจด

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.27 น.

คนร้ายบุกดอนปู่ตาบ้านหนองโจด ตำบลโคกก่อ เมืองมหาสารคาม ทำลายรูปปั้นพ่อปู่แม่ย่าสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้าน ศรีษะขาดทั้ง 2 องค์ชาวบ้านยกขันธ์ 5 ขอขมา  เตรียมทำบุญใหญ่ ยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ทำไปเพื่ออะไร

วันที่ 17 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดอนปู่ตา บ้านหนองโจด ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ภายหลังจากทราบข่าวว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปทำลายรูปปั้นพ่อปู่แม่ย่าเสียหาย ภายในดอนปู่ตา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยชาวบ้านเชื่อว่าพ่อปู่แม่ย่าคอยดูแลปกปักรักษาหมู่บ้าน คุ้มครองลูกหลานในอยู่รอดปลอดภัย

นายประดิษฐ์ พารหาร อายุ 65 ปี ขะจ้ำประจำหมู่บ้าน กล่าวว่า บ้านหนองโจดมี 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ 9 และหมู่ 13 มีบ้านเรือนกว่า 300 ครัวเรือนปกติจะเข้ามาที่ดอนปู่ตาเกือบทุกวัน แต่พอดีช่วงนี้ฝนตกและมีงานบุญ เลยไม่ได้เข้ามาที่นี่ 3 วันพอช่วงเช้าเข้ามาว่าจะมาเก็บกวาดทำความสะอาด ก็ปรากฏว่ารูปปั้นพ่อปู่แม่ย่า ถูกทุบทำลายแล้ว 

โดยรูปปั้นของพ่อปู่แม่ย่าจะประดิษฐานอยู่ในศาลาข้างศาลาพระพุทธ สภาพที่มาเห็นตอนแรก คือ ข้าวของกระจัดกระจาย รูปปั้นพ่อปู่หันหน้าเข้ากำแพง ศรีษะขาด ข้อศอกด้านขวาแตก ส่วนรูปปั้นแม่ย่า ล้มลง ศรีษะขาดเช่นกัน ใกล้กันมีใบยูคาลิปตัส วางกองอยู่ ตอนนั้นตนตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมีคนมาทำแบบนี้ เลยโทรแจ้งผู้นำหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนที่จะแต่งขันธ์ 5 มาขอขมาเบื้องต้น

ดอนปู่ตาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คอยปกปักคุ้มครองชาวบ้านในหมู่บ้าน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ชาวบ้านมาขอมาบนบานศาลกล่าวก็ได้สมใจหวัง เช่น เจ็บไข้ได้ป่วยก็ขอให้หายป่วย ของที่หายก็ได้คืน เป็นต้น ตอนนี้ยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร และทำไปเพื่ออะไร หากโกธรกันทำไมไม่พูด ทำไมไม่มาบอก ทำไมมาทำกับสิ่งที่ชาวบ้านเคารพนับถือ สิ่งที่ชาวบ้านกราบไหว้ ชาวบ้านตอนนี้ก็ไม่สบายใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ต้องขอขมา ขออย่าให้พ่อปู่แม่ย่าถือโทษโกธรชาวบ้าน หากจะลงโทษก็ขอให้ลงโทษบุคคลที่ก่อเหตุ

สิ่งที่อยากจะบอกคนทำก็คือ อยากให้คิดให้สำนึกว่าสิ่งที่ทำมันไม่ถูกต้อง มันบั่นทอนจิตใจของชาวบ้านมาทำกับสิ่งที่ชาวบ้านเคารพนับถือหากเป็นไปได้ขออย่าได้ทำอีก – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

HOT and RAIN หลักปฏิบัติเมื่อเจอ‘วัตถุต้องสงสัย’ เช็คระยะปลอดภัย‘บึ้ม’ทุกรูปแบบ

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686941

HOT and RAIN หลักปฏิบัติเมื่อเจอ‘วัตถุต้องสงสัย’ เช็คระยะปลอดภัย‘บึ้ม’ทุกรูปแบบ

HOT and RAIN หลักปฏิบัติเมื่อเจอ‘วัตถุต้องสงสัย’ เช็คระยะปลอดภัย‘บึ้ม’ทุกรูปแบบ

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.55 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง แนะนำ HOT and RAIN หลักปฏิบัติเมื่อเจอวัตถุต้องสงสัย เช็คระยะปลอดภัยจาก ‘บึ้ม’ ทุกรูปแบบ

17 ตุลาคม 2565 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (โฆษก บช.ก.) กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานในสังกัด แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรม เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมรูปแบบต่างๆนั้น พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ตามนโยบาย “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน” จึงได้สั่งการให้ทีมงานประชาสัมพันธ์สอบสวนกลาง ดำเนินการตามนโยบาย ดังกล่าว

ทั้งนี้ ขอใช้โอกาสนี้ในการแนะนำให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ถึงขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเจอวัตถุต้องสงสัยในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งคำว่า “วัตถุต้องสงสัย” ในที่นี้ หมายความถึง วัตถุใดก็ตามที่มีเหตุน่าเชื่อได้ว่าอาจมี ระเบิด, ระเบิดแสวงเครื่อง หรือวัตถุอันตรายอื่น ๆ ที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัตถุระเบิดเข้าทำการตรวจสอบ โดยหน่วยงาน Cybersecurity and Infrastructure Security Agency ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในประเทศไทยได้ ดังต่อไปนี้

1. เมื่อเจอวัตถุต้องสงสัย ให้ตั้งสติ อย่าตื่นตระหนก

2. ห้ามจับ แกะ หรือเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว

3. แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยทันที

– หากเป็นสถานที่เอกชนหรือสถานที่ที่มีผู้รับผิดชอบดูแล เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ให้แจ้งข้อมูลให้กับผู้รับผิดชอบของสถานที่นั้น ๆ ก่อน

– หากสถานที่นั้นไม่มีผู้รับผิดชอบดูแล หรือไม่สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้ ให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หมายเลข 191 ทันที

– การแจ้งจะต้องระบุถึงรายละเอียดของวัตถุต้องสงสัย สถานที่ และอธิบายว่าเหตุใดวัตถุดังกล่าวถึงดูน่าสงสัย

4. ปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเส้นทางการอพยพ ที่เจ้าหน้าที่ หรือผู้รับผิดชอบดูแลสถานที่ดังกล่าว ให้คำแนะนำ

5. หากรู้สึกว่ากำลังจะได้รับอันตราย และยังไม่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ ให้ตั้งสติและอพยพออกจากพื้นที่ โดยการสร้างระยะห่างและสิ่งกำบังเพื่อป้องกันตนเองหากเกิดการระเบิด

6. ให้ระมัดระวังเพราะอาจมีภัยคุกคามหรือวัตถุต้องสงสัยอื่นอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

โดยการพิจารณาเบื้องต้นว่าเป็น “วัตถุต้องสงสัย” หรือไม่นั้น ให้ใช้หลักการ “HOT” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 H – Hidden “ถูกซุกซ่อนอยู่” โดยสิ่งของดังกล่าวถูกวางไว้ในจุดที่มองเห็นได้ยากหรือถูกซุกซ่อนไว้โดยมีเจตนาอำพรางไม่ให้มองเห็น

 O – Obviously Suspicious “น่าสงสัยอย่างชัดเจน” โดยพบสายไฟ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนที่คล้ายระเบิด อยู่ที่สิ่งของดังกล่าว

 T – Not Typical “ไม่ปกติ” โดยเป็นสิ่งของที่ปกติไม่ควรอยู่ในสถานที่ดังกล่าว หรืออยู่ในบริเวณที่หากมีการระเบิด จะเป็นอันตรายร้ายแรง

หากเชื่อว่าวัตถุดังกล่าวเป็นวัตถุต้องสงสัย ให้ดำเนินการตามหลัก “RAIN” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

R – Recognize “จำแนก” ว่าวัตถุดังกล่าวอาจเป็นวัตถุระเบิดหรือไม่ โดยดูจากสิ่งบ่งชี้ต่าง ๆ

A – Avoid “หลีกเลี่ยง” การสัมผัสวัตถุต้องสงสัย และรีบออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยทันที

I – Isolate “ออกห่าง” จากบริเวณที่พบวัตถุต้องสงสัยในระยะที่ปลอดภัยจากการระเบิด

N – Notify “แจ้งเหตุ” โดยจะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุต้องสงสัย และสถานที่ที่พบ

“สุดท้ายนี้ แม้ว่าเหตุระเบิดในประเทศไทยจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ถือเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างร้ายแรง พี่น้องประชาชนจึงควรที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในเมื่อเจอวัตถุต้องสงสัย เพื่อเป็นการสร้างสังคมที่ปลอดภัย และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนพบเห็นวัตถุต้องสงสัย ให้แจ้งให้ผู้รับผิดชอบสถานที่ดังกล่าวทราบโดยเร็ว หรือโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” โฆษก บช.ก. กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดท่องเที่ยว ‘บ้านน้ำแจ้งพัฒนา’ สัมผัสลมหนาว วิถีชีวิต ชมน้ำตกตระการตา

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686939

เปิดท่องเที่ยว 'บ้านน้ำแจ้งพัฒนา' สัมผัสลมหนาว วิถีชีวิต ชมน้ำตกตระการตา

เปิดท่องเที่ยว ‘บ้านน้ำแจ้งพัฒนา’ สัมผัสลมหนาว วิถีชีวิต ชมน้ำตกตระการตา

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.41 น.

ชาวเขาเผ่าม้งบ้านน้ำแจ้งพัฒนา หมู่บ้านเล็กๆใน อ.นครไทย ปีนี้เป็นปีแรก ที่พร้อมใจเปิดหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวสัมผัสวิถี ชมน้ำตกตระการตา กางเต้นท์กอดชมดาว ดูหมอกยามเช้า ที่อุณหภูมิหนาวเย็นตลอดทั้งคืน

17 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านน้ำแจ้งพัฒนา หมู่  15 ต.นาบัว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพิษณุโลก จำนวนกว่า  150 กิโลเมตร ในปีนี้ทางหมู่บ้าน นำโดยนายมนตรี วงศ์วิริยะชาติ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านได้เปิดหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของชนเผ่า และสัมผัสกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นที่จุดชมวิว 360 องศา ที่นักท่องเที่ยวสามารถนำเต้นท์มากาง นอนชมดาว และสัมผัสหมอกยามเช้า อุณหภูมิช่วงเช้าประมาณ 14-15 องศาเซลเซียล พร้อมกันนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งรถกระบะท่องเที่ยวของชาวบ้านไปชมน้ำตกห้วยกบทอง ที่สวยงาม น้ำไหลจากต้นน้ำผ่านชั้นหินน้อยใหญ่ สูงกว่า  20 เมตร จำนวน 9 ชั้น สวยงาม และน้ำตกนาคราช มีก้อนหิน มีรูปหัวงู จำนวน 3 หัว บางมุมก็สามารถมองได้  5 หัว หากมีน้ำเยอะ ก็จะดูเหมือนหัวงูโผล่จากธารน้ำไหล ทีเดียว ซึ่งน้ำตกทั้ง  2 แห่ง อยู่ด้านหลังหมู่บ้านนักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมได้อย่างสะดวก

โดยในการเปิดหมู่บ้านของชาวบ้านน้ำแจ้งพัฒนา ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกของที่นี่ ที่ต้องการให้นักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเที่ยวชมและสัมผัสอากาศหนาว เมื่อถึงฤดูหนาวทุกๆ ปี อุณหภูมิก็จะลดลงเหลือเพียงตัวเลขตัวเดียว โดยในครั้งนี้นายสมศักดิ์ เกี้ยวเกิด นายอำเภอนครไทย มาร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของชาวบ้านบ้านน้ำแจ้งพัฒนาในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีชาวบ้านต่างแต่งชุดชาวไทยภูเขาเผ่าม้งมาร่วมและเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

นายมนตรี วงศ์วิริยะชาติ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เดิมทีหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชายไทย ชาวบ้านก็จะทำนาปลูกข้าวไร่ ทำไร่ขิง ข่าว กระชาย ตามเขาในพื้นที่ที่จัดสรรไว้ แต่ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มีน้ำตกต่างๆ สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำห้วยกบทอง หรือ น้ำตกนาคราช ซึ่งเป็นน้ำตกต้นน้ำแม่น้ำแควน้อย จะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน ก็จะมีน้ำตกมากหน่อย ทำให้ในปีนี้จึงได้จัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยว โดยให้ชาวบ้านเป็นไกด์ชุมชน จำนวน 10 คน มาคอยบริการนักท่องเที่ยว พาเที่ยวชมธรรมชาติ รอบๆ หมู่บ้าน นอกจากนี้นักท่องเที่ยว ยังสามารถนั่งรถชาวบ้านชมนาข้าวแบบขั้นบันได และบ่อน้ำแจ้ง ซึ่งชาวบ้านถือว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน และสัมผัสวิถี วัฒนธรรม ชิมอาหารพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็นต้มซุปไก่ดำ น้ำพริกชาวม้ง การกินข้าวใหม่ เป็นต้น ซึ่งในช่วงแรกนี้นักท่องเที่ยว สามารถมานอนกางเต้นท์นอนชมธรรมชาติก่อน ทางหมู่บ้านยังไม่มีโฮมสเตย์บริการนักท่องเที่ยว แต่ใน  1-2 ปีทางชุมชน จะได้ร่วมพัฒนาและปรับบ้านเรือนให้เป็นโฮมสเตย์อีกครั้ง

ขณะที่การเดินทางมาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ วิถีของชนเผ่าของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งบ้านน้ำแจ้งพัฒนา หมู่  15 ต.นาบัว แห่ง นี้ ก็สามารถเดินจากพิษณุโลก – นครไทย  จาก อ.นครไทย เดินทางต่อมาที่ ต.นาบัว เข้าสู่เส้นทางภูขัด – บ้านน้ำแจ้งพัฒนา รวมระยะทางกว่า  150 กิโลเมตร โดยเส้นทางจากภูขัด – บ้านน้ำแจ้งพัฒนา นั้นจะเป็นลาดชันและมีขรุขระเป็นช่วงๆ  ในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาวนี้จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติและสัมผัสวิถีของชนเผ่า กันได้ โดยสามารถโทรศัพท์สอบถาม ได้ที่ 082-1626465 หรือ  0622644019

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาว 4 วัน นทท.ทะลัก’สะพานมอญ’กราบสรีระสังขาร’หลวงพ่ออุตตมะ’

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686938

หยุดยาว 4 วัน นทท.ทะลัก'สะพานมอญ'กราบสรีระสังขาร'หลวงพ่ออุตตมะ'

หยุดยาว 4 วัน นทท.ทะลัก’สะพานมอญ’กราบสรีระสังขาร’หลวงพ่ออุตตมะ’

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.35 น.

หยุดยาว 4 วันนักท่องเที่ยวทะลัก “สะพานมอญ” อำเภอสังขละบุรี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมใจใส่บาตรกราบสรีระสังขาร “หลวงพ่ออุตตมะ” คาดเงินสะพัดกว่า 20 ล้านบาท 

จากกรณี ครม.มีมติประกาศให้เดือนตุลาคม 2565 มีวันหยุดยาว 2 ช่วงสัปดาห์ สัปดาห์แรกคือช่วงระหว่างวันที่ 13-16 ต.ค.รวม 4 วันและช่วงสัปดาห์ที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค.65 รวม 3 วันจากประกาศดังกล่าวนั้นทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากระยะทางอยู่ห่างจากกรุงเทพฯแค่ 129 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาสามารถเดินทางไปกลับได้ แต่ระหว่างช่วงหยุดยาวระหว่างวันที่ 13-16 ต.ค.ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แล้วจะเดินทางมาพักค้างคืนมากกว่าที่จะเดินทางไปกลับภายในวันเดียว

อำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา มีระยะทางห่างจากตัวจังหวัดถึง 229 กิโลเมตร ถึงแม้นว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางนาน 3-4 ชั่วโมง ก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวแต่อย่างใด สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่สุด คือการได้สวมชุดพื้นเมืองของชาวมอญที่มีสันอันสดสวยไปร่วมกิจกรรมทำบุญใส่บาตรที่บริเวณเชิงสะพานฝั่งชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ หมู่ 2 ต.หนองลู จากนั้นเดินเที่ยวชมบรรยากาศสองฟากฝั่งของสะพานมอญมีสายน้ำแม่น้ำซองกาเรียที่ไหลลงสู่เขื่อนวชิราลงกรณเป็นฉากหลังที่สวยงามเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะบรรยากาศในยามเช้าตรู่และหัวค่ำ ทุกคนจะได้สัมผัสกับหมอกที่ลอยอยู่เหนือสะพานมอญและผิวน้ำท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย

จากนั้นล่องเรือปะทะหมอกไปตามทะเลสาบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อเที่ยวชมความงามและโยนเหรียญขอพรโบสถ์จมน้ำ ที่นักเที่ยวนิยมเรียกกันจนติดปากว่าเมืองบาดาล สำหรับโบสถ์จมน้ำหรือเมืองบาดาลนั้นถือว่าเป็นอันซีนและเป็นจุดเช็คอินแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากใครไม่ได้ไปชมบรรยากาศพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณโดยรอบโบสถ์จมน้ำ ชาวบ้านถือว่าไปไม่ถึงอำเภอสังขละบุรีด้วยเช่นกัน

สถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกสถานที่หนึ่งคือก่อนเดินทางกลับควรถือโอกาสไปเที่ยวชมความสวยงามของเจดีย์พุทธคยา และไปกราบสรีระสังขารพระราชอุดมมงคล หรือหลวงพ่ออุตตมะ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ที่บรรจุอยู่ในปราสาทชั้นสูง เพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว จากนั้นแวะไปเที่ยวชมเจดีย์สามองค์ ที่บริเวณชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา และหาซื้อของที่ระลึกไปฝากญาติพี่น้องและเพื่อนสนิท จากนั้นค่อยเดินทางกลับบ้าน

ทั้งนี้ น.ส.ณฐสิณี เต็งเที่ยง เจ้าของโรงแรมพรไพลิน ริเวอร์ไซด์ เปิดเผยว่า 3 ปีที่ผ่านมาอำเภอสังขละบุรีได้รับผลกระจากจากการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโควิด-19 ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาเป็นอย่างมาก แต่ในขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามาในพื้นที่ตามปกติ 

โดยช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 13-16 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักกันอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากอำเภอสังขละบุรีของเรา มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและยังมีความอุดมสมบูรณ์ มีทั้งทะเลสาบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ  มีน้ำตกอีกหลายแห่ง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบางรายมีการจัดกรรมทำทัวร์นำพานักท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกลบนสันหนอกวัวเป็นต้น โดยสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรวมทั้งชุมชนได้ปีละหลายร้อยล้านบาท ส่วนวันหยุดยาว 4 วันที่ผ่านมาคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทเลยทีเดียว 

ด้าน พ.ต.อ.ธนกร รอดเรือง ผกก.สภ.สังขละบุรี กล่าวว่า เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ ตร.สังขละบุรี จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่ ตชด.134 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวังกะ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จัดกำลังคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยและคอยแนะนำเส้นทางให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตามอยากจะฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงนักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีว่า ก่อนเดินทางขอให้แวะเติมน้ำมันในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรีให้เต็มถัง และเมื่อมาถึงอำเภอทองผาภูมิให้แวะเติมน้ำมันให้เต็มถังอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่อำเภอสังขละบุรีของเรามีปั๊มน้ำมันเพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากน้ำมันที่ปั๊มหมดท่านจะต้องเสียเวลารอคอยจนกว่ารถส่งนั้นจะถึงร่วม 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว” พ.ต.อ.ธนกร รอดเรือง ผกก.สภ.สังขละบุรี กล่าว
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัมผัสอากาศหนาว ‘ดอยอินทนนท์’ อุณหภูมิจะลดลงเหลือ 10 องศา นทท.คึกคัก

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686935

สัมผัสอากาศหนาว 'ดอยอินทนนท์' อุณหภูมิจะลดลงเหลือ 10 องศา นทท.คึกคัก

สัมผัสอากาศหนาว ‘ดอยอินทนนท์’ อุณหภูมิจะลดลงเหลือ 10 องศา นทท.คึกคัก

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.22 น.

อากาศหนาวมาเยือนเชียงใหม่ รับวันเปิดภาคเรียนของเด็กๆหลายโรงเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่ที่ทยอยเปิดภาคเรียนที่ 2 แล้ว เช้านี้ในตัวเมืองเชียงใหม่ 22 องศา ส่วนที่ยอดดอยอินทนนท์ 10 องศา เท่านั้นหยุดยาวที่ผ่านมายอดนักท่องเที่ยวมากกว่า 13,000 คน

ขณะที่ตามยอดดอยหลายแห่งเช้านี้อุณหภูมิลดลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์รายงานสภาพอากาศ และบรรยากาศการท่องเที่ยวมาว่า เช้านี้ทั้งที่ยอดดอยอินทนนท์ และที่กิ่วแม่ปานอุณหภูมลดลงมาอยู่ที่ 10.0 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอากาศหนาว และชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได่อย่างสวยงามเนื่องจากท้องฟ้าเปิดอากาศสดใส และมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะลดลงได้อกในช่วง 1-2 วันนี้

สำหรับยอดนักท่องเที่ยวช่วงวันหยดยาวติดต่อกัน 4 วันที่ผ่นมาพบว่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปยอดดอยอินทนนท์รวมแล้วกว่า 13,000 คนเลยทีเดียว โดยวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือว่ามีนักท่องเที่ยวมากที่สุดทั้งชาวไทยและต่างชาติรวม 4,278 คน

ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีอากาศเย็น และมีฝนบางแห่ง อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง”เนสาท” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นพายุไต้ฝุ่น คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีนและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม ตอนบนในช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. 65 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับอย่างรวดเร็วบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 21 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31 องศาเซลเชียส.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจ ‘คนไทย’ อ่านหนังสืออะไร? ท่ามกลาง ‘ภาวะโลกร้อน’

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686923

สำรวจ 'คนไทย' อ่านหนังสืออะไร? ท่ามกลาง 'ภาวะโลกร้อน'

สำรวจ ‘คนไทย’ อ่านหนังสืออะไร? ท่ามกลาง ‘ภาวะโลกร้อน’

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.26 น.

“ประเทศที่มีพลเมืองมีนิสัยรักการอ่าน จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสําคัญ เพื่อการพัฒนาบ้านเมืองให้ประสบผลสําเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว” 

เป็นคำกล่าวของ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในพิธีเปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 เพื่อสนับสนุนสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จําหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยในการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นางสาวทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จําหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวว่า งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ (Book Expo Thailand 2022) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Booktopia : มหานครนักอ่าน เพราะการอ่านคือจุดเริ่มต้นของการสร้างเมือง” โดยงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ระหว่างวันที่ 12-23 ตุลาคม 2565 บริเวณฮอลล์ 5-7 ชั้น LG 

ภายในงานนี้เราได้ทำการสำรวจการซื้อหนังสือของคนที่มาในงานพบว่า ส่วนใหญ่ที่มาซื้อหนังสือเป็นเด็กวัยรุ่นตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จนถึงระดับอุดมศึกษา โดยนิยมซื้อหนังสือการ์ตูน (y) และ นิยายการ์ตูน รวมทั้งนิยายแปลในสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลี รวมทั้งผู้อ่านยังคงเลือกซื้อหนังสือจากค่ายสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เช่น สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์, สำนักพิมพ์มติชน, สำนักพิมพ์อมรินทร์, ซีเอ็ด-บุ๊ค รวมทั้งค่าย “แกรมมี่” ที่หันมารุกตลาดวัยรุ่น โดยเน้นจำหน่ายของที่ระลึกที่มีนวัตกรรมและดีไซน์ต่อยอดอุตสาหกรรมการพิมพ์ผ่านบริษัทจีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ซึ่งการมาซื้อหนังสือในงานนี้เฉลี่ยการใช้จ่ายต่อคนอย่างต่ำ 300-400 บาท (ไม่รวมค่าเดินทางและค่าอาหาร) โดยทางผู้จัดงานตั้งเป้าว่า จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1.5 ล้านคน มีเม็ดเงินหมุนเวียนในงานกว่า 300 ล้านบาท

ส่วนหนังสือที่เจาะกลุ่มผู้ใหญ่ก็ยังได้รับความสนใจ อย่างเช่น หนังสือ “นักสู้ อานันท์” ของค่ายแปลนปริทัศน์ และ หนังสือที่เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น รวมถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็ยังได้รับความสนใจเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีบู๊ธของ “ตลท.” มาร่วมให้ความรู้ด้านการลงทุนภายในงานนี้ด้วย 

ขณะที่สถานการณ์ “ภาวะโลกร้อน” ที่ทำให้ทั่วโลกนั้นตื่นตัวในลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการยืดอายุของโลก โดยลดปัจจัยที่ทำให้โลกร้อนขึ้น เช่น การตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ NET ZERO ของภาคเอกชน ทำให้ผู้ซื้อหนังสือในปีนี้ส่วนหนึ่งเริ่มซื้อแผนที่ซึ่งมีนวัตกรรมด้านงานศิลปะ ทั้งที่เกี่ยวกับแผนที่ภูมิศาสตร์โลก ที่บอกถึงชั้นบรรยากาศ และ แผนที่การเดินทางในประเทศไทย โดยในส่วนของ “THINKNET Design Studio” ให้ข้อมูลว่า ยอดขายแผนที่ดีกว่างานมหกรรมหนังสือครั้งที่ผ่านมา และ มีจำนวนคนเดินชมงานมากขึ้น 

เช่นเดียวกับหนังสือ “โลกร้อนทะเลเดือด” ของอาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้รับความสนใจและมียอดสั่งจองในงาน จนเรียกว่า หนังสือตีพิมพ์มาขายทีหลัง แต่ยอดสั่งจองมาล่วงหน้าแล้ว รวมไปถึงหนังสือ “ทะเลไทย 325000 km2″ ก็ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อหนังสือเช่นเดียวกัน

ส่วนหนังสือที่มียอดขายดีอันดับหนึ่งของสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ คือ หนังสือเรื่อง “ศึกชิงพระคลังข้างที่ 2475” จากปล้นพระราชทรัพย์ ถึงคดีสวรรคต ร.8 เขียนโดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ซึ่งมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ รองลงมาคือหนังสือ “สถาบันกษัตริย์ ความจริงที่ถูกบิดเบือน” โดย ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ และพบว่าความนิยมของหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนในยุคนี้ยังเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยบ่งบอกผ่านการซื้อหนังสือภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ 

เพราะฉะนั้น งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 จึงเป็นอีกหนึ่งมหกรรมที่กระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี ซึ่งทิศทางของสายกรีนของคนเมืองก็ยังมาแรง แต่เน้นไปในแนวการซื้อนวัตกรรมใหม่ๆที่ต่อยอดจากอุตสาหกรรมหนังสือ และยังคงมีกลิ่นอายแห่งการรักธรรมชาติ รักษ์โลก รวมทั้งรักชาติ พุทธศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ยังอยู่ในใจหนอนหนังสืออย่างเหนียวแน่น 


ขอบคุณภาพประกอบ 
FB: THINKNET Design Studio, PUBAT และ 
FB: สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ และ MGR ONLINE 

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,697 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d