Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เจาะสูตรความสำเร็จ’น้ำพริกคุณชาย’ปั้นแบรนด์สร้างยอดขายในเซเว่นฯ

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686008

เจาะสูตรความสำเร็จ'น้ำพริกคุณชาย'ปั้นแบรนด์สร้างยอดขายในเซเว่นฯ

เจาะสูตรความสำเร็จ’น้ำพริกคุณชาย’ปั้นแบรนด์สร้างยอดขายในเซเว่นฯ

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.12 น.

เจาะสูตรความสำเร็จ’น้ำพริกคุณชาย’ปั้นแบรนด์สร้างยอดขายในเซเว่นฯ พลิกโฉมการตลาด-ระบบหลังบ้าน สู่ยอดผลิต 90,000 ชิ้นต่อเดือน

“น้ำพริกคุณชาย” แบรนด์น้ำพริกที่อยู่เบื้องหลังความอร่อยของมื้ออาหารจานโปรดมากว่า 19 ปี โดยมี รวีรัตน์ ลักษณวิสิษฐ์ เจ้าของนิตยาไก่ย่าง เป็นผู้ก่อตั้ง มาวันนี้ธุรกิจได้ถูกส่งไม้ต่อให้เจเนอเรชั่นที่ 2 อย่าง เบนซ์-ภเดช     กันตจินดา บุตรชายคนโตวัย 35 ปี ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจของครอบครัวและแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการทำงานที่เป็นบทพิสูจน์สำคัญ ด้วยการส่ง “น้ำพริกคุณชาย” เข้าสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้ในเวลาเพียง 6 เดือนกับองค์ความรู้ด้านการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับโมเดิร์นเทรดแบบนับ 1 สู่ยอดผลิต 90,000 ชิ้นต่อเดือน

ตั้งเป้าธุรกิจให้ชัด จัดลำดับการทำงาน

เบนซ์-ภเดช กันตจินดา กรรมการ บริษัท เนเจอร์ สไปซ์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “น้ำพริกคุณชาย” เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ “น้ำพริกคุณชาย” จะผลิตและจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด บริษัทดำเนินธุรกิจแบบ B2B และรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารเป็นหลักมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2546 โดยสินค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มน้ำพริกแกงมากกว่าน้ำพริกคลุกข้าว แต่เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาได้รับมอบหมายให้เข้ามารับช่วงต่อดูแลธุรกิจทางบ้าน จึงตั้งเป้าการทำงานไว้ว่า แบรนด์และสินค้าน้ำพริกคลุกข้าวจะต้องเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภครายย่อยให้มากกว่านี้ เพราะการที่แบรนด์เป็นที่รู้จักจะง่ายต่อการทำตลาด ประกอบกับการทำธุรกิจแบบ B2B และOEM สุดท้ายก็จะจบลงด้วยการแข่งขันด้านราคา ส่วนตัวไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เพราะจะส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

เมื่อได้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ในฐานะ SME ที่อยากเติบโตอย่างยั่งยืน จึงต้องหาช่องทางการทำตลาดและสร้าง แบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยช่องทางที่มองไว้เป็นอันดับแรกคือ การจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด  และตลาดโมเดิร์นเทรดแรกที่นึกถึงก็คือ เซเว่น อีเลฟเว่น เพราะมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่าย จึงเข้าไปขอรับคำปรึกษาจากทางทีมที่ปรึกษาของ เซเว่น อีเลฟเว่น โดยทางทีมให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด 

“ถือเป็นความท้าทายของเราอย่างมาก เพราะเดิมเราผลิตแบบ B2B และ OEM ไม่มีความรู้เรื่องการผลิตเพื่อทำตลาดโมเดิร์นเทรดเลย ดังนั้นเราจึงต้องจัดลำดับการทำงานให้ดี เริ่มจากศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำตลาดโมเดิร์น    เทรดใหม่ทั้งหมดแบบนับ 1  ตั้งแต่เรื่องระบบหลังบ้าน การจัดทำโครงสร้างราคา ความต้องการตลาด การออกแบบแพ็กเกจจิ้ง การเก็บรักษาสินค้า พัฒนามาตรฐานกระบวนการผลิตของโรงงานให้ดีขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพราะเดิมเราผลิตแบบบรรจุถุงจำหน่ายแบบครึ่งกิโลเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องเปลี่ยนมาบรรจุแบบกระปุก 40 กรัมและซองซิปล็อค โดยเราใช้เวลาศึกษาและพัฒนาร่วมกับทีมเซเว่น อีเลฟเว่น 6 เดือน จึงได้สินค้าตัวแรกคือ น้ำพริกเห็ดกรอบขี้เมาเจ จำหน่ายในช่วงเทศกาลเจ กับยอดผลิตสูงถึง 90,000 กระปุก ซึ่งลูกค้าก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี”

ใส่ใจในผลิตภัณฑ์  คัดสรรวัตถุดิบที่ดีจากกลุ่มเกษตรกร

น้ำพริกเห็ดกรอบขี้เมาเจ ถือเป็นหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของ “น้ำพริกคุณชาย” ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาผลิตทำให้ได้รสชาติที่ดี ตามปณิธานของคุณแม่ที่ว่า “อาหารที่ดีต้องมาจากวัตถุดิบชั้นเลิศเท่านั้น” ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดที่เรานำมาใช้ผลิตสินค้า เราคัดสรรมาจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เช่น เรารับซื้อปลาดุกอุยจากฟาร์มที่ จ.สุพรรณบุรี มะกรูดจาก จ.นครสวรรค์ ข่า-ตะไคร้-พริกสดจาก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น คิดรวมแล้วเป็นจำนวนกว่า 20-25 ตันต่อปี คิดเป็นรายได้ที่เกษตรกรได้รับประมาณ 10-12 ล้านบาทต่อปี 

ปัจจุบันเรามีสินค้าจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งสิ้น 4 รายการได้แก่ น้ำพริกปลาดุกฟูผัดฉ่า น้ำพริกปลาดุกฟูผัดพริกขิง น้ำพริกนรกตาแดง และน้ำพริกเห็ดกรอบคั่วพริก รวมถึงอีก 4 รายการน้ำพริกคลุกข้าวเจ (จำหน่ายเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ) คิดเป็นยอดการผลิตและจัดจำหน่ายต่อเดือนที่ 90,000 ชิ้น สร้างยอดขายให้บริษัทในปี 2564 จำนวน 20 ล้านบาท คาดว่ายอดขายจะเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ตามการแตกไลน์สินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้รับการตอบรับที่ดีคือ เราสามารถรักษารสชาติของน้ำพริกให้มีความสม่ำเสมอ ความสะอาดถูกหลักอนามัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง และต้องไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เช่น ในช่วงที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เราต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ไม่กระทบกับผู้บริโภคหรือกระทบให้น้อยที่สุด โดยการหันมาดูระบบการจัดการหลังบ้านตั้งแต่กระบวนการรับซื้อ กระบวนการผลิตต้องลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด”

สร้างความต่าง ติดอาวุธความรู้ สู่การเติบโต 

นอกจากเรื่องคุณภาพวัตถุดิบแล้ว ต้องเข้าใจและศึกษาความต้องการของผู้บริโภคอย่างละเอียด เพื่อสร้างความต่างให้กับตัวสินค้า เพราะตลาดน้ำพริกคลุกข้าวเป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เพราะเป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะตลาดสดหรือตลาดโมเดิร์นเทรด ความต่างของสินค้าระหว่างน้ำพริกคุณชายและคู่แข่งที่เห็นได้ชัดคือ ราคาไม่แพง ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ดีต่อสุขภาพ เพราะผลิตจากวัตถุดิบชั้นดีที่คัดสรรมาแล้ว รวมทั้งยังมีรสสัมผัส และเนื้อสัมผัสที่ไม่เหมือนใครอย่าง น้ำพริกนรกตาแดง ซึ่งเป็นสินค้าขายดี เนื้อสัมผัสที่ไม่เหนียว ไม่กระด้าง รสชาติกลมกล่อม แซ่บแบบไม่แสบท้อง หรือน้ำพริกเห็ดกรอบคั่วพริก ก็จะหอมพริกขี้หนูคั่ว รสชาติจัดจ้านถึงใจ แต่ไม่อมน้ำมัน

“พฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันถามหาสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เราก็ต้องผลิตสินค้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า หากเรายังไม่มีข้อมูลการตลาดที่มากพอ ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่มีบริการให้กับ SME เพราะข้อมูลทางการตลาดเปรียบเสมือนอาวุธที่จะช่วยให้ต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ ซึ่งเราเองก็ได้รับคำแนะนำที่ดีจากทีม เซเว่น อีเลฟเว่น ในทุกด้านตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้เราแข็งแรงได้อย่างทุกวันนี้”

แม้ไม้ต่อรุ่นที่ 2 อย่าง เบนซ์-ภเดช กันตจินดา จะเริ่มจากการนับหนึ่งในตลาดโมเดิร์นเทรด แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ทำให้ในวันนี้ “น้ำพริกคุณชาย” เป็นที่รู้จักในตลาดโมเดิร์ดอย่างที่ตั้งใจ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของเบนซ์ และเป้าหมายต่อไปที่เบนซ์ฝากทิ้งท้ายไว้ก็คือการนำ “น้ำพริกคุณชายสู่ตลาดโลก” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งงเลย! ขี้เมาไม้ตีหัวกันเลือดอาบ พอเจอตำรวจกลับโผเข้ากอดหอมแก้มบอกรักกัน

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686002

งงเลย! ขี้เมาไม้ตีหัวกันเลือดอาบ พอเจอตำรวจกลับโผเข้ากอดหอมแก้มบอกรักกัน

งงเลย! ขี้เมาไม้ตีหัวกันเลือดอาบ พอเจอตำรวจกลับโผเข้ากอดหอมแก้มบอกรักกัน

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.26 น.

เมื่อเวลา 01.00 น.คืนวันที่ 11 ต.ค.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยเขาพระตำหนัก 5 เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ มีเลือดไหลอาบใบหน้า ข้างกันพบนายบี (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ทั้งคู่อยู่ในอาการมึนเมาสุรา ส่งเสียงเถียงกันไปมาเอะอะโวยวาย ด่าทอกันอุตลุด โดยนายเอ เล่าว่าถูกนายบี ตีจนศีรษะแตก ส่วนนายบี พยายามเถียงว่าถูกนายเอตีก่อน จึงสวนกลับจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกลุ่มผู้บาดเจ็บ ประกอบด้วยนายเอ นายบี และ น.ส.จี (นามสมมุติ) นั้นเป็นกลุ่มคนเร่ร่อน ไม่มีที่พัก จะอาศัยอยู่ในเพิงข้างทางมุงด้วยเศษผ้าไวนิล ด้านข้างยังพบถุงขยะ ขวด เศษไม้ วางเกะกะเกลื่อนพื้น และริมข้างทาง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนไปโรงพัก ทั้งสองคนกลับแสดงท่าทีเข้ามาขอโทษและโอบกอด หอมแก้ม บอกรักกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่สร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวทั้งคู่ไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ประเพณีชักพระตำบลดอน’คึกคัก! สืบทอดประเพณีอันดีงาม

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685979

'ประเพณีชักพระตำบลดอน'คึกคัก! สืบทอดประเพณีอันดีงาม

‘ประเพณีชักพระตำบลดอน’คึกคัก! สืบทอดประเพณีอันดีงาม

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.56 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงาน “ประเพณีชักพระตำบลดอน” ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสำคัญของการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม การสืบทอดประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การตกแต่งเรือพระให้สวยงามด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นการแสดงวัฒนธรรมอันดีงามและแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี และปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในพื้นที่ของประชาชนตำบลควน และตำบลบ้านนอก เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีของท้องถิ่น และสืบทอดพระพุทธศาสนา

ซึ่งความสำเร็จของงานฯ เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมพลังของทุกๆ ภาคส่วน โดยมีพุทธศาสนิกชน ร่วมกับวัดต่างๆ ในตำบลบ้านดอน และใกล้เคียงของอำเภอปะนาเระจังหวัดปัตตานี ชักเรือพระเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมเรือพระ และมีพิธีทางศาสนา โดยประธานจุดเทียนธูป บูชาพระรัตนตรัย ตักบาตร (ข้าวสุก) ถวายดอกไม้ธูปเทียน ถวายเครื่องไทยธรรม ซึ่งมีพี่น้องประชาชนของอำเภอปะนาเระเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายตำบลก็ได้ร่วมการจัดกิจกรรมชักพระด้วยเช่นกัน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งตรงจาก‘เมืองลุง’ ปชช.ส่องเลขเด็ดลูกประทัด‘หัวเรือพระ’

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685983

ส่งตรงจาก‘เมืองลุง’ ปชช.ส่องเลขเด็ดลูกประทัด‘หัวเรือพระ’

ส่งตรงจาก‘เมืองลุง’ ปชช.ส่องเลขเด็ดลูกประทัด‘หัวเรือพระ’

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.55 น.

ส่งตรงจาก‘เมืองลุง’ ปชช.ส่องเลขเด็ดลูกประทัด‘หัวเรือพระ’

11 ตุลาคม 2565 ที่บริเวณหน้าตลาดพงศ์ทรัพย์บางแก้ว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง นางสาวสุภาสินี คงเลี่ยม นักธุรกิจสาวเจ้าของตลาดพงศ์ทรัพย์ จัดงานสืบสานประเพณีชักพระแข่งโพนบางแก้ว ครั้งที่ 1 โดยมีเรือพระตามวัดต่างๆใน อ.บางแก้ว ส่งเรือพระและขบวนนางรำเข้าร่วมกันมากมาย สร้างความสนุกสนานให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน

ทั้งนี้ ประชาชนทุกหมู่บ้านได้ออกมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทางตลาดจัดให้มีพิธีพระ ต่อด้วยการทำบุญตักบาตรรับน้ำพระพุทธมนต์ตามเรือพระของวัดต่างๆ และที่ประชาชนต่างสนใจกันมากนั้นคือเลขเด็ดของลูกประทัดที่หัวเรือพระ คือ เลข 93 และ 581 ทุกคนหวังเป็นเลขเด็ดในงวดวันที่ 16 ต.ค.ที่จะถึงนี้

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิจิตรงดงาม! ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง’วัดราชบูรณะ’ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685981

วิจิตรงดงาม! ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง'วัดราชบูรณะ' สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

วิจิตรงดงาม! ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง’วัดราชบูรณะ’ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.49 น.

หลังจากกรมศิลป์เข้าบูรณะอุโบสถของวัดราชบูรณะ เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นเสียหายเกือบทั้งหมด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งทางกรมศิลป์ได้ทำการบูรณะเป็นที่เรียบร้อยทาง วัดราชบูรณะจึงเกิดอุโบสถให้ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ากราบไหว้องค์หลวงพ่อทองขาว และชมภาพจิตรกรรม ได้ พร้อมกันนี้เตรียมปิดทององค์หลวงพ่อทองขาวใหม่

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางวัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้เปิดอุโบสถ หลวงพ่อทองขาว ให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ากราบไหว้องค์หลวงพ่อทองขาว และชมภาพจิตรกรรม สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ หลังจากทางกรมศิลป์ได้ทำการบูรณะภาพจิตรกรรมเกือบทั้งหมดที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ต้นเพลิงมาจากบริเวณโต๊ะหมู่บูชาหน้าพระประธานหลวงพ่อทองขาว ซึ่งส่งผลให้ควันไฟไหม้ภาพจิตรกรรมฝาผนังได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด โดยทางกรมศิลปากรได้ใช้เวลาร่วม 1 ปี ในการบูรณะจาเป็นที่เรียบร้อยกลับมาอยู่ในสภาพดังเดิม

ซึ่งพระอุโบสถวัดราชบูรณะเป็นโบราณสถานเก่าแก่สมัยสุโขทัยตอนปลาย ส่วนจิตรกรรมฝาผนังที่มีอายุตั้งแต่ช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ.2479 บูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะ ปี 2528 บูรณะวิหารหลวง ปี พ.ศ.2530 และปี พ.ศ.2533 บูรณะเจดีย์หลวง สำหรับภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถหลวงพ่อทองขาว บอกเรื่องพระพุทธประวัติ เรื่องรามเกียรติ์ได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีภาพฝาแฝดอินจัน ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีกด้วย

พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ กล่าวว่า ทางกรมศิลปากร ได้ทำการซ่อมแซมจิตรกรรมฝาพนัง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เสร็จแล้ว และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว และประชาชนมาเที่ยวชมและศึกษาภาพวาดในสมัยยุคเก่าแก่ ได้เหมือนเดิม ซึ่งหลังจากนี้ทางวัดจะทำการปิดทองหลวงพ่อทองขาว ให้เป็นสีเหลืองทอง หากพุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญปิดทองหลวงพ่อทองขาว ก็สามารถทำบุญกันได้ที่วัดราชบูรณะ เช่นกัน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ่งใหญ่สวยงาม! 8 วัด 2 สำนักสงฆ์ จัดประเพณี’ชักพระ’สืบทอดวัฒนธรรม

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685972

ยิ่งใหญ่สวยงาม! 8 วัด 2 สำนักสงฆ์ จัดประเพณี'ชักพระ'สืบทอดวัฒนธรรม

ยิ่งใหญ่สวยงาม! 8 วัด 2 สำนักสงฆ์ จัดประเพณี’ชักพระ’สืบทอดวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.41 น.

ยิ่งใหญ่สวยงาม! 8 วัด 2 สำนักสงฆ์ จัดประเพณีชักพระหรือลากพระ สืบทอดวัฒนธรรมวันออกพรรษา อายุกว่า 100 ปี

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเติม เรณุมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานจัดงานชักพระหรือลากพระ โดยมี นายณรงค์ หนูเนียม นายอำเภอคุระบุรี นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพังงา พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนใน อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งมี 8 วัด 2 สำนักสงฆ์ ร่วมประเพณีชักพระหรือลากพระในวันออกพรรษา ไปตามชุมชนและถนนสายต่างๆ โดยมีการประดับตกแต่งรถบุษบก หรือเรือพระ หรือพนมพระ ที่ใช้สำหรับงานประเพณีชักพระอย่างสวยสดงดงาม เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางที่กำหนด ให้ผ่านชุมชนและย่านการค้า เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ถวายสักการะ และร่วมบำเพ็ญบุญ ตามธรรมเนียมและประเพณีปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล อายุกว่า 100 ปี ให้เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชุมชน ซึ่งจะกระทำกันในช่วงเทศกาลออกพรรษา อันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง

สำหรับประเพณีชักพระออกพรรษา จัดขึ้นเพื่อนเป็นการแสดงออกซึ่งความยินดี ในการถวายการต้อนรับพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จกลับจากสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ ตามคติความเชื่อที่ปรากฏในทางพระพุทธศาสนา ประเพณีชักพระนี้ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความสามัคคีสมานฉันท์ภายในชุมชน เนื่องจากราษฎรจะออกมาช่วยกันสละเวลาในการประดับตกแต่รถพระ ซึ่งต้องใช้ทั้งเงิน และแรงงานจำนวนมาก กว่าจะสำเร็จออกมาเป็นรูปร่างสวยงามเช่นนี้ จากนั้นในวันลากพระผ่านไปตามชุมชนต่างๆ ก็จะมีการร่วมร้องรำทำเพลงไปตามขบวนลากพระตลอดทั้งวัน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดมิติใหม่! ลูกค้านั่งกินก๋วยเตี๋ยว แช่น้ำแถมฟรี‘สปาปลา’

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685969

เปิดมิติใหม่! ลูกค้านั่งกินก๋วยเตี๋ยว แช่น้ำแถมฟรี‘สปาปลา’

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 20.29 น.

ต้องบอกว่าช่วงนี้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมหนักรวมทั้ง จ.นครปฐม เช่นเดียวกัน โดยผู้ใช้ติ๊กต็อก @somyot100 ได้โพสต์คลิปขณะนั่งรับประทานอาหารที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าจิตร หน้าวัดบางพระที่อยู่ข้างวัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่มีน้ำท่วมเข้ามาถึงในร้าน แถมมีปลาว่ายอยู่เต็มไปหมด โดยลูกค้าที่มานั่งกิน ต้องแช่เท้าอยู่ในน้ำ สร้างอรรถรสให้กับผู้ที่อยู่ในร้านเป็นอย่างมาก โดยผู้โพสต์เขียนแคปชั่นว่า “ก๋วยเตี๋ยว+ปลา น้ำท่วมก็ยังขาย”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7152740963432140058?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F685969

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มยึดอาชีพ ‘ตีผึ้ง’ ขายน้ำผึ้งขวดละ 350 บาท รายได้งาม

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685945

หนุ่มยึดอาชีพ 'ตีผึ้ง' ขายน้ำผึ้งขวดละ 350 บาท รายได้งาม

หนุ่มยึดอาชีพ ‘ตีผึ้ง’ ขายน้ำผึ้งขวดละ 350 บาท รายได้งาม

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.45 น.

9 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงนี้เป็นฤดูฝนมีฝนตกติดต่อกัน ทำให้อากาศเย็นร่มรื่นต้นไม้พืชผลต่างๆพากันผลิดอกออกใบ ส่งผลให้ผึ้งหลวงหรือผึ้งป่าพากันออกหากินเกสรดอกไม้ และสร้างรัง 

นายทองอยู่ หมั่นคิด อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 1/48 ถนนวัดลี  ต.เวียง  อ.เมือง  จ.พะเยา กล่าวว่าตนเองเป็นพราน ล่าผึ้งหรือตีรังผึ้ง โดยจะออกหารังผึ้งพร้อมกับเพื่อนจะออกสำรวจหารังผึ้งไปตามพื้นที่มีต้นไม้เล็กใหญ่ทั้งในป่าไม้ และตามต้นไม้พื้นที่มีผึ้งทำรัง อยู่เมื่อพบรังผึ้งก็จะทำการตีเอารังผึ้งโดยมีวิธีขั้นตอนการตีรัง ผึ้ง เพื่อเอาตัวอ่อนในรังผึ้งและน้ำผึ้ง นำมากินและขายสร้างรายได้ เดือนละหลายพันบาท โดยน้ำผึ้งจะขายขวดละ 350 บาท   สำหรับการหารังผึ้งในช่วงนี้จะมีเยอะเพราะว่าเป็นช่วงฤดูฝนทำให้ฝูงผึ้งพากันออกหากินง่าย มากกว่าฤดูอื่น หากใครสนใจจะให้ไปตีรังปึ้งหรือไล่ผึ้ง และต้องการน้ำผึ้งแท้ติดต่อ เบอร์โทร  086-4600951
.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความหวั่นไหวของพระโสดาบันยังมีอยู่บ้าง แต่พระโสดาบันก็มีความอิ่มใจ’

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685942

'ความหวั่นไหวของพระโสดาบันยังมีอยู่บ้าง แต่พระโสดาบันก็มีความอิ่มใจ'

‘ความหวั่นไหวของพระโสดาบันยังมีอยู่บ้าง แต่พระโสดาบันก็มีความอิ่มใจ’

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.37 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ตอนที่ ๖ อารมณ์พระโสดาบัน (๑)

สำหรับเวลานี้ ท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานพระกรรมฐานแล้ว ศัพท์ว่า อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจัจชามิ ซึ่งแปลว่า ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับท่านนักปฏิบัติเพื่อความดี จะเป็นพระก็ตาม เป็นเณรก็ตาม อุบาสกหรืออุบาสิกาก็ตาม จำถ้อยคำนี้ไว้ให้มันดี จำแล้วจิตก็ต้องคิดต้องทำตามด้วย

คำว่า มอบกายถวายชีวิต นั่นหมายถึงว่า ยอมรับนับถือคำสั่งและคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

คำสั่งก็ได้แก่ศีล คือวินัยก็ดี ศีลก็ดี เป็นคำสั่งที่พระพุทธเจ้าทรงให้ละเว้นจากความชั่วเบื้องต้น อันนี้ขอบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน ทั้งภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ตั้งใจไว้ให้มั่นว่า ถ้าเราละเมิดศีล มันเป็นของไม่ดี เป็นปัจจัยให้เกิดความเร่าร้อน

อีกประการหนึ่ง รากเหง้าของกิเลส ได้แก่ ความรักใน รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสก็ดี หรือว่า ความโลภ โลภอยากจะมีทรัพย์สิน เพิ่มพูนทรัพย์สินให้มากมายก็ดี ความโกรธ ความพยาบาทจองล้างจองผลาญซึ่งกันและกันก็ดี หรือว่า หลงตัว เราจะไม่ตาย หลงตัวเราเป็นคนดีไม่ใช่คนเลวก็ดี สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงให้เราละเสีย

ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายที่ประกาศตนว่า อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจัจชามิ ซึ่งแปลเป็นใจความว่า ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงพยายามอดกลั้น ความรักในระหว่างเพศ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ความโลภ อยากจะร่ำรวย ความโกรธ ความหลง

คำว่า อดกลั้น นี่หมายความว่า ทำจิตให้เป็นสมาธิ ได้แก่อารมณ์เป็นฌาน ฌานโลกีย์มีอำนาจแค่อดกลั้นเท่านั้น อันดับต่อไปเมื่ออดกลั้นได้แล้ว ก็พยายามห้ำหั่นกิเลสทั้ง ๓ ประการ ที่มีอยู่ ๔ ข้อนี่

ราคะกับโลภะ มีสภาพอันเดียวกัน ที่ผมพูดแยกออกไปก็เพื่อความเข้าใจเท่านั้นพยายามห้ำหั่นให้มันหมดสิ้นไป จงทำตัวทำใจให้ประกอบไปด้วยความสุขในด้านของความดี หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะไม่ลืมบทข้อนี้ คือว่าแทนที่เราจะว่าเป็นประเพณีน่ะมันเสียเวลาเปล่า

ชีวิตของเราล่วงไปๆ ทุกวันๆ มันใกล้ความตายเข้ามาทุกที ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายจงทรงไว้ซึ่งความดี สิ่งใดที่มันชั่วมาแล้วก็ให้มันแล้วกันไป อย่ารื้อฟื้นคืนมันขึ้นมา เพราะความชั่วมันเป็นปัจจัยของความทุกข์ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้ประณามท่านใดท่านหนึ่ง เพราะขึ้นชื่อว่าคน ที่เกิดมาในโลกนี้ ที่ไม่เคยทำความชั่วไม่มี

เวลานี้เราเข้ามาอยู่ในเขตขององค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเขตของความดี เราก็ควรทรงความดีให้เต็มภาคภูมิ นี่อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่นักปฏิบัติที่จะทำได้ดีจริงๆ น่ะ เขาไม่ลืมคำนี้ ให้คำนี้มันก้องอยู่ในจิตทุกเวลา

ในเมื่อมันก้องแล้วค่อยๆ จับจริยาอารมณ์ของจิตว่ามันชั่วตรงไหน จิตจะมีความรักในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสหรือเปล่า จิตเรามีความโลภหรือเปล่า จิตเรามีความโกรธ ความพยาบาท จองล้างจองผลาญบุคคลอื่นหรือเปล่า จิตเรามีความหลงในความประพฤติชั่วของในตัวของเราที่เข้าใจว่าเราประพฤติดีหรือเปล่า

ทุกวันนี้เราคอยจับดูอารมณ์ของจิต ตามพระบาลีที่กล่าวว่า อัตตนา โจทยัตตานัง ซึ่งแปลเป็นใจความว่า จงกล่าวโทษโจทย์ความผิดตนเองไว้เสมอ อันนี้เราคิดหรือเปล่า หรือคิดว่าเราดี ถ้าเราคิดว่าเราดีเมื่อไหร่ เราก็เลวเมื่อนั้น

ต่อแต่นี้ไปก็จะพูดถึงอานาปานุสสติกรรมฐาน เวลานี้เรากำลังศึกษาอานาปานุสสติกรรมฐาน และสิ่งที่ผมพูดมาแล้วเมื่อสักครู่นี้ที่ผ่านมา มันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า บางท่านจะคิดว่ามันไม่เกี่ยวไม่ข้องกันเลย แต่ความจริงมันเกี่ยว มันเกี่ยวตรงไหน

เกี่ยวตรงที่ว่าถ้าเราทรงอานาปานุสสติกรรมฐานได้กรรมฐานนี้มีนิมิตเครื่องหมายโดยเฉพาะลมหายใจเข้าออก และลมหายใจเข้าออกนี้ ส่วนมากคนเราเกิดมาแล้วไม่ได้สนใจกับลม เพราะว่าร่างกายมันทำงานของมันเป็นปรกติ

ถ้าหากว่าเราไปสนใจกับลม ถ้ารู้ลมเข้าลมออกอยู่เป็นปรกติ อารมณ์แห่งความหลงในกามคุณ ๕ มันก็ไม่มี อารมณ์ความหลงไปในเรื่องของความโลภ มันก็ไม่มี จะหลงอยู่ใน ความโกรธ ความหลง มันก็ไม่มี เพราะจิตมันติดงาน คือรู้ลมเข้าลมออก เป็นอันว่าจิตของท่านเป็นฌานสมาบัติ เมื่อฌานสมาบัติเกิดขึ้น ปัญญามันก็เกิด

ขอได้โปรดทราบ ที่ไม่สามารถจะทำปัญญาให้ดีขึ้นได้ เพราะใจของท่านไม่เป็นสมาธิ ปัญญาที่มันดีขึ้นได้มีอะไร ที่เราจะรู้ว่าปัญญาดีปัญญาชั่ว ก็เอาจิตของเราเข้าไปวัดกับอารมณ์ของพระโสดาบัน

ความจริงเรื่องนี้ เราพูดย้ำกันไปย้ำกันมา ฟังกันทุกวัน ผมเห็นว่าเป็นของไม่ยากสำหรับคนดี แต่เป็นของหนักสำหรับคนเลว โปรดจำไว้ด้วยว่าคำว่าพระโสดาบันเป็นของไม่ยาก

เมื่อวันก่อนที่ผ่านมาก็ได้พูดเรื่องของพระโสดาบัน วันนี้เราย้อนถอยหลังไปสักนิดหนึ่งว่าเวลานี้เราทรงความเป็นพระโสดาบันได้แล้วหรือยัง หรือว่าจิตของเรายังวุ่นวายอยู่กับความชั่ว คนที่มีอารมณ์จิตไม่วุ่นวายกับความชั่ว นั่นก็คือ พระโสดาบัน

พระโสดาบันมีอะไร

– นึกถึงความตายเป็นอารมณ์

– มีความเคารพในพระพุทธเจ้า เคารพในพระธรรม

– เคารพในพระอริยสงฆ์ โดยไม่สงสัยในคำสั่งสอนของท่าน

– มีศีล ๕ บริสุทธิ์

– จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์

ยอมรับนับถือกฎของธรรมดามากขึ้น หมายความว่าความหวั่นไหวในโลกธรรม ๘ ประการมีน้อย ใครเขาจะด่าจะว่าก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ใครเขาจะชมก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา อะไรก็ตามมันมาก็ธรรมดาไปหมด ความหวั่นไหวของพระโสดาบันยังมีอยู่บ้าง แต่ว่าพระโสดาบันก็มีความอิ่มใจ ที่คิดว่าเราเกิดแล้วในชาตินี้ไม่เสียทีเกิด เราสามารถจะรวบรวมความดีไว้ได้ คือ หนึ่งสักกายทิฐิแบบเบา ก็ได้แก่ ไม่เมาในชีวิต คิดว่าเราจะต้องตาย

เมื่อเราจะต้องตายก็ต้องหาทางสร้างความดี ใช้ปัญญาพิจารณาคำสอนขององค์สมเด็จพระชินสีห์ จนกระทั่งมีความเข้าใจไม่สงสัย อย่างนี้เรียกว่า เคารพในพระพุทธเจ้า เคารพในพระธรรม เคารพในพระสงฆ์

เมื่อไม่สงสัยก็ตัดใจตรงลงเฉพาะด้านของความดี คือ มีศีลบริสุทธิ์ เฉพาะฆราวาสมีศีล ๕ บริสุทธิ์ สามเณรมีศีล ๑๐ บริสุทธิ์ พระมีศีล ๒๒๗ บริสุทธิ์

จิตมีความรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ คิดไว้อย่างเดียวว่าตายคราวนี้จุดที่เราจะพึงไปนั่นคือเราต้องการพระนิพพาน

อารมณ์ขั้นต้นของพระโสดาบันเพียงเท่านี้ มันยากนักหรือ ความจริงสำหรับคนชั่วยาก สำหรับคนดีไม่ยาก เพราะว่าคนชั่วน่ะจะสอนยังไงก็ตามก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ ฟังแล้วก็ฟังเฉยๆ มีความทะนงตนคิดว่าตนเป็นคนดีเป็นปรกติ ไม่ได้มองความชั่วของตัว

สำหรับการที่เราจะทำให้ศีลบริสุทธิ์ นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ไม่สงสัยในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทำยังไง

เวลานี้เราเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน เราก็ต้องไม่ไปสนใจกับอะไร ใช้อานาปานุสสติกรรมฐานเป็นวิปัสสนาญาณเครื่องควบคุม อานาปานุสสติ ได้แก่การนึกถึงลมหายใจเข้าหายใจออก ถ้าจะภาวนาก็ภาวนาว่าพุทโธ เวลาหายใจเข้านึกว่าพุท เวลาหายใจออกนึกว่าโธ นี่เป็นความต้องการของเราที่จะสร้างความดี

ขณะที่เราภาวนาว่าพุทโธ เพื่อรู้ลมหายใจเข้าออก ปัญญามันเกิด ทำไมจึงว่าปัญญาเกิด ก็เพราะจิตเป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิ ปัญญามันก็เกิด ถ้าปัญญาของพวกท่านทั้งหลายไม่เกิด ก็แสดงว่าจิตของท่านไม่มีสมาธิ

ท่านจะถามผมว่า จิตเป็นสมาธิอันดับไหนปัญญาจึงเกิด ก็ต้องขอตอบว่า ตั้งแต่ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ไม่ว่าสมาธิจุดไหน ปัญญาเกิดทั้งหมดนี้ ถ้าปัญญาเราไม่เกิด ก็แสดงว่าจิตไม่เป็นสมาธิ อันนี้ต้องจำไว้ครับ

การศึกษามีวัดเราแห่งเดียวที่รับฟังคำสอนเป็นปรกติ แต่ทว่าเป็นที่น่าเสียดายอยู่นิดหนึ่ง บางทีเรารับคำสอนกันมากเกินไป จนกระทั่งมีใจหยาบไม่มีความรู้สึกละอายในความชั่ว คือถ้าอารมณ์ใดๆ ถ้ามันเป็นความชั่วมีอยู่ล่ะก็ นึกถึงตรงนี้นะครับ นึกว่าเราเลวจริงๆ นะ

เหมือนกับปลาที่อยู่ในน้ำแต่ไม่รู้คุณของน้ำ นกที่จับอยู่กับต้นไม้ก็ไม่รู้คุณของต้นไม้ ว่าต้นไม้เป็นที่อาศัยให้ความสุขสำหรับนก น้ำเป็นที่อาศัยให้ความสุขสำหรับปลา แต่นกกับปลาก็มีจิตหยาบ มีจิตเลว ไม่ได้รู้สึกถึงคุณของต้นไม้และน้ำ ฉันใด

สำหรับคนที่มีจิตเลวก็เช่นเดียวกัน อยู่กับคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังเป็นปรกติ แต่ว่าไม่สามารถจะทำจิตเป็นสมาธิไม่สามารถจะทรงความเป็นพระโสดาบันได้ ก็รู้สึกว่าจะเป็นที่น่าหนักใจถ้าพูดตามประสาชาวบ้านก็เรียกว่าเลวเต็มที ความเป็นพระไม่มีความหมาย ความเป็นเณรไม่มีความหมาย ความเป็นอุบาสกอุบาสิกาไม่มีความหมาย

เรามาพูดถึงคนที่มีปัญญา เวลาเขาจับลมหายใจเข้าหายใจออก เขาก็จะนั่งคิดว่าร่างกายของเราที่ทรงอยู่ได้ก็เพราะอาศัยผัสสาหาร อาหารคือลมหายใจเข้าหายใจออกเป็นสำคัญ สำหรับกวฬิงการาหาร อาหารคือคำข้าวก็มีความสำคัญ มโนสัญญเจตนาหาร อาหารที่เราต้องการตามอารมณ์ของใจก็มีความสำคัญ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือลมหายใจ ถ้าเราหายใจเข้าแล้วเราไม่หายใจออกมันก็ตาย หายใจออกแล้วเราไม่หายใจเข้ามันก็ตาย นั่งมองดูชีวิตตามความเป็นจริง ว่าความตายนี่มันอยู่ที่ปลายจมูกของเราเท่านั้น มันไม่ได้อยู่ที่ไหน วันเวลาที่มันจะตายบอกไม่ได้ว่าเมื่อไรกันแน่ นี่เราจะปล่อยชีวิตของเราตอนนี้ให้มันตายไปโดยการไร้ประโยชน์ จนไม่สร้างความดี มันจะเป็นการสมควรมั้ย

การที่เราไม่สร้างความดี เราสร้างความชั่ว มันก็เป็นปัจจัยของความทุกข์ ในเมื่อชาตินี้เราทุกข์ ชาติหน้าเราจะสุขได้ยังไง วันนี้เราเลว วันพรุ่งนี้มันจะดีได้ยังไง หรือว่าใครเขาเห็นเราว่าวันนี้เราเลว วันพรุ่งนี้ใครเขาเห็นหน้าเรา เขาก็คิดว่าเราเลวอยู่นั่นแหละ

เป็นอันว่าเราก็ประณามตัวเราเอง คอยจับจุดที่ศีล ศีลของเราบกพร่องมั้ย จับจุดที่กามคุณ กามคุณของเราฟุ้งซ่านมั้ย จับจุดที่โลภะ ความโลภ เรามีความโลภมั้ย จับจุดที่ใจอำมหิตโหดร้าย มีความโกรธคิดประทุษร้ายคนอื่น อันนี้เรามีมั้ย จับจุดที่เป็นความหลง หลงว่าเราจะยังไม่ตาย ยังจะมีชีวิตต่อไป อยากจะเกื้อกูลกิเลสให้มันมาก คิดว่าร่างกายจะทรงตัวตลอดกาลตลอดสมัย อยากทะนงตนเป็นคนดี อยากจะดีอยากจะเด่น อันนี้มีหรือเปล่า ถ้ามีเราก็เลว นี้เป็นส่วนย่อสำหรับพระโสดาบัน

แล้วก็หันเข้าไปอีกทีว่า เอ๊ะ นี่เรากำลังจะตายแล้วนี่ หายใจเข้าแล้วเราไม่หายใจออกมันก็ตาย หรือว่าเราหายใจออกแล้วเราไม่หายใจเข้ามันก็ตาย แล้วเราจะทำยังไง ทำยังไงเมื่อเวลาอยู่มันถึงจะเป็นสุข เวลาตายแล้วถึงจะเป็นสุข สุขจริงๆ ก็คือพระนิพพานในเวลาตาย ในเวลาอยู่ที่เราจะอยู่อย่างเป็นสุขได้ก็เพราะอาศัยอยู่อย่างจิตไม่ติดในโลกธรรม ไม่มีอารมณ์ของความชั่ว

ความจริงพระโสดาบันยังมีโลกธรรมติดอยู่มาก เราก็ถอยหลังไปดู โอ้หนอ ชีวิตของเราก็ดี ชีวิตของบุคคลอื่นก็ดี ไม่มีการทรงตัวเสียเลย จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้

ถ้าเราคิดว่าเราจะมีอายุอยู่นาน เราก็จงดูคนที่เกิดพร้อมเรา หรือว่าเกิดทีหลังเรา เขาตายก่อนเรามีบ้างมั้ย ถ้ามีก็แสดงว่าชีวิตของเราก็ไม่แน่นอนเหมือนกัน มันจะพลันตายเมื่อไหร่เราก็ไม่รู้

อันนี้จับอานาปานุสสติให้ดี คิดว่าโอ้หนอ ลมหายใจนี่เป็นที่พึ่งชั่วคราวสำหรับเรา ถ้ามันไม่ทำงานเมื่อไรเราก็ตาย ชีวิตของเราต้องตายแน่ แต่ทว่าถ้าปรกติเรามีความรู้สึกชั่ว จะชั่วตรงไหนก็ตาม เราปัจจุบันเราก็มีทุกข์ ตายจากความเป็นคนเราก็มีทุกข์

ฉะนั้น เราต้องหาความสุขขั้นต้นซะก่อน อันดับแรกถือลมหายใจเข้าออกเป็นสำคัญ ว่าเจ้ากับเรานี้มาอยู่กันไม่นาน ไม่ช้าเจ้าก็ไม่ทำงาน ไม่ทำงานฉันก็ตาย เมื่อร่างกายมันตายแล้วฉันก็ต้องไป ไปสู่ภพสู่ชาติตามความดีและความชั่วของฉัน แต่การสู่ภพสู่ชาติมันจะดีไม่ได้ เพราะชาตินี้มันเต็มไปด้วยความทุกข์ ชาตินี้เต็มไปด้วยความเดือดร้อน ชาตินี้เต็มไปด้วยความกระวนกระวายของใจ

เป็นอันว่า นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เราจะไม่มีความประมาทในชีวิต อารมณ์จิตของเราจะทรงไว้ซึ่งความดี เมื่อจิตของเราดี เมื่ออยู่ในชาตินี้เราก็เป็นสุข ตายไปชาติหน้าเราก็เป็นสุข เป็นสุขตรงไหน เป็นสุขที่ว่าเรามันดี ถ้าเราทำความดีเสียอย่างเดียว ไม่มีใครเขามาว่ามากล่าวมาติมาเตียนเรา

ทีนี้ความดีจริงๆ อยู่ที่ไหน ผู้ให้ความดีจริงๆ คือพระพุทธเจ้า แล้วความดีที่พระพุทธเจ้าให้ก็คือพระธรรม ผู้ที่นำเอาความดีคือพระธรรมมาแนะนำเรา ก็คือพระอริยสงฆ์ เป็นอันว่าทั้งสามจุดนี่ เราถือว่าเป็นที่พึ่งของเรา เกาะติดในพระพุทธเจ้า เกาะติดในพระธรรม เกาะติดในพระสงฆ์

ความจริงวันก่อนผมก็พูดเรื่องเกาะติดมาแล้ว ติดจริงๆ เกาะติดในอารมณ์อานาปานุสสติกรรมฐาน ไม่ยอมให้อารมณ์ว่างจากอานาปาฯ ไม่ยอมปล่อยให้ความชั่วส่วนใดส่วนหนึ่งเข้ามายุ่งกับจิตความชั่วต่างๆ มันจะเข้ามายุ่งไม่ได้ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะจิตของเรามันติดอยู่ในอานาปานุสสติ ติดอยู่ในลมหายใจเข้าหายใจออก แล้วใจมันจะคิดเรื่องอื่นได้ยังไง

ถ้าเราจะทำงาน ก็จับลมหายใจเข้าหายใจออกเป็นพื้นฐาน ให้จิตทรงตัว เอางานเป็นสรณะ เอางานเป็นที่พึ่ง

เหมือนกับพระที่กำลังทำงานอยู่นี่ พาหนะที่เราใช้มันเก่าไป สีมันไม่เหมาะสม พอเห็นว่าสีมันไม่เหมาะสม จงรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันเป็นอนิจจัง ความจริงสีนี่มันดี คนทำก่อนเขาเห็นว่าสวย แต่เวลานี้มันเศร้าหมองเพราะอะไร เพราะกาลเวลาผ่านไป มันก็เริ่มใช้ไม่ได้ ไม่ถูกกับกาลสมัย เราก็ต้องทำใหม่ให้มันดี แต่ไอ้คำว่าดีที่เราทำใหม่มันก็ไม่ดีตลอดกาลตลอดสมัย สีเก่ามันสลายตัวได้เสื่อมได้ฉันใด สีใหม่ก็มีสภาพแบบนั้น

ในเมื่อสีมันเป็นยังงั้น ร่างกายเราก็เป็นยังงั้นเหมือนกัน ไม่ช้ามันก็ทรุดมันก็โทรม มันทรุดมันโทรมไปทุกวันเหมือนกับสีที่พ่นใหม่ มันก็เก่าลงไปทุกวัน ในที่สุดสีก็ใช้ไม่ได้ฉันใด ร่างกายของเรามันก็เหมือนกัน ไม่ช้ามันก็พัง

นี่เป็นอันว่าเรื่องของร่างกายและก็อานาปาฯ ลมหายใจเข้า หายใจเข้าไปแล้วและเราก็หายใจออก เวลาหายใจออกและเราหายใจเข้า มันไม่ใช่ลมเก่าที่ออกไป มันเป็นลมใหม่ นี่ร่างกายของเราก็มีสภาพแบบนี้

ความจริงความตายมันมีทุกวัน เวลากาลผ่านไปเพียงใด ความตายปรากฎเท่านั้น แต่ที่มันอยู่กันได้ ก็อาศัยสันตติคือการสืบเนื่องติดต่อ การติดต่อซึ่งกันและกันในระหว่างอาหาร สำหรับอาหารคือคำข้าว ช่วยเชื่อมให้ร่างกายโตขึ้นและทรงตัว สำหรับอาหารที่มีความสำคัญคือ ผัสสาหาร นั่นคือลมหายใจเข้าออก เป็นการให้ชีวิตทรงอยู่

แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ องค์สมเด็จพระบรมครูกล่าวว่าไม่ช้ามันก็สลายตัว เมื่อมันเป็นอย่างนี้ เราก็ต้องเกาะติดศีล เกาะติดศีลจะติดได้ยังไง เกาะให้ดีจริงๆ คือ เกาะพรหมวิหาร ๔

จิตมีเมตตา ความรักในคนหรือสัตว์อยู่เสมอ ไม่คิดว่าเราจะเป็นศัตรูกับใคร ไม่คิดว่าใครจะเป็นศัตรูกับเรา

กรุณา จิตมีความสงสาร ปรารถนาจะเกื้อกูลให้คนอื่นมีความสุขอยู่เสมอ เมื่อจิตมีความรักความสงสาร ศีลขาดไม่ได้

ต่อไป จิตมีมุทิตา คือจิตอ่อนโยน ไม่มีอารมณ์อิจฉาริษยาบุคคลอื่น เห็นใครดีเพียงใดเราพอใจเพียงนั้น ไม่ใช่จะไปนั่งอิจฉาริษยาความดีของบุคคลอื่น เป็นอันว่าเราพอใจในความดีของท่าน เขาดีเราพลอยดีใจด้วย ดีใจและก็ทำตามเขา เห็นเขาดีเราไม่เดือดร้อน เจอะคนดีเมื่อไรชื่นใจเมื่อนั้น นี่เป็นลักษณะของพรหมวิหาร ๔

อุเบกขา วางเฉยต่ออารมณ์ที่เข้ามากระทบกระทั่ง จะเป็นคำนินทาหรือคำสรรเสริญก็ช่าง ลาภจะมีหรือไม่มีก็ช่าง ยศจะมีหรือไม่มีก็ช่าง มันมีแล้วมันสลายไปก็ช่างมัน ถือว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าหากว่าจิตใจของบรรดาท่านทั้งหลายโดยถ้วนหน้า จิตทรงอยู่ในพรหมวิหาร ๔ ประการ เรื่องความเป็นพระโสดาบันไม่มีความสำคัญสำหรับท่าน ทั้งนี้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเรื่องความเป็นพระโสดาบันก็เป็นของเล็ก

เพราะพระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีความสำคัญอยู่ที่ศีล ถ้าหากว่าศีลของเราบริสุทธิ์ ก็มีความเป็นพระโสดาบันได้ ทีนี้ถ้าเรามีจิตเมตตากรุณาทั้ง ๒ ประการแม้ไม่มีมุทิตา อุเบกขาก็ตาม ศีลของเราก็บริสุทธิ์แล้ว เพราะฉะนั้นขอบรรดาท่านทั้งหลาย ที่มีความหวังดีกับตัวของท่านเอง ความจริงความดีที่เราทำ เราทำเพื่อเรา เพื่อเรามีความสุข

ฉะนั้น ขอทุกท่านหวังความเป็นพระโสดาบัน ขอทุกคนจงอย่าเว้นนึกถึงความตายพิจารณาความดีเข้าไว้ ทรงพรหมวิหาร ๔ ให้ครบถ้วน เมื่อพรหมวิหาร ๔ ครบถ้วนเพียงใด ชื่อว่าท่านทั้งหลายทรงศีลบริสุทธิ์ แถมจิตอีกนิดหนึ่งว่าเราขอไปพระนิพพานเป็นที่สุดชีวิตนี้เป็นชีวิตสุดท้ายสำหรับเรา การเกิดเป็นมนุษย์ก็ดี เทวดาก็ดี พรหมก็ดี ไม่พึงเป็นที่ปรารถนาของเรา เราต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน

เอาละบรรดาท่านทั้งหลาย มองดูเวลาที่จะพูดกับท่านเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วต่อนี้ไปขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน ตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก และใช้อารมณ์พิจารณาหรือภาวนาก็ได้ตามอัธยาศัย และขอให้อยู่อิริยาบถตามสบาย จะนั่งก็ได้ จะนอนก็ได้ จะยืนก็ได้ จะเดินก็ได้ ตามอัธยาศัยของท่าน จนกว่าว่าท่านเห็นว่าเวลานั้นเป็นเวลาที่ท่านเห็นว่าสมควร.

จบตอนที่ ๖ อารมณ์พระโสดาบัน (๑) คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=45193

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้ำมูล’เอ่อท่วมมูลนิธิสวนแก้วของ ‘พระพยอม’ เร่งอพยพคน สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง

Posted on October 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685932

'น้ำมูล'เอ่อท่วมมูลนิธิสวนแก้วของ 'พระพยอม' เร่งอพยพคน สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง

‘น้ำมูล’เอ่อท่วมมูลนิธิสวนแก้วของ ‘พระพยอม’ เร่งอพยพคน สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.18 น.

หนักสุดในรอบกว่า 10 ปี! น้ำมูลเอ่อท่วมมูลนิธิสวนแก้วของ “พระพยอม” สาขาบุรีรัมย์เร่งอพยพทั้งคน สิ่งของ สัตว์เลี้ยง วัว ควาย แพะ สุนัข แมว ร่วม 100 ตัวขึ้นที่สูง พร้อมเร่งสูบน้ำออกจากซูเปอร์มาร์เกตป้องกันความเสียหายและเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำจากนครราชสีมาที่จะไหลมาสมทบอีก

วันที่ 11 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน จ.บุรีรัมย์ ยังมีปริมาณเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เอ่อท่วมมูลนิธิสวนแก้ว สาขาบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่บ้านวังปลัด ต.บ้านแพ อ.คูเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในมูลนิธิของ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ทั้งบ้านพักคนงาน คนไร้ที่พึ่ง คนด้อยโอกาส และเด็กนักเรียนที่มาทำงานช่วงปิดเทอม บ่อปลา คอกสัตว์ ซูเปอร์มาร์เกต และจุดต่างๆ ภายในมูลนิธิฯ เกือบทั้งหมด จนต้องย้ายคนงาน คนไร้ที่พึ่ง คนด้อยโอกาส และนักเรียน กว่า 90 ชีวิต ขึ้นไปพักอาศัยบนอาคารที่น้ำท่วมไม่ถึงเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ ยังช่วยกันอพยพสัตว์เลี้ยง ทั้ง วัว ควาย แพะ สุนัข และแมว ร่วม 100 ตัว ขึ้นไปเลี้ยงไว้บนอาคารอเนกประสงค์ ไม่ให้น้ำทะลักท่วมถึงด้วย ส่วนสิ่งของภายในซูเปอร์มาร์เกตก็ได้ขนย้ายขึ้นที่สูง และเร่งสูบน้ำที่ทะลักเข้าภายในซูเปอร์มาร์เกตออก ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเสียหายด้วย พร้อมทั้งได้ทำการวางแนวกระสอบทรายกั้นด้วย แต่สิ่งที่ไม่สามารถขนย้ายหนีน้ำได้คือ ต้นไม้ทั้งไม้ผล และไม้เศรษฐกิจที่ปลูกเอาไว้ เช่น ต้นปาล์ม ไผ่ และต้นมะม่วงหลายร้อยต้น ก็ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมด

ด้าน พระวุฒิ พระผู้ดูแลมูลนิธิสวนแก้ว สาขาบุรีรัมย์ บอกว่า ปีนี้น้ำทะลักเข้าท่วมมูลนิธิสวนแก้ว​ สาขาบุรีรัมย์​ ตั้งอยู่ติดริมน้ำมูลหนักกว่าปี 2553 ปีนี้ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมดของพื้นที่ แต่ก็สร้างความเสียหายน้อยกว่า เพราะจากประสบการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2553 ก็ได้มีการเตรียมพร้อมไว้ทั้งการขนย้ายสิ่งของ และสัตว์เลี้ยงขึ้นไว้บนที่สูงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งให้ช่างมาย้ายจุดปลั๊กไฟไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

แต่บางจุดก็ถูกน้ำทะลักท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และที่ยังกังวลคือ มวลน้ำจากนครราชสีมาที่จะไหลมาสมทบเพิ่มเติมอีก แต่ทางหลวงพ่อก็ได้กำชับให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,857 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

Recent Posts

  • หัตถานารายณ์ ครั้งที่ 2ตอกย้ำพลัง Soft Power ไทย บอสณวัฒน์ กชเบล นำทัพประกาศ ความสำเร็จ
  • เปิดเบื้องลึกมรสุม 2 ปี มิ้วกี้ ไปรยา ยอมทิ้งสมบัติร้อยล้าน แลกสิทธิ์เลี้ยงลูก โต้ข่าวเงินหมดตัว
  • มจร อาลัย พระครูสุธีกิตติบัณฑิต อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มรณภาพด้วยอาการสงบ
  • ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’
  • ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d