Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

มุกดาหารจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษาไทย-ลาวเชื่อมสัมพันธ์

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685222

มุกดาหารจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษาไทย-ลาวเชื่อมสัมพันธ์

มุกดาหารจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษาไทย-ลาวเชื่อมสัมพันธ์

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.26 น.

วันที่ 8 ต.ค.65 นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา ประจำปี 2565 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมสานสัมพันธ์สองฝั่งโขง จังหวัดมุกดาหาร – แขวงสะหวันนะเขต และต้อนรับคณะรองเจ้าแขวง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว  ณ บริเวณท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร  อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

สำหรับการจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา ประจำปี 2565 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมสานสัมพันธ์สองฝั่งโขง จังหวัดมุกดาหาร – แขวงสะหวันนะเขต ในวันนี้มีพิธีเปิดงาน พิธีแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทานฯและขบวนแห่ทางบกจาก 34 ชุมชน พร้อมการแสดงฟ้อนรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร พิธีเบิกน่านน้ำในแม่น้ำโขงก่อนการแข่งขันเรือประเภทต่างๆ เพื่อบวงสรวงพระแม่คงคา พญานาค พิธีอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เจ้าแม่สองนางสถิตย์ ลงประทับเรือโบราณ “เรือเจ้าฟ้ามุกดาสวรรค์” 

พร้อมขบวนเรือทั้งสองฝั่งร่วมพิธีเบิกน่านน้ำ จากหน้าวัดศรีมงคลเหนือไปยังบริเวณหน้าวัดศรีบุญเรือง และสิ้นสุดที่หน้าศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งยังมีการฟ้อนรำทำเพลงในขบวนเรือเพื่อความสนุกสนานและสวยงามอีกด้วย ซึ่งจะสร้างสีสันและความสุขในงานประเพณีท้องถิ่นที่เว้นมานาน 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด -19 

ในวันที่ 9 ตุลาคม 2565 มีขบวนพาเหรดเรือทางน้ำอัญเชิญถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประกอบพิธีตีช้างน้ำนอง โดยเรือทุกลำที่เข้าร่วมการแข่งขันร่วมขบวนฝีพายจ้วงพายทำให้น้ำกระเด็นคล้ายช้างเล่นน้ำ ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย จากนั้นจะแข่งขันเรือยาวท้องถิ่นรุ่น 35 ฝีพาย และรุ่นใหญ่ 55 ฝีพาย  และในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 เป็นการแข่งขันเรือยาวรอบชิงชนะเลิศ และชิงถ้วยพระราชทานฯ เสร็จแล้วในช่วงค่ำ มีการลอยกระจู้จากชุมชนต่างๆ ในลำน้ำโขง ในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำเดือน 11   – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนองคายระดม ตร.800 นายรับคลื่นมหาชนชมบั้งไฟพญานาค’แพนเค้ก’รำบวงสรวง

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685219

หนองคายระดม ตร.800 นายรับคลื่นมหาชนชมบั้งไฟพญานาค'แพนเค้ก'รำบวงสรวง

หนองคายระดม ตร.800 นายรับคลื่นมหาชนชมบั้งไฟพญานาค’แพนเค้ก’รำบวงสรวง

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.51 น.

จังหวัดหนองคาย มั่นใจนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเที่ยวงานออกพรรษาบั้งไฟพญานาค เทศบาลตำบลโพนพิสัย พร้อมจัดงานดึง “แพนเค้ก เขมนิจ” รำบวงสรวงบูชาพญานาค ด้านผู้การหนองคายระดมกำลังตำรวจ 800 นายประจำจุดหลัก 2 อำเภอดูแลความปลอดภัยและจัดการจราจรบริการนักท่องเที่ยว

วันที่ 8 ต.ค.65 บริเวณลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขง เขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลกของอำเภอโพนพิสัย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโพนพิสัยได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดงาน มีการจัดระเบียบ ทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ทั้งจุดเวที รำบวงสรวงหน้าพญาพิสัยสัตนาคราช พร้อมกันนี้ได้จัดพื้นที่ริมแม่น้ำโขงไว้ให้ประชาชนจับจองรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ตัดหญ้า เคลียร์พื้นที่ ทำความสะอาดไว้แล้ว

นายแพทย์สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีโพนพิสัย กล่าวว่า งานปีนี้จะจัดระหว่างวันที่ 10-18 ต.ค.65 ไฮไลท์ของงานคือการรำบวงสรวงบูชาพญานาค ซึ่งปีนี้จะมี แพนเค้ก เขมนิจ มาร่วมรำบวงสรวงกับนางรำกว่า 1 พันคนด้วย เทศบาลโพนพิสัยเตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวพร้อมแล้ว ขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวเที่ยวชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค

นอกจากการชมบั้งไฟพญานาคแล้ว ปีนี้มีการจัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ในวันที่ 16-18 ต.ค.ในตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนจะมีลานดนตรีชมการแสดงดนตรีจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดังหลายคน อาทิ มนต์แคน แก่นคูณ ลำไย ไหทองคำ เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ยาวนานขึ้น

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ตำรวจได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและจัดการจราจรบริเวณถนนสายหลัก ถนนหนองคาย-รัตนวาปี มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ได้ระดมกำลังตำรวจประมาณ 800 นาย จัดกำลังประจำจุดที่ อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี จุดหลักของการจัดงานและการชมบั้งไฟพญานาค มีการกำหนดแผนจัดการจราจรตามทางร่วมทางแยก จะมีการตั้งวอร์รูมที่บริเวณสี่แยกทุ่งธาตุ ซึ่งเน้นย้ำให้บริการและอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะได้รับบริการที่ดีและท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ด่วน!! ‘รังสิต’ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685218

ด่วน!! 'รังสิต'ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

ด่วน!! ‘รังสิต’ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.35 น.

ด่วน!! ‘รังสิต’ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

8 ต.ค65 เฟซบุ๊กของ เทศบาลนครรังสิต ประกาศแจ้งเตือน ข่าวด่วน!! โดยระบุว่า ด้วยได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่าจะมีการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ ซึ่งมวลน้ำจะเข้าสู่พื้นที่เทศบาลในไม่ช้านี้

เทศบาลนครรังสิตจึงขอให้ประชาชนทุกท่าน ทุกครัวเรือนเตรียมขนของขึ้นที่สูงโดยเฉพาะที่พักอาศัยติดแม่น้ำ คลอง และติดตามสถานการณ์จากข่าวสารของเทศบาลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง  -009

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ​เขื่อนป่าสักฯระบายน้ำเพิ่ม เตือน6จังหวัดท้ายน้ำ-กทม.ด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685207

คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.44 น.

ประโยชน์ของ “น้ำผึ้ง” ที่เรียกว่าเป็น “ยาของสวรรค์” นั้น จากข้อมูลของฝ่ายเคมีและกายภาพอาหารสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลด้านการวิจัยว่า น้ำผึ้งแท้มีผลในการฆ่าแบคทีเรียได้ถึง 60 สายพันธุ์ และ น้ำผึ้งไม่แท้สามารถยับยั้งแบคทีเรียได้ ทำให้แนวหน้าออนไลน์ขอนำเสนอรายงานพิเศษ “คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง” เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน” (Urban study honey & bee)  

นายวีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ เจ้าของ “บำรุงฟาร์ม” หนึ่งในผู้เผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ “น้ำผึ้ง” มาสู่คนเมือง โดยมีฟาร์มเลี้ยงผึ้งและทำการเกษตรอยู่ที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ได้นำความรู้เรื่องน้ำผึ้งด้วยวิธีให้คนได้ชิมรสชาติของน้ำผึ้งในแต่ละพื้นที่ในไทยซึ่งแตกต่างกัน เช่น น้ำผึ้งที่เทือกเขาบรรดทัด และในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จะมีรสชาติเข้มข้น ขมอมเปรี้ยวเล็กน้อย โดยน้ำผึ้งบางขวดนั้นมาจากดอกสะเดาก็มี ทำให้มีรสชาติขมเข้ามา, น้ำผึ้งบริเวณป่าชายเลน จะมีรสชาติกร่อยของน้ำเค็มเข้ามาด้วย ส่วนรสชาติน้ำผึ้งในจังหวัดภาคกลางและภาคเหนือนั้น เป็นราชาติที่คุ้นเคย คือ หวานกลมกล่อม  

น้ำผึ้งในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีรสชาติแตกต่างกันถึง 130 ขวด ที่ถูกวางเรียงรายให้คนเมืองมาชิม เพื่อรู้จักรสชาติของน้ำผึ้ง และ เรียนรู้ผ่านการชิมว่า น้ำผึ้งในไทยที่นิยมนำมารับประทาน ส่วนใหญ่เป็นน้ำผึ้งชันโรง ที่มีทั้งหมด 35 สายพันธุ์ ซึ่งบางสายพันธุ์เลี้ยงได้ แต่บางสายพันธุ์ก็เลี้ยงไม่ได้ 

นายวีรวิชญ์เล่าว่า ทุกวันนี้ที่ “บำรุงฟาร์ม” สอนเรื่องเกษตร และ การเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งทางภาคกลางเลี้ยงได้ไม่กี่สายพันธุ์ เพราะต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีความแข็งแรงและมีภูมิต้านทาน เช่น พันธุ์ขนเงิน ถ้วยดำ และ รุ่งอรุณ  

“ผมเลี้ยงผึ้งชันโรงมา 3 ปี แต่สะสมน้ำผึ้ง 6 ปี แต่ก่อนทำเรื่องหัตถกรรม ส่งเสริมชาวบ้าน โดยหาแบบไปให้เขาทำ และ ทำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาขาย จริงๆ เพราะเราชอบของเก่า เราอยากให้วิถีสินค้าเหล่านี้ยังคงอยู่ อยากให้คนรุ่นหลังได้เห็น เพราะตอนนี้ระดับครูช่างเสียชีวิตไปแล้ว 3 คน ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นก็หายไปเรื่อยๆ เพราะอาชีพของคนในท้องถิ่น คือ ทำสวน หาของป่า และ ทำเครื่องจักสานในเวลาว่าง รวมทั้งมีทำนา ทำไร่ สลับกันไป ซึ่งเรามีคอนเซปต์ คือ ปัจจัย 4 โดยส่วนของเสื้อผ้า และ เครื่องนุ่งห่ม เราไม่ได้ทำ ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัยก็มีเรื่องเครื่องจักสานแทรกเข้าไป ส่วนการทำอาหารและยารักษาโรค เราทำ คือ ทำเรื่องการแปรรูปอาหาร เช่น ปลาร้านครสวรรค์  และ ยารักษาโรค เรื่องน้ำผัก ต้องบอกว่า กินของสดจะยืดอายุ รวมทั้งจับเรื่องน้ำผึ้งเป็นยา ซึ่งเป็นของที่มูลค่าสูง ทำให้การทำฟาร์มในช่วง 4 ปี เราเหมือนต้นไม้ ที่รอผลิดอกออกผล รอให้คนเห็น” นายวีรวิชญ์เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

นายวีรวิชญ์ยังเล่าด้วยว่า ปัจจุบันคนไทยรู้จักน้ำผึ้งหลายสายพันธุ์ขึ้น โดยเขาพยายามให้คนไทยได้มีโอกาสศึกษาเรื่องแมลงเพื่อรักษาระบบนิเวศ เพราะรสชาติไม่เหมือนกัน คำว่า อร่อยก็ไม่เท่ากัน 

“จริงๆมีหลายสายพันธุ์ที่กินอร่อย กินไม่อร่อย ซึ่งมีสายพันธุ์อิตาม่า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหญ่ ให้คุณค่าอาหารสูง เป็นพันธุ์ใหญ่ที่รสน้ำผึ้งที่มีรสเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชูก็มี ซึ่งรูปลักษณ์ของน้ำผึ้งก็ไม่ได้หนืดอย่างเดียว น้ำผึ้งที่ดีก็ไม่ใช่น้ำผึ้งเดือนห้าอย่างเดียว เราเปรียบเทียบกับสตอเบอร์รี่ และ ทุเรียน ซึ่งถ้าไปปลูกแต่ละพื้นที่ก็จะได้รสชาติความอร่อยไปอีกอย่างหนึ่ง โดยการให้ความรู้เรื่องผึ้ง โดยน้ำมาให้ชิมกันนั้น เราครีเอทเอง เพราะเป็นนักเรียนในโครงการหนึ่งไร่หนึ่งแสน ของอาจารย์อดิศร พวงชมภู อาจารย์จะสอนให้สังเกตุ พอเราทำเรื่องอาหาร ทำให้เราสนใจเรื่องความหลากหลายของน้ำผึ้ง และ ความหลากหลายของพื้นที่ แตกประเด็นออกมา และน้ำผึ้งไทยดีกว่าต่างประเทศ ทำให้พอสอนเรื่องการทำเกษตรก็มีความหลากหลาย โดยเราก็สอนดูน้ำผึ้งแท้ น้ำผึ้งปลอม ทางกายภาพ ดมกลิ่น ชิม บอกได้ แต่การใช้ไม้ขีดไฟจุ่ม หรือ หยอดใส่น้ำ บอกไม่ได้” นายวีรวิชญ์บอกเล่าถึงที่มาที่ไปบนเส้นทางกว่าจะเป็นผู้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งโดยเฉพาะ 

นายวีรวิชญ์ทิ้งท้ายว่า น้ำผึ้งที่กินแล้วสนุกคือภาคใต้ เพราะป่าเขาสมบูรณ์ แต่น้ำผึ้งที่ได้จากทางภาคเหนือและภาคกลางกินแล้วอร่อย ซึ่งตอนนี้พยายามหาน้ำผึ้งให้ได้ครบ 200 กว่าแห่ง จากปัจจุบันมีน้ำผึ้งอยู่ 130 แห่ง 

เรียกว่างานนี้ “คนเมือง” มีความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งและผึ้ง มาให้เรียนรู้อย่างสนุกสนานพร้อมกับการทำเกษตรในแบบฉบับที่คนเมืองสามารถทำได้ รวมทั้งได้ความรู้เรื่องสุขภาพที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพของคนเมือง 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผึ้งชันโรง(Stingless Bee) เป็นแมลงจำพวกผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน  Subfamily Meliponinae, family Apidae, Order Hymenoptera  ชันโรงจะมีความสัมพันธ์และวิวัฒนาการที่ใกล้ชิดกับผึ้งพันธุ์ (honey bee), ผึ้งหึ่ง (bumble bee), และผึ้งกล้วยไม้ (orchid bee)  ชันโรงมีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 80 ล้านปีแล้ว  ปัจจุบันทั่วโลกพบชันโรงประมาณ 500 ชนิด  โดยพบมากในเขตร้อนตลอดจนบริเวณใกล้เคียงที่ติดกับเขตร้อน  จำนวนชนิดของชันโรงที่จำแนกชนิดแล้ว  จะพบในทวีปแอฟริกา 50 ชนิด, ทวีปอเมริกา 300 ชนิด, ทวีปเอเชีย 60 ชนิด, ทวีปออสเตรเลีย 10 ชนิด และที่มาดากัสก้า 4 ชนิด (Bradbear, 2009)  ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 สกุล คือ Melipona, Trigona, Meliponina, Detylurina, และ Lestrimelitta  โดยสกุล Trigona จะพบบ่อยในพื้นที่เขตร้อน (Heard, 1999; Michener, 2000; Klakasikorn et al., 2005) 

ในประเทศไทย  มีรายงานผลการสำรวจชันโรงสกุล Tetragonula  ว่าพบและจำแนกชนิดแล้วประมาณ 30 ชนิด โดยมีการแพร่กระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่จำนวนชนิดที่อาศัยในแต่ละภาคจะต่างกัน ภาคใต้เป็นภาคที่มีความหลากชนิดของชันโรงสูงสุด ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความหลากชนิดของชันโรงน้อยที่สุด  สำหรับชนิดชันโรงที่พบทั่วทุกภาคได้แก่  ผึ้งจิ๋วขนเงิน (Tetragonula pagdeni Schwarz),ผึ้งจิ๋วหลังลาย (T. fuscobalteataCameron),  ผึ้งจิ๋วรุ่งอรุณ (T. laeviceps Smith), ชันโรงใต้ดิน (T. collina Smith),และชันโรงปากแตร (T. terminata  Smith)  (Schwarz, 1939; Sakagami et al., 1985; Micheener and Boongird, 2004; สมนึก, 2552) ชันโรงจะมีขนาดที่แตกต่างกันมาก เช่น Melipona fulginnosa  มีลำตัวยาวกว่า 13  มิลลิเมตร  ส่วน Trigona  duckei  ลำตัวยาวเพียง 2 มิลลิเมตรเท่านั้น  ขนาดของโคโลนีก็แตกต่างกัน  ตั้งแต่หลักร้อยในสกุล Melipona  ไปจนถึงหลักหมื่นในสกุล Trigona   (Sommeijer, 1999)

ชันโรงจัดเป็นแมลงสังคมชั้นสูง (eusocial insects) ที่ภายในรังประกอบด้วยวรรณะ 3 วรรณะด้วยกัน คือ นางพญา (queen), เพศผู้ (drone), และชันโรงงาน (worker) (Velthuis,  1997)โดยในแต่ละวรรณะจะทำหน้าที่ภายในรังแตกต่างกันไป ซึ่งผึ้งนางพญาจะมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้และชันโรงงาน ใน 1 รวงรัง จะมีนางพญา 2 ตัวหรือมากกว่า ทำหน้าในการวางไข่และดูแลชันโรงทุกตัวในรังให้อยู่ในความเรียบร้อย ส่วนชันโรงเพศผู้จะทำหน้าที่ในการผสมพันธุ์เพียงอย่างเดียว สำหรับชันโรงงานจะทำหน้าที่ในการซ่อมแซมรัง คอยทำความสะอาดและเป็นพี่เลี้ยงช่วยนางพญาดูแลตัวอ่อน 

ตลอดจนหาอาหารเลี้ยงสมาชิกภายในรัง โดยการออกเก็บละอองเกสรและน้ำหวานของดอกไม้ ละอองเกสรที่ได้จากดอกไม้จะเป็นแหล่งโปรตีน ส่วนแหล่งของพลังงานจะได้จากคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลที่มีในน้ำหวานของดอกไม้  (Bradbear N., 2009) รังของชันโรงส่วนใหญ่จะสร้างรังอยู่ภายในช่องว่างที่ปลอดภัย เช่น รอยแตกของต้นไม้, โพรงไม้, ใต้ดิน เป็นต้น สารที่นำมาใช้สร้างรังหลัก คือ ซีรูเมน (cerumen) ซึ่งเกิดจากส่วนผสมของไขผึ้งและยางไม้ ทางเข้ารัง ( entrance tube )จะมีลักษณะเป็นช่องแคบ  (Sommeijer, 1999) ซึ่งจะช่วยป้องกันการเข้ารุกรานของศัตรู ได้แก่ ผึ้งชนิดอื่นๆ, แมลงวันหลังค่อม (phorid fly: Pseudohypocera sp.), แมลงวันหัวบุบ (robber flies), มวนเพชฌฆาต (assassin bug),มด, นก, กิ่งก่า เป็นต้น  (Macharia et al., 2007; Wattanachaiyingcharoen and Jongjitvimol, 2007; Bradbear, 2009)

ลักษณะโครงสร้างภายในรังของชันโรงจะประกอบไปด้วยห้องของตัวอ่อน (brood chamber)แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่สะสมอาหาร  บริเวณห้องของตัวอ่อนจะมีการสร้างเซลล์ตัวอ่อน (brood cells)  เป็นชั้นๆ ตามแนวนอน โดยเซลล์ตัวอ่อนของนางพญาใหม่ (Queen cell) จะมีขนาดใหญ่กว่าเซลล์ของชันโรงงาน และจะอยู่ส่วนบนสุดของเซลล์ตัวอ่อน  ห้องของตัวอ่อนจะถูกห่อหุ้มด้วยผนังที่ทำจากไขและโพรโพลิส  เรียกว่า involucrum   

ส่วนบริเวณพื้นที่สะสมอาหารจะประกอบไปด้วย ถ้วยน้ำผึ้ง (honey pots) และ ถ้วยเกสร (pollen pots)  ชันโรงแต่ละชนิดจะมีขนาดของเซลล์ตัวอ่อน ถ้วยเกสร และถ้วยน้ำผึ้งที่แตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับขนาดของลำตัวชันโรง  ถ้าชันโรงมีลำตัวขนาดใหญ่ ก็จะสร้างเซลล์ตัวอ่อน ถ้วยเกสรและถ้วยน้ำผึ้งใหญ่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ชันโรง (Stingless bee : Trigona sp. หรือ Melipona sp.) คือ ผึ้งชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นของไทยมานานแล้ว และมีชื่อเรียกแตกต่าง กันไปตามท้องถิ่น เช่น ขี้ตังนี (ภาคเหนือ) ขึ้สูด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อุง (ภาคใต้) และติ้ง (นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี) ชันโรงจัด อยู่ในอันดับ Hymenoptera วงศ์ Apidaeและวงศ์ย่อย Meliponinae มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศแอฟริกา แล้วกระจายตัวไปยังประเทศอื่นๆ ในเขต ร้อน มีจำนวนมากกว่า 400 ชนิด พบในประเทศไทย 24 ชนิด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

500 นางรำร่วมรำบวงสรวงบูชาพญานาคเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685205

500 นางรำร่วมรำบวงสรวงบูชาพญานาคเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

500 นางรำร่วมรำบวงสรวงบูชาพญานาคเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.07 น.

นางรำชาวหนองคายกว่า 500 คนร่วมกันรำบวงสรวงบูชาพญานาคในงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ไม่ลืมติดริบบิ้นสีดำ ไว้อาลัยเหตุโศกนาฎกรรมกราดยิงที่หนองบัวลำภู

เมื่อเย็นวันที่ 7 ต.ค.65 ที่ผ่านมาที่ลานวัฒนธรรม พญานาคคู่ ริมแม่น้ำโขงวัดลำดวน เขตเทศบาลเมืองหนองคาย นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นางรนิดา เหลืองฐิติสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาค หนึ่งในกิจกรรมงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคที่เทศบาลเมืองหนองคายจัดขึ้น โดยหลังจากพิธีพราหมณ์บวงสรวงบูชาพญานาคเสร็จแล้ว นางรำกว่า 500 คน ซึ่งแต่งกายสวยงาม ร่ายรำด้วยท่ารำที่อ่อนช้อยสวยงาม ทั้งนางรำและผู้ที่มาร่วมงานต่างพากันติดริบบิ้นสีดำเพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยต่อโศกนาฎกรรมกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วย

สำหรับงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ประจำปี 2565 ในครั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมใน 6 อำเภอที่ติดกับแม่น้ำโขง เช่น อ.สังคม อ,ศรีเชียงใหม่ อ.ท่าบ่อ อ.เมืองหนองคาย อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี โดยในวันออกพรรษาปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 10 ต.ค.2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในแต่ละจุด ซึ่งนอกจากการชมบั้งไฟพญานาคแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นได้จัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว เช่น เทศบาลเมืองหนองคาย จัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 7-13 ต.ค. มีถนนอาหาร ถนนคนเดิน การลอยเรือไฟบูชาพญานาค การลอยกระโป๋ไฟ การแสดงแสงสีเสียง และการยกยอดฉัตรองค์พระธาตุหล้าหนอง เป็นต้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศุลกากรหนองคายเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685204

ศุลกากรหนองคายเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

ศุลกากรหนองคายเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.54 น.

ศุลกากรหนองคาย เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวเที่ยวงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค คาดคนเข้าออกประเทศมากกว่าหมื่นคน ย้ำต้องมีพาสปอร์ตรถ ซื้อเหล้า บุหรี่ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

วันที่ 8 ต.ค.65 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย นายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการศุลกากร 1ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ให้บริการและอำนวยความสะดวกประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกประเทศ ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดประเทศเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด 19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นนับตั้งแต่เดือน พ.ค65 เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีประชาชนเดินทางเข้าออกไทย – ลาว วันละหลายพันคน 

โดยเฉพาะความนิยมของคนไทยต่อการเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยรถไฟความเร็วสูงลาว – จีน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มมากขึ้น ยิ่งในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องกันจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกไม่ต่ำกว่าวันละหมื่นคน และในเวลาอันใกล้นี้จะถึงเทศกาลออพรรษาบั้งไฟพญานาค มีการคาดการณ์กันว่าจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค และใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

นายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการศุลกากร 1ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ประจำ ณ ด่านพรมแดนหนองคาย ได้จัดเตรียมกำลังบุคลากรเพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนนักท่องเที่ยวให้เพียงพอ เน้นการบริการที่สุภาพ เป็นมิตร แต่เข้มแข็ง กล่าวคือ ให้บริการด้วยดีควบคู่กับการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย การลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่ให้กระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยเน้นว่าการเดินทางเข้าออกประเทศสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปเองจะต้องมีพาสปอร์รถทุกครั้ง หากไม่ใช่เจ้าของรถจะต้องมีใบมอบอำนาจให้นำยานพาหนะข้ามพรมแดนไปได้ 

ส่วนการซื้อเหล้า บุหรี่ ยาเส้น กรณีใช้พาสปอร์ตเดินทางจะซื้อได้ไม่เกิน 1 ลิตร ยาเส้นไม่เกิน 200 กรัม บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หากมีการซื้อกลับเข้าประเทศเกินกว่าที่กฎหมายศุลกากรกำหนดไว้ เจ้าหน้าที่จะมีกล่องสำหรับหย่อนเหล้าบุหรี่ที่เกินกำหนดเหล่านั้นเพื่อจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่หากมีการลักลอบเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สยบกระแสดราม่า’โตโน่’ว่ายข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นฟันธง’ง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ’

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685199

สยบกระแสดราม่า'โตโน่'ว่ายข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นฟันธง'ง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ'

สยบกระแสดราม่า’โตโน่’ว่ายข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นฟันธง’ง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ’

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.53 น.

มีใครจะเถียงอีกมั๊ย? สยบกระแสดราม่า “โตโน่” ว่ายน้ำข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นเมืองนครพนมฟันธง “ว่ายข้ามโขงง่ายกว่าว่ายน้ำในสระว่าย สาเหตุเพราะในลำน้ำโขงมีกระแสน้ำที่ไหลต่างจากในสระน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง” เผยพร้อมลงว่ายด้วยถ้า “โตโน่” เชิญ พร้อมชื่นชม”โตโน่” มาสร้างชื่อเสียงให้กับนครพนม

จากกรณี โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง มีเจตนาดีในการทุ่มแรงกายแรงใจต้องการระดมทุนประมาณ 10 ล้านบาทเพื่อจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประจำจังหวัดนครพนม และโรงพยาบาลที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ภายใต้โครงการ “One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” ด้วยการว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงในวันที่ 22 ต.ค. 

โดยจะเริ่มว่ายออกสตาร์ทจากลานพญาศรีสัตตนาคราชของฝั่งนครพนม ไปขึ้นที่พระธาตุศรีโคดตะบองของฝั่งลาว เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และก็ว่ายกลับมาที่เดิม เป็นระยะทางอีก 5 กิโลเมตร รวมระยะทางเป็น 15 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านี้ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โตโน่ ได้ลงพื้นที่หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเส้นทาง สถานที่จัดกิจกรรม เป็นการเตรียมความพร้อม อีกทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศรวมถึงเป็นการส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

เมื่อใกล้ถึงวันที่กำหนดคือวันที่ 22 ตุลาคมก็เกิดกระแสดราม่าถูกวิจารณ์อย่างดุเดือดในโลกโซเซียล เนื่องจากมีฝนตกหนัก อาจทำให้กระแสน้ำในแม่น้ำโขงเชี่ยวกราก ผู้คนเป็นห่วงด้วยเกรงว่าจะเป็นอันตราย และไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมนี้ พร้อมแนะโตโน่ คิดระดมทุนด้วยวิธีอื่น ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง และอาจทำให้หมอ พยาบาล และทีมกู้ภัยต้องเหนื่อยเปล่าจากกิจกรรมว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงของโตโน่ในครั้งนี้

ล่าสุด โตโน่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว หลังเจอดราม่าดังกล่าวตลอดหลายวันที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @mootono29 ว่า “ยอดทะลุ 1 ล้านบาทแล้วอย่างรวดเร็ว ขอบคุณมากๆ เลยนะครับทุกคน ชื่นใจมาก ๆ ครับ ที่เห็นทุกคนมาช่วยกัน เหลือเวลา อีกแค่ 16 วันแล้ว ช่วยกันต่อไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะพลาสติก การช่วยกันดูแลแม่น้ำทุกสายในประเทศ และการรู้จักแบ่งปันให้กับทั้งเพื่อนมนุษย์ และสัตว์ทุกสายพันธุ์ โลกใบนี้จะดีขึ้นได้ เพราะทุกคนช่วยกันลงมือทำครับ เงินที่ได้รับจากการบริจาคทั้งสิ้น จะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลนครพนม และ โรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรมการแพทย์’เตือนครอบครัว ผู้เสพติด รีบบำบัดรักษา ก่อนสายเกินไป!

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685194

'กรมการแพทย์'เตือนครอบครัว ผู้เสพติด รีบบำบัดรักษา ก่อนสายเกินไป!

‘กรมการแพทย์’เตือนครอบครัว ผู้เสพติด รีบบำบัดรักษา ก่อนสายเกินไป!

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.09 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)  เตือนยาเสพติดทำให้ผู้เสพขาดสติ รีบเข้าสู่กระบวนการบำบัดก่อนที่จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้และก่ออาชญากรรม ร้ายแรงที่สุดอาจจะทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว แนะประเมินตนเองผ่าน line official ห่วงใย

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กระแสข่าวการก่อความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากผู้ใช้ยาและสารเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
บางคนบาดเจ็บ บางคนถึงขั้นเสียชีวิต บางครอบครัวต้องสูญเสียคนที่รักไป กลายเป็นเรื่องเศร้าที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก การกระทำความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายของผู้เสพได้รับยาเสพติดเป็นระยะเวลานาน เมื่อยาเสพติดเข้าสู่ร่างกายจะมีผลต่อสมอง เมื่อหมดฤทธิ์จะทำให้ผู้เสพมีอาการหงุดหงิด ซึมเศร้า
ในขณะเดียวกันเมื่อใช้ยาเสพติดบ่อยๆ จะทำให้สมองส่วนคิดถูกทำลาย การใช้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลเสียไป
ทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์ แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เป็นสาแหตุของการก่อความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ  ย้ำเตือนทุกคนในสังคม หากพบคนใกล้ชิดเข้าไป
ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องรีบปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาทางช่วยเหลือ หรือรีบนำเข้าสู่กระบวน
การบำบัด โดยสามารถขอคำปรึกษาและรับการบำบัดรักษาได้ที่สถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ทั้งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลตำรวจ ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. เป็นต้น

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ
บรมราชชนนี (สบยช.)  
กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่
สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 และสายด่วนเลิกยาเสพติด ผ่านศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทาง Line Official ‘ห่วงใย’ ระบบแชทบ็อตตอบคำถามอัตโนมัติ ที่ตอบทุกเรื่องเพื่อประเมินตัวเองเกี่ยวกับการติดสารเสพติดและการให้คำปรึกษา โดยพิมพ์ในช่องค้นหาโดยใช้ คำว่า “@1165huangyai” ก็สามารถใช้งานได้เลย จะพบกับเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การประเมินตนเองว่า ติด/ไม่ติด ซึ่งถ้าเรารู้ตัวเร็ว ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เร็วขึ้นและยังมีการรวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติเบื้องต้น สำหรับผู้ติดยาและสารเสพติด
หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที www.pmnidat.go.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี’ เททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685171

'สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี' เททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ

‘สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี’ เททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.49 น.

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธานเททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ – พระธรรมรัตนาภรณ์สมทบปัจจัยช่วยเหลือเหยื่อกราดยิงหนองบัวลำภู-มอบข้าวสารช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันที่ 7 ต.ค.65 เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ศาลาปฏิบัติธรรม วัดสายสุวพรรณ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ เมตตาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระประธานอุโบสถวัดสายสุวพรรณ (องค์ต้นแบบ) โดยมีพระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคมในฐานะประธานดำเนินงานก่อสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น เจ้าภาพ และสาธุชน เข้าร่วมงานบุญพิธีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน 

งานบุญพิธีฯเริ่มต้นด้วยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ได้เมตตาทำบุญทักษิณานุประทานอุทิศถวายแด่ 5 พระมหาเถระผู้ทรงสมณคุณ ประกอบด้วย พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ, พระอาจารย์วัน อุตฺตโม, พระอาจารย์สิงทอง ธมฺมวโร, พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม พระคณาจารย์ที่ละสังขารพร้อมกันจากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครื่องบินตก ณ เขตพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งในปัจจุบัน คือที่ตั้งของวัดสายสุวพรรณ จากนั้นเป็นพิธีเททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ ท่ามกลางการอนุโมทนาสาธุการของคณะสงฆ์ คณะเจ้าภาพ และสาธุชนที่มาร่วมงานเป็นสามัคคีบุญ

ภายในงานบุญพิธีฯ พระธรรมรัตนาภรณ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนวัดเขียนเขต และวัดสายสุวพรรณ ยังได้น้อมถวายปัจจัย จำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบช่วยเหลือให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์กราดยิง ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู และข้าวสาร จำนวน 1,000 กิโลกรัม เพื่อสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แด่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นสาธารณสงเคราะห์ อีกด้วย

สำหรับการก่อสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา สร้างเขตพุทธาวาส ซึ่งเป็นประดุจสร้างที่ประทับน้อมถวายแด่พระพุทธองค์ สร้างเขตสังฆกรรม เพื่อรักษาวินัยบัญญัติ อนุเคราะห์สงฆ์ในการทบทวนพระปาติโมกข์ ประกอบพิธีอุปสมบท พิธีกรานกฐิน และสร้างบุญสถาน สำหรับประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน โดยรูปแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ เป็นอุโบสถ 2 ชั้น ขนาดภายในโถงอุโบสถชั้น 2 กว้าง 15 เมตร ยาว 33 เมตร รวมพื้นที่ระเบียง และลานเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ กว้าง 42 เมตร ยาว 85.6 เมตร

ส่วนชั้น 1 ใต้อุโบสถเป็นห้องปฏิบัติธรรม กว้าง 30 เมตร ยาว 48 เมตร เพดานสูง 5 เมตร ชั้น 1 ของอุโบสถ มีพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยแบบอเนกประสงค์ร่วม 1,500 ตารางเมตร ความสูงอุโบสถ 2 ชั้นรวม 25.8 เมตร สถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยประยุกต์ โดยตัดทอนรายละเอียดเพื่อให้ดูแลรักษาง่าย แต่ยังคงอัตลักษณ์ที่สำคัญทางพุทธศิลป์ เน้นหลักความแข็งแรงคงทน เรียบง่ายแต่สง่างาม รูปแบบหลังคาเป็นทรงจั่วโค้งซ้อนกัน 3 ชั้น 

โดยวัดสายสุวพรรณ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญมหากาลทาน ทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณ ในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 09.00 น. โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถทำบุญได้ที่พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ในฐานะประธานดำเนินงานก่อสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณ โทรศัพท์ 02-533-1120 ถึง 1 หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี วัดสายสุวพรรณ เลขที่บัญชี 028-7-16099-8

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685170

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.32 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ตอนที่ ๔ อารมณ์ของฌาน

ท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย และบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย วันนี้ ก็จะขอพูดเรื่องอานาปานุสสติกรรมฐาน ส่วนที่แล้วมานั้นได้พูดถึง ด้านขณิกสมาธิ กับ อุปจารสมาธิสำหรับวันนี้จะได้พูดถึง อารมณ์ของฌาน

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน ความจริงก็เป็นเครื่องสังเกตไม่ยาก เมื่อผ่านอุปจารสมาธิมาแล้ว ตอนนี้จิตจะมีความสุข มีความเยือกเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฌานนี่แบ่งออกเป็น ๔ อย่าง คือ อารมณ์ปฐมฌาน ปฐมฌานนี่มีองค์ ๕ คือ มี วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา คำว่า วิตก ก็ได้แก่ อารมณ์นึกที่เราจะกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก

วิจาร ก็ได้แก่ การรู้ว่าเวลานี้เราหายใจเข้าหรือว่าหายใจออก หายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้น หรือว่าจะพูดกันถึงในกรรมฐาน ๔๐ เราก็จะมีอารมณ์รู้ว่าเวลานี้ลมกระทบจมูก กระทบหน้าอก กระทบศูนย์เหนือสะดือ สำหรับลมหายใจเข้า ถ้าสำหรับลมหายใจออก ก็จะกระทบศูนย์เหนือสะดือ กระทบหน้าอก กระทบจมูกหรือว่าริมฝีปาก อย่างนี้เป็นอาการของวิจาร จำไว้ให้ดีด้วย และก็ ปีติ เป็นความเอิบอิ่มใจ ตามที่กล่าวมาแล้ว มีความชุ่มชื่น มีความเบิกบาน ไม่มีความอิ่ม ไม่มีความเบื่อในการเจริญพระกรรมฐาน สามารถจะรวบรวมกำลังสมาธิเมื่อไหร่ก็ได้

สุข ก็ได้แก่ ความสุขเยือกเย็น ที่หาความสุขเปรียบเทียบใดๆ ไม่ได้ และมีความเอิบอิ่มใจมาก

เอกัคคตา มีอารมณ์เดียว หมายความว่า ในขณะนั้นจิตจะจับเฉพาะอารมณ์ลมหายใจเข้าออกอยู่ตามปรกติ จิตจะไม่รับอารมณ์ส่วนอื่น อันนี้เป็นอาการของที่เราจะทราบได้ตามจริยา คือ อาการของปฐมฌาน มีองค์ ๕

แต่ทว่าจะพูดถึงความรู้สึก ขณะที่จิตของเราเข้าถึงปฐมฌาน จิตจะจับลมหายใจเข้าออก ลมหายใจจะเบา มีความสุขสดชื่น หูได้ยินเสียงภายนอกชัดเจนแจ่มใส แต่ทว่าไม่รำคาญในเสียง จะเป็นเสียงดังจะเป็นเสียงเบา เสียงเพลง เสียงทะเลาะกัน เอะอะโวยวายของขี้เมา ขี้เหล้าเมายาก็ตาม เราไม่รำคาญในเสียง สามารถจะคุมอารมณ์ได้ตามปรกติ อย่างนี้เรียกว่า ปฐมฌาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังจิตสำหรับผู้ฝึกที่จะเข้าปฐมฌานนั้น ก็มีความสำคัญอยู่จุดหนึ่ง คือ ขณะที่จิตก้าวเข้าไปสู่ปฐมฌานเบื้องแรก กำลังของจิตยังไม่มั่นคง

ตอนนี้เวลาที่เราจับลมหายใจเข้าออกจะมีอารมณ์สงัด จะมีสภาพนิ่งคล้ายๆ อาการเคลิ้ม บางทีเราคิดว่าเราหลับแต่ความจริงไม่หลับ ถ้าหลับมันจะโงกหน้าโงกหลัง

อาการเช่นนั้นที่เกิดขึ้นกับเรา มีอาการเฉยๆ ตัวตั้งตรง แต่ว่ามีอาการเคลิ้มลืมตัวเหมือนหลับ สักครู่เดียวหรือประเดี๋ยวเดียว จะมีอาการหวิวคล้ายตกจากที่สูง และเราก็ไม่สามารถจะนำอารมณ์นั้นขึ้นมาใช้ได้อีก เพียงแค่รักษาอารมณ์สบาย

อาการอย่างนี้ ขอท่านทั้งหลายพึงทราบ ว่านั่นสมาธิจิตของท่าน ขณะที่มีอารมณ์สบายเงียบสงัด มีอาการคล้ายเคลิ้มเหมือนหลับ เป็นอาการจิตหยาบของอารมณ์หยาบของปฐมฌานเป็นการก้าวขึ้นสู่ปฐมฌานแบบหยาบๆ

แต่ทว่าจิตไม่สามารถจะทรงฌานอยู่ได้ จิตพลัดจากฌาน จะมีอาการหวิวคล้ายกับตกจากที่สูง ถ้ามีอาการอย่างนี้เกิดขึ้น ก็จงอย่าสนใจ มันจะเป็นยังไงก็ช่าง เราก็รักษาอารมณ์ปรกติไว้ ได้เท่าไหร่พอใจเท่านั้น

มาเข้าถึงตอนทุติยฌาน คือ ฌานที่ ๒ ฌานที่ ๒ นี่มีองค์ ๓ คือ ตัด วิตก วิจารเสียได้ เหลือ ปีติ สุข เอกัคคตา

ในตอนนี้จะรู้สึกว่าจิตเข้าไปจับลมหายใจเข้าลมหายใจออกจะวางไว้ คือจิตจะไม่สนใจ ลมหายใจจะเบาลง มีแต่ความสดชื่นหรรษา มีความนิ่งสนิท

ถ้าหากว่าเราจะสังเกตให้ง่าย นั่นก็คือถ้าเราภาวนาไปด้วย สมมติว่าเรากำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้าเรานึกว่าพุท เวลาหายใจออกนึกว่าโธ อันนี้จะสังเกตง่าย ในขณะที่เข้าฌานที่ ๒ ในขณะจิตเข้าถึงฌานที่ ๒ คำภาวนาจะหายไป จิตจะตั้งอารมณ์ทรง มีความเอิบอิ่ม มีอารมณ์สบาย มีอารมณ์ละเอียด สงัด มีอารมณ์สงัดมาก

แต่พอจิตเคลื่อนจากฌานที่ ๒ ลงมาสู่อุปจารสมาธิ จะมีความรู้สึกว่า โอหนอ นี่เราลืมไปเสียแล้วหรือ หรือว่าเราเผลอไปแล้ว นี่เราไม่ได้ภาวนาเลย การกำหนดรู้จับลมหายใจเข้าออกเราก็ไม่ได้ทำ ตายจริงนี่เราเผลอไป แต่ความจริง นั่นไม่ใช่อาการของความเผลอ เป็นอาการของจิตที่ทรงสมาธิสูงขึ้น ขอท่านทั้งหลายพึงเข้าใจตามนี้

สำหรับอาการของฌานที่ ๓ นั้น มีองค์ ๒ คือ เหลือแต่สุขกับเอกัคคตา ตัดปีติหายไป

อาการของ ฌานที่ ๓ นี่ที่เราจะสังเกตได้ง่าย ความชุ่มชื่นสดชื่นหายไปของจิต จิตมีความสุข และก็มีจิตทรงตัวมากในอารมณ์ที่ตั้งไว้ ดีกว่าฌานที่ ๒

แล้วทางร่างกายจะสังเกตว่า มีอาการคล้ายๆ กับนั่งหรือยืนตรงเป๋งเหมือนอะไรมาผูกเข้าไว้ สำหรับลมหายใจจะรู้สึกว่าเบาลงไปมากเกือบไม่มีความรู้สึก หูได้ยินเสียงภายนอกเบาๆ ถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะดัง แต่ก็เสียงที่เราได้ยินเบามาก อย่างนี้เป็นอาการของฌานที่ ๓

เมื่อเข้าถึงฌานที่ ๔ จะมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้หายใจ แต่ทว่ากำลังใจไม่มืด มีความสว่างโปร่งทรงอารมณ์อยู่ตามปรกติ มีอารมณ์เด็ดเดี่ยวตั้งมั่น คือมีความมั่นคงมาก ไม่รู้การสัมผัสจากภายนอก ยุงจะกิน ริ้นจะกัด เสียงจะมาจากทางไหนไม่รู้หมด ปรากฎว่ามีจิตนิ่งเฉยๆ

สำหรับฌาน ๔ นี้มีองค์ ๒ คือ มีเอกัคคตากับอุเบกขา

เอกัคคตา หมายความว่า ทรงอารมณ์เป็นหนึ่ง อารมณ์ไม่เคลื่อน อุเบกขา หมายถึงว่า เฉยไม่รับสัมผัสอารมณ์ใดๆ ทั้งหมด

ที่พูดมานี้ เพื่อประสงค์ที่ให้ท่านทั้งหลายทราบว่า อาการของฌานมันเกิดขึ้นจะมีความรู้สึกเป็นยังไง แต่ว่าเนื้อแท้จริงๆ นักปฏิบัติถ้าจะปฏิบัติกันให้ดีล่ะก็ จงอย่าสนใจว่าเวลานี้มันจะได้ฌานอะไร จะเข้าถึงฌานหรือจะเป็นขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ จะเป็นฌานที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ก็ช่าง ไม่สนใจ

นี่เราพูดกันถึงว่าในแง่ของการปฏิบัติที่เอาดีกัน ถือว่าวันนี้ได้ดีเพียงใด พอใจเท่านั้น เราทำตามอารมณ์สบายของเรา มันได้แค่ไหนพอใจแค่นั้น เมื่อวานนี้ดีกว่าวันนี้ วันนี้เลวกว่าเมื่อวานนี้หน่อยก็่ช่าง คิดว่าเราเป็นผู้สะสมความดี จะทรงอารมณ์จิตให้อยู่ในด้านของสมาธิตามความพอใจที่เราต้องการเท่านี้พอ

ถ้าจิตตั้งอยู่อย่างนี้ อารมณ์จะเป็นสุข ไม่มีอาการดิ้นรนจงอย่าสนใจกับภาพที่เห็น จงอย่าสนใจกับอารมณ์ของจิต ว่าเมื่อวันก่อนนี้มันเลวกว่าวันนี้ หรือว่าวันนี้ดีกว่าวันก่อน ถ้าไปสนใจอย่างนั้น จิตจะไม่ทรงตัว จะหาอารมณ์ที่แนบสนิทไม่ได้

ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายพึงตั้งใจไว้โดยเฉพาะ เพื่อผลของความดี นั่นก็คือเวลาที่เจริญสมาธิจิต จะด้านอานาปานุสสติก็ตาม กรรมฐานกองอื่นใดก็ตาม จงทราบว่า เวลานี้จะตกอยู่ในสภาพของฌานอะไรก็ช่างอย่าไปตั้งหน้าตั้งตาว่าเราต้องการได้ฌานนั้น เราต้องการทรงฌานนี้ มันจะเกิดอารมณ์กลุ้ม

ถ้าอารมณ์กลุ้มเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ตัดความดีทั้งหมด ผลที่สุด วันนั้นเราจะไม่ได้อะไรเลย เป็นอันว่าขณะใดที่ทำไปขณะนั้นเรามีความพอใจ ได้แค่ขณิกสมาธิคือสมาธิเล็กน้อยเราก็พอใจ ได้ถึงอุปจารสมาธิเราก็พอใจ จิตตกอยู่ในฌานใดฌานหนึ่งเราก็พอใจ พอใจเสียทั้งหมด

ถ้าทำจิตอย่างนี้ อารมณ์จิตจะสบาย ก็ได้แก่การฝึกจิตเข้าถึงอุเบกขารมณ์นั่นเอง เมื่อการฝึกจิตแบบนี้แล้ว ต่อไปจิตจะเป็นเอกัคคตารมณ์และอุเบกขา คือจิตจะทรงฌาน ๔ ได้ง่าย

ตอนนี้มาก็ขอพูดกันถึงหลักแห่งการปฏิบัติ การปฏิบัติที่จะให้ผลกันจริงๆ ผมเคยพูดมาแล้วในตอนก่อนว่า จงใช้เวลาจุกจิกๆ ของเราเป็นเครื่องการกระทำสมาธิ

อย่างที่พูดมาวันวานนี้ว่า เวลาทำการทำงานก็ดี ใช้งานเป็นสมาธิ เดินไปบิณฑบาต เดินไปธุระ จะทำอะไรก็ตาม อย่าทิ้งลมหายใจเข้าออก พยายามนึกถึงลมหายใจเข้าหายใจออกไว้เสมอ

แต่ว่าถ้างานนั้นไม่เหมาะสมแก่การใช้ลมหายใจเข้าหายใจออก เราก็ใช้จิตจับอยู่ที่งาน ว่าเวลานี้เราทำอะไร เราดายหญ้ารึ เราก็เอาใจจับไว้เฉพาะเวลาที่เราดายหญ้า มือเราถือจอบ จอบเราฟันดิน หรือเราถากหญ้า จะถากตรงไหน ตั้งใจไว้โดยเฉพาะ อย่างนี้ก็เป็นอาการฝึกอารมณ์ของสมาธิไปในตัว

เราจะทาสี เราจะตอกตะปู เราจะเลื่อยไม้ เราจะโบกปูน เราจะทำอะไรทุกอย่าง ตั้งใจทำในกิจนั้นโดยเฉพาะ เอาจิตจับไว้โดยเฉพาะในเรื่องนั้น อย่างนี้เป็นการทรงสมาธิ ทำสมาธิให้ทรงตัวไปในตัว เป็นการฝึกในงาน

สำหรับวันนี้ยังไม่พูดถึงด้านวิปัสสนาญาณ ก็จะพูดในวงแคบๆ ของสมาธิเท่านั้น มีอีกวิธีหนึ่งที่เคยฝึกกันมา ผมก็ดี เพื่อนของผมก็ดี หลายๆ ท่านก็ดี เขาใช้วิธีฝึกต่อสู้กันแบบนี้

หนึ่ง ซ้อมการต่อสู้กับความเหนื่อย เราเหนื่อยมาก็ดี เราร้อนมาก็ดี เดินทางไกลมาเหนื่อยๆ และกำลังร้อนจัด สมัยโน้นมันไม่มีรถไม่มีเรือ มันหายาก จะไปมาติกาบังสุกุล จะไปไหนกันทีก็ใช้การเดิน

เดินมาร้อนๆ และก็เหนื่อยจัด พอมาถึงที่ เปลื้องผ้าออก ถ้าไม่ร้อนไม่เป็นไร เข้าห้อง ในขณะเดียวกันนั่นเอง เราก็อยู่ในห้องของเราโดยเฉพาะ ไม่ยอมให้เหงื่อแห้ง ไม่ยอมคลายความเหนื่อย นั่งปับหรือว่านอนลงจิตจับสมาธิทันที จับลมหายใจเข้าหายใจออกว่าจิตมันจะทรงตัวมั้ย ถ้าจิตยังไม่ทรงตัวดีเพียงใด เราจะไม่เลิก แต่ว่าอาการอย่างนี้ท่านทั้งหลาย มันเป็นการระงับความเหนื่อย คือดับความร้อน ดับความเหนื่อยไปในตัว

เมื่อจิตเข้าถึงสมาธิเล็กน้อย คือขณิกสมาธิ ความเหนื่อยมันก็คลาย พอจิตเข้าถึงอุปจารสมาธิ มีปีติเป็นอารมณ์ ตอนนี้เองมันจะหายเหนื่อยทันที ความร้อนความกลุ้มมันจะหายไป และความเหนื่อยจากทางร่างกายมันก็จะไม่มี ต้องพยายามต่อสู้อย่างนี้นะครับ

การสำเร็จมรรคผลหรือได้ฌานสมาบัติ ไม่ใช่ได้มาจากป่า ส่วนใหญ่จริงๆ เขาได้ในที่มวลชนมากๆ และการเจริญสมาธิจากป่าในแดนสงัดที่ว่าได้ผลดีนั้นไม่จริง ถ้าหากว่าจิตยังไม่ถึงความเป็นพระอริยเจ้าเพียงใด ท่านกลับเข้ามาหาหมู่ชนเมื่อไหร่ เมื่อนั้นมันเกิดการกลุ้มทันที ต้องมาฝึกกันใหม่

ถ้าหากว่าจะถามว่าทราบเรื่องนี้ได้ยังไง กระผมก็ต้องขอตอบว่าผมชนกับมันมาแล้วทุกอย่าง การอยู่ในป่าช้า การอยู่ในป่าชัฏ การอยู่ในถ้ำ ผมทำมาแล้วทุกอย่าง แต่ผลจริงๆ ที่ได้ทรงตัว ก็คือต้องเข้ามาต่อสู้กับกลุ่มคน

นั่นเราอยู่คนเดียวมีการสงบสงัด ไม่มีอะไรรบกวนใจ เราจะทรงอารมณ์อย่างใดก็ได้ เหมือนเราปักไม้ไว้ในที่สงัด ลมไม่พัด น้ำไม่ไหล ไม่มีใครไปจับเขย่า ไม้มันก็มีอาการทรงตัว ปักแน่นหรือไม่แน่นมันก็ทรงตัวอยู่ได้ ถ้าไปปักที่น้ำมันไหลเชี่ยว ลมพัดแรง มีคนเขย่า ถ้ามันไม่แน่นจริงๆ มันก็ทรงตัวไม่ไหว ข้อนี้มีอุปมาฉันใด จิตของเราก็เหมือนกัน ที่จะได้ดีกันจริงๆ ก็ต้องต่อสู้กับอารมณ์ที่เข้ามาขัดขวาง

อาการที่ต่อสู้กับความเหนื่อยและความร้อนนี่ ผมเคยทำแบบนี้นะ เคยทำแบบนี้ บางทีผมทำงานเหนื่อยๆ ดีไม่ดีกำลังเหนื่อยหอบแฮ่กๆ นั่นแหละ ผมหยุดพักนั่งพิงสันหลังพิงฝาปับจับอารมณ์สมาธิ จับเมื่อไรมันทรงตัวเมื่อนั้น อารมณ์สบายทันที

นี่ฝึกมันต้องฝึกแบบนี้ เวลาทำงานเหนื่อยๆ แต่ว่าเวลาที่จะนั่งทำแบบนั้นระวังนะ อย่าให้ใครเขาเห็น การนั่งสมาธิให้คนเห็น พระพุทธเจ้าท่านทรงปรับว่าเป็นอุปกิเลส มันจะมีการโอ้การอวดอยู่ในตัวเสร็จ ใช้ไม่ได้ ต้องใหัลับนั่งเฉยๆ สบายๆ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ประเดี๋ยวหนึ่งเราก็ลุกไปทำงานของเราใหม่

ประการที่สอง ต้องพยายามต่อสู้กับเสียง เวลานี้สะดวก ในการต่อสู้กับเสียงนี่ อย่าใช้เสียงให้มันดังนัก ชาวบ้านเขาจะรำคาญ

วิธีต่อสู้กับเสียงก็คือ ขณะที่เราพบกับเสียงที่เราไม่พอใจ เขาคุยกันเอะอะโวยวาย เราย่องเข้าไปใกล้ๆ ถ้ามันไม่มีที่ลับ เราก็เข้าไปใกล้ๆ ทำตามองเหม่อดูอะไรซะก็ช่าง เอาจิตจับลมหายใจเข้าหายใจออก ลองดูซิว่ามันรำคาญในเสียงมั้ย

ถ้าทำอย่างนั้นไม่สะดวก เวลานี้วิทยุของเรามี บันทึกเสียงของเรามี เวลาเราจะทำเปิดเบาๆ นะ อย่าไปให้คนข้างๆ เขารำคาญ เปิดวิทยุฟังเบาๆ มันจะเป็นเพลงละครอะไรก็ตาม ขณะเดียวกันนั้น เราก็ใช้อารมณ์กำหนดอานาปานุสสติกรรมฐานและภาวนาไปด้วยก็ได้ หูได้ยินเสียงเพลง เสียงพูดในวิทยุชัด แต่ว่าถ้าจิตของเราไม่รำคาญในเสียงนั้นอย่างนี้ใช้ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำไปๆ จนกระทั่งหูไม่ได้ยินเสียงเลยยิ่งดีใหญ่ นั่นเป็นอาการของฌาน ๔

เท่าที่เคยฝึกกันมา ผมเคยฝึก อันดับแรก ใช้แผ่นเสียงชุดหนึ่งให้เด็กเล่นเมื่อเด็กเล่น เด็กก็เอะอะโวยวายไปตามเรื่อง และใช้เสียงมันก็เปิดเสียงเพลงด้วย สมัยก่อนก็ใช้วิทยุขยายเสียงแผ่นเสียงแบบไขลาน ต่อมาแผ่นเสียงเดียวหรือสายเดียวเราสู้ได้ ก็ไปซื้อใหม่อีกเครื่องหนึ่ง เพลงไม่เหมือนกันให้เด็กอีกพวกหนึ่งเล่น มันก็เถียงกันมาเถียงกันไป ฝ่ายนี้เปิดเพลงอย่างนั้น ฝ่ายนั้นเปิดพลงอย่างโน้น เรานอนกลาง นอนจับลมหายใจเข้าออกภาวนาไปจนไม่รำคาญในเสียง ในที่สุดเสียงอันดังมันก็ดังแว่วน้อยลงมาทุกทีๆ จนกระทั่งถึงระดับไม่ได้ยินเสียงเลยนี่ใช้ได้

ต้องต่อสู้แบบนี้เสมอๆ จนกระทั่งมีอารมณ์ชิน อารมณ์ชินขึ้นมา เสียง ได้ยินเสียงที่เราไม่พอใจเมื่อไหร่ หรือว่าเราพอใจเมื่อไหร่ก็ตาม เราจะเข้าสมาธิได้ทันทีทันใด นี่ว่ากันถึงการฝึกจิตให้คล่องในการเข้าสมาธิ ถ้าทำได้อย่างนี้อารมณ์จิตจะทรงตัว พยายามทำ

จงอย่าคิดว่าทำไม่ได้ ไม่มีใครเขาทำได้มาตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องมาฝึกกันเหมือนกัน จนถึงพระอรหันต์ทุกองค์ที่ท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านก็ฝึกกันมาแบบนี้ ค่อยทำค่อยไปทีละน้อยละน้อย ในที่สุดมันก็เข้าถึงจุดจบ ถ้าเราไม่ละความพยายาม ตอนนี้พูดเฉพาะอานาปานุสสติกรรมฐาน ดีไม่ดีเดี๋ยวก็เผลอเอาอะไรมาป้วนเปี้ยนเข้ามันจะยุ่งกันใหญ่

ที่นี้ต่อมาอีก เราก็พยายามฝึกระงับอารมณ์ที่เข้ามากระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คืออนิฏฐารมณ์

คำว่าอนิฏฐารมณ์ก็ได้แก่อารมณ์ที่เราไม่ชอบใจ อารมณ์ใดก็ตามที่มันจะเกิดขึ้นกับเราเป็นอารมณ์ที่เราไม่ชอบใจเกิดขึ้น ตอนนี้เราต้องพยายามระงับด้วยกำลังของสมาธิ

คิดว่าใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา เขาจะนินทาอย่างไรก็ช่างเขา มันเป็นปากของเขา และก็มันเป็นหน้าที่ของเขาที่เขาจะชมก็ได้ เขาจะด่าก็ได้ มันเป็นเรื่องของเขา

เวลาที่รับคำด่าหรือคำชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำด่า เราอย่าพึ่งไปโกรธ ใช้จิตพิจารณาเสียก่อนว่า ไอ้เรื่องที่เขาด่ามันจริงหรือไม่จริง ถ้าเป็นอาการที่ไม่ตรงความเป็นจริง เราก็ยิ้มได้ ว่าท่านผู้ด่านี่ไม่เห็นจะมีอาการน่าเลื่อมใสตรงไหน ด่าส่งเดชโดยไร้เหตุไร้ผล ไม่เหมาะกับฐานะที่เกิดมาเป็นคนของพระพุทธศาสนา แต่จงอย่าโกรธ จงยิ้มเสียว่าเราดีกว่าเขาเยอะ

แล้วต่อจากนั้นไปก็ใช้อารมณ์ใจเอาเสียใหม่ ถ้าพบอารมณ์ที่ทำให้เราไม่พอใจเราก็ใช้อารมณ์จับอารมณ์ลมหายใจเข้าออกให้จิตมันทรงตัว จะด่าก็ช่างจะว่าก็ช่างนินทาก็ช่าง ช่างเขา เรารักษาอารมณ์ของเราให้มีความสุขใช้ได้ ถือว่าอารมณ์ความสุขเป็นปัจจัยให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานโดยง่าย

อันนี้เป็นอารมณ์แบบสบายๆ ที่เราสามารถจะทรงตัว จิตระงับอารมณ์ที่มากระทบที่เราไม่พอใจ ทีหลังก็มาพยายามหาทางระงับความอยากด้วยกำลังของฌาน

ความจริงกำลังของฌานนี่มันจะระงับกิเลสได้ทุกอย่าง โลภะ ความโลภ ราคะ ความรัก โทสะ ความโกรธ โมหะ ความหลง มันระงับได้ทุกอย่าง แต่มีอารมณ์หนัก

เมื่ออารมณ์จิตของเรามีการทรงตัวจริงๆ อารมณ์แห่งความสุขมันจะยืนตัวกับจิตของเรา มันจะไม่หวั่นไหวในเมื่อเห็นคนหรือวัตถุที่มีความสวยสดงดงาม จะไม่เกิดอาการทะเยอทะยาน จากอาการที่ได้ลาภสักการะ จะไม่มีความหวั่นไหวในกำลังจิต แม้ขณะที่มีบุคคลเขายั่วให้โกรธ อาการอย่างนี้มันจะไม่มีในจิตของเรา และสิ่งที่เราจะยึดมั่นถือมั่นว่าร่างกายเป็นเรา เป็นของเรามันก็ไม่มี

ความจริงกำลังสมาธินี่สามารถจะกดกิเลสทุกตัวให้มันจมลงไปได้ แต่อย่าลืมว่ากิเลสมันไม่ตายเพราะมันถูกฝังไว้เท่านั้น แค่เราเผลอเมื่อไหร่มันก็โผล่มาเล่นงานเราเมื่อนั้น

สำหรับคนที่ทรงจิตถึงฌาน ๔ หรือทรงอารมณ์สมาธิถึงฌานใดฌานหนึ่ง จนกระทั่งมีอารมณ์ชิน มักจะมีอาการเผลอคิดว่าเราเป็นพระอรหันต์ อย่างนี้ผมเองก็พบมา แม้แต่ตัวผมเองก็เหมือนกัน ตัวผมเองนี่บางครั้งในตอนที่กำลังฝึกผมคิดว่าเอ๊ะนี่เราเป็นพระอรหันต์เสียแล้วหรือเนี่ย มันไม่พอใจอะไรทั้งหมด รักมันก็ไม่เอาไหน โลภมันก็ไม่เอาไหน โกรธมันก็ไม่เอาไหน หลงอะไรมันก็ไม่มี

แต่ทว่าทำมาทำไป อารมณ์นานๆ เข้ากำลังใจตกลง ไอ้เจ้าตัวรักมันก็เริ่มโผล่นิดๆ เจ้าตัวโลภ เจ้าตัวโกรธ เจ้าตัวหลงมันก็มาหน่อยๆ ตอนนี้จึงรู้ตัวว่าโอ้หนอ นี่เราพลาดไปเสียแล้วที่คิดว่าตัวเป็นอรหันต์ เป็นแค่กำลังฌานโลกีย์เท่านั้น

แต่ความจริงแม้เราเป็นฌานโลกีย์ แต่สามารถจะระงับอาการเช่นนี้ได้ ก็ควรจะพอใจ เพราะว่ากิเลสสามารถจะกดมันให้จมลงไปได้ ไม่ช้าเราก็สามารถจะห้ำหั่นให้มันให้พินาศได้ด้วยอำนาจของวิปัสสนาญาณ

เอาละบรรดาท่านทั้งหลาย มองดูเวลาเห็นว่าหมดเสียแล้วสำหรับวันนี้ ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้.

จบ ตอนที่ ๔ อารมณ์ของฌาน (คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=34508) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,649 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d