Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘คุณพระช่วยกู้รถกู้ภัย’เข้าไปช่วยน้ำท่วมบ้านชาวเลยตกถนนจมน้ำเกือบมิดทั้งคัน

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684757

'คุณพระช่วยกู้รถกู้ภัย'เข้าไปช่วยน้ำท่วมบ้านชาวเลยตกถนนจมน้ำเกือบมิดทั้งคัน

‘คุณพระช่วยกู้รถกู้ภัย’เข้าไปช่วยน้ำท่วมบ้านชาวเลยตกถนนจมน้ำเกือบมิดทั้งคัน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.18 น.

นี่เป็นภาพจากคลิปในเฟสบุ๊ก “Sitthichai Kankamon Rinrit” พร้อมกับข้อความระบุว่า “งานนี้ พระช่วยจริงๆ” เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 ต.ค.65 ที่ผ่านมา หลังจากรถกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลเมืองเลยและประสบเหตุตกหลุม ทำให้รถกู้ภัยตกลงไปข้างถนนจมน้ำกลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง จนมีภาพแบบนี้ออกมา ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจอย่างมากในการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งประชาชนและพระสงฆ์

นายชวภณ พันพิมพ์ รองนายกสมาคมร่วมใจกู้ภัยเมืองเลย เจ้าของรถกู้ภัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4-5 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมามีน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองเลย ระดับสูงมากประมาณเอวและคอ จุดที่รถกู้ภัยประสบเหตุอยู่ในซอยข้างวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง (เลยหลง) ชาวบ้านบอกว่าน้ำลึกแค่เข่า แต่ที่ไหนได้น้ำลึกถึงคอ ทำให้รถกู้ภัยเลยจมลงไป

จากนั้นทางหน่วยกู้ภัยได้ระดมเจ้าหน้าที่ของหน่วยกู้ภัยต่างๆ มาช่วยกันดึงและลากรถของกู้ภัยขึ้นมาจากพื้นที่น้ำท่วม ในระหว่างที่ทุกคนกำลังช่วยกันดึงรถกู้ภัยขึ้นมาจากน้ำนั้นได้มีพระสงฆ์ของวัดเลยหลง ที่อยู่บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังนำเรือและคนเพื่อไปลากรถขึ้นมา จึงได้ระดมกำลังพระและเณรในวัดที่อยู่แถวนั้นออกมาช่วยรถกู้ภัยอย่างที่เห็น ซึ่งเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่งานนี้แทนที่จะเป็นการช่วยชาวบ้านก็กลับมาเป็น “คุณพระช่วย ช่วยกู้ภัยอีกทีหนึ่ง” ซึ่งเป็นภาพที่เห็นแล้วประทับใจเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงที่มีอุทกภัยแบบนี้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หอเตือนภัย’ดังสนั่น!! ปภ.พิจิตร ส่งสัญญาณเตือน ปชช.น้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684743

'หอเตือนภัย'ดังสนั่น!! ปภ.พิจิตร ส่งสัญญาณเตือน ปชช.น้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น

‘หอเตือนภัย’ดังสนั่น!! ปภ.พิจิตร ส่งสัญญาณเตือน ปชช.น้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.59 น.

6 ต.ค. 65 ปภ.รายงานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้รับการประสานจาก ปภ. จ.พิจิตร ให้ส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก (M12) ไปยังหอเตือนภัยที่ติดตั้งอยู่บริเวณ อบต.งิ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร (รหัสหอ FT02) เนื่องจากมีฝนตกสะสมปริมาณมากในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งได้ส่งสัญญาณไปยังพื้นที่ดังกล่าวแล้วในเวลา 06.00 น. ของวันนี้ (6 ต.ค. 65) .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘1สาย1เส้นทาง’เพื่อใคร? ถามขนส่งฯ…ปฏิรูปรถเมล์แบบไหน ‘คนรายได้น้อย’เดือดร้อน

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684742

‘1สาย1เส้นทาง’เพื่อใคร? ถามขนส่งฯ...ปฏิรูปรถเมล์แบบไหน 'คนรายได้น้อย'เดือดร้อน

‘1สาย1เส้นทาง’เพื่อใคร? ถามขนส่งฯ…ปฏิรูปรถเมล์แบบไหน ‘คนรายได้น้อย’เดือดร้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.50 น.

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เฟซบุ๊กแฟเพจ “รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai.com” ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถเมล์สายต่างๆ ทั้งขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถร่วมเอกชน โพสต์ข้อความดังนี้

10 ตุลาคม 2565 นี้ ขสมก.ประกาศหยุดให้บริการรถเมล์ในเส้นทางสาย 34 82 88 และ 140 ซึ่งมีเสียงสะท้อนของประชาชนเข้ามายังเพจ แสดงความกังวลในสิทธิต่างๆที่เคยได้รับจากการให้บริการของ ขสมก. ว่าถ้าหากเอกชนเข้ามาเดินรถแล้ว สิทธิเหล่านี้จะหายไป บ้างก็กังวลเรื่องจำนวนของรถที่ให้บริการ เรื่องเวลาการให้บริการจะหมดเร็วกว่า ขสมก.วิ่งไหม กะสว่างจะมีไหม คำถามมากมายที่มีเข้ามา ซึ่งแอดมินเองก็กังวัลไม่แพ้กับสมาชิกทุกท่านครับ

การปฏรูประบบรถเมล์ตอนนี้ คงมีผลกระทบกับหลายๆคน พนักงาน ขสมก.สายที่ถูกยุบก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน บางคนต้องย้ายอู่ ไปทำงานสายใหม่ เดินทางมาทำงานลำบาก ในมุมประชาชนผู้ใช้บริการ บางสายเคยเสียค่าโดยสาร 8 บาท ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มตามระยะทาง 15 20 25 บาท สิทธิต่างๆเช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิลดหย่อนต่าง จะหายไป

หลายเสียงก็ตั้งคำถามว่าการปฏิรูปควรทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรถเมล์ใหม่ ไม่ใช่ปฏิรูปแล้วทำให้ประชาชนเดือนร้อน ลำบากกว่าเดิม 1 เส้นทาง 1 ผู้ประกอบการ การบรรจุรถในสายที่ 82 และ 140 เอกชนจะบรรจุได้เท่าของเดิมที่ เค้าทำไว้ไหม จริงๆ ขนส่งไม่ควรจำกัดจำนวนขั้นสูงเลย เพราะบางสาย ความต้องการมันมีมากกว่า ที่ขนส่งกำหนด นี่คือสิ่งที่ประชาชนกังวล และเป็นห่วง

เส้นทางสายรถเมล์ที่ได้วิ่งแทน ขสมก.ไปก่อนหน้านี่ภาพชัดแล้ว ว่า เอกชนเดินรถสู้ ขสมก.ไม่ได้เลย เสียงเรียกร้องมากมาย ว่าสรุปปฏิรูปเพื่อใคร? ปัญหาที่เกิดขึ้นเสียงของประชาชนมีความหมายอยู่หรือไม่

โดยเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ขสมก. พร้อมบวก” ซึ่งเป็นเพจทางการของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โพสต์ข้อความดังนี้

ขสมก. หยุดการเดินรถโดยสาร สาย 34 82 88 และ 140 ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.นี้เป็นต้นไป เนื่องจากรถโดยสารเอกชน สามารถจัดเดินรถโดยสารในเส้นทางดังกล่าวแล้ว

สาย 34 รังสิต – หัวลำโพง (ทางด่วน)

สาย 82 ท่าน้ำพระประแดง-บางลำพู

สาย 88 วัดคลองสวน-ลาดหญ้า

สาย 140 แสมดำ – อนุสาวรีย์ชัยฯ (ทางด่วน)

มาร่วมบวกเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ระหว่างแฟนๆ และรถเมล์ ขสมก. ทั้ง 4 เส้นทางนี้กันนะคะ

ด้านนายฉัตรไชย ภู่อารีย์ นักวิชาการอิสระด้านการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการรถโดยสาร หมวด 4 เอกชน กรุงเทพฯ (รถสองแถว) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้

ทุกคนในประเทศไทย ไม่ว่าท่านจะใช้รถเมล์ในกรุงเทพหรือไม่ ตามกฎหมายขนส่งและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่า ท่านคือผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการที่กรมการขนส่งทางบก นำเส้นทางเดินรถที่ ขสมก.ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งอยู่แล้ว ไปประกาศรับคำขอใหม่ โดยอ้างว่าเป็นการปฏิรูปเส้นทาง  และใช้มติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางบังคับให้ ขสมก.ต้องเลิกประกอบการขนส่ง

ซึ่งนี่ไม่ใช่การปฏิรูป หากแต่เป็นการแปรรูป ขสมก.และเส้นทางเดินรถ ไปสู่ความผูกขาดของเอกชน และทำให้ประชาชนที่ใช้รถเมล์ต้องเสียค่าโดยสารที่แพงขึ้น นี่คือการปล้นประชาชนผู้ใช้รถเมล์

บัดนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สั่งให้ ขสมก.หยุดการเดินรถในเส้นทางตามภาพนี้ และจะมีติดตามมาอีกหลายสิบเส้นทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่ไปเดินรถรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางเหล่านั้นแทน ขสมก. และผลกระทบที่จะติดตามมาคือความเดือดร้อนของประชาชนที่จะต้องจ่ายค่ารถสูงขึ้น และเส้นทางเดินรถบางเส้นทางไม่เป็นไปตามเส้นทางเดิม

วันที่ 14 ตุลาคม 2565 นี้ ถ้าใครต้องการร่วมกับผมในการกอบกู้วิกฤตการณ์ปล้นประชาชนในครั้งนี้ เวลา 10.00 น. พบกันที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อร่วมกันเป็นผู้ฟ้องคดีกับผมในคดีหมายเลขดำที่ 1617/2565 ล้มกระดานการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ กับผมได้

ทั้งหมดนี้ ผมใช้เงินส่วนตัวของผมในการฟ้องคดีเพื่อคนไทยที่ต้องใช้รถเมล์ในเมืองหลวงของประเทศไทยเป็นแสนเป็นล้านคน จงอย่าคิดว่า ทำเพื่อยอดไลค์ หรือชื่อเสียง หรือต้องการระดมทุน

ประโยชน์สาธารณะของประชาชนที่ใช้รถเมล์ มักถูกเจ้าหน้าที่ขนส่งนำไปใช้ในการเป็นข้ออ้างต่างๆ แต่เมื่อประชาชนเรียกร้องประโยชน์สาธารณะนั้นจากท่าน ท่านไม่เคยดูแลและเหลียวแลเลย สำนึกในความเป็นข้าราชการของพวกท่าน หายไปไหนหมด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้ำท่วม’ปีนี้ไม่เท่า54 แต่แรงสุดรอบ10ปี เดิมพัน‘พายุ’ลูกสุดท้าย น้อยกว่าหรือ‘มาช้า’

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684735

‘น้ำท่วม’ปีนี้ไม่เท่า54 แต่แรงสุดรอบ10ปี เดิมพัน‘พายุ’ลูกสุดท้าย น้อยกว่าหรือ‘มาช้า’

‘น้ำท่วม’ปีนี้ไม่เท่า54 แต่แรงสุดรอบ10ปี เดิมพัน‘พายุ’ลูกสุดท้าย น้อยกว่าหรือ‘มาช้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.49 น.

‘น้ำท่วม’ปีนี้ไม่เท่า54 แต่แรงสุดรอบ10ปี เดิมพัน‘พายุ’ลูกสุดท้าย น้อยกว่าหรือ‘มาช้า’

6 ตุลาคม 2565 ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊ก Sunt Srianthumrong หัวข้อ “น้ำท่วมประเทศไทย : กราฟและตัวเลขที่ทำให้ดูไม่น่าสบายใจนัก” มีเนื้อหาดังนี้…

“น้ำท่วมประเทศไทย: กราฟและตัวเลขที่ทำให้ดูไม่น่าสบายใจนัก

ปีนี้ 2565 ตัวเลขต่างๆค่อนข้างชัดแล้วนะครับว่า น้ำมากที่สุดในรอบ 10 ปี บางทีผมว่ารัฐบาลก็ Downplay น้ำท่วมปีนี้ไปหน่อยโดยเน้นว่ายังไม่ถึงขั้นปี 54 ทั้งๆที่ถ้ามันมากที่สุดในรอบ 10 ปีโดยไม่ต้องขนาดปี 54 ก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนได้มาก เสียหายได้มาก และประชาชนสมควรที่จะถูกเตือนภัยมากกว่านี้ครับ

น้ำในภาคอีสาน :

ณ จุดนี้ แม้หลายพื้นที่ในประเทศโดยรวมยังไม่ถึงปี 54 แต่ภาคอีสานทั้งหมด ทุกเขื่อนใหญ่ ทั้งเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำตะคอง ทั้งหมดล้วนทะลุ Upper Rule Curve และเข้าสู่ระดับน้ำเดียวกับปี 54 ทั้งหมดแล้ว บางเขื่อน เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ อาจจะหนักกว่าด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาคอีสานท่วมสาหัสมาก

ปัญหาจากนี้คือเมื่อปี 54 พายุลูกสุดท้ายคือ นาลแก เข้ามา 3 ต.ค. จากนั้นไม่มีแล้ว แต่ปีนี้ถ้ายังไม่จบ ถ้ายังมีเข้ามาอีกสักลูกจะเกิดอะไรขึ้นที่ภาคอีสานนี้ น่าจะต้องมีคำตอบ และต้องมีแผนครับ 

ภาคกลางและกทม. ตัวเลขและกราฟที่น่ากังวล :

1. เขื่อนภูมิพล ระดับน้ำสูงสุดในรอบ 10 ปีแล้ว กำลังจะวิ่งเข้าแตะ Upper Rule Curve ภายในไม่กี่วันข้างหน้า มองขึ้นไปอีกไม่ไกลก็เห็นระดับปี 54 แล้ว เราต้องดูกันต่อว่า ถ้าน้ำหลากจากเชียงใหม่มาถึงครบและเก็บกักไว้จนหมด กราฟจะไปอยู่ที่ไหน พอจะรับพายุได้อีกสักลูกหรือไม่

2. เขื่อนภูมิพล กราฟปริมาณน้ำไหลลงอ่าง ช่วงแรกๆไม่เท่าไหร่ แต่ตั้งแต่กันยาเป็นต้นมา น้ำเข้าเขื่อนในระดับไม่แพ้ปี 54 เลยครับ เป็นประเภทมาช้า แต่ก็มา ลานินญ่าเหมือนกัน

3. เขื่อนป่าสัก ทราบกันดีตามข่าวว่า เขื่อนเต็มแล้ว ตอนนี้ต้องระบายออกเยอะมาก ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว และน้ำยังเข้ามาอีกวันละ 130 ล้านลบ.ม. และยังมาเรื่อยๆ  จริงๆระดับน้ำป้วนเปี้ยนแถว Upper Rule Curve มานานแล้ว เห็นความพยายามในการพร่องน้ำเต็มที่ แต่ก็กดไม่ลงจริงๆครับ น้ำมาตลอด

4. น้ำที่บางไทร เมื่อวันก่อน 2 ต.ค. น้ำมากระดับ 3,687 ลบ.ม./วินาที มากที่สุดในรอบ 10 ปี เข้าใกล้ระดับปี 2554 ที่ 3,860 เข้าไปทุกที วันนี้ลดระดับลงมาหน่อย แต่ก็มากกว่า 3,000 ซึ่งกทม.ปริมณฑลได้รับผลกระทบแน่นอน คงต้องอุดให้แน่น ไม่ให้ฟันหลอครับ ใครอยู่ริมน้ำก็ต้องทำใจครับ

เดิมพันและความเสี่ยงตอนนี้ :

ปี 2554 พายุลูกสุดท้าย คือ นาลแก วันที่ 3 ต.ค. 2554 ถ้าดูช่วงเวลาเดียวกันกับปีนี้แล้วเทียบว่ายังโอเค ผมว่าชักจะไม่โอเคแล้ว เพราะปีนี้พายุอาจจะยังไม่หมด เรายังไม่รู้ว่า มันจะ “น้อยกว่า” หรือว่ามัน “มาช้า” 

พูดง่ายๆก็คือ ตอนนี้เราอย่าได้มีพายุเข้ามา ไม่งั้นผมว่าเป็นเรื่องแน่

น้ำท่วมปีนี้ ถ้าโชคดีซึ่งก็มีโอกาสสูง อาจจะไม่แรงเหมือนปี 54 แต่ก็น่าจะสร้างความเสียหายได้มาก เอาแค่น้ำเหนือที่มีตอนนี้หลากลงมาถึงปริมณฑล จ่อคอหอย กทม. พร้อมๆน้ำฝนสัก 120 มม. น้ำทะเลหนุนอีกสักหน่อยก็น่าจะหนักพอสมควรแล้ว

แต่ถ้าสภาวะอากาศโหดร้าย พายุเข้ามาอีกสัก 2 ลูก ก็เห็นทีจะตัวใครตัวมันครับ หวังจริงๆครับว่าพายุจะหมดแล้วแค่นี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง แล้วพวกเราก็แคล้วคลาดครับ”

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fsuntpower%2Fposts%2Fpfbid0NToaJYW5nBZPnEu5XQCu2rNszB3UizYWdDk8mzaaiCCh5rjCwJEGd9QdBsdVkiWLl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จะเอาหน้าไปไว้ไหน? ‘สุวรรณภูมิ’ ล็อกล้อ-ติดป้ายประจาน ย้ำชัด ‘คุณไม่ใช่ผู้พิการและผู้สูงอายุ’

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684731

จะเอาหน้าไปไว้ไหน? 'สุวรรณภูมิ' ล็อกล้อ-ติดป้ายประจาน ย้ำชัด 'คุณไม่ใช่ผู้พิการและผู้สูงอายุ'

จะเอาหน้าไปไว้ไหน? ‘สุวรรณภูมิ’ ล็อกล้อ-ติดป้ายประจาน ย้ำชัด ‘คุณไม่ใช่ผู้พิการและผู้สูงอายุ’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.22 น.

โซเชียลฯ แห่ชื่นชมสนามบินสุวรรณภูมิล็อกล้อ-ติดป้ายประจาน หลังพบผู้กระทำผิดจอดรถในที่จอดรถเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ ย้ำคุณไม่ใช่ผู้พิการและผู้สูงอายุ

กลายเป็นเป้าสนใจอย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chatree Sintateeyakorn ได้โพสต์ภาพที่จอดรถของสนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีรถคันหนึ่งที่จอดในบริเวณที่จอด แต่ถูกติดป้ายตักเตือนและถูกล็อกล้อ เนื่องจากทำผิดกฎห้ามจอดในที่จอดรถคนพิการหรือผู้สูงอายุ

โดยระบุข้อความบนป้านเตือนว่า “ที่จอดรถเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ จากการตรวจสอบจากกล้อง CCTV คุณไม่ใช่ผู้พิการและผู้สูงอายุ” ขณะที่ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า “มันต้องแบบนี้ ขอบคุณครับการท่า”

ทั้งนี้ หลังชาวเน็ตที่พบเห็นโพสต์ดังกล่าว ได้ชื่นชม ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเหมาะสมที่กระทำผิดจอดในที่จอดผู้พิการหรือผู้สูงอายุ และแนะนำให้ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ควรเอาเยี่ยงอย่าง และเอาจริงเอาจังแบบนี้ ผู้ทำผิดจะได้รู้สึกละอาย และไม่กล้าทำผิด

ด้าน เพจเฟซบุ๊ก Accessibility Freedom เข้าถึงและเท่าเทียม ได้ระบุเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าวว่า “มีคนถามว่า “มารับ ส่ง คนพิการ จอดได้มั้ย”?ตอบชัดๆ “ไม่ได้และไม่ควร” ครับคนที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก เป็นการยากที่จะเดินมาอาคารจอดรถ ซึ่งไกลพอควรให้ขับรถไปรับที่ด้านหน้าอาคาร จะมีจุดจอดรับส่งเฉพาะอยู่แล้ว ใกล้ๆ ประตูทางเข้าครับ” .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก่าแต่เฟี้ยว! ‘รถสองแถวโบราณ’ดัดแปลงเป็นรถนำเที่ยว รับส่งนทท.ชมเมืองสงขลา

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684729

เก่าแต่เฟี้ยว! 'รถสองแถวโบราณ'ดัดแปลงเป็นรถนำเที่ยว รับส่งนทท.ชมเมืองสงขลา

เก่าแต่เฟี้ยว! ‘รถสองแถวโบราณ’ดัดแปลงเป็นรถนำเที่ยว รับส่งนทท.ชมเมืองสงขลา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.13 น.

ไอเดียเจ๋ง หนุ่มสงขลานำรถสองแถวโบราณ มาดัดแปลงเป็นรถนำเที่ยว รับส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียนั่งรถชมเมืองสงขลา สร้างรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว

6 ตุลาคม 2565 ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เดินทางมาด้วยรถบัสเป็นกรุ๊ฟทัวร์มาจอดเรียงรายที่บริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะเมืองสงขลา เขตเทศบาลนครสงขลาใกล้กับชายหาดสมิหลาสงขลาส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลง เพื่อเข้าไปยังชายหาดชายหาดสมิหลา บริเวณนางเงือกทองสัญลักษณ์ของชายหาดสมิหลาสงขลา โดยเข้าคิวกันถ่ายรูปยืนรอเพื่อเก็บภาพนางเงือกทองกลับไปเป็นที่ระลึก

นายจรัญ ชัยภักดี อายุ 42 ปี ชาวตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาใช้โอกาสทองในช่วงนี้ดัดแปลงรถสองแถวรุ่นเก่าโบราณ ที่มีอยู่ 2 คัน มาทำเป็นรถท่องเที่ยว รับส่งนักท่องเที่ยวชมเมืองสงขลา หลังหยุดมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปีช่วงโควิด19 และในช่วงนี้เมื่อมีการเปิดประเทศ ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ในจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก จึงได้ใช้โอกาสทอง นำรถสองแถวรุ่นเก่าโบราณที่ดัดแปลงเป็นรถท่องเที่ยว ออกมาให้บริการนักท่องเที่ยว ที่บริเวณชายหาดสมิหลาสงขลา

โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์วันเสาร์และวันอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมากโดยคิดค่าบริการเป็นรอบๆละ 15 คน ราคา 1,000 บาทซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นรถสองแถวรุ่นเก่าโบราณที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีความแปลกที่ไม่เหมือนรถท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัดสงขลามีอยู่เพียง 2 คันเท่านั้น

นายจรัญ ชัยภักดี เจ้าของรถสองแถวรุ่นเก่าโบราณ กล่าวว่า นำรถมาทำเป็นรถรับนักท่องเที่ยวเที่ยวรอบเมืองสงขลา ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นช่วงนี้รายได้ดีมากหลังจากโควิดทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทำให้มีงานทำบ้าง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการส่วนมากจะเป็นวันเสาร์กับวันอาทิตย์โดยนำรถทั้ง 2 คันออกมาวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยว สำหรับค่าบริการจะคิดเป็นรอบ บางทีก็แล้วแต่นักท่องเที่ยว ถ้าเราบริการดีเขาก็จะให้ทิปเรา ปกติรอบละ1,000 บาท ประมาณ 15 คนนำออกมาวิ่ง 2 คันตอนนี้อยู่ได้

สำหรับรถสองแถวรุ่นเก่าโบราณของนายจรัญ ชัยภักดี ชาวตำบลเขารูปช้างที่มีไอเดียเจ๋ง นำรถสองแถวรุ่นเก่าโบราณ ที่มีอยู่ 2 คันจอดทิ้งไว้นานไม่ได้ใช้งาน มาทำการดัดแปลงอย่างสวยงามเพื่อให้เป็นรถท่องเที่ยว ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน สร้างความแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในราคาที่ไม่แพงมากนัก สามารถใช้บริการได้ อีกทั้งชาวสงขลาก็ยังใช้บริการเป็นรถแห่ขันหมากในงานแต่งงานด้วยเช่นเดียวกัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมดกันบ้านสุดที่รัก!! ฝนถล่มท่วมกำแพงน้ำทะลักไหลเข้าบ้านพังเสียหาย

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684727

หมดกันบ้านสุดที่รัก!! ฝนถล่มท่วมกำแพงน้ำทะลักไหลเข้าบ้านพังเสียหาย

หมดกันบ้านสุดที่รัก!! ฝนถล่มท่วมกำแพงน้ำทะลักไหลเข้าบ้านพังเสียหาย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.51 น.

กลายเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อผู้ใช้ติ๊กต็อก Dream.m.1998 โพสต์คลิปประมาณ 0.43 นาที โดยในภาพเป็นน้ำฝนที่ทะลุกำแพงหลังบ้านก่อนมวลน้ำพุ่งจากหลังบ้านออกหน้าบ้านจำนวนมาก โดยข้างๆชาวบ้านต่างทุบกำแพงเพื่อช่วยระบายน้ำออกตามถนน โดยข้อความระบุในโพสต์ว่า “ถมดินสูงด้านหลัง ฝนตกหนักอัดกำแพงหลังบ้านแตกไปเลยจ้า” ภายหลังที่ลงคลิปไปต่างมีคนแชร์ภาพและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก  

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เป็นบ้านที่โครงการแห่งหนึ่ง ต.บางเสร่​ อ.สัตหีบ​ จ.ชลบุรี โดยพบความเสียหายกำแพงด้านหลังพัง ประตู ทรัพย์สินในบ้านเสียหาย โดยจากการตรวจสอบพบว่าบริเวณด้านหลังของโครงการมีการถมดินสูงกว่าของหมู่บ้านเมื่อฝนตกทำให้น้ำขังและดันออกจนกำแพงพัง 

นายกันต์​ ธนาอัครชล ตัวแทนผู้บริหารโครงการ เปิดเผยว่า สำหรับคลิปดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ออกไปนั้น ก่อนที่จะมีคลิปดังกล่าว ทางโครงการก็ทราบเรื่องว่ากำแพงนั้นมีโอกาสที่จะพังก็รีบมาตรวจสอบแต่ขณะที่กำลังตรวจสอบกำแพงก็พังพอดี น้ำไหลเข้ามาทางกำแพงเข้าบ้านจนประตูพัง เหตุผลคือทางด้านหลังหมู่บ้านมีการปั้นคันไว้ พอพายุเข้าหลายวันในตกเยอะดินอุ้มน้ำเยอะทำให้กำแพงรับน้ำไม่อยู่กำแพงจึงได้พังลงมา ซึ่งเบื้องต้นได้ดูแลในการขนทรัพย์สิน ดูแลความปลอดภัยเรื่องไฟฟ้า รอจนน้ำแห้ง ซึ่งได้พูดคุยเบื้องต้นกับเจ้าของบ้านที่เดือดร้อนทางโครงการจะเข้ามาช่วยเหลือซึ่งวันนี้ก็เข้ามา 2 รอบแล้ว ซึ่งทางเจ้าของบ้านอยากให้ทางโครงการทำกำแพงและประตูให้ใหม่ที่ได้รับความเสียหายซึ่งจะทำให้ทางเจ้าของบ้านร้องขอ ซึ่งการแก้ไขระยะยาวนั้นคงต้องคุยกับเจ้าของที่ข้างๆมาพูดคุยกัน ซึ่งแต่เดิมที่ข้างๆเป็นที่ต่ำ น้ำก็ซึมมาทางโครงการเอาดินมาปั้นทานน้ำไว้ ตอนนี้ทางโครงการได้ทุบกำแพงตรงที่กับรถให้เป็นทางระบายน้ำก่อนเบื้องต้น. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดสงสารควาย’เจ้านี๊หน่า’น้ำตาไหล คนใจบาปแอบตัดหาง ขณะผูกไว้ใต้ต้นไม้

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684724

สุดสงสารควาย'เจ้านี๊หน่า'น้ำตาไหล คนใจบาปแอบตัดหาง ขณะผูกไว้ใต้ต้นไม้

สุดสงสารควาย’เจ้านี๊หน่า’น้ำตาไหล คนใจบาปแอบตัดหาง ขณะผูกไว้ใต้ต้นไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.37 น.

6 ตุลาคม 2565 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 4 บ้านหนองตะไก้ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ว่าควายที่เลี้ยงไว้ที่ทุ่งนา ถูกคนร้ายย่องมาตัดเอาหางไป จนเป็นควายหางกุดเป็นที่น่าสงสารอย่างยิ่ง ต่อมาจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านบ้านหนองตะไก้ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กม.

พบกับนางสำลี แข็งแรง อายุ 57 ปี เจ้าของควาย พาไปดูควายเพศเมีย อายุประมาณ 6 ปีชื่อ “นี๊หน่า” ถูกคนร้ายแอบมาตัดหางไป โดยลักษณะของคนร้ายที่ตัดเอาหางควายไป เฉือนเอาเฉพาะตรงกลางหางความยาวประมาณ 15 ซม.ทิ้งปลายหางเอาไว้ข้างๆ ควาย

นางสนธยา สุทธิวรรณา อายุ 49 ปี คนเลี้ยงควาย เปิดเผยว่า ควายตัวนี้พี่สาวแบ่งมาให้เลี้ยง เมื่อวานตอนเที่ยงตนเองได้ผูกควายไว้ใต้ต้นไม้ในป่าให้นอนพักผ่อน จากนั้นได้เดินไปพักที่กระท่อมนาห่างจากควายประมาณ 100 เมตรก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร พอบ่ายสามได้เดินกลับมาเพื่อจะมาปล่อยควายไปกินหญ้า

ปรากฏว่าเห็นควายเดินกระวนกระวาย และเห็นหางควายถูกตัด มีเลือดไหลออก ตกใจมาก ร้องตะโกนลั่นป่าใครมาตัดหางควายแบบนี้ และทิ้งปลายหางทิ้งไว้ข้างๆ ควายนั่นเอง จึงรีบวิ่งไปบอกสามีมาดู เราก็แปลกใจเพราะแถวบ้านไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้  จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านรีบมาดูทันที ตอนนี้ให้ลูกสาวไปแจ้งความไว้แล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าจะเป็นวัยรุ่นติดยาคิดอยากกินหางควาย จึงคิดพิเรนมาตัดเอามาปิ้งกิน ตอนนี้ต้องเฝ้าระวังควายตัวอื่นอีกเพราะกลัวจะตัดหางไปอีก

ทางด้าน นางสำลี เจ้าของควาย บอกว่า มีควายทั้งหมด 7 ตัว ส่วนควายตัวนี้ลูกสาวที่อยู่เมืองนอกซื้อไว้ให้เลี้ยง และตนเองได้แบ่งให้นางสนธยา ซึ่งเป็นน้องสาวเลี้ยงแล้วแบ่งลูกกัน เมื่อวานนี้น้องสาวมาบอกว่าควายโดนตัดหางก็ตกใจมาก รีบมาดูช่วยกัน โดยลักษณะของคนร้ายแอบมาในช่วงที่เจ้าของไปกระท่อมนาและผูกควายเอาไว้ แล้วใช้มีดหรือของมีคมเฉือนเอาตรงกลางหางความยาวประมาณ 15 ซม.ไป ส่วนปลายหางทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า เลี้ยงควายมาเป็นสิบๆปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คาดว่าคนร้ายจะเป็นคนติดยา อยากจะกินหางควายจึงมาตัดเอาไป 

ส่วนเพื่อนบ้านแถวนี้ก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร และได้ทายาไว้ที่ปลายหางที่ถูกตัดชั่วคราวกลัวแผลจะติดเชื้อ ตอนนี้ห่วงควายตัวอื่นๆ ที่เหลือกลัวเขามาแอบตัดหางไปอีก คงต้องได้นอนเฝ้าควายตอนพาไปกินหญ้าแล้วต่อไปนี้ แต่ก็ไม่น่าจะมาทำแบบนี้ สงสารควาย ตั้งแต่โดนตัดหางเห็นน้ำตาควายเขาไหลตลอดเลย คนที่เป็นเจ้าของควายก็จะร้องไห้ตามไปด้วย สงสารเขา นางสำลีกล่าวตอนท้าย 

ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านได้ออกประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่พากันเลี้ยงควายที่ผูกไว้ตามท้องไร่ท้องนาด้วย เพราะตอนนี้มีคนร้ายตัดหางควายไปแล้ว 1 ตัว กลัวคนร้ายย่ามใจตระเวนตัดหางควายอีก หากพบคนมีพฤติกรรมสงสัยให้รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เรื่องเล่า‘ศูนย์ฯคนพิการ’ ‘แปรรูปอาหาร’จุดความหวัง

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684647

สกู๊ปแนวหน้า : เรื่องเล่า‘ศูนย์ฯคนพิการ’  ‘แปรรูปอาหาร’จุดความหวัง

สกู๊ปแนวหน้า : เรื่องเล่า‘ศูนย์ฯคนพิการ’ ‘แปรรูปอาหาร’จุดความหวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

“..ที่บ้านอยู่กำแพงเพชร จะไปขายไตปลาเตาถ่าน..” คำตอบสั้นๆ แต่ด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความหวัง ของ “น้องแหวว” ฐิตา สำเภารอด หนึ่งในเยาวชนของ ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวในวงเสวนาเมื่อครั้งคณะทำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสื่อมวลชน ร่วมศึกษาดูงาน ณ ศูนย์แห่งนี้ ช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต้นเดือน ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา

น้องแหวว อาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่าสิบปี ได้รับการฟื้นฟูพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงฝึกทักษะอาชีพจนสามารถดูแลและหาเลี้ยงตนเองได้ จึงฝันว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตยังบ้านเกิดที่จากมาในอนาคตอันใกล้ เช่นเดียวกับ
“น้องเมย์” วาสนา พุมมา อีกหนึ่งเยาวชนในศูนย์ฯ ที่บอกเล่าถึงความประทับใจจาก “โครงการพัฒนาทักษะการแปรรูปอาหารของผู้พิการ” ว่า “..ส่วนมากก็จะชอบออกกำลังกาย เกี่ยวกับโยคะ เพราะทำให้เราแข็งแรงขึ้น จะทำให้ได้ไม่เจ็บไม่ไข้ ชอบทำอาหาร เช่น ไส้กรอกอีสาน แฮมเบอร์เกอร์ แล้วก็ส่วนมากจะเป็นน้ำเต้าหู้สด อะไรแบบนี้..”

ทั้งน้องแหววและน้องเมย์ รวมถึงเพื่อนๆ เยาวชนอีกหลายคนในศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกลุ่มที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการแปรรูปอาหารของผู้พิการ ซึ่งมีแม่งานคนสำคัญคือ “อาจารย์แอน” ผศ.ดร.วิสาขะ อนันธวัช อาจารย์หลักสูตรวิทยาศาสตร์อาหารและนวัตกรรม สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช) โดยเริ่มตั้งแต่การเขียนแผนโครงการเสนอขอรับทุนสนับสนุนจาก กสศ. จนถึงการเข้ามาทำงานร่วมกับครูพี่เลี้ยงในศูนย์ฯ

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ ผศ.ดร.วิสาขะ เล่าว่า มีวันหนึ่งได้รับการติดต่อจากผู้อำนวยการศูนย์ฯ แห่งนี้ อยากให้ช่วยเหลือเรื่องทำอย่างไรการแปรรูปแกงไตปลาจึงจะเก็บรักษาได้นานขึ้น โดยหลังจากผ่านขั้นตอนประสานกับทางมหาวิทยาลัย และการอนุมัติเงินทุนจาก กสศ. แล้ว จึงได้ชวนทีมงานทั้งที่เป็นบัณฑิตเพิ่งจบใหม่ และนักศึกษาปี 2-3 มาร่วมด้วยเพื่อเรียนรู้จากการทำงานจริง พร้อมกับการดึงผู้เชี่ยวชาญหลายด้านมาร่วมสนับสนุนอย่างครบวงจร เช่น ธนาคารออมสิน (สำนักงานภาค 17) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นต้น

“คิดว่าจะได้คุยกับท่าน ผอ. แค่คนเดียว แต่จำได้วันนั้นท่านก็ตั้งโต๊ะ แล้วก็มีอยู่ประมาณ 7 คน อาจารย์ก็บอกว่าความชำนาญของอาจารย์มันคือการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ให้อาจารย์ไปทำอย่างที่ท่านทำ มัดย้อมกระเป๋า อาจารย์เขียนเข้าไป ไม่ได้ใจแน่เลย เพราะเหมือนไม่ใช่ Field (สายงาน) ของอาจารย์ ก็เลยบอกว่าขอเป็นอาหารนะ แล้วอาจารย์ก็คิดและคุยกับท่าน ผอ. ก็ตกผลึกการทำงานภาคสนามที่ กสศ. กสศ. ก็น่ารัก นัดสัมภาษณ์ ก็บอกเหมือนที่อาจารย์เล่าให้ฟัง พอได้มาปุ๊บก็มีกิจกรรม จะทำอะไรบ้าง

ก็จะมีสุขภาวะ ก็เชิญท่าน ผอ.รพ.สต. ก็ทำเรื่องสุขภาวะให้เด็ก แล้วก็มีเรื่องการเงิน ก็เชิญคนชำนาญคือออมสินภาค 17 ต้องบอกว่าออมสินภาค 17 น่ารักมาก มาทั้งทีมทุกครั้งที่มา ส่งผู้เชี่ยวชาญมา แล้วก็ขนมมา น้ำมา ก่อนมาเขาก็จะบอกมาศูนย์คนพิการ ทุกคนจะรวบรวมขนมนมเนย แล้วกิจกรรมถ้าถามน้อง น้องจะมีความสุข เราจะเห็นสีหน้ายิ้มแย้มและยกมือตอบ แล้วก็จะมีเรื่องแปรรูปผลผลิตของอาจารย์ ทำเสร็จแล้วมันต้องขาย ก็เชิญอาจารย์ที่เขาชำนาญด้านการขายมาขาย แต่หลักๆ เลยมาทำให้น้องสนุก” ผศ.ดร.วิสาขะ กล่าว

แม้จะเป็นอาจารย์มานาน แต่ลูกศิษย์ที่ผ่านๆ มาคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ดังนั้นเมื่อต้องมาให้ความรู้-ฝึกทักษะกับเยาวชนที่เป็นผู้พิการก็ต้องปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยเป็นการผสมผสานระหว่างกิจกรรมสันทนาการ “ร้อง-เต้น-เล่นเกม-พูดคุย” กับการฝึกทักษะการทำอาหารหลากหลายชนิด ซึ่ง “อาหารที่ฝึกแปรรูปกันนั้นมาจากความต้องการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเสนอขึ้นมา” เช่น กล้วยทอด แฮมเบอร์เกอร์ ซูชิ ฯลฯ

เมื่อถึงขั้นตอนฝึกอบรม อาจารย์แอน กำชับทีมงานว่า “ต้องให้น้องๆ ได้ทำเองทุกขั้นตอน” ซึ่งอาหารบางชนิดก็ไปชวนผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสอน เช่น เบเกอรี่ มาจากร้านดังในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จนกลายเป็นทักษะซึมซับเข้าไปในตัวของผู้เรียนโดยไม่รู้ตัว “แม้เด็กแต่ละคนจะมีความถนัดแตกต่างกันหรือความชำนาญไม่เท่ากัน..แต่ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลองทำ” เช่น ในการทำไก่ฝอย มีเด็กคนหนึ่งเพื่อนๆ บอกว่าคนนี้ทอดไก่ไม่ได้ แต่อาจารย์เชื่อว่าทำได้ โดยให้ลองลงมือทอดและยืนอยู่ข้างๆ กระทั่งทอดได้ ซึ่งเมื่อทอดได้ครั้งหนึ่งก็เกิดความภูมิใจและมั่นใจในตนเองขึ้นมา

ผศ.ดร.วิสาขะ ยังกล่าวอีกว่า “โครงการนี้ไม่เพียงสอนเยาวชนผู้พิการ แต่ยังสอนอาจารย์และนักศึกษาที่เป็น
ทีมงานด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้เมื่อนักศึกษาได้ออกไปทำงานจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น” 
ขณะที่โครงการพัฒนาทักษะการแปรรูปอาหารของผู้พิการ ระยะที่ 2 ในปีถัดไป จะเน้นไปที่การฝึกอบรมครูพี่เลี้ยงในศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราชมากขึ้น เพื่อให้การเรียนการสอนแบบนี้ที่ศูนย์ฯ ยังคงอยู่ต่อไป แม้ในวันข้างหน้า ทีมงาน ม.วลัยลักษณ์ จะถอยออกไปแล้วก็ตาม

จากจุดเริ่มต้นที่ความต้องการแก้ปัญหาแกงไตปลาแปรรูปแล้วเก็บได้ไม่นาน กลายเป็นโครงการที่ทำให้เยาวชนผู้พิการมองเห็นความหวังในชีวิต ซึ่ง อรอนงค์ คำแหง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ม.วลัยลักษณ์ มีทั้งอาจารย์คุณภาพและนักศึกษาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง การที่ได้ทีมงานจาก ม.วลัยลักษณ์ เข้ามาสนับสนุน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้เติมเต็มส่วนที่ขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่แม้จะชำนาญงานด้านปฏิบัติ แต่ก็ต้องเรียนรู้ด้านทฤษฎี เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนได้อย่างสมบูรณ์

“ก็พยายามย้ำทุกครั้งที่อาจารย์เข้ามาให้กับกลุ่มพี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ว่าเราต้องมีส่วนร่วมเรียนรู้และร่วมลงมือทำกับอาจารย์ อย่าปล่อยให้อาจารย์ทำกลุ่มของอาจารย์อย่างเดียว ไม่เช่นนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ แล้วอาจารย์ก็จะไม่เห็นน้ำใจของเรา อยากให้อาจารย์เห็นว่าเรามีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับอาจารย์ อยากให้มีใจแลกใจต่อกัน และหวังว่าในอนาคตอาจารย์จะมาทำกับเราอีก” ผอ.อรอนงค์ กล่าว

ด้าน “ครูติ๊ก” วิลาวัลย์ วรรณประดิษฐ์ ครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเสริมว่า โครงการที่ศูนย์ฯ ทำงานร่วมกับทีมของ ม.วลัยลักษณ์ ยังสร้างนิสัยให้เยาวชนในศูนย์ฯมีกิริยามารยาทดีขึ้น มีความรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น ซึ่งที่ศูนย์แห่งนี้มีแปลงเกษตรสำหรับเรียนรู้ด้านการปลูกผักด้วย โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดเจนคือ การทะเลาะเบาะแว้งกันลดลง จากเดิมที่มีเรื่องมีราวให้ครูต้องช่วยแก้ปัญหาแทบทุกวัน

“เขารู้สึกว่าพอได้ปลูกผัก เขาชอบ เราต้มถั่วเราขายด้วย เราให้เขากินด้วย แล้วพอขายได้ เรามีเงิน เราก็ทำโครงการให้เขา อยากกินอะไร? เขาบอกอยากกินส้มตำ เดี๋ยวจัดส้มตำให้เราก็ทำส้มตำ มีแกนนำทำส้มตำให้น้องๆ ทุกคนกิน คือไม่ใช่พี่เลี้ยงทำ เด็กเขาจะทำของเขาเอง ทุกคนก็จะมีส่วนร่วมทำ” ครูติ๊ก กล่าว

​SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 6 ตุลาคม 2565

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684671

ลึกลับในสนามข่าว : 6 ตุลาคม 2565

ลึกลับในสนามข่าว : 6 ตุลาคม 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…เรียกว่าต้องออกมาเคลียร์ข้อสงสัยกันไปให้ชัดๆทีเดียว สำหรับ “สว.อุปกิต ปาจรียางกูร” สมาชิกวุฒิสภา หลังถูกกระแสข่าวเชื่อมโยงกับ “ทุน มิน ลัต” นักธุรกิจชาวพม่า ทั้งที่แค่เคยร่วมทำธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าด้วยกันในอดีตเท่านั้น..ที่สำคัญ“สว.อุปกิต”บอกว่า ความสัมพันธ์จำกัดเฉพาะเรื่องธุรกิจที่ถูกต้องเท่านั้น…จนที่สุดได้ขายกิจการออกไปหมดจนไม่เหลือหุ้นแล้ว…และยิ่งมารับตำแหน่ง“สมาชิกวุฒิสภา”ก็มุ่งทำงานเพื่อสังคมเป็นหลัก..เลยยังงงๆว่ามาถูกโยงให้เกี่ยวข้องได้อย่างไร…และยังเรียกร้องความเป็นธรรมให้ “ลูกเขย”ที่ถูกเชื่อมโยงด้วยว่า เป็นเพียงผู้ถือหุ้นธุรกิจในระยะสั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรในการบริหารโรงแรม และไม่เคยไปยังสถานที่ดังกล่าว…ที่สำคัญปัจจุบันก็ขายหุ้นออกไปหมดแล้ว..ข่าวที่ออกมาจึงขอให้สังคมช่วยกลั่นกรองกันหลายชั้น…จะว่าไป มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเหมือนกัน เพราะมันเหมือนมี บริบทที่ใครบรรจงขีดไว้หรือเปล่า เหมือนมีการใช้เกมการเมือง ข้ามชาติ มาบีบรัดให้ต้องปฏิบัติตาม ด้วยเงื่อนไขบางประการ เพื่อกระทบชิ่งไปถึง “ผู้นำเพื่อนบ้าน”ด้วย ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง มองย้อนหลังไปดีๆ นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรก…คดีนี้เจ้าหน้าที่ จึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กันทุกฝ่าย เพราะทราบดีว่า ข้อกล่าวหาแทบไม่มีน้ำหนักพอแต่ไม่ว่าจะอย่างไร ท้ายที่สุด ทาง“สว.อุปกิต”ก็เตรียมพร้อมข้อมูลชี้แจงข้อสงสัย เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองแล้ว ก็ต้องรอดู เพราะกระบวนการยุติธรรมจะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญที่สุด…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,775 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d