Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เตือนภัย ‘หมีขอ’ บุคคลอันตรายเคาะกระจกขอเงินบนแพขนานยนต์

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684450

เตือนภัย 'หมีขอ' บุคคลอันตรายเคาะกระจกขอเงินบนแพขนานยนต์

เตือนภัย ‘หมีขอ’ บุคคลอันตรายเคาะกระจกขอเงินบนแพขนานยนต์

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.31 น.

5 ต.ค.65 ที่ จ.สงขลา ตอนนี้ได้มีเหตุการณ์ที่สร้างความรำคาญและบางคนถึงกับกลัวกับพฤติกรรมของชายคนหนึ่งที่ชอบเคาะกระจกรถเพื่อขอเงินบนแพขนานยนต์ข้ามฟากทะเลสาบสงขลา ระหว่าง อ.เมืองสงขลา กับ อ.สิงหนคร  จนทางเจ้าหน้าที่แพขนานยนต์ต้องออกประกาศเตือนภัยให้ระวังกัน

ล่าสุดในวันนี้ฯ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงไปติดตามบรรยากาศที่บริเวณท่าแพขนานยนต์สงขลา ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้

โดยได้พบกับนายศรัณย์ พจน์ไข่มุก ซึ่งเป็นวิศวกรเครื่องกล หัวหน้างานฝ่ายปฏิบัติการเดินเรือ(แพขนานยนต์) ซึ่งได้บอกถึงเรื่องนี้ว่ามีจริงชายคนนี้จะขึ้นไปบนแพขนานยนต์และเคาะกระจกรถเพื่อขอเงินบางคนที่ไม่รู้ก็ตกใจบางคนที่รู้ก็ไม่ลดกระจกลง

ทางแพขนานยนต์จึงได้ทำแผ่นพับให้ประชาชนได้รับทราบว่า มีคนนี้เป็นคนอันตราย ถ้าพบเจอก็แจ้งทางกะลาสีเรือ หรือ ทาง รปภ.ให้เข้ามาดูแลและประสานตำรวจให้มาตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบุคคลที่ถูกประกาศเป็นบุคคลอันตรายดังกล่าว มีฉายาเรียกว่า “หมีขอ” โดยจะชอบเดินขอเงินจากผู้ที่มาใช้บริการแพขนานยนต์แต่ก่อนจะใช้วิธีเดินเคาะกระจกรถที่จอดรอขึ้นแพ แต่ตอนนี้เริ่มขึ้นมาเคาะกระจกรถที่อยู่บนแพ และถูกชาวบ้านร้องเรียนและนำภาพไปโพสต์ในสื่อโซเชียล อย่างต่อเนื่อง และทางตำรวจได้มาจับกุมแล้วครั้งหนึ่งในข้อหาเกี่ยวกับขอทานและเสพยา

เมื่อออกมาก็ยังคงมีพฤติกรรมเคาะกระจกรถเพื่อขอเงินอยู่ซึ่งจากรูปร่างที่อ้วนดำและชอบขอเงินจึงมีฉายาว่า”หมีขอ”ล่าสุดถึงกับขึ้นไปบนแพเพื่อขอเงินจนมีการถ่ายภาพโพสต์ร้องเรียนพฤติกรรมในโซเชียล เนื่องจากสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ทางแพขนานยนต์ได้แจ้งว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งกะลาสีเรือหรือโทรมาที่ 074-312358 ,074-890971 ต่อ 301 และขอความร่วมมือไม่ส่งเงินให้กับบุคคลดังกล่าวอย่างเด็ดขาด กรุณาล็อคประตูรถทุกครั้งที่ใช้บริการแพขนานยนต์ หากพบเจอบุคคลอันตราย กรุณาหลีกเลี่ยง. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยกระดับอุตสาหกรรม‘ยา-เครื่องมือแพทย์’ บทเรียนจากโควิด..สู่ปัจจัยท้าทายในอนาคต

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684370

ยกระดับอุตสาหกรรม‘ยา-เครื่องมือแพทย์’  บทเรียนจากโควิด..สู่ปัจจัยท้าทายในอนาคต

ยกระดับอุตสาหกรรม‘ยา-เครื่องมือแพทย์’ บทเรียนจากโควิด..สู่ปัจจัยท้าทายในอนาคต

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขยืนยันการเติบโตและฟื้นตัวธุรกิจบริการด้านสุขภาพและความงามอย่างรวดเร็วโดย 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม) ปี 2565 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่สูงถึง 353 ราย ทุนจดทะเบียน 969.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2564 จำนวน 167 ราย หรือ ร้อยละ 90 และทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 659.32 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 212.62 (ปี 2564 จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ 186 ราย ทุน 310.10 ล้านบาท)

เฉพาะเดือนสิงหาคม 2565 จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 56 ราย ทุนจดทะเบียน 124.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 จำนวน 38 ราย หรือ ร้อยละ 211.12 และทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 105.10 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 539 (สิงหาคม 2564 จดทะเบียน 18 ราย ทุน 19.50 ล้านบาท) ซึ่ง รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2565 ว่า การเติบโตมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.โครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากขึ้น โดยในปี 2565 มีจำนวนผู้สูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 18.5

และคาดว่า ปี 2583 จะมีจำนวนผู้สูงอายุประมาณ 20.5 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งหมายถึงโอกาสทางธุรกิจด้านบริการสุขภาพและความงาม เนื่องจากผู้สูงอายุหันมาดูแลตัวเองและต้องการบริการด้านนี้มากขึ้น กับ 2.สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) ทั้งการทำงานแบบ Work from Home การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพการระมัดระวังเรื่องสุขอนามัย การเลือกซื้อวิตามินและอาหารเสริมต่างๆ ส่งผลให้ประชาชนมองหาบริการด้านสุขภาพและความงามมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

เมื่อพูดถึงธุรกิจบริการด้านสุขภาพ “อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์” ย่อมเป็นฐานสำคัญ ซึ่งเมื่อเดือน ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2565 (EconTU Symposium) ครั้งที่ 44 ภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายของการยกระดับ S-Curve ในยุค Next Normal” โดยมีอาจารย์ประจำคณะมาบอกเล่าผลการศึกษาทิศทางอุตสาหกรรม 5 กลุ่ม ประกอบด้วยยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป ยาและเครื่องมือแพทย์

ลอยลม ประเสริฐศรี บรรยายหัวข้อ “ความท้าทายของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทยหลังวิกฤต COVID-19” กล่าวถึงความท้าทายที่นำไปสู่การศึกษาอุตสาหกรรมยา 1.วิกฤตโรคอุบัติใหม่ ดังตัวอย่างจากสถานกรณ์โรคระบาดโควิด-19 2.โรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดัน มะเร็ง 3.สังคมสูงอายุ ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น และผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มเปราะบางสุ่มเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บ และ 4.ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Disruptive) ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตยา และสร้างนวัตกรรมการรักษาโรคในอนาคต

เมื่อมองออกไปในระดับโลก “ยุคของอุตสาหกรรมยาเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 18-19” หรือประมาณปี 2343-2442 ยุคนี้เริ่มมีการศึกษาวิชาเภสัชศาสตร์สมัยใหม่และเคมีออร์แกนิก รวมถึงบริษัทยายักษ์ใหญ่ชื่อคุ้นหูอย่าง ไบเออร์ (Bayer) หรือ ไฟเซอร์ (Pfizer) ก็ก่อตั้งขึ้นในยุคนี้เช่นกัน ต่อมา “สิทธิบัตรยาต้นตำรับ (Original Drug) จำนวนมากหมดลงพร้อมกันในช่วงกลางและปลายศตวรรษที่ 19” หรือช่วงปี 2393-2442 อุตสาหกรรมจึงเกิดการแข่งขันกันในยุคของ “ยาชื่อสามัญ (Generic)” และเนื่องจากไม่ต้องศึกษาตั้งแต่ต้นในชั้นคลินิก ทำให้ต้นทุนในการผลิตยาลดลง

“ความเปลี่ยนแปลงซึ่งเรียกว่าเข้าสู่ยุคที่ 3 ของอุตสาหกรรมยา เกิดขึ้นพร้อมกับการเข้ามาของเทคโนโลยีชีวภาพ” ยุคนี้เริ่มมีการพัฒนายาชีววัตถุและวัคซีนขึ้นจำนวนมาก ซึ่งก็คือยุคปัจจุบัน แต่ในอนาคตอันเป็น “ยุคที่ 4 ของอุตสาหกรรมยา” มีการพูดถึง “ยาแห่งอนาคต” คือการออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแบบเจาะจงแต่ละราย เช่น วิเคราะห์จากโครงสร้างทางพันธุกรรม ตลอดจนนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการรักษา

“ยกตัวอย่างอัลไซเมอร์ เขาผนวกเอาระบบดิจิทัลเข้าไปในตัวยา แล้วก็เชื่อมโยงกับโทรศัพท์มือถือหรือแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ ตรงนี้ก็จะสามารถทำให้เตือนสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้รับประทานยาได้ นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งรวมถึงการเข้ามาของระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) AI เข้ามาช่วยอุตสาหกรรมยาอย่างไร? ในอนาคตการวิจัยหรือพัฒนายาหรือการค้นคว้ายา อาจไม่ต้องใช้เวลายาวนานเหมือนเดิมเนื่องจากว่าเราสามารถใช้ AI ช่วยในการคัดเลือกตัวสารประกอบทางยา ที่เราสามารถร่นระยะเวลาในการผลิตหรือวิจัยและพัฒนายาได้” อาจารย์ลอยลม ระบุ

อุตสาหกรรมยานั้นมีความเฉพาะแตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่นๆ กล่าวคือ 1.ใช้นวัตกรรมอย่างเข้มข้น (Innovative-driven Industry) โดยมีค่าความเข้มข้นด้านวิจัยและพัฒนา (R&D Intensity) มากกว่าร้อยละ 20 ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ 2.ใช้ระยะเวลาพัฒนาค่อนข้างนาน ผลิตภัณฑ์ยาสักชนิดหนึ่งก่อนจะออกมาวางจำหน่ายใช้เวลาพัฒนาเฉลี่ย 10-13 ปี 3.ใช้ต้นทุนพัฒนาสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท

4.ความเสี่ยงสูง (Uncertainty) เพราะโอกาสในการวิจัยและพัฒนาจนสำเร็จออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่เพียงร้อยละ 13 และ 5.เป็นอุตสาหกรรมที่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากมีศักยภาพในการผลิตยาต้นตำรับ โดยหากดูสถิติจากปี 2555-2564 บริษัทยาที่มีบทบาทก็ยังเป็นหน้าเดิมๆ แม้จะมีบริษัทอื่นๆ จากบางประเทศเข้ามาร่วมมีส่วนมากขึ้น เช่น จีนหรืออินเดีย

“มองโลกแล้วย้อนกลับมาดูประเทศไทย” พบว่า แม้อุตสาหกรรมยาในไทยจะเน้นผลิตยาชื่อสามัญ แต่ผู้ผลิตก็ยังเป็นบริษัทใหญ่มีทุนสูง โดยเป็นการผลิตเพื่อสนับสนุนตลาดในประเทศมากกว่าส่งออก โดยจากตลาดอุตสาหกรรมยาในไทยซึ่งมีมูลค่า 2 แสนล้านบาท ส่วนนี้ไทยผลิตเอง 8 หมื่นล้านบาทและใน 8 หมื่นล้านบาท เป็นการผลิตเพื่อส่งออกเพียง 2 พันล้านบาทและเนื่องจากอุตสาหกรรมยาต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจำนวนมาก (แม้จะเป็นการผลิตยาชื่อสามัญ) จึงเป็นการกีดกันผู้เล่นหน้าใหม่ไปโดยปริยาย

อาจารย์ลอยลม กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยาของไทยค่อนข้างครบวงจร” ตั้งแต่ผู้ให้บริการระดับ “Pre-Clinical” ซึ่งมีสัตว์ทดลองพร้อมใช้ ที่มีอยู่ 13 แห่ง เป็นภาคเอกชน 2 แห่ง มหาวิทยาลัยอีก 11 แห่ง , “Testing Suppliers” หรือศูนย์ทดสอบ กระจายตามหน่วยงานของรัฐและสถาบันวิทยาศาสตร์,“Clinical Trial Research Service” กระจายตามโรงเรียนแพทย์, “Raw Material Suppliers” ผู้จัดหาวัตถุดิบผลิตยาแม้จะมีอยู่ 12 แห่ง แต่สามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมยาในประเทศได้เพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ส่วนอีกร้อยละ 95 เป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ , “โรงงานยาเคมี” ส่วนใหญ่ผลิตยาชื่อสามัญ และส่วนหนึ่งรับจ้างผลิตให้กับบริษัทข้ามชาติ , “โรงงานยาชีววัตถุและวัคซีน” ปัจจุบันมี 4 แห่งที่สามารถผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้ ที่เหลือเป็นเพียงโรงงานต้นแบบที่ใช้ในขั้นตอนวิจัยและพัฒนา

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยาของไทยมีความท้าทาย 4 ประการ 1.ยกระดับวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อต่อยอดนวัตกรรม
ที่ผ่านมามีความเชื่อกันว่า ยาเคมีหรือยาชื่อสามัญ (ซึ่งเป็นยาที่อุตสาหกรรมในไทยผลิตเองเป็นส่วนใหญ่) ไม่ต้องใช้การวิจัยและพัฒนามากนัก แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีความต้องการใช้ R&D สูงขึ้นในระดับหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพภาพเพียงพอที่จะได้เข้าไปอยู่ในบัญชีนวัตกรรมยาแห่งชาติ ซึ่งผู้ผลิตรายใดที่ทำได้ก็จะมีความได้เปรียบคู่แข่ง เช่น ในการจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ หรือใช้ R&D เพื่อพัฒนาตัวยาใหม่ๆ เช่น สูตรยาต้านไวรัสเอดส์ (HIV)

2.การแสวงหาเงินทุนสำหรับวิจัยและพัฒนา แม้นโยบายภาครัฐจะสนับสนุนได้ในระดับหนึ่ง (เช่น การพัฒนาวัคซีนโควิด-19) แต่โจทย์ใหญ่คือจะทำให้ยั่งยืนได้อย่างไร เพราะในอนาคตไทยอาจเกิดปัญหาหนี้สาธารณะสูง แต่อีกด้านหนึ่ง ไทยก็มีสตาร์ทอัพอย่าง “ใบยา” ที่สามารถจ้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกและหลังปริญญาเอกได้มาก จึงเป็นตัวอย่างที่ดีและควรได้รับการสนับสนุนให้มีบริษัทลักษณะนี้มากขึ้น

3.เชื่อมโยงสถาบันวิชาการกับภาคอุตสาหกรรม งานวิจัยในสถาบันการศึกษาจำนวนมากยังเป็น Basic Research หรืองานวิจัยสำหรับตีพิมพ์ แต่สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการคือ Discovery หรืองานวิจัยที่เป็นการคิดค้นและพัฒนาจนสามารถนำไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมได้ (TRL ระดับ 5 ขึ้นไป) ยังมีน้อย แต่ก็มีความพยายามทำให้เกิดขึ้น เช่น โครงการ ITAP ที่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการ, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ที่สนใจเรื่องการผลิตยาชีววัตถุและวัคซีน

4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาในอนาคต สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จะเป็น
จุดพลิกผันสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมยาในอนาคต เพราะทั้งการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนต้นแบบ การยื่นขออนุมัติเพื่อทำการทดลองวัคซีน เป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้ไทยไม่เคยมาถึงแม้กระทั่งหน่วยงานรับรองผลิตภัณฑ์ (เช่น อย.) ก็ไม่เคยอนุมัติและรับรองในสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน บทเรียนทั้งหมดที่ได้รับจึงควรถูกพัฒนาต่อยอด เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด-19 กับการพัฒนาวัคซีนอื่นๆ ในอนาคต

5.แรงกดดันด้านความต้องการยาเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น โรค NCDs สังคมสูงวัย นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แต่ปัจจุบันพบว่าไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน บทเรียนจากโควิด-19 ซึ่งไทยต้องนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ และหลังจากนี้ก็อาจยังมีผู้ซึ่งจำเป็นต้องได้รับวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ (เช่น ปีละ 2 เข็ม) ทั้งหมดนี้หมายถึงงบประมาณที่ภาครัฐต้องเตรียมไว้ จึงเป็นคำถามถึงผู้กำหนดนโยบายว่าจะยังนำเข้าต่อไปหรือจะส่งเสริมให้ผลิตในประเทศ

ในช่วงท้าย อาจารย์ลอยลม สรุปผลการศึกษาไว้ว่า 1.อุตสาหกรรมเคมี แม้จะยังไม่สามารถผลิตยาต้นตำรับได้เอง
แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าไม่มีศักยภาพ
 และอุตสาหกรรมยาเคมีที่ผ่านมายังมีบทบาทสูงเรื่องการรักษาความมั่นคงทางยาของประเทศไทย เนื่องจากไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จึงต้องผลิตยาชื่อสามัญในประเทศเพื่อลดต้นทุนด้านสาธารณสุข

2.มีโอกาสในวิกฤตโควิด-19 ในด้านยาชีววัตถุและวัคซีน สถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ทำให้เกิดการสร้างนวัตกรรมในประเทศ โดยเฉพาะการต่อยอดในการพัฒนาวัคซีนและยาใหม่ๆ แต่จะมีแนวทางสนับสนุนอย่างไร 3.บทเรียนจากโควิด-19 จะยกระดับสู่การพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยาได้อย่างไร ซึ่งรวมถึงแนวปฏิบัติเรื่องการรับรองผลิตภัณฑ์ด้วย 4.หน่วยงานกำกับดูแลกับการปรับบทบาท หันมาเป็นผู้สนับสนุนมากขึ้น เพื่อร่นระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

“ในแง่ของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางยา ผมมองว่าภาครัฐค่อนข้างเอาจริงเอาจัง ดังจะเห็นจากการพัฒนาหรือสนับสนุนเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน แล้วก็การเข้ามาช่วยอุดหนุนเรื่องการพัฒนาวัคซีน เป็นตัวสะท้อนอย่างหนึ่งว่าภาครัฐได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญเรื่องของความมั่นคงทางด้านยา แต่ประเด็นหนึ่งที่เรายังทำได้ไม่ดีนักและตัวเลขสถิติได้ฟ้องมา ในเรื่องของการลดการนำเข้าและเพิ่มการส่งออกยังเห็นภาพไม่ชัดเจน รวมถึงหนึ่งในนโยบายที่พูดถึงในแผนยุทธศาสตร์ยาคือการผนวกเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายังเห็นภาพไม่ชัดเจนมากนัก” อาจารย์ลอยลม สรุปทิ้งท้าย

ด้าน ผศ.ดร.พนิต วัฒนกูล บรรยายหัวข้อ “อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG” ซึ่งเช่นเดียวกับอุตสาหรรมยา คือสถานการณ์โควิด-19 เผยให้เห็นปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย เช่น ชุด PPE เครื่องช่วยหายใจ ชุดตรวจ ATK นำไปสู่ความตระหนักรู้เรื่องความมั่นคงด้านเครื่องมือแพทย์ โดยในเวลานั้น นโยบายของไทยมีทั้งการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมใกล้เคียงหันมาช่วยผลิต เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มกับการผลิตชุด PPE และหน้ากากอนามัย

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจ BCG หรือ Bio Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ), Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ Green Economy (เศรษฐกิจสีเขียว-เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) จึงเป็นที่มาของการศึกษาว่า เศรษฐกิจ BCG จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ได้มาก-น้อยเพียงใด ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ แบ่งประเภทสินค้าอย่างง่ายๆ 3 ประเภท คือ

1.วัสดุทางการแพทย์ เป็นสิ่งของใช้แล้วทิ้ง เช่น หน้ากากอนามัย ชุด PPE 2.ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เครื่องมือที่ใช้ได้นานไม่ใช่ครั้งเดียวทิ้ง เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องฟอกไต เครื่องเอกซเรย์ และ 3.น้ำยาและชุดวินิจฉัยโรค เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อชุดตรวจ ATK ทั้งนี้ ระหว่างปี 2560-2564 วัสดุทางการแพทย์ เป็นสินค้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ไทยส่งออกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 80 ของสินค้ากลุ่มนี้ที่ไทยส่งออกทั้งหมด ในขณะที่ครุภัณฑ์ทางการแพทย์จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 10-20 ส่วนน้ำยาและชุดวินิจฉัยโรคมีการส่งออกไม่ถึงร้อยละ 5

ในทางกลับกัน ระหว่างปี 2560-2564 ครุภัณฑ์ทางการแพทย์กับน้ำยาและชุดวินิจฉัยโรค เป็นสินค้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ไทยนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ โดยรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 60 สะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการผลิตสินค้าประเภทวัสดุทางการแพทย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีซับซ้อนมากนัก แต่สินค้าอีก 2 ประเภทที่เหลือนั้นไทยยังไม่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขันกับต่างชาติ

การศึกษาในครั้งนี้พยายามจะตอบคำถามว่า “ประเทศไทยขาดแคลนเครื่องมือแพทย์หรือไม่” โดยรวบรวมข้อมูลจาก52 ประเทศ ระหว่างปี 2553-2563 จึงได้ข้อมูลทั้งก่อนยุคโควิดและเข้ายุคโควิดแล้ว พบว่า ในภาพรวม ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์น้อยกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งหมายถึงครุภัณฑ์ทางการแพทย์ด้วย แต่ข้อมูลแบบนี้สามารถตีความได้ 2 แบบ หากไม่เพราะประเทศเหล่านั้นสามารถผลิตได้เองจนเพียงพอกับความต้องการ ก็เป็นเพราะมีข้อจำกัดในการนำเข้าแม้จะไม่สามารถผลิตได้เองด้วยก็ตาม

“เรานำ 2 แนวทางนี้แล้วก็ไปดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับของไทย ไทยเราไม่ได้มีโรงงานหรือศูนย์กลางที่จะผลิตตัวครุภัณฑ์ทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ แล้วก็ไม่ได้ส่งออกได้ขนาดนั้น ตรงนี้จึงพอจะอนุมานได้ว่าไทยเราขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ เรามีขีดจำกัดในการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ แน่นอนว่านี่คือการใช้ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมาครอบคลุมตั้งแต่ช่วงก่อนวิกฤตและเกิดวิกฤตโควิด-19 เรายังมีความท้าทายในอนาคต โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำโรคเฉพาะถิ่นต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วอาจจะต้องเตรียมแผนรับมือให้ได้” อาจารย์พนิต กล่าว

นอกจากวิกฤตโควิด-19 ประเทศไทยยังเผชิญความท้ายเรื่องสังคมสูงวัย โดย ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่า อีกประมาณ 10-20 ปีข้างหน้า ไทยจะมีผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 25 ของประชากรทั้งประเทศ นั่นหมายถึงความต้องการเครื่องมือแพทย์มากขึ้นเพื่อมาดูแลประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งการที่รัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากลขึ้นในไทย ต้องใช้ต้นทุนค่อนข้างสูงผ่านนโยบายทั้งที่เกี่ยวกับภาษีและไม่ใช่ภาษี แต่ก็จะช่วยรับประกันความมั่นคงด้านเครื่องมือแพทย์ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับการเน้นการนำเข้าจากต่างประเทศ

อนึ่ง ประเทศไทยมีเป้าหมายเพิ่มการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์จากบัญชีนวัตกรรมไทยร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการวิจัยนวัตกรรมและผลิตภายในประเทศ ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ภึง 4 หมื่นล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปี ผ่าน 5 กลยุทธ์ คือ 1.ส่งเสริมวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) เพื่อให้ผลิตได้เองในประเทศ 2.ส่งเสริมการเข้าสู่ตลาด ผ่านกลไกบัญชีนวัตกรรมไทย เช่น ส่งเสริมให้สถานพยาบาลของรัฐซื้อสินค้าในบัญชีนี้

3.ลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบ เพื่อสนับสนุนการต่อยอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ 4.พัฒนาศักยภาพบุคลากร ทั้งนักวิจัยและผู้ประกอบการ และ 5.สร้างเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้นักวิจัยได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ นำไปสู่การผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกต “ยังไม่มีการกล่าวถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งต่างประเทศที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญมากถึงขั้นหลายชาตินำไปบรรจุไว้ในการเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าเสรี (FTA)

เช่น ข้อกำหนดให้ต้องยอมรับสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตซ้ำแต่คำว่ากระบวนการผลิตซ้ำก็สามารถตีความได้ 2 รูปแบบ1.แบบกว้าง นอกจากผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้ารายเดิมแล้วยังอนุญาตให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วยได้ เช่น ในขั้นตอนการแยกชิ้นส่วนประกอบ ซ่อมบำรุงจนถึงผลิตซ้ำ ซึ่งการตีความแบบกว้างจะเอื้อต่อการพัฒนาต่อยอดของผู้ประกอบการไทยมากกว่าเมื่อเทียบกับ 2.แบบแคบ อนุญาตให้เฉพาะผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้ารายเดิมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เครื่องมือแพทย์ที่ผลิตซ้ำก็ต้องระบุข้อกำหนดด้วยว่าต้องได้มาตรฐานเทียบเท่าเครื่องมือผลิตใหม่

“หากไทยยังไม่เปิดรับตัว C (Circular Economy-เศรษฐกิจหมุนเวียน) อาจจะต้องมีต้นทุนค่าเสียโอกาส3 ประการ 1.ไทยต้องวางแผนงบประมาณให้ดี เพราะหากเราไม่เปิดรับเศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวเครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการผลิตซ้ำได้ เราอาจจะต้องนำเข้าเครื่องมือแพทย์หรือครุภัณฑ์ทางการแพทย์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถ้าเรามีงบประมาณไม่เพียงพอ เราอาจไม่มีเครื่องมือแพทย์ใหม่เพื่อรักษาผู้ป่วยภายในประเทศได้

2.เราอาจจะต้องเตรียมแผนรับมือภาวะการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ ทั้งในช่วงเวลาวิกฤตและปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต และ 3.ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่เขาเน้นเศรษฐกิจหมุนเวียน เขาจะให้ความสำคัญและใส่ประเด็นเรื่องการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ผ่านกระบวนการผลิตซ้ำเป็นหนึ่งในข้อเจรจา FTA ถ้าหากเราไม่ยอมรับก็อาจกลายเป็นว่าเราไม่สามารถทำ FTA กับต่างประเทศได้” อาจารย์พนิต ระบุ

ในทางกลับกัน “หากไทยยอมรับสินค้าที่ใช้กระบวนการผลิตซ้ำ” นอกจากประโยชน์ที่จะได้กับผู้ประกอบการไทยในการศึกษาและพัฒนาต่อยอดด้วยวิธีวิศวกรรมย้อนกลับ (กรณีเลือกใช้นิยามแบบกว้างกับคำว่ากระบวนการผลิตซ้ำ) ยังจูงใจให้ผู้ประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย หากมองแล้วเห็นว่าเมื่อเข้ามาจะดำเนินการได้ครบวงจรทั้งการผลิตของใหม่ ซ่อมบำรุงและผลิตซ้ำ

“ทั้งหลายทั้งปวงนี้ เราจำเป็นจะต้องวางแผนกลยุทธ์รับมือการเจรจา FTA และกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ต่อไป” อาจารย์พนิต ฝากทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปีนขึ้นไปจับงูเหลือมเลื้อยหนีน้ำไปซุกอยู่บนแทงค์น้ำประปาหมู่บ้านสูงกว่า 30 เมตร

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684391

ปีนขึ้นไปจับงูเหลือมเลื้อยหนีน้ำไปซุกอยู่บนแทงค์น้ำประปาหมู่บ้านสูงกว่า 30 เมตร

ปีนขึ้นไปจับงูเหลือมเลื้อยหนีน้ำไปซุกอยู่บนแทงค์น้ำประปาหมู่บ้านสูงกว่า 30 เมตร

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.48 น.

วันที่ 4 ต.ค.65 ทีมงานอสรพิษวิทยา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนว่ามีงูเหลือมตัวใหญ่หนีน้ำเข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในแทงค์น้ำประปาหมู่บ้านที่บริเวณหมู่ 1 ตำบลสามง่าม อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จึงเข้าไปตรวจสอบพร้อมด้วยทีมงานอสรพิษวิทยา พบว่าแทงค์น้ำประปาหมู่บ้านสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร ไม่ทราบว่างูเหลือขึ้นไปได้อย่างไร คาดว่าหนีน้ำขึ้นไปหานกที่เกาะบนแทงค์น้ำเป็นอาหารก่อนพลาดตกลงไปในแทงค์น้ำแล้วขึ้นมาไม่ได้

นางสาวรฐา ตะเพียนทอง ทีมงานอสรพิษวิทยา เผยว่า การจับงูเหลือมในครั้งนี้ต้องเสี่ยงกับความสูงและท้าทายมากต้องมีทีมงานปีนขึ้นไปกัน 2 คน ซึ่งบรรไดที่ขึ้นไปนั้นสูงชันมากและจุดที่งูอยู่นั้นเป็นทางขึ้นลงในแทงค์น้ำต้องขึ้นไปอย่างระมัดระวังทั้งงูและการปีนขึ้นไป โดยพบว่างูเหลือมอยู่ในถังน้ำประปา ทีมงานอสรพิษวิทยา ที่เป็นผู้ชายจึงได้ปีนลงไปจับงูเหลือมออกมาจากในแทงค์น้ำประปา ส่งต่อให้ตนนำงูพันไว้ที่แขน แล้วปีนลงมาได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เลาประมาณ 20 นาที พร้อมนำออกไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อ.สุวินัย’ชี้เพียงเพราะอคติบดบังปัญญา จึงด้อยค่าคำแนะนำใช้’วิทยุทรานซิสเตอร์’รับมือภัยพิบัติ

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684390

'อ.สุวินัย'ชี้เพียงเพราะอคติบดบังปัญญา จึงด้อยค่าคำแนะนำใช้'วิทยุทรานซิสเตอร์'รับมือภัยพิบัติ

‘อ.สุวินัย’ชี้เพียงเพราะอคติบดบังปัญญา จึงด้อยค่าคำแนะนำใช้’วิทยุทรานซิสเตอร์’รับมือภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.43 น.

4 ต.ค.65 จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ประชุมการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด โดยมีบางช่วงบางตอน นายกฯ ได้ระบุถึงการใช้บริการไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ ต้องให้ใช้ได้นานที่สุด ถ้าระบบมันล่มไปทั้งหมด การสื่อสารแจ้งข้อมูลจะทำได้ลำบาก อาจจะต้องไปใช้ “วิทยุทรานซิสเตอร์” ในการออกอากาศแจ้งเตือนประชาชนได้อีกทาง ซึ่งเคยใช้กันเมื่อปี 2554 เพราะตอนนั้นไฟฟ้าดับหมด ดังนั้นเราต้องเตรียมแผนตรงนี้ไว้ด้วยในกรณีที่อาจจะเกิดปัญหา แต่กลับอีกฝ่ายนำไปขยายผลวิพากษ์วิจาณ์บนโลกโซเซียลในทำนองล้าหลังกันอย่างปากนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทรานซิสเตอร์’วิทยุพื้นฐาน! หลายชาติยังจัดเป็น‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’แม้ในยุคดิจิทัล)

ล่าสุด รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Suvinai Pornavalai” ระบุว่า เรื่องเหรียญคริปโต ลุงตู่ออกมาเตือนแต่เนิ่นๆ ถือว่ามองขาด

“เรื่องความสำคัญของการใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ ในช่วงเกิดภัยพิบัติ ลุงตู่ก็ให้คำแนะนำอย่างคนมีประสบการณ์จริง และถูกต้องตามหลักปฏิบัติ แต่อนิจจามีคนจำนวนมากด้อยค่าคำเตือนอันมีค่าของนายกฯลุงตู่ เพียงเพราะอคติบดบังปัญญาทั้งที่หลายคนที่ออกมาด้อยค่าก็มีการศึกษาสูงทั้งนั้น บางคนจบระดับปริญญาเอกด้วยซ้ำ แต่ความจริงก็คือ นายกฯคนนี้เป็นคนที่มีปัญญาและวิชาชีวิตสูงยิ่งคนหนึ่ง เมื่อเทียบกับบรรดานักการเมืองทั้งหลายในสภา”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! กบแปลกมี 6 ขา 24 นิ้วแถมเปลี่ยนสีได้ทุกเวลาทั้ง ‘เขียวแก่-ทอง’

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684365

ฮือฮา! กบแปลกมี 6 ขา 24 นิ้วแถมเปลี่ยนสีได้ทุกเวลาทั้ง 'เขียวแก่-ทอง'

ฮือฮา! กบแปลกมี 6 ขา 24 นิ้วแถมเปลี่ยนสีได้ทุกเวลาทั้ง ‘เขียวแก่-ทอง’

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.05 น.

วันที่ 4 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบูรณ์ ตื้อเครือ อายุ 50 ปีบ้านเลขที่ 83/6 ถนนแม่ต๋ำฟากน้ำ ต.แม่ต๋ำภูมินทร์ อ.เมือง จ.พะเยา ได้เลี้ยงกบแปลกมี 6 ขาไว้ในบ่อน้ำในบ้านของตนเอง โดยกบมีลักษณะแปลกกว่ากบตัวอื่น มีขนาดลำตัวประมาณ 3 นิ้ว เพศผู้ มี 6 ขา โดยขาหลังแต่ละข้างมี 5 นิ้ว ส่วนคู่ขาหน้า มีข้างละ 4 นิ้ว และพบว่าที่บริเวณหน้าอกกบมีอีก 2 ขา ขาขวา 4 นิ้วและขาซ้ายมีขากบโพล่งอกออกมาอีก 2 ขา รวม 6 ขา 24 นิ้ว และลำตัวจะเปลี่ยนสีได้ทุกเวลาบางครั้งเป็นสีเขียวแก่ บางครั้งเป็นสีทองเหลืองอร่ามสวยงาม

นายสมบูรณ์ ตื้อเครือ เจ้าของกบ 6 ขา กล่าวว่า กบ 6 ขาสีทองตัวนี้ตนได้มากว่า 1 ปีแล้ว โดยเป็บกบตัวเล็กกระโดดเข้ามาในบ้าน เมื่อตนเห็นจึงจับไว้และพบว่ากบมี 6 ขา จึงเก็บเลี้ยงไว้ในบ่อน้ำข้างบ้าน เป็นกบที่เชื่อง หลังจากนั้นจึงนำจำนวนขากบไปเสี่ยงโชคและก็ได้โชค จึงเก็บเลี้ยงไว้มาจนถึงปัจจุบันได้ปีกว่าแล้ว โดยเลี้ยงในบ่อน้ำข้างบ้านและกบโตวันโตคืน ลักษณะลำตัวกบขนาด 3 นิ้วมี 6 ขา โดยขาหลังแต่ละข้างมี 5 นิ้ว ส่วนคู่ขาหน้ามีข้างละ 4 นิ้วและพบว่าที่บริเวณหน้าอกกบมีขางอกเพิ่มออกมาอีก 2 ขา ขาขวามี 4 นิ้วและขาซ้ายมี 2 นิ้วโผล่ห้อยออกมา รวมมีขากบ 6 ขา 24 นิ้ว และพบว่าสีของกบจะเปลี่ยนสีได้ทุกเวลาบางครั้งเป็นสีเขียวแก่ บางครั้งเป็นสีทองเหลืองอร่ามอย่างสวยงามอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คลิปนี้มีน้ำตา! น้ำใจคนไทยสู้น้ำท่วม จับมือกันสุดแรงกู้ชีวิตชายขี่มอเตอร์ไซค์

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684347

คลิปนี้มีน้ำตา! น้ำใจคนไทยสู้น้ำท่วม จับมือกันสุดแรงกู้ชีวิตชายขี่มอเตอร์ไซค์

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.47 น.

คลิปน้ำมีน้ำตา! ซึ้งน้ำใจคนไทย จับมือช่วยกันสุดแรง กู้ชีวิตชายกับมอเตอร์ไซค์ ถูกกระแสน้ำพัด ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

ผลกระทบจากพายุโนรู เคลื่อนที่ผ่านประเทศไทย ส่งผลให้ส่วนใหญ่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบ 17 จังหวัดได้รับผลกระทบเต็มๆ อาทิ  ศรีสะเกษ 150,227 ไร่ สุรินทร์ 109,560 ไร่ อุบลราชธานี 109,176 ไร่ ขอนแก่น 93,972 ไร่ บุรีรัมย์ 66,942 ไร่ ร้อยเอ็ด 62,282 ไร่ นครราชสีมา 36,359 ไร่ มหาสารคาม 34,830 ไร่ ชัยภูมิ 29,523 ไร่ อำนาจเจริญ 19,404 ไร่ ยโสธร 16,937 ไร่ กาฬสินธุ์ 14,741 ไร่ หนองบัวลำภู 5,904 ไร่ สกลนคร 3,881 ไร่ อุดรธานี 3,373 ไร่ หนองคาย 2,925 ไร่ และนครพนม  2,359 ไร่

ล่าสุด มีคลิปนาทีระทึกจากผู้ใช้ติ๊กต๊อก riitar.raktawan ได้เผยคลิปทขณะสัญจรผ่านถนนเส้นหนึ่งที่มีกระแสน้ำแรงมาก ในจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คนหนึ่งถูกกระแสน้ำพัดตกข้างทาง แต่ได้พลเมืองดีร่วมด้วยช่วยกัน จับมือเป็นสะพาน ประมาณ 8-10 คนเพื่อพยายามช่วยกันดึงรถมอเตอร์ไซค์ไว้ แต่สุดท้ายสู้กระแสน้ำไม่ไหว จึงจำเป็นต้องปล่อยหลุดมือลอยไป 

ชาวเน็ตต่างเห็นใจเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ที่สูญเสียสมบัติและยานพาหนะทำกินของเขาไป แต่ก็โชคดีที่เจ้าของรถปลอดภัย จนทำให้คลิปนี้มีผู้เข้าชมกว่า 3.5 ล้านครั้ง 

ล่าสุด มีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาอัพเดทด้วยว่า เมื่อกระแสน้ำลดลง สุดท้ายทุกคนก็ช่วยกันดึงรถมอเตอร์ไซค์คนนี้ขึ้นมาได้สำเร็จ และทุกคนปลอดภัยดี   -009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7149111549976694043?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F684347

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แวะชิม ‘ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ’ สูตรเด็ดของร้านบ้านกลางนา วิวสวยบรรยากาศดี

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684336

แวะชิม 'ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ' สูตรเด็ดของร้านบ้านกลางนา วิวสวยบรรยากาศดี

แวะชิม ‘ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ’ สูตรเด็ดของร้านบ้านกลางนา วิวสวยบรรยากาศดี

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.11 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปชิมเมนูซิกเนเจอร์ “ก๋วยเตี๋ยมต้มยำ” สูตรเด็ดของร้าน ก๋วยเตี๋ยวบ้านกลางนา รวมถึงเมนูน้ำตก น้ำใส ลวกจิ้ม ที่คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมมาทั้งหมูและเนื้อมาปรุง ร้านตั้งอยู่เลขที่ 888 ม.5 ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่บอกเลยว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้ใคร และเมนูอื่นๆ อีกหลากหลาย ท่ามกลางวิวธรรมชาติ แบบบ้านๆ โปร่ง โล่ง สายลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน

นายจิรวัฒน์ คนรักษา อายุ 38 ปี เจ้าของร้านบอกว่าอาชีพเดิมคือธุรกิจจำหน่ายรถจักรยานยนต์มือสองในช่วงเศรษฐกิจยุคโควิด-19 แบบนี้ ก็เลยเริ่มมองหาอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้ประกอบกับมีที่อยู่กลางนาซึ่งเปิดเป็นบ่อตกปลาอยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวไปเลย เพราะครอบครัวก็มีสูตรก๋วยเตี๋ยวที่ทำทานเป็นประจำในครอบครัวอยู่แล้วก็เลยมาเปิดเป็น “ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านกลางนา” เป็นก๋วยเตี๋ยวแบบบ้านๆ พื้นบ้าน  จะมีเมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำตก น้ำใส ต้มยำ เกาเหลา ลวกจิ้ม ต้มเลือดหมู มีทั้งเนื้อและหมู หมูตุ๋น ไส้ตุ๋น น่องไก่ ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่านั้น เมนูซิกเนเจอร์ที่อยากให้ชิมคือเมนู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตรเด็ดของครอบครัว อร่อยได้โดยแทบไม่ต้องปรุง โดยเฉพาะเมนูเนื้อต่างๆ เราจะไม่ใช้เศษเนื้อ เราใช้เนื้อก้อนเท่านั้น มาตุ๋นด้วยสูตรเฉพาะของเราเอง และยังมีเมนูส้มตำ ขนมเปียกปูน ขนมถ้วยโบราณ และเครื่องดื่มไว้บริการด้วย รวมถึงบ่อตกปลาก็ยังเปิดให้บริการ ค่าคันเบ็ดเพียง 30 บาท ชั่งปลาออก กิโลกรัมละ 50 บาทเท่านั้น

นายจิรวัฒน์ฯ บอกต่อว่า ส่วนบรรยากาศของร้านเข้ามาก็จะแบบอิงธรรมชาติเลย ร่มรื่น มีโซนนั่งในร้าน และมีซุ้มไม้ไผ่ ไว้บริการให้เลือกนั่ง ร้านไม่แออัด โปร่งลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวันต่อให้ช่วงเที่ยงๆ อากาศก็ไม่ร้อน พื้นที่กว้างขวางมีที่จอดรถ ร้านเปิดมาได้ 6 เดือน แล้วผลตอบรับดี ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากในตัวเมือง บอกว่าอยากออกมานั่งทานก๋วยเตี๋ยวแบบชมวิวชิลๆ ไม่ต้องไปแออัดอยู่ในตัวเมือง

สำหรับใครที่สนใจจะมาชิมก๋วยเตี๋ยวบ้านๆ บรรยากาศกลางนาลมพัดเย็นสบาย ของ “ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านกลางนา” ก็สามารถมากันได้ร้านตั้งอยู่ ถนนเลี่ยงเมือง จากแยกบายพาสสกัดน้ำมัน มุ่งหน้าแยกอินโดจีน ร้านตั้งอยู่ก่อนถึงวิทยาลัยเทคนิคสองแคว ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-15.30 (หยุดทุกวันพุธ) ติดต่อสอบถามได้ทางเพจ : ก๋วยเตี๋ยวบ้านกลางนา สายเลี่ยงเมืองพิษณุโลก หรือโทร 0895832625

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ที่พึ่งทางใจ! วัดบ้านไร่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล วันเกิด’หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ’

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684321

ที่พึ่งทางใจ! วัดบ้านไร่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล วันเกิด'หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ'

ที่พึ่งทางใจ! วัดบ้านไร่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล วันเกิด’หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ’

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

4 ตุลาคม 2565 ที่อุโบสถ วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พระธรรมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 11 เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลวันกตัญญูบูรพาจารย์ และพระผู้มีพระคุณ พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อคูณ 4 ตุลาคมของทุกปี

โดยพระสงฆ์ 10 รูปได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เจริญพระพุทธมนต์แผ่เมตตาเพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนญาติโยมศิษยานุศิษย์ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิอาจารย์ชื่อดัง ได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 รวมอายุ 92 ปี 71 พรรษา

ทั้งนี้ทางวัดบ้านไร่ ได้จัดเตรียมสร้างรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ในท่านั่งยองๆ มือถือตะบอง ท่าการเคาะศีรษะ องค์ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ มีขนาดหน้านักกว้าง 19 เมตร สูง 27 เมตร จัดสร้างขึ้นให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคล และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของนครราชสีมา

ออกแบบโดยอาจารย์กิตติชัย ตรีรัตน์วิชา เป็นลักษณะท่านั่งยองๆ และมีกระบองในการเคาะศีรษะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ ที่ท่านเคยนั่งต้อนรับญาติโยม เคาะหัวให้พรแก่พุทธศาสนิกชนที่มากราบไหว้ท่าน ซึ่งปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวันจนคุ้นชินตาของศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงถือว่าเป็นรูปหล่อที่ก่อสร้างขึ้นให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงคำสั่งสอนของหลวงพ่อคูณตลอดไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูไม่ยอม! ม่ายอุดรโวยเฒ่าหื่นบุกบ้านทำอนาจารจับของลับเรียก 3 หมื่นขอจ่าย 700

Posted on October 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684310

หนูไม่ยอม! ม่ายอุดรโวยเฒ่าหื่นบุกบ้านทำอนาจารจับของลับเรียก 3 หมื่นขอจ่าย 700

หนูไม่ยอม! ม่ายอุดรโวยเฒ่าหื่นบุกบ้านทำอนาจารจับของลับเรียก 3 หมื่นขอจ่าย 700

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

สาวใหญ่ลาดพร้าววัย 48 ปีหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงมาอยู่อุดรธานี ถูกเฒ่าวัย 75 ปี ย่องมาแอบแซบ เข้าบ้านทำทีพูดคุยดีสุดท้ายจับก้น หน้าอก และของสงวน สาวเจ้าไม่เล่นด้วยแจ้งความดำเนินคดีเรียก 30,000 บาท ลดแลกแจกแถมเหลือ 12,000 บาท แต่เฒ่าหื่นขอจ่าย 700 บาทจากเงินค่าเบี้ยผู้สูงอายุ 1 เดือน สาวม่ายไม่ยอม!เรื่องถึงผู้ใหญ่บ้าน เผชิญหน้าลูกสาวพ่อเฒ่าทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากโต้กันเดือดสนั่นบ้าน ฝ่ายเสียหายยอมลดให้อีก 7,000 บาท แต่ลูกสาวเฒ่าหื่นประกาศลั่น “อยากได้ไปฟ้องเอาเอง”

วันที่ 4 ต.ค.65 นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินเพจบ้านดุงอัพเดท ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากผู้หญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานีว่าถูกผู้เฒ่าวัย 75 ปีบุกเข้าบ้านแล้วไปทำอนาจารจับก้น จับหน้าอก และอวัยวะเพศของตนถึงภายในบ้าน และได้ไปแจ้งความตำรวจเพื่อเรียกค่าเสียหายแล้ว 30,000 บาท แต่อีกฝ่ายจะจ่ายให้แค่ 700 บาท เป็นเงินจากเบี้ยผู้สูงอายุเพียงเดือนเดียวเท่านั้น เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมและประวัติพ่อเฒ่ารายนี้เคยทำกับผู้หญิงในหมู่บ้านหลายรายแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนางอ้อ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นสาวม่ายอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้เล่าฟังว่า เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ย.65 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. นายจัน (นามสมมติ) อายุ 75 ปีขอเข้ามาในบ้านเพื่อเกี่ยวหญ้าให้วัวตนก็ตอบตกลงเพราะเห็นเป็นเพื่อนบ้านไม่คิดว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ตอนนั้นตนนั่งอยู่โซฟาภายในบ้าน 

จากนั้นนายจัน ก็เดินไปนั่งข้างๆ บ้านที่โซฟา โดยมีลูกสาวตนนั่งอยู่บนพื้นใกล้ๆ พอนายจัน เข้ามานั่งโซฟากับตนก็ถามตนว่า กินข้าวเช้าหรือยัง ลูกไม่ไปทำงานหรือ ตนก็ตอบว่า กินแล้ว จากนั้นเขาก็ใช้มือซ้ายมาจับก้นตน พอลูกสาวตนเผลอเขาก็คว้ามือจับหน้าอกและอวัยวะเพศ ตนก็เอามือปัดออก เพราะตกใจ อ้าวทำแบบนี้ได้ไงจึงรีบลุกไปหาเพื่อนที่ตกปลาอยู่ด้านหลังบ้านทันที 

นางอ้อ ดล่าต่อว่า ตนเห็นว่าแบบนี้ไม่ดีแล้ว ตนไม่ได้ยินยอมที่จะเล่นกับคนนี้แน่นอน จากนั้นตนจึงไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีข้อหาอนาจาร และบุกรุกเคหะสถาน โดยตนมีภาพถ่ายขณะที่เขาบุกเข้ามานั่งข้างๆ ตน โดยลูกสาวถ่ายไว้ได้ เขามีลูกมีเมียแล้วแม้เขาไม่มีลูกเมียตนก็ไม่เอา ตนได้ยินว่าเขาทำแบบนี้กับผู้หญิงหลายคนแล้ว ตอนนี้ตนกลัวมาก พอตกค่ำต้องรีบปิดบ้านทันที เพราะอยู่บ้านคนเดียว ส่วนลูกสาวก็ไปทำงานที่อุดรนานๆ จะกลับมาที

นางอ้อ บอกด้วยว่า เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.65) ตำรวจเรียกให้ไปตกลงค่าเสียหาย โดยตนเรียกค่าเสียหายที่มาจับหน้าออก จับอวัยะเพศ และจับก้นเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท แต่ทางฝ่ายเฒ่าคนนี้และลูกสาวเขาไม่ยอม บอกว่าไม่มีเงินจ่าย ตนก็ใจดีลดให้เหลือ 12,000 บาท เขาก็บอกว่าไม่มีจ่าย ถ้าจะจ่ายให้ขอจ่าย 700 บาทเป็นเงินเบี้ยผู้สูงอายุให้แล้วกัน 1 เดือน แบบนี้ตนไม่ยอมแน่นอนจะจ่าย 700 เบี้ยผู้สูงอายุให้ ตนไม่โอเค 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายจัน ที่มีบ้านอยู่ห่างจากบ้านนางอ้อ สาวม่ายประมาณ 1 กม.เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ปรากฏว่าพอไปถึงลูกสาวของนายจัน พอทราบว่านักข่าวจะมาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเดินเข้ามาหานักข่าวพร้อมกับบอกว่า “ไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์ เรื่องนี้ถึงตำรวจแล้วให้รอหมายศาลและขอโทรหาตำรวจก่อนว่านักข่าวมาหา ยายอ้อไปบอกนักข่าวให้มาสัมภาษณ์พ่อตน มันเกินไปแล้ว ยายอ้อทำไมเป็นคนแบบนี้ แต่ก่อนครอบครัวตนเองเคยเอาเงินให้ใช้ ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกนับถือพ่อตนเป็นพ่อด้วย พ่อไปเกี่ยวหญ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม ยายอ้อเป็นคนเรียกพ่อให้เข้าไปในบ้านเอง พ่อตนไม่ได้บุกรุกแน่นอน เรื่องนี้ทำให้ครอบครัวเสียหาย ไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์พ่อตน ยายอ้อจะมาเรียก 30,000 บาท พ่อตนมีแต่เงินคนแก่เบี้ยยังชีพ 700 บาท ตนจ่ายให้แค่นี้ เรื่องนี้จะมาเอาเรื่องอะไรมากมายกับผู้เฒ่า”

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายปัญญา พันธ์โยคา ผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น โดยผู้ใหญ่บ้านบอกว่า เรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนจากนางอ้อว่าถูกเพื่อนบ้านบุกเข้าไปภายในบ้านและทำอนาจาร เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยตกลงกัน เบื้องต้นนางอ้อ ตกลงเรียกค่าเสียหาย 30,000 แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่มีให้ มีแค่เงิน 700 บาทเป็นเบี้ยผู้สูงอายุให้เพียง 1 เดือนเท่านั้น ดูแล้วตกลงกันไม่ได้ 

โดยขณะที่นักข่าวกำลังสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้านอยู่ ปรากฏว่าลูกสาวนายจัน ขับรถ จยย.มาที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับกล่าวว่า ทำไมเรื่องถึงนักข่าวและเรื่องนี้ไม่มีใครตัดสินว่าพ่อตนผิด นอกจากศาลเท่านั้นที่จะตัดสิน ห้ามเอ่ยถึงชื่อพ่อตนเด็ดขาด ไม่งั้นจะฟ้องแน่นอนจะมาเอา 30,000 บาท ลดให้ 12,000 บาท ใครจะมีเงินให้ พ่อตนมีเงินแค่เงินคนแก่ 700 บาท คิดหน่อย ยายอ้อ คิดถึงที่เคยไปยืมเงินหน่อย 

ขณะที่นางอ้อ กล่าวว่า “700 บาทไม่พอหรอกกับเรื่องอนาจาร” ขณะที่ลูกสาวนายจันโต้กลับว่า “พ่อตนไม่ได้ผิด เขาไม่ได้ทำอะไรนี่คนบ้านเดียว ยายอ้อเป็นคนเรียกเข้าไป พ่อตนถึงเข้าไป อยู่ดีๆ เขาไม่เข้าไปหรอก แค่ไปอยู่ข้างๆ จะเอาเยอะขนาดนั้น ตนไม่คุยแล้วเจอกันที่ศาล”

ขณะที่นางอ้อ บอกว่า “เอางี้แล้วกันจับนม จับก้น จับอวัยวะเพศขอ 7,000 บาทแล้วกัน” แต่ลูกสาวนายจัน โต้กลับว่า “ใครจะให้ ไปฟ้องเอาเลย” จากนั้นลูกสาวนายจัน ก็เดินหนีไป 

ด้านผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า “อยากให้เรื่องนี้จบๆ ไปไม่อยากให้เรื่องถึงโรงถึงศาล เพราะถือว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน อยากให้พูดคุยกัน แต่โดยประวัติทราบว่าผู้เฒ่ารายนี้เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงในหมู่บ้านหลายครั้ง แต่ได้ไกล่เกลี่ยตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันมาครั้งหนึ่งแล้ว” – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

6 ข้อควรรู้!‘โฆษก สคบ.’แจงข้อเท็จจริง ‘เซอร์วิสชาร์จ’กับสิทธิผู้บริโภค

Posted on October 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684293

6 ข้อควรรู้!‘โฆษก สคบ.’แจงข้อเท็จจริง ‘เซอร์วิสชาร์จ’กับสิทธิผู้บริโภค

6 ข้อควรรู้!‘โฆษก สคบ.’แจงข้อเท็จจริง ‘เซอร์วิสชาร์จ’กับสิทธิผู้บริโภค

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.06 น.

6 ข้อควรรู้!‘โฆษก สคบ.’แจงข้อเท็จจริง ‘เซอร์วิสชาร์จ’กับสิทธิผู้บริโภค

4 ตุลาคม 2565 พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะโฆษก สคบ. เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อว่า “สคบ. ตอบแล้ว เซอร์วิสชาร์จ ผู้บริโภคต้องจ่ายหรือไม่” นั้น ขอให้ข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพิ่มเติม ดังนี้

1.ผู้บริโภคมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ในข้อที่ 1 สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ข้อที่ 2 สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ และข้อที่ 4 สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา

2.Service charge คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบธุรกิจ เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการร้านอาหารที่ให้บริการเป็นพิเศษแก่ลูกค้า ซึ่งจะแตกต่างจากการให้ทิป (สินน้ำใจ) ที่ให้โดยสมัครใจ

3.ในการให้บริการผู้ประกอบอาจคิดค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าอาหาร ซึ่ง Service charge อาจเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 69 พ.ศ.2565 ข้อ 9

4.กรณีผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเรียกเก็บ Service charge เป็นค่าใช้จ่ายอื่นตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 69 พ.ศ.2565 ข้อ 9 ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ชัดเจนและครบถ้วน โดยแสดงไว้ควบคู่กับการแสดงราคาอาหาร เพื่อให้ลูกค้าทราบราคาค่าอาหารและค่า Service charge ที่จะสามารถตัดสินใจว่าจะใช้บริการหรือไม่ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมาย

5.เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ผู้ประกอบธุรกิจควรปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่า Service charge ดังนี้

5.1 การแจ้งการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น (Service charge) ผู้ประกอบธุรกิจควรแสดงไว้บริเวณหน้าร้านค้า เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจนและสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเข้าใช้บริการในร้านอาหารหรือไม่

5.2 ค่าใช้จ่ายอื่นที่เรียกเก็บควรมีความชัดเจนโดยแสดงเป็นราคาต่อหน่วย หากมีการเรียกเก็บโดยคิดจากราคาค่าอาหารต้องมีการแสดงไว้ควบคู่กับการแสดงราคาอาหารในแต่ละรายการ

5.3 Service charge ที่เรียกเก็บ ควรกำหนดราคาที่เหมาะสมตามสมควร เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยคำนึงถึงบริการที่เป็นพิเศษกว่าค่าบริการตามปกติ

6.ทั้งนี้ หากผู้ประกอบธุรกิจไม่แสดงการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นหรือแสดงการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น (Service charge) โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 69 พ.ศ.2565 ผู้บริโภคอาจปฏิเสธไม่ชำระค่าใช้จ่ายอื่นดังกล่าวได้ และสามารถร้องทุกข์ต่อ กรมการค้าภายใน เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,854 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d