Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แฉ’ลุงวี’หลังโก่ง! ทำงานเป็นแก๊งพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย อู้ฟู่รายได้เดือนเป็นแสน

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677742

แฉ'ลุงวี'หลังโก่ง! ทำงานเป็นแก๊งพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย อู้ฟู่รายได้เดือนเป็นแสน

แฉ’ลุงวี’หลังโก่ง! ทำงานเป็นแก๊งพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย อู้ฟู่รายได้เดือนเป็นแสน

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.35 น.

แฉ’ลุงวี’ขอทานหลังโก่ง เป็นคนกัมพูชาหนีเข้าเมือง เคยโดนจับมาแล้ว ทำงานเป็นทีมพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย รายได้อู้ฟู้เดือนเป็นแสน เตรียมส่งกลับประเทศ

4 กันยายน 2565 หลังจากโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอ ชายหลังโก่งตระเวนขอทานในตลาดวัดศรีอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี สภาพร่างกายดูน่าสงสารเพราะหลังโก่ง เวลาเดินหัวจะพับมาถึงขา ซึ่งมีผู้แชร์จำนวนมาก ต่อมาเพจ กัน จอมพลัง ได้โพสต์ข้อความด้วยว่า ได้ประสานกับ พม.จ.ชลบุรี เข้าไปช่วยเหลือชายคนดังกล่าว ทราบว่า ชื่อลุงวี และมีการนำสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือ 

จากนั้น เพจ กัน จอมพลัง โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “ไอ้ลุงวี สรุปผมถูกหลอก ลุงวี หลังโก่ง คือ แก๊งขอทานข้ามชาติ ที่หนีเข้าประเทศไทยตามตะเข็บชายแดน เคยถูกส่งกลับมา 3 ครั้ง มีรายได้เดือนนึงกว่า 100,000 บาท ในแก๊งมีหลายคนมีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์มี การเอาเด็กอายุ 10 เดือนมานั่งขอทานด้วยเรื่องนี้แดงขึ้นมาเพราะผมประสานพัฒนาสังคมเข้าไปช่วยเหลือ แต่เค้าจำได้ว่าเคยส่งแก๊งนี้กลับประเทศหลายครั้ง และด้วยความที่เวรกรรมติดจรวด หลังจากเอาความน่าสงสารมาหลอกผมน้องเอกบางแสน และคนไทยผู้ใจดี ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวแก๊งที่ทุกคน และพาไปควบคุมตัวไว้ที่ ตม. ตอนนี้ผมรู้สึกอิหยังวะ ช่วยคนมาเยอะสุดท้ายตกเป็นเหยื่อเพราะความใจดีของตัวเอง”

หลังจากนั้นเพจ กัน จอมพลัง ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า มีบางท่านสงสัยว่าอ้าวก็ลุงวีแกเป็นอย่างนี้ผิดยังไงอะ เป็นขอทานรายได้เป็น 100,000 อิจฉาเค้าหรือ  การมีลูกมีเมียไม่ผิดครับ ถ้าทำส่วนตัวผมไม่ว่าเลย แต่ลุงวีและครอบครัวมีการทำเป็นระบบทำอาชีพขอทานทั้งบ้าน มีการเอาเด็กน้อยออกมาอุ้มเพื่อขอทาน ให้คนเกิดความสงสารและเพิ่มรายได้ อันนี้เข้าข่ายค้ามนุษย์ครับ ถ้าอนาคตคนเห็นทำแบบนี้แล้วมีรายได้เป็นแสน โดยไม่ดำเนินการอะไร จนมีคนเห็นช่องว่างนี้แล้วเกิดขบวนการลักเด็กแล้วส่งต่อเพื่อทำแบบนี้ ผมว่าอนาคตจะเป็นเรื่องใหญ่ครับ.012

ขอบคุณ : กันจอมพลัง ,โหนกระแส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บินตรง’หาดใหญ่-กทม.’ เจ้าของรับเจ้าเหมียว’หมูทะ’ หายตัวจากบ้านนานนับเดือน

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677738

บินตรง'หาดใหญ่-กทม.' เจ้าของรับเจ้าเหมียว'หมูทะ' หายตัวจากบ้านนานนับเดือน

บินตรง’หาดใหญ่-กทม.’ เจ้าของรับเจ้าเหมียว’หมูทะ’ หายตัวจากบ้านนานนับเดือน

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.54 น.

4 กันยายน 2565 โลกออนไลน์ เพจ จราจรทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ภาพความประทับใจ เจ้าเหมียวแมวลายสลิด หลังหายตัวออกจากบ้านนานนับเดือน พลัดพรากจากเจ้าของมาไกล จากหาดใหญ่สู่เมืองกรุง ระบุข้อความว่า

‘น้องหมูทะ หายจากบ้านนานเกือบ 1 เดือน แม่น้องบินลัดฟ้ามารับน้องกลับบ้านแล้วครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือในทุกๆช่องทางครับ เกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ บนทางด่วน ติดต่อ exat call center โทร 1543 ครับ’ 

โดยประมาณเมื่อ 2 อาทิยต์ที่ผ่านมา ทางเพจได้เจอแมวตัวนี้บนทางด่วน พบมีปลอกคอคาดว่ามีเจ้าของจึงประกาศตามหา จนเจ้าของตัวจริงพบเห็นจึงติดต่อขอรับตัว เพราะจำได้ว่าเป็นแมวของตนเอง ที่ชื่อหมูทะ หายออกจากบ้านนานนับเดือน จึงขึ้นเครื่องบินตรงจากหาดใหญ่มากรุงเทพฯ เพื่อรับน้องหมูทะกลับบ้าน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้อนรับเจ้าตัวจิ๋ว! ‘ลูกนกกระเรียน’พันธุ์ไทย แห่งสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677728

ต้อนรับเจ้าตัวจิ๋ว! 'ลูกนกกระเรียน'พันธุ์ไทย แห่งสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี

ต้อนรับเจ้าตัวจิ๋ว! ‘ลูกนกกระเรียน’พันธุ์ไทย แห่งสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.34 น.

4 กันยายน 2565 ที่สวนจัดแสดงทุ่งกระเรียนไทย สวนสัตว์ขนาดเล็ก Mini Zoo ธัญบุรี ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายอาคม มณีกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากายภาพและจัดการสิ่งแวดล้อม  (ผู้จัดการโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนจัดแสดงที่ดูแลสัตว์นกกระเรียนแจ้งว่า ได้เกิดสมาชิกใหม่เป็นลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย ยังไม่ทราบเพศ

โดยเกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นกกระเรียนที่มีเพียง 1 คู่ ที่ทุ่งรังสิต เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา เป็นลูกนกกระเรียนตัวแรกของทุ่งรังสิต หลังจากที่นกพันธุ์นี้หายสาบสูญจากทุ่งรังสิตไปนานกว่า 100 ปี โดยทางสวนสัตว์พร้อมที่จะโชว์ความน่ารักน่าชังให้กับประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี ฟรีไม่เสียค่าผ่านประตู

สำหรับนกกระเรียนพันธุ์ไทย ถือว่าเป็นสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ลักษณะนกกระเรียนพันธุ์ไทย มีขนที่คอและลำตัวสีเทาเข้มกว่า ไม่มีแถบ ขนสีขาวคั้นระหว่างคอส่วนบน ซึ่งเป็นสีแดงและคอล่างเป็นสีเทา ตัวผู้จะตัวใหญ่กว่าตัวเมีย โดยเมื่อเวลาร้อง ตัวผู้จะกางปีก ตัวเมียจะหุบปีก นกกระเรียนพันธ์ไทยจะอาศัยและหากินบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ

กินอาหารเป็นพวกสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น กุ้ง หอย ปู ฯลฯ ถ้าเป็นพืชจะเป็น หญ้าแห้วทรงกระเทียม หญ้าแห้วหมู การสืบพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-ปลายเดือนตุลาคม วางไข่ครั่งละ 1-2 ฟอง บริเวณใกล้แหล่งน้ำ นกกระเรียนเป็นสัตว์ป่าที่รักเดียวใจเดียวหากจับคู่แล้วจะไม่แยกจากกัน ถ้าหากคู่ตัวใดตัวหนึ่งตาย ก็อาจจะไม่จับคู่อีกเลยก็เป็นได้

นายอาคม มณีกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากายภาพและจัดการสิ่งแวดล้อม (ผู้จัดการโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่) กล่าวว่า สวนสัตว์ขนาดเล็ก Mini Zoo ธัญบุรี เป็นโครงการตามนโยบายของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ในระหว่างที่จะรอการดำเนินการก่อสร้างสวนสัตว์ คาดว่าจะเปิดได้ในอีก 3 ปี เบื้องต้นได้มีการสร้างสวนสัตว์ขนาดเล็กขึ้นก่อน หลังจากที่ออกแบบส่วนในการจัดแสดงในเฟสแรก ได้มีนกกระเรียนพันธุ์ไทย โดยทางสวนสัตว์จังหวัดนครราชสีมาสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ มีการนำนกกระเรียน 1 คู่ มาจัดแสดง ซึ่งในธรรมชาติของประเทศไทยนกกระเรียนพันธุ์นี้ได้หายสาบสูญไปแล้ว แต่เราสามารถนำคืนโดยการเพาะขยายพันธุ์แล้วปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ

สำหรับนกกระเรียนคู่นี้ อยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุ 5 – 6 ปี เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ได้จัดจำลองระบบนิเวศที่มีพืชและอาหารทำให้นกคู่นี้ผสมพันธุ์กัน ได้ออกไข่ออกมา 2 ใบ แต่เมื่อไปดูอีกครั้งพบว่าเหลือแต่เปลือกไข่แล้ว จากนั้นนกกระเรียนได้เลือกทำรังใหม่และออกไข่อีก 2 ใบ จากนั้นวันที่ 24 สิงหาคม ลูกนกกระเรียนได้ฟักออกมาจากไข่เพียง 1 ใบ ส่วนอีกใบ คาดว่าเชื้อไข่ไม่สมบูรณ์เราได้เก็บไว้เป็นตัวอย่าง

ฝากถึงพี่น้องประชาชน เด็กๆและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเยี่ยม Mini Zoo ธัญบุรี ถือโอกาสข่าวดีประชาสัมพันธ์ ให้มาดูลูกนกกระเรียนซึ่งเป็น นกกระเรียนตัวแรกที่ทุ่งรังสิต ซึ่งเมื่อก่อนเมื่อ 100 ปี ก่อนนกกระเรียน ละมั่งพันธุ์ไทย สัตว์กีบต่างๆ รวมถึงนกน้ำต่างๆ ทุ่งรังสิตเป็นที่อยู่อาศัยของเขา แต่เมื่อนกกระเรียนได้กลับมาอยู่ตามที่อาศัยของเขา

เราได้จัดระบบนิเวศตรงนี้ให้เป็นธรรมชาติ จึงอยากให้พี่น้องมาดูว่า ลูกนกกระเรียนที่เกิดตามธรรมชาติจริงๆ ได้มีแล้วที่ทุ่งรังสิต เนื่องจากพ่อแม่นกกระเรียนค่อนข้างจะห่วงลูก ขอให้เว้นระยะห่าง และงดส่งเสียงดัง ฝากให้เข้ามาดูการเจริญเติบโต นกกระเรียนนกในทุ่งน้ำตัวแรกของทุ่งรังสิตจะเติบโตอย่างไร.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ตำนานอร่อยกว่า80ปี ร้านดังเมืองสงขลา

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677727

'ขนมไหว้พระจันทร์' ตำนานอร่อยกว่า80ปี ร้านดังเมืองสงขลา

‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ตำนานอร่อยกว่า80ปี ร้านดังเมืองสงขลา

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.32 น.

4 กันยายน 2565 พูดถึงขนมไหว้พระจันทร์ ในจังหวัดสงขลา ต้องนึกถึงร้านซ้ำโฝ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 172 ถนนกาญขนวนิช บ้านคลองแงะ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นร้านที่ทำขนมไหว้พระจันทร์ มายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

ร้านซ้ำโฝเป็นร้านทำขนมไหว้พระจันทร์ ที่มีสูตรเด็ดในการทำขนมมานานกว่า 80 ปี ไม่ว่าจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์ ไส้ทุเรียนไข่เดียว และไส้อื่นๆ ขนมไหว้พระจันทร์ สีเหลืองและสีขาว ที่นี่รับประกันความอร่อย ขนมไหว้พระจันทร์ร้านนี้ขายดี จนมีชื่อเสียงจากรุ่นคุณพ่อสู่รุ่นลูกเลยทีเดียว 

นางสาววนิดา วิทยมาศ เจ้าของร้านกล่าวว่า ทางร้านมีสูตรทำขนมไหว้พระจันทร์สูตรเด็ดของบรรพบุรุษ พร้อมทั้งคัดสรรวัตถุดิบเกรดเอ วิธีทำถูกหลักอนามัย สะอาด หากใครยังไม่เคยลองชิมขนมไหว้พระจันทร์ ลองแวะซื้อมาทานรับรองว่าอร่อยถูกปาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์ การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677694

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์  การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์ การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ มูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย และ เครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ จัดเวที
ประชาสัมพันธ์รูปแบบการจัดบริการ ของหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะด้านและการส่งเสริมองค์กรด้านคนพิการเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรบริการการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการสำหรับคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา

นายอุดมโชค ชูรัตน์ ประธานมูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย กล่าวว่า ตนเคยใช้ชีวิตกับคนพิการรุนแรงขยับได้แค่คอในประเทศญี่ปุ่นแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากที่พบว่าคนกลุ่มนี้สามารถออกมาใช้ชีวิตในสังคม เดินทางไปไหนมาไหนด้วยระบบโดยสารสาธารณะได้ สามารถเป็นถึงผู้บริหารโรงงาน รวมทั้งมีระบบผู้ช่วยมาช่วยในสิ่งที่คนพิการทำไม่ได้ และอยากให้มีระบบที่ช่วยให้คนพิการสามารถดำเนินชีวิตเกิดขึ้นในประเทศไทย

จนกระทั่งปี 2545 องค์กรคนพิการของญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยสนับสนุนอุปกรณ์และจัดอบรมคนพิการในไทยให้สามารถออกมาดำเนินชีวิตในสังคมได้ ซึ่งเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งก็พบว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดคนพิการ จากเดิมที่เคยคิดว่าต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต เปลี่ยนมาเป็นคิดว่าคนพิการก็สามารถพัฒนาศักยภาพและออกสู่สังคมได้

ซึ่งเมื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตอิสระคนพิการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย จากนั้น สปสช. เห็นความสำคัญและได้ผลักดันให้ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะด้านผู้พิการในที่สุด ทั้งนี้ งานขับเคลื่อนการดำรงชีวิตอิสระคนพิการกล่าวได้ว่าเป็นการนำสิทธิและโอกาสไปสู่คนพิการทั้งในการมีชีวิตเป็นตัวของตัวเอง มีโอกาสไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่น

“อย่างไรก็ดี ยังมีคนพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถออกมาดำรงชีวิตในสังคมได้ งานของศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการคือการผลักดันให้คนพิการเหล่านี้เปลี่ยนวิธีคิดให้คิดว่ามีศักยภาพในการดำรงชีวิตในสังคมได้ ซึ่งผู้ฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการที่ผ่านการอบรมจะเป็นคนเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนพิการมีทักษะใช้ชีวิตในสังคมได้ต่อไป” นายอุดมโชค กล่าว

ด้าน นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การผลักดันศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการนั้นสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) จากเดิมที่รัฐเป็นผู้ให้-ประชาชนเป็นผู้รับมาเป็นการให้ทุกคนมีความเสมอภาคและเข้ามามีส่วนร่วมมีบทบาทในเรื่องนี้ ซึ่งในขณะนี้ยังมีคนพิการอีกหลายคนที่ต้องการแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนขอให้กำลังใจแก่การขับเคลื่อนงานด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ และในอนาคต ตนอยากเห็นศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทุกจังหวัดหรืออย่างน้อยได้ 50% ก็ยังดี

“นอกจากการสร้างแรงผลักดันให้สามารถออกมาใช้ชีวิตในสังคม สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้แล้ว อยากเห็นการทำงานร่วมกับท้องถิ่นในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่คนพิการ มีตัวอย่างดีๆ ที่ จ.สงขลา ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมซ่อมบำรุง ยืม-คืน กายอุปกรณ์ ซึ่งช่างซ่อมในศูนย์นี้มีแต่คนพิการ แสดงให้เห็นว่าถ้าทุกคนช่วยกันเปิดพื้นที่ คนพิการก็สามารถทำงานได้ และการขับเคลื่อนไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจากรัฐอย่างเดียว ยังมีงบประมาณในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่งที่สามารถร่วมมือกับเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช.1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี@nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘แม่วัยใส-จนข้ามรุ่น’ ตัดวงจรไม่ส่งต่อ..ทำได้!

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677682

รายงานพิเศษ : ‘แม่วัยใส-จนข้ามรุ่น’  ตัดวงจรไม่ส่งต่อ..ทำได้!

รายงานพิเศษ : ‘แม่วัยใส-จนข้ามรุ่น’ ตัดวงจรไม่ส่งต่อ..ทำได้!

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายหัวข้อ “พ่อแม่วัยรุ่นกับปัญหาความยากจนข้ามรุ่นของสังคมไทย” โดย ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ และกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และอดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “สร้างการเรียนรู้ให้พ่อแม่วัยรุ่น เพื่อแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น”จัดโดย กสศ. เมื่อเร็วๆ นี้

อาจารย์สมพงษ์ เริ่มด้วยการเล่าย้อนประวัติการทำงานในแวดวงการศึกษา ผ่านเหตุการณ์สำคัญ เช่น ข้อถกเถียงว่าสมควรตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยในโรงเรียนหรือไม่ โดยในปี 2553-2555 พบข้อมูลที่น่าตกใจคือ ประเทศไทยมี “แม่วัยใส” หรือเด็กสาวที่ตั้งครรภ์ก่อนเวลาอันควร มากกว่า 120,000 คน เป็นที่ฮือฮาในสังคมมาก ณ เวลานั้น จนอาจเป็นประเทศที่พบแม่วัยใสมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้รัฐบาลเริ่มหาทางแก้ปัญหาอย่างจริง

“จะเห็นว่าปี 2563 ตัวเลขลดลงมาตามลำดับจนในที่สุดตอนนี้เหลือ 56,000 คน แต่ตัวเลขด้านเด็กอายุ 10-14 ปี จาก 3,700 คน ก็เหลือ 1,783 คน ฉะนั้นตัวเลขในปี 2569 เราจะตั้งเป้าหมายว่าจะต้องลดลงให้ได้มากที่สุด จนเหลือเด็กอายุ 10-14 ปี ซึ่งไม่น่าจะตั้งครรภ์ในเวลานี้ เหลือ 0.5 ต่อจำนวนประชากร 1,000 คน และในวัยรุ่นแล้ว อายุ 15-19 ปี เป้าหมายคือลดลงมาให้เหลือ 28.7 และเป้าหมายคือ 25 ต่อ 1,000ใกล้เคียงแล้ว” อาจารย์สมพงษ์ ระบุ

เมื่อลงลึกในรายละเอียด พบว่า “พื้นที่ชายแดนหรือพื้นที่อุตสาหกรรม มักพบแม่วัยใสจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ” เช่น จังหวัดในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอย่าง ฉะเชิงเทรา ระยอง รวมถึงที่ใกล้เคียงอย่าง ปราจีนบุรี หรือจังหวัดที่เป็นท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ “เคยมีการศึกษาพบว่า..ความเป็นแม่วัยใสสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้” กล่าวคือ หากแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่วัยเรียน ในอนาคตเด็กสาวที่เป็นลูกของแม่ลักษณะนี้จะมีแนวโน้มตั้งครรภ์ในวัยเรียนด้วยเช่นกัน

อาจารย์สมพงษ์ ยกตัวอย่างหนึ่งที่ จ.ปราจีนบุรี เด็กสาวตั้งครรภ์และต้องออกจากโรงเรียนระหว่างที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.2 เด็กสาวรายนี้พบว่าลูกเกิดมาเป็นเพศหญิง
เมื่อไม่ได้เรียนก็เข้าสู่ชีวิตการทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งชีวิตแต่ละวันอยู่กับการทำงานตั้งเวลาปกติ 8 ชั่วโมงพ่วงด้วยล่วงเวลา (OT) กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ ในเวลานั้น เด็กหญิงที่เกิดจากแม่วัยใส ค่อยๆ เติบโตเป็นสาว ซึ่งเมื่อไม่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่เพราะแม่ต้องทำงานจนไม่มีเวลา ประกอบกับสภาพแวดล้อมรอบข้างก็ไม่ดีนัก บทสรุปคือ “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”ตั้งครรภ์ในวัยเรียนไม่ต่างจากแม่ตนเอง

จากข้อค้นพบนี้ “การแทรกแซงเพื่อตัดวงจรจึงมีความจำเป็น” โดยมีตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง เด็กสาวชั้น ม.ปลาย ในจังหวัดทางภาคเหนือ ปกติแล้วตั้งใจเรียน แต่วันหนึ่งก็ก้าวพลาดตั้งครรภ์ ต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานร้านสะดวกซื้อ อย่างไรก็ตาม เด็กสาวรายนี้ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น ทำให้สามารถกลับมาเรียนจนจบ ม.ปลาย และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้ พร้อมๆ กับเลี้ยงลูกไปด้วย

“เรื่องแม่วัยใสมันมีทั้งด้านซ้าย ถ้าเราไม่ช่วยเหลือ เด็กก็จะส่งต่อ ในขณะที่ถ้ามีการช่วยเหลือจากภาครัฐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยจากภาค NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) ภาคประชาสังคมที่เข้าไปช่วยออกแบบการเรียนรู้ให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นลักษณะของการออกแบบที่เราเรียกว่า Family Center (ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง) เด็กก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น” อาจารย์สมพงษ์ กล่าว

ในปี 2563 กสศ. พบเด็กที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม 899 คน จากเด็กทั้งหมดราว 36,000 คน ที่ กสศ. ให้ความช่วยเหลือขณะเดียวกัน มีเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ต้องออกจากระบบการศึกษาไปประมาณ 9 แสนคน ดังนั้นแล้วความคาดหวังเรื่องเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศก็ดี หรือการเตรียมพร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ก็ตาม คงเป็นไปได้อยาก หากยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากขนาดนี้ที่จบเพียงชั้นประถมหรือมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นได้เพียงแรงงานไร้ฝีมือ(Unskilled Labour) สุ่มเสี่ยงเป็นผู้มีรายได้น้อยไปตลอดชีวิต และมีความจนเป็นมรดกให้คนรุ่นถัดไป

อาจารย์สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ต้องเริ่มจาก “เยียวยาจิตใจ” เด็กคนหนึ่งต้องออกจากระบบการศึกษา ซ้ำร้ายครอบครัวและสังคมรอบข้างยังมองในแง่ลบ อีกทั้งต้องมีภาระในการเลี้ยงดูชีวิตใหม่ที่เกิดมาอีก จึงต้องเข้าใจพื้นฐานจิตใจ ให้ความรักและรับฟังปัญหาก่อน ขณะที่การออกแบบการศึกษาที่เรียกว่า Family Center นั้น หมายถึงการที่พ่อและแม่วัยรุ่น จะต้องไปด้วยกันได้ทั้งด้านการเลี้ยงลูก การทำงานและการศึกษา การฟื้นฟูคนกลุ่มนี้จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน รวมถึงครอบครัวของพ่อแม่กลุ่มนี้ก็จะต้องมาช่วยเลี้ยงลูกด้วย

ดังนั้นการจัดการชีวิตครอบครัว จึงมาจากการทำงานร่วมกันระหว่างครอบครัวของพ่อแม่วัยรุ่นที่พลาดพลั้งกับภาคประชาสังคม ส่วนด้านอาชีพนั้น เป็นการสนับสนุนให้ฝึกวิชาชีพระยะสั้น สามารถนำไปใช้ทำงานได้เร็ว โดย กสศ. จะมีทุนตั้งต้นให้ สุดท้ายเมื่อพ่อแม่วัยใสเริ่มมีอาชีพเลี้ยงตนเองและลูกที่เกิดมาได้ ไม่เป็นภาระใคร ทัศนคติจากสังคมรอบข้างก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันจะทำให้เกิดการนำพาครอบครัวไปสู่อนาคตที่ดี มีอาชีพ มีรายได้ มีเรื่องอะไรต่างๆ แล้วสุดท้ายมันจะตัดวงจรเรื่องความยากจนข้ามรุ่น การส่งต่อเรื่องแม่วัยใสไปสู่รุ่นลูกเขาได้” อาจารย์สมพงษ์ ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : นาโนเทค สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีอนุภาค กักเก็บ‘สารสกัดเห็ดหลินจือ’ ส่งต่อเอกชนสู่นวัตกรรมความงามถึงมือผู้ใช้

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677685

สกู๊ปแนวหน้า : นาโนเทค สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีอนุภาค  กักเก็บ‘สารสกัดเห็ดหลินจือ’  ส่งต่อเอกชนสู่นวัตกรรมความงามถึงมือผู้ใช้

สกู๊ปแนวหน้า : นาโนเทค สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีอนุภาค กักเก็บ‘สารสกัดเห็ดหลินจือ’ ส่งต่อเอกชนสู่นวัตกรรมความงามถึงมือผู้ใช้

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาเทคโนโลยีการสกัดสารสำคัญจากดอกเห็ดหลินจือเพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ทางเครื่องสำอางสูง สร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และพัฒนาระบบห่อหุ้มที่เพิ่มความคงตัวและความปลอดภัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท ฟาร์มคิดดี จำกัด สู่ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้าผสมอนุภาคกักเก็บสารสกัดเห็ดหลินจือ หวังยกระดับพืชสมุนไพรให้ใช้งานได้หลากหลายมิติ เพิ่มมูลค่า รวมถึงสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ตอบเทรนด์แนวคิดเศรษฐกิจ BCG

ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า พันธกิจหลักของนาโนเทคในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีสู่ความเป็นเลิศนั้น เราได้ให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และสังคม สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยดำเนินการสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่อย่าง BCG (Bio-Circular-Green Economy: BCG) ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อขยับต่อยอดสู่นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศสู่ความยั่งยืน ใน 3 ด้านที่นาโนเทคเกี่ยวข้อง ได้แก่ เกษตรและอาหาร การแพทย์และสุขภาพ วัสดุและพลังงาน

“สำหรับการวิจัยเรื่องการพัฒนากรรมวิธีสกัดสารสำคัญจากดอกและสปอร์เห็ดหลินจือและระบบอนุภาคนาโนเพื่ออุตสาหกรรมเวชสำอาง นั้น จะเป็นการเสริมจุดแข็งของประเทศในด้านของพืชสมุนไพร และสารสกัดธรรมชาติที่หลากหลายให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยอาศัยกลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) แบบ ‘ทำน้อยแต่ได้มาก’ ที่มีภาคเอกชนรับถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมความงามที่กำลังเติบโตตามกระแสการรักสุขภาพและดูแลตัวเอง” ดร.วรรณีกล่าว

ดร.ธงชัย กูบโคกกรวด ทีมวิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตและเวชสำอาง กลุ่มวิจัยการห่อหุ้มระดับนาโน นาโนเทค สวทช.กล่าวว่า งานวิจัยเรื่อง การพัฒนากรรมวิธีสกัดสารสำคัญจากดอกและสปอร์เห็ดหลินจือและระบบอนุภาคนาโนเพื่ออุตสาหกรรมเวชสำอางนั้นเริ่มมาจากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่ทำให้ตนเองได้รู้จักกับบริษัทฟาร์มคิดดี จำกัด ก่อนได้พูดคุยและตกผลึกความคิดในการร่วมกันของฝั่งวิจัยที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านสารสกัดธรรมชาติ และการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เวชสำอางด้วยระบบกักเก็บระดับนาโน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านเครื่องสำอาง และภาคเอกชนอย่างบริษัทที่ให้ความสำคัญด้านวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกหลายชนิด รวมถึงเห็ดหลินจือออร์แกนิกอีกด้วย

“โจทย์จากผู้ประกอบการคือ การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าของสารธรรมชาติออร์แกนิก ผสมผสานกับแนวคิดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางนวัตกรรม โดยใช้กระบวนการสกัดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้วัตถุดิบและสารสกัดเห็ดหลินจือที่มีคุณภาพ และปลอดภัย และนำมาพัฒนาเป็นระบบกักเก็บที่สามารถนำส่งสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.ธงชัยกล่าว

พร้อมชี้ว่า นักวิจัยและผู้ประกอบการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมกันและขอทุนวิจัยจากโปรแกรม INNOVATIVE HOUSE* ซึ่งในตอนนั้น (พ.ศ.2560) อยู่ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนากรรมวิธีสกัดสารสำคัญจากดอกและสปอร์เห็ดหลินจือและระบบอนุภาคนาโนเพื่ออุตสาหกรรมเวชสำอาง”

*โปรแกรม INNOVATIVE HOUSE ปัจจุบัน อยู่ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

เมื่อได้รับทุนทีมวิจัยได้พัฒนากระบวนการสกัดดอกเห็ดหลินจือ โดยสารสกัดเห็ดหลินจือที่ได้นั้น พบสารสำคัญหลักคือ Ganoderic acid A และ Ganoderic acid C2 จึงได้ต่อยอดพัฒนาระบบกักเก็บสารสำคัญ พร้อมกับพัฒนาระบบอนุภาคนิโอโซมเพื่อกักเก็บสารสกัดเห็ดหลินจือ ซึ่งมีขนาดอนุภาคช่วง 144.6 ถึง 308.3 นาโนเมตร และประสิทธิภาพการห่อหุ้ม 96.67% ทำให้อนุภาคนี้กระจายตัวได้ดี มีความคงตัว มีความปลอดภัยในการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ และมีความปลอดภัยเมื่อสัมผัสผิวหนังในมนุษย์ ที่สำคัญคือ อนุภาคสามารถนำส่งสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 4.640 ถึง 97.44 ในเวลา 24 ชั่วโมง

อนุภาคกักเก็บสารสกัดเห็ดหลินจือที่ได้ ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของอนุภาคในชื่อ ริชโอโซม(REISHOSOME)และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของริชโอโซมที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และมีการทดสอบในอาสาสมัครทั้งการระคายเคืองผิวหนัง (Irritation test) และประสิทธิศักย์ (Efficacy test) โดยผลการทดสอบประสิทธิศักย์พบว่าผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส และมีความชุ่มชื่นเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ในอาสาสมัคร และจดแจ้ง อย. ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ริเชอรอล(REISHURAL)

นางวาสนา เชิดเกียรติกำจาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาร์มคิดดี จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นมาจากคุณวรกร เลาหเสรีกุล กรรมการผู้จัดการอีกท่านของฟาร์มคิดดีฯ ที่ทำฟาร์มเห็ดหลินจือไว้กินเอง หากมีเยอะก็แปรรูปเป็นชาเห็ดหลินจือขายที่ตลาดสุขใจ ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จนเมื่อได้คุยกับ ดร.ธงชัย ก็มีแนวคิดที่จะขยายประโยชน์ของเห็ดหลินจือให้มากกว่าแค่ในอุตสาหกรรมอาหาร สู่อุตสาหกรรมกลุ่มสุขภาพและความงามที่มีมูลค่าสูงกว่า ตลาดกว้างกว่า และความท้าทายมากกว่าด้วยเทคโนโลยีนาโน

“เรามองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่โหยหาวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความงามที่เป็นออร์แกนิกทำให้การวิจัยและพัฒนาที่ได้ผู้เชี่ยวชาญทั้งนักวิจัยจากนาโนเทคอาจารย์ทางด้านวิชาการและการตลาดในโปรแกรม INNOVATIVE HOUSE เข้ามาเสริมในมิติต่างๆ อย่างครบครัน ทำให้เราสามารถต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวในชื่อ ริเชอรอล(REISHURAL) ในที่สุด” กรรมการผู้จัดการฟาร์มคิดดี กล่าว

ปัจจุบัน ริเชอรอลอยู่ระหว่างการผลิต ณ โรงงานต้นแบบผลิตอนุภาคนาโนและเครื่องสำอาง (Nanoparticles and Cosmetics Production Plant) ภายใต้การดำเนินงานของนาโนเทค ซึ่งคาดว่า จะพร้อมออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกันยายนนี้

นางวาสนา เปิดเผยว่า กลุ่มเป้าหมายสำหรับริเชอรอลคือคนวัย 45-60 ปี ที่ต้องการดูแลสุขภาพผิวพรรณให้อ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง และการใส่ใจรูปลักษณ์ ภาพลักษณ์ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีนวัตกรรมรองรับ

แม้ปัจจุบัน ในตลาดโลกจะมีผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางและบำรุงผิวจากสารสกัดเห็ดหลินจืออยู่บ้าง ราว 20 แบรนด์ทั่วโลก โดยมีทั้ง เซรั่ม โลชั่น สบู่ รวมถึง ครีมกันแดด นางวาสนาชี้ว่า ด้วยจุดเด่นเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีนาโนเอนแคปซูเลชั่น (Nano Encapsulation) จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ผลิตภัณฑ์ริเชอรอลโดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ

“เราตั้งเป้ายอดขาย 30 ล้านบาท ใน 3 ปีแรก ซึ่งปัจจุบัน ก็เริ่มมีคนสั่งจองเข้ามาตั้งแต่ของยังอยู่ระหว่างการผลิตแล้ว และในก้าวต่อไป จะเป็นการต่อยอดใช้อนุภาคสารสกัดเห็ดหลินจือในผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยเริ่มจากกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด ที่อยู่ระหว่างการขอทุนวิจัยเพิ่มเติม รวมถึงมีแผนที่จะขายอนุภาคสารสกัดเห็ดหลินจือให้กับบริษัทผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางในอนาคต”ผู้บริหารฟาร์มคิดดี กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ทุกข์ของชาวไร่ยาสูบ

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677705

รายงานพิเศษ : ทุกข์ของชาวไร่ยาสูบ

รายงานพิเศษ : ทุกข์ของชาวไร่ยาสูบ

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หนึ่งในปัญหาปากท้องเกษตรกรที่ยังค้างคาและปรากฏเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องคือ ความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศกว่าหลายหมื่นครอบครัวจากภาคอีสาน ภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ที่ต้องขาดรายได้เพราะการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้บังคับของกระทรวงการคลังลดโควตารับซื้อใบยาเป็นเวลาต่อเนื่องติดต่อกันมา 4 ปี นับตั้งแต่มีการประกาศใช้อัตราภาษียาสูบใหม่เมื่อปี 2560

จะไม่เดือดร้อนได้อย่างไร ในเมื่อการปลูกยาสูบเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชาวไร่ คนในครอบครัว และผู้ที่เกี่ยวข้องรวมๆ กว่าแสนคนมาตลอดกว่าครึ่งทศวรรษ เมื่อเทียบกับการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ในพื้นที่ที่เท่ากัน เช่น ข้าว หรือข้าวโพด การปลูกพืชยาสูบในแต่ละปีนั้นถือว่าช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ทำมาหากินแบบพึ่งฟ้าพลอยฝน เพราะมีการกำหนดโควตารับซื้อและการประกาศราคาที่ชัดเจนก่อนเริ่มฤดูกาลปลูก

การที่ ยสท. ลดโควตารับซื้อใบยาจากชาวไร่ลงประมาณร้อยละ 50 ต่อปี เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันมาแล้วนั่น จึงเท่ากับรายได้ของครอบครัวและเม็ดเงินหมุนเวียนของชุมชนหายไปกว่าครึ่งเช่นเดียวกัน

แม้จะเพิ่งได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลวงเงิน 160 ล้านบาท เพื่อชดเชยผลกระทบจากการขาดรายได้จากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการ ยสท. ฤดูกาลผลิต 2562/2563 เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เรียกร้องรอคอยกันมานานกว่า 2 ปี แต่ดูท่าว่าวิบากกรรมและรอยน้ำตาของชาวไร่ยาสูบก็จะยังไม่หมดไป

เพราะ ยสท. ยังคงประสบปัญหายอดขายที่ลดลง เนื่องจากการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ ทำให้ปริมาณความต้องการใบยาลดลงด้วย ทำให้ ยสท. มีแผนจะลดการรับซื้อใบยาลงอีกร้อยละ 25 สำหรับฤดูกาลผลิต 2565/66 ที่จะถึงนี้ ทำให้โควตาใบยาพันธุ์เวอร์จิเนียถูกลดลงไปกว่าร้อยละ 56 นอกจากนี้ ค่าแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง รวมไปถึงค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนการปลูกใบยาของชาวไร่เพิ่มขึ้นมาก แต่ราคารับซื้อของ ยสท. ยังคงเท่าเดิม ทำให้ชาวไร่ยาสูบไม่สามารถดำเนินการเพาะปลูกยาสูบต่อไปได้

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวแทนชาวไร่ยาสูบสายพันธุ์เวอร์จิเนีย จาก 6 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ น่าน และพะเยา) กว่า 1,200 คน จึงได้รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านศูนย์ดำรงธรรมในแต่ละจังหวัด เพื่อขอให้ช่วยเหลือจากปัญหาต้นทุนการผลิตใบยาสูบที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยการทบทวนราคาใบยาใหม่ให้สะท้อนต้นทุนจริง และชะลอการลดโควตารับซื้อใบยาพันธุ์เวอร์จิเนียสำหรับฤดูกาลผลิต 2565/66

นายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ.เชียงราย กล่าวว่า “ชาวไร่และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 1 หมื่นคนกำลังเดือดร้อนจากต้นทุนปัจจัยการผลิตยาสูบ เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟฟ้า ค่าฟืน และค่าแรงงานเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 60 แต่ราคารับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทยไม่ได้ปรับขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงเลย ราคารับซื้อใบยาของ ยสท. ในปัจจุบันใช้มาเกือบ 10 ปีแล้ว หาก ยสท. ยังยืนยันจะใช้ราคาเดิม ชาวไร่และผู้บ่มฯ ก็ไม่สามารถปลูกใบยาสูบและประกอบอาชีพต่อไปได้ จึงอยากขอให้ รมต. คลังช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

การปลูกและบ่มใบยาพันธุ์เวอร์จิเนียในพื้นที่ภาคเหนือเป็นอาชีพท้องถิ่นที่ทำต่อเนื่องกันมาตลอดกว่า60 ปี แต่ละปีมีผลผลิตใบยาประมาณ 10 ล้านกิโลกรัมส่งขายให้กับ ยสท. สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นรวม 1,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อครอบครัว

ด้าน นายอรุณ โปธิตา ตัวแทนสมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งไปร่วมยื่นหนังสือกับตัวแทนชาวไร่จังหวัดเชียงใหม่ 200 คน หน้าศูนย์ดำรงธรรม
จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ชาวไร่ยาสูบ ชาวไร่มีต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่าฟืน ค่าแรงงาน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการทำยาแห้งสูงขึ้นกิโลกรัมละ 10-15 บาท แต่ ยสท. จะช่วยเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง และผลักภาระให้ชาวไร่แบกรับต้นทุนเองอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งเท่ากับชาวไร่ต้องขายใบยาในราคาที่ขาดทุน จึงอยากให้ ยสท. ช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้ตามความเป็นจริง เพื่อให้สะท้อนต้นทุนในการทำไร่ยาสูบ”

“ในรายงานประจำปีล่าสุดของ ยสท. เขียนไว้สวยหรูว่า เป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน อยากให้ ยสท. ดูแลชาวไร่ยาสูบให้ดีกว่านี้”

ด้าน นางศุภนิมิต เหล่าอารยะ นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ จ.น่าน ซึ่งนำชาวไร่ที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ กว่า 200 คน ไปยื่นหนังสือ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน เผยว่าภาครัฐได้รับประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่เป็นจำนวนมากกว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี และภาครัฐโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้กำกับดูแล ยสท. ซึ่งเป็นผู้รับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ทั่วประเทศ เป็นผู้มีอำนาจโดยตรงในการสั่งการดูแลชาวไร่ได้ หากราคารับซื้อของ ยสท. ยังเท่าเดิม และมีการลดโควตาลงอีก ชาวไร่คงทำอาชีพต่อไปไม่ได้แน่ๆ

นายปรัชญา กันธาธรรม ตัวแทนชาวไร่ยาสูบ จ.แพร่ กล่าวว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นใจเกษตรกร ผ่อนผันการลดปริมาณรับซื้อใบยาสูบ เพื่อต่อลมหายใจให้กับเกษตรกรในช่วงที่เศรษฐกิจยังตกต่ำ ในเดือนมิถุนายนต้องเริ่มเพาะกล้ายาสูบแล้ว ซึ่งขณะนี้ถ้ายังไม่มีคำตอบเรื่องการชะลอการตัดโควตาและการขึ้นราคารับซื้อใบยาแห้ง เกษตรกรจะเตรียมตัวไม่ทันอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้

เช่นเดียวกับตัวแทนชาวไร่ยาสูบสายพันธุ์เบอร์เลย์ จาก จ.เพชรบูรณ์ และ จ.สุโขทัย และชาวไร่ยาสูบสายพันธุ์เตอร์กิซ จ.ร้อยเอ็ด ที่ต่างก็เดินทางไปยื่นหนังสือยังศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ของตนเอง เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิตยาสูบที่เพิ่มสูงขึ้นและปัญหาเรื่องโควตารับซื้อของ ยสท. ในฤดูกาลผลิต 2565-2566 เช่นเดียวกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งไม่ให้โลภ ไม่ให้หลง ไม่โกรธ ละได้เราก็สบาย : หลวงปู่แหวน

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677704

บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งไม่ให้โลภ ไม่ให้หลง ไม่โกรธ ละได้เราก็สบาย : หลวงปู่แหวน

บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งไม่ให้โลภ ไม่ให้หลง ไม่โกรธ ละได้เราก็สบาย : หลวงปู่แหวน

วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.55 น.

“…กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เปรียบอุปมาเหมือนลำธารแม่น้ำน้อยนับไม่ถ้วน ไหลลงไปสู่ทะเล หาแดนบ่ได้ นี้ก็ฉันใด กามตัณหามันบ่มีที่พอหรอกหนา ฮัก (รัก) ก็กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ชังมันก็เกิดจากนี่ละ ได้ลูกได้หลานมาแล้วก็พออกพอใจ ก็เพราะกามนี้แหละเป็นตัวเหตุ เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม ทุกข์ก็เพราะกาม สุขก็เพราะกาม กามตัณหาเหมือนเชือกผูกคอ ภวตัณหารักลูก เป็นหูเป็นตาขึ้นมา เหมือนปอผูกศอก วิภวตัณหา ทรัพย์สินเงินทองนับด้วยล้านโกฏิ พันหมื่นแสนก็ดี ก็ไหลออกจากตัณหาทั้ง ๓ นี่นะ

มันเป็นไตรวัฏหมุนเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ฆ่ากันทุกวันนี้ก็เพราะกามนี่ละ ความพอใจก็กามความไม่พอใจก็เพราะกามนี่ละ ตัดเข้าไปนี้ ตีเข้าไปนี้ ไปเล่นภายนอกมันบ่ได้นา เอาไปเอามาก็หลงกายนา อนิจจังทั้ง ๕ ก็ดี อนัตตาทั้ง ๕ ก็ดี มันก็ชี้ใส่นี้ละ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ของมันไม่เที่ยง ไปยึดเอามันก็เป็นทุกข์ ไปยึดเอาอนัตตาๆ เขาไม่ใช่ตัวใช่ตน ไปยึดเอาไปถือเอามันก็เป็นทุกข์ มันบ่ใช่ตนบ่ใช่ตัว มันเป็นอยู่อย่างนี้ อเนญชาภิสังขาร แต่พ่อแต่แม่ก็แต่งไม่เป็นหนา เป็นหู เป็นตา เป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นแข้ง เป็นขา แต่พ่อแต่แม่แต่งไม่เป็นหนา ของเป็นเองหนา เราแต่งเอาก็ได้ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งบ่ให้โลภ แต่งบ่ให้หลง แต่งบ่ให้โกรธ ความโลภ ความหลง ความโกรธ มันเป็นกก เป็นเค้า เป็นเหง้า เป็นงูนแห่งกิเลสทั้งหลาย บ่ให้มันหลง อโมหะ อโลภะ อโทสะ ถ้ามันหมด ความโลภ ความโกรธ ละก็สบายเท่านั้นละก้า…”

…………………..

คัดมาจากหนังสือ รวมพระธรรมเทศนา ๑๐๘ กัณฑ์ เล่ม ๑ ที่ระลึกในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จัดพิมพ์โดย ชมรมพุทธศาสตร์ เอสโซ่ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำตาจะไหล! ‘เจ้าดวงดี’ตูบแสนซื่อสัตย์ เฝ้าเจ้าของไม่ห่างถึงรพ.

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677676

น้ำตาจะไหล! ‘เจ้าดวงดี’ตูบแสนซื่อสัตย์ เฝ้าเจ้าของไม่ห่างถึงรพ.

วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.30 น.

น้ำตาจะไหล! ‘เจ้าดวงดี’ตูบแสนซื่อสัตย์ เฝ้าเจ้าของไม่ห่างถึงโรงพยาบาล

คลิปนี้ทำเอาหลายคนน้ำตาไหล!! เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อก pransirin และ siriwaneye เผยคลิปที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อมีผู้ป่วยกระทันหันมาที่โรงพยาบาล โดยมีสุนัขแสนรักติดตามมาด้วย ซึ่งเจ้าของคลิปเล่าไว้ว่า น้องหมาตัวนี้ชื่อ ดวงดี ตามเจ้าของมาโรงพยาบาลด้วย ซึ่งตอนแรกเจ้าของบอกให้น้องรอที่รถ แต่น้องกลับวิ่งตามมาด้วย ทั้งยังเฝ้าไม่ห่าง พยายามกระโดดเกาะขอบเตียงตลอดเวลา 

คลิปนี้สร้างความซาบซึ้งให้ชาวเน็ตจำนวนมากกว่า 1.2 ล้านครั้ง พร้อมทั้งพากันแสดงความคิดเห็น ถ้าพูดเหมือนคนได้น้องคงถามว่าเจ็บมากมั้ย , เพื่อนที่ดีที่สุด ซื่อสัตย์ที่สุด , โอ๊ยยดวงใจของน้อง ดีใจที่ลุงปลอดภัย , โลกของเขา มีเราแค่คนเดียว -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,941,340 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
ไชยวัฒน์ เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง ภูมิธรรม-ปลัด มท. หลัง มติ ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วย กม
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
กรุงเทพฯ เตรียมปักหมุด! มหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ 'WorldPride 2030'
ทรู ผนึก Google เปิดตัว “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ร่วมมือกระทรวง อว. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ
สอบสวนศาสตราจารย์ฝรั่งเศส กุเรื่องรางวัลระดับโลกขึ้นมามอบให้ตัวเอง

Recent Posts

  • เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ
  • สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ
  • ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน
  • “เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา
  • “ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d