Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ขจัดสิ่งอัปมงคล! ลอด’มีดตัดหวายลูกนิมิต’วัดเถรพลาย พระเกจิดัง108รูปร่วมพิธีปลุกเสก

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671874

ขจัดสิ่งอัปมงคล! ลอด'มีดตัดหวายลูกนิมิต'วัดเถรพลาย พระเกจิดัง108รูปร่วมพิธีปลุกเสก

วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.48 น.

8 สิงหาคม 2565 พระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย เจ้าคณะตำบลวังน้ำซับ อ.ศรีปะจันต์ จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า วัดเถรพลาย นั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บารมีกับวัดนั้นหลายสิ่งหลายอย่าง เช่นพระพุทธรูปนามว่าหลวงพ่อโต ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี ทำให้ศรัทธาสาธุชนได้เดินทางมากราบไหว้ขอพรตามความเชื่อว่า เมื่อมากราบไหว้หลวงพ่อโตแล้ว เมื่อทำอะไรก็จะได้เป็นใหญ่เป็นโต กิจการใหญ่โต บ้านเรือนใหญ่โต มีโชคลาภก้อนโตๆ เพราะนามหลวงพ่อโตเป็นนามที่เป็นมงคล  และโดยเฉพาะมีดตัดหวายลูกนิมิต น้ำหนัก 1 ตัน ยาว 520 ซม. สูง 120 ซม. ที่ใช้ตัด ตั้งอยู่ในอุโบสถวัดเถรพลาย ญาติโยมมีความเชื่อว่าเมื่อมาเดินลอดมีดเล่มนี้แล้ว จะได้ตัดสิ่งเลวร้ายตัดสิ่งอัปมงคล ตัดสิ่งที่ไม่ดีในชีวิตของตนเองออกไป

พระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ กล่าวต่อว่า ทางวัดเถรพลายได้สร้างมีดยักษ์เพื่อมาตัดหวายลูกนิมิต ช่วงงานปิดทองฝังลูกนิมิตเมื่อปี 2535 มีอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งวัดเถรพลายได้สร้างโบสถ์ทรงจัตุรมุข แห่งแรกในจังหวัดสุพรรณบุรี ทางวัดจึงได้สร้างมีดตัดหวายถูกนิมิตยักษ์ขึ้นมาเป็นที่ระลึก ซึ่งได้มีพระเกจิชื่อดังจากทั่วประเทศ 108 รูป มาประกอบพีธีปลุกเสกมีดยักษ์นี้ ทางวัดได้เก็บไว้ในโบสถ์มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแห่กันมาปิดทอง และกราบไหว้ขอพรพระพุทธรูปพระประธานในอุโบสถจตุรมุขและยอดเจดีย์เก่าแก่เนื้อสำริดอายุกว่า 400ปี ในอุโบสถ

พร้อมกับได้ปิดทองอธิฐานขอพรกับมีคยักษ์ และเดินรอดมีดยักษ์กันอีกด้วยชาวบ้านเชื่อกันว่าหากได้มาปิดทองมีดยักษ์จะเป็นสิริมงคลต่อชีวิตและครอบครัว ซึ่งทุกคนที่มาปิดทองมีดยักษ์ จะมาเดินรอดมีดยักษ์ เนื่องจากเชื่อกันว่าจะเป็นการตัดกรรม ที่ทุกคนได้ก่อเอาไว้ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ นอกจากและนอกจากจะเป็นการตัดกรรม แล้วยังเป็นสิริมงคลต่อชีวิตและครอบครัวด้วย

ที่ผ่านทางวัดเถรพลายได้ทำมีดจิ๋วโคยช่างฝีมือดีจากหมู่บ้านอรัญญิก จ.พระนครศรีอยุธยา มีขนาดเล็กที่สุดในโลกยาวแค่ 7 ชม.ทางวัดได้ประกอบพิธีปลุกเสก เมตตา มหานิยม ทำมา ค้าขาย เจริญ รุ่งเรื่อง และตัดกรรมด้วย ได้นำมาแจกให้กับนักท่องเที่ยว พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนทั่วไป ที่มากราบไหว้ขอพรพระ และเดินรอดมีดยักษ์ ไว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว และเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

และที่ประชาชนให้ความศรัทธาอีกมงคลก็คือ ท้าวเวสสุวรรณทั้ง 2 องค์ที่ประดิษฐานอยู่หน้าเจดีย์เก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยองค์ซ้ายถือกระบองปกติเหมือนกับที่อื่น แต่องค์ขวามือมีความแปลกถือว่าไม่เหมือนใครในโลก เพราะในมือขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ถือกระดานชนวนเรียกว่าปางสางบัญชี หรือที่เรียกว่าท้าวปลดหนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าผู้ที่ได้มาบูชา กราบไหว้แล้วจะปลดเปลื้องภาระหนี้สินสิ่งไม่ดีให้หมดไป รวมถึงหน้าที่การงานก็จะเจริญก้าวหน้าอีกด้วย ซึ่งถือว่ามีที่นี้ที่เดียว ทำให้ประชาชนในพื้นที่และต่างจังหวัดต่างเดินทางมาขอพรกราบไหว้กันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ เพราะมากราบไหว้อขอพรแล้วได้พร ผู้ที่มีหนี้สินก็จะหมดหนี้ แถมมีโชคลาภตามมาไม่ขาดสาย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนทำงานรับมือ! ฝนตกเช้าวันจันทร์ ระวังถนนลื่น-รถเคลื่อนตัวช้า

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671861

คนทำงานรับมือ! ฝนตกเช้าวันจันทร์ ระวังถนนลื่น-รถเคลื่อนตัวช้า

วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.01 น.

8 ส.ค.65 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้

ล่าสุด เวลา 07.00 น. ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลบางแห่งได้มีฝนตกชุ่มฉ่ำมาในเช้าวันจันทร์ ซึ่งเป็นเวลาเร่งรีบในการทำงานของใครหลายๆคน โดยพื้นที่ เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน ดอนเมือง ต่อเนื่อง จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี / จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสงคราม จ.สมุทรสาคร เคลื่อนทิศตะวันออก เคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ กทม. ฝั่งธนบุรี 

เวลา 07.30 น. ฝนตกพื้นที่ฝั่งธนบุรี แนวริมแม่น้ำ พื้นฝั่งพระนครตอนบน ต่อเนื่อง จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมทุรสาคร จ.สมุทรสงคราม จ.ราชบุรี จ.กาญจบุรี เคลื่อนทิศตะวันออก เข้าพื้นที่ กทม. ต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ถนนลื่น และรถเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดชะลอ

.-008 

ขอบคุณข้อมูลจาก : @js100radio

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครบรอบ57ปี! รำลึกวันเสียงปืนแตก เหล่าอดีตสหายฝากข้อความถึง’บิ๊กตู่’

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671860

ครบรอบ57ปี! รำลึกวันเสียงปืนแตก เหล่าอดีตสหายฝากข้อความถึง'บิ๊กตู่'

วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 07.52 น.

ครบรอบ 57 ปีรำลึกวันเสียงปืนแตก อดีตสหายเรียกร้องบิ๊กตู่คืนอำนาจประชาชน พร้อมเร่งแก้ รธน.ฉบับประชาธิปไตย ไม่ใช่จากปลายกระบอกปืน แนะอย่าเอาอำนาจทหารนำการเมือง

8 สิงหาคม 2565 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านนาบัว หมู่ 5 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม นายภักดี สุขรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกหินแฮ่  (นายก อบต.โคกหินแฮ่) พร้อมด้วยอดีตแกนนำสหาย ประกอบด้วย นายหวัง สีสุวัน อายุ 70 ปี หรือสหายปัญญา นายชันฝา จิตมาตย์ อายุ 62 ปี  หรือสหายสิงห์บุรี และแกนนำสหายพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายสมพร คงภักดี อายุ 64 ปี หรือสหายสมพร รวมถึง นางพงศธรณ์ ตันเจริญ ตัวแทนกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม นิสิต สังกัดวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมจัดกิจกรรมงานรำลึกวันเสียงปืนแตก ครั้งที่ 18 ครบรอบ 57 ปี คือวันที่ 7 สิงหาคม 2508และเป็นวันเริ่มต้นของสงครามประชาชนในประเทศไทย

วันดังกล่าวถือเป็นวันสำคัญ คือจุดสำคัญในการต่อสู้ของกลุ่มสหายสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ  เสียงปืนนัดแรกในการยิงต่อสู้เกิดขึ้นที่บ้านนาบัวแห่งนี้ ก่อนที่จะปะทุลุกลามไปทั่วประเทศ กลุ่มสหายต้องเข้าป่าตั้งกองกำลังเรียกร้องประชาธิปไตย ในยุคสงครามประชาชน อันเกิดจากการแตกแยกทางความคิด ส่งผลให้เกิดปัญหายืดเยื้อมานานนับสิบปี และเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อทั้งสองฝ่าย

ในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 20 ปีนี้เอง  ทำให้หมู่บ้านนาบัว กลายเป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน  โดยก่อนนี้บรรดากลุ่มสหายได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ให้วางอาวุธออกจากป่าตามคำสั่งที่ 66/2523 รับการเยียวยาที่ดิน ทำกินพร้อมเงินชดเชย

สำหรับการจัดงานในทุกๆปีที่บรรจบครบรอบ เพื่อเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน ให้สังคมรวมถึงเยาวชนได้รับรู้ และศึกษาประวัติศาสตร์  สร้างความสามัคคีของคนในชาติ  มีจิตสำนึกรักหวงแหน โดยกิจกรรมในงานรำลึก จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ รวมถึงการจัดกิจกรรมแสดงดนตรีบทเพลงเพื่อชีวิต ตำนานการต่อสู้ของอดีตสหาย และเปิดให้ชมศูนย์เรียนรู้ที่ยังเก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ พร้อมอุปกรณ์การดำรงชีพของกลุ่มสหายในอดีต และจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างกลุ่มสหาย ตัวแทนชาวบ้าน และลูกหลานเยาวชน

ในการเสวนาครั้งนี้ ช่วงหนึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องให้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนอำนาจประชาชนโดยเร็ว และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบ ต้องเป็นรัฐบาลที่มีประชาชนมีส่วนร่วมในทุกมิติ เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันมาจากการสืบอำนาจ ไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะเป็นรัฐบาลมาจากกระบอกปืน ที่ใช้อำนาจทหารนำการเมือง ไม่ใช่การเมืองนำอำนาจทหาร 

นายหวัง สีสุวัน อายุ 70 ปี หรือสหายปัญญา เปิดเผยว่า ทุกปีในวันที่ 7 สิงหาคม ถือเป็นวันรำลึกวันเสียงปืนแตก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2508 เป็นวันที่จุดกำเนิดความแตกแยกทางความคิดของภาครัฐกับประชาชน ที่บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เป็นที่มาของการก่อตั้งกลุ่มสหายดาวแดง หรือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ยังเป็นวันที่เหล่าอดีตสหายจดจำมาหลายสิบปี ตนในฐานะประชาชนคนไทย ยอมรับว่าได้ร่วมอุดมการณ์ในการต่อสู้ทางความคิด เนื่องจากถูกบีบบังคับจากรัฐบาล ที่ใช้อำนาจในการปกครองประชาชน จนทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิด 

ตนได้เข้าร่วมทำงานกับกลุ่มสหายเข้าป่านานกว่า 5 ปี ทำหน้าที่ดูแลรักษาพยาบาล  ถึงแม้วันนี้จะออกจากป่า บ้านเมืองมีความสงบกว่าเดิมก็จริง แต่ยังต้องการที่จะเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่อยากเห็นความแตกแยก และความขัดแย้งในสังคมอีกครั้ง ฝากเป็นข้อคิดรัฐบาลเพราะทุกวันนี้ยอมรับว่า ยังเป็นรัฐบาลที่มาจากการสืบอำนาจ ทุกปีกลุ่มสหายจะต้องมารวมพลังรำลึกถึงบรรพบุรุษที่เคยต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยจากอดีตถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจคนไทยและรัฐบาล ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

ด้าน นางพงศธรณ์ ตันเจริญ ตัวแทนกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม นิสิต สังกัดวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้นำกลุ่มเพื่อนนักศึกษามาร่วมกิจกรรมรำลึกวันเสียงปืนแตกบ้านนาบัว ถือเป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งเตือนใจคนไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน และเป็นเหตุการณ์ที่นักการเมือง รวมถึงรัฐบาล จะต้องนำมาเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยเฉพาะรัฐบาลปัจจุบันต้องยอมรับว่า เป็นรัฐบาลมาจากการสืบอำนาจ สำคัญที่สุดรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้นต้องมีการแก้ไข เพราะตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดคือปี 2540 แต่ถูกฉีกไปกับอำนาจทหาร ตนจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจประชาชน ด้วยการเลือกตั้ง และแก้ไขรัฐนธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย  ประชาชนต้องมีส่วนร่วมไม่ใช่การสืบอำนาจ

สำหรับความเป็นมาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เดิมใช้ชื่อพรรคคอมมิวนิสต์สยาม เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2473 ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านหัวลำโพง กทม. โดยโฮจิมินห์วีรบุรุษชาวเวียดนามเป็นผู้ก่อตั้ง ต่อมาถึงปี พ.ศ.2485 มีการประชุมและประกาศจัดตั้งเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ไทย (พคท.) ก่อนจะขยายวงกว้างไปในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะแถบเทือกเขาภูพาน ถึงแม้หมู่บ้านนาบัวจะเป็นพื้นที่ราบอยู่ห่างจากเทือกเขาภูพานหลายสิบกิโลเมตร โดยเมื่อปี พ.ศ.2500 มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งแรกของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เกิดขึ้นที่บ้านหนองกุง หมู่ 6 ต.โคกหินแฮ่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกันกับบ้านนาบัวหมู่ 5

ภายหลังสองหมู่บ้านนี้กลายเป็นที่จับตามองของทางการ พ.ศ.2504 ราษฎรในสองหมู่บ้าน ถูกจับกุมในข้อหาอันธพาล ถูกนำตัวแยกไปขังลืมในเขตจังหวัดนครพนม,อุดรธานี และ กทม. จึงสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้าน และได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระในปี 2507 ต่อมามีประชาชนถูกฆ่าตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ยิ่งเพิ่มความเคียดแค้นเป็นทวีคูณ ขณะที่ฝ่ายรัฐส่งเจ้าหน้าที่เข้าปราบปรามชาวบ้านอย่างไม่ลดละ ทำให้ผู้ถูกหมายหัวทยอยหนีเข้าป่าร่วมกับ พคท.มากยิ่งขึ้น

วันที่ 7 สิงหาคม 2508 รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปราบปราม พคท.ในพื้นที่รอยต่อ 3 อำเภอ คือ เมืองนครพนม,ธาตุพนม,และ นาแก และเกิดการปะทะกัน ณ บ้านนาบัว หมู่ 5 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร หลังเหตุการณ์สงบฝ่ายรัฐเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ขณะที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เสียชีวิต 1 คน ชื่อ นายกองสิน จิตมาตย์ หรือสหายเสถียร ซึ่งเรียกเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่าวันเสียงปืนแตก

การต่อสู้ยังไม่มีท่าทีจะสงบ เพราะทางการรุกคืบหวังปิดเกมให้เร็วที่สุด กลับกลายเป็นฝ่ายกดดันชาวบ้านเข้าร่วมกับ พคท.มากยิ่งขึ้น และเพิ่มขีดความรุนแรงมากอีก หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษา ประชาชน หนีเข้าป่าร่วมกับ พ.ค.ท. จับปืนห้ำหั่นกันล้มตายทั้งสองฝ่าย

จวบถึงปี พ.ศ. 2523 รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 นิรโทษกรรมผู้เข้าร่วมการต่อสู้ให้ออกจากป่ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) พร้อมเงื่อนไขให้ที่ดินทำกินและสร้างความเจริญให้กับหมู่บ้าน

ทั้งนี้ก่อนที่จะมีหนังสือนิรโทษกรรม วันที่ 7 สิงหาคม 2522 หน่วยทหารในพื้นที่ได้จัดงานวันเสียงปืนดับ ขึ้นที่บริเวณลานวัดบัวขาว บ้านนาบัว หมู่ 5 ต.โคกหินแฮ่ เพื่อเเสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและการต่อสู้ด้วยอาวุธระหว่างรัฐบาลและสมาชิก พคท. ได้สิ้นสุดลง โดยในงานดังกล่าวมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นเดินทางมาร่วมงาน และได้มีการสร้างสนามเด็กเล่นน้ำใจป๋าเปรม ไว้ในบริเวณวัดเพื่อเป็นอนุสรณ์ของการจัดงานวันเสียงปืนดับในครั้งนั้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปมสอบคุณสมบัติร้อน! ‘ไวยาวัจกร’วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น ‘พระราชบัณฑิต’รองเจ้าคณะภาค1-2-3

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671836

ปมสอบคุณสมบัติร้อน!  ‘ไวยาวัจกร’วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น  ‘พระราชบัณฑิต’รองเจ้าคณะภาค1-2-3

วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.45 น.

ปมสอบคุณสมบัติร้อน!

‘ไวยาวัจกร’วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น

‘พระราชบัณฑิต’รองเจ้าคณะภาค1-2-3

ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน3ล้านบาท

“ไวยาวัจกร”ที่ถูก “พระราชวรญาณโสภณ” เจ้าอาวาสวัดธาตุทองมีคำสั่ง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ปมขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินหรือไม่? และ “ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่” ให้ทนายความซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสเป็น”คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ฟ้อง “พระราชบัณฑิต” รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทหลังมีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทองให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปมคุณสมบัติร้อน

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ในวัดและญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส่ในการบริหารรายได้และเงินภายในวัดธาตุทองพร้อมกับมีการกล่าวหาไวยาวัจกรคนหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือที่ รค.02/2565 ถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินภายใน 15 วัน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 ทีมข่าวแนวหน้าได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ภายในวัดธาตุทอง พร้อมกับเอกสารคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง หลายฉบับว่า จากกรณีพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีหนังสือพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ทำการถอดไวยาวัจกรออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินนั้น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 06/2565 เรื่อง “ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่” ไปแล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากการที่นาย…(ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถูกขอให้ตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติของไวยาวัจกรตามความในข้อ 6 (9) แห่งกฎุมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร

ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแก่การคณะสงฆ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พักจากตำแหน่งหน้าที่ไวยาวัจกร และห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัด จนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ได้รับหนังสือเลขที่ รค. 02/2565 เรื่อง “ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกร” ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกร ตามหนังสือที่ได้รับเรื่องมา มีรายนามดังต่อไปนี้ 1.พระวินัยสุธี ประธานกรรมการ 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ กรรมการ 3.พระครูวิจิตรวีรญาณ กรรมการ 4.รศ.พิเศษ ดร.อำนาจ บัวศิริ กรรมการ 5.นายสุชาติ มากมี กรรมการ 6.พันตำรวจเอก เจริญ ปานคล้าย กรรมการและเลขานุการ

ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรมและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นประการใดให้รายงานผลให้เจ้าอาวาสทราบภายใน 15 วัน เพื่อรายงานผลดำเนินการแก่เจ้าคณะผู้ปกครองและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 วันเดียวกัน พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งอีกฉบับ เป็นคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 10/2565 เรื่อง “ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่”

โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากคำสั่งที่ 06/2565 เรื่อง “ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่” ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้การบริหารงานต่าง ๆ ภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้นาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ตามคำสั่งของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่เคยได้รับแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

เจ้าหน้าที่ของวัดธาตุทอง เปิดเเผยว่า หลังจากเจ้าอาวาสลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ปรากฎยังไม่มีการนำเอาคำสั่งดังกล่าวของเจ้าอาวาสไปติดประกาศตามบอร์ดต่างๆ ภายในวัดเพื่อให้เจ้าหน้าที่วัด ประชาชนและญาติโยมที่มาทำบุญในวัดได้รับทราบ แต่เพิ่งนำคำสั่งของเจ้าอาวาสไปติดตามบอร์ด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมานี่เอง

เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง เปิดเผยด้วยว่า กรณีไวยาวัจกรซึ่งขาดคุณสมบัติดังกล่าว ที่ทางเจ้าอาวาสวัดธาตุทองได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติเป็นไวยาวัจกรหรือไม่นั้น ขณะนี้นอกจากคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอดีตอัยการที่เกษียณอายุราชการแล้วเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ ซึ่งในขณะที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องของไวยาวัจกรคนที่ถูกเจ้าอาวาสสั่งพักหน้าที่แล้วกลับไปเป็นทนายร่างคำฟ้องให้เขาเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ที่มีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีของไวยาวัจกรคนดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทด้วย โดยฟ้องศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา คดีหมายเลขดำที่ อ 1102/2565

“แต่ทางพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไรและพร้อมที่จะให้ข้อมูลความเป้นจริงในเรื่องนี้” เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง รายนี้เผย

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา กลุ่มคนจัดดอกไม้งานฌาปนกิจวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้รวมตัวกว่า 20 คนเข้าไปทวงถามค่าเปอร์เซ็นต์ค่าจัดดอกไม้งานศพรวมทั้งหมดคนละประมาณ 3,000-5,000 บาทในงวดของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจากพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งปกติทางวัดจะต้องจ่ายให้กับคนจัดดอกไม้ในวันที่ 5 ของแต่ละเดือน แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้ ทราบว่าได้มีไวยาวัจกรคนหนึ่งได้เบิกเงินไปแล้ว

ทีมข่าวแนวหน้าได้สอบถามปัญหาดังกล่าวจากพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่า ร้านดอกไม้ที่มาประมูลจัดงานเฉพาะของวัดธาตุทองจะแบ่งเงินเข้าวัด 30 เปอร์เซ็นต์ โดยวัดจะแบ่งให้พนักงาน 10 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ ซึ่งจะมีคนเซ็นต์รับเบิกเงินทุกเดือน

แต่หลังจากไวยาวัจกรคนดังกล่าวที่เจ้าอาวาสมีคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่เข้ามาเป็นไวยาวัจกรทุกอย่างในวัดก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเงินเปอร์เซ็นต์ที่พนักงานต้องได้จากวัด 10 เปอร์เซ็นต์ก็เหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไวยาวัจกรคนดังกล่าวหักเงินไป 5 เปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งเราในฐานะพนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ก็ไม่มีปากเสียงอะไรจะไปคัดค้านได้ เพราะเขามีตำแหน่งที่ใหญ่กว่า แล้วเข้าหาหลวงพ่อได้ตลอด

พนักงานซึ่งเป็นผู้เสียหายกล่าวต่อว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้ เพื่อจะมาทวงถามว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสจริงๆ หรือไม่ รวมทั้งเงินที่จะออกรอบวันที่ 5 สิงหาคมนี้จะเลื่อนออกเป็นวันที่ 5 กันยายนจริงหรือไม่ เมื่อสอบถามเจ้าอาวาสก็ได้คำตอบว่า ท่านไม่รู้เรื่องดังกล่าวโดยทุกคำสั่งที่ออกมาจากไวยาวัจกรคนดังกล่าว เป็นการแอบอ้างโดยใช้ชื่อท่านมาหลอกลวงพวกเราจนทำให้เข้าใจผิดว่าท่านเจ้าอาวาสเป็นเหตุให้วัดธาตุทองเสื่อมเสียชื่อเสียง

“นอกจากนี้ พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ยังบอกอีกว่า ต่อไปนี้การบริหารภายในวัด ณ ปัจจุบัน คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าว ถือเป็นโมฆะไม่เคยเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยให้คุยกับคณะกรรมการวัดคนอื่นๆ แทน และต่อไปนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนนี้จะไม่มีผลใดๆ ในวัดอีกต่อไป เพราะได้สั่งพักงานจนกว่าจะสอบสวนเรื่องราวให้กระจ่าง ที่ผ่านมาไม่มีใครทำอะไรกับไวยาวัจกรคนนี้ได้เลย แม้ทางเจ้าอาวาสจะบอกว่าตอนนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าวถือเป็นโมฆะไปแล้วก็ตาม แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังมีอำนาจอยู่และเขายังกดดันพวกเราอยู่ตลอดเวลา” พนักงานจัดดอกไม้คนดังกล่าวเผย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านโอด! ถนนถูกน้ำท่วมขัง ซ้ำไฟฟ้าไม่มีมืดสนิททั้งซอย

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671821

ชาวบ้านโอด! ถนนถูกน้ำท่วมขัง ซ้ำไฟฟ้าไม่มีมืดสนิททั้งซอย

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.00 น.

ชาวบ้านโอด! ถนนถูกน้ำท่วมขัง ซ้ำไฟไม่มีมืดสนิททั้งซอย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล

7 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองเต่า ม.13 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่าถนนในซอยหนองเต่าร่วมใจ 4 ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนักๆ น้ำในซอยจะท่วมสูง จนทำให้พันธุ์ปลาของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้นั้นหลุดออกจากบ่ เนื้องจากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะพันธุ์ปลาขาย ซ้ำไปกว่านั้น ในซอยหนองเต่าร่วมใจ 4 นั้นไม่มีไฟส่องสว่างเลยทั้งซอย โดยชาวบ้านในพื้นที่เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ และมีการจลกรรมขึ้นในช่วงเวลากลางคืน

ผู้สื่อข่าวรุดพื้นที่พบนางพัชรี สุขไสว อายุ 35 ปี ( ชาวบ้านในพื้นที่ ) เล่าว่า ถนนในซอยถูกน้ำท่วมขังสูง และมีดินโคลนจนทำให้ลื่น ชาวบ้านสัญจรเข้าออกกันลำบาก อีกทั้งไฟส่องสว่างในซอย ทั้งซอยก็ไม่มี และช่วงบริเวณสามแยกก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ส่วนน้ำที่ท่วมนั้นถ้าเกิดวันไหนฝนตกหนักๆก็จะท่วมสูงมากกว่านี้ ซึ้งเป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว ประกอบกับชาวบ้านมีการถมที่ข้างๆถนนสูงจึงทำให้ถนนต่ำ

นางพัชรี สุขไสว ยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนก็ได้แจ้งไปยัง อบต. แล้วหลายเดือน แต่ก็เงียบหายไป ตอบกลับมาแค่ว่า รับเรื่องแล้ว เดี๋ยวจะดำเนินการให้ ตนก็อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไข เช่นทำร่องระบายน้ำให้ชาวบ้านได้สัญจรเข้าออกกันได้สะดวกหน่อย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทีมงานกองถ่ายถูกคนร้ายบุกลักทรัพย์ถึงห้องนอน เล่านาทีระทึกฮึดสู้โจร

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671778

ทีมงานกองถ่ายถูกคนร้ายบุกลักทรัพย์ถึงห้องนอน เล่านาทีระทึกฮึดสู้โจร

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.29 น.

ทีมงานกองถ่ายถูกคนร้ายบุกลักทรัพย์ถึงห้องนอน เล่านาทีระทึกฮึดสู้โจร

7 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางชมนาด บำรุงรักษ์ อายุ 55 ปี และนายวุฒิชัย บำรุงรักษ์ อายุ 56 ปี สองสามีภรรยาทีมงานอาหารกองถ่ายละคร อาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 เวลาประมาณ 03.00 น. มีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้านประชิดตัวถึงภายในห้องนอน และได้ลักทรัพย์สินหลบหนีไป แจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพตนร้ายได้เมื่อเวลา 04.16 น.เป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้ม สวมกางเกงขาสั้นสีชมพู ในมือถือกระเป๋าเป้ กำลังวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอย โดยมีผู้เสียหายและลูกชายวิ่งตาม ซึ่งคนร้ายพยายามหันกลับไปหลังเห็นว่ามีคนตามใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าทำให้นายต่อ อายุ 15 ปี ลูกชายของผู้เสียหายล้มลง จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหายไปในซอยที่เป็นสวนผลไม้

นางชมนาด กล่าวว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลา 03.00 น.สามีได้ออกจากบ้านเพื่อไปกองถ่ายละครที่ช่อง7 โดยคิดว่าจะเช้าแล้วจึงไม่ได้ล็อกประตู ซึ่งปกติตนจะเป็นคนตื่นมาล็อกเองทั้งประตูรั้วและประตูบ้าน แต่วันเกิดเหตุตนง่วงนอนจึงได้นอนต่อ ตนและลูกชายนอนอยู่ภายในห้องนอนที่ชั้นล่าง มารดาวัย 70 ปีนอนอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน ขณะกึ่งหลับกึ่งตื่นตนรู้สึกว่ามีคนยืนอยู่ที่ข้างเตียงนอนห่างไม่ถึง 1 เมตร จึงลืมตาเห็นคนร้ายคิดว่าเป็นลูกชายจึงถามว่าหาอะไรทำไมไม่เปิดไฟ จากนั้นตนจึงลุกจากเตียงไปเปิดไฟ คนร้ายรู้ตัวหันหลังหลบหนีออกไป ตนจึงวิ่งตามคนร้ายมาถึงประตูบ้านดึงเสื้อจนคนร้ายล้มไปพร้อมกับตน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บบริเวณแก้มซ้าย ส่วนคนร้ายได้ปาพระเครื่องใส่ลูกชายของตนที่วิ่งตามออกมา จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป ตนและลูกชายได้วิ่งตามไปพร้อมกลับร้องขอความช่วยเหลือ คนร้ายได้พยายามชักอาวุธออกมาจะทำร้ายลูกชายจนลูกชายล้มลงไปกับถนน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งหลบทางท้ายซอยเข้าไปในทางที่เป็นสวนเปลี่ยว ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางชมนาด กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าทรัพย์สินที่คนร้ายพยายามขโมยได้หล่นอยู่ในบ้านจำนวนหนึ่งเป็นพระเครื่อง โทรศัพท์มือถือ และจำไม่ได้ว่าอะไรหายไปบ้าง เนื่องจากในบ้านเก็บอุปกรณ์กองถ่ายจำนวนมากไม่สามารถระบุที่แน่ชัดได้ นอกจากนั้นยังมีรองเท้าและพาวเวอร์แบงค์ของคนร้ายหล่นอยู่  จากเหตุการณ์ครั้งนี้ตนก็กลัว แต่คิดสู้เพราะคนร้ายบุกมาถึงห้องนอน ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกคงไม่ทำแบบนี้อันตรายต้องรักษาตัวเองไว้ก่อน หลังจากนี้จะรีบแก้ไขกล้องวงจรปิดที่ถอดออกไปก่อนหน้า นำกลับมาติดไว้เหมือนเดิมและจะล็อกประตูทุกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับครอบครัวที่มีทั้งผู้หญิง เด็ก และคนชรา

สำหรับครอบครัวนี้ประกอบอาชีพรับจากทำอาหารกองถ่ายละครและรายการวาไรตี้ ให้กับสถานีโทรทัศน์หลายช่อง เช่น รายการเดอะสตาร์ รายการ 3 แซ่บ กองถ่ายละครเรื่องบ่วงวิมาลา เรื่องพรหมลิขิต และอีกหลายเรื่อง ซึ่งต้องออกทำงานตั้งแต่เช้ามืด เหตุการณ์นี้จึงถือว่าเป็นเรื่องเตือนภัยให้ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวคนร้ายให้ได้

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภูมิปัญญาชาวบ้าน แปรรูป’ปลาส้ม’เพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาปลากระชังน้ำโขงราคาตกต่ำ

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671770

ภูมิปัญญาชาวบ้าน แปรรูป'ปลาส้ม'เพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาปลากระชังน้ำโขงราคาตกต่ำ

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.07 น.

ทต.ธาตุพนมใต้ หนุนชุมชนนำภูมิปัญญาชาวบ้านแปรรูปปลาส้ม เพิ่มมูลค่าแก้ปัญหาปลาในกระชัง ปลาน้ำโขงราคาตกต่ำ โกยเงินสู้ภัยโควิด สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน ขยายผลต่อยอดขายผ่านตลาดออนไลน์ครบวงจร 

7 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก เทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ (ทต.ฯ) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดย จ.ส.อ.เสน่ คำมุงคุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน เปิดโครงการฝึกอบรมการประกอบอาชีพเสริมรายได้ในครัวเรือน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับกลุ่มแม่บ้านและผู้ที่มีความสนใจ เกี่ยวกับการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนาแปรรูป

อาทิ ปลาปาก (ปลาตะเพียน),ปลานิล ฯลฯ ที่เลี้ยงในกระชัง รวมถึงปลาที่หาได้ตามแม่น้ำโขง หรือ ลำน้ำก่ำ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขามาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ตามแบบฉบับภูมิปัญญาชาวบ้านในการถนอมอาหารไว้รับประทานได้นานวัน ด้วยการแปรรูปทำเป็นปลาส้มตัว กับปลาส้มห่อใบตอง แก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ อีกทั้งยังเป็นการถนอมอาหารเก็บไว้ได้นานหลายเดือน และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว

ทั้งนี้ ทต.ธาตุพนมใต้ ได้มีการวางแผนพัฒนา ส่งเสริมให้ชาวบ้าน มีการเลี้ยงปลากระชัง เพื่อผลิตปลาส้มแบบครบวงจร เพื่อสร้างรายได้ สู้วิกฤตโควิด อีกทั้งเป็นการแก้ปัญหาราคาปลากระชังตกต่ำในระยะยาว โดยสามารถเพิ่มมูลค่า จากราคาปลาสด ปกติกิโลกรัมละ 50-60 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 150 -200 บาท พร้อมเตรียมขยายส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพทุกชุมชน หันมาแปรรูปทำปลาส้มส่งป้อนตลาดทั่วไทย ควบคู่ส่งเสริมการตลาดออนไลน์ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และใช้เวลาว่างจากงานประจำสร้างรายได้ยั่งยืน

ด้าน จ.ส.อ.เสน่ คำมุงคุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิดระบาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้า รวมถึงอาชีพการเกษตร ผลผลิตราคาตกต่ำ โดยเฉพาะชาวบ้านชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงลำน้ำก่ำ ที่มีอาชีพประมงหาปลา ไปจนถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ตนจึงได้หารือวางแนวทางกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ในการนำภูมิปัญญาชาวบ้าน มาแก้ไขปัญหา ด้วยการส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนกลุ่มแม่บ้านที่มีความสนใจ เกี่ยวกับการแปรรูปทำปลาส้ม นอกจากเป็นการถนอมอาหารแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตร จากการเลี้ยงปลากระชังเพิ่มขึ้นเท่าตัว

เบื้องต้นได้นำร่อง นำกลุ่มอาชีพในชุมชนหมู่บ้านต่างๆ มารับการฝึกอบรม จากผู้ที่มีความชำนาญ ในการทำปลาส้มตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านท้องถิ่น ด้วยการนำปลาตะเพียนมาแปรรูป ผสมกับข้าวเหนียวนึ่ง เกลือ กระเทียม เป็นการปรุงให้มีรสชาติดีขึ้น และเป็นการหมักให้เป็นปลาส้มแบบไร้สารปนเปื้อน ด้วยวิธีการถนอมอาหารแบบพื้นบ้าน สามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน

รวมถึงนำตัวปลาไปขูดเฉพาะเนื้อทำปลาส้มห่อใบตอง  เป็นการเพิ่มมูลค่าได้อีกเท่าตัว สร้างรายได้จากกิโลกรัมละ 50-60 บาท เพิ่มเป็นราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท ซึ่งสามารถนำปลาทุกชนิดมาเป็นวัตถุดิบ เช่น ปลาชะโด ปลากราย เป็นต้น แทนที่จะนำไปขายปลาสดอย่างเดียว แต่สามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นทางเลือกให้ชุมชนมีอาชีพมีรายได้มากขึ้น อีกทั้งยังได้วางแผนส่งเสริมให้ชุมชน มีการเพิ่มปริมาณการเลี้ยงปลากระชัง และนำมาทำปลาส้มแปรรูปครบวงจร ส่งออกขายสู่ตลาดทั่วประเทศ รวมถึงตลาดออนไลน์ เพื่อนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดขึ้นชื่อตามร้านอาหารอย่างปลาส้มทอด เชื่อว่าจะเป็นอีกทางเลือกที่สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจสู้ภัยโควิด ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความเป็นอยู่ของชุมชน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โพสต์อุทาหรณ์! ร้านต่อขนตามักง่าย ใช้’เทปใส’ติดตาแทนอายแพด ทำลูกค้าตาอักเสบ

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671752

โพสต์อุทาหรณ์! ร้านต่อขนตามักง่าย ใช้'เทปใส'ติดตาแทนอายแพด ทำลูกค้าตาอักเสบ

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.29 น.

7 สิงหาคม 2565 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ไม่บอกแล้วกันว่าร้านไหน (ดวงตาคือสิ่งสำคัญ ยังต้องใช้งานไปตลอดชีวิต) เรียนต่อยังใง ใช้เทปใสในการต่อขนตา กาวเป็นก้อนขนาดนี้ ไม่นึกถึงลูกค้าจะเจ็บบ้างเลย เคสนี้ลูกค้ามาถอดขนตา 2 คน ต่อได้ 2 วัน เสียเงินต่อแล้วมาเสียเงินถอด ต่อใหม่อีก และส่งรูปให้ดูว่าใช้เทปใสในการต่อ ลูกค้ามีอาการเปลืองตาแดง ถ้าช้ากว่านี้เปลือกตาอาจอักเสบได้ เสียเวลาถอด 2 ชม. แล้วต่อใหม่อีก ทุกคนมีสิทธิ์เลือกร้านที่มีคุณภาพ ใส่ใจลูกค้า และช่างต้องมีจรรยาบรรณ ลงทุนสักนิด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า #ตามแก้งานร้านนี้บ่อยมากๆควรศึกษาให้ดีปรับปรุงแก้ไข”

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 6 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านเสริมความงามแห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  พบ น.ส.พรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี เจ้าของร้านต่อขนตา เป็นผู้โพสต์รูปภาพดังกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงหลายคน ที่อยากจะต่อขนตาให้ระวังร้านที่ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานในการต่อขนตา

จากการสอบถามน.ส.พรสวรรค์ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 65 เวลาประมาณ 13.00 น. มีลูกค้าทักมาหาว่า จะขอให้ช่วยถอดขนตาประมาณ 2 คน ลักษณะขนตาที่ต่อมีปมใหญ่มาก ซึ่งลูกค้ารู้สึกมีอาการบาดเจ็บ แสบบริเวณรอบดวงตา เกิดการอักเสบ จนทนไม่ไหว ตนจึงได้ทำการถอดให้ลูกค้า ทางลูกค้าบอกว่าตอนที่ไปต่อที่ร้านแห่งหนึ่ง รู้สึกแสบมากๆ ตนคิดว่าขึ้นอยู่ที่กาว แต่พอตนลองดูแล้วขั้นตอนการต่อขนตาที่ลูกค้าต่อมาจากที่อื่นลักษณะน่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการใช้สก๊อตเทปใสในการติดที่ตาลูกค้าแทนอายแพด ตนรู้สึกตกใจมากเพราะตอนแรกคิดว่าอุปกรณ์ที่ร้านนั้นหมด 

แต่ลูกค้าบอกว่าที่ร้านนั้นใช้สก๊อตเทปใสติดใต้ตาให้ลูกค้าแบบนี้ทุกๆคน ตนจึงขออนุญาตดูรูปตาของลูกค้าระหว่างต่อขนตาที่ร้านนั้น หลังจากที่ตนดูก็ไม่เคยเห็นร้านไหนทำแบบนี้มาก่อน ตนจึงตัดสินใจโพสต์ในกลุ่มอุปกรณ์ต่อขนตา ช่างหลายคนที่อยู่ในกลุ่มก็ไม่โอเค เพราะไม่เคยเจอ ตนจึงตัดสินใจโพสต์ในกลุ่ม “ข่าวสาร-คนไทรน้อย-นนทบุรี” อีกครั้ง ตามที่โพสต์ไป แต่ทางร้านที่ต่อขนตามาให้ลูกค้าเหมือนไม่พอใจที่ตนได้โพสต์ออกไป 

ซึ่งตนก็ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อร้านหรือตำแหน่งร้าน ที่ตนโพสต์ไปเพื่อเป็นการเตือนช่างให้ควรใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องไม่สมควร ถ้าร้านไหนมีการโปรโมทว่าใช้สก๊อตเทปใส ในการติดขนตาแทนอายแพด คงไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการ นอกจากจะมีลูกค้าที่พึงพอใจที่อยากจะใช้ของแบบนี้ ส่วนมีกระแสกล่าวหาว่าตนจะไปดิสเครดิตคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตนไม่รู้จักร้านนั้นที่ต่อขนตาให้ลูกค้า และไม่รู้จักกับร้านดังกล่าว ตนจึงอยากฝากถึงลูกค้าในการเลือกร้านให้ดูหน้าร้าน และวัสดุอุปกรณ์ในร้าน ความสะอาด ก่อนที่จะตัดสินใจต่อขนตา 

หลังจากที่โพสต์ไปมีลูกค้าทักเข้ามาหาตนประมาณ 4 คน ที่ถูกร้านแห่งหนึ่งติดสก๊อตเทปใสในการต่อขนตาแทนอายแพด จะเข้ามาให้ที่ร้านช่วยเอาขนตาออกให้ และมีอีกประมาณเกือบ 10 คน รู้ว่าเป็นร้านไหนเพราะคนโดนกันเยอะ ตอนที่ลูกค้าต่อขนตาอยู่อาจจะไม่กล้าพูดว่าเจ็บ คงอยากจะให้ช่างทำให้เสร็จเพราะคิวเยอะ ส่วนใหญ่ช่างที่ใช้อายแพดติดใต้ตาจะไม่มีปัญหา จะมีปัญหาก็ต่อเมื่อใช้สก๊อตเทปใสติดใต้ตาแทน

น.ส.พรสวรรค์ กล่าวต่ออีกว่า ทางร้านได้ทักเข้ามาหาตน ซึ่งตนไม่เคยกล่าวอ้างว่าเป็นร้านไหน และไม่ได้เอ่ยถึงชื่อร้าน ทางร้านบอกกับตนว่าสะดวกที่จะใช้อุปกรณ์แบบนี้ หลังจากนั้นเขาไลฟ์สดว่าตนส่งคนไปร้านเขา ถ้าตนส่งไปจริง ถึงส่งไป 100 คน ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ผิดอยู่ดี เพราะไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ก่อนหน้านี้ตนถูกเขาบล็อคเฟซบุ๊ก การที่เขาไลฟ์สดตนก็เสียหายเพราะหาว่าตนอิจฉา และอิจฉาที่ร้านเขาต่อขนตาราคาถูกกว่า ซึ่งถ้าลูกค้าเจอประสบการณ์ที่แย่ครั้งแรกก็คงจะไม่มีใครไปอีกเป็นครั้งที่ 2

ทางด้านน.ส.พัชญามณฑ์  อายุ 29 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ผู้ที่ใช้บริการในโพสต์ วีดีโอคอลเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า  ตนหาร้านต่อขนตาแล้วเห็นรีวิวร้านดังกล่าวในกลุ่มหนึ่งเลยชวนเพื่อนไปต่อ ตอนที่ต่อขนตาแล้วมีการติดใต้ตา ตนไม่แน่ใจว่าร้านนั้นใช้อะไรติด แต่ได้ยินเสียงลอกเทป ระหว่างที่นอนอยู่รู้สึกตึงเพราะเขาติดไปทั้งหน้า เลยถ่ายรูปหน้าตัวเองเก็บไว้ดู พอต่อเสร็จขนตาที่ต่อมันเป็นปม ที่เคยต่อมันไม่ได้เป็นปมใหญ่แบบนี้ ตนต่อแบบแกน Y ซึ่งไม่แน่ใจว่าทางร้านไม่มีหรือป่าวเพราะเขาบอกจะต่ออีกแบบให้ ตนก็โอเคและขอสวยๆ 

หลังจากต่อเสร็จตนรู้สึกเคืองตามาก เจ็บแปลบๆ มีอะไรแทงตลอดเวลา รู้สึกยิบๆ แต่เพื่อนตนน้ำตาไหลและตาแดงตลอดเวลา ตอนที่ตนรู้ว่าร้านนั้นใช้สก๊อตเทปใสติดแทนอายแพดก็รู้สึกตกใจเพราะไม่เคยเจอ ร้านนี้เพิ่งเคยต่อเป็นครั้งแรก ตนเห็นว่าใกล้บ้านและมีรีวิวเยอะจึงเลือกไปทำ ผ่านไปประมาณ 2 วัน ก็เลือกมาถอดขนตาอีกร้าน พอมาแก้ใหม่ที่ร้านนี้ก็หายเคืองตา 

หลังจากเกิดเหตุตนไม่ได้ติดต่อร้านที่ต่อขนตาตอนแรกมาเพราะรู้สึกไม่ดีแล้ว ยิ่งเห็นกาวที่ถอดมาปมใหญ่มาก ซึ่งร้านก็ไม่ได้มารับผิดชอบอะไร ตนไม่ได้คิดอยากเอาเรื่อง แต่อยากฝากสาวๆที่จะต่อขนตาให้เลือกร้านให้ดีเพราะมันอยู่ที่ดวงตา ถ้าบางคนแพ้กาวอาจจะแดงได้ โชคดีที่ตนแค่รู้สึกระคายเคืองและไม่สบายตา อยากฝากร้านต่อขนตาที่ใช้สก๊อตเทปใสว่าอยากให้ปรับปรุงเน้นเรื่องอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และความสะอาด ราคาไม่เกี่ยวว่าจะถูกหรือแพงมันอยู่ที่ความพอใจของลูกค้าที่ยินดีจะจ่าย 

‘ตอนที่ร้านเขาใช้อายแพดมาติดใต้ตาตนก็ไม่รู้ และเหมือนจะติดสก๊อตเทปใสที่หน้าผากและเทกาวด้วย หลังจากต่อเสร็จก็ไม่ได้ติดต่อร้านนั้นไป มันไม่โอเคไปแล้ว เลือกที่จะเปลี่ยนร้านดีกว่า ดวงตาของตนไม่มีแผล พอถอดออกก็หายเพราะส่วนที่มันแทงมันถอดออกไปแล้ว ตนเคยต่อมาหลายร้านไม่เคยเป็นแบบนี้ รูปที่แปะสก๊อตเทปใสนั้นเป็นรูปของตน ตนถ่ายเอาไว้เพราะรู้สึกว่าตึงหน้ามากไม่ได้ต้องการจะถ่ายมาเพื่อดิสเครดิตร้านใคร แค่อยากรู้ว่าบนหน้ามีอะไร ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักร้านที่มาแก้ เพราะตอนแรกตนจะไปแก้ร้านอื่นแต่อีกร้านคิวไม่ว่าง ตนเลยเลือกมาร้านนี้ ตนจ่ายเงินเอง เจ็บเอง ตนไม่ใช่หน้าม้าสามารถเช็คได้’ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ติดต่อร้านที่ต่อขนตาที่ใช้สก็อตเทปใสเป็นอุปกรณ์ในการต่อขนตาแล้ว แต่ทางร้านไม่ขอให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ต่อมาได้มีการไลฟ์สดชี้แจงเหตุการณ์ แต่ไม่อนุญาตให้ใช้คลิป ก่อนที่จะลบคลิปดังกล่าวออกไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปมสอบคุณสมบัติร้อน! ‘ไวยาวัจกร’วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น’พระราชบัณฑิต’เรียกค่าเสียหาย 3 ล้าน

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671749

ปมสอบคุณสมบัติร้อน! 'ไวยาวัจกร'วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น'พระราชบัณฑิต'เรียกค่าเสียหาย 3 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.24 น.

“ไวยาวัจกร”ที่ถูก”พระราชวรญาณโสภณเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง” มีคำสั่ง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ปมขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินหรือไม่? และ “ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่” ให้ทนายความซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสเป็น”คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ฟ้อง “พระราชบัณฑิต” รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทหลังมีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทองให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปมคุณสมบัติร้อน

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ในวัดและญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส่ในการบริหารรายได้และเงินภายในวัดธาตุทองพร้อมกับมีการกล่าวหาไวยาวัจกรคนหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือที่ รค.02/2565 ถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินภายใน 15 วัน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 7 ส.ค.65 ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ภายในวัดธาตุทอง พร้อมกับเอกสารคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง หลายฉบับว่า จากกรณีพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีหนังสือพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ทำการถอดไวยาวัจกรออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินนั้น เมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 06/2565 เรื่อง “ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่” ไปแล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากการที่นาย…(ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถูกขอให้ตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติของไวยาวัจกรตามความในข้อ 6 (9) แห่งกฎุมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร 

ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแก่การคณะสงฆ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พักจากตำแหน่งหน้าที่ไวยาวัจกร และห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัด จนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ได้รับหนังสือเลขที่ รค. 02/2565 เรื่อง “ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกร” ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกร ตามหนังสือที่ได้รับเรื่องมา มีรายนามดังต่อไปนี้ 1.พระวินัยสุธี ประธานกรรมการ 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ กรรมการ 3.พระครูวิจิตรวีรญาณ กรรมการ 4.รศ.พิเศษ ดร.อำนาจ บัวศิริ กรรมการ 5.นายสุชาติ มากมี กรรมการ 6.พันตำรวจเอก เจริญ ปานคล้าย กรรมการและเลขานุการ

ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรมและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นประการใดให้รายงานผลให้เจ้าอาวาสทราบภายใน 15 วัน เพื่อรายงานผลดำเนินการแก่เจ้าคณะผู้ปกครองและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ในวันที่ 24 ก.ค.65 วันเดียวกัน พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งอีกฉบับ เป็นคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 10/2565 เรื่อง “ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่”

โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากคำสั่งที่ 06/2565 เรื่อง “ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่” ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้การบริหารงานต่าง ๆ ภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้นาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ตามคำสั่งของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่เคยได้รับแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

เจ้าหน้าที่ของวัดธาตุทอง เปิดเเผยว่า หลังจากเจ้าอาวาสลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง เมื่อวันที่ 24 ก.ค.65 ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ปรากฎยังไม่มีการนำเอาคำสั่งดังกล่าวของเจ้าอาวาสไปติดประกาศตามบอร์ดต่างๆ ภายในวัดเพื่อให้เจ้าหน้าที่วัด ประชาชนและญาติโยมที่มาทำบุญในวัดได้รับทราบ แต่เพิ่งนำคำสั่งของเจ้าอาวาสไปติดตามบอร์ด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.30 น.วันที่ 5 ส.ค.65 ที่ผ่านมานี่เอง 

เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง เปิดเผยด้วยว่า กรณีไวยาวัจกรซึ่งขาดคุณสมบัติดังกล่าว ที่ทางเจ้าอาวาสวัดธาตุทองได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติเป็นไวยาวัจกรหรือไม่นั้น ขณะนี้นอกจากคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอดีตอัยการที่เกษียณอายุราชการแล้วเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ ซึ่งในขณะที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องของไวยาวัจกรคนที่ถูกเจ้าอาวาสสั่งพักหน้าที่แล้วกลับไปเป็นทนายร่างคำฟ้องให้เขาเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ที่มีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีของไวยาวัจกรคนดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทด้วย โดยฟ้องศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 ที่ผ่านมา คดีหมายเลขดำที่ อ 1102/2565

“แต่ทางพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไรและพร้อมที่จะให้ข้อมูลความเป้นจริงในเรื่องนี้” เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง คนนี้เผย

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.65 ที่ผ่านมา กลุ่มคนจัดดอกไม้งานฌาปนกิจวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้รวมตัวกว่า 20 คนเข้าไปทวงถามค่าเปอร์เซ็นต์ค่าจัดดอกไม้งานศพรวมทั้งหมดคนละประมาณ 3,000-5,000 บาทในงวดของเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาจากพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งปกติทางวัดจะต้องจ่ายให้กับคนจัดดอกไม้ในวันที่ 5 ของแต่ละเดือน แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้ ทราบว่าได้มีไวยาวัจกรคนหนึ่งได้เบิกเงินไปแล้ว

ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ ได้สอบถามปัญหาดังกล่าวจากพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่า ร้านดอกไม้ที่มาประมูลจัดงานเฉพาะของวัดธาตุทองจะแบ่งเงินเข้าวัด 30 เปอร์เซ็นต์ โดยวัดจะแบ่งให้พนักงาน 10 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ ซึ่งจะมีคนเซ็นต์รับเบิกเงินทุกเดือน 

แต่หลังจากไวยาวัจกรคนดังกล่าวที่เจ้าอาวาสมีคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่เข้ามาเป็นไวยาวัจกรทุกอย่างในวัดก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเงินเปอร์เซ็นต์ที่พนักงานต้องได้จากวัด 10 เปอร์เซ็นต์ก็เหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไวยาวัจกรคนดังกล่าวหักเงินไป 5 เปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งเราในฐานะพนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ก็ไม่มีปากเสียงอะไรจะไปคัดค้านได้ เพราะเขามีตำแหน่งที่ใหญ่กว่า แล้วเข้าหาหลวงพ่อได้ตลอด 

พนักงานซึ่งเป็นผู้เสียหายกล่าวต่อว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้ เพื่อจะมาทวงถามว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสจริงๆ หรือไม่ รวมทั้งเงินที่จะออกรอบวันที่ 5 ส.ค.นี้จะเลื่อนออกเป็นวันที่ 5 ก.ย.จริงหรือไม่ เมื่อสอบถามเจ้าอาวาสก็ได้คำตอบว่า ท่านไม่รู้เรื่องดังกล่าวโดยทุกคำสั่งที่ออกมาจากไวยาวัจกรคนดังกล่าว เป็นการแอบอ้างโดยใช้ชื่อท่านมาหลอกลวงพวกเราจนทำให้เข้าใจผิดว่าท่านเจ้าอาวาสเป็นเหตุให้วัดธาตุทองเสื่อมเสียชื่อเสียง

“นอกจากนี้ พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ยังบอกอีกว่า ต่อไปนี้การบริหารภายในวัด ณ ปัจจุบัน คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าว ถือเป็นโมฆะไม่เคยเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยให้คุยกับคณะกรรมการวัดคนอื่นๆ แทน และต่อไปนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนนี้จะไม่มีผลใดๆ ในวัดอีกต่อไป เพราะได้สั่งพักงานจนกว่าจะสอบสวนเรื่องราวให้กระจ่าง ที่ผ่านมาไม่มีใครทำอะไรกับไวยาวัจกรคนนี้ได้เลย แม้ทางเจ้าอาวาสจะบอกว่าตอนนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าวถือเป็นโมฆะไปแล้วก็ตาม แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังมีอำนาจอยู่และเขายังกดดันพวกเราอยู่ตลอดเวลา” พนักงานจัดดอกไม้คนดังกล่าวเผย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ญาติพากลับบ้าน! เรียกวิญญาณเหยื่อผับมรณะเมาท์เทนบี หมาหอนระงม

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671737

ญาติพากลับบ้าน! เรียกวิญญาณเหยื่อผับมรณะเมาท์เทนบี หมาหอนระงม

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.55 น.

7 สิงหาคม 2565 จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับ เมาท์เทนบี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 37 ราย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น  

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2565 ที่บริเวณด้านหน้า ผับ เมาท์เทนบี ยังคงมีกลุ่มญาติ ทยอยเดินทางมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต หลังเดินทางไปรับศพ เพื่อเคลื่อนย้ายไปประกอบพิธีทางศาสนา

โดยมารดาของนายสุรกานต์ เรืองฤทธิ อายุ 35 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ญาติได้โทรบอกว่า กลางดึกมีสุนัขเห่าหอนระงมตลอดทั้งคืน เชื่อว่าวิญญาณของลูกชาย มาหาแต่เข้าบ้านไม่ได้ จึงแนะนำให้เดินทางมาจุดธูป อันเชิญดวงวิญญาณกลับ  

ส่วนญาติและกลุ่มเพื่อนของ น.ส.พรหมพร พูลสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ พร้อมถือรูป มาทำพิธีสวดมนต์ อันเชิญวิญญาณของผู้เสียชีวิต เพื่อกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัด รังศรีสุนทร กม.5 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,100 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก
อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d