Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชมความงาม! ‘ดอกลิ้นมังกร’ สีชมพูสด เพชรเม็ดงามใจกลาง อช.ภูหินร่องกล้า

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671728

ชมความงาม! 'ดอกลิ้นมังกร' สีชมพูสด เพชรเม็ดงามใจกลาง อช.ภูหินร่องกล้า

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.19 น.

ช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี และเป็นช่วงฤดูฝน ทำให้ดอกลิ้นมังกร สีชมพู เพชรเม็ดงาม ที่ออกปีที่ละ 1 ครั้ง ที่บริเวณน้ำตกหมันแดง  ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก   โดยดอกลิ้นมังกรจะออกดอกบานพร้อมกันเป็นสีชมพูสด เกาะอยู่บนโขดหินหน้าน้ำตกหมันแดง  โดยเฉพาะชั้นที่  5 นักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ชมความงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม  โดยในปีนี้ดอกลิ้นมังกร ที่น้ำตกหมันแดง ได้ออกดอกเป็นสีชมพูสวยสดแล้ว  ทำให้เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปเที่ยวชมและถ่ายรูป  เพราะว่าเป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นที่ดอกลิ้นมังกร จะออกดอก และที่สำคัญดอกลิ้นมังกร ที่บริเวณน้ำตกหมันแดงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะมีสีชมพูสดที่เดียว ซึ่งถือว่าแตกต่างจากที่อื่นจะออกสีส้ม

นายสุธน เวียงดาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า ดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่น้ำตกหมันแดงจะออกดอกบานหน้าน้ำตกเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น จะบานเต็มที่ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี  นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมสำหรับการเดินทางด้วยเช่นกัน ร่ม เสื้อกันฝน ถุงพลาสติกสำหรับกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ รองเท้าผ้าใบ เป็นต้น รวมทั้งถุงกันทากที่จะมีมากในช่วงหน้าฝนในป่าดิบชื้น  และต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติ ไม่ขึ้นไปบนโขดหินที่มีดอกลิ้นมังกรขึ้นอยู่ เก็บขยะทุกชิ้นออกมาให้หมด  สำหรับทางเข้าไปเที่ยวชมดอกลิ้นมังกรจะต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯพาไปทุกครั้ง  โดยปีนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินไปชมน้ำตกหมันแดงทางเดียว คือ เข้าบริเวณหน่วยหมันแดง แล้ว เมื่อชมน้ำตกหมันแดง และดอกลิ้นมังกร แล้ว ก็จะให้เดินทางหมู่บ้านหมันขาว ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ( เส่ยทางบ้านภูทับเบิก ) โดยจะให้รถไปรอรับ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ สามารถติดต่อขอคำแนะนำได้ที่   0815965977   ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักเรียนหญิงม.5สู้ชีวิต! เสิร์ฟร้านหมูกระทะหาเงินช่วยแม่-พ่อป่วย วอนรัฐช่วยซ่อมบ้าน

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671727

นักเรียนหญิงม.5สู้ชีวิต! เสิร์ฟร้านหมูกระทะหาเงินช่วยแม่-พ่อป่วย วอนรัฐช่วยซ่อมบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.00 น.

7 ส.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 35/16 หมู่ 5 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย มีเด็กขยัน กตัญญู ผลการเรียนดี ชื่อ น.ส.จันทิมา  บุญเรือง หรือน้องพลอย อายุ 17 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนยางซ้ายพิทยาคม ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนและช่วงวันหยุดไปทำงานเสิร์ฟในร้านหมูกระทะ เพื่อหาเงินช่วยลดภาระแม่ และพ่อที่ป่วยหลายโรครุมเร้าจนทำงานหนักไม่ได้

น้องพลอย บอกว่า สงสารพ่อกับแม่ที่ทำงานหนักมาตลอด จึงไปหางานทำระหว่างเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ โดยวันจันทร์-ศุกร์ เลิกเรียนกลับมาบ้านก็จะอาบน้ำเปลี่ยนชุด ไปทำงานเสิร์ฟร้านหมูกระทะ เลิกงานกลับถึงบ้านก็ 5 ทุ่ม แต่ถ้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็จะออกไปทำงานตั้งแต่บ่าย 2 ได้ค่าแรงวันละ 150-200 บาท แบ่งกินใช้แต่ละวันไม่เกิน 40 บาท และเหลือเก็บออม 500-600 บาท

“ถ้าจบ ม.6 จะศึกษาต่อคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ เพราะอยากเป็นครูสอนคณิต โดยจะกู้ กยศ. เรียนและทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย เมื่อจบได้งานทำมั่นคง ก็อยากช่วยพ่อแม่ปลดหนี้สิน และสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัวได้อยู่” น้องพลอย กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

นายสมชาย บุญอินทร์ ครูที่ปรึกษา บอกว่า น้องพลอยเป็นเด็กดี แต่งตัวเรียบร้อย มีผลการเรียนดี ล่าสุดได้เกรดเฉลี่ย 3.59 แล้วก็เป็นประธานชมรมของโรงเรียน มีน้ำใจช่วยเหลือเข้าร่วมทุกกิจกรรม มีเป้าหมายชีวิตชัดเจนว่าอยากเป็นครูสอนคณิต และเป็นเด็กที่ขยันช่วยงานบ้านทุกอย่าง ซักผ้าให้ทุกคนในบ้าน รวมทั้งยังช่วยแม่หัก-เสียบ-ปีนขึ้นคอนแขวนใบยาสูบในโรงบ่ม หลังได้มาเยี่ยมบ้านเห็นสภาพความเป็นอยู่ ทางโรงเรียนจึงได้มอบทุนการศึกษาช่วยเบื้องต้น

นางอรัญ บุญเรือง อายุ 43 ปี แม่น้องพลอย บอกว่า ในบ้านอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน มีตนเองกับสามี และน้องพลอย (ลูกสาวคนโต) กับน้องหมีพูล (ลูกชายคนเล็ก) อายุ 7 ขวบ เรียนชั้น ป.1 โรงเรียนวัดวังสวรรค์ ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ยาสูบ ปีละครั้ง และรับจ้างทั่วไป มีรายได้เดือนละ 1,000 บาท แบ่งให้ลูกสาวคนโตไปโรงเรียนวันละ 40 บาท แต่บางวันก็ไม่มีให้ และให้ลูกชายคนเล็กไปโรงเรียนวันละ 20 บาท แล้วสามีก็ป่วยด้วยหลายโรคมา 2 ปีแล้ว ทั้งน้ำท่วมปอด หัวใจโต โรคตับ ความดัน และป่วยโรคไต ระยะที่ 2 ทำงานหนักไม่ได้ เหนื่อยง่าย กลางคืนนอนหายใจไม่ออก ก็ต้องลุกมานอนเปลที่แขวนไว้กลางบ้าน

นางอรัญ บอกว่า จริงๆแล้วไม่อยากให้ลูกสาวไปทำงานกลับดึก เพราะห่วงความปลอดภัย แล้วด้วยความคับแคบของบ้าน ทำให้ตอนนี้ลูกสาวต้องย้ายไปนอนที่บ้านของอาซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน เพราะทำงานดึก กลับมาก็ต้องเปิดไฟทำการบ้านงานกลุ่มต่ออีก ห่วงพ่อที่ป่วยจะนอนไม่หลับเพราะแสงไฟแยงตา ก็เลยต้องไปขออาศัยนอนบ้านอาเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ ขอวอนหน่วยงานรัฐช่วยซ่อมแซมปรับปรุงบ้านและห้องน้ำ ให้กับครอบครัวนี้ด้วย สำหรับผู้มีจิตเมตตาสามารถแบ่งปันน้ำใจ ส่งเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน และสิ่งของจำเป็นมาได้ที่บ้านเลขที่ 35/16 หมู่ 5 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย 64000 หรือโทรสอบถามนางอรัญ เบอร์โทร 082 621 2447

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ โดยพระครูสิริ ธรรมโส

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671726

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ โดยพระครูสิริ ธรรมโส

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.52 น.

7 สิงหาคม 2565 ธรรมะวันอาทิตย์ ไปเข้าวัดฟังธรรม ที่วัดป่านาล้อม ตั้งอยู่พื้นที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อเดินทางไปทิศเหนือตามถนนชยางกูร จากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกไฟแดง อ.ลืออำนาจ เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนสายรองก่อนถึง อ.พนา 12 กิโลเมตร จะพบเห็นพระพุทธรูป นามว่า พระศรีมงคลพุทธโคตม ลักษณะปางมารวิชัย สูง 7 เมตร หน้าตักกว้าง 4  เมตร สีทอง ประดิษฐานอยู่หน้าวัดป่านาล้อม  ซึ่งตั้งอยู่ ต.ไร่ขี อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ มองเห็นเด่นชัด เป็นที่สะดุดตา แก่บรรดาพุทธศาสนิกชน จะต้องจอดรถ แวะกราบนมัสการและเข้าวัด เพื่อความเป็นสิมงคล เป็นมงคลชีวิต ทุกคน 

วัดป่านาล้อม ต.ไร่ขี อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เป็นวัดขนาดเล็ก สังกัด มหานิกาย พระครูสิริ ธรรมโส อายุ 73 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านาล้อม และเจ้าคณะตำบลอำนาจ พระสงฆ์ จำพรรษาอยู่จำนวน 11 รูป ไม่มีสามเณร มรรคนายก 1 คน บนเนื้อที่ 15 ไร่ เป็นที่ตั้งกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ แต่อุโบสถยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เพราะขาดทุนทรัพย์ ยังรอรับการบริจาคทุนทรัพย์จากผู้ใจบุญอยู่เสมอ  

ก่อนนั้น พุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย ที่เดินทางไปยัง อ.พนา เพื่อไปกราบนมัสการพระเหลาเทพนิมิต เมื่อผ่านวัดป่านาล้อม ก็จะผ่านไปเลย ไม่เป็นที่สนใจของญาติโยม อยู่มาวันหนึ่งเกิดนิมิต ว่าภูมิเจ้าที่ รุกเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องรักษา อยู่บริเวณนี้มาหลายร้อยปี และมีพ่อเฒ่าที่ชาวบ้านนับถือ ฝันว่าบริเวณวัดป่านาล้อม เป็นทางเดินของพญานาค ที่สำคัญช่างศีลปะกรรมฝีมือดี อยู่กรุงเทพมหานคร เหมือนมีจิตพิเศษสัมผัสที่ 6 ดลใจให้มาปั้นพระพุทธรูปที่วัดป่านาล้อม จึงเดินทางมาปรึกษากับเจ้าอาวาสวัดป่านาล้อม ตกลงจะปั้นพุทธรูปขึ้นที่นี่ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ศูนย์รวมความสามัคคีในชุมชน จรรโลง พุทธศาสนาด้วย 

จากนั้น จึงเดินทางมาพร้อมพระสงฆ์ 3 รูป เพื่อมาก่อสร้างปั้นพระพุทธรูป ระหว่างที่พระสงฆ์ปักกรดพักอยู่ รอการก่อสร้างพระพุทธรูป จะพบเห็นปรากฏการประหลาดๆเกิดขึ้นเสมอ เช่น กลางคืนได้ยินเสียงคนกวาด เศษใบไม้ เมื่อออกจากกรดไปดู ก็ไม่พบอะไร เป็นอยู่อย่างนี้ จนกว่าสร้างพระพุทธรูปแล้วเสร็จ ปรากฏการณ์ต่างๆก็หายไป จึงเข้าใจว่า เจ้าภูมิ เทวดา คงกลับสวรรค์แล้ว เพราะมีพระพุทธรูป นามว่า พระศรีมงคลพุทธโคตม อยู่แทน  

ที่น่าอัศจรรย์ที่สุด ก็คือเมื่อสร้างแล้วเสร็จ มีการสมโภชพระศรีมงคลพุทธโคตม บวชชี พรามณ์ ทำพิธีทางศาสนาครบสมบูรณ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชน ญาติโยม นุ่งขาว ห่มขาว ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ตลอดทั้งคืน ซึ่งระหว่างทำพิธี กลางดึกมีแสงสีรุ้งพาดผ่านบริเวณงานพิธี ผู้มาร่วมงานหลายร้อยคนมองเห็นเหมือนกัน และต่างเข้าใจว่า รุกเทวดา พระภูมิเจ้าที่ คงมาร่วมอนุโมทนาบุญด้วย  

นับตั้งแต่ก่อสร้างพระพุทธรูป พระศรีมงคลพุทธโคตม แล้วเสร็จ ทำพิธีทางศาสนาครบถ้วนสมบูรณ์ พุทธศาสนิกชน ญาติโยม ซึ่งเดินทาไป อ.พนา มองเห็น พระพุทธรูป สีทอง ตั้งตระหง่านอยู่ทางเข้าวัด ต่างแวะกราบนมัสการ ขอพรพระ จากนั้นก็จะเข้าไปในวัด ทำบุญทำทาน ปล่อยสัตว์น้ำ ที่สระน้ำหลังวัด ซึ่งกำหนดเป็นเขตอภัยทาน มีสัตว์น้ำหลายชนิดอยู่จำนวนมาก 

ก่อนกลับ ญาติโยม พุทธศาสนิกชน จะเข้าไปฟังธรรมเทศนากับเจ้าอาวาสวัดป่านาล้อม ที่กุฏิ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเทศนาให้ทุกคนรักษาศีล 5 ข้อ คือ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามพูดเท็จ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามดื่มสุรา ห้ามทำผิดในกาม และทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ ผลบุญก็จะส่งให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การทำบุญ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ ผู้เดือดร้อน ให้เขาพ้นทุกข์ ไม่เดือดร้อน นั่นคือผลบุญซึ่งทำให้เราสบายใจ เราทำดี ทำไม่ดี อยู่ที่ใจเรา ใจรู้ดี ถึงแม้จะโกหกคนอื่นได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้  ถ้าทำผิดศีลธรรมข้อใดข้อหนึ่ง ก็รู้อยู่แก่ใจว่าผิดศีล จะทำให้ไม่สบายใจ แม้แต่ฆ่ามดตัวเดียว  ทำให้ไม่สบายใจ หากทำแล้วสบายใจ นั่นแหละ สวรรค์ หากทำแล้วไม่สบายใจ นั่นแหละ นรก เหมือนกับคำที่ว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ 

พระครูสิริ ธรรมโส เจ้าอาวาสวัดป่านาล้อมและเจ้าคณะตำบลอำนาจ เทศนาให้ญาติโยมตั้งสติว่า อันการสดับฟังธรรมเทศนานี้ ทุกท่านทุกคนก็เคยได้สดับมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น ตลอดการประพฤติปฏิบัติมานานแล้ว บางท่าน บางคน ประพฤติปฏิบัติใหม่ๆ แต่ก็ไม่พ้นจากทุกข์ในวัฏสงสารได้สักที ทั้งนี้ เป็นเพราะอะไร เพราะการฟังเป็นเพียงการฟัง สักว่าตามโวหารอรรถาธิบายที่ท่านยกขึ้นมาแสดงให้ฟังเท่านั้น ไม่ได้ตรวจค้นเหตุผลแห่งความจริงอันมีอยู่ ที่กาย ที่วาจา ทีจิต ให้เห็นจริงแจ้งประจักษ์ และชำระจิตให้หลุดพ้นพิเศษจากกิเลสหรืออาสวะเสียเมื่อไร ก็ไม่พ้นจากความทุกข์ วัฏสงสารเมื่อนั้น ครั้งเมื่อพวกเราท่านทั้งหลาย ไม่พ้นจากทุกข์ ภัยในวัฏสงสาร เช่นนี้ ก็จะถือว่าตนเป็นผู้รู้แล้ว เห็นแล้ว เข้าใจแล้วในคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าทุกประการ ไม่ได้เป็นอันชาด เพราะความยึดถือและสำคัญ มั่นหมายไปตามความรู้ความเห็น อันนี้เองเรียกว่า อุปาทานขันธ์ จัดว่าเป็นอุปสรรคความขัดข้องแก่ทางมรรค ทางผล ทางสวรรค์ นฤพานยิ่งนัก 

เพราะฉะนั้น จงตั้งตน ตั้งตัวตั้งกายตั้งจิตให้ดี เมื่อมีกังวลอันเนื่องมาแต่กาลก่อน หรือกังวลอันจะบังเกิดมีขึ้น ในอนาคตเบื้องหน้าก็ดี พึงตั้งสติกระทำความกังวลทั้งปวงนั้นให้เป็นที่ตั้งของสติ ยกจิตขึ้นตั้งไว้เหนือความกังวลทั้งปวง แล้วตั้งสติความรู้เท่าจิตและความกังวลทั้งปวงนั้นอยู่จนความกังวลเหล่านั้นสงบระงับไป จึงให้กำลังของสติและความรู้พิเศษว่าจิตทำความรู้สงบเท่าจิตของตนอยู่จนกว่าจิตของตนจะใสบริสุทธิ์ แจ้งประจักษ์อยู่กับจิต จึงเอาดวงจิตที่ใสบริสุทธิ์นี้เองขึ้นตั้งไว้เฉพาะหน้า ให้เป็นภาชนะทองคำสำหรับที่รองรับเอาซึ่ง อมฤตยรสวารี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พักผ่อนสุดชิว! เผยภาพอัพเดท’มหาเศรษฐีรัสเซีย’ ล่องเรือซุปเปอร์ยอร์ชหรู เที่ยวรอบเกาะสมุย

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671718

พักผ่อนสุดชิว! เผยภาพอัพเดท'มหาเศรษฐีรัสเซีย' ล่องเรือซุปเปอร์ยอร์ชหรู เที่ยวรอบเกาะสมุย

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.07 น.

7 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณอาวบ้านบางปอ ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรือซุปเปอร์ยอร์ชหรูชื่อคลาวด์เบรค “Cloud break ” ของนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ ( Mr.Alexander Alexandrovich Svetakov) มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ได้ล่องเรือท่องเที่ยวพักผ่อนทะเลรอบเกาะสมุย 

โดยได้ล่องเรือยอร์ชหรู่มูลค่า 3,900 ล้านบาท เพื่อสัมผัสธรรมชาติบริเวณอ่าวบ้านใต้ ตำบลแม่น้ำ อ่าวบางขาม ตำบลอ่างทอง ของอำเภอเกาะสมุย ทำให้เป็นที่สนใจแก่ชาวเกาะสมุยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำดังกล่าวมีขนาดที่ใหญ่ 

นอกจากนี้เรือซุปเปอร์ยอร์ชยังได้ไปท่องเที่ยวยังเกาะพะงัน เกาะเต่า โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคได้บรรทุกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมาด้วย โดยบางช่วงได้นำเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขึ้นบินชมทิวทัศน์รอบหมู่เกาในทะเลอ่าวไทยด้วย โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำนี้ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

สำหรับเรือซุปเปอร์ยอร์ชหรูลำนี้ ชื่อคลาวด์เบรค “Cloud break ” เป็นเรือซูเปอร์ยอทช์ที่โดดเด่นที่สุดลำหนึ่ง ต่อโดยอู่ต่อเรือเมืองเบรเมิน ประเทศเยอรมนี ตัวเรือมีขนาด 2,293 ตัน มีความยาว 235 ฟุต หรือ 72 เมตร ความเร็วสูงสุด 15 น็อต (17 ไมล์ต่อชั่วโมง) ภายในเรือตกแต่งอย่างสุดหรูมีห้องนอน 6 ห้องรองรับแขกได้ 12 คน รวมห้องมาสเตอร์สวีท ห้องโดยสารคู่ 3 ห้อง และห้องโดยสารเตียงแฝด 2 ห้อง พร้อมพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับลูกเรือ 22 คน ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง โดยมีเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อเบลล์ รุ่น 429 ส่วนตัวของนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ จอดประจำการถาวรอยู่บนดาดฟ้าเรือ

ส่วนเจ้าของเรือลำนี้ชื่อนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ ( Mr.Alexander Alexandrovich Svetakov) อายุ 54 ปี สัญชาติรัสเซีย เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ประธานกลุ่ม แอบโซรูท (Absolut) ผู้ก่อตั้ง แอบโซรูท อินเวสท์เม้นท์ กรุ๊ป (Absolut Investment Group) และแอบโซรูท แบงค์ (Absolut Bank) ซึ่งเป็นนายธนาคารใหญ่ในเมืองฟาลมัลท์ (Falmouth) ชายฝั่งทางใต้ของคอร์นวอลล์ (Cornwall) สหราชอาณาจักรอังกฤษ เจ้าของเรือซุปเปอร์ยอร์ชสุดหรูชื่อคลาวด์เบรค ( Cloudbreak ) สัญชาติสหราชอาณาจักร เรือลำนี้มีมูลค่ามูลค่า 90 ล้านปอนด์หรือ 3,900 ล้านบาท

นอกจากเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุยแล้ว ยังมีเรือซุปเปอร์ยอร์ชเข้ามาท่องเที่ยวอีกโดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีเรือยอร์ชชื่อแบล็คเพิร์ล “BLACK PEARL ” สัญชาติสัญชาติสหราชอาณาจักร ตัวเรือมีขนาด 4 ชั้น ความยาว 31.5 เมตร มีลูกเรือ 3 คน เดินทางมาจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ขออนุญาตเข้าราชอาณาจักรไทยโดยเดินทางมายังเกาะสมุย 

โดยเจ้าของเรือเป็นนักธุรกิจชาวยุโรป เดินทางตามมาภายหลังเข้าร่วมแข่งขันเรือใบสมุยรีกัตตา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และแข่งขันเสร็จได้เดินทางนำเรือออกราชอาณาจักรไทยแล้ว นับเป็นเรือยอร์ชลำที่ 3 ที่เข้ามาท่องเที่ยวหลังจากมีมาตรการเปิดประเทศ โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำแรกเป็นของนายโจ ลูวิส (Jo Lewis) นักธุรกิจชาวอังกฤษ เจ้าของทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ทีมฟุตบอลชั้นนำพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้นำเรือยอร์ชเข้ามาเกาะสมุยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชายผ้าถุงแม่’ ตชด.พกติดตัวยามลาดตระเวน แคล้วคลาดปลอดภัย พุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671714

'ชายผ้าถุงแม่' ตชด.พกติดตัวยามลาดตระเวน แคล้วคลาดปลอดภัย พุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.10 น.

7 สิงหาคม 2565 โลกออนไลน์เพจเฟสบุ๊ค วิถี ตชด. ได้แชร์ภาพและข้อความเกี่ยวกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ของเหล่าผู้กล้า ตชด. เมื่อยามเดินเท้าลาดตระเวนในป่า คือชายถุงผ้าของแม่ ที่ฉีกแล้วนำมามัดติดไว้กับตัว เชื่อว่าทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายใดๆทั้งปวง

โดยเพจเฟสบุ๊ค วิถี ตชด. โพตส์ข้อความระบุว่า

“เกราะที่ดีที่สุดในโลก” #ชายผ้าถุงแม่ เครื่องรางของขลัง พุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

เชื่อกันว่า “ผ้าถุง” ของแม่สามารถแก้อาถรรพ์คุณไสยได้อย่างชะงัก โดยในสมัยโบราณผู้ชายจะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารนักรบ วัตถุมงคลที่ใช้เรียกขวัญและกำลังใจ ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ก็คือ “ชายผ้าถุงแม่” ที่ฉีกไปมัดแขน หรือพกติดตัว

ส่วนในยุคปัจจุบันถึงแม้คนส่วนใหญ่จะไม่เชื่อเรื่องคุณไสย แต่ก็ยังมีคนส่วนหนึ่งที่เชื่อว่ามีจริง อย่างผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว ทิ้งลูกทิ้งเมียไปหลงเมียน้อย เราก็คงเคยเห็นและเคยได้ยินว่าผู้ชายคนนั้นโดนของ โดนคุณไสย ซึ่งจะโดนหรือไม่นั้น เราไม่อาจจะตอบได้ แต่การแก้อาถรรพ์นั้นคนโบราณนิยมใช้ “ผ้าถุงแม่” ให้ผู้ชายคนนั้นลอด เพื่อถอนอาถรรพ์ แก้คุณไสยที่อาจจะโดนกระทำมา

วิธีลอด “ผ้าถุงแม่” ก็เพียงให้ชายคนนั้นถอดพระที่ห้อยคอไว้ออกก่อน แล้วสวมผ้าถุงแม่จากด้านบนศีรษะ แล้วถอดออกทางปลายเท้า วิธีการนี้เท่าที่เห็นมาจากประสบการณ์ สามารถแก้ไขได้อย่างดี ในยุคปัจจุบันคุณแม่อาจจะไม่ได้นุ่ง “ผ้าถุง” กันแล้ว ยังสามารถแก้ได้ด้วยการนำน้ำจากชายกางเกงแม่มาหยดในน้ำดื่มให้ลูกชายของแม่ที่หลงเมียน้อยได้ดื่มกิน เชื่อว่าสามารถแก้อาถรรพ์ได้เช่นกัน

วิธีการแก้อาถรรพ์นี้ หากจะแนะนำใคร เพื่อไม่ให้เจ้ากรรมนายเวรก็ดี หรืออาถรรพ์นั้นก็ดีย้อนมาสู่ตัวเรา แนะนำให้ท่านนำบทความนี้ไปให้ผู้หญิงที่สามีหลงเมียน้อยอ่านด้วยตัวเอง เขาจะเชื่อและทำตามหรือไม่ก็สุดแท้แก่ตัวเขาเอง…

เห็นไหมว่า…ความเชื่อคนสมัยโบราณก็ยังมุ่งมั่นถึงพระคุณแม่อันยิ่งใหญ่ ที่ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร แค่ได้พก “ชายผ้าถุงแม่” ออกศึกก็แคล้วคลาด หรือ “ลอดผ้าถุงแม่” เพื่อแก้ไขสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากตัวลูก ซึ่งล้วนแล้วแต่สอดแทรกคำสอนให้ลูกมี “ความกตัญญูกตเวที” ต่อบิดา-มารดาทั้งสิ้น

เหนือสิ่งอื่นใดคือ “การรู้คุณบิดามารดา” ส่วนประกอบอื่นๆ ที่แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็น “บทสวด” หรือวิธีใช้ “ผ้าถุงแม่” ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายก็อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคนครับ…#วิถีตชด. #ขอบคุณบทความดีๆ จากเพจ หุ่นพยนต์ สายเทพ

ขอบคุณเพจ : วิถี ตชด. /เพจ หุ่นพยนต์ สายเทพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจออีกแล้ว! ‘ถนนโลกพระจันทร์’เมืองอุบลฯ ชาวบ้านงงมาก ซ่อมยังไงก็พังเหมือนเดิม

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671709

เจออีกแล้ว! 'ถนนโลกพระจันทร์'เมืองอุบลฯ ชาวบ้านงงมาก ซ่อมยังไงก็พังเหมือนเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

7 สิงหาคม 2565 ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ร้องเรียนมาว่า ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนลาดยาง ระหว่างบ้านนาดูนน้อยกับบ้านหนองเค็ง  ระยะทางประมาณ 3  กิโลเมตร ผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อมานานหลายปี 

ชาวบ้านบอกว่า ซ่อมแล้วซ่อมอีกก็ยังพังเหมือนเดิม เพราะสร้างไม่ได้มาตรฐาน อุบัติเหตุก็เกิดบ่อยครั้ง มีผู้บาดเจ็บล้มตายมาแล้วหลายราย ชาวบ้านผู้สัญจรผ่านไปมาเดือดร้อนอย่างหนัก ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นจริงตามที่ชาวบ้านแจ้งมา

ชาวบ้านจึงร้องเรียนผู้สื่อข่าวผ่านไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ออกมาปรับปรุงแก้ไขให้ด้วย เพราะชาวบ้านผู้ใช้รถใช้ถนนเขาเดือดร้อนจริงๆ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ฉัตรไชย ภู่อารีย์’ สังคมไทย‘รถร้อน’ยังจำเป็น

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671629

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ฉัตรไชย ภู่อารีย์’  สังคมไทย‘รถร้อน’ยังจำเป็น

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.47 น.

“วันใดขาดฉันเธอจะรู้สึก” ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันวลีนี้จะถูกนำมาใช้กับ “รถเมล์ร้อน” เนื่องจากหากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เสียงสะท้อนจากประชาชนผู้ใช้บริการรถประจำทางในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ต้องการให้เปลี่ยนเป็นรถปรับอากาศทั้งหมด ด้วยเห็นว่าเมืองไทยเป็นประเทศอากาศร้อนบ้าง หรือเห็นตัวรถมีสภาพเก่าทรุดโทรมบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป “แผนปฏิรูปรถเมล์” โดยภาครัฐเริ่มดำเนินการ ซึ่งสาระสำคัญประการหนึ่งคือการทยอยเปลี่ยนรถร้อนเป็นรถปรับอากาศ กลับมีเสียงเรียกร้องคิดถึงรถร้อน ไม่อยากให้หายไปเสียอย่างนั้น

ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป “คนไทยเจ็บหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจ” ตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 ตามด้วยสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ช่วงต้นปี 2565 และจากทั้ง 2 สถานการณ์ที่มาบรรจบกัน “ยุคข้าวยากหมากแพง (แต่ค่าแรงไม่ขึ้น)” จึงเป็นสิ่งที่คนไทยต้องแบกรับ ดังนั้นหากยังมีรถเมล์ร้อนที่ราคาค่าโดยสารถูกและราคาเดียวตลอดสายให้บริการ เช่น รถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ 8 บาท และรถเอกชน ที่ 10 บาท ย่อมเป็นทางเลือกโดยเฉพาะกับคนรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ

ในช่วงหยุดยาวปลายเดือน ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ฉัตรไชย ภู่อารีย์ นักวิชาการอิสระด้านการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการรถโดยสาร หมวด 4 เอกชน กรุงเทพฯ (รถสองแถว) จัดบรรยาย (ออนไลน์) ผ่านทางเฟซบุ๊คส่วนตัว หัวข้อ “รถเมล์ร้อนมีความจำเป็นกับประชาชนอย่างไร และรถเมล์ร้อนแทนที่ด้วยรถเมล์แอร์ได้หรือไม่” โดยก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่องรถร้อนและรถปรับอากาศ ได้เน้นย้ำ “ความสำคัญของ ขสมก.” ดังนี้

1.เป็นสวัสดิการของรัฐให้แก่ประชาชน ขสมก. นั้นมีสถานะเป็น “รัฐวิสาหกิจ” ดังนั้นทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจึงจัดงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน (เช่น รายได้และสวัสดิการของพนักงาน,การจัดหาและซ่อมบำรุงรถ) และพนักงาน ขสมก. ก็มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ “ขสมก. จึงมีบทบาทเป็นผู้ให้บริการคนทุกคนไม่ว่ารวยหรือจน และไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ” นั่นทำให้ค่าโดยสารของรถ ขสมก. มีราคาถูก

2.จัดเดินรถในเส้นทางเชิงสังคม เส้นทางเดินรถมี 2 ลักษณะ คือ 2.1 เส้นทางเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการเล็งเห็นว่าเป็นเส้นทางที่คนใช้บริการมาก เดินรถแล้วมีกำไร ซึ่งเส้นทางเหล่านี้มักกระจุกอยู่ในเขตเมืองหรือย่านที่มีประชากรหนาแน่น กับ 2.2 เส้นทางเชิงสังคม มักเป็นย่านชานเมืองที่เชื่อมต่อกับจังหวัดปริมณฑล ซึ่งในยุคแรกที่เกิดเส้นทางขึ้นยังเป็นพื้นที่ทางการเกษตรโดยมีบ้านเรือนอยู่ประปราย จึงมีผู้โดยสารน้อย เส้นทางประเภทนี้ภาคเอกชนมักไม่อยากเดินรถเพราะไม่ได้กำไร แต่ ขสมก. มีหน้าที่ต้องเดินรถเพื่อบริการประชาชนแม้จะขาดทุนก็ตาม

3.เป็นหน่วยสนับสนุนภารกิจและนโยบายของรัฐ เช่น ประชาชนจากต่างจังหวัดซึ่งได้รับความเดือดร้อนต่างๆ นานา เดินทางเข้ามาชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา เมื่อการเจรจาระหว่างตัวแทนฝ่ายผู้ชุมนุมกับตัวแทนฝ่ายรัฐได้ข้อยุติ หลายครั้ง ขสมก. ยังทำหน้าที่พาประชาชนที่มาร่วมประท้วงกลับไปส่งยังจังหวัดภูมิลำเนาด้วย ซึ่งหากขอความร่วมมือภาคเอกชนอย่างไรเสียก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

และ 4.ถ่วงดุลระบบรถโดยสารระหว่างรัฐกับเอกชน เช่น เมื่อภาคเอกชนประท้วงด้วยการหยุดเดินรถเพื่อเรียกร้องขอปรับขึ้นค่าโดยสาร ขสมก.ก็จะมีบทบาทในการเดินรถเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน ซึ่งหน้าที่นี้หน่วยงานอื่นๆ ของรัฐก็ไม่สามารถทำแทนได้เพราะไม่ชำนาญเส้นทางมากเท่ากับ ขสมก. โดยเฉพาะเส้นทางที่เป็นถนนสายรองหรือตรอกซอกซอย ขณะเดียวกัน การดำรงอยู่ของ ขสมก. ยังทำให้ราคาค่าโดยสารในภาพรวมไม่เพิ่มสูงมากนักเมื่อเทียบกับการปล่อยให้มีแต่ภาคเอกชนเดินรถทั้งหมด

“มติ ครม. ปี 2526 กำหนดให้ทุกเส้นทางเดินรถในกรุงเทพฯ เป็นของ ขสมก. มันมีทั้งเส้นทางเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมที่เกิดขึ้น เส้นทางเชิงสังคมแม้ว่าจะขาดทุน ขสมก. ก็ต้องวิ่งรถ ถ้าเป็นเอกชน วิ่งวันเดียว 5 วัน 7 วัน หรือเต็มที่ไม่เกิน 15 วันก็เลิกแล้ว แต่ ขสมก. วิ่งอยู่เป็นปี ลองคิดดูว่าวันหนึ่งขาดทุนเท่าไร ไม่ต้องคิดแบบมีกำไรนะ เป็นค่าเงินเดือนคนขับ-กระเป๋ารถ ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าบริหารจัดการ หารเป็นวันเท่าไร เบ็ดเสร็จนั่นเป็นเรื่องที่ ขสมก. ขาดทุน

แต่การขาดทุนของ ขสมก. แบบนี้ เขาไปวิ่งรถให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่อยู่ที่พื้นที่รอบนอกหรือพื้นที่ที่มีคนอยู่น้อยและไม่มีเอกชนเข้าไปวิ่ง แต่ ขสมก. ไปวิ่ง ถามว่าการที่ ขสมก. ไปวิ่งรถได้ประโยชน์กับประชาชนตรงนั้นหรือเปล่า ถ้าประชาชนตรงนั้นได้ประโยชน์ ได้เดินทาง ได้จ่ายค่ารถในราคาที่ไม่แพงเกินไป เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าการขาดทุนของ ขสมก. ที่สะสมมา เป็นการขาดทุนที่มีคุณค่า มีความหมายและมีกำไร”ฉัตรไชย กล่าว

ประเด็นต่อมา “สวัสดิการผู้สูงวัย (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ซึ่งจะจ่ายค่าโดยสารครึ่งหนึ่งของราคาปกติ” เช่น ในกรณีรถเมล์ ขสมก. หากเป็นรถร้อน 8 บาทตลอดสาย ผู้สูงอายุจะจ่ายเพียง 4 บาท ส่วนรถเมล์เอกชน รถร้อน 10 บาทตลอดสาย ผู้สูงอายุจะจ่ายเพียง 5 บาท ฉัตรไชย เล่าว่า เคยลองขึ้นรถเอกชนแล้วขอใช้สวัสดิการผู้สูงอายุ ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธโดยบอกว่าใช้ได้เฉพาะรถขสมก. เท่านั้น ผู้สูงอายุจึงต้องจ่ายค่าโดยสารรถเอกชนเต็มราคา ดังนั้น หากมีแต่รถปรับอากาศที่คิดค่าโดยสารแพงกว่าและคิดตามระยะทาง ก็น่าห่วงว่าจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุมากเท่าใด

ทั้งนี้ “รถปรับอากาศไม่สามารถแทนที่รถร้อนได้” ด้วยหลายสาเหตุ 1.รถเมล์ร้อนถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน..ส่วนรถปรับอากาศคือทางเลือก เพราะต้นทุนการเดินรถของรถปรับอากาศสูงกว่ารถร้อน อัตราค่าโดยสารจึงต้องสูงกว่าด้วย ซึ่ง“ในบริบทสังคมไทยที่มีความเหลื่อมล้ำสูงด้านรายได้ จำนวนคนระดับล่างและกลางค่อนล่างยังมีอยู่มาก” รถร้อนที่ค่าโดยสารถูกกว่ารถปรับอากาศจึงยังจำเป็นต้องมี

2.รถเมล์ร้อนช่วยถ่วงดุลรถปรับอากาศ เนื่องจากรถร้อนคิดค่าโดยสารอัตราเดียวตลอดสาย (ขสมก. 8 บาท เอกชน 10 บาท) ในขณะที่รถปรับอากาศคิดค่าโดยสารเพิ่มตามระยะทาง การมีอยู่ของรถร้อนจะทำให้รถปรับอากาศไม่ขึ้นราคาสูงจนเกินไป3.ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ในระบบสวัสดิการนั้นรถร้อนถูกกว่ารถปรับอากาศ เห็นได้จากการเดินรถของ ขสมก. ในเส้นทางเชิงสังคม ตามหน้าที่ที่ต้องบริการประชาชน ขสมก. จะใช้เฉพาะรถร้อน ไม่ได้นำรถปรับอากาศไปวิ่งเหมือนการเดินรถในเส้นทางเชิงพาณิชย์

และ 4.รถร้อนทำให้คนเข้าถึงบริการได้มากกว่ารถปรับอากาศ เช่น หลังเลิกงานต้องซื้ออาหารเข้าบ้าน หากเป็นอาหารที่มีกลิ่นแรงจะไม่สามารถใช้บริการรถปรับอากาศได้ แม้กระทั่งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่ทำให้ไม่มีเงิน ณ เวลานั้น (อาทิ ลืมกระเป๋าเงิน ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋า) แล้วไปขอความช่วยเหลือเพราะต้องการเดินทาง ก็เป็นที่ทราบกันว่าพนักงานประจำรถร้อน ไม่ว่า ขสมก. หรือเอกชนมีแนวโน้มจะอนุญาตให้โดยสารมากกว่ารถปรับอากาศ

“รถร้อนคือรถที่มีความจำเป็นพื้นฐานสำหรับการเดินทาง ในขณะที่รถแอร์คือรถทางเลือก” ฉัตรไชย กล่าวย้ำ

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กทม.’ผนึกกำลัง‘บพท.-พอช.’ นำร่อง3เขตแก้ปัญหาคนจนเมือง

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671638

‘กทม.’ผนึกกำลัง‘บพท.-พอช.’  นำร่อง3เขตแก้ปัญหาคนจนเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เปิดเผยว่า บพท.สามารถบรรลุความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่กรุงเทพมหานครแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ด้วยองค์ความรู้ที่ บพท.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างได้ผลมาแล้วใน 20 จังหวัด

ซึ่งโครงการความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะนำร่องใน 3 เขต คือ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระโขนง และเขตคันนายาว โดยมีดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยชุมชนเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ และมีชุดความรู้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำใน 20 จังหวัดเป็นแม่แบบ

ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ หัวหน้าโครงการการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การคัดเลือกพื้นที่ 3 เขตนำร่อง ในการแก้ปัญหาความยากจนในกรุงเทพมหานคร อาศัยบทเรียนการทำงานแก้จนของ บพท.ใน 20 จังหวัดเป็นแนวทางดำเนินการ โดยคณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบการแก้ปัญหาความยากจนในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ขณะที่คณาจารย์สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังจะรับผิดชอบในเขตพระโขนง และ พอช.จะรับผิดชอบในเขตคันนายาวโดยการดำเนินโครงการแก้ไขความยากจนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 นี้เป็นต้นไป โดยจะใช้ฐานข้อมูลคนจนจากข้อมูลสำมะโนประชากรของฝ่ายพัฒนาชุมชน สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก เพื่อวางแผนปูพรมเก็บข้อมูลคนจนอย่างละเอียดให้ได้ไม่น้อยกว่า 19,000 ครัวเรือนครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 เขต

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในยุคนี้มีความตั้งใจ และจริงจังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาคนจนเมือง ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกดีใจมากที่ได้สนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาคนจนเมืองร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งนี้ กระบวนการแก้ปัญหาคนจนที่ควรจะเป็นต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูลก่อน แล้วนำไปวิเคราะห์และออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยพยายามทำให้คนจนมีบ้าน แล้วหาหนทางช่วยเขาเข้าหาแหล่งเงินทุนได้ และช่วยพัฒนาให้เขามีอาชีพที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ บพท.ได้มีประสบการณ์อยู่แล้ว

นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่ายในการเดินหน้าแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่กรุงเทพมหานครไปด้วยกัน และยินดีที่จะรับเอาชุดความรู้ในการแก้ปัญหาความยากจนไปสานต่อ ซึ่งตนเชื่อเสมอว่า ไม่มีจุดมุ่งหมายใดที่ไหนที่ไม่สามารถทำได้ โดยความพยายามของเรา ซึ่งตนยังใช้คำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า แม้ไม่เห็นฝั่งเราก็จะว่ายไปท่ามกลางมหาสมุทร โภคะทั้งหลายไม่เสร็จเพราะเพียงคิดเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะทำโภคะให้สำเร็จเราต้องทำวันนี้

โดยเริ่มจุดที่สำคัญที่จะเดินต่อไป หาความแม่นยำหากระบวนการที่จะทำให้งานนี้เดินต่อไปได้ ซึ่ง กทม. ต้องขอบคุณสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) ที่ส่งตัวแทนมาร่วม มีตัวแทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตัวแทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้ตัวแทนจากทุกภาคส่วนแล้วต้องขอบคุณ บพท.และ พอช.ที่มาร่วมกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘มศว-ราชภัฏบุรีรัมย์’ ปลื้มปีติ คว้ารางวัล Platinum Award ‘มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2565’

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671648

สกู๊ปพิเศษ : ‘มศว-ราชภัฏบุรีรัมย์’ ปลื้มปีติ  คว้ารางวัล Platinum Award  ‘มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2565’

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จบลงไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม สำหรับงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ณ ชั้น 22-23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ซึ่งปีนี้มีผลงานวิจัยเข้าร่วมกว่า 700 ผลงาน และมีเวทีเสวนากว่า 150 เรื่อง

และปีนี้นับเป็นเกียรติประวัติต่อองค์กร หน่วยงานเครือข่ายวิจัย และนักวิจัยไทย ที่ได้รับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัล Platinum Award

โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัล Thailand Research Expo 2022 Award และมอบโล่แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานที่นำผลงานเข้าร่วมนำเสนอในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022) ซึ่งในพิธีปิดงานมหกรรมดังกล่าว มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล และได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถ้วยรางวัลจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถ้วยรางวัลจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถ้วยรางวัลจาก ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไลปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และถ้วยรางวัลจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมเงินรางวัล และเกียรติบัตร

พิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีปิดงาน พร้อมมอบรางวัล Thailand Research Expo 2022 Award และมอบโล่แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานที่นำผลงานมาเข้าร่วมนำเสนอในงาน“มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)” ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ในปีนี้ วช. ได้พิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีกระบวนการนำเสนอที่มีความโดดเด่นในรูปแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงส่งต่องานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไปได้ โดยแบ่งผลงานออกเป็น 4 ประเภท และมีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ ดังนี้ 1. Platinum Award ผู้รับรางวัลได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 120,000 บาท และเกียรติบัตร จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผลงาน “นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยเพื่อสุขภาพและเป็นอาหารฟังก์ชัน” และ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ผลงาน “การจัดการทุนทางวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากพื้นที่เส้นทางการค้าโบราณ จังหวัดบุรีรัมย์ ”

2. Gold Award ผู้รับรางวัลได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 70,000 บาท และเกียรติบัตร จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผลงาน “ระบบ Vajira Telemedicine โดย application Vajira@Home”, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลงาน “การสร้างมูลค่าเพิ่มบัวฉลองขวัญ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจไทย”, สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ผลงาน “ห้องแยกโรคความดันลบ” และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผลงาน “เทคโนโลยีวัสดุแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ และการกักเก็บพลังงาน”

3. Silver Award ผู้รับรางวัลได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 50,000 บาท และเกียรติบัตร จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผลงาน “มหัศจรรย์ “ป่าประ” เขาหลวง นครศรีธรรมราช”, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลงาน “ระบบเซลล์เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แบบเคลื่อนที่จากแอลกอฮอล์”, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผลงาน “เครื่องป้อนสายพร้อมสารหล่อลื่นอัตโนมัติ (Cable Pusher with Auto Lubricant)”, มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงาน “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์บนฐาน ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน”, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลงาน “การพัฒนารูปแบบโรงเรียน เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community :
SLC) ในการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning เพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรุ่นใหม่” และโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ผลงาน “การวิเคราะห์ ผลกระทบของ COVID-19 ต่อระบบสาธารณสุขเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการปรับตัวของระบบบริการต่อการระบาด และความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย”

4. Bronze Award จำนวน 8 รางวัล ผู้รับรางวัลได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท และเกียรติบัตร จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผลงาน “Martech platformCoffee & amp; Tourism”, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผลงาน “สารดับเพลิงประเภทผงเคมีแห้งสูตรเร่งประสิทธิภาพ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร” และ “นวัตกรรมการผลิตสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่จากเซลล์ว่านเพชรหึง (ไฟโตไทเกอร์เซลล์)”, มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงาน “ไข่ผงจากพืชไร้สารก่อภูมิแพ้”, และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผลงาน “การพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกร และผู้ประกอบการกาแฟอาราบิก้าในชุมชนจังหวัดเชียงรายตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

และรับถ้วยรางวัลจากผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท และเกียรติบัตร จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผลงาน “โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยี มาสนับสนุนการให้บริการพลังงาน (ERC Sandbox) หรือ Energy Regulatory Commission Sandbox”, สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ผลงาน “โครงการเพิ่มการใช้มาตรการ พิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ระยะที่ 3”, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ผลงาน “ภูมิปัญญา ภูมิสารสนเทศและการบริหาร จัดการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า”, กรมปศุสัตว์ ผลงาน “การรักษาโรคลัมปีสกินด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันระบบ แลคโตเพอร์ออกซิเดส”

และ 5. รางวัลชมเชย เงินรางวัล รางวัลละ 10,000 บาท และเกียรติบัตร จำนวน 15 รางวัล ได้แก่ สถาบันพระบรมราชชนกผลงาน “การแปรรูปแป้งจากส่วนเหลือทิ้งทางการเกษตร ของกล้วยหินปริมาณแป้งที่ทนต่อการย่อยด้วยเอนไซม์ และคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ”, มหาวิทยาลัยพะเยา ผลงาน “การผลิตโคเนื้อคุณภาพเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร จังหวัดพะเยา”, กรมสุขภาพจิต ผลงาน “การเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนในสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019”, มหาวิทยาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ ผลงาน “ศูนย์เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (NationalInfrastructure Engineering Expertise Center)”, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผลงาน “การพัฒนาเครื่องจักรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน”

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผลงาน “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟบนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนาเพื่อเชื่อมโยงผลงานการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม”, มหาวิทยาลัยทักษิณ ผลงาน “การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง”, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผลงาน “โครงการศึกษาพัฒนารูปแบบยาเตรียมตำรับยาแผนไทย จำนวน 16 ตำรับที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม”, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผลงาน “โรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี่ทางชีวภาพ เพื่อการต่อยอดสำหรับอุตสาหกรรม BCG”, มหาวิทยาลัยบูรพา ผลงาน “KIN-YOO-DEE Platform for Holistic Continuity Healthcare and Medical Al Services”

กรมทางหลวง ผลงาน “การศึกษาเทคโนโลยีตรวจวัด ติดตาม เตือนภัย และบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติดินสไลด์ในโครงข่ายทางหลวง”, กรมป่าไม้ ผลงาน “โมเดลการฟื้นฟูป่า มิติสู่ความยั่งยืน”, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผลงาน “สารชีวภัณฑ์ วว. ยกระดับผลิตผลการเกษตร พัฒนาเชิงพื้นที่ด้วย วทน.”, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาผลงาน “การพัฒนาเกมบนโมบายแอปพลิเคชันสำหรับการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและการสื่อสารในเด็กออทิสติก” และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ผลงาน “นวัตกรรมการจัดการความรู้ภูมิปัญญาไหมถิ่นไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก”

ทั้งนี้ การจัดงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่หน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทุกหน่วยงาน และเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยหน่วยงานวิจัย (RUN) รวมถึงหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันเผยแพร่องค์ความรู้และส่งต่อผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศไทยในมิติต่างๆ

โดยทาง วช. เชื่อมั่นว่าพลังแห่งการขับเคลื่อนผลงานวิจัยด้วยกลไกการเผยแพร่และขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากการวิจัย โดยการนำเสนอผลงานวิจัยระดับประเทศ มีส่วนผลักดันให้เกิดการขยายผลองค์ความรู้ต่อยอดงานวิจัย เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้ต่อไปในอนาคต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านแตกตื่น ปรากฏการณ์พิธีวางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์วัดเมืองคอน งานนี้คอหวยไม่พลาด

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671679

ชาวบ้านแตกตื่น ปรากฏการณ์พิธีวางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์วัดเมืองคอน งานนี้คอหวยไม่พลาด

วันเสาร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 21.58 น.

ชาวบ้านแตกตื่นปรากฏการณ์พิธีวางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์วัด ทำฟ้ามืดฝนตกสลับฟ้าเปิด ขณะที่คอหวยส่องเลขแท่นศิลาฤกษ์

วันที่ 6 ส.ค.65 ที่วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มีการประกอบพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลระดมทุนสร้างอุโบสถ และงานพิธีเทวา พุทธาภิเษกวัตถุมงคลท้าวเวสสุวรรณ รุ่นบันดาลโชค โภคทรัพย์ มีพระเอกคู่แฝดใจบุญเมืองไทย “ ดร.บิณฑ์ – เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างอุโบสถ์ พร้อมด้วยดารา นักแสดงและชาวพุทธ ร่วมประกอบพิธีนับหมื่นคน มีพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคใต้หลายสิบรูปร่วมประกอบพิธี ท่ามกลางมาตรการฯ ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19

ทั้งนี้ พิธีการเริ่มตั้งแต่เวลา 09.19 น.โดยพราหมณ์เล็ก เขาเหมน พราหมณ์สายเขาอ้อชื่อดังของภาคใต้ พร้อมคณะประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา ฟ้าดิน บริเวณสถานที่ก่อสร้างโบสถ์ มีชาวบ้านนับหมื่นคนร่วมประกอบพิธีจนแล้วเสร็จ จากนั้นมีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ บริเวณฐานโบสถ์ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งก่อนประกอบพิธีชาวบ้านที่เข้าร่วมต่างนำเงินเหรียญ ธนบัตร และสร้อยทองคำ โปรยลงบนฐานวางแท่นศิลาฤกษ์ เพื่อความสิริมงคล ตามความเชื่อ จากนั้นพราหมณ์เล็กเขาเหมน ประกอบพิธี แล้วพระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ โปรยดอกไม้ ตามลำดับ ก่อนจะนำแท่นศิลาฤกษ์วางลงบนฐาน

อย่างไรก็ตามการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์ สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนเริ่มประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ท้องฟ้าเหนือวัดเขาพระทอง โปร่งใส แสงอาทิตย์สาดส่อง แต่เมื่อเริ่มประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ ปรากฏว่าเมฆบนท้องฟ้าเหนือวัด เริ่มจับตัวเป็นเมฆฝน ไม่นานเท่าไร ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักสลับโปรยปรายอยู่นานประมาณ 30 นาที

นอกจากนี้บางช่วงบางตอน พบว่ากลุ่มเมฆฝนบนท้องฟ้าเหนือสถานที่วางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์ เปิดช่องจนดวงอาทิตย์สาดส่องแสงผ่านก้อนเมฆลงมาบริเวณสถานที่ประกอบพิธี อยู่นานประมาณ 9 นาที ก่อนที่ดวงอาทิตย์ที่สาดส่องแสงลงมาจะถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนเช่นเดิม อย่างไนก็ตามชาวบ้านที่เข้าร่วมพิธีต่างแปลกใจ เพราะว่ากลุ่มเมฆฝนบนท้องฟ้าปกคลุมเฉพาะบริเวณวัดเขาพระทอง สถานที่ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เท่านั้น แต่บนถนนนครศรีฯ – พัทลุง ซึ่งเป็นทางเข้า ห่างจากวัดเขาพระทองประมาณ 200 เมตร กลับไม่มีเมฆฝน ไม่มีฝนตก จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพระบารมีสิ่งศักดิ์ภายในวัดเขาพระทอง ที่ดลบันดาลให้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนเริ่มประกอบพิธีวางศาลาฤกษ์สร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง บรรดาคอหวยไม่พลาดที่จะส่องเลขบนแท่นศิลาฤกษ์ ซึ่งเป็นเลขไทย จำนวนหลายชุด ประกอบด้วย 597 , 014 , 19 , 16 รวมทั้งส่องเลขวันเดือนปี และเลขเวลาที่ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง เพื่อนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 ส.ค.65 ซึ่งมีพ่อค้า แม่ค้าสลากฯ นำมาจำหน่ายถึงในวัด จนเลขที่เกี่ยวกับพิธีวางศิลาฤกษ์ถูกซื้อจนเกลี้ยง อย่างไรก็ตามบรรดาคอหวยก็ไม่พลาดที่กราบไหว้ ขอพร ขอโชค หลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปี ท้าวเวสสุวรรณ รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด เพื่อความสิริมงคล 

-001 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,135 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
AEROBIC PARTY กระแสตอบรับดี ถูกใจสายเฮลตี้ทุกเพศทุกวัย โชว์สเต็ปแอโรบิคแน่นลาน เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d