Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ด่านเบตงคึกคัก นทท.มาเลย์แห่เที่ยวช่วงวันหยุด เฝ้าระวังเข้มโรคฝีดาษวานร

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670018

ด่านเบตงคึกคัก นทท.มาเลย์แห่เที่ยวช่วงวันหยุด เฝ้าระวังเข้มโรคฝีดาษวานร

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.09 น.

ด่านพรมแดนเบตงคึกคัก วันหยุดยาว นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียพร้อมใจพากันมาเที่ยวประเทศไทยทำให้แหล่งท่องเที่ยวเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว สถานประกอบการร้านอาหารคึกคัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตงเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษวานร ระมัดระวังผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เน้นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นในทวีปแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก

วันที่ 30 ก.ค. 65 ที่ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลาวันหยุดนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย รวมถึงชาวไทย ที่ไปทำงานอยู่ในประเทศมาเลเซีย ต่างพากันเดินทาง เพื่อที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ส่วนตัว มาเป็นครอบครัว และเดินทางออกมาแบบกรุ๊ปทัวร์โดยรถบัส ทำให้บริเวณด่านฯกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงามานาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตงเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง ระมัดระวังผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเน้นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นในทวีปแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก

ในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ บรรยากาศการท่องเที่ยวในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวมาเลเซียต่างเดินทางมาสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอเบตงเป็นจำนวน มากโดยเฉพาะทะเลหมอกจาเราะกางา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่จุดชมทะเลหมอกอีกแห่งของอำเภอเบตง อยู่ห่างจากตัวเมืองเบตงประมาณ 4 กิโลเมตร จะได้สัมผัสทะเลหมอกยามเช้า เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก 2 แผ่นดิน (ไทย-มาเลเซีย)สามารถมองเห็นทะเลหมอกที่ปกคลุมทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย สามารถชมแสงแรกของวันพร้อมกับหมอกที่ปกคลุม สายหน่อยๆก็สามารถมองเห็นวิว อ.เบตง ทั้งเมืองด้วย

ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆคึกคักตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียโดยเฉพาะที่บริเวณหอนาฬิกาเมืองเบตง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเบตง ซึ่งเป็นตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นักท่องเที่ยวก็เข้าคิวกันถ่ายรูปเหมือนเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียไม่ได้เข้ามาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และในวันนี้ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ได้มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองเบตงอีกครั้งหนึ่ง ก็จำเป็นต้องถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกให้หายคิดถึงกับตู้ไปรษณีย์เบตง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อัญเชิญ’พระพุทธรูปทองคำ’หนัก 231 บาทของ’หลวงพ่อพุธ’กลับประดิษฐานวัดป่าสาลวัน

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670011

อัญเชิญ'พระพุทธรูปทองคำ'หนัก 231 บาทของ'หลวงพ่อพุธ'กลับประดิษฐานวัดป่าสาลวัน

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.50 น.

ชาวโคราชร่วมอัญเชิญ “พระพุทธรูปทองคำ” น้ำหนัก 231 บาทของ “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย” พระวิปัสสนาจารย์สายพระป่าชื่อดังเมืองย่าโมกลับไปประดิษฐานที่วัดป่าสาลวันเพื่อให้ ปชช.ได้สักการะ หลังศิษย์ใกล้ชิด ‘หลวงพ่อพุธ’ เก็บรักษามานานกว่า 29 ปีตามคำสั่งหลวงพ่อ ขณะที่คอหวยแหวกวงล้อม ตำรวจ อส.ที่รักษาความปลอดภัยส่องหาเลของค์พระทองคำคึกคัก

วันที่ 30 ก.ค.65 ที่ศาลาพิธีบริเวณลานอนุสาวรียท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยส่วนราชการ และประชาชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันประกอบพิธีแห่อัญเชิญพระพุทธรูปทองคำปางห้ามพยาธิ (อ่านว่าพะ-ยา-ทิ) ความสูง 20 นิ้ว หน้าตัก 5 นิ้ว น้ำหนักทอง 231 บาท น้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม ซึ่งจัดสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2536

โดยหลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน และพระวิปัสสนาจารย์สายพระป่าในประเทศไทยของจังหวัดนครราชสีมา ขึ้นขบวนรถแห่จากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีไปประดิษฐานยังวัดป่าสาลวันเพื่อนำไปเก็บรักษาและให้ประชาชนได้กราบสักการะบูชาตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ที่ได้ละสังขารไปเมื่อปี 2542 โดยได้มีการจัดขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูปทองคำอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมพิธีรำบวงสรวงจากสตรีโคราช แต่งชุดไทย ร่วมรำและร่วมในขบวนแห่กว่า 100 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา และ อส.กว่า 20 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดพิธี

ทั้งนี้ในขณะที่ตลอดพิธีตั้งแต่เริ่มขบวนแห่ได้มีประชาชนนักเสี่ยงโชค ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปทะเบียนรถแห่ที่ใช้เคลื่อนองค์พระพุทธรูปทองมายังวัดป่าสาลวัน รวมทั้งประชาชนยังได้พยายามแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส. ที่ยืนรักษาความปลอดภัยพระพุทธรูปทองคำ เพื่อถ่ายรูปส่องหาตัวเลขที่องค์พระอีกด้วย

ส่วนบรรยากาศการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลบริเวณภายในวัดป่าสาลวัน สถานที่จัดพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำมาประดิษฐานนั้น ประชาชนต่างให้ความสนใจหาซื้อตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปทองคำ ไม่ว่าจะเป็น 231 น้ำหนักทองคำ 35 น้ำหนักองค์พระ  681 ทะเบียน รถที่ใช้แห่องค์พระ รวมถึง 72 อายุของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ก่อนละสังขาร จนเกลี้ยงแผง

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า พระพุทธรูปทองคำองค์นี้เป็นพระพุทธรูปอยู่ในอริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ หรือหน้าอก ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้าเป็นกิริยาห้าม มีลักษณะคล้ายกันกับปางห้ามสมุทรหรือปางห้ามญาติ น้ำหนักทอง 231 บาท ซึ่งหลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน จัดสร้างขึ้นเป็นการภายในร่วมกับลูกศิษย์ใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้กราบสัการะบูชา ก่อนที่หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ละสังขารเมื่อปี 2542 และได้สั่งให้นายนิวัฒน์ ปราชญ์นิวัฒน์ ปัจจุบันอายุ 78 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้าอะไหล่เครื่องจักรกล ได้เก็บรักษาไว้ เพื่อความปลอดภัยตามคำสั่งของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย

จนระยะเวลาผ่านไปกว่า 29 ปีด้วยอายุที่มากขึ้นของนายนิวัฒน์ จึงได้ประสานมายังคณะสงฆ์และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อจะขอมอบองค์พระทองคำกลับมาประดิษฐานที่วัดป่าสาลวัน เพื่อให้ประชาชนได้กราบสัการะบูชาจึงได้มีการสร้างห้องกระจกนิรภัยขึ้นที่ศาลาการเปรียญ วัดป่าสาลวัน เพื่อเก็บรักษาและให้ประชาชนได้มองเห็นองค์พระพุทธรูปทองคำ เพื่อกราบสักการะบูชา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำใจยามวิกฤต! ชาวบ้านพร้อมใจควักค่าโดยสารเพิ่มให้ ‘รถคอกหมู’ สู้ยุคน้ำมันแพง

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670008

น้ำใจยามวิกฤต! ชาวบ้านพร้อมใจควักค่าโดยสารเพิ่มให้ 'รถคอกหมู' สู้ยุคน้ำมันแพง

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.56 น.

วันนี้ (30 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรถโดยสารคอกหมู หรือรถสองแถวไม้ เอกลักษณ์ของสุโขทัยที่มีมายาวนานถึง 85 ปี ต้องเผชิญกับวิกฤตรอบด้าน ทั้งการระบาดของโรคโควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำและน้ำมันแพง ประกอบกับคนใช้บริการเหลือน้อย เพราะส่วนใหญ่มีรถส่วนตัวใช้กัน ทำให้ทุกวันนี้รถคอกหมูจวนสิ้นลมหายใจ และจ่อปิดตำนานอย่างถาวร

แต่ทว่าก็ยังมีเรื่องราวดีๆในยามวิกฤตของ “รถคอกหมู” ที่วิ่งสายกงไกรลาศ-พิษณุโลก เมื่อชาวบ้านผู้ใช้บริการที่เหลืออยู่จำนวนน้อยนั้น มีความเต็มใจและพร้อมใจกันจ่ายเงินค่าโดยสารเพิ่มให้เอง โดยเจ้าของรถไม่ได้ร้องขอ ซึ่งแสดงถึงความผูกพันห่วงใย และความมีน้ำใจต่อกัน ระหว่างชาวบ้านผู้โดยสารกับรถคอกหมู

นายสละ ชูเที่ยง อายุ 63 ปี และนางนงเยาว์ ชูเที่ยง อายุ 60 ปี เจ้าของรถโดยสารคอกหมู ชาว อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย บอกว่า ขับรถวิ่งเส้นทางสายกงไกรลาศ-พิษณุโลก มานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่ปัญหาเริ่มมีหนักขึ้นเมื่อปี 2563 หลังเกิดโรคโควิด แล้วตามด้วยราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ซ้ำปุ๋ยแพง น้ำมันแพง ทำให้ชาวนาส่วนมากที่นั่งรถเพื่อมาซื้อของในตัวเมืองก็ไม่มี

ผู้โดยสารทุกวันนี้จึงเหลือแต่แม่ค้า กับคนทำงานรับจ้างจำนวนน้อย ทำให้วิ่งรถบางวันก็ขาดทุน แต่ก็ต้องวิ่งตามหน้าที่ เพื่อให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวได้นั่งมาทำงาน และซื้อของในตัวเมืองพิษณุโลก จนพวกเขาเห็นใจและสงสารที่ต้องแบกภาระค่าน้ำมันแพง จึงเพิ่มค่าโดยสารให้เองโดยไม่ได้ร้องขอใดๆ จากปกติ 25 บาท ก็ให้เพิ่มเป็น 30 บาท บางคนให้ 50 บาทก็มี

นายสละ บอกอีกว่า เมื่อก่อนมีรถคอกหมูวิ่งประจำทางสายนี้ ทั้งหมด 32 คัน ปัจจุบันเหลือ 22 คัน แต่มีมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารจริงๆแค่ 8-9 คัน เพราะไม่คุ้มค่าน้ำมัน โดยจะผลัดกันวิ่งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และ 1 วันจะมีรถวิ่ง 2 เที่ยว คือ รอบออกจากพิษณุโลกกลับกงไกรลาศ เวลา 09.00 น. กับช่วง 11.00 น. แต่วันอาทิตย์จะมีวิ่งแค่รอบเดียว

ขณะที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุ และนั่งรถคอกหมูมาตลอด 30-50 ปี บอกว่า อยากให้รถคอกหมูได้วิ่งโดยสารไปนานๆ เพราะสะดวก ราคาถูก นั่งเย็นสบายใจ และปลอดภัย จึงไม่อยากให้หยุดวิ่ง แต่ก็เข้าใจว่าเจ้าของรถต้องแบกภาระทั้งน้ำมันแพง และคนใช้บริการเหลือน้อย ก็เลยพร้อมใจกันเพิ่มค่าโดยสารให้เอง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ของขึ้น! ‘ป๋าเทพ’เดือดจัด ซัดผู้ว่าฯชัชชาติ ลั่นแรงหัดทำงานบ้าง-อย่าเอาแต่วิ่ง

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670007

ของขึ้น! 'ป๋าเทพ'เดือดจัด ซัดผู้ว่าฯชัชชาติ ลั่นแรงหัดทำงานบ้าง-อย่าเอาแต่วิ่ง

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.45 น.

ของขึ้น! ป๋าเทพ ไลฟ์ซัดผู้ว่าฯชัชชาติ ลั่นแรงหัดทำงานบ้างอย่าเอาแต่วิ่ง

ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเม้นท์สนั่น เมื่อ ป๋าเทพ โพธิ์งาม ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ ซึ่งระหว่างไลฟ์ ป๋าเทพ ร้องเพลงขับกล่อมแฟนเพจสลับกับวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมือง จนโยงไปถึงการกล่าวถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในบางช่วงบางตอนว่า 

” บ้านเมืองจะเกิดสงครามอยู่แล้ว ผู้ว่าฯก็พาเต้น พาวิ่งอย่างเดียว มึงยังเต้นกันอยู่กันอยู่แหละ เมื่อไหร่จะหยุดสักที ทำงานให้มันจริงจังหน่อย ทุกวันนี้ยังไม่เห็นว่าจะมีงานอะไร 

แล้วไอ้พวกอวยผู้ว่าฯ นี่ก็อวยเหลือเกิน ให้ไปเป็นนายกฯเลย โอ๊ย! ไอ้….เอ๊ยย เขาทำงานมาแค่นี้ มึงจะไปเหนือกว่าเขาได้ยังไง เขาทำมาไม่รู้กี่พันเป็นพันๆอย่างแล้วมั้งโครงการเขา

แต่นี่มาดูเขาไปนั่งดูนู่นดูนี่ ทำงานอะไรเหรอ ? หมั่นไส้คนอวย ไม่ดูมั่งเขาเต้นอยู่ทั้งวัน ทำอะไรไว้ให้กับประชาชนบ้างไหม พาประชาชนไปเต้นอยู่อย่างนั้น ส่วนมากเขาได้อะไร มันก็ได้แค่กลุ่ม บางกลุ่มของพวกมึงแค่นั้นแหละ ที่ไปก็มีแต่หน้าเดิมๆทั้งนั้น ไม่รู้ทำอะไร วิ่งอยู่นั่นแหละ แล้วประชาชนเขาได้อะไรไหม  บอกให้ไปดูความเรียบร้อยในเมือง ไฟมันสะดวกไหม ขับรถรามันเป็นยังไง จราจรติดขัดยังไง มึงต้องไปดูตรงนี้ การทำมาหากินการกินอยู่อะไรของคนกรุงเทพฯ เขามีความสุขไหม ไม่ใช่วิ่งอยู่ทั้งวันแล้วเห็นอะไรไหม วิ่งอยู่นั่นแหละ โค้ชกันอยู่นั่นแหละ ไลฟ์กันอยู่นั่นแหละ เลือกมาแต่คนแบบนี้…”

คลิป : ต้นฉบับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชายหาดสมิหลาคึกคีก! นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทะลักช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670005

ชายหาดสมิหลาคึกคีก! นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทะลักช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.10 น.

ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ ตลอดทั้งวันที่บริเวณชายหาดสมิหลาสงขลาคึกคักมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางมาเป็นกรุ๊ฟทัวร์ด้วยรถบัสและรถตู้ที่จอดเรียงรายบริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะเมืองสงขลา โดยในวันนี้ (30 ก.ค.65) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาดสมิหลาสงขลาจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย หลังไม่ได้เข้ามากว่า 2 ปีเพราะโควิดและมีนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก

นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาจะเป็นกรุ๊ปทัวร์ ส่วนใหญ่จะไปเน้นการถ่ายรูปกับนางเงือกทองสัญลักษณ์ชายหาดสมิหลา เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ชายหาดสมิหลาแห่งนี้แล้ว ในส่วนร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าบริเวณชายหาดสมิหลา ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ตั้งใจมาซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายเสื้อผ้ากว่า 20 ร้าน เนื่องจากเสื้อผ้าที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่นและมีแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีสันสดใส ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายรวมทั้งของเด็กๆด้วย 

โดยเฉพาะเสื้อที่มีชื่อจังหวัดสงขลา หรือชายหาดสมิหลาสงขลาจะขายดี นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาจับจ่ายซื้อของทั้งของกินและของฝาก ทำให้ในช่วงนี้เศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาดีขึ้น หลังจากที่มีการเปิดประเทศ ยกเลิกThailand Pass ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย

ในวันนี้ทางกรุ๊ฟทัวร์มาเลเซียจัดโปรแกรมให้ลูกทัวร์เข้ามาท่องเที่ยวงาน ฮาลาลสตรีท@หาดใหญ่ (Halal Street@Hatyai) ของ สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ทำให้วันนี้มีชาวมาเลเซียเข้ามาที่จังหวัดสงลาเป็นจำนวนมากและหลังจากที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาทะลักชายหาดสมิหลาทำให้ชายหาดคึกคัก ในช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์และก็กลับไปหาดใหญ่ไปเที่ยวงาน ฮาลาลสตรีท@หาดใหญ่ (Halal Street@Hatyai) ของ สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ณ บริเวณหน้ามัสยิดนูรุดีน(ควนลัง) ถนนเพชรเกษม(แยกสนามบินนอก) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายเจะดาโอะ เหมมา มัคคุเทศก์ของบริษัททัวร์ ที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งนำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวน 4 รถบัส มาท่องเที่ยวที่ชายหาดสมิหลา กล่าวว่า ช่วงนี้มีงานฮาลาลสตรีทฟู้ดที่อำเภอหาดใหญ่ มีชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยว ในวันนี้ชาวมาเลเซียเข้ามาเยอะ ซึ่งมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ คาดว่าวันนี้คงจะแน่น ที่หาดใหญ่แล้วในส่วนที่บริเวณชายหาดสมิหลาวันนี้ ชาวมาเลเซียก็เยอะเหมือนกัน สำหรับชุดที่ผมพามาวันนี้ 4 รถบัสและก็ยังมีเพื่อนๆอีกตามหลังกันมา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มันหลอนยาหนัก! หนุ่มคลั่งบุกห้องฉุกเฉิน รพ.บ้านดุงถึงขั้น ‘ขู่ขวดน้ำระวังตัวด้วย!!’

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670003

มันหลอนยาหนัก! หนุ่มคลั่งบุกห้องฉุกเฉิน รพ.บ้านดุงถึงขั้น 'ขู่ขวดน้ำระวังตัวด้วย!!'

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.35 น.

หลอนยาบ้าที่อุดรธานีมีแทบทุกวัน! ทั้งทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว อาละวาด ทำร้ายคนอื่น ล่าสุดเมื่อกลางดึกคืน 29 ก.ค.ที่ผ่านมา หนุ่มบ้านดุงเกิดหลอนยาหนักจะทำร้ายชาวบ้านแถมวิ่งให้รถชน ก่อนบุกเข้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่อำเภอบ้านดุง เจ้าหน้าที่รวบตัวเอาไว้ได้ ก่อนเกิดอาการหลอนหนักซ้ำอีกถึงขั้น “ขู่ขวดน้ำ” ที่อยู่ในมือ “ให้ระวังตัวด้วย!!”

เมื่อเวลา 02.30 น.ของวันนี้ (30 ก.ค.65) นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุงและแอดมินเพจบ้านดุงอัพเดท ได้รับแจ้งจากแฟนเพจ น.ส.ลินดาว่าถูกชายคลุ้มคลั่งและหลอนยาจะทำร้ายร่างกายที่บริเวณหน้า รพ.สมเด็จพระยุพราช อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แต่หลบหนีหนุ่มคลั่งจะทำร้ายได้ก่อนและหนุ่มคลั่งคนนี้จะวิ่งตัดหน้ารถให้รถเหยียบ จากนั้นหนุ่มคลั่งได้วิ่งเข้าไปยังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเปิดประตูเข้าไปแล้ว แต่พลเมืองดี เจ้าหน้าที่ รปภ. และชาวบ้านได้ตะครุบเอาไว้ได้ แต่ยังขัดขืนบอกว่า “ไม่ได้บ้า” ท่ามกลางความตกใจของพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรในห้องฉุกเฉิน

สอบถามทราบชื่อหนุ่มคลั่งและหลอนรายนี้คือนายณรงค์กร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปีเป็นชาวบ้านโพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีอาการตาขวาง พูดจาไม่รู้เรื่อง สารภาพว่า เสพยาบ้ามา 2-3 เม็ดเมื่อกี้ จากนั้นก็วิ่งมาจากบ้านโพนสูงที่ห่างจากตัวอำเภอไปประมาณ 5 กิโลเมตร เสพยาจนหลอนจะทำร้ายผู้หญิงแต่ผู้หญิงหลบหนีออกมาได้และจะวิ่งให้รถเหยียบ 

จากนั้นหนุ่มหลอนรายนี้ได้วิ่งเข้ามายังห้องฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระยุพราชบ้านดุง ก่อนที่พลเมืองดี และเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงพยาบาลจะจับเอาไว้ได้ โดยขณะที่พลเมืองดีควบคุมตัวไว้ หนุ่มหลอนยารายนี้ บอกว่า อยากกินน้ำ จึงได้ยื่นน้ำให้จากนั้นได้เกิดอาการหลอนยาหนักขึ้น จนบอกกับขวดน้ำที่อยู่ในมือว่า “ขวดน้ำระวังตัวด้วย!!” นอกจากนี้ยังบอกว่า “กินแล้วน้ำ แต่กินทิพย์น้ำเปล่า” และหนุ่มหลอนยารายนี้ได้พูดจาแบบไม่รู้เรื่องเหมือนท่องคาถาตลอดเวลา 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านดุง ได้มาควบคุมตัวหนุ่มคลั่งและหลอนยาบ้าไปยัง สภ.บ้านดุง เพื่อดำเนินการต่อไป ปัญหายาบ้าเสพจนหลอนที่ จ.อุดรธานี มีแทบทุกวันโชคยังดี วันนี้ยังไม่ได้ทำอันตรายใคร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มุกดาหารบวงสรวง’พญาศรีภุชงมุกดานาคราช’เปิดงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670002

มุกดาหารบวงสรวง'พญาศรีภุชงมุกดานาคราช'เปิดงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.16 น.

ที่บริเวณแก่งกะเบา จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 29 ก.ค.65 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมานายเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนางอิสรีย์ มั่งคั่ง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพญาศรีภุชงมุกดานาคราช (พญานาคดิน : ปฐพีพิภพ) เปิดงานมหัศจรรย์ มุกดาหาร 3 พิภพเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร ซึ่ง ททท.ได้คัดเลือกให้ “พญานาค 3 พิภพ” จังหวัดมุกดาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันชีนไทยแลนด์เวอร์ชั่นใหม่ในโครงการ 25 Unseen New Series 

สำหรับองค์พญาศรีภุชงค์มุดานาคราช พญานาคปฐพีพิภพ เป็นประติมากรรมพญานาคเกล็ดหินอ่อนสีขาวหมอกมัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง บริเวณแก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่จังหวัดมุกดาหาร (มีความสูง 11.11 เมตร ความยาว 51.40 เมตรตลอดลำตัวเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.50 เมตร )เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสักการะขอพรลอดใต้ท้องพญานาค เพื่อความเป็นศิริมงคล ความสำเร็จ ร่ำรวย และแข็งแรง

ภายในงานประกอบด้วยการแสดง รำบวงสรวงตำนานเมืองมุกดาหารโดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารพร้อมคณะ และชาวอำเภอหว้านใหญ่กว่า 200 คน เสร็จแล้วประกอบพิธีวางผ้ากฐิน ประกอบพิธีบวงสรวง พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช การแสดงรำถวายเทพไท้ เทวา นาคา 3 พิภพ โดยชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

งานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ Miracle Mukdahan เป็นงานประเพณีบูชาพญานาคลุ่มล้ำโขง โดยจังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดพิธีบูชาพญาค ทั้ง 3 องค์ ซึ่งปีนี้กำหนดจัดพิธีบวงสรวง บูชาพญาค ทั้ง 3 องค์ระหว่างเดือน กรกฎาคม – กันยายน 2565 ไว้ดังนี้

29 กรกฎาคม 2565   พิธีบวงสรวง พญาศรีภุชงมุกดานาคราช (พญานาคดิน) ณ ลานกิจกรรมแก่งกะเบา 

29 สิงหาคม  2565    พิธีบวงสรวงพญาอนันตนาคราช (พญานาคน้ำ)  ณ ลานกิจกรรมสะพานมิตรภาพไทยลาว

10 กันยายน  2565    พิธีบวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุณีนิลปานนาคราช(พญานาคฟ้า) ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ 

งานมหัศจรรย์มุกดาหาร “พญานาค 3 พิภพ” จะเป็นจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปที่มีความเชื่อศรัทธาพญานาคในลุ่มแม่น้ำโขง ได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของพญานาค 3 พิภพ ที่ตั้งอยู่บนแนวเส้นลองจิจูดเดียวกันที่ตำแหน่ง 104 องศา 43 ลิปดา  นับเป็นตัวแทนแห่งพญานาคซึ่งปกปักคุ้มครองเมืองลุ่มน้ำโขงและมุกดาหารยังเป็นจังหวัดชายแดน เมืองปลายทางแห่งความสุขที่เชื่อมต่อไปยัง เมืองสะหวันเขตสปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันเขต) และผ่านด่านลาวบาว ไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่พลาดแน่นอน! ฮือฮากบ5ขาโผล่มาอีก8นิ้ว เลขเด็ดต้องมา

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669992

ไม่พลาดแน่นอน! ฮือฮากบ5ขาโผล่มาอีก8นิ้ว เลขเด็ดต้องมา

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.36 น.

สุดฮือฮา!! กบ 5 ขา โผล่มาอีก 8 นิ้ว ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เจ้าของเผยกบประหลาดเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวยังเล็ก แข็งแรงเหมือนเพื่อนๆ ทำนักเสี่ยงโชคพากันตีเป็นเลขเด็ด

30 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 บ้านโนนกกบาก ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีกบประหลาด 5 ขา จึงเดินทางไปพิสูจน์ โดยที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดียวพื้นที่ประมาณ 1 งาน มีการแบ่งสัดส่วนเป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรหลังจากที่เจ้าของบ้านเดินทางกลับมาจากทำงานที่ประเทศเกาหลี

นายพัฒนา บัวเปื่อย อายุ 30 ปี เจ้าของกบประหลาด เปิดเผยว่า หลังไปทำงานที่ต่างประเทศกลับมาก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ก็นำมาลงทุนทำเกษตร ซึ่งเลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาและปลูกผัก ในพื้นที่บ้านภรรยา สำหรับกบประหลาดตัวนี้ตอนต้นปีตนเองสั่งซื้อลูกพันธุ์กบมาเพราะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายพร้อมๆกับกบตัวอื่นๆจำนวน 200 ตัว ราคาตัวละ 1 บาท กระทั่งกบใหญ่สามารถขายได้ แต่ตอนกำลังคัดกบออกจำหน่ายสังเกตเห็นกบที่เลี้ยงไว้ 1 ตัวมีลักษณะแปลกคือมีขา 5 ขา จึงบอกให้ภรรยาฟังแต่ภรรยาก็ไม่เชื่อจึงเก็บเอาไว้

สำหรับกบที่แปลกประหลาดนั้น ขาที่แปลกโผล่ออกมาที่บริเวณหน้าอก โดยมีนิ้วงอกออกมานับได้ 8 นิ้ว ส่วนขาทั้ง 4 ข้างก็เป็นปกติ ขาหน้ามี 4 นิ้ว ขาหลัง 5 นิ้ว ดูแล้วกบแข็งแรงเหมือนตัวอื่นๆ และเชื่องจับง่ายด้วย ตอนแรกเห็นก็รู้สึกแปลกใจเพราะเกิดมาไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งกบตัวนี้ตนก็จะเลี้ยงไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย แต่หากใครอยากได้ตนก็จะขายเพราะตนขายกบอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี คิดว่าการมีกบ 5 ขานั้นคิดว่าเราจะได้โชคและจะลองเลี่ยงโชคงวดนี้ 1 ส.ค. โดยคอหวยก็ไม่พลาดตีเป็นเลขเด็ด กบ 9 5 ขาที่ 5 มี 8 นิ้ว

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาววันที่ 2 อุบัติเหตุดับ27ศพ เจ็บอีกกว่า 2 พัน

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669987

หยุดยาววันที่ 2 อุบัติเหตุดับ27ศพ เจ็บอีกกว่า 2 พัน

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.45 น.

หยุดยาววันที่ 2 อุบัติเหตุบนถนนดับ 27 ศพ เจ็บอีกกว่า 2 พัน มีต่างชาติสังเวย 1 ราย

30 ก.ค. 2565 เฟซบุ๊ก “สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)” รายงานสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน อ้างอิงข้อมูลจาก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ (Thai RSC) พบว่า ในวันที่ 29 ก.ค. 2565 มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 2,283 คน สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 27 ราย แบ่งเป็น ใช้จักรยานยนต์ 25 ราย รถยนต์ 2 ราย เป็นผู้ขับขี่ 23 ราย ผู้โดยสาร 4 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 2 ราย อายุ 15 ปีขึ้นไป 25 ราย เป็นชาวไทย 26 ราย ต่างชาติ 1 ราย

สรุปยอดผู้เสียชีวิตในช่วง 2 วันแรก (28-29 ก.ค. 2565) ของช่วงหยุดยาว (28-31 ก.ค. 2565) สะสมอยู่ที่ 55 ราย บาดเจ็บสะสมรวม 4,594 คน อนึ่ง สถิติความสูญเสียบนท้องถนนในไทยประจำปี 2565 (นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-29 ก.ค. 2565) มีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 8,486 ราย บาดเจ็บสะสม 515,638 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– อย่าประมาท!วันแรกหยุดยาว ดับเซ่นอุบุติเหตุ 28 ศพ เจ็บกว่า 2 พัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ความรุนแรง’เรื่องไม่เล็ก แผลวัยเด็กฝังลึกแม้เป็นผู้ใหญ่

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669906

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ความรุนแรง’เรื่องไม่เล็ก  แผลวัยเด็กฝังลึกแม้เป็นผู้ใหญ่

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนที่มีปัญหาทางจิตใจ มากกว่าร้อยละ 99 เคยประสบกับความเจ็บปวดในวัยเด็กมาเกือบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การตีมือหรือก้นเท่านั้น แต่เด็กหลายคนโดนตบตีด้วยไม้กวาด สายไฟ หมวกนิรภัย และถูกกระทืบ ซึ่งถูกกระทำโดยคนในครอบครัว ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ และความรู้สึกหวาดกลัวอาจจะลดน้อยลง แต่ทุกครั้งที่เห็นอุปกรณ์หรือบุคคลที่เคยทำร้าย มักเหมือนมีมีดที่กรีดแผลในใจและทำให้ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวอีกครั้ง”

ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา ผู้ก่อตั้ง “Mental Me” องค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน กล่าวในวงเสวนา
(ออนไลน์) หัวข้อ “เด็กที่เจ็บปวดคือผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วย”จัดโดย bookscape ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อช่วงต้นเดือนก.ค. 2565 ชี้ถึงผลกระทบจากความรุนแรงที่ได้รับในวัยเด็ก อาจไม่จบแม้โตเป็นผู้ใหญ่ แต่จะฝังลึกอยู่ในจิตใจไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ทั้งนี้ การรับมือที่ผู้โดนกระทำใช้จะมีหลากหลายวิธี

เช่น “บางคนเลือกส่งต่อการกระทำที่รุนแรงไปสู่คนอื่นด้วยการทำร้ายเพื่อน จึงทำให้อยู่ในวงจรความรุนแรงซ้ำๆ” ซึ่งผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กใช้ความรุนแรงอาจไม่ได้มองถึงปัญหาที่เด็กพบเจอ แต่มองแค่ว่าเด็กคนนี้ใช้ความรุนแรง เด็กคนนี้ก้าวร้าวไม่ควรให้อภัย สุดท้ายเด็กก็ต้องถูกทำโทษและถูกไล่ออกจากสถานศึกษา หรือ “บางคนเลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง ทำให้วันหนึ่งความเจ็บปวดทับถมจนเกิดเป็นปัญหาทางสุขภาพ” รวมถึงวิธีอื่นๆ เช่น การพบจิตแพทย์ การเลือกที่จะออกมาอยู่อาศัยคนเดียว โดยอดทนเพื่อให้ตนเองพ้นจากความเป็นผู้เยาว์และพอที่จะหาเลี้ยงตนเองได้

รศ.พญ.วนิดา เปาอินทร์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก และหัวหน้าหน่วยคุ้มครองเด็กรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อธิบายในมุมมองทางการแพทย์ ว่า “ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (Adverse Childhood Experiences” จะส่งผลต่อสุขภาพกายโดยตรงด้านการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1.ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และ 2.อะดรีนาลีน (Adrenaline)

“เมื่อเกิดความเครียด กลัวหรือวิตกกังวล ฮอร์โมน เหล่านี้จะถูกหลั่งออกมาจากร่างกาย ซึ่งจะไปกระตุ้นส่วนต่างๆ ในร่างกาย และทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น โดยเป็นกลไกของร่างกายที่จะหนีรอดจากภัยอันตราย ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในวัยเด็กและภายในบ้านของตนเอง จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาในสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ (Amygdala) ซึ่งเป็นส่วนที่จะตอบสนองต่อความกลัว โดยจะทำให้สมองของเด็กมีขนาดใหญ่ขึ้นและทำงานมากกว่าปกติ” รศ.พญ.วนิดา ระบุ

รศ.พญ.วนิดา กล่าวต่อไปว่า “เรื่องราวที่คนอื่นว่าเป็นเรื่องปกติ เด็กจะคิดว่าเป็นเรื่องที่อันตราย และเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้ แม้จะผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นมาแล้วก็ตาม โดยเด็กที่มีภาวะดังกล่าว อาจตอบโต้ด้วยท่าทีที่รุนแรง” นอกจากนี้ ยังมีสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกในแง่ของความทรงจำ หรือส่วน Hippocampusซึ่งเป็นส่วนเมื่อพบเรื่องราวที่ดี ส่วนนี้จะกระตุ้นให้มีความทรงจำร่วมอยู่ด้วย แต่ถ้าถูกทำร้ายเรื้อรังจะทำให้สมองเด็กมีขนาดเล็กลง ซึ่งจะทำให้มีปัญหาเรื่องความทรงจำ

รวมถึงสมองส่วนควบคุมความหุนหันพลันแล่น หรือ ส่วน Cerebral cortex เมื่อถูกกระตุ้นบ่อยครั้งสมองส่วนนี้จะทำงานลดลง โดยเป็นคำตอบว่าทำไมเด็กถึงแสดงออกอย่างก้าวร้าวในบางครั้ง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน หรือ Emo Systems ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อการอักเสบในร่างกาย โดยอาจทำให้เกิดโรคบางโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายได้

เชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ยังทำให้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ส่งผลกับเด็กรุนแรงขึ้น โดยสาเหตุที่พบเจอจากการสำรวจ ได้แก่ ความเครียดด้านเศรษฐกิจจากการขาดรายได้ เนื่องจากมีการล็อกดาวน์ ทำให้หลายโรงงานปิดตัวลง ซึ่งเมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจากการทะเลาะระหว่างพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เอาความไม่พอใจแสดงออกต่อเด็ก

ความรุนแรงเหล่านี้เด็กจะอยู่ในเหตุการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จิตใจเด็กซึมซับความรุนแรงจนเกิดความเครียด ซึ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ 1.ชั้นบุคคล ซึ่งเป็นชั้นที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ 2.ชั้นโครงสร้าง ซึ่งเป็นชั้นที่น่ากลัวในสังคมไทย เพราะมีการใช้อำนาจที่เหนือกว่าเด็ก และ 3.ชั้นวัฒนธรรม ซึ่งเป็นชั้นที่ถูกปลูกฝังในจิตใจและในสังคม

“สถานการณ์ที่เห็นได้ชัดอย่างกรณีของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นความรุนแรงที่กระทบต่อจิตใจเด็กในพื้นที่เช่นกัน เนื่องจากเด็กได้ยินเสียงปืนทุกวัน การเห็นเลือด และคนเสียชีวิตตั้งแต่เกิด รวมถึงความรุนแรงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ หรือความรุนแรงจากภัยพิบัติธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์สึนามิ ซึ่งจะฝังลึกภายในจิตใจเด็กเนื่องจากสูญเสียพ่อแม่ จึงเห็นได้ว่าเด็กที่ได้รับผลกระทบจะซึมซับพฤติกรรมความรุนแรงอย่างแน่นอนในอนาคต” ผอ.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าว

บุษยาภา ศรีสมพงษ์ ผู้ก่อตั้ง “SHero Thailand” องค์กรภาคประชาสังคมที่มุ่งสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนประเด็นความรุนแรงในครอบครัว กล่าวว่า ความรุนแรงมีหลายรูปแบบทั้งที่“ความรุนแรงที่มองเห็นได้ชัด” และ “ความรุนแรงที่มองไม่เห็น” ถ้าหากเป็นความรุนแรงที่มองไม่เห็น และมีบาดแผลที่มองไม่เห็น จะทำให้ผู้โดนกระทำไม่สามารถบ่งบอกหรือสัมผัสแผลนั้นได้ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้เป็นบาดแผลที่ใช้เวลาทั้งชีวิตในการรักษา

โดยบาดแผลที่มองไม่เห็นเกิดจากการใช้ความรุนแรงทางอารมณ์ การใช้ความรุนแรงทางคำพูด การเพิกเฉย และการตัดทรัพยากรพื้นฐาน “เมื่อเกิดความไม่เข้าใจหรือความไม่ตระหนักรู้ประเภทของความรุนแรง จะเกิดมายาคติตามมาในเรื่องของการช่วยเหลือและให้ความสำคัญผู้ถูกกระทำต่อเมื่อรุนแรงแล้ว” เช่น ในขณะที่เหตุการณ์เด็กถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เมื่อเป็นข่าวมีหลายหน่วยงานให้ความสนใจ แต่เมื่อเด็กถูกกระทำโดยใช้ความรุนแรงทางคำพูดจากคนในครอบครัวหรือครู เรื่องเหล่านี้กลับถูกไม่ให้ความสำคัญ จนทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจเพิ่มขึ้น

“เมื่อย้อนกลับไปดูจะเห็นได้ว่า ผู้ปกครองที่เป็นผู้ใช้ความรุนแรง จะเลือกใช้กับคนที่ทำได้ภายในบ้านและไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นนอกบ้าน เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้วจะมีข้ออ้างต่างๆ เช่น เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ตั้งใจที่จะทำ เป็นต้น ซึ่งสังคมไทยมองว่าเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องส่วนตัว จึงทำให้ผู้ถูกกระทำหลายคน
รู้สึกโดดเดี่ยว สิ่งเหล่านี้จะเกิดบาดแผลซ้อนขึ้นมาเรื่อยๆและก็ถูกสะท้อนมาทางพฤติกรรม ทางอารมณ์

เกิดเป็น Reflect (ปฏิกิริยาสะทือน) ของ Trauma (ความเจ็บปวด) แล้วผู้ปกครองเห็นก็จะตัดสินไปว่าเด็กพวกนี้มันดื้อ จะไม่ให้ตีได้ยังไง โดยบางทีเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กหรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องความรุนแรงมากนัก ซึ่งปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ผู้ปกครองของเด็ก แต่ปัญหาอยู่ที่สังคมไทย” บุษยาภา กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,786 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Recent Posts

  • พายุฝน-ฟ้าผ่า ถล่มรัฐอุตตรประเทศ ดับอย่างน้อย 89 ราย
  • สหรัฐฯ อนุมัติ 10 บ.เอกชนจีน ซื้อชิป H200 ของ NVIDIA แต่ดีลยังชะงัก
  • เมียนมาชงกฎหมายใหม่ “โทษประหารชีวิต” แก๊งบังคับเหยื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์
  • ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน ชายอเมริกันเชื้อสายจีนเปิด “สถานีตำรวจลับ” กลางนิวยอร์ก สอดส่องผู้ลี้ภัยการเมือง
  • รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟหนัก เสียชีวิต 1 เจ็บอย่างน้อย 31

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d