Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘TDRI’เผยปี 65 ตลาดแรงงานเริ่มฟื้น แต่ยังกระจุกที่เมืองกรุง

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668661

‘TDRI’เผยปี 65 ตลาดแรงงานเริ่มฟื้น แต่ยังกระจุกที่เมืองกรุง

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.35 น.

‘TDRI’เผยปี65ตลาดแรงงานเริ่มฟื้น แต่ยังกระจุกที่เมืองกรุง-รับป.ตรีลดลงสวนทางกลุ่มไม่ระบุวุฒิ

23 ก.ค. 2565 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยแพร่บทความ “ทีดีอาร์ไอใช้ Big Data วิเคราะห์ตลาดแรงงาน ชี้ตลาดแรงงานมีทักษะของไทยฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิดแล้ว แต่ต้องการแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาลดลง” เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565 ซึ่งเขียนโดย วินิทร เธียรวณิชพันธุ์ และ ฐิติรัตน์ สีหราช  ทีมวิจัย “โครงการวิเคราะห์การประกาศหางานออนไลน์” เนื้อหาดังนี้

ทีมวิจัย “โครงการวิเคราะห์การประกาศหางานออนไลน์” ของทีดีอาร์ไอ ได้พัฒนาระบบติดตามการจ้างงานในประเทศไทย โดยใช้ Big Data และการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการการจัดทำฐานข้อมูลความต้องการทักษะแรงงานด้วย Big Data เพื่อส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษา ที่สนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี 2561

โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานะความต้องการแรงงานมีทักษะและทักษะต่างๆ ของแรงงานที่นายจ้างต้องการ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามสภาวะทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยใช้ Big Data จากประกาศรับสมัครงานของนายจ้าง ซึ่งมีความละเอียดสูงและทันสมัย และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตลอดจนมหาวิทยาลัยและสถาบันอาชีวะศึกษาต่างๆ ที่ผลิตบุคลากรป้อนตลาดแรงงาน

ในปัจจุบัน โครงการนี้ใช้ระบบอัตโนมัติในการเก็บข้อมูลประกาศหางานจาก 14 เว็บไซต์หางานในประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ เว็บไซต์หางานระดับประเทศ 8 เว็บไซต์ เว็บไซต์หางานตามกลุ่มอาชีพเฉพาะ 5 เว็บไซต์ และเว็บไซต์หางานตามกลุ่มภูมิภาค 1 เว็บไซต์

ล่าสุดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 (1 เมษายน 2565–30 มิถุนายน 2565) พบว่า มีประกาศรับสมัครงานทั้งหมด 159,112 ตำแหน่งงาน  เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามวุฒิการศึกษาขั้นต่ำที่ระบุในประกาศรับสมัครงาน พบว่าประกาศรับสมัครงานวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวน 10,934 ตำแหน่งงาน (6.9%) มัธยมศึกษาปีที่ 6 14,326  ตำแหน่งงาน (9.0%) ปวช. 11,593 ตำแหน่งงาน (7.3%)  ปวส. 8,742 ตำแหน่งงาน (5.5%) ปริญญาตรี 54,281ตำแหน่งงาน (34.1%)    สูงกว่าปริญญาตรี 864 ตำแหน่งงาน (0.5%) และที่ไม่ระบุวุฒิการศึกษาขั้นต่ำมีจำนวน 58,372 ตำแหน่งงาน (36.7%)

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามภูมิภาคที่ระบุในประกาศ พบว่าประกาศรับสมัครงานในกรุงเทพและปริมณฑล มีจำนวนมากที่สุด 88,743 ตำแหน่งงาน (55.8%)  ตามด้วยไม่ระบุภูมิภาค 54,932 ตำแหน่งงาน (34.5%) ภาคใต้ 3,542 ตำแหน่งงาน (2.2%) ภาคตะวันออก3,503 ตำแหน่งงาน (2.2%) ภาคกลาง 3,194 ตำแหน่งงาน (2.0%) ภาคเหนือ 2,930ตำแหน่งงาน (1.8%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,584 ตำแหน่งงาน (1.0%) และภาคตะวันตก 684 ตำแหน่งงาน (0.4%)

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามกลุ่มอาชีพที่ระบุในประกาศรับสมัครงาน โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการช่วยจำแนกกลุ่มอาชีพ พบว่าประกาศรับสมัครงานในกลุ่มอาชีพบัญชี/การเงิน มีจำนวนมากที่สุด 27,002 ตำแหน่งงาน (17.0%)  ตามด้วย ช่างเทคนิค 25,038ตำแหน่งงาน (15.7%) การตลาด 24,839 ตำแหน่งงาน (15.6%) ไม่สามารถระบุได้ 16,483 ตำแหน่งงาน (10.4%) ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง 14,934 ตำแหน่งงาน (9.4%) วิศวกร 12,894 ตำแหน่งงาน (8.1%)

งานฝ่ายบุคคล 8,734 ตำแหน่งงาน (5.5%) พนักงานขายของ 8,304 ตำแหน่งงาน (5.2%) งานไอที 6,083 ตำแหน่งงาน (3.8%) ตำแหน่งงานอื่นๆ 3,894 ตำแหน่งงาน (2.4%) แม่บ้าน 2,813 ตำแหน่งงาน (1.8%) พนักงานคิดเงิน 2,097 ตำแหน่งงาน (1.3%) นักออกแบบกราฟิก 1,902 ตำแหน่งงาน (1.2%) คนขับรถ 1,894 ตำแหน่งงาน(1.2%) ครู/ครูสอนพิเศษ 1,092 ตำแหน่งงาน (0.7%) นักแปล/ล่าม 784 ตำแหน่งงาน(0.5%) และสถาปนิก 325 ตำแหน่งงาน (0.2%)

จะเห็นว่า ตำแหน่งงานส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งนายจ้างต้องการผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งงานอีกไม่น้อยที่ไม่ระบุระดับการศึกษาและไม่ระบุภูมิภาค เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามกลุ่มอาชีพและภูมิภาค พบว่า ส่วนใหญ่ตำแหน่งงานในแต่ละกลุ่มอาชีพจะมีการกระจายตัวอิงตามสัดส่วนของจำนวนตำแหน่งงานตามภูมิภาค โดยมีเพียงบางกลุ่มอาชีพ ที่มีตำแหน่งงานแค่ในกรุงเทพและปริมณฑล เช่น นักแปล/ล่าม และสถาปนิก

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามวุฒิการศึกษาและกลุ่มอาชีพ พบว่ากลุ่มอาชีพที่ต้องการทักษะจำเพาะ เช่น กลุ่มงานไอที วิศวกร จะต้องการวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป โดยมีตำแหน่งงานที่ไม่ระบุวุฒิการศึกษาในกลุ่มอาชีพดังกล่าวเป็นสัดส่วนน้อย  ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์เฉพาะภาษาคอมพิวเตอร์สำหรับเขียนโปรแกรมที่มีความต้องการ พบว่าภาษา JavaScript เป็นภาษาที่มีความต้องการมากที่สุด ตามด้วยภาษาjava และpython โดยในประกาศรับสมัครงาน 1 ตำแหน่ง มักจะระบุภาษาโปรแกรมที่ต้องการมากกว่า 1 ภาษา

นอกเหนือจากการวิเคราะห์ข้อมูลประกาศรับสมัครงานในไตรมาสที่ผ่านมาแล้ว ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด พบข้อสังเกตที่น่าสนใจดังนี้ 1.จำนวนประกาศรับสมัครงานในปี 2565 มีมากกว่าปี 2562 แล้วเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงานมีทักษะโดยรวม 2.อย่างไรก็ตาม จำนวนประกาศรับสมัครงานที่ระบุวุฒิปริญญาตรีมีจำนวนลดลงมาก สวนทางกับประกาศรับสมัครงานที่ไม่ระบุวุฒิการศึกษา 3.จำนวนประกาศรับสมัครงานในกรุงเทพมีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่ตำแหน่งงานในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนน้อยลง และ 4.งานกลุ่มช่างเทคนิคมีจำนวนมากขึ้นเกือบ 3 เท่า ในขณะที่งานกลุ่มวิศวกรและงานกลุ่มไอทีมีจำนวนลดลง

ทั้งนี้ โครงการวิเคราะห์การประกาศหางานออนไลน์จะวิเคราะห์และนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไทยอย่างต่อเนื่องไปในทุกไตรมาส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้ว! เปิดสวนทรรศสมรแลนด์เมืองอุตรดิตถ์ ชูผลไม้อินทผลัมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668655

เริ่มแล้ว! เปิดสวนทรรศสมรแลนด์เมืองอุตรดิตถ์ ชูผลไม้อินทผลัมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.57 น.

ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เปิดสวนทรรศสมรแลนด์ เมืองอุตรดิตถ์ ชูผลไม้อินทผลัมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน 

วันที่ 23 ก.ค.65 ที่สวนทรรศสมรแลนด์ ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานชมสวนอินทผลัม เพื่อประชาสัมพันธ์พืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ในการยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีนายพัฒนศักดิ์ พ่วงสมบัติ เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงาน นางจงกล เพ็งวัน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร นางปวีณสมร สุดทอง  ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกอินทผลัม จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และนักท่องเที่ยว ร่วมให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

นายพัฒนศักดิ์ พ่วงสมบัติ เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้มีการติดตามการปลูกอินทผลัมและขับเคลื่อนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน ซึ่งอำเภอเมืองอุตรดิตถ์มีผู้ปลูกอินทผลัม จำนวน 10 ราย พื้นที่การปลูก 45 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 500 ถึง 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตรวม จำนวน 20,000 กิโลกรัม มูลค่าจำหน่ายกว่า 5 ล้านบาท โดยเฉพาะพันธุ์บาฮี จะมีผลสีเหลืองสด ผลใหญ่ หวานกรอบ เป็นที่นิยมมากที่สุด พันธุ์ Barhee หรือ Barhi(บาร์ฮี หรือ บัรฮี) มีแหล่งกำเนิดในประเทศอิรัก ปัจจุบันมีการปลูกกันแพร่หลายในหลายประเทศ และอินทผลัมจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม

อินทผลัม มีสรรพคุณมากมาย เช่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงมะเร็งในช่องท้อง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ที่สำคัญอินทผลัมยังสามารถนำผลผลิต หรือ ผลไม้สดมารังสรรค์เมนูอาหารพร้อมรับประทาน เช่น ส้มตำอินทผลัม น้ำอินทผลัมคั่นสด ไอศกรีมอินทผลัม เป็นต้น ถือเป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่กำลังได้รับความนิยมและสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านนางปวีณสมร สุดทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกอินทผลัม จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สวนทรรศน์สมรแลนด์ เป็นสวนเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ ได้ทำการปลูกอินทผลัมพันธุ์บาฮี ผลใหญ่ สีเหลืองสด รสชาติ หวานกรอบ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย และเป็นเจ้าแรกในจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้เริ่มปลูกอินทผลัม จำนวน 90 ต้น ในพื้นที่ทั้งหมด 7 ไร่ ขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด พร้อมเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ชิม และเลือกซื้อได้ถึงสวนในราคากิโลกรัมละ 300-400 บาท และเกษตรกรในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกอินทผลัมแล้วกลุ่มเกษตรกรหันมาปลูกอินทผลัม ซึ่งเป็นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีศักยภาพที่มีรสหวานกรอบอร่อยแบบธรรมชาติเหมาะสำหรับผู้ใส่ใจและรักษาสุขภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นสถานที่แหล่งเรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอดสารเคมีของอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์  

อย่างไรก็ตาม หากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะเดินทางมาชมสวนโปรดใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย พอถึงวงเวียนแยกวังสีสูบ ต.งิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ เป็นถนนลอดอุโมงค์ ตรงไปทางจังหวัดแพร่ จะพบป้ายเข้าสวนทรรศน์สมรแลนด์ เลียวซ้ายเข้าซอยหน้าเทศบาลตำบลน้ำริด อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ขับตรงเข้าไปในซอยเป็นถนนคอนกรีต ตลอดเส้นทางลึกเข้าไป ประมาณ 500 เมตรจะเจอป้ายเข้าสวนอินทผลัมทรรศน์สมรแลนด์ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ! ขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดสูตรโบราณที่ยังเหลืออยู่หนึ่งเดียวในสงขลา

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668651

สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ! ขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดสูตรโบราณที่ยังเหลืออยู่หนึ่งเดียวในสงขลา

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.31 น.

ขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดสูตรโบราณที่ยังเหลืออยู่หนึ่งเดียวในสงขลา ที่เป็นสูตรดั้งเดิมบ้านน้ำน้อย รสชาติอร่อย หอมนุ่ม หวานละมุนจากน้ำตาลโตนด โดยสืบทอดมาจากบรรพบุรุษกว่า 30 ปีและยังคงอนุรักษ์ไว้ตลอดไป

ขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดสูตรโบราณ สูตรดั้งเดิม บ้านน้ำน้อย ของนายสุนทรและนางกัลญา อ้นเจริญ สองสามีภรรยา ที่ยึดอาชีพทำขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดและขนมบอกสูตรโบราณ ซึ่งเป็นขนมไทยพื้นบ้านที่เริ่มหากินยาก ขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดีและอนุรักษ์สืบทอดการทำขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดแบบดั้งเดิมของไทยที่เริ่มหากินยาก

โดยนายสุนทรและนางกัลญา อ้นเจริญ สองสามีภรรยา บ้านอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยึดอาชีพทำขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดและขนมบอกสูตรโบราณ ขนมพื้นบ้านของไทย ที่เริ่มหากินยาก โดยทำขายกันสดๆ บริเวณถนนคนเดิน หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.สงขลา ได้รับความชื่นชอบจากลูกค้าที่หมุนเวียนมาเลือกซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งซื้อกลับไปกินที่บ้านและซื้อเดินกินที่ถนนคนเดินแบบชิวๆ 

รวมทั้งประชาชนที่เดินผ่านหน้าร้านก็จะได้ยินเสียงนางกัลญา เชิญชวนคุณลูกค้าให้เข้ามาชม มาชิม ขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดและขนมบอกสูตรโบราณ อยู่ตลอดเวลา แม้ว่ามือจะไม่ว่างทั้งการหยอดขนมลูกโดนใส่ในแม่พิมพ์ทั้งสองพิมพ์ และห่อขนมลูกโดนและขนมบอกไปด้วย ส่วนปากก็ยังยังคงเจื้อยแจ้วอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน ทำให้ทั้งขนมลูกโดนและขนมบอกขายดิบขายดีตลอดเวลา สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ในในปัจจุบันนี้

โดยเริ่มทำขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดมาตั้งแต่อยู่ชั้น ป.3 ช่วยทำขายกับครอบครัว และมาแยกทำเป็นของตัวเอง โดยยังคงเป็นสูตรโบราณดั้งเดิมที่สืบทอดกันในครอบครัวมาตั้งแต่บรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบันนี้ใช้ส่วนผสมสำคัญประกอบด้วย แป้งข้าวเจ้า ผสมไข่และน้ำตาลโตนด ในอัตราส่วนตามสูตรเฉพาะของแต่ละเจ้า เรียกว่าสูตรใครสูตรมัน ผสมรสหวานของน้ำตาลโตนด และมันเค็มจากเนื้อมะพร้าวที่โรยด้วยเกลือ เป็นแบบฉบับของขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดขนมพื้นบ้านของไทยแท้ๆ

ส่วนผสมหลักที่เป็นหัวใจของความอร่อยก็คือน้ำตาลโตนด เป็นน้ำตาลเฉพาะของจังหวัดสงขลา ซึ่งไม่เหมือนของจังหวัดอื่น มีเฉพาะที่จังหวัดสงขลา สำหรับส่วนผสมแป้งที่ใช้จะเป็นแป้งข้าวเจ้า กับไข่ไก่และน้ำตาลโตนด 3 อย่างนี้ที่ผสมกัน ซึ่งเป็นวัตถุหลัก ส่วนหัวใจหลักก็คือน้ำตาลโตนดและก็เป็นของแท้ด้วย หากผสมน้ำตาลอย่างอื่นมันก็จะไม่อร่อย 

ปัจจุบันนอกจากจะขายประจำที่ถนนคนเดินในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์แล้ว ยังรับออกงานอีเว้นท์ต่างๆ ด้วย เพราะมีหน่วยงานติดต่อให้ไปแสดงให้ชมและชิม ซึ่งถือว่าเป็นการเผยแพร่ให้รู้จักขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดและขนมบอกโบราณ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะซื้อ เพราะขนมมีความคล้ายกับขนมพื้นบ้านของมาเลเซีย ที่ผ่านมาหน่วยราชการเคยให้ไปแสดงถึงกรุงเทพฯ เพื่อเผยแพร่ให้สังคมทั่วไปได้เห็นขนมโบราณของชาวสงขลา

นางกัลญา อ้นเจริญ เจ้าของร้านขนมลูกโดนน้ำตาลโตนด กล่าวว่า ขนมลูกโดนใช้แป้งข้าวเจ้าผสมไข่และน้ำตาลโตนด สำหรับความอร่อยของขนมลูกโดนอยู่ที่น้ำตาลโตนดเหมือนเดิม เพราะว่าน้ำตาลโตนด มันมีความหวานแบบละมุนและมีกลิ่นหอมของน้ำตาล ทำขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดมานานพร้อมขนมบอกสูตรโบราณทำมาพร้อมกันเลย ประมาณ 20-30 ปีได้แล้ว ในส่วนสูตรของการทำขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดคิดเองทำเอง ในส่วนการนำน้ำตาลโตนดมาทำเพราะส่วนมากขนมถ้าหวาน แล้วจะใช้น้ำตาลโตนดอยู่แล้ว ขนมทุกอย่างของสงขลาเราจะใช้น้ำตาลโตนดอย่างเดียว ความหวานมันก็จะพอดี มันจะไม่เลี่ยน มันจะหวานแบบละมุน

ในช่วงนี้ของขึ้นราคาทุกอย่าง ปกติเมื่อก่อนขายห่อละ 20 บาทก็บอกลูกค้าว่าต้นทุนมันเพิ่มขึ้น เมื่อก่อนน้ำตาลโตนดซื้อเป็นปี๊บ 1,200 บาทแต่ตอนนี้ขึ้นเป็น 1,400-1,500 บาท แต่เราก็เพิ่มปริมาณขนมเพิ่มขึ้น คุณภาพยังเหมือนเดิม โดยเราขอขึ้น 5 บาทจาก 20 บาทขอขึ้นเป็น 25 บาท แล้วก็เพิ่มจำนวนและปริมาณให้กับลูกค้าเหมือนกัน ปกติห่อละ 8 ลูก ตอนนี้ให้ 9-10 ลูกและยังมีแถมให้อีกต่างหาก สำหรับขนมลูกโดนน้ำตาลโตนดจะคลุกกินกับมะพร้าวอ่อน แต่ถ้าจะกินกับกาแฟ หรือจะกินกับน้ำอะไรก็จะอร่อยหมดเลย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณพระช่วย! เจ้าอาวาสวัดจับงูเหลือมยักษ์ยาว 5 เมตรบุกเขมือบแมวโยมเกลี้ยงบ้าน

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668646

คุณพระช่วย! เจ้าอาวาสวัดจับงูเหลือมยักษ์ยาว 5 เมตรบุกเขมือบแมวโยมเกลี้ยงบ้าน

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.52 น.

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 23 ก.ค.65 ศูนย์วิทยุมูลนิธิประชาร่วมใจนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือเหตุงูเหลือมขนาดใหญ่บุกกินแมวที่บ้านเลขที่ 19 ซอยศรีธรรมโศก 5 ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงประสานเครือข่ายมูลนิธิ ระหว่างนั้นพระครูสมุห์พิสิทธิ์ อนาลโย เจ้าอาวาสวัดคงคาเลียบ ต.ท่าซัก ซึ่งเป็นเครือข่ายมูลนิธิประชาร่วมใจนามเรียกข่าย (คงคาเลียบ 1) กำลังเดินทางกลับจากรับกิจนิมนต์พร้อมพระลูกวัด ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเกิดเหตุจึงรีบเข้าไปช่วยเหลือพร้อมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ

เมื่อถึงบ้านเกิดเหตุตรวจสอบข้างบ้านพบงูเหลือมยาวประมาณ 4 – 5 เมตร สภาพซุกอยู่ในคูน้ำข้างบ้าน เมืองูเหลือมเห็นเจ้าหน้าที่พยายามจึงเลื้อยหนีเข้าโพรงข้างบ้าน แต่ไม่สามารถเลื้อยเข้าไปในโพรงได้ เนื่องจากงูเหลือมเพิ่งกินแมวจนท้องป่อง เจ้าหน้าที่และเจ้าอาวาส จึงรีบใช้บ่วงคล้องจับหัวงูเอาไว้ได้ ก่อนจะช่วยกันดึงงูเหลือมออกจากคูน้ำ อย่างไรก็ตามพบว่าลำตัวงูเหลือมถูกเส้นลวดเสาปูนในคูน้ำมัดลำตัว จึงต้องใช้คีมตัดเส้นลวดออกจากลำตัวงูเหลือม ก่อนจะนำงูเหลือมออกจากบ้าน วัดความยาวได้ 4.3 เมตร จึงนำใส่กระสอบไปปล่อยป่าต่อไป 

สอบถามเจ้าของบ้านเล่าว่า งูเหลือมตัวดังกล่าวน่าจะเลื้อยมาจากป่าหลังบ้าน เข้ามากินแมวของตนและของเพื่อนบ้าน เพราะก่อนหน้านี้แมวหายไปแล้ว 4 – 5 ตัว อย่างไรก็ตามหลังเจ้าอาวาสวัดและเจ้าหน้าที่ช่วยจับงูเหลือมขนาดใหญ่ที่บุกเข้าบ้านได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของชาวบ้าน พร้อมกับกล่าวชื่นชมขอบคุณพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ – 003  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่ร้องไห้แทบขาดใจ!เก็บเงินทั้งชีวิตสร้างบ้านหลังใหญ่ลูกคลั่งยาเผาบ้านวอดทั้งหลัง

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668633

พ่อแม่ร้องไห้แทบขาดใจ!เก็บเงินทั้งชีวิตสร้างบ้านหลังใหญ่ลูกคลั่งยาเผาบ้านวอดทั้งหลัง

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.06 น.

พ่อแม่ร้องไห้แทบขาดใจ! มาทุกข์ตอนเฒ่า เก็บเงินมาทั้งชีวิตสร้างบ้านหลังงามใหญ่โต สุดท้ายลูกคลั่งยาเผาบ้านวอดทั้งหลัง “ตา ยาย” เผยหลานติดยาหนักหากขอเงินไม่ได้จะอาละวาดไป แถมขู่ฆ่าตาและยายด้วย เหลือใจเลี้ยงมาแต่น้อย ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ใหตอม โตขึ้นมาเป็นแนวใหม่

เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.คืนวันที่ 22 ก.ค.65 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งมีเหตุหนุ่มคลั่งจุดไฟเผาบ้านตัวเองเสียหายทั้งหลัง ที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 15 บ้านปอพาน ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งนางปราณี บุรีเพีย นายก อบต.บ้านดุง พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยวีอาร์บ้านดุง, กู้ภัย ตำรวจทางหลวงบ้านดุง รีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถดับเพลิงใน อบต.หลายแห่งไปช่วยกันสกัดเพลิง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบบ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น สร้างอย่างใหญ่โต แต่ไฟได้โหมกระหน่ำอย่างหนักเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันนำไฟดับใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบลง ค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณกว่า 1 ล้านบาท

ขณะที่เจ้าของบ้านทราบชื่อคือนายสมเจตน์ พรมโคตร แต่ไม่อยู่บ้านไปค้าขายที่ จ.ชลบุรีกับภรรยา มีเพียงลูกชายอยู่บ้านคนเดียว คือ นายเสน่ห์ หรือ แบงค์ อายุ 29 ปี หลังทราบข่าวได้รีบเดินทางจาก จ.ชลบุรีกลับมาบ้านทันที ส่วนสาเหตุทราบว่านายแบงค์ ติดยาหนักจนเกิดอาการคลั่งเผาบ้านตัวเองจนวอดทั้งหลัง หลังเกิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง ได้ควบคุมตัวไปยังโรงพักทันที

นางพันธ์ อายุ 67 ปี ผู้เป็นยาย บอกว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของลูกสาวและลูกเขย แต่ไม่อยู่บ้านไปค้าขายที่ จ.ชลบุรี นานๆ จะกลับมาบ้านสักครั้ง ปล่อยให้ลูกชายอยู่คนเดียวแต่ติดยาหนัก แต่ก่อนตนและตาก็อยู่ด้วย แต่กลัวตายเพราะหากหลานเมายามาเมื่อไหร่จะถือมีดอาละวาดไปทั่ว ทำให้ต้องหนีมาอยู่บ้านอีกหลัง 

“ได้โทรไปบอกลูกสาวแล้ว เขาร้องไห้แทบขาดใจไม่คิดว่าจะมาทุกข์ตอนแก่ เพราะบ้านหลังนี้เขาไปค้าขายที่ชลบุรีพากันเก็บเงินเก็บเล็กผสมน้อยค่อยๆ สร้างบ้านจนได้บ้านหลังใหญ่ราคาเป็นล้าน ดีใจได้บ้านซะที ซึ่งลูกสาวและลูกเขยเขาบอกว่า ดีใจได้บ้านแล้วตอนแก่เฒ่าจะมาพักผ่อน แต่สุดท้ายลูกชายที่เมายาบ้ามาเผาวอดเหลือแต่เถ้าถ่าน ขณะที่ตาของนายแบงค์ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง น้ำตาคลอบอกว่าคงไม่อยู่ที่นี่แล้วหลานจะตามฆ่าทุกวัน หากขอเงินไม่ได้ จะหนีไปกับญาติพี่น้องที่ อ.น้ำพอง หลานติดยาหนัก หากขอเงินจากญาติพี่น้องไม่ได้ก็จะถือมีดแกว่งไปมาและโวยวายตลอด เหลือใจมากหลานคนนี้เลี้ยงมาแต่น้อย ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แต่พอโตมาเป็นแนวใหม่” นางพันธ์ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจผู้จุดประกายสะพานข้ามเกาะสมุยเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668626

เปิดใจผู้จุดประกายสะพานข้ามเกาะสมุยเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.53 น.

วันที่ 23 ก.ค.65 จากกรณีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการที่มีโครงข่ายบูรณาการการพัฒนาโครงการร่วมกันรวม 233,799 ล้านบาทจำนวน 5 โครงการและหนึ่งใน 5 โครงการคือโครงการสะพานเชื่อมเกาะสมุย จากอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช มีระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตรงบประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ทางรวมถึงนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างได้ให้เกาะสมุยและประเทศไทยกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี

โครงการสะพานข้ามระหว่างแผ่นดินใหญ่มายังเกาะสมุยผู้ที่จุดประกายเรื่องนี้ได้แก่ นายวิรัช พงศ์ฉบับนภา เจ้าของธุรกิจโรงแรมพาวิลเลี่ยน สมุย วิลล่า แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นนักธุรกิจนักคิดเป็นผู้ออกแบบสะพานดังกล่าว โดยการออกแบบได้คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยของสะพานที่มากกว่าเป็นสะพานข้าม ด้วยการออกแบบช่องทางรถยนต์ และช่องทางรถจักรยานที่แยกส่วนเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้บริเวณกึ่งกลางสะพานได้ออกแบบเป็นจุดชมวิวมีที่จอดรถเพื่อถ่ายรูป และด้านล่างมีพื้นที่ช้อปปิ่งมอลล์ที่มีร้านอาหาร ร้านค้าของที่ระลึก และลานสำหรับทำกิจกรรม ซึ่งจะเป็นสะพานแห่งแรกของโลก ที่เป็นสะพานมากกว่าคำว่าสะพาน โดยแบบที่ออกเป็นเพียงแนวความคิดหากรัฐทำจริงก็สามารถออกแบบให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้ ซึ่งขณะนี้เรื่องสะพานข้ามเกาะสมุยเป็นประเด็นที่ชาวเกาะสมุยพูดถึงความต้องการอย่างมากเพราะจะสามารถผลิกการท่องเที่ยวของประเทศได้

สำหรับแรงบันดาลใจที่นายวิรัช พงศ์ฉบับนภา ได้คิดออกแบบและเป็นผู้จุดประกายในเรื่องนี้ได้กล่าวว่า การออกแบบสะพานที่ตนคิดเป็นการออกแบบเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมองว่าอนาคตหากเกาะสมุยไม่มีการเตรียมความพร้อมการเดินทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้วอาจจะทำให้เกาะสมุยไม่เป็นจุดหมายปลายทางการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ เนื่องจากปัญหาระบบการเดินโดยเรือเฟอร์รี่ที่ล่าช้า และมีปัญหาในขณะนี้เนื่องจากมีการปรับราคาค่าโดยสาร และการลดเที่ยวเรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการบางช่วง และมีแนวโน้มที่จะมีการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ส่วนการเดินทางด้วยเครื่องบินก็มีขีดจำกัดในการบินและราคาค่าโดยสาร

ตนเองในฐานะคนเกาะสมุยต้องขอขอบคุณ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เห็นความสำคัญโครงการสะพานข้ามเกาะสมุยเป็นหนึ่งใน 5 โครงการยักษ์ใหญ่ในการที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต และหากสะพานข้ามเกาะสมุยเกิดขึ้นจริงจะถือว่ารัฐมนตรีคนนาคมได้สร้างอนาคตให้กับลูกหลานและอนาคตของประเทศไทยที่จะเปลี่ยนโฉมการท่องเที่ยวของไทยได้จากสะพานแห่งนี้อย่างแน่นอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดหนังสือ’สพฐ.’ด่วนที่สุด ให้ร.ร.ทำอาหารมังสวิรัติช่วงเข้าพรรษา

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668624

เปิดหนังสือ'สพฐ.'ด่วนที่สุด ให้ร.ร.ทำอาหารมังสวิรัติช่วงเข้าพรรษา

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.22 น.

สพฐ.ส่งหนังสือด่วนที่สุด ให้โรงเรียนทำอาหารมังสวิรัติช่วงเข้าพรรษา

เพจเฟซบุ๊ก นักเรียนเลว เผยแพร่ข้อความว่า สพฐ.ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงโรงเรียนในสังกัดให้ทำอาการมังสวิรัตเป็นมื้อกลางวันเพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์ช่วงเข้าพรรษา

” สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการรับประทานมังสวิรัติช่วงเข้าพรรษา โดยให้โรงเรียนประกอบอาหารมังสวิรัตและรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นมื้อกลางวันในวันพระ หรือวันที่โรงเรียนกำหนด รวมจำนวน 9 มื้อ

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของกิจกรรมดังกล่าวถูกระบุไว้ว่า เพื่อลดการเบียดเบียน ส่งเสริมและปลูกฝังความเมตตาต่อสัตว์ตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งให้โรงเรียนที่เข้าร่วมจัดทำรายงานผลกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย ชื่อเมนูอาหาร รูปภาพอาหารที่เสร็จเรียบร้อย ส่วนผสม วิธีปรุงอาหาร และผลจากการรับประทานอาหารมังสวิรัติของนักเรียน “

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หนังสือฉบับดังกล่าวไม่ได้เป็นคำสั่ง แต่เป็นการรณรงค์เชิญชวน ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นประจำทุกปีในช่วงเข้าพรรษา ใครจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ได้เป็นการบังคับ และหากอ่านในย่อหน้าสุดท้าย ก็จะเห็นชัดเจนว่า เป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนเฉพาะผู้ที่สนใจเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงย้ายถิ่นแก้อัตราเกิดลด(1) ปฏิรูปวีซ่าเอื้อคนเก่งเข้าไทย

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668563

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงย้ายถิ่นแก้อัตราเกิดลด(1) ปฏิรูปวีซ่าเอื้อคนเก่งเข้าไทย

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“อีก 20 ปีข้างหน้า ประชากรวัยแรงงานจะลดลงประมาณ 6 ล้านคน แล้วสัดส่วนประชากรวัยแรงงานก็ลดลงอย่างมากด้วย จาก 65.3% เหลือ 57.8% ในช่วง 20 ปีข้างหน้าเพราะฉะนั้นปัจจุบันเราขาดแคลนแรงงานประมาณ 1 ล้านคนอยู่แล้ว ยอดจดทะเบียนแรงงานล่าสุด เดือนก.พ. 2565มีแรงงานข้ามชาติจดทะเบียนประมาณ 2,300,000 คนเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วยแรงงานฝีมือ 2 แสนกว่าคน และแรงงานทั่วไป2 ล้านกว่าคน แต่ก่อนหน้านั้น ช่วงก่อนโควิดเรามีแรงงานจดทะเบียน 3 ล้านกว่าคน คือหายไปประมาณ 1 ล้านคน”

คำกล่าวของ ผศ.ดร.สักกรินทร์ นิยมศิลป์ ในการบรรยายหัวข้อ “โควิด-19 กับการปรับเปลี่ยนนโยบายวีซ่าระยะยาวของไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16 “ประชากรและสังคม 2565” เรื่อง “โควิด-19 : การฟื้นตัว และโอกาสของประชากรและสังคม (COVID-19 : Resilience and opportunity population and society)” ซึ่งเป็นงานที่จัดเป็นประจำทุกปีโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลในแต่ละปีจะมีนักวิชาการของสถาบันฯ นำผลการศึกษาที่น่าสนใจด้านประชากรและสังคมมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ

นอกจากแรงงานที่หายไป 1 ล้านคน ซึ่งภาคเอกชนเรียกร้องไปยังภาครัฐให้หาทางนำเข้าแรงงานอย่างเร่งด่วนในเบื้องต้นแล้ว เมื่อเจาะจงไปถึง “อุตสาหกรรมเป้าหมาย(S Curve) ที่ต้องการแรงงานทักษะสูง” เคยมีการประเมินไว้ว่าประเทศไทยต้องการแรงงานประเภทนี้ประมาณ 2.3 ล้านคนจึงต้องมีนโยบาย “วีซ่าระยะยาว” เพื่อดึงคนเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อดูนโยบายที่รัฐไทยดำเนินการที่ผ่านมา พบว่า

1.นโยบายวีซ่าท่องเที่ยวระยะ 10 ปี เน้นกลุ่มวัยเกษียณ อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป จากประเทศพัฒนาแล้ว 14 ประเทศ (เริ่มปี 2559) พบว่าไม่ค่อยได้รับความนิยมเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ต้องฝากเงินหลักหลายล้านบาท 2.Smart VISA วีซ่าระยะเวลา 4 ปี (เริ่มปี 2561) สำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้บริหารระดับสูง นักลงทุน และผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ทั้งนี้ สำหรับกลุ่ม Startup จะให้ครั้งแรก 2 ปีก่อน ซึ่งระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2561-31 พ.ค. 2564 มีผู้สมัครเพียงหลักพันราย จากความต้องการหลักแสนราย

อีกทั้งผู้สมัครผ่านการรับรองเพียง 741 ราย และครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่ม Startup เหตุที่ไม่ได้รับความนิยมเพราะขั้นตอนจุกจิกเกินไป 3.Thailand Privilege Card (หรือ Thailand Elite Card) ระยะเวลาวีซ่า 5-10 ปี เป็นนโยบายที่มีมานานแล้ว ราคาของบัตรนี้มีตั้งแต่ 5 แสน-2 ล้านบาท ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควร เห็นได้จากสถิติผู้ถือบัตร ณ ต้นปี 2565 อยู่ที่ 16,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะชาวจีน อนึ่ง จากเดิมที่ผู้ถือบัตรนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ปัจจุบันอนุญาตให้ผู้ถือบัตรอายุ 10 ปีขึ้นไปทำงานได้ โดยต้องลงทุนในวงเงินที่กำหนด

และ 4.Long-term Resident VISA วีซ่าสำหรับผู้มีศักยภาพสูง ระยะเวลา 10 ปี เน้นกลุ่มผู้มั่งคั่งสูงผู้เกษียณอายุ Remote Worker (ผู้ที่ทำงานให้บริษัทต่างชาติ แต่ไม่จำเป็นต้องทำงานประจำสำนักงาน เช่นทำจากที่บ้าน-Work from Home) และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (เช่น ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) วีซ่าประเภทนี้ไม่ต้องรายงานตัวทุกๆ 90 วัน เหมือนวีซ่าทั่วไป สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป เบื้องต้นคาดว่าจะดึงดูดชาวต่างชาติ 1 ล้านคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท

จากนโยบายทั้งหมดข้างต้น ผศ.ดร.สักกรินทร์ มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 1.วีซ่าระยะยาวส่วนใหญ่จัดอยู่หมวดวีซ่าท่องเที่ยวมากกว่าการทดแทนแรงงาน หมายถึงเน้นคนรายได้สูงมากกว่าคนที่มีทักษะ 2.ฐานข้อมูลแรงงานกระจัดกระจาย จึงไม่ทราบว่าแต่ละอุตสาหกรรมมีความต้องการแรงงานเท่าใด ซึ่งในต่างประเทศจะมีฐานข้อมูลรวมอยู่ที่เดียวทุกอุตสาหกรรม จึงกำหนดจำนวนนำเข้าแรงงานได้ตรงตามความต้องการ

3.นโยบายวีซ่าที่ยืดหยุ่น ซึ่งต่างประเทศมีระบบการให้คะแนน (Point-based System) มีหลายเกณฑ์ เช่น อายุ คุณวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ ความสามารถทางภาษา (เช่น เป็นชาวต่างชาติแต่สามารถใช้ภาษาไทยได้) ผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรม (อาทิ จำนวนการจดสิทธิบัตร) มากกว่าการวางเกณฑ์เน้นที่รายได้ 4.ควรมีนโยบายวีซ่าที่เอื้อต่อกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เช่น ศิลปิน นักคิด นักออกแบบ

5.กำหนดเป้าหมายของวีซ่าแต่ละประเภทให้ชัดเจน เช่น Smart VISA เน้นไปที่อุตสาหกรรม S Curve และในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC), Long-term Resident VISA สนับสนุนให้ผู้มีทักษะสูงที่ได้วีซ่าประเภทนี้เข้าไปทำงานในสถาบันการศึกษา ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ตลอดจนเน้นส่งเสริมให้กลุ่ม Remote Worker เข้ามาในประเทศไทย

ซึ่งในประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่าง อินโดนีเซีย เพิ่งประกาศนโยบายให้กลุ่ม Remote Worker (หรืออีกชื่อคือ Digital Nomad) อยู่บนเกาะบาหลีได้ในระยะยาว 5 ปี และ Elite Card ควรมุ่งไปในเรื่องการเน้นผู้มีรายได้สูงโดยเฉพาะ เช่น กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อบ้านพักตากอากาศราคาแพง เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาว โดย Elite Card ควรแยกกลุ่มเป้าหมายไม่ให้ซ้ำซ้อนกับ Long-term Resident VISA

“นอกจากนโยบายวีซ่าระยะยาวแล้ว ประเทศไทยจำเป็นต้องมีนโยบายสิทธิพลเมืองและการบูรณาการทางสังคม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ย้ายถิ่นบางกลุ่มสามารถขอเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทยได้ด้วย เรียกว่า Permanent Resident (PR) หรือแม้กระทั่งสัญชาติไทย คนบางคนอยู่เมืองไทย ทำงานเมืองไทยมาเป็นสิบปี มีครอบครัวในเมืองไทย แต่ยังไม่มีสัญชาติไทย ไม่ได้เป็น PR ประเทศไทยด้วย ต้องต่อวีซ่าทุกปี คนเหล่านี้ควรจะได้รับการพิจารณาเป็นกลุ่มแรกๆ” ผศ.ดร.สักกรินทร์ กล่าว

ด้าน ศ.(เกียรติคุณ) ดร.อภิชาติ จำรัสฤทธิวงศ์ บรรยายหัวข้อ “เส้นทางสู่นโยบายการย้ายถิ่นเพื่อทดแทนประชากร” กล่าวว่า ในปี 2564 มีเหตุการณ์สำคัญด้านประชากรศาสตร์เกิดขึ้นในประเทศไทย คือจำนวนคนเกิดน้อยกว่าจำนวนคนตาย ซึ่งมาจากปัจจัยเดิมคือคนมีลูกน้อยลง และปัจจัยเพิ่มเติมคือสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ขณะที่ องค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่า เมื่อสิ้นศตวรรษที่ 21 (ปี 2642) หรืออีก 80 ปีข้างหน้า ประชากรประเทศไทยจะลดลงเร็วสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น

ในทางกลับกัน ประเทศที่ใช้นโยบายการย้ายถิ่นเพื่อทดแทนประชากร (Replace Migration Policy) เช่น สหรัฐอมเริกา แคนาดา ออสเตรเลีย รวมถึงหลายประเทศในทวีปยุโรป “สังคมไทยต้องปรับวิธีคิด (Mindset) โดยมองว่า การนำเข้าประชากรหรือทรัพยากรมนุษย์อันมีค่าโดยเร็วเป็นเรื่องบวก” และการจัดการเรื่องนี้ต้องทำโดยเร็วในเวลาปัจจุบันที่ยังมีประชากรต่างชาติให้เลือกอยู่มาก

“ถ้ารอช้าในอนาคตต้องแข่งขันกันในเวทีโลก เพราะนโยบาย Replace Migration จะเกิดขึ้นในหลายประเทศ นอกจากนี้ถ้าเราจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ ขณะที่ประชากรเรา (คนไทย) ยังมีอยู่มากพอ เราจะสามารถบูรณาการผู้ย้ายถิ่นที่เราคัดสรรเข้ามาให้เขาเป็นคนไทย ได้ง่ายกว่าเมื่อเรามีประชากรน้อยในอนาคต อยากให้เราตั้งเป้าทดแทนอย่างน้อย20% ของประชากรที่จะหายไป คือทดแทน 8 ล้านคนใน 80 ปีนี้ นั่นคือปีละแสนคนขึ้นไป” ศ.(เกียรติคุณ) ดร.อภิชาติ ระบุ

ศ.(เกียรติคุณ) ดร.อภิชาติ กล่าวต่อไปว่า นโยบายนำประชากรต่างชาติเข้ามาในไทย หากได้ปีละ 1 แสนคน สามารถแบ่งไปสนับสนุน 1.โครงการพัฒนาระดับชาติ เช่น EEC 10,000 คน 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อพัฒนา SME 80,000 คน และ 3.ประชากรคุณภาพเพื่อพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมจิตวิญญาณ สุขภาวะ เชื่อมโยงกับประชากรไทยในพื้นที่ต่างๆ 10,000 คน มีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความสุขอย่างถ้วนหน้า

ในตอนแรกเป็นการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอในส่วนการนำเข้าแรงงานทักษะสูงหรือประชากรระดับมั่งคั่ง ส่วนในตอนหน้าจะว่าด้วยแรงงานข้ามชาติระดับทั่วไป รวมถึงบุตรหลานของแรงงานเหล่านี้ ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชัชชาติ’กับน้ำท่วมกรุง ภาวะ‘กลืนไม่เข้า คายไม่ออก’ของชูวิทย์

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668611

‘ชัชชาติ’กับน้ำท่วมกรุง ภาวะ‘กลืนไม่เข้า คายไม่ออก’ของชูวิทย์

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.04 น.

‘ชัชชาติ’กับน้ำท่วมกรุง ภาวะ‘กลืนไม่เข้า คายไม่ออก’ของชูวิทย์

22 กรกฎาคม 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ “น้ำท่วม” ในพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้…

กลืนไม่เข้า คายไม่ออก

นายศรีสุวรรณ นักร้องคนดังขาประจำ ไปตำหนิผู้ว่าฯ อย่าง “ประชดประชัน”

มันใช่เวลาไหม?!

ฝนกระหน่ำ พายุเข้า กรมอุตุฯ เขาแจ้งเตือนเอาไว้ล่วงหน้า

หากเป็นคนกรุงเทพฯ และสนับสนุนผู้ว่าฯ คนขยัน เราต้อง “ติเพื่อก่อ”

ท่านผู้ว่าฯ ควรจะจัดตั้ง “วอร์รูม” ที่สำนักระบายน้ำ เรียกประชุม ผอ.เขต ทั้งหมด เพื่อวางแผนรับมือล่วงหน้า เพราะพายุใหญ่จะเข้า ระดับท่านผู้ว่าฯ ต้องรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว กรมอุตุฯ ป่าวประกาศปาวๆ ให้ทราบอยู่ ว่าพายุลูกไหนจะถล่ม

ท่านผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ด้วยตัวเองกับมอเตอร์ไซค์ 1 คัน

ความเป็นจริง ตัวท่านมีศักยภาพมากกว่านั้นแยะ และต้องบริหารจัดการได้อย่างดีเยี่ยม

หากเปรียบเทียบกับเอกชนก็คือ CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่เจอภาวะวิกฤติ จะต้องบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

ผู้ว่าฯ คนเดียวทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แม้จะเห็นว่าท่านได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข

แต่การช่วยเหลือประชาชนคนกรุงเทพฯ ต้องเตรียมการล่วงหน้า

จัดระดับเตือน “ความเสี่ยง” ปริมาณน้ำท่วม ระดับ 1 ถึง 5 หากระดับ 5 ก็เอาเป็นว่าทุกคนต้องระวังสูงสุด ให้ชาวบ้านรู้ตัว หาใช่ไปจัดการหลังน้ำท่วมแล้ว

ท่านมาใหม่ ไม่มีใครไปโทษท่านได้

เข้าทำนอง “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก”

น้ำนอกจากท่วมกรุงเทพฯ แล้ว ยังท่วมปากผมด้วย

ไม่มีอะไรที่ไปตำหนิท่าน

ฝนตกหนักระดับปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ยาวนานตั้งแต่ค่ำยันเช้า จะไปโทษท่านที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งก็ไม่ถูก

สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง คือ “แผนรับมือล่วงหน้า” จากการแจ้งเตือนของ กทม. จะขนของหนี จะรีบกลับบ้านเร็ว หรือวางแผนอะไรก็แล้วแต่

ชาวบ้านต้องรู้ศักยภาพของ กทม. ว่าเครื่องดูดน้ำเสียเขตไหน? พื้นที่ไหนมีปัญหา? ผอ.เขต น่าจะต้องรายงานท่านได้ หากพายุเข้า

ท่านจะตระเวนดูด้วยตาทั่วพื้นที่ 1,600 ตารางกิโลเมตร มันไม่ไหวนะครับ สงสารท่าน

การเรียก ผอ. 50 เขต มาประชุมด่วน เพื่อรับมือกับวิกฤติ ความสามารถระดับท่านผู้ว่าฯ คิดได้อยู่แล้ว

ท่านจะไลฟ์สดให้เห็นว่ามีการตั้งวอร์รูม ชี้แจง ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้เพื่อเตรียมรับมือ วางแผนกลับบ้านให้เร็วขึ้น จัดเทศกิจเตรียมรถรับส่งประชาชนที่กลับบ้านไม่ได้

ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ควรแจ้งล่วงหน้าก่อนพายุเข้า ไม่ใช่หลังพายุเข้าแล้ว

ทีมงานของท่านต้องประสานกับบรรดาข้าราชการ กทม. ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้

เว้นเสียแต่ว่า ทุกวันนี้ที่ท่านต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว เพราะเกิดปัญหาการประสานงานกับข้าราชการ กทม.

ลำพังกำลังของท่าน แม้จะขยันขันแข็ง เป็น “ผู้แข็งแกร่งในปฐพี”

แต่ท่านไม่ใช่ “หนุมาน” ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศไปทุกเขตได้ในเวลาเดียวกัน

เห็นใจท่านในการแก้ปัญหา เป็นเพียงข้อแนะนำ ช่วยๆ กันครับ

ท่านเป็นคนขยัน แต่การนั่งมอเตอร์ไซด์ซิ่งไปทั่วกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วมแล้ว ไม่น่าจะใช่นะครับ

ส่วนแฟนคลับผู้ว่าฯ ก็อย่าเชียร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา

เราต้องกล้าติในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม

นี่คือสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่หรือ?

ผู้ว่าฯ ที่เปลี่ยนกรุงเทพให้ดีขึ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระราชวรญาณโสภณ’สั่งพักงานไวยาวัจกรวัดธาตุทองปมขาดคุณสมบัติแล้ว ดูแลเข้มกุฎิเจ้าอาวาส

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668603

'พระราชวรญาณโสภณ'สั่งพักงานไวยาวัจกรวัดธาตุทองปมขาดคุณสมบัติแล้ว ดูแลเข้มกุฎิเจ้าอาวาส

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 21.04 น.

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทองมีคำสั่งพักตำแหน่งหน้าที่ไวยาวัจกรขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม มีมลทินมัวหมองความผิดเกี่ยวกับการเงินแล้ว ห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัดจนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น กุฎิเจ้าอาวาสมีคนคอยดูแลเข้ม

วันที่ 22 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) มีหนังสือด่วนถึง “พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง” ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรวัดคนหนึ่งหลังตกเป็นข่าวถูกวิจารณ์มีความไม่โปร่งใส่ในการบริหารเงินวัด ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม มีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินภายใน 15 วัน

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมาพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.ได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 06/2565 เรื่อง ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่แล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

สืบเนื่องจากการที่ไยยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถูกขอให้ตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติของไวยาวัจกรตามความในข้อ 6 (9) แห่งกฎุมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแก่การคณะสงฆ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงให้ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พักจากตำแหน่งหน้าที่ไวยาวัจกรและห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัดจนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าวันนี้ (22 ก.ค.65) เมื่อเวลา 10.00 น.”ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้ลงพื้นที่วัดธาตุทองอีกครั้ง โดยบรรยากาศภายในวัดไม่พบความผิดปกติใดๆ ยังคงมีผู้คนมาเข้าวัดทำบุญเป็นจำนวนมาก โดยนางสาวเกศินี (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี พนักงานบริษัทเอกชน กล่าว่า เวลาไปทำงานจะนั่งรถไฟฟ้า BTS ผ่านวัดธาตุทองเป็นประจำ วันนี้มาทำธุระแถวทองหล่อจึงชวนเพื่อนแวะเข้ามาทำทำบุญที่วัดธาตุทองก่อนกลับไปพบลูกค้าในช่วงบ่ายเพราะเป็นวัดติดกับ BTS เดินทางสะดวก 

พร้อมกับบอกว่า ตนไม่ทราบมาก่อนเรื่องปัญหาเงินทำบุญบริจาคของวัดที่ถูกไวยาวัจกรขนกล่องบริจาคใส่รถกลับไปนับที่บ้าน ถ้าเป็นเรื่องจริงก็อยากให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบเพื่อชี้แจงต่อประชาชนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งตนเพิ่มมาวัดนี้ครั้งแรก แต่เพื่อนมาบ่อย วันนี้มีโอกาสเลยมาทำบุญ เพื่อนพอทราบเรื่องข่าวที่วัดนี้อยู่บ้างแต่ก็ทำใจเพราะวัดดังๆส่วนใหญ่มีผลประโยชน์เรื่องเงินมาเกี่ยวข้องทัังสิ้น ในฐานะที่เป็นคนทำบุญคนหนึ่งเวลาเข้าวัดก็อยากได้ความสบายใจในทุกเรื่อง ถ้าวัดเกิดมีเหตุการณ์ยักยอกเงินจริงก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางวัดจัดระเบียบวัดใหม่ ซึ่งตนคิดเรื่องนี้มานานแล้วเพราะเห็นข่าวฉาวของวัดต่างๆ บ่อยๆ ก่อนที่ประชาชนจะเสื่อมศรัทธาไม่อยากเข้าวัดอีก

จากนั้นเวลา 12.20 น.ทีมข่าวฯ ได้ติดต่อขอเข้าพบพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เพื่อสอบถามเรื่องหนังสือที่เจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ส่งมาถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทองขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรฉาวหลังตกเป็นข่าวถูกวิจารณ์มีความไม่โปร่งใส่ในการบริหารเงินวัด แต่ผู้ใกล้ชิดแจ้งว่าเจ้าอาวาสกำลังพักผ่อนให้มาพบอีกครัังในเวลา 16.00 – 17.00 น. ทีมข่าวฯ จึงเดินสำรวจบริเวณรอบศาลาฌาปนกิจระหว่างรอพบเจ้าอาวาสโดยในศาลางานสวดอภิธรรมยังคงมีประชาชนเข้าร่วมงานตามศาลาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ ยังไม่พบตัวไวยาวัจกรและผู้ช่วยที่เป็นประเด็น พบเพียงเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานฌาปนกิจและเจ้าหน้าที่ประจำศาลาฯเท่านั้น

จากนั้นเวลา 16.30 น.ทีมข่าวฯได้เดินสำรวจบริเวณรอบๆ วัดเพื่อไปยังกุฏิพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทองอีกครั้ง แต่ไม่พบเจ้าอาวาสเจอเพียงการ์ดไม่ทราบจำนวนที่อยู่ในกุฏิเจ้าอาวาสเท่านััน โดยอ้างว่าเจ้าอาวาสกำลังพักผ่อนไม่สะดวกพบให้กลับมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.65)

ส่วนบรรยากาศบริเวณลานจอดรถวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตวัฒนา เข้าไปทำความสะอาดบริเวณลานจอดรถหลังจากเมื่อคืนวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมาได้มีการจัดงานเป็นคืนสุดท้าย โดยฝ่ายจัดงานได้จ่ายค่าบริการให้เป็นค่าทำความสะอาด 1,500 บาท – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,217 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ทิพยประกันภัย ปั้นคนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา
ณิชา ณัฏฐณิชา เตรียมบินร่วมงานคานส์ 2026 เสิร์ฟภาพเซ็ตแรกก่อนเดินพรมแดง
กรุงไทยพานิชประกันภัย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Recent Posts

  • พายุฝน-ฟ้าผ่า ถล่มรัฐอุตตรประเทศ ดับอย่างน้อย 89 ราย
  • สหรัฐฯ อนุมัติ 10 บ.เอกชนจีน ซื้อชิป H200 ของ NVIDIA แต่ดีลยังชะงัก
  • เมียนมาชงกฎหมายใหม่ “โทษประหารชีวิต” แก๊งบังคับเหยื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์
  • ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน ชายอเมริกันเชื้อสายจีนเปิด “สถานีตำรวจลับ” กลางนิวยอร์ก สอดส่องผู้ลี้ภัยการเมือง
  • รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟหนัก เสียชีวิต 1 เจ็บอย่างน้อย 31

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d