Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงย้ายถิ่นแก้อัตราเกิดลด(จบ) ‘ประชากรข้ามชาติ’โอกาสไทย

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668732

สกู๊ปแนวหน้า :  ดึงย้ายถิ่นแก้อัตราเกิดลด(จบ)  ‘ประชากรข้ามชาติ’โอกาสไทย

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ยังอยู่กับงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16 “ประชากรและสังคม 2565” เรื่อง “โควิด-19 : การฟื้นตัว และโอกาสของประชากรและสังคม (COVID-19 : Resilience and opportunity population and society)”จัดโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งในตอนที่แล้ว (ดึงย้ายถิ่นแก้อัตราเกิดลด(1) ปฏิรูปวีซ่าเอื้อคนเก่งเข้าไทย : หน้า 5 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 ก.ค. 2565) กล่าวถึงการมีนโยบายเอื้อต่อการดึงคนเก่งเข้าประเทศเพื่อทดแทนอัตราการเกิดของคนไทยที่ลดลง ส่วนฉบับนี้จะว่าด้วยโอกาสของไทยจากคนข้ามชาติอีกหลายกลุ่ม

รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ บรรยายในหัวข้อ “ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ : สินทรัพย์ทางประชากรที่ไม่ควรมองข้าม” ซึ่งเป็นการศึกษาผลกระทบจากบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติ (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ในประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในมิติด้านสุขภาพ การศึกษาและการคุ้มครองเด็ก โดยพบความเสี่ยง หากเป็นเด็กเล็กจะเป็นเรื่องสุขภาพและโภชนาการ แต่หากเป็นเด็กโตจะเป็นเรื่องการศึกษา ทั้งนี้ บุตรหลานแรงงานข้ามชาติจำนวนมากอยู่ในระบบการศึกษาไทย จึงคุ้นเคยกับการใช้ภาษาไทย และมีแนวโน้มจะอยู่ประเทศไทยในระยะยาว

รศ.ดร.เฉลิมพล กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ การประเมินสถานการณ์และผลกระทบโควิด-19 ต่อเด็กข้ามชาติในประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สหภาพยุโรป (EU) ผ่านองค์กร Action Aid ในประเทศไทย เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพโดยเก็บข้อมูลใน 6 พื้นที่ คือกรุงเทพฯ (รวมปริมณฑล) กับอีก 4 จังหวัด คือ สมุทรสาคร ระนอง ชลบุรี เชียงใหม่ และอีก 1 อำเภอ คือ อ.แม่สอด จ.ตาก พบปัญหาสำคัญ 1.เข้าไม่ถึง โดยเฉพาะการจดทะเบียนการเกิด โอกาสทางการศึกษา และบริการด้านสุขภาพ

2.ตกหล่น โดยเฉพาะปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งแต่เดิมเด็กเคยได้เรียนในโรงเรียนไทยหรือในศูนย์การเรียนรู้บุตรหลานแรงงานข้ามชาติ แต่สถานการณ์โควิด-19 มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรค ทำให้สถานศึกษาต่างๆ ถูกปิดและต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอน และ 3.การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงและความเปราะบาง เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจของพ่อแม่แล้วไปลงกับลูก การถูกล่วงละเมิด รวมถึงการต้องย้ายถิ่นตามพ่อแม่ที่ถูกเลิกจ้าง เป็นต้น

“ถ้าเราพูดถึงเด็กข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย เด็กกลุ่มนี้อยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว จำนวนมากเกิดและ เติบโต เรียนหนังสือในไทย พูดภาษาไทยได้ ดังนั้นหากรัฐบาลและสังคมไทยมองเด็กกลุ่มนี้เป็นสินทรัพย์ของประเทศ สามารถเป็นกำลังแรงงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศไทยในอนาคตระยะยาวได้ ทางทีมวิจัยเชื่อว่าจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายและการจัดการ ที่จะทำให้การดูแลในเรื่องการเข้าถึงสิทธิ์ด้านต่างๆ ของเด็ก

ทั้งการจดทะเบียนการเกิด การศึกษา สุขภาพและหลักประกันทางสุขภาพ รวมถึงการคุ้มครองเด็กในด้านต่างๆ มีความเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกันในทุกมาตรการและนโยบาย เกิดเป็นความชัดเจน และมีแนวทางในการนำไปสู่การปฏิบัติที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน” รศ.ดร.เฉลิมพล กล่าว

รศ.ดร.สุรีย์พร พันพึ่ง บรรยายหัวข้อ “ผู้ลี้ภัยในเมืองกับการทดแทนกำลังแรงงานในสังคมไทย” ว่าด้วยการศึกษาชีวิตผู้ลี้ภัยหนีการถูกคุกคามด้วยเหตุแห่งความขัดแย้ง เช่น การเมือง เชื้อชาติ ศาสนา ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกทั้งผู้ลี้ภัยและผู้เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลช่วงต้นปี 2565 พบผู้ลี้ภัยในเมือง (Urban Refugee)
ประมาณ 5 พันคน จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก คนกลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่ายผู้อพยพ ทั้งนี้ ครึ่งหนึ่งของผู้ลี้ภัยที่เก็บข้อมูลได้ อยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี จนต้องหางานทำแม้จะผิดกฎหมายก็ตาม

รศ.ดร.สุรีย์พรกล่าวว่า เหตุที่ผู้ลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก เพราะกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งเป็นหน่วยงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้ได้ไปตั้งรกรากในประเทศที่ 3 แต่การที่รัฐบาลไทยไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ไม่มีกฎหมายคุ้มครองเฉพาะสำหรับผู้ลี้ภัย และไม่รับรองเอกสารสถานะผู้ลี้ภัยที่ออกโดย UNHCR ผู้ลี้ภัยจึงอยู่ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองไม่ต่างจากชาวต่างชาติทั่วไป ซึ่งการเข้าเมืองหรือทำงานอย่างผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับกุมเพื่อกักกันและส่งกลับประเทศต้นทาง

งานวิจัยชิ้นนี้ได้สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัย 20 คนร้อยละ 80 มีการศึกษาเฉลี่ยระดับมัธยม-ปริญญาตรี ในจำนวนนี้ 6 คนเรียนจบระดับ ป.ตรี และ 5 คนมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ซึ่งการที่ต้องรอนานกว่าจะได้รับอนุมัติให้เดินทางไปประเทศที่ 3 และเป็นการรอนานกว่าแผนที่ตนเองวางไว้ ทำให้ผู้ลี้ภัยต้องพยายามหางานทำ โดยหากเป็นผู้ลี้ภัยที่มีระดับการศึกษาปานกลางถึงสูงและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี จะได้งานแบบชั่วคราว เช่น ล่ามแปลภาษา สอนหนังสือ อาสาสมัครขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และคริสตจักร ส่วนกลุ่มอื่นๆ ทำงานรับจ้างทั่วไป

“กลุ่มผู้ลี้ภัยในเมืองไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยเท่าที่ควร ในขณะที่ปัจจุบันและอนาคตประเทศไทยจะประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้นก็มีความต้องการแรงงานมีฝีมือและกึ่งฝีมือเพิ่มขึ้นด้วย การศึกษานี้จึงเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายจ้างงานผู้ลี้ภัยในเมือง ที่ได้รับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากUNHCR ให้ได้ทำงานและได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับความรู้ความสามารถของผู้ลี้ภัยในเมือง” รศ.ดร.สุรีย์พร กล่าว

อีกด้านหนึ่ง รศ.ดร.สุดารัตน์ มุสิกะวงศ์ บรรยายหัวข้อ “การสร้างหนี้เมื่อย้ายถิ่นในภาวะ COVID-19” ว่าด้วยขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย แม้จะมีการพัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกแต่ในความเป็นจริงพบปัญหาในการดำเนินการ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าจ้างที่ได้รับ โดยประเทศไทยมีความท้าทาย 2 ประการ ที่ส่งผลให้จำนวนแรงงานข้ามชาติในไทยที่ไม่มีเอกสารเพิ่มขึ้น คือ 1.ค่าธรรมเนียมการจัดหางานสูง และ 2.ความยากลำบากในการเข้าถึงระบบการขึ้นทะเบียนแรงงาน โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนออนไลน์

ซึ่งแม้ในทางนโยบายจะมีการห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางาน แต่ในทางปฏิบัติ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจัดการแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ทำให้
แรงงานต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการจัดหางานและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง โดยกฎหมายอนุญาตให้นายจ้างส่งต่อค่าใช้จ่ายให้คนงานผ่านการหักเงิน ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติมีแนวโน้มที่จะต้องจ่ายและมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,785 บาท ต้นทุนเหล่านี้ทำให้แรงงานข้ามชาติเป็นหนี้นายหน้า นายจ้าง ตลอดจนเจ้าหนี้ประเภทอื่นๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อเงื่อนไขของการบังคับใช้แรงงาน

“เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเป็นหนี้ทาสและการบังคับใช้แรงงานในหมู่แรงงานข้ามชาติ เราจำเป็นต้องมีนโยบายที่ช่วยให้ผู้ย้ายถิ่นมีความยืดหยุ่นในการอยู่รอดในโลกภายใต้สถานการณ์โควิด-19” รศ.ดร.สุดารัตน์ กล่าว


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’ลดเหลื่อมล้ำ

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668723

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ อ็อกแฟม อินเตอร์เนชั่นแนล (Oxfam International) ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่ออาหารทะเลที่เป็นธรรมและยั่งยืน (CSO Coalition) จัดเวทีพูดคุยในหัวข้อ “Battling Inequality in Food Supply Chains : a post-pandemic talk on living wage” มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมด้านแรงงานและบริษัทเอกชนชั้นนำ ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต (living Wage)” แนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

จอห์น ซามูเอล ผู้อำนวยการอ็อกแฟมในภูมิภาคเอเชีย ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับโลก ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงได้รับกำไรและโบนัสจำนวนมาก แรงงานในอุตสาหกรรมอาหารกลับได้รับค่าจ้างเพียงน้อยนิด ไม่พอต่อการเลี้ยงชีพในแต่ละเดือน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเอารัดเอาเปรียบและไม่ยุติธรรมต่อแรงงานจึงเรียกร้องให้บริษัทเอกชนทั่วโลกให้เริ่มดำเนินการเกี่ยวกับค่าจ้างเพื่อชีวิตให้เป็นจริงโดยเร็ว

สุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผู้ประสานงานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) กล่าวว่า วิกฤตค่าแรงมีมานานก่อนสถานการณ์โรคโควิด-19 เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำไม่มีการขยับขึ้นมาแล้วหลายปี ขณะที่ค่าครองชีพขยับขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี อาทิ แรงงานอาหารทะเลจำนวนมากได้ค่าจ้างเฉพาะวันที่ทำงานเท่านั้น ดังนั้น แรงงานจะได้ค่าจ้างสูงสุดราว 26 วันต่อเดือน แต่ในความเป็นจริงแรงงานไม่ได้กินข้าวแค่ 26 วัน ต้องกินข้าว 30 วันต่อเดือน พวกเขาควรได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมเพื่อให้มีชีวิตรอด

“การที่บริษัทเอกชนเริ่มพูดถึงค่าจ้างเพื่อชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะในประเทศที่ยังไม่มีเกณฑ์ค่าจ้างเพื่อชีวิตที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย บริษัทต่างๆ ควรทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและแรงงานมากขึ้นเพื่อร่วมกันกำหนดเกณฑ์ที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ในทางกลับกัน การสร้างเกณฑ์ค่าจ้างเพื่อชีวิตขึ้นมาโดยไม่มีวิธีการที่น่าเชื่อถือ ปราศจากความโปร่งใส่ และขาดการมีส่วนร่วมกับแรงงาน อาจจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ และไม่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำลดลง”สุธาสินี กล่าว

คารา ฟลาวเออร์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านอาหาร ฟาร์มและประมงของ Ethical Trade Initiative (ETI) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิแรงงานและส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม อธิบายว่าค่าจ้างเพื่อชีวิตนั้นจะต้องมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ การที่แรงงานมีรายได้แค่เพียงพอต่อการมีชีวิตรอดนั้นไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างเพื่อชีวิต เพราะค่าจ้างเพื่อชีวิตต้องทำให้แรงงานสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเข้าถึงความต้องการพื้นฐานอย่างอาหาร การรักษาพยายาล การศึกษา บ้าน ตลอดจนการจ้างงานที่เป็นธรรมได้จริงด้วย

“เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างมาก เมื่อแรงงานซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารให้เรากลับกลุ่มที่กำลังลำบากมากที่สุด พวกเขาขาดความมั่นคงทางอาหาร ขาดโภชนาการที่ดี
และตกอยู่ในภาวะยากจน แม้ว่าเราจะไม่ได้กำหนดเกณฑ์ของค่าจ้างเพื่อชีวิตไว้อย่างชัดเจน แต่ที่แน่ๆ มันต้องมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำการพูดคุยเกี่ยวกับค่าแรงหลายครั้งมักเป็นการพยายามหาค่าแรงต่ำที่สุดที่จะทำให้แรงงานมีชีวิตรอดได้ แต่เราไม่ได้มองแค่การมีชีวิตรอด เรายังมองไปถึงโอกาสในการเจริญก้าวหน้าและคุณภาพชีวิตของพวกเขาด้วย” คารา กล่าว

มุมมองของภาคเอกชน โชค กิตติพงษ์ถาวรรองกรรมการผู้จัดการด้านการบริหารค่าจ้างและค่าตอบแทน เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) เปิดเผยว่า ทางซีพีเอฟประกาศเป้าหมายว่าจะจ่ายค่าจ้างเพื่อชีวิตให้กับพนักงานทุกคนภายในปี 2566 โดยเชื่อว่าการจ่ายค่าจ้างเพื่อชีวิตนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทด้วย เนื่องจากช่วยลดอัตราการลาออกและลดต้นทุนด้านการหาพนักงานใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม “ค่าจ้างเพื่อชีวิตเป็นการเดินทางที่ต้องการเวลาและการสร้างความเข้าใจ” บริษัทต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีเวลาสำหรับการปรับตัว
ตลอดจนการเห็นชอบของฝ่ายต่างๆ โดยในขั้นตอนแรกทางซีพีเอฟระบุว่าจะกำหนดเกณฑ์ค่าจ้างเพื่อชีวิตโดยใช้ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายเป็นฐาน จากนั้นจะพิจารณาว่าบริษัทมีความสามารถในการจ่ายค่าจ้างเพิ่มเติมได้มากน้อยแค่ไหน

ขณะที่ ราเชล คาวเบิร์น-วอลเดน ผู้อำนวยการระดับโลกด้านสิทธิมนุษยชนของยูนิลีเวอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลกเจ้าแรกๆ ที่ประกาศพันธะการจ่ายค่าจ้างเพื่อชีวิตแก่พนักงาน ระบุว่า ตอนนี้ทางยูนิลีเวอร์ได้ขยายแผนดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงแรงงานทุกคนที่ผลิตและจัดส่งสินค้าและบริการให้กับยูนิลีเวอร์โดยตรงด้วย โดยมีเป้าหมายจะทำให้สำเร็จภายในปี 2573 ซึ่งการจ่ายค่าจ้างที่เหมาะสมให้กับแรงงานเป็นผลดีต่อธุรกิจ เพราะหากแรงงานไม่ได้ค่าจ้างที่เพียงพอ ก็จะไม่มีเงินป้อนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการจับจ่ายใช้สอยสินค้า

ทั้งนี้ หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญคือชุดข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอที่จะสามารถนำมากำหนดเกณฑ์ค่าจ้างเพื่อชีวิตที่ชัดเจน เหมาะสม และน่าเชื่อถือได้ เนื่องจากบริบทของแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกันมากอีกทั้งมีการเสนอทางออก โดยเฉพาะบริษัทต่าที่มีเป้าหมายจ่ายค่าจ้างเพื่อชีวิต ควรสร้างการมีส่วนร่วมอย่างเข็มแข็งกับพนักงานของตน เพื่อรับฟังเสียง จัดเก็บข้อมูล และเข้าใจความต้องการของแรงงานอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างแผนการดำเนินงานด้านค่าจ้างเพื่อชีวิต

และตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : วช.โชว์700ผลงานวิจัยฝีมือคนไทย ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2565

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668742

สกู๊ปพิเศษ : วช.โชว์700ผลงานวิจัยฝีมือคนไทย  ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2565

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ถือเป็นเวทีระดับชาติในการนำเสนอความก้าวหน้าของผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ และเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงเชื่อมโยงการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำงานวิจัยไปใช้พัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ทั้งเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม ชุมชน พาณิชย์และอุตสาหกรรม

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2549 ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)ในการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมการวิจัยที่มีคุณภาพ

สำหรับในปีนี้ก็ยังคงมีการจัดงานอย่างต่อเนื่องเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)”ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

โดยการจัดงานในปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานฯ ในวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2565 เวลา 14.30 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)” ขึ้นเป็นปีที่ 17 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงพระมหากรุณาธิคุณต่องานวิจัยไทย

“งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ จัดขึ้นเป็นปีที่ 17 โดยความมุ่งมั่นตั้งใจของเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ทาง วช.ภายใต้กระทรวง อว. มีความตั้งใจในการทำให้เวทีนี้เป็นเวทีที่ทำให้เกิดการนำผลสำเร็จจากงานวิจัยมาทำให้เห็นภาพว่าทุกเม็ดเงินการลงทุนจากการวิจัยและนวัตกรรมที่ได้ใช้จ่ายหรือลงทุนในแต่ละปี สามารถเกิดผลงานที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการพัฒนาประเทศในหลากหลายรูปแบบ สามารถแก้ไขปัญหาและสามารถช่วยให้คุณภาพชีวิต สภาพเศรษฐกิจและสังคมดีขึ้น อยากให้ทุกคนให้กำลังใจนักวิจัยและมาชมผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นรวมถึงการประชุมในประเด็นท้าทายใหม่ๆที่อยากให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม”
ดร.วิภารัตน์ กล่าว

สำหรับการจัดงานในปีนี้ จะมีการนำเสนอผลงานวิจัยจากเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศกว่า 700 ผลงาน ใน 5 ประเด็นหลักคือ 1.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น การพัฒนาระบบเศรษฐกิจบีซีจี (BCG) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เอไอ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ระบบราง ยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจฐานนวัตกรรมขนาดใหญ่

2.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาสังคมสูงวัย การพัฒนาเมืองน่าอยู่ สังคมไทยไร้ความรุนแรง และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

3.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น นวัตกรรมการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ทั้งการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรค การสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพและสาธารณสุข และการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตด้านสาธารณสุขในอนาคต

4.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต ครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (First S-curve) และอุตสาหกรรมใหม่ (New S-curve)

และ 5.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์เชิงการพัฒนาพื้นที่ ครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีการนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย เชิงพาณิชย์ เชิงชุมชนสังคม ผ่านกลไกการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์

ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเปิดเวที “Thailand Research Expo Talk : เวทีรวมพลังวิจัย ขับเคลื่อนประเทศไทย” โดย ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.นพ.วชิร คชการ ประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

และช่วง “Platinum Award Talk : เสริมพลังประชาคมวิจัย ด้วยรางวัลแห่งเกียรติยศ” โดย ผศ.ดร.วันชัย สุทธะนันท์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และ รศ.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะได้รับรางวัล Platinum Award ในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564

งานนี้จะได้มีการเปิดตัว “เดี่ยว” สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล นักแสดงหนุ่ม เป็นทูตวิจัยมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 พร้อมนำเสนอตัวอย่างผลงานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มบัวฉลองขวัญด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจไทย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ร่วมกับภาคเอกชนพัฒนาการเพาะเลี้ยง สกัดสเต็มเซลล์จากบัวฉลองขวัญ และใช้เทคโนโลยีในการกักเก็บสารสำคัญ เพื่อพัฒนาเป็นนวัตกรรมเครื่องสำอางสเต็มเซลล์จากบัวฉลองขวัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพืชสมุนไพรไทย

การพัฒนาฐานข้อมูลอัจฉริยะแหล่งอัญมณีโลก (AI) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่นำเทคโนโลยีเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการบ่งชี้แหล่งที่มาของอัญมณีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ และยกระดับความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีของประเทศไทย

โครงการศึกษาพัฒนารูปแบบยาเตรียมตำรับยาแผนไทย จำนวน 16 ตำรับที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ต่อยอดภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยโดยใช้องค์ความรู้ทางเทคโนโลยีเภสัชกรรม

นอกจากนี้ยังมีระบบการดูแลผู้ป่วย Home Isolation และ Community Isolation ด้วย Platform “\WeSAFE@Home by BUU” จากมหาวิทยาลัยบูรพา ระบบพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง จากมหาวิทยาลัยทักษิณ

ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 นอกจากจะมีการนำเสนอผลงานวิจัยในภาคนิทรรศการแล้ว ยังมีภาคการประชุม-สัมมนามากกว่า 150 หัวข้อ ทั้งหัวข้อสำคัญสำหรับการบริหารจัดการงานวิจัยและปัญหาสำคัญของประเทศ หัวข้อที่อยู่ในความสนใจของสังคม การประชุมกลุ่มนำเสนอบทความผลงานวิจัย และการประชุมถ่ายทอดความรู้ การให้คำปรึกษาด้านการทำวิจัย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการประกวดนวัตกรรมสายอุดมศึกษากว่า 100 ผลงาน และการมอบรางวัลมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565

สำหรับงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 จะจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานภาคการประชุมและภาคนิทรรศการได้ที่ https://researchexporegis.com โดยลงทะเบียนเข้าชมแบบ Onsite ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 และแบบ Online ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2565

ถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้เข้ามาชมผลงานของนักวิจัยไทยกว่า 700 ผลงาน พร้อมทั้งจะมีการเปิดภาคการประชุม ระดมสมอง เพื่อนำงานวิจัยไปใช้ในการแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศร่วมกันต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เทสก์’เล่าเรื่อง’ผีอำ’มันมีอาการอย่างไร เป็นผีอำจริงหรือไม่ เวลามันอำทำเอาหายใจไม่ออก

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668730

'หลวงปู่เทสก์'เล่าเรื่อง'ผีอำ'มันมีอาการอย่างไร เป็นผีอำจริงหรือไม่ เวลามันอำทำเอาหายใจไม่ออก

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.15 น.

พอเคลิ้มก็ได้เรื่อง ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ผีอำ” เรื่องผีอำไม่ต้องอธิบาย ใครๆ ก็รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันมีอาการอย่างไร แต่ข้อสำคัญมันเป็นผีอำจริงหรือไม่ คืนวันนั้นเราได้ทดสอบหาข้อเท็จจริงหลายอย่าง เบื้องต้นมันเป็นตัวคล้ายๆ กับตัวอะไรใหญ่โตดำทะมึนเข้ามานั่งทับอกเรา แล้วหายใจไม่ออก

พยายามดิ้นกว่าจะรู้สึกตัวหายใจได้แทบใจขาดทีเดียว เขาว่าผีสัตว์ที่เราฆ่ามันอยู่ที่หัวโป้มือ เอามือทับหน้าอกมันจึงอำเอา ทีนี้เอามือออกจากหน้าอกแล้วมาวางเหยียดแนบลำตัว มันก็ตามมาอำอีก เอ นี่อะไรกัน เป็นเพราะเรานอนหงายกระมัง ลองนอนตะแคงดูมันก็ยังมาอำอีก เวลามันอำทำเอาจนหายใจจะขาดให้ได้

จึงได้มากำหนดดูว่าอาการของคนจะตายมันเป็นอย่างไร ครั้งแรกเรามีสติตามรู้ตัวจิตอยู่ว่าเวลาใจจะขาดนั้นเป็นอย่างไร สติตามรู้จิตจนวาระสุดท้าย ยังเหลือสติตามรู้จิตอยู่ นิดเดียวในความรู้สึกนั้นว่า ถ้าเราปล่อยสติที่ยังตามรู้จิตนิดเดียวนี่แหละเมื่อไร นั้นแหละคือความตาย

บัดนี้เราจะปล่อยให้มันตายหรือไม่ปล่อยดี เวลานี้จิตของเราก็บริสุทธิ์ดีอยู่แล้ว หากจะปล่อยให้มันตายก็ไม่เสียที มันยังมีความรู้สึกนิดๆ หนึ่งว่า ถ้าเราไม่ปล่อยให้มันตาย มีชีวิตอยู่ ก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้อีกต่อไป ถ้าตายเสียเวลานี้ก็จะได้แต่ประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น แล้วคนที่อยู่ภายหลังก็จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุแห่งความตายนี้อีกด้วย

ถ้าอย่างนั้นก็อย่าให้มันตายเลย แล้วพยายามกระดุกกระดิกมือเท้าให้มันเคลื่อนไหวจนรู้สึกตัวขึ้นมา ตอนที่สองไม่เห็นตัวดอก แต่มันเป็นก้อนดำทะมึนๆ เข้ามา ทีนี้เราทราบแน่แล้วว่าไม่ใช่ผี มันเป็นเรื่องของลมตีขึ้นข้างบนต่างหาก เราพยายามเคลื่อนไหวมือเท้าแล้วก็หายไป

ตอนที่สามไม่ถึงขนาดนั้น เป็นแต่ซึมๆ เคลิ้มๆ แล้วเราพยายามลุกขึ้นเสีย ผู้อ่านทั้งหลายพึงสังเกตตัวเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา จะมีอาการมึนศรีษะและซึมเซ่อ ถ้าไม่พยายามรับประทานยาแก้ลมแล้วนอนไปอีกก็จะเป็นเช่นนั้นอีก เฉพาะตัวข้าพเจ้าแล้วแก้ได้เฉพาะดมพิมเสนอย่างเดียว

คัดบางตอนมาจากหนังสือ หลวงปู่เล่าว่า “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี” วัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

DEK ว.การบินฯ SPU เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเรียนรู้สู่ความเป็นมืออาชีพด้านการบิน

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668729

DEK ว.การบินฯ SPU เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเรียนรู้สู่ความเป็นมืออาชีพด้านการบิน

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.08 น.

คณาจารย์วิทยาลัยการบินและคมนาคม มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดกิจกรรมการเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเหล่า Freshy’65 นักศึกษาการจัดการความปลอดภัยการบิน วิทยาลัยการบินและคมนาคม SPU ด้วยการเข้าศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติด้านการบินของชาติ เพราะ “การเดินทาง คือวิธีการหนึ่งที่เราจะได้สั่งสมประสบการณ์และความรู้เพิ่มมากขึ้น” ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฤกษ์วันพระมงคล! เปิดหีบโบราณล้ำค่าใบที่ 9 พบพระสมเด็จฯหลากพิมพ์

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668712

ฤกษ์วันพระมงคล! เปิดหีบโบราณล้ำค่าใบที่ 9 พบพระสมเด็จฯหลากพิมพ์

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.21 น.

ตะลึง เปิดกรุหีบโบราณใบสุดท้าย ตามคำทำนาย พบ พระสมเด็จฯ หลายพันองค์ พร้อมแป้นพิมพ์สลักหลวงวิจารณ์ จีวรฯเก่า ผ้ายันต์  ภาพวาดรูปผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบแกะพระสมเด็จฯในตำนานครบรอบ 12 นักษัตร 144-150 ปี 

“ขรัวโต หรือ สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ ยุครัตนโกสินทร์ ผู้มีปฎิปทาจริยาวัตร เป็นที่ ศรัทธา เคารพ นับถือตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงปุถุชนคนธรรมดา แทบทุกชนชั้นวรรณะ  ชาวบ้านทั่วไปต่างเรียกท่านว่า “สมเด็จโต หรือ หลวงปู่โต” อีกทั้งท่านยังทรงขึ้นชื่อเลื่องลือ ด้านเรื่องวิชชาคาถาอาคม เมตตา มหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคลพระเครื่องหรือ “พระสมเด็จ จักรพรรดิ์แห่งพระเครื่อง”ที่ท่านได้สร้างขึ้นมามากมาย หลายแบบ หลายพิมพ์ หลายกรุ หลายวัดที่ท่านได้ไปจำวัดจำพรรษา หรือเดินทางไปมาทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นพุทธบูชาแก่ประชาชน จัดเป็นวัตถุมงคลยอดนิยมทรงพลังอันดับ 1 โดยถือเป็นพระเครื่องที่จัดอยู่ 1 ใน 5 พระเบญจภาคี มีพุทธคุณอมตะครบทุกด้าน อาทิ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด มหาอุต คงกระพัน โชคลาภ ที่หายาก ยอดนิยม ใครมีบารมีได้ครอบครองไว้จะรุ่งเรืองไม่มีวันตกต่ำ เป็นที่ต้องการแสวงหากันมากว่า 100 ปี จนถึงปัจจุบันนี้

สำหรับ หีบโบราณเก่าแก่ อันล้ำค่านี้ มีอยู่ทั้งหมดด้วยกัน 9ใบ โดยทาง น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องฟ้าให้ทีวีช่อง 160 จาน PSI ได้รับตกทอดมรดกมาจากปู่ทวด ที่เป็นทหารเก่าเป็นผู้มีพระคุณที่นับถือกันมายาวนาน ท่านได้มอบหมายเอาไว้ให้ พร้อมกำชับตกปากรับคำกันเอาไว้ พร้อมสัญญาด้วย วาจาใจ ว่าห้ามเปิดออกดูก่อนปีพ.ศ.2565 นี้อย่างเด็ดขาด 

ต่อมาเมื่อย่างเข้าสู่ปีพุทธศักราช 2565 ทาง ผอ.ฟ้า จึงเริ่มทยอยเปิดหีบโบราณทีละใบตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2565 เรื่อยมา ภายในพบสิ่งของและพระพุทธรูปโบราณ อาทิ พระสมเด็จพิมพ์ต่างๆสมเด็จตะกั่วถ้ำชา สร้อยหยก กำไรหยก องค์พระพุทธรูปโบราณ องค์พระสังกัจจายน์ เสื้อยันต์สีเหลืองโบราณ ตลอดจนถึงหีบโบราณใบที่ 9 พบความอัศจรรย์ล่าสุดหลายสิ่งอยู่ภายในนี้

ล่าสุดวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ผอ.ฟ้า ถือฤกษ์งาม ยามดี ในวันพระมงคล พร้อมทีมถ่ายทำรายการสถานีดาวเทียมช่อง 160 ได้ถ่ายรูปพร้อมบันทึกวีดีโอไว้เป็นหลักฐานในการเปิดกรุหีบโบราณอันล้ำค่าที่สะสมได้มาเอาไว้ นับเป็นวินาทีที่ต่างรอคอยกันมานานหลายปี พร้อมกับการลุ้นระทึกตื่นเต้นกับสิ่งของที่อยู่ภายใน กับการเปิดหีบออกมาครั้งนี้ ก็ต้องตกตะลึงงัน ตื่นตา ตื่นใจ พร้อมกับได้เปล่งวาจา สาธุ สาธุ สาธุ ออกมากัน อย่างตื้นตันใจ เมื่อพบกับความอัศจรรย์ที่อยู่ตรงหน้านี้ ภายในพบกรุ พระสมเด็จหลายพันองค์หลากหลายพิมพ์ พร้อมแป้นพิมพ์โบราณ127พิมพ์ ของหลวงวิจารณ์เขียนสลักจารปีพุทธศักราช จีวรฯเก่า ผ้ายันต์ และรูปภาพวาดโบราณ หลวงวิจารณ์ กับ นายแสง บ้านช่างหม้อ ผู้ที่เป็นตำนานเกี่ยวข้องในการออกแบบแกะพระสมเด็จฯพระเครื่อง อันเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างต้องการ เสาะแสวงหามาครอบครองห้อยบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเองและครอบครัวกันมากมาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคราชเสิร์ฟแซ่บเปิดเมืองย่าโมกระตุ้นท่องเที่ยวสาวสวยใจถึง 77 จังหวัดชิง Miss Star Thailand 2022

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668690

โคราชเสิร์ฟแซ่บเปิดเมืองย่าโมกระตุ้นท่องเที่ยวสาวสวยใจถึง 77 จังหวัดชิง Miss Star Thailand 2022

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.21 น.

โคราชเสิร์ฟแซ่บเปิดเมืองย่าโมกระตุ้นการท่องเที่ยว ฟื้นเศรษฐกิจ สาวสวยใจถึง 77 จังหวัดชิง Miss Star Thailand 2022 เผยเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเกษตร วัฒนธรรม ที่สำคัญเป็นการส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทย

วันนี้ (23 ก.ค.65) ที่ korat zoo lagoon สวนสัตว์นครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ ประธานกองประกวด มิส สตาร์ ไทยแลนด์ Miss Star Thailand 2022 โดยได้รับการสนับสนุนจากนายธนชน เคนสิงห์ ผอ.สวนสัตว์นครราชสีมา จัดกิจกรรมแฟชั่นประชันโฉมสาวสวยนางงามที่เป็นตัวแทนทั้ง 77 จังหวัดในการชิงมง ร่วมทำกิจกรรมในชุดว่ายน้ำเพื่อชิงชัยในเวทีประกวด มิส สตาร์ ไทยแลนด์ Miss Star Thailand 2022 โดยมีคอนเซ็ปว่า “สวย ฉลาด มาดมั่น ทันสมัย ทั่วไทย” สวยครบพร้อมที่สุด โดยสถานที่สวนน้ำฯ เป็นการประกวดแฟชั่นโชว์ รอบชุดว่ายน้ำที่แต่ละคนมีดีที่แตกต่างกันไป สวยโดดเด่นมีเอกลักษณ์โพสต์ท่าทางที่ไม่ซ้ำกัน ได้อย่างตื่นตา ตื่นใจ และแตกต่าง 

กิจกรามดังกล่าวจัดระหว่างวันที่ 22-24 ก.ค.56 ณ จังหวัดนครราชสีมา โดยสาวงามหรือนางงามจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เรื่องการเกษตร เรื่องวัฒนธรรม และที่สำคัญเป็นการส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทย

ทั้งนี้ สำหรับนางงามที่เป็นตัวแทนทั้ง 77 จังหวัดที่ได้เข้าชิงมง แต่ละคนมีดีแตกต่างกันไป สวยโดดเด่น เช่น Miss Star แพร่ 2022 “บีบี” ณัฐภัชศร พลล้ำ ลูกสาวนักร้องหมอลำดังระเบียบวาทศิลป์ , Miss Star เชียงราย 2022 “หมูแฮม“ ชนาพร ฉ่ำชื่น อายุ 18 ปีก็รับทำขวัญนาคเป็นนางเอกลิเกดังมาด้วย , Miss Star สุรินทร์ 2022 “มิ้นท์“ สุดาวัลย์ คำดี จบปริญญาโท มหาวิทยาลัยคีล คณะคอมพิวเตอร์วิทยาศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 ประเทศอังกฤษ Masters Keele University Advanced Computer Science Merit,England พูดได้หลายภาษา ทั้งอังกฤษ ไทย กัมพูชา เป็นต้น ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ มิส สตาร์ ไทยแลนด์ Miss Star Thailand 2022 คนใหม่ของโลก 

สำหรับที่ 1 จะได้รางวัลมากมาย เช่น เงิน 100,000 บาท มงกุฎมูลค่า 200,000 จะทำหน้าที่เพื่อการกุศล และรองทั้ง 4 จะได้เงินและของรางวัล คลิกเกาะติดได้ที่ Fanpage แฟนเพจเฟซบุ๊ค Miss Star Thailand 2022 จัดประกวดรอบตัดสินวันที่ 6 สิงหาคม 2565 เชิญชวนไปร่วมงานฯที่จะได้พบกับสาวงามที่มีความมาดมั่น ทันสมัยเป็นสาวยุคใหม่ที่มีแนวคิด มีมุมมองที่ทันสมัยและมุมมองถึงประเทศชาติ ที่แกรนด์ฮอลล์ สตาร์เวลล์ บาหลี รีสอร์ท นครราชสีมา ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่างฮา! ‘หลวงพี่’ช็อกกวาดพื้นกุฏิกลับเจอดี ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ (คลิป)

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668680

อย่างฮา! ‘หลวงพี่’ช็อกกวาดพื้นกุฏิกลับเจอดี ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ (คลิป)

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

วันที่ 23 กรกฎาคม 2565 คลิปวิดีโอไวรัลสุดโด่งดัง ชาวเน็ตต่างกันแชร์ออกเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ภายหลังสมาชิกผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า eyangwana ได้โพสต์คลิปวิดีโอของหลวงพี่รูปหนึ่ง ที่กำลังทำวัตร กวาดกุฏิ โดยระบุข้อความในคลิปว่า “ไม่เห็นกับตาไม่เชื่อ” พร้อมระบุแคปชั่นว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สาธุ”

โดยในคลิปจะเห็นว่า มีหลวงพี่รูปหนึ่งกำลังทำวัตรอยู่ ด้วยการทำความสะอาดกุฎิ ซึ่งหลวงพี่ได้ทำการกวาดพื้นอยู่ และอีกมือหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์ ในขณะที่กวาดพื้นอยู่นั้น ได้คุกเข้าลงไปเก็บหนังสือที่พื้น แล้วทำการเหน็บไม้กวาดไว้ที่รักแร้ ซึ่งหลังจากเก็บหนังสือเสร็จลุกขึ้นมากวาดพื้นต่อ ทว่าหาไม้กวดไม่เจอ ทำเอาตกใจแล้วหมุนหาก็ไม่เจอก่อนที่จะเดินไปหยิบไม้กวาดด้ามใหม่มากวาดพื้นแทน

จากนั้นก็เอาไม้กวาดอันใหม่กวาดพื้นไปเรื่อยๆ และเล่นโทรศัพท์ไปด้วยนั้น ไม้กวาดด้ามเดิมที่ถูกเหน็บไว้ที่รักแร้ก็ตกลงมา ทำให้หลวงถึงกับช็อก พร้อมทั้งตกใจว่ามาได้อย่างไร ก่อนที่จะลองเขี่ยๆ ไม้กวาดดูว่ามีอะไรไม่ ทั้งยังยืนสังเกตดูอยู่สักพัก และหยิบขึ้นมาในตอนสุดท้าย

https://www.tiktok.com/embed/v2/7123083127106342171?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F668680

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปช้าหอยหมด! แม่ค้าเมืองระยองผุดไอเดียขายบุฟเฟ่ต์หอยแครงอิ่มฟินเกินคุ้ม 188 บาท

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668667

ไปช้าหอยหมด! แม่ค้าเมืองระยองผุดไอเดียขายบุฟเฟ่ต์หอยแครงอิ่มฟินเกินคุ้ม 188 บาท

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.15 น.

แม่ค้าหอยเจอปัญหาหอยแครงผิดไซด์ส่งขายไม่ได้ ผุดไอเดียขายบุฟเฟ่ต์หวังแค่ระบายหอยในสองวัน การตอบรับเกินคาด เลยเปิดขายจริงเอาใจลูกค้าได้กินหอยแครงของแท้สั่งตรงจากฟาร์ม เสริมด้วยหอยชนิดอื่นๆ และเมนูคาวหวานให้เลือกในราคาอิ่มละ 188 บาท 

กำลังเป็นกระแสที่โด่งดังในโซเชียล กับการเปิดร้านบุฟเฟ่ต์ ที่ไม่เหมือนใคร สำหรับแฮชแทกบุฟเฟ่ต์หอยแครงหลายคนยังงว่า ถ้าเปิดร้านบุฟเฟ่ต์หอยแครงจะเป็นอย่างไร มีจริงหรือไม่ อย่างไร เพราะราคาหอยแครงปัจจุบันกิโลกรัมละประมาณ 200 บาท ถ้ามาเปิดเป็นบุฟเฟ่แบบกินไม่อั้น มีจริงหรือ

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพิสูจน์กันถึงที่ร้านพีอาร์ราชาหอย เส้นทางที่เข้าไปถึงร้าน ไม่ใช่เส้นทางผ่านเพราะต้องเลี้ยวเข้าจากถนนหลักสุขุมวิท เข้าตามซอยไปจนถึงสนามบอลโรงเรียนวัดโขดใต้ อำเภอเมืองระยอง ที่ขอบสนาม เป็นที่ตั้งของร้าน รูปแบบเพิงริมถนน ที่นั่งของลูกค้า ใช้เก้าอี้ตัวน้อยนั่งรอบโต๊ะญี่ปุ่น บรรยากาศยามเย็น ลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย 

พ่อค้าแม่ค้าในร้าน ยังสาระวนกับการบริการ ทั้งการลวกหอยที่ต้องลวกกันต่อเนื่องไม่ได้หยุดหย่อน และตำส้มตำครกไม่ว่าง เมนูเด็ดของทางร้าน คือหอยแครงที่วางอยู่ในถาด มีให้เลือกทั้งแบบสุก และแบบมีเดียมคือสุกเล็กน้อย ส่วนใครที่ไม่กินหอยแคลงหรือไม่ชอบ แต่มากับเพื่อนกับครอบครัว ทางร้านก็มีหอยชนิดอื่นให้เลือก โดยเฉพาะสาวๆ ที่มากับแฟน ไม่ชอบแกะหอยแครง หรือบางคนกลัวเล็บเสีย กลัวมือเลอะ ก็เลือกหอยแมลงภู่ กินง่ายเวลาถ่ายรีวิวก็สวยงาม

นอกจากเมนู หอยแครง หอยแมลงภู่ที่เป็นเมนูหลักประจำร้านแล้ว ทางร้านยังมีเมนูหอยอื่นๆ มาเสริมเช่นหอยตลับผัด ส่วนคนที่ไม่ชอบทานหอยหรือต้องการทานเมนูอื่นอีกก็มีบริการ เช่น ข้าวผัด และส้มตำรสแซบ ตามด้วยขนมหวานเช่น แตงไทยน้ำกะทิ นั่งทานได้ 1 ชั่วโมงเต็ม  ราคาท่านละ 188 บาท

นางสาวสกาวรัตน์ เชิญกลาง อายุ 29 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ตอนแรกไม่คิดว่าจะขายบุฟเฟ่ต์หอย วิ่งขายหอยแครงให้แม่ค้าอาหารทะเลเท่านั้น แต่ปรากฏว่า หอยที่ไปรับมาขนาดไม่ได้ตามที่ต้องการ ทำให้ต้องหาทางระบายหอยทั้งหมด 300 กิโลกรัมให้ได้ภายใน 2 วันก่อนที่หอยจะหมดอายุจึงตัดสินใจเปิดขายแบบบุฟเฟ่ต์ในราคาหัวละ 99 บาทเท่านั้น เพียงเพื่อต้องการให้ขาดทุนน้อยที่สุด 

ปรากฏว่าขายดีเกินคาด แม้จะขาดทุน แต่ก็ทำให้มองเห็นหนทางในการสานต่ออาชีพ จึงเปิดขายบุฟเฟ่ต์ต่อ โดยตั้งราคาที่คิดว่าน่าจะอยู่ได้ในราคาหัวละ 128 บาท ปรากฏว่า ขาดทุนอีกก็เลยปรับมาที่ราคาหัวละ 188 บาท เสริมให้ลูกค้าด้วยเมนูอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าคุ้ม ทางร้านก็พออยู่ได้ นอกจากความสดของหอยที่รับมาจากฟาร์มหอยแล้ว น้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ได้มาจากคุณแม่ รสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม ทำใหม่ทุกวัน ทำให้การตอบรับดีมาก

ลูกค้าที่มาอุดหนุน ต่างชื่นชอบกับการได้กินหอยแครงที่เป็นหอยแครงแท้ๆ เพราะตัวไม่โตมากแต่เนื้อจะเต็มฟู ทางร้านรู้ใจ ลวกให้เลือกทั้งแบบสุกและไม่สุกชนิดที่มีเลือดอยู่ส่วนใหญ่จะชื่นชอบเพราะทำให้เนื้อหอยหวานจัด ยิ่งเป็นหอยแครงแท้เนื้อฟูเต็มฝาเมื่อได้กินกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้านก็ยิ่งอร่อยแซบ ที่สำคัญราคาบุฟเฟ่ต์ หัวละ 188 บาทยิ่งคุ้มหนัก เพราะราคาหอยแครงสดในท้องตลาดกิโลละ 200 บาทขึ้นไป

PR ราชาหอย ร้านบุฟเฟต์หอยแครง ตั้งอยู่ใกล้กับวัดโขดใต้ สายล่างระยอง อำเภอเมืองระยอง จ.ระยอง เปิดให้บริการเฉพาะวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เริ่มเวลา 16.00 น. ขายจนกว่า หอยจะหมด เพราะแต่ละวันจะรับหอยมาใหม่ๆ ไม่มีค้างคืน หอยแครงขายได้วันละ 130 กิโลกรัม ส่วนหอยแมลงภู่ประมาณวันละ 70 กิโลกรัมหอยอื่นๆที่มาเสริม ก็อยู่ที่ประมาณ 50 กิโลกรัมต่อวัน  

ถ้าไปช้า หรือไปไม่ถูกโทรสอบถาม ที่เบอร์ 0918239453 ป้องกันการผิดหวังกรณี หอยหมด หรือไม่มีที่นั่ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอนิรันดร์’เผย‘คลำชีพจรไม่เจอ’ไม่เท่ากับตาย ยกตัวอย่างเคส’อาเบะ’ถูกยิง

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668662

‘หมอนิรันดร์’เผย‘คลำชีพจรไม่เจอ’ไม่เท่ากับตาย ยกตัวอย่างเคส'อาเบะ'ถูกยิง

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.46 น.

‘หมอนิรันดร์’เล็คเชอร์สื่อ-สังคมไทย อย่าเข้าใจคลาดเคลื่อน ‘หัวใจหยุดเต้น-คลำชีพจรไม่เจอ’ไม่เท่ากับตาย

23 ก.ค. 2565 นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวในเวทีเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “เราเรียนรู้อะไรจากข่าวการลอบยิงผู้นำญี่ปุ่น” จัดโดยโคแฟค (ประเทศไทย) เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค. 2565 ระบุว่า เหตุคนร้ายลอบสังหาร ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ตั้งข้อสังเกตว่า การที่สื่อในประเทศไทยนำเสนอในทันทีว่า อดีตนายกฯ อาเบะ เสียชีวิต ทั้งที่รายงานข่าวจากต้นทางในประเทศญี่ปุ่นยังใช้คำว่า “ชีพจรหยุดเต้น” เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

“ในฐานะหมอ ก็อยากจะคุยให้ฟังว่า เวลาที่คนคนหนึ่งหัวใจหยุดเต้น มันสามารถทำให้กลับคืนมาได้ โดยการที่เราทำที่เรียกว่าปั๊มหัวใจ ที่เป็น CPR ก็คือเป็นการปั๊มหัวใจ นวดหัวใจ ซึ่งถ้าสามารถที่จะให้ยาแล้วก็ปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง เราไม่รู้ว่าช่วงที่กำลัง Transfer (ส่งตัว) ไปที่โรงพยาบาล หัวใจอาจจะกลับมาเต้นอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่สื่อเองจึงไม่ควรที่ไป Jump (ข้ามขั้น) บอกว่าท่านเสียชีวิต ในขณะที่เขากำลังรายงานข่าวว่าแค่หัวใจหยุดเต้น” นพ.นิรันดร์ กล่าว

นพ.นิรันดร์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ตนพอเข้าใจได้ เพราะสังคมไทยมักแปลอะไรผิดๆ หรือแปลแบบเข้าข้างตัวเอง หรือแปลแบบเอาง่ายเข้าว่า จึงแปลอาการหัวใจหยุดเต้นว่าเท่ากับเสียชีวิต ทั้งนี้ การปั๊มหัวใจจะกำหนดช่วงเวลา 20 นาที- 1 ชั่วโมง ซึ่งช่วงดังกล่าวจะมีการปั๊มหัวใจพร้อมกับการให้ยา เป็นแนวปฏิบัติอยู่แล้ว แต่หากสุดท้ายปั๊มหัวใจแล้วคนไข้ไม่ฟื้นคืนมา เมื่อนั้นแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลคนไข้จะเป็นผู้ประกาศว่าคนไข้เสียชีวิตแล้ว และเวลาที่แพทย์ประกาศนี้เองจะถูกบันทึกในใบมรณบัตรด้วย

“สิ่งที่หมอจะประกาศว่าคนเสียชีวิตไม่ใช่แค่จับชีพจร เพราะเวลาเราจับชีพจรไม่ได้มันเป็นลักษณะชีพจรที่เต้นผิดปกติ ที่มันเบามาก แต่เวลาเราต้องติดเครื่องแล้วทำอย่างสัญญาณชีพมาเป็นคลื่นซึ่งอาจเป็นเรื่องของ Ventricular Fibrillation (ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นแผ่วระรัว) ซึ่งมันจะคลำ Pulse (ชีพจร) ไม่ได้เลย แต่เราต้องดูอย่างอื่น ดูว่าตอบสนองต่อแสงไหม? ม่านตามันเบิกกว้างไหม? แล้วก็มีปฏิกิริยาที่ขับเคลื่อน มี Movement (การเคลื่อนไหว) ของแขน-จาไหม? มันต้องดูสัญญาณหลายอย่าง จนกระทั่งมั่นใจแล้ว ประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ใช่ว่าดูว่าจับไม่ได้อย่างเดียว คลำชีพจรไม่ได้ อันนั้นมันแค่ Sign (สัญญาณ) เดียวเท่านั้นเอง” นพ.นิรันดร์ ระบุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,175 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ณิชา ณัฏฐณิชา เตรียมบินร่วมงานคานส์ 2026 เสิร์ฟภาพเซ็ตแรกก่อนเดินพรมแดง
กรุงไทยพานิชประกันภัย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ปธน.ฟิลิปปินส์เรียกประชุมฉุกเฉิน เหตุเสียงปืนในวุฒิสภา ปมล่าอดีตตำรวจคู่ใจดูเตอร์เต

Recent Posts

  • พายุฝน-ฟ้าผ่า ถล่มรัฐอุตตรประเทศ ดับอย่างน้อย 89 ราย
  • สหรัฐฯ อนุมัติ 10 บ.เอกชนจีน ซื้อชิป H200 ของ NVIDIA แต่ดีลยังชะงัก
  • เมียนมาชงกฎหมายใหม่ “โทษประหารชีวิต” แก๊งบังคับเหยื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์
  • ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน ชายอเมริกันเชื้อสายจีนเปิด “สถานีตำรวจลับ” กลางนิวยอร์ก สอดส่องผู้ลี้ภัยการเมือง
  • รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟหนัก เสียชีวิต 1 เจ็บอย่างน้อย 31

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d