Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคายจัดโชว์นางเงือกเอาใจเด็กรับช่วงวันหยุดยาว

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667114

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคายจัดโชว์นางเงือกเอาใจเด็กรับช่วงวันหยุดยาว

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.22 น.

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโชว์นางเงือกเอาใจเด็กรับช่วงวันหยุดยาว ผู้ปกครองสนใจพาบุตรหลานเข้าชมคึกคัก

วันนี้ (16 ก.ค.65) ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ได้มีพ่อแม่ผู้ปกครอง พาบุตรหลานชมพันธุ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้คึกคัก โดยในช่วงนี้ได้มีการจัดแสดงโชว์นางเงือกเอาใจเด็ก ๆ

นางชาติภร เมืองโคตร มุงคุณแสน รองคณบดี คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย ได้ปิดปรับปรุงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขณะนี้ได้เปิดให้เข้าชมอีกครั้งแล้ว โดยได้มีการปรับปรุงระบบ ปรับปรุงอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ และมีการนำพันธุ์สัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำทะเลเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งในช่วงวันหยุดยาวทางพระพุทธศาสนา วันเข้าพรรษาปีนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้จัดแสดงโชว์นางเงือก ไปจนถึงวันที่ 17 ก.ค.นี้

โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์แต่งตัวชุดนางเงือก 2 ตน แหวกว่าย โชว์การแสดงต่าง ๆ ภายในอุโมงค์น้ำยักษ์ ให้ได้ชมยาว 5 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 15.00 น. ซึ่งตั้งแต่เปิดให้ชมวันแรกได้รับความสนใจจากผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้าชมโชว์นี้และชมพันธุ์ปลาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ระบายสี และกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ปลามากมาย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโชว์การแสดงนางเงือกได้จนถึงวันที่ 17 ก.ค.นี้.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้วกีฬาตกปลาสายบุรี กระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667112

เริ่มแล้วกีฬาตกปลาสายบุรี กระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.14 น.

เริ่มแล้วกีฬาตกปลาสายบุรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดการแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี ครั้งที่ 34 ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมกีฬาตกปลาสายบุรีและกระตุ้นการท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดการแข่งขันกีฬาสายบุรี ครั้งที่ 34 โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค.65 ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มาเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี ครั้งที่ 34 ประจำปี 2565 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมกีฬาตกปลาสายบุรี ที่เป็นที่ชื่นชอบของนักตกปลาแลเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกทางหนึ่ง เนื่องจากการตกปลาสายบุรีเป็นที่นิยมของนักตกปลาทั่วประเทศ มีปลาชุก มีปลาขนาดใหญ่แสดงถึงความอุดทสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่งอ่าวไทยบริเวณสายบุรี ปะนาเระ ของจังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะบริเวณเกาะลาปีที่โผล่กลางอ่าวฯ เป็นตำนานเล่าขันกันมา เป็นแหล่งปะกาฮารังเขากวางที่สวยงาม นอกจากตกปลาแล้วนักท่องเที่ยวมีกนิยมดำน้ำชมปะการังหลากหลายสายพันธ์ุตามโคกหินที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มีสายพันธ์ุหายากเรียงรายอย่างสวยงามจนเป็นที่ชื่นชอบของนักประดาน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานที่บริเวณหาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี ครั้งที่ 34 ประจำปี 2565อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมกีฬาตกปลาสายบุรีและกระตุ้น การท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานี

โดยมี ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับและนายนิติ นิเดหะ นายกเทศมนตรีเมืองตะลุบัน ในนามของคณะกรรมการ จัดการแข่งขัน นักกีฬาตกปลา กล่าวความเป็นมาและวัตถุประสงค์ มีสมาชิกวุฒิสภา นายอำเภอสายบุรี หัวหน้าส่วนราชการ นักกีฬาตกปลาและพี่น้องประชาชนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ๆให้ความสนใจกีฬาตกปลาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายนิติ นิเดหะ นายกเทศมนตรีเมืองตะลุบัน กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2530 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันครั้งที่ 34 ในครั้งนี้โดยกำหนคการจัดงานในช่วง เดือนเมษายน – พฤษภาคมของทุกปีแต่เนื่องจากเดือนดังกล่าวเป็นช่วงเวลา การขึ้นลงของน้ำ การไหลเวียนของกระแสน้ำที่ดีมีความเหมาะสมในการแข่งขันเป็นอย่างมาก ที่สุด ซึ่งในปีนี้ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับการถือศีลอดในเดือน รอมกฎอน จึงได้เลื่อนการจัดการแข่งขันนกีฬาตกปลามาเป็นเดือนกรกฎาคมแทน โดยการจัดแข่งขันกีฬาตกปลาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการ ส่งเสริมกีฬาตกปลาสายบุรีให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลและสร้างความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างภาคราชการและภาคเอกชนอีกด้วย

โดยการแข่งขันในครั้งนี้มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 23 ทีม และได้กำหนดรางวัลสำหรับ ผู้ชนะการแข่งขัน รวม 35 รางวัล กำหนดปลาเกมส์ในการแข่งขันไว้ 11 ชนิด คือ 1.ปลาสกุลกระโทงแทงทุกชนิด 2.ปลาอีโด้มอญ 3.ปลาสาก 4.ปลาช่อนทะเล 5.ปลาอินทรีย์ 6.ปลาตะคองเหลือง 7.ปลากระมง 8.ปลาสละ 9.ปลาทูน่าหรือปลาโอ 10.ปลาเหลืองโพรง 11.ปลาโฉมงาม และปลาพิเศษ 2 ชนิด คือ 1.ปลาสกุลกะพง และ 2.ปลาสกุลเก๋า นอกจากนี้ มีรางวัลสมนาคุณแก่กัปตันเรือที่ได้คะแนนรวมมากที่สุด 3 รางวัลและสำหรับนักกีฬาตกปลาโดยการจับสลากรางวัลพิเศษเป็นของชำร่วย โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ใช้งบประมาณของเทศบาลเมืองตะลุบัน และภายในงานมีการจัดจำหน่ายสินค้าและร้านค้าเป็นจำนวนมากอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระสายป่าเมืองน้ำดำสืบสานประเพณี ‘ขอขมาสามีจิกรรม’ ช่วงเข้าพรรษาเพื่อลดทิฐิ

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667109

พระสายป่าเมืองน้ำดำสืบสานประเพณี 'ขอขมาสามีจิกรรม' ช่วงเข้าพรรษาเพื่อลดทิฐิ

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.58 น.

คณะสงฆ์ธรรมยุตในจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมพิธีขอขมาสามีจิกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อลดทิฐิ แสดงความเคารพ ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน เน้นย้ำความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ ร่วมกันรักษาพระธรรมวินัย ให้เป็นแบบอย่างสังคมผู้ที่เลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา

ที่วัดประชานิยม ถ.ถีนานนท์ ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พระธรรมดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ.9) วัดป่าแสงอรุณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธ) เป็นประธานสงฆ์ทำสามีจิกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีพระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม, พระญาณรักขิต รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) พร้อมพระสังฆาธิการ คณะสงฆ์ธรรมยุตหรือพระป่าภาคอีสาน ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งกิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาของทุกปี

โดยก่อนพิธีการ พระธรรมดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ. 9) วัดป่าแสงอรุณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธ) กล่าวให้โอวาท นำกล่าวสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย จากนั้นเริ่มพิธีขอขมา เริ่มจากพระธรรมดิลก พระเทพสารเมธี พระญาณรักขิต  ทั้งนี้เพื่อให้คณะสงฆ์ถวายดอกไม้ ธูปเทียนแพ เพื่อเป็นเครื่องกราบสักการบูชาแก่พระผู้ใหญ่ที่มีพรรษากาล สืบเนื่องถึงพระผู้ปกครองภายในจ.กาฬสินธุ์ ทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ อยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี รักษาพระธรรมวินัย มีน้ำหนึ่งใจเดียว และมุ่งมั่นในการพัฒนาวงการคณะสงฆ์ เป็นแบบย่างที่ดีให้กับสาธุชน และให้พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธา ร่วมกันต่อยอดพัฒนาพระพระพุทธศาสนาให้วัฒนาสถาวรสืบไป

พระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม กล่าวว่า รู้สึกยินดีกับหมู่คณะสงฆ์ใน จ.กาฬสินธุ์ ที่มีความรักความสามัคคี ขอชื่นชมพระสังฆาธิการที่ได้ดูแลเอาใจใส่พระผู้อยู่ภายใต้ในเขตปกครองของแต่ละวัดทั่วทั้ง จ.กาฬสินธุ์ 18 อำเภอ การทำสามีจิกรรม ถือเป็นประเพณีพระสงฆ์สายป่าธรรมยุตที่ให้พระสงฆ์ที่มีพรรษากาลที่น้อยกว่า ทำพิธีขอขมาพระสงฆ์ที่มีพรรษามาก เพื่อแสดงถึงความเคารพให้เกียรติ

“ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการทำพิธีสามิจิกรรมนั้น เพื่อเป็นการลดทิฐิมานะของพระสงฆ์ที่มีอายุมากกว่า แต่มีพรรษาน้อยกว่าหรือเข้ามาบวชทีหลัง ซึ่งพระสงฆ์เรายึดถึงอายุของการบรรพชาอุปสมบทก่อนให้มีพรรษามากกว่า ผู้ที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบทที่เข้ามาทีหลัง ขอให้พระสงฆ์ทุกรูปในที่ประชุมนี้มีความรักความสามัคคีถ่อยที่ถ่อยอาศัยซึ่งกันและกัน เพื่อให้สังคมสงฆ์เป็นสังคมแบบอย่างแก่ผู้ที่เคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาสืบไป” พระเทพสารเมธีกล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โยมโกรธบิณฑบาตร้องเพลง ชายแต่งคล้ายพระเปิดศึกไม้หน้าสาม

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667104

โยมโกรธบิณฑบาตร้องเพลง ชายแต่งคล้ายพระเปิดศึกไม้หน้าสาม

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.59 น.

ใส่สบงแล้วทรงนักเลง! ชายแต่งกายคล้ายพระ เปิดศึกไม้หน้าสามกับโยม รู้สาเหตุแล้วถึงกับพีค

16 ก.ค.65 เปิดศึกกันเช้าตรู่ เมื่อมีผู้บักทึกภาพเหตุการณ์ชายแต่งกายคล้ายพระ กำลังเปิดศึกทะเลาะวิวาทกับโยม โดยเจ้าของคลิปเผยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้มาอธิบายข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการทะเลาวิวาทในครั้งนี้ว่า  ชายคนที่แต่งกายคล้ายพระ เขาสติไม่สมประกอบ และชอบไปยืนบิณฑบาตกับพระจริงๆ แถมยังชอบยืนร้องเพลงด้วย จนทำให้ญาติโยมโกรธ จึงเกิดเหตุการณ์อย่างที่เห็นในคลิป 

-009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7120499590830378267?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F667104

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุดยาวเข้าพรรษา! นทท.แห่สัมผัสสายหมอกฝนบนภูหินร่องกล้าคึกคัก

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667102

วันหยุดยาวเข้าพรรษา! นทท.แห่สัมผัสสายหมอกฝนบนภูหินร่องกล้าคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.47 น.

นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ไปสัมผัสสายหมอกหน้าฝนบนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้ากันคึกคัก ในช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษา ท่ามกลางอุณหภูมิยามเช้า 20-22 องศา

วันที่ 16 ก.ค.65 ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ม.10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ในช่วงนี้เป็นช่วงของฤดูฝน จะมีสายฝนตกโปรยปรายตลอดทั้งวันถึงแม้จะเฉอะแฉะอยู่บ้างแต่สิ่งสวยงามที่ตามมาคู่กันคือสายหมอกหลังฝนตก ที่วิ่งไหลผ่านตัวโครงการฯ บ้างช่วงหมอกหนาจัดกลายเป็นม่านหมอกสีขาวโพลนไปทั่วบริเวณอุณหภูมิยามเช้าๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 20-22 องศา เรียกได้ว่าอากาศดีมากๆ ส่งผลให้ในช่วงวันหยุดยาว 5 วัน ของเทศกาลวันเข้าพรรษามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น และสายหมอกสวยงามบนโครงการฯ กันอย่างคึกคัก

นายศุภกุล จันทร์ลา หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ได้เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันหยุดแรกของการเปิดแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติฯทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และตรงกับวันหยุดยาว 5 วัน ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ในพื้นที่มีฝนตกลงมาต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หนักบ้าง เบาบ้างสลับกันไปอากาศเย็นสบายยามเช้าอุณหภูมิเฉลี่ย 20-22 องศา และไฮไลท์บนโครงการฯหลังฝนตกคือจะมีสายหมอกวิ่งไหลรอบตัวตลอดทั้งวันเช่นกัน 

โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าผาชมวิวแบบ 180 องศา ที่จะเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเช็คอินกัน เช่น ผาพบรัก ผารักยืนยง ผาคู่รัก เป็นต้น ซึ่งบริเวณจุดหน้าผาชมวิวนั้นเป็นลักษณะหน้าผาที่มีช่องลมวิ่งผ่าน ส่งผลให้บริเวณจุดนี้จะมีสายหมอกวิ่งผ่านตลอดในช่วงหลังฝนตก นักท่องเที่ยวจึงนิยมมายืนถ่ายรูปบริเวณหน้าผา โดยจะมีต้นค้อเดียวดายยืนตระหง่านเป็นฉากหลังและมีภูเขาสีเขียวชอุ่มและสายหมอกเป็นแบล็คกราวที่สวยงามอีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม ชมสายหมอกและลมเย็นสบายตลอดทั้งวันที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า สามารถเดินทางมาได้ โดยจะผ่านจากจุดด่านคัดกรองบ้านห้วยน้ำไซ ผ่านตัวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มาอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางเลี้ยวซ้ายขึ้นตัวโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น.ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง เพจ Facebook : โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ค้ายิ้ม! นทท.พาครอบครัวแห่เที่ยวปราสาทหินพนมรุ้งช่วงหยุดยาวเข้าพรรษาคึกคัก

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667099

แม่ค้ายิ้ม! นทท.พาครอบครัวแห่เที่ยวปราสาทหินพนมรุ้งช่วงหยุดยาวเข้าพรรษาคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.26 น.

นักท่องเที่ยวพาครอบครัวเดินทางไปชมความงดงามของปราสาทหินพนมรุ้ง แหล่งท่องเที่ยวอารยธรรมขอมโบราณที่สำคัญของบุรีรัมย์ ช่วงหยุดยาวเข้าพรรษาคึกคักวันละ 2 – 3 พันคน ส่งผลให้แม่ค้าขายของที่ระลึกมีรายได้วันละกว่า 3 พัน จากก่อนหน้านี้ซบเซา

วันนี้ (16 ก.ค.65) ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด ได้พาครอบครัวเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมความงดงาม และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนปราสาทหินพนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมขอมโบราณสำคัญที่จังหวัด ในช่วงหยุดยาวเข้าพรรษาอย่างคึกคัก เฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 คน ส่งผลให้ร้านจำหน่ายของฝากของที่ระลึกมีรายได้วันละกว่า 3 พันบาท  หลังจากที่เงียบเหงาซบเซามานานจากสถานการณ์โควิดระบาด

ขณะที่ทางอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ก็ยังคงมีการป้องกันโควิดด้วยการตั้งจุดคัดกรองวัดไข้ บริการเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ ที่ประตูทางเข้าชมปราสาท รวมถึงขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวสวมใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างก็ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามมาตรการท่องเที่ยววิถีใหม่แบบนิวนอมอลเป็นอย่างดี  

นายภาคภูมิ อยู่พูล หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง บอกว่า ช่วงหยุดยาวเทศกาลเข้าพรรษาได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมปราสาทพนมรุ้งคึกคักเฉลี่ยวันละ 2,000 – 3,000 คน ช่วงปกติมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยววันละประมาณ 1,000 คนเท่านั้น ซึ่งทางอุทยานฯ ก็ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกทั้งการจราจร ให้คำแนะนำตามจุดต่างๆ รวมถึงบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปราสาทพนรุ้งด้วย  และถึงแม้ภาครัฐจะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และถึงแม้จะเป็นสถานที่โล่งแต่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวส่วนใหญ่ก็ยังคงสวมใส่หน้ากากอนามัย

ด้านนางปุณณภา สมัครคดี อายุ 61 ปี แม่ค้าขายของที่ระลึกบนเขาพนมรุ้ง บอกว่า ช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษาได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวคึกคักมากขึ้นกว่าปกติ  ส่งผลให้แม่ค้ามีรายได้จากการขายของที่ระลึกวันละกว่า 3,000 บาท  จากก่อนหน้านี้ซบเซาบางวันขายไม่ได้เลย บางวันก็ได้แค่ 300 – 500 บาท  ก็อยากให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวคึกคักแบบนี้ไปเรื่อยๆ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมองเลือกผู้ว่าฯกทม.ปี’65 ผลคะแนนสะเทือนระดับชาติ?

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667024

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมองเลือกผู้ว่าฯกทม.ปี’65  ผลคะแนนสะเทือนระดับชาติ?

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“แลนด์สไลด์ (Landslide)” แปลตรงตัวหมายถึง“ดินถล่ม” เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่พบได้ในพื้นที่ลาดชันยามเกิดฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม คำคำนี้ยังถูกนำไปใช้เป็น “แสลง (Slang)” ทางการเมือง หมายถึง“ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย” ได้คะแนนเสียงทิ้งห่างผู้สมัครหรือพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างไม่เห็นฝุ่น สำหรับประเทศไทย คำว่าแลนด์สไลด์ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้งในช่วงนี้ เนื่องจากในปีหน้าหรือปี 2566 ก็จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อีกครั้ง เนื่องจากจะครบวาระ 4 ปีของ สส. และรัฐบาลชุดปัจจุบัน

หรือยังไม่ต้องรอไปถึงปีหน้า ในปีนี้หรือปี 2565 ปรากฏการณ์ “ชัชชาติฟีเวอร์” ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565 ชัชชาติสิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้คะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งชนิดที่แม้จะนำคะแนนของผู้ได้อันดับ 2-5 มารวมกันก็ยังน้อยกว่า ซึ่งในงานเสวนา “Direk Talk : สายลมแห่งรัฐ (ศาสตร์) : การศึกษารัฐศาสตร์ในโลกยุคใหม่” จัดโดย ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2565 มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา

รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มธ. บรรยายหัวข้อ “เลือกเพราะอิสระ ทุกคนรู้ คนเลือกรู้ : บทวิเคราะห์เบื้องต้นพฤติกรรมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 65” เล่าเรื่องผลการศึกษาที่ทำร่วมกับ สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. อายุ 18-86 ปี จำนวน 807 คน แบ่งเป็นชายร้อยละ 52 หญิงร้อยละ 48รายได้มีตั้งแต่ผู้ไม่มีรายได้เลย ไปจนถึงสูงสุดคือมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยค่าเฉลี่ยรายได้ของกลุ่มตัวอย่างคือ 52,150 บาท

ระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ร้อยละ 50 จบปริญญาตรี รองลงมา ร้อยละ 17 จบ ม.ปลาย (หรือ ปวช.) และอันดับ 3 จบ ม.ต้น
ร้อยละ 11 พบว่า 1.ชาว กทม. สนใจการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในปี 2565 นี้มาก หากแบ่งระดับความสนใจจาก 0 คือไม่สนใจเลย ไปจนถึง 10 คือสนใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้อยู่ที่ 7.1 ซึ่งสอดคล้องกับระดับความสนใจ 3 อันดับแรกที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตอบ คือ อันดับ 1 ร้อยละ 23.74 ระดับ 10 รองลงมา ร้อยละ15.16 ระดับ 9 และอันดับ 3 ร้อยละ 13.42 ระดับ 8

2.สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มีผลต่อการรับรู้ข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ของชาว กทม. โดย 3 อันดับแรกของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งครั้งนี้อันดับ 1 อินเตอร์เนตหรือสื่อสังคมออนไลน์ (เช่น Facebook, Twitter, Line) ร้อยละ 43.91 รองลงมา กิจกรรมหาเสียง (เช่น รถหาเสียง, เวทีปราศรัย, ป้ายหาเสียง) และอันดับ 3 โทรทัศน์ ร้อยละ 19.35 อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักอาจเป็นเพราะ กทม. เป็นเขตเมือง

3.จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ที่กลุ่มตัวอย่างจำได้มากที่สุดคือ 8 คน (จากทั้งหมด31 คน) โดยจำนวนของผู้สมัคร 3 อันดับแรกที่กลุ่มตัวอย่างจำได้ อันดับ 1 ร้อยละ 28.54 จำได้ 8 คน รองลงมา ร้อยละ 17.17 จำได้ 3 คน ขณะที่อันดับ 3 และอันดับ 4(ซึ่งใกล้เคียงกันมากจนอาจจัดเป็นอันดับ 3 ร่วมกันได้) คือร้อยละ 12.33 จำได้ 2 คน และร้อยละ 12.3 จำได้ 6 คนโดยค่าเฉลี่ยรวมของผู้สมัครที่คำนวณจากคำตอบของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด อยู่ที่ 5.1 คน ชี้ว่า แม้จะมีผู้สมัครที่ได้รับความสนใจสูงอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่ผู้สมัครที่เหลือก็ยังมีบางคนถูกจดจำได้เช่นกัน

4.นโยบายคือปัจจัยหลักที่ทำให้ชาว กทม. ตัดสินใจเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ เห็นได้จากกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่ง คือร้อยละ 53.45 ตอบว่าเลือกเพราะนโยบาย ทิ้งห่างอันดับที่เหลือ เช่น อันดับ 2 เหตุผลอื่นๆ (เลือกตามคำขอของผู้มีพระคุณ, ใครก็ได้ตามเสียงส่วนใหญ่, อยากออกไปใช้สิทธิ์ ฯลฯ) อันดับ 3 ชื่อเสียงส่วนตัว ร้อยละ12.17 อันดับ 4 ความเป็นอิสระจากพรรค ร้อยละ 7.46 และอันดับ 5 พรรคการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 5.46

5.ชัชชาติแลนด์สไลด์ไม่พลิกโผ แต่ผู้สมัครคนอื่นๆแตกต่างออกไป ผลการสำรวจครั้งนี้ทำก่อนวันเลือกตั้งจริง (22 พ.ค. 2565) ประมาณ 1 สัปดาห์ พบว่า 5 อันดับแรกหากตัดกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ณ เวลานั้น (ร้อยละ 25.94) ออกไป ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) มาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ41.44 ตามด้วย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคก้าวไกล) ร้อยละ 9.95 อันดับ 3 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (อิสระ) ร้อยละ 8.69

อันดับ 4 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคประชาธิปัตย์) และอันดับ 5 น.ต.ศิธา ทิวารี (พรรคไทยสร้างไทย) ร้อยละ 2.02 อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการเลือกตั้ง
จริงออกมา มีเพียง ชัชชาติ ผู้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้นที่ตรงตามผลสำรวจ โดยได้ไปถึง 1,386,215 คะแนน ส่วนอันดับที่เหลือ พบว่า อันดับ 2 ศ.ดร.สุชัชวีร์ 254,647 คะแนน ตามด้วยอันดับ 3 วิโรจน์ 253,851 คะแนน (ซึ่งหากยังจำได้ในช่วงนับคะแนนต้องบอกว่า ศ.ดร.สุชัชวีร์ และ วิโรจน์ คะแนนสูสีมาก ผลัดกันนำ-ผลัดกันตามเป็นระยะๆ ก่อนที่ศ.ดร.สุชัชวีร์ จะคว้าอันดับ 2 ไปได้แบบหืดขึ้นคอ)

โดยเฉพาะอันดับ 4 ต้องบอกว่าเป็น “ม้ามืด” เมื่อ สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ในยุคที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งทั้งคู่ลาออกมาลงสมัคร
รับเลือกตั้งครั้งนี้พร้อมกัน และในฐานะผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคเหมือนกัน ในผลการสำรวจข้างต้น พล.ต.อ.อัศวิน อยู่อันดับ 3 ขณะที่ สกลธี อยู่อันดับ 7 ร้อยละ 1.64 แต่ผลการเลือกตั้งจริง สกลธี อยู่อันดับ 4 ได้ไป 230,455 คะแนนแซงหน้า พล.ต.อ.อัศวิน ที่ได้ไป 214,692 คะแนน อยู่อันดับ 5ในขณะที่ น.ต.ศิธา การสำรวจข้างต้นอยู่ในอันดับ 5 แต่เลือกตั้งจริงหล่นไปอยู่อันดับ 7 ได้ 73,720 คะแนน

จากผลการสำรวจดังกล่าว รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ นำมาวิเคราะห์ใน 2 โจทย์ คือ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างการสังกัด (หรือไม่ได้สังกัด) พรรคการเมืองในระดับชาติของผู้สมัคร กับ 2.บริบททางการเมืองระดับชาติที่ส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองและความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง(เช่น ความพอใจในรัฐบาลกลาง สภาพเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันระหว่างประเทศกับท้องถิ่น)อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ครั้งนี้ยังอิงกับแนวคิดเรื่องสภาพเศรษฐกิจและสังคมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีผลต่อพฤติกรรมการออกเสียง พบว่า

1.ความพอใจ (หรือไม่พอใจ) การทำงานของรัฐบาลกลางในปัจจุบัน (ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัครในการตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ (ปี2565) มากกว่าการสังกัด (หรือไม่สังกัด) พรรคการเมือง กล่าวคือหากเป็นผู้ที่ไม่พอใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มจะเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่าง ชัชชาติ ตรงข้ามกับผู้ที่พอใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มจะเลือก ศ.ดร.สุชัชวีร์โดยประเด็นหลังนี้ เป็นไปได้ว่า อาจเป็นเพราะ พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

2.เลือกคนเลือกชัชชาติ..เลือกพรรคเลือกก้าวไกล คนที่เลือกชัชชาติมีแนวโน้มไม่ได้สนใจว่า ชัชชาติ จะลงสมัครในนามพรรคการเมืองหรือลงสมัครในนามอิสระ ในขณะที่คนที่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองจะเลือกผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล โดยคนที่เลือก วิโรจน์ มีแนวโน้มจะเลือกเพราะอยู่สังกัดพรรคก้าวไกล 3..คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเลือกพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นเพศหญิงจะเห็นได้ชัดกว่าเพศชาย

“หากถามว่าคนกรุงเทพฯ วันนี้เลือกเพราะอะไร ผมก็จะตอบว่า การที่คุณชัชชาติออกมาชนะแลนด์สไลด์ นี่คือการเลือกแบบส่งสัญญาณตามสไตล์ของคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ มักจะเป็นคนส่งสัญญาณก่อน แล้วทุกคนก็กลัวมากว่ากรุงเทพฯ บอกแบบนี้ แล้วมันจะไหลไปนอกต่างจังหวัดไหม? มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่าผลล้นออก ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ต่อมาคนก็จะเลือกเพราะว่าชอบนโยบายเปล่า เลือกอะไรหรือเปล่า

ในที่สุดแล้วผมใช้ว่าเลือกเพราะชอบแต่จริงๆ แล้วมันออกมาว่าเลือกเพราะไม่ชอบ … หรือเปล่า ขอให้ทุกท่านไปเติมคำในช่องว่างเอาเอง เขาเลือกชัชชาติเพราะเขาไม่ชอบอันนี้ใช่ไหม ซึ่งจริงๆ คนยังไงก็เลือกชัชชาติแล้ว แต่มันเป็นการส่งสัญญาณหรือเปล่า” รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องอั้ม’สาวอุดรฯงอนแฟน หนีมานอนกางเต็นท์ รออีก 2 วันไม่มาง้อจะหาแฟนใหม่

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667083

'น้องอั้ม'สาวอุดรฯงอนแฟน หนีมานอนกางเต็นท์ รออีก 2 วันไม่มาง้อจะหาแฟนใหม่

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 23.16 น.

แบบนี้ก็มีด้วย เรื่องราวของผัวๆ เมียๆ ไม่มาง้อไม่กลับ “น้องอั้ม”สาวอุดรฯงอนแฟน อ้างถูกสามีขี้หึงเมาแล้วทุบตี เลยหอบกระเป๋ามานอนกางเต็นท์ที่สนามทุ่งศรีเมืองแล้ว 3 วัน บอกยังรักพี่เหมือนเดิมแค่อยากลองใจให้มาง้อ ขออีก 2 วัน ถ้าไม่มาจะไปหาแฟนใหม่

วันนี้ (15 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานทุ่งศรีเมือง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีหญิงสาวรายหนึ่งกางเต็นท์นอนข้างๆ ศาลปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา ซึ่งเป็นศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอฯ หวั่นจะเป็นอันตรายเพราะเป็นผู้หญิง ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามทราบชื่อคือน้องอั้ม อายุ 30 ปี ชาวอ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี แต่ได้สามีอยู่บ้านทวน ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยน้องอั้มได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามานอนที่นี่ และมีคนใจดีซื้อเต็นท์มาให้นอนด้วย

น้องอั้ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมานอนที่นี่ได้ 3 วันแล้ว สาเหตุที่มานอนที่นี่เพราะสามีคือนายนพ อายุ 34 ปี เมาแล้วทุบทำร้ายร่างกายหนูตลอด สาเหตุเพราะเขาหึงหวงอย่างมาก กลัวอั้มไปหนีไปหาผู้ชายคนอื่น เขาเคยทำร้ายหลายครั้งและหนูเคยหนีจากเขาให้ทางแอดมินเพจบ้านดุงอัพเคยไปส่งที่ อ.กุมภวาปีแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นสามีรีบไปง้อตนเองกลับมาอยู่ด้วยเหมือนเดิม  แต่พอตนเองมาอยู่ด้วยพอเมาแล้วก็ทำร้ายร่างกายเหมือนเดิม จนทนไม่ได้ ครั้งนี้จึงอยากลองใจเขาด้วยว่าเขารักจริงหรือเปล่า จึงถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าเดินทางหนีออกจากบ้านสามีมานอนที่นี่

“หนูเจอสามีคนนี้เมื่อ 3 ปีแล้วขณะไปทำงานที่โคราช แล้วอั้มก็รักพี่นพมาก แต่พอมาอยู่ด้วยเขาหวงหนูอย่างมาก การบ้านก็ทำตลอด หนูจะอยู่ตรงนี้ 5 วัน หากเขาไม่มาง้อหนูก็จะไปอยู่ที่อื่น มีหนุ่มๆ มาชอบหนูเยอะ ฝากบอกพี่นพด้วยว่าอั้มอยู่ตรงนี้ 5 วันไม่มาไม่ได้เจอกันอีก”น้องอั้ม กล่าวตอนท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาพถ่ายดาวเทียม! อัพเดทการบูรณะ’พระที่นั่งวิมานเมฆ’ นทท.รอเข้าชม

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667079

ภาพถ่ายดาวเทียม! อัพเดทการบูรณะ'พระที่นั่งวิมานเมฆ' นทท.รอเข้าชม

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 21.30 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” เผยความคืบหน้า การบูรณะ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ในปี พ.ศ. 2565 ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม เห็นหลังคาพระที่นั่งปรากฏชัดเจน

โดยระบุว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ” มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ด้วยรูปแบบตะวันตกผสมผสานรูปแบบไทย ที่เรียกว่า “วิกตอเรีย”

แรกเริ่มพระที่นั่งองค์นี้นามว่า “พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์” สร้างขึ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ณ เกาะสีชัง เมื่อปี ๒๔๓๕ ปัจจุบันที่เกาะสีชังยังคงเหลือฐานของพระที่นั่งเดิมเอาไว้ ใครไปเที่ยวแวะไปชมได้

พอเกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้รื้อถอน “พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์” และ “ตำหนัก” บางส่วน ไปสร้างไว้ในพระราชวังดุสิต เมื่อปี ๒๔๔๓ และสร้างเสร็จปี ๒๔๔๕ พระราชทานนามใหม่ว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ”

จนมาถึงปี ๒๕๒๕ ผ่านไป ๘๐ ปี “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ อันเป็นปีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี และได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับชมเมื่อ ๒๕๒๘

จนกระทั่งในปี ๒๕๕๙ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” นั้นมีอายุการใช้งานเป็นเวลานาน ๑๒๐ กว่าปี เกิดการทรุดตัวของอาคารทำให้ได้รับความเสียหาย จากนั้นในปี ๒๕๖๐ เกิดโครงการการปรับปรุงโครงสร้างชั้นใต้ดินของ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ขึ้น เป็นโครงการก่อสร้างกิจกรรมพิเศษในพระบรมวงศานุวงศ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง

งานปรับปรุง “พระที่นั่งวิมานเมฆ” เฉพาะส่วนงานโครงสร้างชั้นใต้ดิน ได้แก่ งานรื้อถอนพื้นพร้อมโครงสร้างพื้น ผนังก่ออิฐเดิม คาน-เสาคอนกรีต เสริมเหล็ก เสาเข็มไม้และงานระบบไฟฟ้า งานระบบสุขาภิบาล งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ

ซึ่งการปรับปรุงจะต้องดําเนินการ ไปพร้อม ๆ กับงานรื้อถอน โดยใช้เหล็กเพื่อเสริมค้ำยันโครงสร้างเดิมไปพร้อมๆกัน เพื่อรับน้ําหนักตัวอาคารเดิมระหว่างจัดทําโครงสร้างใหม่ ตอกเข็ม STEEL MICRO PILE ขนาด ๑๖๕.๒ มม. รับน้ําหนักปลอดภัย ๑๖ ตัน/ต้น ตอกแบบใช้อุปกรณ์เครื่องมือป้องกันการสั่นสะเทือน ดําเนินการดีดอาคาร ๘ เหลี่ยม ขึ้น ๓๐ เซนติเมตร พร้อมรื้อถอนโครงสร้างเดิมและจัดทําโครงสร้างใหม่

ทั้งนี้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากว่า สวยงามและเฝ้ารอเข้าไปเที่ยวชมพระที่นั่งวิมานเมฆหลังการบูรณะเสร็จสิ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการชี้ ‘เปลี่ยนเลขสายรถเมล์’ เกินความจำเป็น-ปชช.ไม่ต้องการรู้ข้อมูลขนาดนั้น

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667072

นักวิชาการชี้ ‘เปลี่ยนเลขสายรถเมล์’ เกินความจำเป็น-ปชช.ไม่ต้องการรู้ข้อมูลขนาดนั้น

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.18 น.

นักวิชาการชี้ ‘เปลี่ยนเลขสายรถเมล์แบบใหม่’ เกินความจำเป็น-ปชช.ไม่ต้องการรู้ข้อมูลขนาดนั้น

15 ก.ค. 2565 ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับปัญหาการให้บริการรถประจำทางในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยในตอนหนึ่งกล่าวถึงเสียงคัดค้านจากประชาชนเรื่องการเปลี่ยนเลขสายรถเมล์เนื่องจากสร้างความสับสน ว่า อาจเป็นการให้ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการไม่อยากได้ หรือเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในองค์กร เช่น รถเมล์คันนี้เดินรถจากเขตนั้น-อยู่โซนนี้ แต่ตนก็ไม่มั่นใจ เพราะหากใช้ไปจริงๆ อาจจะคุ้นเคยก็ได้ เหมือนสมัยก่อนที่มีสาย ปอ.1 ปอ.2 แล้วต่อมาเปลี่ยนเป็นสาย 501 502

ซึ่งแม้จะไม่มีคำว่า ปอ. แล้ว แต่เห็นเลข 5 ผู้โดยสารก็รู้ได้ว่าเป็น ปอ. ดังนั้นโดนส่วนตัวเรื่องนี้ตนไม่ค่อยมีความเห็น เพราะมันอาจออกหัวหรือก้อยก็ได้ เพียงแต่ในปัจจุบัน คนที่เดินทางเขาคุ้นชินกับเลขสายแบบเดิมอยู่ ส่วนเหตุผลที่บอกว่าคนอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน พอมานั่งรถสายนี้ก็จะรู้ว่าไปจบฝั่งนั้น ต้องบอกว่า เขาไมได้อยากได้ข้อมูลเพียงเขตกว้างๆ การรู้ว่าไปจบใน 4 เขต ก็ไม่รู้ว่าจะรู้ไปเพื่ออะไร ส่วนคนที่ต้องการรู้เขาก็เปิดแอปพลิเคชั่นดู เพราะถ้าแอปฯ ทำออกมาดี จะใช้ชื่อสายแบบใดก็ไม่เป็นปัญหา ดังนั้นชื่อเรียกไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสารกับผู้ใช้บริการ

“อย่างฮ่องกง เขามีสาย 1 2 3 4 5 รันไปเรื่อยๆ แต่ก็จะมีสายที่เป็น 100 พอสาย 100 คนก็จะรู้ว่าสาย 100 มันจะวิ่งข้ามระหว่างฮ่องกง-เกาลูน เหตุผลที่ต้องตั้งชื่ออย่างนี้เพราะคนเห็นปุ๊บเขารู้ว่าเขาจะต้องเตรียมจ่ายสตางค์เพิ่ม เพราะตรงนั้นมันข้ามอ่าวหรือช่องทะเล เขามีเหตุผลของเขาว่าทำไมต้องกำหนดแบบนี้ คือเขากำหนดชื่อสายเขาคิดถึงคนเดินทางเป็นหลัก คนเดินทางมองเห็นปุ๊บเขาต้องการรู้อะไร พอมีตัว X คนเดินทางเข้าใจแล้วขึ้นไปเขาต้องจ่ายสตางค์เพิ่ม หรือตัวนี้เป็น N คือมันวิ่งไปถึงตอนกลางคืน” ผศ.ดร.ศิรดล กล่าว

ผศ.ดร.ศิรดล กล่าวต่อไปว่า หากเป็นการใส่เครื่องหมายพิเศษแบบเดิม เช่น สายรถเมล์ที่มีตัวอักษา “ก” ต่อท้าย หรือป้ายรถเสริมที่ระบุเส้นทางที่ตัดระยะหรือขึ้นทางด่วน แบบนั้นเป็นการมองเห็นที่ชัดเจนว่ารถเมล์จะวิ่งไปจบที่ใด ส่วนสายรถเมล์แบบใหม่ที่มีเลขตามด้วยขีดขวางและเลขอีกชุดหนึ่ง แม้จะไม่มีปัญหาอะไรแต่ก็มองไม่เห็นความจำเป็นว่าจะทำไปเพื่ออะไร เช่น รถเมล์วิ่งเส้นทางหนึ่งใช้สาย 8 ต่อมาจะเปลี่ยนเลขสายก็อาจเปลี่ยนเป็น 46 เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องบอกว่าสาย 46 ไปจบที่ 2 

“ผมว่ามันไม่ได้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าไร จริงๆ มันเป็นแค่ 4 เขต เราเห็นมันเป็น 4 เขต ถามว่าผมเห็นแล้วเป็นเขต 1 ผมก็จะจบอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งตั้งแต่รังสิตไปยันพญาไท แล้วตกลงผมจบที่ไหน ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรผมเท่าไร อาจจะมีบางกรณีที่มันช่วยแตผมยังนึกไม่ออก ถ้า 4 เท่ากับผมจบที่ไหนก็ได้ในฝั่งธน ก็คือหน้าตาแบบนี้มันเป็นรถเมล์ฝั่งธน แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมเยอะเท่าไร” ผศ.ดร.ศิรดล กล่าวย้ำ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,971,945 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นายกฯ หารือปธน.เวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ จับมือและเติบโตไปด้วยกัน
'ในหลวง-พระราชินี' ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
SudoC เปิดตัว พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างเป็นทางการในไทยโดย Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health
สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมสนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม
อนุทินสั่งถอยปมตัดสิทธิพ่อแม่ ดับไฟบัตรคนจน
ติดหวานเกินไป ลดอย่างไร ไม่เกิดอาการซึม(เศร้า)
ชัชชาติ แจงยิบขั้นตอนสอบวินัย สั่งทบทวนบทลงโทษ ย้ำ ป.ป.ช. กำลังลุยสอบเส้นทางเงิน
แม่ก็คือแม่ ลูกเกด เมทินี หน้าเด็กโกงอายุ สวยฉ่ำจนสะเทือนทั้งวงการ
รัฐบาลปั้นไทยสู่ศูนย์กลางการบิน เปิดทางเครื่องบินน้ำ เชื่อมอันดามันไร้รอยต่อ
แสวง บอกกำลังใจดี ไม่กระทบการทำงาน หลังกระแสข่าว ถูกประเมินผลงานไม่ผ่าน ดีใจได้ทำงานร่วมกับ กกต.ทุกชุด

Recent Posts

  • อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ยกเลิกโควตาตั๋วฟุตบอลโลกสำหรับแฟนบอล
  • เฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” สหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ “ทรัมป์” ยันนักบินปลอดภัย
  • OpenAI ยื่นเอกสารเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามรอย Anthropic
  • ฟินแลนด์สั่งคุกอดีตซีอีโอ “Polarica” และนายหน้าหญิงไทย หลอกลวงแรงงานไทยเก็บเบอร์รีป่า
  • “Prada” จับมือ “Axiom Space” เผยโฉมชุดซับในนักบินอวกาศนาซา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d