Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พิธีแห่พระงานสมโภช 180 ปี เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ยิ่งใหญ่ตระการตา

Posted on June 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662813

พิธีแห่พระงานสมโภช 180 ปี เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ยิ่งใหญ่ตระการตา

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.32 น.

26 มิถุนายน  2565 ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา จัดขบวนแห่พระ เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาและองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ในศาลหลัก เมือง เนื่องในงานสมโภช 180 ปี เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เพื่อให้ชาวสงขลาได้ทำการสักการะบูชาถึงหน้าบ้าน ตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่พระผ่าน สำหรับในปีนี้ได้อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาประทับในเกี้ยวพระใหญ่ซึ่งมีผู้บริจาคให้เพื่อใช้ในงานแห่พระเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ซึ่งเป็น เกี้ยวพระใหญ่ที่มีความสวยงามและมีน้ำหนักมาก ต้องใช้คนแบกเกี้ยวพระใหญ่หลายสิบคน  

งานสมโภช 180 ปี เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา  ทางเทศบาลนครสงขลา ร่วมกับ จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และสมาคมฮกเกี้ยนจังหวัดสงขลา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-27 มิถุนายน 2565 เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาอยู่คู่บ้านคู่เมืองสงขลา มายาวนานถึง 180ปี   

ในพิธีแห่พระศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาในครั้งนี้ ได้อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาและองค์เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วย  เสี่ยงฮ๋องเหล่าเอี๋ย เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา พระเสื้อเมือง โบ้เชงไต่เต่ พระหมอรักษา ตี่ฮู่อ๋องเอี๋ย เทพเจ้ารักษาโรคและเฉ่งจุ้ยจ้อชู พระหมอเทพรักษาโรคภัย พระแม่กวนอิม และองค์เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์อื่นๆอีกหลายองค์ ใส่เกี้ยวรวม 20 เกี้ยว แบกเดินไปตามถนนต่างๆในเขตเทศบาลนครสงขลา เพื่อให้ชาวสงขลาได้ทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปตามถนนสายต่างๆภายในเขตเทศบาลนครสงขลา

โดยในปีนี้การจัดขบวนแห่พระยิ่งใหญ่ตระการตามีมังกรทองความยาวกว่า 100 เมตร เข้าร่วมในขบวนพร้อมขบวนธงหลากสีและต้องใช้ผู้เข้าร่วมขบวนทั้งนักเรียน นักศึกษา ทหารเรือ สมาชิกจากองค์กรต่างๆรวมทั้งประชาชนทั่วไปเกือบ 1,000 คน ที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมบุญร่วมกุศลในวันนี้ โดยประชาชนได้ทำการตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านตนเอง เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว เมื่อมีการแบกเกี้ยวเทพเจ้าต่างๆผ่านหนเบ้านก็จะเข้ามาให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะตลอดเส้นทางที่ขบวนผ่าน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สังขละ’คึกคัก!นทท.แห่เที่ยว‘สะพานมอญ’ ใส่บาตร ชิมอาหาร ชมวิถีชีวิต2ฝั่ง‘ซองกาเลีย’

Posted on June 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662809

‘สังขละ’คึกคัก!นทท.แห่เที่ยว‘สะพานมอญ’ ใส่บาตร ชิมอาหาร ชมวิถีชีวิต2ฝั่ง‘ซองกาเลีย’

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.06 น.

บรรยากาศท่องเที่ยว‘สังขละบุรี’คึกคัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงสวมหน้ากากอนามัยท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ขณะประชาชนในพื้นที่เริ่มถอดหน้ากากอนามัยบ้างแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาญจนบุรี ว่า เช้าวันนี้ (26 มิถุนายน 2565) ที่สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ และชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีการใส่บาตรพระสงฆ์จากวัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะ ด้วยการสวมใส่ชุดพื้นเมืองชาวมอญและชาวกะเหรี่ยง ที่ผู้ประกอบการชุดใส่บาตรมีไว้ให้บริการ พ่วงกับข้าวสวย ดอกไม้ และขนมน้ำดื่ม ที่เตรียมไว้ในชุดใส่บาตร สนนราคาชุดละ 99 บาท โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากการใส่บาตรมีผู้คนร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับพระสงฆ์ที่ต่างก็สวมหน้ากากอนามัยเช่นกัน

ภายหลังจากทำบุญใส่บาตรแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกชิมอาหารพื้นเมืองที่มีจำหน่ายในพื้นที่ ทั้งขนมจีนมอญ โจ๊ก กาแฟ ต่อด้วยการเดินเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกที่มีจำหน่ายในชุมชนและบริเวณรอบๆสะพาน ทั้งฝั่งเทศบาลตำบลวังกะ และฝั่งชุมชนบ้านวังกะ

ต่อจากนั้นจึงเลือกเดินชมบรรยากาศยามเช้าบนสะพาน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านริมสองฝั่งน้ำซองกาเลีย ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย พร้อมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเป็นหมู่คณะ และครอบครัว ซึ่งบรรยากาศขณะเดินบนสะพาน เริ่มผ่อนคลายด้วยการที่บางคนเลือกที่จะถอดหน้ากากอนามัย ขณะถ่ายรูปกับเด็กๆที่มาหารายได้ในวัดหยุด ด้วยการขายดอกไม้ บริการปะแป้ง และเป็นมัคคุเทศก์น้อยคอยเล่าเรื่องราวของการก่อสร้างสะพานและเรื่องราวของชุมชน ซึ่งความน่ารัก ช่างเจรจาของเด็กๆที่นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้กลายเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวที่นี่

ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่เริ่มผ่อนปรนการสวมหน้ากากอนามัย ภายหลังจากกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้การสวมหน้ากากอนามัยเป็นไปตามการใช้วิจารณญาณของประชาชน พบว่าพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดเริ่มถอดหน้ากากอนามัย

นายณัฐพล วิเศษสิงห์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศในพื้นที่ประชาชนเริ่มถอดหน้ากากอนามัย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยว โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่วนตัวมีหลักในการตัดสินใจจะสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัย โดยยึดเอาสถานที่และจำนวนผู้คนที่จะไปร่วมกิจกรรม ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่ปิดและมีผู้คนแออัด ตนก็จะเลือกสวมหน้ากากอนามัย แต่หากเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ผู้คนไม่มาก ก็จะสบายๆด้วยการไม่สวมหน้ากากอนามัย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘พระครูสิริศีลวัตร’เทศนาให้ญาติโยมถือศีล5 ไหว้พระเจ้าใหญ่ลือชัย700ปี

Posted on June 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662806

ธรรมะวันอาทิตย์ : 'พระครูสิริศีลวัตร'เทศนาให้ญาติโยมถือศีล5 ไหว้พระเจ้าใหญ่ลือชัย700ปี

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.41 น.

ธรรมะวันอาทิตย์ ไปนมัสการพระเจ้าใหญ่ลือชัย พระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่อด้วยอิฐถือปูน ลงรักปิดทองศิลปะล้านช้าง ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ วัดอำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุ 700 ปี และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองลืออำนาจ ที่สำคัญ ด้านขวาองค์พระประดิษฐาน มณฑป บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้า และมีพุทธศาสนิกชนเดินทางไปกราบนมัสการ ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัวเป็นประจำ 

สำหรับวัดอำนาจ อยู่ห่างจากจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 20 กิโลเมตร ทางทิศใต้ ถนนสายหลักชยางกรู (อำนาจเจริญ – อุบลราชธานี) เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีหลวงพ่อพระครูบัณฑิตกับจหมื่นชาโนชิต เป็นผู้นำในการก่อสร้างครั้งแรก มีเจ้าอาวาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปแล้ว 16 รูป เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระครูสิริศีลวัตร อายุ 59 ปี ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ ฝ่ายมหานิกาย ดูแลพระสงฆ์ 15 รูป สามเณร 10 รูป ไม่มีแม่ชี มรรคนายก 2 คน  

บนเนื้อที่ 50 ไร่ ของวัดลืออำนาจ จัดเป็นที่ตั้งแหล่งเรียนรู้ สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาวัฒนธรรม หลากหลายอย่าง อาทิ เช่น ลานปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกลม ก็มีให้พุทธศาสนิกชน เข้าไปทำกิจกรรมทางศาสนาอย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะเจาะจงในวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น ในวันธรรมดา ก็มีพุทธศาสนิกชนผู้สนใจเข้าไปปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนากับพระครูสิริศีลวัตร ทุกวัน 

นอกจากนี้ ภายในวัดอำนาจ ใกล้กับอุโบสถ ยังเป็นที่ตั้งศูนย์พิพิธภัณฑ์โบราณ มีวัตถุโบราณเก่าแก่ จำนวนมาก จัดเป็นหมวดหมู่ ไว้ให้พุทธศาสนิกชน ได้ ชม ได้ศึกษา เรียนรู้ ด้านศาสนา ซึ่งวัตถุโบราณบางสิ่งบางอย่าง หาดูไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะ ใบลาน สำหรับ พระสงฆ์เทศนา มีทั้งแบบภาษาไทยและภาษาลาว ก็เก็บไว้อย่างดี เพื่อรอรับการมาค้นคว้าศึกษาหาความรู้และเที่ยวชม จากพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ทุกวัน และเปิดฟรี 

ก่อนจะเดินทางกลับ พุทธศาสนิกชน จะแวะฟังธรรมเทศนากับพระครูสิริศีลวัตร เจ้าอาวาสวัดลืออำนาจและรองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ โดยแนะนำให้ถือศีล 5 ข้อ คือ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามพูดเท็จ ห้ามทำผิดในกามและห้ามดื่มสุรา และให้ทำบุญ สร้างกุศล สะสมคุณงามความดีไว้มากๆ เมื่อตายไปแล้ว ผู้คนจะได้จดจำระลึกถึงอยู่เสมอ 

พระครูสิริศีลวัตร เจ้าอาวาสวัดอำนาจ รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อาตมามีพันธกิจ ดังนี้ สร้างจิตสำนึกในความเป็นภิกษุสามเณรและศาสนบุคคลที่ดีมีคุณภาพ,ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศาสนศึกษาทุกระดับ,จัดระบบและรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพ,จัดและส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ,บูรณะ พัฒนาและสร้างศาสนวัตถุอย่างเหมาะสมตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา,บำเพ็ญกิจกรรมส่วนรวมและประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยใช้หลักพุทธวิถีนำวิถีชีวิต 

หลักเกณฑ์ยุทธศาสตร์ กล่าวคือ เน้นฝึกอบรมพระกรรมฐาน ทั้งกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน,สร้างโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต,ยกระดับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน,พัฒนาการศึกษาสงเคราะห์ตามแนวพุทธวิถีและวิถีพุทธ,พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมทางจิตใจและแหล่งปัญญาธรรม คารวะธรรมและสามัคคีธรรม,เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่สังคม ชุมชน ปัจเจกชนและสถาบันทางสังคมทุกภาคส่วน 

ที่ผ่านมา พระภิกษุสามเณรและศาสนบุคคล ได้รับการฝึกอบรมที่ดีมีคุณภาพอย่างทั่วถึง,พระภิกษุสามเณรได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามฐานานุรูป,ศาสนบุคคล ได้รับการศึกษาหลักธรรม ตามสมควรแก่อัตภาพ,สถานศึกษาของวัด จัดการศึกษาได้มาตรฐาน,การเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 

สำหรับกิจกรรมดีเด่น มีดังนี้ ศูนย์พระพุทธศาสนาวัดอาทิตย์ ปี 2542,สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นปี 2553 ,วัดวิถีพุทธเฉลิมพรเกียรติฯปี 2553,วัดส่งเสริมสุขภาพดีเด่นปี 2553,หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลดีเด่น ปี 2553, สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอำนาจเจริญแห่งที่ 11 ปี 53,โครงการลานธรรม ลานวิถีไทย ปี 57,และเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนปี 57 

พระครูสิริศีลวัตร เทศนาตอนหนึ่งว่า การบวชหน้าไฟ หรือชาวอีสาน เรียกว่า บวชจูงศพ หมายถึง ให้ลูกหลานบวชในเวลาสั้นๆ ระหว่างที่พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องเสียชีวิต เพราะเชื่อว่า ผู้บวชจะจูง(พา)ผู้เสียชีวิตขึ้นสวรรค์ เป็นสิ่งที่ดี ถ้าผู้บวช มีความพร้อม จิตใจบริสุทธิ์ ต้องการบวชอย่างจริงใจ ผู้ตายจะได้กุศลบุญเต็มที่  แต่ว่า ที่ผ่านมา มักจะนำลูกหลานที่กำลังดื่มสุรา บางคนยังไม่ส่างเมา ตายาแดงอยู่เลย ก็นำมาบวชหน้าไฟหรือบวชจูง ซึ่งไม่เหมาะสม แทนที่จะพาขึ้นสวรรค์ กลับ พาไปลงนรกเสีย เพราะผู้จะบวชไม่มีความพร้อม ยังทำผิดศีลอยู่ คือดื่มเมาสุราบวช อย่างนี้ไม่ควรเลย ไม่เกรงใจพระสงฆ์เลย คงเข้าใจว่า เผาศพเสร็จก็สึกแล้ว ซึ่งนี่ก็ไม่ถูก เพราะศีลยังไม่จับตัวเลยก็สึกแล้ว ควรจะอยู่วัดสัก 7 วัน ศีลพอจะจับตัวบ้าง จะได้มีบุญบ้าง แต่ไม่ใช่ เผาศพเสร็จก็รีบสึกเลย ญาติโยมควรคิดใหม่ ก่อนจะนำลูกหลานบวชหน้าไฟ หรือบวชจูงศพ ผู้บวชต้องมีความพร้อมทั้งกายและใจ ไม่ใช่ว่า บังคับให้บวชแบบไม่สมัครใจ แบบนี้ ไม่ดีเลย  

และขอให้ญาติโยมช่วยกันสอดส่องดูแลปกป้องพุทธศาสนา เพราะทุกวันนี้ คนอาศัยผ้าเหลืองหากินมาก พวกนี้คือพวกเปรต เข้ามาทำลายศาสนา พุทธศาสนิกชน ญาติโยม จึงต้องช่วยกัน กำจัดพวกนี้ออกไป ถ้าพระไม่ดี ปฏิบัติไม่ถูกตามคำสอนพระพุทธเจ้า จะต้องเอาออกไป อย่าให้ทำลายวงการสงฆ์ไปมากกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันนี้ มี หลายวัด ไม่ค่อยมีญาติโยมเข้าไปทำบุญ เพราะเสื่อมศรัทธา อาตมาจึงได้มีการไปเทศนาถึงบ้านญาติโยม ในวันพระช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา เพราะบางคนแก่ชราอายุมาก เดินทางไปวัดยากลำบาก จึงต้องจัดทำเป็นธรรมะสัญจร เทศนาให้ฟังถึงบ้านเลย ในวันไปเทศนา จะมีสมาชิก ธรรมะสัญจร ร่วมเดินทางไปด้วย ครั้งละ 10 -20 คน ทำแบบนี้มา 15 ปีแล้ว ก็ได้ผลดีมาก และที่ผ่านมา เกิดโรคระบาดโควิด19 จึงต้องงดการจัดเทศนาสัญจร จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย จึงจะมาพิจาณาใหม่ 

พระครูสิริศีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ เทศนาท้ายสุดว่า ขอให้ญาติโยมทั้งหลายทำบุญ สร้างกุศลให้มากๆ ซึ่งผลของการทำบุญ จะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข ร่มเย็นเป็นสุข อุปสรรคปัญหาต่างๆจะลดลงหรือไม่มีเลย พวกเราชาวพุทธแต่ละคนล้วนเคยทำบุญให้ทานมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งในชาตินี้และในชาติก่อน บางคนทำบุญไว้มากในชาติก่อน มาชาตินี้ ความเป็นอยู่ดี การงานดี เพราะบุญชาติก่อนเกื้อหนุน ส่วนคนที่ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดี อยู่อย่างยากลำบาก แม้ชาติก่อนทำบุญไว้มาก เป็นเพราะมีเจ้ากรรมนายเวร คอยขัดขวาง จะต้องสะสมบุญให้มากมากในชาตินี้ ความเป็นอยู่ การงาน ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญต้องมีจิตใจดีงาม พระครูสิริศีลวัตร กล่าว  

นอกจากนี้ ที่ด้านทิศตะวันตกของวัดอำนาจ ยังทำเป็นถ้ำสิรินาคา จากการนิมิตของพระครูสิริศีลวัตร เจ้าอาวาสวัดอำนาจและรองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ ว่ากันว่า ได้ลงไปเมืองบาดาล เมืองพญานาค 2 ครั้ง ซึ่งพุชงพญานาค ปกครองเมืองบาดาล และต้องการจะขึ้นไปโลกมนุษย์ จึงได้ปั้นเป็นรูปพญานาค พุชงพญานาถ ในถ้ำสิรินาคา อย่างที่เห็นในปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา ขอโชคลาภต่างๆ โดยมีพราหมณ์ไมตรี เป็นผู้กล่าวคำนำถวายสักการะ ด้วยพานรูปพญานาค ซึ่งมีให้บูชาพานละ 10 บาททุกคน เพื่อบำรุงวัด 

ส่วนนางกุ้ง ผู้ดูแลการจำหน่ายพานสักการะ กล่าวว่า ญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามานมัสการพระเจ้าใหญ่ลือชัย เสร็จแล้ว ก็จะแวะเข้าไปขอพรสักการะ พุชงพญานาถ ในถ้ำสิรินาคา จากนั้น จะเดินรอบๆถ้ำนาคา และไปสุดที่บริเวณด้านบนถ้ำ เพื่อกราบไหว้ขอพรพระพุทธรูป ซึ่งทำเป็นจุดชมวิวรอบวัดอย่างสวยงาม ทำให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน ต่างประทับใจไปตามๆกัน  

สำหรับบรรดานักเสี่ยงโชค มักจะได้รับเลขเด็ดจากความเชื่อหลายทาง เช่น พุชงพญานาค ที่ถ้ำสิรินาคา หรือไม่ก็พ่อปู่ลือชัย ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของวัดอำนาจ ว่ากันว่าหากบนบานสำเร็จได้ดั่งใจ จะต้องว่าจ้างหมอลำหรือภาพยนตร์มาแก้บน ส่วนเจ้าแม่ตะเคียน เช่นกัน จะพบเห็นชุดไทย แขวนไว้รอบๆต้นตะเคียน จนไม่มีที่จะวางหรือแขวนแล้ว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระยองบวงสรวงครบรอบ236ปี 26มิ.ย.วันเกิด’สุนทรภู่’กวีเอกโลก

Posted on June 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662802

ระยองบวงสรวงครบรอบ236ปี 26มิ.ย.วันเกิด'สุนทรภู่'กวีเอกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.49 น.

26 มิถุนายน 2565 เมื่อเวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน ร่วมประกอบพิธีบวงสรวง ทำบุญเลี้ยงพระภิกษุสงฆ์ และวางกระเช้าดอกไม้สดที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ต.กร่ำ อ.แกลง เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 236 ปี เพื่อเป็นการสักการะและรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านสุนทรภู่ มหากวีแห่งรัตนโกสินทร์ และเป็นบุคคลสำคัญของโลกได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO)  ให้เป็นกวีเอกของโลกด้านงานวรรณกรรม

สำหรับ“สุนทรภู่”เป็นกวีที่มีความชำนาญทางด้านบทกลอน มีการประพันธ์กลอนนิทานและกลอนนิราศขึ้นใหม่หลายเรื่องจนกลายเป็นที่นิยมเลื่องลือมาถึงปัจจุบัน อาทิ นิราศภูเขาทอง นิราศสุพรรณ เพลงยาวถวายโอวาท กาพย์พระไชยสุริยา และพระอภัยมณี โดยเฉพาะพระอภัยมณี ได้รับยกย่องว่า เป็นยอดของวรรณคดีประเภทกลอนนิทาน ซึ่งงานประพันธ์หลายชิ้นของสุนทรภู่ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการเรียนการสอน เช่น กาพย์พระไชยสุริยา นิราศพระบาท และอีกหลายเรื่อง

โดยกิจกรรมงานรำลึกวันสุนทรภู่ปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 มิ.ย.นี้ อาทิ การแสดง แสง สี เสียง สื่อผสมประวัติสุนทรภู่ การประกวดธิดานางผีเสื้อสมุทรแปลงกาย การประกวดเดี่ยวปี่ใน การประกวดแต่งบทกลอน รางวัลกวีศรีสุนทร เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันรำลึกถึงเกียรติคุณของท่านสุนทรภู่ และยกย่องเชิดชูท่านสุนทรภู่ด้วย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมบทกวี และวรรณกรรม ซึ่งเป็นผลงานของท่านสุนทรภู่ ให้เยาวชนได้ร่วมกันสืบทอดและนำมาใช้ประโยชน์ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองอีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.ชวนเที่ยวเมืองรองภาคกลาง เปิดจองดีลพิเศษผ่าน Facebook Live 26 มิ.ย.นี้

Posted on June 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662801

ททท.ชวนเที่ยวเมืองรองภาคกลาง เปิดจองดีลพิเศษผ่าน Facebook Live 26 มิ.ย.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.47 น.

ททท. ชวนท่องเที่ยวเมืองรองภาคกลาง พร้อมให้จับจองดีลพิเศษ ผ่าน Facebook Live ในวันที่ 26 มิ.ย. 65 นำเชฟชื่อดังรังสรรค์เมนูใหม่ นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวสร้างแรงบันดาลใจสู่เส้นทางเมืองรอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ ผู้ประกอบการสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง ชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองรอง ในกิจกรรม Online Event Marketing “Goodlife Journey วิถีเมืองรอง : กรีนดีอยู่ดี@ภาคกลาง” โดยไฮไลท์สำคัญเป็นการนำสินค้า GI ของเมืองรองภาคกลาง มาเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เมนูใหม่ โดยเชฟอิน-ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ เชฟหนุ่มหล่อไฟแรง โปรไฟล์ดี โด่งดังจากการสอนทำอาหารใน Social Media ภายใต้ชื่อ “อินกำลังอิน”

นางสาวจุฑาทิพย์ เจริญลาภ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “Goodlife Journey วิถีเมืองรอง : กรีนดีอยู่ดี@ภาคกลาง” เป็นกิจกรรมเสนอขายดีลพิเศษ ที่พัก ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ผ่าน Facebook Live เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองภาคกลางภายหลังการคลายตัวของสถานการณ์ COVID-19 โดยในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางราชบุรี-สมุทรสงคราม , สุพรรณบุรี-อ่างทอง และ ลพบุรี-สิงห์บุรี-ชัยนาท ทั้งนี้ ได้นำความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกินของภาคกลางที่มีความโดดเด่นเรื่อง “กินดี อยู่ดี” มาเป็นจุดขาย และเป็นการดำเนินตามนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมสินค้า GI (Geographical Indication) จึงได้นำสินค้า GI มาเป็น Gimmick ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรอง อาทิ มะพร้าวน้ำหอมที่จังหวัดราชบุรี ปลาช่อนแม่ลาของจังหวัดสิงห์บุรี และแห้ว จังหวัดสุพรรณบุรี

กิจกรรม Online Event Marketing “Goodlife Journey วิถีเมืองรอง : กรีนดีอยู่ดี@ภาคกลาง” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 17.00-19.00 น. ผ่าน Facebook Live : Comm Arts Production facebook.com/Commartsproduction โดยผู้ร่วมชม Live สามารถสั่งจองดีลพิเศษ และทดลองทำเมนูพิเศษไปพร้อมกับเชฟอิน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมึกช็อต-หมึกซาซิมิ’ ขายดีริมหาดชลาทัศน์ ลูกค้าติดใจน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662793

'หมึกช็อต-หมึกซาซิมิ' ขายดีริมหาดชลาทัศน์ ลูกค้าติดใจน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.44 น.

26 มิถุนายน 2565 ที่บริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลาสงขลา (หลังสนามกีฬาติณสูลานนท์) เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ได้มีร้าน”หมึกดิ้นซาซิมิสงขลา” ของนางสาวชมพูนุช (ครีม) สะพะโล อายุ 25 ปี มาเปิดขายทั้งหมึกเป็นหมึกช็อต หมึกซาซิมิและหมึกไข่ย่าง

โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสงขลา และลูกค้าบางคนมาซื้อเป็นครั้งแรกเพื่ออยากจะทดลองว่า กินหมึกสดๆจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยมาซื้อซาซิมิไปลองชิมตามที่ลง tiktok บอกว่าอยากลอง โดยตามใน tiktok มาก็เลยมาดูว่ามีไหม เลยอยากลองดูว่า กินแล้วรสชาติจะเป็นอย่างไร

โดยร้านหมึกดิ้น ซาซิมิ สงขลา นำหมึกเป็นๆใส่ถังไฟเบอร์กลาสแบบกลม ใส่น้ำทะเลวางไว้ท้ายรถกระบะ มีเครื่องออกซิเจนให้อากาศในน้ำ ทำให้หมึกเป็นๆได้หายใจตลอดเวลา และลูกค้าที่มาซื้อหมึกช็อต หมึกซาซิมิ ก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบว่าจะเอาตัวไหน โดยจะมีคนใช้สวิงคอยตักหมึกให้

สำหรับราคาหมึกช็อต อยู่ที่ตัวละ 120 บาท หมึกซาซิมิจะเริ่มต้นที่ 200 – 400 บาท เพราะจะมีตัวใหญ่ด้วยและหมึกไข่ย่างตัวละ 150 บาท ขณะนี้ก็จัดโปรโมชั่นโดยหมึกช็อต size 150 บาท 2 ตัว นำมาจัดโปรโมชั่นเป็นซาซิมิปรกติ ราคา 300 บาท จัดโปรโมชั่นลดเหลือ 250 บาทและแล่ให้ด้วย

ในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดกระบี่พาครอบครัวมาเที่ยวที่จังหวัดสงขลาได้แวะมาที่ร้านตาม TikTok มาโดยบุตรชายอยากจะลองชิมหมึกช็อตว่าจะมีรสชาติเป็นอย่างไร คุณแม่ก็ซื้อให้กิน 1 ตัว 120 บาท กินแล้วติดใจขอเพิ่มอีก 1 ตัวอีก 120 บาท น้องเขายอมรับว่าอร่อยจริงๆ

ทางร้านหมึกดิ้น ซาซิมิ สงขลา ซึ่งเปิดขายอยู่ด้านหลังสนามกีฬาติณสูลานนท์ถนนชลาทัศน์ เขตเทศบาลนครสงขลา ผู้ใดต้องการไปลองลิ้มชิมหมึกช็อต หมึกซาซิมิและหมึกไข่ย่าง ที่ร้าน”หมึกดิ้น ซาซิมิสงขลา”ได้ทุกวันหรือจะโทรศัพท์ไปติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 099 356 6972

นางสาวชมพูนุช (ครีม) สะพะโล อายุ 25 ปี กล่าวว่า สำหรับแรงบันดาลใจที่มาทำตรงนี้ เนื่องจากมีเรือของตัวเองด้วย ก็เลยอยากจะทำหมึก เพราะเรือตัวเองด้วยตอนแรก เมื่อทำแล้วก็ขายดีมาก ผลตอบรับดีมากเลย สำหรับจุดเด่นอยู่ที่น้ำจิ้มลูกค้าบอกน้ำจิ้มแซ่บทุกคน ซึ่งประกอบไปด้วยมะนาวพริก อันนี้จุดเด่นๆเลย ได้ขายมาแล้ว 3 เดือน ลูกค้าติดใจทุกคน มีมาซื้อซ้ำตลอด โดยราคาหมึกเป็นจะเริ่มต้นที่ตัวละ 120 บาท ถ้าหมึกแล่ซาซิมิจะเริ่มต้นที่ 200 บาท. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มิจฉาชีพหลอกยายจับฉลาก! สูญเงินเกือบ8พันบาท ยกมือสาปแช่งแก๊งต้มตุ๋น

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662791

มิจฉาชีพหลอกยายจับฉลาก! สูญเงินเกือบ8พันบาท ยกมือสาปแช่งแก๊งต้มตุ๋น

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.26 น.

26 มิถุนายน 2565 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากคุณยายสมจิตร ลาดมาษี อายุ 69 ปี และนายจุล ลาดมาษี อายุ 69 ปี อยู่บ้านแม่ระมาดพัฒนา เลขที่ 138 ม.9 ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ซึ่งทั้ง 2 คน ตากับยายเป็นสามีภรรยา ได้เปิดเผยว่ายายกับตาได้อยู่กันสองคนเพียงลำพังที่บ้านหลังดังกล่าว ส่วนลูกสาวไปมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด พร้อมกับยายก็มีอาชีพปลูกถั่วเขียวที่ไร่แถวใกล้กับป่า

ล่าสุดวันที่ 21 มิ.ย.65 ช่วงบ่ายโมง ยายได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อไปดูพืชผลที่ไร่ถั่วเขียว ส่วนตานั้นอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง บริเวณไร่ถั่วเขียวนั้นก็อยู่ติดอยู่กับป่า ห่างจากบ้านยายประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างที่ยายอยู่ที่ไร่ถั่วเขียว ได้มีรถกระบะสีดำไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน คลุมผ้าใบมากัน 3 คน โดยมีผู้หญิง 2 คน ผู้ชาย 1 คนได้เป็นคนขับรถคันดังกล่าว จังหวะนั้นก็ได้ทั้ง 3 คนก็เดินมาหายายที่ยืนอยู่ที่ไร่ถั่วเขียวเพียงลำพัง ทั้ง 3 คนก็บอกกับยายว่า ยายมาจับฉลากไหมค่ะ ข้างในมีของรางวัลมากมาย

โดยจะมีรางวัลอยู่ข้างใน มีทั้งหมด 6 ห่อ /เบอร์ พร้อมบอกกับยายว่า จับฟรีไม่เสียเงิน แต่หากยายจับไม่ได้ของรางวัล ต้องเสียเงินทั้งหมด 20 บาท แต่หากจับได้ของรางวัลยายก็ต้องรับของรางวัลทั้งหมดห้ามคืน รวมแล้วเสียเงินทั้งหมด 7,996 บาท ซึ่งทั้ง 3 คน เกลี่ยกล่อมและชักชวนให้ยายจับ พร้อมกับยายก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้จับฉลากไปพร้อมกับได้รางวัล เป็นหม้อหุงข้าว 2 ใบ หัวเตาแก๊สสองหัว หม้ออบไฟฟ้า เตาแม่เหล็กไฟฟ้า รวมเป็นเงินทั้งหมด 7,996 บาท

จังหวะนั้นตัวยายเองก็ตกใจ ที่ต้องเสียเงินเกือบหมื่น วินาทีนั้นยายก็ไม่มีเงินติดตัวไปด้วย แล้วทั้ง 3 คนก็ได้พายายไปเอาเงินที่บ้านยาย โดยตัวยายเองก็ได้เอาเงินจากตามาจ่ายไป 8,000 บาท แล้วทั้ง 3 คน ก็ทอนมาให้ยาย 4 บาท พอหลังจากทั้ง 3 คน ได้เงินแล้วก็รีบขับรถออกไปจากบ้านยาย

ทั้งนี้ยายก็ได้โทรไปหาลูกสาวยาย แล้วก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง พร้อมกับลูกสาวก็ให้หลานที่อยู่บ้านใกล้กับยายมาอยู่เป็นเพื่อนก่อนชั่วคราว และก็อยากจะเตือนภัยให้กับคนแก่ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ให้ระวังมิจฉาชีพมาหลอกให้จับฉลากแล้วสูญเงินเกินกว่าที่ควร ครั้งนี้ยายก็ยังได้เครื่องของมาใช้ แต่หากมาคำนวณดูแล้วมันก็ขาดทุนไปเกือบครึ่ง ที่เสียค่าของไปให้มิจฉาชีพ เก็บเงินมาทั้งปีจะให้จ่ายค่าปุ๋ยรายปี มาเสียให้พวกมิจฉาชีพจนหมดตัว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยเมินใช้ขนส่งมวลชน ‘รถเมล์เมืองกรุง’แก้ถูกทาง?

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662753

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยเมินใช้ขนส่งมวลชน  ‘รถเมล์เมืองกรุง’แก้ถูกทาง?

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“70 : 30” เป็นสัดส่วนของ “ครัวเรือนในกรุงเทพฯ ที่มีพาหนะส่วนบุคคล (รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์) กับครัวเรือนที่ไม่มีพาหนะส่วนบุคคล” โดยเป็นข้อมูลที่ สุเมธ องกิตติกุลผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) หยิบยกมาเปิดเผยในงานเสวนา “ทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยเป็นธรรมระดับประเทศและภูมิภาคเพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้” จัดโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค เมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

นอกจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองหลวงของประเทศไทยแล้ว สุเมธ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “ในช่วง 10 ปีล่าสุด การใช้ขนส่งสาธารณะลดลงในทุกจังหวัดตรงกันข้ามกับการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้น” ทั้งนี้ ระบบขนส่งมวลชนที่ควรจะเป็น ควรมี 3 ส่วน คือ 1.มีบริการที่เป็นสาธารณะ เส้นทางเหมาะสมเที่ยววิ่งที่เหมาะสมเป็นพื้นฐาน หลายครั้งเที่ยววิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ของผู้บริโภคต้องปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ

2.รถสาธารณะ ต้องเข้าถึงได้ง่ายมีสถานี หรือจุดจอดที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่นในอดีตถนนทุกถนนจะมีศาลาริมทางและเป็นจุดจอด แต่ปัจจุบันไม่มีหายไปหมด จุดจอดหายไป และเวลาเราสร้างถนนเรามักจะนึกถึงป้ายรถเมล์เป็นเรื่องสุดท้ายซึ่งไม่ถูกต้อง และ 3.เรื่องของราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม รัฐต้องเข้ามาเกี่ยวข้องและสนับสนุน เส้นทางท่ีมีผู้โดยสารน้อยแต่จำเป็น

กลับเข้ามาในกรุงเทพฯ ย้อนไปในปี 2561 สุเมธ เคยกล่าวไว้ในงานเสวนา “การเพิ่มบทบาทการพัฒนาขนส่งมวลชนทางราง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”ตอนหนึ่งระบุว่า “..คนกรุงเทพฯเป็นคนที่โชคดีแล้ว ถึงรถเมล์จะเก่าหน่อยแต่ก็เป็นรถเมล์ที่ใหญ่ แล้วเงินที่รัฐอุดหนุน ขสมก. ก็มีอยู่ค่อนข้างมาก ขสมก. ขาดทุนรัฐก็ประกันหนี้ให้ จึงเห็นได้ชัดว่ารัฐให้เงินช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ ของประเทศน้อยกว่าส่วนกลางค่อนข้างมาก..” แต่เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปีก็น่าคิดว่า ปัจจุบันชาวเมืองหลวงจะยังคงโชคดี แบบที่นักวิชาการ TDRI ผู้นี้เคยกล่าวไว้หรือไม่?

เพราะตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. 2565 ที่ผ่านมาเริ่มมีเสียงบ่นจากประชาชนว่า “รอรถเมล์นานขึ้น” โดยในเรื่องนี้ กิตติกานต์ จอมดวงจารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2565 ยอมรับว่า ปัจจุบัน ขสมก. มีรถโดยสารประจำการ จำนวน 2,885 คัน ลดลงจากเดิมประมาณ 200 คัน เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาเช่ารถโดยสาร

อย่างไรก็ตาม ขสมก. ไม่สามารถนำรถออกวิ่งให้บริการได้ทั้งหมด เนื่องจากต้องสำรองรถโดยสารร้อยละ 5 เผื่อสำหรับกรณีฉุกเฉิน ทำให้ ขสมก. มีรถโดยสารออกวิ่งในแต่ละวันเพียงร้อยละ 95 หรือวันละประมาณ 2,740 คัน นอกจากนี้ ขสมก. ยังขาดอัตรากำลังพนักงานขับรถโดยสารอีกกว่า 700 คน ส่งผลให้ ขสมก. มีอัตรากำลังพนักงานและจำนวนรถโดยสาร ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ในวันเดียวกัน จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานรถเมล์ คิดเป็นร้อยละ 70 ของปี 2562 อันเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ขณะที่ 2 ปีในช่วงโควิด-19 ระบาด มีผู้ใช้รถเมล์เพียงร้อยละ 10-20 ทำให้จำนวนรถที่ออกมาวิ่งให้บริการลดลง ซึ่งต่อมาแม้ประชาชนจะกลับมาเดินทางมากขึ้นแต่ปริมาณรถก็ยังไม่เพียงพอ อีกทั้งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านตามแผนปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ ทำให้ต้องรอภาคเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจัดหารถเมล์ใหม่มาบรรจุในเส้นทาง รวมถึงมีเส้นทางที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตใหม่

แต่เมื่อกล่าวถึง “แผนปฏิรูปรถเมล์” ก็ตามมาด้วย “คำถาม” เช่น ล่าสุดกับการ “เปลี่ยนเลขสาย” ที่ทำเอาประชาชนสับสน ที่ถูกพูดถึงตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เช่น สาย 1 (ถนนตก-ท่าเตียน) กลายเป็นสาย 3-35 หรือสาย 8 (สะพานพุทธ-ถนนนิมิตรใหม่) กลายเป็นสาย 2-38 (แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ) เป็นต้น ที่มาที่ไปของการเปลี่ยนเลขสาย อธิบดีกรมการขนส่งทางบกชี้แจงในวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ว่า การปรับเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ในขณะนี้เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาระบบรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ซึ่งแนวคิดนี้ทำการศึกษาโดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ตั้งแต่ปี 2560 และมีการรับฟังความคิดเห็นในเบื้องต้นแล้ว โดยเลขสายรถเมล์จะแบ่งเป็น 4 โซนใช้หลักการแบ่งพื้นที่การเดินรถของจุดต้นทางตามทิศของกรุงเทพมหานครคือ เลขแรกเป็นเลขโซน และตัวเลขหลังเป็นเลขสาย ดังนี้ “โซนที่ 1”ทิศเหนือ (กรุงเทพฯ โซนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนพหลโยธิน) ขึ้นต้นด้วย 1-เลขสาย (1-1 ถึง 1-68) “โซนที่ 2” ทิศตะวันตก (กรุงเทพฯ ชั้นในและโซนตะวันตกเฉียงเหนือ) ขึ้นต้นด้วย 2-เลขสาย (2-1 ถึง 2-56)

“โซนที่ 3” ทิศตะวันออก (กรุงเทพฯ โซนตะวันออกเฉียงใต้ : ถนนสุขุมวิท) ขึ้นต้นด้วย 3-เลขสาย (3-1 ถึง 3-56) และ “โซนที่ 4” ทิศใต้ (กรุงเทพฯ โซนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ถนนเพชรเกษม) ขึ้นต้นด้วย 4-เลขสาย (4-1 ถึง 4-71) ทั้งนี้ แตกต่างจากหมายเลขสายรถเดิมที่มีการเรียงตัวเลขสายไปเรื่อยๆ เมื่อมีเส้นทางใหม่จะเพิ่มตัวเลขเข้าไป ขณะที่สายรถเมล์ใหม่นี้จะมีเลขโซนอยู่ด้านหน้าเพื่อให้ทราบว่ารถเมล์สายนี้มีต้นทาง อยู่ในพื้นที่ใด ถนนสายใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม ที่จะทราบข้อมูลการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ต้องขึ้นรถเมล์ในโซนใดหรือสายใด

ถึงกระนั้น หากย้อนไปดูโครงการทดลองเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ ระหว่างวันที่ 15 ส.ค.-15 ก.ย. 2560 โดยเป็นโครงการนำร่อง 8 เส้นทาง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจบลงด้วยการพับโครงการไป ในเวลานั้นสื่อมวลชนก็รายงานข่าวเช่นกันว่า ประชาชนเกิดความสับสน มีความเห็นคัดค้านบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก รวมถึงสถิติสายด่วน 1348 ของ ขสมก. ก็พบว่า ร้อยละ 64.31 สอบถามเส้นทาง และร้อยละ 35.59 ไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปเส้นทาง

ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของนโยบาย “1 เส้นทาง 1 ผู้ประกอบการ” แม้จะมีเจตนาดีที่ไม่ต้องการให้เกิดการแย่งผู้โดยสารระหว่างผู้ประกอบการหลายเจ้าบนเส้นทางเดียวกัน จนนำไปสู่การขับขี่แบบอันตรายหรือการทะเลาะวิวาท รวมถึงแก้ปัญหาการขาดทุนสะสมของ ขสมก. แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับพบประชาชนได้รับผลกระทบเช่น รถเมล์น้อยลงเพราะเหลือผู้ประกอบการรายเดียว หรือค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเพราะเป็นนโยบายส่งเสริมให้ใช้รถปรับอากาศที่ค่าโดยสารแพงกว่ารถร้อน และรถเอกชนไม่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นที่พึ่งของคนรายได้น้อย

ยังไม่ต้องพูดถึง “ความย้อนแย้งกันเองในการดำรงอยู่ของ ขสมก.” ที่ด้านหนึ่งถูกก่อตั้งมาให้เป็นที่พึ่งของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง อัตราค่าโดยสารจึงถูกควบคุมให้ต่ำกว่าต้นทุนจริงในการเดินรถ แต่อีกด้านหนึ่งเมื่อประสบปัญหาขาดทุนก็เป็นภาระของรัฐที่ต้องจัดงบประมาณเข้าไปอุดหนุน หรือแม้แต่ “ลักษณะของเมืองที่ไม่เอื้อให้จัดบริการรถเมล์เข้าถึงได้สะดวก” เช่นมีซอยตันจำนวนมาก หรือชุมชนที่ขยายแบบกระจัดกระจาย..เหล่านี้คือตัวแปรที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบ หากต้องการให้คนไทยหันกลับมาใช้บริการขนส่งมวลชนมากขึ้น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พาหนะอื่นจอดขวางป้ายรถเมล์ ใช้บริการไม่สะดวก-เสี่ยงอุบัติเหตุ

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662748

พาหนะอื่นจอดขวางป้ายรถเมล์ ใช้บริการไม่สะดวก-เสี่ยงอุบัติเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เมืองที่เจริญก้าวหน้าไม่ใช่เมืองที่คนจนมีรถยนต์ส่วนตัวใช้ แต่เป็นเมืองที่แม้คนรวยก็ยังยินดีใช้บริการขนส่งสาธารณะ (An advanced city is not one where even the poor use cars, but rather one where even the rich use public transport)” เป็นคำกล่าวของ เอ็นริเก เพนาโลซา (Enrique Penalosa) อดีตนายกเทศมนตรีกรุงโบโกตา เมืองหลวงประเทศโคลอมเบีย ที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอเมื่อกล่าวถึง “เมืองที่ดี” เพราะเมืองที่มีรถส่วนตัวจำนวนมาก ส่งผลต่อปัญหาทั้งการจราจรติดขัด มลพิษจากไอเสีย ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อและบำรุงรักษารถ

“นั่นคือเป้าหมายในอุดมคติ แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ง่ายที่จะไปถึง” อาทิ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมามีเสียงบ่น-เสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ไหนจะรถไฟฟ้าที่ค่าโดยสารแสนแพง พอหันกลับมามองรถเมล์ก็พบว่าปริมาณรถน้อยลง หรือบางเส้นทางผู้ให้บริการเลิกวิ่งไปก็มี ขณะเดียวกัน“ป้ายรถเมล์ถูกบดบังทัศนวิสัย” ทั้งจากป้ายโฆษณาและยานพาหนะอื่นๆ ที่จอดกีดขวาง ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้การใช้บริการรถเมล์ไม่สะดวก โดยเฉพาะสายที่มีรถให้บริการไม่กี่คัน การพลาดไปอาจหมายถึงต้องรอนานนับชั่วโมง

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2565ที่ผ่านมา มีการหยิบยกกรณีรถส่งสินค้าจอดกีดขวางป้ายรถเมล์ขึ้นมากล่าวถึง ซึ่งสืบเนื่องจาก กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้รถโดยสารสาธารณะรายหนึ่งเมื่อเดือน ต.ค. 2564 ระบุว่า “ในขณะที่รอรถโดยสารสาธารณะกลับบ้านบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอุดมสุข เขตบางนา กรุงเทพมหานคร มีรถขนส่งสินค้าของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง จอดขวางทางเดินรถโดยสารสาธารณะ ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นรถโดยสารสาธารณะและต้องลงมายืนบนพื้นผิวจราจร” ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

กสม. พิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า กรณีนี้เกี่ยวกับสิทธิในการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และเห็นว่าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทำได้ด้วยการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง จึงได้ดำเนินการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังกรุงเทพมหานคร บริษัทต้นสังกัดของร้านสะดวกซื้อ และกองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา

ซึ่งต่อมาได้รับทราบว่า กรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขตบางนาและกองบังคับการตำรวจจราจร ได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานงานกัน พร้อมแจ้งไปยังบริษัทโดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาการจอดรถขนส่งสินค้ากีดขวางป้ายหยุดรถประจำทางสาธารณะแล้ว ขณะที่บริษัทก็ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับบริษัทขนส่งสินค้า

โดยได้ปรับเปลี่ยนขนาดรถขนส่งสินค้าให้เล็กลงและปรับเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นช่วงเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาการจราจรหนาแน่นและป้องกันไม่ให้รถขนส่งสินค้าจอดกีดขวางป้ายหยุดรถประจำทางสาธารณะแล้ว ดังนั้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2565 จึงมีมติเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ร้องตามสมควรแล้ว จึงมีมติเห็นชอบผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

การดำเนินธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นอีกเรื่องที่ กสม. ให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการที่สอดคล้องตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) กรณีปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะดูเป็นปัญหาเล็กๆ แต่ก็สะท้อนว่าภาคธุรกิจจะต้องไม่ละเลย ต้องตระหนักถึงความสำคัญของหลักการดังกล่าว และร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเข้าใจ

อนึ่ง นอกจากกรณีรถส่งสินค้าที่เข้าสู่กระบวนการร้องเรียนและประสานแก้ไขโดย กสม. ข้างต้น ในความเป็นจริงยังพบยานพาหนะหลากหลายชนิด ทั้งที่เป็นขนส่งสาธารณะด้วยกัน เช่น รถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร และที่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จอดกีดขวางบริเวณป้ายรถเมล์อยู่เนืองๆ จากหลายหลายเหตุปัจจัย จึงต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และการหาทางออกอื่นทดแทน เพื่อให้การใช้บริการรถเมล์เป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘9ดีปเทคสตาร์ตอัป’ จากงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่

Posted on June 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662766

สกู๊ปพิเศษ : ‘9ดีปเทคสตาร์ตอัป’  จากงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หากจะอธิบายคำว่า “สตาร์ทอัพ” (Startup) ให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คงจะสรุปได้ว่า เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ แล้วเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด เป็นธุรกิจที่ออกแบบมาให้มีการทำซ้ำและขยายกิจการได้ไม่ยาก เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้เร็ว ง่ายดาย ไม่ซับซ้อน โดยมีการนำเทคโนโลยี, นวัตกรรมมาเป็นหลักในการสร้างธุรกิจ โดยมักจะเกิดขึ้นจากแนวความคิดที่ต้องการจะใช้เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของผู้คน หรือเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังไม่มีใครเคยคิดหรือทำมาก่อน ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงมีความพยายามคิดค้นธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ

แต่จุดอ่อนของสตาร์ทอัพก็คือ การขาดจุดแข็งในระยะยาว จึงถูกลอกเลียนแบบได้ง่าย รวมทั้งคู่แข่งสามารถพัฒนาระบบให้ดีกว่าเดิมได้ในเวลาไม่นานนัก แล้วแย่งส่วนแบ่งในตลาดได้อย่างรวดเร็ว จนผู้คิดค้นรายแรกต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด ทำให้ต้องแก้เกมด้วยการคิดค้นสตาร์ทอัพที่เลียนแบบได้ยาก ทำให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืน อยู่ได้ในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในคือ ดีป เทค สตาร์ตอัป (Deep Tech Startup)

Deep Tech (Deep Technology) คือเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นเรื่องยากที่จะลอกเลียน รวมทั้งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครอง เนื่องจากผ่านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างยาวนาน

ในปัจจุบัน ดีป เทค สตาร์ตอัป มีอยู่ 8 ประเภท ได้แก่ 1.Artificial Intelligence (AI) : ปัญญาประดิษฐ์ 2.AugmentedReality (AR) และ Virtual Reality (VR) : โดย AR เป็นเทคโนโลยีที่ผสานโลกเสมือนเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ส่วน VR ที่เป็นการจำลองโลกจริงในโลกเสมือน 3.Internet of Things (IoT) : การเชื่อมโยงทุกอย่างสู่โลกอินเตอร์เนต 4.Blockchain : เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล เป็นโครงข่ายไร้ศูนย์กลาง 5.Biotech : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับระบบชีวภาพ 6.Robotics : วิทยาการหุ่นยนต์ที่นำมาใช้ในด้านต่างๆ 7.Energy : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับระบบพลังงาน และ 8.Spacetech : เทคโนโลยีอวกาศ

ในประเทศไทย ก็มีความตื่นตัว และให้การสนับสนุนในเรื่อง ดีป เทค สตาร์ตอัป อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ที่ห้องแถลงข่าวอว. ชั้น 1 ถ.พระรามที่6 กรุงเทพฯ ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดแถลงข่าว สวทช. ขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ “9 ดีปเทคสตาร์ตอัป”พร้อมเปิดตัว 9 NSTDA Startups : Deep-Tech Startup เพื่อขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับเศรษฐกิจด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ฐิตาภาสมิตินนท์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. ร่วมแถลงข่าว

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนาที่สร้างคุณค่าและต่อยอดให้กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) และให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เสริมศักยภาพและยกระดับผู้ประกอบการนักลงทุน รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการขับเคลื่อนและต่อยอดผลงาน วทน. จากหิ้งสู่ห้างเพื่อเชื่อมโยงให้เอกชนเข้าถึงได้ง่าย

ทั้งนี้ การวิจัยและพัฒนาที่รับโจทย์เพื่อทำวิจัยแล้วถ่ายทอด สิทธิ (Licensing) แบบเดิม อาจไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลและส่งผลกระทบต่อหลายสาขาอาชีพมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งผ่านงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ในรูปแบบธุรกิจใหม่ สวทช. จึงขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ภายใต้กลไกการส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์อีกรูปแบบหนึ่งของ สวทช. หรือที่เรียกว่า “นาสท์ด้าสตาร์ตอัป” NSTDA Startups ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา เพื่อผลักดันผลงานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และยังช่วยตอกย้ำศักยภาพงานวิจัยสู่การตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรม

ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีสตาร์ทอัพ ที่ได้รับการอนุมัติจากสวทช. จำนวน 9 ผลงาน ซึ่งกลไกของ NSTDA Startups นี้จะช่วยตอบโจทย์การเร่งให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผลงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม (RDI) ให้เร็วยิ่งขึ้น โดยหลักคือจะมีกลุ่มนักวิจัยเข้าร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนและ/หรือ สวทช. ในการปั้นโมเดลธุรกิจ (Business Model) จากผลงานวิจัยของสวทช. เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นแผนธุรกิจ (Business Plan)อย่างเป็นรูปธรรม แล้วก้าวไปสู่การร่วมจัดตั้งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ

“สำหรับ NSTDA Startups มีนักวิจัยและบุคลากรวิจัยไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ได้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้หลายศาสตร์ และพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบสตาร์ทอัพ ที่ต่อยอดธุรกิจจากงานวิจัยและพัฒนาจากองค์กรวิจัยระดับประเทศมากถึง 9 ราย ซึ่งพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกสู่สาธารณชนแล้ว โดยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ หากมาร่วมผลักดันธุรกิจเทคโนโลยีกับ NSTDA Startupsและถือเป็นการเปิดโลกการลงทุนใหม่ เพื่องานวิจัยจากแหล่งการลงทุนใหม่ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อไป” ดร.ณรงค์ กล่าว

โดยในปัจจุบันจดทะเบียนบริษัทแล้วจำนวน 7 บริษัท และอยู่ระหว่างเตรียมจดทะเบียนอีก 2 ผลงาน (หนึ่งในนั้นจะจดทะเบียนในเร็วๆ นี้)

สตาร์ทอัพของ สวทช. เป็น Deep tech Startup ที่ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม ประกอบด้วยสตาร์ทอัพด้าน Biotechnology & BIO Service สตาร์ทอัพด้าน Digital สตาร์ทอัพด้าน Aging Society/Quality of Life และสตาร์ทอัพด้านความงามและอาหารเสริม เป็นต้น

สำหรับ 9 NSTDA Startups : Deep-Tech Startup เพื่อขยายงานวิจัยสู่โมเดลธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย ด้านอุตสาหกรรมBiotechnology & BIO Service ได้แก่ บริษัท ไบโอเทคโกลเบิ้ล อินโนเวชั่น จำกัด ให้บริการแพลตฟอร์มด้าน Biotechnology และ Life Science ที่ครบวงจรรายแรกของประเทศที่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเครือข่ายธุรกิจ

ด้านอุตสาหกรรม Digital ได้แก่ บริษัท เอไอไนน์ จำกัด (AI9) เป็นแพลตฟอร์ม AI ของบริษัทไทยรายแรกที่ให้บริการการถอดเสียงการประชุมโดยใช้เทคโนโลยี AI, บริษัท ดาร์วินเทคโซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการจัดอาหารและดูแลสุขภาพในสถานศึกษาแบบครบวงจร, บริษัท บิ๊กโก อนาไลติกส์ จำกัด ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาระบบจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data / Data Analytic) ที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่ลดลง

ด้านอุตสาหกรรม Aging Society/Quality of Life ได้แก่ โครงการ รีไลฟ์ (อยู่ระหว่างเตรียมจดทะเบียนในนามบริษัท รีไลฟ์ จำกัด) ผลิตกระจกตาชีวภาพที่ไม่ต้องรอบริจาคจากผู้อื่น สามารถใช้ได้เลย สามารถออกแบบค่าสายตาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน ไม่มีความเสี่ยงจากการใช้กระจกตาจากผู้อื่นหรือวัสดุเทียม, บริษัท เบรนนิฟิต จำกัด ให้บริการแพลตฟอร์ม Game-based neurofeedback system ช่วยฟื้นฟูศักยภาพการเรียนรู้ได้ถึง 5 ด้าน และวัดผลได้อย่างแม่นยำ

ด้านอุตสาหกรรมด้านความงามและอาหารเสริม ได้แก่ บริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด ผลิตเข็มขนาดไมโคร (Microneedle) ในรูปแบบแผ่นแปะเทคโนโลยี Microspikeที่มีลักษณะพิเศษความเฉพาะที่สามารถดีไซน์ได้ตามต้องการของลูกค้าที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้สามารถนำส่งสารสำคัญผ่านผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ, บริษัท ควอนตัม ไบโอเทค จำกัด ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพ นำเทคโนโลยีด้านไบโอรีไฟเนอรี่และไฮบริดมาผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และ โครงการKANTRUS การผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุออกฤทธิ์สำหรับเครื่องสำอางและการแพทย์ เช่น โปรตีนอีจีเอฟ ที่มีความบริสุทธิ์และความสามารถในการออกฤทธิ์สูง ในราคาที่เข้าถึงได้

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับก้าวย่างของ ดีป เทค สตาร์ตอัป ของไทย ณ วันนี้ ที่มีความตื่นตัวและมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาต่อไป แต่ปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากคือการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้ ดีป เทค สตาร์ตอัป ของไทย เติบโตอย่างแข็งแรง และยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

จากสัญญาณที่ได้เห็นในวันนี้ ก็พบว่ามีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี และหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็คาดว่าในอนาคตจะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตของผู้คน ได้รับการพัฒนาออกมาอีกมากมาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,973,431 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สวยโกงอายุ แก้ว อภิรดี เปลี่ยนทรงผมหน้าเด็กลงจนจำแทบไม่ได้
สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้วันที่สอง
เปิดเวทีนิวเจน ติวเข้ม 10 ทีมสุดท้าย ต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์สู่ Coffee Truck คันจริง
สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท
มั่นใจไม่เจอทางตัน! ดีเอสไอ ลุยสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ชี้มติอนุ กกต.อุ้ม 229 ราย ไร้ผล
เกาหลีใต้สั่งปรับ "Coupang" ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ 1.34 หมื่นล้าน ทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหล 37 ล้านบัญชี
ปากีสถานโจมตีชายแดนอัฟกานิสถาน ดับแล้ว 26 ศพ
รื้อแจกบัตรคนจนแบบเหมาเข่ง นักวิชาการ มธ. หนุน คลัง ใช้ Negative Income Tax
ไม่กระทบความยั่งยืนบัตรทอง 'เอกภพ' จี้ สปสช. กางเกณฑ์ฮอร์โมนยืนยันเพศให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Recent Posts

  • พสกนิกรสุดอาลัย ร่วมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่สวรรคาลัย
  • ราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัย ถวายแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
  • ทีเส็บ ภาคใต้ ปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัน ‘หาดใหญ่-สงขลา’ สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับสากล
  • ลูกเรืออินเดียดับ 3 ศพ หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งโอมาน
  • คุมตัว “หญิงไทย” ขึ้นศาลเมียนมา โยงคดีนักการทูตสหรัฐฯ ดับคาโรงแรมหรูย่างกุ้ง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d