Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เจ้าบ่าวคืนเดียวสุดแค้นใจ แจ้งจับ’อดีตเจ้าสาว-แม่’หอบเงินสินสอดหนีแถมขู่ฆ่า

Posted on June 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657353

เจ้าบ่าวคืนเดียวสุดแค้นใจ แจ้งจับ'อดีตเจ้าสาว-แม่'หอบเงินสินสอดหนีแถมขู่ฆ่า

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.26 น.

“หนุ่มท่าลี่”เจ้าบ่าวคืนเดียวสุดแค้นใจ โร่ขึ้นโรงพักอีกรอบแจ้งจับอดีตเจ้าสาว-พร้อมแม่สุดแสบ หลังหอบเงินสินสอดเกือบ 4  หมื่นบาทหลบหนี พอโทร.ไปตามกลับโดนข่มขู่เอาชีวิต แถมยังเพิ่งรู้มาว่ามีผัวอยู่แล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 นายสุทธิชัย เขาลาด อายุ 29 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 2 บ้านบวกอ่าง ต.โคกใหญ่ อ.ท่าลี่ จ.เลย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2565  ตนได้เข้าพิธีแต่งงานกับนางสี หญิงชาว สปป.ลาว อายุ 23 ปี  โดยมีการจัดงานแบบเล็กๆ ที่บ้าน หลังจากแต่งงานแล้วในวันรุ่งขึ้น นางสีกับแม่คือนางเนียน ได้นำเงินสินสอดและเงินค่าใส่ซองผูกแขนจากแขกเหรื่อ รวมกว่า 36,000 บาท เดินทางออกจากบ้านไปและไม่สามารถติดต่อได้จนถึงขณะนี้ ตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (31 พ.ค.65) นายสุทธิชัย เขาลาด ได้เข้าแจ้งความกับร้อยเวร สภ.ท่าลี่ จ.เลย  เพื่อให้ดำเนินคดีกับนางสีและผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกันนำเงินจำนวนดังกล่าวไป โดยมีนายสนั่น เขาลาด พ่อ และญาติที่ร่วมงานแต่งงานมาร่วมเป็นพยานให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

นายสุทธิชัย เล่าว่า หลังจากเกิดเรื่องนี้ ทางนางสีและนางเนียน สองแม่ลูกก็ไม่ติดต่อมาหาตนอีกเลย มีเพื่อนบ้านที่เป็นผู้ใหญ่ในหมู่บ้านได้โทรไปสอบถาม ทราบว่า ขณะนี้สองแม่ลูกพักอาศัยอยู่ที่บ้านสวนกล้วย  อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เงินที่นำไป เหลืออยู่เพียง 4,000 บาท พร้อมได้ขู่อาฆาตตนว่า ประสาแค่คนเมืองเลย จะฆ่าให้ตายก็ได้ และทราบอีกว่านางสีมีสามีอยู่แล้ว อยากให้ตำรวจจับกุมทุกคนที่ร่วมขบวนการหลอกลวงครั้งนี้มาลงโทษให้ได้  ซึ่งตนก็ให้โอกาสกลับมาแล้วหลายวัน  ผ่านมาจนกระทั่งถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 10 วันแล้ว  ตนกับพ่อและแม่ก็รู้สึกกลัว อยู่กันอย่างหวาดผวา แต่ก็จะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ดำเนินการตามขั้นตอน  โดยออกหมายเรียกให้นางสีและนางเนียนมารับทราบข้อกล่าวหาก่อน

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปัญญาแท้เป็นปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติ’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657326

'ปัญญาแท้เป็นปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติ' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.34 น.

หลวงปู่มั่น (ภูริทัตโต) ท่านเคยพูดว่าธรรมของพระพุทธเจ้านี้ถึงแม้จะเป็นธรรมอันวิเศษก็ตาม แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในใจของปุถุชนผู้ที่ยังมีกิเลสตัณหานี้ ท่านบอกว่ามันจะกลายเป็นธรรมะปลอมไป ไม่ใช่เป็นธรรมะจริง เพราะกิเลสมันจะเอาธรรมะนี้มาแปลงความหมายไปหมด แล้วถ้าเอาไปสอนคนอื่นก็จะทำให้ได้ธรรมะปลอมกัน งั้นการจะศึกษาจากครูบาอาจารย์นี้เราต้องมีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่า ท่านเป็นพระที่รู้จริงเห็นจริง เป็นสุปฏิปันโน เป็นผู้ได้บรรลุธรรมอย่างน้อยขั้นใดขั้นหนึ่งใน ๔ ขั้น คือตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป 

เพราะการได้เป็นพระอริยะนี่แสดงว่าได้เข้าถึงธรรมแท้แล้ว ได้เข้าถึงอริยสัจ ๔ ด้วยการปฏิบัติคือเห็นมันเกิดขึ้นในใจแบบสดๆร้อนๆเลย ไม่ใช่เป็นการนั่งจินตนาการเหมือนตอนนี้ ญาติโยมนั่งจินตนาการแล้วว่า เอ้อ ความทุกข์ใจของเราเกิดจากความอยาก แต่ตอนนี้ใจมันไม่ทุกข์ มันก็เลยไม่เห็นว่าตัวความอยากเป็นตัวทำให้ใจทุกข์ ไว้เวลาที่โดนใครเขาตบหน้าแล้วร้องห่มร้องไห้ดู แล้วดูสิว่าทำไมต้องร้องห่มร้องไห้ด้วย ถ้ามีปัญญามันก็จะรู้ว่าการที่ถูกเขาตบหน้า ก็เป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่เราควบคุมบังคับไม่ได้ เป็นอนัตตา

คนอื่นนี้เราไปควบคุมบังคับเขาไม่ได้ รูปเสียงกลิ่นรสที่มาสัมผัสกับเรานี่ เราไปควบคุมบังคับเขาไม่ได้ เป็นอนัตตา เราจะให้เขาไม่ตบหน้าเราไม่ได้ งั้นเวลาเขาจะตบหน้าเราก็ตบ ตบก็ตบไป ทำไมต้องร้องไห้ด้วย ตบแล้วมันก็ผ่านไปแล้ว มาเจ็บใจ เพราะอะไร เพราะแค้น เพราะโกรธ เพราะอยากไม่ให้เขาตบหน้าเรา ใช่ไหม อยากให้เขาชมเรา อยากให้เขาดีกับเรา พอเขาตบหน้าเราหรือด่าเราเท่านั้นก็เสียใจเป็นทุกข์ขึ้นมา นี่ถ้ามีธรรม ถ้ามีสติปัญญาจะเห็นอริยสัจปรากฏขึ้นมาในแบบสดๆร้อนๆ ว่าโอ๊ยตอนนี้เราทุกข์ใจเสียใจ เพราะความอยากของเรา อยากให้เขาดีกับเรา ไม่ทำร้ายเรา

เพราะเราไม่มีปัญญามองไม่เห็นว่าเขาเป็นไตรลักษณ์ เป็นอนิจจัง อนัตตาว่าเราไปควบคุมบังคับเขาไม่ได้ ไปให้เขาดีกับเราไม่ได้ บางทีเขาอาจจะดีกับเรา แต่บางทีเขาก็อาจจะไม่ดีกับเราก็ได้ งั้นเวลาใครดีกับเรา อย่าไปหลงระเริงคิดว่าเขาจะดีกับเราไปตลอดนะ มันไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ใช่ไหม อนิจจัง เขาดีกับเราวันนี้ พรุ่งนี้เขาอาจจะร้ายกับเราก็ได้ งั้นถ้าผู้ที่มีปัญญานี้จะระมัดระวัง ไม่ว่าจะสัมผัสอะไรกับใครนี้จะคอยเตือนใจว่า ไม่แน่นะ วันนี้เป็นอย่างนี้ แต่พรุ่งนี้อาจจะเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ จะสอนใจไม่ให้ไปหวังอะไรจากคนนั้นเลย เขาจะดีก็ได้ เขาจะร้ายก็ได้ เพราะเราไปควบคุมบังคับเขาไม่ได้

อันนี้แหละเรียกว่าเป็นปัญญาแท้ เป็นปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติ พอเวลาเขาร้ายเขาตบหน้าเรา เราก็เฉยเสีย เจ็บกายอย่างเดียวพอ อย่าไปเจ็บ ๒ เด้ง เจ็บกายแล้วยังต้องเจ็บใจอีกทำไม ใจนี้เราสามารถป้องกันไม่ให้มันเจ็บได้ ถ้าเรามีปัญญา พระอริยบุคคลนี่ท่านจะเห็นอริยสัจตลอดเวลา เวลาที่กิเลสโผล่ขึ้นมาปั๊บ ท่านรู้แล้วอ้อมาแล้ว อยากแล้ว อยากได้นู่น อยากได้นี่ อยากให้คนนั้นคนนี้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ อยากให้สิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นอย่างนี้ พอรู้ปั๊บก็หยุดมันทันทีด้วยการใช้ไตรลักษณ์ ว่าสิ่งที่อยากได้เป็นอนัตตาไป 

สัพเพ ธัมมา อนัตตา สรรพสิ่งสรรพสัตว์ทั้งปวง ไม่ว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลหรือเป็นสิ่งของนี้ เป็นอนัตตาหมด เป็นธรรมชาติ คำว่าอนัตตาก็คือเป็นธรรมชาติ ไม่มีตัวตนในสิ่งเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้นเองเขาก็ควบคุมบังคับของตัวเขาเองไม่ได้ บางทีเขาก็ไม่อยากจะโกรธ แต่เขาก็แสดงอาการโกรธออกมา เวลาเขาอยากจะดี บางทีเขาก็แสดงอาการดีออกมาไม่ได้ เพราะเขาควบคุมตัวเขาเองไม่ได้ แล้วเราจะไปควบคุมให้เขาดีกับเราได้อย่างไร อันนี้คือปัญญา ปัญญานี้ถ้าเห็นอะไรปั๊บนี้ มันจะเหมือนกับเครื่องสแกนน่ะ มันจะสแกนหา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทันที

ตอนนี้มีอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือเปล่า ไฟแดงโผล่ขึ้นมาทุกทีเลยเวลาสแกน สแกนคนก็ไฟแดงโผล่ขึ้นมา สแกนข้าวของเงินทองก็ไฟแดงก็โผล่ขึ้นมา แสดงว่าเป็นไตรลักษณ์ทั้งนั้น เหมือนตอนนี้เขามีสแกนอุณหภูมิ ใช่ไหม จะเข้าสถานที่นี้ เขามีเครื่องวัดอุณหภูมิ พอมันเกินปั๊บนี่ มันก็จะโผล่ไฟแดงขึ้นมาทันที อ้อ นี่อุณหภูมิสูงมีไข้แล้ว อันนี้ก็เหมือนกัน คนที่มีสติปัญญาจริงๆ สติปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัตินี้ มันจะทำงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง ยกเว้นเวลาหลับเท่านั้น พอมันตื่นขึ้นมาปั๊บ มันสัมผัสรับรู้กับอะไร ไม่ว่าจะเป็นรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ หรืออารมณ์ภายในใจของตนเอง มันจะคอยสแกนอยู่ตลอดเวลา

โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำนักธรณีเขต 4 ชี้แผ่นหินที่พบดู ‘คล้ายพระเครื่อง’ ดังเกิดจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657321

สำนักธรณีเขต 4 ชี้แผ่นหินที่พบดู 'คล้ายพระเครื่อง' ดังเกิดจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.02 น.

สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 4 สุราษฎร์ธานี ระบุ “โตนเกือก” ที่อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ เกิดจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกทำให้ชั้นหินเกิดการบีบอัด เกิดโครงสร้างทางธรณีวิทยา คล้ายกับพระเครื่องดัง

วันนี้ (31 พ.ค.65) นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการที่ปรึกษาหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จ.กระบี่ กล่าวว่า จากกรณีสมาชิกชมรมคนรักถ้ำกระบี่ ได้เข้าสำรวจ พื้นที่บริเวณคลองเขาเขน ซอยหินสามก้อน ม.12 บ้านศรีพระยา ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า โตนเกือก เป็นสายน้ำไหลผ่านสองจังหวัดจาก ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ลงสู่คลองโตนเกือก บ้านศรีพระยา ผ่านไปทางคลองอิปัน บ้านปากน้ำ ไหลต่อออกแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี 

เป็นหนานหินธรรมชาติจากน้ำไหลผ่านเซาะจนเป็นรูปร่างแปลกตา คล้ายรองเท้าเป็นคู่ บางรูปคล้ายพระเครื่องดัง พระนางพญา พระสมเด็จ พระซุ้มกอ บางอันก็คล้ายกับรอยเท้าขนาดใหญ่ทำให้คิดไปถึงเรื่องของรอยพระพุทธบาท ชาวบ้านถึงเรียกว่าโตนเกือก (โตน=น้ำตกเล็กๆ เกือก=รองเท้า) ซึ่งไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน น้ำในบริเวณใสสะอาด เย็นสบาย เหมาะที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนของ อ.ปลายพระยาได้

โดยล่าสุดทางสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4 สุราษฎร์ธานี ให้คำตอบทางวิชาการของการเกิดแผ่นหินลักษณะโตนเกือกว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นหมวดหินลำทับจัดอยู่ในกลุ่มหินทุ่งใหญ่ ประกอบด้วยหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน หินกรวดมน ชั้นหนาปานกลางถึงหนามาก มีรอยแตกเรียบหลายทิศทางและรอยแตกเรียบอย่างเป็นระบบ เรียกว่าระบบรอยแตกเรียบวางตัวตัดกัน 2 แนวในบริเวณหินที่ผุพังอยู่กับที่ คล้ายพระเครื่อง เกิดจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกทำให้ชั้นหินบริเวณนี้เกิดการบีบอัด 

หินที่มีคุณสมบัติแข็งเปราะ ปริแตก เกิดโครงสร้างทางธรณีวิทยา เช่น รอยแตก เกิดรอยแตกเรียบ รอยเลื่อน นอกจากนี้ ยังพบปรากฏเป็นระบบรอยแตกเรียบวางตัวติดกัน 2 แนว  น้ำที่มีแร่ละลายซึมเข้าไปตามรอยแตก หลังจากนั้นน้ำได้ระเหยไป ได้ทิ้งแร่ธาตุ ไว้ในหิน  มีลักษณะเป็นเส้นต่อเนื่องอยู่ภายในระบบรอยแตกเรียบ โดยเส้นเหล่านั้นจะไม่ติดกัน เรียกว่า fake contuer  ซึ่งลักษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆกันหลายๆ รอบ  โดยภายในหินที่มีแร่ซึมอยู่จะมีความทนทานก่อการผุกร่อนมากกว่าหินบริเวณรอบข้าง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มุ่งสู่ครัวโลก-คุ้มครองสุขภาพคนไทย วงเสวนาชี้ถึงเวลา‘สตรีทฟู้ด’ให้ความสำคัญ‘โภชนาการ’

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657311

มุ่งสู่ครัวโลก-คุ้มครองสุขภาพคนไทย วงเสวนาชี้ถึงเวลา‘สตรีทฟู้ด’ให้ความสำคัญ‘โภชนาการ’

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.18 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาหัวข้อ “การจัดการด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของอาหารริมบาทวิถี” ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ถ.ราชวิถี กรุงเทพฯ) โดย รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทาง เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดคนทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันสตรีทฟู้ดได้ขยายพื้นที่จำหน่ายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ
ซึ่งสาเหตุที่อาหารริมทาง หรืออาหารริมบาทวิถีได้รับความนิยมเพราะเข้าถึงง่ายและราคาไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นอาหารปรุงสำเร็จแล้วพร้อมบริโภค แต่อาหารริมบาทวิถียังมีข้อจำกัดเรื่องความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการ โดยข้อมูลจากโครงการการพัฒนารูปแบบการจัดการอาหารริมบาทวิถีเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เมื่อปี 2561 พบมากกว่า 1 ใน 3 ของอาหารริมบาทวิถีที่สุ่มเก็บตัวอย่าง มีปริมาณพลังงาน ไขมันและโซเดียม สูงกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน 

และพบว่าร้อยละ 42 ของอาหารที่สุ่มเก็บตัวอย่าง มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้ประกอบการยังมีความรู้ความเข้าใจไม่ชัดเจนในการปฏิบัติตามหลักโภชนาการและสุขาภิบาลอาหาร จึงเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาอาหารริมบาทวิถีทั้งด้านโภชนาการและความปลอดภัย ดังนั้นในปี 2563 สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย จึงมีโครงการต่อเนื่อง คือการจัดการด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของอาหารริมบาทวิถี เพื่อพัฒนาเกณฑ์และระบบควบคุมติดตามคุณภาพอาหารริมบาทวิถี 

และพัฒนาคุณค่าเชิงโภชนาการและความปลอดภัย รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอาหารกลุ่มนี้ในการจัดการอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพ ใน 3 พื้นที่นำร่อง คือฟู้ดทรัค กรุงเทพมหานคร (กทม.) ย่านซอยอารีย์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ และตลาดราชบุตร จ.อุบลราชธานี ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดโครงการผลักดันโภชนาการและความปลอดภัยของอาหารริมทางอย่างมีประสิทธิภาด เพิ่มทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของอาหารริมบาทวิถี ที่มีคุณค่าทางวิชาการและความปลอดภัยมากขึ้น

“โครงการนี้เป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่เน้นเรื่องโภชนาการกับสตรีทฟู้ด แล้วเท่าที่ดูในต่างประเทศ ยังไม่มีประเทศไหนที่ลงไปคุยกับผู้ประกอบการแล้วปรับสูตร มีแต่ไป Survey (สำรวจ) ว่าอาหารสตรีทฟู้ดมีคุณค่าอย่างไร แล้วเรามีแผนจะตีพิมพ์อินเตอร์ด้วย จริงๆ ข้อมูลใน Phase (ระยะ) ที่ 1 เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก เพราะเราเก็บข้อมูลเกือบ 1,000 คน คือผู้ขาย 200 คน ผู้บริโภค 700-800 คน” รศ.ดร.เรวดี ระบุ

รศ.ดร.เรวดี กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้มีการอบรมผู้ขายอาหารริมทาง หรืออาหารริมบาทวิถี ในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในอาหาร และการปรับสูตรอาหารเพื่อลดไขมัน ความหวานและโซเดียม แต่เพิ่มในส่วนของใยอาหาร อาทิ ผู้ค้ารายหนึ่งขายทั้งก๋วยจั๊บญวนและหมูสะเต๊ะ ก่อนเข้าร่วมโครงการพบเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในกะทิ ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบสาเหตุมาจากกระบวนการปิ้งหมูสะเต๊ะ ที่มีการนำน้ำกะทิมาป้ายขณะปิ้ง จากนั้นเมื่อสุกแล้วก็ยังนำหมูไปจุ่มในกะทิถ้วยเดิมก่อนใส่ถุงให้ลูกค้า นั่นหมายถึงเป็นกะทิถ้วยเดียวกับที่ใช้ขณะที่หมูยังดิบอยู่
ข้อค้นพบดังกล่าวจึงเกิดเป็นข้อแนะนำกับผู้ประกอบการว่าควรมีกะทิ 2 ถ้วย ซึ่งผู้ค้าก็ปรับเปลี่ยนในทันที แล้วเมื่อตรวจซ้ำหลังจากการปรับเปลี่ยนก็ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อตัวเดิมอีก ส่วนกรณีของก๋วยจั๊บญวน ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อในส่วนของก๋วยจั๊บ แต่ไปพบที่ผักโรย ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการล้างไม่สะอาด เมื่อจะโรยในอาหารก็โรยแบบดิบๆ เรื่องนี้ต่อไปจะกลายเป็นคู่มือสำหรับนำไปใช้กับอาหารที่ใช้วัตถุดิบแบบเดียวกัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว ลาบ ที่มีการใช้ผักโรยเหมือนกัน 

อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินโครงการมีนิมิตหมายอันดีอย่างหนึ่ง คือไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยภาครัฐตั้งแต่วัตถุดิบต้นทาง แต่การปนเปื้อนจุลินทรีย์ในขั้นตอนการประกอบอาหารยอมรับว่าควบคุมค่อนข้างยาก เช่น เจ้าของร้านมาอบรมแต่ลูกจ้างในร้านไม่ได้มาด้วย แต่ถ้าดีหน่อยคือเมื่ออบรมแล้วเจ้าของร้านได้นำความรู้ไปกำกับการทำงานของลูกจ้าง ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ ยังให้ความสำคัญกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ หมายถึงปรับสูตรตามหลักโภชนาการแล้วต้องขายได้จริงด้วย 

“อยากจะฝากผู้ขาย ต้องเรียนว่าสตรีทฟู้ดตอนที่ทำระยะที่ 1 เนื่องมาจากว่าเราจะเป็นครัวโลก แล้วเราก็ส่งเสริมเศรษฐกิจให้ต่างชาติมาเที่ยว เข้ามากินสตรีทฟู้ด แต่จริงๆ แล้วข้อมูลจากระยะที่ 1 ที่กินคือนักศึกษา นักเรียน พนักงานทำงานระยะเงินเดือนต้นๆ อายุ 20 ต้นๆ ไปจนถึง 30 ต้นๆ ฉะนั้นชื่อเราบอกว่าจะเป็นแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วเราต้องมา Concern (ให้ความสำคัญ) กับคนไทยเราที่ต้องกินสตรีทฟู้ดเพราะเข้าถึงง่าย เช้าๆ ถามกินข้าวหรือยัง บอกยังเดี๋ยวแวะซื้อข้าวเหนียวหมูทอด ก็อยากให้เราช่วยกัน ในฐานะผู้ขาย สุขภาพคนไทยอยู่ในมือท่าน” รศ.ดร.เรวดี กล่าว

ภายในงานยังมีตัวแทนร้านอาหาร 3 ประเภทที่เข้าร่วม โดย วลัยพันธ์ ออกกิจวัตร เจ้าของร้านฟู้ดทรัค เสต็กคนกลางแจ้ง เปิดเผยว่า เดิมทีสเต็กที่ทำนั้นใช้เนื้อสัตว์ 100-120 กรัม แต่เมื่อเข้าร่วมการอบรม ได้ทราบว่าหากจะให้ถูกหลักโภชนาการควรใช้เนื้อสัตว์เพียง 80 กรัม จึงคิดต่อว่าจะลดเนื้อสัตว์ได้อย่างไรแบบไม่น่าเกลียด ซึ่งก็คือการเพิ่มปริมาณผักอันหมายถึงกากใยอาหารมากขึ้น เช่น เพิ่มผัก 3 สี จัดให้สมดุล อีกทั้งเมื่อดูด้วยตาเปล่า เนื้อสัตว์ 100-120 กรัม กับ 80 กรัม จะไม่เห็นความแตกต่างมากนัก และที่น่าสนใจคือหลังปรับสูตรแล้วกลับมียอดขายดีขึ้นกว่าเดิม
“มีน้อยมากสำหรับลูกค้าที่ไม่ทานผัก ส่วนใหญ่สเต็กคนก็จะกินผัก คนจะขอผักเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ตอนที่เรายังไม่ปรับเข้าโครงการ มันก็เหมือนทำเข้า Portion (อัตราส่วน) ต้องเท่านี้ๆ ผักเท่านี้กี่กรัม เนื้อสัตว์ก็คำนวณมา พอมาเข้าโครงการ ลดเนื้อสัตว์ลงต้นทุนจะต่ำลง เราเพิ่มกากใย กากใยมันก็เยอะขึ้น แต่มูลค่าเงินมันน้อยกว่าเนื้อสัตว์ แล้วก็ดูดีขึ้นและดีต่อสุขภาพมากขึ้น” วลัยพันธ์ กล่าว

เข็มพร โนนอินทร์ ร้านเข็มพรขนมจีน ซอยอารีย์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ กล่าวว่า ที่ร้านมีการปรับสูตรขนมจีนด้วยการผสมน้ำแครอทปั่นลงไปในน้ำยา เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่รับประทานผักได้รับประทานด้วย ผลตอบรับนั้นค่อนข้างดี ลูกค้าไม่ได้บ่นอะไร รสชาติก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม และยังได้ความหวานจากแครอทเพิ่ม ในขณะที่ลดเครื่องปรุงต่างๆ ลง เช่น น้ำปลา 

อมรรัตน์ มุทาวัน ร้านเคบับ ตลาดราชบุตร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ในตอนแรกที่ทีมงานนักวิชาการไปชักชวนผู้ค้าให้เข้าโครงการอบรม ผู้ค้ารู้สึกต่อต้านเพราะมองไม่เห็นความสำคัญ อาทิ ต้องปิดร้านไปอบรมโดยเฉพาะการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งไปหนหนึ่งก็ใช้เวลาหลายวันอันหมายถึงการเสียโอกาสหารายได้ แต่เมื่อได้มาอบรมจริงๆ ก็ได้เห็นว่าวงการสตรีทฟู้ดเขาไปถึงไหนกันแล้ว 

“ตลาดพวกเรา เราเคยทำมาแบบนี้ดึกดำบรรพ์ ทำมาแบบนี้ก็ทำไป พอท่านอาจารย์มาให้ความรู้ โซเดียมมันเยอะนะ น้ำมันมันเยอะนะ อะไรมันเยอะเราก็ปรับ ตอนปรับครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไม่มีคนชอบ ทุกอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงจะมีคนต่อต้าน แต่ว่าพอทำแล้วมันดีขึ้น กลับเป็นว่าคนตอบรับเราเพิ่มขึ้น ผลตอบเราพวกเราเพิ่มขึ้น” อมรรัตน์ กล่าว

ด้าน นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สาเหตุที่ผู้คนเลือกบริโภคอาหารริมบาทวิถี คือเข้าถึงง่ายและราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องการโฆษณา เช่น ผู้ค้ารายใดที่ทำการตลาดออนไลน์เป็น จะพบว่ามีลูกค้าไปตามหาร้านเพื่อซื้ออาหารรับประทาน แม้จะเป็นจุดที่ปกติแล้วคนคนนั้นจะไม่ได้เดินทางผ่านก็ตาม หรือแม้แต่ราคาอาหารค่อนข้างสูงก็ยังมีคนยินดีจ่ายหากถูกใจจริงๆ

“สสส. ร่วมกับ กรมอนามัย ไปทำวิจัยเก็บข้อมูลแล้วเขียนเป็นคู่มือ ซึ่งอันนี้ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีทักษะ แต่แค่นี้ยังไม่พอ ภาครัฐต้องมาช่วยอีกเยอะ ต้องช่วยกันส่งเสียง คำว่าส่งเสียงไม่ได้ไปประท้วง หมายถึงว่าผลักดันนโยบายอะไรต่างๆ ผู้ว่าฯ เดินผ่านมาต้องรีบบอกว่าอยากเห็นอะไร อยากได้อะไร บางทีเสียงเล็กๆ เขาสามารถไปกำหนดเป็นนโยบาย” นพ.ไพโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของงาน ยังมีการมอบใบประกาศแก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดคู่มือได้ที่ link https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/ce2e08c7-e750-eb11-80ec-00155d09b41f#
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เภสัชฯเตือนวัยรุ่น TikTok อย่าหลงเชื่อใช้’ผงพิเศษ’อุดฟัน อันตรายถึงชีวิต

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657239

เภสัชฯเตือนวัยรุ่น TikTok อย่าหลงเชื่อใช้'ผงพิเศษ'อุดฟัน อันตรายถึงชีวิต

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.23 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก สมาคมการค้าร้านขายยาจังหวัดเชียงใหม่ หลังได้ออกมาโพสต์เตือนมีผู้มาถามหาซื้อยา “ผงพิเศษ “ ระบุจะนำไปอุดฟันเพราะคนใน TikTok บอกมา โดยระบุรายละเอียดว่า

เมื่อมีคนเชื่อรีวิวติ๊กต็อก​ มาซื้อผงพิเศษเพื่อเอาไปอุดฟัน​  โชคดีที่เภสัชถามกลับไปว่า​ จะเอาผงพิเศษไปทำอะไรคะ คำตอบที่ได้เล่นเอาเภสัชช็อคซีนีม่า​โอ้วแม่เจ้า…. ผงพิเศษอุดฟันตาม​ tiktok
ผงพิเศษเป็นยาใช้ภายนอกหมายความว่า ใช้ทาผิวภายนอก​ ไม่ใช่เอาไปกิน​ หรือใช้ทาปาก​ ทาเหงือกหรืออุดฟัน แต่สิ่งสำคัญ​ที่สุด​ คือ​ ผงพิเศษมีตัวยาซัลฟานิลาไมด์เป็นส่วนประกอบ​ รู้มั้ย​ว่าทำไมปัจจุบันเราถึงใช้ยาซัลฟากันน้อยมาก เพราะถ้าหากแพ้ยาขึ้นมา​ ปางตายเลยนะ ยาซัลฟาอาจทำให้แพ้ยารุนแรง​ เกิดตุ่มพอง หนังลอก ที่เรียกว่าการแพ้แบบ สตีเวนส์-จอห์นสัน ซินโดรม (Stevens-Johnson Syndrome หรือ SJS) หรือเกิดอาการแพ้ร่วมกับอาการแทรกซ้อนในระบบอื่นๆได้ ที่เรียกว่า​ Toxic Epidermal Necrolysis หรือ TEN ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ส่วนการใช้ผงพิเศษพอกหน้ารักษาสิวนั้น​ สิ่งที่ควรระวังคือเชื้อดื้อยา​ เนื่องจากผงพิเศษคือยาปฏิชีวนะกลุ่มซัลฟาที่นำมาใช้ภายนอก​ เมื่อนำมาใช้บ่อยๆโดยไม่มีเหตุอันควร​ จะทำให้แบคทีเรียเจ้าถิ่นชินชา​ต่อยาดังกล่าว การดื้อยาจึงเกิดขึ้นได้​ ซึ่งไม่ใช่จะดื้อเฉพาะยาตัวนี้​ แต่เชื้ออาจพัฒนาให้ดื้อต่อยาฆ่าเชื้อตัวอื่นได้อีกด้วย​

เมื่อร่างกายแข็ง​แรงอยู่ก็จะไม่ค่อยเห็นความสำคัญ​ของเชื้อดื้อยา​แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอ​มีความจำเป็น​ต้อง​ใช้​ยาฆ่าเชื้อ​ แล้วพบว่าไม่สามารถหายาฆ่าเชื้อมาใช้ได้เพราะดื้อยา​ เมื่อนั้นความตระหนักเรื่องเชื้อดื้อยาก็จะสายไปเสียแล้ว

ดังนั้นก่อนที่จะใช้ยาใดๆก็ตาม​ เพื่อให้แน่ใจ​ว่าความเชื่อเรื่องยาที่ตัวเองได้มานั้นถูกต้องหรือไม่​ กรุณาสอบถามกับเภสัชกรประจำร้านยาก่อนทุกครั้ง​ เพื่อประเมินร่วมกันว่า​ ควรเชื่อถือข้อมูลนั้นได้มากน้อยแค่ไหน​ มีความปลอดภัยในการนำไปใช้หรือไม่

ใช้ยาระวังพิษ​ รักชีวิตอย่าคิดลองยา​ มีปัญหา​เรื่องการใช้ยา​ เชิญปรึกษา​เภสัชกร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พิษน้ำมันแพง-ฝนตกน้ำท่วม’ ดันราคาผักในตลาดสงขลาหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657232

'พิษน้ำมันแพง-ฝนตกน้ำท่วม' ดันราคาผักในตลาดสงขลาหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.14 น.

ผักในตลาดสงขลาหลายชนิดเริ่มปรับราคาสูงขึ้น หลังจากน้ำมันปรับราคาสูงขึ้นไม่หยุด รวมทั้งแหล่งปลูกผักในภาคกลางหลายจังหวัดฝนตกและถูกน้ำท่วมส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มลดน้อยลงและยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง

วันนี้ (31พ.ค.65) ตลาดผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ขณะนี้ผักหลายชนิดเริ่มปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากน้ำมันปรับราคาสูงขึ้น รวมทั้งแหล่งปลูกผักในภาคกลาง หลายจังหวัดฝนตกและน้ำท่วมจากสภาพอากาศที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มลดน้อยลง และยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผักที่มีการปรับราคาขึ้นแล้ว ประกอบด้วยผักกาดหอมจาก กก.ละ 70 บาทขึ้นเป็น 90 บาท ต้นหอมจาก กก.ละ 80 บาทขึ้นเป็น 120 บาท ผักชีจาก กก.ละ 150 บาทขึ้นเป็น 200 บาทและมีผักกาดขาว มะเขือเปราะจาก กก.ละ 30 บาทขึ้นเป็น 50 บาท มะระจาก กก.ละ 40 บาทขึ้นเป็น 60 บาท ฟักเขียวจาก กก.ละ 15 บาทขึ้นเป็น 25 บาท ส่วนผักกวางตุ้งจาก กก.ละ 30 บาทขึ้นเป็น 50 บาท รวมทั้งผักบุ้งจาก กก.ละ 25 บาทขึ้นเป็น 40 บาท และพริกจินดาแดงจาก กก.ละ 100 บาทขึ้นเป็น 180 บาท

สำหรับสาเหตุที่ผักปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ นอกจากได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งน้ำมันแพงแล้ว ป้จจัยอีกอย่างหนึ่งก็คือทางภาคกลางเจอฝนตกและน้ำท่วมจากพายุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้แปลงพืชผักได้รับความเสียหายเยอะ ตอนนี้ของได้มาน้อย ก็มีการปรับราคาขึ้นตามสถานการณ์

นางประภา จินดา อายุ 40 ปี แม่ค้าขายผักตลาดทรัพย์สินพลาซ่า กล่าวว่า พืชผักที่ขึ้นราคามีหลายอย่างทั้ง ผักกาดหอม จากกิโลกรัมละ 70 บาทขึ้นเป็น 90 บาทต้นหอม จากกิโลกรัมละ 80 บาทขึ้นเป็น 120 บาท ผักชีจากกิโลกรัมละ 150 บาทขึ้นเป็น 200 บาทและมีผักกาดขาว มะเขือเปราะจากกิโลกรัมละ 30 บาทขึ้นเป็น 50 บาท มะระ จากกิโลกรัมละ 40 บาทขึ้นเป็น 60 บาท แม้กระทั่งฟักเขียวจากกิโลกรัมละ 15 บาทขึ้นเป็น 25 บาท ส่วนผักกวางตุ้ง จากกิโลกรัมละ 30 บาทขึ้นเป็น 50 บาท รวมทั้งผักบุ้งก็ขึ้นราคาเช่นเดียวกันจากกิโลกรัมละ 25 บาทขึ้นเป็น 40 บาท

ในส่วนของลูกค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาก็ถามอยู่ว่าทางโน้นเป็นยังไงบ้าง ซึ่งหมายถึงต้นทางที่เราสั่งพืชผักมาก็บอกเขาว่าทางโน้นพายุเข้าฝนตกน้ำท่วมที่แปลงผักที่สวนเขา ก็เลยมาตามสถานการณ์ ของน้อยๆก็ขึ้นราคาและก็ขายปลีกให้กับลูกค้าที่มาซื้อน้อยๆช่วงนี้ขายพอหมดสั่งซื้อพอประมาณหมดในวันๆหนึ่งสั่งมาเพื่อพอขาย ขนาดพริกจินดาแดงที่สั่งมาจากจังหวัดราชบุรีขายอยู่กิโลกรัมละ 100 บาท ณ วันนี้กิโลกรัมละ 180 บาทแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกลี้ยงแผง! เลข ‘ชัชชาติ’ ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ บ่นอุบเลขอื่นเหลือบานขายไม่ได้

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657220

เกลี้ยงแผง! เลข 'ชัชชาติ' ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ บ่นอุบเลขอื่นเหลือบานขายไม่ได้

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.53 น.

31 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทยสาขาเอื้ออารี อ.เมือง จ.เลย เงียบกริบ ซึ่งโดยทั่วไปจะเต็มไปด้วยนักเสี่ยงโชคมามุงกันดูเพื่อซื้อเลขลอตเตอรี่กันหนาตาเป็นจำนวนมาก แต่ในงวดนี้เงียบผิดปกติไม่ค่อยคึกคัก เกือบทุกคนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ถามหาเลขดัง 8 และ 17 เลขผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานาคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่ง กกต.ได้รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว 

นายพัสกร  สกลสถาพร พ่อค้าลอตเตอรี่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเอื้อารี กล่าวว่า เลขที่มีการซื้อขายจนเกลี้ยงแผงเกือบทุกแผงกว่า 20 แผง หน้าบริเวณธนาคารกรุงไทยสาขาเอื้ออารี นั้นคือเลขสมัคร 8 และเลขว่าที่ผู้ว่าคนที่ 17 ของกรุงเทพมหานครและ ซึ่งขายดีรวมไปถึงเลขใกล้เคียง เลขใกล้เคียง ในวันนี้ยังมีผู้มาถามซื้อกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ทุกแผงเกลี้ยง อนิสงค์ไปยังเลขที่ใกล้ เคียงอย่าง 8 18 8 16  หรือเลขที่กลับกันมา และผลจากพิษเศรษฐกิจ ราคานมัน การครองชีพด้วย

ทั้งนี้  บรรดาแม่ค้าพ่อขาย ต่างนั่งตบยุง เหมือนเซ็งๆกับการค้าขายในงวดใกล้ใกล้งวดสุดท้ายก่อนที่จะมาเปลี่ยนมาเป็นลอตเตอรี่ออนไลน์ ล่าสุดมีพ่อค้าแม่ค้าบางคนบ่นถึงขนาดว่าต่อไปลอตเตอรี่จะหายไปบนแผง แต่ไปอยู่ในมือถือมันเป็นโอกาสของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ขายหวยใต้ดิน ก็จะกลับขึ้นมาซึ่งตอนนี้เมื่อหาเลขยาก เลขบนแผงน้อย คนขายหวยใต้ดินก็เริ่มยิ้มอยู่ในใจว่าต่อไปการขายเลขใต้ดินหรือหวยใต้ดินนั้นจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหนึ่ง เมื่อหลังจากลอตเตอรี่ ไม่มีซื้อขายบนแผง ตลาดหวยใต้ดินก็คึกคัก. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

4 แนวร่วม ถกแก้วิกฤตช้างไทยทั้งระบบ เร่งยกสวัสดิภาพช้าง-ท่องเที่ยวแบบไม่ทำร้ายช้าง

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657191

4 แนวร่วม ถกแก้วิกฤตช้างไทยทั้งระบบ เร่งยกสวัสดิภาพช้าง-ท่องเที่ยวแบบไม่ทำร้ายช้าง

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.05 น.

31 พฤษภาคม 2565 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย World Animal Protection ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม และสำนักข่าวกรีนนิวส์ ร่วมจัดเสวนาในหัวข้อ “ทำอย่างไร ‘ช้างไทย’ จะไม่โดนทำร้ายอีก?” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทารุณกรรมช้างในปัจจุบัน และร่วมหาแนวทางในการยกสวัสดิภาพช้างไทยอย่างเป็นระบบต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม รวมไปถึงคนเลี้ยงช้าง

วิกฤตปัญหาช้างไทยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และสถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปี ทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นปัญหาของช้างไทยชัดเจน ทั้งยิ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานการณ์ช้างไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่ปัญหาช้างอดอยาก การทารุณกรรมช้าง และการผสมพันธุ์ช้างเชิงพาณิชย์ ปัญหาเหล่านี้ ชี้ชัดให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเร่งแก้ปัญหาช้างไทยทั้งระบบ และการยก ‘ร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย’ เป็นทางออกหนึ่งที่สำคัญ

นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ได้อธิบายถึงความยากลำบากของช้างจากสถานการณ์โควิด-19 ว่า “ช่วงการระบาดของโควิด-19 สภาพความเป็นอยู่ของช้างไทยยิ่งประสบปัญหามากขึ้น และกระทบกันเป็นลูกโซ่ ช้างขาดแคลนอาหาร เพราะเจ้าของช้างตกงาน ทำให้ขาดรายได้ ช้างไร้ที่อยู่เพราะปางช้างต่างๆ ไม่สามารถเลี้ยงดูได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวต่อเนื่อง เจ้าของช้างบางรายที่ไม่สามารถเลี้ยงดูช้างได้ก็นำมาฝากไว้ที่มูลนิธิฯ ซึ่งขณะนี้เรามีช้างในความดูแลเกือบ 200 ตัว” 

และช่วงโควิด-19 มีความพยายามในการหารายได้เพื่อการอยู่รอดโดยการพาช้างเข้าสู่อาชีพใหม่หลายรูปแบบ เช่น ให้ช้างแสดงผ่านทางโซเชียลมีเดียและขายอาหารให้ช้าง การนำช้างไปมัดไว้ในวัดเพื่อให้คนที่มีศรัทธาและความเชื่อมาลอดท้องช้าง และขี่ช้างในวัด เจ้าของบางคนนำช้างไปรับจ้างลากไม้ บางคนนำช้างตัวเองไปผสมพันธุ์ เพื่อหวังจะให้ช้างตั้งท้อง บางที่ได้ล่ามช้างไว้เกินกว่าสองปีโดยไม่มีการเคลื่อนย้าย เหตุการณ์เหล่านี้ได้สร้างผลกระทบที่เลวร้ายต่อสวัสดิภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย ทำให้เกิดการสูญเสียช้างเลี้ยงไปเป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนที่สังคมไทยได้เห็นการทรมานช้างในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือ คลิปการทำร้ายช้าง ณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่ง นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “กรณีทำร้ายช้างที่เราเห็นตามสื่อเป็นเพียงปรากฏการณ์ยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่ยังมีปัญหาอีกมากที่ซ่อนอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช้าง ไม่ว่าจะเป็นการนำลูกช้างที่ยังเล็กมาฝึกอย่างโหดร้ายทารุณเพื่อการแสดง การใช้งานช้างอย่างหนัก รวมไปถึงการบังคับผสมพันธุ์ช้างเชิงพาณิชย์เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การดูแลช้างแบบไม่ได้มาตรฐานด้านสวัสดิภาพ ส่งผลเสียต่อช้างทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติในฐานะสัตว์ป่า” 

ทั้งนี้ ในการแก้ปัญหาช้างและการยกระดับสวัสดิภาพช้างไทย จำเป็นต้องทำอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่ง นายปัญจเดช เสนอว่า ‘ร่างพระราชบัญญัติปกป้องและคุ้มครองช้างไทย พ.ศ….’ หรือเรียกสั้นๆ ว่าร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย ฉบับภาคประชาสังคม ซึ่งถูกเสนอโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกต่อประธานรัฐสภาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและได้รับการเข้าชื่อสนับสนุนจากประชาชนมากกว่า 16,000 คน จะเป็นทางออกที่เป็นระบบและยั่งยืน เป็นกลไกกฎหมาย ซึ่งนอกเหนือจากจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทำร้ายช้างรูปแบบต่างๆ โดยละเอียดแล้ว ยังมีเนื้อหาสำคัญในอีกหลายประเด็น เช่น การยุติการผสมพันธุ์ช้างเชิงพาณิชย์ การห้ามส่งออกช้างเชิงพาณิชย์ การป้องกันการค้าชิ้นส่วนช้าง การจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาสวัสดิภาพช้างไทย เป็นต้น”

ด้าน นายนิติพล ผิวเหมาะ โฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงสถานะของการเสนอร่างฯ ดังกล่าวว่า “ช้างเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ผมดีใจที่มีภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไปรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อสวัสดิภาพที่ดีขึ้นของช้างไทย สำหรับการลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย ฉบับภาคประชาสังคม มากกว่า 16,000 รายชื่อ ในขณะนี้กำลังเข้าสู่กลไกการตรวจสอบรายชื่อของรัฐสภา ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในขั้นตอนต่อ ๆ ไป” ทั้งนี้ ร่างที่ถูกเสนอโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกไม่ได้เป็นร่าง พ.ร.บ.ช้างเพียงร่างเดียวที่ถูกเสนอเข้าไป ตอนนี้ยังมีร่างของกรมปศุสัตว์และพรรคชาติไทยพัฒนาด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสวัสดิภาพช้างเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

หากมองการหยุดชะงักของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากวิกฤตโควิด-19 ให้เป็นโอกาส เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหันมาร่วมแก้ปัญหาช้างไทย จัดระบบโครงสร้างกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับช้าง ส่งเสริมปางช้างที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น ให้สอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวของโลก ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีความตระหนักด้านสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น ร่วมทั้งเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ช้างไทยฉบับภาคประชาสังคม และร่างกฏหมายฉบับอื่นเพื่อแก้ปัญหาช้างไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาช้างทั้งระบบในระยะยาว เพื่อรองรับการฟื้นตัวการท่องเที่ยวหลังโควิด-19 และยังเป็นทางรอดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต 

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอทางออกระยะสั้นด้วย เช่น การจัดทำธนาคารอาหารช้าง การปรับปรุงนโยบายป่าชุมชนใหม่เพื่อจัดการช้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างจิตสำนึกกับสาธารณชน ที่ไม่สนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีความโหดร้ายทารุณต่อช้างแฝงอยู่ และหันมาท่องเที่ยวในรูปแบบที่มีจริยธรรมมากขึ้นแทน อนาคตของช้างไทยกำลังถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญแล้ว ช้างไทยจะโดนทำร้ายต่อไปอีกหรือไม่ อยู่ที่พวกเราทุกคน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ที่ http://www.worldanimalprotection.or.th 

และเอกชนมีนโยบายห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ
เพื่อ : //www.worldanimalprotection.or.th/Ban-AMR

เกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก หรือ World Animal Protection เป็นองค์กรเพื่อคุ้มครองปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ และยุติการทารุณกรรมสัตว์อย่างถาวร โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 มีบทบาทในการให้คำปรึกษากับองค์การสหประชาชาติและสภายุโรป ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ สร้างความแตกต่างให้สัตว์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ถูกทารุณกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้งสัตว์ในชุมชน – สุนัข, สัตว์ป่า – สัตว์ในฟาร์ม รวมถึงการให้ความรู้ด้านปศุสัตว์ที่มีมนุษยธรรมอันส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนและสัตว์ ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.worldanimalprotection.or.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รร.ปัว โพสต์ไม่สนับสนุนค่านิยมที่ล้าหลัง ยินดีเฉพาะนร.สอบติดแพทย์-วิศวะ

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657189

รร.ปัว โพสต์ไม่สนับสนุนค่านิยมที่ล้าหลัง ยินดีเฉพาะนร.สอบติดแพทย์-วิศวะ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.54 น.

หลังจากเพจเฟซบุ๊ก “งานแนะแนวโรงเรียนปัว จังหวัดน่าน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ยินดีเฉพาะ นร.ที่สอบติดแพทย์-วิศวะ เป็นค่านิยมที่ล้าหลัง ประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอาชีพเหล่านี้เท่านั้น”

โดยข้อความระบุว่า “ไม่สนับสนุนค่านิยมที่แสดงความยินดีเฉพาะนักเรียนที่สอบติดแพทย์ ทันตะ เภสัช วิศวะ หรือเฉพาะบางสถาบัน เนื่องจากประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอาชีพเหล่านี้เท่านั้น ซึ่งเป็นค่านิยมที่ล้าหลังมาก และนักเรียนที่จบไปทุกคนคือ “ลูกปัว” เป็นผลผลิตจากโรงเรียนปัวแห่งนี้ ฉะนั้นทุกคนสมควรที่จะได้รับการชื่นชมยินดี” .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปรรูปเพิ่มมูลค่า ‘มะม่วงหาวมะนาวโห่’ กวนเป็นแผ่นตากแห้ง กินแล้วสวยลดริ้วรอย

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657184

แปรรูปเพิ่มมูลค่า 'มะม่วงหาวมะนาวโห่' กวนเป็นแผ่นตากแห้ง กินแล้วสวยลดริ้วรอย

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.32 น.

เกษตรกรตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ ไว้ตามที่ว่างหลังบ้าน หลังออกผลผลิตจำนวนมาก จึงได้เก็บเม็ดมะม่วงหวามะนาวโห่ มาแปรรูปทำมะม่วงหวามะนาวโห่แผ่น จำหน่ายให้กับชาวบ้านที่ชื่นชอบรับประทานสร้างรายได้ให้กับตนเอง

31 พฤษภาคม 2565 นางสมบัติ ธูปโชติ เจ้าของไร่ธูปโชติ หมู่ 2 ตำแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ที่ปลูกผลไม้ต่างๆๆในสวน เช่น มะปรางมะยงชิด น้อยหน่า มะม่วงมาราคาตกเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปีที่มีโรคโควิด19 ระบาด ทำให้ผลไม้ต่างๆ มีราคาตกและขายไม่ได้มากหนัก จึงได้หันมาเก็บเม็ดทำมะม่วงหวามะนาวโห่ที่ตนเองปลูกไว้ตามที่ว่างหลังบ้านเป็นแนวยาวมาทำเป็นแผ่นๆ คล้ายมะม่วงแผ่น ขายให้กับชาวบ้านที่ชื่นชอบรับประทาน ในราคาส่งตั้งแต่ 5 กิโลกรัมขึ้นไป กิโลกรัมละ 150 บาท ขายย่อยกิโลกรัมละ 200 บาท สร้างรายตกเดือน ละ 5,000-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับจะมีคนสั่งมากหรือน้อยในแต่ละเดือน ได้ทดแทนหลังจากที่มีโรคโควิดระบาดมา 3 ปีแล้ว และผลไม้ต่างๆ เช่น มะปราง มะยงชิด มะม่วง น้อยหน่า และเงาะ มีราคาตกต่ำดังกล่าว

นางสมบัติ ธูปโชติ กล่าวว่า สำหรับวิธีทำนั้น จะเก็บเฉพาะเม็ดที่แก่ๆ และนำมาผ่าแบ่งครึ่งแกะเมล็ดออก จากนั้นนำไปแช่น้ำเกลือ ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยางของเม็ดมะม่วงหวามะนาวโห่ออก หลังจากนั้นจึงมะม่วงหาวมะนาวโห่ มาแช่น้ำเกลือ แล้วนำไปใส่เครื่องปั่น ตอนปั่นต้องใส่น้ำมันพืช ไป 1 ช้อนชา เพื่อไม่ให้ตอนปั่นมะม่วงหวามะนาวโห่ติดกับเครื่องปั่น โดยปั่นจนได้ที่แล้ว นำไปใส่หม้อ ตั้งบนเตาไฟ ผสมน้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไปตามรสชาติตามต้องการ หรือตามลูกค้าสั่งมาหวานมาก หรือหวานน้อย แต่จะมีรสเปรี้ยว เป็นหลัก

หลังจากนั้นนำมาเป็นแผ่นๆบนแผ่นผ้ายางพลาสติก ตากแดดให้แห้งแล้วจนได้ที่ แล้วนำไปแกะวางบนถาดตากแห้งอีกครั้ง แล้วนำไปใส่ถุงพลาสติกแช่เย็นพร้อมส่งลูกค้า สำหรับต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้น สามารถเก็บเม็ดได้ตลอดทั้งปีและปลูกง่ายไว้ตามริมรั่วของบ้าน หรือตามพื้นที่ว่างในบริเวณบ้านได้

นางสมบัติ ธูปโชติ เจ้าของไร่ธูปโชติ กล่าอีกว่า ต้นมะม่วงหวามะนาวโห่ มีประโยชน์ได้หลายอย่าง ซึ่งเป็นสมุนไรไทยแก้เจ็บคอ ขับเสมหะ นอกจากนี้ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอย นอกจากนี้มะม่วงหาวมะนาวโห่ ยังสามารถนำไปแปรรูปได้หลายวิธี เช่น ต้มทำเป็นน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ได้, ทำเป็นแยมได้ และแผ่นตากแห้ง โดยเฉพาะแผ่นตากแห้งที่ทำอยู่นี้ เป็นการสะดวกต่อการพกพา ถ้าเป็นน้ำจะพกพาลำบาก ท่านสนใจสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 089 640 6863

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,981,165 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH
หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมถวายสักการะ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ’
กลุ่มผู้ถือหุ้น BCP ร้อง กมธ.การเงิน สอบดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้าน ลุ้นดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ
สั่งเด้งผู้ว่าภูเก็ตเข้ากรุ แฉปมเดือด ขัดแย้งหนัก-คุมไม่อยู่
'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
‘อนุทิน’สวมบทเซลส์แมน ดึงEECมาดูเอง ขายนักลงทุนทั่วโลก
"ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน" ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง

Recent Posts

  • วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย
  • CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™
  • ‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์
  • ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย
  • ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d