Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ไพศาล’ชำแหละขบวนการนารีพิฆาต ถึงเวลาต้องตรวจสอบก๊วนสึกพระ

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653430

'ไพศาล'ชำแหละขบวนการนารีพิฆาต ถึงเวลาต้องตรวจสอบก๊วนสึกพระ

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.10 น.

13 พ.ค.65 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อเรื่อง“ขบวนการนารีพิฆาตพระ” โดยมีเนื้อหาระบุว่า

1. ระยะปีเศษมานี่ มีเหตุการณ์ พระสงฆ์ถูกกล่าวหา ในทางมิดีมิร้ายหลายครั้ง เป็นเหตุการณ์แปลกๆ จนพระสงฆ์ต้องสึกออกไปหลายรูปแล้ว ทำให้ต้องตั้งข้อสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งพบว่ามีทั้ง 2 ประเภทคือ พระไม่เป็นพระจริงๆ อย่างหนึ่ง และพระที่ถูกข้อกล่าวหาและสึกออกไป แบบแปลกๆอีกอย่างหนึ่ง

2. จากการติดตามปรากฏว่า ทุกเรื่องจะมี 2 ขั้นตอน
-ขั้นตอนแรก จะเป็นการรวบรวม สร้างหลักฐาน ว่าพระประพฤติ ไม่ถูกต้อง มีการบันทึก คลิปต่างๆไว้
-ขั้นตอนที่ 2 จะเป็นขบวนการ ที่ประหลาดมากคือไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน โดยตรงที่มีหน้าที่

แต่เป็นคนภายนอก และมีสื่อมวลชน บางประเภทเข้าร่วม จากนั้นก็ยกทีมกันไปแฉพระโดยมีการออกข่าวเรื่องล่วงหน้า ตีเป็นกระแส ในที่สุดพระก็สึกออกไป

กระบวนการที่ 2 นี้ เป็นชาวพุทธหรือไม่? มีประวัติเป็นมาอย่างไร? และมีอำนาจหน้าที่อย่างไร? จึงเป็นเจ้ากี้เจ้าการ รับเรื่องที่อ้างว่ามีการร้องเรียน แล้วไปจัดการกันเอง ทั้งที่มีสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเจ้าของเรื่องอยู่แล้ว รัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ กิจการพระศาสนาก็มีอยู่แล้ว!!!!

เห็นเรื่องดังขึ้นมาพระก็สึกออกไปแล้ว และทุกเรื่อง จะมีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้องทั้งสิ้น!!!

3. เกิดกระแสตีกลับขึ้น ก็จากกรณีหลวงปู่แสง ซึ่งเป็นพระสายปฏิบัติในสายของพระอาจารย์มั่น ซึ่งเป็นเสาหลัก ของพระปฏิบัติในประเทศไทย หากเสาหลักนี้ล้มลงแล้ว พระพุทธศาสนาก็จะเสื่อมสลายไปจากประเทศไทย อย่างรุนแรง

ที่เกิดเป็นกระแสตีกลับ ก็เพราะว่า
– หลวงปู่แสงท่านมีอายุ 105 ปีแล้ว แต่ในทะเบียน แจ้งอายุน้อยกว่าอายุจริง ว่าอายุเกือบร้อยปีเท่านั้น แม้ปานนั้นแล้วก็เห็นได้ชัดว่า โดยสภาพร่างกายไม่อยู่ในฐานะ ที่จะล่วงเกินทางเพศกับผู้ใดอีก
– ปรากฏความชัดว่าหลวงปู่แสงท่านประสบอุบัติเหตุ เมื่อช่วงอายุ 87 และเป็นโรคอัลไซเมอร์หลงๆลืมๆ ยิ่งมีอายุมากขึ้น ความทรงจำ และความหลงเลือนก็เกิดมากขึ้น ตามประสาผู้มีอายุมากขนาดนั้น และอาการที่กระทำต่อกรณีที่เกิดขึ้นก็เป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ท่านปฏิบัติต่อคนอื่น ลักษณะความเคยชิน

-กรณีเกิดเหตุที่นำมาเป็นข่าวกันนั้นเห็นได้ชัดว่ามีการจับฉากร่วมมือ ระหว่างผู้เป็นอุปฐากดูแลหลวงปู่แสงกับพวกที่เอาสตรี ขึ้นไปถ่ายทำคลิปวีดีโอ ซึ่งทำการต่อหน้าคนหลายคน ผิดวิสัย ของผู้ที่คิดล่วงเกินทางเพศผู้อื่น ตรงนี้คงเกิดขึ้นเพราะบาปกรรมบันดาลให้เป็นไปก็ได้

ตรงนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการสมรู้กันจัดฉาก และมีเรื่อง เกี่ยวกับการดื่มปัสสาวะซึ่งไม่ได้เกี่ยวกันเลย และในเรื่องดื่มปัสสาวะนั้น แต่โบราณมา ก็มีการดื่มกัน แม้มหาตมะคานธีหรือเนห์รูก็ดื่มปัสสาวะ พระสงฆ์หลายรูปก็ดื่มปัสสาวะเพราะเป็นยาอย่างหนึ่ง ผมเองก็เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสืออายุวัฒนะนานมาแล้ว แต่พวกไม่รู้ความก็ไปเขียนเรื่องผิดๆให้เข้าใจผิด ให้ไปศึกษาดูคำว่า”น้ำมูถเน่า”ในพระวินัยดูก็จะเข้าใจได้

ในขณะที่กฎระเบียบของวัดก็ชัดเจนว่าห้ามสตรีเข้าไปใกล้พระ เหตุการณ์แบบนี้ เพียงสังเกตนิดเดียวก็เห็นชัดว่าเป็นการสมรู้กันจัดฉาก

-มีข่าวว่าหลวงปู่แสงมีเงินฝากในบัญชีถึง 57 ล้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ลูกศิษย์ลูกหาทำกันเองทั้งสิ้น เพราะอายุขนาดนี้จะไปเปิดบัญชีได้อย่างไร จะนำเงินเข้าฝากได้อย่างไร? การจัดฉากเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้อง กับความต้องการหรือผลประโยชน์ในเงิน 57 ล้านนี้ก็ได้!!!!

ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องตรวจสอบขบวนการสึกพระครั้งนี้สักครั้งหนึ่ง

ตรวจสอบถึงประวัติความเป็นมาของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ว่าเป็นชาวพุทธหรือไม่? มีประวัติความเป็นมาอย่างไร? มีอาชีพอะไร? อาศัยฐานะและเครือข่ายอะไร จึงไปทำหน้าที่สึกพระไม่หยุดไม่หย่อน!!!!

และกรณีหลวงปู่แสงนี้จะต้องตรวจสอบถึงผู้ใกล้ชิดและที่มาของข่าวสารทั้งหมดที่นำมาออกสื่อเพราะนี่เป็นเบาะแสสำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่าอาจมีการสมรู้กัน ถ้าหากผลการตรวจสอบ มีข้อเท็จจริงชัดเจนประการใดแล้ว ก็อาจจะมีอานิสงส์ในการปกป้องพระพุทธศาสนา โดยบังเอิญก็ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พึงสำรวมระวังการทำบุญหรือทำบาปกับพระอรหันต์ผลกรรมดีกรรมชั่วจะเกิดขึ้นเร็ว

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653423

พึงสำรวมระวังการทำบุญหรือทำบาปกับพระอรหันต์ผลกรรมดีกรรมชั่วจะเกิดขึ้นเร็ว

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 20.06 น.

“…การทำบุญกับพระอรหันต์ อานิสงส์จะเกิดไว เพราะจิตของพระอรหันต์นั้น บุญท่านก็ไม่ค้าง บาปท่านก็ไม่รับ ทำบุญตอนไหน ท่านให้ตอนนั้น เช่นกันกับการทำบาป กรรมนั้นจะส่งผลเร็วมากเช่นกัน รับรองได้เห็นกันในชาตินี้แหละ ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า…”

โอวาทธรรมหลวงปู่แสง ญาณวโร คัดลอกจากเพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น โพสต์เมื่อ 17 ธันวาคม 2019

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดจุดอ่อนการบังคับใช้กม.-ขยายความเข้าใจมาตรการ‘ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก’ที่รัฐควรทำ

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653405

ปิดจุดอ่อนการบังคับใช้กม.-ขยายความเข้าใจมาตรการ‘ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก’ที่รัฐควรทำ

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.56 น.

ปิดจุดอ่อนการบังคับใช้กม.-ขยายความเข้าใจมาตรการ‘ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก’ที่รัฐควรทำ

พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 เพิ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 โดยมีบทบัญญัติมาตรา 123(2)(ข) บังคับให้กรณีที่มีคนโดยสาร“รถยนต์”เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องมี “ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก” หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยจะเริ่มบังคับใช้จริงในเวลาอีกแค่ 120 วัน จากวันที่ประกาศ (5 กันยายน 2565)

การบังคับให้มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก มีความสำคัญในการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของเด็กเล็ก เนื่องจากผู้โดยสารที่เป็นเด็กเล็กใช้งานเข็มขัดนิรภัยแบบทั่วไปเข็มขัดนิรภัยจะไม่พาดผ่านบริเวณไหล่และหน้าท้องซึ่งเป็นจุดที่ใช้ดึงรั้งป้องกันภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุแต่จะพาดผ่านบริเวณหน้าหรือลำคอ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขณะใช้งาน เช่น อวัยวะได้รับแรงกระแทกหรือแรงรัดมากเกินไปเนื่องจากการใช้งานผิดตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งหลุดออกจากการดึงรั้งได้หากเกิดอุบัติเหตุ

จึงจำเป็นที่จะต้องมีการใช้งานอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบสำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในขณะเกิดอุบัติเหตุของเด็กได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับการคาดเข็มขัดนิรภัยเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศใช้มาตรการบังคับให้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ดังนี้

1. การใช้งานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอย่างถูกต้อง

แม้ว่ากฎหมายระดับพระราชบัญญัติจะมีการประกาศใช้แล้วก็ตาม แต่อย่าลืมว่าการติดตั้งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กไม่ได้เหมาะสมกับการติดตั้งทุกตำแหน่งในรถ ยกตัวอย่างเช่น ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กจะต้องใช้กับที่นั่งที่มีการติดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น และห้ามใช้กับที่นั่งที่มี airbag ดังนั้นที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กไม่สามารถติดตั้งในรถกระบะที่มีแต่เบาะหน้าได้เลย แต่จากข้อถกเถียงเป็นวงกว้างที่ผ่านมาหลายวันมานี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญคือรัฐที่ออกกฎหมายมาบังคับใช้กับประชาชนได้มีการสื่อสารให้ประชาชนรู้ถึงการใช้งานที่ถูกต้องเพียงพอหรือไม่

ขณะที่ในต่างประเทศมีการบังคับให้เด็กนั่งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กเช่นกัน อย่างไรก็ตามการประกาศใช้มาตรการดังกล่าว ออกมาควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานของที่นั่งและเงื่อนไขในการนำมาใช้งาน อาทิ ประเทศออสเตรเลีย การใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กมีพื้นฐานมาจาก the Model Australian Road Rules โดยแต่ละรัฐได้นำไปบังคับใช้แตกต่างกันในบางข้อกำหนด โดยมีเกณฑ์ขั้นต่ำดังนี้

เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนต้องใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่หันหน้าไปทางด้านหลัง , เด็กอายุระหว่าง 6 เดือนและต่ำกว่า 4 ปีต้องใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่หันหน้าไปทางด้านหลัง หรือที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่หันหน้าไปทางด้านหน้าและมีสายรัดในตัว , เด็กที่มีอายุระหว่าง 4 ปีและต่ำกว่า 7 ปีต้องใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่หันหน้าไปทางด้านหน้าและมีสายรัดในตัว หรือเบาะนั่งเสริมที่ถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม , ผู้ขับขี่จะต้องมีใบรับรองจากแพทย์หากเด็กมีอาการป่วยหรือทุพพลภาพทางร่างกายจนไม่สามารถใช้เบาะนั่งสำหรับเด็กได้

ออสเตรเลียกำหนดให้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กต้องเป็นไปตามมาตรฐาน AS/NZS 1754 ซึ่งกำหนดเกณฑ์ในการใช้งานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กตามช่วงอายุ และข้อกำหนดต่อมาตรฐานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่สามารถใช้ในออสเตรเลียได้ เช่น การทำเครื่องหมายแสดงความสูงของไหล่เด็กที่สูงสุดในการใช้งานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และการทำเครื่องหมายสีของเส้นทางเข็มขัดนิรภัยบนเบาะนั่งสำหรับเด็ก (สีน้ำเงินสำหรับหันหน้าไปทางด้านหลัง สีเหลืองสำหรับหันหน้าไปข้างหน้า สีแดงสำหรับเบาะรองนั่ง)

2. ประเภทของรถยนต์ที่จะมีการบังคับใช้มาตรการ

พระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ ได้ให้นิยามคำว่า “รถยนต์” ว่าหมายถึง  “รถที่มีล้อตั้งแต่สามล้อและเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น ยกเว้นรถที่เดินบนราง” หมายความว่ามาตรการให้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กครอบคลุมถึงรถยนต์ทุกประเภททั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารด้วย เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กำหนดในมาตรา 123 วรรคท้าย ได้แก่ รถสามล้อ รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และรถยนต์อื่นที่ไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด และข้อยกเว้นตามมาตรา 123/1 ได้แก่ รถนั่งสองแถว และรถบรรทุกคนโดยสารที่เป็นรถประจำทางที่ไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

อย่างไรก็ดี คนขับรถแท็กซี่ หรือกรณีของรถตู้โดยสารประจำทาง หากรัฐไม่ออกกฎหมายมายกเว้นการใช้บังคับมาตรการนี้กับยานพาหนะประเภทดังกล่าว คำถามที่เกิดคือเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง คนขับรถ หรือผู้ประกอบการที่ต้องจัดให้มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และหากมีการฝ่าฝืนเกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิด ทั้งนี้ ยังไม่นับกรณีของผู้โดยสารที่ใช้บริการเรียกรถผ่าน application ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

นอกจากนี้ รถโดยสารระหว่างเมืองแม้จะถือว่าเป็นรถที่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย แต่เข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งในรถโดยสารระหว่างเมืองมีหลายประเภท และไม่ใช่ว่าเข็มขัดนิรภัยทุกประเภทที่กฎหมายอนุญาตให้ผู้ประกอบการรถโดยสารระหว่างเมืองใช้อยู่ในปัจจุบันจะสามารถใช้กับที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กได้ ขณะที่ในบางประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ มีการกำหนดข้อยกเว้นสำหรับรถสาธารณะบางประเภทอย่างชัดเจน รวมถึงแท็กซี่ที่ได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดเกี่ยวกับที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เนื่องจากไม่สามารถบรรทุกที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่มีขนาดแตกต่างหลากหลายแบบได้

อย่างไรก็ตาม รถเช่าส่วนตัว หรือบริการเรียกรถผ่าน application จะไม่ได้รับการยกเว้นดังกล่าว ผู้ปกครองจึงจำเป็นจะต้องพกพาที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กไปด้วยและการรับผิดชอบต่อความผิดหรือค่าปรับในการไม่ปฏิบัติตามจึงต้องตกเป็นของผู้ปกครอง ขณะที่ประเทศออสเตรเลีย ในการใช้บริการแท็กซี่ผู้ปกครองจำเป็นจะต้องพกพาที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กไปด้วย หรือสามารถแจ้งให้แท็กซี่จัดหาที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กไว้ล่วงหน้าได้ (บางรัฐ) โดยกำหนดให้แท็กซี่ต้องมีจุดยึดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอย่างน้อยหนึ่งจุดแม้ว่าจะไม่มีหน้าที่ต้องจัดหาที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก

3. ความสามารถในการจ่ายได้ (Affordability) ของประชาชน

บทบัญญัติข้อนี้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงเป็นวงกว้างว่ากฎหมายนี้มีการออกมาโดยผ่านการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องโดยรอบคอบและรัดกุมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการศึกษาว่าคนไทยโดยทั่วไปมีความสามารถในการจ่ายเพื่อซื้อที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือไม่ เนื่องจาก ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กมีราคาสูง โดยมีราคาตังแต่ 3,000-20,000 บาท

ขณะที่หลายประเทศต่างมีมาตรการช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถซื้อที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กได้ในราคาที่ถูกลง  เช่น สหราชอาณาจักร รัฐได้กำหนดมาตรการที่เป็นแรงจูงใจและเป็นการช่วยเหลือประชาชนผ่านการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มลงร้อยละ 5 สำหรับที่นั่งของเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีหรือสูงต่ำกว่า 135 เซนติเมตร ขณะที่ประเทศมาเลเซีย รัฐมนตรีว่าการคมนาคมได้ประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กและประกาศลดภาษีสรรพสามิตจากร้อยละ 10 เหลือร้อยละ 5 เช่นเดียวกับในสาธารณรัฐเช็กที่ลดอัตราภาษีลงจากร้อยละ 21 เหลือเพียงร้อยละ 15 สำหรับที่นั่งสำหรับเด็กเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

จากข้อกังวลและความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมาย สิ่งที่รัฐต้องเร่งดำเนินการมีสองส่วนคือ (1) ทำให้บทบัญญัตินี้ถูกบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความแน่นอนยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการตราบทบัญญัตินี้คือความปลอดภัยของผู้โดยสารที่มีอายุน้อย และ (2) ช่วยเหลือให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กได้ โดยไม่เป็นภาระจนเกินควร

แนวทางดำเนินการต่อไปของรัฐคือ

1.ควรมีการประชาสัมพันธ์วิธีการใช้งานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่ถูกต้อง โดยอาจจัดทำไกด์ไลน์หรือคำแนะนำโดยละเอียดสำหรับผู้ใช้งานว่ารถชนิดไหนให้จึงจะติดตั้งอุปกรณ์ได้และควรติดในตำแหน่งใด

2.กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถซื้อที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กได้ในราคาที่ถูกลง โดยอาจใช้มาตรการทางภาษี

3.ภายใต้มาตรา 123 วรรคสาม รัฐต้องประกาศข้อยกเว้นว่ารถยนต์ชนิดใดที่ไม่ต้องมีการติดตั้งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดความแน่นอน มีมาตรฐาน และไม่เปิดช่องให้ต้องมีการตีความ ทั้งนี้ กฎหมายต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าผู้ใดมีหน้าที่ในการจัดให้มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และใครมีความรับผิดหากฝ่าฝืนกฎหมาย และหากบังคับให้มีการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กบนรถโดยสารระหว่างเมือง รัฐต้องดำเนินทบทวนมาตรฐานเข็มขัดนิรภัยที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการติดตั้งด้วย

4.สุดท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการรับรองตลอดจนการตรวจสอบมาตรฐานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล UNR44 และ R129 เพื่อให้อุปกรณ์มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งาน

พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ที่กำหนดให้เด็กต้องนั่งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในขณะโดยสารรถยนต์ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและอัตราการบาดเจ็บบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเรื่องของราคาอุปกรณ์ที่สูงกว่าที่คนไทย “ธรรมดา” จะสามารถซื้อหาได้ และยังขาดการให้ข้อมูลการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่ถูกต้อง ตลอดจนขาดการกำหนดประเภทของรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ในระยะเวลา 120 วันก่อนกฎหมายนี้จะถูกบังคับใช้จึงเป็น “หน้าที่ของหน่วยงานรัฐ” ในให้ข้อมูลกับประชาชนในการใช้ที่นั่งนิรภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่เด็กอย่างแท้จริง ต้องกำหนดชนิดของรถยนต์ที่บังคับใช้ให้แน่นอนเหมาะสม ตลอดจนหาแนวทางให้ประชาชนเข้าถึงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กได้เป็นการทั่วไป

สุเมธ องกิตติกุล , สลิลธร ทองมีนสุข

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ปิดจุดอ่อนการบังคับใช้กฎหมาย ขยายความเข้าใจในมาตรการ “ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก” ที่รัฐควรทำ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่อง 8 แถลงขออภัย! สั่งพักงานนักข่าว 7 วัน-ตั้งกก.สอบจริยธรรมปม’หลวงปู่แสง’

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653387

ช่อง 8 แถลงขออภัย! สั่งพักงานนักข่าว 7 วัน-ตั้งกก.สอบจริยธรรมปม'หลวงปู่แสง'

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.27 น.

13 พ.ค.65 กองบรรณาธิการข่าวช่อง 8 ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ทางกองบรรณาธิการข่าวช่อง 8 ได้ตระหนักถึงจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวมาโดยตลอด โดยเฉพาะข่าวที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน และสังคมเป็นวงกว้าง ซึ่งจากกรณีการนำเสนอข่าวหลวงปู่แสง ญาณวโร พระเกจิชื่อดัง ที่เริ่มนำเสนอเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 และมีภาพของผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่ลงพื้นที่ทำข่าวปรากฏออกสู่สาธารณะอย่างไม่เหมาะสม ส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก

กองบรรณาธิการข่าวช่อง 8 ตระหนักและน้อมรับต่อความผิดพลาดดังกล่าว จึงขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ ต่อหลวงปู่แสง ญาณวโร และผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ รวมทั้งผู้ชมที่ได้ติดตามข่าว โดยเบื้องต้น ทางกองบรรณาธิการข่าวได้มีการตักเตือน และพิจารณาสั่งพักงานผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวเป็นเวลา 7 วันแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อตรวจสอบจริยธรรมในวิชาชีพสื่อทันที ก่อนจะกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมต่อไป

กองบรรณาธิการข่าวช่อง 8 จะใช้ความรอบคอบ และระมัดระวัง พร้อมยึดถือจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเช่นนี้อีก

ด้วยความเคารพอย่างสูง
กองบรรณาธิการข่าวช่อง 8

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดีกรีดาวโรงเรียน! ลูกเจ้าของสวนแต่งชุดไทยช่วยแม่ขายทุเรียน

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653359

ดีกรีดาวโรงเรียน! ลูกเจ้าของสวนแต่งชุดไทยช่วยแม่ขายทุเรียน

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.52 น.

สุดฮือฮา !!สาวสวยดีกรีดาวโรงเรียน แต่งชุดไทยช่วยแม่ขายทุเรียนและผลผลิตจากสวนตัวเอง ลูกค้าแห่อุดหนุน เผย ภูมิใจที่ได้อนุรักษ์ความเป็นไทย และช่วยให้ขายดิบขายดี

สาวสวยแต่งชุดไทย แต่ละวันไม่เคยซ้ำ ยืนขายทุเรียนอยู่ที่แผงของ ผช. มานพ ห่างภัย ในตลาดผลไม้ตะพง อำเภอเมืองระยอง ซี่งได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว ที่พบเห็นต่างพากัน โพสภาพ ความสวยงาม ความคล่องแคล่วในการขายและปลอกทุเรียนด้วยความชำนาญอย่างไม่ห่วงสวย ลงในสื่อโซเชียล มีผู้ชื่นชมเป็นจำนวนมาก 

เมื่อไปถึงที่ร้าน ซึ่งตั้งเป็นแผงอยู่ในสนามฟุตบอล ด้านหลังตลาดผลไม้ตะพง มีร้านขายผลไม้ตั้งเรียงรายอยู่หลายร้าน โดยร้านของ   ผช. มานพ ตั้งอยู่แผงที่ 4 เมื่อเดินเข้าไปภายในร้าน พบกับนางชนาภา ห่างภัย อายุ 54 ปี และนางสาว ชลดา ห่างภัย อายุ 33ปี สองแม่ลูก กำลังช่วยกันห่มสไบ เพื่อแต่งเป็นชุดไทยให้กับนางสาวชลดา โดยมีลูกจ้างอีกคนคอยช่วย ท่ามกลางเหล่าลูกค้าที่พากันมาอุดหนุนผลไม้ซึ่งมีทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด กะท้อน สละ วางจนเต็มร้าน เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว วันนี้นางสาว ชลดา เลือกแต่งกายในชุดโจงกะเบน และห่มสไบ จากนั้นก็ยืนขายทุเรียนให้กับลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว และปอกทุเรียนใส่กล่องได้อย่างชำนาญ 

นางสาวชลดา ห่างภัย บอกว่า ตนเองเป็นลูกสาวชาวสวน เกิดมาก็พบว่า พ่อกับแม่ทำสวนเลี้ยงดูตนจนเติบโต ก็ช่วยเหลือพ่อกับแม่มาโดยตลอด วันหนึ่งได้ไปเห็นภาพตอนใส่ชุดไทยสมัยเรียนหนังสือ จึงคิดอยากนำชุดไทยที่เคยใส่มาสวมใส่ตอนขายของเพื่อให้ลูกค้าและนักทอ่งเที่ยวที่เดินทางมาจากที่ต่างๆได้เห็น น่าจะช่วยให้เกิดความน่าสนใจ และยังช่วยให้ชุดไทยกลับมาได้รับความนิยม เมื่อได้ลองใส่มาขายผลไม้ มีลูกค้ามาขอถ่ายรูปโพสลงโซเชียล จึงกลายเป็นกระแส ทั้งมีคนอยากแต่งตามและชื่นชม  ซึ่งแต่ละวันก็จะแต่งไม่ซ้ำแบบ หากวันไหนอากาศร้อนจัดก็แต่งในชุดเสื้อคอกะเช้า ซึ่งจะใส่สบาย เหมาะกับสภาพอากาศที่บ้านเรา “รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้แต่งชุดไทยขายทุเรียน อย่างน้อยเราก็ได้เป็นตัวอย่างให้เด็กรุ่นหลังไม่ลืมว่าชุดประจำชาติของเรามีแบบไหนบ้าง ไม่ต้องอายถ้าอยากจะแต่ง ถ้าแต่งแล้วสวยแต่งแล้วพรีเซนได้ ไม่ต้องอาย แต่งได้เลย มันเป็นการพรีเซนต์ที่ดี” 

ส่วนคุณภาพของผลไม้ ก็เป็นผลไม้ที่ดี เพราะเราเกิดมาอยู่กับสวน ทำสวนมาตั้งแต่เกิด เราอยากให้อาชีพเราอยู่รอด เราต้องข้ามขั้นตอนการมีคนกลาง เราต้องปลูกเองขายเอง แต่เราไม่เคยขายของไม่เคยเป็นแม่ค้าเคยทำแต่สวน ก็มาลองเป็นลูกจ้างในร้านคนอื่น สะสมประสบการณ์ ด้านการขาย สะสมลูกค้าให้เค้ารู้จัก ก่อนจะมาขายเอง ทุกวันนี้ ที่บ้านเปิดร้านขายเองมานานกว่า 30ปี  และยังทำสวนอยู่ด้วย ลูกค้าจึงมั่นใจว่าทุเรียนของเรามีคุณภาพและกล้าการันตี 

ด้าน นางชนาภา ห่างภัย เจ้าของร้าน บอกว่า มีลูกสาวคนเดียว ภาคภูมิใจอย่างมากเพราะตั้งแต่สมัยเล็กๆ ลูกสาวเป็นเด็กดี ขยันขันแข็ง มาช่วยขายผลไม้ตั้งแต่เรียนอนุบาล เป็นเด็กชอบแสดงออก กล้าคิดกล้าทำ พอเข้าเรียน สายอาชีพ ก็ยังชอบทำกิจกรรม ชอบจับไมค์แต่งชุดไทย พอเรียนจบก็มาสานต่อเจตนารมณ์การเป็นชาวสวน เก่งทั้งงานบ้าน งานค้าขาย การแต่งชุดไทยก็เป็นเอกลักษณ์ของไทย สามารถนำมาเสริมในอาชีพการงานได้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดประสบการณ์ ‘น้องเร’ ศิษย์เก่า ม.ศรีปทุม บนเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653356

เปิดประสบการณ์ 'น้องเร' ศิษย์เก่า ม.ศรีปทุม บนเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.45 น.

“น้องเร” นางสาวเรวดี ราศิริ ปัจจุบันเป็นศิษย์เก่านักศึกษาสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วันนี้ น้องเร จะมาแชร์ประสบการณ์และพาเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆไปทำความรู้จักกับเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก “Princess Cruises” ให้กับทุกคนได้ฟังกัน

แรกเริ่มเดิมที น้องเร เคยทำงานในเรือสำราญอยู่แล้ว ก่อนจะได้เข้ามาร่วมงาน ในตำแหน่ง Bar Steward บริษัท เรือสำราญ Princess Cruises ซึ่งเป็นบริษัทเรือสำราญระดับโลก แต่บริษัทเรือเก่าที่เรทำ จะเป็นบริษัทเดินเรือที่จะเดินเรืออยู่แค่ ในแถบย่านอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เพราะเหตุจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งโดยปกติแล้ว เรือเก่าจะไป หลายประเทศ เหมือนกัน ที่เปลี่ยนบริษัทฯ เพราะอยากไปทำงาน ในฝั่งยุโรป และในแถบอื่นๆ  ซึ่งตอนนี้ก็ได้เป็นพนักงานของ บริษัท Princess cruises เส้นทางเดินเรือก็จะมากกว่า 380 เส้นทางเดินเรือ หรือ 7 ทวีป เช่น Alaska Australia New zealand  canada California Hawaii Caribbean Mexico Europe และอีกหลายเส้นทางทั่วโลก และเพื่อต้องการอัพฐานเงินเดือนให้สูงขึ้นด้วย

อีกอย่างบริษัทฯเรือเดิมเป็น reginal class cruise และที่บริษัทใหม่เป็น  world class cruise ทำให้เราต้องพัฒนาทักษะใหม่ๆ และทักษะที่ต้องพัฒนา หลักๆ เลยก็คือ ภาษาอังกฤษ การ พูด ฟัง อ่าน เขียน ต้อง อัพเกรดให้ ดีกว่าเดิม ,การ บริการที่ต้องเป็น professional กว่าเดิมเพราะ เรามี คู่แข่งมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เอเชียน ,การปรับตัว ในเรื่องของการ ใช้ชีวิตบนเรือและ การทำงานร่วมกับ ชาว ยุโรป ไหนจะเรื่องหัวหน้าเรา ที่จะมีความ professional มากกว่า ซึ่งแน่นนอน ทำงานบนเรือที่ใหญ่ มีความ  professional เรา จะมีความกดดันที่มากขึ้น เราต้องจัดการกับความกดดัน และความเครียดให้ได้

สำหรับกิจวัตรของเร บนเรือสำราญ (วันทำงาน/วันหยุด) กิจกรรมยามว่าง เร เป็นคนชอบออกกำลังกายในทุกๆวัน ,ดูหนัง ฟังเพลง และ ถ้าว่างจริงๆจะอัด วิดีโอทำ Vlog ซึ่ง เร มี ชาเนลของตัวเอง ซึ่งจะเปิดตัว เร็วๆนี้ ช่วงบินไป ทัวร์ยุโรปค่ะ

ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์การระบาดของโควิด – 19 ทำให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจเรือสำราญ ค่อนข้างมากทีเดียว ยกตัวอย่าง เช่น เรือ หลายลำต้องปิดตัวลงเพราะทนพิษ เศรษฐกิจจาก โควิดไม่ไหว แต่อย่างเรือเก่าที่เร เคยทำงานเขาจะมีมาตรการการป้องกันอย่างเช่น พนักงานทุกคนต้องล้างมือ ขั้นต่ำ 20 วินาทีและถูกต้องตามขั้นตอน ,การสวมถุงมือ ทุกครั้งที่ทำงาน และเปลี่ยนตลอด ทุก กี่ ชม ตาม ที่บริษัทกำหนด การสวม ผ้าปิดจมูก การทำความสะอาดด้วย แอลกอฮอล์ sanitize สำหรับส่วนของ ลูกค้าก็ เช่นกัน มีการตรวจ เรื่อง วัคซีนการ สวมใส่หน้ากากและการล้างมือก่อนเข้า ห้องอาหาร รวมถึงการ จำกัดจำนวนเก้าอี้และเส้นระยะห่าง

และสำหรับการปรับตัวของเร ในช่วงสถานการณ์โควิด กรณีที่ บริษัทหยุดการเดินเรือ เร สามารถ นำประสบการณ์ certification ที่ผ่านมา ไป apply กับ บริษัทอื่นๆที่เปิดรับ พนักงานอยู่ได้ ซึ่งแน่นอน มีหลายบริษัท หลายเส้นทางการเดินเรือหรือ หลายๆทวีป เราอาจจะได้ ตำแหน่งที่ดีกว่าและเงินเดือนที่สูงกว่า ยกตัวอย่าง บริษัทเก่าของเรย์ เจอผลกระทบจากโควิด จึงหยุดการเดินเรือ เร ก็ดำเนินการสมัครเรือใหม่จนสัมภาษณ์ผ่านเป็นลูกเรือของ Princess Cruise ได้ตำแหน่งที่ดีกว่าและเงินสูงที่สูงกว่า อีกทั้งเส้นทางเดินเรือใหม่ๆ และในกรณีที่ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ในช่วงสถานการณ์โควิด ทางบริษัทจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเรื่องของโควิด มีการอบรมให้พนักงานเรื่องการรับมือ และป้องกันตัวเองจากโรค อีกทั้งในส่วนของลูกค้าเองก็มีมาตรการที่เข้มงวดก่อนที่จะมาใช้บริการบนเรือเพื่อความปลอดภัยของพนักงานทุกคน

สำหรับทิศทางของธุรกิจเรือสำราญ ในช่วงนี้ เรคิดว่าธุรกิจด้านเรือสำราญกำลังเติบโตมาก ถึงแม้จะมีผลกระทบจาก สถานการณ์โควิดบ้างแต่ มาตรการจัดการและรับมือ ของบริษัทเรือ นั้นเข้มงวดและ มีมาตรฐานมาก ซึ่งลูกค้าและพนักงานวางใจได้เลยเพราะได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน อีกอย่างตอนนี้ หลายบริษัทเหลือเปิดรับสมัครพนักงานมากขึ้นในไทย เพื่อที่จะไปสัมผัสประสบการณ์การ ทำงานต่างประเทศและ เที่ยวรอบโลก เพราะคนไทยเราจะมีการบริการที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจ เป็นที่หมายตาของหลายๆบริษัท รายได้แต่ละเดือนบอกเลยว่าหาในไทยไม่ได้ ถ้ากรณีเด็กจบใหม่ ขั้นต่ำเลยไม่น้อยกว่า 3 หมื่นต่อเดือน กลับมาไทยมีเงินเก็บหลักแสนแน่นอน

อีกอย่างเรอยากจะบอกว่าการได้ทำงานบนเรือสำราญ เสน่ห์ของอาชีพบนเรือสำราญ สิ่งที่ได้มากกว่าค่าตอบแทน คือ การที่เราได้เที่ยวรอบโลก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่หาไม่ได้ ถ้า อยู่ในไทย ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตคนเดียวห่าง ไกล ครอบครัว เกือบปี การทำงานทุกวัน วันละ 10 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดจนจบแทรกก็เปน อีกหนึ่งสิ่งที่หาไม่ได้ ถ้าทำงานบนพื้นดิน เป็นการฝึกความอดทนของเรานะ ถ้าเรา กลับมาเจออะไร ที่กดดัน หรือเหนื่อยๆที่ไทย บอกเลย มันจะเป็นเรื่องเล็กๆมาก

สุดท้ายอยากฝากถึงพี่ๆน้องๆ “มากกว่าเงินคือประสบการณ์ มากกว่างานคือกำไรชีวิต” เรเองเป็นเด็กยากจนจาก ต่างจังหวัดตัดสินใจมาศึกษาต่อ ที่ กทม. คนเดียว โดยที่ไม่มีใครซัพพอร์ตเลย ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย มันยากมากเลยกว่าจะผ่านมาได้ แต่เรมีแรงผลักดันอันนึง ซึ่งเป็นกำลังขับเคลื่อนให้เรไม่ท้อ และเดินตามความฝัน คือ เรอยากใช้ชีวิต ทำงานอยู่ต่างประเทศ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลทำไมเรถึงเรียน สาขาการจัดการการบริการธุรกิจเรือสำราญ ตอนนี้ความฝันของเรเป็นจริงแล้ว เรได้ทำในสิ่งที่ฝัน ซึ่งบอกเลยว่า ทุกคนทำได้ขอแค่มีความพยายาม อย่าท้อ อย่ากลัวที่จะใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าวันนั้นเรกลัว เรก็คงไม่ผ่านสัมภาษณ์ ทั้งๆที่ตอนนั้นเป็นแค่ นักศึกษาปฎิบัติงานสหกิจศึกษา ตอนปี4 แต่เรก็สัมภาษณ์ผ่านจนได้ทำงานบนเรือสำราญ จนถึงปัจจุบันนี้ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เวิร์คพอยท์’สรุปบทลงโทษนักข่าว ให้ขอขมา’หลวงปู่แสง’-พักงานไม่มีกำหนด

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653345

'เวิร์คพอยท์'สรุปบทลงโทษนักข่าว ให้ขอขมา'หลวงปู่แสง'-พักงานไม่มีกำหนด

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.31 น.

จากกรณีที่นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พาทีมสื่อมวลชนบุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร หลังปรากฎคลิปกล่าวหาว่า หลวงปู่แสง ญาณวโร คุกคามทางเพศผู้หญิง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีประเด็นที่นักข่าวหญิงรายหนึ่ง สังกัดสถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ทีวี แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าหลวงปู่แสง จนกลายเป็นที่วิจารณ์ในโซเชียล ขณะที่ กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวพร้อมได้มีการดำเนินการตักเตือน และพิจารณาสั่งพักงานผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมทันที โดยจะมีการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมต่อไปนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ‘เวิร์คพอยท์’สั่งพักงานนักข่าวสาว 7 วัน สอบจริยธรรมปมทำข่าว’หลวงปู่แสง’ไม่เหมาะสม)

ล่าสุด กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ออกมาตรการลงโทษนักข่าวเวิร์คพอยท์ กรณีหลวงปู่แสง ประกอบด้วย

1.ให้ผู้สื่อข่าวเข้ากราบขอขมาหลวงปู่แสง
2.พักงานโดยไม่มีกำหนด
3.ช่วงพักงาน เรียนรู้จรรยาบรรณ และวิชาชีพสื่ออย่างมืออาชีพ

ขณะที่รายการ “สดข่าวเที่ยงจากที่จริง” ออกอากาศผ่านช่องเวิร์คพอยท์ 23 ได้เผยแพร่คลิปขอโทษของวาสนา ศรีผ่อง ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ เปิดใจว่า ได้ทราบและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว พร้อมกับเห็นภาพตัวเองปรากฏในสื่อต่างๆ น้อมรับว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต้องกราบขออภัยหลวงปู่ ลูกศิษย์ ประชาชนที่เคารพนับถือท่าน ตนน้อมรับทุกคำตักเตือน คำแนะนำ และบทลงโทษจากต้นสังกัดทุกประการ เหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนอย่างมากในชีวิตการเป็นผู้สื่อข่าว และต้องขออภัยเพื่อนร่วมอาชีพ ตนขอโทษจากใจจริง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวอำนาจเจริญรวมพลังปกป้อง ‘หลวงปู่แสง’ ปิดวัดป่าอรัญญาวิเวกห้ามเข้าเด็ดขาด

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653334

ชาวอำนาจเจริญรวมพลังปกป้อง 'หลวงปู่แสง' ปิดวัดป่าอรัญญาวิเวกห้ามเข้าเด็ดขาด

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.09 น.

จากกรณีที่นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธรและสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 98 ปีที่พักสงฆ์บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จนเกิดเป็นข่าวโด่งดังไปทั่ว จนลูกศิษย์และชาวบ้านได้นิมนต์หลวงปู่แสง มาพักที่วัดอรัญญาวิเวก ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 พ.ค.65 นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จ.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทยเดินทางไปที่วัดอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่แสง ญาณวโร และติดตามข่าวที่เกิดขึ้นโดยมีพระสงฆ์ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) 1 รูปและคณะกรรมการวัด จำนวนหนึ่งนั่งอยู่ด้านในประตูเข้าวัด 

โดยที่ประตูวัดปิดติดป้ายห้ามเข้า และมีรถยนต์สื่อมวลชนจอดรอทำข่าวเต็มไปหมด โดยทางคณะกรรมการวัดได้ขอร้องนางสมหญิง และสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปเพื่อให้หลวงปู่แสงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เนื่องจากกรณีที่เป็นข่าวในทางลบจากสื่อมวลชนบางคนทำให้หลวงปู่ เครียด รวมถึงญาติโยม พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ ไม่พอใจ การสอนข่าวที่เป็นผลเสียต่อหลวงปู่แสง ซึ่งนางสมหญิง มีความเข้าใจดี เพื่อให้หลวงปู่ได้พักผ่อนเต็มที่จึงเดินทางกลับ ไม่ได้กราบนมัสการหลวงปู่แต่อย่างใด ซึ่งจะหาโอกาสที่เหมาะสมเดินทางมาใหม่ 

นางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 จ.อำนาจเจริญ กล่าวก่อนเดินทางกลับว่า เป็นลูกศิษย์หลวงปู่แสง มานานแล้ว ตั้งแต่หลวงปู่อยู่ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญและได้แวะเวียนเข้ามากราบนมัสการหลวงปู่เป็นประจำ กระทั่งหลวงปู่เป็นข่าวก็เลยเดินทางมาตั้งใจจะกราบนมัสการหลวงปู่แต่ว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ทางคณะกรรมการวัดขอร้องเพื่อให้หลวงปู่พักผ่อนก็ไม่เป็นไรวันหน้าค่อยมาใหม่ 

นางสมหญิง กล่าวต่อว่า พอทราบข่าวทีแรกตนตกใจมาก ไม่คิดว่าคนกลุ่มหนึ่งหวังจะทำให้หลวงปู่เสียหาย และการที่ผู้หญิงขึ้นนั่งเสมอกับพระสงฆ์ไม่เหมาะสมแล้ว ขอตำหนิคนใกล้ชิด ลูกศิษย์ก็ไม่ห้ามโดยเฉพาะสำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร จะเข้าพบหลวงปู่ ควรแจ้งก่อนไม่ใช่ว่าบุกเข้าไปลักษณะแบบนี้ ไม่ใช่แล้ว 

ส่วนสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ตรงไปตรงมาก็ขอชื่นชม ส่วนพฤติกรรมของบางคนขอตำหนิไม่เหมาะสมเลย  

สำหรับเรื่องเงินในบัญชีของหลวงปู่ ตนไม่ทราบ คงเป็นลูกศิษย์ คนใกล้ชิดหลวงปู่ หรือหน่วยงานราชการเข้าไปดูแลก็ขอฝากไปถึงพุทธศาสนิกชนการทำหน้าที่ปกป้องพุทธศาสนานั้นถูกต้องแล้ว เพราะศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องมีสติให้มาก 

นางจุฬาทิพย์ สุจิตร อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 8 บ้านไก่ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ขณะนั่งจับกลุ่มพูดจาเรื่องหลวงปู่แสง ญาณวโร กับเพื่อนบ้าน และกล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากสื่อทีวี มีหมอปลาและสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำข่าว หลวงปู่แสง เหมือนกับว่า หลวงปู่ ทำผิด ทำเอาพวกตนคนบ้านไก่คำต่างไม่พอใจ ซึ่งทุกคนนับถือศรัทธาหลวงปู่มาก ถ้าญาติโยมนิมนต์ไปไหนหลวงปู่ก็ไปไม่ขัดศรัทธา เพื่อเผยแพร่หลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลายปี ช่วงหลวงปู่แสง ไม่อยู่วัดป่าอรัญญาวิเวก ญาติโยมก็ไม่เคยห่างวัด เรียกว่า ชาวตำบลไก่คำ เป็นโยมอุปฐากวัดป่าอรัญญาวิเวกทุกคน ซึ่งหลวงปู่แสง เดินทางไปพำนักที่วัดไหนก็ตามไปไม่ได้ขาด 

“ที่เป็นข่าว เชื่อว่า เป็นขบวนการทำลายชื่อเสียงความเชื่อถือของหลวงปู่แสงอย่างแน่นอน คนพวกนี้ ไม่เกรงกลัวต่อบาป ไม่กลัวตกนรกหรือไร คิดในแง่ความเป็นจริง หลวงปู่ อายุร่วม 100 ปีอารมณ์ทางเพศไม่มีแล้ว อยู่ที่ผู้หญิง ทำตัวไม่เหมาะ ไม่สมควรเลย ถ้าคิดจะทำลายหลวงปู่ ขอให้ตกนรกหมกไหม้ทุกคน” 

นางจุฬาทิพย์ กล่าวว่า ทราบว่าหลวงปู่แสง ญาณวโร กลับวัดป่าอรัญญาวิเวก ตนนอนไม่หลับ เพราะดีใจมากที่หลวงปู่กลับมาอยู่ที่วัดแห่งนี้เหมือนเมื่อก่อนแล้วและชาวบ้านไก่คำจะคอยปกป้องหลวงปู่แสง เพื่อไม่ให้มารมาก่อกวนอีกต่อไป ส่วนเหรียญหลวงปู่แสง ยอดนิยมมี 2 รุ่นคือรูปใบโพธิ์และรุ่นสร้างเจดีย์ ปี 37 พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยทั้งปวง 

มีรายงานว่า ทางคณะแพทย์ซึ่งดูแลหลวงปู่แสง ญาณวโร จะมีการแถลงข่าว เกี่ยวกับหลวงปู่แสง ภายใน 2 – 3 วันนี้ 

อย่างไรก็ตาม ตามตลาด ร้านค้าในตัวเมืองอำนาจเจริญชาวบ้านต่างพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลวงปู่แสง ญาณวโร และประณามถึงการกระทำดังกล่าว บางคนถึงกับด่าเสียเทเสีย บางคนสาปแช่งให้มีอันเป็นไปของคนกลุ่มนี้และมองว่า มีขบวนการจ้องทำลายพุทธศาสนาให้เสื่อมศรัทธา ซึ่งชาวพุทธทุกคนจะต้องปกป้องกันศาสนาพุทธให้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำพินัยกรรมไว้แล้ว! พี่สาว ‘เสี่ยปาน30ล้าน’ เผยไม่ต้องห่วงมรดกเป็นของลูกชาย

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653323

ทำพินัยกรรมไว้แล้ว! พี่สาว 'เสี่ยปาน30ล้าน' เผยไม่ต้องห่วงมรดกเป็นของลูกชาย

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.45 น.

จากไปอย่างสงบ! ปิดตำนาน ‘เสี่ยปาน 30 ล้าน’ หลังป่วยด้วยโรคร้ายมาเกือบปี ญาติเตรียมทำพิธีสวดงานศพ 2 วันฌาปนกิจ พี่สาวเผยไม่ห่วงมรดกทั้งที่ดิน ทรัพย์สินต่างๆ และเงินสด เพราะน้องชายทำพินัยกรรมไว้แล้ว หลังงานศพเสร็จค่อยว่ากันอีกที

13 พ.ค.65 รายงายงานข่าวจาก จ.อุดรธานี ว่า นายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปี หรือเสี่ยปาน 30 ล้าน หนุ่มอุดรดวงเฮงถูกหวยก้อนโต งวดวันที่ 16 ก.ย.2558 หมายเลข 743148 จำนวน 5 ใบ 30 ล้านบาท จากนั้นได้ออกจากงานโรงงานที่ จ.นครปฐม กลับมาอยู่บ้านที่บ้านหนองบ่อ ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เสี่ยปานก็ได้ซื้อที่ดิน สร้างบ้าน ซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร ทั้งรถไถ รถเกี่ยวข้าว หันมาทำอาชะเกษตรกร แต่มีข่าวระหองระแหงกับอดีตภรรยาสุดท้ายได้แยกทางกันเดิน แต่เสี่ยปานยังส่งเสียลูกชายคือน้องเกาลัดเพราะเป็นแก้วตาดวงใจ

ต่อมาระยะหลังตั้งแต่ถูกหวยปี 58 จนถึงปัจจุบันเกือบ 8 ปี เสี่ยปานเริ่มป่วยเป็นมะเร็งลำไส้รักษาหายแล้วแต่ก็มีมะเร็งทวารหนักมาอีก หมอได้ทำการรักษาเมื่อปีที่แล้วและบอกว่า เสี่ยปานจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 65 แต่เสี่ยปานก็ฮึดสู้กับโรคร้ายของตัวเองอยู่มาถึงเดือนพฤษภาคม จนเช้าวันนี้ (13 พ.ค.65) เสี่ยปาน 30 ล้านก็เสียชีวิตลงในเวลา 08.43 น.ด้วยวัย 45 ปี โดยแพทย์รพ.หนองหานแจ้งว่าเสี่ยปานติดเชื้อในกระแสเลือดและเสี่ยงติดโควิดจึงได้ทำพิธีเผาทันที เมื่อเวลา 11.00 น.ที่วัดสร้างแข้

ขณะที่บริเวณบ้านเลขที่ 329 หมู่ 7 บ้านหนองบ่อ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ญาติๆ ได้เตรียมสถานที่เพื่อนำกระดูกของเสี่ยปานมาทำพิธีสวดอภิธรรมศพในวันจันทร์ที่ 16 พ.ค.นี้และจะทำพิธีฌาปนกิจศพอีกครั้งในวันพุธที่ 18 พ.ค.65 ที่จะถึงนี้

ล่าสุด น.ส.สุธารี แก้วสวนจิก อายุ 47 ปี พี่สาวเสี่ยปาน เปิดเผยว่า ปานน้องชายเสียชีวิตเมื่อเช้านี้หลังจากเข้าทำการรักษาโรคมะเร็งที่รพ.หนองหานมานานหลายเดือน และหมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือดด้วยจึงทำให้เสียชีวิต จากนั้นหมอบอกว่าห่วงโรคติดโควิดด้วยเพราะอยู่ห้องเดียวกันกับผู้ป่วยจึงได้ให้เอาไปเผาทันที จากนั้นจะเอากระดูกเสี่ยปานไว้ที่วัดบ้านสร้างแข้ 2 วัน วันจันทร์ที่ 16 พ.ค.ญาติๆ จะไปนำกระดูกมาทำพิธีสวดอภิธรรมที่บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้เพราะเป็นความตั้งใจน้องสั่งเสียไว้ว่าหากเขาตายไปให้จัดงานศพที่ตรงนี้ จากนั้นพอวันพุธที่ 18 พ.ค.ก็จะทำพิธีฌาปนกิจศพอีกครั้ง โดยตอนนี้ลูกชายของเขาคือน้องเกาลัดและครอบครัวฝ่ายอดีตภรรยาทราบเรื่องแล้ว

น.ส.สุธารี กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องมรดกเสี่ยปานนั้น ตนเองไม่รู้เท่าไรว่าจะยกให้ใครอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบน้องชายเขาบอกตลอดและย้ำกับตนเองสมัยที่เขามีชีวิตอยู่ โดยบอกว่า ไม่ต้องห่วงหากผมเป็นอะไรไป พี่น้องทุกคนสบาย เพราะเขาทำพินัยกรรมอะไรไว้หมดแล้ว ที่ตรงร้านก๋วยเตี๋ยวเขาก็ยกให้พี่สาว ส่วนบ้านและที่ดินที่ซื้อไว้ 10 ไร่ ก็ประกาศขายประมาณ 5 ล้านบาท เงินที่ได้ก็จะแบ่งให้พี่น้องทุกคน ส่วนเงินในบัญชีธนาคารที่เขาถูกหวยก็เหลืออยู่ คงต้องไปดูพินัยกรรมที่เขาเขียนไว้ น่าจะเสร็จจากงานศพเขาไปก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงเรื่องมรดกของเสี่ยปานจะวุ่นวายมั้ยหากอดีตภรรยาเขาจะมาขอส่วนแบ่งด้วย นางสุธารี บอกว่า ไม่ต้องห่วง เพราะในพินิยกรรมเขาเขียนไว้แล้วลูกเขาคงได้หลายล้าน แต่ตอนนี้พูดอะไรไม่ได้ ต้องรอไปเปิดพินัยกรรมของเสี่ยปานดูหลังจากเสร็จงานศพก่อน. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสี่ยปาน 30 ล้าน’เคยเล่านาทีเฮี้ยนเจอวิญญาณผีโบราณเฝ้าคุ้มครองจนถูกรางวัลที่ 1

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653321

'เสี่ยปาน 30 ล้าน'เคยเล่านาทีเฮี้ยนเจอวิญญาณผีโบราณเฝ้าคุ้มครองจนถูกรางวัลที่ 1

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.44 น.

“เสี่ยปาน 30 ล้าน” หรือ นายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปี หนุ่มใหญ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่ดวงเฮงถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2558 หมายเลข 743148 จำนวน 5 ใบกลายเป็นเศรษฐี 30 ล้านบาทเมื่อ 6 ปีที่แล้ว 

ย้อนกลับไปเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมาเขาเคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณผีโบราณที่คอยเฝ้าดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก จนทำให้เขาถูกรางวัลที่ 1 ร่ำรวยกลายเป็นเศรษฐี 30 ล้านในพริบตา ก่อนที่เขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับหลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองหาน ด้วยโรคมะเร็งทวารหนักระยะสุดท้ายและเสียชีวิตลงอย่างสงบ (ข่าวก่อนหน้านี้ ‘เสี่ยปาน’ 30ล้านน้ำตาคลอเบ้าหลังหมอบอกอยู่ได้อีกไม่นานเผยเป็นโรคหัวใจมานานแล้ว)

เสี่ยปาน 30 ล้านได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณผีโบราณที่เฝ้าคุ้มครองเขามาตั้งแต่เด็กว่า…”ชีวิตผมอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน ผมเชื่อเรื่องแต่ชาติปางก่อน มีวิญญาณคนขอมโบราณอยู่ตรงที่บ้านสวน ตอนนั้นผมยังเด็ก เขามาเข้าฝันบอกว่าอีก 23 ปีเจอกัน นับจากนั้นได้ 23 ปีผมก็มาถูกหวย 30 ล้านบาท อันนี้เรื่องจริง ผมฝันเห็นว่าเขาพาไปเที่ยวตรงนั้น ตรงนี้ ตรงที่ที่ซื้อไว้ ไปหาอะไรก็เจอสิ่งของโบราณหลายอย่าง

ล่าสุดไปเจอกระดิ่งโบราณในที่ดิน ผมจะไปทำงานไกลเขาก็ตามไป อย่างไปทำงานที่จังหวัดนครปฐม เขาก็ตามผมไป จนผมมาถูกหวยก็กลับมาซื้อบ้าน ผมไปอยู่ไกลไม่ได้เขาห่วง ผมก็เลยตัดห่วงบวชให้เขาและทำบุญใหญ่ให้ จากนั้นก็ไม่เห็นเขาอีกเลย ผมเชื่อว่าเขาไปผุดไปเกิดตัดเวรตัดกรรมให้แล้ว พอเขาไปผุดไปเกิดผมเองก็มาป่วยจนทรุดหนักจนถึงตอนนี้ ใครไม่เชื่อแต่ผมเชื่อเรื่องนี้ 

ตอนนี้ก็อยู่ไปเรื่อยๆ รอถึงวันนั้น ตอนนี้สุขภาพผมย่ำแย่ขนาดหนัก ผมอยากพักและอยากอยู่กับลูกให้นานที่สุด โควิดซาก็จะไปรับลูกกับยายออกทริปเที่ยวและทำบุญด้วยกัน ใจผมคิดเสมอว่าก่อนจะตาย ทำอย่างไรให้ลูกมีความสุขทุกอย่าง ตอนนี้อยู่เพื่อลูกเท่านั้น พูดถึงเรื่องลูกเมื่อไรน้ำตาจะไหลทุกที” นี่คือคำพูดของเสียปาน 30 ล้าน ที่ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ก่อนที่วันนี้เขาจะจากไปโดยไม่มีวันกลับ เหลือไว้แต่เพียงความทรงจำดีๆ ให้กับคนรุ่นหลังได้จดจำ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,273,736 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
Govt opens ‘order’ centres
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
KU23-2506

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d