Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘สุนัขจรจัด’พรวด!‘จิตสำนึก-ศก.’ปัจจัยหลักถูก‘ทิ้ง’ เปิดโมเดลแก้ปัญหา

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653309

‘สุนัขจรจัด’พรวด!‘จิตสำนึก-ศก.’ปัจจัยหลักถูก‘ทิ้ง’ เปิดโมเดลแก้ปัญหา

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

‘สุนัขจรจัด’พรวด!‘จิตสำนึก-ศก.’ปัจจัยหลักถูก‘ทิ้ง’ เปิดโมเดลแก้ปัญหา

13 พฤษภาคม 2565 ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) เปิดเผยว่า วันก่อนเห็นข่าวโครงการสุนัขชุมชนเมืองทองธานีแล้วรู้สึกชื่นชม และขอเป็นกำลังใจ และยังมีอีกหลายๆโครงการที่ดี เช่น โครงการจัดการปัญหาสุนัขในเขตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แบบมีส่วนร่วมจากชุมชนอย่างยั่งยืน หรือโครงการสุนัขชุมชนตลาดแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม นับว่าเป็นความพยายามของหลายภาคส่วนที่จะร่วมกันแก้ปัญหาสุนัขจรจัดในประเทศไทย

จากการสำรวจของกรมปศุสัตว์เมื่อปี 2563 พบว่า มีสุนัขจรจัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2.3 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2557 มีสุนัขจรจัดเพียง 7.3 แสนตัว หรือมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ในระยะเวลา 6 ปี และมีแนวโน้มจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดร.สาธิต กล่าวว่า ส่วนใหญ่ปัญหาสุนัขจรจัดเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะจากการที่ผู้เลี้ยงไม่ต้องการเลี้ยงหรือมีปัญหาผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้น หรือเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวถูกเลิกจ้างงาน เลี้ยงไม่ไหว การย้ายที่อยู่อาศัยหรือการละเลยขาดจิตสำนึกรับผิดชอบ นำสุนัขมาปล่อยทิ้งในที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก ถ้าอัตราการเพิ่มขึ้นของสุนัขดังกล่าวมีอย่างต่อเนื่อง และถ้าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องละเลยหรือขาดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดีและจริงจัง อาจจะนำมาสู่ปัญหาต่างๆมากมาย เช่น การสร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญจนนำมาสู่ความขัดแย้งของคนในชุมชนได้ รวมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ เช่น พิษสุนัขบ้าหรือการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกด้วย

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามหาแนวทางร่วมกันในการบูรณาการ การแก้ไขปัญหาในหลากหลายวิธี เช่น การผ่าตัดทำหมัน การจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ทั่วถึง

ทั้งนี้ “โครงการสุนัขชุมชน” จึงเกิดขึ้นจากหลายๆ แนวคิดที่ร่วมกันเสนอและผลักดันทั้งภาครัฐ เช่นกรมปศุสัตว์ ภาคเอกชน นักวิชาการ ซึ่งอาจแบ่งสุนัขเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก สุนัขไม่มีเจ้าของไม่มีผู้ดูแลเลย กลุ่มที่ 2 สุนัขไม่มีเจ้าของแต่มีผู้ดูแลให้อาหารบ้าง กลุ่มที่ 3 คือ สุนัขที่อยู่ในชุมชน มีคนให้อาหารและคอยดูแลบ้าง อาจมีการตั้งชื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในชุมชน สามารถจับไปทำหมันและฉีดวัคซีนได้  

โครงการสุนัขชุมชน ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือโครงการจากกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจัดสวัสดิภาพสัตว์และบริการทางการแพทย์ ก็ได้จัดโครงการสุนัขชุมชนเช่นกัน โดยได้กำหนดรูปแบบและรายละเอียดโครงการ เป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดูแลสุนัขจรจัดเป็นไปอย่างมีระบบ ลดปัญหาการเพิ่มจำนวนและลดปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชน และที่สำคัญเพื่อให้สุนัขในชุมชนได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดีตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ภายในระยะเวลา 3 ปี 2565-2567 มีพื้นที่ดำเนินการ 25 ชุมชนต้นแบบนำร่องเพื่อเป็นการทดลองและพร้อมจะขยายผลไปทั่วประเทศ

ทั้งนี้ มีรูปแบบกิจกรรม เช่น การลงทะเบียนประวัติสุนัขทุกตัวของชุมชน  การทำเครื่องหมาย การฝังไมโครชิพหรือทำสัญลักษณ์  การตรวจสุขภาพพื้นฐาน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี การกำจัดเห็บหมัดและถ่ายพยาธิ การผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุมจำนวนประชากร หรือแม้แต่การมีเครื่องหมายหรือปลอกคอที่สามารถระบุพฤติกรรมได้ เช่น ปลอกคอสีเขียว หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมที่ทุกคนจับต้องได้ ปลอกคอสีเหลือง หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมที่คนดูแลเท่านั้นจับต้องได้ ปลอกคอสีแดง หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมหวาดระแวงไม่มีใครจับต้องได้  ผลที่คาดว่าจะได้รับ จำนวนสุนัขจรจัดในชุมชนลดลงในแต่ละปี ลดการปล่อยและทอดทิ้งสุนัข สุนัขได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดี ลดปัญหาการสงเคราะห์สัตว์ช่วยเหลือสัตว์แบบเคาะกะละมังเลี้ยง และได้รูปแบบที่เหมาะสมในการขยายผลและต่อยอดในการจัดการสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ เป็นต้น

“โครงการสุนัขชุมชน ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่เป็นแนวความคิดที่ดี ในการกระจายรูปแบบและวิธีการด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมที่ต้องเริ่มจากคนในชุมชนด้วยกันเอง และมีหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนช่วยกันสนับสนุนทรัพยากรทางบริหาร ในการแก้ปัญหาของชุมชนให้ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยชุมชนและเพื่อชุมชนนั้น แต่ที่สำคัญขอฝากไว้ว่า ต้องมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อการปรับรูปแบบให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทและปัญหาที่แท้จริงของชุมชนนั้น ต่อไป” ดร.สาธิต กล่าว

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อัลไซเมอร์’ภัยเงียบ’สูงวัย’ ยังไม่มีวิธีรักษาหายขาด ป้องกันปรับพฤติกรรมตั้งแต่ก่อนแก่..ลดเสี่ยง!!

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653271

'อัลไซเมอร์'ภัยเงียบ'สูงวัย' ยังไม่มีวิธีรักษาหายขาด ป้องกันปรับพฤติกรรมตั้งแต่ก่อนแก่..ลดเสี่ยง!!

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.27 น.

ยังคงต้องติดตามกันต่อไปกับกรณี “หมอปลา” จีรพันธ์ เพชรขาว หลังเดินหน้าตรวจสอบวงการสงฆ์ตลอดจนความเชื่อสำนักลัทธิต่างๆ มาหลายหน แต่ครั้งนี้ดูจะเจอ “กระแสตีกลับ” เสียแล้ว เมื่อไปตรวจสอบ วัดดป่าดงสว่างธรรม จ.ยโสธร หลังได้รับคลิปร้องเรียนว่า “หลวงปู่แสง” พระเกจิดัง อายุเกือบ 100 ปีนั้น ลวนลามสีกา เนื่องจากในเวลาต่อมา มีการยืนยันว่า หลวงปู่แสง ป่วยเป็นโรค “อัลไซเมอร์” ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง จนทำให้หมอปลาต้องออกมาขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

สำหรับโรคอัลไซเมอร์นั้น พญ.จิตรลดา สมาจาร อายุรแพทย์ด้านโรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลสมิติเวช เขียนบทความ “ลืมง่าย จำยาก เสี่ยงอัลไซเมอร์” เผยแพร่บนเว็บไซต์ ของ รพ.สมิติเวช ระบุว่า โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer Disease) เป็นโรคที่มีการถดถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของสมองมากกว่าวัย เกิดจากการที่โปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-Amyloid) ซึ่งเป็นผลจากของเสียที่เกิดจากการสันดาปของเซลล์ มีการตกตะกอนและไปจับกับเซลล์สมอง เส้นใยที่เชื่อมต่อของสมอง รวมถึงเซลล์พี่เลี้ยงของสมอง ส่งผลให้เกิดความเสียหายและนำมาสู่การตายของเซลล์สมอง โดยทำให้สมองเสื่อมและฝ่อลง และเกิดการสูญเสียเนื้อสมองในที่สุด

โรคอัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในกลุ่มของโรคสมองเสื่อม (Dementia) ที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 60-80 ของกลุ่มผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมทั้งหมด ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากการมีอายุยืนยาวขึ้นและปัจจัยด้านอื่นๆ ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานจำนวนผู้ป่วยที่แน่ชัด แต่จากข้อมูลของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Association) ที่เก็บข้อมูลของชาวอเมริกัน

พบว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นทุกปี และสูงถึง 14 ล้านคนในปี 2563 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ สมองเสื่อมจากภาวะสมองขาดเลือด (Vascular Dementia), Dementia  with Lewy bodies, Frontotemporal lobar dementia,  ภาวะสมองเสื่อมในโรค Parkinson  (Parkinson’s disease dementia)  และภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน

สำหรับสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ แบ่งเป็น 1.ปัจจัยที่แปลงไมได้ ประกอบด้วย 1.1 อายุ ในบุคคลทั่วไป เมื่ออายุมากกว่า 65 ปีไปแล้ว ทุกๆ 5 ปี จะมีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า 1.2 ปัจจัยทางพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคความจำเสื่อมในครอบครัว 1.3 การกลายพันธ์ของยีน Apolipoprotein E (Apo E), Amyloid-beta Precursor Protein (APP), Presenilin 1 (PSEN1) และ Presenilin 2 (PSEN2) และ Down’s syndrome จะทำให้ปรากฎอาการของโรคอัลไซเมอร์เร็วกว่าคนปกติ และ 1.4 เพศ พบว่าเพศหญิงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์มากกว่าเพศชายเล็กน้อย

2.ปัจจัยที่เกิดขึ้นภายหลัง ประกอบด้วย  2.1 โรคเบาหวาน พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน 2.2 โรคความดันโลหิตสูง พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 61 2.3 โรคอ้วน พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 60 2.4 การสูบบุหรี่ พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 59 และ 2.5 การไม่ออกกำลังกาย พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า 82%

3. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและทางกายภาพอื่นๆ ประกอบด้วย 3.1 ระดับการศึกษา พบว่า จะมีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 59 หากมีระดับการศึกษาต่ำ 3.2 ภาวะซึมเศร้า พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 90 3.3 ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทำให้ขาดการทำงานของสมองในหลายๆ ด้าน และยังเป็นความเสี่ยงของการเกิดโรคซึมเศร้าอีกด้วย

3.4 การนอนหลับ การนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) โรคของการเคลื่อนไหวผิดปกติช่วงนอน (Restless Leg Syndrome) โรคเหล่านี้มีผลต่อการซ่อมแซมเซลล์สมองในช่วงระหว่างการนอนหลับลึก และการรวบรวมความจำในช่วงระหว่างการนอนหลับตื้น และ 3.5 การมีประวัติอุบัติเหตุทางสมอง ที่ทำให้เซลล์สมองได้รับความเสียหาย

อาการของโรคอัลไซเมอร์ ประกอบด้วย 1.สูญเสียความจำหรือข้อมูลระยะสั้น มีการหลงลืมที่รบกวนชีวิตประจำวัน ลืมของไว้ในที่ที่ไม่ควรเก็บ เช่น วางของทิ้งไว้แล้วลืม วางกุญแจรถไว้ในตู้เย็น นึกชื่อคนที่รู้จักไม่ออก ถ้าหากตัวโรคเป็นมากขึ้น ก็อาจทำให้สูญเสียความทรงจำในอดีตได้ 2.มีความสับสนในวัน เวลา สถานที่ 3.มีความสับสนในทิศทาง เช่น ลืมเส้นทางที่เคยใช้เป็นประจำ

4.มีปัญหาในการสื่อสาร เช่น คิดคำพูดไม่ออก เข้าใจหรือสื่อสารข้อความยาวๆ ไม่ได้ 5.มีการตัดสินใจที่แย่ลง ช้าลง 6.มีการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหาที่ทำได้ยากขึ้น หรือทำได้แย่ลง 7.ขาดสมาธิในการจดจ่อกับสิ่งที่ทำ 8.มีปัญหาในการทำงาน ทำงานให้สำเร็จได้ยากกว่าปกติ 9.มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ซึมเศร้า และ 10.มีการแยกตัวจากสังคม งาน หรือกิจกรรมที่เคยทำหรือชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่า “คนที่มีพฤติกรรมหลงลืมบ่อยๆ อาจไม่ได้เป็นโรคอัลไซเมอร์เสมอไป” โดยเกิดขึ้นจากอีก 2 สาเหตุ ดังนี้ 1.มีอาการขี้ลืมจากการไม่ได้จดจำ ไม่ได้เก็บข้อมูลเข้าไปในความจำ เช่น ยุ่งมากมีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องทำ ลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคความจำเสื่อม 2.มีอาการขี้ลืมที่เกิดจากความจำถดถอย ความสามารถในการจดจำลดลง ถือว่าเป็นโรคความจำเสื่อม ซึ่งมักมีอาการอื่นในเรื่องของความจำร่วมด้วย

รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนบทความ “โรคอัลไซเมอร์ภัยเงียบของผู้สูงวัย” เผยแพร่บนเว็บไซต์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายอาการของโรคอัลไซเมอร์ ว่ามี 3 ระยะ คือ 1.ก่อนเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม มีอาการเริ่มต้นที่เรียกว่า ภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย มักหลงลืมหรือมีปัญหาเรื่องความจำที่เห็นชัดเจน แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน

2.เมื่อเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม มีอาการเสื่อมถอยของการรับรู้มากขึ้น อาจมีอาการทางจิต และปัญหาพฤติกรรมด้วย มีความบกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน จนทำให้ต้องพึ่งพิงผู้ดูแล และ 3.ระยะอาการรุนแรง มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ มีปัญหาการก้าวเดิน การกลืน และนอนติดเตียง จำเป็นต้อง มีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน

บทความ “โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer” เผยแพร่บนเว็บไซต์ รพ.จุฬาภรณ์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานการรักษาโรคให้หายขาด จึงมุ่งเน้นการดูแลรักษาเพื่อช่วยลดความพกพร่องทางการรู้คิด และสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันและเข้าสังคมได้มากที่สุด โดยแบ่งเป็น 1.การรักษาโดยไม่ใช้ยา (Non-Pharmacological Management) การรักษาด้วยวิธีนี้มีอยู่หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับภาวะความรุนแรงของโรคและขีดความสามารถในการเรียนรู้ของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมตามระยะของโรค ดังนี้

1.1 การดูแลเรื่องกิจวัตรประจำวันและการฝึกทักษะการเข้าสังคม ให้ผู้ป่วยได้ร่วมดูแลเรื่องกิจวัตรประจำวันของตนเองโดยมีผู้ดูแลคอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือตามขีดความสามารถของผู้ป่วย สนับสนุนให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในสังคมครอบครัวและสังคมภายนอกตามความเหมาะสม 1.2 การดูแลปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น เสียงรบกวน รวมถึงการปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยง่ายต่อการใช้งาน เช่น ให้พื้นเรียบ ไม่มีของเกะกะทางเดินและแสงสว่างเพียงพอ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

1.3 การให้ความรู้กับผู้ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจะเข้าสู่สภาวะที่ต้องพึ่งพา ผู้ดูแลเป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจการดำเนินของโรค และความรู้เกี่ยวการดูแลผู้ป่วยในแต่ละระยะของโรค รวมไปถึงสนับสนุนการดูแลตนเองของผู้ดูแลผู้ป่วย 1.4 การฟื้นฟูผู้ป่วยสมองเสื่อมด้านกายภาพ เนื่องจากผู้ป่วยที่มีอาการสมองเสื่อมอาจมีขีดความสามารถในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ลดลง การปรับอุปกรณ์ให้ง่ายต่อการใช้งานหรือปรับกิจกรรมให้เรียบง่ายและปลอดภัย รวมไปถึงการฝึกการกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสโดยการบีบ จัด นวด การกระตุ้นกิจกรรมการเคลื่อนไหวจะทำให้ผู้ป่วยได้ฝึกสมรรถภาพทางกายภาพได้ดียิ่งขึ้น

และ 1.5 การดูแลด้านพฤติกรรมและจิตบำบัด ปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อย อาจต้องใช้การรักษาควบคู่ทั้งการรักษาด้วยยาและพฤติกรรมและจิตบำบัด อาจใช้การให้ความรู้แก่ผู้ดูแลเพื่อให้เข้าใจผู้ป่วยและมีวิธีการดูแลได้อย่างเหมาะสม เช่น การเบี่ยงเบนความสนในผู้ป่วยออกจากเรื่องที่กำลังหงุดหงิดหรือโมโห การเสริมสร้างด้านอารมณ์ด้วยดนตรีบำบัด เป็นต้น

กับ 2.การรักษาด้วยยา (Pharmacological Management) ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่ามียาที่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่อาจมียาบางกลุ่มที่สามารถใช้รักษาบรรเทาอาการ และการรักษาประคับประคอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก 2.1 ยาที่ใช้รักษาตามอาการด้านการรู้คิด ได้แก่ยากลุ่มที่ยับยั้งสารที่ทำลายสารสื่อประสาทในสมอง (acetylcholine esterase inhibitor) ทำให้มีสารสื่อประสาทเพิ่มขึ้น เช่น ยา donepezil, galantamine, rivastigmine เป็นต้น สามารถใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงรุนแรง นอกจากนี้ยังมียากลุ่ม NMDA receptor antagonist เช่น memantine ทำให้ glutamate ไม่สามารถจับกับ receptor ได้ทำให้ลดการเกิดพิษต่อเซลล์ประสาท ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง

2.2 ยาที่ใช้รักษาปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และความผิดปกติทางจิต ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และความผิดปกติทางจิตเกิดได้บ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อม ซึ่งอาจต้องใช้ยาตามอาการทางจิตร่วมรักษา เช่น ยาต้านเศร้า ยาลดอาการหลงผิดประสาทหลอนและอาการกระวนกระวาย ยาคลายกังวลหรือยานอนหลับ โดยแพทย์อาจจะปรับยาตามอาการเพื่อให้สมดุลโดยพิจารณาถึงประโยชน์และผลข้างเคียงของการใช้ยา อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์จำเป็นต้องดูแลอย่างเป็นองค์รวมประกอบด้วยการดูแลรักษาในด้านกายภาพ ด้านจิตใจและพฤติกรรม ด้านการเข้าสังคม รวมไปถึงการให้ความรู้และสนับสนุนญาติผู้ดูแลผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

และเมื่อยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด “การป้องกัน” ลดปัจจัยเสี่ยงก่อโรคอัลไซเมอร์ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ประกอบด้วย

1.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูง 2.รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน 3.ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ 4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5.ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่อสมอง การพลัดตกหกล้ม และ 6.ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจติดตามโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เป็นระยะ ๆ หากมีอาการเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ

นอกจากนี้ การฝึกฝนสมอง เช่น คิดเลข อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ ฝึกการใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ การพบปะพูดคุยกับผู้อื่นบ่อย ๆ การมีความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ไปวัด ไปงานเลี้ยง เข้าชมรมผู้สูงอายุ ฯลฯ นอกจากนี้อาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ยังช่วยให้ผู้สูงวัยคุณภาพชีวิตที่มีและมีความสุขอีกด้วย!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ‘หมอปลา-น้ำฟ้า’น้อมรับกรรม กราบขอโทษ รับผิดพลาดเรื่องป่วย’หลวงปู่แสง’

– หลานสายตรง’หลวงปู่แสง’งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์

– เคลียร์ปม‘หลวงปู่แสง’!แพทย์ผู้รักษาออกโรงคอนเฟิร์ม‘หลงลืม’จริงหรือไม่

– ‘หลวงปู่ชื่อดัง’ จับ’หน้าอก-อวัยวะเพศ’สีกา อวดอ้างดื่มปัสสาวะรักษาโรค (คลิป)

อ้างอิง

– ลืมง่าย จำยาก เสี่ยงอัลไซเมอร์ : พญ.จิตรลดา สมาจาร

– โรคอัลไซเมอร์ภัยเงียบของผู้สูงวัย : รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย

– โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer : รพ.จุฬาภรณ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สวนผักคุณตา เกษตรพอเพียง’ จากสวนผักคนเมือง ‘ต่อยอด’ สู่สวนผักเมืองอุตรดิตถ์

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653235

'สวนผักคุณตา เกษตรพอเพียง' จากสวนผักคนเมือง 'ต่อยอด' สู่สวนผักเมืองอุตรดิตถ์

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.44 น.

“เกษตรพอเพียง” ด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ ที่นำมาใช้กับในเมืองใหญ่นั้น มีผู้ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ เห็นผล คือ นางสาววิภาพร เสวันนา หรือ “ปุ้มปุ้ย” โดยเรื่องราวของเธอนั้นได้ถูกนำบอกเล่าผ่านเพจ “สวนผักคุณตา เกษตรพอเพียง” ซึ่งมีคุณพ่อเป็นแกนหลักในการใช้พื้นที่สาธารณะเพียง 300 ตารางวา ในซอยรามคำแหง 162 หรือ ซอยมิสทีน เนรมิตให้เป็นสวนผักกลางกรุง และปัจจุบันวิภาพรต่อยอดสวนผักในเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อทำมาแต่เดิม ออกมาสู่สวนผักกลางเมือง ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยอยู่ห่างอำเภอเมืองอุตรดิตถ์เพียง 15 กิโลเมตร

“หลังจากที่ปุ้มปุ้ยมีประสบการณ์การปลูกผักที่พื้นที่ร่มเกล้าใน กทม.แล้ว ก็พบว่า การเริ่มปลูกผักจากจุดเล็กๆนั้น ทำให้การปลูกผักมีโอกาสที่จะขยายพื้นที่ออกไปได้มากกว่า และ ผู้ปลูกก็มีกำลังใจ โดยในปลายปี 2563 พ่อของปุ้มปุ้ยย้ายมาที่อุตรดิตถ์ ก็ใช้พื้นที่ 2 ไร่ปลูกเกษตรแบบผสมผสาน ต่อมาในปีนี้ขยายเป็น 10 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกป่าไม้ยืนต้น เช่น ไม้ยางนา , ไม้สัก และ ไม้พะยูง รวมทั้งมีในส่วนของพื้นที่ปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง และ ผักสวนครัว เช่น ฟักทอง , พริก และ บวบ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แบ่งปลูกข้าวไว้ทานเอง โดยผลผลิตทั้งหมดในช่วงแรกก็ได้แจกจ่ายให้คนในหมู่บ้าน ตอนนี้ก็เก็บขายมีรายได้ทุกวัน และ ไม่ต้องเสียเงินซื้อกับข้าวในแต่ละวัน เพราะในสวนมีหมดทุกอย่าง” นางสาววิภาพร เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

นางสาววิภาพรเล่าอีกว่า ในช่วงแรกที่มาทำเกษตรอินทรีย์ที่อุตรดิตถ์ พ่อซึ่งเป็นต้นแบบของการปลูกผักในเมือง ได้เริ่มปลูกกล้วย ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ให้ผลง่าย ให้ความชุ่มชื่นกับดิน โดยในช่วงแรกเมื่อได้ผลผลิตก็มีการแจกให้กับคนหมู่บ้าน จากเดิมที่เคยล้มเหลวจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อปรับมาทำเกษตรผสมผสาน ทำให้มีผลผลิตแจกให้คนในหมู่บ้าน และ มีพอขายพอทานในเวลานี้ 

“พอกลับมาอยู่ที่อุตรดิตถ์ สภาพอากาศที่นี่ดีมาก สภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้เรามีความสุข และ มองว่าการทำเกษตรสำหรับคนยุคใหม่นั้น ทำได้ และ อยู่ได้ แต่ต้องอดทน เพราะปลูกไปแล้ว จะต้องรอให้ได้ผลผลิตนั้น ใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี จึงจะเห็นผล และ ก็พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็นโอกาสทางการตลาดทั้งในทางออนไลน์และออฟไลน์ แต่ก็ทนปลูกพืชเกษตรและรอให้พ่อค้าคนกลางเข้ามาซื้อ ซึ่งก็จะถูกกดราคา” นางสาววิภาพร เล่าให้ฟังถึงการเป็นเกษตรกรในยุคดิจิตอล

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2563 วิภาพรกลับบ้านมาอยู่ จ.อุตรดิตถ์ ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือ ทั้งพ่อและแม่ป่วยเป็นโรคโควิด ทำให้เธอต้องนำหลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ได้รับอบรมมาจากแพทย์วิถีธรรมมาใช้ดูแลสุขภาพของพ่อ โดยการนำสมุนไพรที่อยู่ในแปลงเกษตร มาทำสูตรยา 7 นางฟ้า คือ ลูกใต้ใบ, ขิง, ข่า, ตะไคร้, ใบมะกรูด, หอมแดง, กระชาย และใช้มะขามเปียกมาต้มรวมด้วยกัน ซึ่งเป็นสูตรดูแลพ่อให้มีร่างกายฟื้นกลับมาภายใน 14 วันและเป็นช่วงเวลากักตัว 

หลังจากนั้นอีก 3-5 วันใช้สูตรถอนพิษด้วยการทำน้ำด่างจากใบย่านางและผงถ่าน โดยเธอบอกว่า พื้นฐานการทำเกษตรนั้นเชื่อมโยงกับทุกเรื่องราวในชีวิต และนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลสุขภาพของพ่อและแม่ได้ รวมทั้งพื้นฐานการทำเกษตร การรู้เรื่องเกษตรนั้นทำให้เธอไม่ตกอยู่ในสภาวะความกลัวโรคโควิด และทำให้เธอดูแลสุขภาพของตัวเองจนทำให้ไม่ติดโควิด ทั้งที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย

สำหรับพื้นฐานเดิมนั้นวิภาพรจบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำให้ปัจจุบันวิภาพรเป็นประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จ.อุตรดิตถ์ มีสมาชิก 123 คน มีทีมงานกว่า 20 คน ขับเคลื่อนงานศาสตร์พระราชาในโซนภาคเหนือ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 พระวีระยุทธ์ อภิวีโร หรือครูบาจ๊อก พระนักพัฒนา วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (บวร) ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจแปลงเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หนึ่งในพื้นที่คือ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 

โดยมีเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติพื้นที่ภาคเหนือเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งนางสาว วิภาพรเล่าว่า ผลการเยี่ยมชมพบว่าเกษตรกรบางส่วนประสบความสำเร็จ เพราะมีการนำบันได 9 ขั้น ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไปใช้ แต่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตร เพราะยังไม่เข้าใจหลักบันได 9 ขั้น และ อยู่ในช่วงเริ่มต้นทำเกษตรกรรมเพียง 1-2 ปีแรกเท่านั้น

“สำหรับบันได 9 ขั้นของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นบันไดก้าวสู่ความพอเพียง และเป็นฐานรากของ “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยเกษตรกรที่เดินตามศาสตร์พระราชาในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงนั้น ต้องทำความเข้าใจในหลักบันได 9 ขั้น ได้แก่ พอกิน, พอใช้, พออยู่, พอร่มเย็น, บุญ, ทาน, เก็บ, ขาย และข่าย

นางสาววิภาพรทิ้งท้ายเป็นกำลังใจให้กับผู้อ่านว่า ตนเองนั้นมีความสนใจปลูกผักทานเองมาเป็นเวลา 10 ปี ก็เห็นผลดีกับตนเอง เพราะฉะนั้น หากทุกคนหันมาดูแลตัวเองด้วยการปลูกผักทานเอง ไม่พึ่งพาการซื้อเพียงอย่างเดียว ก็จะทำให้มีแหล่งอาหารเป็นของตนเอง และ เห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอยู่ในบันได 9 ขั้น ซึ่งเป็นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า’เจ้าลายแทง’เสือโคร่งเพศผู้อายุ 19 ปีป่วยไตวายเรื้อรัง

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653234

ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า'เจ้าลายแทง'เสือโคร่งเพศผู้อายุ 19 ปีป่วยไตวายเรื้อรัง

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.18 น.

สัตวแพทย์แอนิมัลสเปซ ร่วมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ทำการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า “เจ้าลายแทง” เสือโคร่ง เพศผู้อายุ 19 ปีเหตุป่วยไตวายเรื้อรัง พบได้ผลหลังเริ่มขยับขาได้เอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 13.00 น.ต่อเนื่องไปถึงเวลา 16.30 น.ของวันที่ 12 พ.ค.65 ที่ผ่านมาที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก สพ.ญ.กนกวรรณ ศรุตานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สอป.สบอ.3 (บ้านโป่ง) สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และ สพ.ญ.วิรินดา สมฤทธิ์ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การฝังเข็มจากโรงพยาบาลสัตว์แอนิมัลสเปซ ได้ทำการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า (การแพทย์ทางเลือก) เสือโคร่ง เพศผู้ ชื่อ ลายแทง อายุ 19 ปีซึ่งป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถลุกนั่งหรือยืนได้ 

โดยได้รับความอนุเคราะห์ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์การรักษา จากโรงพยาบาลสัตว์แอนิมัลสเปซ โดยทำการฝังเข็มรักษาพร้อมทั้งกระตุ้นไฟฟ้าผ่านเข็มที่ทำการฝังตามจุดต่างๆที่สำคัญของร่างกายสัตว์ป่วย เพื่อหวังผลให้เสือโคร่งลายแทงขยับขาได้มากขึ้น มีแรงยกตัวเพื่อลุกนั่งจากการที่กล้ามเนื้อไม่ฝ่อลีบ

จากการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าและการยิงคลื่นอัลตร้าซาวน์เข้ากล้ามเนื้อ ที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.65 พบว่า เสือโคร่งลายแทง สามารถขยับขาได้มากขึ้น อาการเกร็งกล้ามเนื้อขาหน้าและขาหลังลดลง ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถลุกนั่งได้เอง แต่บางช่วงสามารถลุกนั่งได้ ยังไม่สามารถยืนและเดินได้ กินอาหารปกติ 4 กิโลกรัมต่อวัน (อาหารเฉพาะทางโรคไตและเนื้อหมูต้มสุกบดละเอียด) กินน้ำปกติ ขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะปกติ การดูแลรักษา ทำการให้สารน้ำเข้าใต้ผิวหนังทุกวัน ให้สารน้ำผ่านหลอดเลือดในบางช่วง เจาะเก็บเลือดตรวจทุก 7-10 วัน กินยารักษาโรคไต ยาบำรุงตับ ยาบำรุงเลือด ในบางช่วงทำการให้ยารักษาโรคไตผ่านหลอดเลือดดำ 

ภาพจากกรมอุทยานแห่งชาติ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวหนองคายกลับมาคึกคักคนไทยอยากไปเที่ยวฝั่งลาวมากขึ้น

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653230

ท่องเที่ยวหนองคายกลับมาคึกคักคนไทยอยากไปเที่ยวฝั่งลาวมากขึ้น

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.51 น.

ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวหนองคายชี้คนไทยต้องการไปเที่ยวมากขึ้น สาเหตุหลักอยากนั่งรถไฟความเร็วสูง ส่วนคนลาวติดปัญหาเข้าระบบไทยแลนด์พาสแถมต้องซื้อประกันโควิดราคาแพงทำให้คนลาวยังเข้าประเทศไทยน้อย

วันนี้ (13 พ.ค.65) บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พบว่ามีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และเดินทางแบบครอบครัว ซึ่งทุกคนต้องเตรียมเอกสารการเดินทาง หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนหรือวัคซีนพาสปอร์ต มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง กรณีที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าออกประเทศต้องมีพาสปอร์ตรถเล่มสีม่วงมายื่นให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายตรวจสอบด้วย

นางสุกานดา พันธุ์เสือ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า หลังจากมีการเปิดด่านสากลที่จังหวัดหนองคาย ให้คนไทย คนลาว สามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทย และ สปป.ลาว ได้ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.เป็นต้นมานั้น พบว่าคนไทยมีความต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศลาว มากกว่าคนลาวที่จะเข้ามาในไทย เนื่องจากคนไทยเข้าไปในลาวสามารถใช้บัตรผ่านเข้าไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์ ได้ 3 วัน 2 คืนโดยมีวัคซีนพาสปอร์ต 2 โดสขึ้นไปก็ผ่านเข้าไปเที่ยวในลาวได้ 

คนที่จะเข้าไปท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติค่อนข้างเยอะ การใช้พาสปอร์ตในการเดินทางก็จะประทับตรากับเจ้าหน้าที่ได้เลย ทางบริษัททัวร์จะแนะนำให้คนไทยที่ใช้พาสปอร์ตต้องไปนั่งรถไฟความเร็วสูงหรือไปหลวงพระบางต้องใช้พาสปอร์ตในการเดินทาง ก่อนออกนอกประเทศต้องเข้าระบบไทยแลนด์พาสก่อนตามระเบียบของไทย ซึ่งจุดนี้เป็นปัญหาในการทำให้คนลาวไม่เข้ามา เพราะถ้าจะเข้ามาต้องซื้อประกันราคา 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 350,000 บาท และต้องเข้าระบบไทยแลนด์พาส มีหนังสือรับรองวัคซีน ซึ่งไทยแลนด์พาสต้องทำล่วงหน้า 1 วัน เป็นอุปสรรคทำให้คนลาวหรือคนต่างชาติยังเข้าประเทศไม่ได้มากนัก 

“ถ้าเป็นไปได้อยากให้ยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส กรณีเดินทางไปประเทศลาวหากติดเชื้อโควิด 19 จะรักษาที่ประเทศลาวหรือจะกลับมารักษาในประเทศไทยได้ เป็นการรับผิดชอบค่ารักษาตัวเอง” นางสุกานดา กล่าว 

ตอนนี้มีการจองทัวร์เข้ามาโดยระบุต้องการไปเที่ยวหลวงพระบาง นั่งรถไฟความเร็วสูง 3 วัน 2 คืน เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าจะไปถึงชายแดนบ่อเต็นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จีนเข้ามาลงทุน ตอนนี้จีนยังไม่อนุญาตให้เข้า ซึ่งมีนักท่องเที่ยวสอบถามเข้ามามาก สะท้อนว่าคนอยากท่องเที่ยวมากขึ้นหลังจากต้องเครียดกับสถานการณ์โควิด 19 มายาวนาน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อ.เฉลิมชัย’ฟาดแรง! เตือนสติ’หมอปลา’ คิดก่อนทำ อย่าห้าวมาก เมื่อขึ้นได้ ก็ลงได้

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653228

'อ.เฉลิมชัย'ฟาดแรง! เตือนสติ'หมอปลา' คิดก่อนทำ อย่าห้าวมาก เมื่อขึ้นได้ ก็ลงได้

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.37 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊กของ คนสนิท อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ  ที่ใช้ชื่อ “นรินทร ทามาส” ได้โพสต์คลิปอาจารย์เฉลิมชัย มีความยาว 1.40 นาที ซึ่งมีข้อความว่า ฝากถึงหมอปลา ท่าน อาจารย์ผม เครียด!!! 

โดยเนื้อหาในคลิป อาจารย์เฉลิมชัย ได้ระบุว่า ว่าจะไม่พูดออกคลิปแล้ว แต่นี้เครียดมาก และฝากถึงหมอปลา ต้องระมัดระวังห้าวเหลือเกินไป ต้องผ่อนลงหน่อย มีสติหน่อย เลือกสรรคหน่อย คิดหน่อย ไม่ใช่ใครส่งคลิปอะไร ฟ้องมาก็ลุยเลย พี่เป็นห่วงมึง น้องทำมาดีแล้วที่ช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ว่ามึงลุยขาดสติแบบนี้ รวมทั้งกริยามารยาท มึงดังแล้วคนดูมึงเยอะ แต่เมื่อขึ้นได้ก็ลงได้จงจำไว้ อย่าห้าวมากเกินไป อย่าบุกจนขาดสติ

“ไอ้xxต้องคิดให้รอบคอบอย่าไปฟังคนเชียร์มากเกินไป เมื่อดังแล้วดับก็มีเยอะแยะหมอปลาก็น่าจะรู้ ต้องระมัดระวังไอ้น้อง โอ้วโห้หลวงปู่ท่านอายุขนาดนี้ เป็นโรคอัลไซเมอร์ มึงจะเอาจากท่าน ควรนึกการปฏิบัติปฏิบัติชอบของท่านบ้าง คิดแต่นี้มึงก็พอแล้ว ต้องใจเย็นคิดก่อนทำ”

ทั้งนี้หลังจากมีการโพสต์ มีผู้ที่ชื่นชอบอาจารย์เฉลิม เข้ามาคอมเม้นจำนวนมาก ในเชิงที่เห็นด้วยกับอาจารย์เฉลิมชัย และมีการแชร์ต่อจำนวนมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หลานสายตรง’หลวงปู่แสง’งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์

‘เซียนพระ’เดือด! ถ้า 2 ผัว-เมียถ้าล้ม’หลวงปู่แสง’ลงได้ ก็ไม่ต้องไปหวังพึ่งอะไรแล้ว

‘หมอปลา’ออกโรงโต้จัดฉากใส่ร้าย’หลวงปู่แสง’ ชี้พระรอบข้างอ้างอุตริ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 13 พฤษภาคม 2565

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653143

ลึกลับในสนามข่าว : 13 พฤษภาคม 2565

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…เป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ที่มาแรงทีเดียว สำหรับพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.)ที่คาดหวังกันว่าจะเป็นพรรคที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าปัจจุบันได้ หลังจากมั่นใจว่า“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” มือเศรษฐกิจของรัฐบาล“พล.อ.ประยุทธ์”ในยุค คสช.จะมาช่วยเป็นแบ๊กให้ สอท.ด้วยและที่สำคัญ แกนนำพรรคทั้ง “อุตตม สาวนายน–สนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์” ต่างออกมาการันตีว่า “สมคิด”เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคสอท.อันดับหนึ่งแน่นอนด้วย…ทราบว่าตอนนี้สอท.กำลังขะมักเขม้นกับการต่อเติมปรับปรุงตึกSUPER 9 TOWER แถวๆ พระราม 9เป็นที่ทำการพรรคเพื่อรองรับสมาชิกและสื่อมวลชน ก็ต้องบอกเลยว่าตึกนี้หรูหราใช้ได้เลยทีเดียวและที่ดูแล้วฮือฮาไฮเทคสุดๆก็ตรงที่จอดรถแบบ “ไฮดรอลิก” นั่นเอง สามารถจอดรถได้เป็นร้อยๆคัน น่าจะถือเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่มีที่จอดรถแบบไฮดรอลิกแบบนี้ “บิ๊กสน-สนธิรัตน์”เลขาธิการพรรคบอกนักข่าวอย่างภูมิอกภูมิใจ ถึงที่ตั้งของพรรคว่า เป็นตึกที่ดูดี โปร่ง โล่งสบาย ที่จอดรถนับร้อยคันด้วยระบบไฮดรอลิก ที่สำคัญอยู่ติดถนน เดินทางไป-มาสะดวกไม่ต้องเข้าตรอก ซอกซอยให้เมื่อย แหมๆ แบบนี้หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค สอท.คงรับแขกไม่หวาดไม่ไหวหัวบันไดไม่แห้งแน่..เตรียมตัวเลยคร่า555..nn

nn …อยู่ในครอบครัวซินแสที่คนทั้งประเทศรู้จักและให้ความเชื่อถืออย่างมากแต่ก็มีความสนใจด้านการเมืองสำหรับ “ซินแสโจ้”คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ที่ก่อนหน้านี้อาจอยู่แค่ขอบสนามการเมือง แค่ชิมลางการเมืองกับตำแหน่งอดีตที่ปรึกษาข้าราชการการเมืองประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอดีตที่ปรึกษาโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฯลฯยังไม่ได้ลงสนามจริงเสียที…ล่าสุดตัดสินใจลงถนนการเมืองเต็มตัวแล้วและเสนอตัวเป็น “ว่าที่ผู้สมัครสส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย”ของพรรคเศรษฐกิจไทย(ศ.ท.) และด้วยแรงแห่งความสนใจการเมืองอย่างเต็มเปี่ยม ผสมกับความมุ่งมั่น ทุ่มเท คอยติดสอยห้อยตาม“อาน้อย”พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ลงพื้นที่ตลอด รับรู้ รับฟังปัญหาประชาชนในแต่ละพื้นที่ตลอด และยังคอยชี้แจงกับสื่อถึงความชัดเจนของประเด็นต่างๆ ที่อาจคลาดเคลื่อนจนผลงานเข้าตา“อาน้อย”มีคำสั่งแต่งตั้งเป็น“โฆษกประจำหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย”มีหน้าที่แถลงมติที่ประชุมและนโยบายของพรรค ประชาสัมพันธ์งานและกิจกรรมของพรรค ชี้แจงข่าวและสร้างความเข้าใจข่าวที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน รวมถึงปฏิบัติงานอื่นตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย…ที่สำคัญ ร่วมประสานการทำงานกับสื่อมวลชนและสาธารณชนเกี่ยวกับงานและกิจกรรมของพรรคให้มีประสิทธิภาพอย่างดี รวดเร็วและทั่วถึง…ดูหากตามอำนาจหน้าที่และความมีอัธยาศัยที่ดี มีความเป็นกันเองกับสื่อแล้ว ตำแหน่งนี้มีความเหมาะสมกับ“ซินแสโจ้” มาก กระแสชื่นชมยินดีในFB ล้น…!!! nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : พระบารมีพิชิตมาร

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653169

บทความพิเศษ : พระบารมีพิชิตมาร

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

ความสงบสุขร่มเย็นของพสกนิกรชาวสยามเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้มาแต่โบราณกาล ด้วยพระบารมีแห่งบูรพกษัตริย์

ในหนังสือ “กฤษฎาภินิหาร อันบดบังมิได้” ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ได้ยกตัวอย่างและยกย่องกษัตริย์ไทยพระองค์หนึ่ง

“…ความปลอดภัยอันแท้จริงมาเกิดมีขึ้นเพราะพระนเรศวรเป็นเจ้าพระองค์เดียว ผู้ทรงก่อให้เกิดความคิดใหม่ วิธีการใหม่ และความหวังใหม่ขึ้นในใจคนไทย ถึงคนไทยจะเกรงกลัวพระราชอาญาแห่งพระเจ้านเรศวรเป็นเจ้ายิ่งกว่าความตาย

“ความกลัว” นั้นก็ยังดีกว่าความกลัว “พม่า” หรือหวาดหวั่น “ผู้มีอำนาจจากทิศอื่น” เพราะพระนเรศวรเป็นเจ้า ทรงปฏิบัติพระองค์ให้แลเห็นได้ชัดโดยทั่วกันว่า พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ร่วมกันของ “คนไทย” และเพื่อประโยชน์ของ “บ้านเมือง” มิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนพระองค์เลยแม้แต่น้อย…”

พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นที่ครั่นคร้ามแก่อริราชศัตรู บ้านเมืองของเราจึงสุขสงบร่มเย็น ราษฎรของเรามิได้ถูกกองทัพศัตรูไล่ฆ่าฟัน ถูกเกณฑ์เป็นเชลย เป็นทาสในต่างแดน ใช้ชีวิต แรงงาน ทุกข์ยากแสนเข็ญเป็น “แรงงาน” สร้างปราสาทราชวังรับใช้ “ผู้ชนะ”

บูรพกษัตริย์ของเราได้สร้างบ้านแปงเมือง สร้างอาณาจักรสยามให้มี “เกียรติยศ” ทรงถือราษฎรของพระองค์เสมือน “ลูกหลาน” และทรัพย์สินแผ่นดินเป็น “สมบัติ” ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ

กษัตริย์ไทยจึงทรงหวงแหน “แผ่นดิน” รัก “ราษฎร” การเป็น “เจ้า” จึง “ปฏิบัติ” พระองค์ “บำเพ็ญ” พระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของ “คนไทย”

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา บันทึกไว้ว่า เพื่อรักษากรุงศรีอยุธยา พระมหาธรรมราชา มีนโยบาย “ผูกมิตร” กับพม่ามากกว่าที่จะเป็น “ศัตรู” ด้วยพระองค์ได้เห็นกำลังของพม่าว่ามีเหนือไทยทุกประการ (จนต้องเสียกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระมหินทราธิราช) และได้ทรงเห็นภัยพิบัติธนมหาศาล ซึ่งเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยและคนไทยทั้งชาติ

แต่พระนเรศวรมิได้ทรงเข้าพระทัยว่าเหตุใดพระมหาธรรมราชา สมเด็จพระราชบิดา จึงทรงรับทางพระราชไมตรีกับกรุงหงสาวดี

พระนเรศวร ทรงมีความคิดฮึกเหิม “ถึงขนาดจะช่วงชิงเอากรุงหงสาวดีและมงกุฎของพระเจ้าหงสาวดีเสียก็ยังได้…”

อาจารย์ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มองว่า “ปัญหาของพระมหาธรรมราชากับพระนเรศวรเป็นเจ้า เป็นปัญหาความแตกต่างระหว่าง “คนรุ่นเก่า” กับ “คนรุ่นใหม่” ซึ่งมีอยู่เสมอมา…”

ด้วยความรักราษฎรของพระองค์เหมือน “ลูกหลาน”ด้วยความเชื่อ “แผ่นดิน” เป็น “สมบัติ” ที่ตกทอดมาจาก “บรรพบุรุษ” สถาบันกษัตริย์จึงมี “เจ้านาย” “เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน” ผู้ทรงเสียสละพระองค์นึกถึง “ประโยชน์ส่วนรวม” มาก่อน

ความข้อนี้ คงต่างไปจาก “นักการเมือง พรรคการเมือง” จะมี “กี่พรรค กี่นักการเมือง” ที่คิด “เสียสละ”เช่นนี้

คนโบราณมี “ศิลปะ” ในการให้กำลังใจสนับสนุนคน “ทำงาน” ยิ่ง “สถาบันกษัตริย์” ที่เป็น “สัญลักษณ์” แห่งการทำความดี เพื่อส่วนรวม เพื่อบ้านเมือง

การสถาปนาพระอิสริยยศ “เจ้าต่างกรม” เป็นขัตติยโบราณราชประเพณีที่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระเกียรติ พระบรมวงศ์ที่ทรงพระราชปรารภยกย่องสรรเสริญ ที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยหรือที่ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงในด้านต่างๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยาสืบต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

ในอดีตเรามี “เจ้านาย” หลายพระองค์ที่ทรงได้รับการ “สถาปนา” อาทิ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ กรมหลวงสงขลานครินทร์ ฯลฯ

“เจ้านาย” ทุกพระองค์ทรงสร้างสรรค์ “คุณประโยชน์”แก่ประเทศให้พวกเราได้เก็บเกี่ยวความสุขสบาย แม้ถึงทุกวันนี้

หลายพระองค์ได้รับการยกย่องจาก องค์การ UNESCO ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก”

ปีพ.ศ.2562 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงสถาปนา “สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี“พระโสทรกนิษฐภคินี” ด้วยทรงพระราชดำริว่า

“ได้ทรงงานอย่างต่อเนื่องด้วยพระวิริยอุตสาหะเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย”

“เกิดเป็นเจ้า ต้องรับใช้ประชาชน”

พระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ที่ได้ติดตามสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรทั่วไทย ฯลฯ

สถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รพ.จุฬาภรณ์ อันเนื่องมาจากพระดำริของพระองค์ เจริญก้าวหน้าเป็นที่พึ่งของราษฎรโดยแท้

พระองค์ทรงงานแม้พระพลานามัยไม่สมบูรณ์ บ่อยครั้งที่พระองค์เสวยพระโอสถ เพื่อให้ทรงงานได้ แม้แพทย์จะทูลเตือนว่า พระโอสถจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ก็ตาม ทรงงานเข้มแข็งตลอดมาด้วย ขัตติยะมานะ แห่งหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์

สักวัน “พระบารมีอันบดบังมิได้” คงส่องแสงทะลุเหล่า อกุศลจิตผู้ฝักใฝ่ “เดรัจฉานวิชา”

กฤษณ์ ศิรประภาศิริ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลานสายตรง’หลวงปู่แสง’งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653204

หลานสายตรง'หลวงปู่แสง'งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 22.29 น.

12 พ.ค. 65 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Gai Areerath” ซึ่งระบุว่า เป็นหลานสายตรงของหลวงปู่แสง ญาณวโร ได้โพสต์ภาพหลักฐานใบแพทย์ ระหว่างที่ “หลวงปู่แสง” เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ โดยระบุว่า “ขออนุญาตเป็นตัวแทนลูกหลานหลวงปู่ในการแสดงหลักฐานการรับรองจากโรงพยาล กรุงเทพ เชียงใหม่ ที่หลวงปู่แสง ญาณวโร เคยเข้ารักษาอาการอาพาธจากสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์ค่ะ หลวงปู่เคยรักษาที่ โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์มาก่อนด้วยค่ะ”

ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กชื่อ “Gai Areerath” ระบุว่า เป็นหลานสายตรงของหลวงปู่แสง เกิดมาในตระกูลที่มีปู่ ย่าตา ทวด บวช ทั้งพระ ทั้งชี ทำดีปฎิบัติดีจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตทั้งตระกูล หลวงปู่ได้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบมายาวนาน เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนจำนวนมาก สมัยท่านยังมีพละกำลังออกธุดงค์ป่าเขาลำเนาไพร เพื่อศึกษาธรรมะเรียนรู้และปฎิบัติตามแนวทางของพระศาสดา เพื่อสืบทอดศาสนาต่อไป ลูกหลานก็ได้แต่รอฟังข่าวหลวงปู่ออกธุดงค์จะเป็นยังไง ปลอดภัยจากสัตว์น้อยใหญ่มั้ย ลูกหลานก็ได้เรียนรู้ธรรมะ ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา มุ่งมั่นทำความดี ฝึกจิตใจให้ผ่องใส เรียนรู้ให้ทันจิตของตัวเองตามคำสอนของหลวงปู่ อายุเยอะร่างกาย ความจำก็เสื่อมโทรมไปตามสังขาล สั่งสมบุญบารมี คุณงาม ความดี มาทั้งชีวิตก็จะยังคงอยู่ตลอดไป สิ่งที่เกิดขึ้นต้องพิจารณาให้ดีถึงเจตนาบริสุทธิ์ รวมถึงการจัดการระบบของพระที่ดูแล การเข้าถึงตัวหลวงปู่ให้ชัดเจนและดีขึ้น นี่ขนาดเป็นหลานยังไม่กล้าเข้าใกล้มากขนาดนั้น ยังยืดมั่นและศัทธาในความดีที่หลวงปู่ได้สั่งสมมาตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่! ลานกางเต็นท์ชุมชนบ้านเมืองแพม Camp Parks

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653200

สำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่! ลานกางเต็นท์ชุมชนบ้านเมืองแพม Camp Parks

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.53 น.

ททท.สำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ลานกางเต็นท์ชุมชนบ้านเมืองแพม Camp Parks พร้อมเสนอขายการท่องเที่ยว เชื่อมโยงถ้ำน้ำลอด และบ้านเมืองแพม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน นำทีมงาน พร้อมด้วย เครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนบ้านเมืองแพม บริษัทนำเที่ยวของชุมชน Thai localista และชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวปางมะผ้า สำรวจแหล่งท่องเที่ยวลานกางเต็นท์ชุมชนบ้านเมืองแพม (Camp Parks) ในพื้นที่บ้านเมืองแพม หมู่ 5 ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากถ้ำน้ำลอดประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนกางเต็นท์ชมธรรมชาติ ได้บรรยากาศแห่งการพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติแบบชนบทอย่างแท้จริง มีทุ่งนา ลำธารน้ำ ฝูงกระบือ วังปลา รายล้อมด้วยขุนเขาที่สวยงาม อากาศสดชื่น และมีลมพัดเย็นตลอดเวลา พร้อมกับได้ร่วมประชุมหารือกับชาวบ้านในชุมชน เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการด้านการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนให้ยั่งยืน ตามแนวคิด BCG Model ของรัฐบาล โดยให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวได้สะดวก

สำหรับบ้านเมืองแพม เป็นชุมชนของชาวปกาเกอะญอ แห่งเดียวในอำเภอปางมะผ้า มีประชากรประมาณ 133 ครัวเรือน ประมาณ 600 กว่าคน นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร เช่น ทำนาข้าว (ข้าวจ้าว และข้าวดอย) ใบชา สวนผลไม้ พืชผักสวนครัว บรรยากาศของหมู่บ้านจึงมีความสวยงามด้วยแปลงเกษตรผสมผสานกับความสวยงามของธรรมชาติอย่างลงตัว โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนทิวทัศน์จะสวยงามด้วยผืนนาสีเขียวแบบขั้นบันได้เป็นระยะ มีลำธารน้ำลอด เป็นลำน้ำที่มีน้ำใสไหลเย็นหล่อเลี้ยงผู้คนในชุมชนตลอดเวลา รวมทั้งมีวังปลาซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาในท้องถิ่น ได้แก่ ปลาพลวง ซึ่งเป็นปลาสายพันธุ์เดียวกับปลาในวนอุทยานถ้ำน้ำลอด และเป็นลำน้ำเดียวกัน

สำหรับลานกางเต็นท์ (Camp Parks) แห่งนี้ อยู่ในพื้นที่การเกษตรของคุณวสันต์ และคุณศรีนวล บุญสุขประสิทธิ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรในหมู่บ้าน ร่วมกับคนในชุมชน นำโดยคุณเสรีทอง ศักดิ์คีรีงาม ประธานท่องเที่ยวชุมชนบ้านเมืองแพม จัดทำขึ้นในพื้นที่บนเนินเล็กๆ ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งมีโรงเรือนเป็นกระท่อมหลังเล็กสร้างด้วยไม้ ผสมไม้ไผ่ มุงสังกะสี เป็นจุดอำนวยการ และมีศาลาหลังคาทำด้วยผ้าใบและมีโครงสร้างวัสดุจากไม้ไผ่ มีโต๊ะตรงกลาง นั่งได้ประมาณ 20 คน เป็นจุดนันทนาการรับประทานอาหาร รับประทานกาแฟ มีจุดแคมป์ไฟ นั่งรอบกองไฟ บริเวณใกล้เคียงปรับเป็นพื้นที่กางเต็นท์ ซึ่งมีเต็นท์นอนขนาด 2 คน พร้อมเครื่องนอน จำนวน 10 หลัง รองรับนักท่องเที่ยวได้ครั้งละไม่เกิน 20 คน บริเวณจุดนี้สามารถมองเห็นลำธารน้ำและชมวิวได้อย่างสวยงาม โดยยังไม่มีการต่อกระแสไฟฟ้า มีแต่เพียงไฟตะเกียงส่องสว่างแบบโซล่าร์เซลล์ และตะเกียงกระบอกไม้ไผ่แบบโบราณ จึงได้บรรยากาศแบบธรรมชาติเป็นอย่างมาก ในยามค่ำคืนหากไม่มีเมฆหมอกหนาสามารถดูดาวได้ชัดเจนสวยงาม สำหรับสัญญาณโทรศัพท์มือถือในเครือข่าย AIS มีสัญญาณในบางจุดประมาณ 1-2 ขีด สัญญาณอินเตอร์เน็ทขึ้นบริการแบบ 3G ส่วนเครือข่ายอื่น ณ วันนี้ยังไม่พบสัญญาณ ดังนั้น ใครที่ชอบถ่ายรูป จึงแนะนำให้นำ Power Bank และไฟฉายส่วนตัว มาด้วย  ในส่วนของห้องน้ำ ก็มิดชิดปลอดภัย ซึ่งมีห้องสุขาแบบชักโครก 2 ห้อง ห้องอาบน้ำแบบฝักบัว 2 ห้อง โดยใช้น้ำจากระบบประปาหมู่บ้าน ที่สะอาด และมีห้องสุขาแบบนั่งยอง 1 ห้อง

การเดินทางสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อจากวนอุทยานถ้ำน้ำลอด ตามเส้นทางมาถึงหมู่บ้านเมืองแพม (สามารถค้นหาชื่อ “บ้านเมืองแพม” ใน Google Map ได้) ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สลับกับทางคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) รถยนต์รถจักรยานยนต์เดินทางมาได้ทุกประเภท จนถึงหมู่บ้าน จากนั้น เดินทางต่อออกจากหมู่บ้านบริเวณด้านหลังโรงเรียนบ้านเมืองแพม ตามทางดินบดอัด สำหรับเส้นทางช่วงนี้ หากเป็นฤดูฝนจะให้นักท่องเที่ยวจอดรถที่วัดเมืองแพม แล้วเดินเท้ามายังจุดกางเต็นท์ หรือ Camp Parks ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที แต่หากเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบธรรมดาไม่ต้องตกแต่งอะไรก็เดินทางมาจนถึงจุดกางเต็นท์ (Camp Parks) ได้อย่างสะดวก มีพื้นที่จอดรถยนต์ได้ประมาณ 3-4 คัน

ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวตามข้อตกลงของชุมชน ดังนี้ 1. ค่าบริการเต็นท์ พร้อมเครื่องนอน หลังละ 450 บาท 2. ค่าอาหารต่อมื้อ คนละ 140 บาท ประกอบด้วย ข้าวจ้าวและอาหาร 4 อย่างตามฤดูกาล ซึ่งจะมีน้ำพริกผักสดเป็นอาหารยืนพื้น โดยชาวบ้านในชุมชนจะหมุนเวียนตามคิว มาเป็นเชฟท้องถิ่นประกอบอาหารให้ ซึ่งภาชนะใส่อาหารก็เป็นวัสดุจากธรรมชาติ อาทิ ไม้ไผ่ ใบตอง นอกจากนี้ยังมีชาดีของท้องถิ่นให้ชิมเป็น Welcome Drink ด้วย โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกนำมาหักในสัดส่วนที่เป็นธรรม เพื่อสมทบเป็นกองทุนในการพัฒนาส่งเสริมให้ความช่วยเหลือคนในชุมชนต่อไป

นายเสรีทอง ศักดิ์คีรีงาม ประธานท่องเที่ยวชุมชนบ้านเมืองแพม กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ มีโอกาสต้อนรับคณะนักท่องเที่ยววัยทำงานหลากหลายอาชีพจากประเทศสิงคโปร์ จำนวน 20 คน เป็นคณะแรก ซึ่งร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวจาก “ทัวร์เมิงไต” โดยนักท่องเที่ยวทุกคนชื่นชอบ นักท่องเที่ยวบางคนประทับใจและบอกว่าเพิ่งเคยพบเห็นกระบือตัวเป็น ๆ และชื่นชอบบรรยากาศมากและจะเดินทางมาท่องเที่ยวอีกแน่นอน และคาดว่าสถานที่แห่งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ซึ่งจะพยายามประสานการดำเนินการภายใต้แนวคิด BCG Model ที่เพิ่มมูลค่า รวมทั้งกระจายผลประโยชน์ในชุมชนอย่างเป็นธรรม และคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยดำเนินการในรูปแบบความเป็นธรรมชาติ ใช้วัสดุและทรัพยากรในท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ว่าที่ ร.ต. ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวจุดกางเต็นท์ชุมชนบ้านเมืองแพม (Camp Parks) แห่งนี้ นับเป็นสินค้าการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ที่จะส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจแบบชนบทอย่างแท้จริง ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ สามารถเสนอขายสู่กลุ่มเป้าหมายทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ตลอดทั้งปี และสามารถประชาสัมพันธ์เสนอขายได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดเพิ่มมูลค่าจากผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้อีกมากมาย เช่น การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก การให้บริการรถรับ-ส่ง หรือการเพิ่มมูลค่าจากอาหาร รวมทั้งภาชนะซึ่งทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้ให้คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับชุมชนอื่น ๆ ได้ด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ยังเชื่อมโยงเส้นทางกับถ้ำน้ำลอด และกลุ่มถ้ำต่างๆ ในอำเภอปางมะผ้า รวมถึงชุมชนท่องเที่ยวบ้านเมืองแพม ซึ่งเป็นทางผ่านเข้าสู่จุดกางเต็นท์แห่งนี้ ซึ่งบ้านเมืองแพม เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจ ที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวปกาเกอะญอ ที่มีแห่งเดียวในอำเภอปางมะผ้า มีจุดเดินท่องเที่ยวในหมู่บ้านหลายจุด ได้แก่ จุดสาธิตการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ รวมถึงการทอผ้าแบบกะเหรี่ยง ต่อไปเป็นจุดสาธิตภูมิปัญญาสมุนไพรท้องถิ่น และเดินต่อไปชมและร่วมกิจกรรมการจักสาน “กระแปม” เป็นที่ใส่สิ่งของของชาวกะเหรี่ยง มีสายสะพายไว้ด้านหลัง (พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือเหมือนกับเป้ที่สานด้วยไม่ไผ่ ไม่มีฝาปิด) จุดสุดท้ายคือการสาธิตหัตถกรรมการนำเศษไม้จากไม้ที่ล้ม หรือไม้ที่ตายแล้ว หรือไม้ไผ่ มาตัดแต่งตกแต่งเป็นข้าวของเครื่องใช้ อาทิ แก้วกาแฟ ช้อนรับประทานอาหาร ช้อนกาแฟ หน้าไม้จำลอง ตะหลิว ทัพพี ฯลฯ ซึ่งการเดินชมในหมู่บ้านใช้เวลาไม่นานและเดินไม่ไกลไม่เหนื่อย ประมาณ 1 กิโลเมตร และภายในหมู่บ้านจะได้พบกับวิถีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บ้านบางหลังยังคงให้เห็นภูมิปัญญาจากโครงสร้างที่สวยงามแต่เรียบง่าย หลังคาทำจากแป้นเกล็ด อายุนับร้อยปี และมีพันธุ์ไม้ดอกไม้ต่าง ๆ ให้ชื่นชม รวมทั้งมีลำธารน้ำผ่านในหมู่บ้านก็เป็นเสน่ห์ไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าในหมู่บ้านระยะสั้น ๆ เพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศ รวมทั้งได้ความรู้จากภูมิปัญญาวิถีชีวิตที่คนอาศัยร่วมกับป่า มีถ้ำและน้ำตกเล็ก ๆ ที่สวยงาม

ในหมู่บ้านชุมชนบ้านเมืองแพม ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ที่ได้รับมาตรฐาน จำนวน 16 หลัง โดยมีกติกาว่าจะต้องหมุนเวียนการเข้าพักไปตามคิวของชุมชน ไมีมีการลัดคิวหรือระบุตัวบ้านที่จะเข้าพักได้ รวมทั้งมีบริการรถรับส่งจากอำเภอปางมะผ้า หรือรับมาจากถ้ำน้ำลอด ซึ่งราคาเป็นธรรม หากสนใจสามารถติดต่อได้โดยตรงที่คุณเสรีทอง  ศักดิ์คีรีงาม ประธานท่องเที่ยวชุมชนบ้านเมืองแพม โทรศัพท์ 09 6147 2719

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,273,820 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
Govt opens ‘order’ centres
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
KU23-2506

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d