Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ระวัง!ถูกแฮกข้อมูล เพราะดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี แนะวิธีป้องกัน

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652099

ระวัง!ถูกแฮกข้อมูล เพราะดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี แนะวิธีป้องกัน

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

ระวัง!ถูกแฮกข้อมูล เพราะดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี แนะวิธีป้องกัน

8 พฤษภาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “Anti-Fake News Center Thailand” ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โพสต์ข้อความเตือนภัย ดังนี้…

ระวังถูกแฮกข้อมูล เพราะดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี

มิจฉาชีพทำทุกวิถีทางเพื่อสอดแนม และแฮกเอาข้อมูลส่วนบุคคล เหยื่อบางรายมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือก็อาจตกเป็นเหยื่อง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกแฮกจากกรุ๊ปแชท เพราะยิ่งจำนวนคนในกรุ๊ปมากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสรู้ตัวน้อยมาก ซึ่งมีวิธีการป้องกันดังนี้

สำหรับไลน์ส่วนตัว

– เข้าไปที่ more มุมขวาล่าง

– แล้วเข้าที่ setting และ account

– กด off ที่ allow login

คนอื่นจะไม่สามารถ login account ส่วนตัวเราได้

สำหรับไลน์กลุ่ม

– เข้าไปในกลุ่ม

– กดที่มุมบนขวามือ เลือก edit

– กด off ที่ invite by link

จะทำให้ไม่มีใครเข้ากลุ่มผ่าน link ได้ ซึ่งข้อแนะนำคือ ให้รีบออกจากห้องแชท หรือปิดตัวไปเลย และทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยเปิดกรุ๊ปใหม่

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของรีสอร์ทฝันเห็นพญานาคสีเขียว จัดตั้งองค์พญานาคริมธารเชิงเขา เกิดปาฎิหารย์ขณะทำพิธี

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652090

เจ้าของรีสอร์ทฝันเห็นพญานาคสีเขียว จัดตั้งองค์พญานาคริมธารเชิงเขา เกิดปาฎิหารย์ขณะทำพิธี

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.12 น.

8 พฤษภาคม 2565 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณริมธารน้ำ ร้านอาหารซึ่งเปิดเป็นรีสอร์ทชื่อ ธารชะเมารีสอร์ท เลขที่ 50 หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีใหญ่บวงสรวงองค์พญานาค เพื่อเปิดทรัพย์และโชคลาภให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธี ท่ามกลางประชาชนมาร่วมพิธี ในพิธีมีเครื่องเซ่นไหว้หลากหลายตามประเพณีแบบโบราณ พร้อมอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งองค์พญานาค ตั้งตระหง่านอยู่ริมลำธารเชิงเทือกเขาชะเมา แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของจังหวัดระยอง 

ในพิธีมีเจ้าพิธี 2 คน ได้ทำพิธี ร่ายรำถวายองค์พญานาค ขณะที่คนหนึ่งกำลังร่ายรำอยู่บนแพริมน้ำ อีกคนก็ทำพิธีอยู่ที่องค์พญานาคซึ่งได้เกิดปาฏิหาริย์อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อช่วงที่กำลังร่ายรำ และเจ้าพิธีอีกคนกำลังทำท่าเลื้อยอยู่ที่หน้าองค์พญานาค แดดที่กำลังร้อนเปลี้ยงในช่วงเที่ยงพอดีกลับมีพระอาทิตย์ทรงกรด และเมื่อทำพิธีเสร็จ เกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่พอเจ้าพิธีได้เข้าไปกราบที่หน้าองค์พญานาค กลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พอลุกขึ้นยืนรับน้ำจากปากพญานาคฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนักก็หยุดตกดั่งปาฎิหารย์ 

นายนิพล ดีการ อายุ 56 ปี เจ้าของธารชะเมารีสอร์ท บอกว่า ก่อนที่จะนำองค์พญานาคมาตั้ง พ่อของตนเองได้ฝันเห็นพญานาคสีเขียวเลื้อยลงไปในธารน้ำและตรงกับลูกค้าที่มาพักรีสอร์ท หลายคนได้ฝันเห็นเหมือนกัน จึงได้ไปซื้อรูปปั้นองค์พญานาคมาในราคา 30,000 บาท มาตั้งในจุดที่ฝันเห็น และทำพิธีในวันนี้ซึ่งมีแม่หมอนั่งเครื่องบินมาจากนครศรีธรรมราช มาทำบายศรี และทำพิธีให้ซึ่งระหว่างทำพิธีเกิดปาฎิหารย์ ทั้งพระอาทิตย์ทรงกรดและฝนตกทันทีหลังเสร็จพิธี  

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่มาร่วมพิธีจำนวนมาก ต่างพากันมองหาเลขเพื่อลุ้นโชคลาภตามธรรมเนียม เมื่อที่องค์พญานาคไม่มีเลขอะไรก็พากันไปลุ้นที่เลขหางประทัด ต่างค้นหากันจ้าละหวั่นแต่ก็ไม่พบเพราะแหลกละเอียด แต่ได้ไปลุ้นกำลังวัน ว่าต้องเป็นเลข 7 และ 00  นอกนั้นแล้วแต่บุญของใครของมัน ที่สำคัญคือต้องขยันทำกินด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อาหารจีน’สมัยใหม่สไตล์ Home cook ที่ร้านเทียนเทียนสุกี้โบราณ

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652089

'อาหารจีน'สมัยใหม่สไตล์ Home cook ที่ร้านเทียนเทียนสุกี้โบราณ

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.11 น.

8 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวพาไปชิมอาหารจีนสมัยใหม่ เกรดพรีเมี่ยม สไตล์ Home cook “กินอาหารดีๆ แต่เหมือนกินที่บ้าน” กับหลากหลายเมนูอาหารที่เป็นซิกเนเจอร์ ทั้งสุกี้โบราณ ข้าวมันไก่สิงคโปร์ เคาหยก ผัดหมื่นลี้ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม และเมนูอื่นๆ ที่หลากหลายด้วยฝีมือเชฟมากประสบการณ์ที่ปรุงอาหารจีนมานานกว่า 30 ปี ที่ร้านเทียนเทียนสุกี้โบราณ ตั้งอยู่ที่ 29/33 สิงหวัฒน์ซอย 5 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

นายสัตวแพทย์ ปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือหมออ๋อง สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล หุ้นส่วนของร้านได้บอกว่า เทียนเทียนสุกี้โบราณ เป็นร้านอาหารจีนสมัยใหม่สำหรับทุกครอบครัว เราอยากให้มาทานอาหารจีนในบรรยากาศที่เหมือนบ้าน เราเลือกของดีๆ มาทำให้คนที่เรารักทาน แล้วก็ให้เป็นบรรยากาศที่ดีของครอบครัว ข้าวมันไก่สิงค์โปรที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงสิงคโปร์ หาทานได้ในพิษณุโลก ใกล้เคียงกับสูตรต้นตำรับมากที่สุด ในราคาที่เข้าถึงได้ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ สุกี้โบราณสูตรของชาวจีนไหหลำ เคาหยกเป็นอีกเมนูที่ขึ้นชื่อ และมีหลากหลายเมนูที่อยากให้ลองมาลิ้มรสความอร่อย เรียกได้ว่าเป็นอาหารจีนสมัยใหม่ที่รสชาติจัดจ้าน และถูกปากคนไทยแน่นอน

เมนูแนะนำของทางร้าน ที่มาแล้วพลาดไม่ได้เลยคือเมนู “สุกี้โบราณ” เชฟของเราคิดค้นน้ำซุปพิเศษที่อยากให้ทุกท่านได้สัมผัสสุกี้จีนโบราณ ที่หาทานไม่ได้ง่ายๆแน่นอน ใน 1 หม้อจะมีน้ำซุป 2 แบบ คือน้ำซุปเจงกิสข่าน ซับซ้อนด้วยเครื่องเทศและเครื่องปรุงกว่า 20 ชนิด เราจะได้ชิมตำนานของชาวมองโกลที่เพิ่มความกระปรี้กระเป่า กำลังวังชา รสชาติเผ็ด และน้ำซุปใสเมื่อผสมกับเนื้อ ผัก น้ำซอสหมักเต้าหู้ยี้ และไข่สด จะกลายเป็นน้ำซุปสูตรไหหลำแสนอร่อย

เมื่อทุกอย่างผสมกันแล้ว น้ำซุปจะกลมกล่อมลงตัว และอีก 1 เมนูที่มาแล้วต้องชิมให้ได้คือ “ข้าวมันไก่สิงคโปร์” เป็นสูตรของชาวไหหลำ เชฟของทางร้านใช้ประสบการณ์กว่า 30 ปี ปรับปรุงสูตรให้ยังคงความดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยความเข้มข้นแบบไทย เลือกเอาวัตถุดิบชั้นดี เครื่องเทศกลมกล่อม น้ำจิ้มสิงคโปร์ 3 อย่าง พริกแดง น้ำมันขิง ซีอิ๊วดำ ราดผสมกันไปบนเนื้อไก่ที่ชุ่มด้วยน้ำราดสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ

นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์ อย่างเมนู “ผัดหมื่นลี้” เมนูในตำนานของเด็กจุฬาแห่งตลาดสามย่าน ใช้วุ้นเส้นผัดกับกระเทียม ไข่เน้นๆ น้ำพริกเผา เลือกเอาผักคะน้าส่วนที่ดีที่สุด ผัดกับหมูหมักและกุ้งสด รสชาติกลมกล่อม เผ็ดอ่อนๆที่ปลายลิ้น รสชาติจัดจ้านหอมหวน จะทานเปล่าๆ หรือทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อย “เคาหยก” ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ด ร้านคัดสรรเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นกับเครื่องเทศ สมุนไพร น้ำปรุงรส จนกลายเป็นเคาหยกรสชาติกลมกล่อม ไขมันละลายในปาก เนื้อนุ่มหวาน ทานกับผักดองและคะน้าที่คัดมาอย่างดี น้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน ราดรวมกันทานกับข้าวสวยอร่อยมาก

นอกจากนี้ยังมี “ปลาหมึกผัดไข่เค็ม” ที่เลือกปลาหมึกเน้นๆ ไข่แดงเค็มเต็มๆ คำ นำมาทอดสไตล์ครัวจีน กรอบ หอม มัน อร่อยทุกคำที่จิ้ม  “เต้าหู้ไข่เยี่ยวม้าซอสเสฉวน” คุณจะได้รสสัมผัสที่หากินที่ไหนไม่ได้ เพราะคุณจะได้ความละมุน สดชื่น ที่ซ้อนเร้นคลุกเคล้าอยู่ในปาก ด้วยสูตรซอสเสฉวนที่คิดค้นมาเฉพาะของร้าน

สำหรับใครที่สนใจอยากจะมาลิ้มรสอาหารจีนสมัยใหม่สไตล์ Home cook ที่ร้านเทียนเทียนสุกี้โบราณ ก็แวะมาได้ ร้านตั้งอยู่ ถนนสิงหวัฒน์ ซอย5 ตรงข้ามบ้านพามดาว ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา11.00-21.00 น. สอบถามเส้นทาง หรือสำรองโต๊ะได้ทาง เพจ : Tian Tian สุกี้โบราณ หรือเบอร์ 080 401 3220

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ว่าฯโคราชแจงคลิปฉาว! ผญบ.พร้อมเมีย รุมทำร้ายลูกบ้านหญิงบาดเจ็บ

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652071

ผู้ว่าฯโคราชแจงคลิปฉาว! ผญบ.พร้อมเมีย รุมทำร้ายลูกบ้านหญิงบาดเจ็บ

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.57 น.

8 พฤษภาคม 2565 จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์คลิปและข้อความว่า ‘นี่เป็นเพียงลูกบ้านนนนต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรอ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่13 ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย  จ.นครราชสีมา พร้อมกับภรรยา รุมทำร้ายลูกบ้านรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล  บอบช้ำทั้งตัว คนปกครองลูกบ้าน  กลับทำร้ายลูกบ้านซะเอง แล้วต่อไปลูกบ้านจะไปพึ่งพาอาศัยใคร’

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากที่ดูคลิปผู้ใหญ่บ้านกับลูกบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงทะเลาะวิวาทตบตีกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ แต่อย่างไรก็ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายโดยจะให้นายอำเภอเร่งรัดในการตรวจสอบ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปใช้ความรุนแรงกับลูกบ้าน ว่าจะมีสาเหตุไรก็ตามก็ไม่สมควรที่จะกระทำแบบนั้น ซึ่งก็ต้องขอดูเหตุผลของผู้ใหญ่บ้านก่อนว่าทำไปเพราะอะไร แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านจะต้องมีความอดทนยับยั้งชั่งใจ เพราะลูกบ้านเป็นผู้หญิงไม่สมควรที่จะกระทำแบบนั้น ในส่วนบทลงโทษนั้นก็เหมือนกับราชการซึ่งก็มีโทษทางวินัยเช่นเดียวกัน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมุทรสงคราม-ราชบุรี’เตรียมเปิดตลาดน้ำ 3 อำเภอ นั่งเรือฟรี 12-16 พ.ค.นี้

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652068

'สมุทรสงคราม-ราชบุรี'เตรียมเปิดตลาดน้ำ 3 อำเภอ นั่งเรือฟรี 12-16 พ.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.58 น.

8 พฤษภาคม 2565 นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยนายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสมุทรสงคราม นางกชนัฑ พัฒนะวิชัย นายอำเภออัมพวา นายวุฒิชัย ยามโคกสูง นายอำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม และนายชนันต์ อินทรักษ์ นายอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดงานเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำเส้นทางใหม่ ตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ 2 จังหวัด

ประกอบด้วย อ.อัมพวา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม และอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี ซึ่งจัดโดยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ชูแนวคิด “สมุทรสงคราม  3 น้ำ 3 เวลา 3 อำเภอ” ที่บริเวณโรงเจยิ่นเต๊กตั๊ว อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม หวังดึงนักท่องเที่ยวสร้างร้ายได้สู่ชุมชน โดยงานจะจัดระหว่าง 12-16 พฤษภาคมนี้

โดยสภาพพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่รวมแหล่งน้ำ 3 ชนิด ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย มีเส้นทางท่องเที่ยวสายใหม่ที่เปิดขึ้นแบ่งออกเป็นการท่องเที่ยวทางน้ำเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า ช่วงบ่าย และช่วงเย็น เส้นทางดังกล่าวจะเป็นจุดที่ประสาน 3 อำเภอ มาพบกันที่เดียวในประเทศไทย ประกอบด้วย อ.อัมพวา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม และ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี จึงเป็นที่มาโครงการท่องเที่ยว สมุทรสงครามเมือง 3 น้ำ 3 เวลา 3 อำเภอ 2 จังหวัด

นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวถึงนโยบายการท่องเที่ยวของจังหวัดว่า ได้ให้ความสำคัญเรื่องการท่องเที่ยวซึ่งมาจากยุทธศาสตร์ของจังหวัด โดยได้ยกให้การท่องเที่ยวเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 คือ การเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์กลาง มีการท่องเที่ยวรูปแบบที่หลากหลาย สอดคล้องกับวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน โดยสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งการใช้ใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เป็นเสน่ห์ชวนให้สัมผัสถึงบรรยากาศและกลิ่นอายแห่งความสุข มุ่งเน้นการนำเอกลักษณ์มาเป็นส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

นายชนันต์ อินทรรักษ์ นายอำเภอวัดเพลง กล่าวว่า ส่วนของอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี เป็น 1 ในพื้นที่ เป็นที่ตั้งของตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ ยังคงมีบ้านเรือนโบราณมีวิถีชีวิตของความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวบ้านอยู่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าและผลผลิตทางการเกษตร ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่ก่อให้เกิดเป็นตลาดริมน้ำ 3 อำเภอเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ส่วนกิจกรรมครั้งนี้ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวกลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง

สำหรับกิจกรรมการจัดงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีบูธสาธิตการทำขนมพื้นถิ่น เช่น ขนมวงทอง ขนมกล้วย ขนมฟักทอง มีบูธกุ้งแม่น้ำย่างในจานกาบหมากที่รับรองความอร่อย บูธสานตะกร้าใบมะพร้าว ตะกร้าหวาย และบูธว่าวจุฬา ศิลปะการละเล่นคนไปสมัยโบราณ รวมถึงกิจกรรมพาย Sup Borad ผ่านลำน้ำแควอ้อม ชมบรรยากาศสองฝั่งคลองที่ยังคงมีเสนอขอวิถีชีวิต รวมถึงกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวพิเศษ เส้นทางที่ 4 โดยการปั่นจักรยานเอาใจสายชิล ชมวิถีชีวิตเชิงเกษตร ในเส้นทางตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ – สวนทุเรียนสามน้ำ (ผู้ใหญ่เอก) ร้านกาแฟ สไตล์มินิมอล สวนเกษตรผสมผสาน มีจุดให้เช็คอิน ชิมผลไม้และนั่งสบายอารมณ์ไปกับคาเฟ่สุดเก๋

ส่วนสาย “มูเตลู” ไม่ควรพลาด มีการเปิดเส้นทางน้ำเส้นทางใหม่ทั้ง 3 เส้นทาง  นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับการนั่งเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคล เช่น วัดจุฬามณี – ขอพรท้าวเวสสุวรรณ วัดอินทาราม ขอพรท้าวเวสสุวรรณ และพระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี วัดบางกุ้ง ชมโบสถ์ปรกโพธิ์ หนึ่งในที่เที่ยว Unseen Thailand และวัดบางเกาะเทพศักดิ์ สักการะขอพรเทพทันใจเจ้ากมลภู เทพกระซิบอัมพวา

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ เส้นทางที่ 1 ช่วงเช้า เริ่มจากตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ วัดปราโมทย์ – วัดอินทราราม – วัดบางเกาะเทพศักดิ์ – ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช – วัดบางกุ้ง – ตลาดน้ำบางน้อย- วัดแก้วเจริญ เส้นทางที่ 2 ช่วงบ่าย วัดบางเกาะเทพศักดิ์ – วัดบางแคน้อย- วัดภุมรินทร์กุฎีทอง- วัดจุฬามณี – ตลาดน้ำน้ำอัมพวา – วัดแก้วเจริญ เส้นทางที่ 3 ช่วงเย็น ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำแควอ้อม – สะพานแขวน- ตลาดน้ำอัมพวา- ล่องเรือชมหิ่งห้อย- วัดแก้วเจริญ

โดยการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ 3 อำเภอ จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12-16 พฤษภาคมนี้ ที่ตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ บริเวณโรงเจยิ่นเต๊กตั๊ว อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ในวันดังกล่าวชมกิจกรรมในงานที่น่าสนใจอีกมากมายไปกับการแสดงบูธสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 40 บูธ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น นั่งเรือเที่ยวทางน้ำเส้นทางใหม่ 3 เส้นทาง ฟรี และกิจกรรมเสริม ชวนปั่นจักรยานชมสวนผลไม้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใกล้เคียงตลาดน้ำ ซึ่งจะมีจักรยานไว้คอยบริการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนด้วย เริ่มเวลา 10.00 – 20.00 น. ได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ ตลาดริมน้ำสามอำเภอ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : แก้กฎหมายประวัติอาชญากร ความหวังผู้ผิดพลั้งได้กลับตัว

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652040

รายงานพิเศษ : แก้กฎหมายประวัติอาชญากร  ความหวังผู้ผิดพลั้งได้กลับตัว

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ประวัติอาชญากร” หนึ่งในเรื่องที่เป็นอุปสรรคของเป้าหมาย “คืนคนดีสู่สังคม” ของงานราชทัณฑ์ในประเทศไทย เพราะแม้รัฐจะมีส่งเสริมการเรียนหนังสือและฝึกอาชีพของผู้ต้องขัง แต่เมื่อพ้นโทษแล้วก็ยากจะกลับไปหางานสุจริตทำเพราะเป็นคนมีประวัติไปแล้วไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดทำประวัติอาชญากรยังส่งผลต่อผู้ถูกจับกุมตั้งแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดี หรือแม้แต่คดีสิ้นสุดแล้วโดยศาลยกฟ้อง จากผู้ต้องหาคืนสถานะเป็นผู้บริสุทธิ์ ประวัติก็ยังติดตัวและอาจถูกตีตราเลือกปฏิบัติโดยเฉพาะการไปสมัครงาน

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พบปัญหาเกี่ยวกับระบบประวัติอาชญากรของไทย อาทิ นายจ้างนำประวัติของผู้ที่เคยถูกดำเนินคดีอาญาในขณะที่ยังเป็นเยาวชนและศาลมีคำพิพากษาโดยให้เปลี่ยนโทษเป็นการฝึกอบรมหรือผ่านเงื่อนไขการคุมประพฤติแล้วมาประกอบการพิจารณาและปฏิเสธการเข้าทำงาน หรือกรณีฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้บุคคลผู้ได้รับประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทินแล้วยังคงมีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัตินั้นเช่นเดิม

ในเบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แก้ไขระเบียบในส่วนของประวัติอาชญากรของผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ตามข้อเสนอแนะของ กสม. โดยคัดแยกประวัติการกระทำความผิดทางอาญาของเด็กและเยาวชนออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรของคนทั่วไป แต่การปรับปรุงแนวทางการจัดทำและใช้ข้อมูลประวัติอาชญากร ยังมีความท้าทายเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทั้งตำรวจ อัยการและศาล

ข้อเสนอของ กสม. เมื่อเดือนก.ค.2564 เสนอให้ กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เชื่อมระบบเพื่อส่งต่อข้อมูลผลคดีได้อย่างรวดเร็วและแก้ไขฐานข้อมูลประวัติอาชญากรให้เป็นปัจจุบัน ไม่ให้เป็นภาระของประชาชนในการยื่นคำร้องขอปรับปรุงข้อมูลด้วยตนเอง (อาทิ กรณีถูกจับกุมเป็นผู้ต้องหา มีการทำประวัติไว้ ต่อมาเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ได้กระทำผิดระบบจะปรับปรุงข้อมูลให้ แทนที่ประชาชนจะต้องนำเอกสารจากศาลไปยื่นขอปรับปรุงประวัติที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร)

นอกจากนี้ สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังมีข้อเสนอให้เร่งปรับปรุงแก้ไขระเบียบว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32 การพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยแยกประเภทบัญชีประวัติผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งคดีอยู่ระหว่างพิจารณา และประเภทบัญชีบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด เพื่อให้สอดคล้องตามหลักสันนิษฐานว่าบุคคลทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of innocence) อีกทั้งควรบันทึกข้อมูลการล้างมลทินไว้ในทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการเพิ่มเติมด้วย โดยปัจจุบันข้อเสนอเหล่านี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

อีกด้านหนึ่ง ยังมีร่างกฎหมาย “(ร่าง) พ.ร.บ.ประวัติอาชญากรรม พ.ศ. ….” ซึ่งจัดทำโดย สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เป็นกฎหมายกลางว่าด้วยการบริหารจัดการประวัติอาชญากร โดยมีกระทรวงยุติธรรมเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการข้อมูลประวัติอาชญากร และมีการจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม (Data Exchange Center : DXC) ให้กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม

ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการทบทวนปรับปรุงแก้ไขร่าง ตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) พบว่า ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข้อเสนอแนะของ กสม. เช่น หลักการห้ามมิให้เปิดเผยประวัติในกรณีที่เจ้าของประวัติได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทิน รวมถึงกรณีที่พ้นจากระยะเวลา 5 ปี นับแต่มีคำพิพากษาแล้ว

หลักเกณฑ์การเปิดเผยประวัติในกรณีฐานความผิดร้ายแรงเพื่อเป็นการคุ้มครองสังคม และการกำหนดให้มีนายทะเบียนและคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลประวัติ ทำหน้าที่พิจารณาคำร้องขอเปิดเผยหรือไม่ให้เปิดประวัติอาชญากรซึ่ง กสม. มีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายกลางในการเยียวยาความเสียหายที่ครอบคลุมการเยียวยาผลกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง ด้วยอีกทางหนึ่ง

ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้แจงเพิ่มเติมในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ กสม. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2565 ว่า ในการกระทำผิด นอกจากผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว ยังต้องมีการคุ้มครองสังคมด้วย เช่น มีกรณีผู้กระทำผิดในคดีข่มขืนกระทำชำเรา พ้นโทษมาแล้วก็ยังกลับไปก่อคดีแบบเดิมซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม การที่ผู้กระทำผิดรับโทษตามกฎหมายแล้ว เมื่อออกมาไม่สามารถกลับไปหางานสุจริตทำได้อีกเพราะมีประวัติอาชญากรติดตัวนั้นก็ผิดหลักการให้โอกาสคนได้กลับคืนสู่สังคม จึงต้องมีสมดุลระหว่างทั้ง 2 ด้าน

“ในต่างประเทศเขามีการศึกษา แล้วก็พบว่าคนที่ทำผิดในคดีที่เล็กน้อย โทษไม่สูง ถ้าพ้นโทษมาแล้วไม่กระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี หรือเป็นโทษที่อุกฉกรรจ์ โทษสูง ไม่กระทำผิดภายใน 5 ปี อันนี้ก็ถือว่าสังคมจะปลอดภัยแล้ว ดังนั้นตัวเลข 2 ปี 5 ปี มันก็จะเป็นตัวเลขทำให้สังคมมีความเชื่อมั่นว่าคนเหล่านั้นจะไม่กลับมากระทำผิดอีก ทำร้ายสังคมขึ้นอีก อันนี้ก็จะเป็นข้อเสนอในร่าง พ.ร.บ. ที่ทางกระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม จะเป็นคนดำเนินการร่างกฎหมาย
ดังกล่าว” ปิติกาญจน์ ระบุ

ปิติกาญจน์ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันที่ยังไม่มีกฎหมายข้างต้นบังคับใช้ ใครที่เคยทำผิดมีประวัติอาชญากรติดตัวประวัตินั้นก็จะอยู่ไปจนวันตาย ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีเด็กและเยาวชน เช่น มีเรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาท ถูกจับกุมดำเนินคดี เด็กและเยาวชนนั้นก็มีประวัติติดตัว แม้ศาลจะไม่สั่งลงโทษให้อยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก แต่ให้เข้ากระบวนการคุมประพฤติก็ตาม โดยปัญหาของประวัติอาชญากรถูกพูดถึงกันมานานแล้วนับตั้งแต่ตนเองยังอยู่ในกระทรวงยุติธรรม แต่ยังไปไม่ถึงการแก้ไข ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นใน1-3 ปีข้างหน้า

อีกด้านหนึ่ง ยังมีปัญหาผู้ที่มีประวัติอาชญากร ในส่วนของบุคคลที่คดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และการพิจารณาคดีอาจใช้เวลาหลายปี จากตำรวจถึงอัยการและศาล อีกทั้งบางครั้งก็สู้กันถึง 3 ศาล ตั้งแต่ศาลชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา คนเหล่านี้อาจเสียโอกาสในการหางานทำเพราะมีประวัติติดตัว ก็เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดหาทางแก้ไข แต่เชื่อว่าเมื่อ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ ก็น่าจะลดปัญหาดังกล่าวลงได้บ้าง

“ต่อไปนี้การจะเข้าถึงฐานข้อมูลบุคคล อะไรต่างๆ หากเราไม่เกี่ยวข้องอาจจะเข้าถึงไม่ได้ แต่เดิมมาเอกชนเวลาทำงาน เราก็เข้าใจเขา เอกชนเขาก็ต้องการคนที่ไม่ด่างพร้อยมาทำงาน อันนี้ก็คิดว่า ตัวร่าง พ.ร.บ.ประวัติอาชญากร ที่กำลังจะร่าง ซึ่งเขาจะต้องรับฟังความคิดเห็น ก็มาช่วยกันให้ความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกฎหมายดังกล่าวด้วย” ปิติกาญจน์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : HI PETE เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วย ผลงานนักวิจัยไทยช่วยบุคลากรทางการแพทย์รับมือโควิด

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652023

สกู๊ปพิเศษ : HI PETE เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วย  ผลงานนักวิจัยไทยช่วยบุคลากรทางการแพทย์รับมือโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ของไทยในปัจจุบัน เริ่มบรรเทาเบาบางลง แต่ก็ยังคงต้องใช้มาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดต่อไป จะปล่อยให้การ์ดตกไม่ได้ เพราะยังคงพบการระบาดและแพร่กระจายเชื้ออย่างต่อเนื่อง

ส่วนในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้รับมือกับไวรัสร้ายตัวนี้นั้น ไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งนอกจากต้องใช้งบประมาณสูงแล้ว ยังพบปัญหาการใช้งานของเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ตอบโจทย์ของบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงสนับสนุนทุนวิจัยให้กับทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผลิตใช้เองในประเทศและมีคุณภาพมาตรฐานเทียบเคียงกับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีจุดเด่นที่สามารถออกแบบให้เป็นระบบสร้างความดันลบและห้องแยกผู้ป่วย สามารถปรับให้เหมาะสมกับรูปแบบความต้องการใช้งาน และขนาดพื้นที่ได้

โดย สวรส. ได้ทำการส่งมอบนวัตกรรม HI PETE (ไฮพีท)เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วย (Patient Isolation Chamberfor Home Isolation) ให้แก่ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะและ โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์รับมือสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19ที่อาคารสำนักงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างความรู้ที่จำเป็นในการพัฒนาระบบสุขภาพ ตลอดจนผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากความรู้ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนานโยบายสุขภาพบนพื้นฐานของความรู้เชิงประจักษ์ ตลอดจนผลักดันงานวิจัยระบบสุขภาพหลากหลายด้าน เพื่อมุ่งไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน

สวรส. ให้ความสำคัญกับการจัดสรรทุนวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และส่งผลต่อความยั่งยืนในระบบสุขภาพ รวมทั้งผลงานวิจัยยังสามารถตอบสนองต่อการแก้ปัญหาของประเทศได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความยั่งยืนของระบบการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อลดค่าใช้จ่าย การประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบของงบประมาณ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“สวรส. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริง เพื่อให้เกิดการต่อยอดและขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาวิกฤตในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้กับทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. ในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผลิตใช้เองในประเทศให้มีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเคียงกับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ ตลอดจนสนับสนุนการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดเพื่อแก้ปัญหากรณีที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญและมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด-19” นพ.นพพร กล่าว

นวัตกรรม HI PETE (ไฮพีท) สามารถใช้ได้ที่บ้านหรือชุมชนที่มีพื้นที่จำกัด ไม่มีห้องแยกในที่อยู่อาศัย หรือใช้ในศูนย์พักคอยหรือโรงพยาบาลสนาม และมีการออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้ผ่านการทดสอบทั้งด้านประสิทธิภาพการกรองเชื้อ และความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่ง สวรส. มั่นใจว่านวัตกรรมงานวิจัยชิ้นนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ระดับจังหวัดทั่วประเทศ และสามารถช่วยแก้ปัญหาของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อีกด้วย

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า สำหรับผลงาน HI PETE (ไฮ พีท) เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วย เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาโดยทีมวิจัยการออกแบบเพื่อการเป็นอยู่ที่ดี กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ เอ็มเทค สวทช.
ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้มาจากการพัฒนาเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบความดันลบ ที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “PETE (พีท)” มาเป็นเต็นท์สำหรับแยกผู้ป่วยแบบ Home Isolation และเรียกสั้นๆ ว่า “HI PETE (ไฮ พีท)” โดยทีมวิจัยได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่จำเป็นต้องทำ Home Isolation ที่บ้าน แต่ไม่มีห้องแยกในที่อยู่อาศัย หรือใช้สำหรับโรงพยาบาลสนาม เพื่อแยกหรือกักผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อทางเดินหายใจ

เต็นท์ความดันลบ HI PETE (ไฮ พีท) มีจุดเด่นคือ ทำความสะอาดได้ง่าย สามารถปรับเลือกขนาดเต็นท์ได้เหมาะสมตามขนาดพื้นที่ห้องในที่อยู่อาศัย ต้นทุนต่ำ มีน้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายง่าย สามารถย้ายไปติดตั้งใช้งานเป็นห้องรักษาพยาบาลที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อชั่วคราว มีช่องหน้าต่างสำหรับสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงาน ลดระยะเวลา ลดภาระงาน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากร โดยปัจจุบัน HI PETE มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

1.รุ่น COMPACT (คอมแพ็ค) เป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กพกพาง่าย ติดตั้งได้รวดเร็ว เหมาะกับที่บ้าน หรือ โรงพยาบาลสนาม

2. รุ่น BALLOON (บอลลูน) มีดีไซน์ที่คล้ายลูกโป่ง ที่สามารถติดตั้งได้รวดเร็วด้วยปั๊มลม เหมาะกับโรงพยาบาลสนาม หรือหอผู้ป่วย

3. รุ่น GRANDE (แกรนเด) เป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่ กว้างขวาง รองรับการติดตั้งเครื่องมือแพทย์ ตอบโจทย์การใช้งานในสถานพยาบาลที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยหนัก อาทิ แผนกฉุกเฉิน และหอผู้ป่วย

นวัตกรรม HI PETE (ไฮ พีท) เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วยทั้ง 3 รุ่น ได้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้าเครื่องมือแพทย์ ผ่านมาตรฐานการทดสอบความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า และผ่านมาตรฐานห้องสะอาด ISO 14644 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการส่งมอบ HI PETE (ไฮ พีท) เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วย ให้แก่ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และโรงพยาบาลเซนต์เมรี่ ทั้งหมดในวันนี้นอกจากเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ของการ “ปกป้อง” บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยแล้ว จะเป็นการร่วมมือกันศึกษาและปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมเต็นท์ความดันลบให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไป

ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า สำหรับบทบาทของบริษัทกับการสนับสนุนงานวิจัยไทยนั้น ในฐานะภาคเอกชนที่ช่วยสนับสนุนเตียงสนามและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องประกอบเข้าไปในเต็นท์ความดันลบ HI PETE (ไฮ พีท) โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับทางสาธารณสุขจังหวัดระยองที่ต้องการเตียงสนามซึ่งสามารถรับน้ำหนักมาตรฐานได้ถึง 250 กิโลกรัม จึงได้ส่งมอบเตียงทั้งหมด 2,000 เตียงทั่วประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม ปตท. เพื่อให้ผู้ป่วยมีที่นอนในการแยกตัวเอง ในภาวะวิกฤตโควิด-19 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์

อย่างไรก็ตาม ตลอดการระบาดของโรคโควิด-19 ทางบริษัทและพันธมิตรได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนบริจาคเตียงรวมทั้งหมด 7,000 เตียง รวมทั้งฟูก ผ้าปู หมอน ผ้าห่ม ซึ่งรู้สึกภูมิใจที่เป็นหนึ่งของภาคเอกชน ที่ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและบุคคลากรทางการแพทย์ใช้อย่างต่อเนื่อง

“เตียงนี้สามารถทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้ และเป็นอีกนวัตกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่ง สวทช. และอีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป ช่วยกันผนึกกำลังช่วยเหลือประเทศไทยในภาวะวิกฤตโรคระบาด ลดการพึ่งการเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสำคัญที่สุดช่วยให้ประชาชนคนไทยได้รับการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม” ดร.ภวัฒน์ กล่าว

นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. เป็นองค์กรวิจัยที่นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างเป็นนวัตกรรม ขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ซึ่งในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา สวทช.ได้ส่งมอบนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยนวัตกรรมจากเทคโนโลยีของ สวทช. นี้พัฒนาขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมแพทย์ที่เป็นบุคลากรด่านหน้าที่สำคัญในการทำหน้าที่ดูแลรักษาชีวิตของผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก

“งานวิจัยจะสำเร็จไม่ได้ หากขาดผู้สนับสนุนและผู้นำไปใช้ประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานักวิจัย สวทช. ได้ใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสาขาต่างๆ มาคิดและพัฒนาเป็นนวัตกรรมขึ้นมากมาย ซึ่ง HI PETE (ไฮ พีท) เต็นท์ความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วย ก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวรส. และพร้อมส่งต่อให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการนำไปใช้งานจริง ถือเป็นความสำเร็จและเป็นความมั่นคงทางการแพทย์ ตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG” นางกุลประภา กล่าว

ทั้งนี้ หากสถานพยาบาลหรือองค์กรใดที่มีความประสงค์ต้องการนำ HI PETE (ไฮพีท) ไปใช้จริงและมีความพร้อมที่จะทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้งานร่วมกับทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. สามารถแจ้งความจำนงมาได้ที่ อีเมล PETE@mtec.or.th (ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ และ พรพิพัฒน์ อยู่สา) หรือ โทร. 0-2564-6500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มุมมองผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ‘สิทธิชุมนุม-เมืองที่เอื้อต่อทุกคน’

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652033

naewna

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการจัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในประเด็นนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน หัวข้อ “กรุงเทพ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”ร่วมจัดโดยหลายองค์กร เนื่องในโอกาสที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 22 พ.ค. 2565 โดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสิทธิการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง ว่า การจัดเตรียมห้องสุขา การดูแลกล้องวงจรปิดที่ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกคนถือเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่มีอีก 2 เรื่อง เป็นอย่างน้อยที่ควรจะต้องทำ

คือการเปิดพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัด กทม. ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ชุมนุม รวมถึงจัดให้มีเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์การชุมนุมอย่างเป็นกลาง โดยทำงานร่วมกันกับนักข่าวพลเมืองและภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อทำให้สิทธิของประชาชนได้รับการปกป้อง และยังตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีการใช้กฎหมาย พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 เพื่อเอาผิดกับผู้ชุมนุมที่เห็นต่างจากรัฐบาลเป็นหลัก เช่น การติดป้ายกระดาษ ทั้งที่ควรใช้อำนวยความสะดวกเรียบร้อยให้แก่ผู้คนในเมืองมากกว่า เช่น จัดการกับสายไฟที่ระโยงระยาง

สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเอื้ออำนวยให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในการชุมนุมอย่างเต็มที่ เพราะตนเองก็เคยใช้พื้นที่สาธารณะในการเรียกร้องสิทธิเช่นกัน จึงต้องเปิดพื้นที่ให้กับคนที่ต้องการเรียกร้องสิทธิ ตราบเท่าที่กฎหมายให้ทำได้ แต่หากกฎหมายไม่ให้ทำแล้วยังจะทำก็ต้องรับผลของการกระทำ อย่างตนเองที่ต้องไปต่อสู้คดีมา 7-8 ปีกว่าจะหลุดพ้นมา ก็ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรดังนั้นหากมีโอกาสได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้วมีการชุมนุมที่ไม่ผิดกฎหมายอย่างไรก็ต้องช่วยประชาชน

ขณะเดียวกัน กทม. สามารถสนับสนุนในเรื่องของการจัดการขยะ ไฟฟ้า ห้องน้ำ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะ ซึ่งควรมีลักษณะยืดหยุ่น ไม่ควรจำเพาะเจาะจงในการใช้ประโยชน์ลักษณะใดอย่างตายตัว เช่น สวนสาธารณะไม่ใช่สถานที่สำหรับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ต้องทำอย่างอื่นได้ด้วย อาทิใช้เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะ หรือจัดกิจกรรมดนตรี สามารถทำได้ในพื้นที่ที่ไม่เบียดเบียนกิจกรรมของคนที่ใช้สวนสาธารณะนั้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าสนับสนุนการใช้สิทธิในการชุมนุมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ จะไม่มีเรื่องสองมาตรฐาน พร้อมดูแลทุกคนอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน แต่ประเด็นสำคัญคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต้องเป็นสิทธิพื้นฐานของคนกทม. เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) ควรเชื่อมต่อด้วยระบบอินเตอร์เนตไร้สาย (WiFi) อีกทั้งยังอยากผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองสวัสดิการ เพราะจากที่เคยลงพื้นที่
ทั้ง 50 เขต พบคุณภาพชีวิตของคนยังไม่เท่าเทียมกัน

นอกจากการดูแลเรื่องสุขภาพทางกายโครงการมีหมอ 3 วันต่อสัปดาห์ที่ดูแลโรคเฉพาะผู้สูงอายุแล้ว ยังต้องดูแลเรื่องสุขภาพจิต และเรื่องการหางานของกลุ่มเด็กที่จบปริญญาตรี มองว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่ กทม. จะต้องตีโจทย์ให้ได้ ต่อไปนี้คนที่ผ่านศูนย์ฝึกอาชีพหรือกำลังหางานจะต้องสามารถทำงานได้จริง และตั้งใจจะทำศูนย์หาอาชีพของกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลาง เพราะมองว่าเรื่องนี้เป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ทั่วโลกพัฒนาแล้ว

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ กล่าวว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ในมาตรา 9 หน่วยงานราชการสามารถกำหนดพื้นที่สาธารณะเพื่อการชุมนุมได้ โดยผู้ชุมนุมไม่ต้องขออนุญาตตำรวจตามหมวด 2 เช่น พื้นที่ลานคนเมือง สวนลุมพินีบางส่วน สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น หรือสวนสาธารณะอื่นๆได้ กระทั่งสามารถจัดการพื้นที่การชุมนุม ให้มีตลาดหรือการแลกเปลี่ยนพูดคุยปราศรัย ซึ่งเสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน จึงควรทำให้เป็นวัฒนธรรมของการพูดคุยเวลาที่มีความเห็นแตกต่างกัน

ส่วนหน้าที่รัฐคือดูแลประชาชนไม่ว่าความคิดต่างจากเราหรือรัฐบาลอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น กทม. ต้องอำนวยความสะดวกเต็มที่ ทั้งการเก็บขยะ ห้องน้ำ น้ำดื่ม แพทย์ฉุกเฉิน กล้องวงจรปิด เพื่อดูแลประชาชน ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้แม้จะมีความคิดเห็นต่างจากรัฐบาลอย่างไรก็ตาม และมองว่าการเตรียมพื้นที่ของ กทม. ให้เป็นพื้นที่ชุมนุมได้ เช่น บริเวณลานคนเมือง และพื้นที่สาธารณะในทุกเขต นอกจากจะทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมที่ผู้คนมาพูดคุยกัน แล้ว ยังทำให้ข้างๆ เป็นตลาดนัด สร้างเศรษฐกิจในเมืองด้วย

อีกด้านหนึ่ง ยังมีประเด็นเรื่องคนไร้บ้านที่ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นมาก เช่น ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อัตราคนไร้บ้านเพิ่มขึ้น 6,000-7,000 คน ตนเองมองว่าแม้ไร้บ้านแต่ต้องไม่ไร้สิทธิไร้โอกาส ดังนั้น กทม. ก็จะต้องร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ได้สวัสดิการพื้นฐาน และจะต้องเปิดที่อยู่อาศัยทำเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับคนไร้บ้าน โดยใช้พื้นที่ตามใต้ทางด่วน และมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปดูแลด้านจิตเวช เพื่อดูแลคนไร้บ้านตามท้องถนน

น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงปัญหาคนไร้บ้าน ว่า นอกจากการดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้ว กทม. เองก็ต้องทำงานควบคู่กันไปด้วยต้องช่วยบริการ หากเป็นผู้ป่วยจิตเวช ต้องเร่งส่งรักษาผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในการเดินทาง เช่น ทางเดินลอยฟ้าหรือสกายวอล์ก ซึ่งคนพิการไม่สามารถใช้งานได้ โดย กทม. ควรคำนึงถึงคนพิการ ให้สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามแนวคิดอารยสถาปัตย์ (Universal Design) จึงจะสามารถบอกได้ว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.จัดใหญ่’สงขลานฤมิต เมืองเก่าพหุศิลป์สู่มรดกโลก’12-31 พ.ค.นี้

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652060

ททท.จัดใหญ่'สงขลานฤมิต เมืองเก่าพหุศิลป์สู่มรดกโลก'12-31 พ.ค.นี้

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 22.02 น.

ททท.จัดใหญ่ “สงขลานฤมิต เมืองเก่าพหุศิลป์สู่มรดกโลก” 12-31 พ.ค. 65 บริเวณแหลมสมิหลาและโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว บอกเล่าคุณค่าเมืองสงขลา พร้อมก้าวสู่เมืองมรดกโลก

6 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่การประชาสัมพันธ์ จัดงาน “สงขลานฤมิต เมืองเก่าพหุศิลป์สู่มรดกโลก” หรือ “AMAZING SONGKLA TOWARDS WORLD HERITAGE SITE” ที่จังหวัดสงขลา  ดึงจุดเด่นเมืองเก่าสงขลาด้านสถาปัตยกรรม สังคมพหุวัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นเมืองศิลปะและเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สร้างสรรค์เป็นงาน Event Marketing ในวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2565 บริเวณศาลาไทย แหลมสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และการ Light Up & Projection Mapping สงขลาเสน่ห์กาลเวลา ระหว่างวันที่ 12-31 พฤษภาคม 2565 ที่โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพื่อให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางหลักให้แก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยวที่มั่นคงและยั่งยืน ตลอดจนเพื่อต่อยอดให้เมืองสงขลาได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกต่อไป หลังจากที่ “โนรา” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจาก UNESCO มาก่อนหน้านี้

กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย

1. งาน Event Marketing “สงขลานฤมิต เมืองเก่าพหุศิลป์สู่มรดกโลก” ในวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2565 เวลา 15.00-21.00 น. บริเวณศาลาไทย แหลมสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พบการแสดงแสงสีเสียงในระบบมัลติมีเดีย บอกเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของเมืองสงขลา 3 ยุค หลากวัฒนธรรม ผ่านการกำกับการแสดงโดย “ศุภักษร” ผู้กำกับชื่อดัง พร้อมระบบเทคนิคพิเศษ พลุดอกไม้ไฟ ไพโรเทคนิคแบบจัดเต็ม พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมล้ำค่า เช่น โนรา จาก ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2564 สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) , รองเง็ง , จินตลีลาลีลาศสงขลา , ดนตรีลูกทุ่งปักษ์ใต้ และขบวนศิลปินชั้นนำ อาทิ วงลิปตา วงพัทลุง และวงแทมมะริน และยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าวิถีถิ่น ของกินพื้นบ้าน อาหารอร่อยคู่เมืองให้ได้เลือกซื้อกันมากมาย

2. การ Light Up & Projection Mapping สงขลาเสน่ห์กาลเวลา ระหว่างวันที่ 12-31 พฤษภาคม 2565 เวลา 15.00-19.00 น. ณ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ฉายภาพความเป็นเมืองพหุศิลป์ของสงขลา พร้อมจุดเช็คอินและจุดถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวได้แวะมาสัมผัสตลอดเดือนพฤษภาคม ซึ่งทั้งสองกิจกรรมจัดขึ้นภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขในการป้องกันโควิด-19 ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เที่ยวปลอดภัย เที่ยวสุขใจ เที่ยวงานสงขลานฤมิต 12-31 พฤษภาคม 2565 อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ที่ดูถูกผู้อื่นตื่นเต้นในความใหญ่โตของผู้อื่นล้วนเป็นผู้ไม่อยู่ในความหมายของคำว่า’ผู้วางเฉย’

Posted on May 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/652020

ผู้ที่ดูถูกผู้อื่นตื่นเต้นในความใหญ่โตของผู้อื่นล้วนเป็นผู้ไม่อยู่ในความหมายของคำว่า'ผู้วางเฉย'

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.19 น.

ผู้ที่ดูถูกผู้อื่นก็ตาม ผู้ที่ตื่นเต้นในความใหญ่โตของผู้อื่นก็ตามล้วนเป็นผู้ไม่อยู่ในความหมายของคำว่า “ผู้วางเฉย” แต่เป็นผู้ขาดสติ เพราะผู้วางเฉยเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ

ผู้วางเฉยเป็นผู้ไม่ดูถูกผู้อื่น เพราะไม่เห็นว่าผู้อื่นต่ำต้อยกว่าตน ไม่เห็นว่าตนสูงกว่าผู้อื่น ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ย่อมไม่ตื่นเต้นในความใหญ่โตของผู้อื่น เพราะไม่เห็นว่าผู้อื่นสูงกว่าตน ไม่เห็นว่าตนต่ำกว่าผู้อื่น

ความสำคัญตนว่าเสมอเขานั้น มีได้เป็นสองนัย คือสำคัญตนว่าเสมอกับผู้ที่ต่ำต้อย เมื่อมีความสำคัญตนนี้เกิดขึ้น ก็ต้องมีความน้อยเนื้อต่ำใจ มีความแฟบลงของใจ เพราะย่อมสำคัญตนเลยไปถึงว่าตนต่ำกว่าผู้มีภาวะฐานะสูง นี้เป็นนัยหนึ่งของความสำคัญตนว่าเสมอเขา

ความสำคัญตนว่าเสมอเขาอีกนัยหนึ่ง คือ สำคัญตนว่าเสมอกับผู้ที่สูงด้วยภาวะและฐานะ เมื่อความสำคัญตนเช่นนี้เกิดขึ้น ก็ต้องมีความลำพองใจยกตนข่มท่าน มีความฟูขึ้นของจิตใจ เพราะย่อมสำคัญตนเลยไปถึงว่า ตนสูงกว่าผู้ที่มีภาวะฐานะต่ำต้อย

ความไม่วางเฉย ไม่มีสติทุกเมื่อ เป็นเหตุให้เกิดกิเลสเครื่องฟูขึ้นและแฟบลงของจิตใจ เพราะความไม่วางเฉยเป็นทางให้เกิดความสำคัญตนสามประการคือ สำคัญตนว่าเสมอกับเขา ดีกว่าเขา ต่ำกว่าเขา

ความสำคัญตนทั้งสามประการมีแต่โทษสถานเดียว ไม่มีคุณอย่างใด จึงควรอบรมความวางเฉยให้มาก พยายามตัดความรู้สึกสำคัญตนดังกล่าวให้สิ้น จะได้รับความสงบสุขยิ่งนัก

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,274,593 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
‘ใบเตย’รับห่วงสุขภาพ‘แมน’ ลุยงาน‘มวยไทย Battle ศึกค่ายชนค่าย’
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Govt opens ‘order’ centres
'ไมมิ ยาจิมะ'เยือนไทย!!! Live!Concert ครั้งแรกบนเวที Japan Expo Thailand 2018
ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนพฤษภาคม 2566

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d