Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปพิเศษ : วช. ผนึก พม.-มช. ผลักดันพลังต่างวัย สูงวัยสร้างชาติ ‘เกษียณมีดี’ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650687

สกู๊ปพิเศษ : วช. ผนึก พม.-มช. ผลักดันพลังต่างวัย  สูงวัยสร้างชาติ ‘เกษียณมีดี’ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เท่ากับหรือมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด มาตั้งแต่ปี 2548 ส่วนในปีนี้ (2565) เราจะกลายเป็นประเทศแห่งสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ต่อเนื่องไปอีกว่า ในปี 2574 ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด เช่นเดียวกับญี่ปุ่น คือมีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 28% ของประชากรทั้งหมดด้วย

ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งในส่วนของประชาชน สังคม และรัฐบาล เพื่อให้ทุกภาคส่วนก้าวสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายหน่วยงานที่แสดงความตื่นตัวและดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมจัดงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ในความร่วมมือของโครงการ “เกษียณมีดี พลังเกษียณสร้างชาติ ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย และระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่ สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน” ดำเนินการโดย วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ อาคารสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน อันได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่), กรมกิจการเด็กและเยาวชน (นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน), กรมกิจการผู้สูงอายุ (นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ), สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยเเห่งชาติ),เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย (พระครูปิยวรรณพิพัฒน์, ดร. ประธานเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย), เครือข่าย YEN-Dx พี่สอนน้องคล่องธุรกิจ (นายกิตติ์รเมศ อธิกรธีรพัฒน์ ประธาน YEN-D Frontier Thailand-Laos ผู้แทนเครือข่าย YEN-Dx)

นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวง พม. กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ในการร่วมดำเนินโครงการ “เกษียณมีดี” ที่ผ่านมานั้น กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และ
กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมมือกันในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย และระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือขับเคลื่อนและดำเนินงานต่อยอด ส่งเสริมสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งสู่การเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย โดยอาศัยการบูรณาการและร่วมมือกันขับเคลื่อนกับทุกภาคส่วน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการภายใต้โครงการ “ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัล สำหรับผู้สูงวัย และสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน” ดำเนินการโดย วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วช. มุ่งหวังให้ความร่วมมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับการขับเคลื่อนภายใต้แผนงาน Quick Wins เรื่อง “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ในระยะที่ 1 ซึ่งพร้อมก้าวเข้าสู่ในระยะที่ 2 นี้

สามารถนําไปสู่การขับเคลื่อนและขยายผลในระยะต่อๆ ไป

รวมทั้งเครือข่ายประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนผู้สูงวัยหรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ให้สามารถพึ่งพาตนเองในเชิงการประกอบอาชีพในโลกปัจจุบันได้ก่อให้เกิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัยผู้สูงวัยบนสื่อสังคมออนไลน์ ผ่าน “ชุมชนคนมีดี” และ “ตลาดคนมีดี” เกิดตัวแทนผู้สูงอายุในชุมชนตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวง อว. ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งสู่การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ให้สามารถต่อสู้กับความยากจน และสามารถดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้ เพื่อเป็นกําลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึง โครงการ “เกษียณมีดี” ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า มช.ได้ดำเนินการจัดทำบทเรียนดิจิทัล “เกษียณมีดี” สำหรับผู้สูงวัย พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัย “ชุมชนคนมีดี” และพื้นที่ปฏิบัติการฝึกเป็นผู้ประกอบการออนไลน์“ตลาดคนมีดี” การดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการได้ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัยพร้อมระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน พร้อมด้วยระบบสนับสนุนและพื้นที่ค้าขายสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการในออนไลน์ มาร์เก็ตเพลส รวมทั้งเครือข่ายประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนผู้สูงวัยหรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ให้สามารถพึ่งพาตนเองในเชิงการประกอบอาชีพในโลกปัจจุบันได้

พร้อมกันนี้ ยังได้มีการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน แก่สื่อมวลชน และมีการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยกับพลังต่างวัยสร้างชาติ” ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆร่วมให้ข้อมูลทิศทางในการดำเนินงานความร่วมมือต่อไปโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นัทธี สุรีย์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แถลงถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการพลังเกษียณสร้างชาติฯ รวมทั้งแผนการขับเคลื่อนในอนาคตว่าโครงการได้ทำการรับสมัครผู้เข้าร่วมผ่านเครือข่ายของโรงเรียนผู้สูงอายุและกลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ ให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในระบบนิเวศ “มีดี” โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย

ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดของระบบนิเวศการเรียนรู้ “มีดี” ที่เป็นผู้สูงวัย (อายุ 55 ปี ขึ้นไป) จำนวนมากกว่า 11,000 คน และเป็นผู้เข้าร่วมทุกช่วงวัยรวมทั้งสิ้นกว่า 18,000 คน

ความสำเร็จสำคัญที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการนี้ ส่วนหนึ่งคือการสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น (Multi-Sector Collaboration) โดยได้จับมือกับสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน และชุมชนที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในทุกภูมิภาคที่ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะสำหรับผู้สูงวัยในการเป็นผู้ประกอบการ ทำให้เกิดการรับรู้และเข้าสู่ระบบนิเวศ “มีดี”

ทั้งนี้ จากการดำเนินงานพบว่า องค์กรเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักของโครงการ ที่จะสามารถนำเอาระบบการสนับสนุนหรือหลักสูตรออนไลน์ที่ได้พัฒนาจากโครงการนี้ไปใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศ และเป็นผู้ที่ช่วยอนุเคราะห์สื่อสารประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งประสานงานกิจกรรมของโครงการความสำเร็จจากการดำเนินงานโครงการในปีที่ 1 ที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นและรากฐานอันมั่นคงสำหรับการขยายผลระบบนิเวศการเรียนรู้“มีดี” ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้นในระดับประเทศในอนาคต พร้อมทั้งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายเดิมให้สามารถขับเคลื่อนการสนับสนุนและพึ่งตนเองได้

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยแบบยั่งยืนต่อไปในอนาคต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการฝากถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม. เร่งรัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650675

นักวิชาการฝากถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม.  เร่งรัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น หรือภาษียาสูบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังไม่ได้ดำเนินการจัดเก็บหลังกฎหมายให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บได้ตั้งแต่ปี 2542 ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่า

“มาตรา 25 (5) ภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับยาสูบซึ่งเก็บจากการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์” ทั้งที่ อปท. ระดับจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ได้มีการจัดเก็บแล้วตั้งแต่ปี 2546 ในอัตราซองละ 1.86 บาท โดยการเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่นตามสิทธิ์ที่ กทม. พึงได้รับ จะทำให้กทม. มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 720 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน กทม. ต้องขาดรายได้ส่วนนี้ไปถึงประมาณ 16,000 ล้านบาท

“การที่ กทม. ไม่จัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น ฝ่ายที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือบริษัทบุหรี่ที่ไม่ต้องเสียภาษีส่วนนี้ และยังทำให้เกิดช่องว่างให้บริษัทบุหรี่จะนำสินค้ามาพักในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะไม่ถูกเก็บภาษี ก่อนที่ร้านค้าในกรุงเทพฯ จะกระจายสินค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงเพื่อนำขายต่อไป ทำให้รัฐต้องสูญรายได้ และ อบจ. ทั่วประเทศก็จะเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น” รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว

ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา กทม. มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีการจัดเก็บภาษียาสูบหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2548ที่มีการเสนอร่างฯ แก้ไขระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้กทม. สามารถออกข้อบัญญัติให้จัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่นได้ ไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

จึงอยากฝากไปยังผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดเป็นนโยบายว่า หากได้รับเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อนำเงินรายได้ส่วนที่พึงได้นี้ตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ แก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และการบริการสาธารณสุข

“ผมจะส่งจดหมายพร้อมข้อเสนอแนะเรื่องนี้ให้กับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกท่าน และหลังจากทราบผลการเลือกตั้งแล้ว ทางเครือข่ายควบคุมยาสูบจะขอเข้าพบกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่เพื่อหารือการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปรับค่าจ้างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ฝันแรงงานเป็นไปได้แค่ไหน

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650667

สกู๊ปแนวหน้า : ปรับค่าจ้างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น  ฝันแรงงานเป็นไปได้แค่ไหน

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เวียนมาอีกปีกับ “วันแรงงาน” วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่ง “ค่าจ้างที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ” เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ราคาสินค้าต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. 2565 มีการจัดเวทีเสวนา “ก้าวต่อไปในการแก้ปัญหาค่าครองชีพและยกระดับค่าจ้างสูง” โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ก็ถูกนำมาพูดคุยกันอีกครั้ง

สุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลในฐานะประธาน กมธ.แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คนทำงานในโรงงานหากจะมีรายได้เพียงพอก็ต้องทำงานล่วงเวลา (โอที-OT) เห็นได้ผู้สมัครงานมักถามกับบริษัทคือมีโอทีให้ทำหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ขอไปทำงานที่บริษัทอื่นดีกว่า เห็นได้ชัดเจนว่าลำพังรายได้จากค่าจ้างขั้นต่ำไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงพยายามผลักดันให้ค่าจ้างแรงงานสอดคล้องกับค่าครองชีพ

ซึ่งปัจจุบันหลักเกณฑ์การตั้งค่าจ้างขั้นต่ำในไทย อยู่บนหลักคิดว่า“ค่าจ้าง 1 คน เพื่อเลี้ยงคน 1 คน” หรือหมายถึงแรงงานทำงานเพื่อเลี้ยงตนเองเพียงคนเดียว อีกทั้งยังมีการไปกำหนดเพดานไว้ว่าห้ามปรับค่าจ้างขั้นต่ำสูงเกินร้อยละ 3 ซึ่งมีที่มาจากกรณีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 300 บาท/วันในยุคสมัยหนึ่ง ทำให้ค่าจ้างไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลก็ต้องหามาตรการมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะขนาดกลาง-ขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างแรงงานด้วย

“เรื่องค่าจ้างผมบอกว่ามีความจำเป็นจะต้องปรับ ถามว่าแล้วถ้าเกิดให้ได้ตามหลักสากล ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ปีนี้ตามที่มีการนำเสนอ ที่เลี้ยงชีพได้ 1 คน มีการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการเพื่อให้เดินได้ในเรื่องของการจ่ายค่าจ้าง พอในปีที่ 2 ปีที่ 3 มันก็ต้องเป็น Timing (จังหวะ) เวลาที่ขยับไปในเรื่องของการที่จะต้องมีมาตรฐานการได้รับค่าจ้างที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้มากกว่า 1 เป็น 2 เป็น 3 นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็นในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ตอนนี้คนทำงานทำไมถึงไม่มีลูก หรือมีลูกน้อยลง เพราะมีลูก1 คนจนไป 7 ปี” สุเทพ กล่าว

เสียงสะท้อนภาคแรงงาน ชาลี ลอยสูง รองประธานกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ซึ่งในปีนี้เรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำที่แรงงานควรได้รับไว้ที่ 492 บาท/วัน กล่าวว่า ในยุคที่รัฐบาลมีนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายผู้ประกอบการเสมอว่าจะทำให้กิจการอยู่ไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ภายหลังจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในแนวทางดังกล่าว ฝ่ายผู้ประกอบการก็ได้ประโยชน์จากมาตรการลดภาษี

จากเดิมที่ร้อยละ 30 ของผลกำไรต้องส่งเข้ารัฐ ก็เหลือเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น และยังคงอยู่ในอัตราดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน อนึ่ง ในปี 2560 มีการสำรวจค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันพบว่า ค่าอาหาร 3 มื้อ จะอยู่ที่เฉลี่ย 219 บาท/คน/วัน ยังไม่รวมค่าเดินทางและอื่นๆ นำมาสู่ข้อเรียกร้องให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 492 บาท/วัน และเป็นการเรียกร้องหลังจากอดทนรอในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งเข้าใจผลกระทบฝั่งผู้ประกอบการ

“เราก็ได้ดูในส่วนของกระแสจากสังคมด้วย ก็ปรากฏว่ากระแสสังคมก็ได้มีการตอบรับขึ้นมา เพราะมันเดือดร้อนด้วยกันจริงๆ เงินตัวนี้ถึงได้มามันก็ยังไม่พอเพียง รัฐบาลได้มีการเข้าไปใช้ในเรื่องของมาตรการช่วยปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยได้เฉพาะหน้าในเรื่องของจะไปทำเศรษฐกิจ แต่ถ้าเกิดจะทำให้มันช่วยเหลือให้เศรษฐกิจมันเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและระยะยาว มันจะต้องมีการไปปรับค่าจ้างให้คนงาน เพราะคนงานเป็นเฟืองหนึ่งตัวซึ่งมันจะต้องหมุนเศรษฐกิจ เพราะแรงงานได้เงินมาก็มีการไปจับจ่ายใช้สอยทุกวัน” ชาลี กล่าว

มุมมองภาควิชาการ รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นด้วยการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ด้านหนึ่งดีต่อแรงงาน เป็นการเพิ่มรายได้ของแรงงานทักษะต่างๆ โดยตรง แต่อีกด้านหนึ่งภาระต้นทุนก็จะไปตกอยู่กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะในกิจการที่ใช้แรงงานเข้มข้น อีกทั้งยังยิ่งทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นด้วย

ถึงกระนั้น การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กับผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการลงทุนโดยหวังให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เมื่อผู้คนมีงานทำก็จะมีรายได้ไปจับจ่ายใช้สอย ในความเป็นจริงก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าผลประโยชน์จะไปถึงแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมามักจะอยู่กับผู้ประกอบการเสียมากกว่า เช่น มีการลงทุนเพิ่มขึ้นจริง แต่เป็นการลงทุนซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานคน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นที่รัฐอาจช่วยได้ในระยะสั้น เช่น อุดหนุนส่วนต่างค่าจ้างขั้นต่ำที่ผู้ประกอบการจ่าย อาทิ หากต้องการให้แรงงานได้ค่าจ้างขั้นต่ำ 492 บาท/วัน ปัจจุบันผู้ประกอบการจ่ายอยู่แล้ว 300 บาท/วัน ส่วนที่เหลือรัฐก็เติมเข้าไป เป็นต้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสของกลุ่มแรงงานทักษะต่ำในการมีงานทำ หรือการอุดหนุนค่าครองชีพ ซึ่งรัฐก็ทำอยู่แล้ว อาทิ โครงการคนละครึ่ง แต่ก็จะเป็นมาตรการเพียงชั่วคราว

“การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ประเทศไทยต้องมุ่งสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แล้วก็มีนวัตกรรมที่เป็นของตัวเอง ถ้าเรามี Margin (ส่วนเกิน) ตรงนั้นเยอะเราก็ตัดแบ่งให้แรงงานได้เยอะ แต่ถ้าเรายังรับจ้างผลิตอะไรถูกๆ อยู่ เราก็กดดันผ่านตัวแรงงานนี่ละ ก็เป็นแรงงานต้นทุนต่ำๆ เราก็ไม่สามารถยกขบวนของประเทศไทยขึ้นไปในระดับสูงได้ ทุกคนก็จะถูกกดให้ต่ำอยู่อย่างนี้” อาจารย์กิริยา กล่าว

ขณะที่ ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาแรงงานและการจัดการ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในวิชาเศรษฐศาสตร์ มองแรงงานเป็นปัจจัยการผลิตและต้นทุนการผลิตประเภทหนึ่งดังนั้นหากต้องการผลกำไรก็ต้องกดต้นทุน หรือก็คือหากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวก็ต้องควบคุมค่าจ้างแรงงานซึ่งเป็นต้นทุน “ประเทศที่ดีในสายตานักลงทุนคือประเทศที่ค่าแรงถูก” เช่น ปัจจุบันที่มีข่าวนักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปประเทศเวียดนาม เพราะค่าจ้างแรงงานที่นั่นยังค่อนข้างต่ำ

แต่ในทางตรงข้าม แรงงานนั้นมองตนเองว่าเป็นคนไม่ใช่วัตถุ “การที่แรงงานเรียกร้องค่าจ้างก็เพื่อให้สามารถค้ำจุนความเป็นคนไว้ได้” ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอให้เปลี่ยนจากค่าจ้างขั้นต่ำ (Minimum Wage) เป็นค่าจ้างที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ (Living Wage) หรือค่าจ้างขั้นต่ำที่อยู่ได้อย่างเป็นมนุษย์ (Minimum Living Wage) โดยมนุษย์เป็นสัตว์สังคม รายได้จึงไม่ได้หมายถึงเพียงค่าอาหาร 3 มื้อเพื่อต่อลมหายใจ แต่หมายถึงความสามารถในการดูแลครอบครัวตลอดจนคนรอบข้าง เห็นได้จากการสมทบทุนสนับสนุนญาติสนิทมิตรสหายในโอกาสต่างๆ

“ผมว่ามาถึงวันนี้ เราต้องกลับไปทบทวนว่ากระบวนการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำก็ดี เกณฑ์ในการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำก็ดี แม้แต่นิยามการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำที่บอกว่าคือค่าจ้างที่นายจ้างมีปัญญาจ่าย มันควรเปลี่ยนไปเป็นค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างอยู่ได้อย่างคนหรือเปล่า?” อาจารย์แล ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวบนเจ้าแม่ได้แมวคืนรำวงแก้บน 100 รอบ พร้อมเขย่าเสี่ยมซีได้เลขเด็ด

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650698

สาวบนเจ้าแม่ได้แมวคืนรำวงแก้บน 100 รอบ พร้อมเขย่าเสี่ยมซีได้เลขเด็ด

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.10 น.

วันที่ 30 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ศาลเจ้าแม่เมืองการุ้ง หมู่ 4 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อทัยธานี ได้พบกับนางสาวนภัสนันท์ เชยชม อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 147 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี พร้อมกับรถแห่สามล้อตุ๊กๆและชาวบ้านที่มาร่วมรำวงเดินถือป้ายแมว วนรอบศาลเจ้าแม่เมืองการุ้ง 100 รอบ

จากการสอบถามนางสาวนภัสนันท์ เชยชม ได้เปิดเผยว่าตนเองได้เป็นเจ้าของแมวพันธุ์ไทยเพศเมีย ลายส้มอายุ 2 ปี ชื่อเจ้าแปะก๊วย ก่อนหน้านี้วันอาทิตย์ช่วงเที่ยงวันที่ 24 เมษายน 2565 เจ้าแปะก๊วยได้หายออกจากบ้านไป ตอนแรกตนเองคิดว่าคงจะแอบไปข้างนอกเดียวคงเข้ามาในบ้าน แต่แล้วก็ไร้วี่แวว ไม่เห็นแม้แต่เงาเจ้าแปะก๊วย ตนเองเป็นกังวลมาก คิดถึงและสงสารว่าจะไปนอนตรงไหน หรือได้รับอันตรายหรือปล่าว จนกระทั่ง 3 วันที่ผ่านมา เจ้าแปะก๊วยก็ยังไม่มา ตนเองเลยตัดสินใจได้เดินทางมายังศาลเจ้าแม่เมืองการุ้ง ที่ตำบลเมืองการุ้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ได้เข้ามากราบไหว้เจ้าแม่พร้อมกับบนว่า หากเจอเจ้าแปะก๊วยกลับมาบ้านภายในวันสองวัน ตนเองจะนำรถแห่มาวนรอบศาลเจ้าแม่ 100 รอบ พร้อมพวงมาลัย 100 พวง และทำความสะอาดในพื้นที่ศาลเจ้าแม่ 3 วัน

ล่าสุดรุ้งเช้าวันพฤหัสบดี 28 เมษายน 2565 ช่วงสองทุ่ม ตนเองก็ได้พบเจ้าแปะก๊วยอยู่บริเวณใกล้เคียงที่ห้องพัก ตนเองรู้สึกดีใจมากตนเอง รู้สึกเชื่อกับสิ่งที่ตนเองขอเจ้าแม่ไว้ว่าขอให้ได้เจอเจ้าแปะก๊วย จนกระทั่งวันที่ 30 เมษายน 2565 ตนเองก็ได้มาทำตามที่บนไว้กับเจ้าแม่ โดยนำรถแห่มารำวง 100 รอบ พร้อมพวงมาลัย 100 พวง แล้วก็จะมาทำความสะอาดห้องน้ำให้เป็นเวลา 3 วัน

ทั้งนี้ตนเองคิดว่าวันนี้เป็นวันดี จึงได้กราบไหว้เจ้าแม่พร้อมเขย่าเซียมซี ได้เลข 154 จะนำไปซื้อลอตเตอรี่ด้วยเพื่อเสี่ยงดวงดังกล่าว

เสียงสัมภาษณ์นางสาวนภัสนันท์ เชยชม เจ้าของแมวชื่อแปะก๊วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กตัญญูกตเวทิตา ‘ธรรมที่สร้างคนให้เป็นคนดี’

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650679

กตัญญูกตเวทิตา 'ธรรมที่สร้างคนให้เป็นคนดี'

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.36 น.

กตัญญูกตเวที…ความรู้คุณที่ท่านทำแล้วแก่ตน และตอบแทนพระคุณนั้น พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่าเป็นธรรมของคนดี คือคนดีมีธรรมนี้ หรือธรรมนี้ทำให้คนเป็นคนดี คือคนใดมีธรรมคือความกตัญญูกตเวที คนนั้นคือคนดีนั่นเอง ในด้านตรงกันข้าม คนใดไม่มีความกตัญญูกตเวที คนนั้นไม่ใช่คนดี

เชิญสำรวจตัวเองให้ทุกคน ให้เห็นใจตนอย่างชัดเจนตรงตามความจริงว่า มีความกตัญญูกตเวทีหรือไม่ แล้วก็จะรู้จักตนเองว่าเป็นคนดีหรือไม่ ไม่มีความกตัญญูกตเวทีไม่เป็นคนดีจริงๆ อย่าสงสัย แต่จงเร่งอบรมใจตนเอง ให้มีกตัญญูกตเวทิตาธรรมให้จงได้ อย่าให้ผ่านชีวิตนี้ไปสู่ชีวิตหน้าที่ยาวนาน โดยไม่ถือโอกาสสร้างชีวิตในภพชาติข้างหน้าให้สวยสดงดงามอย่างยิ่ง

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮาต้นมะม่วงประหลาดใบคล้ายมือคนคอหวยใช้มือถือซูมดูเห็นเลข 2 ตัวบนใบไม้

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650640

ฮือฮาต้นมะม่วงประหลาดใบคล้ายมือคนคอหวยใช้มือถือซูมดูเห็นเลข 2 ตัวบนใบไม้

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.33 น.

วันนี้ (30 เม.ย.65) ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มีต้นมะม่วงประหลาด ผลิใบคล้ายมือมนุษย์ มีนิ้ว 5 นิ้ว โผล่โด่เด่ ดูโดดเด่นแปลกตาอยู่บนยอดต้นมะม่วง จนชาวบ้านพากันสงสัยว่าคือใบอะไรกันแน่ ก่อนจะแห่มายืนจ้องดูแล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย เมื่อซูมดูใกล้ๆ ก็ปรากฏว่าทุกคนมองเห็นตัวเลข 2 ตัวตรงกันอยู่บนใบไม้ที่คล้ายมือคน

นางสาวกัลชนา(ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 56 ปี บอกว่า มะม่วงต้นนี้เป็นพันธุ์โชคอนันต์ อายุประมาณ 5 ปี ช่วงที่ยืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านทุกวันก็สังเกตเห็นว่ามีใบอะไรแปลกๆ โผล่อยู่บนยอดต้นมะม่วง ตอนแรกมีรูปร่างคล้ายหัวมังกร พอผ่านไป 1 เดือน ใบก็เปลี่ยนรูปร่างคล้ายมือมนุษย์ มีนิ้ว 5 นิ้ว เมื่อเดินดูรอบต้นและปีนต้นไม้ขึ้นไปดูก็ไม่เจอต้นกาฝากเลื้อยเกาะต้นมะม่วงแต่อย่างใด แต่ใบไม้รูปร่างประหลาดที่เห็นนั้น มันแตกออกมาจากกิ่งต้นมะม่วง

“ชาวบ้านที่นี่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เลยพากันมายืนดู แล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย พอซูมรูปดูใกล้ๆ ก็ปรากฏว่าทุกคนมองเห็นตัวเลขตรงกัน คือ 5 กับ 1 โผล่อยู่บนใบไม้ที่คล้ายมือคน สร้างรอยยิ้มอย่างมีความหวังกันเลยทีเดียว” นางสาวกัลชนา กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุ้นระทึกนาทีชีวิต! แมวน้ำคลอดลูกตัวแรกของสวนสัตว์สงขลาในรอบ 24 ปี

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650632

ลุ้นระทึกนาทีชีวิต! แมวน้ำคลอดลูกตัวแรกของสวนสัตว์สงขลาในรอบ 24 ปี

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.00 น.

เปิดภาพลุ้นระทึก! นาทีชีวิต “เจ้าคอนเน่” แมวน้ำสวนสัตว์สงขลาที่กำลังคลอดลูกออกมาลืมตาดูโลกเป็นตัวแรกของสวนสัตว์สงขลาในรอบ 24 ปีโดยพี่เลี้ยงสามารถบันทึกภาพนาทีชีวิตนี้เอาไว้ได้ด้วยความตื่นเต้นและประทับใจ 

นี่เป็นภาพนาทีชีวิตของเจ้าคอนเน่ แมวน้ำในสวนสัตว์สงขลา ที่กำลังคลอดลูกน้อยออกมาโดยมีพี่เลี้ยงคอยลุ้นระทึกอยู่ห่างๆ และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพนาทีชีวิตอยู่ตลอดเวลาของการคลอดลูกของเจ้าคอนเน่ จนลูกน้อยคลอดออกมาและเป็นลูกแมวน้ำตัวแรกของสวนสัตว์สงขลา ซึ่งขณะนี้ทั้งแม่คอนเน่ทั้งลูกแมวน้ำตัวน้อยปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิดและยังไม่ทราบเพศเนื่องจากในช่วงนี้ เจ้าคอนเน่หวงลูกมากไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้

สำหรับแมวน้ำที่เกิดใหม่ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของสวนสัตว์สงขลาในรอบ 24 ปีนับจากการเปิดให้บริการสวนสัตว์สงขลามาตั้งแต่ปี 2541

โดยในวันนี้ (30 เม.ย.65) นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา ได้ลงไปที่คอกเลี้ยงแมวน้ำเพื่อไปดูเจ้าคอนเน่และลูกน้อย โดยผู้อำนวยการสวนสัตว์ได้แวะเข้ามาดูทุกวันด้วยความห่วงใยและให้กำลังใจพี่เลี้ยงแมวน้ำทุกคนที่คอยดูแลเอาใจใส่แมวน้ำเป็นอย่างดี จนสามารถประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์จนเจ้าคอนเน่ ให้ลูกออกมา 1 ตัวและด้วยความสามารถของเจ้าปีโป้พ่อพันธุ์แมวน้ำ คาดว่าอีก 2 สัปดาห์ แมวน้ำป๊อกกี้ ที่กำลังรอคลอดอีก 1 ตัวก็คงจะต้องรอลุ้นกันอีกครั้งหนึ่งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า วันนี้สวนสัตว์สงขลาได้สมาชิกใหม่เป็นลูกแมวน้ำสายพันธุ์อเมริกาใต้ ซึ่งเป็นแมวน้ำที่สวนสัตว์สงขลาได้นำมาเลี้ยงในส่วนจัดแสดงหลายปีแล้ว จากแม่แมวน้ำชื่อคอนเน่อายุ 9 ปีได้เกิดลูกมา 1 ตัวโดยมีเจ้าปีโป้ เป็นพ่อพันธุ์แมวน้ำ ตอนนี้ยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย เนื่องจากแม่แมวน้ำยังห่วงลูกอยู่และเลี้ยงลูกอย่างใกล้ชิดโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ และในช่วงต่อไปทางสวนสัตว์สงขลาจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตั้งชื่อลูกแมวน้ำกับเราท่านที่สนใจก็คงต้องติดตามทางเพจสวนสัตว์สงขลาว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นในเดือนพฤษภาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ที่จะต้องชื่นชมในครั้งนี้ก็คือ นางสาวสุชาดา ศรีขวัญ อายุ 35 ปีพี่เลี้ยงแมวน้ำที่สวนสัตว์สงขลามา 15 ปีและเป็นผู้บันทึกภาพเจ้าคอนเน่ที่กำลังคลอดลูกให้ผู้ชมได้ชมอย่างชัดเจน 

โดยนางสาวสุชาดา ได้เล่านาทีชีวิตให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนได้สังเกตพฤติกรรมของเขา เพราะเขามีอาการแปลกๆ เราเรียกให้ออกไปแสดงโชว์เขาก็ไม่ออกไป แล้วก็ไม่กินอาหารเลย หลังจากนั้นก็เข้ามาดูเขาอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่เราเข้ามาเจ้าคอนเน่ กำลังเบ่งลูกอยู่พอดีเลย เราโชคดีที่นำโทรศัพท์ติดตัวเข้าไปด้วย ก็เลยได้จังหวะถ่ายคลิปเอาไว้ สำหรับความรู้สึกที่ได้ถ่ายภาพนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นและก็ดีใจมากเลยที่ได้อยู่ในช่วงเวลานาทีชีวิต”

สำหรับแมวน้ำในสวนสัตว์สงขลาทั้ง 3 ตัว มีตัวผู้ 1 ตัว ชื่อปีโป้ ตัวเมีย 2 ตัวชื่อป๊อกกี้ก้บคอนเน่ และเจ้าปีโป้พ่อพันธุ์แมวน้ำทำให้เจ้าป๊อกกี้ท้องไล่เลี่ยกันกับเจ้าคอนเน่ คาดว่า อีก 2 สัปดาห์แมวน้ำป๊อกกี้ ที่กำลังรอคลอดอีก 1 ตัวก็คงจะต้องรอลุ้นกันอีกครั้งหนึ่งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ขณะนี้พี่เลี้ยงแมวน้ำก็ดูแลแมวน้ำทั้งเจ้าคอนเน่ และเจ้าป๊อกกี้อย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมเที่ยวตลาดน้ำ 3 อำเภอ 2 จังหวัดชมวิถีชีวิตริ่มฝั่งคลอง ‘อัมพวา-บางคนที-วัดเพลง’

Posted on April 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650618

เตรียมเที่ยวตลาดน้ำ 3 อำเภอ 2 จังหวัดชมวิถีชีวิตริ่มฝั่งคลอง 'อัมพวา-บางคนที-วัดเพลง'

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.42 น.

การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมจัดงานตลาดน้ำ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.อัมพวา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม และ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เชื่อมโยงชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลอง กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างร้ายได้สู่ชุมชน ระหว่าง 12-16 พฤษภาคมนี้ 

วันนี้ (30 เม.ย.65) นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานแถลงข่าวเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำเส้นทางใหม่ ตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ 2 จังหวัด ประกอบด้วย อ.อัมพวา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม และอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี ที่การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม จัดขึ้นชูแนวคิด สมุทรสงคราม 3 น้ำ 3 เวลา 3 อำเภอ บริเวณโรงเจยิ่นเต๊กตั๊ว อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม โดยมีนางกชนัฑ พัฒนะวิชัย นายอำเภออัมพวา นายวุฒิชัย ยามโคกสูง นายอำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม นายชนันต์ อินทรักษ์ นายอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี และนายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม

โดยสภาพพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่รวมแหล่งน้ำ 3 ชนิด ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย มีเส้นทางท่องเที่ยวสายใหม่ที่เปิดขึ้นแบ่งออกเป็นการท่องเที่ยวทางน้ำเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า ช่วงบ่าย และช่วงเย็น เส้นทางดังกล่าวจะเป็นจุดที่ประสาน 3 อำเภอ มาพบกันที่เดียวในประเทศไทย ประกอบด้วย อ.อัมพวา อ.บางคนที และอ.วัดเพลง จึงเป็นที่มาโครงการท่องเที่ยว สมุทรสงครามเมือง 3 น้ำ 3 เวลา 3 อำเภอ

นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวถึงนโยบายการท่องเที่ยวของจังหวัดว่า ได้ให้ความสำคัญเรื่องการท่องเที่ยวซึ่งมาจากยุทธศาสตร์ของจังหวัด โดยได้ยกให้การท่องเที่ยวเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 คือ การเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์กลาง มีการท่องเที่ยวรูปแบบที่หลากหลาย สอดคล้องกับวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน โดยสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งการใช้ใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เป็นเสน่ห์ชวนให้สัมผัสถึงบรรยากาศและกลิ่นอายแห่งความสุข มุ่งเน้นการนำเอกลักษณ์มาเป็นส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี 

นายชนันต์ อินทรรักษ์ นายอำเภอวัดเพลง กล่าวว่า ส่วนของอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี เป็น 1 ในพื้นที่เป็นที่ตั้งของตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ ยังคงมีบ้านเรือนโบราณมีวิถีชีวิตของความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวบ้านอยู่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าและผลผลิตทางการเกษตร ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่ก่อให้เกิดเป็นตลาดริมน้ำ 3 อำเภอเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ส่วนกิจกรรมครั้งนี้ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวกลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง 

สำหรับการจัดงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีบูธสาธิตฝั่ง มีขนมพื้นถิ่น เช่น ขนมวงทอง ขนมกล้วย ขนมฟักทอง บูธกุ้งแม่น้ำย่างในจานกาบหมากที่รับรองความอร่อย บูธสานตระกร้าใบมะพร้าว ตระกร้าหวาย บูธว่าวจุฬา ศิลปะการละเล่นคนไปสมัยโบราณ รวมถึงกิจกรรมพาย Sup Borad ผ่านลำน้ำแควอ้อม ชมบรรยากาศสองฝั่งคลองที่ยังคงมีเสนอขอวิถีชีวิต รวมถึงกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวพิเศษ เส้นทางที่ 4 โดยการปั่นจักรยานเอาใจสายชิล ชมวิถีชีวิตเชิงเกษตร ในเส้นทางตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ – สวนทุเรียนสามน้ำ (ผู้ใหญ่เอก) ร้านกาแฟ สไตล์มินิมอล สวนเกษตรผสมผสาน มีจุดให้เช็คอิน ชิมผลไม้และนั่งสบายอารมณ์ไปกับคาเฟ่สุดเก๋ 

ส่วนสาย “มูเตลู” ไม่ควรพลาดมีการเปิดเส้นทางน้ำเส้นทางใหม่ทั้ง 3 เส้นทาง นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับการนั่งเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งคลองได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคล เช่น วัดจุฬามณี – ขอพรท้าวเวสสุวรรณ วัดอินทาราม ขอพรท้าวเวสสุวรรณ และพระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปีวัดบางกุ้ง ชมโบสถ์ปรกโพธิ์ หนึ่งในที่เที่ยว Unseen Thailand และวัดบางเกาะเทพศักดิ์ สักการะขอพรเทพทันใจเจ้ากมลภู เทพกระซิบอัมพวา 

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ เส้นทางที่ 1 ช่วงเช้า เริ่มจากตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ วัดปราโมทย์ – วัดอินทราราม – วัดบางเกาะเทพศักดิ์ – ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช – วัดบางกุ้ง – ตลาดน้ำบางน้อย- วัดแก้วเจริญ เส้นทางที่ 2 ช่วงบ่าย วัดบางเกาะเทพศักดิ์ – วัดบางแคน้อย- วัดภุมรินทร์กุฎีทอง- วัดจุฬามณี – ตลาดน้ำน้ำอัมพวา- วัดแก้วเจริญ เส้นทางที่ 3 ช่วงเย็น ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำแควอ้อม – สะพานแขวน- ตลาดน้ำอัมพวา- ล่องเรือชมหิ่งห้อย- วัดแก้วเจริญ 

โดยการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ 3 อำเภอจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12-16 พฤษภาคมนี้ที่ตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ บริเวณโรงเจยิ่นเต๊กตั๊ว อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ในวันดังกล่าวชมกิจกรรมในงานที่น่าสนใจอีกมากมายไปกับการแสดงบูธสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 40 บูธ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การท่องเที่ยวทางน้ำเส้นทางใหม่ 3 เส้นทาง และกิจกรรมเสริม ชวนปั่นจักรยานชมสวนผลไม้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใกล้เคียงตลาดน้ำ ซึ่งจะมีจักรยานไว้คอยบริการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนด้วย เริ่มเวลา 10.00 – 20.00 น.ได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ตลาดริมน้ำ 3 อำเภอ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจ ตลาดน้ำสามอำเภอ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยาบ้าเยอะแยะไม่ไปจับ! หนุ่มรถคอกโวยด่านตรวจ ที่แท้ซุกมาในรถ2หมื่นเม็ด

Posted on April 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650614

ยาบ้าเยอะแยะไม่ไปจับ! หนุ่มรถคอกโวยด่านตรวจ ที่แท้ซุกมาในรถ2หมื่นเม็ด

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.26 น.

จังหวะโบ๊ะบ๊ะ! หนุ่มรถคอกทำฉุนเฉียวตำรวจตั้งด่าน ลั่น! คนร้าย-ยาบ้าเยอะแยะไม่ไปจับ ที่ไหนได้ซุกยาบ้า 26,975 เม็ดมาในกล้วย

เป็นคลิปที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก เรารักด่านตรวจ ได้เผยคลิปพบว่า ผู้ต้องหาเป็นสองสามีภรรยา แหกด่านตรวจยาเสพติดของ สภ.เนินกุ่ม จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับ สภ.สากเหล็ก ห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร

จากนั้น จึงได้ตรวจรถยนต์คันดังกล่าวรอบคัน ระหว่างนั้น ผู้ต้องหาได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตามที่ปรากฏในคลิป ก่อนจะพบว่าที่รถไม่จัดทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จึงได้ออกใบสั่งและยึดใบขับขี่เอาไว้ ต่อมาได้รับแจ้งจาก สภ.เนินกุ่ม จ.พิษณุโลก ว่ารถกระบะคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดให้ตรวจค้นที่ด่านตรวจยาเสพติด ถนนอินทร์บุรี-วังทอง เห็นว่ามีพิรุธ จึงขอตรวจค้นที่หน้า สภ.สากเหล็ก ปรากฏว่าพบยาบ้าจำนวน 26,975 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระบะคอก โดยมีกล้วยทับอยู่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 เวลาประมาณ 08.30 น. 

ขอบคุณ : เรารักด่านตรวจ

ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายอาลอง ชีมือ อายุ 34 ปี น.ส.ชาลินี นพเกตุ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาสารภาพว่าไปรับกล้วยมาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ก่อนขับรถมาเรื่อยๆ ตามเส้นทาง แล้วนัดเอากล้วยมาส่งในพื้นที่ของ สภ.สากเหล็ก ปรากฏว่าติดต่อลูกค้าไม่ได้ ก่อนจะถูกจับกุม จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ดำเนินคดี ก่อนขยายผลต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นาทีชีวิต!! ‘เสี่ยร้านทอง’ดวงแข็ง กระบะ’เมาแล้วขับพุ่ง’ทับร่าง

Posted on April 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650599

นาทีชีวิต!! 'เสี่ยร้านทอง'ดวงแข็ง กระบะ'เมาแล้วขับพุ่ง'ทับร่าง

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 12.15 น.

นาทีชีวิต!! ‘เสี่ยร้านทอง’ดวงแข็ง โดนกระบะ’เมาแล้วขับพุ่ง’ทับร่าง

30 เมษายน 2565 นับว่าเป็นนาที หลังจากเพจเฟซบุ๊ก ห้างทองทองจินดาสุพรรณบุรี เผยคลิปกล้องวงจรปิดที่บริเวณลานจอดรถ ขณะที่กระบะคันหนึ่งขับมาแล้วพุ่งชนชายสูงวัยจนล้มลงและทับร่างผ่านไป แต่ชายคนดังกล่าวลุกขึ้นได้และได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น 

โดยทางเพจห้างทองฯ ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า ” ทำให้การมองเห็นลดลง คลิปอุทาหรณ์สอนใจ ดื่มไม่ขับ เพราะจะทำให้การมองเห็นลดลง คลิปอาป๊าโดนรถชนและทับขณะกำลังเดินเข้าตึกที่พักค่ะ ปล.ป๊า ปลอดภัยดีนะคะ เป็นแผลภายนอกเท่านั้นค่ะ “

โดยคลิปนี้ได้รับกำลังใจจำนวนมากขอให้ชายรายนี้ปลอดภัยและหายไวๆ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย “เมาไม่ขับ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,276,271 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
Thais give alms to monks on Father’s Day
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
VILLAINS AREN’T BORN. THEY’RE MADE. จากฮีโร่สู่จอมโหดที่ถูกโลกหล่อหลอม
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง
Davies reiterates US concerns over rights
"วัชมนฟู้ด" ตั้งเป้าเป็น "ฮับ" ผลไม้นำเข้า

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d