Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฮือฮา! พบ ‘เห็ดมือผี’ กลิ่นเหมือนซากศพ หายากอันดับ 2 ของโลก

Posted on April 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649317

ฮือฮา! พบ 'เห็ดมือผี' กลิ่นเหมือนซากศพ หายากอันดับ 2 ของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.51 น.

24 เม.ย.65 น.ส.สมนึก สุขสำราญ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 117 ม.12 ต.แม่ใส อ.เมือง พะเยา ตื่นมาได้กลิ่นคล้ายซากศพเหม็นโชยไปทั่วบริเวณบ้านจึงได้เดินหาจนเจอแมลงวันตอมคล้ายซากปลาหมึกจึงจ้องลงไปมองพบเป็นเห็ดออกดอกบรอเวณลานดินหน้าบ้าน ลักษณะคล้ายปลาหมึกมีหัวและหนวดเหมือนปลาหมึกและมีกลิ่นเหม็นเหมือนซากศพหรือของเน่าเสียจึงค้นหาในกูเกิลจึงได้รู้ว่าเห็ดดังกล่าวเป็นเห็ดซากศพ(เห็ดมือผี)หรือเห็ดหนวดปลาหมึกชึ่งเป็นเห็ดที่หายากอันดับ 2 ของโลกจึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเก็บไว้ เพราะเกิดมาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

จากการสังเกตุลักษณะของเห็ดซากศพ (เห็ดมือผี)หรือเห็ดหนวดปลาหมึกพบว่ามีขนาดความยาวประมาณ 1 คืบหัวกลมสีขาวออกเหลือง อมเทามีดอกยื่นออกมาคล้ายหนวดปลาหมึกนับแล้วมี 8 หนวดและมีกลิ่นเหม็นเหมือนซากศพโดยออกมาเพียงดอกเดียว เหมือนปลาหมึกกำลังนอนราบกับพิ้นดิน บริเวณทางเดินหน้าบ้านดังกล่าว

น.ส.สมนึก สุขสำราญ อายุ 48 ปี เจ้าของบ้านเล่าว่า ตนเองตื่นนอนและเปิดประตูบ้านออกมาพบมีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นซากศพหรือของเน่าจึงเดินหาและพบเหมือนซากปลาหมึกนึกว่าหมาหรือแมวเอามากินหน้าบ้านแต่เมื่อก้มลงไปมองชัดๆกับกลายเป็นเห็นที่แปลกและมีกลิ่นเหม็นจึงหยิบมือถือมาค้นหาพบว่าเป็นเห็ดซากศพ(เห็ดมือผี)หรือเห็ดหนวดปลาหมึกชึ่งเป็นเห็ดหายากอันดับ2 ของโลกตนเองพึงเคยพบเห็นครั้งแรกและดีใจที่มาโผล่ที่บ้านของตนเองคาดว่าคงมาให้โชคให้ลาภกับตนเอง ให้ตัวเองและก็จะได้เสี่ยงโชคเอาบ้านเลขที่ของตนเองไปเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 2 พ.ค.นี้.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์! กราบไหว้’พระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย’ แห่งวัดศรีโพธิ์ชัย อำนาจเจริญ

Posted on April 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649302

ธรรมะวันอาทิตย์! กราบไหว้'พระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย' แห่งวัดศรีโพธิ์ชัย อำนาจเจริญ

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 13.43 น.

วัดศรีโพธิ์ชัย ต.ปลาค้าว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 20 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตก เป็นวัดสังกัดมหานิกาย โดยมีพระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว มีพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป สามเณรและแม่ชีไม่มี บนเนื้อที่ 16 ไร่ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ อุโบสถ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่ผ่านมาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมแก่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นวัดต้นแบบแห่งความสำเร็จ สู่รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมือปี 2553 

สำหรับ วัดศรีโพธิ์ชัยเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนญาติโยม เดินทางเข้ามาวัดเพื่อฟังธรรม ทำบุญ ทำทานและนมัสการพระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบปูนปั้นฉาบสีทอง ลักษณะปางมารวิชัย สูง 1.50 เมตร หน้าตักกว้าง 1.20 เมตร ประดิษฐานภายในวิหารญวน ช่างญวนเป็นผู้สร้างทั้งพระพุทธรูปและวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2430 อายุ 128 ปี ซึ่งก่อนนั้นเป็นวิหารไม้และไม้ผุพัง ก็เลยทำการบูรณะขึ้นใหม่ กลายมาเป็นวิหารปูนซีเมนต์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งภายในวิหาร ก็จะเป็นที่เก็บสิ่งของโบราณ เช่น เสลี่ยงช้าง ใบลานเทศนาเป็นภาษาขอมและไหโบราณ   

นอกจากนี้ ภายในหอระฆังจะเป็นที่เก็บกองเพล ซึ่งสมัยก่อนศิษย์วัดจะตีกองเพล บอกเวลา ให้ญาติโยม นำอาหาร คาวหวาน มาถวายเพล พระภิกษุ สามเณร และมีกระติ๊บข้าวเหนียวโบราณเก่าแก่อายุ 100 ปี โดยเฉพาะด้านหน้าอุโบสถ จะเป็นที่ตั้งของป้ายประกาศโบราณ อายุกว่า 100 ปี เช่นกัน โดยครอบด้วยเพิงสังกะสี เพื่อบังแดดและกันฝน ซึ่งป้ายประกาศอันนี้ มีลักษณะแบบปูนซีเมนต์ ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร สำหรับเขียนประกาศกฎระเบียบต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้และปฏิบัติตาม 

ส่วนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเริ่มแรกเปิดเรียนเปิดสอนพระสงฆ์และสามเณรเมื่อปี พ.ศ.2488 จนกระทั่งปัจจุบัน และในปี 2558 ได้มีการสอนอักษรธรรมใบลาน ซึ่งคณะครูอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลเดินทางมาสอนถึงที่นี่ แก่ผู้สนใจ โดยเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และเพศวัย ซึ่งเปิดสอนในวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น. แต่ว่าช่วงนี้เกิดโรคระบาดโควิด19 จึงต้องงดเรียนวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อป้องกันโรคโควิด19 ซึ่งญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามาในวัด จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วย 

นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ว่างประมาณ 3 งาน เพื่อปลูกสมุนไพรเกือบ 100 ชนิด โดยผลิตเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลากหลายชนิด และที่โดดเด่นฮิตยอดนิยม ก็คือเสลดพังพอนตัวผู้ตัวเมีย ทุกวัน จึงมีชาวบ้าน เข้ามาขอไปทำยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยมาก ส่วนวิธีทำเริ่มแรกให้นำเอาใบเสลดพังพอนไปตำให้ละเอียดเสร็จแล้วเอาไปคลุกกับปูน(สำหรับเคี้ยวกับหมาก)หรือเหล้าขาวก็ได้  จากนั้น ให้ใส่น้ำมะนาว เพื่อเป็นน้ำกระสาย และทำการแปะปิดบริเวณปากแผลที่ถูกแมลงสัตว์มีพิษต่อย หรือ ผู้ที่เป็นงูสวัด พอก 1 -2 วันก็จะหายทันที 

สำหรับสมุนไพร บำบัดผู้ติดยาเสพติดหรือติดสุรา ก็มีชาวบ้านขอไปทำยากันมาก ด้วยการใช้รากไม้นางแช่ง ต้มกับน้ำให้เดือดแล้วดื่มกิน ก็จะอาเจียนพิษสุราหรือยาเสพติดออกมา จะทำให้ไม่อยากเสพยาหรือดื่มสุรา หากได้กลิ่นยาเสพติดหรือกลิ่นสุราก็จะอาเจียนออกมาทุกครั้ง ซึ่งได้ผลดีมาก 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดปลาค้าวและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว ที่ผ่านมาเดินทางไปเทศนาสั่งสอนญาติโยมอย่างต่อเนื่องทั้งภาคเหนือและอีสาน เป็นเพราะสุขภาพร่างกายเริ่มถดถอย เดินทางไกลลำบาก จึงได้จัดตั้งคณะเทศน์ขึ้นมา 1 คณะ มีพระ 3 รูป ตระเวนเทศนาไปตามภาคเหนือและอีสานเป็นเวลากว่า 10 ปี ด้วยการเทศนาสั่งสอนพุทธศาสกนิชน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำบุญทำทาน การทำความดี ละความชั่ว รักแผ่นดิน รักพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระราชวงศ์ทุกพระองค์  

คณะเทศวัดศรีโพธิ์ชัย สร้างชื่อเสียง โด่งดังมาก จึงถูกเรียกว่า “คณะเทศเสียงทอง” ถูกนิมนต์ไปเทศตลอดเวลา รวมถึง คณะสวดสรภัญญะ อีกหนึ่งความสำเร็จ  ที่ทางวัดศรีโพธิ์ชัย ให้การสนับสนุน เพื่อไปร่วมงานทางศาสนาและส่งเข้าประกวดแข่งขันสวดสรภัญญะในวันสำคัญๆทางศาสนาทั้งระดับอำเภอ จังหวัด เป็นประจำ จนได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภาคอย่างต่อเนื่องและคว้ารางวัลมากหมาย และที่น่าดีใจที่สุดก็คือ รางวัลเสาเสมาธรรมจักร สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.53 ในวันวิสาขบูชาโลกที่ผ่านมาอีกด้วย 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เทศนาตอนหนึ่งว่า ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และโลกทิพย์มีส่วนสัมพันธ์กัน เข้าไปอยู่ที่กฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ ที่จะไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งส่วนดีมากและส่วนดีน้อย ทั้งส่วนเลวมากเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิด ความเครียดแค้น ชิงมากชิงน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อย

นี่เป็นกรณีหนึ่ง การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรม ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของสิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ เป็นต้น เพราะฉะนั้น จงทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ ผลบุญ จะส่งให้ เหตุทุเลาเบาบางลง จากที่เจ็บมาก ก็จะเจ็บน้อย หรือ ไม่เจ็บเลย

ส่วน กามกิเลส มันเป็นเจ้าโลก ที่ทำให้เกิดสงคราม ต่อสู้กัน เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชั่วก็เพราะกาม กามตัณหา ความอยากในกาม เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลสงสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที ความอยากของตัณหามันไม่รู้จักพอ เราต้องรู้จักพอจึงจะดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือนร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจเป็นต้นเหตุ ฉะนั้น จึงมีการรักษาศีล สำรวมอินทรีย์  รักษาธาตุ 4 ชันธ์ 5 ภาวนาให้เข้าใจจนเกิดสมาธิ แล้วสติก็ส่งเข้าไปแล้วก็จะทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ พระธรรมแปดหนึ่งสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้ให้เข้าหาใจนี่แหละ

ถ้ามีสติแล้วก็จะนำความผิดออกจากกายจากใจของตนอย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ เราต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิ ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจก็นำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายชองเรา ทำใจของเรา ให้รู้แจ้งในกายในใจของเรา รู้ความเป็นมา วางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีต อนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กุญแจรถหาย! สาวบนบาน’ตาหลวงเดช’ให้หาเจอ เหลือเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649274

กุญแจรถหาย! สาวบนบาน'ตาหลวงเดช'ให้หาเจอ เหลือเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 08.19 น.

สาวกุญแจหาย บนบาน’ตาหลวงเดช’ให้หาเจอ เหลือเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ จุดประทัดถวาย ส่องเลขหางผ้าแทงหวย

24 เมษายน 2565 เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา นางสุดารัตน์ ชุมแก้ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ค่ายเสนาณรงค์ ซอย3 ถ.หลังหลัง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เผยว่า ระหว่างที่ตนนำรถไถพร้อมคนงาน มาปรับพื้นที่ลานวัดเขาพระทองอยู่นั้น ระหว่างที่คนงานพักกลางวันกินข้าวเที่ยง

กระทั้งช่วงบ่ายขณะที่คนงานกำลังจะไปขับรถไถปรับพื้นที่ลานวัด พบว่ากุญแจรถไถเกิดหล่นหาย แต่ไม่ทราบว่าหายที่ไหน จึงช่วยกันหาตามจุดต่างๆที่คนงานเดินไป แต่ก็ไม่พบผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง จึงตัดสินใจบนบานศาลตาหลวงเดช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและสร้างศาลที่ประดิษฐ์ตรงทางขึ้นหน้าผาเขาพระทอง

ต่อมาคนงานพบกุญแจรถไถตกหล่นอยู่ใต้รถไถ ซึ่งคาดว่าคนงานน่าจะทำหล่นช่วงที่ลงจากรถไถมากินข้าวเที่ยง สร้างความดีใจให้ตนเป็นอย่างมาก เพราะคนงานได้ขับรถไถปรับพื้นที่ลานวัดต่อไป หลังพบกุญแจ ตนจุดธูปจุดประทัดถวายตาหลวงเดชเพื่อแก้บนที่หน้าศาลตาหลวงเดช พร้อมกับจุดประทัดถวายจำนวน 1,000 นัด และตั้งใจจะนำเลขหางผ้าประทัดเป็นเลข 427, 51 ,5642 เพื่อเสี่ยงโชคซื้อหวยงวดวันที่ 2 พ.ค.นี้ต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เครือข่ายชุมชนคนตรัง ตัวอย่างพลเมืองสู้ภัยพิบัติ

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649249

สกู๊ปแนวหน้า : เครือข่ายชุมชนคนตรัง  ตัวอย่างพลเมืองสู้ภัยพิบัติ

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ภัยพิบัติ” มีทั้งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและที่เกิดโดยมนุษย์ แต่ไม่ว่าภัยพิบัติจะเกิดจากสาเหตุใด “การเตรียมรับมือ” สามารถช่วยลดระดับความเสียหาย ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ด้านหนึ่งการรับมือภัยพิบัติจึงเป็นหน้าที่ของรัฐ แต่อีกด้านหนึ่ง ในหลายพื้นที่ประชาชนก็ลุกขึ้นมาพึ่งพาตนเองเช่นกัน ดังวงเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ชุมชนไทTalk EP.5 ตอน จากชุมชนประสบภัย สู่ชุมชนพร้อมรับมือภัยพิบัติ” จัดโดย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move)เมื่อเร็วๆ นี้

อริยา แก้วสามดวง เครือข่ายชุมชนรับมือภัยพิบัติ จ.ตรัง เล่าว่า ตนเองอยู่ในพื้นที่ ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ ที่นี่มีปัญหาน้ำท่วมน้อยที่สุดและมีเครือข่ายรับมือภัยพิบัติที่เข้มแข็งที่สุด แต่ในความที่น้ำท่วมน้อยนั้นเมื่อใดที่ท่วมก็ต้องบอกว่าหนักทุกครั้งเพราะสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลาดชัน โดยพื้นที่ อ.วังวิเศษ มีคลองชีตัดผ่านครอบคลุมทั้ง 5 ตำบล (เขาวิเศษวังมะปราง อ่าวตง ท่าสะบ้าและวังมะปรางเหนือ) มีต้นน้ำที่ ต.อ่าวตง ไปสุดที่ ต.ท่าสะบ้า บรรจบกับแม่น้ำตรัง

ดังนั้นช่วงไหนที่ฝนตกหนัก อ.วังวิเศษ ต้องเผชิญทั้งมวลน้ำที่มาจากเขานอจู้จี้ จ.กระบี่ ซึ่งอยู่ติดกับ จ.ตรัง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไหลมาทางคลองชี และมวลน้ำจากแม่น้ำตรัง ที่ไหลมาจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ติดกับ จ.ตรัง ทางทิศเหนือ โดยที่ผ่านมาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำตรังก็ไม่เคยถูกพัฒนาให้รองรับสถานการณ์ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง นอกจากนี้ ปลายทางของแม่น้ำตรังคือ ทะเลอันดามัน ที่ อ.กันตัง ทำให้มีน้ำทะเลหนุนสูงอีก

“สภาพพื้นที่ตรัง ข้างหนึ่งเป็นภูเขาซีกหนึ่งเป็นท้องกระทะ เหมือนกระทะเอียงดังนั้น พื้นที่ที่กระทะเอียงอยู่ด้านล่างก็จะถูกน้ำท่วมขังนาน วิกฤตเหล่านี้มันสอนให้เราเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันเอง เมื่อปี 2545-2547 เกิดภัยแล้งหนัก วิกฤตภัยแล้งมันทำให้เราลุกขึ้นมาว่าสายน้ำที่ตัดผ่านมันใช้ไม่ได้แล้ว มันจะแก้ปัญหาอนุรักษ์อย่างไร ทำให้คิดเรื่องว่าการอนุรักษ์พื้นที่หรือการช่วยเหลือกัน มันต้องสร้างคน ก็เลยสร้างสโลแกน สร้างน้ำและป่าในใจคน พัฒนาอาสาสมัครมาตั้งแต่ปีนั้น” อริยา ระบุ

แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นการรวมตัวของจิตอาสาเพื่อรับมือภัยพิบัติในพื้นที่ จ.ตรัง แต่ภารกิจแรกหลังฝึกอบรมคือการระดมความช่วยเหลือไปสู่จังหวัดข้างเคียงที่ประสบหายนภัยจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อปี 2547 ซึ่งยิ่งทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ และจากการออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ทำให้เครือข่ายชุมชนรับมือภัยพิบัติ จ.ตรัง มีเพื่อนร่วมเส้นทางจิตอาสามากขึ้น ดังนั้น เมื่อจ.ตรัง เกิดน้ำท่วมใหญ่ ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายจังหวัดอื่นๆ กลับมาเช่นกัน

อริยา เล่าต่อไปว่า เครือข่ายชุมชนรับมือภัยพิบัติ จ.ตรัง เกิดมาจากเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ลุ่มน้ำ รวมถึงเฝ้าระวังมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ก่อนจะกลายมาเป็นอาสาสมัครทำงานด้านรับมือภัยพิบัติในภายหลังซึ่งสมาชิกผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตรอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) สนับสนุนงานอำนวยการจราจรบนท้องถนน หรือหลักสูตรนักวิทยุสมัครเล่น (VR) คอยแจ้งเหตุฉุกเฉิน อาทิ น้ำท่วมถนนถูกตัดขาด ส่วนตนเองทำหน้าที่ระดมทุนเพื่อสนับสนุนทั้งการฝึกอบรมและการปฏิบัติภารกิจของอาสาสมัครเหล่านี้

“เราไม่ได้สามารถแก้ปัญหาของภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ แต่เราป้องกันภัยพิบัติจากมนุษย์ได้ และเราเตรียมตัวรับกับปัญหาของธรรมชาติได้ นั่นคือข้อดีของวังวิเศษ ทำให้วังวิเศษที่เหมือนกับว่า ถ้าเป็นพื้นที่สมมุติว่าเป็นท้องกระทะเรานี่อยู่บนจอมปลวกที่เป็นโคกอยู่กลางกระทะ คุณเก่งแค่ไหนคุณก็ไม่รอดถ้าคุณไม่ช่วยเพื่อนแล้วให้เพื่อนช่วยคุณ คุณไม่ช่วยเพื่อนก่อน คุณอยู่ที่สูงแล้วคิดว่ารอดแล้ว ไม่รอดหรอก วันนั้นสิ่งเรียนรู้เหล่านี้มันทำให้พวกเรารวมตัวกันได้ แล้วก็ใช้วิธีใจซื้อใจ มีความเป็นเพื่อน ไม่มีลูกพี่-ลูกน้อง” อริยา กล่าว

ด้าน อำนาจ จันทร์ช่วง รองผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไทรับผิดชอบงานส่งเสริมชุมชนรับมือภัยพิบัติ กล่าวว่า มูลนิธิชุมชนไท มีภารกิจเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ซึ่งความสามารถในการรับมือภัยพิบัติก็เป็นอีกด้านหนึ่ง ทำอย่างไรชุมชนจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ก่อน ตั้งแต่การทำงานกับอาสาสมัครในพื้นที่ ให้รับรู้ เรียนรู้ เชื่อมโยงและเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ในระดับชุมชน

อย่างไรก็ตาม การรับมือภัยพิบัติไม่ว่าเกิดโดยธรรมชาติหรือมนุษย์ ลำพังการทำงานของอาสาสมัครกลุ่มเดียวอาจไม่เพียงพอโดยเฉพาะภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงต้องประสานความร่วมมือในรูปแบบเครือข่าย ซึ่ง จ.ตรัง เป็นอีกพื้นที่ที่มูลนิธิชุมชนไท เข้าไปทำงานด้านความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน เชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับ จ.ตรัง ซึ่งชุมชนและอาสาสมัครระดับชาวบ้านค่อนข้างเข้มแข็ง ความท้าทายต่อไปคือจะทำอย่างไรให้สามารถยกระดับความร่วมมือไม่เฉพาะแต่ภาคประชาชนด้วยกันเองเท่านั้น แต่รวมไปถึงความร่วมมือกับภาคท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูล อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ เชื่อมโยงระหว่างชุมชนที่ช่วยเหลือตนเองได้ในเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนให้เกิดการจัดการหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันการณ์

“ในระดับพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง ชุมชนที่เตรียมความพร้อมก็ไม่น่าห่วงมาก แต่ปัญหาคือในเรื่องของข้อจำกัดบางอย่างในเรื่องแนวทางของการขับเคลื่อนโดยเฉพาะชุมชนเสี่ยงภัยที่ทาง ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ประกาศไว้อย่างน้อย 20,000-40,000 ชุมชนทั่วประเทศ ในเรื่องของการที่หนุนเสริมหรือสนับสนุนชุมชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับภัยต่างๆ หลายประเภทในทั่วประเทศยังมีข้อจำกัดอยู่ ค่อนข้างมากพอสมควร” อำนาจ กล่าว

อำนาจ ยกตัวอย่าง เช่น ชุมชนที่ยังไม่มีสิทธิ์ ชุมชนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการเตรียมความพร้อมรับมือ ชุมชนที่ยังไม่ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อม ซึ่งมูลนิธิชุมชนไท เป็นเพียงองค์กรเล็กๆ เข้าไปให้การสนับสนุนได้ในบางพื้นที่เท่านั้น ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ทุกชุมชนสามารถรับมือภัยพิบัติด้วยตนเองได้ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและอื่นๆ ให้การสนับสนุน ผ่านกลไกตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ

ซึ่งในขณะที่ภัยพิบัติมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติ โรคระบาดและอื่นๆ แต่การสนับสนุนบทบาทของชุมชนยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’แนะสร้างแนวปฏิบัติ ป้องกันเลิกจ้างอ้างเหตุตั้งครรภ์

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649240

‘กสม.’แนะสร้างแนวปฏิบัติ  ป้องกันเลิกจ้างอ้างเหตุตั้งครรภ์

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 2 ปี นอกจากจะส่งผลกระทบด้านสุขภาพจากการเจ็บป่วยและล้มตายเพราะติดเชื้อไวรัสร้ายนี้แล้ว ยังรวมถึงด้านเศรษฐกิจด้วยมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรค หลายกิจการถูกปิดตัว และเมื่อผู้ประกอบการแบกรับไม่ไหวก็ลงเอยด้วยการเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งสามารถทำได้หากจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็มีข้อร้องเรียน ทั้งการเลิกจ้างแบบไม่จ่ายค่าชดเชยหรือจ่ายไม่ครบถ้วน ไปจนถึงการเลือกปฏิบัติโดยการเลิกจ้างพนักงานหญิงที่กำลังตั้งครรภ์

ในการแถลงข่าวของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประจำสัปดาห์นี้ มีการหยิบยกงานของ กสม. กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจาก คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ที่ทำงานร่วมกับ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เปิดศูนย์รับร้องทุกข์เพื่อแก้ไขปัญหาลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 48 บัญญัติรับรองและคุ้มครองสิทธิของมารดาให้ได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งย่อมหมายถึงการคุ้มครองและช่วยเหลือลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ทั้งในช่วงระหว่าง ก่อนและหลังการคลอดบุตรด้วย และมาตรา 71 วรรคสาม บัญญัติให้รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก สตรี คนพิการให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

ประกอบกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 43 กำหนดห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ อันเป็นบทบัญญัติเด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการในอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี และอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา ค.ศ.2000 ข้อ 8

ที่กำหนดให้การเลิกจ้างลูกจ้างหญิงในระหว่างตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการลาคลอด และในช่วงระยะเวลาหลังจากกลับไปทำงานแล้ว เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เว้นแต่เป็นการเลิกจ้างด้วยสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์หรือการคลอดบุตร รวมทั้งอนุสัญญาฉบับที่ 158 ว่าด้วยการเลิกจ้าง ค.ศ.1982 ยังกำหนดให้การตั้งครรภ์และการหยุดงานเนื่องจากลาคลอดบุตรเป็นเหตุผลที่ไม่ควรนำมาใช้ในการเลิกจ้างด้วย

แม้การตรวจสอบข้อร้องเรียนในห้วงเวลาดังกล่าวจะไม่ปรากฏว่ามีการเลิกจ้างด้วยเหตุตั้งครรภ์ เพราะผู้ถูกเลิกจ้างในสถานประกอบการที่ถูกร้องนั้นมีทั้งผู้ที่ตั้งครรภ์และไม่ตั้งครรภ์ในคราวเดียวกัน แต่การตรวจสอบโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พบกรณีนายจ้างบางรายไม่จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างหรือจ่ายแต่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยพนักงานตรวจแรงงานได้ออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันลูกจ้างที่ได้รับความเสียหายตามคำร้องนี้ได้รับเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างครบถ้วนแล้ว และลูกจ้างบางรายได้กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม สภาพการจ้างและสวัสดิการเท่าเดิม และนับอายุงานต่อเนื่องแล้ว

อย่างไรก็ตาม กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2565 เห็นควรเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดังนี้ 1.กำหนดกลไกหรือแนวทางเฉพาะในการตรวจสอบสาเหตุแห่งการเลิกจ้างลูกจ้างหญิงให้แน่ชัดว่ามิใช่การเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ที่กำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์นั้นมีประสิทธิภาพในการคุ้มครองลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์จากการถูกเลิกจ้างในทางปฏิบัติ

2.ส่งเสริมและเผยแพร่มาตรการในการบรรเทาการเลิกจ้างในช่วงสถานการณ์ที่ผู้ประกอบกิจการได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แก่ผู้ประกอบกิจการอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะมาตรการลดจำนวนลูกจ้าง ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลิกจ้างอย่างเหมาะสม และแนวทางการดำเนินการในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ มาตรการหรือแนวทางดังกล่าวควรเพิ่มเติมสาระสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์จากการถูกเลิกจ้างและการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานด้วย

และ 3.กำหนดมาตรการกรณีการพิจารณาลดอัตราการจ้างงานอันเนื่องมาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยกำหนดให้ลูกจ้างกลุ่มเปราะบาง อันได้แก่ ลูกจ้างหญิง
ตั้งครรภ์ ลูกจ้างผู้พิการ เป็นลูกจ้างอันดับท้ายที่จะถูกพิจารณาให้ออกจากงาน และให้นายจ้างถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : โครงการ ‘TAIST-Tokyo Tech’ ความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยและวิศวกรรมทักษะสูง

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649239

สกู๊ปพิเศษ : โครงการ ‘TAIST-Tokyo Tech’  ความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยและวิศวกรรมทักษะสูง

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โครงการทุนสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (TAIST-Tokyo Tech : Thailand Advanced Institute of Science and Technology – Tokyo Institute of Technology) เป็นโครงการทุนการศึกษาหลักสูตรนานาชาติสำหรับระดับปริญญาโท ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Tokyo Institute of Technology: Tokyo Tech) จากประเทศญี่ปุ่น และสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.)

วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ มีขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างเครือข่ายจัดการศึกษา วิจัยและพัฒนาในหลักสูตรการศึกษานานาชาติที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยและวิศวกรรมทักษะสูงในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท)เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมใน 3 สาขา ได้แก่ วิศวกรรมยานยนต์และระบบขนส่งขั้นสูง (Automotive and Advanced TransportationEngineering) ปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง(Artificial Intelligence and Internet of Things) และวิศวกรรมพลังงานและทรัพยากรเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Energy and Resources Engineering) และหลักสูตรประกาศนียบัตรระบบขนส่งทางราง (Rail Transportation Certificate)

โครงการ TAIST-Tokyo Tech ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 โดยระยะที่ 1 พ.ศ. 2550–2554, ระยะที่ 2 พ.ศ. 2555 -2559 และระยะที่ 3 พ.ศ.2560 -2564 ล่าสุด เมื่อวันที่ 19เมษายน 2565 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงการดำเนินการโครงการฯในระยะที่ 4 (พ.ศ. 2565-2567) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในครั้งนี้ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่องผู้อำนวยการ วช., Prof. Dr. Kazuya Masu (ศ.ดร.คะซึยะ มาซึ)อธิการบดี Tokyo Tech , รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ในฐานะผู้แทนอธิการบดี สจล., รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ., ศ.ดร.พฤทธา ณ นครผู้อำนวยการ SIIT, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มก., ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มม., และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุลผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมลงนาม และในโอกาสนี้ Mr. Oba Yuichi, Deputy Chief of Mission อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ร่วมแสดงความยินดีด้วย

ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า อว. ทำหน้าที่ดูแลนโยบายและดำเนินการทางด้านการอุดมศึกษา การวิจัยและการพัฒนา เพื่อการพัฒนาของชาติและเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยเสริมสร้างการวิจัยและการพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีทักษะและความสามารถสูง ผลักดันประเทศสู่ความเป็นThailand 4.0 โดยมีกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่าและเป็นเฟืองสำคัญในการปรับเปลี่ยนสู่ประเทศฐานนวัตกรรม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง อว. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนและการสร้างนวัตกรรมเป็นลำดับแรก ในด้านการศึกษา อว. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกและการพัฒนาประเทศ

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับเปลี่ยนมากมาย โดยเฉพาะการปรับปรุงหลักสูตรในมหาวิทยาลัยรวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษา อว. จึงได้พยายามสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศและหน่วยงานภาคเอกชนเพื่อผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ปลัด อว. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติข้อเสนอโครงการเพื่อก่อตั้งกองทุนพัฒนาการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนและความเป็นเลิศทางวิชาการของประเทศ โดยมีความเป็นไปได้ที่โครงการที่มีความคล้ายคลึงกับ TAIST-Tokyo Tech จะได้รับการสนับสนุนภายใต้ทุนด้านการอุดมศึกษานี้ เมื่อมีการดำเนินการเต็มรูปแบบแล้ว

“ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 143.73 พันล้านบาท ให้ อว. สำหรับปีงบประมาณ 2566 โดย อว. เป็น 1 ใน 6 ของหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณมากที่สุด ประกอบด้วยงบประมาณด้านการอุดมศึกษา 114.63 พันล้านบาท และเป็นงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 29.1 พันล้านบาท โดยมีแนวทางการจัดสรรและบริหารงบประมาณเป็นแบบเงินก้อนและต่อเนื่องหลายปี ซึ่งนับเป็นข่าวดีของแวดวงวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม งบประมาณเหล่านี้จะนำไปใช้เพื่อขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ เช่นการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และการสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ กล่าว

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ได้สนับสนุนทุนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพวิจัยให้แก่เด็กและเยาวชนผ่านรูปแบบต่างๆ ได้แก่ โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (JSTP) โครงการทุนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (TGIST) โครงการสร้างปัญญาวิทย์ ผลิตนักเทคโน (YSTP) โครงการทุนพัฒนาบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่าง สวทช.และมหาวิทยาลัย และโครงการทุนสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศไทยและสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (TAIST-Tokyo Tech) แม้แต่ละโครงการจะมีกลไกที่แตกต่างกันแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อเสริมสร้างกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่ประเทศและโครงการ TAIST-Tokyo Tech เป็นโครงการเดียวที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ

สำหรับการดำเนินงานโครงการภายใต้สายงานพัฒนากำลังคนของ สวทช.เป็นที่ยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น เช่น ในปี 2557 นักเรียนทุน สวทช. ซึ่งมีนักศึกษาจากโครงการ TAIST-Tokyo Tech ได้รับเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเป็นตัวแทนทูตเยาวชนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าร่วมเยี่ยมชมหน่วยงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรวมทั้งศึกษาวัฒนธรรมในหลายประเทศ ได้แก่ จีน อิสราเอล เกาหลี ไต้หวันและญี่ปุ่น นอกจากนี้นักศึกษา TAIST-Tokyo Tech ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการJENESYS 2.0 ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับเยาวชนในเอเชียและภาคพื้นแปซิฟิกเพื่อส่งเสริมความน่าสนใจต่อประเทศญี่ปุ่น

“ในอนาคต คาดหวังอยากเห็นบทบาทของโครงการ TAIST-Tokyo Tech ในการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพระดับสูงเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการยุทธศาสตร์ประเทศ เช่น การพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกหลักสูตรภายใต้โครงการ TAIST-Tokyo Tech มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นโครงการ TAIST-Tokyo Tech ประสบความสำเร็จในการพัฒนานักวิจัยและวิศวกรที่มีคุณภาพทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนต่อไป” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ วช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนทุนสำหรับการทำกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในแต่ละหลักสูตร และมหาวิทยาลัยไทยร่วมสนับสนุนงบประมาณในบางส่วนสำหรับนักศึกษาในสังกัดมหาวิทยาลัยนั้นๆ Tokyo Tech สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของอาจารย์ผู้สอน (ญี่ปุ่น) มายังประเทศไทยสำหรับการสอนและการให้คำปรึกษานักศึกษา สวทช.เป็นผู้บริหารจัดการโครงการในภาพรวมและส่งมอบเงินทุนที่ได้รับจาก วช. ให้แก่มหาวิทยาลัยไทย

โครงการ TAIST-Tokyo Tech ประสบความสำเร็จในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและวิศวกรรมระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มากกว่า 460 คน โดยผู้สำเร็จการศึกษาจากโครงการกว่า 60% ทำงานในภาคอุตสาหกรรม 20%ทำงานในองค์กรภาครัฐ และ14%ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการที่ วช. ได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรวิจัยและวิศวกรรมทักษะสูง เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve, New S-Curve) และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ BCG จึงให้การสนับสนุนโครงการ เพื่อดำเนินการต่อในระยะที่ 4 โดยมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถและทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยการสนับสนุนทุนการศึกษา 70 คนต่อรุ่น

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และการจัดการศึกษา ระหว่างหน่วยงานวิจัยคือ สวทช. กับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย และสถาบันการศึกษาชั้นนำของต่างประเทศคือ Tokyo Tech ซึ่งได้รับการจัดลำดับจาก QS World University Rankings เป็นมหาวิทยาลัยลำดับที่ 3 ของประเทศญี่ปุ่น และ อันดับที่ 56 ของโลกในปี 2564 โดยดึงจุดเด่นของสถาบันการศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ขั้นสูงมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรควบคู่กับการเรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ทำงานวิจัยอย่างจริงจัง ทำให้สามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับนานาชาติ

โครงการTAIST-Tokyo Tech ได้สร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เข้าสู่องค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการพัฒนาหน่วยงาน สถาบัน และประเทศชาติในอนาคต

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล

ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวสุดงง! ‘ส้มแป้น’เจ้าเหมียวแสนรู้ แอบไปเล่นคลอเคลียหยอกล้อกับงูเฉยเลย

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649265

สาวสุดงง! 'ส้มแป้น'เจ้าเหมียวแสนรู้ แอบไปเล่นคลอเคลียหยอกล้อกับงูเฉยเลย

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.46 น.

สาวสุดงงระคนตกใจ!” ส้มแป้น“ เจ้าเหมียวแสนรู้ แอบไปเล่นคลอเคลียหยอกล้อกับงูเหมือนเพื่อนสนิท ฝากผู้ที่เลี้ยงแมว ควรจะดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะบางตัวอาจไม่รู้ว่าสัตว์ที่กำลังเล่นอยู่นั้นเป็นอันตราย

วันที่ 23 เม.ย.65 น.ส.นงนุช วงศ์ชู อายุ 39 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์ “ น้ำฝนโมบาย “ ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ นำคลิปสุดแปลกมาให้กับสื่อมวลชน พร้อมกับเปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังรดน้ำต้นไม้ที่ปลุกหน้าบ้านเลขที่ 417/1 หมู่ 4 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ ระหว่างนั้นพบว่า “ เจ้าส้มแป้น “ แมวพันธ์ุไทย สีเหลืองขาว อายุ 2 ปี ที่ตนเลี้ยงไว้ วิ่งเข้าไปหยุดตรงโพรงหญ้าหน้าบ้าน ก่อนจะมีท่าทีคล้ายกับกับลังเล่นหยอกล้อกับสัตว์อะไรบางอย่าง โดยใช้เท้าเขี่ยตรงปากโพรง ตนจึงเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงกับตกใจ เพราะสัตว์ที่เจ้าส้มแป้นกำลังเล่นอยู่นั้นเป็นงู

“ยอมรับว่าตอนนั้นตนตกใจมาก พยายามหาไม้ เพื่อจะตีไล่งูตัวดังกล่าว อย่างไรก็ตามพบว่าเจ้าส้มแป้นกับงู ซึ่งคาดว่า เป็นงูปาดคอแดง (คนนครเรียก) ลักษณะดูด้วยสายตาห่างๆ น่าจะยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร แต่ที่สำคัญทั้งสองตัวไม่มีทีท่าว่าจะมีการต่อสู้กัน แต่ตรงกันข้ามกลับคลอเคลียเล่นหยอกล้อกัน เหมือนเป็นเพื่อนกัน จึงใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปเอาไว้ เพราะเป็นเรื่องที่แปลก โดยเจ้าส้มแป้นกับงูตัวดังกล่าวเล่นหยอกล้อกันอยู่นานประมาณ 5 นาที ก่อนที่งูจะเลื้อยลงโพรงดินหายไป ส่วนเจ้าส้มแป้น เดินออกจากโพรงหญ้ามาหาตนโดยปลอดภัย ไม่มีแม่แต่ร่องรอยถูกงูตัวดังกล่าวกัด”

น.ส.นงนุช เล่าอีกว่า หลังเกิดเหตุ ตนตรวจสอบประวัติงูปาดคอแดง พบว่ามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า “ งูลายสาปคอแดง “ มีลักษณะเฉพาะบริเวณลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเขียวมะกอก ส่วนหัวมีสีเขียวมะกอก มีขีดสีดำพาดจากมุมตาไปยังริมฝีปากบน แต่มีลักษณะเด่น คือ บริเวณคอมีสีเเดงอมส้ม ซึ่งจัดเป็นงูพิษอ่อน ที่พิษอาจออกฤทธิ์รุนแรงต่อระบบโลหิต แต่บางรายที่ถูกกัดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ถ้ามีอาการแพ้รุนแรง จึงอยากฝากผู้ที่เลี้ยงแมว ควรจะดูแลแมวอย่างใกล้ชิด เพราะแมวบางตัว อาจไม่รู้ว่าสัตว์ที่กำลังเล่นอยู่นั้นเป็นอันตราย แต่ยอมรับว่าสิ่งที่ขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากสำหรับตน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เราเกิดมาด้วยตัณหา (ความอยาก และ กรรม) เพื่อสนองตัณหาและกรรมของตนเอง

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649233

เราเกิดมาด้วยตัณหา (ความอยาก และ กรรม) เพื่อสนองตัณหาและกรรมของตนเอง

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.26 น.

เราเกิดมาทำไม ปัญหานี้ถ้าตั้งขึ้นคิดก็น่าจะจน เพราะขณะเมื่อทุกคนเกิดนั้นไม่มีใครรู้ มารู้เมื่อเกิดมาและพอรู้เดียงสาแล้วว่ามีตัวเราขึ้นคนหนึ่งในโลก 

แต่ทุกๆ คนย่อมมีความไม่อยากตาย กลัวตาย อยากจะดำรงชีวิตอยู่นานเท่านาน นอกจากนี้ ยังมีความอยากในสิ่งต่างๆ อีกมากมาย คล้ายกับว่าความที่ต้องเกิดมานี้ไม่อยู่ในอำนาจของตนเอง มีอำนาจอย่างหนึ่งทำให้เกิดมา ตนเองจึงไม่มีอำนาจ หรือไม่มีส่วนที่จะตั้งวัตถุประสงค์แห่งความเกิดของตนว่า เกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือเพื่อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ดูคล้ายๆ กับจะเป็นดั่งที่ว่ามานี้ ที่ดูคล้ายๆ ก็เพราะความไม่รู้ หรือจะเรียกว่า “อวิชชา” ก็น่าจะได้

แต่ถ้าจะยอมจนต่อความไม่รู้ก็ดูจะมักง่ายมากไป น่าจะลองทำตามหลักอันหนึ่งที่ว่า อนุมานและศึกษา คือสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา ก็รู้ได้ง่าย แต่สิ่งที่ไม่ประจักษ์แก่สายตาก็ใช้อนุมาน โดยอาศัยการสันนิษฐาน และใช้ศึกษาในถ้อยคำของท่านผู้ตรัสรู้

พระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ได้ตรัสไว้แปลว่า “ตัณหา (ความอยาก) ยังคนให้เกิด” และว่า “โลกคือหมู่สัตว์ ย่อมเป็นไปตามกรรม”

ลองอนุมานดูตามคำตอบของท่านผู้ตรัสรู้นี้ดูในกระแสปัจจุบันก่อนว่า สมมุติว่าอยากเป็นผู้แทนราษฎร ก็สมัครรับเลือกตั้งและทำการหาเสียง เมื่อได้ชนะคะแนน ก็ได้เป็นผู้แทนราษฎร นี่คือความอยากเป็นเหตุให้ทำกรรม คือทำการต่างๆ ตั้งตันแต่การสมัคร การหาเสียง เป็นต้น ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับผลคือได้เป็นผู้แทนหรือแม้ไม่ได้เป็น ถ้าจะตัดตอนเอาเฉพาะความเกิดมาในช่วงแห่งชีวิตตอนนี้ ก็จะตอบปัญหาข้างต้นนั้นได้ว่า “เกิดมาเพื่อเป็นผู้แทน” ตัวอย่างนี้เป็นรายละเอียดเฉพาะเรื่อง 

ถ้าจะตอบให้ครอบคลุมทั้งหมดก็ควรตอบได้ว่า “เกิดมาเพื่อสนองความอยากและสนองกรรมของตนเอง” ถ้าจะแย้งว่า ตอบอย่างนั้นฟังได้สำหรับกระแสชีวิตปัจจุบัน แต่เมื่อเกิดมาทีแรกยังมองไม่เห็น เพราะไม่รู้จริงๆ ถ้าแย้งดังนี้ก็ต้องตอบว่า ฉะนั้น จึงว่าต้องใช้วิธีอนุมานโดยสันนิษฐาน ถ้ารู้จริงแล้วจะต้องอนุมานทำไม และก็อาศัยคำของท่านผู้ตรัสรู้เป็นหลัก ดังจะลองอนุมานต่อไปว่า

จริงอยู่เมื่อเกิดมาไม่รู้ แต่เมื่อรู้ขึ้นแล้วก็มีความกลัวตาย อยากดำรงชีวิตอยู่นานเท่านาน แสดงว่าทุกคนมีความอยากที่เป็นตัวตัณหานี้ประจำเป็นจิตสันดาน ความอยากเกิดย่อมรวมอยู่ในความอยากดำรงชีวิตอยู่นี้ เพราะความตายเป็นความสิ้นสุดแห่งชีวิตในภพชาติอันหนึ่งๆ เมื่อยังมีความอยากดำรงอยู่ประจำอยู่ในสันดาน ก็เท่ากับความอยากเกิดอีกเพื่อให้ดำรงอยู่ตามที่อยากนั้น ทั้งก็ต้องเกิดตามกรรมเป็นไปตามกรรม

ฉะนั้น จึงสรุปไว้ว่า “เราเกิดมาด้วยตัณหา (ความอยาก และ กรรม) เพื่อสนองตัณหาและกรรมของตนเอง” ตัณหาและกรรมจึงเป็นตัวอำนาจหรือผู้สร้างให้เกิดมา ใครเล่าเป็นผู้สร้างตัวอำนาจนี้ ตอบได้ว่าคือตนเอง เพราะตนเองเป็นผู้อยากเอง และเป็นผู้ทำกรรม ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ตนเองนี้แหละเป็นผู้สร้างตนเองให้เกิดมา

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชร์ว่อน​ผีเข้าเด็กหญิง 11 พ่อแม่พาไปให้หมอผี​ทำพิธีขับไล่อ้างเหยียบโดนมนต์ดำ

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649220

แชร์ว่อน​ผีเข้าเด็กหญิง 11 พ่อแม่พาไปให้หมอผี​ทำพิธีขับไล่อ้างเหยียบโดนมนต์ดำ

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.57 น.

แชร์ว่อนคลิปผีเข้าน้องวัย 11 พ่อแม่ต้องพาไปให้หมอผีช่วยทำพิธีขับไล่หลายครั้งแต่ก็ไม่หาย ชี้ไปเหยียบโดนมนต์ดำที่มีคนเอาไปทิ้งบนจอมปลวกเก่าโดยไม่ตั้งใจช่วงที่จิตอ่อนจึงเข้าตัว ล่าสุดให้ลูกศิษย์หลวงตาวัดดังช่วยขับไล่ หากผ่านพ้นคืนวันโกนไม่มีอาการก็จะหายเอง พ่อแม่เผยลูกเริ่มมีอาการหลักลับจากงานบวชญาติ  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีคุณแม่ท่านหนึ่งนำคลิปขณะลูกสาววัย 11 ปีที่ถูกผีเข้าแล้วพาไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีวิชาอาคมช่วยทำพิธีไล่ผีให้ตามความเชื่อ โพสต์ลงในแอพพลิเคชั่น TikTok พร้อมระบุข้อความว่า “ก่อนจะรู้ว่าลูกโดนของ สังเกตพฤติกรรมของลูกแล้ว ลูกไม่ออกจากห้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ผอมดำขี้เหล่มาก สงสารลูก” และยังบอกว่าลูกสาวไปเหยียบโดนของไม่ดีของสิ่งนั้นเขาเอามาทิ้งเป็นปอบ โดยในคลิปจะเห็นว่าคนที่ทำพิธีได้ใช้มือกดที่บริเวณท้องแล้วเด็กก็ร้องกรีดดังลั่น จึงถามว่ามึงเป็นใครๆ หลังจากทำพิธีเสร็จผีก็ยอมจากตัวเด็ก ซึ่งคุณแม่ก็ระบุว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคลใครไม่เจอกับตัวเองก็ไม่รู้ ซึ่งก็มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ 

ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย.65) นายสุชาติ ทองเสือ และ น.ส.อัจฉราพร เจริญพร ชาว ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องที่ปรากฏในคลิปก็ได้พาน้องจ๊ะจ๋า ลูกสาววัย 11 ขวบ ไปให้เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ ช่วยทำพิธีไล่ผีที่เชื่อว่าน้องถูกผีปอบเข้าสิง แต่ท่านเจ้าอาวาสไม่สะดวกจะทำพิธีให้ จึงให้คุณตาเติม ซึ่งเป็นลูกศิษย์เจ้าอาวาสทำพิธีให้แทน ด้วยการเป่าน้ำมนต์ แล้วใช้สายสิญจน์ผูกที่ข้อมือ ข้อเท้าทั้งสองข้าง และคล้องที่คอด้วย เพื่อเป็นการผูกมัดไว้ไม่ให้ปอบหรือมนต์ดำกลับมาเข้าตัวน้องได้อีก ซึ่งหลังจากทำพิธีเสร็จน้องจ๊ะจ๋า ก็มีอาการดีขึ้นพูดจาตอบโต้ได้เป็นปกติ จากที่ก่อนหน้านี้ไม่พูดจากับใครหลบหน้าหลบตา

จากการสอบถาม น.ส.อัจฉราพร เจริญสุข แม่น้องจ๊ะจ๋าก็เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ซึม เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่พูดจาคุยกับใคร เวลาไปถามก็ทำตาขวางใส่ และชอบตัดผมตัวเองเล่น ผมและผิวดำคล้ำ หลังจากที่พาน้องไปงานบวชหลานที่ ต.กระสัง เมื่อวันที่ 14-15 เม.ย.65 ที่ผ่านมา ตอนแรกก็คิดว่าน้องอาจจะไม่สบายจึงได้พาน้องไปหาหมอที่ รพ. 2 ครั้ง แต่หมอก็บอกว่าน่าจะเกิดจากอากาศร้อนจึงทำให้น้องมีอาการดังกล่าว หมอก็ให้ยากลับมารับประทานที่บ้าน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจพาน้องไปหาพระที่วัดโคกตาสิงห์เพื่อพรมน้ำมนต์ตามความเชื่อ 

แต่พอน้องโดนน้ำมนต์กลับตัวสั่นอย่างแรงเหมือนกับโดนผีเข้า จึงมีคนแนะนำให้ไปหาปู่ฤาษีที่อยู่หลังวัดทำพิธีขับไล่ให้ ก็พาน้องไปโดยช่วงที่ปู่ฤาษีทำพิธีให้น้องก็บอกว่าหิวเลือด ปู่ฤาษีก็เลยถามว่าเป็นใครมาจากไหน น้องก็พูดว่าชื่อ “อีจันทร์” จึงเชื่อว่าถูกปอบอีจันทร์เข้าสิง หลังจากทำพิธีขับไล่เสร็จน้องก็อาการดีขึ้น แต่พอกลับบ้านมาก็มีอาการเหมือนเดิมอีก วันนี้จึงพาน้องมาทำพิธีที่วัดหนองไผ่ ซึ่งหลังจาก คุณตาเติม ทำพิธีพรมน้ำมนต์และผูกสายสิญจน์ให้เพื่อมัดไม่ให้ปอบเข้าตัวน้องอีก ก็รู้สึกสบายใจขึ้นแต่ยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกหรือไม่ ซึ่งเขาบอกว่าหากผ่านพ้นคืนวันโกนไปแล้วไม่มีอาการผิดปกติอะไรก็แสดงว่าของไม่ดีหรือปอบที่เข้าตัวน้อง ได้ออกจากตัวไปแล้ว 

แม่ยังบอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้ให้หมอดูช่วยดูให้ว่าน้องไปโดนอะไร หมอดูคนดังกล่าวก็บอกว่า น้องไปเหยียบคูณไสยหรือมนต์ ซึ่งเป็นของที่สกปรกเป็นของทางภาคกลาง และจุดที่น้องไปเหยียบเป็นจอมปลวกเก่า โดยวันที่น้องเหยียบ เป็นช่วงที่มีประจำเดือนที่ร่างกายอ่อนแอของไม่ดีก็เลยเข้าตัวน้อง – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮีโร่ในชีวิตจริง! หนุ่มไหวพริบดีมาก โดดช่วยคุณป้าลืมดึงเบรกมือ

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649198

ฮีโร่ในชีวิตจริง! หนุ่มไหวพริบดีมาก โดดช่วยคุณป้าลืมดึงเบรกมือ

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.09 น.

ฮีโร่ในชีวิตจริง! หนุ่มไหวพริบดีมาก กระโดดช่วยคุณป้าลืมดึงเบรกมือ

23 เม.ย.65 เป็นเหตุการณ์ระทึกของคุณป้า 3 คน ที่นั่งรถไปด้วยกัน แต่เมื่อคนขับลงจากรถแล้วลืมดึงเบรกมือ จนได้พลเมืองดีช่วยหยุดรถไว้ได้ทัน หวิดเกิดอุบัติเหตุ 

คลิปนี้ถูกเผยโดยผู้ใช้ติ๊กต๊อก chomnoparat เผยคลิปนาทีเกิดเหตุ มีรถเก๋งสีขาวคันหนึ่ง มีคุณป้านั่งมาด้วยกัน 3 คน แต่อีก 2 คนลงไปดูบ้าน แต่มีคุณป้า 1 คน นั่งอยู่ในรถที่ลืมดึงเบรกมือ รถไหลด้วยความเร็ว คุณป้าในรถพยายามบีบแตรขอความช่วยเหลือ

ทันใดนั้นเอง ผู้ชายที่กำลังเปิดประตูจะเข้าบ้าน สังเกตเห็นความผิดปกติพร้อมเสียงร้องให้ช่วย จึงรีบกระโดดขึ้นรถฝั่งคนขับพร้อมช่วยหยุดรถไว้ได้ทัน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย

คลิปนี้มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 2.4 ล้านครั้ง ต่างเข้าไปชื่นชมพลเมืองดีท่านนี้ที่มีไหวพริบและสติดีมาก 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,276,925 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
Thais give alms to monks on Father’s Day
VILLAINS AREN’T BORN. THEY’RE MADE. จากฮีโร่สู่จอมโหดที่ถูกโลกหล่อหลอม
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
Davies reiterates US concerns over rights
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง
"วัชมนฟู้ด" ตั้งเป้าเป็น "ฮับ" ผลไม้นำเข้า
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d