Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฉุดไม่อยู่! หน้าแล้ง ‘มะนาว’ ราคาพุ่งกิโลละ 100 เพิ่มขึ้น 40 บาท

Posted on March 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640055

ฉุดไม่อยู่! หน้าแล้ง 'มะนาว' ราคาพุ่งกิโลละ 100 เพิ่มขึ้น 40 บาท

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.45 น.

เช็คตลาดผักที่หนองคาย พบมะนาวปรับราคาสูงขึ้นอีก 40 บาท ตกกิโลกรัมละ 100 บาท แม่ค้าบอกช่วงหน้าแล้งมะนาวแพงตลอด

8 มี.ค.65 ที่แผงผักสด ภายในตลาดแจ้งสว่าง ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมืองหนองคาย พบว่าพืชผักหลายชนิดมีทั้งปรับขึ้นราคาและยังขายราคาเดิม โดยเฉพาะในช่วงนี้ “มะนาว” มีการปรับราคาขึ้น จากเดิมกิโลกรัมละ 60 บาท มีการปรับขึ้นราคาเพิ่ม 40 บาท ทำให้ขณะนี้ราคามะนาวพุ่งขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท

แม่ค้าขายผักรายหนึ่ง กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อน หน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นไป เป็นช่วงที่มะนาวเริ่มขาดตลาด มะนาวหายาก ชาวสวนมะนาวเองก็มีผลผลิตมะนาวมาส่งขายน้อยลง ทำให้มะนาวปรับขึ้นราคา ซึ่งเป็นเช่นนี้ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี ลูกค้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะลูกค้าที่นำมะนาวไปทำอาหาร หรือเครื่องดื่มขายต่อ ก็จำเป็นต้องซื้อในราคาดังกล่าว แต่อาจจะซื้อน้อยลง จากเดิมที่ซื้อคราวละมากๆ ก็ซื้อน้อยลง หรือใช้วิธีทยอยซื้อบ่อยครั้งแทน ส่วนผักชีที่บางพื้นที่มีการปรับขึ้นราคา แต่ผักชีที่ตลาดแห่งนี้ยังขายกิโลกรัมละ 50 บาทเท่าเดิม เช่นเดียวกับพืชผักชนิดอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็ยังขายในราคาเดิม แม้ว่าต้นทุนค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้น พ่อค้าแม่ค้าผักส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีการปรับขึ้นราคามากนัก.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เตือน! ปัสสาวะบ่อยอย่าคิดว่าเป็นแค่เบาหวาน อาจมีโรคอื่นแฝงอยู่?

Posted on March 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640040

แพทย์เตือน! ปัสสาวะบ่อยอย่าคิดว่าเป็นแค่เบาหวาน อาจมีโรคอื่นแฝงอยู่?

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.30 น.

8 มี.ค.65 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล ได้โพสต์ภาพขณะทำการผ่าตัดก้อนเนื้อขนาดใหญ่บนรังไข่ด้านขวา ของหญิงรายหนึ่ง โดยระบุข้อความว่า “ปัสสาวะบ่อยมาก นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย คิดว่าเป็นโรคไต เบาหวาน ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลชุมชน ส่งต่อมาโรงพยาบาลสิชล สุดท้ายเป็นเนื้องอกในอุ้งเชิงกรานขนาดใหญ่ กดทับกะเพาะปัสสาวะ เป็นเหตุให้ปวดหน่วงท้องน้อย อั้นปัสสาวะไม่อยู่ อยากถ่ายตลอดเวลา

ผู้ป่วยหญิง71ปี ให้ประวัติเมื่อ5เดือนก่อน ปัสสาวะบ่อยมาก กลางคืนแทบไม่ได้นอน จนร่างกายอ่อนเพลีย กระสับกระส่าย กระวนกระวาย คิดว่าเป็นโรคไต เบาหวาน ไปซื้อยามากินเองไม่ดีขึ้น ปวดถ่วงท้องน้อย ไปโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน แพทย์ตรวจพบมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ในช่องท้อง จึงส่งต่อมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสิชล แพทย์เวรส่งตรวจอัลตราซาวด์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ อ่านผลเป็นก้อนขนาด18เซนติเมตรในอุ้งเชิงกราน ส่งพบสูติแพทย์ รับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด เมื่อผ่าตัดพบก้อนเนื้อขนาดใหญ่รังไข่ด้านขวา กดทับกะเพาะปัสสาวะ อันเป็นเหตุให้ปัสสาวะบ่อยนั่นเอง ส่งชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา ว่าเป็นเนื้อมะเร็งหรือไม่ หลังผ่าตัดอาการทางเดินปัสสาวะกลับมาปกติเช่นเดิม

หากมีอาการปัสสาวะบ่อยๆ อย่าคิดว่าเป็นแค่เบาหวาน หรือโรคทางเดินปัสสาวะ อาจมีโรคอื่นแฝงอยู่ ผู้ป่วยใช้สิทธ์บัตรทอง” .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปดูเทคนิคการปลูกทุเรียนให้ลูกดกได้ผลผลิตดีมีคุณภาพที่อำเภอปากท่อ

Posted on March 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640026

ไปดูเทคนิคการปลูกทุเรียนให้ลูกดกได้ผลผลิตดีมีคุณภาพที่อำเภอปากท่อ

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.15 น.

เกษตรกรอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ปลูกทุเรียนให้ผลผลิตดีมีคุณภาพ ผสมผสานไปกับผลไม้อื่นๆ ใช้เทคนิคปลูกหญ้าคลุมบริเวณโคนใส่ปุ๋ยตามสภาพดินดูแลรักษาจนออกดอกดกต้องปลิดทิ้งเพื่อให้ลูกทุเรียนมีคุณภาพดี 

วันนี้ “ทีมเฉพะากิจแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปดูการปลูกทุเรียนที่ ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งถือเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ที่มีการปลูกทุเรียนกันมาก นอกจาก อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา ซึ่งมีสภาพดินเหมาะแก่การปลูกทุเรียนมาก เนื่องจากพื้นที่แถบทางชายแดนราชบุรีจะมีเส้นทางผ่านของบ่อน้ำพุร้อน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ทำให้มีเกษตรกรหลายรายปลูกผลไม้หลายชนิด เช่น ทุเรียนมีคุณภาพดี รสชาติหวานมัน เนื้อแห้ง หอมอร่อย มีนักท่องเที่ยวเดินทางแวะมาชิมกันถึงในสวนทุก ๆ ปี 

อย่างที่สวนของนายปรีชา เปี่ยมญาติ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์ชะนี ผสมผสานไปกับการปลูกขนุน กล้วยไข่ กล้วยหอม มะละกอ ลองกอง มังคุด เนื้อที่เกือบ 10 ไร่ ขณะนี้กำลังเริ่มออกดอกตามกิ่งห้อยระย้า บางต้นจะออกก่อนก็จะเริ่มติดลูกกลมๆ ขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก

จากการที่ได้ดูแลรักษาใช้เทคนิคที่คิดค้นขึ้นจนประสบความสำเร็จทำให้ต้นทุเรียนออกดอกเต็มต้น ซึ่งหากเป็นเกษตรกรรายอื่นจะเก็บลูกไว้มาก แต่สำหรับที่สวนแห่งนี้ปลิดดอกทิ้งไปจากต้น ลูกไหนที่ติดผลแล้วไม่สมบูรณ์ก็จะเด็ดทิ้งออกไปให้เหลือเพียงกิ่งละ 1-3 ลูกเท่านั้นเพื่อความสมบูรณ์ของลูกและความเจริญเติบโตแข็งแรงของต้นที่จะทำให้ไม่โทรมในปีถัดไป 

นายปรีชา เปี่ยมญาติ เจ้าของสวนทุเรียนรวมใจจิตบริสุทธิ์ กล่าวว่า ปลูกทุเรียนมา 8-9 ปี ปลูกเป็นรุ่น ๆ กว่า 500 ต้นมีเทคนิคการปลูก ช่วงที่ดอกทุเรียนบานจะใช้พวกแคลเซียม ธาตุสังกะสี กำมะถัน เป็นสิ่งที่ทุเรียนชอบมาก ฉีดพ่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทำให้ติดดอกออกลูกดก อีกส่วนคือจะเกี่ยวข้องกับระบบดินฟ้าอากาศของพื้นที่ด้วย บริเวณโคนต้นถ้าปล่อยให้หญ้าโล่งเตียนจะทำให้ไม่ดูดความชื้นเข้ามาในพื้นที่

หากรดน้ำไปก็จะระเหยไปอย่างรวดเร็ว เพราะดินแถบนี้จะเป็นดินลูกรังไม่เก็บน้ำ การตัดหญ้าในสวนต้องตัดให้สั้น เศษหญ้าก็จะกองบนดินกลายเป็นปุ๋ยเป็นธาตุอาหารของต้นทุเรียนอีกทางหนึ่งได้ หญ้าที่ตัดยังช่วยดูดความชื้นน้ำที่รดต้นทุเรียนด้วย ส่วนระยะการปลูกห่างประมาณ 4 คูณ 3 วา ต่อต้น จะต้องขยันดูแลเอาใจใส่ การให้น้ำสมบูรณ์ตามกำหนดขึ้นอยู่ตามสภาพดินแต่ละพื้นที่ด้วย 
                   
ส่วนวิธีการตัดแต่งลูกทุเรียนจะคัดลูกที่สวยกลม ไม่เบี้ยว พอโตขึ้นมาจะมีรูปทรงสวยขายได้ราคาดี อย่างกิ่งมีหลายสิบลูกคัดให้เหลือแค่ประมาณ 2 ลูกที่เหลือต้องเด็ดทิ้งไปของแต่ละกิ่ง กิ่งใหญ่จะไว้ 4-5 ลูกตามสภาพกิ่ง เป็นเทคนิคของการปลูก หากเอาลูกไว้เยอะแล้ว น้ำเลี้ยงที่ต้นจะส่งแค่ลูก ส่วนปลายกิ่งจะมีสภาพแห้งโทรม ช่วงมีดอก จึงจำเป็นต้องเด็ดดอกทิ้งไปตั้งแต่ช่วงปลายกิ่งไปจนถึงช่วงกลางของกิ่ง เหลือลูกที่เลือกไว้เท่านั้น

ที่สวนนี้เริ่มออกลูกแล้ว คาดว่าประมาณเดือนมิถุนายนก็จะเริ่มแก่สุกเก็บผลผลิตขายได้  เพราะทะเรียนจะเจริญเติบโตจากผลิดอกจนถึงเก็บผลผลิตประมาณ 4 เดือนเศษขึ้นไปจะมีรสชาติสมบูรณ์ หวาน มัน ซึ่งหากตัดขายก่อนประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์จะได้น้ำหนักสมบูรณ์ แต่เวลาบ่มกินจะมีรสชาติกินไม่เหมือนกับทุเรียนที่แก่จัดช่วงระยะเวลา 4 เดือนขึ้นไปจึงจะมีรสชาติอร่อย หวาน มัน เนื้อแห้งเต็มที่ 
                 
ที่สวนยังปลูกผลไม้ ทั้งเงาะ กล้วยไข่ กล้วยหอม ขนุน มังคุด ลองกอง องุ่น คิดว่ากลางปีนี้จะเปิดชิมผลไม้แบบบุฟเฟ่ต์ชิมในสวน หลังจากปีที่ผ่านมาได้ปิดสวนมานานช่วงโควิด -19 มาปีนี้จึงอยากจะเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ชิมผลไม้สดๆ ในสวนที่มีรสชาติอร่อย นักท่องเที่ยวคนไหนสนใจอย่าลืมมาเที่ยว ชิม ชม แชะ แวะเที่ยวได้ที่สวนช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ผู้สนใจสามารถเข้ามาชมสวนมาเรียนรู้เทคนิคการปลูกที่ไร่รวมใจจิตบริสุทธิ์ เบอร์ 090-1384027 ได้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้วร้าน’ยักษ์กะโจน’บริษัทธรรมธุรกิจฯรุกคืบ 4 สาขาแรกในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล-ชุมพร

Posted on March 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640023

เปิดแล้วร้าน'ยักษ์กะโจน'บริษัทธรรมธุรกิจฯรุกคืบ 4 สาขาแรกในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล-ชุมพร

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.06 น.

เปิดแล้วร้าน “ยักษ์ กะ โจน” บริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด รุกคืบ 4 สาขาแรกในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และชุมพร “พิเชษฐ โตนิติวงศ์” ผู้จัดการไปทั่วฯ เผยสินค้าที่จำหน่ายมีทั้งข้าวกล้องสันป่าตอง ข้าวหอมมะลิธรรมชาติ พืชผักหัวคันนา อาหารทะเลจากประมงพื้นบ้านชุมพร รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปของเกษตรกร ร้านอาหาร “ยักษ์ กะ โจน” และซูเปอร์มาร์เก็ต

วันที่ 9 มี.ค.65 นายพิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการไปทั่ว บริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการของบริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคมฯ ว่า ปัจจุบันธรรมธุรกิจมีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 200 รายใน 6 จังหวัด คือ เชียงใหม่ น่าน เพชรบูรณ์ ยโสธร บุรีรัมย์ และ จ.ชุมพร สินค้าที่มีจำหน่ายประจำอยู่ในขณะนี้ คือ ข้าวกล้องสันป่าตอง ข้าวหอมมะลิธรรมชาติ และจะมีพืชผักหัวคันนาหมุนเวียนเข้ามา เช่น ผักพื้นบ้าน มะละกอ กล้วย ฟัก แตงไทย แตงโม เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะมีไข่ไก่ และอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้าน จ.ชุมพร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปของเกษตรกร เช่น น้ำมันมะพร้าว สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน ฯลฯ

ส่วนการทำตลาดและจำหน่ายสินค้าของธรรมธุรกิจนั้น เราอาศัยช่องทางหลัก คือ การขายออนไลน์ และมีหน้าร้านได้แก่

1.ตลาดนัดธรรมชาติ ถนนพระราม 9 ซอย 17 เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์

2.รถพุ่มพวงจำนวน 2 คันวิ่งรถทุกวันพุธ พฤหัสบดี และเสาร์-อาทิตย์ โดยลูกค้าต้องนัดเข้ามาก่อน และรถจะนำสินค้าไปให้เลือกถึงบ้าน

3.ร้านยักษ์ กะ โจน เป็นร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากศิษย์ยักษ์ กะ โจน และเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าในตัว โดยปัจจุบันมี 4 สาขา คือ ชุมพรคาบาน่า, ถ.บรรทัดทอง, หมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง และถนนพระราม 2 (โรงเรียนรุ่งอรุณ) 

แลสาขาที่ 4 ร้านคาบาน่า ที่ จ.ชุมพร 

“เมื่อปี 2564 ธรรมธุรกิจสามารถสร้างยอดขายได้แล้ว 37 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 4 ล้านบาท แม้ว่าจะยังไม่ทำกำไร แต่ตอนมองว่า โมเดลธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับ Economy of Scale นั่นคือเมื่อใดที่มีดีมานด์สูงพอจนทำให้การขนส่งแต่ละรอบคุ้มค่ายิ่งขึ้นก็จะทำให้บริษัทถึงจุดคุ้มทุนและลดราคาขายลงได้” นายพิเชษฐ เผย 

ส่วนการหาแหล่งเงินทุนของธรรมธุรกิจนั้น นายพิเชษฐ บอกว่า ใช้วิธีระดมทุนจากผู้ที่สนใจสามารถซื้อหุ้นบริษัทได้ในราคาหุ้นละ 101 บาท ไม่จำกัดจำนวนหุ้น ขณะนี้มีผู้ถือหุ้นแล้วกว่า 15,000 คน คิดเป็นจำนวน 1.5 ล้านหุ้น สะท้อนถึงจำนวนเครือข่ายผู้ที่เข้าใจและต้องการสนับสนุน

“สิ่งที่ผู้ถือหุ้นจะได้ขั้นแรกคือได้บุญก่อน เพราะเขาจะมีส่วนช่วยให้บริษัททำโมเดลธุรกิจนี้ได้สำเร็จและจะทำให้เกษตรไทยเปลี่ยนแปลง เราอยากให้ผู้บริโภคได้มาเรียนรู้และเข้ามาถือหุ้นด้วยตนเอง เพื่อให้เป็นโมเดลสหกรณ์ผู้บริโภคแบบญี่ปุ่น แบบเกาหลีใต้ เกิดระบบนิเวศของเกษตรกรกับผู้บริโภค และเมื่อมีกำไรผู้ถือหุ้นก็จะได้เงินปันผล” นายพิเชษฐ กล่าว 

พร้อมกับระบุว่า ในแง่ของการระดมทุน ธรรมธุรกิจมีมติผู้ถือหุ้นเมื่อปี 2563 มีเป้าหมายขายหุ้นเพิ่มทุนเป็น 3 ล้านหุ้น จึงยังต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อจะขยายเครือข่ายต่อไป

นายพิเชษฐ กล่าวต่ออีกว่า ความฝันขั้นต่อไปของธรรมธุรกิจ คือการขยายเครือข่ายทั่วประเทศด้วยโมเดลร้าน “ยักษ์ กะ โจน” ซึ่งตนมองว่าควรจะมีทุกอำเภอในไทยเพื่อให้มีสถานที่รองรับสินค้าท้องถิ่นนั้นๆ ส่วนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ต้องการจะขยายให้ถึง 10 สาขา ครอบคลุมทุกหัวมุมเมือง แต่ไม่ใช่ว่าธรรมธุรกิจจะลงทุน 100% ทุกแห่ง โมเดลที่วางไว้คือ ธรรมธุรกิจจะถือหุ้นสาขาใหม่ขั้นต่ำ 30% ส่วนที่เหลือไม่เกิน 70% เป็นกลุ่มนักลงทุนที่เข้าใจ มีเจตนารมณ์ตรงกันในการทำธุรกิจเพื่อสังคม และพร้อมบริหารร้านสาขา แต่ละสาขาจึงจะมีการ Joint Venture (JV) กับนักลงทุนต่างกลุ่มกัน

“การเพิ่มจุดจำหน่ายเหล่านี้จะเดินไปพร้อมๆ กับการทำการตลาดให้ผู้บริโภครู้จักและอุดหนุนกันมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดดีมานด์คุ้มค่าการขนส่งดังกล่าว ซึ่งการทำตลาดกับผู้บริโภคนี่เองที่ผมมองว่ายากที่สุด เพราะผู้บริโภคคือโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะเขายังไม่ค่อยสนใจที่มาที่ไปของอาหาร ยังไม่รู้ว่าตนเองป่วยเพราะอาหารที่รับประทาน ยังไม่ทราบว่าคำว่า ออร์แกนิค คืออะไรกันแน่ หรือยังติดภาพว่าอาหารออร์แกนิคต้องราคาแพง” นายพิเชษฐกล่าวถึงโจทย์ที่ยังต้องทำความเข้าใจกันต่อ

นายพิเชษฐ เปิดเผยอีกว่า จากโมเดลธุรกิจที่คิดเพื่อแก้ปัญหาให้สังคม ทำให้ธรรมธุรกิจได้รับ รางวัลพิเศษ องค์กรที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าแก่สังคม (Social Value Creation) จากเวที Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 17 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการมอบรางวัลพิเศษบนเวทีนี้

“รางวัล Bai Po Business Awards by Sasin นี้ถือเป็นกำลังใจให้คนทำงานกว่าร้อยคนของเรา แม้ว่าวันนี้เรายังไม่มีกำไร แต่มีผู้ที่เห็นคุณค่าว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร และเราจะยึดมั่นการสร้างคุณค่ากับสังคมต่อไปตามแนวทางของรางวัลที่เราได้รับ ซึ่ง 9 ปีแรกของเรา เราเข้าไปปักฐานในกลุ่มเกษตรกรได้แล้ว เราวางระบบโลจิสติกส์ ระบบงาน ระบบคน ในช่วงทศวรรษที่ 2 ของเราจะทำให้ธุรกิจนี้สเกลในกลุ่มผู้บริโภคให้ได้” นายพิเชษฐกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อหุ้นธรรมธุรกิจนั้น สามารถดำเนินการได้ดังนี้ 1.เพิ่มเพื่อน ไลน์ @thamturakit (ถ้าไม่เคยมี) 2.เลือกเมนู ซื้อหุ้น 3.กรอกรายละเอียดส่วนบุคคล ให้ครบ  เลือกจำนวนหุ้น แล้วกดยืนยัน 4.จะได้รับ QR code ให้ถ่ายภาพQR code ไว้เพื่อไปสแกนโอนเงินระบบธนาคารบนมือถือ (QR code ใช้โอนได้ 1ครั่ง เฉพาะการซื้อครั้งนั้น เพราะเป็นรหัส  การอ้างอิงเฉพาะรายการ) 5.เมื่อโอนเงินผ่านระบบธนาคารบนมือถือ ด้วยการสแกนยอดชำระ QR code ผ่านสำเร็จจนได้ รูปใบแจ้งโอนเงินสำเร็จ เก็บไว้เป็นหลักฐานจากธนาคาร ก็จะได้รับใบหุ้นจากธรรมธุรกิจ ทางไลน์ แต่หากโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ต้องส่งภาพหลักฐานการโอนเงินให้ที่ไลน์ @thamturakit เพื่อตรวจสอบก่อน แล้วถึงจะแจ้งใบหุ้นทางไลน์ ลิงค์ไลน์ธรรมธุรกิจ https://lin.ee/6U71hZy – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดยอดเด็กไทย! ‘น้องภูผา’วัย15ปี ศิษย์เอก’อ.เฉลิมชัย’ คว้าที่1วาดนกฮูกระดับโลก

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640001

สุดยอดเด็กไทย! 'น้องภูผา'วัย15ปี ศิษย์เอก'อ.เฉลิมชัย' คว้าที่1วาดนกฮูกระดับโลก

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.57 น.

สุดยอดเด็กไทย! น้องภูผาวัย 15 ปี ชาวราชบุรี ศิษย์เอก อ.เฉลิมชัย คว้าอันดับ 1 ในการประกวดภาพวาดเทศกาลนกฮูกนานาชาติ จาก 39 ประเทศทั่วโลก จำนวน 2,801 ผลงาน นับเป็นเด็กไทยคนแรก ที่คว้ารางวัลอันดับ 1 มาได้ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยและชาวราชบุรี

8 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อไทยและต่างประเทศได้นำเสนอผลการประกวดการวาดรูปนกฮูก ที่เด็กไทยเรียกว่าไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก เพราะล่าสุดนั้น เด็กไทยถึง 4 คน สามารถสร้างชื่อเสียงด้านศิลปะ โดยการวาดภาพและได้รางวัลจากผลงานทั้งหมด 2,801 ชิ้น ได้รางวัลระดับโลกมาถึง 4 รางวัลด้วยกัน

ซึ่งในงานประกวดนี้ คืองานเทศกาลนกฮูกนานาชาติ 2022 (International Children’s Owl Art) โดยเป็นการส่งผลงานวาดรูปนกฮูกมาเข้าร่วมประกวดที่ ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการประกวดนั้นมีผลงานที่ส่งมาทั้งหมด 2,801 ผลงาน ที่ส่งมาจาก 38 ประเทศทั่วโลก โดยงานเทศกาลนกฮูกนานาชาติ จะเลือกผลงานทั้งหมดมาเพียง 20 รายการ เท่านั้น และเด็กไทยเราก็สามารถคว้ามาได้ถึง 4 รางวัล

หนึ่งในนั้นเป็นคนไทยได้ส่งผลงานเข้าไปประกวด และได้รับรางวัลการประกวดที่ 1 คือนายรพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล อายุ 15 ปี หรือน้องภูผา ซึ่งเป็นศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ รางวัลที่ได้รับคือ “รางวัลเหรียญทอง อันดับ 1 ในรุ่น 15-18 ปี” ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รางวัลในรุ่นนี้

ทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายรพีวิชญ์ หรือ น้องภูผา ใน ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อขอชมผลงานการวาดภาพดังกล่าว พร้อมทั้งพูดคุยถึงรายละเอียดในการส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ โดยน้องภูผา เล่าว่า เพื่อนของคุณแม่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา และทราบว่าการแข่งขันเทศกาลการวาดภาพนกฮูกนานาชาติ จึงสนใจและส่งผลงวานเข้าประกวดเพื่อลองวัดความสามารถของตนดู จึงรังสรรค์ผลงานการวาดของตนเองเป็นภาพนกฮูกในความคิดจินตนาการของตนเอง ที่นำเอาความเป็นรวดลายไทยเข้ามาผสม พร้อมตั้งชื่อภาพว่า Owl of paradise

หลังจากส่งผลงานไป จนกระทั่งวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 65 ทางเว็บไซต์ทางการของการแข่งขันได้ประกาศว่า ภาพที่น้องภูผา ส่งไปได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมส่งอีเมลยืนยันมาให้กับทางคุณแม่ของน้องภูผา และส่งเหรียญทอง พร้อมใบประกาศนียบัตรมาให้ โดยขอภาพผลงานที่ชนะการประกวดของน้องภูผาไปจัดแสดงในนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ในเมือง Houston, USA ตั้งแต่เดือนมีนาคม 65 -กุมภาพันธ์ 66 และภาพยังได้ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 20 ภาพ เพื่อทำปฏิทิน โปสการ์ด ของสถาบันวิจัยนกฮูกนานาชาติ และจัดจำหน่ายไปทั่วโลกอีกด้วย

น้องภูผา เล่าอีกว่า สำหรับภาพวาดของตนเอง เป็นนกฮูกจะมีความเป็นไทยร่วมสมัย จะมีความเป็นแฟนตาซีมากขึ้นรวมกับลายไทยของเดิม เช่น เอกลักษณ์คือการปิดทอง และการใส่ลายไทยมีความเป็นโมเดิ้ลมากขึ้น และได้บวกเรื่องราวของทางโลกตะวันตก ทั้งการจัดองค์ประกอบ การวางองค์ประกอบต่างๆ และนำเรื่องราวที่อยู่ในใบเบิ้ล คณะเทวทูตต่างๆ และจำมีจุดสนใจคือรูปกงล้อและลูกกระตา จึงให้ชื่อภาพนี้ว่า Owl of paradise นกฮูกแห่งสรวงสวรรค์

น้องภูผา เล่าความรู้สึกอีกว่า หลังจากที่ทราบผลประกาศว่าตนได้รางวัลที่ 1 รู้สึกดีใจมาก ตอนแรกที่ส่งไปยังไม่ได้หวังว่าจะได้รับรางวัล แค่หวังว่าขอให้ผ่านตาก็ดีใจแล้ว แต่กลับได้รางวัลรู้สึกดีใจมากและภูมิใจที่คว้ารางวัลสร้างชื่อเสียงให้ให้ประเทศ และจังหวัดราชบุรี

ส่วนช่วงอายุ 10-14 ปี Aimmika Boonsawat (เอมมิกา บุญสวัสดิ์ อายุ 10 ปี) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในช่วงอายุ 10-14 ปี ขณะที่ รางวัลชมเชย คือ Aticha Rakrai (อธิชา รักไร่ อายุ 13 ปี) ในช่วงอายุ 10-14 ปี และSupakorn Panyasong (ศุภกร ปัญญาทรง อายุ 14 ปี) รางวัลชมเชย ในช่วงอายุ 10-14 ปี

. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมดแรง! ‘ทนายตั้ม’รับถูก‘พี่ชายแตงโม’เทแล้ว เข้าใจ‘เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ’

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639991

หมดแรง! ‘ทนายตั้ม’รับถูก‘พี่ชายแตงโม’เทแล้ว เข้าใจ‘เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ’

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 07.11 น.

หมดแรง! ‘ทนายตั้ม’รับถูก‘พี่ชายแตงโม’เทแล้ว เข้าใจ‘เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ’

8 มีนาคม 2565 “ทนายตั้ม” หรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า “ยิ่งกว่าผิดหวัง สรุปผมโดนเทแล้วครับ ผมเข้าใจว่าเลือดข้นกว่าน้ำ ขอโทษพี่ๆนักข่าวที่ทำให้เสียเวลา พรุ่งนี้คงต้องขอยกเลิกไปก่อน แต่ผมในฐานะพี่คนนึงที่ต่อสู้เพื่อตามหาความจริงให้น้องแตงโม คงไม่หยุดแน่นอนครับ แต่ต้องกลับมาคิดทบทวนอีกทีถึงเรื่องที่ผ่านมา สำหรับพรุ่งนี้ผมขอพักซักวันก่อน เดี๋ยวมีแรงแล้วมาลุยต่อกันนะครับ #เราจะไม่ยอมแพ้ถึงแม้วันนี้เราจะหมดแรง”

สำหรับก่อนหน้านี้ “ทนายตั้ม” ได้รับการประสานจากพี่ชายของ “แตงโม” ว่าจะร่วมตามหาความจริงในคดีของน้องสาว แต่ต่อมา นางพนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม เปิดเผยผ่านจดหมายว่าขอให้ “ทนายตั้ม” อย่ามาเกี่ยวข้องคดีน้องไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น จนล่าสุดพี่ชายแตงโม ที่ขอร่วมสืบความจริง ได้ถอนตัวไปอีกคน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘การศึกษา’ จะยกระดับ ถ้า ‘รัฐบาล’ รู้จัก ‘บูรณาการ’

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639975

บทความพิเศษ : ‘การศึกษา’ จะยกระดับ  ถ้า ‘รัฐบาล’ รู้จัก ‘บูรณาการ’

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้ทราบจากรายงานข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่า “นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต” ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อสภาพคล่องของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 3,563 แห่ง ทำให้โรงเรียนเอกชนบางแห่งทั้งต่างจังหวัด และกรุงเทพฯ จำเป็นต้องปิดกิจการ เพราะไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายต่อไปได้ เนื่องจากนักเรียนสมัครเรียนน้อยลง ผู้ปกครองค้างชำระค่าธรรมเนียมจำนวนมาก จึงสร้างผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนอย่างมหาศาล

“ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2564 มาจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนเอกชนไม่สามารถเปิดเรียนแบบ ONSITE ได้ การเปิดการเรียนการสอนแบบ ONLINE ทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากเรียกร้องขอเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาคืน อีกทั้งผู้ปกครองบางส่วนค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กับโรงเรียนเอกชนกว่า 2,500 แห่ง ทำให้โรงเรียนขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนครู ถึงแม้ว่าจะพยายามยื่นกู้จากสถาบันการเงิน แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน สถาบันการเงินจึงไม่อนุมัติเงินกู้ให้กับโรงเรียนเอกชนบางแห่งส่วนบางแห่งได้รับเงินกู้ แต่ถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินไป ปัญหาดังกล่าวทำให้มีการเลิกจ้างครู และบุคลากรทางการศึกษาไปแล้วจำนวน 12,253 คน หากปัญหานี้ปล่อยวางจะกระทบถึงโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย และผู้ปกครองจำนวนมาก ที่พึ่งโรงเรียนเอกชนเป็นสถานศึกษาทางเลือก โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญ ที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล”

นอกจากให้รายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนเอกชนแล้ว ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนนี้ ยังให้ข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงิน และการอุดหนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อรักษาโรงเรียนเอกชนที่กำลังประสบปัญหา และเยียวยาในส่วนที่ปิดตัวไปแล้ว โดยที่ข้อเรียกร้อง หรือข้อเสนอของนายสมศักดิ์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน อยู่ในช่วงของการรวบรวมรายละเอียดของความเป็นไปได้ ช่องทางของกฎหมาย และแนวทางที่เหมาะสมที่สุด จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้แก่นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับผม นี่เป็นการทำหน้าที่ที่น่ายกย่อง และเป็นความพยายามที่ควรให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก ในการรักษา“คุณภาพทางการศึกษา” ของนักเรียน และดูแลบุคลากร รวมไปถึงหน่วยงานทางการศึกษาอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะของรัฐ หรือเอกชนก็ตาม ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีต่อกรณีดังกล่าวนี้ผมจึงขอเสนอแนะ “หลักคิด” ที่เห็นว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการตัดสินใจ และแก้ปัญหาในเรื่องนี้ พร้อมแนวทางบริหารจัดการที่ประสานประโยชน์แก่ทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะ ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนี้

1. โรงเรียนเอกชนมีค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ต่ำกว่าโรงเรียนในเครือข่ายของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. มาก ตั้งแต่เงินเดือน และสวัสดิการครู เงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียน ค่าอาหารกลางวัน ไปจนถึงค่าซ่อมแซม และดูแลอาคารสถานที่ของโรงเรียน ดังนั้น ถ้าเรามองในมุมเช่นนี้ ภาพที่เห็นก็คือ โรงเรียนเอกชน คือ โรงเรียนที่ช่วยแบ่งเบาภาระทางการศึกษาให้กับกระทรวงศึกษาธิการ หรือกล่าวให้ชัดเจนก็คือ การที่โรงเรียนเอกชนหยุดกิจการทั้งหมด และทำให้นักเรียนกว่า 3.7 ล้านคน ต้องมาเข้าเรียนกับโรงเรียนในเครือข่ายของ สพฐ. นั้น รัฐบาลจะต้องจ่ายงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 7,400 ล้านบาทต่อปี ไม่รวมค่าเครื่องแบบ ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ไปจนถึงค่าอาหารกลางวัน ซึ่งถ้าเรารวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมา ตัวเลขน่าจะมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี และยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายเงินเดือน และสวัสดิการครูอีกมากกว่า 100,000 คน ที่จะต้องมารับผิดชอบนักเรียน 3.7 ล้านคนนี้

ด้วยรายละเอียดทางงบประมาณตามที่นำเสนอมาถ้าพิจารณาด้วยเหตุผลนี้ ผมเห็นว่า การที่รัฐบาลเลือกที่จะรักษาให้โรงเรียนเอกชนอยู่รอด และช่วยแบ่งเบาภาระทางการศึกษา คือทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว

2. โรงเรียนเอกชนต้องจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของ สพฐ. เป็นเกณฑ์ และแน่นอนว่า ประสิทธิภาพของโรงเรียนเอกชนในด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการใช้นวัตกรรมทางการเรียนการสอน เพื่อคุณภาพทางการศึกษาของนักเรียน ย่อมมีประสบการณ์ และความชำนาญที่แตกต่างไปจากโรงเรียนในสังกัดของรัฐ หรือ สพฐ. ไม่มากก็น้อย จึงมีความเป็นไปได้ที่ เมื่อโรงเรียนเอกชนแต่ละแห่งได้รับความช่วยเหลือด้านการเงิน และสวัสดิการบางอย่างจากทางรัฐบาลเพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปได้แล้ว นอกจากรายละเอียดในการจัดการเรียนการสอน หรือหลักประกันที่โรงเรียนเอกชนต้องให้กับรัฐ เกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพต่อนักเรียน เพื่อแสดงให้เห็นว่า เงินช่วยเหลือ และสวัสดิการที่ให้ มิใช่การให้เปล่าแล้ว

การบูรณาการ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ประสบการณ์ของบุคลากร และแนวทางที่จะยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียนต่างๆ จึงควรต้องได้รับการประสาน หรือแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ในการนำไปส่งเสริมจุดแข็ง และลบจุดอ่อนในการบริหารจัดการการศึกษาของทั้งโรงเรียนภาครัฐ ในสังกัด สพฐ. และโรงเรียนเอกชน ที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

ใน “ประเทศสหรัฐอเมริกา” มีการเลือกที่จะให้เอกชนเข้าไปบริหารโรงเรียนของท้องถิ่น ที่รัฐบาลท้องถิ่น ไม่สามารถอุดหนุนงบประมาณได้ เพราะจำนวนนักเรียนน้อย แต่ด้วยประสิทธิภาพการบริหาร และคุณภาพ การจัดการเรียนการสอนของเอกชน ทำให้โรงเรียนของท้องถิ่นกลับมามีชีวิต และจัดการศึกษาให้ชุมชนได้ โดยแบบแผนการแก้ปัญหาในลักษณะเช่นนี้ “กระทรวงศึกษาธิการ” ของไทย ควรศึกษา และค้นหาแนวทางการทำงานกับโรงเรียนเอกชนในมุมมองใหม่ซึ่งผมหวังว่า ในอนาคตโรงเรียนเอกชนจะมีโอกาสได้เข้ามาช่วยบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงฯ ต่อไป และนั่นจะทำให้ “การศึกษาไทย” จะได้รับการยกระดับ ด้วยความแตกต่างของการบริหารจัดการ ที่ได้รับการ “บูรณการ”ไปสู่ผลลัพธ์ในการสร้างคุณภาพทางการศึกษาของนักเรียนด้วยกันอย่างแท้จริง

ดังนั้น ถ้าประเด็นทั้งสองที่นำเสนอมานี้จะเกิดขึ้นจริง การช่วยเหลือทางการเงินแก่โรงเรียนเอกชน จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ซึ่งจะไม่ใช่แค่โรงเรียนเอกชนคิดแต่เพียงการได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือกระทรวงศึกษาธิการจะคิดเพียงว่าโรงเรียนเอกชนไม่อยู่ในความรับผิดชอบ แต่ทั้งสองจะสามารถเอื้อเฟื้อความสามารถ ประสบการณ์ และประสิทธิภาพร่วมกันได้ และต่อยอดไปถึง “การบูรณาการ” ที่จะทำให้ทุกอย่างไปอยู่ในจุดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นไปได้ คือ หนึ่ง การมองเห็นคุณค่าของโรงเรียนเอกชน ในสายตาของกระทรวงศึกษาธิการ และสอง ความจริงใจของโรงเรียนเอกชน ในความรับผิดชอบต่อคุณภาพทางการศึกษาของนักเรียน

ทั้งหมดนี้ เป็น “หลักคิด” และ “แนวทาง” ที่ผมเห็นว่า ชัดเจนทางรายละเอียดมากที่สุด ในการนำไปเป็นฐานสำหรับการพิจารณาจัดทำ “นโยบาย” เพื่อการศึกษา และแก้ปัญหา “การปิดตัวของโรงเรียนเอกชน” ต่อไป

กนก วงษ์ตระหง่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 8 มีนาคม 2565

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639974

ลึกลับในสนามข่าว : 8 มีนาคม 2565

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…ฟิตปั๋งสุดๆ..!!ก็ต้องยกให้คนนี้เลยมือประสานสิบทิศ “ประสานหวังรัตนปราณี” ผช.รองนายกฯ“ลุงป้อม” เกษียณอายุราชการ มานานพอสมควรแล้ว ขึ้นป้ายที่ 7 แล้ว.. แต่ความฟิตต้องยกให้จริงๆ…ก็แหม!จะไม่ให้ฟิตไงไหว ก็เล่นเดินออกกำลังกายทุกวัน ไม่เว้นเลย แถมไม่ใช่เดินแค่กิโล หรือสองกิโล แต่เดินออกกำลังกายแต่ละครั้งเป็นสิบๆกิโล..แล้วแต่ว่าจะเป็นช่วงเช้าหรือเย็น ถ้าเป็นวันทำงาน จันทร์-ศุกร์ ก็เดินช่วงเย็น..หลังจากกลับจากทำงานที่ทำเนียบฯแล้ว..ส่วนเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ก็ออกเดินแต่เช้ามืดเลย เดินไปใส่บาตรพระก่อนที่วัดเบญจมบพิตร และเดินต่อไปเรื่อยๆตามตรอกซอกซอยต่างๆ บางวันเดินไปถึงวัดไตรมิตร บางวันเดินไปถึงเยาวราช ผ่านวัดไหนก็แวะไหว้พระก่อนแล้วเดินต่อไปยังจุดหมาย

…นอกจากกำลังวังชา ร่างกายแข็งแรงแล้ว เรื่องอาหารการกิน ก็เป็นเลิศ เพราะท่านประสาน จะเป็นคนที่ดูแลสุขภาพร่างกายอย่างดีมาก อาหารที่เป็นโทษต่อร่างกาย อย่าหวังว่า จะได้เข้าไปในร่างกายได้…เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนที่มีอายุที่ขึ้นเลข 7 แล้ว แต่สวนทางกับสุขภาพร่างกายปัจจุบันมาก ใครเห็นแล้วไม่ร้องโอ้โฮ ! ก็ให้รู้ไป…แถมด้วยอัธยาศัยไมตรีจิตที่ดีกับทุกคน ไม่เลือกชั้น วรรณะ มีความโอบอ้อมอารี เป็นกันเอง เลยทำให้เป็นที่รู้จัก รักใคร่ของคนทุกวงการอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะนักข่าวทำเนียบฯ…

…วันก่อนท่านประสาน โชว์ความฟิตชุดใหญ่ด้วยการไปลงสมัครวิ่ง Amazing ThailandMarathon Bangkok 2021 presented byToyota ที่เริ่มสตาร์ทจาก หน้าพระบรมรูปทรงม้า ไปจนถึงบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯระยะทางถึง 10 กิโล..กลุ่มนักวิ่งส่วนใหญ่มีแต่วัยรุ่น สดใส รวมถึงวัยทำงาน แต่ก็มีหนุ่มใหญ่ “ท่านประสาน”วิ่งเนียนไปกับกลุ่มนักวิ่งเหล่านี้ได้ไม่ได้ดูแปลกแยกเลย เพราะด้วยหุ่นและรูปร่างหน้าตา ถ้าไม่เอาบัตรประชาชนมาให้ดู รับรองไม่มีใครเชื่อว่าอายุขึ้นเลข 7 แล้ว สาวๆที่มาร่วมวิ่งด้วย พอรู้ว่า มีดีกรีเป็นถึง ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ก็พาวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่กันใหญ่ แหม!!…ก็ ไม่รู้ว่าหนุ่มใหญ่เราจะหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆก็คงพอทำให้กระชุ่มกระชวยได้ดีเหมือนกันนะ ฮาๆๆ…ว่าแต่ฟิตปั๋งแบบนี้ “ลุงป้อม” หายห่วงเลยเพราะมีมือดีทำงานด้านกฎหมายได้คล่องปร๋อ อีกยาวเลยคร่าา..!!!…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัน’เหลือทน! ทำไมกูรูเรื่องแตงโมเยอะจัง ไปอยู่บนเรือกับเขาด้วยเหรอ?!

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639984

'วัน'เหลือทน! ทำไมกูรูเรื่องแตงโมเยอะจัง ไปอยู่บนเรือกับเขาด้วยเหรอ?!

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.32 น.

7 มี.ค.65 เบื้องหลังการตกน้ำเสียชีวิตของ”แตงโม -นิดา”ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์กันต่อเนื่อง ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องโดยตรง จนกลายเป็นกระแสให้ถูกพูดถึงโนโลกโซเซียลไม่เว้นแต่ละวันนั้น

โดยล่าสุด นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กข้อความที่น่าจะทำให้พวกหิวแสง สะอึกกันเป็นแถวๆ โดยระบุว่า….ทำไมกูรูเรื่องแตงโมเยอะจังวะมรึงอยู่บนเรือกับเขาด้วยเหรอ!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พี่เต้’ มาแล้ว! ปูดดูกล้องกรมเจ้าท่า ‘แตงโม’ ถูกโยนลงน้ำ!?

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639970

'พี่เต้' มาแล้ว! ปูดดูกล้องกรมเจ้าท่า 'แตงโม' ถูกโยนลงน้ำ!?

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.58 น.

โลกโซเชียลฮือฮาอีก… หลังจากที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”

โดยระบุครั้งแรกว่า “กำลังไป กรมเจ้าท่า ขอดูบันทึก CCTV ท่าเรือเทเวศร์ ประสาน รมช.คมนาคม ละ”
โพสต์อีกเป็นครั้งที่สองระบุว่า “ตรวจภาพจากกรมเจ้าท่า ตม.ถูกโยน เวลา 21.54.05 น. 24 ก.พ.65 หน้า ท่าเรือเทเวศร์” 
จากนั้นได้ไลฟ์สดเป็นครั้งที่สาม พร้อมระบุข้อความว่า “คดี เปลี่ยน สำนวน”
และโพสต์ครั้งที่สี่ ระบุข้อความฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า  “#ฝากลุงตู่ ตั้งชุดสอบสวน หน่อย#ส.ส.เต้ พระราม7# 1.ชุด1 ตั้งเป้าเป็น คดี ประมาท 2.ชุด 2 ตั้งเป้าเป็น คดี ฆาตกรรมอำพราง ผมขอเป็นที่ปรึกษาชุด 2 รับรองปิดคดีได้ยุติธรรมทุกฝ่ายตอบสังคมได้”

ทั้งนี้ ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และวิพากษ์วิจารณ์กับสิ่งที่นายมงคลกิตติ์ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าว และถกเถียงกันว่าสิ่งที่โพสต์นั้นเป็นข้อมูที่ตรวจสอบถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะสร้างความสับสนต่อรูปคดีได้ และที่สำคัญหากเป็นการให้ข้อมูลมั่วอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ ถูกโยนจริงเหรอค่ะ , อยากเห็นภาพเลยค่ะ , พี่เต้ รักษาคำพูดด้วยน่ะ , ท่าเรือที่พบศพอยู่ทางต้นน้ำ แต่ท่าเรือเทเวศน์อยู่ปลายน้ำ มันเป็นไปได้หรอครับ ที่น้ำจะพัดแตงโมย้อนกลับขึ้นไปได้ , ถูกโยน , โยนจริงหรอ เป็นต้น.- 008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,284,933 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
สรุปข่าวเด่นรอบดึก ประจำวันที่ 7-8 มิ.ย. เวลา 18.00 - 06.00 น.
'อิ๋งอิ๋ง'ชวนชมภาพงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสิน
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
อ่อนประชาสัมพันธ์! นักท่องเที่ยวไม่รู้บังคับใช้กม.ห้ามสูบบุหรี่24ชายหาด
ครม.ตั้ง "บุญรักษ์ ยอดเพชร"เป็นเลขากพฐ.
ตรีผลา...ยาสมัยพุทธกาล
"วรพร" มะม่วงแปรรูป รสอร่อย แห่งเมืองแปดริ้ว
Grand Opening W22 Hotel by Burasari

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d