Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘แอนนา’ เผย ‘แตงโม’ ใส่ชื่อ ‘ลูกกระติก’ เป็นผู้รับผลประโยชน์ประกันอุบัติเหตุ 1 ล้านบาท

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638829

'แอนนา' เผย ‘แตงโม’ ใส่ชื่อ 'ลูกกระติก' เป็นผู้รับผลประโยชน์ประกันอุบัติเหตุ 1 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.07 น.

แอนนา ทีวีพูล เพื่อนสนิทดาราสาวชื่อดัง แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “คนคนนั้นจะรู้ไหมว่าโมใส่ชื่อลูกไว้รับผลประโยชน์ในประกันอุบัติเหตุ เธอควรรักเขาดูแลเขา เหมือนที่เขาดูแลและรักลูกเธอ”

โดยก่อนหน้านี้ แอนนา ได้โพสต์ภาพระบุว่า “อย่างน้อยโมก็มีประกันอุบัติเหตุ 1 ล้านจากรายการซุปตาพาฟิน” และได้โพสต์ในช่องคอมเมนต์ตอบด้วยว่า “ต้องรอทางทิพยประกันภัยแจ้งค่ะว่าใครได้ผลประโยชน์ อย่างน้อยโมจะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลัง น้องอีสเตอร์ลูกบุญธรรมขอโมน่าจะได้รับค่ะ เป็นทุนการศึกษาให้น้อง”. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอ๊ะยังไง! ‘กระติก’ ชาวเน็ตขุดภาพในสระ หลังตอบแม่’แตงโม’ว่ายน้ำไม่เป็น

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638825

เอ๊ะยังไง! 'กระติก' ชาวเน็ตขุดภาพในสระ หลังตอบแม่'แตงโม'ว่ายน้ำไม่เป็น

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.05 น.

ขุดกันรัวๆ ภายหลังจากกรณีที่ นางสาวอิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผจก.สาวแตงโม นำพวงมาลัยมากราบขอขมา นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ของดาราสาว ‘แตงโม นิดา’ พัชรวีระพงษ์

โดยนางพนิดา ได้สอบถาม กระติก ว่า ทำไมที่ผ่านมาไม่เคยติดต่อมาหาคุณแม่เลย ซึ่งกระติก ได้อธิบายว่า ตอนนั้นสติแตกมาก และเสียใจกับการจากไปของแตงโม และถามอีกว่า วินาทีที่รู้ว่าแตงโมตกน้ำทำไมไม่ช่วย โดยกระติกบอกว่า “แม่หนูว่ายน้ำไม่เป็น”

แต่ชาวเน็ตตาดีได้ขุดคลิปในอินสตาแกรม “gatick” ที่กระติกกำลังว่ายน้ำกับลูกสาวในสระอย่างคล่องแคล่ว . -008 

ดูข่าวขอขมาแม่แตงโมมะกี้ และ #กระติก บอกว่าแม่หนูว่ายน้ำไม่เป็น อือ…ตามน้านแหละ #แตงโม pic.twitter.com/n6DVhHrzKf

— Ajariya Kewchaoon (@ajariyakew) March 1, 2022

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำสมาธิโดยการบริกรรมภาวนา ‘พุทโธ’กับ’การตามรู้จิต’คือหลักเดียวกัน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638757

ทำสมาธิโดยการบริกรรมภาวนา 'พุทโธ'กับ'การตามรู้จิต'คือหลักเดียวกัน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.16 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ขณะนี้นักเรียนทั้งหลายกำลังเรียน ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ว่าทำอย่างไรเราจึงจะได้พลังของสมาธิ พลังของสติเพื่อสนับสนุนการศึกษาหลวงตาจะสอนวิธีทำสมาธิในห้องเรียน สมมุติว่าขณะนี้หลวงตาเป็นครูสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลายเพ่งสายตามาที่หลวงตาส่งใจมาที่หลวงตาแล้วก็สังเกตดูให้ดีว่าหลวงตาทำอะไรบ้างหลวงตายกมือหนูก็รู้ เขียนหนังสือให้หนูรู้ พูดอะไรให้หนูตั้งใจฟัง

นักเรียน นักศึกษาทำสมาธิในการเรียน

ถ้าสังเกตจนกระทั่งกระพริบหูกระพริบตาได้ยิ่งดี เวลาเข้าห้องเรียนให้เพ่งสายตาไปที่ตัวครู ส่งใจไปที่ตัวครู อย่าเอาใจไปอื่น เพียงแค่นี้วิธีการทำสมาธิในห้องเรียน ถ้าพวกหนูๆ จำเอาไปแล้วปฏิบัติตามจะได้สมาธิตั้งแต่เป็นนักเรียนเล็กๆ ชั้นอนุบาล

ในตอนแรกนี่ การควบคุมสายตาและจิตไปไว้ที่ตัวครูนี่อาจจะลำบากหน่อย แต่ต้องพยายามฝึก ฝึกจนคล่องตัวชำนิชำนาญภายหลังแม้เราจะไม่ตั้งใจ พอเห็นใครเดินผ่านหน้ามันจะจ้องเอาๆพอมาเข้าห้องเรียนแล้วพอครูเดินเข้ามาในห้องสายตามันจะจ้องปั๊บ ใจมันก็จะจดจ่ออยู่ตรงนั้น หนูลองคิดดูซิว่าการที่มองที่ครู และเอาใจใส่ตัวครูนี่ เราเรียนหนังสือเราจะเข้าใจดีไหมลองคิดดู ทีนี้เมื่อฝึกจนคล่องตัวชำนิชำนาญแล้ว สายตามันยังจ้องอยู่ที่ตัวครู

แต่ใจจะมาอยู่ที่ตัวเราเอง มาตอนนี้ครูท่านสอนอะไรพอท่านพูดจบประโยคนั้น ใจของเรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าต่อไปท่านพูดอะไรเวลาไปสอบ อ่านคำถามจบ ใจของเราจะวูบวาบแล้วคำตอบมันจะผุดขึ้นอันนี้เป็นสูตรทำสมาธิที่หลวงพ่อทำได้ผลมาแล้ว

หลวงพ่อทำสมาธิในการเรียนสมัยเป็นเณร

อาจารย์องค์นั้นชื่อ อาจารย์สุวรรณ สุจิณฺโณ ลูกศิษย์ต้นของหลวงปู่มั่น เห็นหลวงพ่อถือหนังสือเดินท่องไปท่องมาแบบเดินจงกรม ท่านก็ทักว่า “เณร ถ้าจะเรียนก็ตั้งใจเรียน จะปฏิบัติก็ตั้งใจปฏิบัติจับปลาสองมือมันไม่สำเร็จหรอก”

ที่นี้เราก็อุตริคิดขึ้นมาว่า“เอ๊ หลักของการเพ่งกสิณนี่ ปฐวีกสิณ เพ่งดิน อาโป เพ่งน้ำวาโย เพ่งลม เตโช เพ่งไฟ อากาศ เพ่งอากาศ วิญญาณ เพ่งวิญญาณในตัวครูนี่มีกสิณครบ ทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ วิญญาณเราจะเอาตัวครูเป็นเป้าหมายของจิต ของอารมณ์เอาตัวครูเป็นอารมณ์ของจิต เป็นที่ตั้งของสติ เอามันที่ตรงนี้แหละ

การเรียนคือการปฏิบัติธรรม

วิชาความรู้ที่นักศึกษาเรียนกันอยู่ในปัจจุบันนี่มันเป็นสิ่งที่เราสามารถรู้ด้วยจิตใจ สิ่งใดที่เราสามารถรู้ด้วยจิตใจสิ่งนั้นคือสภาวธรรม สภาวธรรมอันนี้มันทำให้เราดีใจเสียใจเพราะมันเราท่องหนังสือไม่ได้ เราเกิดเสียใจน้อยใจตัวเองหนังสือที่เราท่องนั่นคือสภาวธรรม เราจำไม่ได้นั่นคือสิ่งที่มันไม่เป็นไปตามความปรารถนา มันเข้าในหลักอนัตตา

บางทีอยู่ดีๆ เกิดเจ็บไข้ เราไปวิทยาลัยของเราไม่ได้มันก็ส่อถึงอนัตตา อนิจจัง ทุกขังนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาฝึกสติสัมปชัญญะของเรานี้ ให้มันรู้พร้อมอยู่กับปัจจุบันมันเป็นการปฏิบัติธรรม เดินเรารู้ ยืนเรารู้ นั่งเรารู้ นอนรับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เรารู้ เอาตัวรู้คือสติตัวเดียวเท่านั้น

แม้ในขณะที่เราเรียนหนังสืออยู่เราตั้งใจจดจ่อต่อการเรียนในปัจจุบันนั้น นั่นก็เป็นการปฏิบัติสมาธิทีนี้ความรู้ ความเห็น ที่เราจะพึงทำความเข้าใจ มันอยู่ที่ตรงไหนมันอยู่ที่กายกับใจของเรานี่ ทำอย่างไรกายของเราจึงจะมีสุขภาพอนามัยเข้มแข็ง ทำอย่างไรจิตใจของเราจึงจะปลอดโปร่งเมี่อมีปัญหาขึ้นมา ทำอย่างไรเราจึงจะมีสติปัญญาแก้ไขปัญหาหัวใจของเราได้ นี่มันอยู่ที่ตรงนี้ที่เราจำเป็นต้องเรียนให้มันรู้

ทำสมาธิในการเรียนได้ผลอย่างไร

นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เป็นนักศึกษาในทุนที่หลวงพ่อส่งไปเรียนเอง ตอนแรกเขาไม่อยากจะไปเรียน เพราะเขาคิดว่ามันสมองของเขาไม่สามารถจะเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้หลวงพ่อก็เคี่ยวเข็นให้เขาไป ในเมื่อเขารับปากว่าจะไปเรียนหลวงพ่อก็บอกว่า “หนูไปเรียนมหาวิทยาลัยต้องฝึกสมาธิด้วย”เขาก็เถียงว่า “จะให้ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วต้องให้ทำสมาธิ จะเอาเวลาที่ไหนไปเรียน”

มันเกิดมีปัญหาขึ้นมาอย่างนี้ หลวงพ่อก็ให้คำแนะนำว่าการฝึกสมาธิแบบนี้ไม่ขัดต่อการศึกษา หลวงพ่อก็ให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า “เมื่อเวลาหนูเข้าไปอยู่ในห้องเรียนให้กำหนดจิตให้มีสติรู้อยู่ที่จิตของตัวเอง ถ้าหากมีจุดใดจุดหนึ่งที่จะต้องเพ่งมองก็เพ่งมองไปที่จุดนั้น เช่น กระดานดำ เป็นต้นเมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียน ให้เอาความรู้สึกและสายตาทั้งหมดไปรวมอยู่ที่ตัวอาจารย์ ให้มีสติรู้อยู่ที่ตัวอาจารย์เพียงอย่างเดียว อย่าส่งใจไปอื่น”

เขาใช้เวลาเรียนเพียง ๔ ปีก็จะจบแล้ว ทีแรกเขาคิดว่าเขาอาจจะเรียนถึง ๖ ปีกว่าจะเอาให้จบได้ แต่มันก็ผิดคาดทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยน ความรู้สึกว่ามันสมองไม่ดีมันเปลี่ยนเป็นดีขึ้นมาหมดก็เป็นอันว่าเขาสามารถฝึกสมาธิ ให้จิตมีสมาธิ มีสติสัมปชัญญะเพื่อเป็นการสนับสนุนการศึกษาที่เขาเรียนอยู่ในปัจจุบันได้

ถ้านักศึกษาพยายามฝึกสมาธิแบบนี้ ผลพลอยได้จากการฝึกความเคารพ ความเอาใจใส่ ความกตัญญูกตเวทีความรู้สึกซึ้งในพระคุณของครูบาอาจารย์มันจะฝังลึกลงสู่จิตใจเราจะกลายเป็นคนกตัญญูกตเวที ไม่อาจลบหลู่ดูหมิ่นครูบาอาจารย์ได้เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็มีแต่ความเคารพบูชาในครูบาอาจารย์ลูกศิษย์ที่มีความเคารพในครูบาอาจารย์การเรียนก็ทำให้เรียนได้ดีเกินกว่าที่เราคาดคิด

ช่างประดิษฐ์ทำสมาธิในการประดิษฐ์

เมื่อไม่นานมานี้ มีคฤหบดีท่านหนึ่งอุตส่าห์นั่งรถมาจากกรุงเทพฯพอมาถึงเขาก็มาบอกหลวงพ่อว่า “ผมจะมาขอขึ้นครูกรรมฐานกับท่านได้ทราบว่าท่านสอนกรรมฐานเก่ง”

หลวงพ่อก็ถามว่า “คุณมีอาชีพอะไร”เขาตอบว่า “ผมมีอาชีพในการประดิษฐ์สิ่งของขาย”

“ไหนคุณลองเล่าดูซิว่าขณะที่คุณประดิษฐ์สิ่งของขายนั่นน่ะคุณคิดประดิษฐ์ของคุณอยู่นั่น มันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”

เขาก็เล่าให้ฟังโดยยกตัวอย่างว่า“สมมุติว่าผมจะสร้างตุ๊กตาสักตัวหนึ่งผมก็มาคิดว่าจะทำใบหน้าอย่างนั้น ทรงผมอย่างนี้รูปร่างลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็คิดไปตามที่ผมจะคิดได้คิดไปคิดมามันมีอาการเคลิ้ม เหมือนกับจะง่วงนอนแล้วก็มีอาการหลับวูบลงไป รู้สึกหลับไปพักหนึ่งในขณะที่รู้สึกหลับไปพักหนึ่งนั่น จิตก็เกิดสว่างมองเห็นภาพตุ๊กตา ที่คิดจะสร้างลอยอยู่ข้างหน้าที่นี้จิตก็ดูของมันอยู่จนกระทั่งแน่ใจแล้วก็ถอนขึ้นมาตื่นขึ้นมาจากภวังค์”

ในช่วงที่จิตมันวูบนั่น นอนหลับไปแล้วเกิดฝันขึ้นมาฝันเห็นตุ๊กตาลอยอยู่ต่อหน้า เขาก็มาสร้างตุ๊กตาตามที่เขาฝันเห็นเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ส่งออกขายในท้องตลาดก็เป็นที่นิยมแก่ลูกค้า

หลวงพ่อก็บอกว่า “คุณ คุณทำสมาธิเก่งแล้ว คุณไม่ต้องมาขึ้นครูกรรมฐานกับฉันก็ได้ ให้คุณทำสมาธิด้วยการประดิษฐ์ตุ๊กตาของคุณต่อไป นั่นแหละคือสมาธิที่คุณต้องการจะเรียนจากฉันถ้าคุณต้องการจะให้สมาธิของคุณดียิ่งขึ้น ให้คุณสมาทานศีล ๕ เสียแล้วสมาธิของคุณจะเป็นไป เพื่อการละความชั่วประพฤติความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาดได้”

ทำสมาธิโดยการบริกรรมภาวนา 

หมายถึงการท่องคำบริกรรมภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น พุทโธ ยุบหนอพองหนอ สัมมาอรหัน เป็นต้นผู้ภาวนาท่องบริกรรมภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่งจนจิตสงบประกอบด้วยองค์ฌาณ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตาจิตสงบจนกระทั่งตัวหาย ทุกสิ่งทุกอย่างหายไป

เหลือแต่จิตที่สงบนิ่งสว่างอยู่ ความนึกคิดไม่มีเมื่อจิตถอนออกจากสมาธิ พอรู้สึกว่ามีกาย ความคิดเกิดขึ้นให้กำหนดสติตามรู้ทันที อย่ารีบออกจากที่นั่งสมาธิถ้าปฏิบัติอย่างนี้จะได้ปัญญาเร็วขึ้นในช่วงนี้ถ้าเราไม่รีบออกจากสมาธิ ออกจากที่นั่งเราก็ตรวจดูอารมณ์จิตของเราเรื่อยไป โดยไม่ต้องไปนึกอะไรเพียงแต่ปล่อยให้จิตมันคิดของมันเอง อย่าไปตั้งใจคิด

ที่นี้พอออกจากสมาธิมาแล้ว พอมันคิดอะไรขึ้นมาก็ทำใจดูมันให้ชัดเจน ถ้าจิตมันคิดไปเรื่อยๆ ก็ดูมันไปเรื่อยๆจะคิดไปถึงไหนช่างมัน ปล่อยให้มันคิดไปเลยเวลาคิดไป เราก็ดูไปๆๆๆ มันจะรู้สึกเคลิบเคลิ้มในความคิดแล้วจะเกิดกายเบา จิตเบา กายสงบ จิตสงบ

กายเบา กายสงบ ได้กายวิเวก จิตเบา จิตสงบ ได้จิตวิเวกทีนี้จิตสงบแล้ว จิตเป็นปกติได้ก็ได้อุปธิวิเวกในขณะนั้น

บริกรรมพุทโธกับการตามรู้จิตคือหลักเดียวกัน

ภาวนาพุทโธเอาไว้ พอจิตมันอยู่กับพุทโธก็ปล่อยให้มันอยู่ไปพอทิ้งพุทโธแล้วไปคิดอย่างอื่น ปล่อยให้มันคิดไปแต่ให้มีสติตามรู้…..พุทโธที่เรามาท่องเอาไว้ ๑. เพื่อระลึกถึงพระบรมครู ๒. เพื่อกระตุ้นเตือนจิตให้เกิดความคิดเอง

ทีนี้เมื่อจิตทิ้งพุทโธปั๊บ มันไปคิดอย่างอื่นขึ้นมาได้แสดงว่าเขาสามารถหาเหยื่อมาป้อนให้ตัวเองได้แล้วเราก็ไม่ต้องกังวลที่จะหาอารมณ์มาป้อนให้เขาปล่อยให้เขาคิดไปตามธรรมชาติของเขาหน้าที่ของเรามีสติกำหนดตามรู้อย่างเดียวเท่านั้นนี่หลักการปฏิบัติเพื่อจะได้สมาธิสัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน ต้องปฏิบัติอย่างนี้

อย่าข่มจิตถ้าจิตอยากคิด

ถ้าเราภาวนาพุทโธๆ แม้ว่าจิตสงบเป็นสมาธิถึงขั้นละเอียดถึงขั้นตัวหาย เมื่อสมาธินี้มันจะได้ผลไปตามแนวทางแห่งการปฏิบัติเพื่อมรรค ผล นิพพานภายหลังจิตที่เคยสงบนี้มันจะไม่ยอมเข้าไปสู่ความสงบมันจะมาป้วนเปี้ยนแต่การยืน เดิน นั่ง นอนรับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ซึ่งอันนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่หลวงพ่อเองประสบมาแล้วพยายามจะให้มันเข้าไปสู่ความสงบอย่างเคย มันไม่ยอมสงบ

ยิ่งบังคับเท่าไรยิ่งดิ้นรน นอกจากมันจะดิ้นแล้วอิทธิฤทธิ์ของมันทำให้เราปวดหัวมวนเกล้าร้อนผ่าวไปทั้งตัว เพราะไปฝืนความเป็นจริงของมันทีนี้ภายหลังมาคิดว่า แกจะไปถึงไหน ปรุงไปถึงไหน เชิญเลยฉันจะตามดูแก ปล่อยให้มันคิดไป ปรุงไป ก็ตามเรื่อยไป

ทีนี้พอไปๆ มาๆ ตัวคิดมันก็คิดอยู่ไม่หยุด ตัวสติก็ตามไล่ตามรู้กันไม่หยุด พอคิดไปแล้ว มันรู้สึกเพลินๆในความคิดของตัวเอง มันคล้ายๆ กับ ว่ามันห่างไกลไกลไปๆๆ เกิดความวิเวกวังเวง กายเบาจิตเบา กายสงบ จิตสงบ และพร้อมๆ กันนั้นน่ะทั้งๆ ที่ความคิดมันยังคิดไวเร็วปรื๋อจนแทบจะตามไม่ทัน ปีติและความสุขมันบังเกิดขึ้นแล้วทีนี้มันก็มีความเป็นหนึ่ง คือ จิตกำหนดรู้อยู่ที่จิต

ความคิดอันใดเกิดขึ้นกับจิตสักแต่ว่าคิด คิดแล้วปล่อยวางไปๆ มันไม่ได้ยึดเอามาสร้างปัญหาให้ตัวเองเดือดร้อนแล้วในที่สุดเมื่อมันตัดกระแสแห่งความคิดแล้ว มันวูบวาบๆเข้าไปสู่ความสงบนิ่งจนตัวหายเหมือนอย่างเคย จึงได้ข้อมูลขึ้นมาว่า…..อ๋อ ธรรมชาติของมันเป็นอย่างนี้ ศีลอบรมสมาธิสมาธิอบรมปัญญา ปัญญาอบรมจิต

ความคิดอันใดที่สติรู้ทันทุกขณะจิต ความคิดอันนั้นคือปัญญาในสมาธิเป็นลักษณะของจิตเดินวิปัสสนา พร้อมๆ กันนั้นถ้าจะนับตามลำดับขององค์ฌาน ความคิด เป็นตัววิตก สติรู้พร้อมอยู่ที่ความคิด เป็นตัววิจารเมื่อจิตมีวิตก วิจาร ปีติ และสุขย่อมบังเกิดขึ้นไม่มีปัญหา

ทีนี้ปีติเกิดขึ้นแล้ว จิตมันก็อยู่ในสภาพปกติ กำหนดรู้ความคิดที่เกิดๆ ดับๆ อยู่ตลอดเวลา ก็ได้ความเป็นหนึ่ง ถ้าจิตดำรงอยู่ในสภาวะเป็นอย่างนี้ ก็เรียกว่าจิตดำรงอยู่ในปฐมฌาน คือ ฌานที่ ๑ ประกอบด้วยองค์ ๕ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา

ปล่อยจิตให้คิด เกิดความฟุ้งซ่านหรือเกิดปัญญา

ความคิดที่จิตมันคิดขึ้นมาเอง เป็นวิตก สติรู้พร้อม เป็นวิจารเมื่อจิตมีวิตก วิจาร ปีติ และความสุขย่อมเกิดขึ้นไม่มีปัญหาผลที่จะเกิดจากการตามรู้ความคิด ความคิดเป็นอารมณ์สิ่งรู้ของจิตเป็นสิ่งระลึกของสติ เมื่อสติสัมปชัญญะดีขึ้น เราจะรู้สึกว่าความคิด เป็นอาหารของจิต ความคิด เป็นการบริหารจิตความคิด เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด

ความคิด เป็นนิมิตหมายให้เรารู้ว่าอะไรเป็นเรื่องทุกข์ เป็นอนัตตาแล้วความคิดนี่แหละมันจะมายั่วยุให้เราเกิดอารมณ์ดี อารมณ์เสียเมื่อเรามองเห็นอารมณ์ดี อารมณ์เสีย มองเห็นอิฏฐารมณ์อนิฏฐารมณ์ ที่ก่อเป็นตัวกิเลส ทีนี้เมื่อจิตมีอิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์มันก็มีสุขบ้าง ทุกข์บ้างคละกันไป

ในที่สุดก็มองเห็นทุกข์อริยสัจ ถ้าจิตมันเกิดทุกข์ขึ้น ได้สติรู้พร้อมมองเห็นทุกข์อริยสัจ ถ้าจิตมีปัญญา รู้สึกมันจะบอกว่า อ้อ !นี่คือทุกข์อริยสัจที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วมันจะดูทุกข์กันต่อไปสุข ทุกข์ ทั้งสองอย่างเกิดขึ้นสลับกันไป อันนี้คือกฎอริยสัจแล้วในที่สุดจิตมีสติมีปัญญาดีขึ้น มันจะกำหนดหมายรู้ว่านอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ

แล้วจะมองเห็นว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นดับไป เกิดขึ้นดับไปอยู่อย่างนั้นยังกิญจิ สมุทย ธัมมัง สัพพันตัง นิโรธ ธัมมันติท่านอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมว่าสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา คือจุดนี้

เส้นทางตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า

หลักการที่พระองค์ทรงยึดเป็นหลักปฏิบัติก็คือว่า ทำจิตให้มีสิ่งรู้ทำสติให้มีสิ่งระลึก พระองค์ทำลมอานาปานสติให้เป็นสิ่งรู้ของจิตแล้วเอาสติไปจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ พระองค์ทรงทำพระสติรู้อยู่ที่ลมหายใจเข้าและลมหายใจออก ทำให้พระองค์ต้องรู้ความหยาบความละเอียดของลมหายใจและรู้ความเปลี่ยนแปลงของลมหายใจ

ในขณะใดที่พระองค์ไม่ได้ดูลมหายใจ พระองค์ก็กำหนดดูอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายในจิตของพระองค์ สิ่งใดเกิดขึ้นพระองค์ก็รู้รู้ด้วยวิธีการทำสติกำหนดจิต กำหนดคอยรู้ คอยจ้องดูอารมณ์ที่เกิดดับกับจิต ในเมื่อสติสัมปชัญญะของพระองค์มีความเข้มแข็งขึ้นสามารถที่จะประคับประคองจิตใจ ให้มีความรู้ซึ้งเห็นจริงในความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ในสภาวะที่เป็นไปตามธรรมชาติ

คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเมื่อรู้ว่าอารมณ์ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาอารมณ์อันใด ที่จิตของพระองค์ยังยึดถืออยู่เมื่ออารมณ์สิ่งนั้นเกิดขึ้นก็มายุแหย่ให้จิตของพระองค์เกิดความยินดี เกิดความยินร้าย ความทุกข์ก็ปรากฏขึ้นภายในจิต

ทุกข์ที่ปรากฏขึ้นภายในจิตของพระองค์ พระองค์ก็กำหนดว่านี่คือทุกข์อริยสัจ เป็นทุกข์จริงๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อรู้ว่าเป็นทุกข์จริงๆ พระองค์ก็สาวหาสาเหตุ ทุกข์นี่มันเกิดมาจากเหตุอะไรทุกข์อันนี้เกิดมาจากตัณหา ตัณหาเกิดมาจากไหนเกิดมาจากความยินดี และความยินร้าย

ความยินดีเป็นกามตัณหา ความยินร้ายเป็นวิภวตัณหาความยึดมั่นถือมั่นในความยินดียินร้ายทั้ง ๒ อย่างเป็นภวตัณหาในเมื่อจิตมีภวตัณหา มันก็ย่อมมีความทุกข์เกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้พระองค์รู้ซึ้งเห็นจริงในอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค อันนี้เป็นภูมิธรรมที่พระองค์ค้นคว้าพบ และตรัสรู้เองโดยชอบ – 003

……………………………….

คัดลอกจากหนังสือ ฐานิยบูชา ๒๕๔๔ – ๘๐ ปี หลวงพ่อพุธ (พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา) หน้า ๗-๒๔ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทุกข์ชาวบ้าน!คนริมน้ำน่านร้องโจ๋มั่วสุม ทั้งก๊งทั้งเสพ‘ยันหว่าง’

Posted on March 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638714

ทุกข์ชาวบ้าน!คนริมน้ำน่านร้องโจ๋มั่วสุม ทั้งก๊งทั้งเสพ‘ยันหว่าง’

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.25 น.

ชาวบ้านท่าล้อสุดทนพฤติกรรมวัยรุ่นมั่วสุมริมน้ำน่าน ตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่งเช้า ทั้งมั่วสุมเสพยา ดื่มสุรา ทะเลาะวิวาท วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจแก้ไข ทำที่พักสายตรวจ

1 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบริเวณริมน้ำน่าน บ้านท่าล้อ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน หลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่าเป็นแหล่งมั่วสุม ดื่มสุรา เปิดเพลงเสียงดัง โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพนังกั้นน้ำล้นตลิ่ง บรรยากาศสวยงามเป็นที่พักผ่อนชมบรรยากาศริมน้ำน่าน แต่ช่วงค่ำกับกลายเป็นเหล่งมั่วสุมของเยาวชนนักเรียน ชาวบ้านระบุว่ามีการส่งเสียงดังยันรุ่งสาง ตี 3 ตี 4 ไม่ได้หลับไม่ได้นอน บางหลังบ้านราคาหลายล้านอยู่ไม่ได้เพราะเสียงดัง ต้องพากันไปนอนกลางสวนครึ่งปีแล้ว หลังๆมาหนักกว่าเดิม ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ขับรถเสียงท่อดังอีกด้วย

จากการตรวจสอบบริเวณริมน้ำ พบก้นบุหรี่เกลื่อน นอกจากนี้ยังมีขวดเหล้าเบียร์แตกเป็นจำนวนมาก คาดว่าวัยรุ่นมั่วสุมกันดื่มเสร็จก็ปาขวดลงพื้น ส่วนบริเวณข้างสนามกีฬาพบซองบุหรี่ถูกดัดแปลง คาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสพยาเสพติดซุกซ่อนบริเวณใต้หลังคา เพราะเป็นสถานที่เปลี่ยวลับตาคน

ด้านชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า ตนเองอายุ 70 กว่าแล้ว และป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน วัยรุ่นจะมารวมตัวมั่วสุมกันทุกวัน จะเริ่มเสียงดังกันตั้งแต่เวลา 3-4 ทุ่ม ยาวไปจนถึงตี 4 โดยช่วงเวลาตี 2 จะเสียงดังมาก เพราะเป็นช่วงเวลาดึกสงัด เสียงจึงดังก้อง แจ้งทางตำรวจให้มาตรวจสอบก็ใช้เวลานาน พอมาวัยรุ่นที่มั่วสุมก็จะขับรถหนีเสียงดังเข้าไปในซอย ไปแอบกันอยู่บริเวณหลังวัดท่าล้อ พอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปก็จะขับรถท่อเสียงดังวนกลับมามั่วสุมเหมือนเดิม เป็นอย่างนี้ทุกคืน ข้างบ้านที่อยู่ใกล้กัน ก็ทนไม่ไหวจึงหนีไปนอนอยู่กลางสวน ทุกวันนี้ก็ป่วย จะสะดุ้งตื่นตกใจเสียงดังทุกวัน จนไม่รู้จะทำอย่างไรกับปัญหาดังกล่าว อยากให้ตำรวจมาสร้างตู้ยามอยู่บริเวณดังกล่าว ทุกวันนี้กว่าจะได้นอนก็ตี 4

ขณะที่ชาวบ้านอีกราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นช่วงที่มีอากาศเย็น กลุ่มวัยรุ่นมักไปนำท่อนไม้ที่ชาวบ้านนำมาปักไว้เป็นแนวปลูกต้นไปหรือค้ำยันกิ่งไม้ไปเผาผิงไฟแก้หนาว คุยกันเกือบสว่าง หรือบางคนพกเตาอั้งโล่ พร้อมถ่านมาจุดนั่งผิงไฟ ทั้งๆที่ทางจังหวัด ประกาศห้ามตามมาตรการควบคุมโรค ห้ามรวมตัวกันดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แต่ไม่พบหน่วยงานไหนจริงจังในการแก้ไขปัญหา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวราชบุรีแวะ ‘ร้านแดงแดกด่วน’ ขายมา 20 ปีแม่ครัวไม่เคยชิมก่อนเสิร์ฟแต่ลูกค้าตรึม

Posted on March 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638689

ไปเที่ยวราชบุรีแวะ 'ร้านแดงแดกด่วน' ขายมา 20 ปีแม่ครัวไม่เคยชิมก่อนเสิร์ฟแต่ลูกค้าตรึม

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.06 น.

ไปเที่ยวราชบุรี แวะชิมอาหารตามสั่งริมถนนที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ชื่อร้านแปลก “แดงแดกด่วน” ทำเร็วจานละ 2 – 3 นาที จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน รสชาติจัดได้ใจทำมา 20 ปี แม่ครัวไม่เคยชิมอาหารก่อนเสิร์ฟว่าอร่อยหรือไม่ แต่ลูกค้ามีข้าราชการ ชาวบ้าน นักท่องเที่ยวแวะกินเพียบ

วันนี้…ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ จะพาไปชิมเมนูอาหารจานด่วนที่ไม่ธรรมดาริมถนน ตั้งอยู่เลขที่ 68/2 หมู่ 8 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี สังเกตบริเวณหน้าร้านมป้ายชื่อ “แดงแดกด่วน” ด้านในมีลูกค้ามากหน้าหลายตาทั้งข้าราชการ ชาวบ้านทั่วไป และนักท่องเที่ยวที่ขับรถแวะเวียนมาชิมฝีมือกันไม่ขาดสาย ซึ่งวันนี้แม่ค้าใส่เสื้อสีแดงทราบชื่อว่านางบงกช ครือเครือ อายุ 60 ปี มีชื่อเล่นว่า  “เจ๊แดง” เจ้าของร้านอาหารแดงแดกด่วน ซึ่งได้ใช้พื้นที่ข้างบ้านตัวเองเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งมานานกว่า 20 ปีแล้ว มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนเป็นประจำตั้งแต่เช้าถึงบ่าย

โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงจะมีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน เนื่องจากที่นี่ขายราคาไม่แพง ปริมาณมาก รสชาติอร่อยถูกปาก มีหลากเมนูให้เลือก มีเมนูแนะนำติดไว้ที่ร้าน เช่น แกงป่า แกงเขียวหวาน ผัดฉ่า ผัดขี้เมา ผัดไทย ผัดซีอิ้ว ผัดกบ ผัดนก ผัดปลาดุก และอีกหลายเมนูแนะนำอื่น ๆ ลูกค้ามานั่งรอไม่เกิน 2 – 5 นาทีก็จะได้รับประทานอาหารตามสั่ง ทำให้หลายคนชอบใจที่ไม่ต้องรอคอยเป็นเวลานาน และรสชาติยังเข้มข้น จัดจ้าน ถูกใจด้วย ทั้งนี้ จากการสังเกตวิธีการทำคือการเตรียมเครื่องเคียง เครื่องปรุงไว้พร้อมที่อยู่ใกล้มือ การปรับระดับของไฟที่ใช้แก็สแรงเป็นระยะ อยู่ในระดับที่พอดี

นายไพรัช วรศิริ ผู้จัดการศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เปิดเผยว่า มากินที่ร้านบ่อยมาก รสชาติดี ด้วยความอร่อยและรวดเร็วทุกอย่าง มีเมนูประจำ ไม่ต้องปรุงเพิ่ม วันนี้กินมาม่าผัดขี้เมาราดข้าว ใช้เวลาที่มานั่งไม่เกิน 5 นาทีก็ได้กินแล้ว หรือเรียกกันติดปากว่า “แดกด่วน” แปลกนะแต่จุดเด่นคือการได้กินอาหารที่ร้านไวมาก ด้วยเวลาที่ต้องทำงานต่อจะต้องรีบรับประทานอาหารไม่ต้องรอนานด้วย รสชาติจัดจ้าน ถึงเครื่องดี การทำอาหารที่ไว ทำให้ต้องยอมรับในฝีมือ

นายปัญญา ถ้ำแก้ว นายก อบต.รางบัว ลูกค้าขาประจำ เปิดเผยว่า ที่ร้านทำเร็วมากทำไม่เกิน 5 นาทีก็ได้กินแล้ว ถ้าผ่านมาก็จะแวะชิมประจำ รสชาติจัดจ้านกำลังดี ส่วนใหญ่จะสั่งแกงป่ากินกัน ในพื้นที่ อ.จอมบึง จะมีหลายร้าน แต่ส่วนที่ร้านนี้จะมีรสชาติที่แตกต่างกันกับร้านอื่นๆ ลูกค้าติดใจจะกลับมาแวะกินอยู่บ่อย

นางบงกช ครือเครือ หรือ เจ๊แดง เจ้าของร้าน แดงแดกด่วน เปิดเผยว่า ทำอาหารขายมาประมาณ 20 ปีแล้วที่ลูกค้าชอบเป็นอาหารจานเดียว พวกผัดกระเพรา ผัดฉ่า ผัดไทย สุกี้ ราดหน้า และทั่วไป อาหารป่าอีกหลายอย่างลูกค้าจะชอบ ส่วนที่ชื่อร้านแดงแดกด่วนนั้น ตอนแรกตั้งชื่อร้านว่า อร่อยไม่ต้องเดิน และได้เปิดขายมาเรื่อยๆ มีลูกค้ามาเยอะมากจึงต้องทำเร็ว เดิมตัวเองเคยทำอาหารโต๊ะจีนอยู่ ถ้าทำช้าก็จะหมดเวลา ลูกค้าจะไปทำงานไม่ทัน ส่วนรสชาติที่อร่อยนั้นเป็นความเคยชินของตัวเอง ที่กินรสอะไรก็จะทำอย่างนั้น ปริมาณที่ใส่เครื่องปรุงลงไปในอาหาร ที่ทำจะไม่เคยได้ชิมเลย ตั้งแต่จานแรกยันจานสุดท้าย 

ส่วนที่มาของชื่อร้าน “แดงแดกด่วน” นั้น เพื่อนได้มานั่งกินอาหารที่ร้านเห็นว่าทำเร็วมากเลยสอบถามและมีข้าราชการคนหนึ่งบอกว่าน่าจะต้องเปลี่ยนชื่อร้านใหม่ว่าร้านแดงแดกด่วน จานหนึ่งใช้เวลาทำประมาณ 2 นาที ไม่เกิน 3 นาทีก็เสร็จเสิร์ฟลูกค้าได้แล้ว ขายอาหารจานเดียว 40 บาทถ้ามีไข่ดาวไข่เจียวเพิ่มก็จะอีกราคา ส่วนก๋วยเตี๋ยวราคา 40 บาทเท่ากัน ขายต่อวันไม่ต่ำกว่า 50 จาน ส่วนหนึ่งมีลูกค้าสั่งใส่กล่องกลับไปกินที่บ้านด้วย 

สำหรับผู้สนใจอยากจะชิมฝีมือ ลองไปแวะชิมที่ร้านแดงแดกด่วน ขายทุกวันตั้งแต่เช้าถึงบ่ายจะหยุดวันอาทิตย์ สอบถามที่เบอร์ 092-5858960 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กระติก’ โพสต์แรกถึง ‘แตงโม’ บอกหยุดแชร์ภาพ เพื่อนอยากจากไปด้วยภาพน่าจดจำ

Posted on March 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638603

'กระติก' โพสต์แรกถึง 'แตงโม' บอกหยุดแชร์ภาพ เพื่อนอยากจากไปด้วยภาพน่าจดจำ

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.43 น.

เคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรม “gatick” ผู้จัดการส่วนตัว “แตงโม นิดา” โพสต์แรกถึงดาราสาว อยากให้หยุดแชร์ภาพร่างกายของเพื่อนรัก เพราะเจ้าตัวอยากจากไปด้วยภาพน่าจดจำ

โดยระบุข้อความว่า “ขอให้ผู้ที่โพสต์หรือแชร์รูปภาพร่างกายของโม หยุดและยกเลิกการกระทำดังกล่าว เราเชื่อมั่นว่าความต้องการสุดท้ายของโม คือการจากไปด้วยภาพที่น่าจะจำ ขอให้หยุดการกระทำที่ละเมิดสิทธิ และทำลายความต้องการของโม และคนที่รักโมโดยทันที ขอความกรุณาผู้ที่ได้รับภาพดังกล่าว งดการแชร์ต่อด้วยนะคะ”

ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป แม้ทาง “กระติก” จะปิดช่องแสดงความคิดเห็น แต่ชาวโซเชียลได้แชร์โพสต์ พร้อมรุมโจมตีอย่างหนัก ส่วนใหญ่ตำหนิว่า ทำไมเพิ่งจะมาโพสต์ตอนนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตเหมารถทัวร์! จัดหนักเพื่อน ‘แซน’ ถ่ายภาพเซลฟีบอก ‘คนดังค่ะ’ เหมาะสม!!?

Posted on March 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638599

ชาวเน็ตเหมารถทัวร์! จัดหนักเพื่อน 'แซน' ถ่ายภาพเซลฟีบอก 'คนดังค่ะ' เหมาะสม!!?

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.32 น.

แรงไม่หยุดจริงๆ บนโลกโชเชียลขุดเละ แห่แชร์คลิปวิดีโอจากสตอรี่อินสตาแกรมของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายคู่กับ “แซน” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของ “แตงโม นิดา” ที่พลัดตกน้ำ พร้อมพูดไปยิ้มไปว่า “คนดังค่ะ” ซึ่งคาดว่าทั้งผู้โพสต์และแซนน่าจะเป็นเพื่อนกัน

โดยชาวเน็ตเห็นแล้วต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เช่นนี้ รวมถึงใบหน้าของแซนที่ยังมีอารมณ์ยิ้มแย้มมีความสุข จึงทำให้ชาวเน็ตเหมารถทัวร์ไปกระหน่ำลงฝั่งเพื่อนของแซนด้วยเช่นกัน ถามหาถึง “ความเหมาะสมมีบ้างมั้ย” . -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : @qworayaa

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หอมละมุม! พาชิม ‘โตเกียว’ สูตรลับเฉพาะใช้ ‘แป้งนมสด’

Posted on March 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638580

หอมละมุม! พาชิม 'โตเกียว' สูตรลับเฉพาะใช้ 'แป้งนมสด'

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.39 น.

“ร้านซาโบะเท็น คาเฟ่ (Saboten)” ร้านกาแฟและขนมโตเกียวเปิดใหม่สไตล์เจแปนซอฟต์  เป็นร้านคาเฟ่ที่เกิดจากความต้องการให้ลูกค้าได้มีที่นั่งชิลสำหรับรอผ้าที่นำมาซักอบที่ร้านแคคตัส วอช แอนด์ ดราย  โดยร้านตั้งอยู่ที่  6/4 ถนนสิหราชเดโชชัย (สิงหวัฒน์) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ซาโบะเท็น หรือ ซาบุเท็น เป็นร้านคาเฟ่เล็ก ๆ สไตล์เจแปนซอฟ์ ตกแต่งร้านสไตล์มินิมอล ให้กลิ่นไอความเป็นญี่ปุ่น ใช้โทนขาวน้ำตาลให้ความรู้สึกที่อบอุ่น และเพิ่มความสดชื่นให้กับร้านด้วยสีเขียวของต้นแคคตัสหรือต้นกระบองเพชร ภายในร้านมีมุมถ่ายรูปเล็ก ๆ หลายมุม

นายภุชงค์ สายสิทธิ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนจะมาเป็นซาโบะเท็น คาเฟ่ ตนและหุ้นส่วนอีกสองคนคน คือ นายพัสกร พรหมอักษร อายุ 33 ปี และ นางสาวสุธินนัน ไชยวาทิน อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิยาลัย มีแนวคิดที่จะทำร้านซักอบหยอดเหรียญมาก่อน จากนั้นจึงอยากทำที่นั่งชิลไว้สำหรับลูกค้าที่มารอผ้าด้วย จึงเปิดร้านซักอบหยอดเหรียญและร้านคาเฟ่ติดกัน โดยใช้ชื่อร้านคาเฟ่ว่า ซาโบะเท็น เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า กระบองเพชร ส่วนร้านซักอบหยอดเหรียญใช้ชื่อ แคคตัส วอช แอนด์ ดราย ซึ่งเป็นชื่อเรียกกระบองเพชรเช่นเดียวกัน ส่วนสไตล์ของร้านนั้นเกิดจากตนมองว่าที่พิษณุโลกยังไม่มีร้านแนวญี่ปุ่นมากนัก จึงคิดว่าหากตกแต่งร้านแนวญี่ปุ่นนี้ลูกค้าคงชื่นชอบ ในส่วนของคาเฟ่ร้านเพิ่งเปิดได้ 1 เดือน ผลตอบรับจากลูกค้าถือว่าดี มีทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการซักอบและลูกค้าที่ตามมาจากเพจ สำหรับซักอบหยอดเหรียญนั้นเปิดมาได้ประมาณ 15 วันแล้ว มีลูกค้าแวะมาใช้บริการทุกวัน คาดว่าหากเป็นที่รู้จักมากขึ้นคงมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก

ด้านนายพัสกร พรหมอักษร  กล่าวว่า ที่ร้านซาโบะเท็น มีทั้งเครื่องดื่ม เค้ก และขนมโตเกียว ซึ่งขนมโตเกียวถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือ อยากให้ลูกค้าได้นึกถึงขนมในวัยเด็กที่หากินได้ง่ายตามหน้าโรงเรียน ตนจึงได้คิดสูตรทำแป้งโตเกียวขึ้นมา ซึ่งเป็นสูตรลับของทางร้าน เรียกว่า แป้งนมสด ซึ่งเป็นแป้งที่ใช้เฉพาะนมสด และใส่เมล็ดวานิลลาลงไป ซึ่งตัวเมล็ดวานิลลานี้จะให้กลิ่นที่หอมอ่อน ๆ กลิ่นไม่ฉูดฉาดเหมือนกลิ่นวานิลลาที่เป็นของเหลว ทำให้แป้งโตเกียวของทางร้านมีความนุ่มละมุน กลิ่นหอม เมื่อแป้งโตเกียวสุกจะเป็นสีขาวนวล ได้กลิ่นหอมของนมสดและวานิลลา สำหรับไส้โตเกียวมีทั้งหมด 4 ไส้ ได้แก่ ไส้ไข่หมูสับ ซึ่งหมูสับตนจะนำไปผัดกับกระเทียมและพริกไทยเพื่อให้ได้กลิ่นหอม และมีรสชาติ ดังนั้นไส้หมูสับของทางร้านจึงมีรสชาติที่อร่อยเข้มข้น  และมีไส้ไข่ไส้กรอก ไส้ไข่ล้วน ไส้หวาน ในส่วนของไส้หวานนั้นจะเป็นคัสตาร์ดอัลมอนด์ โดยทางร้านจะเปลี่ยนรสชาติของไส้คัตตาร์ดทุกอาทิตย์ เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกเบื่อ สำหรับวันนี้ทางร้านทำเป็นคัตตาร์ดช็อกโกแลตโรยด้วยอัลมอนต์ มีรสชาติหวานเล็กน้อยและหอมกลิ่นช็อกโกแลตกับอัลมอนต์ เมื่อรับประทานคู่กับแป้งนมสดจะได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ราคาอยู่ที่ชิ้นละ 17 บาท หากสั่งเป็นเซ็ทซาโบะเท็น ราคาจะอยู่ที่เซ็ทละ 60 บาท มี 4 ชิ้น 4 ไส้  ตกแต่งจานด้วยพาสลีย์สวยงามน่ารับประทาน

สำหรับเครื่องดื่มนั้น นางสาวสุธินัน ไชยวาทิน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเคยเป็นบาริสต้ามาก่อนและสะสมประสบการณ์ทำงานมาหลายปี เคยทำงานที่ร้านคาเฟ่มาหลายที่ ตนและเพื่อนอีกสองคนช่วยกันปรับปรุงสูตรเครื่องดื่มเอง นอกจากนี้ตนยังมีพื้นฐานทำขนมมาก่อนจึงทำเค้กขายทีร้านด้วย โดยเครื่องดื่มมีทั้ง ชา กาแฟ นมสด และอิตาเลี่ยนโซดา ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาท – 85 บาท ส่วนเค้กมี Sweet Choco และ Basque Burnt Cheesecake ราคาชิ้นละ 85 บาท

โดยร้าน ซาโบะเท็น เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-17.00  น. หยุดทุกวันพุธ และแคคตัส วอช แอนด์ ดราย เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Pagefacebook : Cactus wash&dry – Saboten Café หรือเบอร์โทรศัพท์ 085-1958212

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บุ๋ม ปนัดดา’ สุดจะทนฟาดกลับ ‘แซน วิศาพัช’ กู้ภัยคืออาสา ไม่ใช่ขี้ข้า

Posted on March 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638575

'บุ๋ม ปนัดดา' สุดจะทนฟาดกลับ 'แซน วิศาพัช' กู้ภัยคืออาสา ไม่ใช่ขี้ข้า

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.13 น.

บอกได้เลยว่า… โดนถล่มเละสำหรับ “แซน วิศาพัช” หนึ่งในแก๊งเพื่อนของ “แตงโม นิดา” หลังให้สัมภาษณ์ถึงทีมกู้ภัยว่า “ทำงานกันช้า จนไม่สามารถช่วยเหลือ แตงโมได้ทันเวลา” บอกเลยงานนี้ทำเอากู้ภัยหลายคนไม่พอใจกับการออกมาพูดแบบนั้น 

ล่าสุด แซน วิศาพัช ได้ออกมาขอโทษกู้ภัยผ่านรายการโหนกระแสว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ.65 โดยการยกมือไหว้ ขอโทษพี่ๆกู้ภัย โดยระบุว่า “ที่พูดจาไม่เหมาะสมหรือมารยาทไม่ดีใส่ ขอโทษจริงๆ  ตอนแรกคือไม่ทราบว่าเขาคือพี่ๆกู้ภัยตอนแรกคิดว่าเขาเป็นชาวบ้านแถวนั้น มายืนอยู่เพราะเราก็ไม่เห็นอุปกรณ์การช่วยเหลือหรือเรือ คำว่ากู้ภัยเราคิดว่าจะมีเรือลงมาช่วยเราหาแต่ว่าอันนี้เขายืนอยู่บนบกซึ่งก็เลยไม่คิดว่าเขาคือพี่ๆกู้ภัยที่มาช่วยเพราะเราแจ้งกู้ภัยทางน้ำเนอะ แซนก็เลยไม่คิดว่าเขาจะยืนอยู่บนบก”

ล่าสุด “บุ๋ม ปนัดดา” ได้โพสต์ผ่านอินสตราแกรมของเธอหลังได้ฟังคำสัมภาษณ์ของแซน โดยระบุข้อความว่า “กู้ภัยไม่ใช่ปลานะค้าบ  เข้าใจว่าน้องเค้าอาจคิดเองว่า  กู้ภัยต้องนั่งเรือมาเหมือนในหนัง มาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด เรารับแจ้งเหตุก็ต้องมาที่เกิดเหตุ สอบถามหาข้อมูลก่อน ไม่ใช่กระโดดน้ำสุ่มสี่สุ่มห้า ทำงานต้องคิดเพราะทุกชีวิตมีความสำคัญ แต่กู้ภัยคืออาสา ไม่ใช่ขี้ข้า พูดจากันดีๆก็ได้ #ดารา3 #กู้ภัยมังกร”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ธปท. ต้อง ‘ยึดโยง’ กับ ‘ความเป็นอยู่’ ของประชาชน

Posted on March 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638521

บทความพิเศษ : ธปท. ต้อง ‘ยึดโยง’ กับ ‘ความเป็นอยู่’ ของประชาชน

วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2565 ที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ซึ่ง “ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม” และคณะ ได้มองเห็นว่า พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 นั้น ไม่ได้กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องรายงานเปิดเผยสภาพเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และของโลก รวมทั้งการจัดทำแนวทางการดำเนินงานในอำนาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อรัฐสภา

ทั้งๆ ที่เมื่อเข้าไปอ่านใน “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ได้กำหนดให้รัฐสภา มีบทบาทหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ของระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงินของประเทศ โดยการดำเนินภารกิจดังกล่าวต้องคำนึงถึงการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของทางรัฐบาลด้วย จึงถือว่า เป็นการบริหารราชการแผ่นดินโดยฝ่ายบริหาร

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม และคณะ จึงเห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรจัดทำรายงานดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงิน และระบบสถาบันการเงิน ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องจัดทำรายงานเปิดเผยสภาพเศรษฐกิจการเงิน การคลัง วิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลก รวมทั้งจัดทำแนวทางการดำเนินงานในอำนาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย มานำเสนอต่อรัฐสภาทุกๆ สามเดือน เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนของประชาชน ได้รับทราบความเคลื่อนไหว และการดำเนินงานต่างๆ ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนากระบวนการบริหารจัดการ หรือการดำเนินงาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน

เบื้องต้นนี้เป็นหลักการ และความประสงค์ของผู้นำเสนอ ซึ่งสำหรับผม ในฐานะคนของประชาชน จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ แสดงความคิดเห็นส่วนตัวต่อความสำคัญในการยกระดับพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 ให้มีความยึดโยงต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และเหมาะสมต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนี้

ประเด็นแรก ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจะทำให้ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปเลย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังคงเป็นหน่วยงานที่สามารถจะทำงานได้อย่างเป็นอิสระ ตามหลักแห่งวิชาชีพ แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ วันนี้ปัญหาของประเทศไทยเกิดขึ้นเพราะว่า หน่วยงานที่มาให้ข้อมูลกับสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่แล้วเป็นหน่วยงานของกระทรวงที่สังกัดฝ่ายบริหาร คือ รัฐบาลเช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งทางสภาฯ ได้รับรายงานจาก
3 หน่วยงานนี้ก็จริง แต่ปัญหาที่แท้จริง อันสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น สำนักงบประมาณจัดงบประมาณไม่ตรงกับปัญหาของพี่น้องประชาชน หรือ สตง. ตรวจกระบวนการใช้เงิน แต่ไม่ตรวจผลลัพธ์ของการใช้งบประมาณ หรือการที่กรมบัญชีกลางกลัวการทุจริต จึงทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า และ
ได้ของที่ไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาในเชิงระบบที่สำคัญอย่างยิ่ง และหน่วยงานตามที่กล่าวมา ก็ยังไม่มีการรายงานปัญหาตามที่ผมหยิบยกมาต่อสภาฯ ซึ่งเป็นสถานที่ในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยสำคัญ ผ่านตัวแทนที่พวกเขาเลือกเข้ามาทำงาน

ดังนั้น ผมหวังว่า การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำประเด็นที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนมารายงานต่อสภาแห่งนี้ เพราะจากการที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของ ธปท. หลายท่าน ก็ยืนยันได้ว่า วันนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ สำหรับ SME ในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถกู้ได้ แม้ว่าจะมีความพยายามแก้ไขมาถึง 2 ครั้งแล้วก็ตาม นั่นเพราะธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ โดยที่สิ่งเหล่านี้มีรายละเอียดวางอยู่ข้างหลังมากมาย ซึ่งทางกระทรวงการคลังไม่สามารถจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ และไม่สามารถที่จะเข้าไปล้วงข้อมูลมาได้ ตรงนี้เองที่ทาง ธปท. ซึ่งเป็นผู้กำกับธนาคารพาณิชย์เหล่านั้น จะสามารถบอกกับเราได้ ว่าปัญหาคืออะไร ทำไม SME จึงไม่สามารถกู้ได้ นี่เป็นเหตุผลสำคัญ ว่าทำไม ธปท. จึงต้องยึดโยงกับปัญหาของประชาชน ผ่านทางตัวแทนของพวกเขาเหล่านั้นที่สภาฯ

นอกจากนั้น ในกรณีของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ ก็น่าสนใจ เพราะเขาบอกว่า กำลังพยายามปรับบทบาทเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา และมีเกษตรกรจากนครราชสีมาโทรมาบอกว่า ต้องการเงินกู้ 250,000 บาท ผมจึงประสานให้กับธนาคารเอ็กซิมแบงก์เพื่อปล่อยกู้ แต่สุดท้ายกลับตอบว่าให้กู้ไม่ได้ คำถามคือเป็นเพราะอะไร ติดกฎระเบียบตรงไหน จึงทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่มีคำอธิบาย แต่ผมเชื่อว่า ธปท. ทราบดี และสามารถเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมได้ เพียงแต่อาจติดปัญหาทางด้านกฎหมาย หรืออุปสรรคบางประการ ซึ่งถ้าข้อมูลดังกล่าวสามารถปรากฏที่สภาฯ ได้ ด้วยสถานะของฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ย่อมที่จะร่วมด้วยช่วยกันจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างลุล่วง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที

รวมไปถึงเรื่องปัญหาเรื่องการเงินอื่นๆ ของประเทศอีกมากมาย ที่ ธปท. และสภาฯ ควรต้องช่วยกันขบคิดหาทางออกให้กับประชาชน และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น หนี้สินของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ที่มีการฟ้องร้องกันเยอะมาก และค่าทนายต่อรายก็ตก 7 พันบาทต่อคน รวมๆ แล้ว กยศ. ต้องควักเงินจ่ายค่าทนายไม่ต่ำกว่า 5 ถึง 7 พันล้านบาท คำถาม คือ ใครเป็นทนาย ทำไมจึงอยากฟ้อง แม้ว่าหนี้ กยศ. เหลือเพียง 5 พันบาท ก็จะฟ้อง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ข้อมูลเหล่านี้กระทรวงการคลังไม่มีวันทราบ แต่ ธปท. ทราบดี หรือกรณีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ที่ปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกร แล้วลงทุนให้เงินเกษตรกรไปคืน ธ.ก.ส. เพื่อกู้ใหม่ไปเรื่อยๆ โดยที่นายทุนคนนั้นก็จะหักหัวคิวของเงินต่อรอบที่กู้มารายละ 2-3 หมื่นบาท ที่ดินผืนเดียวจึงถูกหมุนเงินไปมากกว่า 7 รอบ เมื่อเวลาผ่านไปที่ดินนั้นก็มีมูลค่าน้อยกว่าหนี้ แถมดอกเบี้ยยังสูงกว่าเงินต้นหลายเท่าตัวท้ายที่สุด ก็จบลงที่การฟ้องร้องยึดที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ นี่เป็นข้อมูลที่ ธปท. ทราบดี แต่ไม่มีการนำมาปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้กับชาวบ้านเหล่านั้น

ก็ต้องบอกว่า ตัวอย่างที่ยกมา เป็นแค่ปัญหาส่วนน้อยเท่านั้น ยังมีปัญหา หรือความมีลับลมคมในอะไรบางอย่างทางการเงินของประเทศ ที่ ธปท. ทราบดี แต่ไม่มีใครได้ยิน นี่จึงเป็นที่มาของความต้องการให้ ธปท. มารายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ และผลการดำเนินงาน ต่อสภาฯ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของตัวแทนประชาชน เพื่อที่ ธปท. จะได้นำปัญหาของประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศชาติที่เสียหาย ซึ่ง ธปท. รู้ แต่สังคมไม่เคยได้ยิน มาบอกกับผู้แทนราษฎร อันจะนำไปสู่การผลักดัน (กฎหมาย) และช่วยกันแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ต่อการแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน และการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ในด้านการเงิน และการสร้างคุณภาพทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า สภาผู้แทนราษฎร จะมีความเข้าใจใหม่ๆ ต่อปัญหา และจะพบแนวทางในการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ หลังจากที่ทาง ธปท. ยินดีที่จะนำข้อมูลใหม่ๆ มาบอกกับพวกเรา ถึงตอนนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวถูกส่งไปให้คณะรัฐมนตรีศึกษาเป็นเวลา 60 วัน ผมจึงนำมาสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และช่วยกันสื่อสารเหตุผลดังกล่าวนี้แก่รัฐบาล และทาง ธปท. ให้เข้าใจและเต็มใจที่จะมาร่วมด้วยช่วยกันทำอนาคตทางการเงินของประเทศไทย และของพี่น้องประชาชน ให้มีความมั่นคง และยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,288,226 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ข้าราชการดีเด่น (3)
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Telecom regulator issues licence warning
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners
การศึกษา-ศิลปวัฒนธรรม #SootinClaimon.Com
ไอซ์แลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน ภูเขาไฟปะทุรอบ 4 ลาวาเข้าใกล้ท่อส่งน้ำ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d