Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ไอเดียเจ๋ง! หนุ่มประดิษฐ์เครื่องตัดลำต้น ‘มันสำปะหลัง’ ประหยัดค่าจ้างแรงงาน

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635207

ไอเดียเจ๋ง! หนุ่มประดิษฐ์เครื่องตัดลำต้น 'มันสำปะหลัง' ประหยัดค่าจ้างแรงงาน

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.41 น.

ไอเดียเจ๋ง! หนุ่มใหญ่ประดิษฐ์เครื่องตัดลำต้นมันสำปะหลัง ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง ลดค่าจ้างแรงงาน 

13 ก.พ.65 นายมนูญ ขนันแข็ง เป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ประจำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้ลงมือเก็บเกี่ยวกันเต็มพื้นที่ โดยมีการนำเครื่องทุ่นแรง

นายมนูญกล่าวว่า ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังฤดูแล้งนี้ ตนได้คิดค้นนวัตกรรมสำหรับตัดลำมันสำปะหลังขึ้นมา เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และประหยัดค่าจ้างแรงงาน ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการประหยัด ลดค่าใช้จ่าย ในช่วงวิกฤติน้ำมันแพงค่า ค่าจ้างแรงงานสูง โดยดูตัวอย่างจากติ๊กต็อก จากนั้นนำมาออกแบบ ติดตั้งกับรถไถ ลงทุนซื้ออุปกรณ์ทั้งหมด 1 หมื่นบาท ทดลองนำไปใช้ภาคสนามครั้งแรก ที่แปลงมันสำปะหลังของตนเอง ลองผิดลองถูกมาพักหนึ่ง ก็ค่อยเข้าที่เข้าทาง ประสิทธิภาพการใช้งานเกือบเต็ม 100 % ทั้งนี้ จากการใช้งาน พื้นที่ 1 ไร่ใช้เวลาตัดลำมันสำปะหลังประมาณ 20 นาทีแล้วเสร็จ

นายมนูญกล่าวอีกว่า ปัจจุบันเครื่องตัดลำต้นมันสำปะหลังที่ตนประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งในพื้นที่ถือว่าเป็นเครื่องแรกและมีเพียงเครื่องเดียว โดยเดินรถถอยหลังตัดได้ครั้งละ 3 แถว ซึ่งยังไม่สมบูรณ์แบบนัก ก็จะค่อยปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานต่อไป แต่ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นระยะทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน มีเพื่อนชาวไร่มันมาเห็นก็สนใจ บางคนถ่ายภาพ โพสต์ทางโซเชียล ทำให้รู้จักแพร่หลายมากขึ้น และมาติดต่อขอใช้บริการ ซึ่งตนจะคิดค่าจ้างเพียงไร่ละ 70-100 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และระยะทางใกล้ไกล เนื่องจากต้องคำนึงถึงน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพราะราคาสูงลิตรละ 32 บาท ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ก็จะนำไปเครื่องตัดดังกล่าวไปปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใช้งาน และเก็บไว้ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ให้เกษตรกรได้ศึกษาต่อไป

ขณะที่นางกองสิน ขวัญทับทิม อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 58 หมู่ 5 บ้านหนองกาว ต.นาเชือก กล่าวว่า เดิมการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลัง จะใช้แรงงานคนใช้มีดพร้าตัด ก่อนที่จะให้รถไถเข้าขุดหัวมันสำปะหลัง แต่ล่าช้าและต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายรายวันคนละ 300 บาท  หรือหากลงมือเก็บเกี่ยวพร้อมกันหลายแปลง ทำให้ขาดแคลนแรงงาน การคิดค้นเครื่องตัดสำมันสำปะหลังของนายมนูญ จึงมีประโยชน์หลายด้าน ทั้งช่วยลดการจ้างแรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย สะดวก รวดเร็ว ทั้งนี้ ตนได้มาจองคิวเครื่องตัดลำมันสำปะหลังของนายมนูญ เพื่อไปตัดที่แปลงมันสำปะหลังของตนด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บแพนด้า’ชวนอ่านสักนิดข้อมูล‘กล่องถุงยาง’…ที่มา49มม.?

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635201

‘หมอแล็บแพนด้า’ชวนอ่านสักนิดข้อมูล‘กล่องถุงยาง’…ที่มา49มม.?

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.05 น.

‘หมอแล็บแพนด้า’ชวนอ่านสักนิดข้อมูล‘กล่องถุงยาง’…ที่มา49มม.?

13 กุมภาพันธ์ 2565 เพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ของ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง โพสต์ข้อความแนะนำการอ่านข้อมูลในกล่องถุงยางอนามัย มีเนื้อหาดังนี้…

มาเล่าวิธีอ่านข้อมูลในกล่องถุงยางครับ!!

49 มม.

ก่อนอื่นเวลาไปซื้อต้องเลือกให้ถูกขนาดนะครับ อย่าไปเขินไปกลัวใครมองว่าเล็ก อย่างตัวเลข 49 มม. บนกล่อง เขาวัดจากเส้นรอบวงนะครับ ไม่ใช่วัดจากความยาว 55555

วิธีการวัดต้องเส้นรอบวงตอนแข็งตัวเท่านั้น ตอนที่เป็นหนอนน้อยอย่าไปวัดนะ วัดได้เท่าไหร่ให้หารด้วย 2 จะได้ขนาดของถุงยางอนามัยที่พอดีครับ ตัวอย่างเช่น เส้นรอบวง 10.5 ซม./2 = 5.2 ซม. ก็ให้เลือกถุงยางขนาด 52 มม. ส่วนความยาวของถุงยางเกือบทุกยี่ห้อจะทำความยาวมาเกือบเท่า ๆ กันครับ

ผิวเรียบ

ถุงยางมีหลากหลายพื้นผิวสัมผัสนะครับ ผิวเรียบคือรูปแบบพื้นฐานครับ

ใช้ได้ครั้งเดียว

ใช้ครั้งเดียว หมายถึง ใช้ต่อการเสร็จหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ใน 1 คืนนะครับ เผื่อใน 1 คืนเสร็จหลายครั้ง ต้องเปลี่ยนทุกครั้งนะครับ 55555

เครื่องหมายอย.

ตอนซื้ออย่าลืมสังเกตทุกครั้งว่าก็ต้องมีนะครับ นอกจากเครื่องหมายอย.แล้วก่อนใช้งานต้องดูวันหมดอายุด้วย ซื้อใหม่ดีที่สุด บางคนเก็บตั้งแต่สมัยพ่อให้มา หรือตั้งแต่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเอามาแจก จนป่านนี้สถานีอนามัยเขาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแล้วนะ ยังเอามาใส่เฉย 555555

ถุงยางนอกจากใช้คุมกำเนิดแล้ว ยังใช้ป้องกันโรคด้วยนะครับ ความปลอดภัยก็ต้องมา ลีลาก็ต้องมีเด้อ 555555 หลายๆคนให้ฝ่ายหญิงกินยาคุมแล้วไม่สวมถุงยาง ไม่ท้องน่ะใช่ แต่อาจติดเชื้อติดโรคครับ เพราะฉะนั้นถ้าใส่ถุงยางก็ป้องกันเชื้อได้แน่นอน

ใครอยากซื้อก็หาได้ตามร้านขายยาทั่วไปใกล้บ้าน บิ๊กซงบิ๊กซีอะไรแบบนี้ก็มีนะคร้าบ หรือ shopee,Lazada ก็มี

shopee : https://bit.ly/Shopee_Protextra

Lazada : https://bit.ly/Lazada_Protextra

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พรุ่งนี้วาเลนไทน์! ร้านดอกไม้ยอดสั่งจองเพียบ จัดช่อดอกกุหลาบวางขาย

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635202

พรุ่งนี้วาเลนไทน์! ร้านดอกไม้ยอดสั่งจองเพียบ จัดช่อดอกกุหลาบวางขาย

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.05 น.

13 กุมภาพันธ์ 2565 ร้านภาณุวัฒน์ฟลอริสท์ เลขที่ 77/4 ถนนไทรบุรี อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายดอกไม้ชื่อดัง ในอำเภอเมืองสงขลา ได้จัดช่อดอกไม้จำหน่ายให้กับลูกค้าในวันวาเลนไทน์ วันพรุ่งนี้ (14ก.พ.65) ตามที่มีออร์เดอร์สั่งเข้ามาทางออนไลน์ ซึ่งทางร้านจะจัดส่งให้ถึงบ้านอย่างรวดเร็ว ในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดงและอีกหลากสี ที่จัดเป็นช่อสีสดอย่างสวยงาม

สำหรับปีนี้แม้ว่าเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ร้านดอกไม้หลายๆร้านในอำเภอเมืองสงขลาต่างก็ยังคงสั่งดอกกุหลาบ ส่วนใหญ่จะเน้นกุหลาบของไทยจากภาคเหนือที่มีการปลูกหลายจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย และแพร่  ทางร้านสั่งดอกกุหลาบเกรด A คุณภาพพรีเมี่ยมจากเชียงใหม่ เพราะกุหลาบเชียงใหม่ปีนี้ดอกสวยงามมาก โดยจัดเป็นช่อไว้บริการลูกค้าราคาเริ่มต้นที่ 500 บาท 1,000 ,1,500, 2,000 จนกระทั่งถึง 4,000 บาท เนื่องจากเป็นวันวาเลนไทน์ของโลก ทุกประเทศต้องมาใช้วันนี้หมด ถึงแม้เศรษฐกิจไม่ดีแต่เป็นวาเลนไทน์ฟีเวอร์ก็ยังคงใช้ได้อยู่ 

ตอนนี้ทางร้านมีอินเทรนใหม่ โดยการจัดเป็นกระเช้าเป็นครอบครัวในกระเช้าจะมีทั้งดอกไม้ มีทั้งขนม ทั้งช็อกโกแลต ให้เด็กๆทานได้คุณแม่ก็ได้ดอกไม้ คุณลูกก็ได้ทานขนม ซึ่งกระเช้าอินเทรนใหม่นี้ ลูกค้าสั่งออเดอร์เข้ามาจองล่วงหน้าแล้วและขายดีมาก 

หลังจากทางร้านนำช่อดอกไม้และกระเช้ามาจัดวางหน้าร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีลูกค้าเจ้าประจำที่เคยสั่งดอกไม้ทุกปีในวันวาเลนไทน์ ก็เดินทางแวะเข้ามาเลือกช่อดอกไม้ด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากสั่งทางออนไลน์ไปแล้วและชื่นชมเนื่องจากดอกไม้ปีนี้สวยกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีสีสันสดใส ดอกไม้อยู่ในสภาพสด เมื่อจัดเป็นช่อมีความสวยงามสมราคาที่ทางร้านได้ตั้งไว้ แม้ว่าราคาจะแพงขึ้นก็ถือว่า1 ปีมีครั้งเดียวเท่านั้นวันวาเลนไทน์ 

นายภาณุวัฒน์ บุหลัน เจ้าของร้านภาณุวัฒน์ฟลอริสท์ กล่าวว่า ปีนี้ดอกไม้สวยมาก ราคาค่อนข้างสูงแต่ถึงแม้ราคาสูง เราพูดได้เลยว่าคุณภาพออกมาดีอย่างมากเลย ดอกไม้เมืองนอกปีนี้เราไม่ได้สั่งเพราะอยู่ในสถานการณ์โควิด ซึ่งของที่มาจากเมืองนอกจะมาไม่ได้ ก็กลายเป็นว่าดอกไม้แต่ละประเทศของใครของมันก็ใช้ภายในประเทศของเขาเอง แต่ของเราคุณภาพจากบนดอยเชียงใหม่ จากแม่สาย จากเชียงใหม่ เชียงราย จากแพร่ คุณภาพดอกกุหลาบสวยอย่างมาก สำหรับในเรื่องราคาค่อนข้างจะสูงสักนิดสูงใกล้เคียงกับของเมืองนอก เราสามารถบอกได้เลย ดอกกุหลาบระดับเกรด A ต้นทุนตกราคาดอกละกว่า 40 บาท ซึ่งเราก็ต้องขายดอกละ 100 บาท 

ในด้านลูกค้า ลูกค้าก็ยังอินเทรนด์ยังสั่งดอกไม้กันเยอะใช้ระบบในการโทรศัพท์สั่งแล้วให้ทางร้านไปส่ง ซึ่งการสั่งแบบนี้ราคาก็ปกติ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่สั่งเข้ามาจะสั่งในราคา 1,000 บาทขึ้นไป ในเรื่องของราคาลูกค้าก็ยังรับได้อยู่ คิดว่าวันวาเลนไทน์ 1 ปี มีเพียง 1 ครั้งถึงแม้ราคาจะสูงแต่ลูกค้าก็ยังสั่งอยู่ อย่างที่ร้านตอนนี้ก็จะเริ่มต้นที่ราคา 500 บาท 1,000,1,500 ,2,000 จนถึง minimum 3,000 – 4,000 บาท 

ตอนนี้ทางร้านเรามีอินเทรนใหม่ โดยการจัดเป็นกระเช้าก็หมายความว่าคุณพ่อไม่จำเป็นต้องซื้อให้ลูกหมดเลย หรือซื้อให้คนรักหมดเลย ก็คือเป็นครอบครัวในกระเช้านั้นก็จะมีทั้งดอกไม้ มีทั้งขนม มีทั้งช็อกโกแลต มีทั้งโฟเรโร่ กูลิโกะป๊อกกี้ให้เด็กๆทานได้ คุณแม่ก็ได้ดอกไม้ คุณลูกก็ได้ทานขนมด้วยซึ่งกระเช้าขายดีมากเลย 

สำหรับราคากระเช้ามีราคาตั้งแต่ 1,300 บาทจนกระทั่งถึง 4,000 บาทซึ่งมีลูกค้า order เข้ามาเยอะโดยถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ เพราะทางร้านเป็นคนทำเอง  ก็อยากให้ลูกค้าแวะมาชมดอกไม้ร้านภาณุวัฒน์ฟลอริสท์ เรามีทั้งดอกไม้สดและมีทั้งกระเช้าที่สามารถทำให้กระเช้ามีคุณค่าได้มากขึ้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันวาเลนไทน์ปีนี้! ชวนคู่รักเที่ยวอำนาจเจริญ ‘เกาะจิตรกูฏ’รูปหัวใจ

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635196

วันวาเลนไทน์ปีนี้! ชวนคู่รักเที่ยวอำนาจเจริญ 'เกาะจิตรกูฏ'รูปหัวใจ

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.20 น.

ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก คู่รักคนหนุ่มสาว ไม่รู้จะไปบอกรักหรือสัญญารักมั่นคงกันที่ไหน ขอแนะนำไปที่ เกาะจิตรกูฏ รูปหัวใจ ที่กลางอ่างเก็บน้ำพุทธยาน ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพราะห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญทางทิศเหนือเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่กำลัง โด่งดัง ฮอทฮิต ยอดนิยม เป็นที่ฮือฮาของบรรดาวัยรุ่นและชาวอำนาจเจริญ กล่าวถึงไม่ขาดปาก อยู่ในขณะนี้ เพราะเกาะจิตรกูฏเนรมิตขึ้นกลางอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน แถมเป็นแลนมาร์คหนึ่งเดียวของจังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย  

ทั้งนี้ ก่อนนั้น ในปี พ.ศ. 2500 – 2506 ได้มีการปิดกั้น ห้วยปลาแดก สาขา ลำน้ำเซบาย เป็นทำนบเดิน ยาว  1,300 เมตร สูง 13.5 เมตร สันกว้าง 6 เมตร เพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน ต่อมาก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2508 จึงเป็นที่มา ของคำว่า อ่างห้วยปลาแดก ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ เรียกจนกระทั่งปัจจุบัน  

อ่างเก็บน้ำพุทธยาน หรือ อ่างห้วยปลาแดก ตั้งอยู่ถนนชยางกูร (ตรงข้าม พระมงคลมิ่งเมือง )ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ สามารถบรรจุน้ำได้ประมาณ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการเกษตร ทำประมง เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงชาวเมืองอำนาจเจริญ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย 

สำหรับ เกาะจิตรกูฏ กลางอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน บนเนื้อที่ 32 ไร่ ตั้งอยู่ ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่ง ได้มีการดัดแปลง ตกแต่ง จนกลายเป็นรูปหัวใจ ผุดขึ้นกลางอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อย่างสวยงาม โดยเฉพาะ เมื่อมองภาพจากมุมสูง จะเห็นเป็นรูปหัวใจ สวยงามน่าทึ่งมาก โดยมีทางเข้า 2 ด้าน คือ ด้านทิศเหนือและทิศใต้ สะดวกสบาย และปลอดภัยที่สุด  ที่สำคัญ ภายในเกาะจิตรกูฏ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า บ่อน้ำติยัคคฟ้า ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากที่นี่ ได้อัญเชิญไปร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10  อีกด้วย 

ปัจจุบัน เกาะจิตรกูฏ กลางอ่างเก็บน้ำพุทธยาน ได้มีการปรับปรุงพัฒนาก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น แลนด์มาร์คของ  จ.อำนาจเจริญ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองอำนาจเจริญ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน ยามเย็น จะพบเห็น ชาวอำนาจเจริญ หลบอากาศร้อน มาที่เกาะจิตรกูฏรูปหัวใจ เดินทางมาเป็นครอบครัว เพื่อเข้าไปสัมผัสบรรยากาศที่เย็นสยายโดยมีป้ายเตือนอันตราย ห้ามลงเล่นน้ำ พร้อมเดินเท้าผ่านสะพานข้ามน้ำทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งสะพานแบบพื้นเหล็ก ราวเหล็ก ยึดด้วยทุ่นลอยน้ำแบบถังไฟเบอร์กลาส อย่างดี มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยสูงสุด เพื่อจะเข้าไปสัมผัสและชมความสวยงามน่าทึ่งภายในเกาะรูปหัวใจ โดยเฉพาะวัยรุ่นคนหนุ่มสาว เดินควงกันเป็นคู่ๆเพื่อบอกรักซึ่งกันและกัน ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักกันชั่วนิรันดรบรรดาวัยรุ่น เรียกว่า “ เกาะสัญญารัก “  

ในระหว่างเดินข้ามสะพานไปเกาะจิตรกูฏ ระยะทางประมาณ 500 เมตร จะพบเห็นฝูงปลาหลากหลายชนิด แหวกว่ายไปตามกระแสน้ำอย่างสวยงาม ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย สายลมพัดกระทบกายอยู่ตลอดเวลา ทำให้สดชื่นสบายใจยิ่งนัก ที่สำคัญในวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรักของทุกปี จะพบเห็นหญิงชาย คนหนุ่มสาวเกี่ยวก้อยควงแขน ควงคู่รัก มาเป็นคู่ๆเดินทางไป เกาะจิตรกูฏรูปหัวใจ เพื่อจะบอกรัก ให้คำมั่นสัญญาว่าจะ “รักกันจนชั่วนิรันดร “  

อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคโควิด19 ยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง การจะมาท่องเที่ยว เกาะจิตรกูฏ รูปหัวใจ จึงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้ว! เทศกาลความรัก ข้ามกาลเวลา พ่อเมืองโปรโมทเชิญชวนเที่ยวสตูล

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635186

เริ่มแล้ว! เทศกาลความรัก ข้ามกาลเวลา พ่อเมืองโปรโมทเชิญชวนเที่ยวสตูล

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.02 น.

13 กุมภาพันธ์ 2565 เริ่มแล้วเทศกาลความรัก ข้ามกาลเวลา โดยงานจัดขึ้นหน้าเทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล ภายใต้ความร่วมมือหลายฝ่าย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสตูล ระหว่างวันที่ 12 – 14 ก.พ.2565 โดยมีผู้ประกอบการร้านอาหาร และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวโอทอปจังหวัดสตูล 55  ร้าน ร่วมจัดแสดงสินค้า

พร้อมจุดเชคอินภายใต้ธีม “เทศกาลความรัก ข้ามกาลเวลา” ให้นักท่องเที่ยวได้สนุกเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป พร้อมอุโมงค์ไฟเพิ่มความตื่นตา ตื่นใจ  และสีสันภายในงานให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส  นอกจากนี้ยังมีการแสดงแสง สี เสียงวงดนตรี ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลิน และจับจ่ายภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัย  จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 อย่างเคร่งครัด  อีกทั้งเป็นการกระตุ้นความถี่ในการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  และสร้างความมั่นใจในรองรับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ทางผู้จัด ได้สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ไปยังอุทยานแห่งชาติเภตรา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ซึ่งเป็นแห่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะนำไปสู่  “สะพานข้ามกาลเวลา” บนเส้นทางยาวเกือบ 2 กิโลเมตร กับหิน 2 ยุค คือยุคออร์โดวิเชียร และยุคแครมเบรียน  อายุกว่า 500 ล้านปี ที่เกิดจากเปลือกโลกที่เคลื่อนตัวมาพบกัน โดยการโปรโมทการท่องเที่ยว “เทศกาลความรัก ข้ามกาลเวลา”  ปีนี้ ได้รับเกียรติจากนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์  (นายเอกรัฐ และนาวาตรีโนสมา หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและภริยา) ให้เกียรติเป็นนายแบบและนางแบบเชิญชวนมาเที่ยวธรรมชาติและร่วมงานเทศกาลความรัก ข้ามกาลเวลาที่จังหวัดสตูล. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯสั่งเตรียมพร้อม‘เปิดด่าน’ชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยว คาดมี.ค.นี้

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635183

นายกฯสั่งเตรียมพร้อม‘เปิดด่าน’ชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยว คาดมี.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.46 น.

นายกฯสั่งเตรียมพร้อม‘เปิดด่าน’ชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยว คาดมี.ค.นี้

13 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการ ศบค. และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านท่องเที่ยวและกีฬา (ศปก.กก.) ร่วมกันเร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกรับนักท่องเที่ยว พื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส และ สตูล คาดว่าน่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณเดือยมีนาคม 2565 เบื้องต้นทราบว่าทางประเทศมาเลเซียมีความพร้อมดำเนินการเช่นกัน ซึ่งนายกฯได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนการประสานงานในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อนำไปสู่การเห็นชอบอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 ฝ่าย

สำหรับการพิจารณาเปิดด่านชายแดนจังหวัดชายแดนใต้ เดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 สายพันธุ์โอมิครอน ทำให้ต้องเลื่อนออกไป แต่ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านรับนักท่องเที่ยวซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆอย่างมาก และระหว่างนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการในเรื่อง ระบบการตรวจลงตรา การตรวจหาเชื้อโควิด-19  โรงแรมที่มีมาตรฐาน SHA++ ความพร้อมของมาตรการ Covid Free Setting ของสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว ได้แก่ ระบบการขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ตนเองพร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขอเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลได้เร่งการฉีดให้ครบ 2 เข็มในเด็กวัยเรียน และการฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 โรคเสี่ยง สตรีมีครรภ์ ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนใต้นั้น อยู่ในระดับเฝ้าระวัง เช่นเดียวกับ อีก25 จังหวัด ระบบสาธารณสุขมีความพอเพียงในเรื่องเตียงรองรับผู้ป่วยอาการหนัก และยารักษาที่จะจ่ายให้กับผู้ป่วยทั้งในระบบ Home Isolation และ Community Isolation

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : นโยบายแรงงานข้ามชาติ สังคมสูงวัยไทยปรับมุมคิด

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635106

สกู๊ปแนวหน้า : นโยบายแรงงานข้ามชาติ  สังคมสูงวัยไทยปรับมุมคิด

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.15 น.

ยังคงอยู่ที่งานเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “แรงงานย้ายถิ่นข้ามชาติก่อนและหลังวิกฤติโควิด-19: มองไทยและญี่ปุ่น” จัดโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากที่ก่อนหน้าได้กล่าวถึงงานวิจัยว่าด้วยคนไทยที่ไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น (โครงการฝึกงาน“ญี่ปุ่น” อีกเป้าหมาย“ไทย”ขายแรง : หน้า 5 ฉบับวันที่ 12 ก.พ. 2565) ส่วนในตอนนี้ จะว่าด้วยนโยบายด้านแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย

ศยามล เจริญรัตน์ นักวิจัยชำนาญการ หน่วยปฏิบัติการวิจัยความมั่นคงของมนุษย์และความเท่าเทียม
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย บรรยายเรื่อง “ถอดกระบวนทัศน์นโยบายแรงงานข้ามชาติไทย”กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4 ต่อปี ขณะที่การสำรวจในปี 2559 โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า แรงงานข้ามชาติ มีสัดส่วนใน GDP ไทยที่ร้อยละ 0.16 หรือราว 1 แสนล้านบาท

“ทำไมแรงงานข้ามชาติจึงสำคัญ? เพราะว่าเราก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย คือเราตามญี่ปุ่นไปติดๆ ญี่ปุ่น 28% (สัดส่วน
ผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งประเทศ) เมืองไทย 20% ปีที่แล้ว (2564) คนอายุมากกว่า 60 เราเข้าสังคมสูงวัยแบบเต็มรูปแบบแล้ว เพราะฉะนั้นแปลว่าเรายังขาดแคลนแรงงาน เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก อย่างเช่น สิงคโปร์”
 ศยามล กล่าว

ในปี 2562 ประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติประมาณ 5 ล้านคน ในที่นี้ขึ้นทะเบียนแรงงานถูกกฎหมายราว 2.8 ล้านคน ที่เหลือมีตั้งแต่กลุ่มที่ไม่มีเอกสารใดๆ เลย หรือมีแต่ไม่ครบ หรือมีแต่เอกสารหมดอายุและไม่สามารถต่ออายุได้ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีแรงงานที่หลุดออกจากระบบจำนวนมากเพราะไม่สามารถต่อวีซ่าและตรวจสุขภาพ จึงไม่สามารถต่ออายุเอกสารการทำงานได้ ซึ่งรัฐบาลก็ออกมาตรการมาแก้ไข แต่ก็เป็นมาตรการแบบชั่วคราว ส่วนแรงงานที่ทำงานอย่างถูกกฎหมาย มีเพียง 1.2 ล้านคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม

ศยามล ตั้งข้อสังเกตถึงมุมมองของผู้มีอำนาจในรัฐไทย ผ่านกฎหมายและนโยบายต่างๆ เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ เช่น ในปี 2521 มีการออก พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว, ปี 2535 มีนโยบายบริหารจัดการแรงงานเพื่อนบ้าน, ปี 2547 เกิดยุทธศาสตร์บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ, ปี 2560 มีการออก พ.ร.ก.บริหารการทำงานของคนต่างด้าว เป็นต้น ว่า “รัฐไทยมองการมาของแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องชั่วคราว จึงไม่ได้คิดหานโยบายที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร” โดยอีกหลักฐานที่ยืนยันคือ “มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)” เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ออกมาเป็นครั้งคราวไป

“ถ้าไปนั่งค้นดูน่าจะเหยียบร้อยที่ว่าด้วยมติในแต่ละครั้ง อย่างล่าสุดช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 มติ ครม. ที่ว่าด้วยการขยาย มี Undocumented (แรงงานนอกระบบทะเบียน) จำนวนมากที่จะต้องทำให้อยู่ใน Documented (แรงงานในระบบทะเบียน) ได้อย่างไร ก็มีการขยายเป็นมติ ครม. มากมาย” ศยามล ระบุ

ส่วนนโยบายด้านสุขภาพ พบว่ามีวิวัฒนาการตามลำดับ ตั้งแต่การตรวจร่างกายก่อนรับเข้าทำงาน การทำประกันสุขภาพ ซึ่งต่อมามีการรวมกันเป็นหน่วยบริการจุดเดียวจบ (One Stop Service) และล่าสุดคือการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ขณะที่ “กฎหมายอื่นๆ ของไทย พบข้อยกเว้นที่ทำให้การคุ้มครองไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ” ไล่ตั้งแต่ 1.พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไม่รวมลูกจ้างทำงานบ้านและแรงงานเกษตรตามฤดูกาล

2.พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เอื้อให้มีการจ้างแรงงานตามฤดูกาล (ชั่วคราว 3 เดือน) แทนการจ้างประจำ (รวมลูกจ้างทำงานบ้าน) 3.พ.ร.บ.ประกันสังคม มีการยกเว้นลูกจ้างหรือกิจการอื่น (ผ่านการออกพระราชกฤษฎีกา) อีกทั้งประโยชน์ทดแทนสิทธิบำนาญชราภาพไม่ชัดเจน 4.พ.ร.บ.เงินทดแทน ไม่คุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านที่บาดเจ็บจากการทำงาน 5.พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมไม่การทำงาน ไม่รวมถึงแรงงานภาคเกษตร และ 6.พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ไม่อนุญาตให้แรงงานข้ามชาติตั้งสหภาพแรงงาน

เมื่อไปดูนโยบายของภาครัฐ จะพบมุมมองที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข ไม่พบแผนงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพและบุคลากรที่เอื้อต่อแรงงานข้ามชาติ ขณะที่ กระทรวงแรงงาน มีการจัดระบบเพื่อลดการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติ ควบคุมการย้ายถิ่นของแรงงาน บริหารจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเน้นการป้องกันและปราบปรามชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำงาน เป็นต้น ซึ่งการที่อยู่คนละหน่วยงาน โดยเฉพาะคนละกระทรวงมักทำงานแบบบูรณาการกันได้ยาก

ศยามล ทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่อง “ทัศนคติของสังคมไทยต่อแรงงานข้ามชาติ” ยกตัวอย่างการสำรวจความเห็นของนายจ้างรวม 50 คน คละกันทั้งกิจการขนาดเล็ก กลางและใหญ่ และบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่อยู่ในสถานพยาบาลของรัฐ ในหลายคำถาม ผลที่ได้ดังนี้ 1.การสนับสนุนให้เพื่อนจ่ายค่าขึ้นทะเบียนให้แรงงานที่เป็นลูกจ้างทำงานบ้าน ฝั่งนายจ้างส่วนใหญ่ทำเสมอ ส่วนฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ไม่แน่ใจ 2.การบอกเล่าประโยชน์ของแรงงานข้ามชาติ ฝั่งนายจ้างส่วนใหญ่ทำบ้าง ส่วนฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ไม่แน่ใจ

3.มุมมองของตนเองเกี่ยวกับประโยชน์ของแรงงานข้ามชาติต่อเศรษฐกิจไทย ฝั่งนายจ้างส่วนใหญ่มองในแง่บวก ส่วนฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่มองในแง่ลบ (ซึ่งเข้าใจได้ เพราะนายจ้างได้ประโยชน์จากแรงงานในการขับเคลื่อนธุรกิจ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์มักพบปัญหา เช่น พูดกันไม่รู้เรื่องเพราะใช้คนละภาษา ทำให้วินิจฉัยและรักษาไมได้) และ 4.การปกป้องแรงงานข้ามชาติเมื่อถูกใช้ถ้อยคำดูหมิ่น ฝั่งนายจ้างส่วนใหญ่ทำบ้างและรองลงมาคือทำเสมอ ส่วนฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ไม่แน่ใจ รองลงมาไล่เลี่ยกันคือไม่ค่อยทำกับทำบ้าง

“ทัศนคติบางอย่างที่รู้สึกว่าแรงงานข้ามชาติเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค แรงงานข้ามชาติจะมาทำให้เราไม่มีความมั่นคงแห่งชาติ แรงงานข้ามชาติจะเข้ามาก่ออาชญากรรม อันนี้มันยังปรากฏอยู่ในทัศนคติของคนบางกลุ่มบางพวก แม้จะไม่ได้ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็ยังฝังลึกอยู่ในความคิดของเขา โจทย์อันนี้อยากฝากให้หลายท่านช่วยกันคิดว่าเราจะขยับตรงนี้ได้อย่างไร เพราะเรายังต้องอยู่กับเขาไปอีกนาน ถ้าเรายังอยู่ในภาวะที่เราเป็นสังคมสูงวัย เราต้องการแรงงาน” ศยามล กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ อุปัฏฐาก ‘พระอาจารย์เสาร์’เผชิญภัยระหว่างธุดงค์โดนกับดักเสือในดงใหญ่

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635120

'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' อุปัฏฐาก 'พระอาจารย์เสาร์'เผชิญภัยระหว่างธุดงค์โดนกับดักเสือในดงใหญ่

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.40 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ที่จังหวัดอุดรธานี หลวงปู่มั่นและหลวงปู่เจี๊ยะ ได้เข้าพักที่วัดโพธิสมภรณ์ตามคำนิมนต์ของท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ อยู่ตามควรแล้วท่านก็ปรารภไปพักที่ป่าช้าตามวิสัยของท่าน จึงได้เข้าพักที่ป่าช้าโนนนิเวศน์

*สดับธรรมในป่าช้า 

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า สมัยนั้นเป็นป่าช้าไม่ได้อยู่กลางเมืองอย่างนี้ เป็นที่ทิ้งศพโจรผู้ร้ายที่ถูกทางการฆ่าตาย หลวงปู่เจี๊ยะอยู่จำพรรษาร่วมกับท่านพระอาจารย์มั่นที่เสนาสนะป่าโนนนิเวศน์เป็นพรรษาที่ ๒

ทุกๆวันมีประชาชนผู้เลื่อมใสเข้ามากราบไหว้ไม่ขาดสาย ตอนเย็นท่านพระอาจารย์มั่นเมตตาแสดงธรรมภาคปฏิบัติให้แก่พระ เณรฟัง ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์เองท่านเดินทางมาฟังธรรมโดยสม่ำเสมอ

โดยการปฏิบัติของหลวงปู่เจี๊ยะในระยะนี้ได้บรรลุถึงผลอันน่าพึงใจ ไม่เสียดายอาลัยทุกสิ่งในโลก คำสอนของพระศาสดา ประจักษ์ใจ หายสงสัยลังเลเคลือบแคลงในพระธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้า ซาบซึ้งในพระคุณของท่านพระอาจารย์มั่นที่สั่งสอนอบรมมา

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า การที่ได้อยู่ปฏิบัติพระผู้ทรงคุณเช่นนี้ เป็นความโชคดีเหลือหลาย ได้รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ แต่ละวันจะมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องกับท่านพระอาจารย์ทั้งด้านภายนอกและภายในมาก ตาต้องดูท่านตลอดอย่าให้คลาดเคลื่อน หูต้องฟังท่านตลอด ไม่ว่าท่านจะพูดค่อยหรือแรง ใจต้องคิดตลอด

หลวงปู่เจี๊ยะอยู่จำพรรษาร่วมกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดโนนนิเวศน์ จังหวัดอุดรธานี เป็นเวลา ๒ พรรษา นับแต่จังหวัดเชียงใหม่มา พอออกพรรษาปีที่ ๒ แล้ว คณะศรัทธาทางจังหวัดสกลนคร มีคุณแม่นุ่ม ชุวานนท์ เป็นต้น ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์เก่าแก่ของท่านพระอาจารย์มั่น พร้อมกันมาอาราธนานิมนต์ท่านให้ไปโปรดทางจังหวัดสกลนครซึ่งท่านเคยอยู่มาก่อน

ท่านยินดีรับอาราธนา คณะศรัทธาทั้งหลายต่างมีความยินดี พร้อมกันเอารถมารับท่านไปที่จังหวัดสกลนคร

ในปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๔ หลวงปู่เจี๊ยะจึงได้เดินทางติดตามท่านพระอาจารย์มั่น ไปพักที่วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนครด้วย ฉะนั้น ในระยะ ๓ ปีนี้ หลวงปู่เจี๊ยะท่านเป็นพระอุปัฏฐากประจำ

*อุปัฏฐากพระอาจารย์เสาร์

เมื่อพระอาจารย์มั่นและหลวงปู่เจี๊ยะ เดินทางถึงสกลนครและพักอยู่ที่วัดป่าสุทธาวาสได้ ๒-๓ วัน หลวงปู่เสาร์ กฺนตสีโล ก็มีจดหมายมานิมนต์ท่านพระอาจารย์มั่น

เนื่องจากหลวงปู่เสาร์ป่วยหนัก ท่านพระอาจารย์มั่นจึงมอบหมายให้ หลวงปู่เจี๊ยะเดินทางไปอุบลฯแทน เพื่อดูแลอุปัฏฐากในอาการป่วยของหลวงปู่เสาร์และกราบเรียนตามที่ท่านพระอาจารย์มั่นสั่งมา

หลวงปู่เจี๊ยะจึงออกเดินทางโดยรถยนต์ไปยังอุบลราชธานี และเดินเท้าไปพบกับหลวงปู่เสาร์ ที่วัดดอนธาตุ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยก่อนหน้าที่หลวงปู่ท่านจะมาถึงวัดดอนธาตุนั้น มีอยู่วันหนึ่งตอนบ่าย หลวงปู่เสาร์นั่งสมาธิอยู่ใต้โคนต้นยางใหญ่ พอดีขณะนั้น มีเหยี่ยวตัวหนึ่งได้บินโฉบไปโฉบมาเพื่อหาเหยื่อ

จะด้วยกรรมแต่ปางใดของท่านไม่อาจทราบได้ เหยี่ยวได้บินมาโฉบเอารังผึ้ง ซึ่งอยู่บนต้นไม้ที่หลวงปู่เสาร์นั่งอยู่พอดิบพอดี รวงผึ้งนั้นได้ขาดตกลงมาด้านข้างๆ กับที่หลวงปู่เสาร์นั่งอยู่

ผึ้งได้รุมกันต่อยหลวงปู่หลายตัว จนท่านถึงกับต้องเข้าไปในมุ้งกลด พวกมันจึงพากันหนีไป จากเหตุการณ์ที่ผึ้งต่อยนั้นมา ทำให้หลวงปู่เสาร์ป่วยกระออดกระแอดมาโดยตลอด

เมื่อมาถึงวัดดอนธาตุได้ ๒-๓ วัน หลวงปู่เสาร์ท่านอาการหนักขึ้นโดยลำดับ อยู่ปฏิบัติท่านจนกระทั่งหายเป็นปกติดี

วัดดอนธาตุ บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เนื้อที่ราวๆ ๑๓๐ ไร่ มีแม่น้ำมูลล้อมรอบ เป็นเกาะอยู่กลางน้ำ เป็นวัดที่ท่านหลวงเสาร์มาสร้างเป็นองค์แรก แต่ก่อนบางส่วนในบริเวณที่เป็นทุ่งนาชาวบ้านเมื่อหลวงปู่เสาร์ท่านภาวนา ญาติโยม เกิดความเลื่อมใสถวายเป็นที่วัดบริเวณเกาะกลางแม่น้ำมูลนี้จึงเป็นที่วัดทั้งหมด

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า ตอนที่ตนมาหาหลวงปู่เสาร์ ท่านอยู่ที่นี่ท่านไม่ค่อยยเทศน์นักหรอก มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อเข้าหาท่าน ดูแลท่านเรื่องอาพาธ เมื่อท่านหายป่วยร่างกายก็เรี่ยวแรง ญาติโยมจึงขอฟังเทศน์จากท่าน โดยกล่าวว่า“หลวงปู่เทศน์ให้ฟังหน่อย พวกขะน้อย (ฉัน)อยากฟังธรรม”

หลังจากท่านฉันเช้าเสร็จ พระอาจารย์ฯก็พูดว่า“ ทำให้ดู มันยังไม่ดู ปฏิบัติให้ดูอยู่ทุกวัน มันยังไม่ปฏิบัติตาม เทศน์ให้ฟังมันฟังหรือ?”

เมื่อหลวงปู่เสาร์พูดเสร็จ ท่านก็สั่งให้ พระอาจารย์ดี ฉันโน ผู้เป็นลูกศิษย์ที่นั่งเป็นลำดับต่อจากท่านไปเป็นองค์เทศน์ พระอาจารย์เสาร์ท่านมีปกติเป็นพระพูดน้อย ต่อยมาก ส่วนมากท่านทำให้ดูเพราะท่านมีคติว่า

“เขาจะเชื่อในสิ่งที่เราทำมากกว่าจะเชื่อในสิ่งที่พูด”

*ธุดงค์ดอนหลี่ผี

หลังจากหลวงปู่เสาร์ท่านหายจากอาพาธแล้ว ธาตุขันธ์กระปรี้กระเปร่า ท่านจึงเดินทางไปทำบุญอุทิศให้ท่านแดดัง ผู้เป็นอุปัชฌาย์ของท่านซึ่งอยู่ที่หลี่ผี ประเทศลาว ซึ่งตามปกตินั้น หลวงปู่เสาร์จะชอบออกธุดงค์ลงไปทางใต้นครจำปาศักดิ์ หลี่ผี ปากเซ ฝั่งประเทศลาว แล้วก็ย้อนกลับมาจำพรรษาที่วัดดอนธาตุ เป็นประจำทุกปี

หลวงปู่เสาร์เดินทางล่วงหน้าไปประเทศลาวก่อน ส่วนหลวงปู่ท่านเดินธุดงค์ติดตามไปทีหลัง ความจริงแล้วตนจะไม่ธุดงค์ติดตาม ท่านไปจำปาศักดิ์ ประเทศลาว ตั้งใจว่าจะกลับสกลนครไปหาท่านพระอาจารย์มั่นที่บ้านโคก แต่เมื่อมานึกถึงคำสั่งของท่านพระอาจารย์มั่นก็ให้หวนรู้สึกประหวัดๆอยู่ในใจว่า “เจี๊ยะเอ้ย… ดูแลหลวงปู่เสาร์แทนผมให้ดีนะ ถึงการป่วย อาพาธของท่านจะหายก็อย่าได้ไว้วางใจเป็นอันขาด”

เมื่อเป็นดังนี้ หลวงปู่ท่านจึงจำเป็นต้องเดินธุดงค์ติดตามหลวงปู่เสาร์ไปประเทศลาว เพราะมีความมั่นใจในความรู้พิเศษของท่านพระอาจารย์มั่นว่า “ท่านต้องทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าในเรื่องอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่นอน จึงกำชับให้เราดูแลหลวงปู่เสาร์เป็นอย่างดี”

โดยท่านพระอาจารย์มั่นเน้นว่า “อย่าได้ไว้วางใจ” เหมือนกับท่านบอกเป็นนัยๆ แต่ท่านไม่พูดตรงๆ จะเป็นการทำนายครูบาอาจารย์ ท่านพระอาจารย์มั่นท่านเคารพรักหลวงปู่เสาร์มาก ท่านไม่ทำเช่นนั้น…

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า ขณะที่หลวงปู่เสาร์เดินทางล่วงหน้า ไปประเทศลาว นครจำปาศักดิ์ ทางฝ่ายเราหลวงปู่ท่าน และพระเพ็ง ผู้เป็นหลานของท่าน ครูบาแก้ว ครูบาเนียม และเณร กับผ้าขาวก็ออกเดินทางด้วยเท้า จากดอนธาตุ มุ่งไปยังเขตสุวรรณคีรี ริมแม่น้ำโขง ซึ่งใกล้กับปากแม่น้ำมูล และเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง

หลวงปู่ท่านได้พาหมู่คณะพักค้างคืนที่บนภูเขาที่เขตสุวรรณคีรี ต่อมาได้มีผู้มานิมนต์ให้ไปพักอยู่ที่ใกล้ๆ กับแม่น้ำโขง เป็นที่มีป่าใหญ่มาก มีสัตว์นานาชนิด เช่น ช้าง เสือ หมี และในน้ำยังมีปลาโลมาน้ำจืดเสียงร้องดังเหมือนเสียงวัว อีกทั้งสถานที่นั้นยังเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเกรงกลัวมาก เพราะใครจะไปตัดต้นไม้ไม่ได้ หากตัดต้นไม้ก็จะมีอันเป็นไปคือเจ็บไข้ได้ป่วย

*โดนกับดักเสือในดงใหญ่

ในป่านั้นมีไม้ยางใหญ่ๆ เขาทำเป็นตะท้าวดักเสือ เมื่อเสือผ่านลอดเข้ามา ตะท้าวก็จะหล่นมาทุบเสือตาย หลวงปู่ท่านไม่รู้ไปยกเอาไม้ออก ต้นไม้ก็มาแทงเอาขาต้องเอาน้ำมันมาทา เดินไม่ได้ตั้งนาน เจ็บปวดมากไม่รู้ว่าเขาทำดักเสือ หลังจากนั้นก็พาหมู่คณะปฏิบัติพักอยู่ที่ป่าดงใหญ่นี้

พักได้ไม่นานนักได้นำคณะธุดงค์ไปยังนครจำปาศักดิ์ตามคำนิมนต์ของโยมคำตัน ในระหว่างนั่งเรือไปนครจำปาศักดิ์แล้วมุ่งตรงไปทางปากเซ-ปากซัน ปีนั้นน้ำเยอะเชี่ยวกรากมาก ล่องเรือไปตามกระแสน้ำ เรือมันจึงแล่นเร็วพอไปถึงตรงสะดือใหญ่ บังคับเรือไว้ไม่อยู่

หลวงปู่ท่านเล่าว่า “เรือหมุนติ้วๆ บึ้ดๆ ๆ งี้ มันหมุนตั้งยี่สิบรอบมั้ง วื้อๆ ๆ ถ้าเป็นเรือใหญ่มันก็หมุนสักเดี๋ยวก็ไปได้ แต่เราไปเรือพายเล็กๆ ถึงตรงสะดือน้ำก็หมุนเคว้งคว้าง เราก็ตะโกนบอกสั่งให้พวกฝีพายช่วยกันงัดเรือออกไปอีกด้านเราต้องใช้ไม้พายช่วยงัด จึงหลุดออกมาได้ ไม่งั้นตาย คนตายแยะตรงนี้ มันดูดลงไปตาย ถ้าเกิดล่มขึ้นมาเราอาจจะไม่ตาย เพราะเราว่ายน้ำเก่ง แต่มันต้องเอาจีวรออก ถ้าเอาออกไม่ทันก็ตายเหมือนกัน มันเป็นสะดือน้ำ หมุนวนน่ากลัว”
เมื่อเรือเลียบฝั่ง หลวงปู่เจี๊ยะได้พาพระเณรทั้งหมดไปพักยังวัดอำมาตย์ นครจำปาศักดิ์ มุ่งเพื่อจะไปให้ทันหลวงปู่เสาร์ แต่คลาดกัน หลวงปู่เสาร์ได้ธุดงค์ไปที่หลี่ผีก่อน

พักที่วัดอำมาตย์พอสมควรแล้ว ต่อจากนั้นได้ธุดงค์ต่อไปที่ห้วยสาหัว เขตนครจำปาศักดิ์ ห่างตัวเมืองราว 10 กว่ากิโลเมตร อยู่ที่นี่ราว ๔ เดือน เป็นหมู่บ้านที่มีผู้อยู่อาศัยราว ๑๘ หลังคาเรือน ในการธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่ท่านพักอยู่กับพระเพ็งเพียงสององค์เท่านั้น

*สิ้นพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล

ในกาลต่อมา พระครูเม้าวัดอำมาตย์ให้คนถือจดหมายมาบอกให้ทราบว่า หลวงปู่เสาร์ป่วยหนักและท่านกำลังจะเดินทางมาโดยทางเรือ มาถึงนครจําปาศักดิ์ ประมาณ ๕โมงเย็น ให้หลวงปู่เจี๊ยะกับพระเพ็ง ผู้เป็นหลานของหลวงปู่เสาร์ มารอรับเรือของท่าน หลวงปู่เสาร์จะมาถึงนครจำปาศักดิ์ ประมาณนี้

เมื่อเรือของหลวงปู่เสาร์มาถึง หลวงปู่ท่านพร้อมกับพระเพ็ง ก็ลงไปรับท่านหลวงปู่เสาร์ในเรือ พบว่าหลวงปู่เสาร์ท่านมีอาการหนักมาก จึงจัดเปลหามเข้าไปในวัดอำมาตย์ พาท่านเข้าไปในอุโบสถที่ทำด้วยไม้ ท่านก็ทำกิริยาให้ประคองท่านขึ้นกราบพระ หลวงปู่ท่านและพระเพ็งเราก็ประคองท่านขึ้นเพื่อกราบพระ

เมื่อกราบลงครั้งที่สาม สังเกตเห็นท่านกราบนานผิดปกติจึงจับชีพจรดูจึงรู้ว่าชีพจรไม่ทำงาน พระทั้งหลายที่อยู่ในพระอุโบสถ ก็ว่า “หลวงปู่เสาร์มรณภาพแล้วๆ

หลวงปู่ฯ จึงตะโกนพูดขึ้นว่า “ปู่ยังไม่มรณภาพ ตอนนี้เข้าปู่เข้าสมาธิอยู่ ใครไม่รู้เรื่องอย่าเข้ามายุ่ง”

จากนั้นหลวงปู่เจี๊ยะจึงพยุงหลวงปู่เสาร์จากอิริยาบถนั่งเป็นอิริยาบถนอน แต่ทำได้ยาก เพราะท่านมีอาการจะดับขันธ์อยู่แล้ว ขณะที่พยุงให้ท่านนอนลงนั้น สังเกตเห็นมีพระเณรนั่งร้องไห้อยู่หลายรูป หลวงปู่ท่านจึงไล่พระเณรเหล่านั้นออกไป

เมื่อหลวงปู่เสาร์เข้าสู่อิริยาบถนอน ท่านก็หายใจยาวๆ ๓ ครั้งแล้วท่านก็ถึงแก่กาลกิริยาโดยสงบ เมื่อเวลา ๑๗.๓๐ น. วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พศ๒๔๘๕ สิริอายุรวม ๘๓ ปี

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านเล่าว่า “เราจึงได้จัดเรื่องงานศพทุกอย่างสุดสามารถ” ให้สมกับหน้าที่ที่ท่านพระอาจารย์มั่นไว้ใจและมอบหมาย จัดแจงทุกอย่างที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำ ส่งโทรเลขไปบอกคุณวิชิตที่จังหวัดอุบลราชธานี และหาครกใหญ่ๆมารองตำถ่าน

“เราถอดอังสะเหน็บเดี่ยว หาไม้ใหญ่ๆมายกตำๆ ตัวนี่ดำหมด ตำถ่านใส่โลงท่านเราตำเองทั้งหมด ถ่านนี้ใส่รองพื้นโลงเพื่อดูตดน้ำเหลืองไม่ให้เหม็น วางถ่านรองพื้นโลงเสร็จแล้วเอาผ้าปูขาวทับอีกทีหนึ่ง ถ่านต้องเลือกอย่าเอาที่แตกๆเวลาปูลงที่พื้นโลงให้ถ่านสูงประมาณ 1คืบ ใช้ถถ่านประมาณ 2กระสอบก็เพียงพอ”

“เมื่อตำถ่านเสร็จแล้วตัวดำหมดเลย เราลงโดดน้ำโขงตูม…ตูม… เราเป็นคนแข็งแรงทำอะไรคนอื่นทำไม่ทัน เมื่อเอาถ่านรองผ้าขาวปู ก็เอาศพท่านวางให้เรียบร้อยแล้วขอขมา ตั้งศพไว้ระยะหนึ่งให้ชาวจำปาศักดิ์มากราบบูชา”

เมื่อเห็นสมควรนำศพท่านลงเรือกลับอุบลฯข้ามฝั่งโขง แล้วต่อมาคุณวิชิต โกศัลวิตร ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านกับพระเถระมีพระอาจารย์ทองเป็นต้น และญาติโยมชาวจังหวัดอุบลฯ ได้ขบวน รถยนต์ไปรับศพท่านกลับมายังจังหวัดอุบลราชธานี

ส่วนหลวงปู่ท่านเมื่อนำศพหลวงปู่เสาร์ลงเรือกลับอุบลฯแล้ว เดินธุดงค์จากประเทศลาวเข้าทางจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ มาพักที่วัดพระอาจารย์ทอง อโลโก ศิษย์ผู้ใหญ่ของหลวงงปู่เสาร์ เดินต่อมาทางนครพนม สกลนคร เพื่อร่วมจำพรรษากับท่านพระอาจารย์มั่น และกราบเรียนเรื่องการมรณภาพของหลวงปู่เสาร์ให้ท่านพระอาจารย์มั่นทราบ

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง 

(ติดตามตอนต่อไป)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดว้าว! พบ ‘อำพันทะเล’ 4 ก้อนใหญ่ที่ตากใบเจ้าของเผยจอกลางทะเลโดยบังเอิญ

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635113

สุดว้าว! พบ 'อำพันทะเล' 4 ก้อนใหญ่ที่ตากใบเจ้าของเผยจอกลางทะเลโดยบังเอิญ

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.50 น.

สำหรับเรื่องราวการพบอำพันทะเล หรือ ขี้ของวาฬ ครั้งแรกในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ในครั้งนี้อยู่ที่บ้านเลขที่ 89/1 ม.2 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ซึ่งเป็นบ้านของนางสุวรรณา ดำอินทร์ อายุ 52 ปีที่เปิดกิจการรับซื้อมะพร้าวแห้ง เมื่อพบนางสุวรรณา เราจึงได้พูดคุยถึงเรื่องอำพันทะเล ที่เราได้ทราบข่าวจากชาวบ้านว่าในแต่ละวันจะมีชาวบ้านมาขอดู ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งของที่พบเห็นยากและมีราคา เนื่องจากถูกนำไปใช้ในการผลิตน้ำหอม ตกแต่งกลิ่นเครื่องดื่มไวน์ นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับยาแผนไทย

การเดินทางมาขอชมอำพันทะเล หรือขี้ของวาฬในครั้งนี้ ได้พบกับนายสำเริง ทองคุปต์ ผู้ใหญ่บ้านปลักช้าง ม.1 ต.พร่อน อ.ตากใบ และนายสาโรจน์ ดำอินทร์ อดีตนายก อบต.พร่อน อ.ตากใบ ที่เป็นเครือญาติกับนางสุวรรณา ได้เดินทางมาขอชมด้วยหลังทราบข่าวจากชาวบ้านเช่นกัน

น.ส.ชุลีพร ภู่ผล ซึ่งเป็นบุตรสาวของนางสุวรรณา ได้นำอำพันทะเลจำนวน 4 ก้อนที่ได้ห่อด้วยผ้าเป็นอย่างดีแกะมาวางบนโต๊ะหน้าบ้าน ซึ่งอำพันแต่ละก้อนมีน้ำหนักลดหลั่นกันไป ก้อนโตหรือใหญ่สุด มีน้ำหนัก 16 กิโลกรัม และก้อนเล็ก มีน้ำหนัก 5 กิโลกรัม มีสีครีมผสมเหลืองและน้ำตาล ผิวเหมือนเคลือบหรือชโลมกับน้ำมัน และเมื่อยกขึ้นมาดมกลิ่นค่อนข้างออกคาวๆ และในระหว่างที่พากันหยิบชมก้อนอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ จับใจความจากคำพูดของ น.ส.ชุลีพร ได้ว่า อำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ จำนวนดังกล่าวนี้ ผู้พบและได้นำมาให้นางสุวรรณา คือ ลูกจ้างคนหนึ่งของนางสุวรรณา ที่ใช้เวลาว่างจากงานปลอกลูกมะพร้าวแห้ง นำเรือออกไปจับปลาในทะเลปากอ่าว ในพื้นที่ อ.ตากใบ เมื่อประมาณเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา พบเห็นลอยน้ำอยู่มันมีลักษณะที่แปลกๆ จึงได้เก็บมาให้นางสุวรรณา ดู 

เมื่อนางสุวรรณา เห็นครั้งแรก จึงได้เปิดหาข้อมูลทางโลกโซเชียล ที่มีลักษณะเหมือนกับอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ จึงได้ทำการตรวจสอบจากผู้เชียวชาญตามโลกโซเชียลแนะนำ ด้วยการใช้มีดตัดชิ้นส่วนของก้อนอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ บางส่วนนำไปใส่ช้อนแล้วใช้ไฟลน พบว่าก้อนอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬละลายเป็นน้ำสีน้ำตาล และเมื่อนำมาสูดดมพบว่ามีกลิ่นหอมและออกคล้ายๆกลิ่นเผาเทียนไขอย่างไงอย่างงั้น

น.ส.ชุลีพร ภู่ผล ซึ่งเป็นบุตรสาวของนางสุวรรณา ได้เล่าให้ฟังขณะนำก้อนอำพันทะเล หรือขี้วาฬ ขึ้นชั่งน้ำหนักบนตาชั่งว่า ก้อนอำพันทะเลจำนวนนี้มีคนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สนใจได้เดินทางมาดู และยืนยันว่าเป็นอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ และแนะนำให้ทำการส่งชิ้นส่วนของอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ ไปให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตรวจสอบ เพื่อขอหนังสือรับรองว่าเป็นอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ 

เมื่อได้หนังสือรับรองก็ยินดีที่จะซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ และหากมีผู้สนใจก้อนอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตน้ำหอม หรือตกแต่งกลิ่นเครื่องดื่มไวน์ก็สามารถเดินทางมาชมหรือตรวจสอบก่อนได้ เมื่อเป็นที่มั่นใจและพอใจของแต่ละฝ่ายจะซื้อหาไปใช้ประโยชน์กับอำพันทะเล หรือ ขี้วาฬ จำนวนดังกล่าวนี้ ก็สามารถติดต่อมาได้อีกหนึ่งทางเลือก ด้วยการโทรศัพท์มายังหมายเลข 081-0979787 และ 062-6628987 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวระยองร่วมเผาข้าวหลามยาวที่สุดในสยามสืบสานประเพณีท้องถิ่นเดือน 3

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635104

ชาวระยองร่วมเผาข้าวหลามยาวที่สุดในสยามสืบสานประเพณีท้องถิ่นเดือน 3

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.27 น.

ชาวบ้านแลง​ เมืองระยอง ร่วมเผาข้าวหลามยาวที่สุดในสยามในงาน “บุญข้าวหลาม” สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นเดือน 3 ของทุกปี 

วันที่ 12 ก.พ.65 ​จังหวัดระยองได้มีการจัดงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นชาวบ้านแลง ​อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นงาน “บุญข้าวหลาม” โดยได้สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบันตามความเชื่อเดือน 3 ของทุกปี ที่บริเวณหมู่ 5 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมืองระยอง ในการจ้ดพิธีงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น “บุญข้าวหลาม” ในครั้งนี้มีนายวิทยา ซุ่นหลี ส.อบจ.ระยอง ตำบลบ้านแลง เป็นประธานในการเปิดงานกิจกรรม 

ทั้งนี้ นาย​สกล​ สกุลกล้า หัวหน้าฝ่ายบริหารการศึกษา​ อบต.บ้านแลง ​จ.ระยอง กล่าวรายงานว่า งานสืบสานประเพณีทำบุญข้าวหลามชุมชนบ้านแลงได้สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ตามความเชื่อถือเมื่อถึงเดือน 3 ของทุกปี ตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำก็จะเตรียมงานบุญเผาข้าวหลามและจะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ แต่ในปีนี้ได้จัดงานเผาข้าวหลามวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ​ในเวลาช่วงเช้า โดยในช่วงเช้าของวันที่ 13 กุมภาพันธ์​ 2565​ ทางประธานชุมชนจะได้ได้นิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ก่อนพิธีทำบุญและมีการ ถวายข้าวหลาม และอาหารคาวหวานแด่พระสงฆ์ 

​งานดังกล่าวจัดขึ้น​มีวัตถุประสงค์​ เพื่ออนุรักษ์​ สืบสาน​ ศิลปะ​ วัฒนธรรม​ประเพณี​ท้อง​ถิ่น​ให้คงอยู่​สืบไป​ เพื่อส่งเสริมความรู้ภูมิปัญญา​และถ่ายทอดประเพณี​วัฒนธรรม​ท้องถิ่น​ในตำบลบ้านแลงให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นหลังสืบสานและเห็นคุณค่า​อันดีงาม​และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่น​เกิดความรัก​ ความสามัคคี​ร่วมมือร่วมใจ​ในการอนุรักษ์​ประเพณี​ท้องถิ่น​ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม​ประเพณี​ท้อง​ถิ่น​ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมอาชีพการเผาข้าวหลามให้กับประชาชนอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,289,966 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ
การศึกษา-ศิลปวัฒนธรรม #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d