Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โอโห้! นายพลคนดังควงภรรยานำโฉนดคอนโดหรูแลกกล้วยด่างแดงอินโดราคา 3 ล้าน

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635065

โอโห้! นายพลคนดังควงถรรยานำโฉนดคอนโดหรูแลกกล้วยด่างแดงอินโดราคา 3 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.56 น.

ฮือฮา! “พลอาอากสเอก” คนดังควงภรรยาอดีตข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนำโฉนดคอนโดหรูหัวหินแลกกล้วยแดงอินโดราคา 3 ล้านบาท ฟาร์มดังเมืองระยอง ซึ่งเป็นต้นลูกจาก ต้นแม่ที่ซื้อมาในราคา 10 ล้านบาทที่เคยเป็นที่ฮือฮากันไปแล้วก่อนหน้านี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสวนเดอะลอร์ด ตั้งอยู่เลขที่ 181/27 ซอยสำเภาทอง 1/1 ม.7 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง หลังทราบว่าจะมีการซื้อขายกล้วยแดงอินโดโดยการนำห้องพักคอนโดหรู หัวหิน จ.ประจอบคีรีขันธ์ มาแลกต้นกล้วยแดงอินโด จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงสวนเดอะลอร์ด ซึ่งเป็นสวนกล้วยด่างชื่อดังที่เจ้าของเคยหอบเงินสิบล้านไปซื้อต้นกล้วงแดงอินโดที่เคยเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว

ภายในสวนเดอะลอร์ดก็ได้มีคนหอบเงินมาซื้อต้นไม้และต้นกล้วยหลายสิบล้านหลายรายแล้วโดยภายในสวนเดอะลอร์ด มีต้นกล้วยด่างจำนวนมาก มีทั้งกล้วยด่างแดงอินโดลาย กล้วยฟลอริดา และอีกหลากหลายสายพันธุ์ มีโรงเรือนที่มีการปิดล็อกอย่างแน่นหนา พร้อมยามเฝ้า 24 ชม.

ด้านนายนิรินาทย์ เธียรวรโชค อายุ 50 ปี เจ้าของสวน เปิดเผยถึงเรื่องการนำคอนโดมาแลกกล้วยแดงอินโดว่า เป็นความจริงโดยผู้ซื้อจะเดินทางนำโฉนด ห้องชุดคอนโดหรู หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาประเมิน 3 ล้านกว่าบาท มาแลกต้นกล้วยด่างแดงอินโด อายุ 3 เดือน โดยกล้วยต้นดังกล่าวมีลายพิเศษถึง 4 ลายในต้นเดียวคือ ลายตุ๊กแก ลายวากิว ลายเพ้นท์ และลายฮาฟ พร้อมทั้งพาไปชมต้นกล้วยด่างที่กำลังจะขาย พบเป็นต้นกล้วยด่างแดงอินโด อายุ 3 เดือน สูงประมาณ 2 เมตร มีใบทั้งหมด 7 ใบ มีหน่อที่โผล่ขึ้นมา 4 หน่อ 

สำหรับต้นนี้เป็นหน่อที่แตกมาจากต้นพันธุ์เดอะลอร์ดราคา 10 ล้านบาท โดยตอนแรกเตรียมจะเก็บไว้เป็นต้นแม่พันธุ์ แต่เนื่องจากผู้ซื้อมีความสนใจเดินทางมาดูขณะที่ไปออกบูธที่  เดอะพรอมานาด แฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ 3 วันติด โดยตั้งราคาขายไว้ที่ 5 ล้านบาท จนมีการต่อรองกันและมาจบกันที่ืแลกกับคอนโดมีเนียม คาซ่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการประเมินราคาไว้ที่ 3 ล้านบาท และนัดมารับแลกกันในวันนี้

ต่อมานางนิภาพร สุวรรณทัต อายุ 64 ปี ภรรยา พลอากาศเอก สุรจิต สุวรรณทัต อายุ 67 ปี และอดีตข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงที่สวนเดอะลอร์ด โดยนางนิภาพร ได้เปิดเผยว่า ตนกับสามีไม่เคยมีความรู้เรื่องกล้วยด่างมาก่อนจนกระทั่งได้ไปเดินดูที่บูธ ของร้านเดอะลอร์ด ไปเปิดบูธอยู่ จนมาเห็น ต้นกล้วยด่างแดงอินโดต้นดังกล่าว รู้สึกประทับใจ วันแรกยังไม่ได้มีการสอบถามเห็นมัการติดป้ายราคาไว้ที่ 5 ล้านบาท หลังจากปรึกษากันว่าต้องการซื้อก็ได้เดินทางมาต่อรองราคากันอีก 2 วัน จนกระทั่งลดลงมาเหลือ 3 ล้านบาท ทางตนจึงเสนอว่าจะขอเอาคอนโดที่หัวหินที่มีราคาประเมิน 3 ล้านบาทแลกก่อนที่ทางเจ้าของได้ตอบตกลงจึงนัดวันมารับกันที่สวนเดอะลอร์ด 

สำหรับต้นกล้วยด่างแดงอินโด ต้นนี้ที่ซื้อไปจะนำไปประดับบ้านและพร้อมกับขายไปด้วย เบื้องต้นได้ฝากให้ทางสวนเดอะลอร์ด ช่วยดูแลไปก่อน เพราะยังไม่มีความรู้ จนกว่าจะส่งคนดูแลมาศึกษา แล้วจะนำกลับไปเลี้ยงต่อที่บ้านพัก ถ.เพิ่มสิน 12 เขตสายไหม แขวงคลองถนน กรุงเทพฯ

ต่อมาทางนายนิรินาทย์ เจ้าของกล้วยด่างอินโดได้พา พลอากาศเอก สุรจิต และนางนิภาพร เข้าไปในโรงเรือนกล้วยด่างที่มีการปิดกั้นอย่างแน่นหนา พร้อมพาดูต้นกล้วยด่างราคา 3 ล้านบาทที่มีการปลูกอยู่ในเข่งสีเขียวและมีเข่งสีฟ้ารองอีกหนึ่งชั้น ลำต้นสูงประมาณ 2 เมตร ก่อนจะมีการยื่นโฉนด รวมทั้งกุญแจและคีย์การ์ด ยื่นให้กับเจ้าของกล้วยด่าง จึงจบการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน

สำหรับโฉนดที่ใช้แลกกล้วยด่างเป็นห้องชุดอาคารเดอะทรัสต์คอนโด หัวหิน เลขที่ 53/311 ชั้นที่ 4 เนื้อที่ห้องชุด 57.89 ตารางเมตรตั้งอยู่ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนางนิภาพร สุวรรณทัต เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง

นายนิรินาทย์ เปิดเผยต่อว่า สำหรับต้นกล้วยด่างอินโด ต้นนี้เป็นหน่อพันธุ์ของต้นกล้วยที่ชื่อเดอะลอร์ดที่ซื้อมาในราคา 10 ล้านบาท หลังซื้อมาสามารถแยกหน่อขายได้จนคืนทุนแล้ว ส่วนท่านใดที่สนใจจะเข้ามาชมสวนกล้วยด่างแดงอินโดในสวนเดอะลอร์ดก็สามารถติดต่อขอเข้าชมฟรี ได้ที่เบอร์โทร 0982739990. ทั้งนี้ ยังมีการเปิด workshop ให้ความรู้ในการดูแลกล้วยด่างและต้นไม่สายแรร์ พร้อมวิธีการขาย อบรมฟรีทุกเดือน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาได้ไง! พระพุทธรูปโผล่​ตั้งบนซุ้มประตูหน้าบ้านทนายดัง​คาดถูกขโมยมา​แจ้ง ตร.ตรวจสอบ

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635061

มาได้ไง! พระพุทธรูปโผล่​ตั้งบนซุ้มประตูหน้าบ้านทนายดัง​คาดถูกขโมยมา​แจ้ง ตร.ตรวจสอบ

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.25 น.

สุดงง! พระพุทธรูปโผล่ตั้งบนซุ้มประตูรั้วหน้าบ้านทนายความดัง อำเภอนางรอง ดูกล้องวงจรปิดรอบบ้านไม่เห็นใครโร่แจ้งตำรวจตรวจสอบ เบื้องต้นพบเป็นพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่วัดหนองโบสถ์ คาดถูกลักขโมยมาแต่ตรวจสอบวงจรปิดย้อนหลังกลับไม่พบใคร จึงได้นำพระพุทธรูปส่งมอบประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านหนองโบสถ์ตามเดิม

วันนี้ (12 ก.พ.65) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากนายชัยยะ ชาญสุวรรณ ทนายความชื่อดัง​ ในอำเภอนางรองว่ามีพระพุทธรูปปริศนาไปตั้งไว้บนซุ้มประตูหน้าบ้าน โดยไม่ทราบว่าเป็นพระพุทธรูปของใครแล้วใครเป็นคนนำมาตั้ง เกรงว่าจะเป็นพระพุทธรูปที่ถูกลักขโมยมา จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ   

จากนั้น ด.ต.นฤเบศร์ แป้นชุมแสง สายตรวจตำบลหนองโบสถ์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังบ้านทนายความตามที่ได้รับแจ้ง ตั้งอยู่เลขที่ 37 หมู่ 6 ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง ก็พบพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดกว้าง 5 นิ้ว สูงประมาณ 15 เซนติเมตร ด้านหน้า มีอักษรข้อความว่า “หลวงพ่อใหญ่ วัดบ้านหนองโบสถ์” ด้านหลังระบุว่า 24 ธันวาคม 2559 แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดของบ้านทนายความ ก็ไม่พบว่ามีบุคคลใดนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ และทนายความเองก็ยืนยันว่าภายในบ้านไม่มีพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว และดูภายในบ้านพระพุทธรูปที่มีอยู่ก็ยังอยู่ครบ ซึ่งจากการสันนิษฐานเบื้องต้นก็คาดว่าอาจจะมีคนลักขโมยมาแล้วอาจจะกลัวถูกตรวจจับได้ จึงนำมาตั้งไว้หน้าบ้านทนายความดังกล่าว  

อย่างไรก็ตาม​ ในเมื่อตรวจสอบไม่พบว่าเป็นฝีมือใคร และไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้งความร้องทุกข์ว่าพระพุทธรูปหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำพระพุทธรูปดังกล่าว ไปสอบถามพระครูประโชติวชิโรภาส เจ้าอาวาสวัดหนองโบสถ์ ว่าเป็นพระพุทธรูปของที่วัดหรือไม่ ซึ่งเจ้าอาวาสก็บอกว่าเป็นพระพุทธรูปที่ตั้งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถของวัดจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ล็อกประตูโบสถ์ไว้ ก็คาดว่าน่าจะเป็นชายสติไม่ดีที่ชอบเข้ามาในวัดอาจจะหยิบติดมือไป ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร 

ด้านนายชัยยะ ชาญสุวรรณ ทนายความ เล่าว่า ช่วงที่ลูกชายกลับจากกินข้าวข้างนอกก็เหลือบไปเห็นพระพุทธรูปตั้งอยู่บนขอบซุ้มประตูทางเข้า-ออกบ้าน ลูกก็มาถามตนว่าใช้พระพุทธรูปของพ่อมั้ย ตนจึงไปดูก็พบว่าไม่ใช่พระพุทธรูปของที่บ้าน ก็แปลกใจว่าพระพุทธรูปดังกล่าวมาตั้งที่หน้าบ้านได้ยังไง ใครเป็นคนเอามาไว้ แต่เบื้องต้นก็สันนิษฐานว่าอาจจะมีคนขโมยมาแล้วเอามาตั้งไว้หรือไม่ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้มาตรวจสอบเพราะตนไม่กล้าจับเอง เพราะเกรงว่าจะเป็นของที่ขโมยมา พอตรวจสอบว่าเป็นของวัดหนองโบสถ์ ก็มอบให้ตำรวจนำไปคืนให้กับทางวัด – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนยุคดึกดำบรรพ์จัดกิจกรรมมนุษย์หินจดทะเบียนสมรสในหุบป่าตาดรักกันพันปี

Posted on February 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635055

ย้อนยุคดึกดำบรรพ์จัดกิจกรรมมนุษย์หินจดทะเบียนสมรสในหุบป่าตาดรักกันพันปี

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.15 น.

อบต.ทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ย้อนยุคดึกดำบรรพ์ จัดกิจกรรมมนุษย์หินจดทะเบียนสมรสในหุบป่าตาดรักกันพันปี ในวันแห่งความรักวันวาเลนไทน์ พร้อมมอบของที่รำลึกครกพร้อมสาก

เนื่องในโอกาสเดือนแห่งความรักที่อบอวลไปด้วยการแสดงความรัก ความห่วงใย ถึงคนที่เราปรารถนาดี และอยากมีความสุขและเป็นที่รับรู้กันทั้งโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ อันว่าความรักนั้น เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน และมนุษย์ทุกคนมีความรักอยู่ภายในใจมากหรือน้อยแตกต่างกันไป องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี จึงกำหนดจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความรัก โดยจัดให้มีพิธีมอบทะเบียนสมรส จำนวน 3 คู่ อายุไม่ต่ำกว่า 70 ปีในหุบป่าตาดในแบบย้อนยุคดึกดำบรรพ์ พร้อมกับมีการมอบของที่ระลึกเป็นครกกับสากเพื่อสื่อถึงความรักที่หวานฉ่ำและคงทนช้านาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.อลงกต วรกี รองผู้ว่าร่าชการจังหวัดอุทัยธานี ได้แต่งตัวมนุษย์ชนเผ่าหินย้อนยุคมาเป็นประธานโครงการรักกันพันปี ณ หุบป่าตาดดึกดำบรรพ์ ณ แหล่งท่องเที่ยวหุบป่าตาด ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งโครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11- 13 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมีนางดวงเดือน ชโลธร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนางาม พร้อมเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนางาม พร้อมสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนาม 12 หมู่ ประชาชนได้แต่งตัวมนุษย์ชนเผ่าหินย้อนยุค มาเป็นสักขีพยาน ในถ้ำหุบป่าตาด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ซาลาเปา ‘ไส้หมูลักหลับ’ เอาใจผู้สูงวัยกระชับความสัมพันธ์คู่รักวันวาเลนไทน์

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635038

ซาลาเปา 'ไส้หมูลักหลับ' เอาใจผู้สูงวัยกระชับความสัมพันธ์คู่รักวันวาเลนไทน์

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.33 น.

ร้านเฮียซูมซาลาเปาโบราณ เอาใจคู่รักวันวาเลนไทน์ ผุดเมนูเด็ดเฉพาะเดือนแห่งความรัก 1 เมนู คือซาลาเปาไส้หมูลักหลับ ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพร 2 ชนิด คือโด่ไม่รู้ล้ม และพญาช้างสาร มุ่งหวังให้คู้รักกระชับสัมพันธ์แห่งรักมากขึ้น

วันที่ 12 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้าน เฮียซูมซาลาเปาโบราณ สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ 57/2 ถนนพระองค์ดำ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ตรงข้ามกับตลาดนัดราชพฤกษ์ นอกจากจำหน่ายซาลาเปากว่า 35 ไส้แล้ว ยังมีหมั่นโถวและขนมจีบเนื้อแน่นอีกด้วย และเนื่องจากใกล้เข้าสู่เทศกาลแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ร้านเฮียซูมซาลาเปาโบราณ จึงเกิดไอเดียทำซาลาเปาสูตรพิเศษไส้ใหม่ต้อนรับเฉพาะวันวาเลนไทน์ และเดือนแห่งความรัก โดยมีแนวคิดมาจากอยากให้ลูกค้าได้กระชับความสัมพันธ์กับคู่รัก นั่นคือ “ไส้หมูลักหลับ” เป็นซาลาเปาหมูสับไส้พิเศษที่มีสมุนไพรเป็นส่วนผสมถึง 2 ชนิดด้วยกันได้แก่ โด่ไม่รู้ล้มและพญาช้างสาร ซึ่งเป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา ทำเมื่อรับประทานเข้าไปจะมีความรู้สึกเลือดลมสูบฉีด กระปรี้กระเป่า ช่วยเพิ่มความรู้สึกสร้างความสัมพันธ์ให้กับคู่รักในวันวาเลนไทน์

นายภูมิสิทธิ์ เลิศจรูญวิทย์ เจ้าของร้านเฮียซูมซาลาเปาโบราณ เปิดเผยว่า   ซาลาเปาไส้หมูลักหลับ เป็นซาลาเปาเพื่อสุขภาพเนื้อแป้งมีลักษณะละเอียด ให้ความนุ่ม เนื้อแน่น เนื่องจากทางร้านใช้วัตถุดิบหลักที่สำคัญคือแป้งสาลีและเนยแท้ ซึ่งแพงกว่าเนยมาการีน 3 เท่า แต่ทางร้านก็ยินดีใช้เนยแท้แม้ต้นทุนจะสูงกว่าเพื่อเอาใจลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานและผู้สูงอายุ เพราะเนยแท้มีไขมันทรานส์ต่ำจะช่วยให้แป้งซาลาเปามีความเหนียวนุ่ม แม้ว่าจะเย็นตัวแล้วก็ยังคงความนุ่มอยู่ 

อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพลูกค้าสามารถรับประทานได้ระยะยาว นอกจากนี้ตัวไส้ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรได้แก่ โด่ไม่รู้ล้มและพญาช้างสารคลุกเคล้ากับหมูสับจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ไส้มีลักษณะเหนียวแน่นเต็มคำยังให้รสชาติที่ติดขมของยาสมุนไพรเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมของสมุนไพร ทำให้ซาลาเปาไส้หมูลักหลับเป็นซาลาเปาที่โดดเด่น ตอนนึ่งสุกใหม่ ๆ ซาลาเปาจะมีลักษณะกลมโต เนื้อแป้งฟูนุ่มได้กลิ่นหอม และไส้มีความอร่อยอย่างลงตัว สำหรับไส้นี้ได้เพิ่มความหวาน ความน่ารัก ด้วยการประทับรอยจูบลงบนซาลาเปาทุกลูก

เนื่องจากใกล้เทศกาลวาเลนไทน์จึงอยากทำซาลาเปาไส้พิเศษเพื่อต้อนรับวาเลนไทน์ ตนจึงได้คิดสูตรและปรับปรุงสูตรขึ้นเอง บวกกับตนเริ่มสนใจการนำสมุนไพรเข้ามาเป็นส่วนผสมของวัตถุดิบ จึงเกิดเป็นเมนูซาลาเปาไส้หมูลักหลับขึ้นมา อีกทั้งตนจะนำเมนูนี้เข้าร่วมประกวดในงาน Food fin in love ในวันวาเลนไทน์นี้ซึ่งจัดที่สวนกลางเมือง ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตนจัดโปรโมทซาลาเปาไส้หมูลักหลับ ด้วยการแจกซาลาเปาให้กับคู่รักทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักหนุ่มสาว คู่แม่ลูก คู่เพื่อนสนิท หรือคู่รักอื่น ๆ ซึ่งจะได้รับซาลาเปาคนละ 2 ลูก/กล่อง สามารถมารับได้เฉพาะที่สาขาราชพฤกษ์ ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ซึ่งจะแจกให้ลูกค้าได้ลิ้มลองจำนวน 500 ลูก และจะเริ่มจัดจำหน่ายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ 

โดยร้านเฮียซูมซาลาเปาโบราณจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น.-20.00 น. สามารถสั่งจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Page Facebook : เฮียซูมซาลาเปาโบราณ หรือเบอร์โทรศัพท์ 091-837-8967 ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของที่ดินทุมเงินกว่าแสนย้ายต้นโพธิ์ 100 ปีถวายวัดดังคอหวยแห่ส่องเลข

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635011

เจ้าของที่ดินทุมเงินกว่าแสนย้ายต้นโพธิ์ 100 ปีถวายวัดดังคอหวยแห่ส่องเลข

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.10 น.

ฮือฮา! เจ้าของที่ดินทุมเงินกว่าแสนบาทย้ายต้นโพธิ์เก่าแก่ขนาดยักษ์อายุกว่า 100 ปีถวายวัดดัง ชาวบ้านไม่พลาดส่องทะเบียนรถเทเลอร์หัวลาก 81-2714 พ่วง 80-9795

วันที่ 11 ก.พ.65 เจ้าของที่ดินบริเวณตลาดคลองถม ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างททอง ทุมเงินกว่าแสนบาทย้ายต้นโพธิ์เก่าแก่ขนาดยักษ์อายุกว่า 100 ปีไปปลูกที่ วัดจันทร์ ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง โดยใช้เวลาหลายวันในการขุดล้อมก่อนใช้รถเครนขนาดใหญ่ 50 ตันและรถแบ็คโฮประคองในการนำขึ้นบนรถเทเลอร์เพื่อเคลื่อนย้าย ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูการขนย้ายกันอย่างคึกคัก และไม่พลาดส่องหมายเลขทะเบียน รถเทเลอร์หัวลาก 81-2714 พ่วง 80-9795 เพื่อนำไปเสี่ยงดวง

คุณวรา แจ่มใส่ นายกสมาคมโรตารี่อ่างทอง เล่าให้ฟังว่า หลังจากเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวต้องการปรับปรุงพัฒนาที่ดินพบว่ามีต้นโพธิ์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปีที่ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า นับถือกราบไหว้ขอพรกันมาอย่างยาวนานจึงไม่อยากโค่นทำลายจึงปรึกษากับทางเจ้าอาวาสวัดจันทร์ ในการย้ายต้นโพธิ์ไปปลูกที่วัด จึงได้ทำการว่าจ้างผู้ชำนาญ ในการมาขุดล้อมต้นไม้ พร้อมนำรถเครนและรถแบ็กโฮ รวมทั้งรถเทเลอร์มาขนย้าย ใช้เกินกว่าแสนบาทนำไปปลูกใหม่ที่วัดจันทร์ เพื่อให้ชาวบ้านที่มีความนับถือศรัทธาต้นโพธิ์ดังกล่าว ได้เดินเข้าไปกราบไหว้ขอพรกันกันต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชมพลเมืองดีนำลูกแมวดาวพลัดหลง ส่งมอบคืนอุทยานแห่งชาติภูเวียง

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635010

ชื่นชมพลเมืองดีนำลูกแมวดาวพลัดหลง ส่งมอบคืนอุทยานแห่งชาติภูเวียง

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.08 น.

ชื่นชมพลเมืองดีนำแมวดาวสัตว์ป่าคุ้มครอง มอบอุทยานแห่งชาติภูเวียง หลังพบพลัดหลงเข้ามาในป่าอ้อย

วันที่ 11 กุมภาพันธ์​ 2565​ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง รับมอบ แมวดาว (Prionailurus bengalensis) จำนวน 1 ตัว ที่พลัดหลงบริเวณป่าอ้อย จากราษฎรบ้านหินร่อง ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ได้นำมาส่งมอบให้ทางอุทยานแห่งชาติภูเวียง เพื่อนำไปปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

สถานภาพปัจจุบัน : แมวดาวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ (Least concern; LC) ตามบัญชีแดงของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN Red List, 2008) และเป็นชนิดพันธุ์ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีสัตว์หมายเลข 2 ของอนุสัญญาการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ (CITES)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยชื่นชมแลเขอบคุณพลเมืองดีรายนี้ที่นำลูกแมวดาวมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ และบางส่วนชื่นชมในความน่ารักของของเจ้าลูกแมวดาวตัวน้อย

ที่มา : อุทยานแห่งชาติภูเวียง – Phu Wiang National Park
ข้อมูลแมวดาว :http://www.thaiwildlife.info/wildlife.php?Act=View&ID=1569

ขอบคุณข้อมูล ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่ยินดีกับ’พี่ศรี’ปลื้มได้ลูกสาวคนแรก ยังเดินหน้าร้องเรียน แต่อาจจะน้อยลง

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635000

แห่ยินดีกับ'พี่ศรี'ปลื้มได้ลูกสาวคนแรก ยังเดินหน้าร้องเรียน แต่อาจจะน้อยลง

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.38 น.

11 ก.พ.65 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้เวลา 14.30 น. ทีมคุณหมอและพยาบาลจาก รพ.เจตนิน ได้ทำการผ่าคลอดให้กับภรรยาของตนซึ่งได้อุ้มท้องมากว่า 9 เดือน โดยได้คลอดลูกสาวคนแรกในชีวิตแล้ว มีน้ำหนักแรกเกิด 3,030 กรัม มีสุขภาพสมบูรณ์ดีทั้งแม่และลูก และได้ตั้งชื่อเล่นว่า “ลูกจ๋า” และหรือ “น้องจ๋า” ครับ

“หลังจากนี้ ภารกิจส่วนใหญ่คงจะต้องทุ่มเทให้กับการเลี้ยงลูกอ่อน แต่สำหรับงานฟ้องคดีให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนและเสียหายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการร้องเรียนนักการเมือง และข้าราชการระดับสูงก็ยังคงต้องทำต่อไป แต่อาจจะน้อยลงพอสมควร “นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ขณะที่ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจและร่วมแสดงความยินกับนายศรีสุวรรณเป็นจำนวนมาก 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โซเชียลล่า 18 มงกุฎ ‘หลอกซื้อทอง’ อาละวาดภาคอีสานหนัก

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634996

โซเชียลล่า 18 มงกุฎ 'หลอกซื้อทอง' อาละวาดภาคอีสานหนัก

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.31 น.

มิจฉาชีพออกอาละวาด… ใช้เลห์กลสุดแสบโดยการ “หลอกซื้อทอง” ในหลายจังหวัด ซึ่งมิจฉาชีพรายดังกล่าวมาคนเดียวตีเนียนทำเป็นซื้อทอง โดยซื้อทองจำนวนมากแต่ละร้านจำนวน 100-200 บาท รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : แก๊ง 18 มงกุฎโผล่บุรีรัมย์ หลอกซื้อทอง 5.8 ล้าน เจอเจ้าของร้านตลบหลังรีบเผ่นแน่บ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : มันโผล่สุรินทร์! 18 มงกุฏหลอกซื้อทอง เจ้าของร้านรู้ทันโทรเช็กแบงก์ หวิดสูญ 5 ล้าน

ล่าสุด พลังโซเชียลได้แชร์เตือนภัย เพราะมิจฉาชีพได้ก่อเหตุหลายจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ก่อเหตุที่ จ.บุรีรัมย์ และมาก่อเหตุที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งเจ้าของร้านรู้ทันให้ลูกน้องเช็กกับทางธนาคาร พบว่ามียอดเงินเข้าจริง แต่ถอนเงินไม่ได้ เพราะถูกดึงกลับ ขณะเดียวกันไปโผล่ที่ร้านทอง จ.หนองคาย และได้ทองไป 100 บาท 

ทั้งนี้ จะเห็นว่ามิจฉาชีพใน จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ และหนองคาย คือคนเดียวกัน เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดเปิดเผยให้เห็นชัดเมื่อนำภาพมาเทียบดู ซึ่งชายคนดังกล่าวใส่วิกผมสั้น สวมใส่แหวนทองที่นิ้วกลางมือขวา เปลี่ยนแค่เสื้อผ้าในการก่อเหตุแต่ละครั้ง จึงทำให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพรายดังกล่าวยังแผ่นหนีลอยนวลอยู่. -008  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนั่นโซเชียล!แห่แชร์ภาพ’น้องบิว’ชนเผ่ามานิในชุดนักเรียนชื่นชมสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634993

สนั่นโซเชียล!แห่แชร์ภาพ'น้องบิว'ชนเผ่ามานิในชุดนักเรียนชื่นชมสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.22 น.

วันที่ 11 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการโพสต์และแชร์ภาพ “น้องบิว” หรือ “น.ส.บิว ศรีธารโต” นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล ชนเผ่ามานิ เขตจังหวัดสตูล ในชุดนักเรียนกันอย่างกว้างขวาง พร้อมกับแสดงความยินดีหลังจากที่ น้องบิว ตกเป็นข่าวโด่งดังที่สามารถสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยมีผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 3.08 ซึ่งได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับครู เพื่อนนักเรียน และครอบครัวเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะผู้ใช้เฟสบุ๊กในกลุ่ม ทันข่าวภาคใต้ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินด้วยคับที่น้องบิว ชนเผ่ามานิ เขต จ.สตูล สอบติดแพทย์ศาสตร์ อยู่ที่ความขยันมั่นเพียรและอดทน จึงประสบความสำเร็จ นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นต้นแบบให้กับน้องๆ และเยาวชนไทยทั้งประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองควรดูเอาตัวอย่างนะจ๊ะ” ทั้งนี้ หลังจากมีการโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวปรากฎได้มีผู้เข้ามาแชร์และแสดงความยินดีกับน้องบิว เป็นจำนวนมาก – 003

ขอบคุณภาพจาก ทันข่าวภาคใต้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตามรอยธุดงค์ ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ ตัดนิวรณ์มุ่งภาคเหนือ-ติดตามอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634966

ตามรอยธุดงค์ 'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' ตัดนิวรณ์มุ่งภาคเหนือ-ติดตามอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.34 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) หลังจากออกพรรษาประมาณเดือนธันวาคม 2482 หลวงปู่เจี๊ยะ ตัดสินใจเข้าไปกราบลาพระอาจารย์กงมา เพื่อเดินทางไปหาท่านพระอาจารย์มั่นที่เชียงใหม่

*ตัดนิวรณ์มุ่งภาคเหนือ

เมื่อแน่ใจในตนเอง จึงไม่ปริปากบอกใคร เพราะถ้าบอก เขาก็จะพากันห้ามปราม กลัวว่าอุปนิสัยของท่านจะอยู่กับท่านหลวงปู่มั่น ไม่ได้ แม้แต่พระอาจารย์กงมา ตนก็ไม่ได้บอกเรื่องภายในจิต เพราะคิดว่า ถ้าบอกเล่าถวายท่าน ท่านก็คงไม่เชื่อ เพราะตนบวชยังไม่นาน

“อีกทั้งสมัยนั้นเราดื้อมาก ดื้อมากขนาดไม่มีใครจะเชื่อว่า เราภาวนาดีได้ จึงตั้งใจไว้ว่า จะมาเล่าให้ท่านพระอาจารย์มั่นฟัง ตั้งแต่วันที่ภาวนาจนจิตรวมครั้งใหญ่แล้ว

การจากบ้านเกิดไปหาพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตครั้งนี้ พระอาจารย์กงมาเป็นห่วงว่า กิริยาตามแบบของท่านจะทำให้อยู่กับพระอาจารย์มั่นไม่ได้

“ครูอาจารย์ที่นั่นก็ดี ผมไม่ได้ประมาณในคุณธรรมแม้นิด แต่ที่นี่มันใกล้บ้าน ใกล้พ่อแม่ญาติพี่น้อง มีอะไรก็เรียกหา เรียกใช้ได้ง่ายๆ มันสะดวกเกี่ยวกับเรื่องทางโลก แต่ไม่สะดวกในทางการประพฤติธรรม แม้แต่โยมแม่ทราบว่าจะไป เหตุเพียงแค่นี้ก็ร้องห่มร้องไห้กันแล้ว ภาระกังวลนี่แหละ มันจึงเป็นเหมือนนิวรณ์คอยกางกั้น การไปไกลๆจากบ้าน ถ้าเกิดความลำบากอย่างน้อยธรรมชาติ มันคงช่วยดัดนิสัยผมได้บ้าง ผมก็คิดอย่างนี้”

เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะท่านพูดขึ้นอย่างนั้น พระอาจารย์กงมาจึงพูดขึ้นว่า “ท่านเจี๊ยะ…ถ้าท่านได้อะไรดีๆ ก็นำมาสอนผู้เฒ่าบ้างเน้อ”

หลังจากกราบลาท่านอาจารย์กงมาแล้ว หลวงปู่เจี๊ยะก็ไปบอกลาโยมพ่อโยมแม่และพี่สาวตลอดจนญาติๆ พ่อแม่ร้องไห้โฮกันใหญ่ เพราะหลวงปู่ท่านอยู่บ้านไม่เคยลำบาก พ่อแม่ไม่เคยบังคับให้ทำงาน งานทั้งหมดหลวงปู่ท่านยินดีทำเอง โยมแม่ก็พูดขึ้นว่า “กินก็เป็นคนกินยากจะไปได้ยังไง? ลูก“ โยมแม่พูดขึ้นพร้อมทั้งน้ำตา เพราะในบรรดาลูกๆ พ่อแม่รักหลวงปู่เจี๊ยะที่สุด 

ก่อนวันออกเดินทาง หลวงปู่เจี๊ยะก็เข้าไปกราบลาท่านพ่อลี เมื่อกราบเรียนท่านว่าจะไปหาท่านพระอาจารย์มั่นเท่านั้นแหละ ท่านพ่อลีก็พูดเสียงดังลั่นเลยว่า “มันต้องอย่างนี้สิ… มันต้องอย่างนี้สิ ลูกศิษย์ตถาคต”

แล้วท่านพ่อลีก็ให้โอวาทว่า “การไปหาครูบาอาจารย์ต้องปฏิบัติตัวให้ดี และเอาให้ถึงธรรมให้ได้ ท่านพระอาจารย์มั่นเป็นพระแท้ พระจริง เราต้องทำตัวเราให้ถึงความจริงทั้งที่ท่านสอน ถ้าเราไม่จริง เราจะไปปลอมปนอยู่กับท่านไม่ได้ เพราะของจริงกับของปลอม  มันแยกแยะออกได้ ของสะอาดกับของสกปรก เราจะเอามาปนกันไม่ได้

ความสะอาดก็คือความสะอาด ความสกปรกก็คือความสกปรก เราไปหาท่าน เราต้องเป็นแบบท่าน และพยายามทำให้ถึงธรรมอย่างที่ท่านเห็น แล้วเราก็จะกลมกลืนในสายทางแห่งธรรมอันเดียวกัน การอยู่กับท่านก็จะได้ผลที่สุดเป็นที่หมาย”

*ตามหาบุพพาจารย์

หลวงปู่เจี๊ยะท่านกล่าวว่า การได้ฟังโอวาทท่านพ่อลีเช่นนั้น ก็ยิ่งทำให้ใจมันไขว่คว้าในเป้าหมายคือ “ท่านพระอาจารย์มั่น” ยังไงต้องถึงท่านที่เป็นพระอรหันต์ให้ได้ 

พอถึงวันออกเดินทาง หลวงปู่ท่านก็มาขึ้นเรือที่ท่าแฉลบ พร้อมกับพระอาจารย์เฟือง โชติโกสหธรรมิก และท่านพ่อลี ที่จะเดินธุดงค์ไปอินเดีย ทั้งหมดไปขึ้นที่ท่าราชวงศ์ พักอยู่ที่กรุงเทพฯประมาณ ๒๐ วัน ขึ้นรถไฟเดินทางไปที่เชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่แล้วนั่งสามล้อต่อไปที่วัดเจดีย์หลวง พักอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงประมาณ 4 วัน

ตอนออกเดินทางมาจากกรุงเทพฯมีปัจจัยอยู่เพียง ๗ บาท จ่ายค่ารถ จ่ายค่าสามล้อหมดพอดี ไปพักอยู่วัดเจดีย์หลวง ได้พบกับพระมหาเสงี่ยม สนทนากันแบบเพื่อนผู้ร่วมประพฤติพรหมจรรย์พูดจาถูกกัน

ท่านเห็นว่าตนไม่มีเงิน ค่ารถ จึงชักชวนให้อยู่ก่อน ท่านนิมนต์ให้อยู่วันพระ เพราะวันพระที่จะถึงท่านจะเป็นองค์แสดงธรรม ญาติโยมคงจะถวายกัณฑ์เทศน์ โดยตามปกติแล้วในวันพระ ทุกวันพระ พระที่เทศน์จะได้ปัจจัยที่โยมถวาย 80 สตางค์ พอท่านได้ปัจจัย ท่านก็นำมาถวายเป็นค่ารถในการเดินทาง

พักที่วัดเจดีย์หลวงพอสมควรแล้ว ก็ออกเดินทางไปเชียงดาว แล้วธุดงค์ต่อไปทางปางแดงเป็นป่าอยู่ในกลางหุบเขา พักที่ป่าแดงพอสมควรแล้วก็ออกเดินทางไปตามหุบผาป่าเขา อันสลับซับซ้อน จนทะลุถึงอำเภอพร้าว พักอยู่ตามป่าที่อำเภอพร้าว เพื่อสอบถามว่าท่านพระอาจารย์มั่นพักอยู่ที่ไหน จนได้เค้าว่าชื่อวัดรร้างป่าแดง

*พบพระอาจารย์ครั้งแรก

ในระหว่างเดินทางไปหาท่านพระอาจารย์มั่นนั้น หลวงปู่เจี๊ยะท่านต้องเดินทางด้วยความยากลำบากด้วยความเหน็ดเหนื่อย เรียกได้ว่า ทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตการเดินทาง เพราะไม่เคยเดินเท้าเปล่าข้ามป่าเขาลำเนาจุดหมายอยู่ที่ใดก็แน่นอน อา เท่านั้น ส่วนร่างกายเต็มที่ พระอาจารย์มั่นเป็นพันๆหมื่นๆครั้ง

เมื่อเดินทางถึงบ้านแม่กอย ถามคนเขาบอกว่า ท่านพักอยู่ที่วัดร้างป่าแดง ก็รีบเร่งเดินทางเข้าไป กระหายใครเห็น ใคร่สนทนา มากกว่าการกระหายน้ำ ลืมความเหน็ดเหนื่อย

มุ่งตรงเข้าไปยังวัดร้างป่าแดง พบกระท่อมน้อยๆ มุ่งหญ้าคา ฝาขัดแตะและใบไม้ พื้นไม้ไผ่ ดูๆ ในสถานที่น่าจะมีพระอยู่กันหลายองค์ เพราะสะอาดสะอ้านเหลือประมาณ

เมื่อเดินเข้าไปตรงกระท่อม หลังที่มองเห็นก่อนหน้านั้น พบพระรูปหนึ่งรูปร่างเล็กๆ ลักษณะองอาจ เป็นเถระรูปร่างสันทัด ผิวดำแดง นั่งห่มจีวรเปิดไหล่ แสดงอาการให้เห็นว่ารอใครบาง คน อย่างเห็นได้ชัด ท่านนั่งอยู่บนแคร่น้อยๆ ใช้ไม้ไผ่ขัดแตะ เอาหญ้าคามุงกั้นฝาเป็นฟาก หันหน้ามาทางที่จะเดินเข้าไป แสดงว่าสนใจในคนที่มา แต่ไม่แสดงออกทางคำพูด แต่เป็นกริยาที่รับกัน

หลวงปู่เจี๊ยะกล่าวว่าใจในขณะนั้น น้อมนึกขึ้นมาทันทีว่า “นี่แหละหลวงปู่มั่น” และนึกต่อไปอีกว่า “ท่านคงรู้วาระจิตของเราเป็นแน่แท้ จึงมานั่งรอ พระเถระรูปที่นั่งอยู่นี้ ต้องเป็นท่าน อาจารย์มั่น จะเป็นองค์อื่นไปไม่ได้” จึงตรงดิ่งเข้าไปกราบท่าน ตามความกระหายใคร่จะกราบนมัสการ

ขณะที่หลวงปู่เจี๊ยะเข้าไปหาท่านหลวงปู่มั่นนั้น ท่านเข้าไปแบบจู่โจม คิดว่าต้องไม่ใช่ใครที่ไหน ที่สามารถรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้ว่าใครจะไปจะมา ต้องเป็นท่านพระอาจารย์มั่นอย่างแน่นอน 

เข้าไปถึงก็หมอบเข้าไปกราบ ท่านหลวงปู่มั่นจึงถามขึ้นว่า “มาจากไหน”

“มาจากจันทบุรี อยู่กับท่านอาจารย์กงมาและท่านอาจารย์ลี” หลวงปู่เจี๊ยะกราบเรียนหลวงปู่มั่น

“ท่านลี ท่านกงมา อ้อ! นั่นลูกศิษย์เรา” หลวงปู่มั่นพูดแบบอุทานเหมือนว่า รู้และเข้าใจในวิถีความเป็นมาเป็นไปของท่านหลวงปู่เจี๊ยะ

จากนั้นเมื่อได้โอกาสอันควร หลวงปู่เจี๊ยะจึงกราบเรียนเล่าเรื่องที่ภาวนา ที่จิตเป็นไปให้ท่านหลวงปู่มั่นฟังสั้นๆ เป็นใจความว่า “ครูบาอาจารย์ กระผมพิจารณากาย จนใจนี้มันขาดไปเลย”

หลวงปู่มั่นท่านนิ่งฟังเฉย นิ่งเงียบไม่คัดค้านในสิ่งที่หลวงปู่เจี๊ยะเล่าถวายแม้แต่คำเดียว หลวงปู่เจี๊ยะจึงเรียนถามท่านต่อไปอีกว่า “ครูบาอาจารย์…จะให้ผมทำอย่างไรต่อ” ท่านตอบสั้นๆ แต่เป็นที่พอใจตรงใจ “ให้ทําอย่างเดิมนั่นแหละ ดีแล้ว”

*ศูนย์กลางพระอริยเจ้า

วัดที่ท่านพระอาจารย์มั่นพักจำพรรษาอยู่ขณะนั้น คือวัดร้างป่าแดง เป็นวัดอยู่กลางป่ากลางทุ่ง มีชาวบ้านอยู่ 6 หลังคาเรือน บ้านห่างจากวัด ประมาณ 500 เมตร กุฏิครูบาจารย์ ท่านมุงด้วยใบตองตึง พื้นเป็นฟากไม้ไผ่ รูปลักษณ์เป็นทรงพื้นเมืองทางเหนือ

เรื่องธรรมเรื่องวินัยครูบาอาจารย์มั่นท่านละเอียดเป็นที่สุด แม้แต่ต้นไม้ประดับประดา ปลูกให้มีดอกออกผลสวยงาม ท่านไม่ให้ปลูกภายในวัด ถ้าเป็นพระ ท่านว่าเป็นพระเจ้าชู้ พระขุนนาง ชอบสวยงาม ชอบสะดวกสบาย แต่ภายในหัวใจไม่มีอรรถธรรมแม้แต่น้อย ต้นไม้งามเท่าไหร่ ใจมันก็เสื่อมจากทางจงกรม นั่งสมาธิเท่านั้น

ขณะที่ท่านพระอาจารย์มั่นมาพักพำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดร้างป่าแดงแห่งนี้ ได้มีลูกศิษย์ของท่านที่เป็นพระกรรมฐานเดินทางตามมา เพื่อรับการอบรมทางด้านจิตตภาวนาโดยสม่ำเสมอมิได้ขาด เช่น พระอาจารย์เทสก์ เทสรํสี พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ พระอาจารย์พรหม จิรปุญฺโญ พระอาจารย์แหวน สุจิณฺโณ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์สิม พุทฺธาจาโร ฯลฯ

สำหรับหลวงปู่เจี๊ยะ หลังจากเดินทางมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ ได้รับฟังโอวาทจากท่านพระอาจารย์มั่นเป็นที่ซาบซึ้งแล้ว ทั้งหลวงปู่เจี๊ยะและท่านพ่อเฟื่องต่างก็เข้าสู่ที่พักด้วยใจที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยอากาศที่หนาวเหน็บเข้าไปภายในนั้น ทำให้เนื้อตัวสั่นเทา มีแต่เพียงจีวรบางๆ เป็นที่ห่อหุ้มร่างกาย

เมื่อตกดึกๆ นอนไม่หลับ จึงเดินเข้าไปหาท่านเฟื่อง แล้วกระซิบท่านเบาๆ อันเป็นการหยั่งเชิงดูหมู่เพื่อน ว่าจะเป็นไปอย่างไร คิดอย่างไร ว่า “เฟื่องเว้ย… หนาวเว้ย…กลับบ้านดีกว่า…” หลวงปู่เจี๊ยะเล่าว่า ท่านเฟื่องนิ่งเฉย ไม่ตอบแต่อย่างใด ส่วนภายในใจของตนนั้น ก็ไม่ได้ถอยแต่อย่างใดเช่นเดียวกัน

*ฟ้าผ่าใจรับอรุณ

พอรุ่งเช้าวันใหม่ มองเห็นลายมือพอรู้ มองดูชายหญิงพอออกว่าเป็นชายหรือหญิง มองต้นไม้ออกว่าเป็นต้นไม้อะไร ก็ออกจากที่พัก อันเป็นเพิงเล็กๆ มุงด้วยใบตอง มีหลังคาพอกันน้ำค้าง ที่นอนก็เป็นแคร่ไม้ไผ่โยกเยกๆ เดินมากระท่อมน้อยอันเป็นศาลาหอฉัน

พอท่านพระอาจารย์มั่นเห็นหน้าหลวงปู่เจี๊ยะเท่านั้นแหละ เหมือนดั่งว่าสายฟ้าฟาดลงบนกระหม่อมทันที “คนทะลงทะเลไม่มีความอดทน ไป…ไป ไม่มีใครอาราธนามาที่นี่”

หลวงปู่มั่นท่านพูดเสียงดุดัง นัยน์ตากกราดกร้าวเหมือนพญาเสือโคร่งใหญ่ เป็นกิริยาที่หมู่แมวๆ ต้องหมอบคลาน ก้าวขาก็ไม่ออก หลวงปู่เจี๊ยะกล่าวว่าเรื่องวาระจิตนี่ ท่านรู้ทุกอย่าง จะพูดจะคิดอะไร อยู่กับท่านต้องระวัง ประมาทไม่ได้เป็นบาปใหญ่ เพราะท่านเป็นพระอรหันต์ เมื่อตั้งสติไว้ กำหนดไว้ได้แล้วค่อยก้าวเท้าเดินต่อไปด้วยความนอบน้อม

คำพูดของท่านเพียงเท่านั้นล่ะ มันวนเวียนอยู่ในใจ จะคิด” อะไร จะพูดอะไร เหมือนถูกคนสะกดบังคับให้ต้องเป็นไปตามแบบของท่าน ก็ได้แต่เพียงเตือนตนไว้ในใจว่า “เอาละนะ เจอของจริงแล้ว ระวังตัวให้ดี”

จากนั้นมาท่านหลวงปู่มั่นก็เมตตาใช้ทำนั่นทำนี่ ดูแลอุปัฏฐากใกล้ชิดท่าน จิตใจก็ค่อยคุ้นๆ กับท่าน ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง 

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า การที่ได้อยู่กับพระที่สมบูรณ์ทั้งความรู้ ภายใน และความประพฤติ นับว่าเป็นโชคอย่างมหาศาล การอยู่การฉัน ก็นับว่าลำบากมากในสายตาของชาวโลก แต่ถ้าเป็นนักธรรมถือว่าสมบูรณ์พอดีๆ 

จากนั้นไม่นาน ฟันของท่านพระอาจารย์มั่นจึงหลุดขณะที่ใช้ไม้สีฟัน ท่านพระอาจารย์มั่นมอบไว้ให้หลวงปู่เจี๊ยะ เก็บรักษาไว้อย่างดี 

ซึ่งภายหลังหลวงปู่ได้เป็นผู้นำในการสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ชื่อว่า ภูริทัตตเจดีย์ ตั้งอยู่ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่เจี๊ยะอยู่พักจำพรรษาในบั้นปลายชีวิต

*ติดตามอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น

ด้วยท่านพระอาจารย์มั่นรับนิมนต์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์(อ้วน ติสฺโส) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ หลังจากที่พักอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ๖-๗ คืน ก็ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยมีหลวงปู่เจี๊ยะ ติดตามอุปัฏฐากด้วยความยินดียิ่ง

พอรถไฟถึงกรุงเทพฯ ก็เข้าพักที่วัดบรมนิวาส ตามคำสั่งทางโทรเลขของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ หลวงปู่เจี๊ยะก็จัดแจงที่พัก จัดน้ำใช้ น้ำฉัน น้ำปั่น น้ำสรงให้สมควรและถูกตามอัธยาศัยของท่านหลวงปู่ 

ในระยะที่พักที่นั้นปรากฏว่า มีคนมาถามปัญหากับท่าน และมีผู้นิมนต์ให้รับภัตตาหารที่บ้านมาก

หลวงปู่เจี๊ยะเป็นพระติดตามอุปัฏฐากท่านพระอาจารย์มั่นมาโดยตลอด เมื่อท่านเดินทางมาพักอยู่กรุงเทพฯ มีผู้มาอารธนานิมนต์ให้ไปฉันในบ้านเสมอ แต่ท่านขอผ่านเพราะไม่สะดวกต่อการปฏิบัติต่อสรีระกิจประจำวันหลังจากฉันเสร็จแล้ว

พักอยู่กรุงเทพฯ พอสมควรแก่กาลแล้ว ท่านหลวงปู่มั่นก็เริ่มพาออกเดินทางมาพักโคราช ตามคำอาราธนาของคณะศรัทธาชาวนครราชสีมา โดยพักที่วัดป่าสาละวัน ขณะพักอยู่นั้นก็มีท่านผู้สนใจ มาถามปัญหาหลายราย มีผู้คนเลื่อมใสท่านมาก ท่านเป็นผู้มีธรรมะ เป็นวิหารธรรม ช่างสังเกตพินิจพิจารณา อย่างบางทีปลอดผู้คนตอนพลบค่ำ ท่านเข้าไปทำวัตรปฏิบัติ เมื่อเห็นอะไรก็จะแสดงออกมาสอน เราในแง่แห่งธรรมเสมอ เราก็เซ่อซ่าๆ ซุ่มซ่ามอยู่แล้ว จึงถูกท่านดัดอยู่เป็นประจำ

“ทุกวันท่านต้องมีเรื่องดุเรา เพราะท่านเป็นนักปราชญ์ ส่วนเราเป็นผู้ไปศึกษากับท่านผู้เป็นปราชญ์ใหญ่ จึงถูกท่านโขกสับขับไล่อยู่เรื่อยๆ สำหรับปัญหาธรรมนั้นไม่ว่าท่านไปพักที่ไหน คนมาเรียน ถามมิได้ขาด แต่มิได้จดจำได้ทุกบททุกบาท

หลวงปู่มั่นพักนครราชสีมาพอสมควร แล้วก็พาหลวงปู่เจี๊ยะ ออกเดินทางต่อไปจังหวัดอุดรธานี มาถึงขอนแก่น มีพี่น้องชาวขอนแก่นไปรับท่านที่สถานีคับคั่ง และพร้อมกันอาราธนาท่านให้ลงแวะพักที่ขอนแก่นก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไปอุดรฯ แต่ท่านไม่อาจแวะตามคำนิมนต์ได้ จึงพากันพลาดหวังไปบ้างในโอกาสที่ควรจะได้นั้น

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง 

(ติดตามตอนต่อไป)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,290,036 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
Telecom regulator issues licence warning
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d