Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่ค้าริมหาดแม่รำพึงโวยขายอาหารทะเลไม่ได้จี้รัฐเร่งกำจัดคราบน้ำมัน-เยียวยา

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632226

แม่ค้าริมหาดแม่รำพึงโวยขายอาหารทะเลไม่ได้จี้รัฐเร่งกำจัดคราบน้ำมัน-เยียวยา

วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.30 น.

แม่ค้าริมหาดแม่รำพึง เมืองระยอง โวยกุ้ง หอย ปู ปลาตัวเป็นๆ ที่สั่งมาใกล้จะตายหมดแล้วหลังเกิดคราบน้ำมันทะลักชายหาด ทำให้ไม่มีลูกค้า ไร้นักท่องเที่ยว วอนภาครัฐเร่งกำจัดและควรมีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน หลังจากผลกระทบคราวที่แล้วการจ่ายชดเชยไม่มีมาตรฐาน ร้านค้าเหมือนกัน แต่ได้รับการชดเชยไม่เท่ากัน บางร้านได้หลักแสน บางร้านได้แค่หลักหมื่น 

วันที่ 31 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบร้านอาหารริมหาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง พบว่าบรรยากาศเงียบเหงาตลอดแนวชายหาด เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว แต่ยังมีบางร้านที่ยังเปิดขายอาหารทะเลริมหาดตามปกติ แต่ไม่มีลูกค้าเลย 

จากการสอบถาม น.ส.อัมพร แซ่เหลา อายุ 40 ปี เจ้าของร้านเจ้แมวซีฟู๊ด ริมหาดแม่รำพึง ใกล้กับจุดที่คราบน้ำมันลอยขึ้นมา เปิดเผยด้วยความอัดอั้นพร้อมยกปลัดขิกขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้วยาว 20 นิ้วขึ้นมา พร้อมตะโกนว่า “หลวงพ่อก็ช่วยไม่ได้แล้วคราวนี้” ปูเป็น ปลาเป็น หอยมะระ ที่สั่งมาหลายสิบกิโลกรัมกำลังจะเน่าตายกันหมดแล้ว หลังเกิดเหตุน้ำมันเกยชายหาดแม่รำพึงก็ไม่มีลูกค้าเลย อาหารทะเลสดที่สั่งมาก็ต้องแจกจ่ายพนักงานในร้านกลับไปกินกัน 

ผ่านมา 2 วันปลากระพงขาวตายไปกว่า 20 ตัว ปู กุ้ง หอย ก็ใกล้จะตายหมด ไม่มีน้ำทะเลมาเปลี่ยน เพราะน้ำในทะเลมีแต่น้ำมันกับสารเคมีปนเปื้อน เดือดร้อนขายของไม่ได้ขาดทุนยับแล้ว ต่อจากนี้ไปใครจะรับผิดชอบ เพราะทางนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บอกให้หยุดกินอาหารทะเลในพื้นที่น้ำมันรั่วแล้วจะไปขายให้ใคร วอนทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยา เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายทุกวัน 

เช่นเดียวกับแม่ค้าริมหาดแม่รำพึงอีกหลายรายที่ต่างก็ต้องการความชัดเจนจากทางภาครัฐและทางบริษัทต้นเหตุว่า จะมีมาตรการในเรื่องความช่วยเหลือเยียวยาให้ชัดเจนอย่างไร เพราะผลกระทบครั้งที่แล้วการจ่ายชดเชยไม่มีมาตรฐาน ร้านค้าเหมือนกัน แต่ได้รับการชดเชยไม่เท่ากัน บางร้านได้หลักแสน บางร้านได้แค่หลักหมื่น จึงต้องการให้มีการประกาศการเยียวยาที่ชัดเจนว่าจะชดเชยเท่าไหร่ อย่างไร อย่าปล่อยให้มีการกินค่าหัวคิวบนความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอีกเลย แค่นี้ก็สาหัสแล้ว ไม่รู้ว่าจะนานอีกกี่เดือน กี่ปี จึงจะกลับมาเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศของหาดแม่รำพึงและชายหาดก้นอ่าว ตลอดแนวชายหาด ยังคงไร้เงานักท่องเที่ยว ร้านขายอาหารกว่า 80 เปอร์เซ็นปิดร้าน จนทำให้บรรยากาศกลายเป็นหาดร้าง ยกเว้นบริเวณตรงจุดที่มีการเก็บกู้คราบน้ำมัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘VSC HEMP’เตรียมเปิดตัวโครงการปลูก’กัญชง’มุ่งพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ (คลิป)

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632223

‘VSC HEMP’เตรียมเปิดตัวโครงการปลูก'กัญชง'มุ่งพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.15 น.

ใกล้เต็มที… ในที่สุด “กัญชา” และ “กัญชง” ซึ่งเคยเป็นพืชที่ห้ามปลูก เพราะถือเป็น “ยาเสพติด” ชนิดหนึ่งตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ก็จะได้รับการอนุมัติจากทางการให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เกษตรกรไทยสามารถเลือกที่จะปลูก เพื่อทดแทนพืชเศรษฐกิจตัวเดิมๆ ซึ่งถือว่ากระแส “กัญชา” และ “กัญชง” มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากและอีกไม่นานก็จะมีการปลดล็อคอย่างเสรี ทำให้มีอิสระในการปลูกและผลิตมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีกฎหมายควบคุมไว้

วันนี้ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโครงการ VSC HEMP ที่เริ่มปลูก “กัญชง” ตามกฎหมายกำหนดโดยบริษัท วิสและบุตร (จำกัด) ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ศึกษาพัฒนาต่อยอดสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับเกษตรกรไทยในวันข้างหน้า

นายมนตรี ฉายทองคำ CEO VSC HEMP เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของโครงการ VSC HEMP ที่เริ่มมาปลูก “กัญชง” ให้ทีมข่าวฟังว่า เดิมบริษัทเราทำธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายพลาสติกฟิล์มและชีทประเภท PE (Polyethylene) โดยคัดสรรเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง ผลิตด้วยเครื่องจักรสมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมมาตรฐานให้อยู่ในระดับสากลโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญทำให้เราได้รับการยอมรับจากลูกค้ามายาวนานกว่า 30 ปี ทั้งภาคกลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มเกษตรกรรมสมัยใหม่ ตั้งอยู่ที่นิมคมอุตสหกรรมบางปูใหม่ 112/2-3 ม.12 ถ.บางพลี-กิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนแนวคิดที่มาปลูกกัญชงนั้น เริ่มจากที่ตนเคยเห็นเพื่อนเป็นมะเร็ง เลยศึกษาว่า “กัญชา” สามารถช่วยรักษาได้มะเร็งได้ ซึ่งก็หลายปีมาแล้วจนเพื่อนเสียชีวิตไปแล้ว จนเพิ่งมารู้ว่าถ้าเริ่มตั้งแต่แรกก็สามารถช่วยคนได้เยอะ จนศึกษาเรื่อยๆ พอดีที่ ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร มาคุยกับเราเรื่อง “กัญชง”ทางเราก็สนใจและศึกษาที่สถาบันวิจัยว่าทำอย่างไรที่จะได้สายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา ก็เลยเริ่มศึกษาและเริ่มทำโครงการ “VSC HEMP”

นายมนตรี เล่าให้ฟังอีกว่า ก่อนอื่นเลย “บริษัท วิสและบุตร (จำกัด)” หรือ “VSC” เป็นบริษัทที่ผลิตพลาสติกเกี่ยวกับทางด้านการเกษตรและขายให้กับเกษตรกร ซึ่งระยะหลังๆ เรื่องกัญชากัญชงเริ่มเข้ามาในอาชีพเกษตรมากขึ้น เราจึงเริ่มโครงการ VSC HEMP ขึ้นมา เพราะคิดว่าถ้าจะนำเมล็ดจากต่างประเทศเข้ามาอย่างเดียวเกษตรบ้านเราคงซื้อไม่ไหว เพราะแพงมากจึงเริ่มคิดสายพันธุ์ใหม่ที่ความเข้มข้นของสาร CBD เข้ามา 4 สายพันธุ์ดังนี้

“1.Red Robin (เรด โรบิน) 2.Super woman (ซุปเปอร์วูเมน) 3.Rosella (โรเซลลา) และ 4.Auto magik (ออโต้เมจิค) ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ที่เราปลูกต้นจะไม่สูงมากประมาณ 3-4 เมตร และจะนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นสายพันธุ์ของ “VSC” เองหรือสายพันธุ์ของไทยที่ให้ค่าสารสกัด CBD สูงในราคาที่เข้าถึงได้ ส่วนเรื่องการสกัด VSC Hemp จะนำส่งบริษัทฯ ภายนอก” นายมนตรี กล่าว

นายมนตรี บอกด้วยว่า ทั้ง 4 สายพันธุ์เรานำเข้ามาสหรัฐฯอย่างละ 200 เม็ด ตกราคาเม็ดละราคาประมาณ 500-600 บาท หากจะนำไปผลิตและขยายพันธุ์เองจะต้องได้รับใบรับรองและต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนก่อนถึงจะสามารถนำไปขายต่อได้และสามารถช่วยลดต้นทุนจากการนำเข้าได้ ซึ่งหากประเทศไทยเปิดเป็นเสรีใครต้องการเมล็ดพันธุ์ที่ดีสามารถมาติดต่อกับเราได้ เพราะราคาจับต้องได้ และเป็นสายพันธุ์ของคนไทยเอง ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลกำหนดมาว่าต่อไปอีก 5 ปีเราจะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ที่มาจากประเทศไทย

“สำหรับโครงการ VSC HEMP เราได้เริ่มปลูกต้นแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย เวลาจะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตทั้งหมด แต่สำหรับกัญชง ต้องสร้างโรงเรือนอะไรให้เรียบร้อยเสียก่อนจากนั้นจึงค่อยมาขออนุญาตจนในที่สุดก็ได้ใบอนุญาตมา โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือนในการขออนุญาต ซึ่งทางเราได้ขออนุญาตปลูกไว้ 600 ต้น และต้องขออนุญาตขอปลูกใหม่เป็นรอบๆ โดยใช้งบประมาณต่อ 1 โรงเรือนประมาณ 6 ล้านบาท โครงการนี้เราลงทุนไปแล้ว 20 ล้านบาท ซึ่งจะต้องขออนุญาตปีต่อปี” นายมนตรี กล่าว

พร้อมกับบอกอีกว่า โครงการนี้เราเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตอนนี้มีที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้จะทำให้เราได้ทราบว่าปลูกในพื้นที่ที่ต่างกันคุณภาพจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้เราได้พัฒนาสายพันธุ์ของเราไปด้วย สำหรับโครงการ VSC HEMP ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่เริ่มปลูกต้นแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้จะมีการเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มีนาคม 2565 นี้ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการ VSC HEMP ในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่การปลูกอีกหลายโครงการภายใต้บริษัท VSC HEMP   

“ระยะเวลาในการปลูกรวมถึงการเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 4-4 เดือนครึ่ง สำหรับ “ราก” สามารถนำไปใช้เป็นสมุนไพรในการทำยาได้ “ต้น” สามารถนำไปใช้ในการทำเส้นใย อาทิ เสื้อผ้า, อิฐบล็อก, วัสดุเกี่ยวกับรถยนต์ เป็นต้นได้ “ใบ” สามารถนำไปปรุงอาหารเมนูต่างๆ และสามารถนำไปผลิตเป็นชาไว้ดื่มกับนน้ำร้อนได้ ส่วน “ดอก” ทำน้ำมัน CBD อาทิ นำไปทำเครื่องสำอาง, พลาสเตอร์แปะแผล เป็นต้น สำหรับ “เมล็ด” เอาไปบีบสกัดเป็นน้ำมันได้ เรียกว่ากัญชงทั้งต้นตั้งแต่รากไปจนถึงเมล็ดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายนอกจากที่เอ่ยมา” นายมนตรี กล่าว

น.ส.ศิวพร โชติกพนิช ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บุตรสาวของนายวีรพัฒน์ โชติกพนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิสและบุตร จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโครงการ VSC HEMP เรามีผลิตภัณฑ์ที่อยากต่อยอดไป คือ เครื่องสำอาง เป็นในส่วนของความงาม เพราะว่าสารสกัดจาก “กัญชง” สามารถแก้เรื่องการอักเสบได้ และสามารถบำรุงผิวได้ดี เพราะฉะนั้นสินค้าที่เราจะพัฒนาต่อไปจะเป็นในส่วนของตัวบำรุงต่างๆ อาทิ ครีม , เซรั่ม เป็นต้น และในส่วนของผลิตภัณฑ์การมาส์กหน้าที่ทำจากสารสกัด CBD สูง และนอกจากนั้น “กัญชง” สามารถช่วยในการลดการอักเสบ เราจำผลิตเป็น “พลาสเตอร์” ในการรักษาแผล ถ้ามีผลตอบรับที่ดีเราจะพัฒนาต่อยอดในส่วนของคอร์ดเมติก และพัฒนาในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ

“คิดว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจะตอบโจทย์สำหรับผู้หญิงได้ดี เพราะผู้หญิงดูแลตัวแลมากขึ้น เพราะฉะนั้นคิกว่าตัวกัญชงมีประสิทธิภาพในการตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี จึงคิดว่าน่าจะได้ผลตอบรับที่ดีในตลาด” น.ส.ศิวพร กล่าว

ขณะที่นายสดุดี ขวัญชัย ผู้ดูแลโครงการ กล่าวว่า โครงการ VSC HEMP สายพันธุ์จะพัฒนามาจากต่างประเทศ จะปลูกด้วยเมล็ดทั้งหมด ลักษณะใบก็จะไม่เหมือนของไทย โดยที่โครงการจะมีลักษณะใบที่กลมกว่า อย่างไรก็ตาม โครงการ VSC HEMP เกิดขึ้นมาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารของ บริษัท VSC ซึ่งมาความสนใจในการทำธุรกิจแบบนี้อยู่แล้ว สิ่งแรกที่เริ่มทำ คือ การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทำ MOU ร่วมกันในการพัฒนาสายพันธุ์

แต่ในกรอบแรกได้สร้างโรงเรือนตัวอย่างขึ้นมาทั้งระบบ เพราะปัจจุบัน “กัญชง” ที่ประเทศไทย คือ สายพันธุ์ “อาร์พีเอฟ”(RPF) ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวสพ.ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่จะให้ชาติพันธุ์ปลูก เพื่อเอาเส้นใยมาทำเครื่องนุ่งห่ม พอมีช่องทางทางกฎหมายเปิดโอกาสให้หน่วยงานเอกชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อที่จะทำเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ ที่จะเอาไว้เก็บช่อดอก เพื่อจะเก็บสาร CBD โดยเฉพาะได้ ตรงนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ VSC HEMP และเริ่มปลูกขึ้นมาเพื่อสอนการปลูกให้เข้าใจพืช จริงๆ “กัญชง-กัญชา” มีเทคนิคการปลูกที่เหมือนกัน แต่ที่โครงการ VSC HEMP นั้น ปลูกแต่เฉพาะ “กัญชง”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้ง!ไฟไม่ไหม้ ‘หลวงพ่อเคลือบ’วาจาสิทธิ์ เพลิงเผาบ้านตายายกลางดึกวอดทั้งหลัง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632218

อึ้ง!ไฟไม่ไหม้ 'หลวงพ่อเคลือบ'วาจาสิทธิ์ เพลิงเผาบ้านตายายกลางดึกวอดทั้งหลัง

วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.44 น.

เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 30 ม.ค.65 ที่ผ่านมา กู้ภัยอุทัยธานีจุดลานสักได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีไฟไหม้บ้านตา ยาย ที่บ้านประสานสุข เลขที่ 309 หมู่ 11 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมรถน้ำ อบต.ลานสัก และแขวงการทางลานสัก จำนวน 3 คัน ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้สังกะสี เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำจนเพลิงสงบโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที ระหว่างนั้นชาวบ้านที่มาช่วยดับเพลิงได้มองไปเห็น รูปเหมือนหลวงพ่อเคลือบ วาจาสิทธิ์ วัดหนองกระดี่นอก ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ที่อยู่ในกองไฟ จากการตรวจพบว่าไฟไม่ไหม้ ทำเอาชาวบ้านต่างยกมือไหว้หลวงพ่อเคลือบ เพราะเชื่อในบารมี เนื่องจากหลวงพ่อเคลือบเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน

ทราบต่อมาว่าเจ้าของบ้านคือนางทองคำ ชาวนายก อายุ 69 ปี และนายสมนึก บัวอ่อน อายุ 73 ปีสองคนเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย พร้อมกับได้พาไปหลบอยู่ที่บ้านญาติใกล้เคียงเพื่อป้องกันควันไฟที่กำลังอบอวนไหม้อยู่หวั่นได้รับอันตรายจากควันไฟ ระหว่างเข้าช่วยเหลือคุณยาย ที่กำลังร้องไห้ไฟไหม้บ้านหมด เจ้าหน้าที่ต้องเข้าปลอบใจ บอกเดี๋ยวหาบ้านใหม่ให้จนคุณยายสบายใจลง

จากการสอบถามนายวีรวัฒน์ เนืองนุช อายุ 32 ปี ชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลือและเห็นกลุ่มไฟขึ้นภายในบ้านทราบว่า ตอนที่เกิดไฟนั้นช่วงแรกไฟยังไม่แรงมาก ตนเดียวคงช่วยไม่ไหวหวั่นตายายได้รับอันตราย จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ให้มายังที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นไฟก็ไหม้แรงมากขึ้นพร้อมกับมีลมแรงจนทำให้บ้านของตายายวอดไปทั้งหลัง

ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ เนื่องจากการตรวจสอบอยู่ท่ามกลางความมืด อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้งว่าสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากสาเหตุอะไร พร้อมกับมีการช่วยเหลือคุณตาคุณยายเป็นการเบื้องต้น

จากการตรวจสอบความเสียหายภายในบ้าน พบรถจักรยานยนต์ รถทำการเกษตร ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า เครื่องครัว ของอุปโภคบริโภคทุกชนิด และยังประเมินความเสียหายไม่ได้ แต่ที่อัศจรรย์คือ รูปเหมือนหลวงพ่อเคลือบ ไม่ได้ถูกไฟไหม้แต่อย่างใด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ว! ถนนคนเดิน ‘อ่าวมะขามป้อม’ รับลมชิมอาหารสดๆจากทะเล

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632175

เปิดแล้ว! ถนนคนเดิน 'อ่าวมะขามป้อม' รับลมชิมอาหารสดๆจากทะเล

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 20.43 น.

30 ม.ค.65 นายเฉลิมชัย สุวรรณรัตน์ รองอธิบดีกรมประมงได้เดินทางมายังสะพานท่าเทียบเรือบ้านอ่าวมะขามป้อม ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยองร่วมเปิดงานถนนซีฟู้ดริมทะเลบ้านอ่าวมะขามป้อม โดยมีนายนิกร ไตรพงษ์ กำนันตำบลกร่ำ นายโสธร อนุเคราะห์ นายก สมาคมประมงตำบลกร่ำ และคณะให้การต้อนรับ 

นายนิกร ไตรพงษ์ นายกสมาคมประมงตำบลบ้านกร่ำ ได้กล่าวว่าสำหรับ ถนนคนเดิน เป็นการเปิดให้ขายอาหาร ประเภทอาหารทะเลสดๆ เพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาย่อมเยาว์ มีอาหารทะเลให้เลือกหลาก ไม่ว่าจะเป็น ปลากระพงเผา หอยแมลงภู่ยำโบราณ ห่อหมกทะเล ปูม้าสดๆ  ยำไข่หอยเม่น ปลาหมึกสดเสิร์ฟในถ้วย และอึกหลากหลาย โดยมีการจัดที่นั่งในรูปแบบญี่ปุ่น ปูเสื่อนั่งริมทะเล 

โดยจะเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 17.30 น ถึง 22.00 น.ของทุกวัน เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันได้. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โผล่อีก! หนุ่มกร่างใส่ ตร. อ้างเป็นทหารอากาศ เมาขับเก๋งชนเสาไฟฟ้า

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632109

โผล่อีก! หนุ่มกร่างใส่ ตร. อ้างเป็นทหารอากาศ เมาขับเก๋งชนเสาไฟฟ้า

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.10 น.

30 ม.ค.65 เพจเฟสบุ๊คชื่อ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2” ได้โพสต์ข้อความชายแอบอ้างเป็นทหารอากาศเมาแล้วขับ เบ่งใส่ จนท.ตร. ใช่กำลังพลของ ทอ.ไหม  พอดีรับแจ้งว่ามีชายรรับราชการทหารอากาศเมาแล้วขับรถพุ่งชนเสาไฟแล้วไปพุ่งร้านอาหารริมทางต่อ ลักษณะเมาโวยวายตามคลิปเลยครับ เบ่งน่าดู กร่างไปทั่ว อวดเบ่งตัวเองเป็นทหารอากาศ ใส่เสื้อทหารอากาศเบ่งใส่ร้อยเวร -เหตุวันนี้ประมาณ 16.00น.หน้าสภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี -มีการขู่ว่าจะย้าย จนท.อาสา ทั้งๆที่ จนท.อาสาจะไปช่วยทำแผลให้ หลังทราบเรื่องจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ด้านริมถนนรังสิต-นครนายกขาออกคลอง6 ก่อนถึงทางเข้าสภ.ธัญบุรี เล็กน้อยเช้าวันนี้พบช่างของเครือข่ายโทรศัพท์เข้ามาทำการซ่อมแซมแก้ไขในส่วนของสายที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนรี้มีเสาไฟฟ้าหักโค่งจำนวน2ต้น บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย1หลัง ระบบประปาไฟฟ้าชำรุดอยู่ระหว่างซ่อมแซมแก้ไขและยังพบเศษซากสิ่งปรักหักพังกองอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ

นางนิตินันท์  บุญประไพร อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 26/3 ม.4 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 29 มกราคม2565 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะเกิดเหตุตนเองอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงรถชนโครมใหญ่จึงวิ่งออกมาดูก็พบว่ามีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเสียหลักชนเสาไฟฟ้าและบ้านตนเองได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ขับขี่เป็นชาย1คน โดยบอกว่ามีรถยนต์ปาดหน้ารถตนเองทำให้รถเสียหลัดเกิดอุบัติเหตุซึ่งผู้ขับขี่บอกว่ากำลังขับรถกลับบ้านที่เขต อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยคู่กรณีบอกว่ารับผิดชอบทุกอย่างและจะนัดเข้ามาดูความเสียหายและเจรจรค่าใช้จ่ายส่วนที่เสียหาย โชคยังดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนบ้านตนเองตัวบ้านได้รบความเสียหายผิดรูปเล็กน้อยทำให้ประตูบ้านปิดยาก ระเบียงบ้านเสียหาย ไฟฟ้าประปาชำรุด ส่วนผู้ขับขี่ก็มีอาการมึนๆบ้าง ไม่ได้โวยวายแต่พูดเยอะและบอกว่าเป็นทหารอากาศส่วนเกษียณหรือยังตนเองไม่ทราบ เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุต้องตระหนกตกใจ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการพูดคุยเรื่องค่าเสียหายกัน

ด้านร.ต.ท.เกรียงไกร เสวตสมบรูณ์ รองสว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า วานนี้หลังรับแจ้งอุบัติเหตุได้เดินทางมาที่เกิดเหตุบันทึกภาพเป็นหลักฐานและตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ยานพาหนะวัดค่าได้202 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลในข้อหา ขับขี่รถในขณะเมาสุรา,ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย เบื้องต้นมีการประกันตัวไป10,000บาท

พ.ต.อ.สมศักดิ์ นิเต็ม ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้รายงานเหตุมาตั้งแต่วานนี้กรณีมีรถยนต์ชนบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ขับขี่ยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่กรณีผู้ขับขี่เป็นทหารหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บรรจุพระอัฐิ’เสด็จเตี่ย’ องค์บิดาทหารเรือไทย พร้อมให้ประชาชนสักการะขอพร

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632087

บรรจุพระอัฐิ'เสด็จเตี่ย' องค์บิดาทหารเรือไทย พร้อมให้ประชาชนสักการะขอพร

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.19 น.

30 มกราคม 2565 ที่พระตำหนัก พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และสวนสมุนไพรหมอพร ฐานทัพเรือสัตหีบ ต.พลูตาหลวง  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์ จิยากร (อาภากร) เสสะเวช ประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร มาเป็นประธานในพิธีบรรจุ บรรจุพระ อัฐิ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ใต้แท่นประดิษฐาน โดยมี ผู้บังคับบัญชา หน่วยงานกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม ในพิธี  

ด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงมีพระกรุณธิคุณต่อประเทศชาติไทย ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่กองทัพเรือไทยให้มีความทันสมัย เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศจนถึงปัจจุบัน จนได้รับการถวายพระนามเป็น”องค์บิดาของทหารเรือไทย” ซึ่งเหล่าทหารเรือให้ความเคารพนับถือพระองค์ท่านเป็นเสมือนบิดาโดยเรียกขานพระนามว่า “เสด็จเตี่ย”  

สำหรับประชาชนทั่วไปต่างให้ความเคารพนับถือพระองค์ท่านเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีผู้ศรัทธาก่อสร้างศาล และพระอนุสาวรีย์เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อถวายความเคารพ และเป็นพลังใจให้ประชาชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนถึง 350 กว่าแห่ง นับเป็นบุคคลที่มีศาล และพระอนุสาวรีย์มากที่สุดในประเทศไทย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขายดิบขายดี! แห่สั่งจอง’ปลาอบโอ่ง’ ไหว้เจ้าเทศกาลตรุษจีน แทนเนื้อหมูราคาแพง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632077

ขายดิบขายดี! แห่สั่งจอง'ปลาอบโอ่ง' ไหว้เจ้าเทศกาลตรุษจีน แทนเนื้อหมูราคาแพง

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

30 มกราคม 2565 ที่ จ.อุทัยธานี นายมนตรี พลบุตรอายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 475/3 ม.1 ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เจ้าของร้านซ่อมคอมพิวเตอร์และบริการอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ในเขตเทศบาล ต.ทัพทัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องปิดกิจการลงชั่วคราว ได้เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมกับเพื่อนๆ ที่เป็นนายธนาคาร และเป็นพยาบาล ที่เรียนมาด้วยกัน ได้มานั่งพูดคุยกัน ว่าช่วงนี้จะหางานอะไรมาทำกันดีเพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวทีมีผลกระทบ ตนเองจึงเสนอปลาอบโอ่งและเป็นเจ้าแรกของอำเภอทัพทัน ทุกคนจึงตกลงทำปลาอบโอ่ง โดยได้ลงทุน 3 หุ้น

โดยได้หันมาเปิดขายปลาอบโอ่ง ที่บริเวณหน้าร้านแทน บริเวณหลัก กม.ที่1-2 ถนนสายทัพทัน-หนองฉาง เยื้องทางเข้า รพ.ทัพทัน ในเขตเทศบาล ต.ทัพทัน โดยถือเป็นปลาอบโอ่งเจ้าแรกของ อ.ทัพทัน ซึ่งเปิดขายมาตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา ในทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ของสัปดาห์ ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 12.00 -20.00 น. เพื่อหารายได้มาจุนเจอครอบครัว นายมนตรี กล่าวและว่า

สำหรับปลาที่นำมาทำปลาอบโอ่งนั้น มีทั้งปลาทับทิมและปลานิล ซึ่งเป็นปลากระชังที่เลี้ยงในลุ่มน้ำเจ้าพระยา แถบ ต.เกาะเทโพ อ.เมืองอุทัยธานี มีขนาดตัวตั้งแต่ 0.9 กก-1.2 กก. เป็นปลาสดๆ จึงทำให้มีรสชาติที่หวานและอ่อนนุ่ม เป็นที่ถูกปากของลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง


  
โดยจะนำปลาที่ได้มา ล้างทำความสะอาดผ่าท้องนำเครื่องในออกใส่พืชสมุนไพร มีทั้งตะไคร้และใบมะกรูด ยัดเข้าที่ท้องของปลา เพื่อดับกลิ่นคาวและทำให้มีกลิ่นหอมของพืชสมุนไพรและทาด้วยเกลือป่นผสมแป้งข้าวโพด บนตัวปลา เพื่อให้ปลาเนื้อกรอบ

จากนั้น นำไปอบในโอ่ง ที่มีเตาถ่านอยู่ภายใน พร้อมกับปิดฝา เพื่อให้ความร้อนกระจายอย่างทั่วถึง โดยใช้ความร้อนที่พอดี ไม่ร้อนจนเกินไป และแต่ละครั้งจะอบปลาได้ 8 ตัวด้วยกัน ใช้เวลาอบนาน  45 นาที จึงจอสุกกำลังรับประทาน จึงนำขึ้นมาเอาเกลือที่ติดกับปลาออก ใช้กรรไกรตัดเปิดหนังปลาออก เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทาน โดยจะมีพืชผัก อาทิ ผักกาดหอม ผักกาดขาว ผักชี ผักชีฝรั่ง และหมี่ลวก เป็นเครื่องเคียง รับประทานพร้อมกับปลาอบโอ่ง ทำให้ได้รสชาติที่ดี ส่วนน้ำจิ้มจะปรุงด้วยสูตรของตนเอง มีทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดและและน้ำจิ้มถั่วตัด แต่ละสูตรล้วนแล้วแต่มีรสชาติจัดจ้าน อร่อยถูกปาก

ส่วนการจำหน่ายจะจำหน่ายเป็นชุดประกอบด้วยปลาอบโอ่ง 1 ตัว เครื่องเคียงพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด มีราคาขายตั้งแต่ชุดละ 130-170 บาท หากในช่วงเทศกาลจะขายดีเป็นพิเศษ โดยในห้วงปีใหม่ที่ผ่านมาสามารถขายได้วันละ 60-70 ตัวเลยทีเดียว ส่วนวันปกติปริมาณการขายจะลดลงเหลือวันละ 20-30 ตัว เท่านั้น แต่ก็มีความพึงพอใจ ทำให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

“คุยกันเล่นๆกับเพื่อนๆ ว่าเราจะหารายได้อย่างไรดี หลังจากปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ทำให้ขาดรายได้ จึงเริ่มต้นศึกษาเรียนรู้ในยูทูป สุดท้ายคิดได้ว่า ทำปลาอบโอ่ง น่าจะดีที่สุด เพราะในพื้นที่ อ.ทัพทัน ยังไม่มีใครทำขาย น่าจะเป็นเจ้าแรกด้วย ด้วยซ้ำไป ประกอบกับที่ผ่านมาได้ยินแต่ ไก่อบโอ่งหรือหมูอบโอ่ง เท่านั้น จึงตัดสินใจขายปลาอบโอ่ง ร่วมกับเพื่อนๆ 3 คน ด้วยกัน ผลตอบรับดีมาก สุดปัง” 

สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ ปรากฏว่ามีชาวบ้านร้านตลาด ในเขตเทศบาล ต.ทัพทัน มาสั่งจองปลาอบโอ่ง ล่วงหน้าแล้วหลายสิบราย เพื่อนำไปไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตราจีน แทนเนื้อสุกร ที่มาราคาแพง 

ด้าน น.ส.รัตนาภรณ์ หาญวิไล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 ม.1 ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า เนื้อหมูที่แพง ทำให้ต้องหันมาสั่งจองปลาอบโอ่ง ที่ร้านแห่งนี้ จำนวน 2 ตัว เพื่อนำไปไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีน แทนเนื้อสุกรที่มีราคาแพง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสริมมงคล! ขนมตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทำเตรียมไว้ ‘เซ่นไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ’

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632075

เสริมมงคล! ขนมตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทำเตรียมไว้ 'เซ่นไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ'

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.53 น.

30 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีชาวไทยเชื้อสายจีน ในพื้นที่ จ.พะเยา ได้ทำขนมเข่งเตรียมเซ่นไหว้เจ้า และบรรพบุรุษเนื่องในเทศกาลตรุษจีน วันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.65) กันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน  หรือชาวจีน ที่อยู่ในประเทศไทย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ก็จะมีพิธีเซ่นไหว้ด้วยขนมเข่ง จึงพากันทำ ขนมเข่งเซ่นไหว้ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน

นางวรรณา (เจ้ณา) บุญแสนไชย , นางปราณี ยินดี ซึ่งเป็นลูกหลานชาวไทยเชื้อสายชาวจีนในเขตพื้นที่บ้านแม่ต๋ำ เมืองชุมตำบลแม่ต๋ำอำเภอเมืองจังหวัดพะเยาพร้อมด้วยเพื่อนญาติสนิท มิตรสหายชาวไทยเชื้อสายจีนได้ร่วมกันทำขนมเข่ง เพื่อเตรียมเซ่นไหว้เจ้าบรรพบุรุษ เนื่องในเทศกาลตรุษจีนวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.65) ซึ่งในขณะเดียวกันก็ได้มีการ แม่บ้านชาวไทยได้ทำ ขนมไทยหรือขนมเทียน  เตรียมไว้ขายด้วยเพื่อนำไปเซ่นไหว้ร่วมกับเทศกาลตรุษจีนนี้ สำหรับบรรยากาศการทำขนมเข่งของชาวไทยเชื้อสายจีนของบ้านแต่ละหลังคาเรือนก็จะทำขนมเข่งกันในวันนี้เพื่อเตรียมไว้ไหว้เจ้า และบรรพบุรุษในวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.65) กันทุกครอบครัว. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บรรยากาศทั่วไทย! วันจ่ายซื้อของตรุษจีน เตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษพรุ่งนี้

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632074

บรรยากาศทั่วไทย! วันจ่ายซื้อของตรุษจีน เตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษพรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.53 น.

วันจ่ายตรุษจีนคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสงขลาออกมาจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้พระและบรรพบุรุษ  เพื่อเตรียมไหว้ในวันพรุ่งนี้ โดยจะซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนำไปเซ่นไหว้เท่านั้น เนื่องจากเจอสภาพเศรษฐกิจ สำหรับราคาเครื่องเซ่นไหว้ในวันนี้ มีการปรับราคาขึ้นบางชนิด  

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 30 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีนปี 2565 ที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้เพื่อเตรียมไหว้พระและบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนในวันพรุ่งนี้กันอย่างคึกคัก โดยในการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ในปีนี้ชาวไทยเชื้อสายจีนจะซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนำไปเซ่นไหว้เท่านั้น เนื่องจากเจอสภาพเศรษฐกิจและราคาสิ่งของเซ่นไหว้มีการปรับราคาขึ้น บางชนิด โดยราคาไก่ ซึ่งเป็นตัวหลักในการไหว้พระและบรรพบุรุษ ยังคงขายดีปีนี้ราคาไก่ปรับสูงขึ้น ไก่พื้นเมืองไหว้เจ้า กก.ละ  170  บาท ไก่เนื้อไหว้เจ้า กก.ละ  85 บาท ส่วนหมูสามชั้นปรับขึ้นเป็น กก.ละ 220 บาท เนื้อแดง กก.ละ 170 บาท หัวหมูไหว้เจ้าที่ต้มสุกแล้วจะบวกค่าต้ม 50 บาท ราคาหัวแต่ละหัวขึ้นอยู่กับน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่หัวละ 650 บาท  

ในส่วนของผักที่ใช้ในการทำอาหารประเภทผัดและใช้มาก ได้แก่ หัวไชเท้า กิโลกรัมละ 25 บาทผักกาดขาวกิโลกรัมละ 50 บาท ผักกึ้นฉ่าย กิโลกรัมละ 80 บาท ต้นหอมผักชี กิโลกรัมละ 100 บาทและผักกวางตุ้งกิโลกรัมละ 25 บาท ขณะนี้มีหน่อไม้จีน กก.ละ 220 บาทขีดละ 25 บาท ส่วนผักอื่นยังราคาปกติ  

สำหรับผลไม้ที่จำเป็นต้องใช้ในการไหว้พระในช่วงตรุษจีน ปรับราคาสูงขึ้นบางชนิด ส้มโชกุน ซึ่งในวันนี้ราคา กก.ละ  บาท กล้วยหอม ก.ก.ละ 35 บาท องุ่นไม่มีเมล็ด กก.ละ 200 บาท แอปเปิ้ลลูกใหญ่ ใบละ 35 บาท 

นอกจากนี้ยังมีขนมเข่ง ขนมเทียน ซึ่งเป็นขนมที่ใช้ไหว้เจ้าช่วงตรุษจีนก็อยู่ในราคาปรกติ โดยขนมเข่งราคา กก.ละ 100 บาท ขนมเทียนลูกละ 5 บาท ราคาเท่ากับปีที่ผ่านมา

ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาหาซื้อเครื่องประดับบ้าน และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้าในวันตรุษจีนกันอย่างคึกคัก ด้าน “ร้านบุญมาพานิช” เผยปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีประชาชนซื้อสิ่งของแบบประหยัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ทางร้านไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด  

บรรยากาศก่อนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาหาซื้อเครื่องประดับบ้าน และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้าในวันตรุษจีนกันอย่างคึกคัก เช่น ที่ร้านบุญมาพานิช ในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องประดับ และสิ่งของประกอบการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวไทยเชื้อสายจีนได้ออกมาเลือกซื้อสิ่งของประกอบการไหว้เจ้า และเครื่องประดับบ้าน เพื่อเตรียมนำมาประดับตกแต่งบ้าน และไหว้พระกับบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง

ในขณะเดียวกัน ทางร้านได้ทำการตกแต่งร้านเพื่อเตรียมรับเทศกาลตรุษจีนอย่างสวยงาม เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และดึงดูดลูกค้า พร้อมกับสินค้ามงคลในวันตรุษจีนหลากหลายรูปแบบ ทั้งโคมไฟ โคมประทัด โคมรูปปลา และเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนับถือไว้บริการลูกค้าที่ซื้อไปประดับไว้ที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และครอบครัวจะได้มีโชคมีลาภในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน

นายธนพงศ์ ชัยหิรัญวงศ์ เจ้าของร้านบุญมาพานิช กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ได้สั่งเครื่องประดับบ้านที่เป็นของมงคลเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งพวกปลา โคมไฟ โดยสั่งของมาจากกรุงเทพฯ ไม่ได้สั่งมาจากเมืองจีน เพราะถูกกว่า แต่ช่วงตรุษจีนปีนี้ลูกค้าน้อยลง และยอดขายตกกว่าปีที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ส่วนราคาสินค้ายังคงเดิม ทั้งนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนใน จ.สงขลา ยังคงสืบทอดประเพณีจากบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีน 

บรรยากาศวันจ่ายตามตลาดสดในตัวเมืองพิษณุโลกคึกคัก ประชาชนออกมาซื้อของสด ขนม เครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก แม้สินค้าบางชนิดโดยเฉพาะหมูจะปรับตัวสูงขึ้น

30 มกราคม 2565 บรรยากาศตามตลาดสดในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกวันนี้คึกคักหนาแน่นไปด้วยประชาชนมาจับจ่ายซื้อของหนาตาตั้งแต่เช้า วันนี้เป็นวันจ่าย ตรุษจีนปี 2565 ที่ตลาดสดเทศบาล 1 หรือ ตลาดใต้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันนี้หนาแน่นเป็นพิเศษ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าอาหารสด ผลไม้ ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมปุยฝ้าย ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ มาขายจำนวนมาก และชาวไทยเชื้อสายจีนก็นิยมมาเลือกซื้อสินค้าในวันนี้ แม้ว่าปีนี้ สินค้าหลายชนิดต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะหมู แต่การซื้อขายก็ยังดีกว่าวันปกติมาก 

ที่ตลาดสดเทศบาล 4 หรือ ตลาดโคกมะตูม ร้านโตบริการ ร้านจำหน่ายหัวหมู ไก่ต้ม เป็ดพะโล้ รายใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก ก็ได้เตรียมสินค้าจำหน่ายให้ลูกค้าใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่แล้ว ปีนี้ได้รับผลกระทบจากราคาหมูที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทางร้านก็ได้ปรับราคาขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังวได้รับความนิยมจากชาวพิษณุโลกมาสั่งซื้อหนาแน่นเช่นเคย โดยทางร้านเปิดสั่งจองล่วงหน้า และเตรียมบัตรคิวไว้ให้ลูกค้า ลูกค้าจะหนาตามาก ๆ ในช่วงบ่ายและเย็นวันนี้ ต่อเนื่องถึงเช่าวันตรุษจีน

ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เนื้อสุกร เนื้อไก่ ไข่ไก่ ตลอดจนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลตรุษจีน ห้างสรรพสินค้า ตลาดสดในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่าย ราคาสินค้า และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค พบว่า สถานการณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าเตรียมสำหรับเทศกาลตรุษจีน หมู เป็ด ไก่ ผลไม้  กระดาษเงินกระดาษทอง ชุดเซ่นไหว้ เริ่มมีผู้บริโภคชาวไทยเชื้อสายจีนเริ่มทยอยจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้าตามความเชื่ออย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้ หมูสามชั้นช่วงสำหรับไหว้ ราคากก.ละ 232 บาท ไก่สดตัวไม่รวมเครื่องในราคากก.ละ 65  บาท ไข่ไก่ #0 ราคาฟองละ 4.2 แผงละ 126 บาท ไข่ไก่ #1  ราคาฟองละ  4.0 แผงละ 120 บาท ไข่ไก่ #2 ราคาฟองละ 3.5  แผงละ 105 บาท ไข่ไก่ #3  ราคาฟองละ 3.0 แผงละ 90 บาท ไข่ไก่ #4  ราคาฟองละ 2.8  แผงละ 84 บาท ชุดเซ่นไหว้ ซาแซ หมู เป็ด ไก่ ราคาชุดดละ 799 บาท  ชุดเซ่นไหว้กระดาษเงิน กระดาษทอง ราคา 199-299 บาท ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าให้ความร่วมมือจัดส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลตรุษจีนโดยจำหน่ายหมู” ตรึงราคา เพื่อประชาชนราคา ตามที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือ ดังนี้ หัวไหล่หมู กก. ละ 174 บ. สะโพกหมู กก. ละ 175 บ. อกไก่ กก. ละ 75 บาท สะโพกไก่ กก.ละ 64 บ.   

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าครบถ้วน ชัดเจน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 61 พ.ศ. 2564 เรื่อง การแสดงราคาจำหน่ายสินค้าและค่าบริการ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เนื้อหมู ไก่ ไข่ไก่ และผักสด ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ปริมาณมีพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

บรรยากาศวันจ่าย ในเทศกาลตรุษจีนชายแดนใต้ ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกอมาจับจ่ายซื้ออาหารสด และผลไม้มงคล เครื่องเซ่นไหว้กันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคักมากนัก ทำให้ยอดขายในปีนี้ไม่ดีเท่าช่วงเทศกาลตรุษจีนปีที่ผ่านๆ มา

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.65 บรรยากาศวันจ่าย ในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกมาจับจ่ายซื้ออาหารสด และผลไม้มงคล เครื่องเซ่นไหว้กันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคัก ทำให้ยอดขายในปีนี้ไม่ดี เท่าช่วงเทศกาลตรุษจีนปีที่ผ่านมาโดยวันนี้ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง ตามแผงผัก ผลไม้ และร้านขนมมงคล  เครื่องเซ่นไหว้บูชา ซึ่งในวันนี้เป็นวันจ่ายในเทศกาลตรุษจีนพบว่าบรรยากาศการจับจ่ายซื้อขายเครื่องเซ่น ไหว้ต่าง ๆ เช่น เครื่องเซ่นไหว้กงเต๊ก  กระดาษเงิน กระดาษทอง เงิน ทอง อาหารแห้ง หมู ไก่ ผัก ผลไม้ ที่จะนำไปเซ่นไหว้ให้กับบรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีลูกค้าบางตากว่าปีที่ผ่านมา

เจ้าของ ร้านขายขนมมงคล ในเขตเทศบาลเมืองเบตง บอกว่า ก่อนวันตรุษจีนปีนี้ ได้สั่งซื้อสินค้าขนมมงคลที่สำหรับการเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจีนมาจำหน่ายลดลง สาเหตุมาจากความไม่มั่นใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาด ประกอบกับประชาชนได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มากว่า 2 ปีทำให้ ขาดสภาพคล่อง ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ รายได้ก็ลดลง  ส่งผลให้การจำหน่ายซื้อของเครื่องเซ่นไหว้ของแต่ละครอบครัวลดลง โดยจะเลือกซื้อสิ่งของที่จำเป็นและที่ใช้สำหรับพิธีไหว้เจ้า และบรรพบุรุษเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยพบว่าสินค้าบางประเภท ราคาปรับเพิ่มขึ้น เช่นเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง ปรับขึ้น 5 บาท ส่วนสิ้นค้าอื่นๆ ราคาคงเดิม

ขณะที่พ่อค้าผลไม้ บอกว่า ตนเองไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่นัก เนื่องจากผลไม้ที่นำมาขายเป็นพวกส้ม องุ่น แก้วมังกร  ซึ่งช่วงนี้พอขายได้และขายราคาไม่แพงเพราะเข้าใจถึงเศรษฐกิจในช่วงนี้ดี เลยไม่ปรับขึ้น ยังคงขายราคาเดิมเพื่อที่จะให้ประชาชนได้เซ่นไหว้บรรพบุรุษในวันตรุษจีน ส่วนราคาผลไม้มงคลที่ใช้สำหรับการไหว้ในวันตรุษจีนโดยเฉพาะผลไม้มงคล 5 อย่างที่ขาดไม่ได้ เช่น กล้วยหอมหวีละ 80 บาท ส้มโชกุนเบตง กิโลกรัมละ 60 บาท ส้มสายน้ำผึ้งกิโลกรัมละ 60 บาท ส้มแมนดาริน กิโลกรัมละ 120 – 130 บาท แอปเปิ้ล ลูกละ 10 – 35 บาท สาลี่กิโลกรัม 70 – 80  บาท องุ่นกิโลกรัมละ 180 – 200 บาท ซึ่งปรับราคามาแล้วเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 – 20 บาท

บรรยากาศทั่วไปพบว่าประชาชนที่มาจับจ่ายในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงปีนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร ถือว่าการจับจ่ายซื้อของเครื่องเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนลดน้อยลง  สาเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง  รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ด้วย เลยทำให้ประชาชนวิตกกังวลในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจเลยทำให้การจับจ่ายลดลงเพื่อเป็นการประหยัดหากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัศโควิด-19 หลังเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากมีการเดินทางและการพบปะคนในครอบครัวรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหากไม่มีการป้องกันที่ดี อาจเกิดการระบาดและเกิดการจำกัดพื้นที่                               

ลพบุรีบรรยากาศตามร้านขายผลไม้ในเขตอำเภอเมืองลพบุรีแม่ค้าแจงราคาต้นทุนผลไม้แพงขึ้นเท่าตัว

ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจตามร้านขายผลไม้ในช่วงวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีนปีนี้พบว่าไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านมาเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19และผลจากเศรฐกิจของประเทศในช่วงนี้จึงทำให้บรรยากาศค่อนข้างจะเงียบเหงาแต่ถึงอย่างไรก็ยังมีประชาชนเชื้อสายจีนที่ยังคงต้องออกมาเลือกซื้อหาผลไม้มงคลเพื่อนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีของคนจีน

ทางด้าน นางสาว ธัญรัตน์ เนียมดี อายุ25ปี แม่ค้าผลไม้บอกว่าปีนี้ผลไม้ที่วิ่งไปซื้อมามีราคาสูงขึ้นเท่าตัวแต่ถึงอย่างไรก็ต้องรับมาขายและก็มีการขยับราคาขึ้นตามเป็นบางชนิดโดยผลไม้ที่ลูกค้ามาเลือกซื้อหากันเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้แก่ส้ม .แก้วมังกร,มะพร้าว,สาลี่,แอปเปิ้ล ผลไม้ที่ขายดีที่สุดในช่วงนี้ได้แก่ส้ม ที่ขายในราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ30-60บาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับร่วมเปิด! พิพิธภัณฑ์’มิตร ชัยบัญชา’ บรรยากาศย้อนยุคที่พิษณุโลก

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632070

แฟนคลับร่วมเปิด! พิพิธภัณฑ์'มิตร ชัยบัญชา' บรรยากาศย้อนยุคที่พิษณุโลก

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.25 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายยุทธนา พุ่มเหม ลูกชายเพียงคนเดียวของ มิตร ชัยบัญชา ร่วมเปิดพิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดพิษณุโลก  เพื่อให้แฟนคลับของมิตร ชัยบัญชา มาร่วมเที่ยวชมและสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคอีกแห่งหนึ่ง

เมื่อเวลา  10.00 น. ของวันที่  30 ม.ค.  นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายมนต์ชัย วิวัฒธนาฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด พิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา แลนด์มาร์ค แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยในวันนี้รับเกียรติจาก นายยุทธนา พุ่มเหม ลูกชายเพียงคนเดียวของ มิตร ชัยบัญชา  เป็นตัวแทนส่งมอบกระดูกอัฐิ ของมิตร ชัยบัญชา  ให้แก่นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา นำมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นศิริมงคล

ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา จัดตั้งโดยนายบัญชา วาจาสุวรรณ เนื่องจากนายบัญชา เป็นคนที่ชื่นชอบพระเอก มิตร ชัยบัญชา มาก จึงได้สะสมของเก่าหลากหลายชนิด ทั้งที่เกี่ยวกับภาพยนตร์และของสะสมอื่นๆมากมาย และได้นำมาจัดแสดงไว้ในบ้านของตนเอง และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บัญชาให้ผู้สนใจได้มาศึกษา ภายในจัดแสดง ประวัติ ภาพถ่าย โปสเตอร์ภาพยนตร์ ปฏิทิน หนังสือพิมพ์ สมุด กล้องถ่ายรูป แผ่นเสียง ม้วนฟิล์มและเครื่องฉายภาพยนตร์ในสมัยเก่า เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนของโรงรถยังจัดแสดงเป็นบรรยากาศของร้านค้า ร้านตัดผม และรถประจำทางที่เคยวิ่งให้บริการในพิษณุโลกในสมัยอดีตอีกด้วย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมถ่ายภาพตามจุดต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ ได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย อีกทั้งผู้ที่มาร่วมงาน ได้แต่งกายย้อนยุค มาร่วมถ่ายกันอย่างสวยงาม

ขณะที่ในช่วงกลางคืน ได้มีการจัดฉายหนังของมิตร ชัยบัญชา ให้กับผู้ที่ชื่นชอบให้ชมกันอีกดัวย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,291,441 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'
ก.เกษตรลงพื้นที่22จังหวัด ลุยเปลี่ยนที่ทำนา ปลูกพืชอื่น 2 แสนไร่
ย้อนรอยเมืองเทียน เรียงร้อยเรื่องผ้าแห่งคำปุน
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d