Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อุดรฯเอฟซีเดือด! ‘มาดามวิ’ไลฟ์สดแจง อดีตนักเตะบุกสนาม ถือป้ายทวงเงินเดือน

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632059

อุดรฯเอฟซีเดือด! 'มาดามวิ'ไลฟ์สดแจง อดีตนักเตะบุกสนาม ถือป้ายทวงเงินเดือน

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.11 น.

30 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวานที่ผ่านมา(29ม.ค.) ที่สนามการกีฬาแห่งประเทศไทยอุดรธานี มีการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 ระหว่างทีมอุดรธานีเอฟซี ทีมอันดับ 5 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของนครปฐม UTD อันดับ 14 ปรากฏว่าผลการแข่งขันอุดรธานีเอฟซีแพ้ราบคาบแก่ทีมนครปฐม 0 ประตูต่อ 4 

ขณะที่ในระหว่างแข่งขันปรากฏว่ามีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นเมื่อ ธนาธิป แพงวงศ์ อดีตนักเตะอุดรธานีเอฟซี ได้แขวนป้ายที่อัฒจรรย์ที่นั่งคนชม มีข้อความว่า “เงินเดือน 6 เดือนทำไมไม่จ่าย” และมีแฟนบอลบางคนไม่พอใจเดินเข้าไปดึงป้ายผ้าออกและโต้เถียงกันวุ่นอยู่พักหนึ่ง จากนั้นธนาธิปก็เดินออกจากสนามไป โดยธนาธิปได้ยื่นฟ้องศาลแรงงานภาค 4 เพื่อทวงเงินเดือน 6 เดือนไปแล้ว

ทั้งนี้ทีมอุดรธานีเอฟซีเกิดเรื่องวุ่นๆ มาสักระยะแล้ว โดยแฟนบอลเรียกร้องให้ผู้บริหารของทีมอุดรธานีเอฟซีออกมาชี้แจงด่วน ทั้งมีข่าวค้างค่าจ่ายนักเตะ และทีมงานสต๊าฟโค้ชได้พากันลาออกไปและมีข่าวว่า มาดามวิ ติดโควิดด้วย

ล่าสุดมาดามวิ อริสรา ชะมูล ประธานสโมสรอุดรธานีเอฟซี ได้ออกมาไลฟ์สดออกมาคุยทุกเรื่องจะอยู่หรือจะไป โดยมาดามวิ แจ้งว่า ตนเองเริ่มเข้ามาเป็นผู้บริหารทีมอุดรธานีเอฟซี เริ่มต้นจากเป็นเอเย่นต์ซื้อนักเตะไปทั่วโลกและได้รู้จักกับผู้บริหารเก่า จึงชวนเข้ามาทำทีมดู และตนเองก็เป็นคนอุดรธานีอยู่แล้วจึงตัดสินใจเข้ามาบริหารดู

จากนั้นก็เซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.63 รวมระยะเวลาที่เข้ามาบริหารอุดรธานี 13 เดือนหรือ 1 ปีกับอีก 1 เดือน ช่วงที่เข้ามาตนก็ต้องมาจ่ายเงินเดือนนักเตะเลยถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะมากเดือนละ 2 ล้านกว่า บริหารอาจจะมีปัญหายืนยันไม่ได้หนีปัญหา แต่หนีไปตั้งหลัก แก้ไขปัญหาแต่ละจุด ยอมเงียบเพื่อแก้ปัญหาทำด้วยใจรัก ขายทุกอย่าง 13 เดือนมาทำตรงนี้ ยอมรับเลยว่าขาดสภาพคล่องจริงไม่มีสปอนเซอร์

แฟนบอลถามมาดามวิ ว่าถ้าทำไม่ได้แล้วให้ออกไป มาดามวิบอกว่า ในเวลา 13 เดือนที่เข้ามาบริหารฉันทำให้ทุกท่านเห็นแล้ว

‘เราทำได้หรือเปล่า แฟนคลับก็น่าเข้าใจ เราไม่มีสปอนเซอร์ เอาเงินส่วนตัวมาทำทีมเองหมดเลย ดิฉันซื้อหุ้นมาอย่างถูกกฎหมาย ดิฉันจะไม่หนีปัญหา จะค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละอย่างตอนนี้แก้ใกล้หมดแล้ว’

ส่วนเรื่องปัญหาค้างเงินเดือนนักเตะตอนนี้เราจ่ายให้ครบหมดแล้ว ยกเว้นอดีตนักเตะของทีม 2 3 เคส คือประกิต ดีพร้อม และธนาธิป แพงวงศ์ เท่านั้นซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนของกฎหมายหลังจากเขาไปฟ้องศาลแรงงานภาค4. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนอดีตเมื่อ40ปีที่แล้ว! ‘คณะละครชราชาตรี’อ่างทอง กลับมาแสดงอีกครั้ง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632040

ย้อนอดีตเมื่อ40ปีที่แล้ว! 'คณะละครชราชาตรี'อ่างทอง กลับมาแสดงอีกครั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.19 น.

สีสันการแสดงคณะละคร “คณะละครชราชาตรี” ผู้แสดงละคร มีอายุตั้งแต่ 60-85 ปี กลับมาทำการแสดงกันอีกครั้งหนึ่ง

30 มกราคม 2565 ที่บริเวณงานเกษตรและของดีเมืองอ่างทอง ประจำปี 2565 วัดขุนอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้พบสีสันการแสดงละครชาตรี ที่ผู้แสดงละคร มีอายุตั้งแต่ 60-85 ปี ซึ่งนางประทุม แพรสุมานี อายุ 82 ปี นางมณี ยานโกมุท อายุ 78 ปี นางทองอาบ โตสวัสดิ์ อายุ 85 ปี เป็นนักแสดงคณะละครชราชาตรี หลังจากลูกหลาน ได้นำเหล่าอดีตมารวมตัวนักแสดงละครชาตรี เมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้ว  กลับมาทำการแสดงกันอีกครั้งหนึ่ง เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของของประชาชนทั้งในจังหวัดอ่างทองและใกล้เคียง

โดย นายสวชา เสนามนตรี (ครูพุฒิ) เล่าให้ฟังว่า คุณยายที่ทำการแสดงละครคณะชราชาตรี อยู่ ที่ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นนักแสดงละครชาตรีเมื่อ 30-40ปีที่ผ่านมา ตนเองเป็นลูกหลาน ที่ต้องการอยากจะคุณยายได้มีกิจกรรมในยามชรา และสืบสานการแสดงละครชาตรี จึงได้ร่วมกันกลับมาแสดงละครชาตรีอีกครั้งในวัยชรา ความสุขของยายคือทำให้คนที่มาดูเรามีความสุข  และขอฝากละครคณะชราชาตรี ไว้ในอ้อมกอดของทุกท่าน หากต้องการจ้างงานแสดงของคุณยายทุกท่านก็สามารถติดต่อไปทำการแสดง   ได้ทุกโอกาส ได้ที่เบอร์โทร 081-702-9448  

.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไทยพลัดถิ่น’ตกค้างต่างแดน ‘สถานะบุคคล’สิทธิที่ยังต้องรอ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632002

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไทยพลัดถิ่น’ตกค้างต่างแดน  ‘สถานะบุคคล’สิทธิที่ยังต้องรอ

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.15 น.

“คนไทยพลัดถิ่น หมายความว่า ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีตซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสํารวจจัดทําทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทํานองเดียวกันตามที่กําหนดในกฎกระทรวง”

คำนิยามของ “คนไทยพลัดถิ่น”ตามกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5)พ.ศ.2555 ซึ่งออกมาเพื่อแก้ปัญหาคนเชื้อสายไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศอื่นอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมที่ไทยหรือสยามจำเป็นต้องสละดินแดนบางส่วนให้กับมหาอำนาจชาติตะวันตกในขณะนั้นเพื่อรักษาแผ่นดินส่วนใหญ่ไว้ และแม้จะผ่านพ้นยุคอาณานิคมไปแล้ว ประเทศที่สืบสิทธิในการปกครองดินแดนเหล่านั้น ก็มิได้ยอมรับและให้สิทธิต่างๆ เต็มขั้นอย่างที่คนเป็นพลเมืองควรได้รับ ทำให้คนเหล่านี้ต้องการย้ายถิ่นกลับสู่แผ่นดินไทยในฐานะพลเมืองไทย

ในการแถลงข่าวของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2565 ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เล่าถึงการลงพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.ระนอง ระหว่างวันที่ 19-21 ม.ค. 2565 เพื่อรับฟังสถานการณ์และหารือถึงการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ว่า คนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ดังกล่าว อยู่ใน 3 เมือง คือมะริด ทวาย และตะนาวศรี ซึ่งไทยเสียให้กับอังกฤษในช่วงที่อังกฤษยึดเมียนมาหรือพม่าเป็นอาณานิคม

จากนั้นเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงในเมียนมาช่วงปี 2540 ที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จึงเป็นแรงกดดันให้คนไทยเหล่านี้ต้องย้ายมายังแผ่นดินไทย แต่เมื่อมาแล้วก็ไม่มีสถานะบุคคล จึงไม่ได้รับสิทธิต่างๆ และเป็นที่มาของการออกกฎหมาย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5)พ.ศ.2555 เพื่อพิสูจน์และรับรองคนไทยพลัดถิ่น แต่แม้จะผ่านมาร่วม 10 ปี นับจากวันที่กฎหมายประกาศใช้ คือวันที่ 14 มี.ค. 2555 การแก้ปัญหายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

“กสม. 3 คน คือคุณปรีดา (ปรีดา คงแป้น) อาจารย์สุชาติ (ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี) และดิฉัน ได้ลงไปติดตามสถานะบุคคลของคนไทยพลัดถิ่นว่าเขามีปัญหาอุปสรรคอะไร ทำไมถึงไม่สามารถเข้าถึง ถึงแม้จะมีกฎหมายรองรับแล้วเขาก็ยังไม่สามารถได้รับการรับรองสถานะบุคคล ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานอะไรต่างๆ ได้ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนไทย” ปิติกาญจน์ ระบุ

สำหรับคนไทยพลัดถิ่นบนแผ่นดินเมียนมา นอกจากจ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.ระนอง ที่ กสม. ได้ลงพื้นที่แล้วยังมีในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และ จ.ชุมพร อีกทั้งยังมีคนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีอาณาเขตติดกับ จ.ตราด ของไทย โดย ปิติกาญจน์กล่าวว่า การรับรองสถานะบุคคลของคนไทยพลัดถิ่น ผู้ดำเนินการคือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่ในความเป็นจริงพบปัญหาขาดแคลนบุคลากร เพราะปลัดอำเภอซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงมีภารกิจหลายด้าน ทำให้เกิดความล่าช้า โดยภายใน 1 วัน อาจดำเนินการได้เพียง 1 คนเท่านั้น

เช่น ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ยื่นเรื่องแล้วจำนวน 1,320 คน อยู่ระหว่างขอยื่นเรื่องอีก 1,700 คน เพื่อขอพิสูจน์สัญชาติและความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ส่วนที่ จ.ระนอง มีผู้ยื่นเรื่องแล้วจำนวน 2,900 คน และยังไม่ได้ยื่นอีก 1,400 คน โดยตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจาก กระทรวงมหาดไทย แต่ในความเป็นจริง เชื่อว่ายังมีผู้ตกสำรวจอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่ง กสม. ห่วงใยเรื่องนี้ โดยหลังจากการหารือร่วมกับทางจังหวัดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้มีการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า ภายใน 2 ปีข้างหน้า ควรจะสามารถดำเนินเรื่องให้แล้วเสร็จอย่างน้อยร้อยละ 50 ของจำนวนข้างต้น

“มีคุณป้าท่านหนึ่งเขาอยู่ที่บางสะพาน อันนี้ยื่นเรื่องมาเป็นสิบปีแล้ว มีลูก 5 คน ลูกจะต้องได้สถานะบุคคลตามพ่อแม่ คุณป้านี่เป็นคนไทยพลัดถิ่นแน่นอน เพราะมีคุณอาอีกคนหนึ่งอายุ 88 ปี ที่เหลืออีกคนเดียว นอกนั้นเขาจะไม่มีหลักฐานอะไรใดๆ มายืนยันว่าเขาเป็นคนไทยพลัดถิ่น เพราะว่ามีญาติพี่น้องอยู่ในพื้นที่ประจวบฯ อันนี้ทางจังหวัด โดยเฉพาะทางอำเภอบางสะพานน้อย กรุณามาก

พอหลังจากที่เราลงพื้นที่คุณป้าก็มีโอกาสได้ไปทำ Family Tree (ผังวงศ์ตระกูล) ทำรายละเอียดต่างๆ เพื่อจะรอพิสูจน์เรื่องของสถานะบุคคล แล้วก็ได้สิทธิ์ นอกจากนั้นเราก็ยังพบว่า การที่คนไทยพลัดถิ่นเขาไม่มีสถานะบุคคล เข้าไม่ถึงสิทธิ์อะไรต่างๆ ด้วย รวมถึงเรื่องของวัคซีน แต่เราก็ไปช่วยประสานการคุ้มครองให้เขาได้รับเรื่องของวัคซีนด้วย อย่างนี้เป็นต้น” ปิติกาญจน์ กล่าว

ในช่วงท้าย ปิติกาญจน์ ยังตอบข้อสงสัยจากสื่อมวลชน ว่าเมื่อเมียนมาได้รับเอกราชจากอังกฤษ และได้สืบสิทธิการปกครองเมืองมะริด ทวาย และตะนาวศรี สถานะบุคคลของคนไทยพลัดถิ่นที่อยู่ใน 3 เมืองนั้นเป็นอย่างไร ว่า รัฐบาลเมียนมาระบุให้คนเหล่านั้นเป็นคนสัญชาติไทย แต่เมื่อต้องลี้ภัยความรุนแรงเข้ามาอยู่บนแผ่นดินไทยกลับไม่มีสถานะบุคคล จึงเกิดการรณรงค์สร้างความเข้าใจในสังคมไทย ว่าคนไทยพลัดถิ่นก็เป็นคนไทยเช่นกัน “คนไทยพลัดถิ่นมองประเทศไทยเป็นแผ่นดินแม่”จนนำมาสู่การออกกฎหมายเปิดช่องให้พิสูจน์และรับรองสถานะบุคคลดังกล่าว

นอกจากการทำงานในระดับพื้นที่แล้ว หลังจากนี้กสม. จะมีการหารือร่วมกับอธิบดีกรมการปกครอง รวมถึงทำการศึกษาในภาพรวมว่ายังมีคนไทยพลัดถิ่นตกค้างอีกจำนวนเท่าใด เพื่อจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะทั้งเชิงนโยบาย มาตรการ และข้อกฎหมายต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘สัมฤทธิศาสตร์’ทางออก แก้อุบัติเหตุถึงปฏิรูปประเทศ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631994

บทความพิเศษ : ‘สัมฤทธิศาสตร์’ทางออก แก้อุบัติเหตุถึงปฏิรูปประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.

“หมอกระต่าย” ไม่ใช่คนเดียวที่ตายจากอุบัติเหตุบนถนน แต่คนไทยต้องตายเพราะเหตุนี้ถึงปีละ 20,000 คน 10 ปี ก็ 200,000 คนมากกว่าที่ตายเพราะโควิด หรือตายในสงคราม ที่บาดเจ็บอีกปีละหลายแสนคน สะสมคนพิการให้เพิ่มขึ้นๆ ทุกปี เป็นการสูญเสียมหาศาลที่ต้องแก้ไขให้ได้ ทั้งนี้ แม้จะมีความพยายามหลายอย่างในอดีตที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ผลจริงจังอันใด ที่ไม่ได้ผลเพราะขาดการขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร ทำเป็นบางส่วนหรือเป็นส่วนๆ ก็เหมือนวงจรไฟฟ้า ถ้าไม่ครบวงจรไฟก็เดินไม่ได้

การขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจรมีทั้งหมด 12 ขั้นตอน ถ้าทำครบก็สำเร็จทุกเรื่อง ไม่ว่ายากอย่างไรก็สำเร็จ จึงเรียกวิธีการนี้ว่า “สัมฤทธิศาสตร์” หรือศาสตร์แห่งความสำเร็จ (Delivery Science) ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ต่างทำงานเฉพาะส่วนของตนๆ ไม่ถนัดหรือมีทักษะในการขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องดีๆ ที่มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อไปสู่หน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานแบบแยกส่วน เรื่องดีๆ นั้นก็ไม่นำไปสู่ความสำเร็จ จึงต้องมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ถนัดและมีทักษะในการขับเคลื่อน

“คำกุญแจคือขับเคลื่อน เมื่อมีการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ที่อยู่แยกๆ กัน จึงจะเคลื่อนเข้ามาเชื่อมโยงกันครบวงจรได้ ถ้าไม่มีการขับเคลื่อน แม้มีนโยบาย แม้มีแผน ก็เป็นแผนนิ่ง คือ หน่วยงานต่างๆ ยังนิ่งอยู่กับที่แยกๆ กันเหมือนเดิม เรื่องนั้นๆ ก็ไม่สำเร็จ อย่างเรื่องนโยบายหลักประกันสุขภาพหรือบัตรทอง ที่สำเร็จเพราะมี หมอสงวนนิตยารัมภ์พงศ์ และคณะ เป็นผู้ขับเคลื่อน

นโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบที่สำเร็จ เพราะมีคุณหมอหทัย คุณหมอประกิต และคุณบังอร เป็นผู้ขับเคลื่อน ฉะนั้น ทุกฝ่ายที่สนใจเรื่องการควบคุมการตายจากอุบัติเหตุบนถนน ควรทำความเข้าใจเรื่องกลุ่มขับเคลื่อนนโยบายให้ดีๆ ไม่ใช่สักแต่จะตั้งใครแล้วจะทำได้ คนอยากได้รับการแต่งตั้งมีมากแต่คนที่ทำงานเป็นมีน้อย แต่งตั้งผิดคนก็ไม่สำเร็จ”

ต้องเข้าใจหลักการคณะกรรมการอิสระ ที่ตั้งๆ กัน ในชื่อนี้มักไม่ใช่หลักการของคณะกรรมการอิสระ คือต้องหาตัวประธานที่มีปัญญาและบารมีให้ได้ แล้วให้ประธานเฟ้นหาตัวกรรมการที่เหมาะสมเอง โดยรัฐบาลไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องการสรรหาตัวกรรมการและวิธีทำงานของคณะกรรมการ ให้อิสระเต็มที่โดยรัฐบาลให้ความสนับสนุนและความสะดวกในการทำงานทุกอย่าง คอยรับข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ ควรออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการอิสระ

“คณะกรรมการอิสระขับเคลื่อนนโยบายควบคุมอุบัติเหตุบนถนน ที่มีสมรรถนะสูงจะเชื่อมโยงการกระทำ 12 ขั้นตอน เมื่อครบวงจร ไฟหรือผลสัมฤทธิ์ก็เกิดได้ ซึ่งในที่สุดจะลดการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จากปีละ 20,000 คน ลงมาใกล้ศูนย์ คณะกรรมการอิสระขับเคลื่อนนโยบายนี่แหละคือหน่วยสัมฤทธิศาสตร์ (Delivery Unit) ถ้ามีหน่วยสัมฤทธิศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายควบคุมอุบัติเหตุจราจรสำเร็จดังกล่าว คนทั้งปวงจะติดใจ อยากให้ขับเคลื่อนนโยบายอื่นๆไปสู่ความสำเร็จอีก

ประเทศไทยอาจมีประเด็นใหญ่ (Thailand Big Issues) ประมาณ 20-25 ประเด็น ถ้าปรึกษาหารือกัน ก็ไม่เป็นการยากที่จะร่วมกันกำหนดประเด็นใหญ่เหล่านั้น ประเด็นใหญ่ 20-25 ประเด็นนั่นแหละ คือนโยบายสาธารณะ อย่างเช่น การขจัดความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ เป็นประเด็นใหญ่อย่างหนึ่งแน่นอน หรือการปฏิรูประบบความยุติธรรม และการปฏิรูประบบพลังงาน ฯลฯ เป็นตัวอย่าง”

สมมุติว่าได้ประเด็นนโยบาย 25 ประเด็น ก็สื่อสารให้รู้ทั่วกันเพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นร่วมกัน แล้วจัดตั้งกลุ่มสัมฤทธิศาสตร์ขึ้น 25 กลุ่ม ทำการขับเคลื่อนนโยบายแต่ละอย่าง ไปสู่ความสำเร็จทั้ง 25 นโยบาย ประเทศไทยหลุดจากสภาวะวิกฤตเรื้อรัง เกิดความเจริญรุ่งเรือง และคนไทยรักกันมาก จากการมีส่วนร่วมในความสำเร็จ นโยบายเป็นเรื่องที่มีผลใหญ่ อย่างนโยบายบัตรทองทำให้คนจนทั้งประเทศได้รับประโยชน์อย่างใหญ่หลวง คุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยจึงได้รับความนิยมจากคนยากคนจนสืบมาช้านานจนกระทั่งบัดนี้

พรรคการเมืองจึงควรเลือกขับเคลื่อนนโยบายดีๆ ให้สำเร็จเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้มีรัฐบาลที่มีสมรรถนะสูงอย่างรัฐบาลจีน แต่เป็นในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองจะเป็นสถาบันพัฒนานโยบาย นักการเมืองจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนนโยบาย การเมืองจะลงตัว ไม่มีใครอยากทำปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป

บ้านเมืองลงตัวบนเส้นทาง “สันติปัญญาประชาธรรม”!!!

ศ.(เกียรติคุณ) นพ.ประเวศ วะสี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ถอดบทเรียน‘ปีศาจสุรา’ พลิกโฉมสู่ความเป็น‘คนใหม่’

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632007

สกู๊ปพิเศษ : ถอดบทเรียน‘ปีศาจสุรา’  พลิกโฉมสู่ความเป็น‘คนใหม่’

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อันว่า “การลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ ชีวิตตัวเอง และคนรอบข้างก็มีแต่ดีขึ้น เจริญขึ้นเร็วเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้จากหลายกรณีตัวอย่างที่ออกมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟัง ล่าสุดมี 3 ท่านที่เข้ามาร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดโดยมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชนภาคเหนือ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระหว่างวันที่ 18-21มกราคม ที่ผ่านมา เมื่อฟังแล้วก็อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวงกว้างถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองจาก “ปีศาจสุรา” ขึ้นมาเป็น “คนใหม่”

เริ่มกันที่ “ลุงศรี” หรือ นายบุญศรี ใจมะโน อายุ 64 ปีชายผู้มีอาชีพคนขับรถสองแถวแดงเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่าตัวเองเป็นชาวอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มดื่มสุราตั้งแต่อายุ 13 ปี เรียกว่านมยังไม่แตกพานก็ซดเหล้าเป็นแล้ว เริ่มจากเหล้าต้ม สาโท มีอะไรก็ผสมกันลงไป เสียงพลุดังเมื่อไหร่นั่นก็เป็นสัญญาณการต้มเหล้า จากนั้นมาก็ดื่มเหล้าหัวราน้ำทุกวัน ทุกเทศกาล ต้องเมาหยำเป ยิ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีเทศกาลเยอะ อากาศเย็นสบายก็ยิ่งกระตุ้นให้อยากดื่มดื่มทุกวัน วันละ 2 ขวดครึ่ง เมาได้ที่แล้วทะเลาวิวาท อวดว่าตัวเองเก่งฉลาด

ยิ่งในสมัยนั้นในพื้นที่มีการประกวดดื่มเหล้า แล้วตัวเองติด 5 อันดับแรกที่ดื่มเหล้าเก่ง ยิ่งทำให้รู้สึกฮึกเหิม ดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เรียนจบแค่ชั้น ม.3 พออายุได้ 22 ปี ก็เริ่มขับรถสามล้อรับจ้าง พอได้เงินมาก็หมดไปกับการดื่มเหล้า จนคนรอบข้างเมินหน้าหนี แต่ยังไม่สำนึก ยังกินเหล้าแล้วมาขับรถรับจ้างทั้งๆ ที่อยู่ในอาการมึนเมาทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เงินเก็บก็ไม่มี จนเปลี่ยนมาเช่าขับรถโดยสารประจำทาง 4 ล้อ จากนั้นจึงมีภรรยา และมีลูกด้วยกัน

ทั้งนี้ ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ตนก็ยังดื่มเหล้าตามปกติ แถมยังเข้าสู่วงจรการพนันทุกรูปแบบ ทั้งการพนัน มวย ไพ่ ไฮโล ตบตีทำร้ายร่างกายภรรยาเป็นประจำ จนภรรยาต้องจำใจยกลูกให้พี่สาวไปเลี้ยงเพราะกลัวว่าเราจะเลี้ยงลูกไม่รอด

“ชีวิตตอนนั้นไม่สนใจอะไรเลย เอาทุกอย่าง เหล้า การพนัน มวย ไพ่ ไฮโล ได้เงินมาเอาไปกินเหล้า ภรรยาขัดใจ ทำร้ายร่างกาย ตบตีกันประจำ มีครั้งหนึ่งที่เคยจับลูกเป็นตัวประกัน เอาสายไฟรัดคอลูกกับตัวเองเพราะทะเลาะกับภรรยา และอีกเหตุการณ์ คือ เมาแล้วอุ้มลูกเข้าห้องน้ำลื่นล้มฟาดพื้น ดีที่ลูกไม่เป็นอะไรมาก” ลุงศรี กล่าว

กระทั่งผ่านมาเกือบปีได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เข้าค่ายอบรมโครงการลด ละ เลิกเหล้าลดความรุนแรง ทำให้เริ่มมองเห็นข้อเสียของการดื่มเหล้า จึงค่อยๆ ลดการดื่มลง โดยปลีกตัวออกห่างจากเพื่อนที่ดื่มเหล้าแล้วเริ่มหันหน้ามาคุยกับลูกเมียมากขึ้นในยามที่เราครองสติได้แบบคนทั่วไป จนถึงตอนนี้สามารถเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาดต่อเนื่องกันมานานกว่า 19 ปีแล้ว มุ่งแต่ทำงาน เปลี่ยนค่าเหล้าเป็นเงินเก็บ วันละ 60 บาท ตอนนี้สะสมได้ 4 แสนกว่าบาท สามารถซื้อรถยนต์ได้ 1 คัน กู้ซื้อบ้าน 1 หลัง มีที่ดินเป็นของตัวเอง และสามารถส่งลูกจนเรียนจนจบปริญญาตรี มีธุรกิจซื้อขายมอเตอร์ไซค์ และซื้อรถให้ลูกสาว 1 คัน ที่สำคัญคือสุขภาพดีขึ้นแน่นอน

“ถ้าเรายังดื่มเหล้าใช้ชีวิตแบบเดิมๆ คงไม่มีวันนี้ และสิ่งที่ทำให้ผมสามารถเลิกเหล้าได้ สิ่งสำคัญเลยคือครอบครัวญาติ คนรอบข้าง ผมต้องขอขอบพระคุณที่เตือนสติให้เลิกเหล้าจนสิ่งดีๆ เข้ามาหาเรา ครอบครัว ลูก ภรรยาหันหน้าเข้าหากันใส่ใจกันมากขึ้น ถ้อยทีถ้อยอาศัย นี่คือกำลังใจที่สำคัญโดยเฉพาะกำลังใจจากลูก” ลุงศรี กล่าว

นอกจากนี้ ลุงศรี ยังบอกอีกว่า หลังจากชีวิตตนดีขึ้นได้เพียงแค่เลิกเหล้า จึงอยากเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่จะชักชวนคนที่ยังดื่มเหล้าอยู่ให้ลด ละ เลิก คืนชีวิตที่มีคุณภาพให้กับตัวเองเป็นอันดับแรก เพื่อจะได้มีพละกำลังในการสร้างครอบครัวที่ดี และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม ประเทศชาติต่อไป ยึดคติ “เหล้าคือศัตรู” ฉะนั้นอย่ายอมแพ้ให้ศัตรู

ในโอกาสเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับอาชีพรถแดงมาก เพราะไม่มีผู้โดยสาร ไม่มีนักท่องเที่ยว แม้ระยะหลังสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว แต่ลุงศรียังขอใช้เวทีนี้เพื่อส่งผ่านข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้ช่วยดูแลเยียวยาคนที่ประกอบอาชีพรถรับจ้างด้วย เพราะทุกอาชีพก็กระทบไม่ต่างกัน

ด้าน นายเพชร ยอมธง อายุ 59 ปี อาชีพขับรถแดงในเมืองเชียงใหม่ ผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมอาชีพ และพี่น้องที่รู้จักกันมานาน ออกปากยอมรับนับถือในน้ำใจลุงศรีคนนี้ เพราะนับตั้งแต่ที่ชักชวนให้ตัวเองให้เข้าสู่การเลิกเหล้า ลุงศรีก็คอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการใช้ชีวิต คอยอยู่เคียงข้าง ในช่วงวิกฤตของการปรับตัว จนตนสามารถปรับพฤติกรรมได้ดื่มเหล้าน้อยลง ปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดจากความเมามายก็ลดลงตามไปด้วย ชีวิตตอนนี้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงตั้งใจว่าจากนี้เป็นต้นไป จะไม่ประมาท จะมีสติ ดื่มน้อยลง และหันมามองคนรอบข้าง อยู่ดูแลใส่ใจให้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

ขณะที่ พระสุราษฎร์ เตชะวโร ก็ได้บอกเล่าประสบการณ์ชีวิตโชกโชนก่อนบวชเรียนมาให้ฟังเพื่อเป็นวิทยาทานสำหรับประชาชนจะได้ไม่หลงผิด โดยเล่าว่าเป็นคนใต้ใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นมาอย่างโชกโชน ทั้งดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน ทำตัวเสเพล อยู่ในวงจรสีเทา ก่อนจะทำงานและย้ายถิ่นฐานมาปักหลักที่จังหวัดเชียงราย แต่ก็ยังคงใช้ชีวิตเสเพลเช่นเดิม มีเงิน มีอำนาจ ก็หาความสุขให้ตัวเอง กิน ดื่ม เที่ยวทุกวัน จนเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เข็ดหลาบ

แต่ครั้งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปคือ วันหนึ่งได้ดื่มเหล้าแล้วขับรถชนนักศึกษาเสียชีวิต 2 ราย ตอนแรกๆ ยังคิดที่จะสู้คดี ประกอบกับมีคนมากมายที่ให้คำแนะนำว่า “สู้ได้” แต่เมื่อได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติแล้วคิดว่าการที่เราดื่มแล้วขับรถเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยยอมรับผลตัดสินทุกอย่างเพราะการยอมรับผิดจะเป็นสิ่งที่จะช่วยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียได้ แม้จะเทียบไม่ได้กับชีวิตที่ต้องเสียไปก่อนวัยอันควร

ถึงกระนั้น ก็ยังรู้สึกทุกข์ใจ และรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด จึงตัดสินใจบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเยาวชนทั้งสอง และขอใช้โอกาสนี้ผันตัวในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อใช้ในการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนในสังคม

“อยากฝากเตือนสติกับคนที่ยังดื่มแล้วขับว่า ขอให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมันไม่ได้เดือดร้อนแค่เราคนเดียวแต่มันสร้างความสูญเสียกับคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องและครอบครัวเขาก็ต้องมาเดือดร้อนด้วย ขอให้เรื่องของอาตมาได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ อย่าเดินซ้ำเส้นทางนี้” พระสุราษฎร์ กล่าว

ขณะที่ นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวกล่าวว่า การจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบนี้ เป็นการจัดการศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องมีหมอ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือผู้รู้ใดๆ มาชี้แนะ เป็นการนำประสบการณ์จริงของคนที่ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านี้มาแล้ว ให้มาร่วมแลกเปลี่ยนกับคนที่เข้าร่วมแบบตัวเป็นๆ มีการซักถามกันเต็มที่ทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหาที่ตามมาของแต่ละคน ซึ่งเขาเหล่านั้นได้แลกมันมาแล้ว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในหลายๆกระบวนการที่ทำงานกับคนให้ลดละเลิก ซึ่งเราจะพบว่าในเบื้องแรกทุกคนจะตั้งกำแพงไว้ก่อน โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมที่กินดื่ม แต่เมื่อได้ผ่านกระบวนการไปสักระยะ ทุกอย่างจะค่อยๆซึมซับ แต่ก็ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ใช่จัดเวทีแล้วจบ

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากประสบการณ์ของแต่ละท่านที่นำมาถ่ายทอดในครั้งนี้ก็คือ การลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ ถือเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เกิดความสุขความเจริญ ไม่เฉพาะแต่ตัวของผู้ปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างอีกด้วย

พระสุราษฎร์ เตชะวโร

พระสุราษฎร์ เตชะวโร

เพชร ยอมธง

เพชร ยอมธง

ชูวิทย์ จันทรส

ชูวิทย์ จันทรส

บุญศรี ใจมะโน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มแล้วงานตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ ริมแม่น้ำแม่กลอง เมืองโอ่ง

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632030

เริ่มแล้วงานตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ ริมแม่น้ำแม่กลอง เมืองโอ่ง

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 23.04 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดราชบุรี จัดงาน “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” ริมแม่น้ำแม่กลอง ระหว่าง 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

เวลา 19.00 น. วันนี้ (29 ม.ค.65) ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ จังหวัดราชบุรี โดยเทศบาลเมืองราชบุรี จัดงานชวนเที่ยว “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” บริเวณเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ริมแม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมือง จ.ราชบุรี ระหว่าง 29 ม.ค.- 2 ก.พ.65 เพื่อเป็นการส่งเสริมและสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดราชบุรี และเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 47 ปีทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศไทย-จีน ในเป็นรูปแบบการดำเนินงาน และการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA+ ครั้งนี้มุ่งหวังความประทับใจ ช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ราชบุรี จากสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 

กิจกรรมมีหลากหลาย ประกอบด้วย อุโมงค์หัวมังกร ที่เชื่อว่าจะเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้โชคลาภ  การรับพลังบวก เช็คอินกับจุดถ่ายภาพ (Installation Art) ประติมากรรมศิลปะ จำลองเมืองจีน กำแพงเมืองจีนที่สวยงามอลังการ พิเศษไปกับ Landmark ของงาน กับจุดถ่ายภาพ 12 นักกษัตร กิจกรรมสาธิตทำอาหารมงคล  กิจกรรมเปิดบูธ DIY เขียนพู่กันคำอวยพรจีน ประดิษฐ์ โคมจีน และเพ็นท์หน้ากากจีน กิจกรรมออกบูธ จำหน่ายสินค้าและอาหาร กว่า 30 ร้านค้า 

การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงร่วมสมัยวัฒนธรรมไทยจีน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวงด้วยโหราศาสตร์จีน เคล็ดลับเสริมมงคล ไหว้ขอพรรับพลังบวก เสริมโชคลาก เงินทอง จาก อาจารย์ คฑา ชินบัญชร และ จัดการแสดงม่านน้ำบอกเล่าเรื่องราวเมืองมังกรของจังหวัดราชบุรีกว่า 100 เมตรประกอบแสง สี เสียงและพลุไฟ อย่างอลังการและรับชม คอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น Seasin Five, ปราโมทย์ วิเลปะนะ, ActArt และ Morvasu  

ทั้งนี้ ก่อนเข้างานต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ทางแอพพลิเคชั่น app QueQ เท่านั้น จำกัดสิทธิ์การเข้างาน 450 คนต่อวัน ยึดมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-1 9 งานเริ่มตั้งแต่เวลา เวลา16.00 – 21.00 น. 

สำหรับกิจกรรมงานคืนแรกมีการแสดงงิ้วร่วมสมัย การแสดงโขน “ยกรบ”  การแสดงม่านน้ำ ประกอบแสงสีเสียง “เรื่องเล่าเมืองมังกร” กิจกรรมแก้ปีชง เสริมพลังบวก จาก ดร.คฑา ชินบัญชร  ณ ศาลจำลอง ทอล์คโชว์ เคล็ดลับมงคลเสริมพลังบวก 12 นักษัตร โดย ดร.คฑา ชินบันชร  หัวข้อ เคล็ดมงคล 12 นักกษัตร ภายในงานยังประดับตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดง ดวงไฟดวงเล็กๆเป็นอุโมงค์ทอดยาวอย่างสวยงาม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมาเก็บภาพแห่งความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก  โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ม.ค.65 – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่ชมกัปตันเรือนำเที่ยว ช่วยชีวิตเจ้าจ๋อจอมซนหัวติดกะลามะพร้าว ก่อนจมน้ำดับ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632025

แห่ชมกัปตันเรือนำเที่ยว ช่วยชีวิตเจ้าจ๋อจอมซนหัวติดกะลามะพร้าว ก่อนจมน้ำดับ

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 20.37 น.

สุดสงสาร!!! เจ้าจ๋อจอมซนหัวติดอยู่ในกะลามะพร้าว ดึงไม่ออกเกือบจะจมน้ำตายอยู่แล้ว โชคดีกัปตันเรือนำเที่ยวบังเอิญมาเข้าช่วยเหลือสัตว์ร่วมโลกจนได้รับความปลอดภัย ขณะที่โลกโซเซียลแห่ชื่นชมใจหล่อมาก

วันที่ 29 ม.ค.65 เจ้าของติ๊กต๊อก ชื่อ @ ตามบายเลยน้อง ได้ลงคลิปวีดีโอ ขณะกำลังช่วยลิงแสม หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่าลิงหางยาว ขณะที่หัวของลิงติดอยู่ในลูกมะพร้าว  โดยขณะที่ช่วยเอาลูกมะพร้าวออกจากหัวของลิง น้องก็ได้พูดไปด้วยว่า เจอลิงว่ายน้ำข้ามคลองมันเอาหัวเข้าไปในพรก(กะลามะพร้าว)เอาไม่ออก เอ็นดูมาก โน่นแขกก็รออยู่ และได้พยายามช่วยเหลือจนสามารถเอาพรกกะลา ออกจากหัวของลิงได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของติ๊กต๊อกกังกล่าว ทราบชื่อนายวิรัตน์ อินทรพราหม์ อ.37 ปี อยู่ ม.4 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่  ทำงานอยู่กับบริษัททรัพย์บุญเดชทัวร์ ตั้งอยู่บ้านบางขนุน ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ทำหน้าที่กัปตัน ขับเรือหางยาวนำเที่ยว โดยเจ้าของติ๊กต๊อก ได้เล่าว่า เมื่อวานนี้ 27 ม.ค.เวลา ประมาณ 10.00 น.ได้ขับเรือออกจากคลองบางขนุน เพื่อไปรับนักท่องเที่ยวที่ลานปฎิมากรรมปูดำ หน้าเมืองกระบี่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่

แต่ระหว่างทาง มองเห็นอะไรแปลกๆลอยอยู่ในน้ำ คล้ายกับหางของลิง แต่หัวไม่ใช่ ได้ขับเรือผ่านไปแล้ว เกิดนึกสงสาร จึงได้เลี้ยวเรือกลับมาดูอีก พบว่าเป็นลิงจริงๆโดยหัวติดอยู่ในกะลามะพร้าว ท่าทางอ่อนแรง จึงได้เอาขึ้นจากน้ำมาบนเรือ และพยายามจะดึงกะลามะพร้าวออกให้ แต่ดึงออกยาก เนื่องจากรูกะลา ที่ลิงมุดหัวเข้าไปพอดีกับหัวลิง ดึงไม่ออก จึงได้ขอโทษลิงพร้อมกับใช้มือตีไปที่กะลา จนกะลาแตก และดึงหัวลิงออกมา พร้อมกับได้ปล่อยเข้าป่าโกงกางไป ก่อนที่จะไปรับนักท่องเที่ยว

นายวิรัตน กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทำงานเป็นพนักงานโรงแรม หลังเกิดวิกฤต ก็ได้หางานทำเลี้ยงครอบครัวไปเรื่อย จนมาเจอกับเจ้าของบริษัทฯดังกล่าวและได้เข้าทำงานด้วย จนมาเจอเหตุการณ์หัวลิงติดอยู่ในกะลามะพร้าว คาดว่าลิงคงจะมุดเข้าไปกินเนื้อมะพร้าวที่อยู่ข้างในแต่พอจะเอาหัวออกดึงไม่ออก เลยตกใจวิ่งไปเรื่อยๆจนตกน้ำ และดีใจ ที่ได้ช่วยลิงไว้ เพราะไม่อย่างนั้นลิงอาจจะตายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากตรวจสอบในกล่องความ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมในความมีน้ำใจของน้องคนดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก บางคนบอกว่าใจหล่อมาก เยี่ยมมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คำชะโนดคึกคัก! ตำนานผีจ้างหนังบวงสรวงใหญ่ครบรอบ 33 ปี เซียนหวยไม่พลาดเลขเด็ดเสี่ยงโชค

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632023

คำชะโนดคึกคัก! ตำนานผีจ้างหนังบวงสรวงใหญ่ครบรอบ 33 ปี เซียนหวยไม่พลาดเลขเด็ดเสี่ยงโชค

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 20.18 น.

คอหวยคำชะโนดไม่พลาดส่องเลขเด็ดนาคน้อยรำบวงสรวงพ่อปู่แม่ย่า ตำนานผีจ้างหนังบวงสรวงใหญ่ครบรอบ 33 ปี ชูนิ้ว เด่นชัด 532

วันที่ 29 มกราคม 2565 ผู้สื่อรายงานจากเกาะคำชะโนดวังนาคินทร์ดินแดนพญานาคราชพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า วันนี้ตรงกับวันหยุดประกอบกับใกล้ถึงวันหวยออกมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาจากทุกสารทิศเพื่อมากราบไหว้ขอโชคขอลาภขอพรขอความเป็นสิริมงคลตั้งแต่เช้าเพื่อมารอรับบัตรคิวและรอการเข้าวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 นักท่องเที่ยวจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนทุกคนและสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนเข้าไหว้ปู่ย่า วันหยุดมีนักท่องเที่ยวหนาตาประมาณ วันละ 5,000 คน ในวันหยุดที่สำคัญนักท่องเที่ยวจะมากราบไหว้พ่อปู่แม่ย่าที่เกาะคำชะโนด อย่าลืมพกบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วยทุกครั้ง

สำหรับวันนี้ที่ลานบวงสรวงหน้าเกาะคำชะโนดนั้นบริเวณลานจะแน่นไปด้วยโต๊ะบวงสรวงมีทั้งโต๊ะบวงสรวงจากโต๊ะเล็กจนถึงขนาดใหญ่ตามแรงศรัทธาและความเชื่อ โต๊ะบวงสรวงที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากคือโต๊ะบวงสรวงของเฮียเบิ้ม นายธงชัย แสงชัย เจ้าของตำนานผีจ้างหนังแจ่มจันทร์ภาพยนต์ ได้ทำพิธีตั้งโต๊ะบวงสรวงใหญ่เพื่อถวายพ่อปู่แม่ย่าที่ครบรอบ33 ปี ในตำนานผีจ้างหนัง ในวันที่ 29 มกราคม 2565 โดยมีพ่อจ้ำชวการ คำวันสา พ่อจ้ำคำชะโนดเป็นผู้นำทำพิธี ใช้เวลาทำพิธีบวงสรวงพ่อปู่แม่ย่าอยู่นานเกือบชั่วโมงจึงแล้วเสร็จคนที่ชอบเสี่ยงโชคหาตาเลขไม่พลาดต้องส่องขันน้ำมนต์ สุดแท้แต่ละคนจะมองเห็น บางคนเห็นน้ำตาเทียนเป็นเลข4-7-3-0 สุดแต่จะมองเห็นแต่ละคนแตกต่างกัน แต่เฮียเบิ้มมองเห็นเป็น 77 แต่เฮียบอกว่าตัวเลขที่ชอบคือ 33 ตัวเลขครบรอบ 33 ปี ตำนานผีจ้างหนัง หลังจากเสร็จพิธีแล้วต่อด้วยการถวายท่ารำของน้องหนูนาและต่อด้วยนาคน้อยคำชะโนด ยังมีคอหวยสนใจท่ารำของนาคน้อยว่าจะชูนิ้วไหนก่อนหลัง มีคนเห็นนาคน้อยชูห้านิ้วต่อด้วยสามและสองนิ้ว ตีเป็นเลข 532 คอหวยตัวจริงต้องจับคู่ทันที สุดแท้แต่คนจะมอง

เฮียเบิ้ม เจ้าของตำนานผีจ้างหนัง กล่าวว่า ไอ้เรื่องความเชื่อความศรัทธาต่อพ่อปู่แม่ย่านั้นห้ามกันไม่ได้วันนี้ครบรอบ33ปีทำพิธีบวงสรวงครบรอบสามสิบสามปี ครบรอบถวายบายศรีถวายนางรำและมีโรงทาน ถวายการฉายหนังถวายเก้าคืน วันนี้ขอปู่ขอย่าให้กิจการเจริญรุ่งเรือง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกส่วนมาก! ล้วนตายไปกับความมืดบอด : โอวาทธรรมท่านพ่อลี

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/632013

คนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกส่วนมาก! ล้วนตายไปกับความมืดบอด : โอวาทธรรมท่านพ่อลี

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.33 น.

“…คนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกส่วนมาก! ล้วนตายไปกับความมืดบอด ตอนมีชีวิตอยู่ ก็มัวหลง สนุกสนาน เพลิดเพลินในการอยู่การกิน หัวเราะร้องให้กันไปตามแต่ประสบสุขทุกข์ รักและชัง ปล่อยตัวปล่อยใจให้ชีวิตเดินไปตามยถากรรมโดยไม่สนใจที่คิดจะสร้างกรรมดีขึ้นด้วย “จิตใจและเรี่ยวแรง” ตามสติและปัญญาที่มี ปล่อยให้วันคืนล่วงไป เหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง ที่เขาเลี้ยงไว้อย่างอ้วนพี แล้วนำไปสู่โรงฆ่าสัตว์ ช่างน่าเวทนา เสียจริง..!”

โอวาทธรรมท่านพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ส.ศิวรักษ์’ยกธรรมะสะกิดเตือน’ทิด’คนดัง หลังสึกควรดำรงตนในรูปแบบใด

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631979

'ส.ศิวรักษ์'ยกธรรมะสะกิดเตือน'ทิด'คนดัง หลังสึกควรดำรงตนในรูปแบบใด

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.52 น.

29 ม.ค.65 นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ โพสต์แสดงทัศนะว่าด้วยเรื่องบทบาทและหน้าที่ของพระสงฆ์หลังลาสิกขาในอดีตแต่ละท่านว่า ดำรงตนในรูปแบบใดบ้าง โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราไปติดเขาขนาดไหน
เมื่อเขาเป็นพระ เขาสึกมาแล้ว
มันก็แตกต่างออกไป
เพราะเขาไม่ได้เป็นพระแล้ว
เขาก็ต้องทำมาหากิน

“ทีนี้บางคนก็ อาจจะเด่น อาจจะดัง
บางคนก็อาจจะเงียบ…
แต่การโด่งดัง มันให้ทั้งคุณและโทษ
พอดังแล้ว มันก็ต้องมีคนด่า
ทีนี้ ถ้าเรารู้เท่าทัน เราก็ไม่ไปด่าตอบเขา
เอาธรรมะมาเลี้ยง มาช่วยสอน ให้อภัยเขา
อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยตรัส

“มีพราหมณ์ไปด่าท่าน
ท่านตรัสถามพราหมณ์ว่า
“พราหมณ์ นำของมาถวายตถาคต
ตถาคตไม่รับของเป็นของใคร?”

พราหมณ์ตอบ “เป็นของข้าพระองค์”
พระพุทธเจ้าตอบว่า “ก็เหมือนกัน”
“คำด่าของพราหมณ์ ตถาคตไม่รับ
ก็กลับไปคืนพราหมณ์เอง”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,291,498 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน
คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'
ก.เกษตรลงพื้นที่22จังหวัด ลุยเปลี่ยนที่ทำนา ปลูกพืชอื่น 2 แสนไร่
ย้อนรอยเมืองเทียน เรียงร้อยเรื่องผ้าแห่งคำปุน
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d