Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ยอดนักท่องเที่ยวพัทยาลดสถานบริการเริ่มปิดหลายแห่ง พนง.หวั่นตกงานอีกรอบ

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627157

ยอดนักท่องเที่ยวพัทยาลดสถานบริการเริ่มปิดหลายแห่ง พนง.หวั่นตกงานอีกรอบ

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.46 น.

ผู้ประกอบการพัทยา เผยยอดนักท่องเที่ยวลด สถานบริการเริ่มปิดหลายแห่ง พนักงานหวั่นตกงานอีกรอบ 

วันที่ 7 ม.ค.65 นายสุรใจ อัตตนาถ ผู้บริหารเดอะลีฟวิ่ง พัทยา กล่าวว่า หลังจากปีใหม่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งส่งผลให้ลูกค้าน้อยลงพอสมควร ซึ่งทางผู้ประกอบการก็ได้ตรวจ ATK ให้กับลูกค้าทุกคนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่เข้ามาใช้บริการและให้พนักงานสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาในการบริการลูกค้า ช่วงนี้ลูกค้ามีจำนวนลดน้อยลงเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดอย่างหนักทำให้ลูกค้าที่มาเที่ยวได้รับเชื้อบ้างก็ต้องไปรักษาตัวส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ติดเชื้อในช่วงนี้ก็มีความกลัวในการแพร่ระบาดทำให้ลูกค้าช่วงนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ สาธารณสุขจังหวัดก็ได้เน้นย้ำให้สถานบริการร้านอาหารได้ตรวจ  ATK ให้กับลูกค้าพนักงานและผู้ประกอบการแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อให้นำตัวออกไปรักษา ซึ่งเป็นราชการที่ทางร้านต้องปฏิบัติการอย่างเข้มงวดเนื่องจากทาง สสจ.ชลบุรี มีคำสั่งเน้นย้ำว่าหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก็อาจจะส่งผลให้มีการปิดกิจการได้ ทำให้บางร้านก็มีปิดร้านไปบ้าง เนื่องจากลูกค้าน้อย รวมไปถึงการแพร่ระบาดของโควิด 19  

ส่วนราคา ATK ตอนนี้ก็มีราคาที่ไม่แพงมาก ไม่เหมือนเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ชุดตรวจ ATK มีราคาชุดละ 200 บาท ซึ่งตอนนี้ราคาชุดตรวจ ATK ตกอยู่ที่ราคา 70 บาท สารถตรวจน้ำลายได้ ตรวจจมูกได้ ซึ่งในช่วงนี้พนักงานร้านอาหารต่างในพื้นที่ก็กลัวจะมีคำสั่งปิดร้านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางร้านก็พยายามทำตามคำสั่งของสาธารณะสุขจังหวัดอย่างเคร่งขัด ซึ่งพนักงานหลายคนก็กลัวโรคโควิด 19 มาก แต่ก็กลัวที่จะอดตายมากกว่า 

อยากวอนให้ภาครัฐได้เห็นใจผู้ประกอบการร้านอาหาร เพราะไม่ใช่เฉพาะร้านอาหารที่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งทางสาธารณะสุขจังหวัดก็ได้ไปสุมตรวจห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งพบว่าพนักงานติดเชื้อโควิด 19 สาธารณะสุขจังหวัดลงไปตรวจถนนคนเดินแห่งหนึ่งก็พบมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทำเฉพาะฉะนั้น การติดเชื้อโควิด 19 ไม่ได้พบเจอแต่เพียงร้านอาารหรือสถานประกอบการเท่านั้น อยากวอนให้ภาครัฐเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด 19 แล้วนำผู้ติดเชื้อเหล่านี้ไปรักษาตัวต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านสุดทน! รง.ยาง ปล่อยน้ำเสียลงคลอง ส่งกลิ่นเหม็นชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627149

ชาวบ้านสุดทน! รง.ยาง ปล่อยน้ำเสียลงคลอง ส่งกลิ่นเหม็นชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.28 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ม.ค.65 นายศิวฤกษ์ หนูฤทธิ์ หน.กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรม จ.กระบี่ นายอรุณ ภูมิภมร นายก อบต.เขาคราม นายกิตติ กิตติธรกุล เลขานุการนายก อบจ.กระบี่ นายคมเพชร คงเส้ง ส.อบจ.กระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารสุข กำนัน ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้เข้าตรวจสอบโรงงานยางพาราไทยแมคเอสทีอาร์ จำกัด สาขากระบี่ 2 ม.1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ หลังชาวบ้านร้องเรียนโรงงานปล่อยน้ำเสีย และส่งกลิ่นเหม็น สร้างเดือดร้อนให้ชาวบ้านรวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.1,2,3และ6 

จากการตรวจสอบภายในโรงงานพบว่ามีการผลิตทั้งฝ่ายน้ำยางและยางแผ่น ทำให้กลิ่นจากสารเคมีฟุ้งกระจายค่อนข้างรุนแรง  นอกจากจากนี้ยังพบว่าในส่วนที่เป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย มีการต่อท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ลงคลอง ที่อยู่ด้านหลังโรงงาน และยังได้มีการสูบน้ำเสียจากบ่อบำบัด มารดน้ำต้นยางในสวนยางของโรงงานด้วย ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์เด็กเล็ก ของ อบต.เขาคราม ประมาณ 100 เมตร จากการสอบถามครู ศูนย์เด็กเล็ก ทราบว่า ในช่วงที่มีการล้างบ่อหรือดูดน้ำมารดในสวนยาง จะทำให้กลิ่นจากน้ำเสียฟุ้งกระจาย เหม็นมาก แต่โชคดีในช่วงนี้ เด็กไม่มาเรียน 

นายคมเพชร คงเส้ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ประมาณ 5 วัน ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน และผู้นำในชุมชน ว่า โรงงานมีการปล่อยน้ำเสียลงคลอง และกลิ่นเห็น จึงได้เข้ามาตรวจสอบ พร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน พบว่าน้ำที่ออกมาจากท่อระบายน้ำ ที่ป้ายเขียนบอกว่า เป็นน้ำฝน มีน้ำสีดำและเศษยางปนมาด้วยจำนวนมาก แต่ต่างกับที่เห็นในวันนี้ น้ำค่อนข้างใส ไม่มีเศษยางปน ซึ่งตนขอท้าให้โรงงานรื้อท่อออก เชื่อว่ามีการหมกเม็ดท่อน้ำเสียอยู่ด้วยก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งปัญหากลิ่นและน้ำเสีย หลังจากนี้จะต้องได้รับการแก้ไข

นายอรุณ ภูมิภมร กล่าวว่า ปัญหากลิ่นน้ำเสียจากโรงงาน จะต้องไม่เกิดขึ้น หรือเกิดได้แต่ต้องไม่กระทบและสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ซึ่งหลังจากนี้ ทาง อบต.เขาคราม จะใช้กฏหมายเข้ามาควบคุมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสูบน้ำเสียมารดน้ำในสวนของโรงงาน เพราะกลิ่นจากน้ำเสียส่งผลกระทบกับศูนย์เด็กเล็ก ของ อบต.โดยตรง อยู่ห่างอยู่ห่างกันเพียง 100 เมตร 

ด้านผู้ตัดการโรงงาน ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาทางโรงงานพยายามแก้ไขปัญหาให้ตลอด ทุกครั้งที่ชาวบ้านร้องเรียน และที่สำคัญโรงงานเป็นโรงงานแบบปิด มีการจัดการตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามทางโรงงานจะเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงงานดังกล่าว ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนได้มีการปล่อยน้ำเสียลงคลอง ทำให้น้ำในคลองเน่าทั้งคลองจนถูกชาวบ้านรวมตัวประท้วงและได้มีการแก้ไข จนเป็นที่พอใจ แต่ในช่วง 6 เดือนมานี้เริ่มมีกลิ่นเห็นและน้ำเสียไกลออกมาจากโรงงานอีก ถึงแม้ว่าโรงงานจะอ้างว่าไม่ได้ปล่อยก็ตาม. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉีกกฎพรีเวดดิ้ง! คู่รักถ่ายภาพในป่าช้า-เมรุเผาศพ สุดหลอนเงาปริศนาโผล่

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627119

ฉีกกฎพรีเวดดิ้ง! คู่รักถ่ายภาพในป่าช้า-เมรุเผาศพ สุดหลอนเงาปริศนาโผล่

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.16 น.

หลอนกว่านี้มีอีกมั้ย… ชาวเน็ตสุดฮือฮาเมื่อเห็นภาพคู่รักถ่ายภาพพรีเวดดิ้งสุดหลอนในป่าช้า-เมรุเผาศพ และมีคนตาดีเห็นเงาปริศนาโผล่ด้านหลัง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าไม่ใช่ทีมงานแน่ๆ แต่ไม่รู้ใครเหมือนกัน

โดยเฟซบุ๊ก “Nonts Kongchaw” เผยเซตภาพพรีเวดดิ้งสุดแหวกแนวนี้เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยรุบุข้อความว่า “Pre Wedding – Love Beyond Death เพราะความรักอยู่เหนือความตาย” และโพสต์ภาพสุดหลอนขณะมาเงามายืนดูอยุ่ข้างหลัง โดยระบุว่า “คุณลุงเป็นใครหรอครับ แอบมองเราทำไม 555 คุณลุงไม่กลัวผีหลอกหรอครับ ที่นี่ป่าช้าเก่านะ“

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก Nonts Kongchaw

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ป่วนเมือง! แก๊งวัยรุ่นนนท์ ยกพวกปาระเบิดบนถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าสะพานมหาเจษฯ

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627113

ป่วนเมือง! แก๊งวัยรุ่นนนท์ ยกพวกปาระเบิดบนถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าสะพานมหาเจษฯ

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.44 น.

7 ม.ค.65 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “โอสคูล ฮิปปี้” โพสต์ข้อความพร้อมคลิปภาพกลุ่มวัยรุ่นปาระเบิดรวมทั่งในมือมีอาวุธมีด #คนในกลุ่มแถวบ้านถ่ายไว้ขณะกลับบ้านแถวๆ วัดสวนแก้ว อันตรายมากกับผู้ขับรถไปมา

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ช่วงทางขึ้นสะพานข้ามถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ มี่พื้นถนนพบเศษสก๊อตเทปกระจายเกลื่อนพื้นถนนคาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของปะทัดยักษ์ ขณะที่ตำรวจสืบสวนสภ.บางศรีเมือง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งเก็บชิ้นส่วนที่พบในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

ทีมข่าวได้สอบถามไปที่นายดวง ซึ่งเป็นคนถ่ายคลิป เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางคนถ่ายไม่สะดวกจึงได้พูดคุยทางโทรศัพท์ โดยให้ข้อมูลว่า เมื่อคืนช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.ขณะกำลังขับรถกลับบ้านพักย่านบางบัวทองเมื่อมาถึงบริเวณทางลงสะพานข้ามถนนราชพฤกษ์พบกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคนมีอาวุธมีดในมือแต่ไม่พบคู่อริ ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นบันทึกภาพไว้ ขณะที่ถ่ายภาพเห็นวัยรุ่นในกลุ่มขว้างปาระเบิดจำนวนหลายครั้ง จนมีคนในบ้านตะโกนออกมาว่า “กูรุ่น48 “ หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นก็ขับรถแยกย้ายกันไป

ด้านนางก้อย เจ้าของร้านขายอาหารตามสั่ง กล่าวว่า เมื่องช่วงเวลาประมาณสามทุ่มเศษๆ ตอนนั้นตนเก็บร้านแล้วและนั่งอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงดังคล้ายปะทัดหลายครั้งแต่ไม่กล้าออกมาดูเพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กจุดพลุเล่น ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นตรงนี้

พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีที่ถ่ายคลิปเหตุการณ์เอาไว้ได้ว่าเมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 21.00 น.มีกลุ่มวัยรุ่นขี่จำนวนหลายคนขี่จยย.ซ้อนท้ายมีทั้งอาวุธมีดและระเบิด จากการตรวจสอบวันนี้พบเศษซากชิ้นส่วนประทัดยักษ์ตกกระจายอยู่เกลื่อนพื้นถนน ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวใช้เดินทางมาและกลับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีคนได้รับบาดเจ็บหรือเข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิจารณ์กระหึ่มโซเชียล! บันไดคอนกรีตกันคลื่น ทำ’หาดทรายชะอำ’ใกล้สิ้น

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627111

วิจารณ์กระหึ่มโซเชียล! บันไดคอนกรีตกันคลื่น ทำ'หาดทรายชะอำ'ใกล้สิ้น

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.41 น.

วิจารณ์กระหึ่มโซเชียล! บันไดคอนกรีตกันคลื่น ทำ”หาดทรายชะอำ”ใกล้สิ้น นักกฎหมายชี้ตรวจสอบสถานะโครงการ-หากทำลายทรัพยากรธรรมชาติฟ้องศาลให้ระงับได้ “ศศิน”แนะรื้อโครงสร้างแข็งออก

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ได้ลงภาพและโพสต์ข้อมูลกรณีที่นักท่องเที่ยวพากันผิดหวังภายหลังเดินทางไปเที่ยวหาดชะอำใต้ในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวได้มีการสร้างบันไดคอนกรีตกันคลื่นตามโครงการรก่อสร้างฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ยาวกว่า 1,400 เมตร ซึ่งดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย มูลค่า 102.9 ล้านบาท ทำให้หาดทรายบริเวณดังกล่าวหายไป และภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง จนนักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณถึงความเหมาะสมของโครงการดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า และ น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ซึ่งระบุว่าหาดชะอำเคยเป็นหาดที่มีชายหาดที่กว้างมาก หากดูปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างโครงการหาดทรายจะหายไป ส่วนหาดที่ยังไม่มีการสร้างทรายจะยังคงมีอยู่จำนวนมากและกว้าง

“เสียดายที่หาดถูกแก้ปัญหาการกัดเซาะไม่ถูกจุด เพราะการใช้โครงสร้างแข็งไปวางจะยิ่งทำให้หาดทรายที่มีอยู่หายไปจนหมด เหลือแต่ลานคอนกรีตในอนาคต ดูตัวอย่างได้จากหาดในจังหวัดประจวบฯ ไม่ว่าจะเป็นหาดประจวบฯ หาดคลองวาฬ และหาดอื่นๆที่มีการทำกำแพงกันคลื่น” นางสาว ส.รัตนมณี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการนี้ได้เปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติในทางที่เลวร้ายลง หากจะมีการดำเนินการในเฟส 2 อีก ประชาชนมีสิทธิยับยั้งหรือไม่ น.ส.เฉลิมศรี กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งประเภทนี้เท่าที่ทราบ เมื่อสร้างแล้วจะต้องสร้างต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากจะมีการกัดเซาะไปเรื่อยๆ หากมีการรุกล้ำหาดทราย การป้องกันไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของคนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้นเท่านั้น แต่ผู้ที่ใช้ประโยชน์ จะเป็นคนเดียวหรือคณะบุคคล หรือองค์กรที่มีจุดประสงค์ในการอนุรักษ์ชายหาด ย่อมสามารถใช้สิทธิในการออกมาปกป้อง หรือเรียกร้องสิทธิของชายหาดได้ ในเมื่อเห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง กำลังถูกทำลายลง

เมื่อถามอีกว่า โครงการที่ดำเนินไปแล้วกว่า 1,400 เมตร ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ประชาชนมีสิทธิดำเนินการอย่างใดบ้าง น.ส.เฉลิมศรี กล่าวว่า เมื่อทราบว่ามีการดำเนินโครงการในลักษณะที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ควรทำหนังสือให้สอบถามถึงสถานะของโครงการและให้ชะลอการก่อสร้างไปก่อน เนื่องจากโครงการไม่มีความเหมาะสมต่อพื้นที่ ไม่มีความปลอดภัย และไม่มีความจำเป็นต่อชายหาด และหากดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว หน่วยงานยังดำเนินโครงการต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีความจำเป็น สมควรฟ้องคดีต่อศาลในท้ายที่สุด

“ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมา เกิดจากการไม่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของหน่วยงานรัฐ ในด้านการศึกษาสภาพชายหาด และหาทางป้องกัน ที่สำคัญโครงการที่เกิดขึ้นนี้ มีผลจากการแก้ไขประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA เมื่อ ปี 2556 ที่ได้นำโครงการกำแพงกันคลื่นออกไป ทำให้โครงการในลักษณะนี้ไม่ต้องทำรายงาน EIA ทำให้หน่วยงานเร่งดำเนินการให้มีขึ้นจำนวนมากเกินกว่า 50 โครงการ จากหลายหน่วยงาน โดยหน่วยงานรัฐมักอ้างว่า มีเหตุเดือดร้อนของประชาชน” น.ส.เฉลิมศรี กล่าว

นางสาว ส.รัตนมณี กล่าวว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินโครงการว่าได้มีการดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยต้องดูว่า มีการที่จะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่าจะมีผลอย่างไร หากมีโครงการ การให้ข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนของโครงการต่อประชาชนและสาธารณะ การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการขออนุญาตดำเนินการก่อสร้าง เพราะการก่อสร้างนี้จะเป็นเรื่องการสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ต้องขออนุญาตก่อสร้างจากกรมเจ้าท่า การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นต้น

นางสาว ส.รัตนมณี กล่าวว่ามูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนทำงานร่วมกับกลุ่ม Beach for Life ติดตามสถานการณ์ปัญหาโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งมาโดยตลอด ได้มีการฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลหลายคดี เช่น หาดชลาทัศน์ หาดม่วงงาม จ.สงขลา หาดอ่าวน้อย หาดคลองวาฬ จ.ประจวบฯ เห็นว่า ศาลปกครองเริ่มเข้าใจในสถานการณ์ปัญหา และพยายามให้ความคุ้มครองและป้องกันชายหาด กรณีหาดชลาทัศน์หลังจากฟ้องไปแล้วทางจังหวัดได้เปลี่ยนการสร้างโครงสร้างแข็งเป็นการเติมทราย ซึ่งต่อมาทางหาดพัทยาก็ใช้การแก้ปัญหาด้วยการเติมทรายเช่นเดียวกัน

ขณะที่ นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ที่หาดนี้เทศบาล พ่อค้าแม่ค้า เขาเห็นการกัดเซาะชายฝั่งจริงๆ ครับ แต่ไม่มีความรู้ว่าสาเหตุเพราะอะไร และไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเพราะคลื่นทะเลก็รุกเข้ามาทุกปี”

นายศศิน ระบุว่า มี 3 เรื่องที่มองด้วยตาไม่เห็น คือ 1.ถนนเลียบหาดชะอำ สร้างบนเนินทรายธรรมชาติมานานหลายสิบปี มีกิจกรรมสารพัดหน้าถนนนี้ รบกวนการสะสมตัวของทรายจากลมพัดขึ้นฝั่ง และทำหน้าที่ปะทะแรงคลื่นช่วงมรสุม ให้ทรายย้อนไปเป็นหาดทรายและสันดอนทรายใต้น้ำ ก่อนที่คลื่นดิ่งเบาๆ ในช่วงหลังมรสุมจะพาขึ้นมาแต่งหาดให้สวยใหม่ อันนี้แก้ยากที่สุด อาจจะต้องพึ่งการเติมทรายจากแหล่งทรายใกล้ๆ มาช่วย

2.ทุกคนอยากได้หาดทรายกว้างๆ ตลอดไป เพื่อวางร่ม-เก้าอี้ผ้าใบ ด้านหลังจอดรถ ด้านหน้าให้วิ่งเล่นและลงน้ำ ซึ่งตามธรรมชาติจะไม่เป็นแบบนั้นเพราะมีน้ำขึ้น-น้ำลง และช่วงหาดกว้างสวยหลังมรสุมเดือน มี.ค.จนถึง ต.ค.และหาดแคบช่วงฤดูมรสุม 4 เดือน พ.ย. – ก.พ.จึงมีความพยายามถมหิน เทปูนให้พื้นที่ที่ต้องเปลี่ยนแปลงคงที่เข้าไว้ โดยคิดว่าจะไม่มีผลกระทบต่อหน้าหาดที่เป็นหาดทรายกว้าง แต่ที่ไหนได้ คลื่นที่ปะทะแนวหินจะแรงยกตัวและพัดทรายหน้าหาดออกไปเรื่อยๆ หลายปี หาดก็ลึกหดแคบเรื่อยๆ ทำให้เกิดการกัดเซาะหาดทรายให้แคบลึก จนน่ากลัวว่าจะเซาะถึงที่จอดรถและถนน อันนี้ควรแก้ไขโดยการรื้อโครงสร้างแข็งพวกนี้ออกและยอมให้หาดทรายขยาย-หดตามธรรมชาติ เราก็ใช้หาดเท่าที่เป็นปกติ

3.ลานเอนกประสงค์ของเทศบาลสร้างยื่นไปในทะเล ให้คนไปยืนถ่ายรูป กีดขวางตะกอนและกระแสน้ำ และทำให้คลื่นปะทะเลี้ยวเบนเข้ากัดเซาะบริเวณที่สิ้นสุดลาน ทำให้ต้องถมหินป้องกัน เมื่อถมหินเริ่มต้น คลื่นจะปะทะแล้วเลี้ยวเบนกัดเซาะต่อเนื่อง และต้องถมหินไปเรื่อยๆ เรื่องนี้ผสมกับข้อ 2 เลยไปกันใหญ่ ถ้ายอมรื้อให้อยู่ในแนวเส้นชายฝั่ง จะช่วยได้เยอะ

“โครงการเขื่อนใหญ่ขั้นบันไดให้ม้าวิ่ง นี้เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปี 2556-2558 ช่วงนั้นหน่วยงานต่างๆ ยังไม่มีองค์ความรู้เรื่องธรณีสัณฐานชายฝั่งกันครับ ตอนนี้มีความรู้แล้วก็หวังว่าคนรุ่นหลังจะค่อยๆหาทางแก้ไขให้ถูกต้องในระยะต่อไปนะครับ รัฐบาลหน้ากรุณาหารัฐมนตรีที่รู้เรื่องมาแก้ไขด้วยนะ คุณบิ๊กป็อกแกไม่เชื่อใคร” นายศศิน ระบุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หวานลงโลง! คู่รักฉีกแนวพรีเวดดิ้งสุดหลอน ‘เพราะรักอยู่เหนือความตาย’

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627105

หวานลงโลง! คู่รักฉีกแนวพรีเวดดิ้งสุดหลอน 'เพราะรักอยู่เหนือความตาย'

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.23 น.

หวานลงโลง! คู่รักฉีกแนวพรีเวดดิ้งสุดหลอน ‘เพราะรักอยู่เหนือความตาย’

7 ม.ค.65 เป็นเรื่องราวที่กำลังได้รับความสนใจในโลกโซเชียล หลังจากที่เฟซบุ๊ก Nonts Kongchaw เผยภาพเซตคู่รัก บันทึกภาพเป็นความทรงจำก่อนเข้าประตูวิวาห์ แต่คู่รักคู่นี้ ถือว่าฉีกแนวจากคู่อื่นๆ เลือกโลเคชั่นในวัด ไม่ว่าจะเป็น เตาเผาศพ , โลงศพ , และ อัฐิเก็บกระดูกผู้ตาย โดยให้คอนเซปต์นี้ว่า ” Love Beyond Death เพราะความรักอยู่เหนือความตาย “

ภาพเซตนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หลายคนบอกว่าดูหลอนๆ ไม่อินเลิฟและดูเป็นลาง แต่บางคนก็บอกว่าชอบมาก มีสไตล์และสื่อความหมายได้ดี แต่ก็มีชาวเน็ตบางกลุ่มบอกว่า บางภาพคล้ายติดเงาบางอย่างคล้ายคนหรืออาจจะเป็นทีมงานก็เป็นได้ – 009ขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchawขอบคุณภาพ : Nonts Kongchaw

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกควายคลอดก่อนกำหนดพิการขาหน้ามีแต่ขาหลัง 3 ขาขาวชาวบ้านแห่ตีเลข

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627097

ลูกควายคลอดก่อนกำหนดพิการขาหน้ามีแต่ขาหลัง 3 ขาขาวชาวบ้านแห่ตีเลข

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.03 น.

แม่ควายตั้งท้องไม่ครบกำหนด ออกลูกไม่สมบูรณ์พิการขาหน้า มีแต่ขาหลัง 3 ขาแถมสั้นยาวไม่เท่ากัน ชาวบ้านและคอหวยที่ทราบข่าวแห่ตีเลขเด็ด

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ทุ่งนานอกหมู่บ้าน บ้านรุ่ง หมู่ 6 ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังทราบว่ามีควายออกลูกมาไม่สมบูรณ์ไม่มีขาหน้า มีแต่ขาหลังสามขา โดยขาข้างขวายาวเท่าควายปกติ แต่กลีบปลายขาหักงอ ส่วนขาซ้ายสั้นประมาณ 20 ซม.และมีขาสั้นออกตรงกลางระหว่าง 2 ขายาวประมาณ 10 ซม. ลูกยืนไม่ได้ ส่วนหัวมีหน้าตา ใบหู จมูกปกติดีทุกอย่าง

นายคำหมื่น บุญเหลือง อายุ 52 ปี เจ้าของควาย เล่าว่า ตนเลี้ยงควายทั้งหมด 6 ตัวนำมาเลี้ยงไว้ที่กลางทุ่งนา ห่างจากบ้านประมาณ 1,500 เมตร ตัวที่ออกลูกนี้ชื่อนางเฒ่า อายุ 5 ปีมีลูกมาแล้ว 1 ตัวตัวนี้เป็นตัวที่ 2 ตั้งท้องได้ 6 เดือนออกลูกเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ม.ค.65) ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งยังไม่ครบกำหนด และตอนที่แม่ควายผสมพันธุ์ก็ผสมเร็วมาก เพราะลูกตัวแรกยังไม่ถึงปีก็ผสมพันธุ์แล้ว การที่แม่ผสมเร็วและลูกออกก่อนกำหนดอาจจะเป็นสาเหตุของการที่ทำให้ลูกไม่สมบูรณ์ ซึ่งตนคิดว่าลูกควายตัวนี้น่าจะมาให้โชคให้ลาภตนกับครอบครัว ซึ่งตนดูแล้วลูกควายแข็งแรงดี น่าจะมีชีวิตรอดอยู่ตนจะเลี้ยงให้ดีที่สุด

หลังจากที่ข่าวแพร่หลายออกไปก็มีชาวบ้านที่รู้ข่าวรวมทั้งคอหวย นักเสี่ยงโชค ได้พากันมาดูลูกควายและต่างตีเป็นเลขซื้อหวยเสี่ยงโชคงวดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งลูกควาย 1 ตัว มี 3 ขา ต่างก็ตีเป็นเลขไปต่างๆ นานา ก็แล้วแต่ว่าใครจะมีโชคลาภ ดวงใครจะโชคดี – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมูแพง’ สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ สอบ.แจงราคาที่จำหน่ายยุติธรรมหรือ?

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627091

‘หมูแพง’ สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ สอบ.แจงราคาที่จำหน่ายยุติธรรมหรือ?

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.48 น.

สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ชวนผู้บริโภคไปล้วงลึกว่าทำไมหมูถึงแพงจนเกือบเท่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้รับต่อวัน เกิดจากสาเหตุอะไร แล้วแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ ‘หมูมีราคาที่ยุติธรรม’ ตามไปอ่านกันได้เลย

ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับโรคระบาดในคนอย่างโควิด – 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะผลกระทบในด้านการเงิน บางคนตกงานหรือมีรายรับน้อยลงในขณะที่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น แต่ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะล่าสุดเรายังต้องรับมือกับโรคระบาดในหมูจนทำให้ราคาหมูแพงขึ้นอีกด้วย

‘เนื้อหมู’ โปรตีนที่คนไทยนิยมบริโภคมีการปรับราคาต่อกิโล ขึ้นมาเกือบเท่าค่าแรงขั้นต่ำต่อวันของคนไทย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลกระทบกับผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่กลับส่งผลไปทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมูก็ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่ท่วมตัว หลายรายล้มหายตายจากและออกจากระบบการเลี้ยงหมู พ่อค้าแม่ค้าแผงหมูขายหมูได้น้อยลง แผงหมูลดน้อยลงหรือปิดไปเลยก็มีเพราะขายของไม่ได้ รวมไปถึงร้านอาหารต่าง ๆ ที่มีการปรับราคาขึ้น  กระทั่งรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือทุกภาคส่วน แต่ก็ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหมูแพงได้อย่างแท้จริง และคาดว่าเร็ว ๆ นี้ราคาต่อกิโลก็มีแนวโน้มที่อาจจะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำต่อวัน
_________________
‘หมูแพง’ เพราะอะไร?
_________________
“ผมเลี้ยงหมูมา 30 กว่าปีถือว่าหนักสุด” นิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี ให้สัมภาษณ์กับประชาชาติธุรกิจถึงสถานการณ์ราคาหมูช่วงนี้ว่า ที่ผ่านมาคนเลี้ยงหมูหลายรายต้องเผชิญกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู (African Swine Fever : ASF) ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษา สุดท้ายทำให้หมูล้มตายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการระบาดยังส่งผลให้แม่หมูเหลือลดน้อยลงกว่าครึ่ง จนทำให้กำลังการผลิตลูกหมูหรือที่เรียกว่าหมูขุน ลดน้อยลงไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อก่อนประเทศไทยเลี้ยงหมูในระดับที่เพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศและยังสามารถส่งออกได้ แต่ขณะนี้จำนวนหมูหายไปถึงประมาณร้อยละ 50 – 70 ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงกระทบไปทั้งระบบ ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ต้องแบกรับต้นทุนต่าง ๆ พ่อค้าแม่ค้าแผงหมูที่ต้องรับหมูมาในราคาที่สูงขึ้น ร้านอาหารก็มีการปรับราคาขึ้น และสุดท้ายผู้บริโภคก็ต้องซื้อหมูหรืออาหารที่แพงขึ้นด้วย สอดคล้องกับ วิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย : BIOTHAI) ที่มองว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้หมูมีราคาแพง ก็คือ การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมูทำให้หมูตายไปเป็นจำนวนมาก ประกอบกับคนเลี้ยงหมูไม่สามารถรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการที่หมูล้มตาย ท้ายที่สุดรายย่อยก็หายไปจากระบบเพราะสายป่านที่ยาวไม่มากพอเหมือนกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเมื่อคนเลี้ยงหมูหายไปย่อม ส่งผลกระทบกับปริมาณเนื้อหมู แต่ทั้งนี้วิฑูรย์ กลับมองว่า การระบาดดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นมาได้สักพักแต่กรมปศุสัตว์ไทยกลับไม่ยอมรับว่ามีการระบาด เพราะอาจจะเป็นเพียงเพื่อ ต้องการปกป้องเรื่องการส่งออกเนื้อหมูของไทยไปยังต่างประเทศ ซึ่งการส่งออกที่ว่านี้มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งได้ประโยชน์จากการส่งออกเนื้อหมูในยามที่ทั่วเอเชียเกิดโรคระบาด
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าช่วงเดือนพฤษภาคมของปีที่ผ่านมา เวียดนามปฏิเสธการนำเข้าหมูจากไทย เนื่องจากพบว่าหมูจำนวน 980 ตัว ติดโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู ดังนั้น วิฑูรย์จึงเกิดคำถามว่า เป็นไปได้อย่างไรว่าการพบหมูติดโรคจำนวนมากขนาดนั้นกลับไม่มีการแถลงข่าวหรือปรากฏเป็นข่าวในประเทศไทยเลย ขณะที่ธีมะ กาญจนไพริน พิธีกร          รายการจั๊ดซัดทุกความจริง วิเคราะห์ในรายการดังกล่าวเมื่อ 5 มกราคมที่ผ่านมาว่า ‘อาหารหมู’ เป็นปัจจัยการผลิตที่สูงที่สุดที่เกษตรกรต้องลงทุนในการเลี้ยงหมู คิดเป็นประมาณร้อยละ 60 – 70 ของต้นทุนการเลี้ยง ซึ่งอาหารหมูที่ว่านั้นก็ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง มันสำปะหลัง มีราคาที่สูงมากเลยทีเดียวและมีการคาดการณ์ว่าปัจจัยการผลิตเหล่านี้น่าจะมีราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ไปอีกในอนาคต นอกเหนือจากนั้นยังมีต้นทุนที่เกิดขึ้นมาใหม่สำหรับคนเลี้ยงหมูในไทย นั่นคือ การปรับปรุงฟาร์มเลี้ยงสุกรให้เข้าสู่รูปแบบมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ รวมถึงมาตรการปฏิบัติทางการเกษตรสำหรับฟาร์มสุกรฉบับทบทวน โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงจากทั้งปัจจัยการผลิต รวมถึงระเบียบกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานประกาศออกมาทำให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมูหายไปจากระบบ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ผลที่ตามมา คือ หมูในประเทศไทยมีน้อยลงแต่ความต้องการมีมาก จึงต้องปรับราคาขึ้นกระทั่งขณะนี้ราคาหมูก็สูงมากจนฉุดไม่อยู่
______________________________
ราคาหมูตอนนี้ เกือบเท่า ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’
______________________________
“กลายเป็นว่าขณะนี้เนื้อหมูมีราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท และมีการคาดการณ์ว่าราคาจะทะลุไปถึงกิโลกรัมละ 300 บาท เท่ากับว่า ราคาเนื้อหมูขนาดนี้แถมยังเป็นโปรตีนที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมบริโภค กลับมีราคาเท่า ๆ หรือใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งกระทบกับคนส่วนใหญ่ในประเทศแน่นอน” วิฑูรย์ กล่าว
หากดูรายงานการศึกษาจะพบว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารประมาณครึ่งหนึ่งหรือกว่าร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะฉะนั้นเมื่อราคาอาหารสูงขึ้น สิ่งที่ผู้บริโภคจะทำก็คือ อาจจะมีการบริโภคอาหารหรือมีกำลังในการซื้ออาหารน้อยลง ผลที่ตามมาคือพ่อค้าแม่ค้าขายหมูได้น้อยลง แผงหมูลดน้อยลงหรือปิดไปเลยก็มีเพราะไม่สามารถขายของได้ กลายเป็นว่าเกษตรกรรายย่อย พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผู้บริโภค ล้วนได้รับผลกระทบไปทุกภาคส่วน แต่ที่ยังอยู่ได้น่าจะเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่สามารถผลิต อาหารสัตว์ได้ ผลิตหมูได้ และยังมีแหล่งกระจายเนื้อหมูของตัวเองไปยังผู้บริโภคโดยที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับรายย่อย
ด้านนิพัฒน์ ก็ได้ระบุถึงสาเหตุที่ราคาหมูพุ่งสูงไปกว่า 200 บาทต่อกิโลกรัมว่า หากรัฐบาลมีการบริหารจัดการที่รวดเร็วมากกว่านี้ เหตุการณ์อาจจะไม่รุนแรงมาก “วันนี้ผู้บริโภคเดือดร้อน คนเลี้ยงหมูก็เดือดร้อนด้วย มันไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเดือดร้อนน้อยที่สุด ผู้เลี้ยงเจ็บน้อยที่สุด”
____________________
หมูต้องมี ‘ราคาที่ยุติธรรม’
____________________
เมื่อกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่พยายามจะตรึงราคาหมูช่วยเหลือผู้บริโภค วิฑูรย์มองว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหมูแพงได้อย่างแท้จริง และราคาหมูก็น่าจะพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ แบบนี้ โดยเขามองว่า ‘หมูจะต้องมีราคาที่ยุติธรรม’ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริหารงานของรัฐบาล เช่น การปกปิดเรื่องโรคระบาดเพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมใหญ่ รวมถึงการปล่อยให้มีการรวมศูนย์ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ไปจนถึงการผลิตหรือการกระจายเนื้อหมู หรือเรียกได้ว่ากินรวบตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ
ดังนั้น การแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ ไม่ปล่อยให้มีการผูกขาดรวมศูนย์ โดยต้องเพิ่มผู้เลี้ยงหมูรายย่อยให้มีมากที่สุด ส่งเสริมให้มีการผลิตอาหารสัตว์ได้เองหรือส่งเสริมให้มีแหล่งกระจายเนื้อหมู เพื่อไม่ให้มีการพึ่งพาบริษัทอาหารสัตว์ขนาดใหญ่อีก รวมถึงต้องรักษาเกษตรกรอื่นที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตด้วย เช่น เกษตรกรที่ผลิตข้าวโพด ปลายข้าว เพื่อให้เขามีอาชีพอยู่ได้และเพื่อไม่ให้มีการรวมศูนย์ในมือของคนใดคนหนึ่ง
_________________________
เรียกร้องรัฐจัดการปัญหาหมูแพง
_________________________
นิพัฒน์ มองว่าความจริงใจของภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องที่สำคัญ รัฐควรแก้ปัญหาการระบาดของโรคดังกล่าว หรือการทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่หายไปกว่า 2 แสนรายกลับเข้ามาเลี้ยงหมูได้เหมือนเดิม หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาเรื่องราคาหมูที่แพงจนกระทบพ่อค้าแม่ค้าแผงหมู ร้านอาหาร และผู้บริโภค โดยต้องหาแนวทางในการสร้างความสมดุลกับผู้บริโภค “แม้หมูจะมีราคาแพง แต่ผู้บริโภคอย่างเราก็ไม่ควรละเลยที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการปัญหาหรือผลักดันไม่ให้มีการผูกขาดปัจจัยการผลิตต่าง ๆ” วิฑูรย์ ระบุและยังเสริมอีกว่า การเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น การกระจายการผลิตอาหารให้กับรายย่อย หรือแม้แต่มีการเสนอให้มีการนำเข้าเนื้อสัตว์เพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ เขามองว่าอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว เนื่องจากเมื่อนำเนื้อสัตว์เข้ามาจะส่งผลกระทบกับรายย่อย โดยอาจจะเกิดการรวมศูนย์หรือการผูกขาดการนำเข้า และที่ตามมาในอนาคต คือ ผู้บริโภคจะลำบาก เพราะต้องพึ่งพาต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราต้องอดทนและควรเรียกร้องให้มีการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ทั้งเรื่องการผลิตอาหารสัตว์ด้วยตัวเอง การผลิตหมู หรือแม้แต่การส่งเสริมให้มีสถานที่ที่รองรับการกระจายผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวล คือ เมื่อสินค้าบริโภคจำเป็นประเภทหนึ่งมีราคาถีบตัวสูงผิดปกติ มักจะทำให้ราคาของสินค้าประเภทอื่น ๆ ถีบตัวตามไปด้วย แม้ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงจากราคาของเนื้อหมู ดังนั้น จึงจำเป็นที่ รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ต้องพยุงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้เกิดความเสถียร เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อ
ผู้บริโภคมากเกินความจำเป็น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ข่าวดี! ‘นนท์พร้อม’ ประกาศให้ ปชช.ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็น Pfizer

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627089

ข่าวดี! 'นนท์พร้อม' ประกาศให้ ปชช.ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็น Pfizer

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

7 ม.ค.65 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ประกาศแจ้งให้ประชาชนสามารถลงทะเบียน นัดวันฉีดวัคซีน booster เข็ม 3 เป้น Pfizer สำหรับคนไทยทั่วไป ไม่จำกัดพื้นที่อาศัย 

โดยแจ้งว่า “นนท์ booster” จัดฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็น Pfizer (booster)
***สำหรับคนไทย และไม่จำกัดพื้นที่อยู่อาศัย
*** เงื่อนไข
1. ฉีดSinovac หรือ Sinopharm มาครบ 2 เข็ม และ ฉีดเข็ม 2 มาก่อน 11 ธันวาคม 2564
2.ฉีด AstraZeneca มาครบ 2 เข็ม และ ฉีดเข็ม 2 มาก่อน 11 ตุลาคม 64
3. ฉีด Sinovac เข็ม 1 และ Pfizer เข็ม 2 โดยฉีดเข็ม 2 มาก่อน 11 กรกฎาคม 64
*** ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7-10 มกราคม 2565 ก่อนเวลา 12.00 น. (หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน) https://www.xn--o3cdavpl4ezlya.com/nontpr…/vcevent/slot/36
*** ฉีดวัคซีนที่ WestGate Hall เซนทรัล เวสเกต วันที่ 11, 12, 13 มกราคม 2565 วันละ 8,000 คน 
เป็นการลงทะเบียน แบบทราบวันนัด และสนามฉีดชัดเจนแล้ว ถือเป็นการยืนยันนัดทันที (ไม่มีการแจ้ง SMS) ในใบนัดจะแสดงสถานที่นัด วันและเวลานัดหมายชัดเจน ขอให้ไปตามเวลานัดหมาย เพื่อเป็นไปตามมาตรการ Social Distancing” .-008

ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้องเสือหน้าแบ๊วมาก! เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627073

น้องเสือหน้าแบ๊วมาก! เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.07 น.

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน “Chiang Mai Night Safari”

7 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 10.30 น. สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดพิธีแถลงข่าวการจัดโครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน “Chiang Mai Night Safari”โดยมี นายสายสิทธิ์ เจตสิกทัต ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธานเปิด และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมด้วย ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

 นายสายสิทธิ์ เจตสิกทัต กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด19 ส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เนื่องจากมีมาตรการการปิดประเทศ ทำให้ภาคผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคประชาชนต้องอยู่ในสภาวะวิกฤตจากพิษเศรษฐกิจที่หยุดชะงักตัวลง ความหวังเดียวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือ การกระตุ้นการท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศด้วยกันเอง เนื่องจากรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงมีแนวคิดที่จะฟื้นฟู ปรับปรุง และสร้างกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน “Chiang Mai Night Safari” ขึ้น เพื่อสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้น และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการท่องเที่ยว การซื้อสินค้า และบริการ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค เป็นการกระจายรายได้สู่ภาคประชาชน ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ต่อไป

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน SHA Plus จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2564 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักท่องเที่ยวสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการ ซึ่งมีมาตราการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด19 

โดยแสดงวัคซีนพาสปอร์ต หรือผลตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมง, คัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้า (ไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส) และขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยขณะเข้าใช้บริการ และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,299,375 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
บุคคลในข่าว
เปิดไลน์อัพโชว์ระดับเวิลด์คลาส 12 การแสดง 9 ประเทศทั่วโลก ‘Bangkok Festivals’ ปีนี้

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d