Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หมอแล็บ’เฉลยแล้ว! ทำไมกินยา’ฟาวิพิราเวียร์’แล้วตาสีม่วง

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627065

'หมอแล็บ'เฉลยแล้ว! ทำไมกินยา'ฟาวิพิราเวียร์'แล้วตาสีม่วง

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.48 น.

วันที่ 7 มกราคม 2565 จากกรณีมีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ติดโควิด พร้อมทานยาต้านโควิด-19 แล้วเกิดผลข้างเคียง โดยมีอาการตาเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง 

ล่าสุด ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน โพสต์เฟซบุ๊กแฟนเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ระบุว่า กินยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่แค่ตาสีม่วงน้ำเงิน แต่บางคนตาเรืองแสงได้ด้วยนะคร้าบ

ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัสที่ อย่างที่เรารู้กันว่ามีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด ก็เลยเอามารักษาโควิดเพราะโควิดมันเป็นไวรัส

ฟาวิพิราเวียร์ อีกชื่อนึงมันคือ 5-Fluoro-2-hydroxypyrazine-3-carboxamide ซึ่งประกอบไปด้วยสารเรืองแสง ทีนี้พอเรากินยาเข้าไปเพื่อรักษาโควิด แถมต้องกินวันละเป็น 10 เม็ด ยามันก็เลยกระจายไปทั่วร่าง ทั้งผิว เส้นผม เล็บ ลูกตา บางคนจะเห็นชัดเลยว่าเรืองแสง บางคนก็มองด้วยตาเปล่าแล้วเห็นเป็นสีม่วงๆ ไม่ต้องตกกะใจครับ ไม่กี่วันเดี๋ยวร่างกายก็กำจัดยาออกไปเอง

ไม่ได้กลายเป็นมนุษย์เรืองแสงหรือตาม่วงไปตลอด เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติครับ แต่เยี่ยวม่วงไม่เกี่ยวเด้ออออ 5555

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วงการสมุนไพรตีปีก! เกษตรฯผลิตพลูคาวปลอดโรคไร้สารพิษสำเร็จ

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627060

วงการสมุนไพรตีปีก! เกษตรฯผลิตพลูคาวปลอดโรคไร้สารพิษสำเร็จ

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.31 น.

กรมวิชาการเกษตร โชว์เทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผลิตต้นพลูคาวปลอดโรค ไร้สารพิษ ผลิตได้จำนวนมากภาย ใช้เวลาน้อย พร้อมวิจัยใช้สารกระตุ้นเพิ่มปริมาณ 2 สารสำคัญใช้ประโยชน์ในวงการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เผยทดสอบปลูกต้นพลูคาวปลอดเชื้อในระบบไฮโดรโปนิกส์พบต้นโตเร็ว มีคุณภาพ ปราศจากโรค สร้างรายได้ให้เกษตรกรผลิตต้นพลูคาวได้ยาวตลอดปี   

นางปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันพืชสมุนไพรเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากพืชสมุนไพรหลายชนิดมีสารสำคัญสามารถรักษาโรคบางชนิดได้ และยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สมุนไพลพลูคาว สมุนไพรที่ประเทศต่างๆ นำไปใช้รักษาโรคและเป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ส่วนในประเทศไทย มีการใช้สมุนไพรพลูคาวเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นสารต้านมะเร็ง รักษาภูมิแพ้ เบาหวาน และใช้เป็นยาต้านการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม การผลิตพืชสมุนไพรพลูคาวของไทยยังมีปัญหาสำคัญที่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตคือโรคใบจุดและโรคต้นกล้าแห้ง ซึ่งการสะสมของโรคในต้นพันธุ์พลูคาวทำให้พืชมีความอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อสาเหตุโรคอื่นๆ และทำให้ได้ผลผลิตน้อย จึงทำให้มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืชเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีการปนเปื้อนของสารเคมีจากการป้องกันกำจัดโรค 

สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ จึงได้ทำการประยุกต์ใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อผลิตต้นพลูคาวปลอดโรคและปลอดสารพิษจำนวนมากภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งสามารถย้ายเพื่อนำไปปลูกในโรงเรือนเพาะชำเพื่อผลิตเป็นต้นกล้าปลอดโรคให้แก่เกษตรกรได้ รวมทั้งสามารถนำต้นพลูคาวปลอดโรคและสารพิษไปต่อยอดประยุกต์ปลูกในระบบโรงงานผลิตพืช (Plant factory) ซึ่งเป็นการปลูกพืชในอาคารที่ถูกสร้างและออกแบบมาเฉพาะได้ทำให้สามารถผลิตสมุนไพรพลูคาวคุณภาพสูงได้ตลอดทั้งปี

นางปิยรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ยังได้พัฒนาขั้นตอนการเพิ่มการผลิตสารสำคัญสารเคอร์ซิตรินและรูตินในพลูคาว 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์ใบเขียวกับพันธุ์ก้านม่วง ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้มักนิยมใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จึงทำให้สารสำคัญทั้ง 2 ชนิดนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ว่าพลูคาวจะสามารถสังเคราะห์สารเคอร์ซิตรินและรูตินได้เองตามธรรมชาติแต่พบว่าจะมีปริมาณการผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ บางครั้งจะได้สารในปริมาณที่น้อยมาก เนื่องจากปริมาณสารพฤกษ์เคมีหรือสารสำคัญในพืชมักแปรผันตามสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่เพาะปลูก

แต่จากงานวิจัยของ นางสาววรารัตน์ ศรีประพัฒน์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ พบว่าการใช้สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองในพืชนั้นสามารถกระตุ้นให้พลูคาวสามารถเพิ่มการผลิตสารเคอร์ซิตรินในพลูคาวได้ถึง 3 เท่าและสามารถเพิ่มการผลิตสารรูตินในพลูคาวได้ถึง 1.6 เท่า ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้รับสารกระตุ้น ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในการผลิตสารสำคัญจากพืชในเชิงพาณิชย์ต่อไป

ปัจจุบันสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ทดสอบปลูกต้นพลูคาวปลอดเชื้อในระบบที่ไม่ใช้ดินหรือระบบไฮโดรโปนิกส์ พบว่าการปลูกพืชในระบบนี้ทำให้สามารถจัดปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำ แสง ธาตุอาหาร และอุณหภูมิ ให้แก่พืชได้อย่างเหมาะสม ต้นพลูคาวสามารถเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างมีคุณภาพ ปราศจากโรค ทำให้สามารถผลิตพลูคาวได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งงานวิจัยนี้สามารถพัฒนากระบวนการผลิตพืชสมุนไพรพลูคาวสายพันธุ์ไทยเพื่อให้ได้พืชสมุนไพรที่มีคุณภาพ ปราศจากการปนเปื้อนสารพิษและสิ่งเจือปน เป็นทางเลือกในการปลูกพืชที่มีประสิทธิภาพเพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งควบคุมคุณภาพมาตรฐานในการผลิตสมุนไพรพลูคาวในเชิงพาณิชย์ต่อไป 

ผู้ที่สนใจ “เทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพสมุนไพรพลูคาว” หรือต้องการต้นพลูคาวปลอดโรค สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร โทร. 02-904-6885 ต่อ 213″  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเก็บของเก่า เลี้ยงหมาแมวกว่าร้อยตัว วอนผู้ใจบุญช่วย ยังค้างค่าไฟ2หมื่น

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627048

คนเก็บของเก่า เลี้ยงหมาแมวกว่าร้อยตัว วอนผู้ใจบุญช่วย ยังค้างค่าไฟ2หมื่น

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

ชาวบ้านอาชีพเก็บของเก่า จังหวัดพิจิตร เก็บสุนัขจรจัด เลี้ยงกว่า 100 ตัว และแมว อีก 60 ตัว ขณะนี้กำลังประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอ รวมถึงถูกร้องเรียนให้ทำโรงเรือนใหม่ จึงเรียกร้องผู้ใจบุญช่วยเหลือค่าอาหารสุนัขและแมวและสร้างโรงเรือน

7 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร สุนัขจรจัดและแมว รวมเกือบ 200 ตัว ของบ้านแมวกำพร้า บ้านสุนัขจรจัด ของนางยุพิณ ชาวพิจิตร อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 13 บ้านคลองอุดม ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่ทุกๆวันจะต้องหุงข้าว 30 กิโลกรัม พร้อมโครงไก่และอาหาร ทำการเลี้ยงดูสุนัขจรจัด ที่ถูกทิ้งตามที่สาธารณะ และกลับมาเลี้ยง ไว้ที่บ้าน จำนวน 112 ตัวและแมว อีก 60 ตัว รวมเกือบ 200 ตัว ทำให้แต่ละวันต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหารและยาวัน วันละ 1,000 บาท 

โดย นางยุพิณ บอกว่า ตนมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ปัจจุบันต้องจ่ายค่าอาหารสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงพอในการใช้จ่าย โดยเป็นรายจ่ายที่สูงสวนทาง กับรายได้จากการเก็บของเก่าที่ไม่เพียงพอ แต่ไม่อยากให้สัตว์ต้องอดอาหารและตาย จึงต้องทำการเลี้ยงเนื่องจากสงสาร สุนัขและแมวที่ถูกทิ้ง ถึงแม้ว่าภาระหนี้สินทั้งค่าอาหาร ค่ายารักษา รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้าที่ยังติดค้างเจ้าหน้าที่อีกกว่า 2 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ทางบ้านแมวกำพร้า บ้านสุนัขจรจัด ยังถูกร้องเรียนจากชาวบ้าน หลังที่มีสุนัขจรจัดออกไปทำลายสิ่งของ รวมถึงสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบ ให้ปรับปรุงโรงเรือน อาคาร ซึ่งยังขาดเงินทุน สำหรับการก่อสร้าง จึงอยากให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ถูกทิ้ง

สำหรับบ้านแมวกำพร้า บ้านสุนัขจรจัด ของนางยุพิณ ชาวพิจิตร ได้เก็บสุนัขจรจัดและแมวที่ถูกทิ้งมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน มากว่า 10 ปี  โดยแบ่งพื้นที่ในบ้านสร้างเป็นโรงเรือนอย่างดีให้กับแมวและสุนัข ปัจจุบันนอกจากจะเลี้ยงดูสุนัขและแมวจรจัดที่เก็บมาเลี้ยงภายในบ้านแล้ว ยังมีสุนัขจรจัดที่ถูกปล่อยทิ้งตามไร่อ้อย ซึ่งมีจำนวนมากที่ต้องดูแล ซึ่งอยากฝากวอนผู้ใจบุญที่รักสัตว์ช่วยเหลือ 

โดย สามารถ ช่วยเหลือได้ที่นางยุพิณ ชาวพิจิตร ชาวบ้านหมู่ที่ 13 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เบอร์โทรศัพท์ 085 722 1791 หรือช่วยเหลือบริจาคเงิน ได้ที่ชื่อนางยุพิณ ชาวพิจิตร บัญชีธนาคารออมสิน สาขาราชรถ เลขที่บัญชี 020068553112 เพื่อช่วยสุนัขและแมวจรจัดที่เก็บมาเลี้ยง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ฟื้นอาชีพผู้เลี้ยงรายย่อย

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627045

เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ฟื้นอาชีพผู้เลี้ยงรายย่อย

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.23 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรหนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาหมูของภาครัฐทั้งระบบบ พร้อมสนับสนุนแนวทางส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร เพิ่มซัพพลายหมู ขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี

นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง 60% ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ จากที่เคยมีถึง 200,000 ราย เหลือเพียง 80,000 รายในปัจจุบัน โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร เพื่อป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรค รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ ด้วยการประกันภัย กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย จะต้องมีการชดเชยในทันที

“ที่ผ่านมาเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า 3 ปี เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ พากันเลิกอาชีพ และปล่อยเล้าร้าง จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้ ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง 18-19 ล้านตัวต่อปี จะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การช่วยลดหนี้ พักหนี้ หรือพักดอกเบี้ย พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด” นายสุนทราภรณ์ กล่าว

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหา ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น ข้อเท็จจริงคือ ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่ ที่ต้องล่มสลาย เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศึกรถเมล์กลางกรุง! ขับปาดหน้าพยายามหาเรือง ไม่สนความปลอดภัยผู้โดยสาร (คลิป)

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627040

ศึกรถเมล์กลางกรุง! ขับปาดหน้าพยายามหาเรือง ไม่สนความปลอดภัยผู้โดยสาร (คลิป)

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.00 น.

วันที่ 7 มกราคม 2565 เฟซบุ๊กเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3” โพสต์คลิปสุดหวาดเสียวของรถเมล์ 2 คัน กลางกรุง ที่ขับปาดหน้ารถอีกคัน โดยระบุข้อความว่า “รถบริการสาธารณะ ขับกันแบบนี้ จะแย่ง ผดส.หรือยังไง หรือมีแซะกันมา ก็ไม่ควรเอาชีวิต ผดส.มาเสี่ยงกับการขับที่หวาดเสียวแบบนี้ รถเมล์ (รถร่วม) ขับพยายามหาเรื่องรถ ขสมก. ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยเลยครับ รถเมล์สาย 81 เบอร์ข้างรถ 34 ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่สายสอง ถึงเดอะมอลล์ครับ ไม่มีปาดหรือแซงอะไรเลย ขับซ้ายตลอดครับ”

หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารบนรถ รวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน โชคดีที่ไม่มีอันตรายเกิดขึ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุก! ภาพถ่ายติดวิญญาณ’ผีหัวขาด’กลางสะพานที่อุดรธานี

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627034

ขนลุก! ภาพถ่ายติดวิญญาณ'ผีหัวขาด'กลางสะพานที่อุดรธานี

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.24 น.

ขนลุกกันทั้งซอย ภาพติดวิญญาณกลางสะพานข้ามคลองที่อุดรธานี หวังหมอปลามาพิสูจน์ เชื่อมีอาถรรพ์และวิญญาณมาขอส่วนบุญ เพราะก่อนนี้มีคนตายจากอุบัติเหตุและผูกคอตาย เชื่อว่าวิญญาณยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด

7 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานี รายงานว่า มีเรื่องขนลุกภาพติดวิญญาณบริเวณซอยไทยสมุทร 1 บ้านถ่อน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจาก 2 วัยรุ่นหนุ่มสาวเจอสิ่งลี้ลับระหว่างทางไปบ้านป้าเพื่อนำของไปให้ที่บ้าน แล้วนำโทรศัพท์มาภาพถ่ายภาพเป็นหลักฐาน แต่ไม่คาดคิดว่าภาพที่ถ่ายไว้จะติดวิญญาณตามความเชื่อจนส่งเรื่องไปยังเพจ “หมอปลามือปราบสัมภเวสี” เพื่อไขข้อสงสัย โดยมีนางอารียา ขันดี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 835 หมู่ 1 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี นำ น.ส.วิภาพา ขันดี อายุ 17 ปี ลูกสาว และนายพีรวัฒน์ แสนพงษ์ อายุ 18 ปี เพื่อนชาย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวและพาไปดูจุดที่ระบุว่าเห็นวิญญาณและถ่ายภาพไว้ได้

น.ส.วิภาพา ขันดี อายุ 17 ปี เปิดเผย วันที่ 5 ม.ค.65ที่ผ่านมา เพื่อนๆในกลุ่มนักศึกษาที่เรียนด้วยกัน ได้ชักชวนกันไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี กระทั่งเวลา 19.30 น. นายพีรวัฒน์ ที่เป็นเพื่อนในกลุ่มได้ขี่รถจักรยานยนต์พามาส่งของให้ป้าที่บ้าน โดยขับขี่มาคนละคัน เมื่อขี่รถจักรยายนต์มาจอดที่ปากซอยไทยสมุทร 1 เพื่อลงไปซื้อของที่ร้านขายของชำเพิ่มเติมให้ป้า ซึ่งบ้านป้าอยู่ในซอยลึกเข้าไปประมาณ 300 เมตร และต้องขี่ผ่านสะพานข้ามคลองระบายน้ำ ที่เคยเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้ว เป็นเหตุให้มีผู้ชายเสียชีวิตอยู่บริเวณสะพานดังกล่าว และใกล้ๆกันก็เคยมีเหตุคนผู้คอตายมาแล้วเช่นกัน

‘ก่อนออกจากร้านขายของชำก็สังเกตเห็นเพื่อนมีอาการผิดปกติแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เมื่อซื้อของแล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปบ้านป้าตามปกติ โดยมีเพื่อนตามมาส่ง พอถึงบ้านแล้ว เพื่อนเล่าให้ฟังว่าเห็นวิญญาณเห็นสิ่งลี้ลับและได้ถ่ายภาพเอาไว้ ก่อนจะเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อดูภาพที่บันทึกไว้พร้อมกัน พอเห็นภาพแล้วก็รู้สึกกลัว เห็นชัดเจนว่าเป็นภาพติดวิญญาณ เส้นทางนี้มืดน่ากลัวอยู่แล้ว อยู่บริเวณนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน เป็นคนกลัวผีมาก คงไม่กล้าผ่านบริเวณนี้อีกแล้ว’

ด้านนายพีรวัฒน์ เปิดเผยว่า ระหว่างรอเพื่อนซื้อของที่ร้านขายของชำ ตนได้ยืนมองเข้าไปในซอย ห่างไปประมาณ 50 เมตร สังเกตเห็นคนไม่มีศีรษะท่อนล่างมืดดำ เห็นแค่หัวเข่าถึงคอเท่านั้น รูปร่างคล้ายผู้หญิง ลักษณะเดินช้าๆทื่อๆ ผ่านคอสะพานจากทางซ้ายไปทางขวาบริเวณกลางสะพาน พอเห็นแล้วรู้สึกตกใจกลัวจนอึ้งและนิ่งไปเลย ตอนนั้นเพื่อนก็ถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเงียบ แต่ตนไม่อยากเล่าให้เพื่อนฟัง ยังมีสติอยู่ถอยหลังแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพนิ่งเอาไว้ แต่ไม่กล้าเปิดดู และเก็บโทรศัพท์มือถือทันที ปล่อยให้เพื่อนขี่รถนำหน้าไปก่อน ส่วนตนไปนั่งที่ฟุตปาทเปิดมือถือดูภาพดังกล่าว

‘พอมาถึงบ้านป้าเพื่อนก็ตัดสินใจเล่าสิ่งที่เห็นทั้งหมด และเปิดภาพถ่ายติดวิญญาณให้พ่อแม่และเพื่อนดู ซึ่งพ่อและแม่ก็บอกว่าคงเป็นวิญญาณที่อยู่บริเวณนั้นมาขอส่วนบุญ เรื่องดังกล่าวทำให้ตนถึงกับนอนไม่หลับ ข่มตาลงก็เห็นแต่ภาพวิญญาณที่เห็นเต็มทั้งสองตา ตื่นเช้าก็รีบไหว้พระสวดมนต์ และใส่บาตรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณที่พบเห็นตามความเชื่อ เสร็จแล้วก็มาหาเพื่อนอีกครั้ง แม่และลุงของเพื่อนก็บอกว่าน่าจะเป็นวิญญาณมาขอส่วนบุญ’

นางอารียา ขันดี เปิดเผยว่า หลังจากเด็กๆมาเล่าให้ฟังและนำภาพที่ถ่ายติดวิญญาณให้ดู ก็รู้ทันทีว่าลูกเห็นวิญญาณ จึงรีบนำเอาด้ายสายสิญจน์มาผูกข้อมือเรียกขวัญ เอาน้ำมนต์มารด และให้กิน  เชื่อว่าพวกเขาเห็นจริงๆ ซึ่งเมื่อก่อนบริเวณนี้จะไม่เจริญเป็นป่า มีคลองน้ำและสะพานไม้น่ากลัว มีอุบัติเหตุผู้ชายเมาขี่รถจักรยานยนต์กับรถปิกอัพที่สะพานและเสียชีวิต จากนั้นตัดสินใจส่งภาพไปที่เพจหมอปลา ถามว่าภาพที่ปรากฏคืออะไร เขาต้องการอะไร หมอปลาตอบกลับมาว่า ถ่ายเมื่อไหร่ อยู่จังหวัดไหน ขอเบอร์โทรติดต่อกลับ เชื่อว่าวิญญาณมาขอส่วนบุญ ซึ่งได้ทำบุญให้แล้ว แต่ยังอยากได้คำตอบอยู่ ยังรอหมอปลามาให้คำตอบอีกครั้ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมูแพงก็ขายราคาเดิม! ข้าวเหนียวหมูห่อใบตอง15บาท ร้านดังเจ้าอร่อยเมืองสงขลา

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627012

หมูแพงก็ขายราคาเดิม! ข้าวเหนียวหมูห่อใบตอง15บาท ร้านดังเจ้าอร่อยเมืองสงขลา

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.13 น.

ข้าวเหนียวหมูห่อใบตอง เจ้าอร่อยหน้าไปรษณีย์สงขลา มีหมูทอดสมุนไพร 4 รสชาติ ช่วงนี้หมูแพงมีผลกระทบแต่ก็ยังขายราคาเดิมห่อละ 15 บาท ส่วนหมูทอดปรับขึ้นเพียง 5 บาท จากขีดละ 40 บาท ขึ้นราคาเป็น 45 บาท 

ร้านโกเล็กข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง ถนนนครใน บริเวณหน้าไปรษณีย์ เขตเทศบาลนครสงขลาอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของนางภัคจิรา คำแต้ม อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นร้านข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง เจ้าอร่อย ร้านดังในเมืองสงขลา เปิดขายมานาน 15 ปี จนเป็นที่รู้จัก ของชาวเมืองสงขลาเป็นอย่างดี ถึงรสชาติความอร่อย ข้าวเหนียวหมูห่อใบตอง มีหมูทอด 4 รสชาติประกอบด้วย หมูทอดสมุนไพร 

หมูทอดใบมะกรูด  หมูแดงรสหวาน  หมูสามชั้นทอดกระเทียมพริกไทยข้าวเหนียวอัญชัน  ข้าวเหนียวใบเตย ข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำ ห่อละ 15-30 บาท หมูทอดขีดละ 40 บาท รวมทั้งมีไก่ทอด ที่แสนกรอบอร่อย กรอบนอกนุ่มใน โดยเปิดขายตั้งแต่เวลา 06.30 -10.30 น.  เนื่องจากในช่วงนี้หมูมีราคาแพง โดยเฉพาะหมูสามชั้น กก.ละ 200 บาท หมูเนื้อแดงก็กำลังขยับตามม้าเป็น 200 บาทเช่นเดียวกัน ทางร้านก็ได้รับผลกระทบแต่หมูเป็นห่อยังคงขายราคาเดิม 15 บาทขั้นต่ำ แล้วก็ 20บาท 30 บาทแล้วแต่ลูกค้าสั่ง  สำหรับหมูทอดเป็นขีดจากราคาขีดละ 40 ขึ้น 5 บาท เป็น 45 บาท  

แต่เนื่องจากทางร้าน มีเจ้าประจำที่ขายส่งหมูอยู่ โดยซื้อมาเป็นก้อนเลยและมาทำการสไลด์เอง โดยไม่มีการแยกส่วน ซื้อยกก้อน กิโลกรัมละ 145 บาทซึ่งในตลาดทรัพย์สินขณะนี้หมูเนื้อสามชั้นกิโลละ 200 บาท และเนื้อแดงกำลังจะขึ้นเป็น 200 แล้ว โดยที่ร้านใช้จะใช้หมูวันละ 30 กิโลกรัม  

นางภัคจิรา คำแต้ม เจ้าของร้านข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง กล่าวว่า ในช่วงนี้หมูแพงมีผลกระทบ แต่ก็โอเคปรับราคานิดหน่อย สำหรับหมูเป็นห่อยังคงขายราคาเดิม  ส่วนหมูที่เป็นขีดก็ขึ้นมานิดนึง หมูเป็นห่อยังขายราคา 15 บาทขั้นต่ำ แล้วก็ 20บาท 30 บาทแล้วแต่ลูกค้าสั่ง สำหรับหมูทอดเป็นขีดจากราคาขีดละ 40 ขึ้นเป็น 45 บาท ในส่วนลูกค้าไม่มีปัญหาลูกค้าเข้าใจ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ภูลมโล’ยังคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมซากุระเมืองไทย บานชมพูสะพรั่งทั่วภูเขา

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627008

'ภูลมโล'ยังคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมซากุระเมืองไทย บานชมพูสะพรั่งทั่วภูเขา

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.27 น.

นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางไปเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือ ดอกซากุระเมืองไทยที่ภูลมโล กำลังบานทั่วภูเขาเป็นสีชมพูสวยงาม คาดว่าจะบานไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงนี้บนยอดดอย ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บริเวณยอดภูลมโล เขตติดต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เช้าวันนี้ยอดภูลมโล อยู่ที่ 13 องศาเซลเซียส และมีลมโชยตลอดเวลา ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมและสัมผัสอากาศหนาวที่ยอดภูลมโลกันจำนวนมาก พร้อมทั้งชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือดอกซากุระเมืองไทย ที่กำลังบานเป็นภูเขาสีชมภู จำนวน 3 แปลงแรก กันอย่างคึกคัก

โดยนักท่องเที่ยวหลายรายหลังทราบข่าวว่า ดอกนางพญาเสือโคร่งบานตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ต่างพาครอบครัวมาเที่ยวชมหุบเขาสีชมพู ในช่วงนี้กันอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะบานสวยงามอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนมกราคมนี้

ขณะที่หมู่บ้านบ้านใหม่ร่องกล้า หมู่บ้านก่อนขึ้นภูลมโล ขณะนี้ต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่ขึ้นรอบหมู่บ้าน กำลังบานเป็นสีชมพูเช่นกัน นักท่องเที่ยวนิยมจะขึ้นไปที่บริเวณวัดป่าภูหินร่องกล้า ที่อยู่สูงกว่าหมู่บ้าน แล้วถ่ายรูปหมู่บ้านเป็นสีชมพูกันอย่างสวยงาม

ส.ต.ท.กุลบล พลวัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ ที่ภูลมโล ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังบานเป็นสีชมพูสวยงาม ทั้งภูเขา ทำให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาทั้งในและต่างจังหวัด มาชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย กันจำนวนมากทุกวัน ท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด โดยนักท่องเที่จะต้องผ่านการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม เพื่อความเป็นระเบียบการจราจร ทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ได้ประกาศห้ามรถของนักท่องเที่ยวทั่วไป ขึ้นยอดภูลมโล ตั้งแต่วันที่  25 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยได้ตั้งจุดบริการรถนำนักท่องเที่ยวไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่อง ซึ่งในราคารถนำเที่ยว ยังอยู่เพียงคันละ 1,000 บาท ต่อ นักท่องเที่ยว 10 คน นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียด ได้ที่ 0647816528 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ศูนย์รถนำเที่ยวภูลมโล. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 7 มกราคม 2565

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/626969

ลึกลับในสนามข่าว : 7 มกราคม 2565

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…เงียบหายห่างหายไปนานเลย อย่างสำหรับ “อดีต รมต.ต๋อง-วราเทพ รัตนากร แต่คนในแวดวงการเมืองก็ยังจับจ้องกับทุกก้าวเดินอยู่ตลอด เพราะรู้และทราบกันดี ถึงความสามารถโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจของ “อดีตรมต.ต๋อง” ยิ่งช่วงนี้มีพรรคการเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้นมากับพรึ่บพรั่บ.. หลายคนจึงลุ้น “อดีตรมต.ต๋อง” จะเดินเข้าประตูบ้านไหน เพราะแว่วๆ หลายพรรคต่างรุมแจกขนมจีบกันเหลือเกิน…แต่ดูเหมือน ไฟหน้ารถรมต.ต๋องจะฉายไปที่บ้านแถวๆ พระราม 9 หรือเปล่า…เห็นว่าบ้านหลังนี้ดูโอ่อ่าหรูหราน่าชมเชียว รอลุ้นๆ กัน..…แต่ที่แน่ๆ ช่วงเวลานี้“อดีตรมต.ต๋อง” ขอใช้เวลากับครอบครัวให้มีความสุขที่สุดก่อน โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่แบบนี้…แม้ว่าจะไปฉลองข้างนอกกับเพื่อนฝูงไม่ได้…เพราะยังติดกับดักโควิดอยู่ก็ขอฉลองกับครอบครัวก็แล้วกัน…และในเวลาสำคัญช่วงปีใหม่ “อดีตรมต.ต๋อง”ยังใช้โอกาสนี้ฉลองให้กับลูกชายคนโต “น้องโอม” วรากรรัตนากร ที่เรียนจบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาเศรษฐศาสตร์ จาก LSE มหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี 2020 …ปัจจุบัน “น้องโอม” กลับมาทำงาน ที่บริษัท Roland Berger ในเมืองไทยแล้วแต่สถานการณ์โควิคที่ยังไม่มีที่ท่าจะหมดลงสักที..มหาวิทยาลัย จึงเลื่อนจัดงานรับปริญญามา 2 ปี แล้ว…และได้ส่งปริญญามาให้ถึงบ้าน…ก็พอดีกับที่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ลูกๆ ทุกคนในครอบครัว มาอยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตา จึงถือโอกาสเลี้ยงฉลองกันเองภายในครอบครัวแบบอบอุ่นอย่างเรียบง่ายตามสถานการณ์ พร้อมนัดให้ช่างภาพ มาถ่ายรูปฉลองรับปริญญาของ “น้องโอม” ไปด้วยเลย…ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ “อดีตรมต.ต๋อง” ด้วยกับความสำเร็จของลูกชายถือเป็นความภาคภูมิใจและอบอุ่นของครอบครัวจริงๆ ยินดีด้วยคร่า….nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟันเปรี้ยง‘กาแฟน่าน’แก้วละ900บาทแพงเวอร์ จว.นัดถกร้านค้า11ม.ค.

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/626995

ฟันเปรี้ยง‘กาแฟน่าน’แก้วละ900บาทแพงเวอร์ จว.นัดถกร้านค้า11ม.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 21.18 น.

ประธานชมรมกาแฟน่านฟันเปรี้ยง‘กาแฟ’แก้วละ900บาทแพงเวอร์ จว.นัดเคาะมาตรฐาน 11 ม.ค.

6 มกราคม 2565 ความคืบหน้ากรณีดรามานักท่องเที่ยวโพสต์กาแฟสะปันแก้ว 300 ซิกเนเจอร์แก้วละ 900 บาท จนเป็นประเด็นคำถามว่าแพงเกินจริงหรือไม่ จนกระทบภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว รวมทั้งกาแฟเมืองน่าน ซึ่งปีที่ผ่านมาชนะการประกวดกาแฟระดับประเทศมากกว่า 10 รางวัล

ด้านชมรมกาแฟพิเศษน่าน ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พร้อมออกแถลงข้อความ สรุปว่า “แถลงการณ์จากการเข้าพื้นที่ ตรวจสอบพบว่าคุณภาพเครื่องไม้เครื่องมือ ความเข้าใจในเมล็ดกาแฟการสื่อสารยังไม่สอดคล้อง กับราคากาแฟที่ตั้ง

การที่เราจะขายกาแฟราคาสูงขนาด 900 บาท ความรู้ความสามารถ การสื่อสารของบาริสต้า คุณภาพเมล็ด การอธิบายผลิตภัณฑ์  อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ เครื่องบดร้านที่ขายแพงขนาดนี้ตัวเป็นแสนครับ ดังนั้นผมคิดว่า การตั้งราคาควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงไม่ได้แค่กล่าวอ้างว่ามี ป้ายราคาชัดเจนแล้ว

คนรู้ก็มีคนไม่รู้ก็เยอะไปตั้งขายที่แหล่งท่องเที่ยวเน้นขาจร คนกินเป็นก็อาจไม่เข้าใกล้คนอยากลองก็โดนไปแม้จะบอกว่าชิมแล้วไม่ชอบไม่ต้องจ่าย แต่โดยวิสัยความเกรงใจก็ต้องจ่าย ละครับ

ทางชมรมเห็นควรประสานหน่วยงานจังหวัดเข้าตรวจสอบเรื่องขายเกินราคากับ การบริการที่ไม่สุภาพ อย่างเป็นทางการต่อไป”

ด้านนายภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล ประธานชมรมกาแฟพิเศษ จังหวัดน่าน และเจ้าของกิจการโรงคั่วกาแฟ น.น่าน Lab & Roastery กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาทางชมรมได้ร่วมกับเกษตรกรพัฒนาผลักดันกาแฟน่านให้เป็นที่รู้จัก ส่งกาแฟเข้าประกวดที่สมาคมกาแฟพิเศษไทยจนได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 และ 2 และรางวัลอื่นอีกรวม 6 รางวัล และของไร่กาแฟเดอะม้งอีก 4 รางวัล รวมเป็น 10 รางวัล ดังนั้นกาแฟน่านปีที่ผ่านมาจะมีชื่อเสียงและเป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก เพราะเราคว้ารางวัลอันดับ 1 และ 2 มาหลายรางวัล

นายภีร์นริศร์ ระบุว่า จนมาถึงดรามากาแฟที่สะปัน เราในฐานะผู้ประกอบการรู้สึกไม่สบายใจเรื่องราคา เพราะคนมาเที่ยวน่านมากินกาแฟน่านก็ต้องประทับใจ แต่ตอนนี้กับเกิดดรามาขึ้นมาว่าทำไมกาแฟที่สะปันของบุคคลท่านนี้ถึงราคาสูงมาก ในความเป็นจริงแล้วการขายกาแฟในตลาดของน่านมีราคากลางตามความเป็นจริงอยู่ เราขายก็ไม่ได้ราคาแพงจนโอเวอร์ไป เราขายในร้านกาแฟมาตรฐานจะอยู่ที่ 50-90 บาท อยู่ที่ว่าเป็นสถานที่ในเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยว

“แต่ที่จะโอเวอร์ขึ้นไปถึงราคา 800-900 บาท หรือ 400-500 บาท กาแฟมันต้องพิเศษจริงๆ เช่น เกอิชาของจังหวัดน่านที่ถือว่าหายากที่สุดที่คว้ารางวัลอันดับ 1 มา ราคาในท้องตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 20,000 บาท ก็ยังขายในราคาแก้วละ 300-400 บาท” นายภีร์นริศร์ กล่าว

ขณะเดียวกันจากการสอบถามข้อมูลจากคณะกรรมการหมู่บ้านสะปัน ทราบว่าชายรายดังกล่าวได้เข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ก่อนสิ้นปี และเข้ามาแจ้งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 โดยแจ้งว่าจะมาขอพักที่ลานกางเต็นท์ แต่เห็นว่าขายกาแฟด้วย ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเป็นการทำกินและอีกอย่างปีที่ผ่านมาก็มาขายอยู่ที่นี่ประมาณ 2 เดือน คือ เดือนธันวาคม และมกราคม แต่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไร

ทั้งนี้ ชายรายดังกล่าวได้ออกจากพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่เย็นวานนี้ (5 มกราคม 2565) โดยไม่ทราบว่าเดินทางไปที่ไหน หลังจากนี้หากใครเข้ามาขายของขายสินค้าในพื้นที่ต้องเข้มงวดกวดขัน รวมทั้งต้องขออนุญาตจากทางชุมชนก่อนเพื่อป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวอีก โดยทางจังหวัดน่านจะเรียกผู้ประกอบการมาประชุม และกำหนดมาตรการ ทั้งการบริการ และราคาในวันที่ 11 มกราคม 2565 เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,299,456 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
บุคคลในข่าว
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d