Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปพิเศษ : คนเมิน‘กฎหมายคุมเหล้า’ ขาย‘กลุ่มต้องห้าม’สร้างปัญหา‘ยุวอาชญากร’

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623057

สกู๊ปพิเศษ : คนเมิน‘กฎหมายคุมเหล้า’  ขาย‘กลุ่มต้องห้าม’สร้างปัญหา‘ยุวอาชญากร’

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นเรื่องน่ากังวลเมื่อพบว่ามีเด็ก เยาวชนไทยเข้าสู่วังวน“คนขี้เมา” จำนวนมาก แถมแนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งๆที่ทุกฝ่ายต่างก็ทราบกันดีว่า “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นั้นเป็นต้นเหตุของปัญหาความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งกับผู้อื่น หรือแม้กระทั่งความรุนแรงต่อตัวเอง หลายต่อหลายคนต้องกลายมาเป็น“ยุวอาชญากร”

แม้ว่า“พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551” เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามขายให้กับคนเมาครองสติไม่ได้ แต่ล่าสุด ทางสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่เยาวชนผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครือข่ายได้ออกมาแฉตัวเลขว่ามีผู้ประกอบการผับ บาร์ ร้านค้าปลีกมากกว่า 99% เหล้า-เบียร์ให้กลุ่มคนต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวกันอย่างไม่เกรงกลัว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนักวิจัยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ระบุว่า กฎหมายของไทยค่อนข้างที่จะครอบคลุมตามประเด็นที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ทั้งเรื่องการควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการจำกัดเวลาซื้อ ขาย การจำกัดอายุ เป็นต้น

แต่นั่นเป็นเพียงตัวอักษรเท่านั้น เพราะปัญหาจริงๆ ของเมืองไทยอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายมากกว่า !

ส่วนเรื่องภาษี เรื่องราคาซึ่งจะอยู่กับกระทรวงการคลัง ซึ่งเวลาตัดสินใจขึ้น หรือไม่ขึ้นภาษีนั้นจะไปมองเรื่องการหารายได้เข้ารัฐมากกว่าที่จะมองเรื่องสุขภาพ และมาตรการที่ต่างประเทศทำแต่ที่ประเทศเราไม่มีนั้นคือการกำหนดราคาขั้นต่ำของแอลกอฮอล์ตามหน่วยของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่อยู่ในเครื่องดื่ม

ขณะที่เรื่องการออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา จะเห็นว่ากฎหมายไทยก็มีความแตกต่างจากกฎหมายของต่างประเทศค่อนข้างมาก โดยในต่างประเทศจะค่อนข้างชัดว่ามีการแบ่งร้านค้าปลีกกับร้านนั่งดื่มออกจากกัน แต่ประเทศไทยไม่ได้แบ่งเช่นนี้ แต่แบ่งตามปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งจริงๆ ระดับความเสี่ยงและการจัดการกับร้าน 2 ประเภทนี้จะแตกต่างกัน ไม่ได้แบ่งตามปริมาณการจำหน่าย ทำให้เกิดการลักลั่น เช่น หากเป็นร้านนั่งดื่มสามารถอบรมให้พนักงานห้ามเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนเมาได้ รวมถึงการตรวจบัตรต่างๆ ในกฎหมายก็เขียนชัดว่าห้ามเสิร์ฟคนเมาที่ครองสติไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีกลไกบังคับใช้ ส่วนหนึ่งมาจากระบบการไม่มีใบอนุญาตอย่างที่ต่างประเทศใช้

ส่วนเรื่องเมาแล้วขับในไทยมีการสุ่มตรวจน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และส่วนใหญ่กระจุกตัวในเมืองใหญ่ ส่วนต่างจังหวัดแทบไม่มีการตรวจเลย ดังนั้น ตนมองว่ากฎหมายที่มีครอบคลุมอยู่แล้ว เอาว่าเท่าที่มีอยู่ขอให้มีการบังคับใช้อย่างเต็มที่ก่อนดีกว่า

ด้าน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงาน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.)ก็ได้เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เมื่อปี 2560 พบว่าประเทศไทยมีผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็นร้อยละ 28.40 ลดลงจากปี 2557 ที่มีผู้ดื่ม 32.29% ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาพรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ดื่มลดลง แต่กลุ่มที่ยังน่าเป็นห่วงคือกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ที่ยังพบว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากถึง 2,282,523 คน คิดเป็นร้อยละ 23.91 หรือ 1 ใน 4 ของเยาวชนทั้งหมด

ในแง่กฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้นต่อกรณีการขายเหล้าให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีหากมีการปรับปรุงกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องแก้เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ควบคุมการโฆษณาแฝง ควบคุมกิจกรรมการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจสุรา กรณีที่มีความพยายามที่จะแก้กฎหมายให้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถาบันอุดมศึกษาได้ การเพิ่มโอกาสให้มีการดื่มในโรงเรียนได้ การยกเลิกเวลาห้ามขายที่จะส่งผลให้ขายได้ตลอด 24 ชม. จะเป็นปัญหาอย่างยิ่งต่อสังคมไทยโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

ขณะที่ นายโยธิน ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ระบุว่า เรื่องการคุ้มครองเด็กไม่ใช่แค่ช่วยเด็กที่ถูกทำร้ายเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเด็ก สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตราย ห่างจากอบายมุขจนทำให้เด็กเกิดความคุ้นชิน เช่น การใช้เด็กซื้อเหล้า บุหรี่ ซึ่งจะนำมาสู่พฤติกรรมอยากลอง เข้าสู่การเป็นนักดื่มหน้าใหม่ รวมถึงกรณีการที่อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายอาจจะทำให้เด็กโดนลูกหลงจากความรุนแรงในวงเหล้าด้วย

“การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีนั้นเป็นมาตรฐานการเลี้ยงดูขั้นต่ำตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก แต่ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะไม่ทราบ หรือยังไม่ตระหนัก เพราะยังพบปัญหาร้านค้าขายเหล้าให้เด็กอยู่ดังนั้นจึงต้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข้อกฎหมายนี้”

สำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ต้องอิงกับปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน เพราะในการระบาดหลายระลอกที่ผ่านมาจะเห็นว่าจุดเริ่มต้นของคลัสเตอร์ต่างๆ มาจากวงเหล้าในสถานบันเทิง เมื่อเกิดการระบาดแล้วต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาเปิดประเทศได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตจำนวนมาก

ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว

วันนี้เราเริ่มเปิดประเทศกันแล้ว ดังนั้นในช่วงปีใหม่ ก็ขอให้เฉลิมฉลองกันอย่างรับผิดชอบ เช่น ลดการรวมตัว ฉลองบ้านใครบ้านมัน เพื่อจำกัดวงให้เล็กที่สุด และส่วนตัวที่อยากจะเสนอ เกี่ยวกับเรื่องการจัดกิจกรรมต่างๆ ขอให้ผู้จัดจำกัดวงเล็กๆ คนที่พักร่วมกันก็ให้ทำกิจกรรมในกลุ่มเดียวกันตลอด เป็นต้น

ในโอกาสนี้นายเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในเยาวชนก้าวพลาดที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวจุดชนวนปัญหา เล่าประสบการณ์ชีวิตเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ฟัง โดยเอ่ยก่อนเลย ว่า “ถ้ามองย้อนกลับไปถ้าไม่ใช่เพราะเหล้าคงไม่มีใครกล้าทำอะไรรุนแรงแบบนี้ แต่มันเป็นตราบาปติดอยู่ในใจมาตลอดว่าเราเกือบจะฆ่าลูก หรือพ่อ หรือสามีของครอบครัวใด ครอบครัวหนึ่งไปเสียแล้ว สิ่งที่ผมสามารถทำได้เพื่อเป็นการเยียวยาสิ่งที่ติดอยู่ในใจได้คือ การได้ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ก้าวพลาดนี้ให้กับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะวัยรุ่น ต่อให้ต้องพูดล้านครั้ง ให้ล้านคนฟัง แต่มีเพียงแค่คนเดียวที่เข้าใจผมผมก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่อยากให้ใครก้าวพลาดแบบผม”

นายเอ เล่าว่า ตนอาศัยในบ้าน ในชุมชนที่มีความใกล้ชิดกัน ช่วยรุ่นพี่ ผู้ใหญ่ซื้อเหล้า บุหรี่ในหมู่บ้านเป็นประจำเลยมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ปกติมาก จากนั้นเมื่อเข้าเรียนในระดับอาชีวศึกษาถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเพราะใช้เหล้าและความรุนแรงเพื่อสร้างการยอมรับจากเพื่อนๆ โดยไปมีเรื่องกับคู่อริต่างๆ ไม่เรียนหนังสือจนติดศูนย์ทุกวิชา ต้องดร็อปเรียนกันทั้งกลุ่มรวมถึงพี่ชายฝาแฝดของตนด้วย ทั้งนี้หลังดร็อปเรียนยังไม่สำนึก มีอีโก้ไม่ทำงานแต่ใช้ความรุนแรงไปปล้นคนอื่นเพื่อเอาเงินมาซื้อเหล้ายาเลี้ยงตัวเองและเพื่อนๆ

จนเมื่ออายุ 17 ปี ตนและเพื่อนๆ ไปร่วมงานปาร์ตี้แล้วเจอคู่อริที่ร้านข้าวต้ม ตนยิงคู่อริแล้วกลับไปบอกเพื่อนๆ จากนั้นก็พากันยกพวกมาหวังจะทำร้ายซ้ำที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างนั้นทหารนายหนึ่งขับรถเบียดตนก็ได้ยิงทหารนายนั้นอีก และในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุยิงที่ร้านข้าวต้มจึงเข้ามาจับกุมเพื่อน ตนเห็นจึงได้เข้าไปช่วยและมีการยิงต่อสู้กันตนหนีได้ แต่หลังจากนั้น 7 วันก็เข้ามอบตัว

โดยสรุปมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 6 คน โดยมี 5 คน เป็นเยาวชน ส่วนตนต้องเข้าไปอยู่ที่บ้านกรุณา ซึ่งมีสภาพหดหู่มาก เพราะรวมเอาเด็กที่ก่อคดีรุนแรงเข้ามาอยู่ร่วมกัน ในนั้นไม่มีใครถามไถ่ว่าจะเรียนต่ออะไร จะไปทำอะไร การจะอยู่ที่นั่นให้รอดจึงต้องใช้ความรุนแรง ความเป็นมนุษย์ถอยห่างออกไปทุกวัน

แต่เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมยังมีกิจกรรมให้ทำทั้งกีฬา ดนตรี ซึ่งตนก็เป็นตัวแทนนักกีฬากับพี่ ทำให้พอออกมาเห็นโลกภายนอกก็รู้สึกดีมากแม้เป็นเพียงอิสรภาพเพียงชั่วคราว จึงเริ่มหาข้อมูลบ้านกาญจนา ตอนบอกพ่อ-แม่ที่มาเยี่ยมตลอด 9 เดือน เป็นครั้งแรกที่ท่านยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆ ไม่ใช่การฝืนเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้พอมาอยู่ยังไม่ได้เชื่อมั่นว่าจะมีใครต้อนรับหรือขัดเกลา แต่ตอนเจอ“ป้ามล” ผูกแขนต้อนรับและบอกกับเราว่าไม่เป็นอะไร มาเริ่มต้นกันใหม่ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ แต่ก็ใช้เวลากว่า 3 เดือน ถึงเปิดใจยอมรับ โดยที่นี่ให้อิสระต่างจากที่เดิมหมดเลย

วันนี้ นายเอพ้นโทษออกมาแล้ว พร้อมทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อสกัดปัญหา “ยุวอาชญากร” ไม่ให้ใครต้องเป็นเหยื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วต้องใปจบชีวิตในคุกอีกต่อไปธีรภัทร์ คหะวงศ์ธีรภัทร์ คหะวงศ์โยธิน ทองพะวาโยธิน ทองพะวา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฤดูแห่งการต่อสู้! เจ้า’งาเบี่ยง’เปิดศึกชนช้างจนหางขาด ทีมสัตวแพทย์วางแผนรักษา

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623085

ฤดูแห่งการต่อสู้! เจ้า'งาเบี่ยง'เปิดศึกชนช้างจนหางขาด ทีมสัตวแพทย์วางแผนรักษา

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.23 น.

18 ธ.ค.64 เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่เขาใหญ่ ได้โพสต์เมื่อวานนี้ ( 17 ธ.ค.) เล่าถึงเหตุการณ์ช้างเขาใหญ่เปิดศึกช้างชนช้างจนหางขาด ระบุว่า วันนี้ สัตวแพทย์ประจำศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุด่วน พบช้างป่าที่เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อว่า”งาเบี่ยง” เปิดศึกชนช้างกับช้างตัวอื่นจนหางขาด บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขณะนี้สัตวแพทย์เตรียมวางแผนทำการรักษาด้วยธรรมชาติต่อไป คือใช้สมุนไพรให้กินตามควาญลำปางแนะนำมา ปลอดภัยกว่าเพราะกรณีแบบนี้เรื่องปกติ ฤดูแห่งการต่อสู้ของช้างหนุ่มๆทั้งหลายในป่าใหญ่เพื่อแย่งสาวๆ รอยแผลแห้งดี

ข่าว #ที่นี่เขาใหญ่
ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : บดินทร์ จันทศรีคำ


Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘งานของนักบวชที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้’ โอวาทธรรม ‘พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต’

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623070

'งานของนักบวชที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้' โอวาทธรรม 'พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต'

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.09 น.

การบวชพระหรือบวชชีนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ สู่ร่มโพธิ์ร่มไทร สู่มรรคผลนิพพาน ที่พระบรมศาสดาได้ทรงดำเนิน และเผยแผ่ให้แก่สัตว์โลก ผู้ได้สะสมบุญบารมีมาพอเพียง ถ้าไม่ได้สะสมมาพอเพียง ถึงแม้อยากจะบวชก็จะไม่สามารถบวชได้ ผู้บวชได้จึงถือว่ามีบุญมีวาสนามีบารมีมาก จึงควรให้ความสำคัญต่อการบวช ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนักบวช

ตอนที่เป็นฆราวาสหน้าที่หลักก็คือ การให้ทานกับการรักษาศีล ๕ พอบวชแล้วหน้าที่หลักก็คือศีล ๘ และภาวนา ทานก็ให้หมดแล้ว ในบรรดาวัตถุข้าวของเงินทองบุคคลต่างๆ จึงไม่ควรกังวลกับการให้ทาน นอกจากว่ามีเหลือกินเหลือใช้ ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพก็ให้ได้ แต่หน้าที่หลักของนักบวชอยู่ที่การรักษาศีล ๘ และการภาวนา ทำจิตใจให้สงบและเจริญปัญญา ให้รู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรมทั้งหลาย ว่าไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเราของเรา นี่คือหน้าที่หลักของนักบวช อยู่ตรงนี้

งานของนักบวชที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้ เรียกว่ากรรมฐาน เวลาบวชพระอุปัชฌาย์ต้องสอนกรรมฐาน ๕ คืออาการ ๕ ส่วนของร่างกายที่เห็นด้วยตา ได้แก่ผมขนเล็บฟันหนัง ที่มีอยู่ในร่างกายของทุกคน แต่ไม่ได้ทรงให้พิจารณาเพียง ๕ อาการนี้เท่านั้น แต่ทรงให้พิจารณาทั้ง ๓๒ อาการเลย เพียงแต่ว่าในเบื้องต้นทรงให้สอนแบบสั้นๆไปก่อน เริ่มต้นที่ผมขนเล็บฟันหนัง

ต่อไปก็ให้พิจารณาเข้าไปข้างในใต้ผิวหนัง เช่นเนื้อ เอ็น กระดูก ตับ ไต ปอด หัวใจ  ลำไส้ อาหารใหม่ อาหารเก่า และพวกน้ำต่างๆ เช่นน้ำเลือดน้ำหนองเป็นต้น เพราะอาการ ๓๒ เป็นความจริงของร่างกาย ไม่สวยไม่งาม ที่สัตว์โลกมักจะมองไม่เห็นกัน ที่ทำให้ติดอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิดในกามภพ ก็คือความหลงติดอยู่ในรูปของร่างกายนี้เอง ว่าสวยว่างาม

นักบวชผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จึงต้องพิจารณาร่างกายให้เห็นว่าเป็นปฏิกูล มีสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ถูกขับถ่ายออกมาตามทวารต่างๆ เป็นอสุภะ ไม่สวยงาม น่าขยะแขยง มีผิวหนังปกปิดหุ้มห่อไว้ จึงทำให้มองไม่เห็น สัตว์โลกจึงมองเห็นว่าสวยงามน่ารักน่ายินดี จึงเกิดความกำหนัดยินดี เกิดราคะเกิดตัณหาขึ้นมา ทำให้ต้องดิ้นรนแสวงหาร่างกายมาเสพ มาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติแล้ว ถ้าไม่ได้เจริญกรรมฐานพิจารณาอาการ ๓๒ นี้ ก็จะหลงติดไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด หน้าที่หลักของนักบวช คือการพิจารณาอาการ ๓๒ ของร่างกาย ให้เห็นว่าไม่สวยงามสกปรก มีสิ่งปฏิกูลขับออกมาตามทวารต่างๆตลอดเวลา นี่คืองานหลัก เป็นปัญญา เป็นวิปัสสนา เพื่อความรู้แจ้งเห็นจริง

ก่อนที่จะพิจารณาก็ให้ทำจิตใจให้สงบก่อน ด้วยหลักของสมถภาวนา จะใช้การสวดมนต์ไปก็ได้ จะนั่งหลับตาบริกรรมพุทโธๆไปก็ได้ หรือจะพิจารณาอาการ ๓๒ ไปก็ได้ เบื้องต้นก็กำหนดชื่อไปก่อน ท่องไปในใจ ผมขนเล็บฟันหนังเนื้อเอ็นกระดูกปอดหัวใจตับลำไส้ฯลฯ ใช้เป็นอารมณ์ของสมถะคือความสงบได้ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด ทำอะไร เราสามารถเจริญกรรมฐาน ๓๒ ได้อย่างต่อเนื่อง อย่าส่งจิตไปคิดเรื่องอื่น ให้อยู่กับกรรมฐาน ๓๒ นี้ อยู่กับพุทโธๆก็ได้ อยู่กับไตรลักษณ์ คืออนิจจังทุกขังอนัตตาก็ได้

หรืออยู่กับดินน้ำลมไฟก็ได้ เพราะร่างกายก็มาจากดินน้ำลมไฟ  ในที่สุดก็จะต้องกลับคืนสู่ดินน้ำลมไฟ ถ้าคิดพิจารณาอย่างนี้จะสงบเย็นสบาย จะเกิดปัญญา จะปลงจะปล่อยวาง จะดับกิเลสดับตัณหาได้ นี่คือเหตุที่พระบรมศาสดา ได้ทรงมอบให้พระอุปัชฌาย์ทุกรูปสั่งสอนกรรมฐาน ๕ ให้แก่กุลบุตรผู้ออกบวช ผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากความทุกข์

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระมหาสมปอง’ประกาศระงับยุ่งเรื่องการเมือง หลังผู้ใหญ่-ลูกเพจ ไม่สบายใจ

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623010

'พระมหาสมปอง'ประกาศระงับยุ่งเรื่องการเมือง หลังผู้ใหญ่-ลูกเพจ ไม่สบายใจ

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.54 น.

วันที่ 18 ธันวาคม 2564  จากกรณีที่ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดังวัดสร้อยทอง ได้กราบลาพระพยอม กัลยาโณ พร้อมเผยฤกษ์สึกในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากสึกจะไปดูหนัง และอยากจะเข้าสู่แวดวงการเมือง

โดยพระมหาสมปองมองว่า เพราะทุกอย่างคือการเมืองทั้งหมด กระทั่งมีเหล่าคนการเมือง อาทิ วัน อยู่บำรุง และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว  รวมไปถึง  นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารั เข้ามาชักชวนว่า ยินดีหากจะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย

ล่าสุด พระมหาสมปอง โพสต์ข้อความยืนยันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า เนื่องจากลูกเพจและผู้หลักผู้ใหญ่ไม่สบายใจเรื่องการเมือง จึงขอระงับเอาไว้ก่อน ยังไม่ยุ่งการเมือง นะจ๊ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘พระมหาสมปอง’เนื้อหอม! ‘สิระ’นัดคุย 19 ธันวา ทาบทามร่วมพรรค พปชร. -007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ราคาพริกยะลาพุ่งปรี๊ดกิโลกรัมละกว่า 250 บาทมะเขือเทศไม่น้อยหน้าปรับขึ้นเช่นกัน

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623004

ราคาพริกยะลาพุ่งปรี๊ดกิโลกรัมละกว่า 250 บาทมะเขือเทศไม่น้อยหน้าปรับขึ้นเช่นกัน

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.26 น.

พ่อค้า-แม่ค้าเผยราคาพริกในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา แพงสุดที่เคยขายมากว่า 20 ปี ราคาเม็ดละเกือบ 1 บาท ระบุ พริกแดงจินดาจากกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นกิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนพริกขี้หนูสวนปกติราคา 120 บาทขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 250 บาท ขณะที่มะเขือเทศจากราคา 50 บาทปรับขึ้นเป็น 80 – 88 บาทต่อกก.มะพร้าวแกงจากลูก 10 บาทปรับขึ้นเป็นลูกละ 17- 20 บาท

วันที่ 18 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจ ราคาพริก ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา หลังพบว่าราคาจำหน่ายพริกทุกประเภทในช่วงนี้มีการปรับราคาขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีมะพร้าวแก่จากราคาเดิมลูกละ10 บาทปรับราคาขึ้นเป็น 17-20 บาท ขณะเดียวกันมะเขือเทศ แม่ค้าอยากรู้ว่าราคาทำไมถึงแพงหลังมีการปรับราคาจากเดิม กิโลกรัมละ 50 บาทปรับขึ้นเป็น 80- 88 บาท เลยทีเดียว ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่ขายพริกมาราคาพริกไม่เคยแพงและแพงยาวนานขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ มะพร้าวแกง(มะพร้าวแก่) และ พริก เกือบทุกชนิดปรับราคาขึ้นหมด ซึ่งขณะนี้เป็นเวลานานกว่า 1 เดือนเศษแล้ว ราคาพริกและมะเขือ มะพร้าว ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

แม่ค้าขายผักในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง  กล่าวว่า จากการที่สวนปลูกพริกในพื้นที่ภาคใต้ถูกน้ำท่วม ทำให้ไม่มีพริกที่จะส่งมาจำหน่ายในพื้นที่ จึงทำให้พริกประเภทต่าง ๆ มีราคาแพงขึ้น ประกอบกับพริกจากต่างประเทศไม่สามารถส่งเข้ามาขายได้เนื่องจากสถานการณ์โควิดจึงทำให้ตลาดแทบทุกที่พริกขาดตลาด

“ตั้งแต่ขายมากว่า 20 ปีในปีนี้พริกมีราคาแพงมาก และแพงมายาวนานที่สุดเท่าที่เคยขายพริกมาเดิมปกติราคาพริกแดงจินดาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 80 บาท วันนี้ขยับราคาขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 200 บาท พริกขี้หนูสวนปกติราคา 120 บาทขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 250 บาท พริกชี้ฟ้าแดงกิโลกรัมละ 70 บาทขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 170 บาท”

ราคาพริกที่แพงขึ้นแบบนี้ แพงขึ้นมานานกว่า 1 เดือนเศษแล้วยังไม่มีทีท่าว่าราคาจะลดลง ถ้าเอาไปชั่งกิโลขายลองนับเม็ดดูตกเกือบเม็ดละ 1 บาท ทำให้ลูกค้าประจำโดยเฉพาะ แม่ค้าส้มตำ ที่เคยมาสั่งพริกนำไปประกอบอาหารขายก็บ่นว่าช่วงนี้พริกแพงแต่ก็จำเป็นต้องซื้อ โดยเฉพาะแม่ค้าส้มตำ เพราะไม่สามารถหาสิ่งที่จะมาแทนความเผ็ดของพริกได้

แม่ค้าขาย มะเขือเทศ  พริก กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ราคาพริกที่แพงสาเหตุอาจจะเป็นเพราะคนปลูกอาจจะน้อยลง แต่ความต้องการของผู้บริโภคเท่าเดิม ส่งผลกระทบต่อแม่ค้าที่ซื้อมาขายอย่างมาก เพราะคนส่งมาแพงเราก็ต้องขายแพง คนซื้อก็ต้องซื้อแพงตามไปด้วย“ตั้งแต่ขายพริกมากว่า 20 ปี ยังไม่เคยเห็นราคาพริกแพงขนาดนี้ลูกค้าประจำที่มาซื้อก็รับได้แต่ก็ปรับเปลี่ยนวิธีการซื้อจากซื้อ 1 กิโลกรัมครึ่ง ก็ลดลงมาเหลือ 1 กิโลกรัม ซึ่งโดยส่วนตัวคาดว่าราคาจะลดลง หากสามารถนำเข้าพริกมาจากต่างประเทศได้ตามปกติ

นอกจากนี้พ่อค้าขายมะพร้าวแกง ยังบอกอีกว่า ขายมะพร้าวมาหลายปีไม่เคยเห็นมะพร้าวปรับราคามาถึงขนาดนี้จากราคาลูกละ 10 บาท ปรับขึ้นลูกละ 17 – 20 บาทแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มะพร้าวจะรับมาจากแถวจังหวัดยะลา แต่ก็ไม่เคยปรับขึ้นมาขนาดนี้ วอนหน่วยงานที่เกี่นวข้องเร่งแก้ปัญหาสินค้าด้วยหลังจากมีการเปิดเมืองแทนที่จะได้ลืมตาอ้าปากได้กลับต้องมาแบกภาระกับสินค้าหลายประเภทที่ปรับราคาขึ้นสวนกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุยกับ ‘2 SME’ รุ่นใหม่หัวใจเกษตร เริ่มต้นจากศูนย์พลิกธุรกิจเกษตรสู่ระดับ 100 ล้าน

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623001

คุยกับ '2 SME' รุ่นใหม่หัวใจเกษตร เริ่มต้นจากศูนย์พลิกธุรกิจเกษตรสู่ระดับ 100 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.47 น.

แม้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็น “ประเทศเกษตรกรรม” แต่อาชีพที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม กลับถูกมองเป็นอาชีพ “ไกลตัว” คนรุ่นใหม่ ทั้งจากสภาพสังคมที่มีอาชีพใหม่ๆ ให้เลือกทำหลากหลายมากขึ้น ทั้งโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ในภาคเกษตรกรรม แต่สำหรับ 2 ผู้ประกอบการ SME รุ่นใหม่ในวัยเพียง 30 กว่าๆ แห่ง บริษัท เอส.พี.เอส. ฟรุ๊ตส์ จำกัด และบริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2021 ประเภท SME สินค้าเกษตร กลับไม่คิดเช่นนั้น ทั้งคู่เริ่มต้นธุรกิจด้านเกษตรกรรมโดยไม่มีพื้นฐาน จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้ปีละกว่า 100 ล้านบาท  

ใฝ่เรียนรู้ สร้างความต่าง ผลิตสินค้ามีคุณภาพ

สมพงศ์ แสงสุรวงศ์ กรรมการ บริษัท เอส. พี. เอส. ฟรุ๊ตส์ จำกัด ผู้ผลิตกล้วยหอมส่งขายในเซเว่นฯ เล่าย้อนความให้ฟังว่า ตัวเขาเองไม่ได้มีพื้นฐานด้านเกษตรกรรมมาก่อน หลังเรียนจบด้านการโรงแรมก็เริ่มทำธุรกิจร้านกาแฟของตนเอง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี แต่ทำได้เพียงแค่ปีเดียวก็ต้องเลิกกิจการ เพราะเจ้าของที่ต้องการพื้นที่ร้านคืน ทำให้ต้องมองหาอาชีพอื่น จึงลองก้าวเข้าสู่อาชีพเกี่ยวกับสินค้าด้านการเกษตรที่มีโอกาสการเติบโตสูงและมีตลาดค่อนข้างกว้าง

เขาเริ่มต้นจากการร่วมทุนกับเพื่อนในการรับซื้อกล้วยหอมจากเกษตรกร เพื่อจำหน่ายให้กับห้างโมเดิร์นเทรด เพราะมองว่ากล้วยเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เมื่อสร้างยอดขายได้อย่างน่าพอใจ จึงมองหาที่ดินย่าน จ.ปทุมธานีเพื่อปลูกกล้วยจำหน่ายเอง เริ่มต้นทำแค่เพียง 10 ไร่  หลังจากนั้นประมาณ 3-4 ปี ก็เริ่มนำสินค้าเข้าจัดจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ขายแบบกล้วยหอมแพ็คเดี่ยว วันละ 200-300 ลูก ปัจจุบันบริษัทมียอดจัดจำหน่ายใน เซเว่น อีเลฟเว่น เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 ลูกต่อวัน โดยเคยทำยอดขายได้สูงสุดถึงวันละ 10,000-20,000 ลูกต่อวัน 

“พอเราเริ่มต้นจากศูนย์ เราจึงต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างมาก ตลอดจนขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ซึ่ง เซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนช่วยให้คำปรึกษาด้านการตลาดและการวางระบบต่างๆ เนื่องจากสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่มีการแข่งขันและอัตราเสี่ยงจากการเน่าเสียค่อนข้างสูง ดังนั้น การพัฒนาสินค้าให้คงคุณภาพเหมือนเพิ่งออกจากสวนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง พร้อมกับการสร้างจุดเด่นให้กับสินค้า ไม่ใช้สารเคมีฆ่าแมลง พร้อมสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างทุกครั้งก่อนบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ในโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค” สมพงศ์ กล่าว

ปัจจุบัน ผลผลิตของสมพงศ์มาจาก 2 ทางคือ 1.จากสวนที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งขยายจาก 10 ไร่ สู่ประมาณ 100 ไร่ในปัจจุบัน และ 2.จากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จ.ปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียงอีกประมาณ 100 ไร่ ทำให้เขามีสินค้าเพียงพอต่อการจัดจำหน่ายทั้งในห้างโมเดิร์นเทรดและเซเว่น อีเลฟเว่น สร้างรายได้รวมประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี

สร้างมาตรฐานระดับสากล ส่งสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

หลังชิมลางเป็นพนักงานเงินเดือนได้เพียง 3 ปี กิตติศักดิ์ พิพัฒน์คณาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของมะพร้าวและผลไม้สดในเซเว่น อีเลฟเว่น ก็เริ่มออกตามหาความฝันของตัวเอง ด้วยความมุ่งมั่นพร้อมเพื่อนสนิทกับการเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรสักอย่าง เด็กหนุ่มในวัย 26 ปี ณ ตอนนั้น จึงเริ่มศึกษาเทรนด์ความต้องการของตลาดอย่างจริงจังจนมาพบว่า สินค้าเกษตรในตลาดสุขภาพมีอัตราการเติบโตที่ดี และ “มะพร้าว” ก็เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะตลาดจีน 

แต่ในช่วงหลังจีนเข้ามาทำตลาดเอง ทำให้ต้องหาสินค้าชนิดอื่นและตลาดใหม่ๆ มาทดแทน ทำให้ในวันนี้ ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง มีสินค้าเพื่อการส่งออกรวม 10 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย โซนตะวันออกกลาง หลากหลายสินค้าเกษตร เช่น เงาะ มังคุด  ลำไย เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ในเซเว่น อีเลฟเว่น เนื่องจากมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง 

“ต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจด้านสินค้าเกษตรมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ดังนั้นเราจึงต้องดูแลเครือข่ายเกษตรกรของเราให้ดี ด้วยการแลกแปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปพัฒนาผลผลิตให้มีประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐาน เพื่อให้ได้ของที่ดีมีคุณภาพพร้อมส่งต่อให้ผู้บริโภค ด้วยความที่เราใส่ใจผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ส่งผลให้ในปี 2564 เราคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มียอดขาย 150 ล้านบาท ในอนาคตเรามีแผนที่จะนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมทั้งในส่วนกระบวนการผลิตและตัวสินค้า พร้อมเตรียมจัดทำมาตรฐาน Global GAP เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมขยายตลาดไปสู่ทวีปยุโรป” กิตติศักดิ์ กล่าว

อาชีพด้านการเกษตรหรือธุรกิจสินค้าเกษตร ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งได้รับการสนับสนุนที่ดี เมื่อผนวกกับความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการศึกษาและดำเนินธุรกิจ ก็สามารถประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับ New Gen SME ทั้ง 2 รายข้างต้น และเป็นอีกหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยสร้างฐานเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่งต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่เที่ยวบ้านรักไทยเมืองสามหมอกจนรีสอร์ท-ห้องพักเต็มต้องกางเต็นท์นอนกลางแจ้ง

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622996

แห่เที่ยวบ้านรักไทยเมืองสามหมอกจนรีสอร์ท-ห้องพักเต็มต้องกางเต็นท์นอนกลางแจ้ง

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.05 น.

นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศยังคงเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวที่บ้านรักไทย แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก จนรีสอร์ทและห้องพักเต็ม นักท่องเที่ยวบางส่วนต้องกางเต็นท์นอนกลางแจ้ง

วันที่ 18 ธ.ค.64 นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ช่วงฤดูหนาว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงพากันเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวที่ บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จนทำให้รีสอร์ทและห้องพักเต็มและมียอดการจอง ยาวไปจนถึงต้นปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่

จากสถานการณ์การท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่บ้านรักไทยและทำให้ที่รีสอร์ตและที่พักเต็มแน่นทุกแห่ง นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง เมื่อไม่มีห้องพักได้เปลี่ยนเป็นกางเต็นท์นอนข้างสระน้ำใจกลางหมู่บ้านรักไทย ซึ่งได้บรรยากาศไปอีกรูปแบบหนึ่ง

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ทที่พักต่าง ๆ, ร้านอาหาร, ร้านขายของที่ระลึก และรวมไปถึงรถยนต์นำเที่ยว ต่างมีความพร้อมในการรองรับการท่องเที่ยว หลังจากที่ต้องตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจซบเซาจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ในปัจจุบัน ได้มีการป้องกันและเข้มงวดต่อการระบาดของโรค 

โดยนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในช่วงที่อยู่กลางชุมชนและเข้าใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวและต้องมีเอกสารยืนยันว่าได้ผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 2 เข็มขึ้นไปจึงจะสามารถเข้าไปใช้บริการในแหล่งท่องเที่ยวได้ โดยผู้ประกอบการกิจการ การท่องเที่ยวจะมีการดำเนินมาตรการการป้องกันการระบาดอย่างเข้มงวด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนชอบกล้วยไม้ห้ามพลาด! เริ่มแล้วงาน ‘มหัศจรรย์กล้วยไม้สมุทรสาคร’

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622987

คนชอบกล้วยไม้ห้ามพลาด! เริ่มแล้วงาน 'มหัศจรรย์กล้วยไม้สมุทรสาคร'

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.34 น.

งาน “มหัศจรรย์กล้วยไม้สมุทรสาคร”  Amazing Orchids in SamutSakhon 2021 ได้เริ่มขึ้นแล้วโดยจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ (18 ธ.ค.64) ไปจนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2564 ที่ห้างเซ็นทรัลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร 

ภายในงานจะมีการโชว์ศักยภาพด้านกล้วยไม้ การนำกล้วยไม้กว่า 100,000 ช่อมาเนรมิตจัดเป็นอุโมงค์กล้วยไม้ในทางเข้าและทางออก จัดซุ้มในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดกล้วยไม้เป็นรูปเรือพันท้ายนรสิงห์ รูปเรือตังเก โลมาอิระวดี ลูกมะพร้าวน้ำหอม ปืนใหญ่ กังหันลม ฝูงนกฟลามิงโก ผีเสือ โดยใช้กล้วยไม้จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่หวาย ม๊อคคาร่า อะแรนด้า แวนด้า แคลลียา ฟาแลนนอปซีส เพื่อเป็นจุด Check-in ไว้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในความสวยงามและความมหัศจรรย์ของกล้วยไม้ 

การจัดกิจกรรมสาธิตผลิตภัณฑ์จากกล้วยไม้ เช่น การร้อยมาลัยจากกล้วยไม้ การจัดสวนเคลื่อนที่ การจัดดอกไม้อย่างง่ายๆ และการจัดกระเช้ากล้วยไม้ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้และเป็นการเพิ่มมูลค่ามีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของจังหวัดสมุทรสาคร และตลอดงานทุกวันมีชุดการแสดงให้ได้ชมกัน ทางจังหวัดสมุทรสาครจึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมงานกันมากๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น โดยงานมีตั้งแต่วันที่ 18-21 ธันวาคม 2564 นี้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘งูทางมะพร้าว’ เจ้าเล่ห์นอนหงายตัวแข็งแกล้งตาย หลังเลื้อยเข้าบ้านสาวใหญ่

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622985

'งูทางมะพร้าว' เจ้าเล่ห์นอนหงายตัวแข็งแกล้งตาย หลังเลื้อยเข้าบ้านสาวใหญ่

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.05 น.

วันที่ 18 ธ.ค.64 เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจับงูที่บริเวณบ้านเลขที่ 73 หมู่ 5 ตำบลองค์รักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จึงประสานนางสาวรฐา ตะเพียนทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยและครูฝึกอสรพิษวิทยาภาคกลางเข้าไปทำการตรวจสอบ พบนางนงนุช พิศรูป อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่าได้ยินหมาที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านเห่ากรรโชกเสียงดังที่บริเวณกลางบ้านจึงเข้ามาดูพบงูไม่ทราบชนิดชูคอม้วนเป็นหลายชั้นขู่ตลอดเวลา 

ด้วยความกลัวโทรจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ ตรวจสอบพบว่าเป็นงูทางมะพร้าว หรือที่เรียกกันว่า งูดารา เป็นงูที่ไม่มีพิษ เมื่อพบศัตรูจะชูคอเป็นชั้นๆ เพื่อทำการข่มขู่ แต่หากว่าสู้ไม่ได้ก็จะทำการแกล้งตายเพื่อเอาตัวรอด ทั้งนี้ ในระหว่างที่นางสาวรฐา เข้าทำการจับงูดังกล่าวด้วยการเอามือลูบที่หางอยู่ครูหนึ่งเจ้างูทางมะพร้าวก็นอนหงายแกล้งตายตัวแข็งทำให้สามารถจับตัวได้ง่ายขึ้นจึงจับขึ้นมานำใส่ถุงนำไปปล่อยสู่สู่ธรรมชาติ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิกฤตผู้อพยพทะลักยุโรป เกมการเมืองบนความหวังคน (1)

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/622909

วิกฤตผู้อพยพทะลักยุโรป เกมการเมืองบนความหวังคน (1)

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

“การย้ายถิ่น” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติของมนุษย์ ทั้งเพื่อหลบหนีภัยอันตราย เช่น การลี้ภัยจากความเสี่ยงถูกประหัตประหารหรือทำร้ายซึ่งเกิดจากอคติทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศสีผิว ฯลฯ และเพื่อแสวงหาโอกาส เช่น หนีความลำบากยากจนไปหางานทำที่รายได้ดีกว่าบ้านเกิด แต่เมื่อเกิดความเป็นรัฐชาติสมัยใหม่ มีการแบ่งเส้นเขตแดนและกำหนดกฎเกณฑ์การเข้า-ออก การย้ายถิ่นจึงเกิดข้อจำกัดขึ้น ถึงกระนั้น หากแรงจูงใจมีมากพอ คนก็พร้อมจะฝ่าฝืนกฎเหล่านั้น ดังจะเห็นข่าวผู้อพยพและผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก

ดังเรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปในช่วงไม่กี่เดือนล่าสุด หลังผู้อพยพจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือแห่เดินทางเข้าไปในประเทศ เบลารุส โดยหวังว่าจะใช้เป็นทางผ่านไปยัง สหภาพยุโรป (EU-อียู) แต่กลายเป็นว่า โปแลนด์ ประเทศหน้าด่านของกลุ่ม EU ซึ่งติดกับเบลารุส ประกาศปิดพรมแดน แต่เบลารุสก็ไม่ได้มีนโยบายรับผู้อพยพ คนเหล่านี้จึงตกอยู่ในสภาพ “กลับไม่ได้..ไปไม่ถึง” ติดค้างอยู่ระหว่างชายแดนของทั้ง 2 ชาติ

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์ยุโรปศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาเรื่อง “ถอดบทเรียนเบลารุสและซีเรีย : วิกฤตผู้อพยพกับการเมืองโลก” ที่ รร.มณเฑียรสุรวงศ์ กรุงเทพฯ โดย รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ อาจารย์สาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปูพื้นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเบลารุส ประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่พยายามดำรงอยู่ให้ได้ท่ามกลางอิทธิพลทั้งจาก EU กับ สหรัฐอเมริกา จากค่ายโลกตะวันตก และ รัสเซีย พี่ใหญ่แห่งอดีตค่ายโซเวียตที่มีพรมแดนติดกับเบลารุสทางตะวันออก

หลังสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี 2534 เบลารุสได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างโดดเด่นหากเทียบกับประเทศในกลุ่มอดีตค่ายโซเวียตด้วยกัน ทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ในยุคแรกๆ มีความพยายามเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีที่ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน และอิงกับโลกตะวันตกมากขึ้น ผลคือเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาเงินเฟ้อ และนั่นทำให้เบลารุสเริ่มเปลี่ยนมาให้น้ำหนักกับแนวทางเศรษฐกิจที่รัฐมีบทบาทชี้นำ

ปัญหาเศรษฐกิจของเบลารุสในครั้งนั้น ยังเป็นก้าวแรกของ อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนกา (Alexander Lukashenko-อ่านแบบภาษาเบลารุส) ในการก้าวขึ้นเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2537 ลูกาเชนกาได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยนโยบายสำคัญคือเพิ่มบทบาทรัฐวิสาหกิจในขณะที่ภาคเอกชนมีบทบาทน้อยลง ยุคสมัยแรกๆของเบลารุสภายใต้การนำของประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ลูกาเชนกา อัตราการว่างงานมีน้อย ประชาชนได้รับสวัสดิการรัฐด้านสุขภาพ ได้รับการส่งเสริมด้านการศึกษา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เศรษฐกิจของเบลารุสเริ่มเกิดภาวะอิ่มตัว โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ไม่ค่อยปรับตัวเพราะอยู่ได้โดยไม่ต้องแข่งขัน ส่งผลให้ประชาชนเริ่มเป็นทุกข์กับปัญหาปากท้องขณะเดียวกัน หลังปี 2553 เป็นต้นมา เกิดความขัดแย้งทางความคิดระหว่างคนที่เชื่อมั่นในลูกาเชนกา กับคนที่เห็นว่าเบลารุสถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง โดยฝ่ายหลังนี้ก็มีทั้งที่อิงตะวันตกและอิงรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ยุคนี้ ลูกาเชนกา ได้กลายเป็นผู้นำแบบ “อำนาจนิยม” ไปแล้ว คู่แข่งในการเลือกตั้งยุคหลังๆหากไม่ถูกจับกุมคุมขังก็ต้องถูกกดดันให้ลี้ภัยไปต่างแดน

“ช่วงต้นทศวรรษ 2000 (ปี 2543-2552) เศรษฐกิจรัสเซียบูมมาก GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวม) สูงมาก กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่เรื่องของพลังงานที่ทำให้รัสเซียโต แล้วในเวลาเดียวกันเบลารุสก็พ่วงไปกับรัสเซียด้วย เพราะตัวเองเป็น Transit (ทางส่งผ่าน) ท่อเข้าไปยุโรป ตรงนี้ก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่เบลารุสเติบโตมั่งคั่ง แต่เมื่อราคาน้ำมันโลกมันเริ่มตกต่ำ ตรงนี้ก็เกิดปัญหาตามมาเศรษฐกิจก็แย่ตามไปด้วย อีกประการหนึ่งคือเบลารุสก็มีหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น จากประมาณ 8.4% ในปี 2005 (2548) ขึ้นไปอยู่ที่ 47.8% ในปี 2018 (2561)

และหนี้ส่วนใหญ่ที่มีก็มีต่อรัสเซียด้วยเช่นกัน การแก้ปัญหาตรงนี้ก็สร้างความไม่พอใจ ตัวอย่างหนึ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนเบลารุสมากๆ คือการขึ้นอายุเกษียณ มันน่าจะดี!แต่มันแปลว่า Pension (บำเหน็จบำนาญ) ของผู้เกษียณอายุต้องชะลอออกไป เพราะรัฐถังแตกไม่มีเงิน รัสเซียก็เหมือนกัน ขยายเวลาเกษียณอายุของคนออกไป ของเบลารุสผู้หญิงจากอายุ 55 เป็น 58 ผู้ชายจาก 60 เป็น 63 และในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย” รศ.ดร.จิตติภัทร ระบุ

รศ.ดร.จิตติภัทร กล่าวต่อไปว่า ภาพที่หลายคนมองเบลารุสคือเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับรัสเซีย แต่จริงๆ แล้ว เบลารุสดำเนินนโยบายแบบ Hedging หรือมีการต่อรองผลประโยชน์กับทั้งรัสเซียและโลกตะวันตก ขณะที่อัตลักษณ์ของชาตินั้นก็ไม่ได้ชัดเจนนักว่าจะไปทางใด เห็นได้จากแนวคิดทั้งอิงตะวันตกและอิงรัสเซียไม่ใช่กระแสหลักในสังคมเบลารุส ส่วน ลูกาเชนกาที่ครองอำนาจยาวนานก็ไม่ได้ทำจุดนี้ให้ชัดเจน

อนึ่ง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดในวันที่9 ส.ค. 2563 ลูกาเชนกา ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก นอกจากคู่แข่งรายสำคัญจะถูกจัดการให้พ้นทางแล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ยังลงแข่งได้ซึ่งเป็นภรรยาของหนึ่งในอดีตคู่แข่งของ ลูกาเชนกา ที่ถูกกดดันจนต้องไปลี้ภัยในต่างประเทศ ควรจะเป็นผู้ชนะเลือกตั้งในครั้งนี้ นำไปสู่การชุมนุมประท้วงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่ง ลูกาเชนกา ก็สั่งใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้ EU ใช้มาตรการคว่ำบาตรเบลารุส ส่วนเบลารุสก็ตอบโต้ด้วยการปล่อยผู้อพยพผ่านเข้าไปใน EU หวังต่อรองให้ยุติการคว่ำบาตร

“ผู้อพยพในครั้งนี้มันเหมือนเกมอำนาจในการต่อรองของเบลารุสแล้วก็อาจจะรวมไปถึงรัสเซียด้วย กับสหภาพยุโรป ถึงแม้สุดท้ายเกมนี้เบลารุสอาจจะแพ้ แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกาเชนกาชนะคือการที่ Survivor (อยู่รอด) ของระบอบการเมืองกับเผด็จการของลูกาเชนกา แต่มันก็มาพร้อมกับ Cost (ราคา) หรือค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการที่จะต้องพึ่งพิงกับรัสเซียที่สูงมากขึ้น แล้วก็เรื่องอำนาจต่อรองกับ EU ซึ่งลูกาเชนกาคิดว่าการใช้ผู้อพยพลี้ภัย จะทำให้ EU ซึ่งอาจจะเรียกว่าพูดง่ายๆ คือหน้าบาง ยังไงก็ต้องรับผู้อพยพลี้ภัย แต่มันไม่ใช่แบบนั้น” รศ.ดร.จิตติภัทร กล่าว

ขณะที่ ภาณุภัทร จิตเที่ยง อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่ผู้อพยพจำนวนมากแห่กันเข้าไปในเบลารุสนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ เนื่องจากที่ผ่านมา เส้นทางอพยพไปยุโรปที่นิยมใช้กันคือจากตะวันออกกลางผ่านประเทศตุรกี หรือจากตะวันออกกลางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไปในประเทศกรีซหรืออิตาลี แต่ในกรณีของเบลารุส พบการดำเนินการประสานกันระหว่าง

1.บริษัททัวร์ มีการโฆษณาว่าหากเดินทางไปเบลารุสจะมีโอกาสสูงในการได้เข้าไปในประเทศกลุ่ม EU 2.สายการบินมีเที่ยวบินจากตะวันออกกลาง เช่น กรุงแบกแดด ประเทศอิรักไปยังเบลารุส อีกทั้งยังโฆษณาด้วยว่าเมื่อไปถึงแล้วจะได้พักโรงแรมหรู มีรถรับ-ส่งจากสนามบินถึงโรงแรม และจากโรงแรมไปยังชายแดน แล้วจะมีคนมารับข้ามเข้าไปใน EU เพื่อพาไปทำงาน และ 3.วีซ่า มีการออกวีซ่าท่องเที่ยวให้กับผู้ที่ต้องการใช้เบลารุสเป็นทางผ่านเข้าไปในเขต EU โดยค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางจะอยู่ที่ราว 6,000-20,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 198,000-660,000 บาทต่อหัว

“อันนี้เป็นเรื่องเล่าของคนหนึ่งคนที่ผมจะเอามาเป็นตัวอย่างในการนำเสนอ ผู้ชายคนนี้เป็นชาวเคิร์ด มีความหวังต้องการจะไปยุโรปอยู่แล้วเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แล้วการไปไม่ใช่แค่เรื่องลี้ภัยการประหัตประหารอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องอัตราการว่างงานสูงขึ้นจากโควิดในประเทศตัวเองด้วย และที่สำคัญกว่านั้น ยุโรปมีโอกาสอีกอย่างที่สำคัญคือการศึกษา เพราะการศึกษามันคือ Mobility (การเคลื่อนย้าย) สำหรับคนในการมีชีวิตที่ดีขึ้น อันนี้คือ Motivation (แรงจูงใจ) ของคน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาก็เริ่มหาแล้ว จะไปที่ไหน? ถ้าจะไปเส้นทางปกติเดิมก็จะลำบาก เราจะเห็นนั่งเรือไป เห็นเรือล่มต่างๆ นานา จนกระทั่งวันดีคืนดีมีโฆษณาจากสายการบินหนึ่งในทีวี แล้วก็บอกว่าถ้าไปจะมีค่าต้นทุนจากแบกแดดไปลิทัวเนียประมาณ 10,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 330,000 บาท)แล้วบริษัททัวร์เป็นคนจัดทุกอย่างให้หมดเลย ทั้งเครื่องบินทั้งได้อยู่ในโรงแรม พอเห็นภาพนี้ ผู้ชายคนนี้ก็รู้ว่าการเดินทางในเส้นทางนี้อาจจะเหมาะสมมากกว่า เพราะฉะนั้นการเดินทางในเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ถูกเลือกใช้สำหรับเขาในการย้ายถิ่น”ภาณุภัทร ยกตัวอย่าง

ในตอนแรกได้กล่าวถึงภูมิหลังของประเทศเบลารุส รวมถึงเส้นทางใหม่ของผู้อพยพซึ่งดูเหมือนมีการส่งเสริมให้เกิดขึ้น ส่วนในตอนต่อไป จะกล่าวถึงท่าทีของสหภาพยุโรป (EU) ที่ด้านหนึ่งเป็นที่รับรู้ในสายตาชาวโลกว่าเป็นประชาคมที่ยึดมั่นในค่านิยม “ประชาธิปไตย-เสรีนิยม-สิทธิมนุษยชน”แต่อีกด้านหนึ่ง นโยบายว่าด้วยผู้อพยพได้นำไปสู่การโต้แย้งเมื่อ EU ไปส่งเสริมค่านิยมดังกล่าวในภูมิภาคอื่นๆ ของโลก

(โปรดติดตามต่อในฉบับวันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค. 2564)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,304,730 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Diesel price expected to drop to THB28 per litre next month #SootinClaimon.Com
ยื่นกกต.ยุบพรรคเสรีรวมไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘รุจ ศุภรุจ’ ปลื้มมีตติ้งออนไลน์ #แฟนแคมกับรุจ สุดอบอุ่น พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง #SootinClaimon.Com
CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
G20 Foreign Ministers meeting held in Bali
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com
'คิมเบอร์ลี่-หมาก'อวดการ์ดแต่งงาน สวยหรูโรแมนติก
Attackers gear up for IOT assaults
Wuliangye ส่งท้ายความร่วมมือระดับโลก ในงาน 'Michelin Guide 2025' ประเทศไทย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d