Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ประกาศปิด ‘ภูป่าเปาะ’ ฟูจิเมืองเลย 14 วัน หลังเปิดได้เพียง 7 วัน #SootinClaimon.Com

Posted on November 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614116

ประกาศปิด 'ภูป่าเปาะ' ฟูจิเมืองเลย 14 วัน หลังเปิดได้เพียง 7 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.42 น.

ประกาศปิด ‘ภูป่าเปาะ’ ฟูจิเมืองเลย 14 วัน หลังเปิดได้เพียง 7 วัน พบเชื้อโควิดใกล้ชุมชน 

7 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจาก นายบุญลือ พรมหาลา (ผู้ใหญ่บ้านและประธานกรรมการการท่องเที่ยวภูป่าเปาะ) เรื่องการปิดศูนย์บริการการท่องเที่ยวภูป่าเปาะ (ฟูจิเมืองเลย) เนื่องด้วยมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เข้ามาใกล้ชุมชน และศูนย์บริการการท่องเที่ยว ทางคณะกรรมการฯ จึงมีความจำเป็นต้องปิดหมู่บ้าน และศูนย์บริการฯ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เข้าสู่ชุมชน จึงขอประกาศให้นักท่องเที่ยว และคนทั่วไปเข้าหมู่บ้าน 14 วัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 20 พ.ย.64 จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! สูตรเด็ด’ลูกชิ้นยืนกิน’ นำกัญชาเป็นส่วนประกอบ สสจ.บุรีรัมย์พร้อมหนุน #SootinClaimon.Com

Posted on November 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614114

ฮือฮา! สูตรเด็ด'ลูกชิ้นยืนกิน' นำกัญชาเป็นส่วนประกอบ สสจ.บุรีรัมย์พร้อมหนุน

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.39 น.

ฮือฮา! สูตรเด็ด”ลูกชิ้นยืนกิน” นำกัญชาเป็นส่วนประกอบ สสจ.บุรีรัมย์พร้อมสนับสนุน เน้นปลอดภัยสะอาด อีกทางเลือกผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.) ได้เปิดเผยว่า สสจ.บุรีรัมย์ มีความพร้อมสนับสนุนการเปิดเมืองบุรีรัมย์ที่เป็นจุดศูนย์กลางแห่งเมืองกัญชา ทั้งในเรื่องการรักษาและการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยได้มีแผนพัฒนากิจการเกี่ยวกัญชาครบทุกมิติที่มีใน จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ มีต้นทุนเรื่องแปลงปลูกกัญชาที่โรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้จับคู่กับวิสาหกิจชุมชนในการปลูก ทั้งหมด 16 แห่ง รวมทั้งโครงการปลูกกัญชา 6 ต้น อีก 36 แห่ง กระจายเกือบทั้งจังหวัด

ที่สำคัญที่สุดอีกทางเลือกหนึ่ง จะทำลูกชิ้นยืนกิน โดยนำกัญชามาเป็นส่วนประกอบน้ำจิ้มหรือผสมในการทำลูกชิ้น จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดรายได้ให้ทั้งวิสาหกิจชุมชนและพ่อค้าแม่ค้าในจังหวัด โดยการผลักดันเศรษฐกิจกัญชา ได้กำหนดเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ สสจ.บุรีรัมย์ และได้มอบหมายให้ เภสัชกรหญิงกนกพร ชนะค้า หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อน

ด้าน เภสัชกรหญิงกนกพร ชนะค้า หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข ได้กล่าววว่า สสจ.บุรีรัมย์ ได้วางแผนขับเคลื่อนกัญชาให้ชาวบ้านเกิดรายได้ ให้เกิดการท่องเที่ยวกัญชาเชิงเศรษฐกิจ สถานประกอบ ผู้ประกอบธุรกิจต้องเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการบริโภคกัญชาที่ปรุงผสมในอาหารที่เป็นส่วนผสมของน้ำจิ้มและลูกชิ้นต้องปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ จึงมีแนวคิดยกระดับมาตรฐานลูกชิ้นยืนกิน ซึ่งเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเบื้องต้นได้วางแผนร่วมกันระหว่างท่องเที่ยว จ.บุรีรัมย์ และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยผลักดันเป็นการต่อยอดธุรกิจกัญชาและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวใน จ.บุรีรัมย์ การบริโภคอาหารที่ปรุงผสมกัญชาต้องมีรสชาดดีและปลอดภัย จึงวางแผนพัฒนาสูตรผลิตลูกชิ้นและน้ำจิ้มให้เป็นสูตรเด็ดของ จ.บุรีรัมย์ ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า สามารถนำสูตรที่พัฒนาแล้วไปผลิตเพื่อจำหน่ายอย่างมั่นใจ ได้ประสานกับทีมครัวตำรับยิ้มของโรงพยาบาลอภัยภูเบศในการพัฒนาสูตรทั้งลูกชิ้นและน้ำจิ้ม เพื่อผู้บริโภคจะได้บริโภคอาหารที่ปรุงผสมกัญชาอย่างปลอดภัย สุขใจ สุขภาพดี ต่อไป

ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าใน จ.บุรีรัมย์ ต้องเตรียมความพร้อมแล้ว สสจ.บุรีรัมย์ มีความพร้อมในการสนับสนุนจัดกิจกรรมสัมนาวิชาการกัญชาทางการแพทย์และเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นเชิงเศรษฐกิจของ จ.บุรีรัมย์ อีกทาง

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจ’ถ้ำเทวดา’พบปลาพลวงชมพู’ ปลาหายากซื้อขายกิโลละ7พันบาท #SootinClaimon.Com

Posted on November 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614113

สำรวจ'ถ้ำเทวดา'พบปลาพลวงชมพู' ปลาหายากซื้อขายกิโลละ7พันบาท

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.35 น.

7 พฤศจิกายน 2564 นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยชมรมคนรักษ์ถ้ำ จ.กระบี่ ได้เข้าสำรวจถ้ำเทวดา ตั้งอยู่บ้านหน้าหม้อ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นถ้ำที่ลึกที่สุดของกระบี่ มีระยะทางยาว ประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ จากการเดินสำรวจ สามารถเดินทางเข้าไปได้เพียง 900 เมตร 

นายนิวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจถ้ำเทวด พบว่าภายในถ้ำกว้างขวาง ตลอดเส้นทางสวยงาม และมีน้ำตลอดเส้นทาง ลึกระดับสะเอว สามารถเดินเข้าได้เพียง 900 เมตรเศษ จะสุดทางแรก หากว่าจะไปต่อต้องดำน้ำเป็นช่องใต้น้ำราว 2เมตร เข้าต่อไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งทีมของตนยังไม่พร้อมที่จะเข้าไปต่อ ต้องรอให้พร้อมก่อนค่อยเข้าสำรวจใหม่

สำหรับถ้ำเทวดาเป็นถ้ำต้นน้ำคลองกระบี่น้อย เป็นถ้ำที่สมบูรณ์สวยงามที่สุดของกระบี่ แหล่งแมงกานีสขนาดใหญ่ หินย้อยผ้าม่าน(เบค่อน) ใหญ่โตและยาวต่อเนื่องนับร้อยเมตร น้ำไหลตลอดเส้นทางเดิน มีหาดทรายในถ้ำหลายจุด อ่างศิลากระจายตัวหลายแห่ง 

และสิ่งที่ทำให้ทีมงานตื่นเต้นมาก ขณะที่เดินสำรวจ ได้เจอปลาพลวงชมพู จำนวน 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 1 กก. มีเกล็ดสีทอง เป็นปลาในถ้ำชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างพบเจอได้ยากแล้วในถ้ำกระบี่ ในปัจจุบันนี้มีหนึ่งเดียวในถ้ำเทวดา เจอยากมากในปัจจุบันที่กระบี่ แต่ก่อนปลาพวกนี้คืออาหารชาวบ้าน มาดักจับที่ปากถ้ำ ปัจจุบันน้อยมากในกระบี่ แต่สำหรับแถวชายแดนมาเลเซีย มีการซื้อขายกันที่ กิโลกรัมละ7,000 บาท

นายนิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า หากว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา ชื่อว่า ถ้ำเทวดา เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่จะได้รับความสนใจ จากนักท่อเงที่ยวและยังมีปริศนาเส้นอีกช่วงหนึ่ง 1,100 เมตร ที่ยังไม่ได้สำรวจ แต่ทราบว่าก่อนนี้เคยมีชาวต่างชาติ ได้เข้าไปสำรวจแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการสำรวจต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ว! ‘ตลาดมอญปิ่นฟ้าฟาร์ม’ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอยภัย #SootinClaimon.Com

Posted on November 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614112

เปิดแล้ว! 'ตลาดมอญปิ่นฟ้าฟาร์ม' แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอยภัย

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.19 น.

7 พ.ย.64 ที่ปิ่นฟ้าฟาร์ม 8/5 หมู่ 3 ตำบลคูขวาง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ได้เปิดตลาดชุมชนปิ่นฟ้าฟาร์ม เป็นแหล่งค้าขายของอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี เป็นประธานเปิดป้าย “ตลาดมอญปิ่นฟ้าฟาร์ม” พร้อม มี ร.อ.ปิ่นทอง ลัดดาแย้ม สจ.เขต5 อ.เมือง จ.ปทุมธานี และนายนภดล ลัดดาแย้ม เจ้าของปิ่นฟ้าฟาร์ม ให้การตอนรับ พร้อมประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับ บรรยากาศพิธีเปิดตลาดมอญปิ่นฟ้าฟาร์มมีประชาชนและนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเที่ยวชมวิถีเกษตรชุมชนของชาวอำเภอลาดหลุมแก้วจำนวนมาก ปกติวันเสาร์อาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ประชาชนมักจะพาครอบครัวเข้ามาชมวีถีเกษตรและชมก๋วยเตี๋ยว  

นาย นภดล ลัดดาแย้ม เจ้าของปิ่นฟ้าฟาร์ม กล่าวว่า ทางปิ่นฟ้าฟาร์มโดนปิดช่วงโควิดไปประมาณ 2 เดือน ทำให้ลูกค้าหายไป 100% หลังจากนั้นเราได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ได้จัดตลาดชุมชน เกิดขึ้นก็ได้มีส่วนของผลิตภัณฑ์ชุมนมมาขายค่อนข้างเยอะ ทำให้ปิ่นฟ้าฟาร์มของเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ครบวงงจรมากขึ้นก็สามารถที่จะก่อเกิดรายได้ให้กับชุมชนมาขึ้น เราเลยตั้งชื่อใหม่ว่า ตลาดมอญปิ่นฟ้าฟาร์ม เป็นการนำวิธีมอญมาประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นวิถีมอญอย่างเช่น จุดลูกหนู หางหงส์ ธงตะขาบ ก็มาโชว์ในวันนี้ด้วย  ในส่วนของมาตรการป้องกันโควิดนี้ทางปิ่นฟ้าฟาร์มเป็นแหล่งท่องเที่ยวค่อยข้างใหญ่ แล้วโตะอยู่ข้างนอกทั้งหมด เราจัดระยะห่าง มีการตรวจอุณหภูมิก่อนเข้าร้านทุกครั้ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเราจะจัดการมาตรการแบบเข้มงวดทั้งหมด  ตนก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องทุกท่านมาเที่ยว ปิ่นฟ้าฟาร์มเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แล้วก็เกิดตลาดมอญปิ่นฟ้าฟาร์ม ที่จำหน่ายของชุมชน ส่งเสริมการค้าขายของในชุมชน เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชนนำสินค้ามาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกิดอะไรขึ้น? ‘พัทยามิวสิคฯ’ วันที่ 2 วัยรุ่นโซนนอกนั่งดื่มริมหาดตีกันยับ (คลิป) #SootinClaimon.Com

Posted on November 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614104

เกิดอะไรขึ้น? 'พัทยามิวสิคฯ' วันที่ 2 วัยรุ่นโซนนอกนั่งดื่มริมหาดตีกันยับ (คลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.36 น.

7 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานพัทยา มิวสิก เฟสติวัล บริเวณเวทีชายหาดพัทยาเหนือ เมื่อคืนวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาชมคอนเสิร์ตกันเป็นจำนวนมากทำให้ชายหาดพัทยากลับมามีสีสันอีกครั้งหลังจากที่เงียบเหงามานาน โดยนักท่องเที่ยวมานั่งรอตั้งแต่ตอนเย็น เพื่อจะรอดูคอนเสิร์ตศิลปินที่ตนชื่นชอบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : แบบนี้ก็ได้เหรอ! นทท.สงสัยรถกอล์ฟงานพัทยามิวสิคฯ มีเฉพาะรับส่งลูกบอสตระเวนดูคอนเสิร์ต

โดยวันนี้เวทีพัทยาเหนือ ต่างขนเอาศิลปินชื่อดังหลายคน อาทิเช่น ส้ม มารี ,ธนนท์ จำเริญ ,แสตมป์ อภิวัชร์ และปิดท้ายด้วย โจอี้บอย โดยทางเมืองพัทยาได้กำหนดผู้เข้าชมคนเสิร์ต โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ กว่า 4 โซน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมคอนเสิร์ตจะต้องแสดงการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือผลตรวจ ATK จากโรงพยาบาลมาแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ดูก่อนเข้างาน จากนั้นก็ต้องเดินเข้าไปยังจุดตรวจคัดกรอง โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนที่จะเข้าไปนั่งชมคอนเสิร์ตยังโซนต่างๆที่ทางเมืองพัทยาได้เว้นระยะห่าง และต้องนั่งตามเก้าอี้ที่ทางเมืองพัทยาได้จัดไว้ให้ ส่วนบริเวณรอบงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครคอยดูแลความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวดูคอนเสิร์ต 

อย่างไรก็ตาม โซนด้านนอกบริเวณชายหาดพัทยาเหนือ พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มานั่งดื่มแอบดื่มบริเวณชายหาด อีกทั้งบางรายก็ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ในการขอความร่วมมือในการดื่มแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” ได้โพสต์คลิปที่ผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อว่า “tiktok @nacksittipong23” ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนครบโดส เข้างานไม่ได้ รวมตัวกันริมชายหาด ระหว่างการแสดงของโจอี้ บอย จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนเหมือนมีการทะเลาะวิวาทกัน ทำให้นักท่องเที่ยวแตกฮือกัน 

โดยข้อความระบุว่า
“พัทยา เมื่อคืนนี้ ครับ …
อย่านำร่องเปิดเศรษฐกิจกันแบบนี้ …
#เปิดประเทศ
พัทยา มิวสิคเฟสติวัล คืนที่ 2
กลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนครบโดส เข้างานไม่ได้ รวมตัวกันริมชายหาด ระหว่างการแสดงของโจอี้ บอย จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์”
. -008 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว”
ขอบคุณคลิปจาก : ติํกต๊อก “tiktok @nacksittipong23” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวหน้าหนาวที่’บ้านไฮตากแลนด์’ ชิม’แก้วมังกร-อะโวคาโด’สดจากสวน #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614069

เที่ยวหน้าหนาวที่'บ้านไฮตากแลนด์' ชิม'แก้วมังกร-อะโวคาโด'สดจากสวน

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.22 น.

7 พฤศจิกายน 2564 สภาพอากาศในอำเภอภูเรือ อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อากาศเริ่มหนาวมากขึ้น เป็นจุดที่มีทะเลหมอกเยอะมากที่สุดของอำเภอภูเรือ ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเรียกว่า ไฮตากแลนด์ หรือบ้านไฮตาก ตำบลลาดค่าง อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ตรงจุดนี้สามารถมองเห็นทะเลหหมอก 180 องศา เพราะนอกจากอากาศจะเย็นสบายยังมีธรรมชาติที่เขียวขจีงดงาม บนยอดภูมีทะเลหมอกในช่วงเช้า

โดยมีจุดชมวิวอยู่บริเวณวัดโพธิ์ชัย สูงจากระดับน้ำทะเล 750 เมตร ห่างจากอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 20 กิโลเมตร จะเห็นทะเลหมอกเคลื่อนตัวเป็นทางยาว และเกิดขึ้นบริเวณเหนือร่องน้ำสานและร่องน้ำหมันที่ทอดยาวกว่า 30 กิโลเมตรสามารถชมได้ 180 องศา เห็นภูเขาสลับซับซ้อนของ 2 ประเทศไทย-ลาว ฝั่งไทยสามารถมองเห็นพื้นที่ถึง 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านซ้าย อ.นาแห้ว และ อ.ท่าลี่ 

ส่วนฝั่งลาวสามารถมองเห็นแขวงไชยะบุรี ซึ่งจะมีภูเขาแหลม โดดเด่นอยู่ 2 ลูก ชาวบ้านไฮตากเรียกว่า ภูนมสาว เพราะมีลักษณะคล้ายนมของหญิงสาว นอกจากนี้ชุมชนไฮตากยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชิมผลผลิตจากสวน ได้แก่ แก้วมังกร และอะโวคาโดแบบสดๆ พร้อมกับของพื้นบนของหมู่บ้านแห่งนี้ คือหน้ากากผีบังเต้า หน้ากากยักษ์ที่จากลูกน้ำ ไว้จำหน่ายเป็นของที่ระลึกของฝากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆดังนี้ อ.เมืองเลย 20.8 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 22.0 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 22.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 22.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 21.8 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 16.5 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 18.0องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว19.0 องศาเซลเซียส , อ.ปากชม 22.0 องศาเซลเซียส , อ.นาด้วง 21.5 องศาเซลเซียส , อ.ภูหลวง 23.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 21.2 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 21.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 22.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.5 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 15.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 12.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 13.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 17.0 องศาเซลเซียส. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณตาวัย76ปี ขับกระบะฝ่าน้ำเชี่ยวท่วมถนน เสียหลักตกคลองรอดหวุดหวิด #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614062

คุณตาวัย76ปี ขับกระบะฝ่าน้ำเชี่ยวท่วมถนน เสียหลักตกคลองรอดหวุดหวิด

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 07.59 น.

7 พฤศจิกายน 2564 เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกอย่างหนัก ใน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองพานแพ ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ 7 บ้านพานแพ และหมู่ 14 บ้านลำเนา ต.บ้านลำนาว เอ่อล้นท่วมถนน รวมระยะทางกว่า 200 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร

ระหว่างนั้นมีนายชาติชาย ชดช้อย อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่10/1 หมู่ 15 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 6753 นครศรีธรรมราช มาตามถนนริมคลอง โดยขับฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ทันใดนั้นรถกระบะเกิดเสียการทรงตัว ถูกกระแสน้ำพัดตกริมคลอง โชคดีที่นายชาติชาย คนขับยังมีสติ สามารถหนีออกจากตัวรถได้สำเร็จ ส่วนรถกระบะถูกน้ำพัดติดริมคลอง

หลังเกิดเหตุชาวบ้านและกู้ภัย รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน รีบช่วยเหลือนำตัวนายชาติชาย อยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนประสานรถยกทำการกู้ชักลากรถกระบะขึ้นจากริมคลองได้สำเร็จ พบว่ารถกระบะจมน้ำเสียหายทั้งคัน

สอบถามนายชาติชาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถกระบะกลับจากทำสวนมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยขับมาตามถนนเส้นเกิดเหตุ โดยไม่รู้ว่าน้ำเอ่อล้นคลองท่วมถนน เนื่องจากถนนมืดไม่มีแสงสว่าง สุดท้ายถูกกระแสน้ำพัดรถกระบะจนตกริมคลอง โชคดีที่ตนหนีออกจากตัวรถได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘วังน้ำเขียว’นครปฐม ตัวอย่างท้องถิ่นลดอุบัติเหตุ #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614007

สกู๊ปแนวหน้า : ‘วังน้ำเขียว’นครปฐม  ตัวอย่างท้องถิ่นลดอุบัติเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 07.15 น.

ประเทศไทยนั้นได้ชื่อว่ามีถนนที่เป็นอันตรายอันดับต้นๆ ของโลก ตั้งแต่รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2558 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นอันดับ 2 ของโลก และแม้ในปี 2561 จะลดลงมาอยู่ในอันดับ 9 แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงเพราะติด 1 ใน 10 ประเทศแรก ซึ่งในแต่ละปีนั้นมีผู้สังเวยชีวิตบนถนนในไทยหลักหมื่นคน ยังไม่ต้องนับจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้พิการที่มีเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ทั้งนี้ การลดความเสี่ยงเจ็บ-ตาย-พิการบนท้องถนน “ท้องถิ่น” มีบทบาทสำคัญอย่างมากเพราะมีความเข้าใจสภาพภูมิประเทศ และเข้าถึงประชาชนสามารถสร้างความตระหนักได้ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยกตัวอย่างจากการถอดบทเรียน “ตำบลวังน้ำเขียว” พื้นที่ที่ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง

ตำบลวังน้ำเขียว อยู่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง และมีชาวบ้านในชุมชนเสียชีวิตทุกปี โดยเฉพาะที่จุดเสี่ยงบริเวณสี่แยกตำบลวังน้ำเขียว ซึ่ง ชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) นครปฐม อธิบายว่า บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องด้วยเป็นแยกหลักของชุมชน ทำให้มีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก และมักทำผิดกฎจราจรคือไม่เดินรถไปตามเส้นทางจราจร

“มติที่ประชุมได้ลงความเห็นว่า ควรสร้างวงเวียนเพื่อกำหนดทิศทางการเดินรถให้ถูกต้องตามหลักการ เราได้ปรึกษากับทีม รพ.สต. และกำนันผู้ใหญ่บ้านว่า เราจะทำอย่างไรให้มีความปลอดภัยในชุมชนของเราจึงได้พูดคุยกันและลงความคิดเห็นว่าสร้างวงเวียนหลังจากมีการสร้างขึ้นมา เราก็พบผลลัพธ์คือสามารถลดอุบัติเหตุลงได้ ความปลอดภัยก็ดีขึ้น” สจ.ชรินทร์ กล่าว

ด้าน สุดใจ มอนไข่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) วังน้ำเขียว กล่าวว่า การขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุ เริ่มขึ้นในปี 2559 ซึ่งขณะนั้น อ.กำแพงแสน ได้งบประมาณสนับสนุนจาก สสส. จึงเริ่มจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ของตำบล นำเรื่องอุบัติเหตุยกมาเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของกองทุนโดยหลักการทำงาน คือ เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ ซึ่งเมื่อได้รับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและงบประมาณจาก สสส. ผ่านสมาคมหมออนามัย ก็ได้ทำการวิเคราะห์จุดเสี่ยง

“มีการเชิญตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้าร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ของตนเองว่ามีจุดเสี่ยงตรงไหนบ้าง แล้วนำมาทำแผนที่จุดเสี่ยงร่วมกัน พร้อมระบุแนวทางแก้ไขเอาไว้ร่วมกัน จากนั้นนำไปเสนอ นายก อบต. ให้ช่างโยธาฯ ลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง เราพบว่ามี 42 จุดที่เสี่ยงอุบัติเหตุ จึงค่อยๆ ดำเนินการดูแล ปรับภูมิทัศน์ เช่น ติดป้ายสัญญาณเตือน ทาสีถนนจุดเสี่ยง จนในปีล่าสุดไม่พบอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว นับเป็นจุดเริ่มต้นของ รพ.สต. ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องอุบัติเหตุ จากที่ในอดีตเคยมองว่าเป็นงานของตำรวจ” ผอ.รพ.สต.วังน้ำเขียว ระบุ

ขณะที่ รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ความสำเร็จของตำบลวังน้ำเขียว ถือเป็นต้นแบบ
ความสำเร็จของการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุทางถนน ที่ สสส. เข้ามาร่วมสนับสนุนทำให้เกิดเครือข่ายแกนนำหมออนามัยรุ่นใหม่ โดยงานที่สำคัญคือเขาต้องหาต้นเหตุของปัญหาให้เจอ ปัญหาที่กระทบกับสุขภาพ

“ที่ตำบลวังน้ำเขียว พบว่า ก่อนเริ่มโครงการมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 6 ศพ ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ โดยหมออนามัยเชื่อมการทำงานกับเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพ เชื่อมโยงกับหน่วยงานท้องถิ่น นำมาสู่แผนการออกแบบจัดการประจำปี และลงมือปฏิบัติจริงจัง” รุ่งอรุณ กล่าว

การร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชนตำบลวังน้ำเขียว ส่งผลให้เป็น “ต้นแบบตำบลขับขี่ถนนปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ” ที่สำคัญประสบการณ์ต่างๆ ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุของชุมชนแห่งนี้ ได้ถูกถอดรหัสกลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญขับเคลื่อนความปลอดภัยทางท้องถนนให้กับชุมชนอื่นต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ทีมวิจัย สวทช.-พันธมิตรทำสำเร็จ สกัดสารพันธุกรรมเชื้อโควิดถูกกว่านำเข้า2เท่า #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614022

สกู๊ปพิเศษ : ทีมวิจัย สวทช.-พันธมิตรทำสำเร็จ  สกัดสารพันธุกรรมเชื้อโควิดถูกกว่านำเข้า2เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเป็นภัยคุกคามโลกอย่างหนักแต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์ต่างก็คิดค้น สรรหาวิธีมาต่อสู้ ตอบโต้ไวรัสร้ายตัวนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน โดยมีทั้งมาตรการป้องกันการติดเชื้อในแบบต่างๆ และวิธีการรักษาโรคให้หายขาด เพื่อที่จะสามารถเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ที่โถงอาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โยธี ถนนพระรามที่ 6 กทม. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. นำโดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช., ดร.ลดาวัลย์ กระแสร์ชล รองผู้อำนวยการ สวทช., ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง ผู้อำนวยการศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. และทีมวิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล และ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมแถลงข่าวในพิธีมอบ “ชุดสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019”

โดย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบชุดสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมจำนวน 82,000 ชุด มูลค่า 8.2 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่องพร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กระทรวง อว. เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยการระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานวิจัยและสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมด มาคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม กระทั่งนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ด่านหน้าได้เป็นอย่างดี

กระทรวง อว. มีการแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ตลอดจนการสร้างผลประโยชน์ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวให้แก่ประเทศ โดยระยะสั้น โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศหรือ U2T เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้แรงงานกว่า 60,000 คน มีงานทำกระจายไป 3,000 ตำบลทั่วประเทศ และเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัย 76 แห่งทั่วประเทศ ทำงานร่วมกับชุมชนในระดับตำบล ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชนหลายร้อยล้านบาท ส่วนระยะที่ 2จะพัฒนาขึ้นและต่อยอดจากระยะที่ 1 ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ 1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 2.การดูแลเศรษฐกิจชุมชนแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามบริบทของชุมชน และ 3.การจ้างงานบุคลากรที่มีความรู้ มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เป็นประเด็นสำคัญจะมีการปฏิบัติงาน 7,435 ตำบลทั่วประเทศ จ้างงาน 150,000 คน

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์

นอกจากนี้ ยังได้ส่งยาสมุนไพรและอุปกรณ์ของใช้ที่จำเป็น ที่เรียกว่า “อว. พารอด” โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ช่วยบริจาคสิ่งของ และยังพัฒนายา วัคซีน และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค ขณะเดียวกันก็พัฒนาประเทศตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy Model) ที่เป็นวาระของชาติ ซึ่งครอบคลุมเรื่องการพัฒนายา วัคซีน และเครื่องมือแพทย์ด้วย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

“ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับความสำเร็จล่าสุดของผลงานวิจัยชุดสกัดอาร์เอ็นเอ ของศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. ที่พัฒนาชุดสกัดอาร์เอ็นเอที่ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพเทียบเท่าชุดสกัดอาร์เอ็นเอที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ราคาถูกกว่ามาก และมีการส่งมอบให้แก่ 3 หน่วยงาน คือ กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมราชทัณฑ์ ที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป”ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ขอบคุณทีมวิจัยและผู้อยู่เบื้องหลังทุกคนที่ทำงานด้วยความลำบาก จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่แค่วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำเร็จเท่านั้น แต่ยังสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายได้ด้วย

ทางด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. มีเป้าหมายที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทางด้านสุขภาพและการแพทย์ ตามเป้าหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบาย BCG Economy Model ในสาขายุทธศาสตร์ สุขภาพและการแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมา สวทช. ได้เร่งพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรม สำหรับรองรับการระบาดของโรคโควิด-19 มีการส่งมอบผลงานมากกว่า 20 ผลงาน ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การลดการแพร่กระจายและฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งการตรวจคัดกรองและการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีหลายผลงานที่พร้อมทางด้านเทคโนโลยีการผลิตจนสามารถนำไปต่อยอดและเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศ

ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบชุดสกัด RNA (Viral RNA Extraction Kit) ของศูนย์โอมิกส์แห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด สวทช. ที่ได้รับเงินกู้ฉุกเฉินภายใต้“พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563” เพื่อดำเนินการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยชุดสกัด RNA ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วเหมาะสมกับการใช้งานจริง รวมถึงการขยายผลในการผลิตเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่ใช้ประโยชน์โดยตรงได้นำไปใช้สกัดอาร์เอ็นเอ ก่อนส่งตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยใช้ตัวอย่างจากสารคัดหลั่ง หรือ swab ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR ในราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศอย่างน้อย 2 เท่า (ราคานำเข้าอยู่ที่ 120-200 บาท)

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล

“การวิจัยและพัฒนานี้ถือเป็นจุดแข็งของประเทศที่จะช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าชุดสกัด ช่วยให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือต่อการระบาดของโรคอุบัติใหม่ และยังเป็นส่วนสำคัญของการวิจัยพัฒนาเพื่อตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลใช้เป็นนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง ผู้อำนวยการศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. กล่าวเสริมว่าการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยศูนย์โอมิกส์แห่งชาติร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คิดค้นและพัฒนา “วิธีสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) จากตัวอย่างแบบง่าย” ขึ้น โดยใช้อนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic bead) จับกับสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอของไวรัส ซึ่งอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสที่สกัดได้มีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำไปตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี RT-PCR

ทั้งนี้ วิธีในการสกัดสารพันธุกรรม ที่คิดค้นมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การทำให้เซลล์แตกตัวแล้วปล่อยสารพันธุกรรมออกมา 2.การเข้าจับสารพันธุกรรมและทำความสะอาดสารพันธุกรรม และ 3.การละลายสารพันธุกรรมบริสุทธิ์นั้นออกมาจากตัวจับ และทำความสะอาดสารพันธุกรรมที่อยู่ในตัวอย่าง ซึ่งสามารถทำการสกัดได้เร็ว ราคาถูก ที่สำคัญยังปรับวิธีให้ใช้ได้กับเครื่องสกัดอัตโนมัติที่มีอยู่ในท้องตลาดได้ค่อนข้างง่าย ทั้งนี้ วิธีสกัดอาร์เอ็นเอดังกล่าว ยังสามารถนำไปใช้ในการสกัดสารพันธุกรรม ในสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ ไม่จำกัดเพียงไวรัสก่อโรคโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงไวรัสก่อโรคในพืช สัตว์และมนุษย์

“วิธีการสกัดที่พัฒนาขึ้น ถือเป็นวิธีที่ง่าย สามารถใช้งานกับสารเคมีและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในห้องปฏิบัติการด้านพันธุกรรม ซึ่งทีมนักวิจัยได้มีการนำไปทดสอบใช้งานจริงกับตัวอย่างตรวจของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว พบว่าให้ผลไม่แตกต่างจากการใช้ชุดสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ” ดร.สิทธิโชค กล่าว

ปัจจุบันทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท After Labและ Bioentist เป็นผู้รับอนุญาตให้สิทธิใช้ประโยชน์เพื่อเตรียมผลิตและจำหน่ายทางการค้าครั้งแรกในไทย ทั้งนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าวทีมวิจัย สวทช. ได้ร่วมกับบริษัท After Lab ในการปรับวิธีให้สามารถใช้ได้กับเครื่องสกัดแบบอัตโนมัติ และมีทีมของ รองศาสตราจารย์ ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดลและทีมของ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมในโครงการเพื่อทำการทดสอบการใช้งานในตัวอย่างจริง ซึ่งได้รับการสนับสนุนการใช้เครื่องสกัดสารพันธุกรรมแบบอัตโนมัติ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากบริษัท After Lab

เป็นอีกหนึ่งในผลงานของคนไทยที่ได้ช่วยกันคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับประเทศชาติต่อไป

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง (คนกลาง) และทีมวิจัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผีเสื้อขยับปีก’ถอดบทเรียน คดีรุนแรง-ล่วงละเมิดทางเพศ #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614027

‘ผีเสื้อขยับปีก’ถอดบทเรียน  คดีรุนแรง-ล่วงละเมิดทางเพศ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดตัวหนังสือ “ผีเสื้อขยับปีก”สะท้อนปัญหาความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยนายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. และภาคีเครือข่ายได้จัดทำหนังสือที่สะท้อนเรื่องราวของผู้ถูกกระทำที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้ ไม่ยอมจำนนกับปัญหาที่เข้ามาในชีวิต

สำหรับเนื้อหาในหนังสือได้บอกเล่าเรื่องราวของผู้ที่ถูกกระทำที่กล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง อ้างอิงจากคดีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและกระทำความรุนแรงจากคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงทางภาคใต้มานานนับปี ที่หน่วยงานต้องเข้าไปช่วยเหลือ เรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้เสียหายนานกว่า 3 ปี ที่ศาลได้พิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 11 คน ตั้งแต่ 15 ปี ถึงตลอดชีวิต

“ขอส่งแรงใจถึงผู้ที่ถูกกระทำจากปัจจัยเสี่ยงทางสังคมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้พลังใจจาก สสส. ส่งไปถึงทุกคนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม สู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองในประเทศนี้ ให้สามารถยืนหยัดและหนักแน่นในการต่อสู้ โดยขอให้เชื่อว่ามีหน่วยงานภาคีเครือข่ายส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและยืนหยัดเคียงข้างอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มีใครโดดเดี่ยวหรือต่อสู้ลำพัง” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาในแง่ที่เป็นการคุ้มครองเหยื่อหรือผู้เสียหายในปัจจุบันถือว่าดี เพราะสามารถฟ้องดำเนินคดีได้ด้วยตนเองมีมาตรการคุ้มครองเหยื่อ แต่คดีทางเพศเป็นคดีที่มีความอ่อนไหวจึงต้องอาศัยผู้ที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางวางแนวทางแก้ปัญหา เพราะคดีลักษณะนี้เกิดกับคนเปราะบาง กระทบจิตใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บั่นทอนกำลังใจผู้ถูกกระทำระหว่างต่อสู้คดี

นอกจากนี้ จะเห็นว่าหลักฐานต่างๆ จะอยู่ในที่ลับบนเนื้อตัวของผู้เสียหาย การจะได้มาซึ่งหลักฐานพยานจึงยุ่งยาก ซับซ้อน และอาจถูกทำลายได้ง่าย ขณะที่กฎหมายที่มีอยู่ในแง่ของการคุ้มครองผู้เสียหาย ถ้าเป็นผู้หญิงการคุ้มครองมีเพียงให้สอบสวนโดยพนักงานหญิง หากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะมีสหวิชาชีพซึ่งไม่เพียงพอ อีกทั้งยังทำคดีแยกส่วนถือเป็นช่องว่างของการทำคดีทางเพศที่ไม่ได้เอาตัวผู้เสียหายมาร่วมดำเนินคดีเต็มตัว

“จากการอ่านหนังสือผีเสื้อขยับปีกคิดว่ามีอีกหลายคดีที่ไม่ได้ต่อสู้ เพราะผู้ถูกกระทำหรือครอบครัวไม่รู้ข้อกฎหมาย ขณะที่บางส่วนอาจไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรม เพราะไม่รู้ว่าสังคมจะมองอย่างไร ถูกมองมีมลทินหรือไม่ จะเชื่อเขาหรือไม่ โดยเฉพาะถูกกระทำจากคนในครอบครัว คนใกล้ชิด คนที่มีอำนาจเหนือกว่า” ผศ.ดร.ปารีณา กล่าว

น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ ผู้แทนรัฐมนตรีว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า จากคดีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ทางภาคใต้ที่ถูกคนในชุมชนและใกล้เคียงล่วงละเมิดทางเพศ ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าคดีจะสิ้นสุดถือเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ใจของผู้ถูกกระทำและครอบครัว แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือประคับประคองครอบครัวจนก้าวผ่านมาได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงกระบวนการช่วยเหลือ

“จากข้อมูลปี 2561 มีเด็กและเยาวชนถูกกระทำความรุนแรงและถูกล่วงละเมิดทางเพศ 14,237 ราย ปี 2562 จำนวน 15,797 ราย ในจำนวนนี้เป็นความรุนแรงทางเพศ 5,191 รายคิดเป็น 32.9% เฉลี่ยวันละ 14 รายส่วนใหญ่ผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด หากใครพบเห็นสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1300 หรือขอคำปรึกษาช่วยเหลือได้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ” น.ส.นริศา กล่าว

นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า ภาพรวมการข่มขืนสังคมไทยสะท้อนปัญหาสังคม 2 ภาพพร้อมกัน คือ ตัวผู้กระทำที่ขาดสำนึกผิดชอบชั่วดีอย่างรุนแรง ภาพที่ซ้อนใต้ภาพนี้คือ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำหรือจะเรียกว่าโครงสร้างในเชิงมิติชายเป็นใหญ่ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีเกาะแรด พังงาคือความเป็นชุมชน สังคม เครือญาติที่รู้จักคุ้นเคยใกล้ชิด เมื่อ 3 ภาพนี้หมุนอยู่ในพิกัดเดียวกัน ผู้กระทำกลุ่มที่เป็นข่าว จึงกระทำต่อเด็กหญิงอย่างยาวนาน ข้ามเดือน ข้ามปีด้วยความลืมตัว ฮึกเหิม

ในฐานะผู้ติดตามข่าวจะเห็น 3 ภาพนี้ชัดเจน โดยเฉพาะความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่างผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ซึ่งเป็นจุดบอดที่ต้องเข้าไปช่วย เมื่อตัดสินใจว่าต้องทำอะไรมากกว่าแค่การติดตามข่าวเราก็ขยับและเคลื่อนไหวโดยนำประสบการณ์จากคดีค้ามนุษย์น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน มาต่อยอด หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบคดี มีทั้งบ้านพักเด็ก กระทรวง พม. และทีมคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

“งานข้ามศาสตร์ ข้ามองค์กรในคดีเกาะแรด พังงา ชัดเจนว่า ลงตัว ราบรื่นกว่าคดีค้ามนุษย์น้ำเพียงดิน แม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะรัฐมีในสิ่งที่ภาคประชาสังคมไม่มี เช่น การบังคับใช้กฎหมายบ้านพัก เซฟเฮ้าส์ แต่ภาคประชาสังคมก็มีในสิ่งที่รัฐไม่มี เช่น การเสริมพลังใจเหยื่อ และเปลี่ยนเหยื่อเป็นพยาน จนนำไปสู่การสืบพยานที่ได้ความจริงเชิงลึกและชัดเจน สามารถลงโทษผู้กระทำได้”นางทิชา กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ “ผีเสื้อขยับปีก”ที่ถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน กรณีคดีละเมิดทางเพศเด็กหญิงบ้านเกาะแรด จังหวัดพังงา จำหน่ายในราคา 250 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือ มอบให้เป็นทุนในการดำเนินชีวิตของครอบครัวผู้เสียหายคดีเกาะแรดสามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่เพจ มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว โทร.02-0481950

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,310,484 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
State agency promotes growing economic trees to serve as loan collateral
Twitter sues Elon Musk to hold him to $44 billion merger
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d