Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

วันฮาโลวีน! สวนสัตว์สงขลา ปล่อยผีหลอกกวาง สร้างสีสันให้นักท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on November 1, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612559

วันฮาโลวีน! สวนสัตว์สงขลา ปล่อยผีหลอกกวาง สร้างสีสันให้นักท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.37 น.

31 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นวันฮาโลวีน สวนสัตว์สงขลา จัดบรรยากาศให้เข้ากับวันฮาโลวีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนสัตว์สงขลา ได้ชมเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยมี นายวันชัยตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา ซึ่งวันนี้แต่งหน้าแต่งตาเป็นผีสร้างสีสันให้เข้ากับวันฮาโลวีน โดยงานส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ สวนสัตว์สงขลา นำผี 2 ตัว พร้อมโลงศพแบบฝรั่ง เข้าไปวางไว้ในส่วนแสดงกวาง ที่มีกวางเป็นจำนวนมาก พร้อมอาหารกวาง ซึ่งเป็นหญ้าเนเปียที่กวางกินประจำทุกวันอยู่แล้ว

ในช่วงแรกที่นำผี 2 ตัวเข้าไปพร้อมโลงศพ กวางตกใจวิ่งหลบหนีกันชุลมุน เนื่องจากไม่เคยเห็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในคอกเลี้ยง ในวันนี้ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลาที่แต่งหน้าแต่งตาเป็นผีก็เข้าไปร่วมในการวางผี 2 ตัวพร้อมโลงศพ จุดที่ให้อาหารกวางเป็นประจำทุกวัน เพื่อสร้างสีสันวันฮาโลวีนให้กับนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ โดยกระจายอาหารกวาง เพื่อให้กวางได้กินอย่างทั่วถึง เมื่อวางเสร็จทุกคนก็ออกจากคอกกวาง

เมื่อไม่มีคนอยู่ในคอกแล้ว ฝูงกวางก็เดินมากินหญ้าเนเปีย ซึ่งเป็นอาหารอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจว่าจะมีผี 2 ตัว ยืนมองพวกมันกินอาหารอยู่ข้างโลงศพ

แต่ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อนักท่องเที่ยวมาเห็นการจัดบรรยากาศในวันฮาโลวีน ก็หยิบมือถือถ่ายภาพฝูงกวางในวันฮาโลวีน ที่ยืนกินอาหาร โดยมีผี 2 ตัวและโลงศพอยู่ข้างหลัง เป็นการสร้างสีสันวันฮาโลวีนให้กับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในวันนี้

ซึ่งถือว่า วันฮาโลวีนวันนี้ สวนสัตว์สงขลาจัดกิจกรรมเข้ากับบรรยากาศ สร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวได้ชม และเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วยความประทับใจวันฮาโลวีน (Halloween) โดยนักท่องเที่ยวจากหาดใหญ่ ที่เดินทางนำครอบครัวมาเที่ยวสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า ก็ถือว่าสวนสัตว์สงขลาจัดได้ดี เข้ากับบรรยากาศวันฮาโลวีน ก็ถือว่าโอเค

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า วันนี้สวนสัตว์สงขลาเราก็จัดกิจกรรมวันฮาโลวีน ร่วมสนุกกับสัตว์ป่าของเรา โดยเฉพาะได้นำโลงศพแบบฝรั่งและรูปผี มาประกอบในการที่จะให้อาหารกับสัตว์ และเขาก็จะมาร่วมสนุกกับเรา โดยเขาจะมาหาอาหารกินอยู่ตามปกติอยู่แล้ว เพื่อส่งเสริมสุขภาพชีวิตของเขา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูสาวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส หันมาเลี้ยง ‘ด้วงมะพร้าว’ สร้างรายได้เสริมช่วงโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on November 1, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612550

ครูสาวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส หันมาเลี้ยง 'ด้วงมะพร้าว' สร้างรายได้เสริมช่วงโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.41 น.

“ด้วงมะพร้าว” ซึ่งเป็นภัยร้ายของต้นมะพร้าว ที่เกษตรกร ต้องประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อต้นมะพร้าวในสวนมักจะถูกด้วงกัดกิน จนต้องยืนต้นตายมาแล้วจนหมดสวน เมื่อต้นมะพร้าวถูกกองทัพด้วงเข้ากัดกิน ก้จะยืนต้นตาย ชาวสวนต้องโค่น และจับตัวด้วงที่กำลังชอนไชต้นมะพร้าวมาประกอบเป็นอาหารแล้วรีบเผาทำลายซากมะพร้าวทันที 

ขณะเดียวกันด้วงมะพร้าวก็กำลังเป็นอาหารยอดฮิต เพราะปรุงได้หลากหลายเมนู และยังมีโปรตีนสูงทำให้เกิดอาชีพเลี้ยงด้วงมะพร้าวขาย ซึ่งการเลี้ยงด้วงมะพร้าวไม่ใช่เรื่องยาก ใช้เงินลงทุนไม่มากนัก ส่วนเวลาก็ทำได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เลือกช่วงเวลาที่ว่าง เช่นตอนเย็น หลังเลิกงาน  

นางวสุพรหรือครูหนู ธรรมศิริ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.6 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ข้าราชการครู กล่าวว่า ในช่วงที่โควิดแพร่ระบาด โรงเรียนยังไม่เปิดให้นักเรียนไปเรียนที่โรงเรียน จึงพอมีเวลาบ้าง เช่น ช่วงเย็น และช่วงกลางคืน ก็เลยคิดหาอาชีพเสริม มาช่วยให้เกิดรายได้เพิ่ม เพื่อนแนะนำให้เลี้ยงด้วงมะพร้าวเพราะไม่ต้องใช้เงินทุนสูง และใช้เวลาตอนไหนก็ได้ จึงเริ่มทดลองเลี้ยง เริ่มแรก ได้พ่อพันธ์แม่พันธ์มา เพื่อนสอนการผสมอาหารให้ ใช้เวลาเพียง 45วัน ก็ได้ด้วงที่ส่งขายได้ ช่วยกันทำสองคนกับหลานสาววัย10ขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่เรียนออนไลน์ หลังจากเรียนเสร็จ ก็มาช่วยกัน ทำอย่างมีความสุข เพราะไม่ยุ่งยาก ไม่เหน็ดเหนื่อย และมีรายได้ตั้งใจว่าจะขยายเพิ่มเป็นฟาร์มและทำเป็นอาชีพหลักหลังจากเกษียณอายุราชการ 

การเลี้ยงด้วงมะพร้าว เริ่มจาก นำพ่อพันธ์แม่พันธ์ ใส่ในกะละมัง ที่มีอาหารคือ มันบด หัวอาหารหมู กากน้ำตาล และEM  ผสมตามสัดส่วน ปิดฝา เลี้ยงไว้ในสถานที่ปลอดภัย ป้องกันแมลงและสัตว์อื่นที่จะเข้าไปทำลายด้วง ประมาณ45 วัน ก็ จับด้วงขายได้   ส่วน พ่อพันธ์ แม่พันธ์ ก็จะถูกนำไปเลี้ยง ให้อาหาร เพื่อขยายพันธ์ต่อไปอีก แต่ที่เป็นเคล็ดลับของด้วงมะพร้าวที่นี่ คือก่อนจะส่งด้วงให้ลูกค้า นั้น วสุพรจะนำด้วงมาล้างท้อง เป็นเวลา 1 คืน โดยแช่ด้วง ในน้ำนมสด และผลไม้เพื่อให้ด้วงได้ดื่มน้ำนมและกัดกินผลไม้เข้าไป  ซึ่งผลไม้ที่จะให้ด้วงกินนั้น อยู่ที่ลูกค้าว่าต้องการให้ด้วงมีรสชาติอะไร เช่น ส้ม แครอท แอปเปิ้ล แต่ถ้าลูกค้าไม่เจาะจง ก็จะใช้เป็นมะละกอ ผสมในน้ำนม ให้ด้วงได้กินจนอิ่มเป็นเวลาหนึ่งคืนก่อนจะนำแช่แข็ง ส่งลูกค้า ทั่วประเทศ  

เด็กหญิงนารีรัตน์ ธรรมศิริ อายุ 10 ปี บอกว่า ครั้งแรก ก็รู้สึกกลัว แต่พอได้เริ่มจับเริ่มทำก็ไม่กลัวแล้ว ส่วนหน้าที่ ที่ต้องทำทุกวัน คือ ผสมอาหาร และแยกตัวด้วง คัดขนาด พอได้ทำก็สนุก และความสุข มีรายได้ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  

การเลี้ยงด้วงมะพร้าว นั้น กลายเป็นสัตว์ เศรษฐกิจ สร้างรายได้ ให้ผู้เลี้ยงซึ่งมีตลาดผู้บริโภคที่สนใจสั่งซื้อไปประกอบการอาหารได้หลายเมนู เช่น ด้วงคั่ว ด้วงผัดกะเพรา และประกอบอาหารอื่นๆ ราคา กิโลกรัมละ 300-400บาท ส่วนพ่อพันธ์แม่พันธ์ ขายตัวละ5บาทส่วนใหญ่ขายทางออนไลน์ และต้องสั่งจองก่อน เพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คำชะโนด’เปิดประตูรับนักท่องเที่ยว บวงสรวงปู่ศรีสุทโธ ฮือฮาเลขเด็ดขันน้ำมนต์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612540

'คำชะโนด'เปิดประตูรับนักท่องเที่ยว บวงสรวงปู่ศรีสุทโธ ฮือฮาเลขเด็ดขันน้ำมนต์

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.21 น.

31 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.09 น. ที่วังนาคินทร์คำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายวรุตม์ วิศิษฏ์ศิลป์ นายอำเภอบ้านดุง,นายจักรพันธ์ เชื้อพุทธ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง,นายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ กำนันต.บ้านดุง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการคำชะโนด ได้ทำพิธีบวงสรวงปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา

โดยจัดพานบายศรีพญานาคเศียร 9 ชั้นและเครื่องบูชาผลไม้ อาหารคาวหวานต่าง ๆ อีก 9 ชนิด มีนายชวการ คำวันสา พ่อพราหมณ์ประจำคำชะโนดทำพิธีบวงสรวง ถือเป็นการบวงสรวงพ่อปู่แม่ย่า ก่อนจะมีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวคำชะโนดแล้วในวันพรุ่งนี้ 1 พ.ย.64 หลังจากปิดมานานกว่า 6 เดือน

จากนั้นคณะนางรำก็ได้รำถวายปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมาที่ลานบวงสรวง ถือฤกษ์คำชะโนดพร้อมแล้วสำหรับรับนักท่องเที่ยว ขณะที่คอหวยก็ไม่พลาดส่องเลขเด็ดขันน้ำมนต์พิธีบวงสรวงปู่ศรีสุทโธเห็นเลขเด็ด 603 , 903 ส่วนธูปเสี่ยงทาย 951

นายวรุตม์ วิศิษฏ์ศิลป์ นายอำเภอบ้านดุง เปิดเผยว่า วันนี้ทางคณะกรรมการคำชะโนดก็ถือฤกษ์ทำพิธีบวงสรวงขอขมาปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา ขอเปิดคำชะโนดอย่างเป็นทางการเพื่อจะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสักการะพ่อปู่แม่ปู่ฯ เริ่มวันที่ 1 พ.ย.64 คือวันพรุ่งนี้ หลังจากปิดเนื่องจากสถานการณ์โควิดมากว่า 6 เดือน โดยการเข้ามาสักการะ นักท่องเที่ยวจะต้องลงทะเบียนผ่านแอพ “เที่ยวคำชะโนด” หากใครไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอพคำชะโนดได้ ให้โทรมาที่ 2 เบอร์นี้คือ 0649738384, 0658859065 จะมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการคำชะโนดลงให้อีกทางหนึ่ง

โดยวันจันทร์-วันศุกร์ เข้าได้ 2,000 คน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์เข้าได้ 3,000 คน และขอย้ำนักท่องเที่ยวที่มาจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิดตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข คือต้องฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม หากไม่ได้ฉีดวัคซีนคณะกรรมการจะไม่ให้เข้า

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นห่วงคำชะโนนด อาจจะปิดอีกหากมีการระบาดโควิดอีกรอบ นายอำเภอบ้านดุง กล่าวว่า เราห่วงและกังวลเรื่องจะปิดอีกครั้ง แต่เราไม่ตื่นตระหนก เพราะสถานการณ์การระบาดยังมีอยู่ แต่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนเราก็จะทำดีที่สุด มาตรการป้องกันเราก็มีมาตรการจำกัดระยะห่างเข้าได้รอบละ 50 คน วันธรรมดาเข้าได้ 2,000 คน และวันหยุดเข้าได้ 3,000 คน หากสถานการณ์ดีขึ้นเราก็จะขยายจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระมหาไพรวัลย์’แจงปมร่ำไห้กลางไลฟ์สด ยันไม่ได้ผิดหวังเรื่องยศตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612529

‘พระมหาไพรวัลย์’แจงปมร่ำไห้กลางไลฟ์สด ยันไม่ได้ผิดหวังเรื่องยศตำแหน่ง

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.59 น.

‘พระมหาไพรวัลย์’แจงปมร่ำไห้กลางไลฟ์สด ยันไม่ได้ผิดหวังเรื่องยศตำแหน่ง

31 ตุลาคม 2564 หลังจากที่ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ไลฟ์สดประกาศเตรียมสละสมณเพศ เนื่องจากเป็นต้นเหตุทำให้ พระราชปัญญาสุธี รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลายแง่มุม โดยชาวเน็ตรายหนึ่งระบุ “เรื่องการคาดหวังต่อยศตำแหน่ง เมื่อผิดหวังแล้วก็เสียอกเสียใจนั้น…เรื่องนี้มันธรรมดามากๆสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับสถานภาพพระสงฆ์แล้ว…การแสดงออกถึงความเสียใจต่อความผิดหวังเรื่องยศตำแหน่ง ถึงขนาดร่ำไห้ออกมา…ขออนุญาตแสดงความเห็นว่า นั่นไม่ใช่มาตรฐานที่ “พระดี” ควรปฏิบัติ”

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ ได้ใช้เฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ชี้แจงถึงคำวิพากษ์วิจารณ์นี้ ดังนี้…

“อาตมาไม่รู้ว่าเป็นบทความของใครนะ แต่อาตมาขออนุญาตแลกเปลี่ยน ประเด็นแรก คืออาตมาไม่ได้ร่ำไห้เพราะผิดหวังเสียใจเรื่องยศตำแหน่ง

ใครก็ตามที่พูดแบบนี้แสดงว่า แม้แต่ความอดทนที่จะนั่งฟังไลฟ์สดที่เป็นประเด็นของอาตมาจนจบ ก็ยังทำไม่ได้เลย

เมื่อฟังไม่จบ ก็เป็นแบบที่เห็น คือนั่งเทียนเขียนวิจารณ์ไปเอง ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างคนละเรื่องกัน

ประเด็นที่สอง ใครก็ตามที่มองเรื่องยศตำแหน่งในวงการคณะสงฆ์เป็นแค่เรื่องยศตำแหน่ง คนๆ นั้นสะท้อนความตื้นเขินของตัวเองที่มีต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์เป็นอย่างมาก

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ เพราะยศตำแหน่งในทางคณะสงฆ์มันมิใช่เพียงแค่ยศตำแหน่ง มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันผูกพันกับอำนาจในการปกครอง อำนาจในการให้คุณและให้โทษกับผู้ที่อยู่ใต้อาณัติของยศตำแหน่งนั้นๆ อย่างแยกไม่ออก

ที่สำคัญที่สุด แม้เพียงตำแหน่งในฐานะของเจ้าอาวาส หากมิได้พระภิกษุผู้ที่เป็นรัตตัญญู หรือมีพรหมวิหารธรรมอย่างมากพอในการจัดการดูแล ไม่ได้ผู้ซึ่งมีที่มาที่ชอบธรรมหรือเป็นที่ยอมรับนับถือของสังฆะทั้งหมดในอาราม

พระภิกษุผู้นั้น ถึงที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมภาร ย่อมจะตกอยู่ภายใต้ภยาคติ หรือไม่ก็ลุแก่อำนาจอย่างง่ายๆ ย่อมจะใช้อำนาจนั้น รังแกพระลูกวัดไม่ในทางใดก็ทางหนึ่งก็ได้ ถึงที่ผิดน้อยก็อาจให้ผิดมาก หรือถึงที่ไม่ชอบพอก็อาจไล่พ้นไปจากอาราม  เรื่องเหล่านี้มีปรากฎให้เห็นอยู่มากแต่เก่าก่อนทีเดียว

อาตมาดีใจที่ชาวพุทธในสังคมไทยส่วนใหญ่ เข้าใจหลักธรรมของพระพุทธศาสนากันอย่างลึกซึ้งดีเหลือเกิน แต่อาตมาเศร้าใจอย่างหนึ่ง เศร้าใจที่คนพุทธจำนวนไม่น้อยไร้เดียงสาต่อหลักการปกครองในพระราชบัญญัติแห่งคณะสงฆ์ไทย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยเช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย! อำเภอนาแห้ว ต่ำสุดหนาว 19 องศา #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612508

เลยเช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย! อำเภอนาแห้ว ต่ำสุดหนาว 19 องศา

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.22 น.

31 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเลย เช้าวันนี้ยังมีสภาพอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิโดยรวม 19-23 องศาหลายพื้นที่ยังมีหมอกหนาในตอนเช้า บรรยากาศการท่องเที่ยวชมหมอกคึกคักอย่างที่ภูค้อ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสหมอกอย่างไม่ขาดสาย เพื่อมาชมทะเลหมอกของป่าชุมชนบ้านบุ่ง ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

โดยภูค้อจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลทะเลหมอกภูค้อ ได้จะมีรถอีแต็กให้นักท่องเที่ยวพาไปขึ้นภูไปถึงจุดชมวิวประมาณ 15 นาที ระยะทางประมาณ 3 กม. เช้าวันนี้อำเภอนาแห้ว อากาศเป็นใจเย็นสบาย ต่ำสุด 19 องศาเซลเซียส ยอดภูค้อ 19 องศาเซลเซียส เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 15 องศาเซลเซียส

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆเมื่อเช้าวันนี้ อ.เมืองเลย 23.7องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 23.6 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 22.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 23.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 24.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง – , อ.ภูเรือ 23.0 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 19.0 องศาเซลเซียส ,อ.ปากชม 24.0 องศาเซลเซียส , อ.นาด้วง 22.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูหลวง 22.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 22.9 องศาเซลเซียส ,อ.เอราวัณ 24.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 24.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 17.5 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูเรือ 16.0 องศาเซลเซียส , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 15 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 14.5 องศาเซลเซียส  ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 19.0 องศาเซลเซียส. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คที่นี่!ประกาศเพิ่มจาก 46 เป็น 63 ประเทศ/พื้นที่ เข้าไทยรับเปิดประเทศ 1 พ.ย. #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612506

เช็คที่นี่!ประกาศเพิ่มจาก 46 เป็น 63 ประเทศ/พื้นที่ เข้าไทยรับเปิดประเทศ 1 พ.ย.

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.07 น.

เช็คที่นี่!ประกาศเพิ่มจาก 46 เป็น 63 ประเทศ/พื้นที่ เข้าไทยรับเปิดประเทศ 1 พ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา “กระทรวงการต่างประเทศ” ออกประกาศศูนย์ปฏิบัติการมาตรการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ เรื่อง “การกำหนดรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร สำหรับบุคคลประเภท (13)” มีรายละเอียด ดังนี้

ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 17/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 กำหนดให้ศูนย์ปฏิบัติการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ (ศปก.กต.) อนุมัติประเทศและพื้นที่ที่อนุญาตให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสาหรับบุคคลประเภท (13)

“ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงด้านสาธารณสุขตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล” ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และการเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย ศปก.กต ได้ประกาศรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาต ให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสาหรับบุคคลประเภท (13) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 แล้ว นั้น

บัดนี้ ได้มีการทบทวนรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (13) โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ประกอบกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศ และพื้นที่นั้น ๆ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้า ศปก.กต. จึงประกาศรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางสำหรับบุคคลประเภท (13) ที่ผู้เดินทางจากประเทศและพื้นที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ดังปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้

ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564

(นายธานี ทองภักดี)

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการมาตรการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ

สำหรับรายชื่อประเทศ/พื้นที่ ตามประกาศ ศปก. กต. ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 มีทั้งหมด 63 ประเทศ ประกอบด้วย

1. ออสเตรเลีย

2. ออสเตรีย

3. บาห์เรน

4. เบลเยียม

5. ภูฏาน

6. บรูไนดารุสซาลาม

7. บัลแกเรีย

8. กัมพูชา

9. แคนาดา

10. ชิลี

11. จีน

12. โครเอเชีย

13. ไซปรัส

14. สาธารณรัฐเช็ก

15. เดนมาร์ก

16. เอสโตเนีย

17. ฟินแลนด์

18. ฝรั่งเศส

19. เยอรมนี

20. กรีซ

21. ฮังการี

22. ไอซ์แลนด์

23. อินเดีย

24. อินโดนีเซีย

25. ไอร์แลนด์

26. อิสราเอล

27. อิตาลี

28. ญี่ปุ่น

29. คูเวต

30. ลาว

31. ลัตเวีย

32. ลิทัวเนีย

33. ลักเซมเบิร์ก

34. มาเลเซีย

35. มัลดีฟส์

36. มอลตา

37. มองโกเลีย

38. เมียนมา

39. เนปาล

40. เนเธอร์แลนด์

41. นิวซีแลนด์

42. นอร์เวย์

43. โอมาน

44. ฟิลิปปินส์

45. โปแลนด์

46. โปรตุเกส

47. กาตาร์

48. โรมาเนีย

49. ซาอุดีอาระเบีย

50. สิงคโปร์

51. สาธารณรัฐสโลวัก

52. สโลวีเนีย

53. ศรีลังกา

54. สาธารณรัฐเกาหลี

55. สเปน

56. สวีเดน

57. สวิตเซอร์แลนด์

58. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

59. สหราชอาณาจักร

60. สหรัฐอเมริกา

61. เวียดนาม

62. ฮ่องกง

63. ไต้หวัน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดวิสัยทัศน์ ‘พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม’ผบช.ภ.3 ‘เข้าถึงประชาชน’ปัจจัยหนุนภารกิจตำรวจ #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612478

เปิดวิสัยทัศน์  ‘พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม’ผบช.ภ.3  ‘เข้าถึงประชาชน’ปัจจัยหนุนภารกิจตำรวจ

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.15 น.

สัมภาษณ์พิเศษ : เปิดวิสัยทัศน์ ‘พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม’ผบช.ภ.3 ‘เข้าถึงประชาชน’ปัจจัยหนุนภารกิจตำรวจ

“ตำรวจภูธรภาค 3” รับผิดชอบพื้นที่ “8 จังหวัดอีสานล่าง” ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์และศรีสะเกษ ซึ่งด้วยความที่เป็นพื้นที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านถึง 5 จังหวัด คือ อำนาจเจริญติดกับ สปป.ลาว สุรินทร์ บุรีรัมย์และศรีสะเกษ ติดกับกัมพูชา ส่วนอุบลราชธานี มีพรมแดนติดกับทั้ง 2 ประเทศ จึงเป็นอีกจุดสำคัญที่มีการเคลื่อนย้ายทั้งผู้คนและสินค้าต่างๆ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กองบรรณาธิการ “นสพ.แนวหน้า”มีโอกาสได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่เพิ่งมารับตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 หมาดๆ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 ถึงนโยบายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

นโยบายที่ท่านมอบหมายเมื่อมารับตำแหน่งในครั้งนี้? : ตำรวจภูธรภาค 3 มีวิสัยทัศน์ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสะท้อนปัญหาของประชาชน ประกอบด้วย 1.รักษาความปลอดภัยทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงความเป็นอยู่สารทุกข์สุกดิบของประชาชนให้รู้สึกปลอดภัย 2.บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ที่ผ่านมาตำรวจถูกร้องเรียนเช่น สอบสวนไม่มีองค์ความรู้ ไม่เป็นธรรม เข้าข้างคนนั้นคนนี้ ซึ่งตรงนี้เราก็มาขัดมาเกลากัน

พนักงานสอบสวนทั้งหมดให้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งการสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน อำนวยความยุติธรรม ต้องทำให้กับประชาชนทุกเรื่องที่เขาเดือดร้อน และอำนวยความยุติธรรมเป็นไปตามกฎหมาย 3.นำสมัยด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายของตำรวจอยู่แล้ว ผบ.ตร. ท่านเน้นว่ายุคปัจจุบันต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวกับชีวิตประชาชน เราก็จะคิดเรื่องการรวมกล้องวงจรปิด แสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชน ซึ่งประชาชนเขาก็ติดกล้องกันอยู่ เราก็จะขอความร่วมมือให้เขาดึงสัญญาณมาอยู่กับเรา ฉะนั้นเราก็จะสามารถวางแผนป้องกันอาชญากรรม เหตุเกิดก็สามารถไล่ติดตามคนร้ายได้

งบประมาณตรงนี้ไม่เท่าไร กล้องเราไม่ต้องซื้อ เขามีหมดอยู่แล้ว เพียงแต่รวมมาอยู่กับเรา ซึ่งเราก็จัดระบบกล้อง จากการศึกษาเบื้องต้นที่สอบถามมาก็ใช้งบประมาณไม่เยอะ กล้องนี่คือกล้องประชาชน กล้องร้านค้า กล้องหน่วยราชการต่างๆ แต่เราอยากให้เชื่อมต่อมาอยู่กับศูนย์ของเรา ตั้งศูนย์ขึ้นมาแล้วก็มีเซิร์ฟเวอร์รวมกล้อง สามารถนั่งดูมอนิเตอร์ดูที่ห้องเราได้ ค่าใช้จ่ายไม่น่าเท่าไร เดี๋ยวนี้เขาใช้ระบบไว-ไฟหมด ไม่ต้องเดินสาย ถ้าสมัยก่อนเดินสาย เดี๋ยวนี้สัญญาณลอยมาซึ่งประหยัดกว่าถูกกว่า

และ 4.เข้าถึงประชาชน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ พจนานุกรมเขียนไว้ชัดเจนว่าการเข้าถึงหมายถึงการรู้ซึ้งถึงจิตใจของเขา ก็คือประชาชน ว่ามีความต้องการอะไร ตำรวจต้องลงพื้นที่ไปพบปะประชาชน ไปถามสารทุกข์สุกดิบว่าเขาต้องการอะไร ชุมชนตรงนี้มีแหล่งมั่วสุมยาเสพติด ชุมชนตรงนี้มีที่เปลี่ยวอยากให้ตำรวจมาดูแล ตรงไหนมีอาชญากรรมเยอะ ตรงนี้ตำรวจต้องรู้ ซึ่งที่ผ่านมาการลงพื้นที่ของตำรวจน้อยไป ฉะนั้นตำรวจที่ว่างเวรแล้วต้องลงไปพบปะประชาชน ไปพบปะเยี่ยมเยือน ไปแก้ปัญหา

โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ปีนี้เราจะเน้นผู้ป่วยหรือผู้ติดยาเอามาบำบัด มาช่วยเหลือให้เขากลับสู่สังคม ที่สามารถไปประกอบอาชีพได้ ไม่ต้องไปเสพยาแล้วต้องใช้เงินแล้วก็ไปก่ออาชญากรรม ไปสร้างปัญหาทำความผิด แล้วสุดท้ายก็สร้างปัญหากับสังคมและครอบครัว เราก็พยายามจะลงไปหาผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้คัดกรองคนที่มีปัญหาเสพยาเสพติดออกมา แล้วเราก็เข้าสู่กระบวนการ ซึ่งเราก็แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานราชการทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เอามาสู่การบำบัด

ดูเหมือนท่านจะให้ความสำคัญอย่างมากกับบทบาทของตำรวจในการเข้าถึงประชาชน : ประชาชนต้องไม่หวาดกลัวภัย หรือลดความหวาดกลัวภัยลง ฉะนั้นตำรวจต้องเข้าถึงประชาชนให้รู้สึกอบอุ่น เดินตรงนี้ปลอดภัย ตำรวจต้องเข้าไปถึงประชาชน ให้รู้ซาบซึ้งจากจิตใจว่าประชาชนต้องการอะไร ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ความต้องการไม่เหมือนกัน แต่ปัจจุบันตำรวจลงไปหาประชาชนน้อยไปหน่อยเท่าที่หาข้อมูลมา ก็ขอให้ตำรวจภูธรภาค 3 ลงไปดู

ลงไปหาประชาชน ไปหาผู้ใหญ่บ้าน ไปหากำนัน ครอบครัวไหนที่เขาอยู่ไกล ไปดูสารทุกข์สุกดิบเขาเป็นอย่างไร เขาเดือดร้อนอะไรบ้าง มีใครรังแกเขาไหม มีใครปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยเกินราคาไหม มีใครมาหลอกขายของทางออนไลน์ไหม อย่างนี้ไปให้คำแนะนำเขา ผมแนะนำให้ตำรวจลงไปถึงประชาชน ดังนั้นฝากตำรวจภูธรภาค 3 ให้ความร่วมมือ แล้วเราเชื่อว่าประชาชนจะมาอยู่กับเรา เมื่อประชาชนอยู่กับเรางานของตำรวจก็ประสบความสำเร็จและสังคมก็จะสงบสุข เศรษฐกิจก็จะเดิน

“ปัจจุบันนี้ตำรวจออกเวรแล้วออกเลย..จบ! ไม่ได้ออกไปเยี่ยมประชาชน จะไปทำงานก็คือตอนเข้าเวร นอกจากนั้นก็จะกลับไปอยู่บ้าน ซึ่งต่างกับสมัยก่อน สมัยก่อนออกเวร พักผ่อน ตื่นนอน นอนเต็มอิ่ม ก็เดินเยี่ยมประชาชน ใครมีปัญหาสารทุกข์สุกดิบเข้าช่วยเหลือ สมัยก่อนเขาเจอตำรวจคนไหน บอกมีเรื่องตรงนี้ให้มาช่วยหน่อย ปัจจุบันนี้ไม่มี บอกว่าไม่ได้เข้าเวร ไปหาคนโน้น

แต่สมัยก่อนไม่ใช่ ใครก็ได้ที่รู้ว่าเป็นตำรวจ ชาวบ้านบอกคนนั้นก็ไปช่วยแก้ปัญหา ถ้าแก้ไม่ได้ก็เรียนผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปทุกระดับเพื่อเข้ามาแก้ปัญหา ปัจจุบันไม่ใช่ ปัจจุบันส่วนใหญ่บอกไม่ได้เข้าเวร ต้องไปแจ้งคนเข้าเวร ซึ่งอารมณ์มันต่างกัน ตรงนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างประชาชน ว่าพอคุณเป็นตำรวจคุณเป็น 24 ชั่วโมง คุณเข้าเวร-ไม่เข้าเวร แล้วมันจะทันไหม มัวไปตามคนเข้าเวรมาพอดีเหตุก็เกิดแล้ว”

– พูดถึงการเข้าถึงประชาชนที่ผ่านมามีประเด็นหนึ่งคือประชาชนจะรู้สึกกังวลใจทุกครั้งที่มีผู้ต้องขังพ้นโทษออกจากเรือนจำกลับเข้าสู่ชุมชน กลัวว่าจะกลับมาก่ออาชญากรรมสร้างความเดือดร้อนกับคนในชุมชนอีกตรงนี้ทางตำรวจมีแนวทางอย่างไรในการลดความเสี่ยง? : หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ต้องโทษ เขาก็จะมีการสอนประกอบอาชีพมา เราไปก็ไปให้กำลังใจ ไปดูเขา แล้วเราก็ใช้คำพูดเป็นขวัญกำลังใจ แล้วก็เกลี้ยกล่อมว่าอย่าไปทำผิดอีกเลย มันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ไปดูเขาตลอดแล้วก็ชักชวน

บางรายก็มีบอกว่ามีอาชีพก็บอกหน่อยนะหางานให้ เราก็มี เขาก็มีบอกเรา ตำรวจก็ช่วยแก้ปัญหาให้ เพราะตรงนี้จะได้ไม่ไปเป็นภาระแก่สังคม แล้วก็วนกลับมาหาตำรวจ พอเป็นภาระสังคมสุดท้ายก็เป็นหน้าที่ตำรวจที่ต้องจัดการ เราก็แนะนำอาชีพ ถ้ารู้จักโรงงานไหนเขาเปิด แนะนำได้ก็จะให้แนะนำเข้าไปทำงาน ซึ่งตรงนี้เราช่วยเขาอยู่แล้ว ก็ไปคุยกับญาติ พี่น้อง ให้ความคิดเห็น แนะนำให้ข้อมูลญาติ พี่น้องเขาด้วย

อะไรคือจุดแข็งของตำรวจภูธรภาค 3 ที่ท่านเห็น? : ส่วนใหญ่เป็นตำรวจบ้านเกิด ตำรวจท้องถิ่น ผมไปตรวจ สภ. (สถานีตำรวจภูธร) ที่ไหนส่วนใหญ่ก็มีบ้าน เป็นคนท้องถิ่นตรงนั้นอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าการให้ความร่วมมือเป็นไปได้สูง ทำได้แน่นอน เพียงแต่เราต้องสร้างแนวคิดให้เขาเห็นว่าเราจะต้องทำอะไรให้กับประชาชนบ้าง ประชาชนเขาถึงจะดีกับเรา เขาถึงจะชอบเรา แล้วเราก็จะเป็นเนื้อเดียวกัน ตำรวจถ้าไม่เป็นเนื้อเดียวกับประชาชนก็อยู่ไม่ได้

ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 สถานการณ์อาชญากรรมเป็นอย่างไรบ้าง? : สถิติไม่ค่อยเยอะ น้อยอยู่อันดับล่างๆ ของประเทศเลย ยาเสพติดพื้นที่การระบาดมีทั่วๆ ไปแต่ไม่ถึงขั้นเป็นสีแดง มีสีแดงไม่กี่พื้นที่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางลำเลียงผ่านยาเสพติดจากอีสานตอนบนลงมาอีสานตอนล่างเพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ หรืออาจจะลงไปทางภาคใต้ ซึ่งแหล่งผลิตไม่ได้อยู่ทางอีสานตอนล่าง แต่เป็นเส้นทางลำเลียง

เรื่องแรงงานต่างชาติมีแต่น้อย เพราะช่องผ่านเรามันน้อย ปัญหาแรงงานไม่ค่อยมี ตอนนี้ก็กำลังเข้าไปดูเรื่องค้ามนุษย์ซึ่งเป็นนโยบายหลัก ซึ่งเราก็เทียร์ (Tier) 1 2 3 อยู่ ทางรัฐบาลก็เร่งรัดมา ผมไปถึงผมก็สั่งการรองผู้บัญชาการที่ผมมอบหมายหน้าที่ให้ลงไปดูเรื่องของการค้ามนุษย์ เรื่องค้าของเถื่อนหรือค้าแรงงาน เราก็ประสานกับฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ซึ่งช่องทางส่วนใหญ่มีไม่กี่ช่องทาง นอกนั้นเป็นช่องทางธรรมชาติมาทางเรือเราก็สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่งที่จะผ่านทางธรรมชาติ ซึ่งเราก็จะมีการจับอยู่เนืองๆ

ในเวลานี้ที่รัฐบาลเริ่มวางโรดแมปเปิดประเทศและฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังหยุดชะงักมานานจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งหลายจังหวัดในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมาก ตรงนี้ท่านได้เตรียมความพร้อมอย่างไร? : มีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ทั้งตำรวจ ทหาร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ผ่านมาเราประสานกับทุกหน่วย ไม่ค่อยมีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าเปิดมาเราสามารถรองรับได้ในเรื่องของความปลอดภัย คิดว่าระบบเทคโนโลยี อีก 1-2 เดือนข้างหน้า น่าจะเดินหน้าไปพอสมควร มั่นใจในเรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม นักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยแน่นอน

ในสถานการณ์โควิด-19 ปัญหาหนึ่งที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ คือการพนันทั้งออฟไลน์ คือการเปิดบ่อน และออนไลน์ คือเว็บไซต์รับแทงพนัน สถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 เป็นอย่างไรบ้าง? : บ่อนการพนันเราไม่ให้มีโดยเด็ดขาด เป็นนโยบายที่ลงมาแล้วเราก็กวาดล้างแต่ต้นแล้ว ไม่ให้มี ภาค 3 ไม่มีบ่อนการพนัน ซึ่งมีการร้องเรียนมา เราก็สั่งไปตรวจสอบ พอเข้าไปก็กลายเป็นโกดัง กำลังประสานกับคนร้องเรียนว่าใช่ตรงนี้หรือเปล่า เพราะที่ร้องมาภาพมันเหมือนกับเป็นบ่อน แต่เราไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น

ส่วนพนันออนไลน์ ก็มีการสืบสวนจนได้เว็บไซต์ ก็มีการแจ้งความดำเนินคดี กำลังสืบสวนขยายผลอยู่ ก็ตามอยู่เพราะในพื้นที่ก็มีเหมือนกัน ก็รวบรวม อันไหนที่ภาค 3 ทำได้ก็ทำไปในเบื้องต้น เช่น เว็บนี้บ่อนนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าเราแจ้งความแล้วสามารถสืบสาวได้ว่ากระทำผิด อันไหนดำเนินคดีได้เราก็ดำเนินคดี แต่ถ้ามันยุ่งยาก เป็นเครือข่ายสลับซับซ้อนเราก็จะส่งให้อีกหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ

แรงกดดันอย่างหนึ่งในการทำงานของตำรวจคือการอยู่ในพื้นที่ที่ถูกระบุว่ามีผู้มีอิทธิพล ท่านมองเรื่องนี้อย่างไร? : เรื่องผู้มีอิทธิพลผมไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะคนไทยทุกคนรวมถึงตัวผมต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกฉบับ ถ้าทำตัวเหนือกฎหมายหรือทำผิดกฎหมายผมก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะผมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ฉะนั้นผู้มีอิทธิพลผมไม่หวั่น ถ้าทำผิดกฎหมายผมก็ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

อยากฝากอะไรถึงประชาชนบ้าง? : ขอให้พี่น้องประชาชนทางอีสานตอนล่าง พื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 3 ให้ไว้วางใจตำรวจเรา มีปัญหาทุกข์ร้อนอะไรที่จะให้ตำรวจภูธรภาค 3เข้าไปช่วยแก้ไข แนะนำหรือทำอะไรในหน้าที่ของตำรวจ ขอให้บอกเรามา เราจะส่งตำรวจไปดูแลท่าน อันไหนเคสสำคัญระดับโรงพักแก้ปัญหาไม่ได้ เดี๋ยวผมจะลงไปดูเอง ผู้การลงไป รองผู้การลงไป หรือผู้บัญชาการจะลงไปด้วย ขอให้ท่านบอกมา ขอให้ไว้ใจกันข้าราชการตำรวจเงินเดือนได้จากภาษีประชาชน ฉะนั้นตรงนี้เรายืนยัน ตำรวจภูธรภาค 3 ทำงานให้กับประชาชนเต็มที่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘แลนด์มาร์คนวดไทย’ ส่งเสริมท่องเที่ยวสุขภาพ #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612465

รายงานพิเศษ : ‘แลนด์มาร์คนวดไทย’  ส่งเสริมท่องเที่ยวสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรมกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสมาพันธ์โลกนวดไทยและสปา และไอคอนสยาม เปิดโครงการ “แลนด์มาร์คนวดไทย”เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาส “วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” 29 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อแสดงศักยภาพ ความพร้อมในการร่วมสืบสาน ต่อยอด ภูมิปัญญานวดไทย สมุนไพรไทยและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการและยกระดับมาตรฐานให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICALHUB)

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การนวดไทยเป็นศาสตร์และศิลป์ เป็นมรดกภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรต่างๆ ที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดไทย กว่า 50 องค์กร รวมไปถึงองค์กรภาควิชาชีพ สถาบันการเรียนการสอน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ อีกทั้งเครือข่ายความร่วมมือจากสมาพันธ์โลกนวดไทยและสปาที่มีสมาชิกกว่า 57 ประเทศทั่วโลก

“โครงการแลนด์มาร์คนวดไทยเป็นโครงการที่จะจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนนวดไทย มรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสที่จะได้ประชาสัมพันธ์การนวดไทยและสมุนไพรไทยในการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพทั่วโลก

รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดรายได้แก่ผู้ประกอบการและเครือข่ายด้านการนวดไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนนำอัตลักษณ์เสน่ห์แห่งมรดกภูมิปัญญาไทยที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่นมาต่อยอด และประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and wellness Tourism)” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยมีโอกาสขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยได้มีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นการท่องเที่ยว โดยเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณภาพในระดับ H-End ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย

รวมทั้งเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวปรับตัวเพื่อรองรับการท่องเที่ยวยุคใหม่ เช่น การเชื่อมโยง ผู้ประกอบการ Startup กับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชั่น การผลักดันการนำสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมาสู่แถวหน้าด้วยเทคโนโลยีไร้สัมผัส สร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศด้วยการส่งเสริมมาตรฐาน SHA การส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวใหม่ๆ

“การส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวแบบระยะสั้น เพิ่มความเข้มข้นในด้านความปลอดภัย ยกระดับการให้ความสำคัญกับสุขภาพและอนามัย เป็นต้น เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจัดทำมาตรฐาน SHA (Safety & Health Administration) และ SHA Plus เพื่อตอบสนองนโยบายเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการสถานประกอบการในประเทศไทย เกิดความมั่นใจในการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาส 4 (ตุลาคม-ธันวาคม) ปี 2564” รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมเตรียมการเปิดประเทศ และได้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยว อาทิ สุขภาพดีวิถีใหม่Living with COVID 19 ดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้าสู่สุขภาพดีวิถีชีวิตปกติ และเร่งยกระดับมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค COVID Free Setting เพื่อรองรับการเปิดประเทศ เช่น สตรีทฟู้ด โรงแรม ร้านอาหาร สถานประกอบการ เป็นต้น

“สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยนำศักยภาพความแข็งแกร่งด้านระบบบริการสุขภาพของประเทศ และนวดไทยเป็นจุดขาย เชื่อมโยงช่องทางเครือข่ายการตลาดและการใช้สมุนไพรทั้งในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพร การบริการ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ” รมช.สาธารณสุข กล่าว

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดแคมเปญ “BLUE ZONE” (Business & Leisure Ultimate Experiences)“เที่ยวปลอดภัย ประสบการณ์เหนือใคร”ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อการท่องเที่ยวรักษาสมดุลระหว่างสาธารณสุขและเศรษฐกิจเป็นกลไกช่วยให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติตอบโจทย์การเปิดประเทศ สนับสนุนการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ โดยกำหนดเป็นพื้นที่สีฟ้าให้กับจังหวัดนำร่องเพื่อการท่องเที่ยว

นางชุติมา แฮล์ก ประธานสมาพันธ์โลกนวดไทยและสปา กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 สถานประกอบการด้านความงาม สุขภาพ ร้านนวดแผนไทยและสปา ต้องหยุดให้การบริการอย่างยาวนาน และส่วนหนึ่งต้องปิดกิจการอย่างถาวร เนื่องจากรับภาระค่าใช่จ่ายไม่ไหว ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก สมาพันธ์โลกนวดไทยและสปา ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ 57 ประเทศทั่วโลก

จึงได้รวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะ ความรู้ ประสบการณ์แนวคิดการบริการรูปแบบใหม่ๆ สร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นในระดับสากล อาทิ การนวดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน นวดระบายน้ำเหลืองช่วยให้ภูมิคุ้มกันมากขึ้น นวดธาตุเจ้าเรือน เป็นต้น รวมทั้งยังจัดฝึกอบรมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อกระตุ้นสร้างความเชื่อมั่นแรงบันดาลใจให้กับคนไทยและชาวต่างชาติที่หลงใหลในเสน่ห์ของศาสตร์การแพทย์แผนไทย

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการแลนด์มาร์คนวดไทย ซึ่งงานนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการและกลุ่มวิชาชีพนวดไทยให้มีรายได้แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ การบริการ ส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยอีกด้วย

โครงการแลนด์มาร์คนวดไทย มีกำหนดการจัดกิจกรรมในเดือนธันวาคม 2564 ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมโครงการได้ที่ Facebook Landmark Nuad Thai


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มข.’ระดมนํ้าใจช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดขอนแก่น #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612471

‘มข.’ระดมนํ้าใจช่วยเหลือ  ผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดขอนแก่น

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรและ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น นำถุงยังชีพประกอบด้วยสิ่งของเครื่องอุปโภคและบริโภค พร้อมด้วยเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และน้ำดื่ม รวมจำนวน 873 ชุด ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่บ้านบึงเนียม บ้านบึงสวางค์ บ้านคุยโพธิ์ และบ้านปากเปือย จ.ขอนแก่น

ซึ่งถุงยังชีพดังกล่าว จัดเตรียมขึ้นจากงบประมาณมหาวิทยาลัยและเงินกองทุนมอดินแดง คลังเลือดกลาง และจากการเปิดรับบริจาคที่อาคารองค์กรกิจกรรมนักศึกษาและคณะหน่วยงานต่างๆ ที่สมทบในกิจกรรม “มข.ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ในโครงการ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น ห่วงใย ช่วยเหลือสังคม ในภาวะวิกฤต” โดย รศ.นพ.ชาญชัย เปิดเผยว่า จากที่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นที่มาจากอุทกภัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความผูกพันกับประชาชนจึงอยากช่วยแบ่งเบาปัญหาความเดือดร้อน

โครงการนี้จึงเกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของทุกฝ่าย รวมทั้งนักศึกษาก็ได้นำสิ่งของจำเป็นออกมาช่วยเหลือกันเป็นเครื่องอุปโภค- บริโภค โดยในรอบนี้เราสามารถช่วยได้จำนวน 4 หมู่บ้าน ที่พอจะเป็นส่วนช่วยให้กำลังใจแก่ประชาชนในเบื้องต้น สำหรับในระยะยาวนั้นทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นยังมีอีกหลายคณะวิชาที่พร้อมจะลงมาช่วยเหลือประชาชนเพื่อการฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ทั้งนี้หากสถานการณ์อุทกภัยยังไม่ดีขึ้นทางมหาวิทยาลัยก็อาจจะมีโครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้อีก

รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีการดำเนินกิจกรรมโครงการเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในทุกปีที่มีเหตุอุทกภัยในพื้นที่โดยเป็นการประสานการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยรวมทั้งองค์การนักศึกษาที่เป็นศูนย์กลางในการระดมน้ำใจจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปส่งมอบยังพื้นที่ ซึ่งปีนี้ ได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้ชื่อโครงการมหาวิทยาลัยขอนแก่น ห่วงใย ช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต ประจำปีงบประมาณ 2565

ตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2563-2566 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การปรับเปลี่ยนการบริการวิชาการ (Academic Service Transformation) ในเรื่องการส่งเสริมการบริการวิชาการเพื่อตอกย้ำบทบาทหน้าที่ “การอุทิศเพื่อชุมชนและสังคม” (Mindset of Social Devotion) การสร้างโครงการบริการวิชาการใหม่ที่เป็นการทำงานร่วมกันของคณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา

โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่ง เรียนรู้และภูมิปัญญาของสังคม (Center of Social Wisdom) และการปรับเปลี่ยนการบริการวิชาการจากความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) สู่การสร้างคุณค่าร่วมกัน (Creating shared value : CSV) โดยเกิดคุณค่าทั้งผู้ให้และผู้รับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | 1 Reply

สกู๊ปพิเศษ : 62ปี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มิติใหม่ พัฒนาไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612456

สกู๊ปพิเศษ : 62ปี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มิติใหม่ พัฒนาไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ครบรอบ 62 ปี พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 63 ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาผลงานวิจัย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่องผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าว เนื่องในโอกาส “วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ครบรอบ 62 ปี” ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วช. ได้มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยของประเทศให้พัฒนาขึ้น สร้างฐานความรู้ที่มีคุณค่าสามารถประยุกต์และพัฒนาวิทยาการที่เหมาะสม รวมถึงการต่อยอดงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ ทั้งในเชิงพาณิชย์และสาธารณะ

นอกจากนี้ วช. มีภารกิจสำคัญเป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ NRIIS (National Research and Innovation Information System) ที่สามารถบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ได้ 100% และ วช. จัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและในระดับสากล

กิจกรรม “วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 62 ปี” วช.ยังคงให้ความสำคัญในกิจกรรมการให้ความรู้ด้านการวิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยี จึงจัดกิจกรรมดังนี้ กิจกรรมการเสวนาความสำคัญของระบบข้อมูลสารสนเทศ ด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมของประเทศและการเปิดให้บริการข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางด้าน ววน. ของประเทศ นำโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาภรณ์ เกียรติสินหัวหน้าโครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

การบรรยายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย โดย ดร.มาร์ค เจริญวงศ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักอัยการสูงสุด กิจกรรม Research Knowledge Management : เรื่อง “การใช้ประโยชน์ไม้อย่างคุ้มค่า” และเรื่อง “เทคนิคการทำปุ๋ยหมักและการปลูกพืชครัว” กิจกรรมNRCT Talk : เรื่อง เซ็นเซอร์ฉลาดสำหรับตรวจวัดสารปนเปื้อนในอาหารและสิ่งแวดล้อม รางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลประดิษฐ์คิดค้น 2564 และเรื่อง ถุงตอนกิ่งสำหรับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง รางวัลเหรียญทอง การประกวดเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ วช. ยังจัดกิจกรรมเปิดมุมวิจัยรักษ์โลก ที่เกิดขึ้นจากนโยบายการปรับภาพลักษณ์องค์กร การรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นองค์กรต้นแบบในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดพลาสติก ลดโลกร้อน รวมทั้งการนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ โดยนำเก้าอี้ และกระถางต้นไม้ ซึ่งเป็นผลผลิตจากโครงการวิจัยท้าทายไทย : ประเทศไทยไร้ขยะ ได้แก่ ผลงานวิจัยเรื่อง “แผ่นปูพื้นและเก้าอี้ที่มีส่วนของขยะพลาสติกจากทะเลเพื่อสร้างมูลค่า” ของ รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ มาใช้ในมุมวิจัยรักษ์โลกดังกล่าว

และภายในงานยังมีกิจกรรมปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นผลงานวิจัย เรื่อง “การใช้พืชยืนต้นบำบัดฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยต้นไม้ที่ลดฝุ่นนี้ปลูกในบริเวณ วช. ได้แก่ต้นพลูปีกนก ต้นเฟิร์นขนนก ต้นคล้าแววมยุรา ต้นคริสติน่า ต้นตีนเป็ด ต้นโมกต้นยางอินเดีย ต้นกวักมรกต ต้นหมากเหลืองและพรมกำมะยี่

กิจกรรมที่น่าสนใจในวันเดียวกันนี้มีการจัดแถลงข่าว “NRCT Talk : 62 ปีวช. นวัตกรรมรักษ์โลก” ซึ่งมีการโชว์ “นวัตกรรมเซ็นเซอร์ฉลาดสำหรับตรวจวัดสารปนเปื้อนในอาหารและสิ่งแวดล้อม” หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับรางวัลประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2564 โดยมีศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพรจิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับ ดร.วิภารัตน์ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกล่าวว่า สิ่งที่นักวิจัยถูกวิจารณ์ คือ การอยู่บนหอคอยงาช้าง งานวิจัยไม่มีช่องทางการสื่อสารมากเพียงพอ NRCT Talk ถือเป็นเวทีให้กับนักวิจัยเพื่อสื่อสารงานวิจัยไปยังสาธารณะ ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป เป็นการสร้างปัญญาให้กับประเทศ ให้ประชาชนสามารถหยิบยกไปใช้ประโยชน์ในชีวิตได้ หวังว่าจะช่วยให้ประเทศไทยเห็นคุณค่าในการลงทุนด้านวิจัย และนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.นภาพร ยังวิเศษ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเจ้าของผลงาน กล่าวว่า นวัตกรรมเซ็นเซอร์ฉลาดสำหรับตรวจวัดสารปนเปื้อนในอาหารและสิ่งแวดล้อม เป็นอุปกรณ์ตรวจวัดสารปนเปื้อน ซัลไฟต์ และไซยาไนด์ โดยอาศัยปฏิกิริยาเฉพาะเจาะจง และมีอุปกรณ์ sample holder ที่ออกแบบใหม่ เป็น “Novel Sample Holder” เพื่อหนีบกับสมาร์ทโฟน และใช้แอปพลิเคชั่นในการหาปริมาณสารในอาหาร นอกจากนี้ นวัตกรรมดังกล่าว ยังตรวจวัดปริมาณซัลไฟต์ในอาหาร ตรวจวัดปริมาณไซยาไนด์ในน้ำดื่ม ตรวจวัดทีเอ็นทีในดิน รวมทั้งในเสื้อผ้า พื้นผิวต่างๆ และตรวจวัดไนไตรต์ในตัวอย่าง ซึ่งจะเป็นเครื่องมืออย่างง่ายให้ผู้ประกอบการหรือให้ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบป้องกันสารอันตรายต่อร่างกาย โดยผลที่ได้เมื่อเทียบเคียงกับวิธีทดสอบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถให้ผลแม่นยำเช่นกัน

การใช้งานของ “นวัตกรรมเซ็นเซอร์ฉลาดสำหรับตรวจวัดสารปนเปื้อนในอาหารและสิ่งแวดล้อม” คือการนำเซ็นเซอร์ฉลาดที่ออกแบบไปหนีบบนสมาร์ทโฟนได้ทั้งแนวตั้งแนวขวาง กล้องอยู่ริมหรืออยู่กลางก็สามารถใช้งานได้ สามารถประมวลผลเป็นปริมาณสาร พร้อมชุดทดสอบสารต่างๆ บนแพลตฟอร์มของสำลีก้าน เพื่อช่วยลดการรบกวนจากสารอื่นๆ ในตัวอย่างโดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเทคนิค headspacemicroextraction โดยสารที่สนใจถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแก๊สและขึ้นไปจับกับรีเอเจนต์เฉพาะในสำลีก้านที่แขวนเหนือสารตัวอย่าง และเมื่อนำไปใส่ใน sample holder ที่หนีบติดกับกล้องสมาร์ทโฟน จากนั้น แอปพลิเคชั่น จะถ่ายภาพและแปลงข้อมูลเป็นความเข้มข้น โดยเทียบกับกราฟมาตรฐานที่เก็บไว้

นอกจากนี้ ตัว sample holder มีจุดเด่นคือ สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนหลายรุ่น และหลายยี่ห้อ เนื่องจากออกแบบเป็นแบบหนีบมีขนาดเล็ก ตัว sample holder มีเลนส์ช่วยเพื่อลดระยะห่างระหว่างตัวอย่างที่ถ่ายกับกล้อง เพื่อทำให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง มี LED white light เพื่อช่วยให้แสงในการถ่ายภาพ นอกจากนี้ sample holder ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการถ่ายสารละลายใน cuvette โดยออกแบบที่ใส่ cuvette และ vial ไว้ด้วย

งานวิจัยคุณภาพจะเป็นทางเลือกให้เกษตรกร และภาคอุตสาหกรรมเกษตรนำไปใช้ช่วยยกระดับคุณภาพ ลดรายจ่าย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยให้สินค้าเกษตรกรไทย เปิดโอกาสในตลาดโลก ลดปัญหาการกีดกันทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ได้รับผลิตภัณฑ์ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก วช. อาทิ ต้นกล้าฟ้าทะลายโจร ของ รองศาสตราจารย์ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้ากาก N-BreezeM02 ของ ดร.วรส อินทะลันตา ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, น้ำมังคุดชิงธง ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อ ของ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบ 62 ปี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมเผยแพร่ภารกิจ หน้าที่ ผลงานวิจัยและกิจกรรม วช.ต่อสาธารณชน สร้างความภาคภูมิใจให้นักวิจัย และนักวิชาการที่ทุ่มเททำงาน และนำผลงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,260 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
State agency promotes growing economic trees to serve as loan collateral
Twitter sues Elon Musk to hold him to $44 billion merger

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d