Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฮือฮา! สุดแปลก ‘ต้นมะพร้าว’ ออกดอกคล้าย ‘ขิงแมงดา’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611369

ฮือฮา! สุดแปลก 'ต้นมะพร้าว' ออกดอกคล้าย 'ขิงแมงดา'

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.45 น.

25 ต.ค 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนผลไม้ของลุงบุญช่วย ใจเย็น อายุ 72 ปี บ้านสวนห้วยลึก หมู่ที่ 6 ต.ตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา ได้ปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมมาหนึ่งปี สูงประมาณ  3 เมตร ได้มีดอกออกแทงช่อรอบโคนต้นด้วยสีสันต่างๆอย่างสวยงาม จำนวน 13 ดอก ซึ่งดอกที่ออกมามีลักษณะคล้ายดอกขิงสร้างความแปลกประหลาดให้กับเจ้าของและชาวบ้านที่พบเห็น จนเป็นที่ฮือฮาดังกล่าว 

นายบุญช่วย ใจเย็น เล่าว่า ตนได้ปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมไว้หลายต้นแต่มะพร้าวต้นนี้ปลูกมาประมาณ 1 ปี ยังไม่ออกลูก ต้นสูงราว 3 เมตร แต่ที่พบความแปลก คือ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปตัดหญ้าเจอดอกสีแดงออกใต้ต้นมะพร้าว 13 ดอกคล้ายดอกขิงแมงดา จึงปล่อยให้ดอกออกกับต้นมะพร้าว เพราะเห็นว่าแปลกที่ต้นมะพร้าวออกดอก แต่ไม่ใช่ดอกมะพร้าวเป็นดอกขิงแมงดา

สำหรับต้นมะพร้าว คาดว่า น่าจะเกิดจากในตะกร้าที่เอามะพร้าวมาปลูกได้มีหัวขิงแมงดาฝังใต้ดินพอถึงช่วงหน้าฝน ถึงเวลาก็ออกดอกอย่างเห็นที่จริงก็คงไม่แปลกอะไร แต่ก็ไม่ค่อยเห็นที่ไหน หากใครจะมาดูก็สามารถมาดูได้ที่สวนว่า ต้นมะพร้าวออกดอกยังไง. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ที่มารวมกัน #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611322

บทความพิเศษ : ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ที่มารวมกัน

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผมใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ (15-18 ตุลาคม 2564) ที่ผ่านมา อยู่ที่จังหวัดหนองคาย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองสำหรับการทำงานในโครงการ “จังหวัดโมเดล”กับทีมงานทั้ง 9 จังหวัด และร่วมด้วยช่วยกันออกแบบทิศทางการนำนวัตกรรมทางการเกษตรมาใช้ในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน สู่คุณภาพชีวิตที่ดีของชาวบ้าน และอนาคตที่มั่นคงของประเทศไทย

นอกเหนือไปจากการพาทีมงานทั้งหมดลงพื้นที่ใน อ.เมือง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อรับฟังปัญหาในการดำเนินโครงการของชาวบ้านในแต่ละสายงานย่อย รวมไปถึงความเดือดร้อนอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจในระดับชุมชนแล้ว ทีมงานทั้งหมดของโครงการจังหวัดโมเดล ก็จะช่วยกันระดมสมอง แบ่งปันประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ของจังหวัดอื่นๆ สู่การหาทางออกจากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดหนองคาย

แน่นอนว่า ความตั้งใจหนึ่งของกิจกรรมนี้คือ การสร้างพฤติกรรมการทำงานแบบทีม รวมกระบวนการและความเชี่ยวชาญทั้ง 9 จังหวัดให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อชุดข้อมูล และศักยภาพที่มากยิ่งขึ้นในการดำเนินการตามแต่ละโครงการ เพราะนอกจากรูปแบบของ “การพาชาวบ้านทำ” ของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในพื้นที่ และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการเชิญชวนมาร่วมกันทำงานแล้ว ผมมองว่า“การช่วยกันทำ” ในระดับหัวหน้าโครงการ หรือทีมงานในแต่ละโครงการ จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้พวกเราเดินหน้าไปถึงเป้าหมาย และต่อยอดความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเท่าที่รับทราบความเคลื่อนไหวตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา ความตั้งใจดังกล่าวนี้ มีแนวโน้มไปในทางที่น่าชื่นชม

อีกประเด็นที่ “ทีมงานโครงการจังหวัดโมเดล” พยายาม “เพิ่มเติม” ให้กับหัวหน้าของโครงการย่อยต่างๆ ก็คือ “เรื่องการบริหารจัดการด้านการตลาด” ซึ่งในโครงการนำร่อง 3 จังหวัดแรก คือ สกลนคร กระบี่ และ จันทบุรี พวกเรามองเห็นว่ายังขาดส่วนของสายงานให้ความรู้ด้านการตลาดตรงนี้ไปและในส่วนอีก 6 จังหวัดที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้ คือ นครราชสีมา สมุทรปราการ เชียงใหม่ สงขลา กาฬสินธุ์ และหนองคาย แม้ว่าจะมีโครงการย่อยเกี่ยวกับการบริหารจัดการการตลาด แต่ก็อาจยังไม่ครอบคลุมครบถ้วนต่อความต้องการที่ควรจะเป็น คือ การสร้างช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพ และศักยภาพในการเพิ่มความต้องการทางการตลาดให้กับผลผลิต อันจะต้องอิงกับรูปแบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในแต่ละพื้นที่ 9 จังหวัด

พวกเราจึงเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ มาให้ความรู้ และข้อมูลที่น่าสนใจผ่านการบรรยายในหัวข้อ “ระบบการตลาดและการขาย” และ “ระบบการค้าขายกับประเทศลาว โอกาสทางการค้าจากโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของประเทศจีน และแผนการรองรับด้านการค้าและบริการแก่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ (ชาวจีน)” รวมไปถึงการเยี่ยมชมพื้นที่ค้าขายชายแดน เพื่อศึกษาระบบขนส่ง และกระบวนการทางศุลกากรต่างๆ ทั้งหมดนี้ เพื่อเติมเต็มช่องทางด้านการตลาดให้กับหัวหน้าโครงการในแต่ละพื้นที่ สำหรับนำไปปรับใช้กับแนวทางการเกษตรมูลค่าสูงของตน และการนำเสนอข้อมูลด้านการตลาดที่เพิ่มเข้าไปในกระบวนการสำหรับชาวบ้านในกลุ่มเป้าหมายของโครงการ

สำหรับ “โครงการจังหวัดโมเดล” ในหลายพื้นที่เห็นผลแล้ว และกำลังต่อยอดความสำเร็จ และอีกหลายพื้นที่กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายอย่างเต็มกำลัง แต่สิ่งสำคัญนอกเหนือไปจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และรายได้อันเพิ่มขึ้นของชาวบ้าน คือ ศักยภาพของอาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละโครงการ ที่ต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านสายงานที่ดำเนินการ และความสัมพันธ์ ทั้งต่อชาวบ้าน และเพื่อนๆ ร่วมโครงการด้วยกัน

ผมมองว่า ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ คือ เพื่อนร่วมงาน และเป็นความหวังของผม ในการมาช่วยกันสร้างรอยยิ้มให้แก่ชาวบ้าน และก่อร่างสร้างประเทศไทยไปสู่อนาคต จึงขอขอบคุณความพากเพียรอุตสาหะของทุกคนเอาไว้ ณ ตรงนี้ และเป็นความยินดียิ่งที่ได้มาร่วมด้วยช่วยกันทำงาน

ทั้งหมดที่ผมเล่ามานั้น ถ้ามองเป็นส่วนประกอบหนึ่งของทิศทางสำหรับการเดินหน้าประเทศไทย ก็จะเห็นว่า เป็นเรื่องที่มีความละเอียดซับซ้อนมาก เพราะนอกจากเรื่องของงบประมาณ นโยบาย และองค์ความรู้ต่างๆ ที่มีพร้อมครบครันแล้ว การสร้างศักยภาพของทีม ความเป็นหนึ่งเดียวกัน รวมไปถึงเรื่องการมีวิสัยทัศน์ทั้งต่อการก้าวข้ามอุปสรรค และการต่อยอดความสำเร็จ คือ องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการสร้างประสิทธิภาพของงานให้เกิดขึ้น

ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ เรื่องเล่าถึงสุดสัปดาห์ดังกล่าวนี้ ผมหวังว่า จะสะท้อนรูปแบบกระบวนการทำงานในภาพรวมต่อการบริหารจัดการประเทศไทยให้มีความเด่นชัดขึ้นในสายตาผู้ที่เกี่ยวข้อง หรืออาจเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจ และกิจกรรมใดๆ ในระดับท้องถิ่นสำหรับผู้นำ และทีมบริหารงาน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับความต่อเนื่องเชื่อมโยง ทั้งในเรื่อง
ของคน ความสัมพันธ์ และการจัดการกระบวนความคิดอย่างเป็นระบบ

ลองนึกดูว่า ถ้าเราบริหารจัดการอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับการพัฒนาตามแนวทางนี้ แม้อาจเป็นจุดเล็กๆ แต่จุดเล็กๆ ที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ก็จะเป็นตัวอย่างในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับจุดเล็กๆ ในพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป จนกลายเป็นจุดเล็กๆ กระจายเต็มทั่วประเทศไทย เมื่อนั้นความอุดมสมบูรณ์ และคุณภาพชีวิตที่ดี ก็จะครอบคลุมในทุกพื้นที่อย่างที่ตั้งใจ ดังนั้น ทำให้ตรง ทำให้ครบ ทำให้ได้ ไม่ต้องทำให้ใหญ่ เดี๋ยวมันก็ใหญ่ด้วยความสำเร็จของตัวมันเองครับ

กนก วงษ์ตระหง่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 26 ตุลาคม 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611319

ลึกลับในสนามข่าว : 26 ตุลาคม 2564

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

nn…รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง “พี่แหวง–แสวง บุญมี” ของสื่อมวลชนประจำกกต. ทำให้น้องๆรอเก้อด้วยความคิดถึง เพราะงานล้นมือมากจนแทบไม่มีเวลาให้สัมภาษณ์เลยยยยย พอได้มีเวลาสักนิด นักข่าวเลยไม่รอช้าขอถามไถ่เจ้าตัว หลังกลับมานั่งทำงานที่ออฟฟิศตามปกติ.. พร้อมๆกับที่ผู้บริหารระดับสูงหลายท่านของกกต.เกษียณไปช่วงตุลาคมที่ผ่านมาโดยพันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมาเลขาธิการ กกต.เซ็นคำสั่งมอบหมายให้รองฯแสวงดูแลงานเพิ่มอีก 5 สำนัก รวมของเดิม 3 สำนัก เป็น 8 สำนักฯ!!!!…ซึ่งล้วนเป็นงานหลักหัวใจสำคัญของสำนักงาน กกต.ทั้งนั้น ได้แก่ สำนักบริหารทั่วไป สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักคลังสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักกิจการพรรคการเมือง…

…ประจวบกับเป็นช่วงสถานการณ์การเมืองเริ่มร้อนระอุขึ้นมาแรงเริ่มแซงโควิด-19 ที่เริ่มเบา ทั้งศึกเลือกตั้ง อบต. ที่กำหนดวันไว้ 28 พ.ย . รวมถึงการเลือกตั้งในอนาคตที่จ่อคิวรอให้ กกต.จัดการ อย่างการเลือกตั้งเมืองพัทยา และศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เป็นต้น เรียกว่านับจากนี้ ภารกิจของกกต.จะทยอยเข้ามามากมาย ก็หมายถึงงานเข้าทั่นฯรองแสวงด้วย ในฐานะผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากเลขาธิการ กกต.ให้ดูแลงานสำคัญของ กกต.มากมายถึง 8 สำนัก… แต่น้องนักข่าวที่มีโอกาสพูดคุยกับรองฯแหวง ได้รับทราบถึงความตั้งใจของเจ้าตัว ที่บอกว่า “กกต.เป็นคนกลาง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ในฐานะผู้ทำหน้าที่กรรมการ เราต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นทุกประตู รอแค่ทุกฝ่ายคุยกันตกผลึกโจทย์ส่งมาถึง กกต.เมื่อไหร่ กกต.พร้อมล้อหมุนสตาร์ท+ทันที ขอเพียงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย บอกโจทย์มาว่าอย่างไร ตอนนี้ กกต.มีข้อมูลเตรียมพร้อมรองรับเต็มที่สำหรับการเดินหน้าขับเคลื่อนทันที รองรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่าจะเกิดการเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ตาม ไม่มีปัญหาเรื่องเวลาแน่นอน”…แหมมม…เข้มแข็ง หนักแน่น สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ มอบหมายความรับผิดชอบใหญ่หลวงจากทั่นเลขาฯกกต.จริงๆ…รองฯแหวงสู้ๆ รองฯแหวงสู้ๆ…แฟนคลับเชียร์สุดใจกันเลย…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พนง.ขนส่งเอกชนชื่อดัง ยืนหนังสือ สนง.คุ้มครองสวัสดิการแรงงาน หลังโดนปลดฟ้าผ่า #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611295

พนง.ขนส่งเอกชนชื่อดัง ยืนหนังสือ สนง.คุ้มครองสวัสดิการแรงงาน หลังโดนปลดฟ้าผ่า

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.20 น.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 ต.ค. 2564 พนักงานขนส่งของบริษัทเอกชนชื่อดัง กว่า 50 ราย เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ถนนรังสิต-ปทุมธานี ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ. ทุมธานี หลังโดนประกาศเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลหรือมีการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า กว่า 18 ราย 

นายธีรศักดิ์ มลิซ้อน อายุ 28 ปี ตัวแทนนักงาน กล่าวว่า ทางบริษัทตอนแรกมาหว่านล้อมบอกให้ไปทำงาน มีผลกำไรดี ค่าตอบแทนสูง แต่พอผ่านไป 1-2 เดือน ก็เริ่มลอยแพพนักงานโดยการบีบค่าจ้างลง ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าพัสดุในแต่ละวันบางสายของเยอะ บางสายของน้อย สายที่ของเยอะก็สามารถอยู่ได้ แต่สำหรับคนที่อยู่สายของน้อยเขาอยู่ไม่ได้ ดีไม่ดีพ้นสภาพพนักงานอีก เราก็เลยมาเรียกร้อง เพื่อบอกเขาว่าสิ่งที่เราโดนไม่เป็นธรรม ไหนจะปรับราคาลงและเลิกจ้างแบบกะทันหัน โดยแจ้งผ่านทางไลน์เวลา 23.00น. หรือไม่ก็ไปติดกระดาษหน้าคลังว่าท่านพ้นสภาพพนักงานแล้ว ส่วนสาเหตุที่เลิกจ้างก็ไม่ยอมแจ้ง บอกรวมๆว่าแค่ขาดงานจนทำให้บริษัทเสียหาย ซึ่งมันก็ไม่จริง พวกตนทำงานทุกวันมีหลักฐานการเข้างาน พวกตนไม่เคยละทิ้งหน้าที่ มีแต่บริษัททั้งนั้นที่ไม่ยอมเปิดคลังให้พวกเราเข้าไปทำงาน เพื่อบีบพวกตนออกและหาข้ออ้างว่าพวกตนขาดงาน แต่เขาพลาดอย่างนึงคือเรามีหลักฐานการเข้างานเพราะหน้าคลังก็มีกล้องวงจรปิด และหน้าป้อมยามก็มีเช่นกัน ว่าพวกเราไปเข้างานทุกครั้งและลูกค้าเองก็เจอพวกเราทุกวัน แล้วทางกรมแรงงานเราก็มาเดินเรื่องตามที่ตนพูดมาเมื่อกี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้รับทราบแล้วกำลังตรวจสอบของอีกฝ่าย แล้วเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน เพราะเรามีหลักฐานทุกอย่าง ตนไม่ได้อยากจะเรียกร้องอะไรแค่ขอ สวัสดิการค่าจ้างเท่าเดิม ค่าเสียหายก็ไม่เรียกขอเรทราคาเดิมที่เคยวิ่งงานมา. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมอขาลุย! ลากรถขึ้นดอยตรวจ ‘สุขภาพ-พัฒนาการเด็ก’ ชนเผ่าตองเหลือง (คลิป) #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611346

หมอขาลุย! ลากรถขึ้นดอยตรวจ 'สุขภาพ-พัฒนาการเด็ก' ชนเผ่าตองเหลือง (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 20.43 น.

โซเชียลให้กำลังใจหมอขาลุยวันหยุดฝนตกก็ไปตรวจสุขภาพและพัฒนาการเด็ก เผยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดน่านพร้อมทีมสุขภาพจิต ช่วยกันลากรถยนต์ขึ้นถนนที่เปียกลื่น เพื่อไปทำงานตรวจสุขภาพชาวบ้านะร้อมตรวจพัฒนาการเด็กชนเผ่ามละบริ (ตองเหลือง) ที่ศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ ที่ตั้งอยู่ในโครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หมู่ 5 ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ที่ระยะเดินทาง 16 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง กว่า 2 ชั่วโมง

นายนิยม ศิริ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน ฝ่ายบริหาร หนึ่งในทีมงานที่ต้องลงไปลากรถด้วยแรงกายด้วยความสามัคคี กล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ในวันดังกล่าวได้รับมอบหมายให้นำคณะสถาบันราชนครินทร์ ศูนย์สุขภาพจิตเขต 1 เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดน่าน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองน่าน เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านน้ำโค้ง ได้ออกไปดำเนินกิจกรรมพัฒนาการเด็ก ที่โรงเรียน ตชด บ้านห้วยลู่ เพื่อดำเนินการตามพระราชดำริเพื่อพัฒนาการเด็กในพื้นที่ให้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์ ซึ่งในการไปครั้งนั้นเกิดมีฝนตกมาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปดำเนินการ ซึ่งทำให้การคมนาคมลำบากมากมีรถไปทั้งหมด 5 คัน แต่เป็นกิจกรรมด้านสัขภาพที่ดีเพื่อพัฒนาการเด็กให้เด็กของชนเผ่ามละบริ ( ตองเหลือง) เพื่อให้เด็กเป็นเด็กที่มีคุณภาพเป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อสั่งเสียก่อนตายให้ลูกแห่คณะกลองยาวรอบเมรุอนุรักษ์ดนตรีไทย #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611293

พ่อสั่งเสียก่อนตายให้ลูกแห่คณะกลองยาวรอบเมรุอนุรักษ์ดนตรีไทย

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 20.20 น.

25 ต.ค.64 ที่วัดสังฆราชาวาส ต.บางมัญ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งมีพิธี ฌาปณกิจศพ นายกิติ รื่นอารมณ์ อายุ 73 ปี หัวหน้าคณะกลองยาวชุมชนสามัคคีบันเทิง 5 ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

บรรยากาศในงานศพมีพิธีเหมือนทั่วไป แต่ที่แปลกก็คือ ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตนั้น ได้สั่งเสียกับลูกชายและลูกสาวไว้ว่า “หากพ่อเสียชีวิต วันเผา ให้จัดคณะกลองยาวของตัวเอง แห่หน้าศพรอบเมรุ 3 รอบ เพื่ออนุรักษ์สืบสานดนตรีไทย” ซึ่งหลังจากที่พ่อเสียชีวิตแล้ว ลูกชาย และลูกสาวก็ได้ถือปฏิบัติตามอย่างที่ “นายกิติ” ผู้เป็นพ่อสั่งไว้ โดย นายเสรีรัตน์ รื่นอารมณ์ อายุ 45 ปี บุตรชายได้จัดขบวนแห่ คณะกองยาวชุมชนสามัคคีบันเทิง 5 เนื่องจากพ่อก่อนเสียชีวิตเป็นหัวหน้าคณะกองยาวคณะนี้

โดย คณะกองยาวชุมชนสามัคคีบันเทิง 5 นั้น รวมกันถึง 5 ชุมชน มีชุมชน วัดหัวว่าว วัดโพธิ์ข้าวผอก วัดเสถียร วัดตึก และวัดสังฆราชาวาส ซึ่งคนในคณะฯ และชาวบ้านที่มาร่วมงานศพต่างชื่นชมในความคิดของผู้ตาย ที่แม้ตัวตายแล้ว ยังไม่ทิ้งดนตรีไทย อยากให้ลูกหลานสืบทอดดนตรีไทยต่อไป. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ว่าที่ นศ.วิศกรรม วอนขอโอกาสเรียน หลังถูกตั้งท่าเพิกถอนบัตรประชาชน #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611323

ว่าที่ นศ.วิศกรรม วอนขอโอกาสเรียน หลังถูกตั้งท่าเพิกถอนบัตรประชาชน

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.39 น.

ว่าที่นักศึกษาวิศกรรมวอนขอโอกาสเรียนหลังถูกตั้งท่าเพิกถอนบัตรประชาชน เหตุพ่อแม่ครอบครัว “ปาทาน”ไทยพลัดถิ่นเมืองประจวบถูกเปลี่ยนแปลงลงรายการสัญชาติ ทีมนักกฎหมาย มธ.ทำจดหมายถึงกรมการปกครองแนะ 4 ข้อเสนอ

25 ต.ค.64 นายโชไอซ์ ปาทาน เยาวชนคนไทยพลัดถิ่น อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนและครอบครัวซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่และน้อง 3 คนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เนื่องจากน้องทั้ง 3 คนอาจถูกเพิกถอนสถานะสัญชาติไทย หลังจากได้รับการรับรองสัญชาติตามมาตรา 7 ทวิวรรค 2 คือให้รับรองสัญชาติกับลูกต่างด้าวที่อยู่มาไม่น้อยกว่า 15 ปี โดยกรมการปกครองได้ส่งหนังสือมาที่จังหวัด และอำเภอได้ส่งมาถึงเทศบาล แล้วเทศบาลจึงส่งต่อมาที่พ่อแม่ของบุตรทั้งสาม เพื่อให้พ่อและแม่ไปอุทธรณ์การเปลี่ยนแปลงรายการลงสัญชาติจากคนถือบัตรเลข 0 ประเภทเกี่ยวข้องกับผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ไปเป็นคนถือบัตรเลข 0 ประเภทคนต่างด้าว ส่งผลให้น้องทั้ง 3 คนอาจต้องถูกเพิกถอนสถานะคนสัญชาติ เพราะหนังสือกรมการปกครองอ้างว่า การให้สัญชาติตามมาตร 7 ทวิวรรค 2 โดยไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีนั้น ให้กับลูกคนที่เป็น 1 ใน 19 กลุ่มตามนโยบายของรัฐบาล เท่านั้น  แต่หากเป็นบุตรของคนต่างด้าวจะได้รับการรับรองสัญชาติไทยเมื่อจบปริญญาตรี

“สำหรับตัวผมยังไม่ได้รับรองสัญชาติไทย เพราะตอนที่น้องๆได้ พวกเขาเป็นเด็ก ไม่ต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญกรรม แต่ผมโตแล้ว จึงต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม  น้องๆ จึงได้รับบัตรประชาชนไปในปี 2563 แต่มาใน 2564 ก็มีการแจ้งว่า เราต้องจบปริญญาตรีก่อน  จึงต้องดำเนินการใหม่ สำหรับผมที่จบปริญญาตรีแล้ว อำเภอก็จะให้ไปยื่นเรื่องใหม่ หลังตรวจสอบปริญญาบัตรแล้วว่าไม่ปลอม ผมรู้สึกเป็นห่วงน้องชายผมมาก เพราะเขาเรียนจบ ม.6 และสอบได้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร หากเขาถูกถอนสถานะคนสัญชาติก็คงไม่ได้เรียนต่อเพราะครอบครัวไม่มีรายได้เพียงพอ และกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไม่ได้” นายโชไอซ์ กล่าว และว่า หนังสือแจ้งจากเทศบาลตำบลไร่เก่าบอกว่าพ่อและแม่ตนต้องยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ มิเช่นนั้นก็จะถูกแก้ไขให้ไปอยู่กลุ่มอื่น

นายฮัมดา ปาทาน อายุ 17 ปีน้องชายนายโชไอซ์กล่าวว่าได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครองเพื่อวิงวอนขอไม่ให้เพิกถอนสัญชาติไทย ซึ่งขณะนี้ตนเรียนจบ ม.6 และต้องการศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ แต่ต้องจ่ายค่าเทอม 2 หมื่นบาทโดยตั้งใจว่าจะกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่หากถูกเพิกถอนก็ไม่สามารถกู้ได้ เพราะพ่อแม่มีรายได้รวมกันเดือนละ 18,000 บาทและไม่มีเงินเหลือเก็บเพราะอยู่กัน 6 ชีวิตซึ่งพี่ชายก็เพิ่งเรียนจบและยังไม่มีงานทำ

“ผมรู้สึกเสียใจที่กำลังจะหมดโอกาสทางการศึกษา ผมมีความใผ่ฝันอยากเรียนสูงๆออกมาประกอบอาชีพสุจริตเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ อยากวิงวอนคุณลุงอธิบดีกรมการปกครองอย่าเพิ่งถอนสถานะทางทะเบียนของผมเลย” นายฮัมดา กล่าว

ด้านนายภควินท์ แสงคง ที่ปรึกษาเครือข่ายการเเก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น 4 จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง  พังงา กล่าวว่า ครอบครัวนายโชว์ไอ เดินทางเข้าประเทศไทยโดยพ่อเข้าเมื่อปี 2529และแม่ปี 2537 ทางจังหวัดระนอง เข้ามาเป็นสมาชิกเครือข่ายแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น 4 จังหวัด เมื่อปี 2549 โดยก่อนหน้านี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าว ช่วงปี 2539-2540 จนปี 2552 ได้รับการถอนจากทะเบียนแรงงานต่างด้าว และสำรวจบุคคลตามยุทธศาสตร์ฯเมื่อปี 2554แต่เมื่อปลัดทะเบียนจังหวัดประจวบฯมีหนังสือขอความเห็นไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต่อกรณี พ่อและแม่ของโชไอซ์ เพื่อให้แก้ไขรายการประวัติทางทะเบียนกรณีการขึ้นทะเบียนสำรวจภายใต้ ยุทธศาสตร์ 18 มกรา 2548 ซึ่งจะส่งผลต่อตัวของน้องทั้ง 3 คน ที่จะขาดคุณสมบัติในการได้รับรองสัญชาติไทยจนกว่าจะจบปริญญาตรี จึงส่งผลให้ต้องเพิกถอนสถานะสัญชาติ และให้การรับรองอีกครั้งเมื่อจบปริญญาตรี  บุตรทั้งสามคนจึงจะกลับเป็นเด็กไร้สัญชาติอีกครั้ง หากพ่อแม่ถูกบันทึกในสถานะคนต่างด้าวอื่น ซึ่งเด็กที่จะเดือดร้อนมากที่สุด ก็คือนายฮัมดา

นายภควินท์กล่าวว่า เอกสารประกอบการประชุม การพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2555 ของคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ระบุว่านโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสถานะของชนกลุ่มน้อย โดยนโยบายที่มีต่อชนกลุ่มน้อยเป็นรายกลุ่ม คือ1.ประเภทกำหนดสถานภาพให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร มี 14 กลุ่มย่อย และ2.ประเภทที่ทางราชการมีนโยบายกำหนดสถานภาพให้อยู่อาศัยในประเทศไทยลักษณะชั่วคราว มี 2 กลุ่มคือมติ ครม.ผ่อนผันให้อาศัยในประเทศไทยชั่วคราวอย่างเป็นทางการ มี 3 กลุ่มและ ผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทยชั่วคราวแต่ไม่เป็นทางการ มี 2 กลุ่ม และยังมีนโยบายการแก้ปัญหาสถานะบุคคลในภาพรวมยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ทั้งหมดได้กำหนดกรอบไว้หมดแล้ว ทำไมถึงจะเอาครอบครัวปาทานไปไว้ที่ชนกลุ่มน้อยอื่นๆ

“การไม่ทำตามนโยบาย หรือการจะปฏิเสธนโยบายอื่นๆที่เกี่ยวข้องและก้าวหน้า โดยการติดยึดติดอยู่กับกลุ่มคนโดยละเลยข้อเท็จจริงของการอาศัยในประเทศไทยมานาน โดยการให้แก้ไขรายการประวัติทางทะเบียนของ พ่อ-แม่ ครอบครัวปาทาน จึงไม่น่าจะสอดคล้องต่อนโยบายการแก้ปัญหาสถานะบุคคลเพื่อขจัดความไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ ของเด็กที่มีพ่อ-แม่เป็นคนต่างด้าว อาศัยในประเทศไทยนานเกิน 15 ปี โดยที่เด็กเกิดในประเทศไทยมีสูติบัตรเรียบร้อย การจะเอาพ่อ-แม่ ครอบครัว ปาทานของโชไอซ์ ไปอยู่ ชนกลุ่มน้อยอื่น จึงน่าจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จริงและรัฐก็จะสูญเสียโอกาสในการมีบุคลากรคุณภาพ” นายภัควินท์ กล่าว

ขณะที่บางกอกคลินิกนิติธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร รองศาตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง และเครือข่ายไทยพลัดถิ่น โดยมีข้อเสนอ

1.ขอให้อธิบดีกรมการปกครองดูแลให้บุตรผู้เยาว์ของนายอีรีและนางคันตีซา ปาทาน(พ่อและแม่นายโชว์ไอ) ยังคงมีสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรไทย ไม่ว่าจะมีการแก้ไขรายการสถานะบุคคลของบุพการีให้แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ โดยการใช้ “คำร้องขอให้พิจารณาความจำเป็นที่จะต้องมีสัญชาติไทย”

2.ขอให้อธิบดีกรมการปกครองดูแลให้บุตรเยาวชน ของนายอีรีและนางคันตีซา กล่าวคือ นายโชว์ไอได้ยื่นคำขอรับรองสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 2 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2559

3.ขออธิบดีกรมการปกครองหารือไปยังสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด เพื่อชะลอการบังคับใช้หรือเพิกถอนคำสั่งนายทะเบียน

4.ขอให้นายภควินท์ แสงคง และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด ร่วมกันดูแลให้นายอีรีและนางคันตีซาให้ได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้รับการบันทึกรายการสถานะบุคคลตามกฎหมายอย่างถูกต้อ

ขณะที่นางสุนี ไชยรส อาจารย์คณะนวตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ความหวังความฝันของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่น ที่ติดไปกับแผ่นดินที่เคยเป็นของประเทศไทยในอดีต แต่มีการตกลงในประวัติศาสตร์ให้เป็นของประเทศเมียนมาร์ และได้อพยพกลับมาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน ลูกหลานเกิดในแผ่นดินไทย  ก็คือขอให้ได้มีสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร เพื่อมีสิทธิมีส่วนร่วมในการเป็นคนไทยที่พวกเขาถือมั่นมาโดยตลอด จนมีการผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับ แก้ไข พ.ศ.2555 เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติคนไทยพลัดถิ่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วันนี้ครอบครัวของน้องไอซ์-โชไอซ์ ปาทาน ลูกศิษย์ของเรากำลังประสบปัญหาที่จะร้ายแรงยิ่งสำหรับชีวิตของน้องๆ 3 คน ที่ได้รับสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร  ทั้ง 4 คนเกิดในแผ่นดินไทยซึ่งย่อมได้รับการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดตามมาตรา  ทวิ วรรค 2 แต่มีประเด็นที่กรมการปกครองจะปรับปรุงการบันทึกรายการสถานะบุคคลในทะเบียนประวัติในทะเบียนราษฎรของพ่อแม่เด็กทั้ง 4 คน

“น้องไอซ์ เป็นลูกหลานคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับทุนจาก ม.รังสิต   จบวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคมที่กระตือรือร้น เป็นอดีตนายกสโมสรนักศึกษานวัตกรรมสังคม และได้รับคัดเลือกจาก ม.รังสิตเป็นคนดีศรีรังสิต เมื่อปี 2562   เขาช่วยงานพี่น้องไทยพลัดถิ่น ที่ม.รังสิต ทำMOU กับกรมการปกครองตั้งแต่ปี 2558  แม้เขาจะยังไม่ได้สถานะสัญชาติไทยก็ตาม และรอความหวังที่จบปริญญาตรีตอนนี้ จะได้สถานะสัญชาติไทยสักที ขอสังคมช่วยกันพิทักษ์สิทธิของครับครัวนี้”นางสุนี กล่าว. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สายหวานห้ามพลาด! หนาวนี้ชมสวนดอกไม้ ‘บ้านห้วยสำราญ’ เมืองอุดรฯ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611320

สายหวานห้ามพลาด! หนาวนี้ชมสวนดอกไม้ 'บ้านห้วยสำราญ' เมืองอุดรฯ

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

หนาวเริ่มมาแล้ว ชวนนักท่องเที่ยวมาชมสวนดอกไม้เมืองหนาวพิกัดบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ อ.เมือง จ.อุดรธานี ดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิดบานสะพรั่งพร้อมรับนักท่องเที่ยว ชวนไปเที่ยวกันหนาวปีนี้

25 ต.ค.64 ที่หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ “ห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ” ต.หนองไฮ อ.เมือง กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อชาวอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง ทะยอยเดินทางมาชมความสวยงามของสวนดอกไม้ แม้ว่ายังจะยังไม่ถึงฤดูชมความงามของ “ดอกเบญจมาศหลากสี” ในช่วงฤดูหนาวที่จวนใกล้จะมาถึง แต่ตอนนี้อากาศก็เริ่มจะหนาวๆ แล้ว ตอนนี้ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการนำดอกมาร์กาเร็ต และดอกแชแลน่า ไม้ดอกจากประเทศญี่ปุ่น มาทดลองปลูกและได้ผล ขณะต้นเบญจมาศก็ใกล้จะบานแล้ว

อย่างที่สวน “ DN คาเฟ่ ” ริมถนนบ้านห้วยสำราญ –ห้วยเจริญ ต.หนองไฮ นางพรรัตน์ดา หรือ “เจ้หน่อย” วังขิรี อายุ 44 ปี ผู้ปลูกและจำหน่ายดอกไม้รายใหญ่ ได้ลงทุนเปลี่ยนพื้นที่ปลูกไม้ตัดดอก มาเป็นสวนไม้ดอกเพื่อท่องเที่ยว ช่วงนี้เป็นแปลงดอกมากาเร็ต และดอกแชแลน่า มีสะพานไม้ไผ่ 3 สะพาน ลัดเลาะและผ่าเข้ากลางแปลง จัดตกแต่งมุมถ่ายภาพ ซุ้มพักผ่อน และจุดนั่งชมสวนดอกไม้มุมสูง  มีร้านขายกาแฟตามสมัยนิยม , จุดขายไม้กระถาง , สถานที่จอดรถ และห้องสุขา ในอัตราค่าเข้าชมเพียงคนละ 40 บาท ส่วนเด็กฟรี    

นางพรรัตน์ดา หรือ “เจ้หน่อย” เปิดเผยว่า ปลูกไม้ตัดดอกมาตั้งแต่สมัยแม่ ตอนนี้พื้นที่ปลูกรวมกว่า 100 ไร่ ลูกชายจบจาก ม.แม่โจ้ มาทำสวนแบงค์เบญจมาศ ปลูกเพื่อการท่องเที่ยว มีเสียงตอบรับเข้ามามาก ปีนี้สวนแบงค์เบญจมาศยังไม่เปิด  แต่“สวน DN คาเฟ่” ตั้งอยู่ริมถนนได้เปิดก่อน โดยนำเอาดอกมาการ์เร็ต และแชแลน่า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ญี่ปุ่น และปลูกแล้วทางภาคเหนือ ซึ่งทดลองปลูกเมื่อ 3 ปีก่อน และดูแลยาก โดยไม่ตัดดอกขาย และเป็นแปลงดอกไม้เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาชมโดยเฉพาะ   

เปิดสวนมาตั้งแต่ต้นเดือน แจ้งข่าวกันทางโซเชียล มีนักท่องเที่ยวมาทุกวัน ในช่วงวัดหยุดก็มากหน่อย มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากถึง 400 คน โดยดอกไม้ชุดนี้จะบานอยู่ราว 2 เดือน จากนั้นดอกไม้ชุดต่อไป ก็คือดอกเบญจมาศหลากสีจะบาน เป็นดอกไม้ที่เราตัดดอกขาย มาเป็นเวลานับ 10 กว่าปีแล้ว ก็จะไม่ตัดดอกขายเช่นกัน จะบานกันยาวไปจนถึง เดือนมกราคม ปีหน้า ส่วนที่ตัดดอกขายจะเป็นแปลงอื่น ที่กระจายอยู่หลายพื้นที่รอบๆหมู่บ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ หน้าหนาวปีนี้ก็อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไกลและใกล้มาชมความงามดอกไม้เมืองหนาว ที่บานสะพรั่งรับลมหนาว ที่สวยสดงดงามเหมือนได้ไปเที่ยวชมดอกไม้ในต่างประเทศก็ว่าได้ ” 

ขณะที่ “กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ” ได้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนห้วยสำราญ(เดิม) หน้าอ่างเก็บน้ำลำปลาค้าว พื้นที่กว่า 14 ไร่ ปลูกดอกไม้เพื่อท่องเที่ยวปีที่ 4 โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุน โครงการเกษตรแปลงใหญ่ จัดหาโรงเรือนป้องกันฝน จำนวน 13 โรง เพื่อเตรียมแปลงเบญจมาศ 13 สายพันธุ์ ไม่ให้เสียหายช่วงปลายฤดูฝน โดยต้นเบญจมาศชุดแรกในโรงเรือน กำลังแทงตาดอก คาดว่าจะบานให้ชมความสวยงาม ราวปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ หนาวนี้ชวนมาเที่ยวกันพิกัดบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวนี้ห้ามพลาด! เช็คอิน ‘เชียงราย’ ท่องเที่ยวแบบชุมชน นอนโฮมสเตย์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611291

หนาวนี้ห้ามพลาด! เช็คอิน 'เชียงราย' ท่องเที่ยวแบบชุมชน นอนโฮมสเตย์

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.20 น.

25 ต.ค.64 ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มโฮมสเตย์ บ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสนจ.เชียงราย ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อ.เชียงแสน ร่วมกับโครงการวิจัย “แนวทางการบริหารจัดการองค์กรอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืน” โดยสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(TRTA) ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กลุ่มเรื่องการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) “จัดกิจกรรมอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืน” โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย นายวิสูตร บัวชุมผอ.ททท.สนง.เชียงราย นายกฤศ โพธิสุธน ที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงราย นายอเนก ปันทะยม ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอเชียงแสน นายไพโรจน์ อาวัชนานุกุล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เชียงแสน ว่าที่ร้อยตรี จิระศักดิ์ นวปฏิภาณ ประธานหอการค้า อ.เชียงแสน เครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายวชิระ รัศมีจันทร์ ประธานชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวอ.เชียงแสน นำสมาชิกฯเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  

โดยกิจกรรมในวันนี้มีนายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย เป็นผู้ดำเนินการและเปิดเวทีพูดคุยหารือเพื่อจัดตั้งองค์กรอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืนจ.เชียงราย หลังจากนั้นจึงร่วมกันปลูกต้นหางนกยูงริมฝั่งแม่น้ำโขง เที่ยวชมสวนดอกไม้และชมวิวสวยที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริบ้านธารทอง ซึ่งจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับบ้านท่าขันทอง ต่อด้วยร่วมกันนั่งรถอีต๊อกท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง ชมการทอผ้าลายตาหม่อง บ้านราชาวดีโฮมสเตย์ ชิมเสาวรสสดจากสวนเกษตรผสมผสานไร่วูดดี้ ชิมเมี่ยงดาวอินคา ฯลฯ นอกจากนี้ได้ร่วมกันล่องเรือแม่น้ำโขงเพื่อชมทิวทัศน์ทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว และปิดท้ายรายการด้วยเมนูหมูปิ้งตาปัน ที่ขึ้นชื่อที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

นายวชิระ กล่าวว่า การนำสมาชิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เชียงแสน มาร่วมงานครั้งนี้ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนเองรวมทั้งร่วมขับเคลื่อนการจัดตั้งองค์กรเครือข่ายอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืนให้มีความเป็นรูปธรรม ตามมาตรการความปลอดภัยจากโควิด-19 และเตรียมรองรับการเปิดการท่องเที่ยวจ.เชียงราย หลังวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังเป็นการซักซ้อมเตรียมพร้อมในการรองรับการเปิดประเทศของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไปอีกด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ถ้าหยุดความคิดได้’ ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611314

'ถ้าหยุดความคิดได้' ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.00 น.

“…ถ้าอยากจะได้ความสงบ ได้ความสุขที่เกิดจากความสงบ ต้องสละ ถึงแม้เบื้องต้นจะสละชั่วคราวก็ต้องสละ เช่น เรายังปฏิบัติเต็มที่ไม่ได้ ยังไปบวชไม่ได้ แต่เราอย่างน้อยก็ไปปลีกวิเวกได้บ้าง ครั้งละ ๓ วัน ๕ วัน เราก็ไปเวลาไปก็ลืมเรื่องต่างๆ ที่เรามีอยู่ทั้งหมดไป อย่าไปคิดถึงมัน คิดเสียว่าตายจากมันไปชั่วคราว มันจะอยู่หรือมันไม่อยู่ก็เรื่องของมัน 

ถ้าไปวิตกคอยไปกังวลอยู่ มันก็เหมือนไม่ได้ไป ไปแต่ร่างกายแต่ใจมันก็ยังอยู่กับทรัพย์สมบัติข้าวของ อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งนี้ อยู่กับคนนั้นคนนี้อยู่ มันก็จะทำใจให้สงบไม่ได้ มันก็จะเจริญกัมมัฏฐานไม่ได้ จะให้มันพุทโธพุทโธมันก็ไม่ยอมพุทโธ มันก็ยังห่วงคนนั้นห่วงคนนี้ ห่วงเรื่องนั้นห่วงเรื่องนี้ ห่วงสิ่งนั้นห่วงสิ่งนี้อยู่ ปฏิบัติไปก็ไม่ได้ผลเพราะไม่มีสติ เพราะไม่สามารถเจริญสติด้วยกัมมัฏฐานได้

นี่คือเรื่องของการปฏิบัติที่จะให้ได้ผล ต้องปฏิบัติแบบพระพุทธเจ้า แบบพระสาวก ต้องปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ของภายนอกกายนอกใจนี้ ปล่อยไปให้หมด เอาแต่ร่างกายกับจิตใจไป แล้วก็ไปอยู่ที่มันไกลจากเรื่องราวต่างๆ มันจะได้ไม่ดูดเรากลับไปหา แล้วก็เวลาไปอยู่แล้วก็รู้จักหักห้ามใจ ที่ยังพยายามที่จะคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่ทิ้งมาอยู่ได้ ต้องใช้กัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พุทโธ พยายามท่องพุทโธพุทโธพุทโธไป เอาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเลย 

ตื่นขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป ทำอะไรที่ไม่ต้องใช้ความคิดก็พุทโธไป อาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน แต่งเนื้อแต่งตัว รับประทานอาหาร ล้างถ้วยล้างชาม ทำความสะอาดกวาดถูอะไรต่างๆ พอเสร็จแล้วก็เดินจงกรม พุทโธพุทโธไป หรือไม่พุทโธก็คอยดูร่างกายไป ร่างกายกำลังเดินก็เดินไปกับร่างกาย ก้าวเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวาไป ทำอย่างนี้แล้วใจจะนิ่งใจ จะไม่คิดเรื่องราวต่างๆ ได้

แล้วพออยากจะให้ใจสงบก็ต้องมานั่งหลับตา นั่งขัดสมาธิได้ก็ดี เป็นท่าที่นั่งสบายนั่งได้นาน ถ้านั่งท่าอื่นเดี๋ยวมันอาจจะเอนได้ง่าย ล้มได้ง่าย มันไม่มั่นคงเหมือนกับท่านั่งขัดสมาธิ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็นั่งท่าไหนไปก่อนก็ได้ เพราะใหม่ๆ มันก็นั่งไม่ได้นานอยู่ดี เพราะสติมันมีกำลังน้อย นั่งได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็อดคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้ พอคิดปุ๊บเดี๋ยวก็เกิดอาการอึดอัดขึ้นมา เกิดอาการปวดตรงนั้นเจ็บตรงนี้ขึ้นมา ก็จะทนนั่งต่อไปไม่ได้ ก็ต้องลุกไปทำนู่นทำนี่ก็ยังไม่ได้ผล

นี่แหละคือขั้นตอนของการปฏิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติก็คือสติ เหมือนกับกุญแจรถ คนที่ขับรถทุกคนรู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีกุญแจรู้ว่าไปไหนไม่ได้แล้ว รถคันนั้นก็เป็นเหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง จอดอยู่เฉยๆ ขับไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่พอมีกุญแจปั๊บ เปิดประตูเข้าไปได้ปั๊บ สตาร์ทรถปั๊บ ทีนี้จะวิ่งไปไหนก็ได้ ไปเชียงใหม่ ไปภูเก็ต ไปที่ไหนก็ไปได้ กลายเป็นพรมวิเศษไป แต่พอไม่มีกุญแจปั๊บ กลายเป็นก้อนหินไป จอดนิ่งอยู่เฉยๆ ไปไหนไม่ได้

จิตก็เหมือนกัน จิตที่ไม่มีสติก็เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน เป็นจิตที่วุ่นวาย จิตที่ไม่มีความสุข จิตที่มีแต่ความวิตกกังวล หวาดกลัว ห่วงใยกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ วิตกกังวลกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ กินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องนั้นเรื่องนี้เพราะไม่มีสติ ไม่สามารถหยุดความคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้ เท่านั้นเอง เคล็ดลับของการทำจิตให้สงบให้มีความสุข คือต้องหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ จะหยุดความคิดได้ก็ต้องอาศัยกัมมัฏฐานที่จะเป็นตัวที่จะมาสร้างให้มีสติขึ้นมา ให้มีกำลังที่จะหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ ถ้าหยุดความคิดได้ก็จะหยุดความกังวล ความวิตก ความห่วงใย ความเครียด ความฟุ้งซ่าน ความไม่สบายใจต่างๆ ได้ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติควรให้ความสำคัญต่อการหาสติ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,526 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d