Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘อัษฎางค์’เล่า‘5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5’-ที่มา‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611113

‘อัษฎางค์’เล่า‘5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5’-ที่มา‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.55 น.

‘อัษฎางค์’เล่า‘5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5’-ที่มา‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

25 ตุลาคม 2564 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค” อธิบายและเล่าความเป็นมาของ “พระเกี้ยว” มีเนื้อหาดังนี้…

พระเกี้ยว (ตอนที่ 1)

“5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5”

ผู้เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียเทียบเคียงยุโรป

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

•5 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความเท่าเทียมกัน”

…………………………………….……………………………….

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

“พระเกี้ยว” เป็นศิราภรณ์ประดับพระเกศาหรือพระเศียรของพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์

คำว่า เกี้ยว ถ้าเป็นคำนามแปลว่าเครื่องประดับศีรษะหรือเครื่องสวมจุก ถ้าเป็นคำกริยาแปลว่าผูกรัดหรือพัน

“จุฬาลงกรณ์” แปลว่า เครื่องประดับศีรษะหรือจุลมงกุฎ

“จุลมงกุฎ” หมายถึง พระราชโอรสของสมเด็จฯเจ้าฟ้ามงกุฎฯ หรือ พระจอมเกล้าน้อย อันเกี่ยวโยงถึงพระปรมาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยเดิม คือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎฯ

ดังนั้น “พระเกี้ยว” คือตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานพระนามของรัชกาลที่ 5 เป็นชื่อของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ให้สำนึกใตพระคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดมหาวิทยาลัยนี้

รัชกาลที่ 5 เป็นผู้ให้กำเนิดโรงเรียนมหาดเล็ก จึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระเกี้ยวเป็นเครื่องหมายของโรงเรียน

ต่อมา โรงเรียนมหาดเล็กพัฒนามาเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในที่สุด พระเกี้ยว จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วย

*****************

พระเกี้ยว (ตอนที่ 2)

“5 เรื่องของรัชกาลที่ 5 ผู้เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียเทียบเคียงยุโรป”

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

อ่านรายละเอียดที่นี่: https://www.facebook.com/100566188950275/posts/165712192435674/?d=n

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

•5 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความเท่าเทียมกัน”

…………………………………….……………………………….

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

ช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมาในสมัยรัชกาลที่ 4- รัชกาลที่ 5 หลังจากประเทศมหาอำนาจตะวันตกผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้ประเทศก้าวล้ำนำโลก แล้วได้ขยายอิทธิพลทางการเมืองการทหารมาสู่เอเชีย

ข้ออ้างสำคัญของชาติตะวันตกที่ใช้อ้างความชอบธรรมในการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อจะเข้ามาปกครองประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย คือประเทศในเอเชียและไทย ล้าสมัย

รัชกาลที่ 5 ทรงทราบถึงภัยพิบัตินี้ จึงได้ยกเครื่องปฏิรูปการปกครอง ปฏิรูปสังคม(เช่น การเลิกไพร่ เลิกทาส) พัฒนาระบบคมนาคม สาธารณสุขและการศึกษา ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ให้ทันสมัยตามอย่างชาติตะวันตก

รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกๆ ในเอเชียที่ ฟังพูดอ่านเขียน ภาษาอังกฤษ ได้ ทำให้ทรงรับรู้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของการเมืองโลก และสามารถสื่อสารกับชาติมหาอำนาจได้

รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในเอเชีย ที่เสด็จไปถึงยุโรป เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและใช้การทูตในการรับมือกับการขยายอำนาจของชาติตะวันตก จนทำให้ไทยเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเป็นชาติแรกๆ ในเอเชียที่มีรถไฟ ไฟฟ้า มหาวิทยาลัย เลิกทาส ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและเริ่มต้นประชาธิปไตย

…………………………………….……………………………….

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

หลังจากมีข้าราชการรวมตัวกันเสนอให้เปลี่ยนแปลงการปกครองให้ทันสมัยตามอย่างชาติตะวันตก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสนอว่าก่อนจะทำการสิ่งใดอันเป็นการปรับปรุงบ้านเมืองไปสู่การมี “คอนสติติวชัน” (Constitution-รัฐธรรมนูญ) นั้น จำเป็นจะต้องทำ “คอเวอนเมนต์รีฟอม” (Government reform-ปฏิรูประบบราชการ) เสียก่อน

“ถ้าการเรื่องนี้ยังไม่เป็นการเรียบร้อยได้แล้ว การอื่น ๆ ยากนักที่จะตลอดไปได้”

และนั่นคือที่มาของการปฏิรูปการปกครองบ้านเมืองขนานใหญ่ดังที่ในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเรียกว่า “Revolution”

เส้นทางพัฒนาสู่ความเป็นประชาธิปไตยในเมืองไทย เริ่มต้นจากจุดเริ่มต้น คือทรงปฏิรูปการปกครองแบบเทศาภิบาล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือก “ผู้ใหญ่บ้าน” และผู้ใหญ่บ้าน 10 หมู่มีสิทธิเลือกตั้ง “กำนันของตำบล”

…………………………………….……………………………….

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

ทรงปฏิรูปการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินชนิดที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่ายกเครื่องใหม่ทั้งหมด

กล่าวคือ ยกเลิกระบบจตุสดมภ์ ที่ประกอบด้วย 4 กรม ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา แล้วเปลี่ยนเป็น กระทรวง 12 กระทรวง ตามแบบชาติตะวันตกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2435

ปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค โดยแบ่งเป็น หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เมืองและมณฑล

******************

พระเกี้ยว (ตอนที่ 3)

“5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5”

ผู้เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียเทียบเคียงยุโรป”

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

อ่านรายละเอียดที่นี่: https://www.facebook.com/100566188950275/posts/165712192435674/?d=n

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

อ่านรายละเอียดที่นี่: https://www.facebook.com/100566188950275/posts/165720072434886/?d=n

…………………………………….……………………………….

•5 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความเท่าเทียมกัน”

การเลิกไพร่และเลิกทาสเป็นพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเรื่อง”สิทธิมนุษยชน ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน”

ในสมัยโบราณ ประชาชนทุกคนถ้าไม่เป็นทาส ก็ต้องเป็นไพร่ที่มีสังกัดเจ้านายไปตลอดชีวิต และไพร่รับราชการโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

ส่วนทาสนั้นยิ่งหนักหนากว่าไพร่ เพราะทาสสามารถซื้อขายกันได้

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 นั้น ประมาณว่าไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ

ถ้านึกภาพไม่ไพร่และทาสไม่ออก ให้นึกภาพพนักงานที่ทำงานราชการหรือเอกชนทุกคนในปัจจุบัน ในอดีตถ้าไม่เป็นไพร่ก็เป็นทาส ที่ทำงานโดยไม่ได้รับผลตอบแทน โดยเฉพาะทาสที่ไม่มีอิสระภาพ

แล้วลองจินตนาการดูว่า การที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 จะประกาศให้เลิกไพร่และเลิกทาส เป็นความเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพราะคือความเสี่ยงต่อความมั่นคงและปลอดภัยของราชบัลลังก์และพระชนม์ชีพของพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์  ที่จะเกิดจากการผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์ ซึ่งก็คือเจ้าขุนมูลนายทั้งหลาย อาจจะก่อจลาจลหรือสงครามกลางเมืองเหมือนสหรัฐอเมริกาที่ประชาชนในประเทศรบราฆ่าฟันกันเอง

แต่พระองค์คำนึง เรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกันของประชาชนของพระองค์เป็นหลัก มากกว่าราชบัลลังก์และพระชนม์ชีพ

และด้วยพระปรีชาสามารถทำให้การเลิกไพร่และเลิกทาสในเมืองไทยที่ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สำเร็จลงด้วยเรียบร้อยไร้สงครามกลางเมืองที่คนในชาติเข่นฆ่าฟันกันเหมือนในต่างประเทศ

…………………………………….……………………………….

การที่องค์การนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายว่า พระเกี้ยว อันเป็นเครื่องหมายแทนในหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งเท่ากับหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยการใส่ร้าย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ ว่า เป็นความล้าหลัง การกดขี่ของชนชั้นปกครอง และความไม่เสมอภาคของความเป็นมนุษย์

เป็นการใส่ร้ายและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างเหิมเกริมและจงใจ

ผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่า นิ่งเฉยหรือยอมรับการกระทำดังกล่าวอยู่ได้อย่างไร

มีผู้หลักผู้ใหญ่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่เบื้องหลังหรือให้ท้ายนิสิตในองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทำการดังกล่าว หรือไม่

…………………………………….……………………………….

อัษฎางค์ ยมนาค

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาลพบุรีลอยคอ’เกี่ยวข้าว’ แม่โพสพจมน้ำตายหลายร้อยไร่ #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611110

ชาวนาลพบุรีลอยคอ'เกี่ยวข้าว' แม่โพสพจมน้ำตายหลายร้อยไร่

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.28 น.

25 ตุลาคม 2564 ชาวนาอำเภอท่าวุ้งจังหวัดลพบุรี ระดมชาวบ้านเกี่ยวข้าวนำพระแม่โพสพขึ้นจากน้ำ หลังจากถูกน้ำท่วมทำนาข้าวเสียหายไปแล้วกว่า 300 ไร่ เหลืออีก 5 ไร่ ที่กำลังจะจมน้ำ จึงต้องเกี่ยวขึ้นมาแม้จะไม่คุ้มกลับค่าแรงแต่ก็สุขใจที่ได้นำพระแม่โพสพพ้นน้ำ 

นายสถิตย์ ชูชาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลโพธตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้ระดมช่วบ้าน จำนวน 17 คน โดยจ้างคนละ 500 บาท เร่งลงลุยน้ำเกี่ยวข้่วจำนวน5ไร่ในพื้นที่แก้มลิงที่กำลังจะจมน้ำเสียหาย โดยในทุ่งดังกล่าวอยู่บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองลพบุรี-สระบุรี หมู่ที่ 6 ตำบลโพธตลาดแก้ว มีพื้นที่หลายร้อยไร่แต่ถูกน้ำท่วมเสียหายไปแล้ว 300 ไร่ เหลือที่เห็นชาวบ้านกำลังเกี่ยวอยู่นี้จำนวน 5 ไร่ ที่ต้องเกี่ยวขึ้นมาแม้จะไม่คุ้มกับค่าแรงที่ลงไป แต่ที่ต้องเกี่ยวเพราะชาวนาทนเห็นพระแม่โพสพจมน้ำไม่ได้ ต้องเกี่ยวขึ้นมาจากน้ำเพราะเป็นความเชื่อของชาวนาทุกคน 

โดยปกติทุกปีทำนาในพื้นที่แก้มลิงท่าวุ้งจะเก็บเกี่ยวข้าวทันกว่าน้ำจะมา แต่ปีนี้ในช่วงต้นปีประสบปัญหาภัยแล้งไม่มีน้ำทำนาจึงต้องทำนาล่าช้า และพอมาถึงช่วงปลายปีเกิดฝนตกหนัก จนมีปริมาณน้ำมากทำให้เกี่ยวไม่ทันแต่ชาวนาเองก็ไม่ได้โทษใคร แต่เมื่อน้ำจำท่วมต้นข้าวชาวนาก็ต้องเกี่ยวนำพระแม่โพสพขึ้นเพื่อความสุขใจ ไม่สามารถปล่อยแม่โพสพให้จมน้ำตายได้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมความน่ารักสัตว์ ที่ ‘ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์ป่าราชบุรี’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611092

นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมความน่ารักสัตว์ ที่ 'ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์ป่าราชบุรี'

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.45 น.

นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้าชมสัตว์ที่ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง หลังกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตามการผ่อนปรน โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรี ท่ามกลางลมพัดโชยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งวันในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์

24 ต.ค.64 บรรยากาศภายในสวนสัตว์เปิด ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้พาบุตรหลาน มาเข้าเยี่ยมชม และ ให้อาหารสัตว์พร้อมทั้งถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพความประทับใจ กับบรรดาสัตว์นานาชนิด โดยบรรยากาศในช่วงเช้ามีลมพัดโชยประกอบกับสภาพอากาศที่เย็นสบายท่ามกลางต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ที่ขึ้นปกคลุมรายล้อมไปทั่วบริเวณ โดยมีการคัดกรองอุณหภูมิ ลงทะเบียนและดูแลตามมาตรการด้านสาธารณะสุข ในการเปิดให้บริการ ตามการผ่อนปรน หลังปิดให้บริการมานาน โดยในการเยี่ยมชมสัตว์ในส่วนจัดแสดง นักท่องเที่ยวต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่เตรียมไว้บริเวณทางเข้า ซึ่งที่ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง มีสัตว์หลากหลายชนิด อาทิ เลียงผา และมีสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์มาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม อาทิ เม่น กวาง อูฐ เสือ นกเงือก อีแร้ง และสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์อีกหลายชนิด โดยที่เด็กๆ สามารถสัมผัสโดยการให้อาหาร เช่น ผัก ผลไม้ หญ้าให้กินได้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ที่ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 16.00 น. ตั้งอยู่เชิงเขาประทับช้าง เขตติดต่อกับสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง เป็นศูนย์เพาะเลี้ยง และขยายพันธ์สัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธ์ ส่วนหนึ่งจัดเป็นสวนสัตว์เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด มีพื้นที่โดยรอบทั้งหมด 30 ไร่ เป็นพื้นที่เฉพาะให้นักท่องเที่ยวเดินชมสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ได้ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์เปิด สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง เป็นสัตว์ที่ชาวบ้าน หรือประชาชนบริจาคเข้ามาทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าเขาประทับช้าง กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นสวนป่าร่มรื่น รวบรวมพรรณไม้ในวรรณคดีหายากหลายชนิด และ เป็นสถานีเดียวที่มีการเพาะเลี้ยงและแพร่พันธุ์เสือ นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ เช่น เลียงผา ไก่ต๊อก กวาง เสือ นกกระจอกเทศ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ได้รับการบริจาคหรือถูกจับยึดมาได้ นำมาอภิบาลและขยายพันธุ์ ให้อาศัยอยู่ในบริเวณสวนสัตว์เปิดเขาประทับช้าง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ยินดีรับการบริจาค เพื่อใช้เป็นค่าอาหารสัตว์และค่าบำรุงสวนสัตว์

ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โทรสอบถามรายละเอียดเส้นทาง 085-2310339  หรือ 032-211025 ต่อ 807 บริการเข้าชมฟรี และสามารถบริจาคเพื่อซื้ออาหารไปเลี้ยงสัตว์ป่าได้. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอนเฟิร์ม! ‘ลิซ่า-แอนเดรีย’ มาเคาต์ดาวน์ภูเก็ตแน่นอน 100 % ดึงกระตุ้นท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611069

คอนเฟิร์ม! ‘ลิซ่า-แอนเดรีย’ มาเคาต์ดาวน์ภูเก็ตแน่นอน 100 % ดึงกระตุ้นท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.37 น.

24 ต.ค.64 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้างานเคาต์ดาวน์ภูเก็ตว่า ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินสาวชาวไทยชื่อดังระดับโลก ยืนยันว่า จะมาร่วมงานเคาต์ดาวน์ 2022 ที่ จ.ภูเก็ต รวมไปถึง แอนเดรีย โบเชลลี นักร้องโอเปร่าชื่อดังของโลกชาวอิตาลีที่จะมาร่วมการแสดงบนเวทีด้วย

“คอนเฟิร์มว่า มาได้แน่นอนทั้งคู่ 100% เพราะคุยกับเอเจนซี่และต้นสังกัดแล้ว แต่อยากให้รอสัปดาห์หน้าชัดๆ อีกรอบ” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังเซ็นสัญญาได้ จะทำแผนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรูปแบบงานและงบประมาณ เบื้องต้นงบประมาณที่เป็นค่าตัวทั้งคู่ประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนงบที่ใช้จัดงานเบื้องต้นประมาณ 200 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีเอกชนเป็นสปอนเซอร์ให้จำนวนกี่ราย รวมไปถึงจำนวนงบประมาณสนับสนุนด้วย. -008

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม “lalalalisa_m” และ เฟซบุ๊ก “Andrea Bocelli”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นิต้า’ นศ.การท่องเที่ยวฯ DPU แนะเทคนิคการพูดในที่สาธารณะให้สุดปัง-น่าเชื่อถือ #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611041

'นิต้า' นศ.การท่องเที่ยวฯ DPU แนะเทคนิคการพูดในที่สาธารณะให้สุดปัง-น่าเชื่อถือ

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.16 น.

ถ้าพูดถึงประสบการณ์ชีวิตแล้ว ทุกๆ คนย่อมมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ดิฉัน “น.ส.อานิต้า แสงโรจน์” หรือเรียกสั้นๆว่า “นิต้า” ต้องบอกก่อนว่านิต้าเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ จากการรับทุนตัวแทนจังหวัดจันทบุรี เพื่อมาศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรการโรงแรม คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งการมาใช้ชีวิตในเมืองกรุงนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความกลัวและความกังวลกับหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ถ้ามองอีกด้าน ก็ถือเป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้กับตัวเอง 

ในรั้วมหาวิทยาลัยกับชีวิตนักศึกษาปริญญาตรี ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นิต้าได้รับมอบโอกาสและประสบการณ์ต่างๆ มากมายจากการทำกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัย ซึ่ง ก่อนหน้าสมัยเรียนระดับมัธยมศึกษานั้น นิต้าไม่เคยนึกถึงหรือรับรู้มาก่อนเลยว่า ตัวเองชอบหรือถนัดเรื่องอะไร การได้มาเป็นนักศึกษาทุนในครั้งนี้ คณะฯ และ มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นิต้าได้เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การประกวดดาว-เดือน การเต้นสันทนาการ การแข่งขันทางด้านวิชาการ การประกวดนางสงกรานต์ การเป็นพิธีกร และการพูดแนะแนวหลักสูตรแก่น้องๆ ตามโรงเรียนระดับสามัญศึกษา สิ่งเหล่านี้ที่ได้มีโอกาสทำไปเรื่อยๆ นิต้าไม่ทันรู้ตัวว่า นิต้าได้หลงรักงานด้านการพูดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จากวันนั้นจนวันนี้การพูดในที่สาธารณะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจนิต้าเสียแล้ว

ประโยชน์ของการพูดในที่สาธารณะ งานด้านการพูดช่วยเปิดโอกาสให้นิต้าได้สร้างมิตรภาพดีๆ ให้เราได้โดยไม่รู้ตัว การพูดที่น่าฟังบวกกับบุคลิกภาพที่ดีของผู้พูด ยังสามารถสร้างโอกาสดีๆ ต่ออาชีพการทำงานในอนาคต สำหรับ นิต้า จากเด็กคนหนึ่งที่ขี้อายและไม่กล้าแสดงออกในอดีต เด็กที่ไม่มีความกล้าแม้แต่จะพูดบอกเล่าความคิดของตัวเองออกมาให้คนใกล้ชิดฟัง แต่ปัจจุบัน เด็กคนนั้นสามารถทลายกำแพงแห่งความกลัวนั้นลงได้ โดยนิต้าค้นพบว่า เราเพียงต้องกล้าเปิดใจและยอมรับสิ่งใหม่ๆ เปิดโอกาสให้กับตัวเองเท่านั้น จากวันนั้นจนวันนี้ นิต้าจึงเลือกที่จะเปิดรับทุกๆ โอกาสที่เข้ามา เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เพราะโอกาสเป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลมาแล้วต้องรีบตักขึ้นมาไม่ให้ไหลผ่านไป

ในฐานะที่มีโอกาสในการพูดในที่สาธารณะอยู่เนืองๆ นิต้าจึงอยากแชร์เทคนิคการพูดสุดปังผ่านประสบการณ์ที่นิต้าเคยได้รับ แบ่งออกมาเป็น 10 ข้อที่ควรเน้น ดังนี้
1. การเตรียมเนื้อหา เราต้องเข้าใจประเด็นที่จะพูดอย่างถ่องแท้ มีการท่องจำเนื้อหา และเรียงลำดับของเนื้อเรื่องให้ดี เพื่อให้การพูดดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
2.มีการฝึกฝนออกเสียงสระ พยัญชนะ และตัวควบกล้ำให้ชัดเจน 
3.การใช้น้ำเสียงและจังหวะการพูด การพูดจะน่าฟังก็ต่อเมื่อ เราพูดเสียงดังฟังชัด ไม่พูดช้าหรือเร็วจนเกินไปและไม่ควรพูดเหมือนท่องจำ
4.การหายใจ เวลาที่จะออกเสียง เราต้องมีการหายใจก่อน แล้วพูดออกมาด้วยการผ่อนลม แล้วค่อยหายใจเข้า การพูดห้ามกลั้นลมหายใจ เพราะจะทำให้เสียงเรานั้นฟังดูอู้อี้
5.ท่าทางการพูด การยืนและการใช้สายตา ถือเป็นสิ่งที่เรียกร้องความสนใจของผู้ฟัง เราควรยืนพูดอย่างเป็นธรรมชาติและระหว่างที่เราพูดให้ใช้สายตามองไปรอบๆ ผู้ฟัง เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้ได้ว่า เราตั้งใจที่จะพูดให้เขาฟัง


6.การใช้มือ ระหว่างที่เราพูด เราสามารถนำมือมาใช้ประกอบกับการพูดได้ เพื่อให้การพูดของเราดูน่าสนใจ แต่เราก็ไม่ควรใช้มือประกอบกับการพูดมากจนเกินไป เพราะจะทำให้การพูดของเราเกิดความน่ารำคาญกับผู้ฟัง แถมยังเสียบุคลิกภาพอีกด้วย
7.มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาหรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
8.เป็นตัวของตัวเอง การพูดที่ดีเราต้องเป็นตัวของตัวเอง จะทำให้การพูดของเราดูเป็นธรรมชาติ และช่วยให้การพูดของเราดูน่าจดจำยิ่งขึ้น เพราะเรามีคาแรคเตอร์ที่แสงออกอย่างชัดเจน
9.มีความมั่นใจในตนเอง ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เราต้องมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ถ้าเราคิดว่าเราทำได้เราก็จะทำได้ แต่ถ้าเราคิดว่าเราทำไม่ได้เราก็จะทำไม่ได้
10.ยิ้มไประหว่างการพูด จะให้ทำสิ่งที่เราพูดออกมา เป็นสิ่งที่มีความสุขระหว่างการพูด และเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในการดึงดูดผู้ฟัง

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การพูดจะให้ความรู้สึกสื่อไปถึงผู้รับฟังได้ดีถ้าผู้พูดพูดด้วยความสุข เพราะอารมณ์ของผู้พูดจะแสดงออกมาหลากหลายทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น การยิ้มระหว่างการพูด ความคิดที่เป็นบวกและคำพูดที่ถูกถ่ายทอดออกมา คนที่ได้ฟังเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของผู้พูดที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และได้เห็นถึงบุคลิกและรับรู้ถึงทัศนคติความคิดที่ดี ก็จะฟังเรื่องที่พูดนั้นด้วยความสุขเช่นกัน ท้ายนี้ เทคนิคการพูดเปรียบเสมือนหนึ่งหัวใจหลักของความสำเร็จ ไม่มีความสำเร็จใดที่ไม่ใช้เทคนิคการพูด นิต้าหวังว่า 10 ข้อข้างต้นจะเป็นประโยชน์และสร้างโอกาสทางการพูดให้นำไปปรับใช้กันได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ และสำหรับเพื่อนๆ ที่ยังค้นหาความชอบหรือความถนัดของตัวเองยังไม่เจอ อย่าลืมเปิดโอกาสให้กับตัวเองเพื่อได้เจออะไรใหม่ๆ กันสักครั้งนะคะ

ตอนนี้สาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหารของนิต้า กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลและร่วมสมัครเรียนเพื่อมาเป็นรุ่นน้องกับนิต้าได้ที่ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม้แต่’นักเขียนซีไรต์’ยังอึดอัดข่าวจุฬาฯ ถาม’ตีวัวกระทบคราด’ใช่หรือไม่? #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611009

แม้แต่'นักเขียนซีไรต์'ยังอึดอัดข่าวจุฬาฯ ถาม'ตีวัวกระทบคราด'ใช่หรือไม่?

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.28 น.

24 ตุลาคม 2564 วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ นักเขียนชื่อดังเจ้าของรางวัลซีไรต์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ  วินทร์ เลียววาริณ ได้โพสต์บทความลงในเฟชบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

จอร์จ ออร์เวลล์ (ผู้เขียน 1984, Animal Farm) เขียนว่า “The most effective way to destroy people is to deny and obliterate their own understanding of their history.”
แปลว่า ทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำลายประชาชน คือปฏิเสธและกวาดทิ้งความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกเขาเอง

ช่วงหลังนี้ผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับจุฬาฯหลายเรื่องซึ่งชวนอึดอัด ทั้งหมดฟังดูดี มีหลักการ ใช้คำพูดสวยหรู แต่อ่านระหว่างบรรทัดแล้ว ก็อดไม่ได้ต้องคิดว่ามันเป็นการ ‘ตีวัวกระทบคราด’ และ ‘โยนหินถามทาง’ และ ‘กวาดทิ้งความเข้าใจ’ ตามคำของ จอร์จ ออร์เวลล์ ข้างต้นหรือไม่

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯในชั้น ม.ศ. 4 ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เช่นเดียวกับโรงเรียนทั่วไป เครื่องแบบนักเรียนปักอักษรย่อ บ.ด. บนหน้าอก แต่ต่างจากโรงเรียนส่วนใหญ่ เรากลัดตราสีทองชิ้นหนึ่งเหนืออักษรย่อ

เข็มกลัดนั้นเรียกว่า พระเกี้ยว

หลังจากเรียนจบ ม.ศ. 5 ผมมีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันที่ใช้ตราพระเกี้ยวอีกครั้ง คือจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (ในสมัยผมเข้าเรียน ไม่มีการันต์เหนือ ณ) คราวนี้พบว่าเน็กไทที่เด็กปี 1 ใส่ปักตราพระเกี้ยว ชุดนิสิตหญิงก็มีตรานี้เช่นกัน ทั้งที่กลัดบนเสื้อและหัวเข็มขัด

พระเกี้ยวคืออะไรกันแน่?

พระเกี้ยวหรือจุลมงกุฎเป็นสัญลักษณ์และพิจิตรเลขาประจำรัชกาลในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มันมีความเชื่อมต่อกับรัชกาลที่ 4 ด้วย

เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยทั่วโลกซึ่งล้วนใช้ตราที่มีความหมาย จุฬาฯก็เช่นกัน ในเมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงริเริ่มโครงการสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ พระนามของพระองค์ก็เป็นที่มาของนามมหาวิทยาลัย และใช้สัญลักษณ์พระเกี้ยวประจำมหาวิทยาลัย

ย้ำ – สัญลักษณ์พระเกี้ยว ไม่ใช่ว่าวจุฬาฯ

สถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีรากฐานเดียวกันนี้ ล้วนใช้ตราพระเกี้ยว ไม่ว่าจะเป็นจุฬาฯ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา บดินทรเดชาฯ หอวัง และอีกหลายๆ โรงเรียน

พระเกี้ยวก็คือที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ที่เชื่อมนักเรียนและนิสิตกับพระองค์

มันเป็นรากของเรา

เมื่อเข้าใจประวัติศาสตร์ที่มา ก็จะรู้ว่าพระเกี้ยวไม่ใช่และไม่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความไม่เสมอภาค มันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ริเริ่มสร้างมหาวิทยาลัย มันเป็นสัญลักษณ์ของความรู้ และมันเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู

ชาวจุฬาฯไม่ว่ารุ่นไหน อย่าลืมเป็นอันขาดว่าปราศจากเจ้าของตราพระเกี้ยวนี้ ก็ไม่มีเรา ไม่มีเรา ก็ไม่มีอนาคตของเรา

ใครก็ตามที่ชอบอ้างถึงอนาคตที่ดีกว่าโดยละทิ้งอดีต พึงสำนึกเสมอว่าอนาคตที่ไร้รากแห่งอดีตก็เหมือนคนที่ไร้เงา “ปฏิเสธและกวาดทิ้งความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกเขาเอง”

คุณค่าของมนุษย์เราอยู่ที่ความกตัญญูกตเวทิตา มีคุณให้ทดแทน และหากไม่ทดแทน อย่างน้อยก็ไม่เนรคุณ

ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก วินทร์ เลียววาริณ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอาแล้วไง! เพจดังเตรียมแฉชื่อหมู่บ้านยิงแสงไฟ แหกตาคนไทยเชื่อเป็นบั้งไฟพญานาค #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611008

เอาแล้วไง! เพจดังเตรียมแฉชื่อหมู่บ้านยิงแสงไฟ แหกตาคนไทยเชื่อเป็นบั้งไฟพญานาค

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.14 น.

กลายเป็นเรื่องฮือฮาขึ้นมา เมื่อเพจ “พิสูจน์บั้งไฟพญานาค” ออกมาแฉถึงปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ที่ผุดขึ้นจากริมแม่น้ำโขงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในวันออกพรรษา ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ตลอดแนวจังหวัดริมแม่น้ำโขงโดยเฉพาะที่ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ซึ่งความเชื่อในเรื่องดังกล่าวได้มีการตั้งคำถามและมีการพิสูจน์กันมาอย่างช้านาน

โดยเพจดังกล่าวได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “พิสูจน์มา 10 ปี ไม่ซ้ำที่ คนยิงก็ยังคงยิงไป คนเฮก็ยังคงเฮไป พบกันที่หน้าสถานทูตลาว จันทร์ที่ 25 ต.ค. เวลา 08:00 น. เพื่อแฉรายชื่อหมู่บ้านลาวทั้งหมด ที่ยิงลูกปืนส่องแสงหลอกชาวหนองคาย บึงกาฬ และชาวไทยทั้งประเทศมาตลอด นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบหาต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงกันต่อไป ขอความกรุณาท่านทูตลาวได้โปรดรับเรื่องด้วยครับ สถานทูตลาว 520,502/1-3 ซ.สหการประมูล ถ.ประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ พิกัด https://goo.gl/maps/558XPm9LMZcRCWt47 ภาพประกอบ ลูกปืนส่องแสงที่ถ่ายได้จากแก่งอาฮง อ.เมืองบึงกาฬ และบ้านตาลชุม อ.รัตนวาปี 2564”. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เพจเฟซบุ๊ก “พิสูจน์บั้งไฟพญานาค“

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคราชหนาวแล้ว! เที่ยว’วังน้ำเขียว’คึกคัก กางเต็นท์แน่น ร้านของฝากขายดี #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610992

โคราชหนาวแล้ว! เที่ยว'วังน้ำเขียว'คึกคัก กางเต็นท์แน่น ร้านของฝากขายดี

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.35 น.

24 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีความคึกคักอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวรับอากาศที่เริ่มหนาวเย็น อยู่ที่ 21 องศา โดยฌพาะที่ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน ต้อนรับการผ่อนคลายมาตรการโควิด19 ตามรีสอร์ทที่พักมีรถจอดกันหนาตา จุดกางเต็นท์มีนักท่องเที่ยวมาจองที่กางเต็นท์พักแรมกันอย่างเนื่องแน่น ส่วนตลาดขายของฝาก ร้านอาหารต่างได้รับอานิสงส์ขายดีกันถ้วนหน้า

ขณะที่อุทยานแห่งชาติทับลาน นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ในส่วนของผาเก็บตะวัน ที่บ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 13 (สวนห้อม) บ้านสวนห้อม ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ก็สนองมาตรการเปิดประเทศของรัฐบาล ก็จะเปิดให้บริการขึ้นไปเที่ยวและกางเต็นท์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ด้วย

ด้านนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า หลังจากที่ทางจังหวัดนครราชสีมา มีมาตรการผ่อนคลายมาตรการโควิด 19 ทำให้ในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ที่อำเภอวังน้ำเขียว มีความคึกคักเป็นอย่างมาก ที่พัก จุดกางเต็นท์ต่างมีคนมาจองพัก ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก แหล่งท่องเที่ยว ได้รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวแห่ใช้สิทธิ์คนละครึ่งจำนวนมาก ประกอบกับทางรัฐบาลจะมีการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจะเปิดผาเก็บตะวันแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของวังน้ำเขียวให้มาเที่ยวและกางเต็นท์ได้ 

นอกจากนี้ทางชมรมฯ ก็จะมีการจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะจัดปั่นเก็บตะวัน คิดถึงวังน้ำเขียว ในตำบลไทยสามัคคีในช่วงเดือนธันวาคม จะจัดวิ่งวิ่งชีวมณฑล ที่ตำบลอุดมทรัพย์ คาดว่าในช่วงดังกล่าวมีเงินสะพัดหลายสิบล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีมาตรการป้องกันโควิด19 ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจเส้นทางเดินเรือ เชื่อม3จว.อันดามัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว! #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610961

สำรวจเส้นทางเดินเรือ เชื่อม3จว.อันดามัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว!

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.11 น.

24 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายสมชาย หาญภักดีปฎิมา และนายอนุวรรต์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายนัทที อดิศราลักษณ์ ประธานหอการค้า จ.กระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.กระบี่ ผู้แทนเจ้าท่าภูมิภาค สำนักงานกระบี่ ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กระบี่ เดินทางสำรวจเส้นทางเดินเรือ เชื่อมกลุ่มทะเล 3 จังหวัดอันดามันจากท่าเรืออ่าวท่าเลน ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ ไปยังท่าเรือช่องหลาด ตำบลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา และท่าเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา 

จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง นายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ ผวจ.กระบี่ ได้มีการพบปะพูดคุยกับชาวบ้านและสอบความคิดเห็นซึ่งพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ อยากให้มีท่าเทียบเรือที่ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับเส้ยทางการท่องเที่ยวและการเดินทางทางเลือกของกลุ่มจังหวัด ซึ่งปัจจุบันการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต ส่วนใหญ่ใช้การเดินทางทางบก ส่วนทางทะเลยังมีการเดินทางและใช้ประโยชน์น้อย เนื่องจากไม่มีท่าเทียบเรือที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น การสร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทาง จากจังหวัดกระบี่ไปยังภูเก็ตโดยทางเรือถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเกาะแก่งต่าง ๆ ที่มีความสวยงาม อาทิ เกาะห้อง เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย ซึ่งใช้เวลาสั้นมากจากท่าเรืออ่าวท่าเลน จ.กระบี่ เดินทางไป จ.ภูเก็ต ใช้เวลาเพียงประมาณ ไม่เกิน 120 นาที และได้ชมความสวยงามของทะเลอันดามันตลอดเส้นทาง แต่หากใช้การเดินทางทางบกจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

การเปิดเส้นทางการเดินทางทางน้ำเป็นการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกใหม่ที่หลากหลายให้กับนักท่องเที่ยว ประกอบกับท่าอากาศยานนานาชาติ จ.กระบี่ ได้มีการขยายการรองผู้โดยสารเพิ่มขึ้น และกำลังจะใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินมาลงที่จังหวัดกระบี่ และเดินทางจากกระบี่โดยทางเรือไปยัง จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต ได้ง่ายและสะดวก

สำหรับการพัฒนาเส้นทางทางเรือ อ่าวท่าเลน จ.กระบี่ ไปยังเกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย จ.พังงา และอ่าวปอ จ.ภูเก็ต ทางจังหวัดกระบี่ ได้มีการพูดคุยระหว่างภาครัฐและเอกชน ผ่านที่ประชุม กรอ.จังหวัด ได้มีการหารือเพื่อเตรียมเสนอขอความเห็นชอบและงบประมาณ ในการก่อสร้างท่าเทียบเรือในการการประชุม ครม.สัญจร ที่จะมีขึ้น ที่ จ.กระบี่ ประมาณกลางเดือน พ.ย.นี้ 

ด้านนายกมล ระถะการ ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า เส้นทางการเดินเรือ จาก จ.กระบี่ เดินทางผ่านเกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย และไปสิ้นสุด ที่ จ.ภูเก็ต เป็นเส้นทางที่มีระยะทางสั้นที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการพัฒนาที่สุดเพราะมีความเหมาะสม ไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุม และในช่วงที่เกิดภัยพิบัติสึนามิเส้นทางนี้ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีเกาะแก่งกระจายตัวอยู่และเป็นเส้นทางที่สามารถใช้ในการเดินทางเรือได้ตลอดทั้งปี โดยในฤดูฝนก็สามารถเดินทางได้ด้วย และที่สำคัญ ท่าเทียบเรือที่ได้มาตราฐาน เส้นทางดังกล่าวยังไม่มี หากว่าเกิดขึ้นได้จริงก็จะเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจรากหย้าได้ เนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักทางน้ำ ที่สามารถเชื่อมโยงอันดามันได้

ด้านนายนัทที อดิศราลักษณ์ ประธานหอการค้า จ.กระบี่ กล่าวว่า ทางหอการค้าฯจะได้ช่วยผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ให้มีการเชื่อมโยงเส้นทางทางน้ำในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ พังงาและจังหวัดภูเก็ต โดยแนวทางการพัฒนา จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 3 จังหวัด 

ทั้งนี้ หากเส้นทางนี้สามารถดำเนินการได้จะช่วยลดปัญหาการจราจรทางบกที่มีความแออัดคับคั่งในปัจจุบันลงได้ และจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุดสุดชิว! จิบกาแฟดริปริมทุ่ง ชมหมอก’ยอดเขางู’แลนด์มาร์คราชบุรี #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610956

วันหยุดสุดชิว! จิบกาแฟดริปริมทุ่ง ชมหมอก'ยอดเขางู'แลนด์มาร์คราชบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.12 น.

24 ตุลาคม 2564 แนวหน้าออนไลน์พาไปเที่ยวนั่งชิวช่วงบรรยากาศปลาายฝนต้นหนาวจังหวัดราชบุรี ที่ร้านโคตรเจ๋ง pop up barbershop and craft cafe ที่ตั้งอยู่บนเถียงนาติดริมถนนค่ายบูรฉัตร-เขางู ราชบุรี ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ก่อนถึงปั้มน้ำมัน ฝั่งขาเข้าเมืองราชบุรี

ช่วงนี้กำลังได้รับความสนใจจากบรรดาคอกาแฟ สายดริปและมอคค่าพอท กาแฟแบบกาต้ม กับบรรยากาศบนเถียงนาที่มีนาข้าวล้อมรอบ แถมยังมีเทือกเขางูแลนด์มาร์คเมืองราชบุรี ที่ตอนนี้กำลังมีเมฆหมอกปกคลุ่มท่ามกลางความเขียวชอุ่มของผืนนาข้าว ของ 2 สามีภรรยา ช่างภาพและนักร้องสายวินเทจ ที่ว่างจากงานหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หันมาเปิดร้านตามฝัน ที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแบบธรรมชาติ

นายเทิดธัญ เจริญรัตน์ อายุ 39 ปี หรือ เจ๋ง ช่างภาพกองถ่ายภาพยนตร์และโปรดักชั่น และน.ส.เกตุชุลี ถึงจอหอ อายุ 36 ปี ครูสอนภาษาออนไลน์ นักร้องนำวงดนตรี 2 สามีภรรยา เจ้าของ “โคตรเจ๋ง pop up barbershop and craft cafe” เล่าให้ฟังว่า

ตนทั้ง 2 คน เจอพิษจากโควิด-19 ด้วยอาชีพ ช่างภาพและนักร้อง โดนสั่งปิดตามมาตรการของ ศบค. ทำให้ว่างงาน จึงได้หันมาหางานที่พอจะทำได้ โดยสามีถนัดชงกาแฟและตัดผม ส่วนภรรยาชอบทำอาหาร และร้องเพลงโฟรคซอง โดยมีรถตู้คันเก่าสภาพออกแนววินเทจ และมาเห็นทำเลตรงที่ตั้งร้าน ด้านหน้าติดถนน และด้านหลังมีผืนนาและ เขางู ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของราชบุรี จึงได้มาขอเช่ากับทางเจ้าของที่นา เปิดเป็นร้านตัดผมสไตลวินเทจ

โดยมีเต็นท์เล็กๆ 1 หลัง และใช้รถตู้คันเก่าเป็นร้านตัดผม และนั่งร้องเพลงแบบโฟรคซองเพื่อสร้างบรรยากาศ และจำหน่ายกาแฟแบบมอคค่าพอทด้วย ซึ่งเริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ก็จะมีนักท่องเที่ยวและเพื่อนๆ มาช่วยกันอุดหนุน พร้อมทั้งโปรโมทร้านผ่านโซเชียล จนกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

นายเทิดธัญ เล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากเปิดร้านมาได้ 2 เดือนเศษ ก็เริ่มมีทุนและเริ่มขยับขยายร้าน ซึ่งได้ต่อเป็นกระท่อมเล็กๆ เปิดเป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและเมนูทานเล่น ประกอบกับช่วงนี้นาข้าวกำลังออกรวงข้าว เขียวขจีเต็มผืนนา ประกอบกับมีฝนตกทำให้มีเมฆหมอกปกคลุมยอดเขางูสร้างบรรยากาศ เหมาะแก่การมานั่งจิบกาแฟและถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

สำหรับเมนูของทางร้านเราจะมีเมนูซิกเนเจอร์ กาแฟน้ำตะคร้อ ซึ่ง 1 ปี จะมีครั้งเดียวเป็นผลไม้หายากโดยจะมีขายช่วงเดือน พฤษภาคม-กันยายนเท่านั้น ส่วนอีกเมนูยอดฮิตของทางร้านเลย จะเป็นกาแฟดริป เราจะให้เมล็ดกาแฟมาจากน่าน สายโรบัสต้า จะมีความพิเศษอยู่ตรงที่ชุดดริป เป็นการประกอบขึ้นเองโดยใช้วัสดุธรรมชาติ มารังสรรค์เพื่อเพิ่มอรรถรสในการจิบกาแฟ ซึ่งในชุดดริปกาแฟ จะมีน้ำโซดาให้ดื่มเพื่อล้างปากก่อนที่จะจิบกาแฟของเราด้วย สำหรับราคามีทั้งชุดเล็ก ชุดละ 120 บาท ชุดกลาง 150 บาท และชุดใหญ่ 180 บาท

ส่วนเมนู มอคค่าพอท จะเป็นกาแฟสายพันธุ์เดียวกัน คือโรบัสต้า เมล็ดกาแฟจากน่าน เริ่มที่ราคา แก้วละ 50 บาท ถ้านั่งทานที่ร้าน แบบหม้อต้ม (กาชง) ราคาชุดละ 70 บาท นอกจากเมนูกาแฟแล้วเรายังมีเมนูเครื่องดื่มทั่วๆไป มีให้เลือกหลากหลายเมนู อาทิ ชาชง ชามะนาว น้ำส้ม โซดามะนาว หรือจะเป็นเมนูแบบน้ำคลาสสิค เริ่มที่แก้วละ 40 – 60 บาท

ส่วนใครที่อยากทานเมนูทานเล่นที่ร้านก็มีให้บริการเช่นกัน อาทิ เมนู มาม่าผัด มาม่าต้มยำ ไข่กระทะ บาบีคิว แซนวิส ปังกอบปังปิ้ง และแฮมเบอร์เกอร์ ส่วนหน้าหนาวที่จะถึงนี้ก็จะมีเมนูสเต็ก มาเสริมด้วย

สำหรับร้านโคตรเจ๋ง pop up barbershop and craft cafe เปิดทุกวัน เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดบริการ เวลา 8.00 – 17.00 น. โทรสอบถามเส้นทางที่ 084-692-4922 หรือ ติดตามได้ที่ FB แฟนเพจ โคตรเจ๋ง pop up barbershop and craft cafe. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,613 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d