Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ปรับปรุงอย่างไรลดเหลื่อมล้ำ? #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610900

สกู๊ปแนวหน้า : ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ปรับปรุงอย่างไรลดเหลื่อมล้ำ?

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 07.20 น.

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือที่เรียกกันติดปากว่า“บัตรคนจน” เป็นโครงการที่ริเริ่มในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนแล้วรัฐบาลจะอุดหนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งเพื่อลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบันที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐ

ช่วงค่ำวันที่ 21 ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม (CRISP) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนา (ออนไลน์) “สำรวจสภาพความเหลื่อมล้ำไทย EP1 : บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับการลดความเหลื่อมล้ำ” โดยมี วีระวัฒน์ภัทรศักดิ์กำจร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บรรยาย ซึ่งที่มาที่ไปของการศึกษานโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการคัดกรอง โดยมุ่งเจาะจงเป้าหมายไปที่ผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการค้นหาคนจน ก่อนหน้านี้รัฐไทยเคยพยายามทำมาแล้ว เช่น ในปี 2525 หรือปี 2547 แต่ข้อมูลที่จัดเก็บไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเริ่มต้นใช้งานจริงในเดือน ก.ย. 2560” ตั้งเป้าหมาย “ลดความเหลื่อมล้ำทั้งในเชิงโอกาส รายได้และพื้นที่” นำพาเศรษฐกิจและสังคมไทยก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง ก่อให้เกิดความมั่งคั่ง และนำไปสู่ความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการประเมินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นรูปธรรมว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด” ทั้งที่ใช้งบประมาณมากพอสมควร เช่น ในปีงบประมาณ 2564 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีงบประมาณ 49,500 ล้านบาท ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เดือน เม.ย. 2560 กำหนดคุณสมบัติอายุ 18 ปีขึ้นไป มีรายได้และทรัพย์สินทางการเงิน (เช่น เงินฝาก) ในปี 2559 ไม่เกิน 1 แสนบาท อีกทั้งยังพิจารณาเรื่องทรัพย์สินที่ครอบครอง เช่น อสังหาริมทรัพย์ บ้านหรือที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนด

ในช่วงแรกนั้นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะให้วงเงิน 200 และ 300 บาทต่อเดือนตามฐานรายได้ (รายได้น้อยได้วงเงินมาก) แต่ต้องใช้ซื้อสินค้ากับร้านค้าที่มีเครื่องอ่านบัตร (EDC) เท่านั้น ไม่สามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้,ค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน และค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. รถไฟ รถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน โดยมีผู้ลงทะเบียน 14.5 ล้านคน ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตร 11.4 ล้านคน

ปี 2561 มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจตามชุมชนต่างๆ ว่ามีผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเดินทางไปลงทะเบียนทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ (เช่น พิการหรือป่วยติดเตียง) หากพบก็จะดำเนินการให้ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังมีโครงการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฝึกอาชีพ แลกกับการเพิ่มวงเงินในบัตรให้อีก 100 และ 200 บาทต่อเดือนตามฐานรายได้ ปี 2562 เริ่มมีการโอนเงินสดเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งผู้ถือบัตรสามารถกดออกมาใช้ได้ เหตุผลคือรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ

จากนั้นในปี 2563 มีโครงการมากมายที่เกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19กระทั่งในปี 2564 มีการสำรวจพบมีจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.5 ล้านคน ประกอบกับตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีการให้ผู้ถือบัตรแจ้งรายได้ใหม่ว่ายังเป็นผู้มีรายได้น้อยอยู่หรือไม่ และไม่มีการลงทะเบียนรายใหม่ ทำให้ระยะหลังๆ เริ่มมีข่าวว่าจะมีการดำเนินการดังกล่าว โดยใช้รายได้ครัวเรือนเป็นเกณฑ์ อีกทั้งจะนำทรัพย์สินอื่นๆ เช่น รถยนต์ บัตรเครดิต มาเป็นปัจจัยพิจารณาด้วย

งานวิจัยใช้ฐานข้อมูล “การสำรวจภาวะสังคมและเศรษฐกิจครัวเรือน (SES)” โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2560 และ 2562 ซึ่งการสำรวจนี้ทำทุกๆ 2 ปีต่อครั้ง (ส่วนข้อมูลปี 2564 ยังไม่แล้วเสร็จ) และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นตัวเลือกในคำถามเรื่องการได้รับผลประโยชน์ (แบบไม่ต้องคืน) จากโครงการช่วยเหลือของรัฐหรือไม่ (ในช่วง5 ปีล่าสุด) ตั้งแต่ปี 2561

“ผลการศึกษา” (ใช้เฉพาะข้อมูลปี 2562 พบว่า “การกระจายผลประโยชน์” แบ่งเป็น 1.การกระจายผลประโยชน์ของประชากรรวม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ ในการลดจำนวนกลุ่มรั่วไหล (ไม่เข้าเกณฑ์แต่ได้บัตร) และกลุ่มตกหล่น (เข้าเกณฑ์แต่ไมได้บัตร) 2.การกระจายผลประโยชน์ของประชากรที่รายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี พบว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดูจะให้ประโยชน์กับกลุ่มที่พอมีรายได้ขึ้นมาในระดับหนึ่ง หรือไม่ใช่กลุ่มคนจนที่สุด และ 3.การกระจายรายได้ พบว่า แทบไม่ส่งผลต่อการกระจายรายได้

“ข้อเสนอแนะ” แบ่งเป็นด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1.ชี้เป้า เนื่องจากที่ผ่านมามีทั้งกลุ่มตกหล่นและกลุ่มรั่วไหล ขณะเดียวกันรายได้ของประชากรแต่ละปีก็อาจไม่คงที่ ปีนี้มีรายได้ดี ปีต่อไปเศรษฐกิจไม่ดีรายได้ก็อาจลดลง จำนวนผู้มีรายได้น้อยในแต่ละปีย่อมไม่เท่ากัน “ควรให้รายงานรายได้ทุกปีคล้ายกับการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา” ซึ่งในบางประเทศมีการจูงใจให้รายงานรายได้ หากรายได้ถึงเกณฑ์ก็เสียภาษี แต่หากไม่ถึงเกณฑ์รัฐจะโอนเงินอุดหนุนให้ แม้ข้อมูลอาจตรงหรือไม่ตรงบ้าง แต่ก็ยังมีการปรับปรุงข้อมูล หากพบเหตุน่าสงสัยจึงไปตรวจสอบภายหลัง

2.จัดสูตร ที่ผ่านมาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแบ่งวงเงินเพียง 200 กับ 300 บาท ซึ่งอาจจะเป็นเกณฑ์หยาบเกินไปเพราะไม่แตกต่างกันมาก ควรปรับแก้ให้ผู้มีรายได้น้อยพิเศษ หรือกลุ่มคนจนที่สุด ได้วงเงินมากขึ้นเพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ประโยชน์จากโครงการ และ 3.บูรณาการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเดียวไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำหรือทำให้เกิดการกระจายรายได้ จึงต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติม ต่อยอดจากข้อมูลประชากรที่ได้จากโครงการนี้

“เราไม่ควรเข้าใจไปว่านโยบายสวัสดิการมันเป็นเครื่องมือเดียวในการลดความเหลื่อมล้ำ เราต้องไปดูส่วนอื่นอีก เราต้องไปดูอำนาจต่อรองหรือแรงงาน เราต้องไปดูว่าโครงสร้างภาษีที่เก็บมันมีความบิดเบือนมากน้อยแค่ไหน มันช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้มากน้อยขนาดไหน สวัสดิการมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ แต่ว่ามันมีส่วนอื่นๆ อีก ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ทุกส่วนมันมีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำทั้งหมด” วีระวัฒน์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘วิกฤตความเชื่อ’ก่อความรุนแรงซ้ำซาก ต้องไม่นิ่งเฉย-คิดใหม่ทำใหม่-ร่วมใจแก้ปัญหา #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610917

สกู๊ปพิเศษ : ‘วิกฤตความเชื่อ’ก่อความรุนแรงซ้ำซาก  ต้องไม่นิ่งเฉย-คิดใหม่ทำใหม่-ร่วมใจแก้ปัญหา

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จินตนา จันทร์บำรุง

หลายต่อหลายฝ่ายพยายามออกมาส่งเสียงและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ทั้งทางร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงความรุนแรงทางเพศ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงไป ในทางกลับกัน กลับพบว่าเพิ่มจำนวนมากขึ้น แถมลักษณะการก่อเหตุมีความรุนแรงมากขึ้นด้วย

ล่าสุดเกิดเหตุสลดที่จังหวัดสระบุรี กรณีพ่อเลี้ยงโหด ทารุณกรรมลูกเลี้ยงวัย 8 ขวบ สารพัดวิธี จนเสียชีวิต เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางสาวอังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่า ความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะยุคโควิด มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น น่าตกใจที่ผู้ก่อเหตุ มีทั้งพ่อเลี้ยง และพ่อแท้ๆ สัดส่วนไม่ต่างกัน ซึ่งจากการเก็บข้อมูลสถิติผ่านหนังสือพิมพ์ปี 2559 มีข่าวพ่อเลี้ยงฆ่าลูกเลี้ยง 9 เหตุการณ์ ขณะที่พ่อแท้ๆ ฆ่าลูก
8 เหตุการณ์ ส่วนปี 2561 พบข่าวพ่อเลี้ยงฆ่าลูกเลี้ยง 12 เหตุการณ์ พ่อแท้ๆ ฆ่าลูก 13 เหตุการณ์ รวมแล้ว 25 เหตุการณ์

หากวิเคราะห์แล้ว ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากทัศนคติหลายอย่างประกอบกัน อย่างน้อย คือ 1. ทัศนคติของผู้หญิง มองว่าครอบครัวที่สมบูรณ์คือ ต้องมีพ่อ แม่ ลูก ทำให้หลายๆ คนยอมจำนนต่อเหตุความรุนแรง 2.ทัศนคติของฝ่ายชาย ที่มองว่าชายเป็นใหญ่ มีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายหญิง และ 3.ทัศนคติของพ่อ แม่ ที่มองว่าลูกคือสมบัติ พ่อแม่เป็นเจ้าของชีวิต และความเชื่อที่ว่าการทำความรุนแรง ลงโทษนั้นทำไปเพราะความรัก และตัวกระตุ้นสำคัญคือ “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ที่ทำให้ควบคุมสติไม่ได้

ณัฐวุฒิ  บัวประทุม

ดังนั้น ก็ต้องตั้งคำถามกลับมาที่สังคมด้วยในฐานะที่เป็นผู้หล่อหลอมทัศนคติเหล่านี้ และนำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นต้องลุกขึ้นมาปรับทัศนคติกันใหม่ทั้ง 3 ส่วน เพิ่มด้วยการปรับทัศนคติของหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือรับเรื่องร้องทุกข์ เข้าถึงได้ง่าย ไม่ยอมรับความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่นิ่งเฉย อย่ามองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว

สอดคล้องกับ นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ที่วิเคราะห์สังคมไทยได้อย่างลึกซึ้งว่า ความรุนแรงในครอบครัว ค่านิยมภายใต้ระบบสังคมชายเป็นใหญ่ ได้พรากชีวิตเด็กที่บริสุทธิ์ไปนับไม่ถ้วน และทุกครั้งที่เกิดความสูญเสีย ความตาย จะมีเสียงเกรี้ยวกราดต่อผู้กระทำและผู้ไม่กระทำ แต่ไม่ปกป้องเด็กอย่างสมเหตุสมผล พอเวลาผ่านไปการส่งเสียงจะน้อยลง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นอีกจึงจะออกมาส่งเสียงกันอีก วนลูปเช่นนี้ซ้ำๆ ซากๆ

“ปัญหาสำคัญ ที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวความรุนแรงต่อเด็กอยู่ตลอดนั้นเพราะสังคมมีการยอมรับการใช้ความรุนแรงด้วยการมองว่า เป็นเรื่องผัวเมีย, คนนอกไม่เกี่ยว, เป็นเรื่องในครอบครัว, เป็นเรื่องลิ้นกับฟัน, เดี๋ยวก็ดีกัน อย่าเข้าไปยุ่งเปลืองตัว และอีกแนวคิดมากมายในการไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกรณีที่มีการกระทำความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทุกๆ คน คือ ส่วนหนึ่งของการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรงนี้ไปด้วยกัน

ทิชา ณ นคร 

ดังนั้นต้องไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรง ต้องหาทางช่วยเหลือด้วยการแจ้งประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนคนทำผิดต้องไม่ลอยนวลไม่ว่าเขาจะเป็นพ่อจริง พ่อเลี้ยง หรือใครก็ตาม กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ผู้เสียหายต้องได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายอย่างเสมอภาค เท่าเทียม และไม่มีเงื่อนไข” ที่ปรึกษามูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าว

ด้าน นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยอมรับว่าช่วงที่โควิด-19 ระบาด ที่สมาชิกในครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น แต่ด้วยความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง เกิดความรุนแรงในครอบครัวตามมา แต่กลับเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมยากขึ้นด้วย

ดังนั้น สค.จึงได้ปรับปรุงกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย การซักซ้อมแนวทางและกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือทันทีโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เสียหาย มีการเสริมพลัง Empowerment ฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหาย ประสานทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย และส่งต่อตามสภาพความจำเป็นของปัญหา เช่น การให้บริการด้านกาย จิต สังคม กฎหมาย และการติดตามและประเมินผลต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการชดเชยเยียวยา เกิดกลไกศูนย์เรียนรู้อบรมทักษะอาชีพ มีทุนประกอบอาชีพ มีรายได้

สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง

อย่างไรก็ตาม การตั้งรับช่วยทำให้แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือหากพบเห็นความรุนแรงในครอบครัวอย่านิ่งเฉย สามารถติดต่อสายด่วน 1300
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตลอด 24 ชั่วโมง หรือขอรับบริการให้คำปรึกษาด้านสตรีและครอบครัวโดยผู้เชี่ยวชาญได้ที่ไลน์แอดแฟมิลี่ (@linefamily) และเว็บไซต์เพื่อนครอบครัว (www.เพื่อนครอบครัว.com)

ขณะที่ นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูงผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่ผ่านมา พบอุปสรรคในการให้ความช่วยเหลือเหยื่อหลายอย่าง เช่น ข้าราชการชายข่มขืนผู้หญิง อาศัยเงื่อนไขโควิดประวิงเวลา ถ่วงคดีไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน ทำให้คดีอาญา ความผิดทางวินัย เป็นไปได้ล่าช้า และอีกหลายๆ กรณีที่พบว่ากระบวนการทางกฎหมายกลับกลายเป็นอุปสรรคเสียเอง โดยเฉพาะในยุคโควิดที่เห็นชัดคือ กระบวนการทางกฎหมายล่าช้า ยุ่งยากในการเลื่อนนัดฟังคดี ทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น บางกรณีนำมาสู่การเสียชีวิตได้

“ปัญหาที่เราเจอคือ เมื่อผู้ถูกกระทำไปแจ้งความ พนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่รับเรื่องบางคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะขณะนี้มีการแก้กฎหมายแล้ว คือคดีข่มขืนทางเพศยอมความไม่ได้ สอดคล้องกับข้อมูลที่เครือข่ายผู้ก้าวข้ามความรุนแรง สะท้อนว่าตำรวจต้องมีความเข้าใจ รีบเร่งรัดดำเนินคดี มีบริการที่เป็นมิตร ไม่ตำหนิไม่ตีตรา เพื่อป้องกันสถานการณ์เลวร้ายลงจนถึงแก่ความตาย กรณีผู้เสียหายเป็นผู้พิการควรให้มีล่ามบริการ ที่สำคัญตำรวจต้องไม่เกรงใจผู้ที่มีสถานะเหนือกว่าทางสังคม

อังคณา อินทสา

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ สอบถามสืบค้น ต้องมีทักษะช่วยเหลือได้ทันท่วงที และฝากถึงผู้ถูกกระทำความรุนแรงต้องกล้าลุกมาปกป้องสิทธิของตัว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ลดทอนความกลัว ความอาย ผู้ที่ควรอายต้องเป็นผู้กระทำความผิด เพราะมีโทษตามกฎหมาย” น.ส.สุเพ็ญศรี ระบุ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวว่า มีข้อมูลทางเศรษฐกิจชัดเจนว่าความรุนแรงในครอบครัว ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ประเทศ 0.5% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งช่วงสถานการณ์โควิด ได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับกลไกการบริหารจัดการ กำลังคนเป็นไปด้วยความล่าช้าไม่ถูกคลี่คลาย จนนำไปสู่การถูกกระทำซ้ำ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีการขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เพราะคนพึ่งระบบราชการไม่ได้ หรือหน่วยงานรัฐไม่ตอบสนองให้ความช่วยเหลือที่ถูกต้องทันท่วงที ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรปรับระบบเพื่อรองรับกับสถานการณ์ความรุนแรงในยุคโควิดให้มากกว่านี้

“สถานการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังไม่นับคดีความอีกจำนวนมากที่ค้างอยู่และถูกเลื่อนออกไปให้ล่าช้าเลย เช่น คดีอาญาถูกเลื่อนออกไปไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรม กระทบต่อการบำบัดฟื้นฟูผู้เสียหาย แม้ว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมจะพยายามใช้ระบบการรับคดีและการพิจารณาคดีแบบออนไลน์ เช่น ศาลยุติธรรม แต่บางหน่วยยังขาดระเบียบรองรับ ขาดทั้งเรื่องเทคโนโลยี กำลังคน และงบประมาณ สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเพียงพอในท้ายที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สสส.’อบรมครูรับเปิดเทอมวิถีใหม่ ดูแลนักเรียนยุคโควิดอย่างไรไม่ตีตรา #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610907

‘สสส.’อบรมครูรับเปิดเทอมวิถีใหม่ ดูแลนักเรียนยุคโควิดอย่างไรไม่ตีตรา

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 จะเป็นวันที่โรงเรียนเปิดเรียนเป็นวันแรก ซึ่งสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเปิดเรียน เบื้องต้นแยกเป็นเด็กเล็กต่ำกว่า 12 ปี

ที่ยังไม่มีวัคซีนรองรับ ซึ่งตามหลักการทางการแพทย์ อาการของเด็กที่ติดโควิดจะไม่มาก แต่สามารถนำไปติดผู้ใหญ่ในครอบครัวได้ และเด็กโตที่อายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีประเด็นที่ผู้ปกครองอาจจะมีความลังเลใจจะให้เด็กฉีดหรือไม่ให้ฉีด ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอย่างไร

สสส. จึงได้จัดอบรมหลักสูตรการดูแลเด็กในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับบุคลากรภาคีเครือข่ายด้านเด็กและครอบครัวของ สสส. อาทิ ผู้บริหารศูนย์เด็กเล็ก ครูศูนย์พัฒนาเด็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงเรียน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายภาคสังคม จำนวน 40 คน ผ่านทางระบบออนไลน์ โดยจะนำหลักสูตรดังกล่าวเปิดให้สามารถเรียนรู้ผ่านระบบอี-เลิร์นนิ่งในสัปดาห์หน้า ผู้สนใจสามารถเข้ามาดูย้อนหลังเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

โดยเนื้อหาหลักๆ จะเป็นการดูแลเด็กอย่างไรเมื่อมีการเปิดโรงเรียน หรือเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 และการติดเชื้อในเด็ก แนวทางการปรับตัวของครูและนักเรียนหลังผ่านการเรียนออนไลน์มาเกือบ 2 ปีแล้วต้องกลับมาเรียนในชั้นเรียนปกติ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม วิธีการเรียนของเด็ก เหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการเข้าใจเด็ก สร้างแรงจูงใจ

“การอบรมนี้จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดโรงเรียน และคาดหวังจะช่วยให้ครูมีความเข้าใจที่ถูกต้องมีความมั่นใจในการดูแลที่ถูกต้องที่โรงเรียน จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และถ้ามีกรณีเรื่องวัคซีนโควิด-19 ครูสามารถอธิบายพ่อแม่ได้ในเรื่องการฉีดหรือไม่ฉีดโดยครูไม่ซ้ำเติมพ่อแม่ หรือเด็กโดยไม่ตั้งใจ และถ้าเกิดการติดเชื้อในโรงเรียน ครูจะสามารถมีแนวทางจะรับมือและจัดการได้”รศ.ดร.นพ.นันทวัช กล่าว

ด้าน รศ.พญ.วนิดา เปาอินทร์ กุมารแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 4 สสส. กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมในการเปิดโรงเรียน แบ่งเป็นเรื่องกายภาพและการดูแลจิตใจนักเรียน โดยด้านกายภาพควรมีการจัดห้องเรียนไม่แออัด โต๊ะเรียนเว้นระยะห่าง หรือจัดระบบเรียนสลับช่วงเวลา หรือเรียนแบบไฮบริด เช่น มีเนื้อหาที่เด็กไปศึกษาด้วยตัวเองก่อน และนำมาสรุปบทเรียน โดยสื่อสารสองทางที่โรงเรียนขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงเรียน

ส่วนโรงอาหารควรจัดให้นั่งหลวมๆ หรือสามารถนั่งรับประทานในสถานที่ต่างๆ ได้ เพื่อลดความแออัด แยกจานชามแก้วช้อนของแต่ละคน จัดเหลื่อมเวลาพักเพื่อลดความแออัดของสนามเด็กเล่น ผู้ใหญ่ คนทำงานในโรงเรียนไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่อะไร ควรได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสทุกคน และมาตรการมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ การใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การจัดหาเจลแอลกอฮอล์ และจุดล้างมืออย่างทั่วถึง

รศ.พญ.วนิดา กล่าวต่อว่า ส่วนการดูแลเรื่องใจ ต้องระวังป้องกันไม่ให้เกิดการบูลลี่เด็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน การฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนจะต้องไม่เป็นเงื่อนไขของการไปโรงเรียน โรงเรียนไม่ควรขอให้ผู้ปกครองแจ้งว่านักเรียนคนใดได้ฉีดหรือไม่ได้ฉีดวัคซีน ทุกคนควรอยู่ในมาตรการป้องกันแบบเดียวกัน เพราะถึงแม้ได้รับวัคซีน
ก็ยังสามารถติดโรคได้ การฉีดวัคซีนได้ประโยชน์สำคัญคือป้องกันโรครุนแรง และการเสียชีวิต ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ก่อนหน้านี้เรากลัวว่าเด็กที่แม้ว่าจะมีอาการน้อย จะนำเชื้อไปติดผู้สูงอายุที่บ้าน แต่เมื่อมีการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุม ทั้งผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ก็จะปลอดภัยด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ โควิด-19 จะเป็นโรคที่เราไม่สามารถกำจัดออกไปได้ มันจะอยู่กับเราต่อไป เราจึงไม่ควรรอให้โควิด-19 หมดแล้วจึงจะให้ลูกไปโรงเรียน แต่ควรเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันเหมือนดังเช่นที่ประเทศจำนวนมากทั่วโลกที่มีการระบาดใหญ่ ต่อมามีการฉีดวัคซีนอย่างแพร่หลาย พบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จนเปิดประเทศ กลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ

“ประเทศเราก็จะมีปรากฏการณ์ไม่แตกต่างจากประเทศอื่น ดังตัวอย่างที่เห็นการลดลงของจำนวนผู้ป่วยในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ และในที่สุดโรคนี้ก็จะไม่ใช่โรคเป็นภัยคุกคามโลกได้อีกต่อไปและเราอาจติดเชื้อนี้ซ้ำได้อีกหลายครั้งตามธรรมชาติ แต่ละครั้งร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อเห็นความจริงในข้อนี้ได้อย่างถ่องแท้ เราจะสามารถรับมือกับมันได้ และไม่ยอมให้เด็กอยู่ในสถานการณ์ที่หยุดการพัฒนาศักยภาพอย่างที่เป็นอยู่” รศ.พญ.วนิดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610933

'ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.27 น.

ถาม : เมื่อมีอารมณ์โทสะและรู้สึกหนักภายใน แต่ไม่แสดงออกทางกิริยา บางครั้งก็คุมได้ บางครั้งก็ฟุ้งซ่าน ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบครับ

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต : ” ก็ใช้สติหรือใช้ปัญญา ถ้าใช้ปัญญาไม่เป็นก็ใช้สติ เพราะใช้สติมันง่าย เหมือนใช้ยาหม่องนี่ ยาหม่องนี่เอามาถูๆ ก็เสร็จแล้ว ถ้าใช้ปัญญาต้องไปให้หมอวิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไร ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดไหนอะไร มันยาก งั้นเบื้องต้นนี้แก้ปัญหาด้วยการใช้ first aid ใช้แบบฉุกเฉิน แก้ไขแบบฉุกเฉิน ใช้พุทโธลุยไปเลย พอเกิดอารมณ์ไม่ดีโกรธใครขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป อย่าไปคิดถึงเรื่องคนที่ทำให้เราโกรธ พอไม่คิดแล้วเดี๋ยวความโกรธก็สงบตัวลง” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โอ๊ค พานทองแท้’โพสต์คลิป สวมกอด’ทักษิณ’ให้หายคิดถึง หลังไม่เจอกันนาน 3 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610916

'โอ๊ค พานทองแท้'โพสต์คลิป สวมกอด'ทักษิณ'ให้หายคิดถึง หลังไม่เจอกันนาน 3 ปี

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.50 น.

วันที่ 23 ตุลาคม 2564  “โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร” ลูกชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  หรือพี่โทนี่ ได้โพสต์คลิปวิดีโอสั้นๆ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว “oak_ptt” เผยให้เห็นวินาทีเข้าสวมกอดพ่อหลังไม่เจอนานเกือบ 3 ปี โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

“ไม่เจอกันเกือบ 3 ปี ได้แต่ฟังเสียงเห็นหน้าผ่าน Clubhouse วันนี้ผมได้มากอดพี่โทนี่ตัวจริงแล้วครับ ตั้งใจว่าจะอยู่กับคุณพ่อให้หายคิดถึง…ใครคิดถึงพี่โทนี่บ้างครับ?”

นอกจากนี้ ยังพบว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร น้องสาวก็เข้ามาคอมเมนต์ ในโพสต์ดังกล่าวด้วยว่า “ฮือออออ ซึ้ง คิดถึงด้วย ดูแลกันดีๆนะจ๊ะ2หนุ่ม”

View this post on Instagram

A post shared by Oak Panthongtae Shinawatra (@oak_ptt)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ป่าช้าไม่เหงา! แด้นซ์ป่าช้าแตก จัดไลน์สดชวนคนบริจาคช่อมเมรุชำรุด #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610905

ป่าช้าไม่เหงา! แด้นซ์ป่าช้าแตก จัดไลน์สดชวนคนบริจาคช่อมเมรุชำรุด

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.15 น.

เมื่อคืนวันที่ 22 ต.ค 64 ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ฌาปาณสถาน (ป่าช้า) วัดป่าแดงบุญนาค ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ทางชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3,9,13 ร่วมกับดีเจป่าช้าแดนซ์จัดเปิดเพลงหน้าเมรุเผาศพป่าช้า ช่วงกลางคืน โดยแต่งตัวตามสไตล์ผี พร้อมจัดไลฟ์กันถึงหน้าเมรุเผาศพ เครื่องเสียงแน่น ๆ แดนซ์กระจาย เพื่อหาเงินซ่อมแซมเมรุเผาศพที่ชำรุด

นายสอน ส่างอิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า ทางดีเจที่เปิดเพลงหน้าเมรุเผาศพ ไม่รับเงินสักบาท และจะนำเงินมาสร้างเมรุเผาศพของป่าช้าที่ชำรุดเพราะช่วงนี้มีงานศพบ่อยอาทิตย์หนึ่งประมาณ 3 ถึง 5 ศพ ทำให้เมรุมีการชำรุดจึงมีแนวคิดว่าให้ดีเจที่ตกงานในช่วงสถานการณ์โควิด – 19 เปิดเพลงหน้าเมรุเผาศพและได้ไลฟ์สด พร้อมกับแต่งหน้าแต่งตัวเป็นผี แสงสีเสียง เปิดเพลงและคุยไปด้วย โดยดีเจจะเริ่มจากการเปิดไลฟ์ให้คนขอเพลงใครอยากขอเพลงอะไรก็โอนเงินเข้ามาให้ ซึ่งรายได้ทุกบาทจะมอบให้กับทางวัด ส่วนที่ด้านหน้าเมรุก็จะมีตู้บริจาคสำหรับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงวัดที่มาดูและบริจาคเงินเพื่อช่วยซ่อมแซมเมรุเผาศพ  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วุ่น!พระเจ้าคณะตำบลในกาฬสินธุ์ลาออกยกจังหวัดแล้ว ชาวบ้านขึ้นป้ายไม่ต้อนรับพระเล็ก #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610904

วุ่น!พระเจ้าคณะตำบลในกาฬสินธุ์ลาออกยกจังหวัดแล้ว ชาวบ้านขึ้นป้ายไม่ต้อนรับพระเล็ก

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.39 น.

พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบล (ธรรมยุต) ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่งยกจังหวัด ค้านคำสั่ง มส.-พศ.ที่มีมติถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดที่ไม่เป็นธรรม และไม่รับการแต่งตั้งพระครูจากจังหวัดหนองคายข้ามห้วยมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ปักป้ายต่อเนื่อง “รวมพลังปกป้องคนดีศรีกาฬสินธุ์ ไม่ต้อนรับพระเล็ก” เจ้าคณะองค์ใหม่ ระบุถอดถอน-แต่งตั้งไม่มีสาเหตุทำให้เกิดสังฆเภทในหมู่คณะสงฆ์และประชาชนเกิดความแตกแยก

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการและถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) รวมอยู่ด้วย เรื่องดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมออกเคลื่อนไหวคัดค้านทันที เพราะไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุและมองว่าการถอดถอนไม่เป็นธรรมนั้น

ล่าสุดวันที่ 23 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบลในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า หลังจากก่อนหน้านี้พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล รวม 45 รูปได้ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่งแล้ว ล่าสุดมีรายงานว่าพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบลทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 41 รูปได้ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดแล้วเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ได้ยื่นเรื่องลาออกมาที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดและบางส่วนได้ยื่นเรื่องไปที่สำนักงานเจ้าคณะอำเภอและอยู่ระหว่างส่งเรื่องเข้ามายังสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด ทั้งนี้ เนื่องจากรับไม่ได้กับมติถอดถอนพระเทพสารเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และไม่ยอมรับการแต่งตั้งเจ้าคณะองค์ใหม่ 

ส่วนพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องลาออกไปแล้ว 7 รูป ประกอบด้วยเจ้าคณะอำเภอนามน อ.ห้วยเม็ก อ.ยางตลาด อ.ท่าคันโท อ.สมเด็จ อ.กุฉินารายณ์ และอ.ฆ้องชัย จากทั้งหมด 13 รูปในพื้นที่ 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดพระสังฆาธิการเจ้าคณะอำเภอที่เหลือยังอยู่ระหว่างการรับกฐินและกำลังจัดเตรียมเอกสารคาดว่าจะเข้ามายื่นเรื่องลาออกกับพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือ พระอาจารย์เล็ก ที่จะเข้ามาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่ในเร็วๆ นี้เช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของชาวบ้าน วันนี้ชาวบ้านขมิ้น ต.นาดี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้นำป้ายเขียนข้อความ “รวมพลังสามัคคี ปกป้องคนดีศรีกาฬสินธุ์ เราไม่ต้อนรับพระเล็ก” มาปักไว้ริมถนน บริเวณสามแยกบ้านขมิ้น ต.นาดี ซึ่งเชื่อม 3 อำเภอ อ.ยางตลาด อ.เมือง และ อ.ฆ้องชัย เพื่อเป็นสัญลักษณ์การคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ถอดถอดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุและเป็นการแสดงเจตนารมณ์ไม่ต้อนรับพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือพระอาจารย์เล็ก ซึ่งจากเดิมเป็นเจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย ถูกแต่งตั้งข้ามห้วยมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) องค์ใหม่อีกด้วย

นางละม่อม ภูประโชติ อายุ 69 ปี ชาวบ้านขมิ้น ต.นาดี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันชาวบ้านยังสงสัยว่าการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ไม่ชี้แจงถึงสาเหตุนั้นมีความชอบธรรมหรือไม่ พระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี ท่านทำผิดอะไร จนถึงขั้นที่ต้องถอดถอน ที่ผ่านมาท่านก็เป็นพระที่ปฏิบัติดีสืบทอดพระพุทธศาสนา และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์และประชาชนมาโดยตลอด จึงสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ทาง มส.และ พศ.ที่ดูแลกำกับรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงก็ยังไม่สามารถตอบคำถามของสังคมได้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุดยาวนักท่องเที่ยวคึกคักแห่เที่ยว ‘เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610881

วันหยุดยาวนักท่องเที่ยวคึกคักแห่เที่ยว 'เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า'

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.11 น.

วันที่ 23 ต.ค.64 ท่องเที่ยวเกาะสมุยกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากที่ได้รับผลกระทบวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงระบบขนส่ง ไม่มีนักท่องเที่ยวต้องหยุดให้บริการ บางรายต้องเลิกทำธุรกิจไปเลยเนื่องจากขาดทุนติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้ภายหลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุยได้ผ่อนคลายมาตรการในการเดินทางเข้าเกาะสมุย ทำให้วันหยุดยาวที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวันได้มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเกาะสมุยเพิ่มขึ้น ทำให้บรรยากาศเกาะสมุยขณะนี้มีความคึกคักอย่างมาก

พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเกาะสมุยเพิ่มขึ้นทำให้บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเรือโดยสารที่ให้บริการจากเกาะสมุยไปยังเกาะพะงัน เกาะเต่า และเกาะนางยวน ได้นำเรือแคทตามารันกลับมาให้บริการอีกครั้งหลังหยุดให้บริการเกือบสองปีเพราะพิษวิกฤตไวรัสโควิด-19 ทำให้วันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังเกาะต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยพบจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเกาะสมุยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2564 ทีีเดินทางผ่านสนามบินสมุยจำนวน 1,052 คน และเดินทางผ่านเรือเฟอร์รี่จำนวน 2,446 คน

นายกิตต์ สตีเว่น ธาระพุทธิ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเรือเร็วลมพระยา จำกัด กล่าวว่า ในวันยาวครั้งนี้ทางบริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมกลับมาให้บริการอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศมากกว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ หลังจากที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศและเกาะสมุยผ่อนคลายเงื่อนไขเข้าเกาะสมุยทำให้นักท่องเที่ยวคนไทยจองเข้ามาจำนวนมาก จากการที่เรือหยุดให้บริการมานานการที่จะกลับมาให้บริการบริษัทจึงต้องมีการเตรียมพนักงาน และเตรียมเรือให้พร้อมบริการรวมถึงความปลอดภัย

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาไม่พบผู้ใช้บริการติดเชื้อไวรัส-19 แม้แต่รายเดียว ซึ่งการกลับมาให้บริการอีกครั้งภายใต้มาตรการรักษาความสะอาด ด้วยการบริการฆ่าเชื้อโรคก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเรือ ระหว่างที่เรือให้บริการ และหลังจากที่เรือส่งผู้โดยสารแล้วเจ้าหน้าที่จะฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร พร้อมจัดที่นั่งเว้นระยะห่าง รวมถึงจุดที่นักท่องเที่ยวใช้บริการทุกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อำเภอสหัสขันธ์’ เมืองน้ำดำสืบสานงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะภูสิงห์ปีที่ 17 #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610860

'อำเภอสหัสขันธ์' เมืองน้ำดำสืบสานงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะภูสิงห์ปีที่ 17

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.55 น.

ชาวอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ต่อเนื่องปีที่ 17 และกิจกรรมสักการะพระประชาชนบาล ภายใต้การควบคุมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และผู้เข้าร่วมงานต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม

วันที่ 23 ต.ค.64 ที่บริเวณเชิงเขาภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พระครูกัลยาณบริหาร เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ครั้งที่ 17 กรณีพิเศษของอำเภอสหัสขันธ์ โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม นายชานุวัฒน์ วรามิตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งนางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ นายพูนศักดิ์ โพธิแท่น ส.อบจ.สหัสขันธ์ พร้อมด้วยอปท. 8 แห่งได้ร่วมใจระดมทุนจัดกิจกรรม เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมตักบาตรเทโวโรหณะ สักการะพระประชาชนบาลของอำเภอสหัสขันธ์ ภายใต้การควบคุมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสหัสขันธ์ และโรงพยาบาลสหัสขันธ์

โดยปีนี้ ได้นิมนต์คณะสงฆ์ภายในอำเภอสหัสขันธ์จำนวน 40 รูป งดขบวนนางฟ้าเทวดาและเปรต โดยพระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาภูสิงห์ผ่านบันไดสวรรค์ 654 ขั้นเพื่อรับบิณฑบาต ข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชนที่บริเวณเชิงเขาภูสิงห์ โดยจำกัดพื้นที่เฉพาะบริเวณเชิงเขาภูสิงห์ โดยจัดให้มีจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิร่างกาย สอบประวัติการฉีดวัคซีน 2 เข็ม สวมแมสก์ และเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมบริเวณพิธี จะต้องเว้นระยะห่าง 2 เมตร ซึ่งบริเวณงานผู้ร่วมประเพณีตักบาตรจะต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ขณะที่พิธีสักการะพระประชาชนบาล ปีนี้ลดจำนวนนางรำเหลือเพียง 80 คน แต่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมการสักการะ ส่วนพื้นที่ได้ปรับแต่งให้เป็นสวนดอกไม้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของภูสิงห์  

จากนั้นที่บริเวณลานเจ้าเมืองพระประชาชนบาล เจ้าเมืองคนแรกของอำเภอสหัสขันธ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อปท.8 แห่ง พื้นที่ อ.สหัสขันธ์ นางรำจาก 8 ตำบลจำนวน 80 คนได้ร่วมพิธีสักการะพระประชาชนบาล ร่วมวางพานสักการะหน้ารูปเหมือนพระประชาชนบาล จากนั้นได้ร่วมฟ้อนรำสักการะอย่างสวยงาม

นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งในงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ สักการะพระประชาชนบาล ปีนี้ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ซึ่งได้จัดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสืบสานต่อยอดงานประเพณีอันดีงาม คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของคนสหัสขันธ์และชาวกาฬสินธุ์  และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดเมืองท่องเที่ยว Sahatsakhan covid Free City  And Covid Free Mountain รวมถึง Covid Free Setting ในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นช่วงอากาศหนาว ซึ่งงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ได้เน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นพิเศษ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพุทธศาสนิกชน ที่เดินทางมาร่วมประเพณี ที่ได้กำหนดโซนตักบาตร เว้นระยะห่างและจำกัดเวลาในการร่วมกิจกรรม

“ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่เชิงเขาภูสิงห์ เป็นงานใหญ่ประจำปีของอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งจะเป็นที่ทราบกันดีว่า หลังออกพรรษาเสาร์แรก จะกำหนดให้เป็นวันจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะของอำเภอสหัสขันธ์ ที่จัดขึ้นที่เชิงเขาภูสิงห์ ปีนี้ได้รวบยอดจัดงานประเพณีให้เหลือเพียง 1 วัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น.คณะสงฆ์ อำเภอสหัสขันธ์ ได้เดินลงจากเขาภูสิงห์ เพื่อออกรับบิณฑบาตที่บริเวณเชิงเขาภูสิงห์ จากนั้น ได้ร่วมถวายภัตตาหารแด่คณะสงฆ์ ร่วมไหว้ขอพรขอขมาศาลหลักเมืองสหัสขันธ์ และพิธีสักการะพระประชาชนบาล เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม ภายใต้การควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งงานประเพณีที่จัดขึ้น ได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ผู้เข้าร่วมงานมีความพึงพอใจในบริการและกิจกรรมประเพณีเป็นอย่างดี” นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! ชาวบ้านพะเยาแห่หาปลาช่วงน้ำท่วม กิน-ขายสร้างรายได้ #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610847

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! ชาวบ้านพะเยาแห่หาปลาช่วงน้ำท่วม กิน-ขายสร้างรายได้

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.52 น.

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากได้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมขังในเขตพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันออกหาปลาชนิดต่างๆ ที่พากันออกมาเล่นน้ำที่ท่วมขัง พลิกวิกฤตเป็นโอกาส นำมากินและขายสร้างรายได้

ทั้งนี้ ชาวบ้านหาจับปลาโดยใช้อุปกรณ์หาปลา อาทิ ยกยอ ทอดแห กันอย่างคึกคัก ตามแหล่งน้ำท่วมขังในชุมชน ตามทุ่งนา ลำคลอง หนองน้ำต่างๆ ซึ่งปลาที่จับหาได้มีปลาหลากหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลาสะเด็ด ปลาซิว ปลาสร้อย ปลานิล หลากหลายชนิด ได้เป็นจำนวนมาก สามารถนำมากินและขายสร้างรายได้เป็นอย่างดีช่วงน้ำท่วม พลิกวิกฤตเป็นโอกาสจากน้ำท่วมครั้งนี้จริงๆ

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,638 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d