Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ชูวิทย์’เผยเคล็ด‘สายมู’อาบอบนวด! บูชาอะไรแขกติดใจแวะเวียนไม่ขาดสาย #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610846

‘ชูวิทย์’เผยเคล็ด‘สายมู’อาบอบนวด! บูชาอะไรแขกติดใจแวะเวียนไม่ขาดสาย

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.51 น.

23 ต.ค. 2564 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง เขียนบทความ “EP.3 ชื่ออาบอบนวดนั้นสำคัญไฉน?” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาดังนี้

ใครเคยสังเกตุไหมว่า สถานอโคจร สถานอบายมุขอย่างอาบอบนวดไม่ว่าที่ใด จะต้องตั้งชื่อเป็นผู้หญิง หรือไม่ก็ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำทั้งสิ้น ไม่ว่าในยุคถนนเพชรบุรีรุ่นเก่า เมรี บีวา ฮูหยิน แนนซี่ โมนาลิซ่า จนถึงรุ่นใหม่ย่านถนนรัชดา เอ็มมานูเอล วิคตอเรีย แคทเธอรีน จูเลียน่า โคปาคาบาน่า ฮอนโนลูลู โพไซดอน หรือย่านสุขุมวิทที่อยู่ยงคงกระพันมานาน เพิ่งปิดไปสัก 7-8 ปีก่อน ชื่อ “ดาร์ลิง” ที่แปลว่า ที่รัก

หากไปเปิดเป็นชื่อผู้ชายเมื่อไหร่ มันได้เจ๊งให้เห็นกันซึ่งๆ หน้า เช่น “ซีซาร์” ที่เปิดวันแรกผู้ชายวัยกลางคนไปเที่ยวแล้วหัวใจวายช็อคตายคาอกหมอนวด หรือแม้แต่เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อ “เดอะลอร์ด” ของ “เสี่ยกำพล” ที่ถูกตำรวจ ดีเอสไอ บุกจับ เพราะค้าเด็กต่ำกว่า 15 ปี เป็นข่าวโด่งดังยังหนีหมายจับอยู่ทุกวันนี้ บ้านช่อง เงินทอง ทรัพย์สินถูกยึด ถูกอายัด มีคดีพ่วงยาวเป็นหางว่าว อาบอบนวดในเครือปิดตาย รวมทั้งอาบอบนวดที่ใหญ่โตหรูหราแพงระยับ มีเงินต่ำกว่าหมื่นเข้าไม่ได้ ต้องปิดตัวถาวร ก็ดันไปตั้งชื่ออาบอบนวดว่า “เดอะลอร์ด” ได้ไง มันชื่อผู้ชายชัดๆ โต้งๆ

อ่านแล้วอาจจะไม่เชื่อ แต่ลองไล่เรียงดู พังทุกราย อาถรรพ์นี้คนในวงการต่างรู้ดี อาบอบนวดจึงต้องตั้งชื่อเป็นผู้หญิง หรือไม่ก็ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำเท่านั้น อย่าง “เจ้าพระยา” ที่อยู่ยาวนานคงทนมา 30-40 ปี หรือที่เล็กๆ แต่อยู่มานมนาน เช่น “สายฝน” อีกที่ โด่งดังยาวนานเหมือนกัน ชายไทยสมัยก่อนรู้จักดี คือ “ชวาลา” ก็เกี่ยวข้องกับน้ำเต็มๆ เพราะตั้งชื่อคล้ายคำประสม จากคำว่า “ชวา” เปิดพจนานุกรมบอกเป็นชื่อเกาะ ล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทร

แถมที่ ชวาลา ยังมีลูกเล่นว่า ห้ามหมอนวดยุ่งกับแขกจริงๆ จังๆ แต่พาไปสนามหลวงได้ แล้วใช้ท่าซอกอก หรือท่าขาหนีบ เอาเบบี้ออยราดก่อนจะได้ไม่แสบ สมัยก่อนโน้นใช้น้ำยาใส่ผม “ไบรครีม” ช่วย ลีลาเด็ดสะระตี่ขนาดไหน ชายไทยที่อายุ 60-80 ปีในวันนี้คงจดจำได้ดี

สถานที่อาบอบนวดเป็นศูนย์รวมชีวิตผู้หญิงเป็นร้อยๆ คน หมอนวดจึงเปรียบเสมือนเป็น “นางเอก” ชั่วคราว บรรดาแขกผู้ชายที่มาเที่ยวสวมบทเป็น “พระเอก” มาโปรด เพราะเอาเงินมาให้ เชียร์แขก มาม่าซัง ถือเป็น “ตัวตลก” ที่เสริมละครบทนี้ให้มีชีวิตชีวา บรรยายสรรพคุณนางเอกให้พระเอกฟัง ส่วน “หมาต๋า” จะเป็นอะไรได้เล่า นอกจาก “ตัวร้าย” ของเรื่อง ก็เล่นเที่ยวแล้วไม่จ่าย ขอลดครึ่งราคาบ้าง แหม…ทั้งสนุกทั้งมันเหมือนกัน แต่ไม่จ่าย ไม่ทิป นี่จะเรียกว่าพระเอกคงไม่ใช่แล้วคุณพี่

แต่ถึงอย่างไร นางเอกก็ต้องมีเคล็ดลับ แม้ว่าบางคนหน้าตาทรวดทรงองค์เอวจะดูดีเข้าขั้น แต่หามีแขกเรียกไม่ เชียร์ยังไงก็ไม่มีแขกติด ไม่มีขาประจำ ก็เพราะไม่บูชา “ปลัดขิก” ด้านในตู้กระจกที่เหล่าหมอนวดสาวนั่งเรียงรายให้แขกเลือกนั้น จะไม่มีหิ้งพระ หลวงพ่อ หรือแม้แต่นางกวักใดๆ แต่จะมีสารพัดท่านปลัดขิก (ของขลังรูปอวัยวะเพศชาย ทำด้วยไม้ลงอักขระยันต์) ขนาดต่างๆ ตั้งแต่เล็กยันใหญ่โตวางเรียงรายไว้พร้อมพวงมาลัยบูชา และมีเงินเหรียญวางไว้เต็มไปหมด อันหมายถึง ได้เงินทองไหลมาเทมา เพราะบูชาท่านปลัดขิกนี่เอง

ปลัดขิกของผมนั้นได้จาก หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จังหวัดนครปฐม ที่โด่งดังที่สุดแห่งยุคขณะนั้น หลวงพ่อเปิ่นเป็นที่นับถือของคนกลางคืน ขนาดว่าทุกปีขณะท่านยังมีชีวิต ต้องนิมนต์จองตัวท่านมาถึงสถานอาบอบนวดของผมทุกที่ด้วย ทำบุญแล้วแจกปลัดขิก วัตถุมงคล ของดีต่างๆ ให้กับมือทุกปี บรรดาสาวบริการนั่งพรมมือแต้ ฟังธรรมโปรดสัตว์ที่มีกรรม แล้วทำบุญทำทานได้เงินเข้าวัดรวมกันเป็นหลายแสนบาทในแต่ละครั้ง

หมอนวดล้วนตั้งอธิษฐานว่า เงินที่ได้จะเอาไว้ให้พ่อแม่ สร้างบ้าน สร้างตัว และเหลือเผื่อแผ่ทำบุญทำกุศล อันเนื่องมาจากเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนที่ทำไว้ จึงต้องให้มาชดใช้ในชาตินี้ บางคนมีรายได้ดี ปีๆ หนึ่งเก็บเงินได้มากกว่า 1 หรือ 2 ล้านบาท นำเงินไปปลูกบ้านให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ถึงขนาดแข่งขันกันสร้างบ้านอวด จนตั้งชื่อว่า “หมู่บ้านสวิส” เลียนแบบเปรียบเทียบจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์โน่น เข้าไปในหมู่บ้านต่างจังหวัดไกลกรุงแล้วต้องตกใจ เพราะพบกับบ้านหรู สองชั้น เรียงกันให้เห็นเป็นตับ อย่างกับหมู่บ้านสวิสจริงๆ

ที่เล่าให้ฟังไม่ได้ไปเชิญชวนให้ทำ เพราะอาชีพ “หมอนวด” สงวนไว้ให้คนมีเวรมีกรรม ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว ทอดกายให้ชายเชยชม ชีวิตเหมือนดั่งกับบทเพลงดัง “นางงามตู้กระจก” เป็น “นางเอก” แต่อาภัพเสียก็มาก ถูกเสี่ยเอาไปเลี้ยงดู แล้วเฉดหัวส่งน้ำตาตกกลับมาเป็นหมอนวดเฝ้าตู้ก็เยอะ จนลาโรงอายุ 40-50 ปี ผมต้องโปรโมทเลื่อนชั้นเป็น “ครูฝึก” เลี้ยงไว้สั่งสอนลูกเล่นประสบการณ์แพรวพราวให้รุ่นน้องแทน

หลังๆ บูชากันถึง “พระพิฆเนศ” เจ้าแห่งการละครร้องรำ เพราะถือว่าสถานอาบอบนวดเป็นเหมือนโรงละครโรงใหญ่ ที่บรรดาหมอนวดต้องแสดงบทบาทแข่งขันกัน ใครแสดงได้ดีก็มีแขกติดมากมาย ขนาดต้องเข้าคิวรอ วันๆ หนึ่งไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่มีแม้เวลากินข้าว เพราะแขกนั่งรอเข้าคิวยาวเหยียด จึงมักเห็นหมอนวดบูชาพระพิฆเนศให้ช่วยเรื่องดวง เล่นละครเอาใจแขกให้ติด หรือพบแขกที่ใจดีเงินหนาเอาไปชุบเลี้ยง 

บางคนได้ขยับชั้นเป็นคุณนาย นั่งรถเบนซ์มีคนขับให้ กลายเป็นเมียเสี่ยใหญ่ได้ออกหน้าออกตา เพราะ “อยู่เป็น เย็นพอ รอได้” บางคนชีวิตเป็นเหมือนฝัน ตกถังข้าวสารไปอยู่ต่างแดน มีชีวิตครอบครัวใหม่กับ ญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง สารพัดชาติทั่วโลก แต่ขณะเดียวกันก็มีคนตกอับ เดินเร่ร่อนไปทั่วเจ็ดย่านน้ำ ขนาดวันก่อนผมไปวิ่งที่หาดพัทยา ยังเจอศิษย์เก่ารุ่นเดอะทำงานแถวนั้น บอกผมว่า อดอยาก ฝรั่งหายหัวหมด ชีวิตจริงจึงยิ่งกว่านิยาย

ส่วนบางคนดันไปคิดว่าแขกเขาหลง เลยทำตัวเหมือนนางเอกจริง ร้องเอารถ เอาบ้าน แถมเงินก้อนในบัญชีเป็นประกันก่อน ขนญาติพี่น้องพ่อแม่มาอยู่ด้วย โถ เดี๋ยวนี้หาผู้ชายคุณสมบัติ “รวยแต่โง่” ไม่ค่อยมี มันหายาก ผู้ชายลองมาเที่ยวแล้วติดใจเป็นแขกประจำความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนา แสดงว่าคนที่บ้านอาจบกพร่องเรื่องบนเตียง จึงต้องบริการสุดฤทธิ์สุดเดช ชายมักมีนิสัยชอบซุกซน หากลองได้มาเที่ยวแล้วติดใจก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย จะหาคนที่ตั้งหลักปักฐานมันยาก 

อันด้วยมนตร์ขลังบูชาปลัดขิก ก็อาจช่วยได้แค่ครั้งคราว พอมนตร์เสื่อมก็หายหน้าจากไป แต่ช่วงของขึ้น ถึงขนาดหมอนวดหมดเวลาลงมา มีแขกรอขึ้นต่อทันที บางคนวันๆ หนึ่งได้ 5-6 รอบ สถิติมีสูงถึง 10 รอบก็มี (อย่าไปนับชั่วโมง เพราะแขกบางคนแค่ 30-40 นาทีก็รีบลง เรียกว่า “ช่วงหลบเมีย” ได้แก่เวลา 4-5 โมงเย็น แขกจะรีบขึ้นรีบลงแล้วเผ่นกลับบ้าน ทันเวลาเลิกงานรับหน้าเมียพอดิบพอดี) 

อันบรรดาสาวกลางคืน เห็นทำอาชีพแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยจึงมักมีใจบุญสุนทาน ทั้งๆ ที่เลิกงานกินเหล้าเมากับแขก แต่ยังนั่งรอพระตักบาตรตอนเช้าแล้วค่อยเข้านอนก็ยังมี หรือเวลาทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า สร้างวัด สร้างโบสถ์ มาร่วมกันบริจาคจริงจังคับคั่ง ช่างเป็นภาพที่ย้อนแย้ง และหากไม่ใช่คนวงในคงไม่ทราบ คนโบร่ำโบราณที่ทำอาชีพนี้ร่ำรวยแล้วคิดถึงบาปกรรม ยังนำเงินที่ได้ไปสร้างวัด ชื่อ “วัดคณิกาผล” อยู่ตรงข้ามโรงพักพลับพลาไชย ชื่อก็บอกชัดว่า ผลจากโสเภณี ชื่อเก่า “วัดใหม่ยายแฟง” เดี๋ยวนี้ยังเห็นคนกลางคืนไปกราบไหว้บูชากันแยะ

EP.4 ตอนจบของอาบอบนวด อันเป็นตอนสุดท้าย อาบอบนวดก็เช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่นๆ ที่เริ่มล้มหายตายจากหลังโควิด อบายมุขไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ได้พัฒนารูปแบบเป็น “ออนไลน์” ไปเสียแล้ว อาบอบนวดกลายเป็นสถานที่เที่ยวของคนยุคเก่า แขกที่นับปีอายุมากขึ้นร่วงโรยหายไป และไม่ทันยุคทันสมัยของคนรุ่นใหม่ แถมสาวไทยรุ่นใหม่ ไม่ต้องการมานั่งในตู้ให้เป็น “ผู้ถูกเลือก” อีก

แต่กลับกลายเป็น “ผู้เลือก” แทน!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ชูวิทย์’เผยหมดเปลือก‘อาบอบนวด’ตลกร้ายกฎหมายไทย ห้ามค้าประเวณีแต่เปิดได้แค่กล้าจ่าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบลงด้วยดีชาวบ้านจระเข้ร้องเผชิญหน้าปะทะคารมเดือดจากปัญหาเรื่องน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610841

จบลงด้วยดีชาวบ้านจระเข้ร้องเผชิญหน้าปะทะคารมเดือดจากปัญหาเรื่องน้ำท่วม

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.19 น.

วันที่ 23 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวบ้านหมู่ 3 และหมู่ 5 ตำบลจระเข้ร้อง ออกมาเผชิญหน้าและปะทะคารมกันอย่างดุเดือดจนหวิดเกิดการปะทะกันจากปัญหาเรื่องน้ำท่วมกับชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลจระเข้ร้อง และชาวบ้านหมู่ 4 และหมู่ 6 ตำบลชัยฤทธิ์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง จบลงด้วยดีแล้ว หลังทั้ง 2 ฝ่ายตกลงนำแบริเออร์มาวางช่องเว้นช่องเพื่อชะลอน้ำที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 2034 สายอ่างทอง-ไชโย หมู่ 3 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ล่าสุดได้มีชาวบ้านเดินทางออกมาดูสถานการณ์น้ำไหลข้ามถนนบอกว่าพอใจทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกับบอกว่า หากพูดกันดีๆ ตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่เกิดปัญหา

หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายมีปากเสียงเถียงกันวุ่นวาย โดยมีเจ้าหน้าที่อำเภอไชโย และเจ้าหน้าที่เทศบาลไชโยเข้าเจรจาเพื่อหาข้อพิพาทก่อนที่จะเกิดเรื่องบาดหมางขยายวงกว้างและทำความเข้าใจให้กับทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีการนำแบริเออร์มาวางช่องเว้นช่องเพื่อชะลอน้ำให้ไหลผ่านลดน้อยลงทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจและแยกย้ายกันเดินทางกลับท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่

ล่าสุด น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านบริเวณหน้าศาลากลางจังอ่างทอง เริ่มทรงตัวอยู่ที่ระดับ 9.29 เมตร จากระดับตลิ่ง 10 เมตร (จุดอันตรายอยู่ที่ 9.20 ม.) กระแสน้ำไหลผ่าน 2,555 ลบ.ม/วินาที จังหวัดอ่างทอง มีพื้นที่ประสบภัยทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ รวม 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอป่าโมก อำเภอเมือง อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอไชโย อำเภอสามโก้ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 41 ตำบล 186 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 5,543 ครัวเรือน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระทึก!น้ำป่าเทือกเขาตะนาวศรีทะลักท่วมจุดกางเต้นท์ริมห้วยน้ำหนัก นทท.ติดออกไม่ได้ #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610834

ระทึก!น้ำป่าเทือกเขาตะนาวศรีทะลักท่วมจุดกางเต้นท์ริมห้วยน้ำหนัก นทท.ติดออกไม่ได้

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.45 น.

เผยนาทีระทึก! เจ้าหน้าที่ ปภ.ราชบุรี และฝ่ายปกครองอำเภอสวนผึ้ง ทหาร อปท.เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวติดน้ำออกไม่ได้ หลังน้ำป่าหลากจากเทือกเขาตะนาวศรีทะลักเข้าท่วมพื้นที่บริเวณจุดกางเต้นท์ริมห้วยน้ำหนักช่วงกลางดึก ล่าสุดทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา  01.30 น.ของวันนี้ (23 ต.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัด (ปภ.) ราชบุรี พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง อำเภอสวนผึ้ง เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวไปกางเต้นท์ริมห้วยน้ำหนัก หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ที่ประสานขอความช่วยเหลือมา เนื่องจากมีน้ำหลากจากเทือกเขาตะนาวศรีเข้าพื้นที่บริเวณที่กางเต้นท์ ทางสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี จึงได้ประสานทางอำเภอสวนผึ้ง และองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ลงพื้นที่เข้าช่วยทันที

ล่าสุดทางอำเภอสวนผึ้ง ทหาร อปท. และฝ่ายปกครอง ได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ขณะเดียวกันทางอำเภอสวนผึ้ง อปท. ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชน ผู้ประกอบการรีสอร์ด และนักท่องเที่ยว ในพื้นที่ให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลาก จากฝนตกหนักทุกแห่งอยู่ในระยะนี้ด้วยแล้ว ล่าสุดทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ขณะที่ฝนยังตกต่อเนื่องอยู่  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาว ‘สะพานมอญ’ สังขละบุรีกลับมาคึกคัก นทท.แน่นคาดเงินสะพัดหลายล้าน #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610821

หยุดยาว 'สะพานมอญ' สังขละบุรีกลับมาคึกคัก นทท.แน่นคาดเงินสะพัดหลายล้าน

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.06 น.

วันนี้ (23 ต.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาบรรยากาศบนสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือ สะพถานมอญ ที่เชื่อมต่อระหว่างชุมชนชาวมอญบ้านวังกะหมู่ 2 กับเขตเทศบาลตำบลวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคักเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เป็นจำนวนมาก 

โดยนักท่องเที่ยวที่มาเดินเที่ยวชมธรรมชาติบนสะพานมอญต่างพร้อมใจกันสวมใส่ชุดชาวมอญที่มีสีสวยและสดใจ หลังจากเที่ยวชมความสวมงามแล้วเสร็จทุกคนต่างไปทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ตามประเพณีชาวมอญที่เชิงสะพานกันอย่างหนาแน่น แต่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งหมดต่างก็ผ่านการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วทั้งสิ้น

นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในวันนี้ ยังถือโอกาสเดิน ชิมอาหาร ร้านที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันดี ในหมู่นักท่องเที่ยว เช่น ร้านโจ๊กนั่งยอง ร้านขนมป้าหยิน ร้านโจ๊กโบราณ เป็นต้น 

ส่วนบรรยากาศร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก จำพวกพวกเสื้อผ้าพื้นเมือง เครื่องประดับต่างๆ มีนักท่องเที่ยวเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก ทำให้ส่งผลดีต่อชาวบ้านในชุมชนเนื่องจากช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 จึงทำให้ไม่มีรายได้มาเป็นเวลานาน

หลังจากทำบุญตักบาตรและเที่ยวชมความงามบนสะพานมอญแล้วเสร็จ นักท่องเที่ยงยังได้ล่องเรือไปชมความงามสองฟากฝั่งแม่น้ำรันตีและโยนเหรียญเข้าไปในโบสต์จมน้ำวัดวังก์วิเวการามหลังเก่าเพื่ออธิฐานขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน 

ขณะที่ห้องพักของโรงแรม และรีสอร์ท ต่างๆ ปรากฏว่ามีลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก คาดว่าในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลออกพรรษานี้จะมีเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวสะพัดในพื้นที่หลายล้านบาทเลยทีเดียว  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลมหนาวมาเยือน’ภูกระดึง’ นักท่องเที่ยวแห่ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นคึกคัก #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610812

ลมหนาวมาเยือน'ภูกระดึง' นักท่องเที่ยวแห่ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.39 น.

บรรยากาศบนยอดภูกระดึง จังหวัดเลย เช้าวันนี้ (23 ต.ค.64) ได้มีนักท่องเที่ยวประมาณ 1,000 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ผ่านการคัดกรองโควิด – 19 มาอย่างละเอียดเพื่อมาท่องเที่ยวแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว ที่ตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืดพากันเดินเท้าไกลกว่า 2 กิโลเมตรจากจุดพักแรมศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณผานกแอ่น

สำหรับ “ผานกแอ่น” ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด แทบจะทุกคนที่ขึ้นพักผ่อนท่องเที่ยวบนภูกระดึงต้องตื่นแต่เช้าตรู่ไปรอชมแสงแรกอาทิตย์ขึ้น ทำให้ลานนกแอ่น ท่ามกลางทะเลหมอกสวยงามอากาศหนาวเย็น

นายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จากนี้ไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แต่อยู่ภายได้มาตรการโควิด – 19 อย่างเข้มข้น เรามีการระมัดระวังมากถึงมากที่สุดเพื่อให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ

ส่วนสภาพอากาศอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้.-
อ.เมืองเลย 22.3, อ.วังสะพุง 23.4, อ.ด่านซ้าย 19.0 , อ.เชียงคาน 22.0 , อ.ท่าลี่  23.0 , อ.ภูกระดึง 19.5 , อ.ภูเรือ 20.5 , อ.นาแห้ว 21.0 , อ.ปากชม  22.0 , อ.นาด้วง  22.5 , อ.ภูหลวง 20.0 , อ.ผาขาว – , อ.เอราวัณ  23.0 , อ.หนองหิน 22.0  ซํ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  16.5,  อุทยานแห่งชาติภูเรือ  15.0 , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ)  16.0 ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ)  15.0 ,   อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว)  20.0  ซํ.  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ผู้ใหญ่เรียกร้อง-รุ่นใหม่คิดต่าง #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610725

สกู๊ปแนวหน้า : มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ  ผู้ใหญ่เรียกร้อง-รุ่นใหม่คิดต่าง

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 07.30 น.

“ช่องว่างระหว่างวัย (Gap Generation)” หมายถึงความไม่เข้าใจกันระหว่างคนที่เกิดต่างยุคสมัย เนื่องจากแต่ละยุคนั้นมีบริบททางสังคมที่ไม่เหมือนกัน คนแต่ละยุคจึงได้รับการอบรมสั่งสอน ให้คุณค่าสิ่งที่ดีและไม่ดีแตกต่างกัน การพูดคุยหรือใช้ชีวิตร่วมกัน จึงต้องระมัดระวังไม่ให้ช่องว่างระหว่างวัย กลายเป็น“ความขัดแย้งระหว่างวัย (Crash Generation)” ทำลายสัมพันธภาพที่เคยดีระหว่างกันให้เกิดรอยร้าวหรือขาดสะบั้นลง

เมื่อเร็วๆ นี้ เฟซบุ๊คแฟนเพจ “มนุษย์ต่างวัย” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง“จะตอบไงดี.. พ่อแม่ชอบถามว่า เมื่อไรจะมีหลานให้อุ้ม?”กล่าวถึงหนึ่งในคำถามที่หลายคนคงเคยได้ยินจากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ “เมื่อไรจะมีลูก” หรือแม้แต่ “เมื่อไรจะแต่งงาน”มาบ้างไม่มากก็น้อย

ผศ.ดร.มนสิการ กาญจนะจิตรา นักวิชาการ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าถึงงานวิจัยที่สัมภาษณ์คน 2 รุ่น คือเจนเอ็กซ์ (Gen X : เกิดปี 2508-2522)กับเจนวาย (Gen Y : เกิดปี 2523-2540) ซึ่งแม้ว่าคนทั้ง 2 รุ่นจะเป็นลูกของคนรุ่นเบบี้บูม (Baby Boomer : เกิดปี 2489-2507) เหมือนกัน แต่เนื่องจากคนเจนเอ็กซ์เกิดในยุคที่พ่อแม่กำลังก่อร่างสร้างตัว ส่วนคนเจนวายเกิดในยุคที่พ่อแม่เริ่มมีฐานะมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว บวกกับคนเจนวายเกิดในยุคที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศวิธีคิดของคนทั้ง 2 รุ่นจึงแตกต่างกัน

“เจนเอ็กซ์ค่อนข้างมีชีวิตที่เป็นแบบแผนมากกว่า หมายถึงจะยอมรับในแบบแผนมากกว่า เช่น เรียนจบ หางานทำแต่งงาน ต่อไปก็มีลูก เขาจะยอมรับใน Pattern (รูปแบบ) นี้มากกว่า ในขณะที่พอไปสัมภาษณ์เจนวาย จะเห็นความอิสระเสรีของการใช้ชีวิตมากกว่า คนเจนวายเขาจะอยาก Explore (สำรวจ) โน่นนี่ Explore ตัวเอง อยากรู้ว่าตัวเองจะมีศักยภาพมาก-น้อยแค่ไหน ต้องการจะมีอิสระในชีวิตก็จะไม่ยึดติดแบบแผนว่า เรียนจบจะต้องหางานบริษัทที่มั่นคง ทำงานให้ได้รายได้ดี อะไรอย่างนี้

แล้วสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างเห็นในเจนวาย คือเจนวายจะไม่ค่อยชอบมี Commitment (พันธะผูกมัด) แล้วการมีลูกมันคือ Commitment ของทั้งชีวิต อันนี้จะเห็นความแตกต่าง อาจจะทำให้เข้าใจคนเจนวายมากขึ้น ว่าเขามีทัศนคติอย่างนี้พร้อมกับที่เขาได้รับสื่อต่างๆ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้นคำว่าครอบครัวในอุดมคติหรือชีวิตในอุดมคติ มันก็เป็นข้อแตกต่างกับคนเจนที่ผ่านๆ มาพอสมควร”ผศ.ดร.มนสิการ กล่าว

ผศ.ดร.มนสิการ อธิบายต่อไปว่า เหตุที่คนเจนวายไม่ชอบมีพันธะ เพราะเติบโตมาในยุคที่พ่อแม่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างมั่นคง จึงกล้าให้อิสระหรือให้ทางเลือกกับลูกในการตัดสินใจใช้ชีวิต เช่น บางคนเรียนจบก็ยังไม่รีบหางานทำทันที แต่ไปทำอะไรเพื่อค้นหาตัวเองก่อน มองว่าชีวิตออกแบบเองได้ ไม่ได้มองเห็นว่าชีวิตมีแต่การทำงานได้เงินดีและมั่นคงเท่านั้น อาทิ ไปทำอาชีพอิสระ (Freelance) หรือไปทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ด้วยเห็นว่างานดีมีหลากหลายไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่เข้า 8 โมงเช้า-เลิกงาน 5 โมงเย็นเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เน้นศึกษาประชากรชนชั้นกลางหรือคนในเขตเมืองเป็นหลัก จึงอาจไม่ได้ภาพรวมของประเทศ อีกทั้งยังวิเคราะห์ได้ยากเกี่ยวกับมุมมองเรื่องการมีลูกของคนทั้ง 2 วัย เนื่องจากเจนเอ็กซ์นั้นอยู่ในช่วงที่มีความพร้อมมากกว่าเจนวายที่อายุเพิ่ง 20 กว่าๆ จนถึง 30 เศษๆ ยังอยู่กับการค้นหาตัวเอง ถึงกระนั้นก็ยอมรับว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากตอบว่าไม่ค่อยอยากมีลูก โดยให้เหตุผล เช่น สังคมไม่น่าอยู่จึงไม่อยากให้เด็กมาเกิดในสังคมแบบนี้ ซึ่งสังคมนั้นมีแรงกดดันกับทั้งตัวเองและกดดันในการเลี้ยงลูกที่แตกต่างจากสมัยก่อน

“คนที่ไม่มีลูกจะเห็นตัวอย่างจากเพื่อนบ้าง คนในเฟซบุ๊คบ้าง จากญาติ จากพี่ จากน้อง จากลูกพี่ลูกน้อง อะไรต่างๆ โห!..จะเข้าอนุบาลต้องไปต่อแถวกันตั้งแต่ตีสามเพื่อที่จะเข้าโรงเรียนนี้ ต้องจ่ายเงินแป๊ะเจี๊ยะเท่าไร เรียนอะไร อายุ 6 เดือนไปเรียนกระตุ้นสมองกันแล้ว คือมันเป็นความกดดันที่รู้สึกว่าถ้าฉันมีลูก ถ้าฉันไม่ทุ่มขนาดนี้ ลูกฉันจะไปแข่งกับคนอื่นได้อย่างไร มันก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญ มันดูเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เลี้ยงลูกมันยิ่งใหญ่อยู่แล้ว แต่สังคมสมัยนี้มันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าเดิม

แล้วการที่คนรุ่นพ่อแม่ก็จะบอกว่า โอย!..ก็ไม่ต้องอะไรมาก โรงเรียนแถวบ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเรียนโน่นนี่อะไรเยอะแยะ คือต้องเข้าใจคนเจนนี้ว่าความกดดันที่เขาเห็น เพื่อนๆ ที่เขาเห็นเลี้ยงลูก มันทำใจยากมากที่จะวางใจว่าฉันเลี้ยงธรรมดาแล้วลูกจะแข่งกับคนอื่นได้ จะเอาตัวรอดในสังคมนี้ได้ คือมันวางใจยากสำหรับคนเจนใหม่ที่จะปล่อยขุดดินขุดทรายไปเดี๋ยวก็ดีเอง มันทำใจยาก” ผศ.ดร.มนสิการ ระบุ

ด้าน ศ.ดร.อรัญญา ตุ้ยคัมภีร์ อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำกับผู้สูงอายุ อธิบายว่า “คนรุ่นใหม่จะมีความเป็นปัจเจกชนมากกว่าคนรุ่นก่อน” ในยุคสมัยใหม่คนแต่ละคนจะมีวิถีชีวิตเป็นของตนเอง ในขณะที่ “ยุคก่อนหน้านั้นการมีลูกถือเป็นค่านิยมสำคัญ” เห็นได้จาก คำอวยพร “ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง” ที่มักได้ยินอยู่เสมอในงานแต่งงาน

อย่างไรก็ตาม การถามว่าเมื่อไรจะมีลูก อาจแบ่งเจตนาได้หลายเรื่อง 1.หยอกเย้า เนื่องจากเป็นคำถามที่ติดปากหรือกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว 2.ห่วงใย ถามเมื่อเห็นจังหวะเหมาะสม เช่น เห็นความพยายามที่ไปปรึกษาแพทย์ ทำกระบวนการต่างๆ เพราะอยากจะมีลูก และ 3.กดดัน ถามอยู่เสมอทั้งที่ลำพังลูกก็มีภาระต่างๆ เต็มไปหมดแล้ว แต่พ่อแม่อยากได้หลาน หรือก็คือตั้งอยู่บนความต้องการของพ่อแม่เอง

“มันมี 2 แบบ คือกดดันตรงๆ พูดบ่น พูดเนื้อหาตรงๆ ว่าอยากได้หลาน แต่อีกอันหนึ่ง อันหลังลูกจะเจ็บปวดกดดันแบบอ้อมๆ ให้ลูกรู้สึกผิด ค่อยๆ หย่อนความรู้สึกผิด แก่ไปแล้วคงไม่มีใครมาเลี้ยงฉัน อะไรอย่างนี้ ถ้าเราสังเกตเห็น Pattern (รูปแบบ) อย่างนี้ต้องหาวิธีที่จะดูแลกันแล้ว มันเป็นประเด็นที่พ่อแม่คงมีอะไรค้างใจ อาจจะเป็นเพราะวัยท่านหรืออื่นๆ หมายถึงวัยท่านถูกสะสมสิ่งนี้มา” อาจารย์อรัญญากล่าว

หลากหลายเหตุผลที่ทำให้คนเป็นผู้ใหญ่มองการมีลูกเป็นเรื่องสำคัญ 1.เชื่อว่าเป็นการกระตุ้นการเติบโตของสมองที่ทำหน้าที่ด้านความรักเอื้ออาทร โดยเฉพาะแม่ที่เคยมีลูกแล้ว แม้ต่อมาจะไม่ได้เลี้ยงอีกเพราะลูกโต แต่สมองส่วนนี้ก็ยังอยู่ จึงแสดงออกในรูปแบบอื่น เช่น รักสุนัข-แมว การได้เลี้ยงหลานจึงเป็นการตอบสนองต่อธรรมชาติของผู้ใหญ่ที่เคยเป็นแม่มาก่อน2.ค่านิยมที่มองว่าครอบครัวที่สมบูรณ์คือการมีพ่อแม่และลูก เป็นอุดมคติของสังคม ซึ่งการรื้อถอนนั้นทำได้ยาก และอาจแสดงออกไปโดยไม่รู้ตัว

อาจารย์อรัญญา แนะนำลูกที่มีพ่อแม่ชอบถามคำถามเหล่านี้ 1.เข้าใจก่อนว่าพ่อแม่ห่วงใยหรือกดดัน โดยหากพบว่าเป็นความห่วงใย การอธิบายให้เข้าใจก็จะง่ายขึ้นว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว แต่หากพบว่าเป็นการกดดัน อาจต้องใช้เวลาในการค้นหาว่าอะไรคือที่มาของความกดดันหรือความคาดหวังนั้น ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องของการทำงาน ที่คนรุ่นพ่อแม่อาจจะคุ้นเคยกับการทำงานที่เดียวไปจนเกษียณแล้วห่วงลูกที่ย้ายงานบ่อยๆ ว่าจะไม่มั่นคง แต่ในยุคนี้ การย้ายงานที่ใหม่อาจหมายถึงได้ค่าจ้างสูงขึ้น ได้แสดงความสามารถมากขึ้น เป็นต้น

2.หาโอกาสเปิดอกคุยกัน หากครอบครัวใดพ่อแม่กับลูกสามารถพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาได้ การอธิบายโดยใช้ข้อมูลประกอบก็จะทำได้ง่าย เพราะพ่อแม่อาจจะยังมองไม่เห็นภาพ 3.มีคนกลางช่วยอธิบาย หากพ่อแม่มองลูกเป็นคู่กรณี ไม่รับฟังข้อมูลหรือเหตุผล ซึ่งดีกว่าการเดินหนีหรือพูดจาประชดประชัน เพราะจะทำให้ความขัดแย้งไม่จบลง ทั้งนี้เชื่อว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังจนกำหนดเป็นทัศนคติและวิถีชีวิต สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยการให้ข้อมูล

อาจารย์อรัญญา ฝากทิ้งท้ายด้วยตัวอย่าง “การชอบเก็บของ” ซึ่งครอบครัวไทยเมื่อจะย้ายที่อยู่มักเก็บข้าวของต่างๆ ติดตัวไปด้วยเหตุผลด้านคุณค่าทางใจ แต่เมื่อได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศ พบว่าเมื่อจะย้ายบ้านคนที่นั่นจะทิ้งข้าวของแทบทุกอย่างไว้ ซึ่งนอกจากจะได้แบ่งปันของที่ตัวเองไม่ใช้แต่ยังใช้งานได้ให้กับผู้อื่นแล้ว ยังประหยัดเงินค่าขนย้ายที่อาจจะแพงกว่าราคาสิ่งของเสียอีก และต่อมาเมื่อกลับมาเมืองไทย นิสัยดังกล่าวก็ติดตัวกลับมาด้วยเช่นกัน และอธิบายให้แม่เข้าใจว่าการทิ้งสิ่งของไปบ้างมีประโยชน์อย่างไร

“เชื่อว่าบรรยากาศในครอบครัว เรื่องของใต้ภูเขาน้ำแข็งมันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเรามีการให้ข้อมูล ให้น้ำหนักว่าทำแล้วลูกต้องเสียอีกเยอะเลย ค่าของที่ลูกเก็บไว้ อยากให้ท่านที่ยังหนักใจกับภูเขาน้ำแข็งว่ามันอาจจะเปลี่ยนไม่ได้

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ธรรมเท่านั้นที่จะพาเราหลุดพ้นจากความทุกข์’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610764

'ธรรมเท่านั้นที่จะพาเราหลุดพ้นจากความทุกข์' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…พวกเราในอดีตได้บำเพ็ญศีลกันมา ได้ทำบุญทำทานมา จึงทำให้มาเกิดเป็นมนุษย์ เราจึงไม่ควรใช้บุญเก่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรจะสร้างบุญใหม่ให้เพิ่มมากขึ้นไป เพื่อจะได้พัฒนาจากมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ไปเป็นเทพ เป็นพรหม เป็นพระอริยบุคคล ตามลำดับต่อไป 

ด้วยการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา เป็นทางเดียวเท่านั้น ทำได้มากน้อยเพียงไร ก็ขอให้ทำไป อย่าไปเสียดายชีวิต อย่าไปเสียดายอะไรทั้งสิ้น ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ให้สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ให้สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ให้สละชีวิตเพื่อรักษาธรรม 

ธรรมเท่านั้นที่จะพาให้เราไปสู่สุคติ ไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล จึงขอฝากเรื่องการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ให้ท่านทั้งหลายนำไปประพฤติปฏิบัติต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แล้วจะไม่ผิดหวังในการที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชม! แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเก็บสร้อยคอทอง 1 บาท ลูกค้าทำหล่นไว้ส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610751

ชื่นชม! แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเก็บสร้อยคอทอง 1 บาท ลูกค้าทำหล่นไว้ส่งคืนเจ้าของ

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.05 น.

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ใจบุญ เก็บสร้อยคอทองคำมูลค่า 36 ,000 บาทที่ลูกค้าทำหล่นไว้ส่งคืนเจ้าของ  

22 ต.ค. 64 ที่สถานีตำรวจภูธรเมือง จ.ศรีสะเกษ ร.ต.ท. หญิง ยลยุพา ลานนท์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้เป็นพยานขณะที่นางจันจิรา จันเทพา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 8 ต.หมากเขียบ อ.เมืองศรีสะเกษ แม่ค้าก๋วยเตี๊ยวและเจ้าของร้านนวดแผนไทย นำสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาทพร้อมจี้รูปหัวใจ ราคารวมกัน 36,000 บาท มอบให้กับนางไพรวรรณ พรมประดิษฐ อายุ 60 ปี เจ้าของที่ทำหล่นหาย รับกลับไปด้วยท่าทางดีใจที่ทำทองหายแล้วได้คืน

นางจันจิรา จันเทพา เปิดเผยว่า ตนขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ตลาดบ้านนิคมห้วยคล้า ต.หมากเขียบ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 64 เวลาประมาณ 16,00 น. ขณะที่ตนเก็บร้านก็ได้พบสร้อยคอทองคำหล่นอยู่ข้างโต๊ะจึงเก็บขึ้นมาดูก็ไม่รู้ว่าเป็นทองจริงหรือทองปลอม จนเก็บร้านเสร็จจึงได้นำทองเส้นดังกล่าวไปขอให้ร้านทองในตัวเมืองศรีสะเกษ ตรวจให้ว่า เป็นทองจริงหรือไม่ ร้านทองแจ้งว่าเป็นทองจริงน้ำหนัก 1 บาท จี้รูปหัวใจ 1 สลึงราคา ณ ปัจจุบันประมาณ 36,000 บาท ตนจึงนำสร้อยทองเส้นนั้นไปสถานีตำรวจขอลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเผื่อมีเจ้าของมาแจ้งสร้อยทองหาย ตำรวจจะได้นำส่งคืน พร้อมกับได้ถ่ายรูปทองโพสต์ในเฟสบุ๊คว่าเก็บสร้อยคอทองคำได้ให้เจ้าของมารับคืน จนกระทั่งได้รับแจ้งจากนางไพรวรรณซึ่งก็เป็นญาติกันว่าทองหายจึงแจ้งให้ไปดูที่สถานีตำรวจว่าใช่ของเธอหรือไม่และได้รับแจ้งว่าเป็นของนางไพรวรรณจริงได้มาส่งมอบให้

ด้านนางไพรวรรณ เจ้าของสร้อยคอทองคำผู้โชคดีที่ทำหล่นหายแล้วได้คืน กล่าวว่า ตนไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านอา พอออกมาก็ไปงานศพไม่รู้ตัวเลยว่าทำสร้อยคอหล่นหายและก็ไม่รู้ว่าทำหล่นที่ไหน หลังจากที่สามีไปเห็นเฟสของอาจันจิราว่าเก็บสร้อยคอทองคำได้จึงได้รีบโทรไปถาม อาบอกว่ามอบไว้กับตำรวจ ตนจึงเดินทางไปขอดูพบว่าเป็นของตนจริง จึงแจ้งให้ทราบและนัดกันมารับมอบที่สถานีตำรวจ ซึ่งตนดีใจมากที่ได้คืน สร้อยเส้นนี้ตนรักมาก จะสวมใส่ตลอดไม่เคยถอด พอมาได้คืนทำให้ตนดีใจมาก ซึ่งจะได้ตอบแทนอาผู้ใจบุญต่อไป. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเจ๋ง! U2T ม.แม่ฟ้าหลวง ทำธนาคารขยะชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่ม #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610723

สุดเจ๋ง! U2T ม.แม่ฟ้าหลวง ทำธนาคารขยะชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่ม

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.45 น.

U2T ม.แม่ฟ้าหลวงเจ๋ง ทำธนาคารขยะชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณขยะ อว.พร้อมหนุนเป็นสตาร์ทอัพ

22 ตุลาคม 2564 ที่วัดสันต้นกอก หมู่ 9 หมู่บ้านศรีป่าซาง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ในพื้นที่รับผิดชอบของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งนำนักศึกษาที่ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T มาทำโครงการธนาคารขยะชุมชน ในพื้นที่ 11 หมู่บ้านเพื่อแก้ปัญหาขยะมูลฝอยจากหอพัก บ้านเรือนและร้านอาหาร

ทั้งนี้ น.ส.สิริพัชร ช่วงกูด ผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T กล่าวว่า ทีม U2T จำนวน 18 คนจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาขยะร่วมกับเทศบาลตำบลท่าสุดและทีม อสม.ในพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.2564 รณรงค์ให้ชุมชนคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิด แบ่งขยะออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ และขยะอันตราย จากนั้น ได้ริเริ่มจัดตั้งธนาคารขยะ เพื่อให้ชุมชนนำขยะหรือวัสดุรีไซเคิลมาให้ธนาคารแทนเงินสด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะคิดคำนวณตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการธนาคารขยะได้ทำการตกลงไว้กับร้านรับซื้อของเก่า จากนั้นก็แลกเปลี่ยนเป็นเงินเข้าบัญชีของผู้ฝาก

ส่วนขยะที่ธนาคารรับฝากก็จะทำการคัดแยกและรวบรวมไว้ขายให้กับซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่า โดยขณะนี้ได้นำร่องธนาคารขยะชุมชนใน 2 พื้นที่ คือ หมู่ 2 บ้านสันต้นกอก และหมู่ 9 บ้านศรีป่าซาง เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีความพร้อม สามารถเป็นต้นแบบในการจัดทำธนาคารขยะในพื้นที่ ต.ท่าสุด เพื่อให้เกิดต้นแบบธนาคารขยะหมู่บ้าน อย่างน้อย 1 หมู่บ้านในชุมชน ตั้งเป้าลดปริมาณขยะใน ต.ท่าสุด ให้ได้ร้อยละ 40 จากปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 5-10 ตันต่อวัน

น.ส.สิริพัชร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T ยังได้มีการจัดกิจกรรมประเมินสุขอนามัยของร้านอาหารร่วมกับเทศบาลและ อสม. เพื่อวิเคราะห์ ทดสอบ หาสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหารซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคในพื้นที่ ต.ท่าสุด โดยร้านอาหารที่ผ่านการประเมินจะได้รับป้าย U2T Confirm โดยตั้งเป้าจะให้มีสถานประกอบการตัวอย่าง อย่างน้อย 15 แห่ง

ขณะที่นายสมศักดิ์ ศรีบุรี นายกเทศมนตรีตำบลท่าสุด กล่าวว่า โครงการ U2T ช่วยเรื่องขยะชุมชนได้มาก โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ชุมชนคัดแยกขยะ และก่อตั้งธนาคารขยะ ถือเป็นการกระตุ้นให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหามากขึ้น ช่วยลดปริมาณในชุมชน ส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างรายได้เสริมและฝึกนิสัยการออมให้กับคนในชุมชนด้วย โดยขณะนี้ ตนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อขอใช้พื้นที่ 3-4 ไร่มาทำการคัดแยกขยะ

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ขยะสามารถทำเงินได้ ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ ซำ้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย อว.พร้อมสนับสนุนธนาคารขยะชุมชนให้เกิดขึ้น และจะสนับสนุนทีม U2T แม่ฟ้าหลวงไปสู่การเป็นสตาร์ทอัพต่อไป

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ป้ายโผล่อีก!ไม่รับคำสั่งปลด ‘เจ้าคุณบัวศรี’ พระสังฆาธิการเมืองน้ำดำจ่อลาออกอีก #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610722

ป้ายโผล่อีก!ไม่รับคำสั่งปลด 'เจ้าคุณบัวศรี' พระสังฆาธิการเมืองน้ำดำจ่อลาออกอีก

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.43 น.

ชาวบ้านในอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ปักป้ายแสดงเจตนารมณ์ไม่ยอมรับมติถอดถอนและแต่งตั้งเจ้าคณะรูปใหม่ที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบล (ธรรมยุต) จ่อลาออกทั้งจังหวัดค้านคำสั่ง มส.-พศ.และไม่เห็นด้วยแต่งตั้งพระครูจากจังหวัดหนองคายข้ามห้วยมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่ ด้านพุทธศาสนิกชนทำบุญทอดกฐิน พร้อมเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคุณบัวศรี

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคมมีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการและถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) รวมอยู่ด่วยจนทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมออกเคลื่อนไหวคัดค้านเพราะไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุ และมองว่าการถอดถอนไม่เป็นธรรม

วันที่ 22 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสการคัดค้านของประชาชน รวมถึงพระสงฆ์ (ธรรมยุต) ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์และใกล้เคียงต่อมติและคำสั่งมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ถอดถอนพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยมออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุและกระแสการคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งและไม่ยอมรับพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือพระอาจารย์เล็ก จากเจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคายมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขยายวงกว้างหลายหมู่บ้าน และหลายตำบล รวมถึงวัดและสำนักสงฆ์หลายแห่งที่พระและประชาชนมีกระแสไม่ต้อนรับพระอาจารย์เล็กเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสของวัด ก่อนรับตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดองค์ใหม่

ล่าสุดที่ริมถนนสายอำเภอกมลาไสย-มหาสารคาม บริเวณปากทางเข้าบ้านข้าวหลาม ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านได้นำป้ายที่เขียนข้อความ “รวมพลังศรัทธาสามัคคี การปลดคนดีศรีกาฬสินธุ์ พวกเราชาวอำเภอกมลาไสยไม่ยอมรับมติการถอดถอน แต่งตั้ง จจ.กาฬสินธุ์ (ธ) แบบไม่เป็นธรรม” มาปักไว้ทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านคำสั่งของ มส.และ พศ.ที่ถอดถอดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยไม่เป็นธรรมและไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุและเป็นการแสดงเจตนารมณ์ไม่ยอมรับการแต่งตั้งพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือพระอาจารย์เล็ก จากเดิมเป็นเจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย ข้ามห้วยมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) องค์ใหม่อีกด้วย

นางทองม้วย สมสาย อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 60 หมู่ 2 บ้านข้าวหลาม ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตั้งแต่รู้ข่าวมติ มส.ถอดถอนเจ้าคุณบัวศรีออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ตนและญาติโยมชาวบ้านข้าวหลาม ซึ่งเป็นทั้งญาติโยม และอุบาสก อุบาสิกาที่เคยไปอุปัฏฐากท่านเป็นประจำ ต่างรู้สึกช็อค และทุกวันนี้ ยังรู้สึกเศร้าสะเทือนใจไม่หาย กับมติที่ขาดความชอบธรรม รวมทั้งการแถลงข่าวของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ไม่มีความชัดเจนอะไรเลย ทั้งๆ ที่ท่านมีมีความผิด ไม่มีจุดด่างพร้อยอะไรเลย

นางทองม้วย กล่าวอีกว่า เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นชาวพุทธตำบลกมลาไสยก็ได้แต่จับกลุ่มปรับทุกข์ ด้วยความระทมขมขื่นใจ เพราะสงสารเจ้าคุณบัวศรี และสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ นอกจากลงชื่อคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับมติ มส.และไม่เอาพระเล็กมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์องค์ใหม่แล้ว จึงได้ร่วมใจกันขึ้นป้ายแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าว และไม่ขอต้อนรับเจ้าคณะจังหวัดคนใหม่ด้วย เพราะพวกเราต่างมีความรักและเลื่อมใสศรัทธาต่อเจ้าคุณบัวศรีเป็นที่ตั้งแล้วจะหาคนอื่นมาแทนที่ท่านไม่ได้ เพราะท่านยังอยู่และไม่มีความผิดอะไรที่จะปลดท่านออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด

ทั้งนี้ ในส่วนกรณีพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอจำนวน 7 รูป จากทั้งหมด 13 รูป ในพื้นที่ 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ ประกอบด้วย อ.นามน อ.ห้วยเม็ก อ.ยางตลาด อ.ท่าคันโท อ.สมเด็จ อ.กุฉินารายณ์ อ.ฆ้องชัย และพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบลอีก 38 รูป จากทั้งหมด 41 ตำบล รวมทั้งหมด 45 รูป ที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์คัดค้านถอดถอนพระเทพสารเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และไม่ยอมรับการแต่งตั้งเจ้าคณะคนใหม่นั้น ล่าสุดมีรายงานว่าพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบล (ธรรมยุต) ที่เหลือยังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารและอยู่ในช่วงการรับกฐิน ซึ่งหลังจากมีการรับการทอดกฐินตามประเพณีบุญเสร็จแล้วจะมีการยื่นเรื่องลาออกทั้งจังหวัด

ขณะที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาทำบุญทอดกฐินประจำปี 2564 ที่วัดประชานิยม อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยบรรยากาศวันนี้คึกคักเป็นพิเศษเพราะนอกจากจะมีประชาชนจากชุมชนต่างๆ มาร่วมทอดกฐินกันแล้ว วันนี้ยังมีพิธีอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้บริษัท 500 ไมล์ จำกัด ทอดถวายพระสงฆ์จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส ที่วัดประชานิยม อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์อีกด้วย โดยวันนี้พระเทพสารเมธี ก็ยังได้ปฏิบัติกิจตามปกติ

นายนิมิต รอดภัย นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฐานะของพุทธศาสนิกชนชาว จ.กาฬสินธุ์ เชื่อว่าประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ยังทำใจไม่ได้กับการถอดถอนเจ้าคุณบัวศรี ที่ไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุ และยังไม่สามารถที่ยอมรับเจ้าคณะองค์ใหม่ได้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นประชาชนยังงงกับเรื่องการถอดถอดและการแต่งตั้ง พร้อมเฝ้ารอคำตอบหรือคำชี้แจงของ มส.และ พศ.ถึงสาเหตุการที่ถอดถอนเพราะอะไร ซึ่งหลวงพ่อท่านก็ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมาโดยตลอด ท่านทำผิดอะไรถึงได้ถอดถอน 

ส่วนการเข้ามาทำหน้าที่ของเจ้าคณะองค์ใหม่นั้น ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะมาอยู่วัดไหนและใช้สถานที่ใดเป็นสำนักงานเจ้าคณะ อีกทั้งหากมาแล้วไม่งดงามส่วนตัวก็ไม่อยากให้มา และที่สำคัญทราบข่าวว่าพระสังฆาธิการเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบลส่วนใหญ่ก็ลาออดหมดแล้ว เนื่องจากไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม ตนและพุทธศาสนิกชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ก็ยังรักและศรัทธาเจ้าคุณบัวศรีเช่นเดิม และพร้อมที่จะปกป้องและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับท่านต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,638 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d