Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เสียหายระนาว! ระดับน้ำป่าสักลดฮวบ บ้านริมตลิ่งถล่ม-ดินสไลด์-ไม้ล้ม #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608742

เสียหายระนาว! ระดับน้ำป่าสักลดฮวบ บ้านริมตลิ่งถล่ม-ดินสไลด์-ไม้ล้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.36 น.

เสียหายระนาว! ระดับน้ำป่าสักลดฮวบ บ้านริมตลิ่งถล่ม-ถนนขาด-ไม้ล้ม

14 ตุลาคม 2564 สร้างความเสียหายให้ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ในหลายอำเภอ ที่บ้านเรือน วัด ปลูกอยู่ใกล้เคียงริมแม่น้ำป่าสัก 

หลังจากที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น ล่าสุดระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก 

ศูนย์รับร้องทุกข์ร้องเรียน ขอความช่วยเหลือสระบุรี ได้รายงานความเสียหายจากหลายพื้นที่ อาทิ อ.เฉลิมพระเกียรติ , อ.เสาไห้ , อ.เมือง , อ.แก่งคอย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทุ่งบัวตองใกล้บานแล้ว! รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนนำทีมตรวจความพร้อมรับ นทท. #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608728

ทุ่งบัวตองใกล้บานแล้ว! รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนนำทีมตรวจความพร้อมรับ นทท.

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.58 น.

รองผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ “ทุ่งบัวตอง” ตรวจความพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลดอกบัวตองบานในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ คาดปีนี้ทุ่งบัวตองจะสวยงามมากกว่าทุกปี เนื่องจากมีการตัดแต่งกิ่งต้นบัวตอง ซึ่งจะทำให้ดอกบัวตองที่ออกใหม่มีดอกใหญ่ สีเหลืองเข้ม สวยงามมากขึ้น

เมื่อวันที่ 13 ต.ค.64 ที่ผ่านมานายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมท่องเที่ยวและกีฬาฯ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน พัฒนาชุมชนฯ, คลังจังหวัดฯ และนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ทุ่งบัวตอง ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจความเตรียมพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยมีนายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง และนายทรงกลด อุ่นนุช รักษาราชการแทนปลัด อบต.และนายก อบต.แม่อูคอ ให้การต้อนรับและนำตรวจสอบพื้นที่ ที่จะมีการสร้างที่พัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ ที่เตรียมก่อสร้างและปรับปรุงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทุ่งบัวตอง ในช่วงเทศกาลดอกบัวตองบานในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์ ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคม 256 นี้

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาปรับปรุงทุ่งบัวตอง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนนี้ ตามนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีการกำหนดมาตรการในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 

เบื้องต้นดังนี้คือ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุกคนจะต้องมีเอกสารรับรองการผ่านการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือผลการตรวจ ATK แสดงต่อเจ้าหน้าที่ด่านคัดกรองของจังหวัดฯจำนวน 3 ด่าน ได้แก่ ด่านคัดกรอง อ.แม่สะเรียง, ด่านคัดกรอง บ้านแม่อูคอ อ.ขุนยวม และด่านคัดครอง อ.ปาย หากว่านักท่องเที่ยวไม่ได้ผ่านการฉีดวัคซีนตามกำหนดหรือผ่านการตรวจหาเชื้อแบบ ATK จะไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคโควิดเข้ามาระบาดในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด

1.มาตรการป้องกันโรคโควิด เบื้องต้นนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนมาแล้ว ครบ 2 เข็ม หรือ ไม่ก็ต้องมีผลการตรวจ ATK มาแสดงต่อด่านตรวจของจังหวัด ที่ อ.ปาย , อ.ขุนยวม และ อ.แม่สะเรียง

2.สถานที่ทุ่งบัวตอง ปีนี้ ทาง อบต.แม่อูคอ และ วนอุทยานทุ่งบัวตอง ได้มีการสางต้นตัดแต่งกิ่งของต้นบัวตองซึ่งจะทำให้ต้นบัวตองที่ออกใหม่ มีดอกใหญ่ บานสวยมากกว่าทุกปี 

3.มาตรการด้านความปลอดภัย จะขอความร่วมมือทางวนอุทยาน และตำรวจ ในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เตรียมสถานที่กางเต็นท์ สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำ ที่พักให้ชัดเจนและดียิ่งขึ้น

4.เรื่องของการส่งเสริมรายได้ของประชาชน โดยจะให้มีการจำหน่ายสินค้าโอทอปของแม่ฮ่องสอน มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวบนทุ่งบัวตอง อาทิ ถั่วลายเสือ ผ้าทอกะเหรี่ยงและผ้าทอชนเผ่าต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กับนักท่องเที่ยว

ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ชัย จินดาพันธ์ นายอำเภอขุนยวม เปิดเผยว่า สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทุ่งบัวตอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ การที่รัฐบาลมีนโยบายในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศนั้น ได้มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด อย่างเข้มงวดไว้แล้วและทุกส่วนราชการต้องปฏิบัติตามนโยบายอย่างเข้มแข็งเช่นกัน 

แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประชาชนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ก็จะต้องมีการปฏิบัติการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน คือ ประชาชนทุกคนจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวเช่นกัน การไม่ฉีดวัคซีนจะส่งผลกระทบต่อการเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านั้นผ่านการฉีดวัคซีนมาแล้วถึง 2 เข็ม 

จึงอยากจะขอฝากไปยังประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวและได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว ให้รีบไปฉีดวัคซีนโดยเร็ว ยกตัวอย่างที่บ้านห้วยปูแกง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน กะเหรี่ยงคอยาวในหมู่บ้านทุกคนได้พากันฉีดวัคซีนจนครบทุกคนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาพากันปฏิเสธการฉีดวัคซีน แต่เมื่อมองเห็นประโยชน์ของการท่องเที่ยวและทำให้เขามีรายได้กลับมาเหมือนเดิม จึงตัดสินใจพากันไปฉีดวัคซีนยกหมู่บ้านเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านร้องสื่อนายทุนนำรถแบคโฮขุดดินทำคันกั้นน้ำ หวั่นตอนน้ำลดทำถนนพัง #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608723

ชาวบ้านร้องสื่อนายทุนนำรถแบคโฮขุดดินทำคันกั้นน้ำ หวั่นตอนน้ำลดทำถนนพัง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.31 น.

14 ต.ค.64 ที่บ้านโนนตาล หมู่ 9 ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย  จ.มหาสารคาม หลังจากที่น้ำจากแม่ชีเอ่อล้นตลิ่ง  หลากท่วมถนนซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างบ้านโนนตาลหมู่ 9 ไปยังบ้านกุดเวียนหมู่ 6  และบ้านหนองหญ้าม้า  หมู่ 11  ซึ่ง 3 หมู่บ้านนี้มีประชากรรวมกันกว่า 600 คน  ซึ่งชาวบ้านบอกว่ามวลน้ำชีได้เอ่อล้นตลิ่งพาดผ่านถนนทางเข้าหมู่บ้านมาตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำสูงสุดตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 30 เซนติเมตร  ตอนนี้รถกระบะยังสามารถผ่านได้ แต่หากน้ำขึ้นสูงกว่านี้ก็จะทำให้เส้นทางดังกล่าวไม่สามารถสัญจรได้คงต้องขอเรือมาใช้เป็นทางเข้าออกชั่วคราว

นายอรรถวุฒิ กรุงแสนเมือง ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า น้ำได้หลากท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านวันนี้เป็นวันที่ 2 ซึ่งถนนเส้นนี้ถือเป็นเส้นหลักที่ใช้เข้าออกหมู่บ้าน ซึ่งคาดการณ์มวลน้ำที่มีปริมาณมากขนาดนี้ ดูแล้วยังไงน้ำก็ท่วมแน่ ๆ แต่ตรงจุดนี้เป็นน้ำหลาก คาดว่าไม่กี่วันน้ำก็จะลดลง แต่ตอนนี้สิ่งที่ชาวบ้านเป็นกังวลก็คือ ก่อนที่น้ำจะหลากท่วมพื้นที่ตรงนี้ ก่อนหน้านี้ 2 วัน มีบุคคลซึ่งคาดว่าจะเป็นเจ้าของนาในบริเวณนี้  ได้ว่าจ้างรถแบ็คโฮ  เข้ามาในพื้นที่ จากนั้นได้มาขุดดินที่ไหล่ทางฝั่งที่ไม่อยู่ติดน้ำชี มาทำเป็นคันกั้นน้ำ ซึ่งดำเนินการไปแล้วประมาณ 100 เมตร ก่อนที่ตนและชาวบ้านจะมาพบ  

จึงได้สอบถามว่ามาได้อย่างไรใครว่าจ้างมา  ทางฝั่งแบคโฮอ้างว่า ชาวบ้านโนนตาลได้มีการประชาคมว่าจะทำพนังกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหลากเข้าท่วม แต่ขอเท็จจริงก็คือไม่มีการทำประชาคม ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง จึงบอกให้หยุดดำเนินการ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมาตรวจสอบ ก่อนที่รถแบคโฮจะออกจากพื้นที่ไป โดยที่มีการนำดินที่ขุดออกไปแล้ว กลับมาโปะไว้ที่ไหล่ทางดังเดิม แต่เมื่อน้ำหลากเข้าท่วม ดินที่ไม่แน่นก็ถูกน้ำเซาะพังทลายไปทั้งหมด ซึ่งปัญหาอยู่ตรงที่ว่า หากน้ำลดถนนเส้นนี้จะต้องพังเสียหายแน่นอน และใครจะมารับผิดชอบ ซึ่งรถแบคโฮที่เข้ามา  ชาวบ้านคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของนาในละแวกนี้ที่ไม่ต้องการให้น้ำท่วมนาข้าวของตนเอง  แต่มวลน้ำที่มากมายขนาดนี้  ยังไงก็ท่วม  และที่ชาวบ้านต้องร้องเรียนต่อสื่อมวลชน  ก็เพราะว่าถนนเส้นนี้กว่าจะได้มาเป็นคอนกรีต  ใช้เวลามากกว่า 50 ปี  และถนนเพิ่งจะทำเสร็จเมื่อปี 63 ที่ผ่านมา หากถนนพัง  ถนนชำรุด  ก็ชาวบ้านนี่แหละที่เดือดร้อน   

ด้านนางชนพร พันธุ์แดง ชาวบ้านโนนตาล  หมู่ 9 ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ชาวบ้านได้มีการสอบถามไปยังผู้ใหญ่บ้านโนนตาล ว่าได้มีการประชาคมให้รถแบ็คโฮมาขุดดินจากไหล่ทางไปทำพนังกั้นหรือไม่ก็ได้รับคำตอบจากผู้ใหญ่บ้านว่า ไม่มีการทำประชาคมใด ๆ ทั้งสิ้น สรุปได้ว่าเป็นเจ้าของนาที่จะได้รับผลกระทบคุยกันเอง ชาวบ้านบางกลุ่มก็ว่าควรที่จะให้ อบต.หาดินมาลงและกรอกกระสอบทรายช่วยกัน หากน้ำมาไม่เยอะเราก็เอาอยู่ แต่ทีนี้น้ำมาเยอะมากก็เอาไม่อยู่เราก็ต้องปล่อยถนนเส้นนี้กว่าจะได้มาหลายศตวรรษ ชาวบ้านจะได้สัญจรสะดวก  แต่หากถนนขาดเราก็ไม่มีเส้นทางสัญจรที่สะดวก แล้วใครจะรับผิดชอบ มีอะไรทำไมไม่ปรึกษาผู้นำ ผู้นำก็จะเป็นปากเป็นเสียงให้ชาวบ้าน  อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาดูแลก่อนที่จะเสียหาย ไม่ใช่ว่ารอให้เสียหายก่อน ค่อยหาคนมารับผิดชอบ. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสวนมะม่วงแปลงใหญ่เนินมะปรางยกระดับเกษตรยุคใหม่นำโดรนบินพ่นยา #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608722

ชาวสวนมะม่วงแปลงใหญ่เนินมะปรางยกระดับเกษตรยุคใหม่นำโดรนบินพ่นยา

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.23 น.

กลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะม่วง อำเภอเนินมะปราง เมืองสองแคว รวมตัวกันยกระดับมะม่วงแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ นำโดรนขึ้นบินพ่นยาฉีดพ่นฮอร์โมนให้กับต้นมะม่วงที่กำลังออกช่อเพื่อยกระดับผลผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพ และลดต้นทุนการใช้สารเคมี แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและเงินทุนหมุนเวียน ต่อยอดเป็นกลุ่มผู้ค้าโดยตรงกับผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่พึ่งพาพ่อค้าคนกลาง

จากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ หมู่ 13 ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ไม่สามารถขายมะม่วงได้ตามปกติ ไม่มีพ่อค้ารับซื้อทำให้ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างสิ้นเชิง ทำให้ขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินทำทุนซื้อปัจจัยในการผลิตในปีต่อไป จึงได้รวมตัวยกระดับมะม่วงแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณเป็นครุภัณฑ์ใหม่ต่างๆ เช่น โดรน ห้องเย็นแช่ผลมะม่วง ตะกร้าพลาสติกและอื่นๆ อีกจากกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวนเงิน 2,972,875.00 บาท เพื่อเพิ่มผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพมากขึ้นลดต้นทุนการใช้สารเคมี แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อต่อยอดของกลุ่มเป็นผู้ค้าโดยตรงกับผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ

โดยล่าสุดทางเกษตรกรสวนมะม่วงแปลงใหญ่ ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง ได้เข้ารับการอบรมฝึกการครุภัณฑ์ต่างๆ เช่น การฝึกบินโครนที่จะใช้ไปบินฉีดพ่นฮอร์โมนให้กับต้นมะม่วงที่กำลังออกช่อในฤดูกาลนี้เป็นเวลา 3 วันจากนั้นจะไปบินฉีดพ่นสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตามสวนต่างๆ ของสมาชิกได้เพื่อลดต้นทุนและปริมาณในการฉีดพ่นสารเคมีแก่ต้นมะม่วงได้

นางสาวชลธิชา ช่างประดิษฐ์ ประธานกลุ่มแม่บ้านมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ กล่าวว่า กลุ่มมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ เป็นกลุ่มมะม่วงอยู่ในโครงการแปลงใหญ่มีภาครัฐให้การสนับสนุนโครงการยกระดับแปลงด้วยเกษตรสมัยใหม่ เชื่อมโยงการตลาดซึ่งได้จัดซื้อโดรน เพราะเห็นว่าโดรนมีความสำคัญและจำเป็นมากในยุดสมัยนี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่นำมาทดแทนแรงงานสมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุและแรงแรงงาน ค่าแรงสูง ทำให้เราลดต้นทุนได้ ซึ่งโดรนบังคับด้วยระบบคอมพิวเตอร์จะทำให้เพิ่มคุณภาพและการผลิตผลมะม่วงที่เป้าหมายในการส่งออก เพราะด้วยเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งควบคุมโรคและแมลงได้ดีจะทำให้มีราคาเพิ่มขึ้นถ้าผิวมะม่วงไม่สวยและเป็นลายจะทำให้ขายไม้ได้เพาะเป็นมะม่วงตกเกรดต่อไป

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ขาดปัจจัยการผลิต เนื่องจากขายมะม่วงไมได้ ไม่มีพ่อค้ารับซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งเป็นผลมาจากล็อกดาวน์ ทำให้ขาดสภาพคล่องไม่มีเงินทำทุนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรเชื่อมโยงการตลาดนี้ สามารถซื้อปุ๋ยบำรุงพืชและสารเคมีกำจัดโรคและแมลง ทำให้เกษตรกรสมาชิกกลุ่มสามารถดำเนินการผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพได้อย่างเต็มความสามารถ อีกทั้งยังทำให้กลุ่มได้มีเงินทุนหมุนเวียนทำให้กลุ่มมีสภาพคล่องทางการเงิน เมื่อสมาชิกกลุ่มได้ผลิตมะม่วงที่มีคุณภาพและขายผลผลิตได้ตามปกติแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กวีพี่คนดี’ ร่ายกลอนฟาดหน้า 3 นิ้ว แบนทุกอย่าง ‘เหลืออะไรในไทยที่ไม่แบน’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608707

'กวีพี่คนดี' ร่ายกลอนฟาดหน้า 3 นิ้ว แบนทุกอย่าง 'เหลืออะไรในไทยที่ไม่แบน'

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.27 น.

14 ต.ค.64 – เพจเฟซบุ๊ก “P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น)” ร่ายบทกลอนวิจารณ์ 3 นิ้ว ว่า แบนหมดทุกสิ่งในประเทศไทยแต่ไม่เคยสำเร็จ

โดยระบุว่า

“คิดจะเป็นพวกสามกีบ ก็จะต้องใช้ชีวิตในไทยแบบยากๆหน่อย 

699/2021 เหลืออะไรในไทยที่ไม่แบน

แบนพระดี ที่ไทยชม ไม่ก้มกราบ
เชียร์พระหยาบ พระขี้เล่น เน้นฝ่าฝืน
บีบน้ำตา อ้างถูกไล่ ไร้ที่ยืน
ขู่อาจไป เป็นมือปืน คืนผ้าไตร

แบนหมอเก่ง แต่ยกยอ หมอขนเพชร
ผู้ปากเผ็ด สยองขวัญ ฟันคนไข้
ไม่ได้จบ เฉพาะทาง แต่อย่างใด
พึงพอใจ ไหมชุบทอง เป็นของแท้

แบนบทเพลง ชวนชัก รักบ้านเกิด
แต่ชูเชิด เพลงปั่นควาย ทั้งหลายแหล่
ตัดสินงาน ดีหรือไม่ จากไลค์แชร์
เพียงเห็นบ่าง สร้างกระแส ก็แน่ใจ

แบนคนแก่ แต่บูชา เทิดป้าเยี่ยว
ผู้เปลือยกาย อวดหนังเหี่ยว ให้เสียวไส้
เชียร์คนแก่ รุ่นคุณปู่ ที่ดูไบ
เชียร์สูงวัย ผู้ฝักใฝ่ คอมมิวนิสต์

แบนคนไทย ไว้อาลัย ให้ร.เก้า
แต่ชื่นชม คนปั่นเป่า เล่าข่าวผิด
ทีละนิด ที่สดับ ซึมซับพิษ
จึงครุ่นคิด ชังประเทศ หาเหตุย้าย

แบนลูกค้า ด่าสลิ่ม ทิ่มว่าบูด
แต่กลับสูด กลิ่นคูถ ไม่เบื่อหน่าย
ใช้สิบนิ้ว ไหว้วันทา ว่างมงาย
แต่ท้าทาย ด้วยสามกีบ น่าถีบจริง

แบนสินค้า ว่าน่าชัง ไปทั้งหมด
จิตกบฏ อดสนุก ไปทุกสิ่ง
ที่เชื่อมโยง ทุกสิ่งอย่าง มาอ้างอิง
ล้วนเป็นเพราะ อิจฉาคิง ชิงชังไทย

แบนทุกสิ่ง แบนคนดี ไม่มีเหลือ
ตกเป็นเหยื่อ แห่งความเชื่อ ว่าเป็นไพร่
เป็นผู้กล้า รักประชา ธิปไตย
ในเมืองไทย “เหลืออะไร ที่ไม่แบน”


พี่คนดี
14/10/2564 

-008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก “P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น)”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้าของ ลัมโบร์กินี’แจงทุกข้อสงสัย! ไม่ไล่เบี้ยกระบะแม้แต่บาทเดียว คิดว่าทุกฝ่ายแฮปปี้ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608706

'เจ้าของ ลัมโบร์กินี'แจงทุกข้อสงสัย! ไม่ไล่เบี้ยกระบะแม้แต่บาทเดียว คิดว่าทุกฝ่ายแฮปปี้

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.10 น.

วันที่ 14 ตุลาคม 2564 จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพรถลัมโบร์กินี HURACAN EVO ของ ไฮโซหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของรถหรู ถูกรถกระบะชนท้าย จนรถได้รับความเสียหาย แต่เจ้าตัวไม่ติดใจเอาความ เพราะคู่กรณีรีบเดินเข้ามาไหว้ขอโทษนั้น

ล่าสุด ไฮโซหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของรถหรู ได้ออกมาชี้แจงทุกข้อสงสัย โดยระบุว่า “ขออนุญาตชี้แจงคำถามที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ไม่ว่าตามกฎหมายผลจะชี้ว่าใครถูกหรือผิด

-ประกันภัยเป็นผู้ซ่อมรถให้ผม โดยผมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเอง หรือเรียกว่าค่าเสียหายส่วนแรก เพียง 200,000 บาท , ส่วนที่เหลืออยู่ในการดูแลของบริษัทประกันภัยทั้งหมด

-โดยมีการตกลงร่วมกันกับประกันภัยแล้วว่าจะไม่มีการไปไล่เบี้ยกับคู่กรณีต่อแม้แต่บาทเดียว รวมถึงการฟ้องร้องคู่กรณีในอนาคตด้วย

-ทั้งนี้ตัวผมเองนั้น ก็ได้เสนอช่วยเหลือค่าซ่อมรถให้คู่กรณีทั้งหมด เนื่องจากคู่กรณีไม่มีประกันภัยคิดว่าทุกฝ่ายน่าจะแฮปปี้นะครับ

** การเรียกประกันภัยคือการผ่อนหนักเป็นเบา ให้มีผู้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ให้ โดยการแจ้งอุบัติเหตุในขณะมีคู่กรณี คือการแสดงความบริสุทธิ์ใจให้กับบริษัทประกันภัยด้วยว่าเราไม่ได้ตั้งใจเอาทรัพย์นั้นไปก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นเพราะอุบัติเหตุจริงๆ **

ต้องขอขอบคุณผู้บริหารประกันภัยทุกท่านที่ทำให้เนื่องออกมาด้วยดีด้วยครับ ตัวผมเองต้องขออภัยที่ออกมาชี้แจงช้า เดิมทีมีความตั้งใจจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างผ่านทางสื่อและรายการต่างที่ได้มีการนัดหมายไว้ในสัปดาห์หน้า แต่ในขณะนี้การชี้แจงข้อสงสัยของทุกท่านในตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า ขอบคุณครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.เฮ! เปิด ‘สิมิลัน’ 15 ตุลาฯนี้ สัมผัสความสวยงามของทะเลอันดามัน #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608700

นทท.เฮ! เปิด 'สิมิลัน' 15 ตุลาฯนี้ สัมผัสความสวยงามของทะเลอันดามัน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.39 น.

14 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พร้อมเปิดให้บริการ วันที่ 15 ตุลาคมนี้ หลังจากที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ปิดเกาะสิมิลัน จ.พังงา งดการท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วง COVID-19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้นักท่องเที่ยวต่างเฝ้ารอคอยเพื่อจะได้กลับไปเยี่ยมชมความสวยงามทะเลอันดามันที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังที่ปิดเกาะยาวมานาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปชมความสวยงามของเกาะสิมัน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ติดอัน 1 ใน 10 ของโลก

นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน​ กล่าวว่า​ ในส่วนของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเรามีความพร้อมเต็มร้อยเนื่องจากราถือปฏิบัติตามกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เราจะเริ่มเปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 ถึง 15 พฤษภาคม 2565 รวมเวลาประมาณ 7 เดือน โดยแบ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบไปเช้า – เย็นกลับ (One Day Trip)และกิจกรรมดำน้ำลึก 525 คนต่อวัน ได้กำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวน 3,850 คนต่อวัน ในหลักของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเราได้ดำเนินการในรูปแบบ New Normal ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มาเราแยกออกมาเป็น 2 องค์ประกอบ เนื่องจากต้องเที่ยวผ่านผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการเองต้องจัดทำระบบซึ่งเราแยกรูปแบบของการเข้ามาซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อน 1 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน สามารถซื้อตั๋วได้ตั้งแต่ 14 ตุลาคม จนถึง 14 พฤษภาคม ตามประกาศเปิดอุทยานและประกาศซื้อตั๋วที่ทางอุทยานได้ประกาศไว้เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ขยาย Sandbox มาจากภูเก็ต ก็เลยมีการทำระบบ SHA PLUS ที่รองรับมาตรฐาน ผู้ประกอบการเองแยกออกมาเป็น 2 ส่วน ส่วนไหนที่ผ่าน SHA PLUS ถือว่าผ่านมาตรฐานการรับรองการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยแล้ว ก็สามารถดำเนินการเข้ามาซื้อตั๋วได้ ประกอบด้วย คนขับเรือ ไกด์ แต่ในส่วนเรือที่ยังไม่ผ่าน SHA PLUS จะต้องนำใบตรวจวัคซีน ใบฉีดยาวัคซีน นำมาประกอบในการซื้อตั๋วทุกคน ส่วนนักท่องเที่ยวเองต้องผ่านการรับรองของผู้ประกอบการที่มีบัญชีรายชื่อตามแบบที่ต้องลงรายชื่อก่อนล่วงหน้าจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนของจังหวัด

หลังจากที่เรือลงไปแล้วก่อนขึ้นเกาะก็จะมีระบบ New Normal ที่ผ่านมาตรฐานของ ปี 2564 ส่วนเรือ Diving เราจะเรือชุดปฏิบัติการออกตรวจเรือ Diving ทั่วทั้งอุทยานที่มีจุดดำน้ำ 21 จุด เราจะตรวจทุกลำ นักท่องเที่ยวเองต้องมีสำเนาใบฉีดวัคซีนติดตัวอยู่ด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่ของอุทยานเกาะสิมิลัน 85 คน ได้ฉีดวัคซีน 3 เข็มแล้วกันทุกคน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันของเรามีมาตรฐาน 100% ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ ซึ่งเราจะเริ่มขายตั๋ววันแรกคือวันที่ 14 ตุลาคมนี้เป็นวันแรก สามารถจองตั๋วการเดินทางได้ 2 วิธี คือ นักท่องเที่ยวซื้อตั๋วการเดินทางลงหมู่เกาะสิมิลัน ต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรือ จองผ่านบริษัทนำเที่ยว ในแต่ละแห่งที่ทำธุรกิจนำเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งสามารถติดต่อ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 93 หมู่ที่ 5 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หรือ โทร.076-453272

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ี่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี ที่ทำการอุทยาน ตั้งอยู่ที่ ตำบล ลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลอันดามันมี 9 เกาะ เรียงจากเหนือ มา ใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยันเกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลกเกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำ ได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเร่ (moray) แนวปะการังที่พบในเขต อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นแนวปะการังน้ำลึกมีความหลากหลายของชนิดปะการังมาก เช่น ปะการังเขากวาง แปรงล้างขวด และปะการัง Seriatopora histrix พบเป็นชนิดเด่นในขณะที่หมู่เกาะอื่น ไม่พบปะการังในกลุ่มนี้เลย ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกลางเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่สามารถเดินทางไปดำน้ำดูปะการังที่เหมาะที่สุดหลังจากนั้นทางอุทยานจะทำการประกาศปิดเกาะเนื่องจากเข้าสู่ฤดูมรสุมและเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยกับการย้ายถิ่น (จบ) ‘ต่างแดน’แห่ออกหวั่นสมองไหล #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608658

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยกับการย้ายถิ่น (จบ)  ‘ต่างแดน’แห่ออกหวั่นสมองไหล

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 07.15 น.

ในตอนที่แล้ว (สกู๊ปแนวหน้า ฉบับวันอาทิตย์ที่ 10 ต.ค. 2564หน้า 5 : คนไทยกับการย้ายถิ่น(1) “ชนบทสู่เมือง” 4ยุคอพยพ) ได้กล่าวถึง “การย้ายถิ่นภายในประเทศ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยาย (ออนไลน์) ชุด “วิวัฒนาการการย้ายถิ่นของประเทศไทยร่วมสมัย”โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนในฉบับนี้ จะกล่าวถึง“การย้ายถิ่นระหว่างประเทศ” โดยมีนักวิชาการของสถาบันฯ ภัทราภรณ์ จึงเลิศศิริ เป็นผู้บรรยาย

สำหรับการย้ายถิ่นไปต่างประเทศของคนไทย จะเป็นเรื่องของ “แรงงาน” เสียเป็นส่วนใหญ่ ด้วยมองเห็นโอกาสที่จะได้ค่าจ้างสูงกว่าในบ้านเกิดและลู่ทางในการเดินทางไป ประเทศที่คนไทยนิยมไปขายแรงงาน เช่น ประเทศแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตลอดจนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง สิงคโปร์

ส่วนการเดินทางไปยังประเทศในโลกตะวันตก ก็ยังพบความแตกต่าง กล่าวคือ คนไทยที่เดินทางไป สหรัฐอเมริกา มักไปด้วยช่องทางการทำงานและตั้งถิ่นฐาน ในขณะที่คนไทยที่เดินทางไปประเทศในทวีปยุโรป มักไปด้วยช่องทางการแต่งงานข้ามชาติ“ข้อค้นพบที่น่าสนใจ..คนไทยที่ย้ายไปอยู่ยุโรปมักเป็นเพศหญิง”ทั้งนี้ ข้อมูลจาก กรมการกงสุล ระบุว่า ณ ปี 2563 มีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย 1,276,546 คน

ซึ่ง 10 อันดับประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุด ประกอบด้วย อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 488,000 คน อันดับ 2 ออสเตรเลีย 100,856 คน อันดับ 3 ญี่ปุ่น 86,666 คน อันดับ 4ไต้หวัน 82,608 คน อันดับ 5 สวีเดน 74,101 คน อันดับ 6 เยอรมนี 59,130 คน อันดับ 7 สหราชอาณาจักร 45,884 คน อันดับ 8 นอร์เวย์ 31,387 คน อันดับ 9 เกาหลีใต้ 32,861 คน และอันดับ 10 อิสราเอล 26,641 คน

“เราพบว่าคนไทยมีการย้ายถิ่นทั้งแบบชั่วคราว หมุนเวียนและถาวร แบบชั่วคราวคือเราไปทำงานแล้วพอหมดสัญญาหรือได้ค่าแรงที่พอใจ เราก็กลับประเทศไทย แบบหมุนเวียนคือไปต่างประเทศซ้ำหลายๆ ครั้ง อย่างเช่นกลุ่มที่ไปเก็บเบอร์รีที่แถวสแกนดิเนเวีย และแบบถาวรก็คือผู้ที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานรกรากในประเทศปลายทางอย่างถาวร” ภัทราภรณ์ กล่าว

ข้อมูลจาก กองบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ กรมการจัดหางาน ชี้ว่า “คนไทยส่งเงินกลับประเทศจำนวนมาก” เห็นได้จาก 5 ปีล่าสุด ปี 2559 ประมาณ 1.14 แสนล้านบาท ปี 2560 ประมาณ 1.26 แสนล้านบาท ปี 2561 ประมาณ 1.44 แสนล้านบาท ปี 2562 ประมาณ 1.92 แสนล้านบาท และปี 2563 ประมาณ 1.94 แสนล้านบาท แม้กระทั่งคนที่ไปตั้งถิ่นฐานถาวร ณ ประเทศปลายทางแล้วแต่ก็ยังมีการส่งเงินกลับมายังประเทศไทย

อนึ่ง นอกจากส่งเงินแล้ว ยังส่งผ่านความรู้และทักษะต่างๆ ที่ได้รับจากต่างแดนกลับมาด้วย โดยเฉพาะ “ชาวเอเชียแม้จะย้ายถิ่นไปแล้วแต่ยังค่อนข้างรักษาสายสัมพันธ์กับประเทศบ้านเกิด” ไม่ว่าจะเป็นการส่งเงินหรือความรู้จากต่างแดนกลับไปก็ตาม ซึ่งผิดคาดจากที่เชื่อกันว่าคนที่ย้ายไปแล้วจะไม่ผูกพันกับถิ่นเดิม อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาบางชิ้น พบว่าการส่งเงินกลับบ้านเกิดมีจำนวนลดลง

เช่น การศึกษาคนไทยที่ไปสร้างครอบครัวอยู่ในอังกฤษ โดยเหตุผลอาจจะมาจาก 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือคนที่อยู่อังกฤษก็ต้องสนใจครอบครัวที่อังกฤษมากขึ้น กับอีกด้านคือภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในประเทศไทยเริ่มลดลง เช่น ลูกหลานเรียนจบ มีงานทำฐานะดีขึ้น หรือญาติที่ป่วยอาการทุเลาลงจนหาย แต่ถึงกระนั้น หากญาติที่เมืองไทยเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ผู้ที่ย้ายถิ่นไปต่างประเทศแล้วก็ยังพร้อมจะช่วย โดยเปลี่ยนจากการส่งเงินกลับบ้านเกิดเป็นประจำ เป็นการช่วยเหลือแบบครั้งคราวตามเหตุปัจจัยต่างๆ

“คนไทยในต่างประเทศยังมีการสร้างเครือข่ายช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างเครือข่ายในประเทศที่ตัวเองไปอยู่ก่อน จนในปัจจุบันเราเห็นว่าเครือข่ายเหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วก็เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ซึ่งมีจุดประสงค์ในการที่จะช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ นอกจากนั้นยังให้ความรู้กับคนไทยในต่างประเทศอีกด้วย มีการทำงานร่วมกับภาครัฐในการส่งเสริมศักยภาพคนไทย และให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆไปพร้อมกัน” ภัทราภรณ์ ระบุ

เมื่อศึกษาเกี่ยวกับผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ แม้สาเหตุหลักของการแต่งงานมาจากเรื่องเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงก็พบคนอีกมากที่แต่งงานเพราะต้องการมีวิถีชีวิตใหม่ๆ หรือแม้แต่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัว ทำให้ผู้หญิงไทยหลายคนแม้จะมีการศึกษาสูงแต่ก็เลือกแต่งงานกับชาวต่างชาติ
เพราะต้องการย้ายออกไปจากกรอบวิถีเดิมๆ ในประเทศไทย

สำหรับประเด็น “การศึกษาการย้ายถิ่นระหว่างประเทศที่น่าสนใจในอนาคต” จะมีทั้งการเปลี่ยนแปลงทางประชากรในประเทศไทย สังคมของคนไทยในต่างประเทศ ลูกครึ่ง กิจกรรมต่างๆ ที่มีลักษณะข้ามชาติ รวมถึง “บทบาทของสื่อออนไลน์และค่านิยมการย้ายประเทศของคนรุ่นใหม่” ดังที่เห็นการรวมกลุ่มทางเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์เมื่อเร็วๆ นี้ ที่พบคนวัยทำงานจำนวนมากสนใจอยากออกไปหางานทำหรือไปตั้งรกรากในต่างประเทศ และมีคนรุ่นก่อนหน้าที่ได้ไปแล้วมาแชร์ข้อมูลจุดประกายความหวังว่าจะสามารถไปแล้วประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

“คนกลุ่มนี้จะมีความแตกต่างจากแรงงานย้ายถิ่นในอดีต เพราะว่ามีความเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น มีการจบการศึกษาในระดับปริญญาและเป็นแรงงานทักษะสูง โดยเขาก็มองว่าประเทศไทยไม่ตอบโจทย์เรื่องรายได้ วัฒนธรรมการทำงานหรือสภาพเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ ก็เลยมองหาโอกาสภายนอกที่จะไปสร้างชีวิต และได้ค่าตอบแทนที่ดีมากขึ้น”ภัทราภรณ์ กล่าว

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ภัทราภรณ์ มองว่า อาจต้องหันกลับมามองดูประเทศไทย “จะดึงดูดแรงงานทักษะสูงให้อยู่ในประเทศได้อย่างไร” เพราะหากคนเหล่านี้ย้ายออกจากประเทศไทยไปจริงๆ แล้ว เราจะประสบปัญหา “สมองไหล” ที่ค่อนข้างรุนแรง เมื่อประกอบกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ “สังคมสูงวัย” สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น นโยบายด้านการย้ายถิ่นจึงต้องถูกให้ความสำคัญ

เพราะประเทศต้องการคนวัยทำงานเพื่อให้ระบบสวัสดิการยังดำเนินต่อไปได้!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608667

เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

“…เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ เราไม่ได้เอาอะไรไปเลย ร่างกายนี้เราก็เอาไปไม่ได้ ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองของเรา เราก็เอาไปไม่ได้ ญาติพี่น้อง สามีภรรยา บุตรธิดา ก็เอาไปไม่ได้ แล้วไปถือว่าเป็นของเราทำไมกัน ถือไปให้ทุกข์ไปเปล่าๆ ทำไมไม่มาลองถือว่าไม่ได้เป็นของเราดูบ้าง ว่าจะรู้สึกยังไง จะรู้สึกเบา จะรู้สึกสบาย แต่ทำไม่ได้เพราะอะไร เพราะต้องมีสิ่งเหล่านี้ มาให้ความสุขกับเรานั่นเอง ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว เราจะเหมือนขาดลมหายใจ” 

ร่างกายเราไม่มีลมหายใจดูสัก ๓ นาทีดู ตายไหม ลองลงไปดำน้ำดูสักพักหนึ่ง ดำได้ไม่นานเดี๋ยวก็ต้องโผล่ขึ้นมา ต้องมามีลมหายใจ เราก็เหมือนกัน เราต้องมีร่างกายเพราะเราใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ หาสิ่งต่างๆ มาให้ความสุขกับเรานั่นเอง เราเลยจำเป็นที่จะต้องมีร่างกาย พอมีร่างกายแล้ว เราก็จะได้ไปมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไป มีคนนั้นมีคนนี้ต่อไป มาให้ความสุขกับเรา แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เราไปหามาให้ความสุขกับเรา มันก็มีความทุกข์ติดมาด้วย เป็นเหมือนปลาที่มีก้างติดมาด้วย เวลากินปลาแบบไม่ระมัดระวัง เดี๋ยวก็ถูกก้างทิ่มปากเอา นี่ก็เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราได้มาแล้วเดี๋ยวมันจะต้องให้ความทุกข์กับเรา เราจะต้องไม่สบายใจไปกับมัน

นี่แหละคือความทุกข์ของพวกเรา เกิดจากความหลงของพวกเรา ความหลงก็คือการไม่มีปัญญาความรู้ทางธรรมนี่เอง ทำให้เราหลงเห็นผิดเป็นชอบไป เห็นของที่ไม่ใช่เป็นของเราว่าเป็นของเรา เห็นของที่จะให้ความทุกข์กับเรา ว่าให้ความสุขกับเรา เห็นของชั่วคราวเป็นของถาวรไป นี่แหละคือการขาดความรู้ทางธรรม เราจึงต้องมาหาความรู้ทางธรรม จากพระพุทธเจ้า หรือจากพระธรรมคำสั่งคำสอน ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก หรือจากพระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีปัญญามีความรู้ทางธรรม ที่จะสอนที่จะบอกให้พวกเราไม่ให้ไปถือสิ่งต่างๆ ว่าเป็นของเรา และการที่จะไม่ถือว่าเป็นของเราก็คือ เราต้องไม่มีมัน ไม่ต้องใช้มันไม่ต้องไปอาศัยมัน

ถ้าเราไปมีมัน ไปอาศัยมันนี่แสดงว่าเราไปถือว่ามันเป็นของเราแล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรเราถึงจะทำให้เราไม่ต้องไปมีสิ่งต่างๆ ไปถือสิ่งต่างๆ มาเป็นของเรา เราก็ต้องมีวิธีหาความสุขแบบใหม่ วิธีการหาความสุขของเราในตอนนี้ เราต้องมีความสุขผ่านการมีสิ่งต่างๆ ต้องมีลาภมีเงินมีทอง ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองเรียกว่าลาภ มีลาภแล้วก็อยากจะมียศ อยากจะมีตำแหน่ง อยากจะมีเกียรติยศ มียศแล้วมีอำนาจ สามารถใช้อำนาจของตนกว้านเอาสิ่งต่างๆ ที่อยากได้ มาเป็นของตน ถ้าไม่มียศมีตำแหน่งก็กว้านไม่ได้ ลำบากต้องหาเอง

คนจึงมุ่งไปหายศกันก่อน มุ่งไปหาตำแหน่งกันก่อน ตอนต้นก็เอาแค่ระดับใกล้ตัว ถ้าอยู่หมู่บ้านก็ขอเป็นผู้ใหญ่บ้านก่อน พอได้ผู้ใหญ่บ้านก็เอากำนันต่อ จากกำนันก็ไปเป็น อ.บ.จ. สมาชิก อ.บ.จ. อ.บ.ต. ว่าไป เลื่อนขั้นไปเรื่อยๆ จนขั้นต่อไปก็ไปเป็น ส.ส. พอได้ ส.ส. ก็ไปเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีแล้ว ทีนี้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทีนี้มียศมีตำแหน่งแล้ว ทีนี้ก็กว้านเอาได้แล้วอยากจะได้อะไร เซ็นชื่อแก็กเดียวเท่านั้นเอง กี่ล้านล่ะ ต้องการกี่ล้าน ขอลายเซ็นหน่อย ลายเซ็นกำลังหอมตอนนี้ ใครเป็นนายกนี่ลายเซ็นหอม เซ็นแก๊กเดียวผ่านหมดเลย ต้องการทำอะไรไฟเขียวตลอดทุกด่าน แต่ถ้าไม่มีลายเซ็นก็ติดไฟแดงไปทุกด่าน

นี่คือทำไมถึงต้องมียศกัน มีตำแหน่งกัน มีอำนาจกัน เพราะจะได้กว้านเอาความสุขต่างๆ เข้าใส่ตัวเองกับครอบครัวของตนเอง ให้ภรรยาให้สามี ให้ลูกให้หลาน ให้พี่ให้น้อง ให้บริษัทบริวาร อันนี้เป็นเรื่องของการไปหาสิ่งต่างๆ มาให้ความสุขกับตน พอมีตำแหน่งมียศ ทรัพย์ก็หาง่าย ลาภก็หาง่ายขึ้น เซ็นชื่อปั๊บหนึ่งเงินก็เข้ามาแล้ว แล้วก็รางวัลก็มาเยอะแยะเลย เดี๋ยวคนนั้นก็มอบรางวัลให้นายก คนนี้ก็มอบรางวัลให้นายก เห็นไม๊ สร้างสะพานยังจะตั้งชื่อให้นายก เป็นสะพานของนายก สรรเสริญ เขาเรียกว่าสรรเสริญ

ใครได้ยินสรรเสริญก็ชอบ ใครชมเรานี่มีความสุขขึ้นมาทันที จะสวยไม่สวยไม่สำคัญ ใครลองบอกว่าคุณสวยนี่ ยิ้มแป้นขึ้นมาก่อนแล้ว ถ้าใครด่านี้หน้าบึ้ง บอกหน้าเหมือนควาย แค่นี้ก็หน้าบึ้งขึ้นมา ชอบสรรเสริญ ใครยกย่องว่าสวยว่างาม ว่าหล่อน่ารักน่าดูน่าชมนี้ ก็เกิดความสุขขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่มีลูกระเบิดอยู่ในตัวของมันเอง ที่มันจะระเบิดตูมขึ้นมาได้ทุกเวลา ระเบิดแบบไหน ก็ระเบิดแบบหายไปหมดไปนั่นเอง

มีลาภได้ก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีสุขก็กลายเป็นทุกข์ไปได้ แต่ถ้าไม่มีธรรมะ ไม่มีปัญญาคอยสอนใจก็จะลืมกัน รู้ว่าทุกอย่างมีวันเสื่อมมีวันหมด แต่พอไม่คิดถึงมัน ไปคิดว่ามันไม่เสื่อมมันไม่หมด มันก็เลยลืมไปว่าความจริงเป็นอะไรเสียแล้ว กลับไปคิดตรงกันข้ามกับความเป็นจริง คิดว่าได้อะไรมาแล้วจะต้องอยู่กับเราไปนานๆ เป็นของเราไปนานๆ ไม่จากเราไป พอเกิดเหตุการณ์ระเบิดตูมขึ้นมา มันเสื่อมมันจากเราไป ทีนี้ทุกข์ก็กรูกันเข้ามาแล้วสิ ความทุกข์ใจ ความวุ่นวายใจ ความเสียอกเสียใจ เศร้าโศกเสียใจอะไรต่างๆ ไหลเข้ามาแบบน้ำฝนนี่ ฝนตก 

ตอนนี้ฝนไม่ตกก็คิดว่าฝนจะไม่มีวันตก นี่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงตั้งหลายเดือนแล้ว คนอาจจะลืมไปว่าเรามีฤดูฝนก็ได้ เดี๋ยววันดีคืนดีฝนก็ตกลงมา คนที่ได้ลาภยศสรรเสริญสุขอยู่เรื่อยๆ ก็คิดว่าจะมีแต่ได้อย่างเดียว ตอนนี้เศรษฐกิจของบางประเทศกำลังขึ้น หุ้นขึ้นเอาขึ้นเอา คนก็ซื้อหุ้นกัน คิดว่ามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวรอดูเวลามันร่วงดู ดูเวลาหุ้นมันตกดู เดี๋ยวจะมีคนฆ่าตัวตายกันเยอะแยะ นี่แหละเพราะลืมกัน ลืมว่ามีขึ้นก็จะต้องมีลง ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องมีขึ้นมีลง มีเจริญก็ต้องมีเสื่อม มีมาก็ต้องมีไป และมาตัวปล่าๆ ก็ต้องไปตัวเปล่าๆ นี่ไม่คิดตรงนี้ 

นี่พวกมหาเศรษฐีอันดับ ๑ ของโลกนี้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองมามาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวเวลาไปก็ไปตัวเปล่าๆ ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองหามาได้ กลายเป็นของคนอื่นไปหมด เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว นี่คือความหลงความลืม ความจริงทุกคนก็รู้ว่าเกิดมาแล้วต้องตายกัน แต่ลืมกัน ลืมกันเพราะไม่คิดกันนั่นเอง มัวแต่ไปคิดเรื่องอื่น คิดเรื่องหานู่นหานี่ แล้วพอได้ก็คิดว่าจะหาไปได้เรื่อยๆ แล้วพอมีก็คิดว่ามันจะมีอยู่ไปกับเราเรื่อยๆ มันก็เลยลืมคิดว่า เดี๋ยวมันจะต้องมีวันที่มันจะไม่มี วันที่เราจะต้องจากโลกนี้ไป นี่คือการไม่มีความรู้ทางธรรม

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กว่าจะมาเป็น ‘โคก หนอง นา โมเดล’ เกษตรพอเพียงในปี 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608651

กว่าจะมาเป็น 'โคก หนอง นา โมเดล' เกษตรพอเพียงในปี 2564

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.22 น.

ใครจะรู้ว่า “โคก หนอง นา โมเดล” ที่ถูกพูดถึงกันอยู่ทุกวันนี้มาจากเส้นทางโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ตั้งแต่ 41 ปีที่แล้ว

“โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลฯ ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่มีพื้นที่ถึง 1,300 ไร่ ตั้งแต่ พ.ศ.2523 และ ทรงพระราชทานพระราชดำริว่า อ่างเก็บน้ำดอกรายสามารถส่งน้ำมายังพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณโดยรอบได้ และ ทรงแนะนำให้จัดพื้นที่ใกล้เคียงอ่างเก็บน้ำดอกกราย เป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร ส่งผลให้คณะทำงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ดำเนินงานพัฒนาพื้นที่โดยเน้นการจัดระบบส่งน้ำมายังพื้นที่เกษตรกรรมรอบอ่างเก็บน้ำดอกกราย โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงพระราชทานเงินทุนหมุนเวียน 3  ล้านบาท และ มีผู้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายคอกม้า และ คอกแกะ ในศูนย์กลางการพัฒนาแห่งนี้ด้วย 

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2523 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาโครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริไว้ 4 ประการ คือ 

1. ให้พัฒนาด้านการเกษตร โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์และการประมงเพื่อการบริโภคสำรองอาหารไว้ในยามวิกฤติ มูลสัตว์ทำเป็นเชื้อเพลิงและปุ๋ยปรับปรุงดิน

2. ให้มีศูนย์ปฏิบัติการด้านการประกอบอาชีพ โดยมีแปลงสาธิตของราษฎรตัวอย่าง และ ปลูกพืช รวมทั้งเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป 

3. ให้จัดเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยให้ราษฎรยืมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีไปผสม หรือ เลี้ยงแล้วส่งลูกคืน หรือ ขายให้ราษฎรนำไปเลี้ยง 

4. ให้มีศูนย์พัฒนาการเกษตร จะได้ศึกษาและเยี่ยมชมเพื่อนำเอาแบบอย่างการดำเนินงานและการจัดการไร่นา ทั้งที่เป็นของศูนย์พัฒนาและครอบครัวเกษตรตัวอย่าง ให้พิจารณาในการตัดสินใจในการปรับปรุงไร่นาของตนเอง 

ในปี 2523 นั้น กองทัพภาคที่ 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ได้นำแนวทางพระราชดำรินี้ไปดำเนินโครงการ ด้วยการจัดตั้งคณะทำงานบริหารศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง-ชลบุรี โดยมีพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ (ขณะนั้นดำรงพระยศหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริจักรพันธ์) องคมนตรีเป็นองค์ที่ปรึกษา พลเอกปิ่น ธรรมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่กำหนดนโยบายและเป้าหมายควบคุมการวางแผนปฏิบัติงาน ติดต่อประสานงาน กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้สนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งติดตามการวางแผนปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายตามพระราชดำริ และ ให้ประธานคณะทำงานมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการ เพื่อรับผิดชอบและดำเนินการเป็นเรื่องๆไป และ ใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง-ชลบุรี” นับแต่นั้นมา นอกจากนี้ ในเวลานั้น ยังมีหน่วยงาน ร.21 รอ.ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี เป็นผู้ประสานงานหลัก

ปัจจุบันโครงการนี้ ผลักดันเกษตรกรให้เดินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการทำเกษตรพอเพียง โดยมีวิสัยทัศน์เป็น “ศูนย์กลางบริการการฝึกอาชีพแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ แหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตรในพระราชดำริ จ.ระยอง ขยายผลสู่ความยั่งยืน” ประกอบด้วยเกษตรกรในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จ.ระยอง 5 ตำบล  27 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 121,029 ไร่ , เกษตรกรในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง จำนวน 4 ตำบล 31 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 114,435 ไร่ และ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง จำนวน 2  ตำบล 23 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 102,798 ไร่ 

กระแสการทำ “เกษตรพอเพียง” ใน จ.ระยอง นั้นก่อตัว สั่งสมมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2523 ผ่านการจุดประกายของโครงการพระราชดำริ ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จ คือ “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง” ของผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ที่ตั้งเป็น “ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในตำบลสองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 บนเนื้อที่ 50 ไร่ จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ในปี 2558 และ ยังได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรเกียรติคุณด้านการเกษตรอย่างมาก และ ต่อมาผู้ใหญ่สมศักดิ์ได้สวมหมวกสำคัญอีกหนึ่งใบ คือ การเป็น “กรรมการมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ” 

แม้ว่าวันนี้ผู้ใหญ่สมศักดิ์จะละจากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยวัย  69 ปี ด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้าย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2562 แต่ผลงานของผู้ใหญ่สมศักดิ์ ซึ่งได้เดินตามหลักปรัชญาเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง สร้างผลงานด้านเกษตรกรรมที่เป็นเสมือน “เพชรน้ำหนึ่ง” ฝากไว้ให้กับแผ่นดิน โดยผู้ใหญ่สมศักดิ์ยึดหลัก  “หัวใจ” ของแศรษฐกิจพอเพียง ไว้เพียง 2 ข้อ คือ 1.ขั้นพื้นฐาน และ 2.ขั้นก้าวหน้า และ เน้นให้เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง 

ที่สำคัญ วันนี้ ในปี 2564 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งก่อตัวมาตั้งแต่เมื่อ 41 ปีที่แล้ว ใน จ.ระยอง ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นโมเดลที่เข้ากับประชาชนยุคโซเชียลมีเดีย ภายใต้ชื่อ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยเว็บไซต์ของ “สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง” ระบุที่มาของโครงการนี้ว่า เป็นโมเดลต้นแบบที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่ทำการเกษตร โดยมุ่งหวังสร้างจุดเปลี่ยนให้กับชุมชน ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน 30 : 30 : 30 : 10 กล่าวคือ 30%  แรกสำหรับแหล่งน้ำ ทั้งการขุดบ่อทำหนองและการขุดคลองไส้ไก่ ที่ช่วยระบายน้ำรอบพื้นที่อีก 30 % สำหรับปลูกข้าว และ อีก 30% สำหรับไว้ทำโคกหรือป่า โดยปลูกผักไว้เป็นอาหาร ปลูกไม้ใช้สอย ปลูกยาสมุนไพร ส่วน 10%  ที่เหลือ สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และ เลี้ยงสัตว์ 

ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” โครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้นำมาใช้ได้จริงกับพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้ประชาชนได้นำ “โคก หนอง นา โมเดล” ไปใช้แก้ปัญหาปากท้อง ในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,312,205 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Songkran gets traditional at Iconsiam
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
ด่วน พระบรมราชโองการจัดระเบียบและการบริหารงานบุคคลในพระองค์ ลง ราชกิจจาฯ
ตะลอนเที่ยว : หนังใหญ่ วัดขนอน ราชบุรี
บุคคลในข่าว
ดุเดือดยิ่งใหญ่! 'มิลลิ, ยัวร์บอยทีเจ, แอทลาส'ระเบิดความสนุก ในงาน'EA SPORTS FC MOBILE FESTIVAL'

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d