Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชาวบ้านแห่บริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพ นำบรรจุลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่วัดดังเมืองคอน #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608634

ชาวบ้านแห่บริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพ นำบรรจุลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่วัดดังเมืองคอน

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.36 น.

วันที่ 13 ต.ค.64 พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมศิษยานุศิษย์ และเจ้าหน้าที่วัด เดินทางมารับองค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่บ้านเลขที่ 22 ซอยศรีราชา ต.ในเมือง อ.เมือง ของนายพิชญา วรรณทอง อายุ 50 ปี ที่ถวายบริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพรุ่นต่าง ๆ จำนวน 1 แสนองค์เพื่อให้วัดนำมาทำประติมากรรมจตุคามรามเทพเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์จตุคามรามเทพและบรรจุองค์พ่อองค์พ่อจตุคามรามเทพลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่ของวัดเขาพระทองเพื่อความสิริมงคล

โดยก่อนเริ่มขนย้ายองค์พ่อจตุคามรามเทพขึ้นรถกระบะจำนวน 2 คัน ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ ทาง พระมหาอารยนันต์ ทำพิธีสวดเพื่อความสิริมงคล ก่อนให้เจ้าหน้าที่วัด และศิษยานุศิษย์ ช่วยกันยกขนย้ายองค์พ่อจตุคาม รามเทพ ที่บรรจุในกล่องกระดาษ และกล่องโฟม ใส่ท้ายรถกระบะ 2 คันจนเต็มคัน ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดเขาพระทอง เพื่อนำมาทำประติมากรรมองค์พ่อจตุคามรามเทพ เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์จตุคามรามเทพ และบรรจุองค์พ่อจตุคามรามเทพ รวมทั้งบรรจุลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่ของวัดเขาพระทอง ตามความเชื่อ

ทั้งนี้วัดเขาพระทองกำลังดำเนินการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ เพื่อใช้ประกอบกิจของสงฆ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างส่วนของรากฐานโบสถ์ สำหรับการบรรจุวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ และหลวงปู่ทวด รวมทั้งวัตถุมงคลอื่นของวัด รวมแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านองค์ เปรียบเหมือน “คลังสมบัติของวัด” และเป็นที่กราบไว้บูชาของญาติโยมที่เลื่อมใส่ศรัทธาวัตถุมงคลของวัดเขาพระทอง รวมทั้งองค์พ่อจตุคามรามเทพ วัตถุมงคลชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับชาวพุทธที่ต้องการร่วมบริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพ สามารถติดต่อที่พระมหาอารยนันต์ หมายเลขโทรศัพท์ 094-795-2998อ หรือผู้ที่ต้องการร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง สามารบริจาคปัจจัยเข้าบัญชี “กองทุนเสบียงบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง” ”เลขบัญชี 822 – 0 – 63803 – 6

สำหรับองค์พ่อจตุคามรามเทพ เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากช่วงปี พ.ศ.2550 เป็นที่ต้องการของนักสะสมพระเครื่อง ของขลัง ที่สำคัญองค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่นต่างๆ ที่จัดสร้างในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่ต้องการอย่างมากโดยเฉพาะองค์พ่อจตุรามรามเทพ รุ่นแรก พ.ศ.2530 ที่มีการเช่าบูชากันสูงถึงเลข 7 หลัก   

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังชาวบ้านทราบข่าวว่า ทางพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง เดินทางมารับองค์พ่อจตุคามรามเทพ เพื่อนำไปทำประติมากรรมจตุคามรามเทพเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์จตุคามรามเทพ และบรรจุองค์พ่อองค์พ่อจตุคามรามเทพ ลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่ของวัดเขาพระทอง จึงแห่มาดูพร้อมไม่พลาดที่จะจดเลขทะเบียนรถและเลขที่บ้านเพื่อนำไปเสี่ยงโชคแทงหวยงวดวันที่ 16 ต.ค.นี้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.กรุงเทพธนบุรี น้อมรำลึก ‘ในหลวง ร.9’ ร่วมทำจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศลฯ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608625

ม.กรุงเทพธนบุรี น้อมรำลึก 'ในหลวง ร.9' ร่วมทำจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศลฯ

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.12 น.

ม.กรุงเทพธนบุรี จัดพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต “ในหลวงรัชการที่ 9” พร้อมจัดกิจกรรม BTU จิตอาสาร่วมใจ Clean&Clear บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลฯ

13 ต.ค.64 รศ.ดร.บังอร  เบ็ญจาธิกุล  อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร  คณาจารย์ร่วมวางพวงมาลา  และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที  เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร Sport Complex ชั้น 4  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 

ทั้งนี้ ผู้บริหาร  คณาจารย์  เจ้าหน้าที่  และนักศึกษามหาวิยาลัยกรุงเทพธนบุรี  พร้อมด้วยประชาชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรม BTU จิตอาสาร่วมใจ Clean&Clear ในเขตพื้นที่ชุมชนวัดปุรณาวาส  เขตทวีวัฒนา  เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลฯ ในโอกาสดังกล่าวด้วย  เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2564. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศิษย์เจ้าคุณบัวศรีฮึ่ม พศ.ตอบปมปลดเจ้าคณะฯไม่ชัดลั่นเดินหน้าขอความเป็นธรรม #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

https://www.naewna.com/likesara/608605

ศิษย์เจ้าคุณบัวศรีฮึ่ม พศ.ตอบปมปลดเจ้าคณะฯไม่ชัดลั่นเดินหน้าขอความเป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.55 น.

ศิษยานุศิษย์ “เจ้าคุณบัวศรี” ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ชี้ พศ.แถลงตอบสาเหตุปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) ไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย ยืนยันไม่จบพร้อมเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคุณบัวศรี ขณะที่ “มหานิยม” ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย สวนกลับนายกฯปัดความรับผิดชอบไล่ให้ไปตามหาไอ้โม่งแอบสอดไส้มติ มส.พร้อมจองกฐินนายกฯเปิดสภาเมื่อไรเจอกัน

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่ง 1 ในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) และญาติธรรมได้ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกับมีมติคัดค้าน เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม 

ล่าสุดวันที่ 13 ต.ค.64 บรรยากาศที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ มีพุทธศาสนิกชนชาว จ.กาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาทำบุญและร่วมปฏิบัติธรรมกันตามปกติ โดยวันนี้ช่วงเช้ามีรายงานว่า “เจ้าคุณบัวศรี” ได้ลงหอฉันปฏิบัติกิจตามปกติ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ดังคำปรารภที่ปรากฏในไลน์ของคณะสงฆ์สายวัดป่ากาฬสินธุ์และศิษยานุศิษย์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ระบุว่าเจ้าคุณบัวศรี ได้ปรารภและส่งไลน์เพื่อขอบใจคณะสงฆ์ โดยมีเนื้อหาใจความว่า “ขอขอบใจ ขอบคุณในน้ำใสใจจริงของคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ทุกท่านที่มอบให้ และแสดงออกให้ประจักษ์ ผมอยากจะออกจากตำแหน่งนี้นานแล้วแต่ไม่สมหวัง มาบัดนี้ได้พ้นแล้ว ถึงแม้จะไม่สวยแต่ก็ได้ออกตามคำสั่งขององค์กรปกครองสูงสุด จะไม่ขออุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น ยินดีรับ ผมจะถูกหรือผิดนั้น ขอให้ทุกท่านได้พิจารณา ผมทำงานมานานแล้วเป็นเวลา 35 ปี ก็สมควรที่จะออก ไม่ออกปีนี้ปีต่อไปก็จะได้ออกอยู่ดี “เพราะฉะนั้นเรื่องของผมให้เป็นอันยุติเสีย”

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าคุณบัวศรีจะมีคำปรารภออกมา แต่บรรดาศิษยานุศิษย์และประชาชนยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหว เนื่องจากคำชี้แจงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เมื่อวันที่ 11 ต.ค.64 กรณีถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) นั้นเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจนสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับประชาชนอย่างมากว่าสาเหตุของการถอดถอนเกิดจากอะไร โดยประชาชนยังคงรอคำตอบที่ชัดเจนจาก พศ.และยังคงร่วมลงชื่อในระบบออนไลน์ต่อเนื่องเพื่อคัดค้านมติของ มส.

ล่าสุดมีรายงานว่ายอดผู้ลงชื่อมากกว่า 2 แสนคนแล้วและพร้อมที่จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคุณบัวศรีถึงที่สุด ทั้งการทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร, คณะกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร และการยื่นถวายฎีกา

ขณะที่ ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้โทรศัพท์มาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า มส.เป็นผู้ออกมติปลดเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปนั้นไม่จริงเพราะ มส.บอกว่า ไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่สำนักพุทธฯพิมพ์ไปให้เลขาพระสังฆราชอ่าน ซึ่งสมเด็จชินก็ยืนยันเอง แม้แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็พูดตรงกัน นายกฯ ไม่ได้สนใจปัญหาพระศาสนา มัวแต่ไปเดินสายหาเสียงเตรียมเลือกตั้ง จึงไม่รู้เรื่อง ทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน แทนที่นายกฯ จะไปตามหาไอ้โม่งที่แอบเอาเอกสารให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ใส่วาระการประชุมกลับปัดความรับผิดชอบโยนปัญหาไปให้ มส.

ดร.นิยมกล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเคยผ่านการบวชเรียนมา เห็นนายกฯ ของประเทศไทยพูดเช่นนี้ ยิ่งเศร้าใจ ห่วงใยพระเณรรุ่นหลังจะอยู่กันอย่างไร ขนาดคนเป็นนายกฯ ยังไม่เข้าใจกฎหมายพระสงฆ์พยายามบิดเบือนกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2563) ข้อ 5/1 (2) ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ให้ข้าราชการยืมมือ มส.ปลดพระสังฆาธิการได้ โดยไม่ต้องมีการสอบสวน หากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการตีความกฎหมายให้พระเณรอยู่ลำบาก จนถึงพระเณรร้างไปจากประเทศ

ดร.นิยมกล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่า การจะปลดพระจากตำแหน่งหน้าที่นั้นมันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเรื่องไปทำให้พระผู้ใหญ่ที่บวชมานานจนแก่เฒ่า มีมลทิน ต้องสอบสวนให้ได้ความจริงชัดเสียก่อน นายกฯ ต้องรู้ว่าการปลดพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งจะต้องมีการร้องเรียนความผิด ซึ่งระบุไว้เป็นข้อๆ อยู่แล้วในกฎมหาเถรสมาคม ถ้ามีการร้องเรียนว่า เจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปท่านหย่อนยานเรื่องใด หรือมีพฤติการณ์ช่วยเหลือพระในปกครองให้พ้นผิดอย่างไรจะปลดเอาเฉยๆ โดยไม่สอบสวนไม่ได้ มันมีขั้นมีตอนตามกฎหมายระบุเอาไว้

“นายกฯ คงไปฟังข้อมูลผิดๆ จากการรายงานของสำนักพุทธฯว่ากฎมหาเถรสมาคมที่แก้ไขใหม่ สามารถปลดพระได้โดยไม่ต้องสอบสวน ผมขออธิบายข้อมูลที่ถูกต้องให้นายกฯ ได้เข้าใจว่า เป็นเพียงการเพิ่มขั้นตอนสุดท้ายเข้ามาเท่านั้น แต่ไม่ได้ยกเลิกขั้นตอนการสอบสวน ถ้าจะไม่ให้มีการสอบสวนก่อน นายกฯ ก็ต้องสั่งให้เลิกกฎมหาเถรสมาคมฉบับ 24 เสีย เมื่อกฎหมายยังไม่ยกเลิกก็ยังต้องมีการสอบสวนตามขั้นตอน แต่เมื่อผู้ปกครองสงฆ์ไม่สอบสวน ถือเอาตามอำนาจที่ไม่ชอบที่ข้าราชการเขียนมาให้ และมีมติสั่งปลดเฉยๆ ผู้ปลดก็ถือว่าเป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง เมื่อเจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน และกรรมการมหาเถรสมาคมละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรงเสียเอง แล้วพระเณรจะไปพึ่งใคร จะไปขอความเป็นธรรมจากใคร แถมถือเป็นความปิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.157” ดร.นิยม กล่าว

ดร.นิยม กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีข่าวออกมาว่า ที่ชาวบ้านลูกศิษย์ลูกหาออกมาเคลื่อนไหว เพราะพระยึดติดตำแหน่ง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่การยึดติดตำแหน่ง แต่ตำแหน่งทำให้พระท่านมีมลทิน เป็นเรื่องความไม่เป็นธรรมกับพระ เพราะมีกระบวนการนำมลทินไปแปดเปื้อนพระ ดังนั้น เราชาวพุทธต้องมาช่วยกันล้างให้สะอาด ตนมั่นใจว่า ในกรณีปลดโดยไม่มีการสอบนี้ หากลูกศิษย์ลูกหาของพระที่ถูกปลดลุกขึ้นสู้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ชนะ เพราะไม่ได้มีการสอบขึ้นมาก่อน

“ผมจึงถามย้ำแล้วย้ำอีกว่า เจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน อย่าให้ข้าราชหลอกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายพระกันเอง ท่านได้สอบมาตามขั้นตอนของกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบไหม มีใครบ้างเป็นคณะกรรมการ ผลการสอบเป็นอย่างไร ถ้ามีการสอบมาก่อน ก็ตอบว่าสอบสวน ถ้าไม่สอบสวนก็ตอบว่าไม่สอบสวน แต่ทุกฝ่ายก็อ้ำอึ้ง จนชาวบ้านเขาสงสัยในพฤติกรรมของมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ตอนนี้ลามมาถึงนายกฯแล้ว เอาให้ชัด เมื่อไม่สอบสวน ก็ผิดขั้นตอนของกฎหมาย เรื่องนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามนายกฯไปแล้ว เปิดสภาเมื่อไหร่ เจอกัน” ดร.นิยม กล่าว  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เนรมิตป่าคอนกรีตลานจอดรถเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 ชนิด #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608571

เนรมิตป่าคอนกรีตลานจอดรถเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 ชนิด

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.29 น.

เนรมิตป่าคอนกรีตลานจอดรถเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับที่มีพันธุ์ไม้กว่า 100 ชนิดเพื่อให้ลานจอดรถมีความร่มรื่น สวยงามจากดอกไม้นานาพันธุ์ รวมทั้งดัดแปลงคูระบายน้ำโดยรอบเป็นบ่อเลี้ยงปลาได้อย่างลงตัว มีการใช้ไม้ดอกไม้ประดับคลุมคูน้ำบ่อปลาได้อย่างกลมกลืนภายในสวนดอกไม้

ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นลานจอดรถ ของห้างลีวิวัฒน์สาขา 7 ที่มีการวาดภาพ Street Artตึก 7 ชั้น 35 เมตร โดยคุณสมศักดิ์ อรุโณประโยชน์  ประธานกลุ่ม หจก.ลีวิวัฒน์ มีแนวคิด ในการพัฒนาลานจอดรถซึ่งมีป่าคอนกรีตโดยรอบให้มาเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ ตั้งแต่ปากทางเข้าลานจอดรถถนนไทรบุรี จะมีซุ้มไม้ดอกไม้ประดับ สองข้างทาง รวมทั้งกลุ่มตรงกลางที่เป็นทางแยก เข้า-ออกของรถก็จะทำเป็นศาลาทรงไทยประดับประดาด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์นานาชนิดและมีเก้าอี้ม้าหินสำหรับนั่งพักผ่อนในศาลาด้วย เนื่องจากตนเองมีความชอบในเรื่องไม้ดอกไม้ประดับอยู่แล้วจึงต้องการที่จะนำไม้ดอกไม้ประดับ มาทำเป็นสวนดอกไม้ บริเวณลานจอดรถให้เป็นสีเขียว

อีกทั้งงาน Street Art ตึก 7 ชั้น สูง 35 เมตรก็จะแล้วเสร็จในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่จะมาชื่นชมกับภาพ Street Art และนำรถมาจอดที่ลานจอดรถ ก็ยังจะได้ชื่นชมกับความสวยงามของสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด หลากหลายสายพันธุ์ ที่สร้างความร่มรื่นสวยงามเขียวชะอุ่มบริเวณลานจอดรถ เพื่อให้ลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในห้างสามารถเข้ามาชื่นชมกับสวนไม้ดอกไม้ประดับบริเวณลานจอดรถตรงนี้ได้ โดยทางห้างเปิดสวนไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา

ในขณะเดียวกันคุณสมศักดิ์ฯ ก็ได้มีไอเดียในการพัฒนาดัดแปลงคูระบายน้ำโดยรอบบริเวณลานจอดรถให้กลายมาเป็นบ่อเลี้ยงปลา ที่มีทั้งปลาดุกปลานิล และปลาทับทิม โดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียนตลอดเวลาตามหลักวิชาการ รวมทั้งให้อาหารเม็ดแทนอาหารสด มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 7 วันและมีพนักงานของห้างคอยดูแลทำความสะอาดภายในสวนไม้ดอกไม้ประดับแห่งนี้

สำหรับคูน้ำบ่อเลี้ยงปลาก็มีฝาปิด เป็นช่วงๆและใช้ไม้ดอกไม้ประดับ มาประดับบริเวณฝาปิดให้กลมกลืน ภายในสวนดอกไม้อย่างลงตัว จะเห็นได้ว่า ภายในสวนแห่งนี้จะมีไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 ชนิด ที่นำมาประดับอย่างลงตัว และมีทางเดินให้กับประชาชนที่สนใจเข้ามาเที่ยวชมได้ตลอดเวลาเข้าชมฟรีและจะเข้าไปถ่ายเซลฟี่กับไม้ดอกไม้ประดับก็ได้

นายวิบูลย์ อรุโณประโยชน์ บุตรชายของคุณสมศักดิ์ฯ กล่าวว่า แรกเริ่มเดิมทีวัตถุประสงค์และการสร้างสวนดอกไม้มาจาก คุณพ่อผมท่านชอบต้นไม้ ก็เลยอยากจะให้สร้างบรรยากาศบริเวณลานจอดรถที่เป็นป่าคอนกรีตเฉยๆ ต้องการจะสร้างความร่มรื่น บรรยากาศสำหรับคนที่มาจอดรถแล้วได้เห็น แทนที่จะได้เห็นคอนกรีตเห็นตึกโดยรอบก็จะได้เห็นความร่มรื่นขึ้นมา แล้วก็ตัวท่านเองก็อยากจะให้ต้นไม้ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกที่ดีๆร่มรื่นเมื่อจอดรถจะได้เห็นต้นไม้ ระหว่างรอการจับจ่ายใช้สอย ก็จะมีการนั่งนกชมไม้ไปก่อน อันนี้เป็นความคิดของคุณพ่อ

ในส่วนที่จะมีประชาชนเข้าชม ตรงนี้เราไม่ได้กั้น ทุกท่านสามารถเข้ามาชมและดูได้ตามอัธยาศัยไม่มีปัญหา  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดไก่เตี้ยปทุมธานีอ่วม! น้ำท่วมวัดพระต้องย้ายควายไปนอนหน้าโบสถ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608556

วัดไก่เตี้ยปทุมธานีอ่วม! น้ำท่วมวัดพระต้องย้ายควายไปนอนหน้าโบสถ์

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.58 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดไก่เตี้ย ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยภายในบริเวณวัดมีน้ำท่วมสูงโดยรอบ 50 ซม.ถึง 1 เมตรนานกว่า 2 สัปดาห์เนื่องจากวัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมวัด พระสงฆ์ต้องใช้เรือและสะพานที่ญาติโยมช่วยสร้างเพื่อเดินทางเข้าออกภายในวัดและปฏิบัติศาสนกิจ ส่วนสัตว์ภายในวัดได้แก่สุนัข ควาย วัว และหมูที่ญาติโยมได้ไถ่ชีวิตแล้วนำมาถวายที่วัด ซึ่งทางวัดได้รับดูไว้ คอกและที่อยู่ถูกน้ำถ่วมจึงต้องนำสัตว์เลี้ยงย้ายขึ้นที่สูง โดยได้นำควายไปเลี้ยงบริเวณพระอุโบสถที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมด้านบน วัดได้นำไปไว้ยังเจดีย์ใกล้พระอุโบสถ ส่วนหมูได้นำไปไว้ยังศาลาการเปรียญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าส่วนสถานการณ์น้ำที่วัดนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาถือว่าหนักพอสมควร ส่วนพระและเณรยังคงทำกิจวัตรเป็นปกติ โดยใช้สะพานที่ญาติช่วยสร้างให้และมีบริษัท ฉัตรหลวง และ อบต.ช่วยสร้าง โดยที่วัดมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากเนื่องจากมีชาวบ้านไถ่ชีวิตมาถวายที่วัด โดยมีพระสงฆ์ช่วยกันดูแล โดยมีควายทั้งหมด 9 ตัว วัว 1 ตัว หมู 2 ตัว ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายควายทั้งหมดไปอยู่ที่โบสถ์เพราะพื้นที่โรงเรือนที่เลี้ยงถูกน้ำท่วมและโบสถ์เป็นพื้นที่สูง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ’หนุ่มชุดหมี’ชอบภูกระดึง ศรัทธาพระพุทธเมตตาช่วยให้หายจากมะเร็งระยะสุดท้าย #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608544

เปิดใจ'หนุ่มชุดหมี'ชอบภูกระดึง ศรัทธาพระพุทธเมตตาช่วยให้หายจากมะเร็งระยะสุดท้าย

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.10 น.

เปิดใจ “หนุ่มชุดหมี” บนยอดภูกระดึง เผยได้ขอพรอันประเสริฐองค์พระพุทธเมตตาให้หายจากมะเร็งระยะสุดท้าย ยันไม่ได้เป็นหน้าม้าให้กรมอุทยานแห่งชาติ แต่เป็นคนชอบภูกระดึงมาก เนื่องจากอากาศดี

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ที่น่าทึ่งไปทั่วประเทศ หลังต้นฤดูกาลท่องเที่ยวภูกระดึง 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมามีคนพบเจอหมีจากทางเดินขึ้นและพบไปโผล่ที่ผานกแอ่น บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยมีภาพน่ารักๆ ที่มีคนแต่งชุดหมีเต็มชุด เดินเท้าขึ้นไปยังภูกระดึง และเดินไปเที่ยวที่บนยอดภูกระดึงเกือบทุกจุดตามผาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาเหยียบเมฆ ผาหล่มสัก จนทำให้นักท่องเที่ยวตะลึง ทึ่ง กับเหตุการณ์เหล่านั้น และมีการตั้งคำถามว่ามาภูกระดึงมาทำไม ได้อะไรกับการแต่งชุดหมี
 
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางขึ้นไปบนยอดเขาภูกระดึง พบกับนายเอิร์น (ไม่เปิดเผยนามสกุล) ซึ่งเป็นชายที่อยู่ในชุดหมี งานนี้นายเอิร์น ได้ถอดชุดหมีให้สัมภาษณ์ที่ผาหล่มสัก โดยกล่าวว่า ตนเป็นนักท่องเที่ยว  ตอนนี้ยังไม่กลับบ้าน ยังอยู่บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ไม่ได้เป็นหน้าม้าของกรมอุทยานแห่งชาติ ตอนแรกกะจะมาเที่ยวแค่ 2 คืน 3 วัน แต่มีการต่อขออนุญาตอุทยานแห่งชาติภูกระดึงอยู่ต่อจนถึงวันนี้ 

นายเอิร์น บอกต่อว่า ตนเป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร สาเหตุที่มาภูกระดึงก็คือรักภูกระดึงมากต้องการมารักษาตัว ป่วยเป็นมะเร็งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มาครั้งแรกในปี 2019 หรือปี 2562 ป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้ายได้ข่าวว่าภูกระดึงอากาศดีมาก ตอนนั้นรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันและมียาสมุนไพรรักษาไปด้วยกัน แต่ปรากฏว่าไม่หายสักทีจนในที่สุดคุณหมอบอกว่าจะไม่รอดเดือนเมษายนในปีนั้นแล้ว

จากนั้นพี่หมีก็จัดกระเป๋าแพ็กของมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาษพันธ์ อยู่จนถึง 28 กุมภาษพันธ์ ในปี 2562 และก็เดินขึ้นลงด้วยชุดพี่หมีเพราะอยากสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวเป็นครั้งสุดท้ายของขีวิต แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึงอากาศที่ภูกระดึงดีมากและไปเจอกับพระพุทธเมตตาก็เลยไปขอพรกับท่านว่าขอให้หายป่วยและจะกลับมาที่นี่ทุกๆ ปีและเมื่อเดินทางกลับไปอาการค่อยๆ ดีขึ้นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังรักษาแผนปัจจุบันอยู่ก็ไม่ได้ทิ้งอะไรแต่ก็เป็นกำลังใจจนทำให้หายและอาการดีขึ้นเกือบจะปกติ และปีนี้นี้ก็มาขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง 

“ชอบภูกระดึงที่เป็นภูเขารูปหัวใจและมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอน และพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก แม่ค้าที่นี่ใจดีทักทายพี่หมีทุกคน มีคนขอภ่ายรูปมาตลอด โดยขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 จองที่ app qq ก็ทำการฉีดวัคซีนมาแล้วและเดินทางตรงมาที่ภูกระดึงเลยและจะอยู่ถึง 14 ตุลาคม 2564 จากนั้นจะไปภูหินร่องกล้าต่อ เจ้าหน้าที่ แม่ค้าร้านอาหารบนภูกระดึง น่ารักทุกคน ขอเป็นกำลังใจทุกคน ไม่ให้ท้อ สู้ๆ”  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกาะสมุยคึกคัก! พร้อมแล้วรับนักท่องเที่ยวขานรับนโยบายเปิดประเทศรัฐบาล #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608522

เกาะสมุยคึกคัก! พร้อมแล้วรับนักท่องเที่ยวขานรับนโยบายเปิดประเทศรัฐบาล

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.51 น.

วันที่ 13 ต.ค.64 หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วและเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศที่มาจากประเทศที่กำหนดและเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จากการที่นายกรัฐมนตรีแถลงดังกล่าวในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทำให้บรรยากาศการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวของเกาะสมุยหลายหน่วยงานได้มีการเตรียมความพร้อม สำหรับเกาะสมุยเป็นสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวมีความสนใจที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งปัจจัยหนึ่งของการเปิดรับนักท่องเที่ยวคือความปลอดภัยด้านทรัพย์สิน และความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

สำหรับด้านความปลอดภัยเทศบาลนครเกาะสมุยได้มีการเตรียมความพร้อมระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วเกาะสมุยกว่าหนึ่งพันจุด พร้อมห้องปฏิบัติการสมุย สมาร์ท ซิตี้ คอมมาน เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเตรียมความพร้อมของสถานประกอบการต่างๆ และผู้ที่อาศัยบนเกาะสมุยโรงพยาบาลเกาะสมุยได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วถึงร้อยละ 80 ของประชากรที่อาศัยบนเกาะสมุยทั้งหมด โดยคาดว่าสินเดือนตุลาคมนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ครอบทุกคน

ในการเตรียมความพร้อมครั้งนี้นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเกาะสมุยตอนนี้ตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ บนเกาะสมุยได้มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว เช่นถนนได้มีการปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นมีแต่บางเส้นทางที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบไอทีที่ดูแลความปลอดภัยก็มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ในส่วนของการรับนักท่องเที่ยวสำหรับเกาะสมุยธรรมชาติมีความสมบูรณ์อย่างมากขณะนี้ ที่สำคัญชาวเกาะสมุยทุกคนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน

ด้านแพทย์หญิงนิชาภา สวัสดิกานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวหากพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการเปิดประเทศโดยกล่าวว่า โรงพยาบาลเกาะสมุยได้มีการประชุมร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุยในการเตรียมความพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว โดยโรงพยาบาลเกาะสมุยได้ดำเนินการให้บริการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่อาศัยบนเกาะสมุยแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าสินเดือนตุลาคมนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ และได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุหากมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งโรงพยาบาลสามารถรองรับได้ถึงห้าร้อยคน ขอให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมถึงชาวเกาะสมุยเชื่อมั่นว่ามาเกาะสมุยได้ที่สำคัญเกาะสมุยยังมีความสวยเสมอ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศึกสองยักษ์ (ต้านโกง) #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608452

ศึกสองยักษ์ (ต้านโกง)

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดข้อโต้แย้งครั้งใหญ่ในวงการวิชาการด้านการต่อต้านคอร์รัปชันขึ้น เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง ศาสตราจารย์แมทธิว สตีเฟนสัน (Matthew Stepheson) แห่ง Harvard Law School ออกมาเขียนบทความฟาดความคิดของ ศาสตราจารย์ โบ รอสสตีน (Bo Rothstein) แห่งมหาวิทยาลัย Gothenburg อย่างโจ่งแจ้ง บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าเขาโต้แย้งอะไรกัน และเราจะเรียนรู้อะไรจากข้อโต้แย้งนี้ได้บ้าง

ยักษ์ใหญ่ฝ่ายยุโรป ศาสตราจารย์โบ รอสสตีน เป็นประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโกเตนเบิร์ก (Gothenburg University) ประเทศสวีเดน เป็นอดีตประธานหลักสูตรนโยบายสาธารณะที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร และอาจารย์พิเศษในอีกหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก รอสสตีนได้รับการยอมรับจากวงการวิชาการอย่างมาก จนสภาวิทยาศาสตร์สวีเดนยกย่องให้เขาเป็น “นักวิชาการชั้นนำ” จากงานวิจัยด้านรัฐศาสตร์และคุณภาพของรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน

ในอีกฟากหนึ่ง ยักษ์ใหญ่ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์แมทธิว สตีเฟนสัน แห่งHarvard Law School ที่เรียนจบมาทั้งรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ทำให้มีมุมมองด้านประสิทธิภาพของกฎหมายที่กว้างมาก สตีเฟนสันเคยเป็นที่ปรึกษาธนาคารโลกและอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยชิคาโกอีกด้วย เขาถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกด้านการต่อต้านคอร์รัปชันเลยทีเดียว และเป็นบรรณาธิการ Global Anticorruption Blog (GAB) ที่มี
นักวิชาการด้านต่อต้านคอร์รัปชันจากทั่วโลกติดตามและร่วมเขียนบทความเป็นประจำด้วย

เรื่องทั้งหมดเริ่มที่รอสสตีนได้เขียนบทความใน The Corruption, Justice & Legitimacy Program (CJL) Blog เรื่อง “3 สาเหตุที่ทำให้โครงการต่อต้านคอร์รัปชันล้มเหลว” (Three Reasons Anti-Corruption Programs Fail) โดยสรุปเนื้อหามาจากหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่ชื่อ “Controlling Corruption: The Social Contract Approach” ซึ่งสาเหตุ 3 ข้อนี้ ได้แก่

-หนึ่ง แนวคิดและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันมักออกแบบบนพื้นฐานทฤษฎีที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง รอสสตีนอธิบายว่า ทุกวันนี้ทฤษฎีที่หลายประเทศใช้ในการออกแบบมาตรการเหล่านี้ คือ ทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน (Principal Agent Theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายพฤติกรรมและความขัดแย้งในองค์กรเอกชน ที่มีเจ้าของบริษัท ในฐานะตัวการ (Principal) ว่าจ้างผู้จัดการในฐานะตัวแทน (Agent) มาทำงานให้ ตัวแทนนั้นมีข้อมูลมากกว่าตัวการในหลายๆ เรื่อง ทำให้สามารถเอาเปรียบหรือโกงตัวการได้ เช่น ผู้จัดการขโมยทรัพย์สินบริษัท หรือ ยักยอกเงินลูกค้าโดยเจ้าของไม่รู้ ซึ่งวิธีแก้ก็ตรงไปตรงมาคือ ตัวการจะต้องเพิ่มต้นทุน (อุปสรรค) ให้การโกง หรือ เพิ่มผลประโยชน์ (ให้รางวัล) แก่คนซื่อสัตย์ เช่น กำหนดระเบียบ ขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน โปร่งใส มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด มีรางวัลพนักงานดีเด่น และมีบทลงโทษที่รุนแรง เป็นต้น

เมื่อนำทฤษฎีตัวการ-ตัวแทนนี้ มาอธิบายสังคมสาธารณะ “ตัวการ” เปรียบได้กับผู้นำหรือนักการเมืองที่ได้รับการคัดเลือกและมอบอำนาจจากประชาชน ส่วน “ตัวแทน” เปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่บริการประชาชน ซึ่งมีทั้งข้อมูลและโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบจากประชาชน ดังนั้นผู้นำสามารถป้องกันการคอร์รัปชันได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กำหนดบทลงโทษที่รุนแรง หรือแม้กระทั่งลดขนาดรัฐเพื่อลดจำนวนตัวแทนลง

รอสสตีน อธิบายต่อว่า ทั้งหมดนี้มันฟังดูง่ายเกินไปหน่อย ถ้าวิธีต่อต้านคอร์รัปชันมันเป็นสูตรตายตัวแบบนี้ คอร์รัปชันคงหมดไปจากโลกแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ตัวการนี่แหละ เพราะสมการนี้จะสำเร็จได้หากตัวกลางเป็นคนซื่อสัตย์ ซึ่งในความเป็นจริงมักไม่เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีระดับการคอร์รัปชันสูง ทั้งรัฐบาลและนักการเมืองกลับโกงเสียเอง จึงแทบไม่มีแรงจูงใจใดๆ ไปเปลี่ยนแปลงระบบเพื่อเพิ่มความโปร่งใสหรือเพิ่มการตรวจสอบเลย ในทางกลับกัน
เราเห็นกันมากมายทั่วโลกที่นักการเมืองเหล่านี้ร่วมกันปิดบังข้อมูลไม่ให้ตรวจสอบ ช่วยเหลือพวกพ้องไม่ให้โดนจับ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมแนวคิดและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันบนพื้นฐานทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน จึงมักจะล้มเหลวในโลกความเป็นจริง

-ข้อสอง รอสสตีนอธิบายว่า ที่ผ่านมาแนวคิดและความหมายของการคอร์รัปชันยังไม่ถูกตีความให้ชัดเจนเท่าที่ควร ทำให้เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตรงข้ามกับการคอร์รัปชันมันคืออะไร เมื่อเราไม่รู้สิ่งนี้ เราก็เลยไม่รู้ว่าบรรทัดฐานอะไรที่ถูกละเมิดเวลาเกิดคอร์รัปชันขึ้น เราจึงมักไม่รู้ว่าบรรทัดฐานอะไรกันแน่ที่ควรปลูกฝังและเสริมสร้างให้มีในสังคม

ด้วยเหตุผลนี้ รอสสตีนจึงเสนอให้ตีความบรรทัดฐานของรัฐบาลที่มีคุณภาพว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องมีความเป็นกลาง แต่ไม่ใช่เป็นกลางแบบให้บริการประชาชนเหมือนกันหมด เพราะประชาชนต่างมีความต้องการที่หลากหลาย แต่ต้องเป็นความเป็นกลางแบบไม่มีความลำเอียง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก รอสสตีนเห็นว่า หากยกเรื่องนี้มาเป็นบรรทัดฐานของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว จะทำให้การป้องกันการคอร์รัปชันทำได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

-ข้อสาม เรามองปัญหาการคอร์รัปชันผิดมาตลอด โดยรอสสตีนอธิบายว่า คอร์รัปชันนั้นไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมายหรือปัญหาทางวัฒนธรรม อย่างที่เรามักเข้าใจกัน ที่บอกว่าไม่ได้เป็นปัญหาทางกฎหมายเพราะแม้ในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง (อย่างประเทศไทย) ก็มีกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันอยู่แล้ว และมักจะมีเยอะเสียด้วย ส่วนที่หลายคนบอกว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมนั้นก็ไม่ใช่อีก เพราะแม้ในประเทศที่มีคอร์รัปชันรุนแรง (อย่างประเทศไทย อีกแล้ว!) คนจำนวนมากก็ไม่ได้ชื่นชมการคอร์รัปชัน และมีจิตสำนึกว่าคอร์รัปชันเป็นสิ่งผิด ซึ่งสอดคล้องกับผลชี้วัดของดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเลย

รอสสตีนเสนอว่า แท้จริงแล้วคอร์รัปชันเป็นปัญหาของกระบวนการจัดการทางสังคม หมายถึงสิ่งที่คนทั่วไปในสังคมทำกัน ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักจริยธรรมในใจคนก็ได้ เช่น เรายอมจ่ายสินบนเพื่อให้ได้รับบริการสาธารณสุขที่ดี เพราะเป็นสิ่งที่คนในสังคมนั้นทำกันเป็นปกติ แม้จะขัดแย้งกับจิตสำนึกและจริธรรมในใจของคนคนนั้นก็ตาม ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องไปแก้ที่กระบวนการจัดการทางสังคม ไม่ใช่ที่การปลูกฝังจิตสำนึกเป็นหลัก

เพียงสัปดาห์เดียวที่บทความนี้ของรอสสตีนถูกเผยแพร่ สตีเฟนสันก็เขียนบทความหัวข้อ Three Reasons Anticorruption Academics Fail: A Commentary on Rothstein ลงใน Global Anticorruption Blog ออกมาโจมตีข้อเสนอของรอสสตีน โดยเขายก 3 เหตุผล มาอธิบายว่า ข้อเสนอของรอสสตีนมีปัญหาอย่างไร

-ข้อแรก การหมกมุ่นอยู่กับการตีความและคำจำกัดความนั้นไม่เป็นประโยชน์ สตีเฟนสันอธิบายว่า คำว่า “คอร์รัปชัน” นั้นยากที่จะตีความให้ชัดเจน เพราะการคอร์รัปชันมันหลากหลายในบริบทที่แตกต่างกัน แต่ในภาพกว้างๆ ทุกคนก็พอจะเข้าใจกันอยู่แล้วว่ามันคือการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้นอย่าไปเสียเวลาตีความหมายเป๊ะๆ เลย เขายกตัวอย่างงานวิจัยหลายชิ้นที่ที่พยายามตีความหมายคำว่าคอร์รัปชันใหม่ว่า สุดท้ายก็ วนกลับมาคล้ายๆ เดิม แถมบางทียิ่งตีความจนคนงงกันไปกว่าเดิมอีก เช่น ที่รอสสตีนบอกว่า การคอร์รัปชันเกิดจากการละเมิดบรรทัดฐานความเป็นกลางแบบไม่ลำเอียง หมายความว่าความลำเอียงคือการคอร์รัปชันหรือ? สตีเฟนสันบอกว่ามันไม่ใช่นะ เพราะความลำเอียงนั้นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่อาจนำไปสู่การคอร์รัปชันได้ สตีเฟนสันจึงสรุปสั้นๆ ว่า การที่มัวแต่ไปหมกมุ่นกับเรื่องการตีความความหมาย มันแสดงว่านักคิดคนนั้นไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์จะพูดแล้วดังนั้น อย่าไปทำเลย! (โหดไหมล่ะครับ)

-ข้อสอง ความผิดพลาดและเข้าใจผิดในการใช้แนวคิดสังคมศาสตร์มาวิเคราะห์ สตีเฟนสันบอกว่า การที่รอสสตีนไปด้อยค่าทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน นั้น เพราะรอสสตีนเข้าใจทฤษฎีนี้เพียงผิวเผิน แน่นอนว่า การใช้กลไกแรงจูงใจมันอาจจะไม่ได้ผลเสมอไปในทุกๆ ที่ แต่ก็ไม่มีใครเคยบอกเลยนะว่ากลไกนี้เป็นวิธีเดียวในการต้านโกง ทฤษฎีนี้มีความลึกซึ้งและยืดหยุ่นมาก สามารถนำไปใช้ประยุกต์ได้อย่างกว้างขวาง ดูได้จากงานวิจัยด้านการต่อต้านคอร์รัปชันจำนวนมากที่ใช้ทฤษฎีนี้ในการวิเคราะห์กระบวนการจัดการปัญหาในสังคม และอธิบายปัญหาเชิงลึกทางโครงสร้างสังคมและสถาบัน นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่หลากหลายมาก

ที่สำคัญ ที่รอสสตีนบอกว่า หลายประเทศที่คอร์รัปชันสูง มักจะมีผู้นำหรือนักการเมืองขี้โกงที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงระบบเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบนั้น อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะระบบการทำงานของรัฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำคนเดียว ในหลายประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูงก็อาจมีผู้นำหรือนักการเมืองฝ่ายค้านที่ต้องการปฏิรูประบบต่อต้านคอร์รัปชันก็ได้ ดังนั้นแสดงว่า จริงๆแล้วปัญหาคอร์รัปชันมันเป็นปัญหาทางการเมืองมากกว่าปัญหาทางเทคนิคเสียอีก นักวิจัยจึงควรไปศึกษากระบวนการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง มากกว่าเสียเวลาคิดหาทางออกเชิงเทคนิค แบบที่รอสสตีนเสนออยู่นี้

-ข้อสุดท้าย ปัญหาการล้มความคิดและงานวิจัยก่อนหน้าทั้งหมด สตีเฟนสันบอกว่า จริงอยู่ที่ความรู้เกิดจากการถกเถียงและโต้แย้งกับความคิดก่อนหน้า แต่การโต้แย้งสุดโต่งแบบล้มกระดานอย่างที่รอสสตีนทำนั้น กลับจะสร้างปัญหามากกว่าเกิดประโยชน์ เช่น รอสสตีนโต้แย้งเพื่อล้มทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน โดยบอกว่า ทฤษฎีนี้นำไปสู่มาตรการลดขนาดรัฐบาล ลดอำนาจดุลยพินิจเจ้าหน้าที่รัฐ และเพิ่มการตรวจตราตรวจสอบข้าราชการเท่านั้น ซึ่งกลไกทั้งหมดที่กล่าวมาจะไม่มีประสิทธิภาพเลยหากตัวการไม่มีความซื่อสัตย์นั้น ก็ไม่ถูกต้อง เพราะทุกประเด็นที่กล่าวมาก็ยังเป็นข้อถกเถียงในเชิงวิชาการบนพื้นฐานของทฤษฎีเพื่อหาจุดสมดุลของข้อเสนอเหล่านี้กันอยู่เลย อย่างที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น

ส่วนเรื่องที่รอสสตีนบอกว่าคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมายก็เช่นกัน รอสสตีนบอกว่า ไม่ต้องไปคิดเรื่องนี้เลย เพราะทุกประเทศก็มีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่เยอะและมักเป็นกฎหมายที่ดีอีก ประเด็นนี้สตีเฟนสันเห็นแย้งอย่างมาก โดยบอกว่า การโต้แย้งแบบล้มประเด็นทางกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันทั้งหมดแบบนี้ไม่ได้ เพราะถึงแม้เกือบทุกประเทศจะมีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันจริง แต่รูปแบบ ลักษณะ และรายละเอียดของกฎหมายในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน บางแห่งเน้นการลงโทษ บางประเทศเน้นตรวจสอบ บางที่เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งผลกระทบของกฎหมายแต่ละลักษณะก็ไม่เหมือนกันเลย และต่อให้แม้บางประเทศจะมีกฎหมายที่คล้ายกัน แต่การบังคับใช้กฎหมายก็มักจะแตกต่างตามบริบทสังคม-การเมืองของแต่ละที่อยู่ดี ทำให้กฎหมายที่แม้จะเขียนไว้ดีแล้ว ก็อาจจะไร้ประสิทธิภาพได้ สรุปคือ การโต้แย้งกับงานและความรู้ก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช้ล้มกระดานไปเสียหมดบางส่วนคิดวิเคราะห์ไว้ดีแล้ว ก็ควรเอามาพิจารณาศึกษาลงรายละเอียดต่อยอดไป

เป็นอย่างไรบ้างครับ ข้อเสนอตรงไปตรงมาของรอสสตีนและ ข้อโต้แย้งอย่างดุเดือดของสตีเฟนสัน สองยักษ์ใหญ่สายวิชาการด้านการต่อต้านคอร์รัปชันจากสองซีกโลก ผมอ่านไปก็ตื่นเต้นและทึ่งกับความเข้าใจที่ลึกซึ้งในวิชาการต่อต้านคอร์รัปชันรอบโลกที่ล้ำหน้าไปมาก สำหรับประเทศไทยที่การคอร์รัปชันยังคงมีความรุนแรงและกว้างขวางอยู่เช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาความรู้ทั้งเชิงทฤษฎี เชิงเทคนิค และกระบวนการทางการเมือง เพื่อปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งนี่เป็นพันธกิจสำคัญหนึ่งของศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานจนถึงวันนี้ครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

https://www.corruptionjusticeandlegitimacy.org/post/three-reasons-anti-corruption-programs-fail

https://globalanticorruptionblog.com/2021/09/29/three-reasons-anticorruption-academics-fail-a-co

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อะเมสซิ่ง! นทท.แห่ป้อนอาหารปลาได้ถึงปาก ทางเดินลงโป๊ะ’วัดพนัญเชิงวรวิหาร’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608505

อะเมสซิ่ง! นทท.แห่ป้อนอาหารปลาได้ถึงปาก ทางเดินลงโป๊ะ'วัดพนัญเชิงวรวิหาร'

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.28 น.

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 พระเมธีวราภรณ์ พระเมธีวราภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เปิดเผยว่า หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้สะพานทางเดินลงไปยังโป๊ะเพื่อให้อาหารปลาจมน้ำ แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีปลาขึ้นมาว่ายน้ำในทางเดินจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาให้อาหารปลาสามารถลงไปเดินทางเดินพร้อมให้อาหารกับปลาที่ว่ายอยู่บนโป๊ะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างมาให้ปลาบริเวณทางลงดังกล่าว โดยนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหารได้ถึงปาก รวมถึงสามารถให้อาหารปลาโดยรอบได้ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถมาชมและอาหารปลาได้ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ถึง 17.00 น.ทุกวัน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบหินประหลาดมีประกายคล้ายเพชร งอกได้ กองอยู่หน้ากุฎิพระเชื่อเป็นเหล็กไหล

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608483

พบหินประหลาดมีประกายคล้ายเพชร งอกได้ กองอยู่หน้ากุฎิพระเชื่อเป็นเหล็กไหล

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.51 น.

พบหินประหลาดงอกได้ มีประกายคล้ายเพชร กองอยู่บริเวณหน้ากุฎิพระลูกวัดวัดโบสถ์ อ่างทอง พระเผยโยมนำมาถวายวัดหลังไปเก็บมาจากถ้ำต่างๆ หลายร้อยก้อนทำให้อยู่ไม่เป็นสุขสูญเงินไปกว่า 20 ล้าน จึงนำมาถวายวัดกองไว้หน้ากุฏิ ขณะที่มีชาวบ้านมาพบเห็นเชื่อเป็นเหล็กไหล

วันที่ 12 ต.ค.64 พบหินประหลาดงอกได้เป็นประกายเงางามคล้ายเพชร วางอยู่บนโต๊ะจำนวนหลายร้อยก้อนที่บริเวณหน้ากุฎิ พระมหาปภาวินท์ พระลูกวัดวัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง โดยมีก้อนหินเล็กใหญ่จำนวนมากวางอยู่บนโต๊ะ ในขวดโหล และกล่องพลาสติกจำนวนหลายร้อยก้อน มีหลายขนาดต่างกันไปทั้งเล็กใหญ่ มีการงอกออกมาเป็นประกายสวยงามสร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็น

พระมหาปภาวินท์ เล่าให้ฟังว่า หินทั้งหมดที่เห็นอยู่นี้เป็นของญาติโยมลูกศิษย์ที่อยู่กรุงเทพฯ นำมาถวายไว้ที่วัดทั้งหมดโดยได้ไปเก็บหินมาจากที่ต่างๆ อล่วนำมาไว้ที่บ้านเป็นจำนวนมากและทำให้อยู่ไม่เย็น ไม่เป็นสุข สูญเงินไปกว่า 20 ล้านบาทจึงได้เดินทางมาที่วัดโบสถ์ ทำการอาบน้ำมนต์ เพื่อความสบายใจ แล้วก็นำหินทั้งหมดที่เก็บไว้ที่บ้าน นำมาถวายวัดทั้งหมดโดยวางกองไว้บริเวณด้านหน้ากุฏิ

หลายวันผ่านมามีชาวบ้านจากจังหวัดสุพรรณบุรีมาพบเห็นพบว่าหินที่กองไว้บริเวณด้านหน้ากุฏิหลายก้อนมีการงอกออกมาเป็นประกาย เงางามคล้ายเพชร ซึ่งเขามีความเชื่อว่า หินเหล่านั้นน่าจะเป็นเหล็กไหลที่นำออกมาจากถ้ำในป่าและทำไม่ถูกวิธี จึงต้องนำมาถวายวัดเพื่อตัดปัญหา จึงแนะนำให้นำหินทั้งหมดวางไว้ที่สูงบนโต๊ะ ที่แปลกก็คือ หินหลายก้อนที่เห็นนั้นมีการงอกออกมาเป็นประกาย หลายคนทราบข่าวก็เข้ามากราบไหว้ ขอโชคลาภ ตามความเชื่อต่อไป  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,312,205 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Songkran gets traditional at Iconsiam
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
ช็อก เครื่องบินทหารสหรัฐฯ บรรทุก 23 นาวิกโยธิน ตกในออสเตรเลีย
กรมการท่องเที่ยว เปิดภารกิจ 'Thailand Green Tourism Plan 2030' พัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย พร้อมเป้าหมาย Top 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
TRUE set to sell 300 DIF units to raise operating capital #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d