Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

2นาทีอันตรธาน!สาวเจ้าของร้านมือถือร้องโดนโจรลักจยย. พบจุดเกิดเหตุ 1 เดือนหาย 10 คัน #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608146

2นาทีอันตรธาน!สาวเจ้าของร้านมือถือร้องโดนโจรลักจยย. พบจุดเกิดเหตุ 1 เดือนหาย 10 คัน

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.13 น.

2นาทีอันตรธาน!สาวเจ้าของร้านมือถือร้องโดนโจรลักจยย. พบจุดเกิดเหตุ 1 เดือนหาย 10 คัน

11 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊คโพสต์ข้อความกรณีเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.30 น. น้องสาวได้ขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ภายในหมู่บ้านบัวทองธานี ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยนำรถ จยย.ไปจอดห่างจากร้านสะดวกซื้อประมาณ 10 เมตร จนกระทั่งช่วงเช้าหลังเลิกงาน เวลาประมาณ 08.00 น.พบว่ารถ จยย.ได้หายไป จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง โดยเจ้าของโพสต์ คือ น.ส.ศิริกัญญา ทาเขียว อายุ 27 ปี เจ้าของรถ จยย. และเป็นเจ้าของร้าน 2kโมบาย จำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ในตลาดบัวทองเคหะ หมู่ 1 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ อายุประมาณ 25-30 ปี ขับขี่รถ จยย.ไม่ทราบรุ่นและหมายเลขทะเบียน ขับผ่านกล้องวงจรปิดช่วงเวลา 02.32 น. จากนั้นเวลา 02.34 น.คนร้ายได้ขี่รถ จยย.ของผู้เสียหายออกมา มุ่งหน้าไปทางถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.00 น.น้องสาวเป็นคนขี่รถ จยย.คันดังกล่าวไปทำงาน จากนั้นได้นำรถไปจอดที่บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นที่จอดรถของพนักงาน พอถึงเวลาเลิกงานประมาณ 08.00 ได้กลับมาที่รถ จึงรู้ว่ารถ จยย.หายไปแล้ว จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาดูที่เกิดเหตุและดูกล้องวงจรปิดแล้ว ทราบว่าคนร้ายมากัน 2 คน ใช้เวลาในการก่อเหตุเพียง 2 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ทางตำรวจได้แจ้งกับตนอีกว่า พื้นที่ดังกล่าวภายใน 1 เดือน มีรถ จยย.หายมาแล้วกว่า 10 คัน ส่วนมากจะเป็นรถ จยย.ของพนักงานร้านสะดวกซื้อ ตนจึงสงสัยว่าทำไมตำรวจยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้สักราย

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า รถของตนเพิ่งจะผ่อนได้เพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น รู้สึกเสียดายและเสียใจมาก ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตน สุดท้ายอยากจะฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเร่งติดตามรถ จยย.ให้ด้วย เพราะตอนนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดสูตรฉบับ‘เบตง’ ต้มน้ำสมุนไพรแจกบรรเทาผู้ป่วยโควิด ยอดติดเชื้อยังพุ่ง #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608141

เปิดสูตรฉบับ‘เบตง’ ต้มน้ำสมุนไพรแจกบรรเทาผู้ป่วยโควิด ยอดติดเชื้อยังพุ่ง

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.59 น.

เปิดสูตรฉบับ‘เบตง’ ต้มน้ำสมุนไพรแจกบรรเทาผู้ป่วยโควิด ยอดติดเชื้อยังพุ่ง

11 ตุลาคม 2564 นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พร้อมด้วย นางมุกดา ยังอภัย ณ สงขลา นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง , นายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ ปลัดอาวุโส และสมาชิกกิ่งกาชาด กำลัง อส. ได้ช่วยกันต้มน้ำสมุนไพรให้ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่กักตัวอยู่ที่บ้านได้ดื่มทุกวัน เนื่องจากผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่บ้านเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่มีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ การใช้สมุนไพรจะสามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ ภายหลังจากมีรายงานการติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน คลัสเตอร์ และโรงงาน แต่ตอนนี้เมื่อมีการนำเชื้อไปยังคนในครอบครัว จึงต้องเพิ่มความเข้มข้นมาตรการและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในกลุ่มครอบครัว

ขณะที่ ศปก.เทศบาลเมืองเบตง ได้ประกาศปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยง ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมา เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้ง เพราะขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในอำเภอเบตง อยู่ในขั้นวิกฤต โดยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 50-60 คนต่อวัน และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังเกิดคลัสเตอร์ใหม่ตลาดสด ประกอบกับในขณะนี้เตียงรองรับผู้ป่วย ทั้งในโรงพยาบาลเบตง และโรงพยาบาลสนาม ไม่เพียงพอต่อการรับผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน

นางมุกดา พร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาด ได้ร่วมกันต้มน้ำสมุนไพร ณ บ้านพักนายอำเภอเบตง เพื่อมอบให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัวอยู่ที่บ้านในเขตเทศบาลและพื้นที่รอบนอกเขตเทศบาลโดยมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการต้มน้ำสมุนไพรให้กับผู้ป่วยโควิดดื่มเพื่อบรรเทาอาการกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว  

ทั้งนี้ มีสูตรต้มสมุนไพร ประกอบด้วย น้ำ 40 ลิตร ขิงแก่ 2 กิโลกรัม กระชาย 1 กิโลกรัม หอมแดง 1 กิโลกรัม กระเทียม 1 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 200 ซีซี (1 ทัพพี) น้ำตาลอ้อย 2 ทัพพี มีขั้นตอนคือล้างวัตถุดิบให้สะอาดทุบพอหยาบๆ ใช้หม้อต้มเบอร์ 50 ต้มน้ำให้เดือด นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปต้มอีก 30-40 นาที เสร็จแล้วดื่มร้อนๆ จะบรรเทาอาการเจ็บคอ และหายใจได้โล่งขึ้น

ทางกิ่งกาชาดอำเภอเบตง จะทำน้ำสมุนไพร เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตเทศบาลและพื้นที่ 4 ตำบลรอบนอกทุกวันเพื่อบรรเทาอาการกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวและรับฟังปัญหาในการเข้าถึงในการรักษาของประชาชนเพื่อให้ได้รับการรักษาถูกต้องตามกระบวนการสาธารณสุขต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มชาวบ้านสำรวจปรับเส้นทางเดินป่าชม ‘ทุ่งโนนสน’ รอประกาศเปิดให้ นทท.สายลุยเข้าชม #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608110

กลุ่มชาวบ้านสำรวจปรับเส้นทางเดินป่าชม 'ทุ่งโนนสน' รอประกาศเปิดให้ นทท.สายลุยเข้าชม

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.58 น.

ชาวบ้านชมรมการท่องเที่ยวทุ่งโนนสน ร่วมกันเดินขึ้นทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อสำรวจและปรับปรุงเส้นทางตลอดระยะทางเดินป่า 8 กิโลเมตร และปรับปรุงสถานบริเวณลานกางเต้นให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมธรรมชาติช่วงปลายตุลาคมนี้ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา

วันที่ 11 ต.ค.64 นายบุญเชิด คำแก้ว ประธานชมรมการท่องเที่ยวทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแลลงหลวง พร้อมด้วยนายทวีศักดิ์ ล่อกา ปลัดอำเภอเนินมะปราง เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่ 12 (รักไทย) และชาวบ้านที่เป็นลูกหาบในพื้นที่บ้านฐานแตก ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ร่วมกันเดินขึ้นทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อสำรวจและปรับปรุงเส้นทางตลอดระยะทางเดินป่า 8 กิโลเมตรและปรับปรุงสถานบริเวณลานกางเต้นให้กับนักท่องเที่ยว หลังจากทางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมธรรมชาติคาดว่าในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา

สำหรับ ทุ่งโนนสน ถือว่าเป็นทุ่งดอกไม้ที่สมบูรณ์และสวยงาม บริเวณทุ่งมีเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ลักษณะส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าสะวันนา สภาพพื้นที่เป็นทุ่งหญ้าโล่งใหญ่ มีต้นสนสามใบเต็มลาน มีเส้นทางตัดผ่านทุ่งหญ้าคา สลับป่าเบญจพรรณที่มีไม้ดอกล้มลุกแปลก ๆ ผุดขึ้นมาให้ชมในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.ของทุกปี มากมายกว่า 50 ชนิด ในช่วงนี้ดอกไม้ป่ากำลังออกดอกเบ่งบานสวยงามสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง มีทั้งเหลืองพิศมร หรือเอื้องนวลจันทร์ นางเอกของทุ่งโนนสน กำลังออกดอกสีเหลืองเต็มลานหิน อีกทั้งดอกมณีเทวาหรือกระดุมเงิน สีขาวดุจปุยฝ้าย ดอกดุสิตา สีน้ำเงินอมม่วง ทิพย์เกสร สีม่วงอ่อนหวาน จอกบ่วาย (พืชกินแมลง) และอีกหลายหลายชนิดให้เพลินเพลินตระการตา โดยเฉพาะในช่วงนี้บริเวณลานกางเต้นท์บนลานทุ่งโนนสน ก็จะมีไอหมอกยามเช้ารายล้อมสดชื่นสวยงาม

นายบุญเชิด คำแก้ว ประธานชมรมการท่องเที่ยวทุ่งโนนสน กล่าวว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวได้สอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ว่าทุ่งโนนสนใจกลางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมได้หรือยัง ซึ่งทำให้ทางชมรมฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจ เพื่อพร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวสายลุยป่ามาสัมผัสกับธรรมชาติที่สมบูรณ์และชมดอกไม้หลากหลายชนิด ซึ่งขณะกำลังเริ่มเบ่งบานมาหลายชนิดแล้ว ไม่ว่าเป็นดุสิตา เอื้องนวลจันทร์ จอกบ่วาย และหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้น คาดว่าทางอุทยานฯจะมีคำสั่งประกาศในช่วงปลายเดือนนี้

สำหรับการเดินทางไปสู่ทุ่งโนนสนจะเริ่มต้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่ 12 (รักไทย) อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แล้วนั่งรถกระบะไปอีก 8 กม.หลังจากนั้นต้องเดินเท้าอีก 8 กม.บนความสูง 700 เมตรใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง พักแรม 1-2 คืน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการลูกหาบนั้นก็จะมีค่าบริการ 1,500 บาทต่อคน ต่อน้ำหนัก 17 กิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาเดิมโดยนักท่องเที่ยวทั่วไปต้องการสอบถามรายละเอียด หรือต้องการไปเที่ยวชมทุ่งโนนสนก็สามารถโทรศัพท์ได้ที่ 061-2686937

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึงไปเลย! 2 ผู้เฒ่าเมืองช้างฝังเงินหมื่นไว้ใต้ดินกว่า 3 ปีนึกได้ขุดมาดูพบผุพังหมด #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608091

ตะลึงไปเลย! 2 ผู้เฒ่าเมืองช้างฝังเงินหมื่นไว้ใต้ดินกว่า 3 ปีนึกได้ขุดมาดูพบผุพังหมด

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.09 น.

มีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งโพสต์คลิปหญิงวัยกลางคนหอบแบงก์ 1,000 บาทเก่าผุพังไปแลกที่ธนาคาร โดยระบุข้อความว่า “ยายอายุ 95 ปีเอาเงินไปฝังใต้ดิน บอกลูกไปขุดเหลือแค่นี้ ฝังไว้หลายที่มาก” ด้านยายเจ้าของเงินเผยชอบหลงๆ ลืมๆ ฝังไว้ทั้งหมดกี่ครั้ง กี่บาท และที่ไหนบ้างไม่ทราบ

วันที่ 11 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้ติ๊กต็อก (Tik Tok) ที่ใช้ชื่อว่า noonut2540 ได้โพสต์คลิปมีความยาว 1 นาที เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2564 โดยมีข้อความได้ระบุว่า “ยายอายุ 101 ปี เอาเงินไปฝังใต้ดิน บอกลูกไปขุดเหลือแค่นี้ ฝังไว้หลายที่มาก” ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีหญิงวัยกลางคนถือแบงก์ 1,000 บาทสภาพเก่าหลายใบมาสอบถาม รปภ. ที่อยู่หน้าธนาคารว่าจะแลกได้ไหม โดยได้อธิบายว่า คุณยายอายุ 95 ปี เก็บเงินโดยใช้วิธีฝังดินเอาไว้นานมากและเพิ่งขุดออกมาให้ตนเอามาแลกโดยคลิปดังกล่าวมีผู้กดถูกใจกว่า 5 พันคนและเข้ามาคอมเมนต์ให้ความรู้ในวิธีแลกอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านของผู้ปรากฏในคลิป บ้านเลขที่ 8 หมู่ 3 ต.ตามียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบกับนางเบ็ง สายพรหม อายุ 95 ปี และนายกัน สายพรหม อายุ 74 ปี พร้อมกับนางลำเพียร สอนสันติ อายุ 53 ปี อดีตลูกสะใภ้ ได้นั่งพูดคุยเรื่องเงินอยู่ โดยนางลำเพียร ได้นับเงินที่ผุให้ดูมีจำนวน 8 ใบกับอีกครึ่งใบและไม่สามารถใช้การได้

ต่อมานายกัน สายพรหม อายุ 74 ปี ได้นำถุงพลาสติกที่ใส่เงินเหรียญมาวางให้ผู้สื่อข่าวดูโดยมีเหรียญ 10 บาท 5 บาทและ 1 บาทราวครึ่งถุงและได้บอกว่าเป็นเงินเก็บที่เก็บมาทั้งชีวิตเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน และยังบอกอีกว่า ยังมีเงินที่เป็นกระดาษอีก แต่มันผุหมดเพราะไม่ได้ใส่ถุงไว้ โดยนางเบ็ง สายพรหม อายุ 95 ปี ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูสถานที่ฝังเงินไว้ พร้อมกับนำเสียมไปหนึ่งเล่มเพื่อสาธิตการงัดไม้กระดานใต้ห้องครัวที่ได้หย่อนแบงก์ 1,000 ลงไป แต่ปีนี้เนื่องจากมีฝนตกชุกจึงทำให้แบงก์ 1,000 ผุหมด โดยที่คุณยายก็จำไม่ได้ว่าหย่อนเงินลงไปกี่ครั้ง จนงัดเอาออกมาดูก็พบว่า เงินที่หย่อนลงไปมันผุพังหมดแล้ว

นางลำเพียร สอนสันติ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 63 ม.2 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ อดีตลูกสะใภ้ เล่าว่า ตากันกับยายเบ็ง อยู่สองคน โดยมีลูกทั้งหมด 4 คนเสียชีวิตหมดแล้ว ตนเองเคยเป็นลูกสะใภ้ พอสามีเสียก็ไปมีครอบครัวใหม่ แต่ทุกวันก็ยังแวะมาเยี่ยมยายอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นเป็นวันสารท ตนได้เดินทางไปหาตา ซึ่งตาก็ได้หยิบเงินในสภาพอย่างที่เห็นมาให้ตนเพื่อให้เอาไปแลก ซึ่งเป็นแบงก์ที่ยายไม่เอาแล้วจะเอาไปทิ้งแล้ว เพราะมันใช้ไม่ได้

“ฉันจึงบอกไปว่าจะเอาไปแลกที่ธนาคารให้ ให้เอามาทั้งหมด ยายเลยไปเอามาให้มีทั้งหมดจำนวน 8 ใบกับอีกครึ่งใบ ฉันจึงนำแบงก์ดังกล่าวไปสอบถาม รปภ.ธนาคารแห่งหนึ่งที่ อ.พนมดงรัก ทาง รปภ.เองจึงได้แนะนำให้ไปแลกอีกธนาคารของรัฐในเมือง ฉันจึงกลับบ้านบอกให้ตาและยายให้ไปขุดเงินมาให้หมด ซึ่งด้วยอายุที่ชรามากแล้วทั้ง 2 ท่านก็อาจจะหลงๆ ลืมๆ ไป ซึ่งเงินที่เอาไปฝังเป็นเงินที่รัฐบาลช่วยอุดหนุนการทำนาและเงินคนชราของยายราว 3 ปีแล้ว ทั้งหมดน่าจะหลายหมื่นบาทอยู่ที่เอาไปฝังส่วนเงินคนชราของตาก็จะเอาไว้ใช้จ่าย” นางลำเพียร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA เผยภาพดาวเทียม พบ 9 จว.อีสาน ยังจมกว่า 8 หมื่นไร่ #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608086

GISTDA เผยภาพดาวเทียม พบ 9 จว.อีสาน ยังจมกว่า 8 หมื่นไร่

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.50 น.

GISTDA ใช้ดาวเทียม Cosmo Skymed-1 วันที่ 11 ตุลาคม 2564 ติดตามสถานการณ์น้ำในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ล่าสุดพบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของจังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ และบึงกาฬ รวม 84,465 ไร่ ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงทุ่งรับน้ำ พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลัก และชุมชนที่อยู่อาศัยบางส่วน โดยมวลน้ำเหล่านี้จะไหลลงแม่น้ำมูล ก่อนออกสู่แม่น้ำโขงต่อไป

ข้อมูลภาพจากดาวเทียมเหล่านี้ GISTDA จะส่งต่อให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม การประเมินสถานการณ์ และการฟื้นฟูความเสียหายต่อไป

ทั้งนี้ GISTDA ได้วางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ถ้ำหลวง’ เตรียมเปิดให้เที่ยว15ตุลาฯ คราวนี้ให้เข้าลึกถึงห้องบัญชาการหน่วยชีล #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608081

'ถ้ำหลวง' เตรียมเปิดให้เที่ยว15ตุลาฯ คราวนี้ให้เข้าลึกถึงห้องบัญชาการหน่วยชีล

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.36 น.

“ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน” อำเภอแม่สาย เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ คราวนี้ให้นักท่องเที่ยวเข้าลึกถึงห้องบัญชาการหน่วยชีล แต่คุมเข้มโควิด – 19 

วันที่ 11 ต.ค.64 ภายหลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงรายได้มีประกาศปิดเมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ล่าสุดอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ มีกำหนดจะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมและสัมผัสกับบรรยากาศของถ้ำหลวงอีกครั้งแล้ว โดย นายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ได้มีประกาศว่าทางอุทยานจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.64 นี้เป็นไป 

โดยนายกวี กล่าวว่า จะมีการเปิดให้เข้าชมได้ทั้งที่ถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอนหรือสระมรกตพร้อมกันภายใต้มาตรการป้องกันและคัดกรองผู้เข้าชมตามมาตรฐานทางสาธารณสุข โดยในส่วนของของถ้ำหลวงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมภายในถ้ำหลวงได้ลึกประมาณ 200 เมตร จำกัด ผู้เข้าชมไม่ให้เกิน 40 คน เพื่อความปลอดภัยทางสาธารณสุขและเหมาะสมกับปริมาณคาร์บอนไดอ๊อกไซค์ที่มีสูงเพราะพื้นที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าพื้นปกติ การควบคุมจำนวนจะใช้การมอบไฟฉายในการให้นักท่องเที่ยวโดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกจุดโดยเฉพาะด้านหน้ามีแนวรั้วกั้นไม่ให้เกินจำนวน ขณะที่ขุนน้ำนางนอนหรือสระมรกตที่เปิดให้เข้าชมได้แต่ยังไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้จนกว่าศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปค.) อ.แม่สายจะอนุญาต

นายกวี กล่าวอีกว่า การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว 40 คนดังกล่าวคือจำนวนผู้ที่จะเข้าไปในถ้ำหลวงโดยใช้ระบบเวียนเวียนกัน คนออกมาเท่าไหร่ก็จะเติมเข้าไปเท่านั้น เช่น ออก 10 ให้เข้าไปอีก 10 โดยมีบัตรสีแจกให้ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าไปสามารถชมนิทรรศการ ถ้ำอื่นๆ สถานที่สำคัญโดยรอบ เช่น อนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ศาลาอนุสรณ์สถาน ฯลฯ นอกจากนี้ที่หน้าถ้ำยังมีอุปกรณ์ช่วยเหลือเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงช่วงกลางปี 2561

“ในความเป็นจริงแล้วระยะทางจากปากถ้ำหลวงถึงเนินนมสาวลึกประมาณ 2,430 เมตร ใช้เวลาเดินไปถึงนานนับวัน แต่เฉพาะโถงที่ 1 ซึ่งถือเป็น 1 ใน 10 ของเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้บรรยากาศแล้วโดยมีความมืดและถ้ำหลวงจะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่นคือไม่มีกลิ่นของมูลค้างคาว อากาศเย็น บรรยากาศชวนให้น่าค้นหา จากจุดปากถ้ำไปถึงจุดโถง 1 ที่เปิดให้เข้าไปจะใช้เวลาหากเดินทางไปกลับทันทีประมาณ 15 นาทีแต่ถ้าเข้าไปถ่ายภาพเซลฟี ฟังบรรยายก็อาจจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที 

ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในถ้ำลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตรจะมองเห็นหินงอกหินย้อยที่งดงาม และถ้าเดินลึกเข้าไปลึกประมาณ 150 เมตรก็จะเป็นห้องโถง 1 ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยชีลจะใช้เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ถัดจไปคือห้องโถงที่ 2 นั้นเดิมต้องดำน้ำเข้าไปแต่ปัจจุบันน้ำแห้งหมดแล้วแต่ก็จะอนุญาตให้เข้าไปถึงแค่ห้องโถงที่ 1 ไปก่อน” นายกวี กล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปชมต้องปฏิบัติตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย และ ศปค.อ.แม่สาย อย่างเข้มงวด เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 มาแล้วครบ 2 เข็ม ถ้าไม่ได้ฉีดมาก็ต้องผ่านกระบวนการตรวจหาเชื้อ ตามลำดับ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทธะอิสระ’สวดยับ’มหาสมปอง’ใช้อารมณ์แก้ปัญหา ร้องไห้ฟูมฟาย ให้อายชาวบ้านทำไม? #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608075

'พุทธะอิสระ'สวดยับ'มหาสมปอง'ใช้อารมณ์แก้ปัญหา ร้องไห้ฟูมฟาย ให้อายชาวบ้านทำไม?

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.15 น.

จากกรณีพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แห่งวัดสร้อยทอง ได้หลั่งน้ำตาขณะกำลังไลฟ์ หลังระบายความอัดอั้นตันใจที่ถูกจ้องจับผิดและถูกขู่ว่าทางผู้มีอำนาจจ้องจะจับสึก จนกลายเป็นประเด็นร้อนๆทางโซเซียล มีการติดแฮชแท็ก #Saveพระมหาสมปอง ทะยานติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ต่อเนื่องข้ามวันนั้น

ล่าสุด วันที่ 11 ตุลาคม 2564 นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ระบุว่า 

มหาสู้ๆ มหาสู้ตาย มหาไว้ลาย สู้ตาย สู้ สู้
หัวเราะสิมหา หัวเราะ อย่าร้องไห้
เมื่อคิดจะยึดถืออารมณ์ เอาการตลก คะนอง เป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง
ในเวลานี้ ที่มหามีทุกข์ มีความหมดอาลัยตายอยาก มีความสิ้นหวัง อึดอัดขัดเครือ น้อยเนื้อต่ำใจ อัดอั้นตันใจ จนระเบิดออกมาเป็นน้ำมูก น้ำตาไหล
มหาก็ลองใช้เสียงหัวเราะ อารมณ์ขัน ตลกคะนอง ที่มหาเสพติดมาทั้งชีวิต เอามาแก้ปัญหา แก้ทุกข์ ดูสิมหา
หรือไม่ก็เอาความรู้ ปริญญาที่มหาสู้อุตสาห์ทุ่มเททั้งชีวิตร่ำเรียนมาจาก
– โรงเรียนบ้านป่าว่าน จ.ชัยภูมิ
– เปรียญธรรม 7 ประโยค
– ปริญญาตรี พุทธศาสตร์บัณฑิต(พธ.บ.) เอกปรัชญา (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
– ปริญญาโท สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต (สส.ม.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ปริญญาโท พุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ม.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ความรู้มากมายขนาดนี้ มีความสามารถสร้างอารมณ์ให้ผู้อื่นเสพ จนหัวเราะได้มากขนาดนี้
ทำไมมหาไม่ใช้ความรู้และอารมณ์ขันที่มหามีมาแก้ทุกข์ของมหาล่ะ มาร้องไห้ฟูมฟาย ขี้มูก ขี้ตาไหล ให้อายชาวบ้านเขาทำไม
มหาสู้ สู้ มหาอย่าร้องไห้นะมหา มันน่าอับอายขายขี้หน้า เสียยี่ห้อมหาเปรียญและความรู้ระดับปริญญาโทหมดนะมหา
นี่ละหนา โทษที่เกิดจากการไม่ศึกษาพระธรรมให้ถ่องแท้ หนำซ้ำยังไม่ฝึกหัดปฏิบัติธรรมอีกต่างหาก
วันๆ เอาแต่เสพติดอารมณ์และยัดเยียดอารมณ์ให้แก่ผู้อื่นเขาเสพ
พอตนมีปัญหาก็ใช้อารมณ์เข้าแก้ สังคมถึงได้เห็นภาพมหาดราม่าขอคะแนนสงสารอยู่นี่ไง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตครูช่างยนต์หันเพาะเลี้ยงปูนาออร์แกนิกโกยเงินวันละหมื่นถึงแสน ยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608068

อดีตครูช่างยนต์หันเพาะเลี้ยงปูนาออร์แกนิกโกยเงินวันละหมื่นถึงแสน ยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.53 น.

สุดยอด! อดีตครูช่างยนต์ หันเพาะเลี้ยงปูนาออร์แกนิกสร้างรายได้วันละ 1 หมื่นถึง 1 แสนบาทต่อยอดแปรรูปหลากหลาย ทั้งน้ำพริกนรก แจ่วบอง ดองสมุนไพร ซุปต้มยำก้อน ข้าวเกรียบ เฟรนช์ฟรายส์ คอร์นเฟลกส์ ปูนาสติ๊ก ส่งขายจีน เยอรมันยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ เผยจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจ อยากให้ภรรยาได้กินปูนาที่อร่อยและสะอาดที่สุด

หลังจากที่นายนราธิป ภูมิถาวร หรือครูทอม อายุ 38 ปี เจ้าของฟาร์มปูนาชญาดา เลขที่ 90/3 หมู่ 2 ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้หันหลังให้กับอาชีพครูสอนช่างยนต์ในวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วทุ่มเททดลองเพาะเลี้ยงปูนาแบบออร์แกนิกอย่างจริงจังมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (11 ต.ค.) นายนราธิป เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เริ่มต้นศึกษาเพาะเลี้ยงปูนาแบบออร์แกนิก ตั้งแต่ไม่มีความรู้อะไรเลย จนตอนนี้สามารถแปรรูป ตั้งกลุ่มเป็นโอทอป เป็นวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท สูงสุดเคยทำมาแล้วถึง 100,000 บาทต่อวัน และปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่ายมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ

นอกจากเพาะเลี้ยงขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์คู่ละ 80-100 บาท ก็ยังนำมาแปรรูปได้อีกมากมาย ทั้งปูดองสมุนไพร น้ำพริกปลาย่างมันปูนา น้ำพริกนรกปูนา แจ่วบองมันปูนา โดย สสว. และสภาเกษตรกรจังหวัดสุโขทัย ช่วยสนับสนุนการพัฒนาแพคเกจจิ้ง และทำกล่องบรรจุภัณฑ์ให้เริ่มต้นจำนวน 5,000 ชิ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า พร้อมส่งขายทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน เยอรมัน แล้วก็มีขายในระบบออนไลน์ด้วย

นายนราธิป บอกว่า นอกจากการแปรรูปเป็นน้ำพริก ยังมีการต่อยอดแปรรูปปูนาออร์แกนิก ทำเป็นซุปต้มยำก้อน ข้าวเกรียบ เฟรนช์ฟรายส์ คอร์นเฟลกส์ และปูนาสติ๊ก อีกด้วย พร้อมยืนยันว่าอาชีพนี้ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่หลอกขายพ่อแม่พันธุ์ปูนาแน่นอน เพราะที่นี่รับซื้อคืนเพื่อนำไปแปรรูป และเป็นแหล่งสร้างตลาดให้สมาชิก แถมวัตถุดิบจากปูนาก็สามารถแยกชิ้นส่วนขายได้อีก เช่น อกปู (กิโลกรัมละ 600 บาท) ก้ามปู (กิโลกรัมละ 700 บาท) มันปู (กิโลกรัมละ 1,500 บาท) ทุกชิ้นส่วนเป็นเงินหมด แม้กระทั่งปูตายก็เอามาทำน้ำหมักชีวภาพเป็นปุ๋ยได้อย่างดี

ทั้งนี้ นายนราธิป หรือครูทอม ยังได้เผยจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงปูนาแบบออร์แกนิกน้ำใสด้วยว่า เกิดจากความตั้งใจอยากจะให้ภรรยาได้กินปูนาที่อร่อย และสะอาดที่สุด จึงคิดค้นวิธีการเพาะเลี้ยงและแปรรูปขึ้นมา พร้อมระบุข้อความดังกล่าวไว้ข้างกล่องบรรจุภัณฑ์ ให้โลกได้รับรู้อีกด้วย ผู้สนใจศึกษาเรียนรู้ติดต่อได้ที่เบอร์ 066-1547775 (ครูทอม)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูน้อยวัย 7 ขวบชาวสวนผึ้งขายกล้วยหวีละ 20 บาทเก็บเงินซื้อคอมเรียนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608043

หนูน้อยวัย 7 ขวบชาวสวนผึ้งขายกล้วยหวีละ 20 บาทเก็บเงินซื้อคอมเรียนออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.27 น.

หนูน้อยวัย 7 ขวบนักเรียนชั้น ป.1 ขยัน น่ารัก และไร้เดียงสาชาวอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ช่วยป้าขายผลไม้ได้ค่าจ่างวันละ 20 บาทเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อคอมพิวเตอร์เรียนออนไลน์ นักท่องเที่ยวเห็นความน่ารักขอซื้อกล้วย 2 หวีๆ ละ 20 บาทเป็นเงิน 40 บาท แต่ขอต่อรอง 2 หวีเป็น 50 บาทขายไหม! น้องตอบบอก “ไม่ขายค่ะ”

ไปเที่ยวสวนผึ้งได้พบความน่ารักของหนูน้อยวัย 7 ขวบคนหนึ่ง ด้วยความน่ารักซื่อสัตย์และไร้เดียงสา เธอชื่อว่า ด.ญ.อชิรญา สกุลนุ่ม หรือ น้องบีม ซึ่งได้ใช้เวลาว่างมาช่วยผู้เป็นป้าขายผลไม้ที่ร้านค้าริมถนนสายสวนผึ้ง – ห้วยผาก หมู่ที่ 7 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี กับน้องชายวัย 5 ขวบชื่อว่า ด.ช.ณัฐพงศ์ อยู่ฉิม หรือ น้องเมล ที่ชอบแต่งกายแบบชุดทหารเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนั่งอยู่บนรถเข็นอย่างอารมณ์ดี โดยที่ร้านจะขายกล้วยน้ำว้า กล้วยหิน แก้วมังกร หัวปลี มะละกอ หน่อไม้ไผ่รวกต้มเป็นถุงขายถุงละ 35 บาทและหน่อไม้ดองเปรี้ยวใส่ขวดพลาสติกขวดละ 15 บาท ซึ่งเป็นผลผลิตปลูกเองจากในไร่ราคาไม่แพง อย่างกล้วยน้ำว้าลูกใหญ่ขายเพียงหวีละ 20 บาทเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านเพื่อจะไปท่องเที่ยวทางธรรมชาติด้านในพื้นที่ได้จอดรถแวะเลือกซื้อกัน 

แต่ด้วยความน่ารักและไร้เดียงสา ซึ่งผู้เป็นป้าที่ไม่ได้เขียนป้ายบอกราคาพืชผัก ผลไม้แต่ละชนิดไว้ ทำให้ ด.ญ.อชิรญา สกุลนุ่ม หรือ น้องบีม ต้องจำท่องจนขึ้นใจแบบไม่ลืมพอมีนักท่องเที่ยวเข้าสอบถามราคากล้วยน้ำว้าขายหวีเท่าไหร่ น้องบีม ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “หวีละ 20 บาท 2 หวี 40 ค่ะ” และด้วยความที่เห็น 2 หนูน้อยช่วยกันขายของกันอย่างขยันขันแข็งดี ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเอ็นดู จึงถามกลับไปว่า “ถ้าซื้อ 2 หลี 50 บาทได้มั๊ย” น้องบีม ก็ตอบว่า “ไม่ได้คะ ขายหวีละ 20 บาท 2 หวี 40 บาทค่ะ”

เมื่อนักท่องเที่ยวถามย้ำหลายครั้ง “ตกลงจะขายมั้ย 2 หวี 50 บาท” จนน้องบีม เริ่มเกิดอาการงง ๆ ในที่สุดคงคิดได้ว่าลูกค้าให้เงินเกิน น้องบีม จึงขายให้ด้วยความไร้เดียงสา ต่อมานางสมศรี อยู่ฉิม ผู้เป็นป้าของน้องบีม ได้ออกมาช่วยขายกล้วยและหยิบใส่ถุงให้ด้วยความขำขันกับความไร้เดียงสาของ 2 หนูน้อย ทั้งลูกและหลานที่ช่วยกันขายของด้วยความขยันช่วยที่บ้านทำงาน ไม่ได้วิ่งเที่ยวเล่นเหมือนกันเด็กคนอื่น ๆ 

ด.ญ.อชิรญา สกุลนุ่ม หรือ น้องบีม อายุ 7 ขวบ บอกว่า หนูช่วยป้าขายของ ป้าจะให้วันละ 20 บาทเพื่อจะเก็บไว้ซื้อคอมพิวเตอร์เอาไว้เรียนออนไลน์ ตอนนี้หนูอยู่โรงเรียนบ้านห้วยผาก ชั้น ป.1 บางวันก็ขายได้เยอะ บางวันก็ได้น้อย ตอนนี้เก็บเงินได้ แต่ไม่ได้นับ หยอดกระปุกอยู่บนบ้าน หนูไม่รู้คอมพิวเตอร์ตัวเท่าไหร่ แต่อยากได้ไว้เรียนออนไลน์ เพราะจอมีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือ จะดูตัวหนังสือเรียนได้ดีกว่าจอโทรศัพท์มือถือที่จอเล็ก

ด้านนางสมศรี อยู่ฉิม อายุ 44 ปี ป้าของน้องบีม เปิดเผยว่า เปิดร้านขายของหน้าบ้าน โดยนำพืชไร่ที่ปลูกเองปลอดสารพิษ ซึ่งจะให้ค่าจ้างน้องบีมหลานสาวขายวันละ 20 บาทก็จะเก็บหยอดกระปุกไว้เพื่อเอาไว้ซื้อคอมพิวเตอร์ ตอนนี้เรียนออนไลน์อยู่ เคยมีโทรศัพท์มือถือ แต่ถูกน้องชายคนเล็กชอบขว้างแตก ซึ่งน้องยังเล็กนอนอยู่ในเปล ตอนนี้น้องบีมเก็บเงินได้หลายร้อยบาทแล้ว โดยจะให้เงินหลาน 20 บาททุกวันเพื่อไว้หยอดกระปุก 

เหตุที่นำหลานมาเลี้ยงเพราะพ่อแม่ของน้องบีม แยกทางกัน เลยได้เลี้ยงดูแลเรื่อยมาและยังต้องมาเลี้ยงน้องของน้องบีมด้วย เพราะแม่เขาต้องทำงาน จึงรับภาระเลี้ยงดูทั้ง 2 คน  และลูกของตัวเองอีกคนหนึ่ง มีรายจ่ายในบ้านก็เยอะ จะซื้อคอมให้ก็คงไม่ไหว เพราะเป็นหนี้เยอะอยู่ จึงต้องให้หลานเก็บเงินเพื่อไปซื้อเองจะเปิดร้านขายผลไม้ช่วงเช้า และปิดช่วงเย็น ๆ ตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาเที่ยวที่สวนผึ้งแล้ว ขณะที่ช่วงปัญหาโควิดก็ยังน่ากลัวอยู่ 

หลังจากที่สอบถามความเป็นอยู่แล้วด้วยความสงสารน้องบีม แม่ค้าวัยเด็กที่ไร้เดียงสา นักท่องเที่ยวได้ให้เงินเป็นจำนวน 50 บาทโดยเพิ่มเป็นค่าขนมให้อีก 10 บาทจากเดิมที่ซื้อกล้วย 2 หวี เป็นเงิน 40 บาท เพื่อไว้ให้น้องเอาไปหยอดกระปุกออมสินเพื่อเก็บเงินไปซื้อคอมพิวเตอร์ตามที่น้องตั้งใจไว้ ซึ่งความน่ารักของหนูน้อยคนนี้ที่มีความขยันและอดทนทำงานช่วยป้าขายผลไม้ ได้เงิน 20 ทุกวัน ซึ่งดูแล้วจะต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะเก็บเงินได้หลักหมื่นบาทเพื่อที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ไว้เรียนออนไลน์ได้ แต่น้องบีมก็มีขยัน อดทนและมีความตั้งใจที่จะทำงานด้วยตัวเองเพื่อหาเงินซื้อคอม เพื่อเป็นการสานฝันของน้องบีมให้เป็นจริง ก้าวหน้าด้านการศึกษา

สำหรับผู้สนใจที่อยากช่วยเหลือให้น้องบีม ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ตามความฝันสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่นางสมศรี อยู่ฉิม ป้าของน้องบีม ที่เบอร์ 086-1105517 หรือโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาสวนผึ้ง หมายเลข 7290076346  ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยว’วัดม่วง’ดูต้นโพธิ์อายุเกือบร้อยปีรากปกคลุมซุ้มประตูวัดกลายเป็นศิลปะที่ธรรมชาติสร้างขึ้น #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608011

ไปเที่ยว'วัดม่วง'ดูต้นโพธิ์อายุเกือบร้อยปีรากปกคลุมซุ้มประตูวัดกลายเป็นศิลปะที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.14 น.

พบต้นโพธิ์อายุเกือบร้อยปีที่วัดม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ริมแม่น้ำแม่กลองในอดีตเคยเป็นทางขึ้นวัด แต่ปัจจุบันรากต้นโพธิ์ได้ขึ้นปกคลุมซุ้มประตูวัดกลายเป็นศิลปะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นดูสวยงามแปลกตา ชาวบ้าน นักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านจะชอบแวะกราบขอพร โดยเฉพาะคอหวยที่มักจะไม่พลาดเข้าขอเลขเด็ดกันทุกงวด

วันนี้…”ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” พาไปเที่ยวชมความแปลกของต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อายุราวๆ เกือบ 100 ปีที่รากขึ้นปกคลุมซุ้มประตูวัดจนดูเป็นศิลปะที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่ริมแม่นำแม่กลองหน้าวัดม่วง ต.บ้านม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งวัดม่วงถือเป็นวัดที่เก่าแก่ตามประวัติบอกไว้ในคัมภีร์ใบลานเขียนด้วยอักษรมอญว่ามีอายุในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญ ซึ่งต้นโพธิ์ที่ว่านี้มีลักษณะรูปทรงแปลกตาโดยได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นโพธิ์ จ.ราชบุรี เป็น “รุก ข มรดก” ของแผ่นดิน ของกระทรวงวัฒนธรรมด้วย

จากประวัติทราบว่าต้นโพธิ์นี้มีเส้นรอบวง 11 เมตร ความสูง 10 เมตรอยู่บริเวณวัดม่วงมีกิ่งก้านสาขาปกคลุม โดยรอบๆ ซ้อมประตูวัด รากของต้นโพธิ์แทงเข้าไปตามซอก และโครงสร้างของซุ้มประตู กิ่งของต้นมีรูปร่างคล้าย ๆ กับช้างทรงขนาดใหญ่ มองดูแล้วสวยงาม 

ภายในซุ้มยังมีรูปปั้นพระสังกัจจายน์พระอสีติ “มหาสาวกแห่งโชคลาภ” ประดิษฐานอยู่เพื่อให้ประชาชนมากราบไหว้ขอพรปัจจุบันอยู่ในความดูแลของวัดม่วง ถือเป็น “รุก ข มรดก” ของแผ่นดิน ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม 

ช่วงวันหยุดมักจะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดขับรถผ่านและจะชอบแวะกราบขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งด้านในจะมีพวงมาลัยดอกไม้สด น้ำแดง น้ำเปล่า ผลไม้ หลายคนก็ยังมาขอโชค ขอลาภ จากองค์พระสังกัจจายน์ กันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงใกล้ ๆ วันหวยออกสังเกตจากบริเวณด้านข้างจะมีพานสีทอง สีเงิน น้ำแดง จัดถวายไม่ขาดจากคำเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของต้นโพธิ์ต้นนี้ มีคนได้โชคลาภไปหลายงวดนำผลไม้ น้ำแดงมาถวายกันไม่ขาดสาย 

นางสอางค์ พรมอินท์ อายุ 80 ปี ประธานพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง เปิดเผยว่า ตอนเด็ก ๆ ก็เห็นต้นโพธิ์นี้แล้วเพราะเคยวิ่งเล่นเที่ยวอยู่แถววัดม่วง เมื่อก่อนเป็นทางขึ้นหน้าประตูวัด ช่วงนั้นที่เห็นต้นโพธิ์อายุประมาณ 12 ปี ตอนนี้อายุ 80 ปีแล้ว ตอนนั้นยังไม่ใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งจะอยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง ความศักดิ์สิทธิ์นั้นเคยมีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ไปชมต้นโพธิ์ และยังเคยขอโชคลาภด้วย

นายสวัสดิ์ เจิมเครือ เจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง กล่าวว่า ต้นโพธิ์ที่รูปร่างแปลก แต่เดิมเป็นซุ้มประตูอยู่บนวัดเดิมชายแม่น้ำใช้การเดินทางโดยเรือ แม้แต่เขตป่าช้าก็อยู่ชายแม่น้ำหมด แต่ต่อมาเกิดพังทลายก็ต้องย้ายหนี คงเหลือแต่ซุ้มประตูสมัยก่อนแข็งแรงดี ต่อมาต้นโพธิ์ขึ้นปกคลุมใหญ่ขึ้นก็เลยซ้อนพันเกี่ยวกัน จนต่อมามีผู้ศรัทธานำองค์พระสังกัจจายน์มาถวายไว้ด้านในให้กราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล จนรากต้นโพธิ์ได้ซอนพันขึ้นไปเรื่อยๆ จนเห็นตามรูปลักษณ์ในปัจจุบัน ด้วยความแปลกได้มีการประกวดวัตถุโบราณเก่าทางจังหวัดได้ส่งเข้าประกวด จึงได้รับคัดเลือกได้รับรองชนะเลิศ “รุก ข มรดก” ของแผ่นดิน ของกระทรวงวัฒนธรรม

สำหรับวัดม่วงเป็นวัดเก่าแก่ดั้งเดิมของลุ่มแม่น้ำแม่กลอง สมัยก่อนเป็นป่าทั้งสองฝั่งได้พัฒนาหาที่ดินทำการเกษตรชาวมอญจะเดินทางโดยการล่องแพเรื่อยมาอพยพมาอยู่ที่นี่กว่า 300 ปีแล้ว ชื่อบ้านม่วงได้สันนิษฐานว่ามีต้นมะม่วงป่าเยอะที่ฝั่งนี้กับที่เมืองมอญหมู่บ้านเก่าเรียกว่าบ้านม่วงและได้มีการตั้งวัดม่วงพร้อมกับตั้งเจดีย์มอญขึ้น ที่หมู่บ้านยังคงรักษาวัฒนธรรมการพูดภาษามอญ การแต่งกายเดิมไว้ ส่วนการทอผ้าก็ยังคงมีอยู่มากว่า 300 ปีแล้ว 

นายสวัสดิ์ เจิมเครือ เจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง กล่าวอีกว่า ส่วนต้นโพธิ์อายุราวๆ ขึ้น 70 ปี ส่วนอีกต้นมีอายุกว่า 100 ปี สมัยก่อนเคยมีศาลาอยู่ริมน้ำและมาพังทลายลงเมื่อประมาณกว่า 30 ปี ส่วนพิพิธภัณฑ์หลังนี้สร้างมากว่า 20 ปี แต่เดิมเป็นศาลาเอนกประสงค์เรือนไม้ได้ไว้จัดประเพณีต่าง ๆ ในหมู่บ้าน ส่วนของเก่านั้นเป็นของวัดบ้าง มีชาวบ้านนำมาถวายวัดบ้างและได้รวบรวมเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ จนตกทอดมาถึงพระครูวรธรรมพิทักษ์ ร่วมกับกรมศิลปากรและชาวบ้านม่วง สร้างพิพิธภัณฑ์หลังนี้ขึ้นมา สมเด็จพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์หลังนี้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชมของเก่า ได้ความรู้ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 

ด้านในมีวัตถุโบราณที่สำคัญ เช่น ข้าวของเครื่องใช้โบราณของชาวมอญ เครื่องประดับ โอ่ง ไห ถ้วยชามโบราณ เครื่องแต่งกายโบราณ นอกจากนี้ยังมีใบลานที่ตกทอดมานานหลายร้อยปี บอกถึงตำรายาสมุนไพร คาถาไล่ผี ประวัติบ้านม่วง มีคัมภีร์งาช้าง 1 ชุด และเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่มสมัยโบราณอีกหลายชิ้น ชาวมอญก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นแต่อดีตมาจนถึงทุกวันนี้

จากข้อมูลประวัติของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วงนั้นเชื่อว่าบรรพบุรุษของชาวมอญได้ติดตามพระมหาเถระคันฉ่อง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมน้ำแม่กลอง ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อรำลึกถึงบ้านเก่ที่จากมา จึงเรียกบ้านใหม่ด้วยชื่อเก่าว่า “บ้านม่วง” เช่นเดียวกับชื่อวัดที่สร้างใหม่ว่า “วัดม่วง” ภาษามอญว่า “เพลียเกริก” และยังมีการอพยพเข้ามาอีกหลายระลอกใช้เวลาร่วม 400 ปีเป็นรากฐานที่ดีในการก่อเกิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง และศูนย์มอญศึกษาขึ้น

สำหรับผู้สนใจมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วงได้ทุกวันพุธ – อาทิตย์จะหยุดเฉพาะวันจันทร์และวันอังคารมาเที่ยวชมโบราณวัตถุในสมัยโบราณของชาวมอญและเที่ยวชมสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,312,269 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
Songkran gets traditional at Iconsiam
TRUE set to sell 300 DIF units to raise operating capital #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
Why you must avoid burning incense, gold and silver papers to avoid a toxic Chinese New Year
Prawit in Vietnam to cheer Thai athletes hunting SEA Games gold
Nasa's DART spacecraft hits target asteroid in test of planetary defense system

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d