Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฤดูกาล’กุ้งแช่บ๊วย’!! ‘อูแดอากอบือซา’หวนกลับมาอีกครั้ง

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703934

ฤดูกาล'กุ้งแช่บ๊วย'!! 'อูแดอากอบือซา'หวนกลับมาอีกครั้ง

ฤดูกาล’กุ้งแช่บ๊วย’!! ‘อูแดอากอบือซา’หวนกลับมาอีกครั้ง

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.55 น.

13 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศการทำประมงของสมาชิกกลุ่มชมรมประมงพื้นบ้านอำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี ในช่วงเริ่มแรกของฤดูกาลของการทำประมงวางอวนลอยกุ้งชาบ๊วยของชาวประมงที่นี่ ทำให้ชาวประมงที่นี่ต้องนำเรือแข่งกับเวลาในการวางอวนกุ้งแช่บ๊วยหลังคลื่นลมเริ่มสงบไปบ้างแล้ว ทำให้ชาวประมงนำกุ้งแช่บ๊วยขนาดใหญ่ นำขึ้นฝั่ง สร้างความชื่นมื่น และรอยยิ้มให้กับลูกหลานชาวประมงอย่างเห็นได้ชัด เพราะสามารถตอบโจทย์ในเรื่องรายได้ให้กับชาวประมงตลอดฤดูกาลได้เป็นอย่างดี นอกจากกุ้งแช่บ๊วยแล้วยังมีกุ้งกุลาดำไซค์ใหญ่ที่ติดอวนแถมมาอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องยกประโยชน์ความดีให้กับศูนย์วิจัยพัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งปัตตานี

โดยนายทศพล พลรัตน์ ว่าที่นักวิชาการประมงชำนาญการและทีมงานที่ได้ทุ่มเทเวลาในการผลิตพันธุ์กุ้งแช่บ๊วย พันธุ์กุลาดำ มาปล่อยตลอดทั้งปี เพื่อเพิ่มพันธุ์สีตว์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ บวกกับการดูแลพื้นที่เขตอนุรักษ์ของกลุ่มชมรมประมงปะนาเระที่มีความเข้มแข็งเป็นยาวนานนับกว่า10ปี จนเป็นประจักษ์พยานอย่างเห็นได้ชัดว่ามันสามารถตอบโจทย์ได้ดีว่าการฟื้นฟู่ทะเล การฟื้นฟู่ทรัพยากรสัตว์น้ำต้องทำควบคู่กันไปถึงจะประสบกับความสำเร็จดังที่ปรากฎในภาพถ่ายที่มีลูกหลานชาวประมงถือกุ้งแช่บ๊วย กุ้งกุลาดำ ไซด์ใหญ่พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้ นั้นคือหน้าที่ของผู้นำหรือผู้บริหารประเทศควรกระทำอย่างต่อเนื่องและต่อไปและต่อไป มันอาจไม่สามารถตอบโจทย์มูลค่าของการขยายเศษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยได้ แต่อย่างน้อยเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้ชาวบ้าน ที่เป็นชาวประมงในระดับรากหญ้าได้ นับเป็นการลงทุนของภาครัฐที่ทรงคุณค่ายิ่ง @@@ แต่ที่น่าเสียดายที่งบประมงเหล่านี้ที่ได้รับการสนับสนุนทุกปีจาก ศอ.บต.มาเป็นเวลานานนับกว่า10ปี ถูกตัดไปเรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลือค้างในบ่อในโรงเพาะลูกกุ้งกุลาดำไม่กี่แสนตัวในศูนย์พัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์ชายฝั่งปัตตานี ที่เตรียมจะลงปล่อยสู่แหล่งน้ำเค็มใน5อำเภอของจังหวัดปัตตานี@@@

 นายสุไลมาน ดาราโอ๊ะ ประธานชมรมประมงพื้นบ้านปะนาเระได้เปิดเผยว่าฤดูกุ้งแชบ๊วยทุกปีเราจะเห็นภาพรอยยิ้ม มันคือผลประโยชน์จากการบริหารจัดการทรัพยากรโดยชุมชน เช่น การจัดวางปะการังเทียม วางซั้งกอ และการทำแนวเขตอนุรักษ์ฯรวมทั้งการทำงานแบบมีส่วนร่วม ชุมชน  ภาครัฐ  ภาคเอกชนในการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มห่วงโซ่อาหารของทรัพยากร สร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรหน้าบ้านอำเภอปะนาเระ  จังหวัดปัตตานี ด้วยการดำเนินการภารกิจ 5 สร้างได้แก่ 1.สร้างพื้นที่ปลอดเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย 2,สร้างพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ 3.สร้างพื้นที่ที่มีความหลากหลายของห่วงโซ่อาหารทรัพยากร 4.สร้างพื้นที่ที่มีความมั่นคงทางอาหารของคนไทย 5.สร้างพื้นที่ที่อาหารทะเลปลอดสารพิษ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระโตโน่’ จำวัดฝั่งลาวเป็นวันที่สอง ร่วมทำวัตรเย็นบูชาพระธาตุศรีโคตรบอง

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703933

'พระโตโน่' จำวัดฝั่งลาวเป็นวันที่สอง ร่วมทำวัตรเย็นบูชาพระธาตุศรีโคตรบอง

‘พระโตโน่’ จำวัดฝั่งลาวเป็นวันที่สอง ร่วมทำวัตรเย็นบูชาพระธาตุศรีโคตรบอง

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.48 น.

‘พระโตโน่’ จำวัดฝั่งลาวเป็นวันที่สอง ร่วมทำวัตรเย็นบูชาพระธาตุศรีโคตรบอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ทำบุญยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญหลังใหม่

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2566 ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว สถานที่ประดิษฐานพระธาตุศรีโคตรบอง อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวลาว และยังเป็นพระธาตุคู่แฝดกับองค์พระธาตุพนม โดยวันนี้ พระอาจารย์แก้วอุดอน ดาราวงค์ เจ้าอาวาสวัดธาตุศรีโคตรบอง เป็นประธานสงฆ์ นำพระโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ฉายาทางธรรม สุทฺธสทฺโธ หรือ สุทธิสัทโธ แปลว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์ พร้อมพระที่ร่วมอุปสมบทอีก 3 รูป และภิกษุ สามเณรในวัด รวมถึงพลังศรัทธาชาวลาวและชาวไทย ร่วมกิจวัตรสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็น ตามประเพณีความเชื่อ เพื่อสร้างอานิสงส์ผลบุญ นับเป็นวันที่สองของพระโตโน่-ภาคิน สุทฺธสทฺโธ หลังเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปจำวัดปฏิบัติธรรม ที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมอนุโมทนาบุญ ในการเตรียมพร้อมจัดงานบุญประเพณีสำคัญ ยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญหลังใหม่ของวัดพระธาตุศรีโคตรบอง ที่เกิดจากพลังศรัทธาร่วมกันสมทบทุนสร้างขึ้น ไว้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจสงฆ์ และประกอบพิธีสำคัญต่างๆ โดยจะมีการจัดงานบุญประเพณียกช่อฟ้าขึ้น ในวันที่ 14 มกราคม 2566  จากนั้นพระโตโน่จะเดินทางข้ามมายังฝั่งไทย เพื่อลาสิกขาที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในวันที่ 15 มกราคม 2566 รวมระยะเวลาอุปสมบท 7 วัน

ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขง หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อรับบริจาคเงินสนับสนุนช่วยเหลือ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ช่วยเหลือโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลคำม่วน สรุปยอดบริจาคกว่า 87 ล้านบาท และยังมีส่วนของภาคเอกชน สปป.ลาว ได้มี ท่านพันทะจิด อินทิลาด  ประธานบริษัทอินทราคอเปอร์เรชั่น จำกัด บริษัทเอกชนก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ของ สปป.ลาว เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักในการจัดกิจกรรมทางแขวงคำม่วน สปป.ลาว รวมถึงการอำนวยความสะดวกดูแลบริการ การเดินทางระหว่างประเทศ และจัดกิจกรรมต่างๆ ให้แก่ พระโตโน่-ภาคิน สุทฺธสทฺโธ และคณะเพื่อสร้างอานิสงค์ร่วมกัน

สำหรับ วัดพระธาตุศรีโคตรบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของแขวงคำม่วน สปป.ลาว เป็นที่ตั้งองค์พระธาตุศรีโคตรบอง ถือเป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนม ที่มีการก่อสร้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 6 อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เพื่อเป็นอนุสาวรีย์พญาศรีโคตรบอง กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร เนื่องจากที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 คือ พระกะกุสันโท  พระโกนาคะมะโน  พระกัดสะโบ และพระโคตะโม พระเถระผู้ทรงคุณวุฒิที่เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรศรีโคตรบอง โดยคำแนะนำของพระเถระทั้งหลาย เจ้าสุมินทะราชจึงได้ลงมือก่อสร้างพระธาตุสีโคตรตะบองขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระยาศรีโคตรบองและได้เอาพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ดินแดนแห่งนี้ รูปแบบการก่อสร้างเป็นการก่อสร้างศิลปะล้านช้างลาว มีลักษณะเป็นรูปดอกบัวตูมหรือดวงปลี.-008     

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุยป่าตามหา! ตาวัย61ปีป่วยอัลไซเมอร์ หายจากบ้าน8วัน

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703931

ลุยป่าตามหา! ตาวัย61ปีป่วยอัลไซเมอร์ หายจากบ้าน8วัน

ลุยป่าตามหา! ตาวัย61ปีป่วยอัลไซเมอร์ หายจากบ้าน8วัน

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.46 น.

ชาวบ้านพากันปิดป่าตามหาตาวัย 61 ปี ป่วยอัลไซเมอร์  หายออกจากบ้านนาน 8 วัน ขอโดรนจากกู้ภัยหรือสุนัขตำรวจช่วยหาอีกแรง ก่อนคุณตาจะสิ้นลมหายใจ ญาติไปดูหมอทรงมา บอกยังไม่ตาย แต่มีผู้หญิงเข้าสิงร่างอยู่ที่วัดแห่งใดแห่งหนึ่ง

13 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจข่าวสารวังสามหมอ แจ้งว่า ตามหาคนหาย!!! ผู้สูญหายมีอาการป่วยอัลไซเมอร์ โดยเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 เวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา นางอำนวย ผ่านจังหาร ซึ่งเป็นน้องสาว ของนาย สำราญ ปรีชัย ผู้สูญหาย แจ้งว่าหายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2566 เวลา 12.00 น. ซึ่งญาติได้ออกตามหาแต่ยังไม่เจอจึงประสานให้ทางผู้นำช่วยตามหาเริ่มวันที่ 7 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ผู้สูญหายมีอาการป่วยอัลไซเมอร์ ฝากพี่น้องบ้านเฮาเบิ่งเเยงซ่อยกันแน่เด้อครับ หากพบเบาะเเสประสานผ่านผู้นำชุมชน ต. หนองกุงทับม้าได้ทันที  

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านโนนสวาง ต.หนองกุงทับม้า อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี พบว่าวันนี้ย่างเข้าวันที่ 8 แล้วที่ญาติและชาวบ้านช่วยกันตามนายสำราญแต่ยังไม่เจอ โดยวันนี้จะช่วยกันตามหาอีกวัน มีตำรวจประจำตำบล ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน จะออกตามหาในวนอุทยานวังสามหมอซึ่งเป็นพื้นที่ป่าประมาณ 18,750 ไร่ โดยวันนี้ญาติๆได้จุดธูปขอให้เจ้าที่เจ้าทางและเจ้าแม่ธรณีเปิดทางให้เห็นคุณตาสำราญให้ได้โดยเร็ว

นายดนัย  ผ่านจังหาร อายุ 34 ปี หลานชาย บอกว่า วันที่ตาหายไป ช่วงสายๆ ผมได้อาบน้ำให้ลุง ลุงใส่เสื้อแขนยาวสีเขียวสวมกางเกงขาสั้น และขาพิการข้างหนึ่งจะเดินไม่สะดวก หลังจากที่ตนเองได้เอาอาหารให้ลุงกินแล้วลุงได้เดินไปนั่งข้างบ้านเป็นบริเวณที่ลุงเคยนั่งเป็นประจำ

‘ผมจึงไปเอาฟืนในป่าไปประมาณ 2 ชั่วโมงจึงกลับ เมื่อกลับเข้าบ้าน คาดว่าจะเห็นลุงนั่งอยู่ที่เดิม แต่กลับไม่เจอลุงนั่งอยู่ จิตใจหายวาบ ผมได้รีบออกตามหา อย่างเร่งด่วน ไปทุกๆที่ ที่ลุงเคยนั่ง เคยไป เมื่อพ่อแม่กลับเข้ามา ได้ออกติดตามหาอีก แต่ไม่พบเลย ยังเชื่อว่าลุงยังมีชีวิตอยู่ เพราะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า’

ส่วนนางอำนวย ผ่านจังหาร อายุ 56 ปี น้องสาวตาสำราญ บอกว่า วันเกิดเหตุ ตนกับสามีได้ออกไปรับจ้างปลูกมันในที่ดินของเพื่อนบ้าน ให้ลูกชายอยู่กับลุงสำราญ เมื่อกลับเข้าบ้านลูกชายหน้าตาตื่นมาบอกว่าลุงหายไป พวกตนจึงรีบออกตามหา จนกระทั่งดึกก็ไม่พบ กระทั่งวันรุ่งขึ้น จึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยติดตามหา ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งข่าวขอความช่วยเหลือ ให้ติดตามหาคนหาย มีเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมาช่วยหายังไร้วี่แวว  

ส่วนตัวตนยังเชื่อว่า ลุงยังมีขีวิตอยู่ ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ สถานที่ที่ไปก็ไม่มีกลิ่น(ศพ) เพราะหายไปหลายวันแล้ว หายไปตั้งแต่ วันที่ 4 ม.ค.66 จนกระทั่งทุกวันนี้ 12 ม.ค. ยังหาไม่เจอ เป็นเวลา 8 วันแล้ว อยากขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความชำนาญ ให้เข้ามาช่วยค้นหาด้วย

นางวิทูร ปริชัย อายุ 66 ปี น้องสาวนายสำราญ ที่หายไป ได้กล่าวว่า ตนได้ติดตามหาและทำทุกวิถีทางที่ จะให้เจอพี่ชาย ทั้งจุดธูปขอขมา ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง บนบานทุกที่ รวม 5 ที่แล้ว

ล่าสุดได้ไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไปเข้าทรงกับเทพที่อยู่ที่บ้านบะยาว ที่ชาวบ้ายนให้ความเคารพเชื่อถือและศรัทธา ซึ่งเทพบ้านบะยาว ได้ยืนยันว่า ลุงสำราญยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ลุงสำราญอาศัยอยู่วัดแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงเข้ามาสิงร่างแล้ว แต่ยังมีชีวิตอยู่ยังไม่ตาย

ส่วนนายสุริยันต์ คำพิสมัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 เปิดเผยว่า ลุงสำราญเคยเป็นทหารเก่า หลังจากที่ลุงสำราญหายไปในครั้งนี้ ชาวบ้านที่ทราบข่าวได้พากันออกตามหามาแล้ว 8 วันยังไม่เจอ วันนี้ทาง ชรบ. เจ้าหน้าที่วนอุทยานวังสามหมอ เจ้าหน้าที่อบต. ตชต.หนองกุงทับม้าหลายร้อยคนก็ช่วยกันปูพรมตามหาทุกพื้นที่ ที่เชื่อว่าลุงสำราญจะไปอยู่ คงจะไปได้ไม่ไกล เนื่องจากลุงสำราญพิการขา เดินไม่สะดวก 

เมื่อเดินไปแล้วอาจจะหาทางกลับบ้านไม่ได้ เพราะเป็นโรคอัลไซเมอร์อยู่แล้ว  ลุงสำราญเคยหายไปครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกหายไป 7 วันชาวบ้านและผมได้ออกติดตามหา ครั้งนั้นพวกตนได้เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม ติดตัวไปด้วย ลุงสำราญได้เดินออกมาเองจากป่าอ้อย ที่สามารถดำรงชีพอยู่ได้เพราะกินน้ำอ้อยจากป่าอ้อย  

แต่คราวนี้ปูพรมตามหาทุกที่ เชื่อว่าลุงสำราญจะไปอาศัยอยู่สักที่แห่งใดแห่งหนึ่ง อยากขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ที่มีความชำนาญในเรื่องการเดินป่า ให้เข้ามาช่วยเหลื อีกแนวทางหนึ่ง ในส่วนตัวเชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่เพราะยังไม่ได้กลิ่นเหม็นเน่า ตอนนี้อยากได้หน่วยกู้ภัยมาค้นหา อาจจะใช้โดรนบินสูงมาช่วย หรือสุนัขดมกลิ่นมาช่วยอีกก็ดี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุก! แม่เตือนภัยเห็บลมเกาะตา-หู ดูดเลือดหนูน้อย 4 ขวบ

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703928

ขนลุก! แม่เตือนภัยเห็บลมเกาะตา-หู ดูดเลือดหนูน้อย 4 ขวบ

ขนลุก! แม่เตือนภัยเห็บลมเกาะตา-หู ดูดเลือดหนูน้อย 4 ขวบ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.34 น.

กรณีติ๊กต๊อกมีการเผยแพร่คลิปเตือนภัย พร้อมระบุ “ อุทาหรณ์ หลังมีเห็บตัวเล็กๆ เกาะอยู่ที่ขนตา และใบหู ทั้งที่บ้านไม่ได้เลี้ยงสัตว์ “ จนชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ อ.ปากพนัง พบผู้โพสต์ทราบชื่อ น.ส.อารีรัตน์ ศีรีภาพ อายุ 39 ปี แม่ของน้องของขวัญ หรือ เด็กหญิงสาริสา ดีดวง อายุ 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 พร้อมเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและสามีพาน้องของขวัญ ลูกสาวไปเยี่ยมปู่-ย่าที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งบ้านปู่ ย่า อยู่ในสวนยางพารา กระทั่งกลับบ้านที่ อ.ปากพนัง  สังเกตว่าลูกมีความผิดปกติ เจ็บบริเวณหูและขอบตา จึงพยายามสอบถามและตรวจสอบพบว่า ใบหู และขอบตาของน้องของขวัญมีเห็บเกาะอยู่ในสภาพอ้วนพี   จึงรีบแกะเห็บที่เกาะในหูของลูกออก แต่ขอบตาไม่กล้าแกะ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบเป็นอันตรายกับดวงตาของลูกก่อนจะรีบพาลูกสาวไปโรงพยาบาลปากพนังให้แพทย์ช่วยเหลือ

“หลังจากแพทย์ทำการตรวจรักษาลูกสาวอย่างละเอียด พบว่า เป็นบาดแผลถูกเห็บกัด แต่ไม่มีภาวะติดเชื้อหรือภาระแทรกซ้อนใดๆ จึงอนุญาตให้กลับรักษาที่บ้าน พร้อมให้ยาปฏิชีวนะและยาทาบาดแผล กระทั่งอาการลูกสาวเริ่มดีขึ้น แต่ปัจจุบันยังมีอาการเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตรายแล้ว ส่วนเห็บที่เกาะดูดเลือดลูกสาว เป็นเห็บลมพบมากบริเวณสวนยางพาราหรือภูเขา”ผู้เป็นแม่กล่าว

น.ส.อารีรัตน์ เล่าอีกว่า นอกจากนี้ตนและสามีถูกเห็บลมเกาะดูดเลือดเช่นกัน ปัจจุบันยังมีอาการเจ็บอยู่ อย่างไรก็ตามแพทย์ให้ข้อมูลว่า เห็บลมเป็นสัตว์มีพิษ ขนาดเล็ก มองด้วยตาไม่เห็น กินเลือดเป็นอาหาร หากใครถูกกัดจะเกิดบาดแผลเจ็บปวดไม่มากนัก อย่างไรก็ตามหากผู้ถูกกัด แล้วมีอาการแพ้ บาดแผลอาจจะบวมเป่งหรือเกิดการติดเชื้อ ซึ่งเป็นอันตรายมากเช่นกัน โชคดีที่ตน สามี และลูก ไม่มีอาการแพ้

“ส่วนสาเหตุคาดว่าเห็บลม ลอยมาเกาะหูและขอบตา ตั้งแต่ตัวเล็กมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ก่อนที่เห็บจะกัดดูดเลือดแล้วยังปล่อยสารบางอย่างในตัวที่ฤทธิ์คล้ายกับยาชา ทำให้ผู้ที่ถูกกัดไม่รู้สึกตัว กระทั้งเห็บดูดเลือดในตัวจนอ้วนพี จึงเริ่มมีอาการเจ็บปวดตรงที่กัด นอกจากนี้อยากเป็นอุทาหรณ์พ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้ระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็ก หากเค้ามีอาการผิดปกติเรื่องใดให้รีบพาไปพบแพทย์ได้รีบตรวจรักษาทันที อย่าปล่อยไว้ เพราะอาจเป็นอันตรายมากกว่านี้”น.ส.อารีรัตน์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใครดูก็ยิ้มได้! เด็กชายผู้มีจิตใจอ่อนโยน ช่วยเจ้าหมาน้อยคอติดตาข่าย

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703904

ใครดูก็ยิ้มได้! เด็กชายผู้มีจิตใจอ่อนโยน ช่วยเจ้าหมาน้อยคอติดตาข่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.43 น.

ใครดูก็ยิ้มได้! เด็กชายผู้มีจิตใจอ่อนโยน ช่วยเจ้าหมาน้อยคอติดตาข่าย

ผู้ใช้ติ๊กต๊อก kru.chorn ของคุณครูผู้สอน เผยคลิปสุดน่ารักของเด็กชายและกลุ่มเพื่อนๆที่พยายามช่วยน้องหมาเล่นซนจนตัวเข้าไปติดตาข่ายประตูฟุตบอล  เด็กชายคนนี้พยายามแกะตาข่ายด้วยกรรไกร 

คุณครูบอกว่า น้องหมาตัวนี้เล่นซนจนไปติดตาข่ายตั้งแต่เช้าตรู่ จนนักเรียนพากันมาโรงเรียนแต่เช้า มาเห็นเข้าก็รีบเข้ามาช่วยชีวิต เด็กๆบอกว่ามาพบตอนแรกติดแน่นกว่านี้ ซึ่งถือว่าภารกิจครั้งนี้สำเร็จ เจ้าหมาน้อยปลอดภัย

คลิปนี้น่ารักมากๆ ทำให้หลายคนดูแล้วยิ้มได้เพราะความใจดี และ อ่อนโดยนของเด็กๆที่ไม่นิ่งดูดาย ต่างบอกว่านักเรียนน่ารักมาก รู้จักเมตตาชีวิตสัตว์แต่เด็ก

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทำดีย่อมเกิดผลดี ทำไม่ดีย่อมเกิดผลไม่ดี’

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703877

'ทำดีย่อมเกิดผลดี ทำไม่ดีย่อมเกิดผลไม่ดี'

‘ทำดีย่อมเกิดผลดี ทำไม่ดีย่อมเกิดผลไม่ดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.19 น.

“..พึงใช้สติปัญญา ตรวจตราทิฐิของตน ให้สม่ำเสมอในทุกเรื่อง ก่อนจะคิด จะพูด จะทำ ไม่ว่าในเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ หรือไม่สำคัญ พึงสำรวจทิฐิ ความเห็นของตนให้จงดี ให้เป็นสัมมาทิฐิ จะได้ไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำที่ไม่ชอบ อันกรรม หรือการกระทำ แม้ได้กระทำลงไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยการพูด หรือการประกอบกระทำก็ตาม จักแก้กลับคืนไม่ได้ ทำแล้วก็เป็นอันทำแล้ว ผลย่อมเกิดตามมาอย่างแน่นอน ทำดีย่อมเกิดผลดี ทำไม่ดีย่อมเกิดผลไม่ดี..”

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พี่ชายต้นเรือพลับตัดพ้อ! ประสิทธิภาพประสานงาน-การสื่อสาร ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703871

'พี่ชายต้นเรือพลับตัดพ้อ! ประสิทธิภาพประสานงาน-การสื่อสาร ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย

‘พี่ชายต้นเรือพลับตัดพ้อ! ประสิทธิภาพประสานงาน-การสื่อสาร ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.06 น.

วันที่ 12 มกราคม 2566 จากกรณีโฆษกกองทัพเรือ เผย ผลพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิตรายที่ 24 จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางคือ ว่าที่ นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดม หรือ ต้นเรือพลับ เสาร์นี้เตรียมเคลื่อนร่างจาก ฐานทัพเรือกรุงเทพ ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา

ล่าสุด พี่ชายต้นเรือพลับ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  ไม่ใช่ว่าเราทำใจไม่ได้ หรือไม่ยอมรับความจริง แต่จากประสิทธิภาพของการประสานงานกับการสื่อสารในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย การที่มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งญาติว่าฟันตรง โดยไม่ให้ข้อมูลอื่นๆ หรือมีหลักฐานประกอบเลย ถ้าเป็นคุณ คุณจะเชื่อไหม ตามหลักแล้ว ญาติมีสิทธิ์ที่จะรับรู้และเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และตามกระบวนการ เรามีสิทธิ์ที่จะร้องขอการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อความมั่นใจว่าได้ส่งร่างคืนให้ถูกครอบครัว และอาจจะเป็นการซื้อเวลาให้ญาติมีเวลาทำใจมากขึ้น ผมเป็นหมอ ผมเป็นทหาร ผมรู้อยู่แล้วว่าโอกาสที่เค้าจะรอดหลัง 48-72 ชม. มันแทบจะไม่มีเลย 

คนที่บอกว่าทำใจยอมรับเหอะ หลายวันแล้ว ผมไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเติบโตมายังไง แต่ครอบครัวของเราเติบโตมาด้วยความรัก การจะต้องสูญเสียใครไปสักคน มันไม่ใช่เรื่องง่าย ระยะเวลาในการทำใจของแต่ละคน หรือการจัดการกับอารมณ์ของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน ผมเป็นพี่ผมยังปวดใจขนาดนี้ แล้วหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ล่ะครับ ไหนจะน้องสะใภ้ผมอีก แค่ต้องคิดว่าผมจะไม่ได้กอดน้องแล้ว น้องที่ผมอุ้มมาตั้งแต่น้องเกิด ไอ้หมาของผม ผมยังห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ไม่ได้เลย ตัวผมเองก็เตรียมใจมาแล้วประมาณนึง ด้วยหลักการและเหตุผล สมองมันเข้าใจนะครับ แต่หัวใจเองมันก็ยังรับไม่ได้ มองเห็นอะไรก็คิดถึงน้องไปหมด พอคิดถึงแล้วน้ำตาก็ไหล แล้วพ่อแม่ผมล่ะครับ พวกท่านจะเป็นยังไง 

ผมขอขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้นะครับ ตอนนี้ผมขอเวลาและขอความเป็นส่วนตัวให้คนในครอบครัวด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคนมากๆจริงๆ #ต้นเรือพลับ #เรือหลวงสุโขทัย

อ่านรายละเอียด : ทร.เผยผลพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิตรายที่ 24 คือ ‘ต้นเรือพลับ’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัตถุมงคล’หลวงปู่เหลือง’ บางรุ่นพุ่งเกือบครึ่งแสน เซียนพระต้องมีบูชา

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703761

วัตถุมงคล'หลวงปู่เหลือง' บางรุ่นพุ่งเกือบครึ่งแสน เซียนพระต้องมีบูชา

วัตถุมงคล’หลวงปู่เหลือง’ บางรุ่นพุ่งเกือบครึ่งแสน เซียนพระต้องมีบูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.36 น.

วัตถุมงคล พระเครื่อง พระบูชา “หลวงปู่เหลือง” เซียนพระ แห่เช่าหากันคึกคัก บางรุ่นพุ่งเกือบ 50,000 บาท ขณะชาวพุทธ และลูกศิษย์จากทั่วสารทิศแห่กราบสรีระสังขาร “หลวงปู่เหลือง” เพื่อเป็นสิริมงคล               

12 มกราคม 2566  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระเทพมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งอีสานใต้ ได้มรณภาพลง ด้วยโรคชราอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2566 เวลา 02.45 น. สิริอายุ 95 ปี 76 พรรษา

ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์ได้เชิญสรีระหลวงปู่เหลือง บรรจุไว้ในโลงแก้ว ณ ศาลาฉันทาคมานุสรณ์วัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมครบเป็นเวลา 7 วันแล้ว จากนี้จะเก็บสรีระสังขารของหลวงปู่ไว้ และมีการสวดอภิธรรมศพ เป็นเวลา 100 วัน เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้เดินทางมากราบไหว้สรีระของหลวงปู่ เพื่อเป็นสิริมงคลต่อไป

โดยแต่ละวันได้มีข้าราชการ พระสงฆ์ ตลอดจนคณะศิษยานุศิษย์ ญาติโยมจากทั่วสารทิศจำนวนมาก หลั่งไหลมากราบสรีระของหลวงปู่เหลือง เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันที่บริเวณ ชมรมพระเครื่อง เมืองแปะ ประตูนำชัย ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับให้ประชาชน และผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชา มาเลือกหาพระเครื่อง วัตถุมงคล ของจังหวัดบุรีรัมย์ ปรากฏว่าได้มีประชาชนชาวบุรีรัมย์ และใกล้เคียงแห่เดินทางมาติดต่อขอเช่าพระเครื่อง วัตถุมงคลของหลวงปู่เหลือง จำนวนมาก

โดย พระเครื่อง พระบูชา วัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง มีจำนวนหลายรุ่นที่นักนิยมพระเครื่องพระบูชา กำลังหาเช่าบูชากันอยู่ แต่พระเครื่อง วัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง ที่นักสะสมพระเครื่อง พระบูชาเป็นที่นิยม และราคาสูง ได้แก่ เหรียญหลวงปู่เหลือง เนื้อทองแดง รูปไข่ รุ่นแรก ปี 2530 พระสมเด็จ เนื้อผง หลวงปู่เหลือง รุ่นแรก ปี 2527 เหรียญล็อกเก็ต หลวงปู่เหลือง  รุ่นดอร์ทมุน ปี 2546 แจกที่ไทย และวัดสาขาหลวงปู่เหลือง ที่ประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ ยังมี เหรียญเจ้าสัว ห่มคลุม หลวงปู่เหลือง ปี 2559 และเหรียญมังกร หลวงปู่เหลือง รุ่นรวมพุทธคุณ 92  ปี 2559 ซึ่งมีพระเครื่องวัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง บางรุ่น ขณะนี้มีราคาเกือบ 50,000 บาท รวมทั้งวัตถุมงคล ที่หลวงปู่เหลือง ท่านร่วมปลุกเสกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เหรียญหลักเมืองบุรีรัมย์ เหรียญพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช   

“นึก บุรีรัมย์” ผู้ให้เช่าพระเครื่อง พระบูชาบุรีรัมย์ วัตถุมงคล บอกว่า หลวงปู่เหลือง ท่านเป็นพระผู้มีวัตรปฏิบัติ มีความเพียรเป็นเลิศตลอดชีวิตของท่าน ตั้งแต่บวชได้พรรษาแรกก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจมอบให้แก่ศาสนา มุ่งปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน และหลวงปู่เหลืองยังเป็นพระที่รักสันโดษ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นเนื้อนาบุญของพุทธศาสนา โดยแท้ ทุกลมหายใจเข้าออกท่านกำหนดจิตด้วยกรรมฐานมีสติอยู่เสมอ

ซึ่งก็ได้สะสมพระเครื่องวัตถุมงคลมานากว่า 20 ปี ในส่วนพระเครื่องวัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง ก็มีเก็บไว้ให้บูชา เช่ากันหลายรุ่น หากผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาสนใจ ก็สามารถมาสอบถามได้ที่ชมรมพระเครื่องเมืองแปะ ประตูนำชัย เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์

ด้าน “แมน เขาสวนกวาง” ผู้นิยมพระเครื่องวัตถุมงคล มากว่า 20 ปี บอกว่า หลวงปู่เหลือง ท่านเป็นพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ศิษย์สายกรรมฐานหลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ดุลย์ หลังจาก หลวงปู่เหลือง ท่าน มรณภาพลง วัตถุมงคลของท่าน ก็เริ่มเสาะหาในกลุ่มลูกศิษย์เยอะขึ้น ซึ่งวัตถุมงคลจะมีหลายรุ่น เป็นที่นิยมก็จะเป็น เหรียญรุ่นแรก ปี 2530 สมเด็จรุ่นแรก เหรียญเจ้าสัว เหรียญมังกร เหรียญรวยมหาเศรษฐี และยังมีเหรียญหลวงปู่เหลืองอีกหลายรุ่น ช่วงนี้กำลังได้รับความนิยมจากศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่เหลือง ที่มากราบไหว้ และหาเช่าบูชากัน รู้สึกเสียใจที่หลวงปู่มรณภาพลง ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เหลือง ก็เศร้าเสียใจเหมือนกับทุกคน”

สำหรับ พระเทพมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงปู่เหลือง  ฉันทาคโม  เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต) อายุ 95 ปี 76 พรรษา มีนามเดิมว่า เหลือง ทรงแก้ว เกิดเมื่อวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2470 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำเดือน 6 ปีเถาะ ที่บ้านนาตัง ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ บิดาและมารดาคือ นายเที่ยง ทรงแก้ว และ นางเบียน ทองเชิด เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน

พ.ศ. 2487 บวชเณรที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา เจ้าคุณอริยเวที เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2490 อุปสมบทที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา มีพระญาณดิลก เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2501 ไปอยู่วัดกระดึงทอง พ.ศ. 2515 เป็นเจ้าคณะตำบลในเมือง, เป็นเจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง พ.ศ. 2517 อบรมพระสังฆาธิการชั้นต้น พ.ศ. 2518 อบรมพระสังฆาธิการชั้นสูง พ.ศ. 2519 ได้รับสัญญาบัตร ที่พระครูวิริยาภิวัฒน์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2521 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองบุรีรัมย์ (ธ)  พ.ศ. 2522 ให้รักษาการแทน เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธ) พ.ศ. 2523 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ศ. 2528 ได้รับตราตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระชินวงศาจารย์ พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปัญญาวิสารัท จนถึงปัจจุบัน

พระเทพมงคลวัชราจารย์ เป็นศิษย์อาวุโสรูปหนึ่งของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร และพระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) วัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ ท่านเจริญรอยตามครูบาอาจารย์ คือ การแน่วแน่กับการปฏิบัติภาวนาไม่เสื่อมคลาย อยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย แทบไม่มีใครจำสมณะศักดิ์ของท่านได้ เรียกกันแต่ว่า หลวงปู่เหลือง วัดกระดึงทอง

จึงนับได้ว่า หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ท่านได้ดำรงธาตุขันและวิถีชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกสมมุตินี้ อย่างสมถะ แลเรียบง่ายมากที่สุด จึงได้รับสมญานามว่าเป็น “พระอรหันต์เจ้าผู้ติดดิน”.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคราชพลิกฟื้นทั้งจังหวัดท่องเที่ยววิถีไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703754

โคราชพลิกฟื้นทั้งจังหวัดท่องเที่ยววิถีไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โคราชพลิกฟื้นทั้งจังหวัดท่องเที่ยววิถีไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.21 น.

วันที่ 12 ม.ค.66 ที่ศาลาประชาคมบ้านห้วยทราย หมู่ที่ 6 ตำบลหนองมะนาว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off ประกาศวาระ ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดนำร่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางอรุณรัตน์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมาพร้อมด้วยผู้นำชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นการแสดงเจตจำนงร่วมในการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ในจังหวัดนครราชสีมาทั้ง 32 ตำบล 32 อำเภอ เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูพลิกฟื้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวแบบวิถีไทย

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนในตำบลน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างพลังชุมชน โดยใช้ของพลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน มาปรับใช้ในการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้มีความเข้มแข็งครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ มิติด้านความมั่นคง มิติด้านความมั่งคั่ง และมิติด้านความยั่งยืน การขับเคลื่อนตำบลให้เข้มแข็งจะสัมฤทธิ์ผลได้จะต้องเติมเต็มในส่วนที่ขาด พัฒนาต่อยอดในส่วนที่มีความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจาก 7 ภาคีเครือข่ายการพัฒนาของตำบล เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยในตำบล มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นฐานของแนวคิด “ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง” นำสู่เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ด้านนางอรุณรัตน์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ตำบลมีการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนในตำบลน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี มีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยการบูรณาการ 7 ภาคีเครือข่ายการพัฒนา ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ทำหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาตำบลให้มีความเข้มแข็ง ครอบคลุมใน 3 มิติ ดังนี้ 

มิติที่ 1 ด้านความมั่นคง ประกอบด้วย การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การให้ความมั่นคงในชีวิตของประชาชน การสร้างความสามัคคีปรองดอง การยึดหลักประชาธิปไตย การทำให้ตำบลปลอดอบายมุขและยาเสพติด และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนในทุกด้าน มิติที่ 2 ด้านความมั่งคั่ง ประกอบด้วย การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสร้างและพัฒนาแหล่งทุนชุมชน การสร้างเศรษฐกิจของตำบลให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนและ มิติที่ 3 ด้านความยั่งยืน ประกอบด้วย การส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต การอนุรักษ์ปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเรียนรู้ ของประชาชน เพื่อการพึ่งตนเอง และการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคีในการพัฒนา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.12 น.

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

12 มกราคม 2566 ที่ห้องประชุม 3 อาคารพิทักษ์สันติ ชั้น 19 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถนนพหลโยธิน กทม. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผกก.ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร, พ.ต.ต.จักรี นารีผล สว.กก.สวัสดิภาพเด็กและสตรี , นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ภาพรวมเด็กหายทั้งประเทศ และผลการช่วยเหลือในปีที่ผ่านมา

นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า เผยสถิติรับแจ้งเด็กหาย ของมูลนิธิกระจกเงา ปี 2565 ทั้งสิ้น 251  ราย ซึ่งถือว่าสถิติเด็กหายเพิ่มเติมสูงขึ้นในรอบ 4 ปี โดยสูงกว่าปี 2564 ถึง 25%  โดยสาเหตุหลักกว่า 61% หรือ 161 ราย คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน  รองลงมาคือ กลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการช้า มีความพิการทางสติปัญญา หรือป่วยทางจิตเวช สูญหายกว่า 21% หรือ 52 ราย  และมีเด็กถูกลักพาตัว 2 ราย

โดยช่วงอายุเฉลี่ยของเด็กที่หายออกจากบ้าน มากที่สุดคือช่วง อายุ 11-15 ปี รวม 157 ราย  รองลงมาคืออายุ 16-18 ปี รวม 67 ราย และช่วงแรกเกิดถึงสิบขวบ รวม 28 ราย ทั้งนี้ ช่วงอายุ 11-15 ปี เป็นกลุ่มมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นช่วงวัยที่มีสังคมเพื่อน ช่วงวัยที่เข้าถึงเทคโนโลยี และมีแรงขับทางเพศตามธรรมชาติ

จังหวัดที่มีเด็กสูญหายออกจากบ้านมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 70 ราย นนทบุรี 17 ราย  สมุทรปราการ 17 ราย ปทุมธานี 16 ราย  ชลบุรี และนครปฐม สูญหายเท่ากันคือ 9 ราย

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์เด็กหาย พบว่าในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา  ปี 2565  มีสถิติรับแจ้งเด็กหายเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 11-15 ปี ถือว่ามีความเสี่ยงในการตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้เด็กไปให้ความไว้วางใจเพื่อนหรือคนที่เพิ่งรู้จักในโลกออนไลน์ มากกว่าคนในครอบครัว จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านได้โดยง่าย  โดยจากข้อมูล เด็กยอมไปกับคนที่เพิ่งรู้จักหรือพูดคุยกันผ่านแอพพลิเคชั่น จาก facebook  instagram  tiktok  แม้ว่าเด็กจะสมัครใจหนีออกจากบ้านเอง แต่โลกภายนอกบ้าน มีอันตรายหลายอย่างสำหรับเด็ก ทั้งการคุกคามหรือหาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก หรือมีความเสี่ยงในการถูกล่อลวง หรือกระทำความรุนแรง นอกจากนี้ยังมีเด็กที่หายออกจากบ้านและต่อมาพบว่าเด็กออกจากบ้านไปฆ่าตัวตายด้วย

พล.ต.ต.ศารุติ  แขวงโสภา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กล่าวว่า เด็กหาย นับว่าเป็นปัญหาสำคัญของสังคม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทย แม้ว่า เด็กหายส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้านก็ตาม แต่ท้ายสุดแล้ว เมื่อมีการแจ้งความเด็กหายมายังตำรวจ เราจะถือว่า ทุกกรณีมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพราะการที่เด็ก ก้าวเท้าออกจากบ้าน ย่อมเกิดอันตรายได้รอบด้าน ทั้งสวัสดิภาพและความปลอดภัย  อาจเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ หรือการแสวงหาผลประโยชน์กับเด็ก การมีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน อันนำมาซึ่งปัญหาสังคมในด้านอื่น ตลอดจนอาจตกเป็นผู้เสี่ยงหายจากการถูกค้ามนุษย์ 

ทั้งนี้ ตามที่มูลนิธิกระจกเงา ได้รายงานสถานการณ์เด็กหายเมื่อปีที่ผ่านมา มีกรณีที่เด็กถูกลักพาตัวไปเป็นเครื่องมือในการขอทาน โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ดส) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้การช่วยเหลือ เด็กชายจีโอ โดยผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ชักชวนเด็กไปกินขนมและเที่ยวเล่น จนเด็กเกิดความไว้วางใจ และพาเด็กไปเร่ขอทานในที่สถานที่สาธารณะ

ด้าน พ.ต.ต.จักรี นารีผลสารวัตรกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี  กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิกระจกเงา ได้รายงานสถานการณ์เด็กหายเมื่อปีที่ผ่านมา มีกรณีที่เด็กถูกลักพาตัวไปเป็นเครื่องมือ โดยกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ดส) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิกระจกเงา และร่วมกับ บก ปคม.ได้ให้การช่วยเหลือ เด็กชายจีโอ โดยผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ชักชวนเด็กไปกินขนมและเที่ยวเล่น จนเด็กเกิดความไว้วางใจ และพาเด็กไปเร่ขอทานในสถานที่สาธารณะ  ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุ ถือว่า เป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ เพราะเคยมีคดีพรากเด็ก ในท้องที่ สน มักกะสัน มาแล้ว

“ฝากย้ำเตือนไปยังผู้ปกครองในการเฝ้าระวังเด็กโดยเฉพาะช่วงอายุ 4-8 ขวบ จะมีความเสี่ยงสูงสุดในการถูกลักพาตัว  ปัจจัยเสี่ยงสูงสุด คือ การที่ผู้ปกครองปล่อยเด็กวิ่งเล่นตามลำพัง แม้ว่าบริเวณที่เด็กวิ่งเล่น จะคุ้นเคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก ผู้ก่อเหตุจะใช้โอกาสนี้เข้ามาตีสนิทพูดคุยกับเด็กเมื่อเด็กอยู่ตามลำพัง  นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุบางราย  เช่น กรณีน้องจีโอ ยังไปหลอกเด็กตามร้านเกมส์ ให้เงินเด็กในการเล่นเกมส์เพื่อหลอกล่อและเด็กตายใจ” พ.ต.ต.จักรี กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผกก.ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร กล่าวว่า ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทยที่ใช้กระบวนการวาดภาพสเก็ตช์เด็กหายให้มีอายุเทียบเท่าปัจจุบัน (Age Progression) โดยใช้หลักสากลคือเด็กหายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังตามหาไม่พบ จะทำการสเก็ตช์ภาพเพิ่มอายุ ทุก 2 ปี ส่วนเด็กหายที่มีอายุเกิน 18 ปี จะทำการ   สเก็ตช์ภาพทุก 5 ปี ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ลักษณะใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง  ภาพสเก็ตซ์ในส่วนนี้จะใช้ภาพเดิมประชาสัมพันธ์คู่กันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เพิ่มโอกาสให้พลเมืองดีจดจำคนหายได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันได้สเก็ตซ์ภาพเด็กหายร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา มากกว่า 10 ราย

ในวันนี้ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ได้เปิดตัวภาพสเก็ตซ์ เด็กหายรายล่าสุด คือ นายธีรวุฒิ  ทัศนาพร หรือน้องกระติ๊บ อายุขณะหาย 16 ปี หายตัวไประหว่างขึ้นรถไฟไปโรงเรียนที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2561 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว  โดยปัจจุบันน้องกระติ๊บจะมีอายุครบ 20 ปี จึงได้สเก็ตซ์ภาพอายุปัจจุบันของน้องที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ติดตามตัวอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ศารุติ  กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับวันเด็กที่จะถึงนี้ ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากประชาสัมพันธ์ยังผู้ปกครอง เพื่อป้องกันเด็กสูญหายพลัดหลงในงานวันเกิด  

1.ผู้ปกครองต้องจดจำรูปพรรณของลูก ส่วนสูง น้ำหนัก ตำหนิ สีเสื้อผ้า 

2.ให้ถ่ายรูปล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ของลูกก่อนออกจากบ้าน

3.ทำป้ายชื่อ เบอร์ติดต่อครอบครัวติดตัวเด็กไว้

4.สอนลูก หากพลัดหลง นัดเจอกันจุดไหน ให้ใครช่วยเหลือ

5.สอนลูก หากตกอยู่ในอันตราย มีคนจูงมือไป พร้อมตะโกนให้คนช่วย 

ทั้งนี้ หากเกิดการสูญหาย หากค้นหาในบริเวณงานแล้วยังไม่พบตัว ให้โทรแจ้ง 1191 หรือ แจ้งความเด็กหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอครบ 24 ชม.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,922,718 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
​รัฐบาลเล็งออกพรก. กู้เงิน5แสนล. อ้างเร่งด่วนรับวิกฤต
อนุทิน จ่อตั้ง ทรงศักดิ์ คุมป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ
โมเมนต์ประทับใจ'แกรนด์'บุกหา 'บี้ เดอะสตาร์' ถึงวัด กอดกันกลมในรอบ 10 ปี
วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’
คนเดียวในไทย แอนนี่ บรู๊ค ภูมิใจ น้องฑีฆายุ แข่งเทรดหุ้น คว้าชัยระดับโลก
ตรวจพบ "ยาเบื่อหนู" ปนเปื้อนในอาหารเด็ก HiPP ในออสเตรีย
'ก้อง-ติ๊ก-อีฟ'พร้อมใจชวนจอยหน้าเวที เสิร์ฟโชว์เต็มแม็กซ์ เพื่อแฟน ๆ '7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล'

Recent Posts

  • อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028
  • เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ
  • รมว.แรงงานสหรัฐฯ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” ลาออก
  • ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว
  • ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d