Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘พระโตโน่’ บิณฑบาตวันแรกเมืองท่าแขก ชาวลาวแห่สาธุบุญ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703698

'พระโตโน่' บิณฑบาตวันแรกเมืองท่าแขก ชาวลาวแห่สาธุบุญ

‘พระโตโน่’ บิณฑบาตวันแรกเมืองท่าแขก ชาวลาวแห่สาธุบุญ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.50 น.

ชาวลาวสาธุบุญ “พระโตโน่”ออกโปรดบิณฑบาตวันแรก เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว ดาราตลก “อู๊ดเป็นต่อ” เป็นสังฆรี

เวลา 07.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2566 ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว พระโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ฉายาทางธรรม สุทฺธิสทฺโธ หรือ สุทธิสัทโธ แปลว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์ และคณะสงค์ได้ร่วมกันทำกิจวัตรสงฆ์ในการอุปสมบทวันที่สี่ โดยครั้งนี้เป็นการเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปจำวัดปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว เป็นวันแรก พร้อมได้ออกเดินบิณฑบาตโปรดญาติโยมชาวเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเป็นการสร้างอานิสงส์ร่วมกัน เป็นการตอบแทนคุณพี่น้องทั้งฝั่งไทยและลาว โดยยึดมั่นในการปฏิบัติกิจวัตรสงฆ์อย่างเคร่งครัดตลอดการอุปสมบทเป็นเวลา 7 วัน (9-15 มกราคม 66) ให้เกิดอานิสงส์ผลบุญมากที่สุดแก่ประชาชนทั้งชาวไทย ชาวลาว  หลังจากพี่น้องสองฟากฝั่งให้การสนับสนุนกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขง หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 65 ที่ผ่านมา เพื่อนำเงินบริจาคไปสนับสนุนช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์การแพทย์แก่โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลคำม่วน โดยได้ยอดบริจาคกว่า 87 ล้านบาท

ในครั้งนี้ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง ได้มีดาราตลกชื่อดัง อู๊ดเป็นต่อ-นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล และทีมงานวงการบันเทิงเป็นสังฆรี ติดตามไปดูแลรับบาตรที่แขวงคำม่วน สปป.ลาวด้วย  และพระโตโน่จำวัดอยู่ฝั่งลาวจนถึงวันที่ 13 มกราคม 66 ก็จะเดินทางกลับมายังฝั่งไทยจังหวัดนครพนม

สำหรับเช้าวันที่ 14 มกราคม 2566 พระโตโน่มีกิจวัตรที่จะกลับมาโปรดบิณฑบาตญาติโยม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช ก่อนจะกลับไปเตรียมลาสิกขากับพระเทพวรมุนี พระอุปัชฌาย์ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในเช้าวันที่ 15 มกราคม 2566 ที่จะถึงนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลูกผักปลอดสารพิษใช้พื้นที่ข้างบ้าน20ตรม. สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703690

ปลูกผักปลอดสารพิษใช้พื้นที่ข้างบ้าน20ตรม. สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท

ปลูกผักปลอดสารพิษใช้พื้นที่ข้างบ้าน20ตรม. สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.08 น.

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเพียง 20 ตรม. 45 วันตัดขาย สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท เหมาะสำหรับคนทำงานประจำที่ใช้พื้นที่ปลูกน้อย ดูแลง่ายก่อนทำงานและหลังทำงาน  

ชาวบ้านใช้ที่ข้างบ้านเพียง 20 ตารางเมตร ในกลางเมืองพิจิตร ของ นายอำนาจ กล่อมจิตต์  บริเวณบ้านเลขที่  28/15 ถ.สะหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร ที่นำเอาพื้นที่ว่างเปล่า หันมาปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษ  เริ่มจากที่ปลูกไว้กินเอง จากนั้นขยาย พื้นที่ ใช้เวลาเพียง 45 วัน จนทำให้สามารถตัดผักจำหน่ายสร้างรายได้เสริมจากงานประจำ ถึง เดือน ละ 4000 บาท  

โดยการเริ่มจากการเพาะต้นกล้า ใช้ฟองน้ำสำเร็จรูปที่กรีดกากบาท วางเรียงบนถาดรอง รดฟองน้ำปลูกให้ชุ่ม พร้อมกับใช้มือกดฟองน้ำให้ซับน้ำให้อิ่มตัว แล้วนำเมล็ดสลัดที่ติดที่ปลายไม้มาใส่ลงไปในกลางฟองน้ำ จนได้ต้นกล้า จากนั้น ย้ายต้นผัก ใส่ถ้วย ลงเพาะในกล่องถาดโฟมที่มีน้ำอยู่ด้านล่าง ให้รากของผัก ดูดสารอาหารจากแร่ธาตุในน้ำ แทนการปลูกบนดิน   ใช้เวลา 45 วัน ปลูกแบบไล่รุ่น หมุนเวียน จึงตัดผลผลิตจำหน่ายได้  

นายอำนาจ กล่อมจิตต์  กล่าวว่า เริ่มที่ตนเอง กับครอบครัว ชอบท่องเที่ยว ในพื้นที่ธรรมชาติ จึงซื้อผัก ไปกินควบคู่กับอาหารจำพวกปิ้งย่าง   จึงลองศึกษาปลูกผักไว้เอง โดยศึกษาจากอินเตอร์เน็ต และ ทดลองปลูกเพียง 3 ถาด จากนั้นผักจึงให้ผลิตดี จึงขยายการปลูกเพิ่มมากขึ้น และ สามารถตัดจำหน่ายตัดจำหน่าย ครั้งละ 40 กิโลกรัม สร้างรายได้เสริมจากงานประจำการตัดแต่ละครั้ง เดือนละกว่า 4,000 บาท ซึ่งผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ยิ่งในช่วงฤดูหนาวผักจะให้ผลิตผลิตดี และ ดูแลรักษาง่าย

สำหรับผักไฮโดรโปนิกส์ เหมาะสำหรับการปลุกเสริม จากงานประจำ ที่ใช้เวลา ก่อนทำงาน และ หลังเลิกงาน มาดูแลผัก ซึ่งผักที่ปลูก มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูง เนื่องจากปลูกไว้กินเอง และเป็นที่นิยมสำหรับผู้รักสุขภาพ  ผู้บริโภคจึงได้รับประทานผักสดสะอาดที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งทางสวน จะตัดผักจำหน่าย  ให้กับผู้ที่สนใจ  ซึ่งยินดี ให้คำปรึกษา และ วิธีการปลูก หรือ ติดต่อ ทดลองนำไปรับประทาน  ได้ที่ เพจเฟสบุ๊ค    ผักสลัดพิจิตร ไฮโดรโปนิกส์ฟาร์ม หรือ ที่เบอร์โทรศัพท์ นายอำนาจ กล่อมจิตต์ โทร.0994478833

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สีสันแถลงข่าววันเด็ก! เยาวชนโชว์มินิคอนเสิร์ต’ทรงอย่างแบด’ ร็อกฟันน้ำนมโดดหน้าเวที

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703680

สีสันแถลงข่าววันเด็ก! เยาวชนโชว์มินิคอนเสิร์ต'ทรงอย่างแบด' ร็อกฟันน้ำนมโดดหน้าเวที

สีสันแถลงข่าววันเด็ก! เยาวชนโชว์มินิคอนเสิร์ต’ทรงอย่างแบด’ ร็อกฟันน้ำนมโดดหน้าเวที

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.44 น.

โคราชแถลงข่าววันของเด็กแห่งชาติ โชว์มินิคอนเสิร์ต ‘ทรงอย่างแบด’ เพลงสุดโปรดของร็อกฟันน้ำนม

12 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล อาจารย์ ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกฺล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นายสนธยา อ่อนน่วม ที่ปรึกษาอธิการบดี อาจารย์ณัฏฐนันท์ ศรัณย์มงคล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา อาจารย์เกษมสันต์ ครุฑกษัตริย์ไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกียรติคุณวิทยา ได้ร่วมการแถลงข่าวมหกรรมวันของเด็กแห่งชาติ 

โดยจะจัดขึ้นวันที่ 13-14-15 มกราคม 2556 ซึ่งในระหว่างที่ทำการแถลงข่าว ได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากเยาวชน พร้อมทั้งมีการร้องเพลงชาติเด็ก ทรงอย่างแบด (Bad Boy)เจ้าของศิลปิน เปเปอร์ เพลนส์ สร้างความสนุกสนานเป็นอย่างมาก

ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นปราสาทแห่งเวทมนต์ โดยภายในจะมีถ้ำเรืองแสง ห้องแสดงปราสาทเวทมนต์ สอยดาวเลเซอร์ เป่าปี่พิศวง ตู้ ปณ.พาโชค บอลกล้าท้าพายุ และกิจกรรมอีกมากมาย โดยจะทำการจัดขึ้นทั้งหมด 3 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กกล้าที่จะแสดงออกและได้ของรางวัลกลับบ้าน พร้อมทั้งยังมีกิจกรรมร้องเพลง การแสดง และของสมนาคุณอีกมากมาย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชม!! หนุ่มไปรษณีย์ช่วยคนป่วยลมชักล้มหัวฟาดพื้น ขณะส่งจดหมาย

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703673

ชื่นชม!! หนุ่มไปรษณีย์ช่วยคนป่วยลมชักล้มหัวฟาดพื้น ขณะส่งจดหมาย

ชื่นชม!! หนุ่มไปรษณีย์ช่วยคนป่วยลมชักล้มหัวฟาดพื้น ขณะส่งจดหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.22 น.

12 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อโซเชียลดังในพื้นที่พังงา เฟซบุ๊ก บีคุงก์สมศักดิ์ แก้วจินดา (เก้าหกสาม) ได้โพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณพี่​ ปณ.สุดหล่อของนบปริง​ ไป​ ส่ง​ จม.​กำลังถามส่ง​ จม.​ คนป่วยวูบล้ม​ ชักเกร็ง​ หัวแตก​  ต่อหน้าต่อตา​ ช่วยเรียกญาติ​ เรียก​1669​ วิ่งออกมาตามรถกู้ภัย​ ช่วยเหลือจนเสร็จสิ้น​ นำส่ง​รพ.ปลอดภัย​ ขอบคุณมากครับพี่ #หน่วยกู้ภัยวัดเก่าเจริญธรรม​ จุดเมืองพังงา” เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการชื่นชมและอยากเห็นหน้าพนักงานไปรษณีย์ที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดพังงา พบนายวิชาญ พรมแก้ว อายุ 47 ปี ตำแหน่ง พนักงานนำจ่ายไปรษณีย์เขตรับผิดชอบ หมู่ 3,4 ต.นบปริง อ.เมืองพังงา จ.พังงา พร้อมสอบถามได้ความว่า ขณะตนนำจ่ายไปรษณีย์ให้ประชาชนในพื้นที่มีเจ้าบ้านเดินออกมารับไปรษณีย์นำส่งมารับปกติ ขณะยืนคุยกันอยู่สังเกตุเห็นผู้รับไปรษณีย์ มีอาการชักเกร็งและล้มลงต่อหน้า จากนั้นมีเลือดไหลออกมา จึงตะโกนเรียกทางบ้านของผู้บาดเจ็บพร้อมโทรประสานทาง 1669 สักพัก รถหน่วยกู้ภัยได้เดินทางเข้ามารับผู้บาดเจ็บจนนำส่งโรงพยาบาลพังงาเสร็จสิ้น

กระทั่งเลิกงานตามปกติทราบว่ามีการโพสต์เรื่องราวที่ตนเองช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและมีคนเข้าชื่นชมในครั้งนี้ ซึ่งตนมองว่า ตนเองได้ช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ แต่รู้สึกปลื้มใจที่ได้ทำความดีในครั้งนี้

ด้านนายสรายุทธ์ เกตุคง ผู้ช่วยไปรษณีย์จังหวัดพังงา กล่าวว่า ได้ชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งทางไปรษณีย์ไทยได้อบรมบ่มนิสัยให้พนักงานทุกคนมีจิตใจในการช่วยเหลือประชาชนเป็นหลักอยู่แล้วไม่ว่าในหน้าที่การงานหรือการช่วยเหลือด้านต่างๆโดยเฉพาะความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สิน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703672

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.09 น.

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

12 มกราคม 2566 ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana มีเนื้อหาดังนี้…

แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวครับ

ปกตินักวิจัยในฐานะผู้เขียนวารสารวิชาการมักจะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ประเมิน หรือ Reviewer ให้กับงานของเรา ด้วยเหตุผลเรื่องของ Conflict of interest ที่อาจจะตามมาทีหลังได้ แต่ในช่วงหลังวารสารบางสำนักพิมพ์ เช่น กลุ่ม Frontiers จะเปิดเผยชื่อผู้ประเมินให้ทราบหลังงานวิจัยนั้นได้รับการตีพิมพ์ (Accept) ด้วยเหตุผลเรื่องความโปร่งใส ว่าคนประเมินงานนั้นๆมีตัวตนจริงๆ

ผมลองไปดูงานวิจัยที่ผมเคยประเมินและให้ตีพิมพ์ได้ใน Frontiers มี 17 เรื่อง และ มี 3 เรื่องที่ผมเป็น Editor คือ คนที่หาผู้ประเมินและตัดสินว่าควร Accept หรือ Reject งานนั้น แสดงว่ามีผู้แต่งอย่างน้อย 20 เรื่องที่ทราบว่าผมเป็นคนอ่าน ประเมินงานของเขา

ประเด็นที่อยากแชร์ คือ ผมไม่เคยได้รับ email จากคนเหล่านี้เลย ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณ หรือ อยากร่วมงานวิจัยด้วย หรือขอความช่วยเหลือใดๆกับงานวิจัยของเขา ตัวเองในฐานะ author ก็ไม่เคยติดต่อผู้ประเมินกลับไป ไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์จากงานที่หมดหน้าที่ของแต่ละคน

เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมมากที่ authors จะมาติดต่อหลังไมค์เพื่อให้ผมร่วมเขียน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน เพราะสุ่มเสี่ยงต่อ Conflict of Interest อย่างมากครับ

เน้นว่าเป็นความเห็นส่วนตัวครับ ซึ่งอาจแตกต่างจากคนอื่นๆได้

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fanan.jongkaewwattana%2Fposts%2Fpfbid0szGooiGDv4YPd61nKdVAomSmyoByc1qdQcZKu9g5iijbtPmxJtzLrzuk32XR8nWsl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘กัญชา’โอกาสของไทย การแพทย์ชุมชน-เศรษฐกิจ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703632

สกู๊ปแนวหน้า : ‘กัญชา’โอกาสของไทย  การแพทย์ชุมชน-เศรษฐกิจ

สกู๊ปแนวหน้า : ‘กัญชา’โอกาสของไทย การแพทย์ชุมชน-เศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.45 น.

ยังคงต้องติดตามกันต่อไปกับ “(ร่าง) พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ….” ซึ่งภาคประชาชนพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ที่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันใกล้จะสิ้นสุดลง โดยล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมามีการจัดงานเสวนาหัวข้อ “13 ภาพอนาคตกัญชาไทย จาก 13 ทัศนคตินักคิดและนักกิจกรรมสังคมไทย” ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ภายในงานมีเสียงสะท้อนจากผู้ผลิตและใช้กัญชาเพื่อบำบัดรักษาโรคในระดับท้องถิ่น อาทิ ธนโชติ เธียรรุ่งโรจน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรอากานิกส์ เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว กล่าวว่า มี 3 ประเด็นเกี่ยวกับกัญชาที่ต้องการนำเสนอ 1.ประชาชนต้องสามารถปลูกได้ 2.ประชาชนต้องใช้เป็น และ 3.ชุมชนต้องมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ กัญชามีหลายสายพันธุ์ซึ่งแตกต่างกันไปตามปัจจัย เช่น ดิน น้ำ อากาศ ของแต่ละพื้นที่

ขณะเดียวกันก็ต้องมีองค์ความรู้ว่ากัญชาแต่ละสายพันธุ์เหมาะสมกับการใช้ทำอะไรหรือรักษาโรคใด
ขณะเดียวกันคนนำไปใช้ก็ต้องมีความรู้เพื่อให้ใช้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่นำยานอนหลับไปใช้แก้ปวดท้อง หรือนำกัญชาสายพันธุ์ที่ใช้ด้านสันทนาการไปใช้รักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นทั้งคนปลูกและคนใช้จึงต้องได้รับการฝึกอบรมให้ใช้เป็นซึ่งจะนำไปสู่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละพื้นที่ด้วย

ส่วนประเด็นร่างกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่ยังอยู่ในการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นั้น เท่าที่ทราบคือทางสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) รอไว้แล้ว 4 คณะ เพื่อเตรียมพิจารณา แต่จะต้องเข้าไปให้ถึงชั้น สว. ให้ได้ภายในต้นเดือน ก.พ. 2566 เพราะทาง สว. จะต้องส่งร่างกฎหมายกลับมาให้ฝั่ง สส. พิจารณากันอีกรอบ ดังนั้น ประชาชนจะต้องติดตามและเป็นกำลังหลักสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

“ผมเคยพูดไปครั้งหนึ่งแล้วว่าบ้านผมพรรคพลังประชารัฐทั้งจังหวัดเลย แต่วันนี้ผมรู้สึกว่าท่านอนุทินทำเพื่อชาวบ้าน ทำเพื่อเรา ผมเป็นกำลังใจแล้วก็จะผลักดันช่วย ถ้าโอกาสหน้าท่านได้กลับมาเป็นคณะรัฐบาล อยากให้ท่านดูกระทรวงสาธารณสุขต่อแล้วก็เดินต่อไป แต่ถ้ามันจบในสมัยนี้ได้ มันจะเป็นความมั่นคงของประชาชนที่เป็นรากหญ้าที่จะดูแลตัวเองได้ด้วยสารสกัดจากกัญชา อย่างถูกวิธีและถูกต้อง” ธนโชติ กล่าว

พระครูปัญญาวโรบล เจ้าอาวาสวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ที่วัดมีการรักษาผู้มีอาการทางจิตประสาท ผู้ป่วยลมชัก และบำบัดผู้ติดสุราเรื้อรัง โดยใช้สมุนไพรมาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีกัญชาให้ใช้ กระทั่งต่อมาได้เข้าร่วมโครงการของ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงได้นำกัญชามาใช้กับอาการทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่มีบัตร เนื่องจากบริเวณที่ตั้งของวัดเป็นชายแดน จึงพบปัญหาประชากรที่ไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคล

“รพ.สต. ผู้ป่วยที่ไม่มีบัตรก็เอาเข้ามา เราจะแจกยาผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่มีบัตร ตรงนี้เราดูแลมาค่อนข้างนานพอสมควร ดังนั้นกลุ่มพวกนี้เราก็จะเริ่มเห็นว่าการใช้สมุนไพรบำบัด ไม่ใช่กัญชาอย่างเดียว กัญชามันลดปวดดี นอนหลับดี กินดี แต่การขับพิษมะเร็งแพทย์แผนไทยองค์ความรู้เขาเยอะดังนั้นก็เชิญอาจารย์แพทย์มาประยุกต์ยา ก็เกิดการเรียนการสอนแล้วเราเอากัญชามาประยุกต์ยากับการแพทย์แผนไทยเลยเอาโรคนี้ๆ ปรุงยาไม่ต้องเยอะ ปรุงแค่ 2-3 อย่างก็ใช้เลย”พระครูปัญญาวโรบล กล่าว

สฤษดิ์ โชติช่วง ปราชญ์ชาวบ้านผู้รู้ด้านกัญชาแห่งเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นับตั้งแต่เด็กได้ติดตามพ่อแม่ไปดูการปลูกข้าวไร่ ซึ่งเกษตรกรบนเกาะพะงันจะหว่านเมล็ดกัญชาควบคู่ไปกับเมล็ดข้าว ขณะที่ย่าก็เล่าว่า ตอนที่แม่คลอดคนก็ใช้กัญชาไปต้มให้เกิดเป็นไอขณะอยู่ไฟเพื่อทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ส่วนข้อกังวลเรื่องเด็กและเยาวชนติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น สำหรับที่เกาะพะงันปัจจุบันยังไม่เป็นเช่นนั้น แม้ว่าบนเกาะจะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ที่จำนวนไม่น้อยมีการใช้ยาเสพติดก็ตาม โดยชาวต่างชาติหลายคนก็บอกว่ากัญชาเลิกใช้ง่าย แต่จริงไม่จริงก็อีกเรื่องหนึ่ง

“กลุ่มวิสาหกิจในปัจจุบันนี้รวมตัวกัน 5 กลุ่ม สร้างเป็นเครือข่าย ทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเกาะพะงันเพื่อปลูกกัญชาเพื่อรักษาชาวเกาะพะงันฟรี โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกให้ฟรี ไม่ได้แบ่งดอกแบ่งใบแบ่งต้นขาย ให้ทั้งหมดกับโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้คิดสตางค์ คิดค่าตอบแทนอะไรทั้งสิ้น อันนั้นเป็นข้อตกลง ทำเอ็มโอยูกันไว้ และเราจะต้องทำต่อ” สฤษดิ์ กล่าว

นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ประเทศไทยพึ่งพาตนเองด้านยาได้น้อยมาก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศเฉลี่ยปีละ 1.3 แสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งนี้ ประเทศไทยมีตัวอย่างดีๆ มากมายเรื่องการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็ง และไทยน่าจะสามารถก้าวกระโดดไปเป็นศูนย์กลางการรักษามะเร็งของโลกได้ เป็นการตอบสนองนโยบาย Health for Wealth (สุขภาพเพื่อความมั่งคั่ง) ได้อย่างดี เม็ดเงินจำนวนมากจะไหลเข้ามาและกระจายต่อไปยังชุมชน

“เราจะเห็นว่าปัจจุบันคนที่ต่อต้านกัญชาคือแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ถ้าเราเปิดมุมมองให้เขาเห็นว่าคุณมาช่วยกันทำสิ แล้วมันจะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติด้วยนะ สถาบันวิจัย รัฐบาล แหล่งทุนวิจัยต่างๆ ต้องอัดฉีดให้กับคุณหมอแผนปัจจุบันมาทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง พันธุ์สมุนไพรดีๆ ที่เราอุตส่าห์อนุรักษ์ไว้” นพ.ปัตพงษ์ กล่าว

ดร.พิพัฒน์ นนธนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำหนังสือ “The Cannabis Health Index”
ซึ่งรวบรวมผลการศึกษาการใช้กัญชากับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในแวดวงวิชาการของโลกตะวันตก ระบุเป็นระดับ 0 คือใช้ไม่ได้ผล ไปจนถึงระดับ 5 คือใช้ได้ผลดีมากที่สุด มาแสดงในงานด้วย โดยสมาคมฯ ได้จัดทำหลักสูตร “นักวิจัยกัญชาศาสตร์ (Cannabis Science Researcher : CSR)” เพื่อสร้างนักวิจัยที่สามารถผลิตผลงานวิชาการด้านกัญชาไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการได้

“อนาคตของการวิจัยด้านกัญชาศาสตร์ ผมมองว่าเราวิจัยในแง่การผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันกับแพทย์แผนไทย แล้วก็ตามหลักที่เรามีอยู่ และสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ เอามาจัดดูแล้วก็ใช้แบบ Cannabis Health Index เราก็น่าจะทำเป็น Thailand Cannabis Health Index บ้าง ด้วยสายพันธุ์ของภูพาน หางกระรอก สารพัดอะไรต่างๆ เยอะแยะ น่าทำ น่าเป็น Thailand Cannabis Health Index” นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าว
 

SCOOP@NAEWNA.COM
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อายุวัฒนมงคล ‘สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์’ ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703599

อายุวัฒนมงคล 'สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์' ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค

อายุวัฒนมงคล ‘สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์’ ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.47 น.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุคปัจจุบันที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างยิ่งและยอมรับอย่างกว้างขวางจากชาวไทยและชาวโลก ทั้งจากชาวพุทธและผู้ที่นับถือศาสนาอื่น พระเดชพระคุณท่านเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย มีวัตรปฏิบัติที่อ่อนน้อมถ่อมตน ให้ความสำคัญและความสนใจแก่ผู้ที่เข้าพบโดยไม่เลือกชาติและศาสนาเป็นพระสงฆ์ที่ทำคุณประโยชน์ต่อวงการพระพุทธศาสนา และสังคมของมวลมนุษย์อย่างหาที่เปรียบได้ยาก ยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องแห่งธรรมวินัย ปกป้องภัยพระพุทธศาสนาทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งวันที่ 12 มกราคมนี้เป็นวันอายุวัฒนมงคล 85 ปี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อปี พ.ศ.2494 และเข้ามาจำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร จนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร นับเป็นรูปที่สองในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นรูปที่สี่ในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยได้รับการอุปสมบทโดยเป็นนาคหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2504 ณ พัทธสีมาวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ) สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นพระนักวิชาการนักคิดนักเขียนผลงานทางพระพุทธศาสนารุ่นใหม่ มีผลงานทางวิชาการพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก ผลงานของท่านที่เป็นที่รู้จัก เช่น พุทธธรรม เป็นต้น ท่านได้รับการยกย่องจากทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ด้วยผลงานของท่านทำให้ท่านได้รับรางวัลและดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบันทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ท่านเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ จากยูเนสโก (UNESCO Prize for Peace Education)

นอกจากนี้ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่ท่านได้รับรวมมีมากกว่า 15 สถาบัน ซึ่งนับว่าท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ไทยที่ได้รับการยกย่องให้ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มากที่สุดในปัจจุบัน และในปี พ.ศ. 2549 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 

ประวัติ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” นามเดิม “ประยุทธ์ อารยางกูร” เกิดเมื่อพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ.2481 ณ บ้านใกล้ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) ฝั่งตะวันออก บริเวณตลาดศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่ออายุได้ 6 ขวบเข้าเรียนชั้นอนุบาลในโรงเรียนอนุบาลครูเฉลียวที่ตลาดศรีประจันต์ จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์ จากนั้นบิดาได้พาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนปทุมคงคา โดยพักอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ เด็กชายประยุทธ์เป็นเด็กเรียนเก่ง จึงได้รับทุนเรียนดีจากกระทรวงศึกษาธิการจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น และมีความใส่ใจในการเรียนมาก ช่วงเวลาปิดเทอมกลับมาอยู่ที่บ้าน ก็สามารถสอนภาษาอังกฤษแก่น้อง ๆ ได้ มีนิสัยรักการอ่านหนังสือ ชอบหนังสือต่างๆ โดยเฉพาะสารานุกรม ฝึกเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

จากคำบอกเล่าของญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด กล่าวว่า เนื่องจากท่านเป็นเด็กสุขภาพไม่ใคร่ดีตั้งแต่เล็กจนโต วัยเยาว์ของท่านจะควบคู่ไปกับการเจ็บป่วยเรื่อยมา เป็นเกือบทุกโรค เป็นต้นว่า หัวใจรั่ว ท้องเสีย ท้องอืด ต้องผ่าตัดถึงสองครั้ง หูเป็นน้ำหนวกอักเสบเข้าไปในกระดูกพรุนถึงโพรงศีรษะ แพ้อากาศ โรคปอด นิ่วในไต หลอดลมอักเสบ กล้ามเนื้อแขนอักเสบ ไวรัสเข้าตา สายเสียงอักเสบ เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองข้างซ้ายเล็กลีบ เป็นต้น จากสุขภาพที่ไม่แข็งแรงเช่นนี้ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียนตามปกติ 

หลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทางบ้านจึงสนับสนุนให้ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านกร่าง ตำบลศรีประจันต์ ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้าน เพราะเล็งเห็นว่าการอยู่ในเพศบรรพชิตจะเอื้ออำนวยต่อการศึกษาได้มากกว่า เพราะไม่ต้องยุ่งยากเดินทางไปโรงเรียน และยังสามารถศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดได้ เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้เริ่มเล่าเรียนทางพระปริยัติธรรม จนกระทั่งปี พ.ศ.2496 ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาจำพรรษาที่ วัดพระพิเรนทร์ สอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์จากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับเป็นนาคหลวง โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ) สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาจนกระทั่งได้รับปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พ.ศ. 2505 สำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสอบได้ วิชาชุดครู พ.ม. ในปี พ.ศ. 2506 หลังจากสำเร็จการศึกษาเป็นอาจารย์ในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยเลขาธิการและต่อมาเป็นรองเลขาธิการ จนถึง พ.ศ. 2517 มีบทบาททางด้านการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ โดยพยายามเชื่อมโยงความรู้ทางธรรมให้เข้ากับปัญหาสังคมร่วมสมัย เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ถึง พ.ศ. 2519

ต่อมาได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ และได้ทุ่มเทเวลาให้กับงานด้านวิชาการ ตีพิมพ์ผลงานเป็นหนังสือและบทความออกมาอย่างแพร่หลาย ทั้งร่วมเสวนาและสัมมนาทางวิชาการ กับนักวิชาการและปัญญาชนร่วมสมัยอย่างสม่ำเสมอ หนังสือพุทธธรรม ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรน้ำเอกของวงการพุทธศาสนา ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ 10 กว่าแห่ง และได้รับรางวัล “การศึกษาเพื่อสันติภาพ” จากยูเนสโก เมื่อปี พ.ศ. 2537 ซึ่งท่านได้มอบเงินรางวัลทั้งหมดให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดตั้งกองทุนการศึกษาพระธรรมปิฎกเพื่อสันติภาพ “พระ ป.อ.ปยุตโต” ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นตามลำดับเป็นพระราชวรมุนี พระเทพเวที พระธรรมปิฎก พระพรหมคุณาภรณ์ และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นสมณศักดิ์ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ปัจจุบัน “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และดูแลสำนักสงฆ์สายใจธรรม บนเทือกเขาสำโรงดงยาง ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นศ.สาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด วอนมหาลัยรับผิดชอบ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703592

นศ.สาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด วอนมหาลัยรับผิดชอบ

นศ.สาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด วอนมหาลัยรับผิดชอบ

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.33 น.

นักศึกษาสาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย ถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด ผ่านไป 3 ปี อาจารย์และมหาวิทยาลัยไม่ให้การช่วยเหลือ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไกล่เกลี่ยให้มหาวิทยาลัยรับผิดชอบ

วันที่ 11 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หลังจากได้รับแจ้งว่า มีนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ถูกสารเคมีเข้าตาขณะช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย เป็นเหตุให้ดวงตาบอด 1 ข้าง กลายเป็นคนพิการ ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย ส่วนอาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัยได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้หยุดให้การช่วยเหลือทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไปถึงได้พบกับนางดอกไม้ อายุ 43 ปี และ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี นักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุจนตาบอด

น.ส.เอ เล่าว่า ปี 2562 ตนเรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยในจังหวัดอุบลราชธานี ทุกวันศุกร์ตนจะกลับบ้านที่ อ.ขุนหาญ วันที่ 30 ส.ค.62 เป็นวันศุกร์ ตนกลับมาถึงบ้านแล้ว มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันโทรศัพท์มาบอกว่าอาจารย์ให้ตนไปช่วยงานวิจัยในวันเสาร์ ที่ 31 ส.ค.62 ซึ่งอาจารย์ท่านนี้เป็นที่ปรึกษางานวิจัยของตนให้ไปช่วยงานส่วนตัวของอาจารย์โดยบอกให้เอางานวิจัยของตนไปทำด้วย ทั้งที่อาจารย์เคยบอกตนให้ไปช่วยงานหลายครั้งแล้วแต่ตนไม่ไป ตนเลี่ยงมาตลอด เพราะงานกิจกรรมของตนก็มีเยอะ มาวันนี้จึงยอมไป

น.ส.เอ เล่าอีกว่า วันนั้นช่วยอาจารย์ทำงานโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวขาวดอกมะลิ 105 อินทรีย์พร้อมบริโภคที่มีอายุการเก็บรักษานาน” เป็นการทำเกี่ยวกับสารเคมีโดยวิธีการตวงผสม สารนั้นคือกรดอะซิตริกผสมคลอโรฟอร์มอัตราส่วน 3:2 ทำตั้งแต่ 09.00 น.จนกระทั่งถึงเวลา 17.00 น.ได้เกิดอุบัติเหตุสารเคมีดังกล่าวกระเด็นถูกบริเวณหัวไหล่ข้างซ้าย ใบหน้า และเข้าตาข้างซ้าย อาจารย์และคณะวิจัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์พร้อมกับแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ก่อนที่จะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลอุบลรักษ์ธนบุรีในเวลา 19.30 น.เนื่องจากมีแพทย์เฉพาะทางประจำการอยู่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัยจะรับผิดชอบจนกว่าจะหายเป็นปกติ

“เนื่องจากตาซ้ายของมองไม่เห็น จึงได้ไปตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์แจ้งว่าเนื้อเยื่อถูกทำลายร้อยละ 70 แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการหยอดซีรัมจากเลือดผู้ป่วยเป็นเวลา 2 เดือน สายตายังมองไม่เห็น แพทย์วางแผนที่จะปลูกถ่ายเนื้อเยื่อในขั้นตอนต่อไป ซึ่งการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจะมีค่าใช้จ่ายสูง” น.ส.เอ กล่าว

นางดอกไม้ แม่ของนักศึกษาสาวผู้เคราะห์ร้าย กล่าวว่า หลังจากที่เกิดเหตุกับน้องแล้วทางอาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัยก็ได้ให้ความช่วยเหลือมาเรื่อยๆ โดยโอนเงินเข้าบัญชีน้องเป็นค่าใช้จ่ายในการไปรักษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมที่อาจารย์ช่วยมาแล้วประมาณ 400,000 บาท จนกระทั่งเมื่อเดือนกันยายน 2565 อาจารย์โอนมาให้ 3,765 บาท หลังจากนั้นก็เงียบหายไปเลยไม่โอนมาอีก ตาน้องยังไม่หาย ยังต้องไปพบแพทย์ ไปตรวจตามนัด บางเดือนนัด 2-3 ครั้งก็มี ค่าใช้จ่ายไม่น้อย

แม่ของนักศึกษาสาวผู้เคราะห์ร้าย กล่าวต่อว่า ตนกับพ่อของน้องก็ต้องการไปนั่งคุยกับอาจารย์ต่อหน้า ให้รู้ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป เพราะเงินก็ไม่ส่งมาช่วย ตาของน้องถึงขั้นบอดแล้ว เป็นคนพิการแล้ว เคยไปยื่นคำร้องขอทำใบอนุญาตขับขี่ก็ไม่ได้เพราะเป็นคนพิการ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโทรศัพท์เป็นเสียงผู้หญิงอ้างว่าเป็นน้องสาวของอาจารย์หัวหน้าโครงการ พูดกับแม่ว่า อาจารย์บอกว่าทางอาจารย์กับผู้ร่วมวิจัยได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายมามากแล้ว ขอหยุดการช่วยเหลือไว้แค่นี้ ให้ต่างฝ่ายต่างช่วยดูแลกันเอง ทำได้อย่างไร ตอนแรกอาจารย์ได้รับรองเป็นหนังสือมาแล้ว บอกว่าจะช่วยเหลือจนกว่าจะหาย ตาของลูกแม่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด ลูกแม่เกิดมาครบ 32 ประการ ทุกอย่างดีหมด ตาของลูกเสียเพราะไปช่วยงานอาจารย์ ไม่ใช่เพราะไปเรียนหรือทำงานของลูก อาจารย์จะไม่ช่วยเหลือเหรอ คงจะไม่ถูกต้อง

“ฉันและครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีเงินมากที่จะใช้จ่ายในการรักษาลูก ฉันไม่ต้องการที่จะฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล อยากคุยกันดีๆ จึงอยากขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยดูแล ไกล่เกลี่ยเรื่องของครอบครัวตนให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ให้ตาลูกหายด้วย” นางดอกไม้ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายตั้ม’เคลื่อนไหวต่อ! ถามใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ ลั่นพรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703570

'ทนายตั้ม'เคลื่อนไหวต่อ! ถามใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ ลั่นพรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์

‘ทนายตั้ม’เคลื่อนไหวต่อ! ถามใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ ลั่นพรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.32 น.

วันที่ 11 มกราคม 2566 จากกรณีที่ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมาโพสต์ถึงประเด็นร้อนอดีตรองนายกรัฐมนตรีฉาว ชื่อย่อ ย. แอบคบชู้กับหญิงสาวที่มีสามีแล้ว พร้อมกับรูปภาพสยิวหลุดว่อนโซเชียล จนกลายเป็นประเด็นดราม่าทางสังคม 

ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เรื่องนี้ชักสนุก ใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ!?

คดีนี้มีการอ้างว่าอดีตรองนายกรัฐมนตรีรักจริง  มีผูกข้อไม้ ข้อมือ และเอาสินสอดของหมั้นให้ฝ่ายหญิง ถ้าจะเรียกคืน ตามกฎหมายมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะอดีตรองนายกรัฐมนตรีรู้อยู่เต็มอกว่า ตัวเองมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ จะไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นได้ยังไง และที่สำคัญการทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ มีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายไหนไปบ้างครับ มีรูปหลักฐานซักรูปหรือเปล่า หรือเป็นแค่ข้ออ้างลอยๆเพื่อแก้เกมไปวันๆ

ส่วนการจะอ้างว่าไม่รู้ว่าผู้หญิงมีสามีแล้ว คนระดับนี้ก่อนจะทำพิธีจะไม่เช็คกันเลยเหรอ หรือรู้อยู่เต็มอกแต่ไม่สนใจแค่นั้นเอง

ติดตามให้ดีนะครับ พรุ่งนี้มีเซอร์ไพร์ส

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทนายตั้ม’เล็งฟ้องกลับ’อดีตรองนายก’ ยันไม่มีการสู่ขอให้เงิน 20 ล้าน

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fsittra%2Fposts%2Fpfbid02xF5z3HRcm8rYWmJV3TebZa7FydDYgqMasahupbmka642eohtEdKUxfENCrop7kmVl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนรักกล้วยไม้ห้ามพลาด! ม.ราชภัฎพิบูลสงครามเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ ‘ศึกช้างชนช้าง’

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703524

คนรักกล้วยไม้ห้ามพลาด! ม.ราชภัฎพิบูลสงครามเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ 'ศึกช้างชนช้าง'

คนรักกล้วยไม้ห้ามพลาด! ม.ราชภัฎพิบูลสงครามเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ ‘ศึกช้างชนช้าง’

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.25 น.

ม.ราชภัฎพิบูลสงคราม พิษณุโลก เตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ “ศึกช้างชนช้าง” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 13-19 กุมภาพันธ์ 2566 พบกับการประกวดกล้วยไม้ชิงถ้วยประทานและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

วันที่ 11 ม.ค.66 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม รศ.ดร.โชติ บดีรัฐ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ นายวิรัช ทับทองหลาง ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพันธุ์พืชและกล้วยไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน เกษตรแฟร์ “ศึกช้างชนช้าง” โดยภายในงานจะมีไฮไลน์ที่น่าสนใจคืองานประกวดกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุด ชิงถ้วยประทานพระเจ้าววรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยออกสู่สังคม เปิดการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา บุคลากร และอาจารย์ โดยใช้งานเกษตรแฟร์ “ศึกช้างชนช้าง” เป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามเพื่อถ่ายทอดความรู้ทุกมิติจากห้องเรียน อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกลับไปสู่ชุมชนและสังคม สร้างความสุขให้กับครอบครัว เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ และเพื่อกระตุ้นให้มีการปลููกเลี้ยงกล้วยไม้ ขยายพันธุ์กล้วยไม้ เป็นศูนย์การพัฒนาพันธุ์และเป็นศูนย์กางเศรษฐกิจการค้ากล้วยไม้ โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-19 กุมภาพันธ์ 2566

ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ได้กล่าวว่า งานเกี่ยวกับพันธุ์พืช ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลกของเรา คืองานกล้วยไม้ โดยเฉพาะพื้นที่พิษณุโลก คือกล้วยไม้ตระกูลช้างที่มีต้นกำเนิดอยู่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะ จ.พิษณุโลก กล้วยไม้พันธุ์ช้างเรากำลังจะส่งเสริมเพื่อให้เป็นสินค้าเป็นพันธุ์พืชที่เป็นอัตลักษณ์ของพิษณุโลกโดยตรง ภายในงานจะมีการประกวดกล้วยไม้ ชิงถ้วยประทานฯ การประกวดผลิตผลทาางการเกษตร การประกวดตำข้าวลีลา ส้มตำลีลา การประกวดร้องเพลงร้องเพลงลูกทุ่ง ตลาดนัดสินค้า พันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วประเทศ การจัดมหกรรมสินค้าปลอดภัย คาราวานสินค้าทางการเกษตร จัดงานวิ่ง NIGHT RUN BACK TO TECHNO กิจกรรมการแสดงของนักศึกษาลิเกคณะพิบูลฯ ที่เป็นนักศึกษาของเราทั้งหมดเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้คงไว้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,922,785 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
​รัฐบาลเล็งออกพรก. กู้เงิน5แสนล. อ้างเร่งด่วนรับวิกฤต
อนุทิน จ่อตั้ง ทรงศักดิ์ คุมป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ
คุณแหน : 20 เมษายน 2569
โมเมนต์ประทับใจ'แกรนด์'บุกหา 'บี้ เดอะสตาร์' ถึงวัด กอดกันกลมในรอบ 10 ปี
วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’
คนเดียวในไทย แอนนี่ บรู๊ค ภูมิใจ น้องฑีฆายุ แข่งเทรดหุ้น คว้าชัยระดับโลก
ตรวจพบ "ยาเบื่อหนู" ปนเปื้อนในอาหารเด็ก HiPP ในออสเตรีย

Recent Posts

  • อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028
  • เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ
  • รมว.แรงงานสหรัฐฯ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” ลาออก
  • ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว
  • ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d