Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ยอดลงชื่อใกล้แสน! พระป่า-คนเมืองน้ำดำค้าน มส.ปลดเจ้าคณะจังหวัด #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607290

ยอดลงชื่อใกล้แสน! พระป่า-คนเมืองน้ำดำค้าน มส.ปลดเจ้าคณะจังหวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.59 น.

ยอดใกล้แตะ 1 แสน! พระป่า-คนเมืองน้ำดำและสาธุชนทุกสารทิศลงชื่อคัดค้านมติ มส.สั่งปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) พร้อมสวดมนต์ถวายกำลังใจ “เจ้าคุณบัวศรี” เฝ้ารอ มส.ให้ความเป็นธรรมหลังคณะศิษยานุศิษย์เข้ายื่นหนังสือ “กมธ.การศาสนาฯ” ให้ตรวจสอบมติ มส.

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูปโดยปรากฏทางสื่อโชเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือ เจ้าคุณบัวศรี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วย ผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมเคลื่อนไหวมีมติคัดค้านทันทีเพราะมองว่าไม่เป็นธรรม และมีการล่ารายชื่อหนึ่งแสนชื่อเพื่อถวายฎีกาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 7 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ศิษยานุศิษย์ของพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ยังคงเดินทางเข้ามาถวายภัตตาหารเช้าและร่วมกันปฏิบัติธรรมสวดมนต์ตามปกติ ซึ่งเจ้าคุณบัวศรี ได้ลงมาฉันเช้าตามปกติท่ามกลางการเฝ้ารอย่างใจจดใจจ่อที่เชื่อว่า มส.จะทบทวนปัญหาและจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าคุณบัวศรี

ส่วนการตั้งโต๊ะเพื่อรวบรวมรายชื่อคัดค้านยังคงมีการดำเนินการต่อไป ภายในวัดประชานิยมและตามวัดต่างในสายธรรมยุตทั้งในจังหวัดและหลายจังหวัดทางภาคอีสานที่เป็นสายครูบาอาจารย์ รวมไปถึงในโลกออนไลน์ ล่าสุดมีรายงานว่ายอดการลงทะเบียนใกล้ 100,000 รายชื่อแล้ว

นางสาวสุขใข อายุวัฒน์ อายุ 78 ปี บ้านเลขที่ 11/3 ถนนเนื่องประดิษฐ์ ต.ในเมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งได้เดินทางมาถวายภัตตาหารเช้าในวันนี้ กล่าวว่า การปลดพระเทพสารเมธีตามมติของ มส.นั้นถือว่าไม่เป็นธรรมต่อเจ้าคุณบัวศรี และศิษยานุศิษย์ของเจ้าคุณบัวศรี เพราะไม่มีคำตอบว่าปลดท่านเรื่องอะไร ไม่มีคำอธิบายด้วยเหตุผล ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการทำลายบารมีของเจ้าคุณบัวศรี ที่ได้สร้างคุณูประโยนช์ให้กับคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่นับถือในคุณงามความดีของท่าน เป็นการทำลายศักดิ์ศรีของคนกาฬสินธุ์ คนอีสาน และก็จะรอฟังคำตอบว่าทาง มส.จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

มีรายงานแจ้งว่า วันนี้หลังจากคณะญาติธรรมได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กทม.แล้วยังได้เข้ายื่นหนังสือถวายฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรมด้วย ทำให้บรรยากาศเริ่มสงบลง แต่จะยังคงมีการเดินทางมาลงรายชื่อและทำวัดสวดมนต์เพื่อถวายกำลังใจแด่เจ้าคุณบัวศรี ในทุกวัน เพื่อเฝ้ารอกระบวนการแก้ไขปัญหาจากกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่คาดหวังว่าจะมีความชัดเจนในทุกคำตอบ รวมไปถึงจะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำรายชื่อไปสอดไส้ในการประชุมด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอหวยแห่จด! ทะเบียน’บิ๊กตู่’ถึงเมืองคอน ลอตเตอรี่เกลี้ยงแผงไปกับตา #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607289

คอหวยแห่จด! ทะเบียน'บิ๊กตู่'ถึงเมืองคอน ลอตเตอรี่เกลี้ยงแผงไปกับตา

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.58 น.

คอหวยแห่จด! ทะเบียน’บิ๊กตู่’ถึงเมืองคอน ลอตเตอรี่เกลี้ยงแผงไปกับตา

บรรยากาศที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อเตรียมการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ เพื่อติดตามการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

งานนี้ ชาวบ้านไม่พลาดที่มาคอยต้อนรับนายกฯ ก็พากันส่องป้ายทะเบียนรถที่นายกฯ นั่ง เป็นรถยนต์ยี่ห้ออัลพาร์ต สีดำ ทะเบียน กอ – 5817 นครศรีธรรมราช เพื่อหวังนำไปเสี่ยงโชค งวดวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ขณะที่บรรดา พ่อค้าแม่ค้าขายเร่สลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่พลาดที่จะนำแผงสลากฯ มาขายให้กับลูกค้าที่มารอต้อนรับนายกฯ ถึงหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แต่ปรากฏว่าเลขท้ายสลาก 817 หมดเกลี้ยงแผง ก่อนที่นากยกฯ จะเดินทางมาถึงนครศรีธรรมราช เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการแชร์ภาพป้ายทะเบียนรถที่นายกฯนั่ง ทำให้บรรดาคอหวยต้องหาซื้อเลขสลับตำแหน่งของทะเบียนรถเพื่อเสี่ยงโชคต่อไป    

.

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกือบใจสลาย! งูเห่าเลื้อยเข้าบ้าน กัดหัวลูกชายวัย 2 ขวบโคม่า โชคดีรักษาทัน #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607252

เกือบใจสลาย! งูเห่าเลื้อยเข้าบ้าน กัดหัวลูกชายวัย 2 ขวบโคม่า โชคดีรักษาทัน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.01 น.

เกือบใจสลาย! งูเห่าเลื้อยเข้าบ้าน กัดหัวลูกชายวัย 2 ขวบโคม่า โชคดีนำตัวส่งโรงพยาบาลรักษาทัน ขณะหน่วยกู้ภัยบัวขาวทีมเครือข่ายอสรพิษวิทยาเตือนให้ระมัดระวังงูพิษในช่วงหน้าฝน

7 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อเอฟ กฤษณะได้โพสต์ภาพงูและข้อความในลักษณะเตือนภัยในช่วงหน้าฝนเกี่ยวกับงูเง่าสีน้ำตาลเข้าบ้านกัดเด็ก 2 ขวบ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.64 เวลาประมาณ 23.10น.ที่ผ่านมา ทำให้พ่อและแม่เด็กต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอาการโคม่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด โดยหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาวได้รับแจ้งว่ามี เด็กอายุ 2 ขวบถูกงูกัด จึงรีบไปที่จุดเกิดเหตุ แล้วก็ทำการจับงู ซึ่งปรากฎว่างูที่จับได้เป็นงูเง่าพ่นพิษสีน้ำตาล

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามบ้านที่เกิดเหตุ และได้พบกับ นายสุรพิน ศรีบท อายุ 27 ปี และ น.ส.นฤมล  เกกาฤทธิ์ อายุ 19 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.13 บ้านบัวขาว ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของเด็ก 2 ขวบ ที่โดนงูกัด และสอบถามอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว

โดยนายสุรพิน กล่าวว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 23.10 น.วันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ลูกชายวัย 2 ขวบ ซึ่งกำลังนอนอยู่บนที่นอน อยู่ดีๆ มีอาการงอแง ร้องไห้ เอานมให้กินก็ไม่ยอมกิน พร้อมบอกว่าเจ็บตรงศีรษะ และบอกว่าโดนแมวกัด หลังจากนั้นตนจึงได้เอามือไปลูบที่หัวแล้วปรากฏว่าบริเวณหัวของลูก มีอะไรเหนียวๆ จึงได้ใช้ไฟฉายโทรศัพท์ส่องดูแล้วก็เห็นเลือดอยู่บริเวณหัวของลูก ตนและภรรยาจึงได้ลุกจากที่นอนแล้วไปเปิดไฟ เพื่อหาว่าอะไรกัดลูกชาย หลังจากที่เปิดไฟหาแล้ว และเปิดผ้าห่มออกก็ต้องตกใจอย่างมาก เพราะสิ่งที่พบคืองูตัวใหญ่ แต่ยังไม่ทราบชนิด และไม่ทราบว่าเป็นงูอะไร แต่มั่นใจว่างูกัดลูกชาย

นายสุรพิน กล่าวต่อว่า สักพักลูกชายก็เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย จึงอุ้มออกมานอกบ้านแล้วปรากฏว่าเด็กมีอาการปากซีด และอาเจียน จึงให้ญาติโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเจ้าปู่บัวขาวว่ามีงูกัดเด็กแล้วก็รีบพาลูกชายไปโรงพยาบาลทันที หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที ทางเจ้าหน้าก็เข้ามาจับงูแล้วพบว่างูที่กัดลูกตนนั้นคืองูเง่าพ่นพิษสีน้ำตาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ส่งภาพส่งข้อมูลให้กับทีมแพทย์ ร.พ.สมเด็จพยุพราชกุฉินารายณ์ ที่รักษา เพื่อทำการฉีดเซรุ่มให้กับเด็กชายเอ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเจ้าปู่บัวขาวก็ได้นำเอางูเง่าพ่นพิษสีน้ำตาลไปให้กับทีมแพทย์เพื่อยืนยันชนิดของงู

นายสุรพิน กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นทีมเเพทย์ของ ร.พ.สมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ได้ส่งตัวลูกชายไปรักษาตัวต่อที่ร.พ.กาฬสินธุ์ เพราะมีอาการหนัก หมดสติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแต่วันที่ 30 ก.ย.64 จนล่าสุดแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้าน เพราะอาการดีขึ้น และรู้ตัวชนิดของงู ซึ่งตอนนี้อาการของน้องหายเป็นปกติแล้วกลับมาแข็งแรงร่าเริงเหมือนเดิม ซึ่งตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกปลอดภัย ตอนแรกตนและภรรยาคิดว่าลูกคงมีโอกาสรอดเพียงน้อย เพราะงูที่กัดลูกตนนั้นเป็นงูเง่า และอีกอย่างลูกของตนก็ยังเล็กอยู่คงมีโอกาสรอดยาก ซึ่งโชคดีที่นำตัวมาให้ทีมแพทย์รักษาทัน และแพทย์รักษาอย่างเต็มที่ลูกชายของตนเองก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม จากที่คิดว่าลูกคงไม่รอดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านที่มีบ้านเป็นต่ำชั้นเดียวหมั่นตรวจสอบบริเวณบ้านบริเวณที่นอนก่อนที่จะเข้านอนแล้วอย่าเปิดประตูหรือประตูหน้าต่างไว้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนสัตว์มีพิษมักจะหาที่หลบฝนและอาจเข้าไปอยู่ในห้องนอนก็เป็นไปได้อยากให้ระมัดระวังและหมั่นตรวจสอบมิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์แบบลูกชายของตน

ด้านนายปริญญา สายสมบัติ อายุ 27 ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นทีมอสรพิษวิทยา กล่าวว่า หลังรับแจ้งได้เข้ามาตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบว่าเป็นงูเง่าพ่นพิษสีน้ำตาลตัวใหญ่ ทีมกู้ภัยจึงช่วยกันจับนำตัวงูไปส่งให้กับแพทย์ เพื่อให้ทราบชนิดของงูและทำการรักษาได้อย่างถูกต้องจนเด็กปลอดภัยดังกล่าว

ขณะที่นายกฤษณะ ศรีพอ  อายุ 21ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ทีมอสรพิษวิทยา และเป็นผู้โพสต์ กล่าวว่า อยากฝากเตือนผู้ที่มีบ้านต่ำ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เนื่องจากงูเง่าไม่ชอบที่ชื้น และมักจะเข้าไปอาศัยในสถานที่แห้ง ดังนั้นหากใครมีบ้านต่ำควรที่จะหมั่นตรวจสอบรอบบ้าน และหาสิ่งของอุดรูต่างๆของบ้านเพื่อป้องกันงูหรือสัตว์มีพิษเข้ามา. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดไทรงามสงขลาเปิดทาวน์เฮ้าส์กำแพงโบสถ์ให้ลูกหลานนำอัฐิบรรพบุรุษอยู่ฟรี #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607213

วัดไทรงามสงขลาเปิดทาวน์เฮ้าส์กำแพงโบสถ์ให้ลูกหลานนำอัฐิบรรพบุรุษอยู่ฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.53 น.

วัดไทรงามสงขลาใช้กำแพงโบสถ์เป็นทาวเฮ้าส์เก็บอัฐิ เปิดให้ลูกหลานเข้าไปวางเครื่องเซ่นไหว้และกราบไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลทำบุญเดือนสิบ เผยสำหรับทาวน์เฮ้าส์กำแพงโบสถ์ทางวัดให้นำอัฐิบรรพบุรุษเข้าไปอยู่ฟรี ไม่คิดค่าเช่าแล้วแต่ญาติโยมจะร่วมทำบุญ

วัดไทรงามสงขลา ตำบลบ่อย่าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ได้ก่อสร้างโบสถ์และทำกำแพงล้อมรอบโบสถ์อย่างสวยงามและกลมกลืน สำหรับกำแพงมองจากภายนอกก็เป็นกำแพงธรรมดา แต่ด้านในกำแพงโดยรอบ ทางวัดได้ทำช่องสำหรับเก็บอัฐิโดยรอบทั้ง 4 ด้าน ซึ่งชาวบ้านเรียกทาวน์เฮ้าส์รั้วโบสถ์ โดยลูกหลานเมื่อเผาศพเสร็จก็จะเก็บอัฐิบางส่วนหลังจากที่นำไปลอยอังคารแล้ว ส่วนใหญ่จะนำอัฐิมาฝากไว้ที่วัด เพราะเห็นว่าอัฐิอยู่ในวัดใกล้พระสงฆ์ได้ยินเสียงพระสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น เมื่อญาติโยมนำอัฐิมาฝากเยอะขึ้นทางวัดก็ไม่มีที่เก็บ

พระครูปลัดยอดโดม สิริปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดไทรงามสงขลา จึงมีแนวคิดทำทาวน์เฮ้าส์รั้วโบสถ์ให้ญาติโยมนำอัฐิมาฝากไว้ที่วัด โดยทาวน์เฮ้าส์รั้วโบสถ์ทางวัดให้อยู่ฟรีไม่คิดค่าเช่าแล้วแต่ญาติโยมจะร่วมทำบุญ โดยทำเป็นช่องๆไว้ด้านในรั้วโบสถ์ทั้ง 4 ด้าน เมื่อญาติโยมนำอัฐิบรรจุในโกศมาใส่ในช่องได้เลยและใช้แผ่นหินอ่อนแกะชื่อผู้ตายปิดทับช่อง

ในช่วงวันสารทเดือนสิบ ลูกหลานญาติพี่น้องก็เดินทางมาทำบุญเดือนสิบที่วัด เนื่องจากอัฐิของบรรพบุรุษฝากไว้ในรั้วกำแพงโบสถ์ในวัดนี้ ทางวัดเปิดประตูรั้วโบสถ์ให้ลูกหลานเข้าไปวางเครื่องเซ่นไหว้และกราบไหว้บรรพบุรุษ มีลูกหลานเข้าไปวางเครื่องเซ่นไหว้และกราบไหว้บรรพบุรุษเป็นจำนวนมาก สำหรับช่องบรรจุอัฐิหรือที่เรียกกันว่าทาวน์เฮ้าส์รั้วโบสถ์ ขณะนี้ยังมีเหลืออีกไม่มากแล้ว ญาติโยมต้องการจะนำอัฐิไปไว้ที่วัด ทางวัดให้อยู่ฟรีไม่คิดค่าเช่าแล้วแต่ญาติโยมจะร่วมทำบุญเท่านั้น  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวได้เลย’สวนผึ้ง’ ชิมอาหารในถาดกระโบม นั่งชมทิวทัศน์แห่งเทือกเขาตะนาวศรี #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607173

ไปเที่ยวได้เลย'สวนผึ้ง' ชิมอาหารในถาดกระโบม นั่งชมทิวทัศน์แห่งเทือกเขาตะนาวศรี

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.32 น.

ที่อำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ช่วงนี้เริ่มตื่นตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 เบาบางลง มีนักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และหุบเขา 

“บ้านหอมเทียน” นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของ อ.สวนผึ้ง ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจชมการทำเทียนหอมที่มีหลากหลายสีสันสวยงาม ตกแต่งร้าน ผสมผสานงานศิลป์หลากหลายโซนให้เลือกชม นอกจากนี้ยังเป็นร้านอาหารและมีเมนูสุดพิเศษที่ใช้กระโบมของใช้ในครัวเรือนของทางภาคอีสานมาเป็นถาดรองอาหาร พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติแห่งเทือกเขาตะนาวศรี 

คุณเอ๋ หรือ นายรัชนิกร ฉิมมะ เจ้าของบ้านหอมเทียน ซึ่งเป็นเป็นคนจังหวัดราชบุรีโดยกำเนิด เล่าให้ฟังว่า ได้มาเปิดบ้านหอมเทียนให้นักท่องเที่ยวได้ชมเพราะทำเทียนเป็นอาชีพมาก่อน เนื่องจากเคยได้ลองทำเทียนเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับเพื่อน ๆ แล้วเป็นที่ถูกใจและเริ่มรับผลิตตาม order จนในที่สุดก็มาเปิดร้านเทียนที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ขายเทียนที่มีสีสัน ลวดลายแปลกใหม่ 

หลังจากนั้นไม่นานเริ่มเกิดความคิดว่า อยากขายเทียนที่ไม่มีใครในโลกผลิตได้แบบนี้ให้กับคนไทยบ้าง ประจวบเหมาะกับตัวเองอยากกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จึงตัดสินใจหันเหตัวเองกลับสู่บ้านและเลือก อ.สวนผึ้ง ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเป็นที่สำหรับใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ ปลูกผักรับประทานเอง ใช้ทรัพยากรในพื้นที่จำพวกเศษไม้เก่า หลังคามุงจาก ด้วยเวลา 2 ปีสร้างเป็นบ้านหอมเทียนขึ้นมา หวังให้เป็นพื้นที่สำหรับแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นออกไปให้คนได้เรียนรู้ ส่วนหนึ่งมีพื้นที่ว่างก็ให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมาขายสินค้าเลี้ยงชีพ จากนั้นก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่มา สู่ความเป็นสาธารณะมากขึ้น มีคนมาดูงาน นักท่องเที่ยวก็ชอบมาเรียนรู้ ซื้อสินค้าพื้นบ้าน จึงคิดไอเดียตกแต่งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว 

บรรยากาศในบ้านหอมเทียนที่มีความร่มรื่น เน้นวัสดุธรรมชาติ หรือสิ่งก่อสร้างแบบย้อนยุค ดิบ ๆ เช่นนำอุปกรณ์กระป๋อง พัดลม เครื่องโทรศัพท์ กระเป๋าเดินทางแม้แต่วิทยุของสมัยยุค 90 เก่า ๆ นำมาตกแต่งภายใน นอกจากนี้ ยังมีขายอาหารก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ยางมะตูมสูตรพิเศษของทางร้านรวมทั้ง ขนมไทย น้ำดื่มที่ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ และเค้ก โดยอาหารจุดเด่นของร้านนี้เวลามีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมทานอาหารก็จะนึกถึงเมนูสุดพิเศษ นั้นก็คือการใช้ภาชนะถาดเป็นกระโบมใส้อาหารจากภาคีสาน นำมาใส่ข้าวผัดกระเพราะรวมด้วยหมูกรอบ ไข่ดาว และสลัดผัก ที่อยู่รวมกันในกระโบม ปัจจุบันกระโบมนั้นเป็นสิ่งที่หายากมาก หรือสิ่งที่ถูกลืมไปแล้ว ตนเองจึงนำมาประยุคเป็นถาดรองอาหาร จนได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวที่มารับประทานอาหารแล้วบอกว่าแปลกดี 

นายรัชนิกร ฉิมมะ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด – 19 ทางร้านก็ปิดไปหลายเดือน จนปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้นก็ได้เปิดมา 1 เดือนแล้ว แต่นักท่องเที่ยวก็ยังไม่ค่อยเยอะเหมือนก่อน ซึ่งที่ตนได้กลับมาเปิดก็เนื่องจากสถานการณ์แบบนี้ชาวบ้านที่ทำงานอยู่ที่นี่ ไม่มีงานทำ จึงหันมาเปิดให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำงานมีรายได้ ไปเลี้ยงครอบครัวถึงลูกค้าไม่เยอะแต่ก็พอมีในช่วงเสาร์ – อาทิตย์ ที่มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมบรรยากาศธรรมชาติ และมาทานอาหารกัน ซึ่งทางร้านก็ได้มีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิ การลงชื่อ ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเข็มงวด มีการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกขั้นตอน ที่เป็นเรื่องป้องกันเพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกค้าที่มาเที่ยว ตอนนี้ทางร้านก็ได้ปรับตัวตามสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วมาทำภาชนะ ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในบางส่วน  

อีกทั้งพนักงานก็เป็นคนในพื้นที่ทำให้อัตราค่าแรงไม่ค่อยสูงมากพออยู่กันได้ เดิมที่ทางร้านก็จะมีบรรยากาศวิวเทือกเขาที่พร้อมกินพร้อมชมไปพร้อมกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ยางมะตูม ที่คัดสรรอย่างดีอีกทั้งถั่วงอกที่ปลูกเอง เป็นอาหารปลอดภัยจากธรรมชาติ  

ส่วนก๋วยเตี๋ยวนั้นก็จะปรุงทีละชามแบบเข้มข้นประณีต เมื่อมาเที่ยวแล้วจะต้องกินของที่ดี แต่สิ่งที่เป็นจุด ซิกเนเจอร์ของร้านในช่วงนี้ก็คือ กระเพรากระโบม ซึ่งเป็นถาดไม้ขนาดใหญ่ของใช้โบราณมีลักษณะเด่นและสวยดี จึงคิดนำกลับมาใช้ใส่ข้าวกระเพราหมู ไข่ดาว หมูสามรส หมูกรอบ หมูสามชั้นทอด หมูหวาน พร้อมกับน้ำซุปและผักสลัดโร ที่รวมทั้งหมดอยู่ในกระโบมเดียว นั่งทานกับบรรยากาศทิวทัศน์หุบเขาที่สวยงาม 1 กระโบมสามารถนั่งทานได้ถึง 4 คนอิ่ม มีทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ทานได้ประมาณเกือบ 10 คน ในราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท แล้วแต่วัตถุดิบที่สั่ง เช่น กระเพราหมู กระเพราทะเล  

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่ม เมนูเย็นๆ ที่ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ช่วยลดภาวะโลกร้อนและสามารถเป็นที่ลึกได้ โดยใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ ไม่สร้างมลพิษให้กับชุมชนอีกด้วย  อีกทั้งยังสร้างความประทับใจกับนักท่องเที่ยว ซึ่งกระบอกไม้ไผ่ก็ซื้อจากชาวบ้านที่ปลูกไผ่ นำมาขายให้กับทางร้าน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมอีกทาง 

บ้านหอมเทียนจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เปิดมา 17 ปีแล้วหากท่านใดสนใจอยากจะมาเที่ยวบ้านหอมเทียนใช้เส้นทางอำเภอสวนผึ้ง – บ้านผาปก เลยที่ว่าการอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 3 กม.อยู่ด้านขวามือติดถนน หรือเปิด GPS บ้านหอมเทียนมาได้เลย เปิดตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 วันเสาร์เปิด 08.30 -19.00  ทางร้านเป็นแหล่งผลิตเทียนเองจะมีค่าเข้าชมท่านละ 50 บาท ทางร้านให้เทียนหอมเป็นที่ระลึก 1 ชิ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตร.เมืองคอนออก4กฎเหล็กรับ’บิ๊กตู่’ ห้าม’ปาไข่-ด่าหยาบ-เผารูป’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607170

ตร.เมืองคอนออก4กฎเหล็กรับ'บิ๊กตู่' ห้าม'ปาไข่-ด่าหยาบ-เผารูป'

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.28 น.

ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ออก 4 กฎเหล็ก เตือนประชาชน ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

7 ตุลาคม 2564 จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 7 ต.ค.64 เพื่อตรวจติดตามการเตรียมการรับมืออุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช 

ล่าสุด ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยแพร่ประกาศ ฉบับที่ 1 ระบุแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ห้ามกระทำการแสดงพฤติการณ์ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้ 

1. ปาไข่ หรือ ไข่เน่า ความผิด ป.อาญา ม.391 / ทำร้ายร่างกาย ลหุโทษ

2. ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ความผิด ป.อาญา 393 /ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา หรือ อาจมีความผิด ม.326 ข้อหาหมิ่นประมาท

3. เผารูป นายกหรือพระบรมฉายาลักษณ์ ถ้านำมาเอง ไม่ผิดทำให้เสียทรัพย์หรือ (ไม่ผิด ม.112) (ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ภาค 4) ถ้าการเผานั้น อาจทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรืออาจทำให้ทรัพย์สิน ของผู้อื่นเสียหาย อาจมีความผิด ตาม ป.อาญา ม.220 วรรแคก ถ้าเผาภาพของผู้อื่น เป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์ หรือ วางเพลิงได้ 

4.นำภาพนายก ไปลงเฟซ หรือ ไลน์ หรือ ในสื่อโซเชียล อาจมีความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมฯ ตาม ม.14 (1) ข้อมูล เท็จ ปลอม บิดเบือน โดยประการที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย ม.14 (2) ข้อมูลเท็จเสียหายต่อความมั่นคง ปลอดภัยสาธารณะ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน ม.14 (5) เผยแพร่ ส่งต่อตาม (1)(2)(3)(4)

หรือหากมีพฤติกรรมที่เป็นการต่อต้านหรือขัดขวางจะพิจารณาความผิดแล้วแต่กรณี

.009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนของ-ต้นบอนสี’หนีน้ำท่วม! ตั้งริมถนนคนขับผ่านจอดซื้อ ขายซะเลยหาเงินซ่อมบ้าน #SootinClaimon.Com

Posted on October 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607169

'ขนของ-ต้นบอนสี'หนีน้ำท่วม! ตั้งริมถนนคนขับผ่านจอดซื้อ ขายซะเลยหาเงินซ่อมบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.24 น.

แม่ค้าขายไก่ทอดวัย 51 ปี ขนย้ายบอนสีที่สะสมหนีน้ำ มาพักอาศัยชั่วคราวริมถนนสายเอเชีย คนขับรถผ่านจอดถามซื้อ พลิกวิกฤตขายบอนสี นำเงินไปซ่อมบ้าน-ใช้จ่ายในครอบครัว

7 ตุลาคม 2564 ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย ริมคลองบางศาลา หมู่ 4 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบนางสุนันท์ ซื่อสัตย์ อายุ 51 ปี แม่ค้าขายไก่ทอดตลาดนัด บ้านเลขที่ 83/1หมู่ 4 ตำบลจระเข้ร้อง ที่ขนย้ายทรัพย์สินของมีค่า มาอาศัยอยู่ภายในเต้นท์ริมถนนสายเอเชียชั่วคราว

หลังจากน้ำเจ้าเอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านชั้นเดียว จนเกือบมิดหลังคา จึงนำสิ่งของมีค่า รวมทั้งบอนสีที่เก็บสะสมไว้มาบนถนนสายเอเชีย โดยประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาพบเห็นบอนสี ก็ช่วยซื้อไป

นางสุนันท์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นแม่ค้าขายไก่ทอดและไก่สดตามตลาดนัด น้ำท่วมบ้านชั้นเดียวมิดเกือบถึงหลังคา ได้ขนสิ่งของมีค่าและเครื่องมือทำมาหากินออกมาได้บางส่วน ที่เหลือนั้นจมน้ำเสียหาย นอกจากนั้นยังมีบอนสีที่ตนเองปลูกสะสมมานานหลายปี โดยอาศัยกินอยู่หลับนอนภายในเต้นท์ริมถนนสายเอเชียมาหลายวัน

ล่าสุดมีคนสัญจรผ่านไปมา แวะจอดรถถามซื้อบอนสี ตนเองก็เลยขายไปเป็นการสร้างรายได้ให้ครอบครัว พลิกวิกฤตเป็นโอกาสสร้างรายในช่วงที่น้ำท่วม จึงฝากบอกพี่น้องประชาชนที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว หากใครสนใจช่วยอุดหนุนซื้อบอนสีของตนด้วย เพื่อนำเงินไปเลี้ยงครอบครัวต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวแชร์สภาพบ้านหลังโดนน้ำท่วม แต่’โซฟาไม้’ของแม่ยังอยู่ดี100% #SootinClaimon.Com

Posted on October 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607162

สาวแชร์สภาพบ้านหลังโดนน้ำท่วม แต่'โซฟาไม้'ของแม่ยังอยู่ดี100%

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.50 น.

แกร่ง ทนที่สุดในปฐพี! สาวแชร์สภาพบ้านหลังโดนน้ำท่วม แต่’โซฟาไม้’ของแม่ยังอยู่ดี100%

7 ตุลาคม 2564 สุดยอดโซฟาไม้ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Supaporn Chaimeerang ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์หลังน้ำท่วมคลี่คลายลง ในกลุ่ม คนดีไซน์  เผยสภาพความเสียหายของในบ้านที่โดนน้ำท่วม แต่เมื่อน้ำลดลงแล้วในบ้านเต็มไปด้วยดินโคลนและหนังสือกองโตถูกแช่น้ำ กระจัดกระจาย 

แต่ที่ฮือฮากับของใช้สิ่งนี้ แทบไม่ได้รับความเสียหายเลย นั่นคือ “โซฟาไม้” โดยเจ้าตัวบอกว่า “หลังจากกลับไปกอบกู้บ้านที่ ตจว สิ่งที่คงทนที่สุด คือโซฟาที่แม่ซื้อ ของเค้าทนคู่บ้านจริงๆ”

.009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาธุ! เชื่อบารมี’หลวงพ่อพัฒน์’ ช่วยคุ้มครอง5ชีวิตเรือล่ม ลอยคอกลางแม่น้ำ #SootinClaimon.Com

Posted on October 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607149

สาธุ! เชื่อบารมี'หลวงพ่อพัฒน์' ช่วยคุ้มครอง5ชีวิตเรือล่ม ลอยคอกลางแม่น้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.43 น.

7 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณี เมื่อเวลา 17.30.น.ใกล้มืดของวันที่ 6 ตุลาคม โดยวันที่ 5 ตุลาคม กู้ภัยอุทัยธานีหลายหน่วยงานร่วมระดมกำลังค้นหา เรือหางยาวจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 15-16 เมตร ณ อ่างเก็บน้ำทับเสลา อำเภอลานสัก เจ้าหน้าที่ยังไม่พบเรือดังกล่าว ได้ประสานงานไปยังชุดปฏิบัติการมาจากจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำเครื่องตรวจสะแกนหาวัตถุใต้น้ำ มาร่วมกันค้นหาเรือหางยาวที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยค้นหากันทั้งกลางวันและกลางคืน

เนื่องจากชาวบ้าน 5 ราย ได้นั่งเรือข้ามฝากฝั่งออกไปหาเห็ดตามป่าชุมชน (ป่าริมเคลื่อนระบำ) บ้านบึงเจริญ ในเวลาตี 4 แล้วถูกคลื่นซัดอย่างแรงทำให้เรือที่นั่งกันมาล่ม ทำให้ชาวบ้านทั้ง 5 คน ต้องลอยคออยู่กลางแม่น้ำ ส่วนเรือนั้นได้จมหายลงไปในน้ำ ซึ่งระยะทางน้ำอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 300-400 เมตร 

จังหวะนั้นได้มีชาวบ้าน 2 คน ออกมาหาปลาพอดี หนึ่งในนั้นได้ยินเสียงตามลมคล้ายเหมือนกับคนเรียก จึงได้ชวนเพื่อนที่มาด้วยกันขับเรือออกไปคนละลำ พอถึงกลางฝั่งได้ยินเสียงคนตะโกนว่าช่วยด้วยช่วยด้วย จึงได้ขับเรือเข้าไปใกล้ๆไปพบทั้ง 5 คน ลอยคออยู่ในน้ำ จึงได้ช่วยทั้ง 5 คนไว้ได้ โดยแบ่งขึ้นเรือมาคนละรำ มาขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

ทราบต่อมาว่าทั้ง 5 ราย เป็นชายทั้งหมดเป็นคนอยู่นอกพื้นที่ คนที่ 1 นายพงษ์ อายุ 46 ปี คนที่ 2 นายแจ้ อายุ 40 ปี คนที่ 3 นายชวน อายุ 60 ปี คนที่ 4 นายตุ๋ย อายุ 55 ปี และคนสุดท้ายนายสืบ อายุ 38 ปี

โดยหนึ่งในนั้นชื่อนายสืบ ได้คล้องหลวงพ่อพัฒน์ เกจิดังแห่งจังหวัดนครสวรรค์ และอีก 2 องค์ หลวงพ่อสมยศวัดประดู่ยืนและพระนางพญา เชื่อบารมีพระคุ้มครองแคล้วคลาดปลอดภัย ดลจิตดลใจให้ชาวบ้านมาช่วยไว้ได้ ส่วนอีกคนชื่อนายพงษ์ เปิดเผยรอดตายเพราะกล่องมาม่า 2 กล่อง ใส่ยัดไว้ในกระเป๋า ช่วยชะลอการจมน้ำได้ ระหว่างก่อนที่มีชาวบ้านเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ถอดบทเรียนเรือล่มอยุธยา 3ปัจจัยเสี่ยง-6ข้อควรแก้ไข #SootinClaimon.Com

Posted on October 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607072

บทความพิเศษ : ถอดบทเรียนเรือล่มอยุธยา  3ปัจจัยเสี่ยง-6ข้อควรแก้ไข

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือยนต์ที่กำลังลากจูงเรือบรรทุกสินค้า ล่มลงใต้น้ำกลางสามแยกแม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำป่าสัก บริเวณท่าน้ำวัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้คนขับเรือและภรรยาจมน้ำสูญหายไปพร้อมเรือจากนั้น ถัดมาอีก 2 วัน ได้เกิดอุบัติเหตุเรือล่มอีกครั้งที่หน้าวัดบางกระจะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจุดเกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง อยู่ไม่ห่างกันมากนัก

รศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เนื่องจากการขนส่งทางแม่น้ำมีความสำคัญที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งสร้างรายได้แก่ประเทศ อีกทั้งมีวิถีชีวิตไทยที่สัมพันธ์กับการคมนาคมทางน้ำมายาวนาน

โดยแม่น้ำไหลผ่าน 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย รวมความยาวประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นที่นิยมในการล่องเรือเที่ยว
ชมสถานทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งสถิติในปี 2562 มีปริมาณการขนส่งสินค้าบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสักใช้เรือขนส่งสินค้าทั้งสิ้น 62,236 เที่ยวลำ มีสินค้าทั้งหมด 18 ประเภท ปริมาณสินค้ารวมประมาณ 56 ล้านตัน

“ภาควิชาเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยลงพื้นที่ทำการสำรวจวิจัยลักษณะสามแยกแม่น้ำ หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ที่ทำให้เรือมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุล่ม ซึ่งบริเวณนี้มีแม่น้ำป่าสักมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยสามฝั่ง คือ 1.ฝั่งวัดพนัญเชิงวรวิหาร 2.ฝั่งวัดบางกระจะ แหลมบางกระจะเคยเป็นศูนย์กลางการค้าทางน้ำในยุคอยุธยา 3.ฝั่งป้อมเพชร เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่บริเวณทางแยกระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก

หากย้อนประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยารุ่งเรือง ตลอดบริเวณเหล่านี้เป็นย่านท่าเรือและการค้านานาชาติที่มีความสำคัญของโลกในยุคก่อน มีเรือนแพ
และร้านค้ามากมาย เรือสินค้าจากหัวเมืองชายทะเล และเรือสินค้าชาวต่างชาติจะเข้ามาจอดขายเต็มไปหมด ส่วนบริเวณหลังป้อมเพชรเป็นย่านพักอาศัยของขุนนางชั้นสูง ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาลงไปทางทิศใต้ มีชุมชนต่างชาติอาศัยอยู่ เช่น บ้านฮอลันดา, บ้านญี่ปุ่น เป็นต้น ในบริเวณนี้ยังพบว่ามี ชื่อท้องถิ่นที่น่าสนใจ คือ บ้านวังน้ำวน ตำบลสำเภาล่ม บ่งบอกถึงภูมิศาสตร์ที่มีมาแต่อดีต” รศ.ดร.ธนภัทร์ กล่าว

ส่วนเหตุสลดที่เกิดขึ้น รศ.ดร.ธนภัทร์ อธิบายว่า สาเหตุของเรือล่มในแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิงฯ มี 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.ลักษณะทางภูมิศาสตร์ เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นสามแยกกลางแม่น้ำ ที่มีแม่น้ำ 2 สาย ไหลมาบรรจบกัน คือแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา กระแสน้ำจากสองแม่น้ำไหลมาต่างทิศทางมาปะทะกัน และยังเป็นโค้งน้ำอีกด้วย ยิ่งทำให้เกิดกระแสน้ำวน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว จึงยากต่อการควบคุมเรือและเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

2.โครงสร้างเรือพาณิชย์ที่ใช้ขนสินค้าโดยใช้เรือยนต์ลากจูง 5 ลำ ชักนำเรือใหญ่ที่ขนสินค้า จะเห็นว่ายังขาดการพัฒนาการนำเทคโนโลยีที่จะช่วยการควบคุมเรือให้ปลอดภัย โดยปกติหากเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงอาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่กรณีที่เกิดเหตุนี้จะต้องเลี้ยวโค้งในพื้นที่ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกันแรง กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ทำให้มีคลื่นใต้น้ำมหาศาล ซึ่งเป็นอันตรายทำให้เรือพลิกคว่ำและจมลง

และ 3.ความเชี่ยวชาญของคนขับเรือ หากไม่มีประสบการณ์เพียงพอ หรือขาดเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่จะช่วยให้สามารถจัดการแก้ไขสถานการณ์ยามฉุกเฉิน จึงมีความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุ ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สรุปข้อเสนอแนะแก่กระทรวงคมนาคม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือและประชาชน ประกอบด้วย

1.กำหนดค่าระวางเรือขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องกำหนดว่าหากเรือขนส่ง หรือ เรือนำเที่ยวจะผ่านเส้นทางนี้ ต้องมีค่าระวางเรือขั้นต่ำเท่าไหร่ เนื่องจากกระแสน้ำมาหลายทิศทาง มีความเร็วและแรงกระทำกับตัวเรือสูง จึงควรที่จะปรับค่าระวางเรือตามลักษณะน้ำที่กระทบและมีขนาดระวางเรือที่เพียงพอต่อการชดเชยแรงที่กระทำกับตัวเรือ

2.ส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในเรือขนส่งสินค้าและเรือท่องเที่ยวเช่น ระบบควบคุมการโคลงของเรือโดยใช้แรงเฉื่อย (Gyro Stabilizer) หรือระบบควบคุมการเดินเรือ เรืออัจฉริยะ ที่สามารถชดเชยแรงกระทำที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจเกิดจากกระแสน้ำหรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ ที่ลอยอยู่ในน้ำได้ 3.ติดตั้งป้ายสัญญาณเตือน เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ

4.ผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้า และธุรกิจทางน้ำ ควรยกระดับและพัฒนานำระบบควบคุมเรืออัจฉริยะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัตโนมัติที่ก้าวหน้าทันสมัยมาใช้ควบคุม และเพิ่มระวางหรือแรงขับเรือลากจูง บำรุงรักษาเรือให้อยู่ในสภาพดีและปลอดภัยเสมอ 5.ควรจัดอบรมพัฒนาบุคลากรในการเดินเรือ เช่น คนขับเรือ เพื่อให้ความรู้ ฝึกฝนการขับเรืออย่างปลอดภัยและวิธีการเตรียมตัวและแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและ 6.ประชาชนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวควรระมัดระวัง เลือกใช้บริการเรือที่มีระบบความปลอดภัย ทั้งระบบควบคุมเรือ ความเชี่ยวชาญที่ไว้วางใจได้

และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้โดยสารที่ครบครัน!!!

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,312,544 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
Songkran gets traditional at Iconsiam
Hotels need tech but also human touch
TRUE set to sell 300 DIF units to raise operating capital #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Ford showcases manufacturing processes to dealers
Walking in the Princess’s wonderland
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีโรงละครแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d