Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ผักราคาแพง! ต้อนรับเทศกาลกินเจ ‘ขึ้นฉ่าย’ ราคาพุ่งกก.ละ 180 บาท #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606727

ผักราคาแพง! ต้อนรับเทศกาลกินเจ 'ขึ้นฉ่าย' ราคาพุ่งกก.ละ 180 บาท

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.00 น.

5 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาผักในตลาดสดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา เริ่มมีการปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลาง หลายจังหวัดน้ำท่วม และฝนตกจากสภาพอากาศส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มลดน้อยลง และยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลกินเจวันที่ 6 ตุลาคม 2564 นี้ เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ราคาผักแพงขึ้นอีก

นางประภา จินดา แม่ค้าขายผัก วัย 42 ปี เปิดเผยว่า วันนี้ผักขึ้นราคา ผักชี จาก กก.ละ 200 บาทขึ้นเป็น 220 บาท ผักขึ้นฉ่าย กก.ละ 120 บาท ขึ้นเป็น 180 บาท หัวไชเท้า กก.ละ 30 ขึ้นเป็น 35 ถึง 40 บาท มะระ กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท ผักคะน้า กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท  ผักบุ้งจีน จากกก.ละ 40 ขึ้นเป็น 55 บาท ผักกาดหอมจากกก.ละ 80 บาท ขึ้นเป็น 120 บาท ตอนนี้ผักกระโดดขึ้นราคาเป็นรายวัน กระโดดขึ้นมาแต่ละครั้งขึ้น กก.ละ 20 – 30 บาท สำหรับราคาที่ปรับขึ้น เพราะเป็นช่วงเทศกาลกินเจด้วย และน้ำท่วมที่ภาคกลางด้วย ของที่ส่งมา ยาก และก็ยังมีใบโหระพา จาก กก.ละ 60 บาท ขึ้นมาเป็น 100 บาท รวมทั้งมะนาวด้วย พอฝนเริ่มตก มันก็ขึ้นราคาหมดเลย มะนาว จาก กก.ละ 60 บาท วันนี้ วันนี้ขายโล 80 บาท. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัคซีนดุจเสื้อกันฝน! จับชีพจรคนไทย‘ต้อง’ไปต่อให้ได้ ในวันที่‘พายุโควิด’ยังโหมกระหน่ำ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606724

วัคซีนดุจเสื้อกันฝน! จับชีพจรคนไทย‘ต้อง’ไปต่อให้ได้ ในวันที่‘พายุโควิด’ยังโหมกระหน่ำ

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.44 น.

วัคซีนดุจเสื้อกันฝน! จับชีพจรคนไทย‘ต้อง’ไปต่อให้ได้ ในวันที่‘พายุโควิด’ยังโหมกระหน่ำ

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 ชี้ว่ามีคนไทยกว่า 32 ล้านรายหรือประมาณ 49% ของประชากรทั้งประเทศ[1] ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนสถานการณ์การรับมือมหาวิกฤตโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ความเป็นอยู่และการเอาตัวรอดจากผลกระทบของการระบาดครั้งใหญ่นี้คือสิ่งที่หลายคนอาจกำลังสงสัย

“ประคองตัว ไม่กลัวเปลี่ยนแปลง”

คุณเพียงใจ เพียงสกุล เจ้าของร้านอาหารเพียงใจ ในจังหวัดขอนแก่น เลือกลดจำนวนโต๊ะในร้านและเพิ่มการทำเดลิเวอรี่ สอดคล้องกับร้านอาหารอีกหลายๆ ร้านในพื้นที่ ที่ต้องปรับตัวให้ธุรกิจไปต่อได้ ในวันที่ลูกค้าต่างกังวลที่จะออกมากินอาหารนอกบ้าน

“จากการระบาดรอบเดือนเมษายน ยอดขายเราลดไปครึ่งหนึ่ง จริงๆ เราก็ทำอะไรไม่ได้เลย เคยหยุดร้านไปพักหนึ่งด้วย เพราะเราก็กลัว และยอดก็ตกมาก เลยหยุด ขอทำใจก่อน เราปรับลดจำนวนโต๊ะในร้านลง มีคำแนะนำให้ลูกค้าจองโต๊ะก่อน แต่ก็มีลูกค้าไม่มากที่ทำตามนั้น อย่างไรก็ดีตอนนี้โอกาสที่โต๊ะเต็มก็เกิดขึ้นน้อยมาก ตอนนี้ก็พยายามประคองร้านไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ ถ้าไม่มีระลอกใหม่ปลายปีก็คงดีขึ้น กลุ่มลูกค้าที่ร้านน่าจะมีกำลังซื้อ แต่ปัญหาหลักคือคนกลัว หรือไม่ออกจากบ้านมาทำงานหรือเรียนหนังสือ ต้องยอมรับว่าทุกร้านก็โดนกันหมด ร้านที่ขายดีมากๆ ก็ดูว่าคนยังเยอะ แต่ร้านก็บอกว่าน้อยลงชัดเจน ร้านระดับกลางถึงบนก็รับทำข้าวกล่อง หรือปรับตัวในรูปแบบต่างๆ แบบที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น มีระดับภัตตาคารมาขายอาหารสำเร็จรูป เน้น delivery (รัฐไม่ได้ห้ามนั่งกินที่ร้าน) หรือรับทำอาหารกล่อง”

เจ้าของธุรกิจร้านอาหารซึ่งเปิดมานานเกือบ 6 ปี เผยว่าเธอเชื่อมั่นว่าทางออกคือวัคซีนที่ต้องได้ฉีดทุกคน

“การฉีดวัคซีนจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ถ้ามีการฉีดทั่วถึงพอ เมื่อลูกค้าได้ฉีดวัคซีน ส่วนหนึ่งก็จะมั่นใจที่จะออกมา แต่อีกส่วนก็ยังคงไม่ออกอยู่ดี ต่างจังหวัดคนไม่แออัดเหมือนกทม. เพราะร้านไม่ได้ถูกปิด พนักงานที่ร้านเป็นนักศึกษาพาร์ทไทม์ ซึ่งเพิ่งได้คิวฉีดเข็มแรก แต่บางคนก็ยังกลัว เราก็พยายามกระตุ้นให้ไปฉีดวัคซีน ถ้ามีช่องทางเราก็พยายามติดต่อให้สำหรับคนที่ยังไม่ได้คิวฉีด วัคซีนคือทางออกเดียวเลย เราก็เฝ้ารอวันที่มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนทุกคน”

นอกเหนือไปจากกิจการร้านอาหารที่เฟื่องฟูดังเดิม อีกสิ่งที่เธอคิดถึงไม่แพ้กันคือการได้กลับมาเจอหน้าคนที่รักอีกครั้ง

“ในมุมส่วนตัว พี่มีสามีเป็นคนอิตาเลียน ซึ่งปกติจะเจอกันปีละ 3-4 ครั้ง แต่ตอนนี้ไม่ได้เจอกันมาเกือบจะสองปีแล้วตั้งแต่โควิดระบาด แม้ว่าช่วงนี้จะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แต่ก็ต้องมากักตัวอีก 14 วัน ซึ่งเขาไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เพราะต้องทำงานด้วย เราจึงไม่ได้เจอกันเสียที ส่วนในมุมเจ้าของธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่พี่รักคือการได้พบปะผู้คน ได้จัดงานที่เพื่อนฝูง หุ้นส่วน หรือลูกน้องได้มาพบปะกัน มันคือสีสันของชีวิตที่ทำให้เรารู้ว่าเรามีกันและกันนะ พี่ก็รอวันนั้นอยู่เหมือนกัน มันคิดถึง”

“ปรับตัวรอวันฟื้น ยืนอยู่บนวินัย”

เสียงจากนิคมอุตสาหกรรมหลักของประเทศ คุณชยันต์ กุลวงศ์  เจ้าของบริษัทก่อสร้าง ระยองอินทาเนีย ในจังหวัดระยอง เผยว่าหลายโรงงานในพื้นที่ไม่ต้องหยุดชะงักเพราะมีวัคซีนช่วยเสริมเกราะความมั่นใจ

“วัคซีนช่วยได้เยอะมาก เพราะบางโรงงานมีนโยบายให้ผู้รับเหมาที่จะเข้าไปทำงานในอนาคตได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเข้าในพื้นที่ของโรงงาน โดยวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ และเนื่องจากการทำงานรับเหมาก่อนสร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมนั้นเป็นการทำงานของหลายบริษัทในพื้นที่เดียวกัน ดังนั้นฉีดวัคซีนจึงทำให้บุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ต่างๆมีความสบายใจและมั่นใจในการทำงานมากขึ้น ไม่ต้องคอยระแวงระหว่างทำงานว่าจะติดโควิดหรือไม่ ถ้าหากติดโควิดก็สามารถลดความรุนแรงได้ และเนื่องจากบริษัทอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงเข้มและได้รับสิทธิ์ในการฉีดจากสำนักงานประกันสังคม จึงมีการรณรงค์ให้พนักงานและคนในองค์กรไปรับการฉีดวัคซีนขณะนี้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 90% ของบุคลากรทั้งหมด”

อย่างไรก็ดี การระบาดของโควิด-19 กระทบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมหลักของประเทศอย่างมาก เพราะต้องรักษาวินัยในการเว้นระยะห่าง ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

“ธุรกิจเราชะลอตัวอย่างมากเนื่องจากการทำงานรับเหมาก่อสร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมเป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก บริษัทผู้ว่าจ้างหลายๆ โรงงานจึงได้มีการหยุดการทำงานเป็นระยะทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง โดยแผนการรับมือคือแบ่งกลุ่มการทำงานให้เล็กลง หากมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีคนติดเชื้อโควิดก็จะมีการจำกัดวงที่มีคนติดเชื้อโควิดดังกล่าวออกจากส่วนรวม นอกจากนี้ทีมงานความปลอดภัยและชีวอนามัยของบริษัทยังรณรงค์ในบุคลากรในบริษัทอยู่บ้าน และให้ความรู้ในการป้องกันตัวอย่างดีหากต้องมีธุระนอกบ้าน กลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากถึงมากที่สุด ทางบริษัทผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาที่เข้าทำงานในพื้นที่ได้ตกลงกันให้มีการตรวจเป็นระยะก่อนเข้าทำงานในพื้นที่ และปรับแผนการทำงานให้ไม่เกิดความแออัดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงเน้นให้ความรู้ข่าวสารเกี่ยวกับโรคโควิด-19 กับบุคลากรที่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการชะลอหรือหยุดการทำงานในอนาคต”

ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงสร้างผลกระทบอย่างหนัก คุณชยันต์ในฐานะหัวเรือใหญ่ของธุรกิจและหัวหน้าครอบครัว มองว่าต้องห้ามหมดหวัง โดยยังคงมองไปข้างหน้าสู่วันที่มีภูมิคุ้มกันหมู่

“เราได้รับผลกระทบเยอะมาก เพราะกว่า 30% ของรายได้หายไป เนื่องจากมีการเลื่อนและชะลอการทำงานจากบริษัทผู้ว่าจ้างเป็นระยะเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ที่สำคัญไม่แพ้ผลกระทบต่อธุรกิจ คือเรื่องของการเลี้ยงดูครอบครัว เราในฐานะเสาหลักของบ้าน ซึ่งก็ไม่ต่างจากบุคลากรในบริษัทหลายๆ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนนี้เช่นกัน คือต้องหารายได้แต่ละเดือนให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ก็อยากมั่นใจ ว่าจะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัว และที่สำคัญคือไม่เอาความเสี่ยงเข้าบ้านไปหาคนที่เรารักและห่วงใย ส่วนความหวังที่ธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้นั้นน่าจะเป็นช่วงไตรมาสหนึ่งของปี 2565 ผมเชื่อว่าภาครัฐควรเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนให้ประชาชนมากและเพียงพอต่อการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก”

“สร้างความสบายใจแก่กัน แม้ในวันที่ต้องลุยฝน”

คุณนฤมล ชมดอก Content provider และ Blogger เจ้าของ Go2AskAnne เพจพูดคุยเรื่องอาหารและ Fooducation เพจพื้นที่การเรียนรู้เรื่องอาหาร จากจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย เชื่อว่าเราต่างมองหาความมั่นใจระหว่างกันและกัน ในวันที่ใครๆ ก็โหยหาการออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน

“วันนี้ยังมีคนที่รอวัคซีน เขายังไม่ได้สักเข็ม ถ้าเขาจะออกไปกินข้าวนอกบ้าน เขาก็จะมองหาร้านที่ฉีดแล้ว เพราะแปลว่าโอกาสติดเชื้อน้อย จากที่พี่สัมผัส คนกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณนึงเลย เพราะเรายังอยู่ระหว่างการกระจายวัคซีน หรือบางคนจ่ายเงินไปแล้ว เขาก็เลือกที่จะรอวัคซีนที่เขาจ่ายไปแล้ว ทุกคนมีทางเลือกของเขานะ แต่ที่ทุกคนต้องทำคือไม่อยู่เฉยๆ มีโอกาสได้ฉีด ก็ไปฉีด มันคือการป้องกันตัวเอง ไม่งั้นเราก็ไปไหนกันต่อไม่ได้ ถ้าถามพี่ เจ้าของร้านไหน ถ้าทางรัฐเรียกไปฉีด ก็ควรไปเลย ความปกติสุขมันรออยู่นะ เราต้องช่วยกัน ไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยงงอน” 

สำหรับคุณนฤมล ผู้มักต้องออกไปทำงานนอกสถานที่และพบปะคนมากหน้าหลายตา วัคซีนคือตัวขจัดความกลัว

“พี่ทำงานออนไลน์อยู่แล้ว ดังนั้น WFH ไม่เกิดปัญหาต่อการทำงานในฐานะ Content provider แต่สำหรับกลุ่มการรีวิวก็กระทบบ้าง สำหรับพี่ เราต้องมั่นใจว่าเราไปไหน เราจะไม่ไปติดโรคจากใคร และไม่ไปเอาโรคไปติดใคร วัคซีนคือความสบายใจ ถ้าเราทุกคนได้วัคซีนกันหมด ก็จะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ความกลัวหายไป เราต้องไม่กลัววัคซีน เมื่อมีโรคระบาด วัคซีนมันก็มา แล้วมันก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เป็นปกติของมันแบบนี้อยู่แล้ว”

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้คนยังกลัววัคซีนคือข่าวปลอม ซึ่งคุณนฤมลมีประสบการณ์ตรงและกำลังปวดหัวอยู่ไม่น้อย

“สังคมเราจำเป็นต้องจัดการ Fake news โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้สูงอายุ คนกลุ่มนี้อาจจะแยกแยะไม่ได้นะ ว่าอะไรจริงหรือเท็จ ตัวอย่างที่เราเจอกับตัวคือแม่ ซึ่งอยู่ชุมชนสวนดอก เสี่ยงนะ ควรฉีดวัคซีนที่สุด แต่แม่พี่เดินไปศูนย์ฉีดสองรอบแล้วเดินกลับ เพราะกลัว เขาเชื่อ Fake news ว่าฉีดวัคซีนแล้วอาจจะตาย จนตอนนี้คือต้องรอวัคซีนรอบใหม่ มันเหนื่อยนะ กับคนแบบเราที่อยากให้แม่ของเราแท้ๆ ปลอดภัย แต่ก็จะมีข่าวปลอมออกมาเพื่อ discredit วัคซีนอยู่ตลอด”

ทว่าในวันที่พายุโควิดยังคงโหมกระหน่ำ คุณนฤมลยังคงคิดบวกเพราะเธอมองว่าชีวิตท่ามกลางโรคระบาดคือเรื่องปกติ

“ชีวิตเราคือการเดินทาง ถ้าฝนตกแต่เราอยากออกจากบ้าน ก็ต้องเลือกว่าจะติดอยู่กับบ้านเพราะไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝนหรือเปล่า วัคซีนก็เหมือนร่มหรือเสื้อกันฝน เราอาจจะเปียกนะ แต่เราออกจากบ้านได้แน่ๆ”

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์กว่าร้อยคนใน 23 ประเทศเชื่อว่าโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่จะอยู่คู่ชีวิตเราเรื่อยไป ไม่ต่างไปจากโรคไข้หวัดที่เราแทบจะไม่หวั่นเพราะรู้ดีว่ามีหนทางในการป้องกัน[2] โดยหากสถานการณ์เป็นจริงตามที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดการณ์ เราทุกคนคงต้องเริ่มทำตัวให้คุ้นชินกับแนวทางการปกป้องสุขภาพของตนเองจากโควิด-19 ได้แก่ การเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากาก การหมั่นล้างมือ รวมถึงการฉีดวัคซีน เพื่อให้ชีวิตของเราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่พาลูกสาววัย 2 ขวบ ร้อง ‘ปวีณา’ หลังถูกหมากัด แต่เจ้าของไม่รับผิดชอบ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606709

พ่อแม่พาลูกสาววัย 2 ขวบ ร้อง 'ปวีณา' หลังถูกหมากัด แต่เจ้าของไม่รับผิดชอบ

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.30 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 ต.ค.64 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายวีรชัย พันพะมา อายุ 30 ปี และน.ส.นาตยา สติกุล อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ได้พา “น้องเพลง” ลูกสาววัย 2 ขวบ ที่บาดเจ็บจากการถูกสุนัขกัดที่เบ้าตาซ้ายเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ หลังเจ้าของสุนัขไม่รับผิดชอบ และเกรงว่าสุนัขตัวดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อเด็กคนอื่นๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีเด็กหลายคนเคยถูกกัดมาแล้ว

นายวีรชัย กล่าวว่า ตนทำงานอยู่โรงปูนแห่งหนึ่งย่านบางเขน ครอบครัวจึงอาศัยอยู่แคมป์คนงานใกล้โรงปูน เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา แม่เด็กไปทำงาน ส่วนตนเลิกงานกลับมานั่งเล่นกับลูกอยู่ในห้องพักก่อนจะลุกไปอาบน้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลูกร้องจึงรีบออกมาดูก็พบว่า ที่บริเวณหน้าห้องพัก “ไอ้ตูบ” สุนัขพันทางกำลังคร่อมร่างและกัดเข้าที่เบ้าตาซ้ายของน้องเพลงอยู่ ตนจึงรีบเข้าไปอุ้มลูกและไล่จนมันวิ่งหนีไป จากนั้นตนได้พาลูกไปโรงพยาบาล แพทย์ระบุอาการว่า ท่อน้ำตาและเปลือกตาด้านซ้ายฉีกขาด ก่อนจะทำการผ่าตัดเย็บเปลือกตาและใส่ท่อน้ำตาซิลิโคลนให้ น้องเพลงต้องนอนอยู่ที่รพ.ถึง 3 คืน ขณะที่ภูมิลำเนาตนอยู่ที่ จ.สุรินทร์ ลูกจึงมีสิทธิบัตรทองอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้ทางโรงพยาบาลช่วยเหลือรักษาโดยใช้สิทธิบัตรทองกรณีฉุกเฉินอยู่ ด้านแพทย์ได้นัดน้องเพลงไปดูอาการอีกครั้งวันที่ 6 ต.ค.นี้ และจะต้องมีการวางยาสลบเพื่อตัดไหมที่เปลือกตา คาดว่าจะต้องนอนรพ.อีกประมาณ 2-3 คืน แพทย์บอกว่าเมื่อรักษาหายแล้วน้องเพลงจะไม่สามารถลืมตาข้างซ้ายได้อีก เพราะกล้ามเนื้อหนังตาที่ควบคุมการปิดเปิดตานั้นฉีกขาดไปแล้ว ในแคมป์คนงานทุกคนรู้ดีว่าเจ้าของไอ้ตูบเป็นคนงานที่โรงปูนบริษัทเดียวกัน แต่เขาอาศัยอยู่แคมป์คนงานย่านรามอินทรา ไอ้ตูบเป็นสุนัขที่ดุร้ายกัดคนเป็นประจำสร้างความเดือดร้อนเจ้าของจึงนำมาปล่อยไว้ที่แคมป์คนงานบางเขน ซึ่งที่ผ่านมามันก็กัดเด็กมาแล้วหลายคนจนคนงานที่นี่ไม่กล้าปล่อยลูกหลานออกมาวิ่งเล่นตามลำพัง 

“หลังเกิดเหตุน้องชายเจ้าของไอ้ตูบ ซึ่งอยู่แคมป์เดียวกันกับตนได้มาเยี่ยมน้องเพลงแล้วให้เงิน 500 บาท เป็นค่าทำขวัญน้องเพลงแต่ก็ไม่ได้พูดเรื่องที่จะรับผิดชอบอะไร กระทั่งเช้าวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของไอ้ตูบได้มาหาตนที่แคมป์แล้วบอกว่า เขาจะไม่รับผิดชอบอะไร เพราะเขาปล่อยทิ้งไอ้ตูบไปนาน 5-6 ปี แล้ว มันจะไปกัดใครเขาก็ไม่เกี่ยว ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ”  

ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่าหลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน และนางสาวพิสมัย  เรืองศิลป์  ผู้อำนวยการเขตบางเขน เพื่อให้ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดกรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แคมป์คนงานโรงปูนย่านบางเขน เพื่อรับตัวสุนัขไปอยู่ในที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของคนงานและลูกหลานที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เป็นห่วงน้องเพลง อายุเพียง 2 ขวบ แพทย์ระบุว่า ท่อน้ำตาและเปลือกตาฉีกขาดต่อจากนี้ตาของน้องจะปิดไม่สามารถลืมตาซ้ายได้อีก ตนจะปรึกษาแพทย์ที่รักษาน้องเพลงหาทางช่วยเหลือให้ได้รับการรักษาเยียวยาให้ดีที่สุด หากโรงพยาบาลใด หรือแพทย์ท่านใดจะให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือน้องเพลง กรุณาติดต่อมายังมูลนิธิปวีณาฯ ได้ที่เบอร์โทร 081 814 0244, 098 478 8991 ได้ตลอดเวลา. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขายวันแรกคึกคัก! ร้านอาหารเจพิษณุโลก คนซื้อกินล้างท้อง ปีนี้ผักแพงขึ้นราคา #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606682

ขายวันแรกคึกคัก! ร้านอาหารเจพิษณุโลก คนซื้อกินล้างท้อง ปีนี้ผักแพงขึ้นราคา

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.14 น.

5 ตุลาคม 2564 เทศกาลกินเจ 2564 ปีนี้ ตรงกับตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม – 14 ตุลาคม 2564 รวมเป็นเวลา 9 วัน ซึ่งหลายท่านอาจจะล้างท้องก่อนในวันที่ 5 ตุลาคม 2564 และวันนี้ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก แม่ค้าหลายร้านได้เริ่มปรุงอาหารเจมาจำหน่ายเป็นวันแรกแล้ว บรรยากาศการซื้อขายอาหารเจเริ่มคึกคัก เพราะในแต่ละปีชาวพิษณุโลกนิยมกินเจกันมากขึ้น

ที่ร้านป้าตี่ อาหารเจ นางตี่ วิโรจน์วานิช อายุ 80 ปี เจ้าของร้านพร้อมลูกหลาน จะประกอบอาหารเจสำเร็จรูปมาจำหน่ายเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลกิจเจ วันนี้เป็นวันแรกที่มาจำหน่าย เป็นวันล้างท้อง บรรยากาศการซื้ออาหารเจเริ่มคึกคัก

ป้าตี่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มาวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงประมาณ 05.00 น. ถึงเวลาประมาณ 08.00 น. และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แวะเวียนมาซื้อกันไม่ขาดสาย แต่ปีนี้ได้ขอปรับราคาจำหน่ายอาหารเจเพิ่ม เป็นถุงละ 30 บาท เพิ่มจากปีก่อนที่จำหน่ายถุงละ 20 บาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบแทบทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะผักที่แหล่งผลิตได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ทำให้ราคาผักแพงขึ้น

ในแต่ละวันของเทศกาลกินเจ ร้านป้าตี่จะทำอาหารมาจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 10 ชนิด หมุนเวียนกันไป อาทิ ผัดขิง ผัดหมูกรอบ ต้มปลาร้าหน่อไม้ แกงส้ม ต้มพะโล้ ต้มจับฉ่าย ยำหมูกรอบ เต้าเจี้ยว ขนมปังเป็นต้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส’ในหุบเขา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อำเภอสวนผึ้ง #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606675

'หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส'ในหุบเขา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อำเภอสวนผึ้ง

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.29 น.

นายก อบจ.ราชบุรี ควง “ส.ส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา” พาคณะเยี่ยมชม “หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส” หมู่บ้านในหุบเขา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า “แม่กำปอง 2”

นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ราชบุรี พร้อมนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง นายดุสิต จิรภัทรากร เลขานุการนายก อบจ.ราชบุรี นายองอาจ แดงสั้น และนายมนตรี ใช่รุ่งเรือง สมาชิก อบจ.ราชบุรี พร้อมคณะลงพื้นที่เยี่ยมหมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส หมู่ 3 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนชาวมอญ ที่นักท่องเที่ยวจะเรียกที่นี่ว่า “แม่กำปอง 2”

หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แห่งนี้หลังจากมีนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักรีวิวตามเพจต่างๆ มาเที่ยวชมและได้โพสต์ภาพและข้อความจนเป็นที่รู้จักทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาเที่ยวชม หมู่บ้านนี้อยู่ในหมู่บ้านเล็กที่มีบ้านเพียงแค่ 70 ครัวเรือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีทั้งป่าไม้สูงใหญ่ ภูเขาโอบล้อมและยังมีลำธารไหลผ่ากลางหมู่บ้าน สร้างบรรยากาศร่มรื่นด้วยเสียงน้ำไหลจากลำธาร เหมาะแก่การมาพักผ่อน ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์

นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี กล่าวว่า วันนี้ ตนพร้อมด้วยนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส หลังจากทราบข่าวว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรม จากการได้ตรวจเยี่ยมถือว่าเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ดีมีทั้งความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ บรรยากาศดีมากและยังมีวัฒนธรรมวิถีของชุมชนชาวมอญ ซึ่งก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม และในวันหยุดจะมีกิจกรรมให้ชมด้วย  

ในส่วนของ อบจ.ราชบุรี ได้แจ้งให้ปลัด อบต.สวนผึ้ง ร่วมปรึกษากับท้องที่ผู้นำชุมชนสำรวจดูว่ามีสิ่งไหนที่จะให้ อบจ.ราชบุรี ส่งเสริมสนับสนุนก็ให้ตั้งเป็นโครงการเข้ามา ซึ่ง อบจ.ราชบุรี พร้อมที่จะนำเข้าแผนพัฒนาส่งเสริมสนับสนุน โดยเฉพาะสนับสนุนเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ได้เน้นย้ำขอให้คงธรรมชาติและรักษาความสะอาด รวมถึงจัดอุปกรณ์จุดคัดกรองตามมาตราการตรวจโควิด 19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นางอภิคณา ทองเหลือ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ฟังว่า หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใสแห่งนี้เป็นชุมชนไทยรามัญ โดยจะเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญและใช้ภาษาไทยและภาษาพื้นบ้านชาวมอญ มีประชากรเพียงแค่ 70 ครัวเรือน ซึ่งเราได้มีการประชุมลูกบ้านและเห็นตรงกันว่าเราจะเปิดหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลังมีนักปั่นจักรยานปั่นเข้ามาในหมู่บ้านและถ่ายภาพไปลงโซเชียลจนเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยว จึงได้มีการพูดคุยกันและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งตลอด 2 ข้างทางที่เข้ามาให้หมู่บ้านชาวบ้านจะนำของออกมาขาย อาทิ ข้าวแกง ข้าวต้มมัด ข้าวหลาม และยังมีอาหารไทยมอญ อาหารชาวมอญมาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวภายในหมู่บ้านของเรา

นางอภิคณา เล่าต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยคือการตักบาตรของชาวมอญ หรือชาวมอญจะเรียกกันว่า “จู๊ดเปอป๊าด” (ตักบาตร) ซึ่งจะเริ่มกันตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป โดยเราจะมีการปูเสื่อตามแนวทางเดินซึ่งสร้างจากไม้ไผ่เป็นแนวทางยาวประมาณ 500 เมตร นักท่องเที่ยวมี่จะมาร่วมกันใส่บาตรทางเราได้เตรียมของใส่บาตรไว้ โดยจัดเป็นชุดชะลอม 59 บาทเมื่อถึงเวลาก็จะไปนั่งที่เสื่อที่เราปูเตรียมไว้ให้ ถึงเวลาชาวมอญก็จะหามระฆังและตีเพื่อส่งสัญญาณ 

จากนั้น พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใสก็จะเดินเป็นแถวมาเพื่อรับบิณฑบาตรจากญาติโยม นักท่องเที่ยวตามมาด้วยชาวมอญซึ่งเป็นผู้หญิงจะแบกถาดสิ่งของ คนโทน้ำ และข้าวปลาอาหารต่างๆ ที่เพื่อจะนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์และปิดท้ายด้วยนางรำของชาวมอญ จุดนี้เป็นที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพักตามโฮมสเตย์ หรือรีสอร์ทต่างชื่นชอบและเดินทางเข้ามาใส่บาตรจำนวนมาก

ส่วนอีกหนึ่งจุดที่ชุมชนได้ร่วมกันจัดขึ้นคือถนนเส้นสั้นๆ ที่ล้อมรอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสตรีทฟู้ดตั้งเรียงรายกัน เป็นสิ่งที่ต้องหาทำมากอีกอย่างคือ การเดินเล่นหาของกินตามทางของหมู่บ้าน คือเรื่องสนุกของที่นี่ เป็นตลาดของชาวมอญที่จะมีอาหารพื้นถิ่นมาเปิดร้านวางแผงขายให้บรรดานักท่องเที่ยวได้มาเลือกซื้อก่อนกลับบ้าน อาทิ เมี่ยงคำ กาแฟ และชา ข้าวเหนียว ขนมถ้วย หอมทอด และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ชุดชาวมอญ เรียกได้ว่าใครที่หิวก็สามารถเข้าไปนั่งสั่งอาหารได้เลย ซึ่งร้านเค้าส่วนมากก็จะตั้งอยู่ริมถนน นอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้านของชุมชนชาวมอญให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย

แต่ที่เป็นมนต์เสน่ห์ของที่นี่คือกำแพงไม้ไผ่ นอกจากจะเดินเที่ยวเล่นและยังเป็นจุดถ่ายรูปสวยๆ ในหมู่บ้านกำปอง 2 แล้วมีลำธารเล็กๆ ให้เสียงน้ำไหลหน่อยๆ เดินกินกันแบบเพลินๆ ดูคนเดินไปเดินมาในหมู่บ้าน ถือว่าชิลดีไปอีกแบบ หรือถ้าใครที่อยากหาซื้อของฝากร้านดังของแม่กำปอง 2 ให้เราลองเข้าไปใน ร้านครัวตระนาวศรี ที่นี่มีของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักให้เราเลือกได้แบบเพลินๆ เช่นกัน

ที่สุดท้ายก่อนกลับออกจากบ้านมอญห้วยน้ำใส หรือแม่กำปอง 2 คือการได้เขียนข้อความบนแผ่นไม้ไผ่ที่เจาะรูผูกเชือก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเขียนข้อความพร้อมกับอธิฐานขอพรต่างๆ หรือคู่รัก นำมาขอพรจากศาลปู่หลวง สิ่งศักดิ์สิทธ์ประจำหมู่บ้าน ชาวบ้านบอกกว่ากันศาลปู่หลวงศักสิทธิ์มาก ขอแล้วบนด้วยน้ำแดง แผ่นทองคำเปลว 100% หรือ ของที่อยากถวาย มักจะสำเร็จกันทุกรายต้องกลับมาแก้หรือไหว้อีกครั้ง เมื่อขอพรเสร็จก็นำแผ่นไว้ที่เขียนขอความไว้ไปผูกไว้ที่ราวไม้ไผ่หน้าศาลก่อนเดินทางกลับ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แหย่จมูกม้าทรง! ‘ศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง’เข้มตรวจโควิดทุกคน ก่อนเริ่มพิธียกเสาโกเต้ง #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606666

แหย่จมูกม้าทรง! 'ศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง'เข้มตรวจโควิดทุกคน ก่อนเริ่มพิธียกเสาโกเต้ง

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.02 น.

5 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง หมู่ 3 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา หลังจากที่ทางจังหวัดได้มีการออกคำสั่งป้องกันโควิด-19 ในช่วงเทศกาลถือศีลกินผัก 2564 ให้แต่ละศาลเจ้างดแสดงอภินิหาร ทิ่มแทงร่างกาย ลดพิธีกรรมในงานประจำปี

โดยปีนี้ศาลเจ้าบุนเท่าก๋งได้จัดพิธีถือศีลกินผักขึ้น ระหว่างวันที่  6​ -14 ตุลาคม 2564 นายสิริธร บัวแก้ว รองนายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคึกคัก เจ้าหน้าที่ อสม. ร่วมกันตรวจตรวจ (Antigen Test Kit) ATK ม้าทรงและพี่เลี้ยง ผู้ที่จะเข้าร่วมประกอบพิธีกรรมและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารบริเวณศาลเจ้า ก่อนเริ่มประเพณีถือศีลกินผักที่จะเริ่มพิธียกเสาโกเต้งขึ้นในวันนี้ช่วงบ่าย​ โดยมีม้าทรง พี่เลี้ยง พ่อค้าแม่ค้าที่ร่วมตรวจ ATK จำนวน 37 คน ซึ่งทุกคนมีผลเป็นลบ 

สำหรับมาตรการในการจัดกิจกรรม ในปีนี้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิค 19 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้เน้นกำชับศาลเจ้าทุกแห่งให้เข้มงวดและถือปฎิบัติมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด มาตรการจัดกิจกรรมหรือพิธีการจำกัดหรือลดจำนวนคนผู้เข้าร่วมพิธีฯ โดยอนุญาตเฉพาะม้าทรง คณะกรรมการของศาลเจ้า พี่เลี้ยงและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในพิธีกรรม ไม่เกิน 40 คน พร้อมเว้นระยะห่าง ลดขั้นตอนการปฏิบัติในพิธีกรรมหรือพิธีการทุกประเภท ให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นพิธีกรรมหรือพิธีการที่จำเป็นต้องมีม้าทรง พี่เลี้ยงให้ลดจำนวนตามสถานการณ์ความเหมาะสม

ให้คณะกรรมการศาลเจ้าเสนอแผนการจัดพิธีกรรมพิธีการให้นายอำเภอทราบก่อนการจัดงาน จำกัดจุดบริเวณที่กำหนดให้เป็นที่สำหรับไหว้พระ ได้ตามความจำเป็น พิธีกรรมหรือพิธีการให้กำหนดบริเวณไว้ภายนอกสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก งดพิธีกรรมหรือพิธีการที่แสดงอภินิหารของม้าทรงทุกประเภท  ม้าทรงหรือพี่เลี้ยงหรือคณะกรรมการศาลเจ้าและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มและได้รับการตรวจ ATK ก่อนเริ่มพิธีกรรมหรือพิธีการ 1 วัน และให้ตรวจซ้ำในวันที่ 5 ของงานประเพณี ผู้เข้าร่วมพิธีให้ลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะหรือในสมุดลงทะเบียนที่คณะกรรมการฯ จัดไว้ให้ 

นายวัชรา พันลำ หนึ่งในม้าทรง กล่าวว่า ปีนี้ศาลเจ้าบุนเท่าก๋งมีการจำกัดจำนวนม้าทรงเหลือแค่ 4 องค์ ต้องผ่านการตรวจ ATK ตั้งแต่วันแรก ต้องผ่านการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม หลังจากนั้นอีก 5 วันก็ต้องมีการตรวจ ATK อีกครั้ง สำหรับปีนี้ศาลเจ้าเองได้มีการปฏิบัติตามนโยบายของทางจังหวัดอย่างเคร่งครัด ม้าทรงจะไม่มีการแสดงอภินิหารแต่อย่างใด งดพิธีโก้ยเฉ่งอิ้ว พิธีพระออกแห่ตามบ้านเรือนประชาชน งดพิธีกรรมข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ พิธีลุยไฟ และงดโรงทาน

นายอุดม ตันเก่ง กรรมการดูแลศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง กล่าวว่า ทางศาลเจ้าได้มีการตรวจม้าทรงที่จะเข้าร่วมพิธีและพี่เลี้ยง พร้อมจำกัดจำนวนคนที่จะเข้าร่วมพิธีอย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการตรวจ ATK พร้อมกับมีป้ายแขวนคอทุกคนที่ผ่านการตรวจว่าปลอดดภัยและเฉพาะเจ้าหน้าที่และม้าทรงเท่านั้นที่จะสามารถเข้าร่วมในพิธีกรรมได้ ปีนี้ทางศาลเจ้าเองจัดให้มีแค่พิธีขึ้นเสาโกเต้งและรับกิ๋วอ๋องไต่เต่ซึ่งการขึ้นเสาโกเต้งจะใช้แค่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมในพิธีกรรมเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันและลดการแออัดของคนที่มาร่วมงานพร้อมกับปิดที่พักของร่างทรง เพื่อป้องกันการรวมตัว

ส่วนผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานในพิธี จะมีเจ้าหน้าที่ อสม ชรบ.หมู่บ้าน อปพร.หมู่บ้าน มาคอยดูแล มีการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมพิธี ลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะหรือในสมุดลงทะเบียนที่คณะกรรมการจัดไว้ให้ พร้อมจัดระเบียบสำหรับประชาชนที่มาร่วมงานจะเข้าไปไหว้ในศาลเจ้าเพื่อเป็นการลดการแออัด ส่วนโรงทานปีนี้มีการงดออกโรงทาน งดปิ่นโต ซึ่งทุกศาลเจ้าในจังหวัดพังงาได้มีแนวทางในการปฏิบัติเหมือนกัน ซึ่งในวันนี้​ ( 5 ตุลาคม​ 2564)​  ช่วงบ่ายจะมีพิธียกเสาโกเต้งขึ้น​ แสดงถึงสัญญา​ลักษณ์​เริ่มประเพณี​ถือศีล​กิน​ผัก​อย่างเป็นทางการ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 5 ตุลาคม 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606587

ลึกลับในสนามข่าว : 5 ตุลาคม 2564

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

nn…ยังคงเป็นรัฐมนตรีคนหนุ่มที่ทำงานไม่มีวันหยุดเช่นเคย สำหรับรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา”ที่ปกติช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ลงพื้นที่ติดตามงานตรวจงานกระทรวงอยู่แล้ว แต่พอช่วงหน้าฝนก็ต้องลุยติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี เตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือบ่า ที่ตอนนี้ไหลมาถึงภาคกลางแล้ว…เจ้าตัวในฐานะผู้แทนคนเมืองสุพรรณฯด้วย ก็ต้องวางแผนจัดการมวลน้ำ โดยประสานหลายหน่วยงานทั้งกองทัพเรือ กรมชลประทาน นำเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำหลายสิบตัวมาติดตั้งกระจายหลายจุด อาทิ เชิงสะพานวัดไผ่โรงวัว วัดท่าเจดีย์ ประตูน้ำบางสาม ประตูน้ำสำเภาทองและตลาดบางลี่อ.สองพี่น้อง เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีน ระบายมวลน้ำตอนล่าง เคลียร์พื้นที่รองรับน้ำจากตอนเหนือตั้งแต่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ให้ระบายได้คล่องตัวขึ้นตามลำดับ เจ้าตัวมุ่งหวังลดความสูญเสีย ความเสียหาย จากภัยธรรมชาติปีนี้ให้น้อยที่สุด ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ก็จะช่วยลดงบเยียวยาของประเทศไปด้วย เรียกว่า การเตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมของจ.สุพรรณฯครั้งนี้ นอกจากช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนสุพรรณฯเองแล้ว ก็ยังช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในจังหวัดภาคกลางตอนบน เหนือ อีสาน ให้คลี่คลายเร็วที่สุดด้วย…

…งานนี้ รมต.ท็อปบอกด้วยว่าเพื่อให้ประชาชนได้ติดตามสถานการณ์น้ำได้อย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์ได้ด้วยตัวเองรัฐบาลก็มีแอพพลิเคชั่นติดตามระดับน้ำท่วม มาให้ดาวน์โหลดติดมือถือไว้ตรวจสอบให้อุ่นใจกว่า เป็นการติดตามสถานการณ์น้ำออนไลน์ เปิดดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ตลอด ซึ่งเป็นการพัฒนาแอปฯโดยหน่วยงานรัฐมีทั้งหมด 4 แอปพลิเคชั่น โดย 1 ใน 4 แอปฯ ฝีมือการพัฒนาโดยกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติรายงาน ระดับน้ำจากสถานีโทรมาตรทั่วประเทศ “ประชาชนดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Andriod ได้แก่ 1. ThaiWater : รายงานสถานการณ์น้ำและอากาศของประเทศไทย 2. DPM Reporter : แจ้งเตือนสาธารณภัย 3.WMSC : ฐานข้อมูลข่าวสาร ช่วยรับมือน้ำท่วม 4. DWR4THAI : ให้บริการข้อมูลข่าวสาร และระดับน้ำจากสถานีโทรมาตร ของกรมทรัพยากรน้ำ…” ส่วนประชาชนที่ประสบภัยแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปฯ “พ้นภัย” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม. เจ้าหน้าที่จะได้เข้าช่วยเหลือโดยด่วน… บูรณาการทำงานแข็งขันขนาดนี้ สมกับที่รมต.วราวุธฮัมเพลงปลุกใจ “มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณฯเอ๋ย ไม่ทิ้งกันแน่นอน …”…แถมสอดคล้องกับสโลแกนของนายกฯลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”ที่มักพูดเสมอว่า “จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง…”…เป๊ะ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘สงขลาโมเดล’ ยกระดับ ‘รายได้’ เกษตรกร ประคับประคอง ‘เศรษฐกิจฐานราก’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606588

บทความพิเศษ : ‘สงขลาโมเดล’ ยกระดับ ‘รายได้’ เกษตรกร  ประคับประคอง ‘เศรษฐกิจฐานราก’

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

19 กันยายน 2564 ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม คนที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตาม “โครงการสงขลาโมเดล” ที่ อ.หาดใหญ่ อ.รัตภูมิ และ อ.สิงหนคร ในการนำวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม มาสร้างการเกษตรมูลค่าสูงให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้เสริมสำหรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 โดยในกลุ่มงานของโครงการสงขลาโมเดลนั้น สามารถแยกย่อยเป็น 7 แขนงในกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งมีความเคลื่อนไหว ดังนี้

1. การทำปุ๋ยอินทรีย์ และสารปรับปรุงดินใช้เอง สำหรับการทำสวนยางพารา ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการประชาสัมพันธ์ และนำไปทดลองให้เกษตรกรได้ประเมินคุณภาพของปุ๋ย และตัวเลขทางบัญชีด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบต่อแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในสวนยางพาราแบบเดิม

2. การบริหารจัดการสวนปาล์มอย่างมืออาชีพ ซึ่งตอนนี้ได้สมาชิกที่ดำเนินโครงการเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็นแปลงปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตแล้ว และแปลงปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ ทางทีมของโครงการจะไปสร้างแปลงสาธิต จากแปลงของสมาชิกแต่ละท่าน ผ่านกระบวนการที่จะพากันทำอย่างใกล้ชิด

3. การเกษตรแบบผสมผสานปลูกไม้ผลร่วมกับยาง โดยที่หลังจากได้สมาชิกกลุ่มต่างๆ แล้ว ก็เริ่มจัดอบรมหาแนวทางการแปรรูปผลไม้ และฝึกฝนทักษะต่างๆ นอกจากนั้นทางคณะทรัพยากรธรรมชาติ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็เปิดช่องทางการตลาดออนไลน์ให้แก่สมาชิกเข้าร่วม รวมทั้งมีการพากันไปเก็บตัวอย่างดิน เพื่อวิเคราะห์ปุ๋ยสำหรับไม้ผล และการหารือเรื่องการเลี้ยงชันโรงในสวน รวมไปถึงการขยายพันธุ์จำปาดะพันธุ์มังกรทอง

4. การยกระดับคุณภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไข่ แนวทางก็จะเป็นการบริหารจัดการด้านอาหาร โรงเรือน และการสุขาภิบาลอย่างเต็มระบบ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงโรงเรือนหลังการสำรวจ และศึกษาวัตถุดิบของอาหารเป็ดที่มีศักยภาพในพื้นที่

5. ต้นแบบการเพิ่มผลผลิตปลาดุก และการพัฒนาด้านการตลาด เบื้องต้นมีการวิเคราะห์ปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกเรียบร้อยแล้ว และวางแนวทางแก้ไข อาทิ การทำอาหารต้นทุนต่ำเอง การตลาดออนไลน์ การแปรรูป การเพาะพันธุ์ปลาดุกลูกผสม ฯลฯ

6. การพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อสู่ระบบของธุรกิจอย่างมีคุณภาพ ทั้งการปรับปรุงพันธุ์ การอบรมการผสมเทียม วางแผนการจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการแปรรูป และการนำวัตถุดิบจากพื้นที่ มาสร้างมูลค่า อาทิ การทำปุ๋ยจากมูลโค เป็นต้น

และ 7. ยกระดับการผลิตผักอินทรีย์ด้วยความแม่นยำ จากการนำมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ลงไปเติมให้กับเกษตรกร เพื่อลดต้นทุน และสร้างมูลค่า โดยเริ่มต้นแล้วจากการพาสมาชิกมาศึกษาแปลงผักต้นแบบที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงรายละเอียดเบื้องต้นสำหรับการทำงานในโครงการ “สงขลาโมเดล” ในช่วงระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งต้องถือว่า เดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว แม้จะอยู่ในสถานการณ์โรคระบาดก็ตาม กระนั้น ผมก็พยายามแลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานต่อทีมงานอาจารย์อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันหาทางหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดอันอาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงสนับสนุนการสร้างศักยภาพของการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันคำนึงถึงความอ่อนไหวในเรื่องของโควิด-19 ร่วมด้วย เพื่อตอบโจทย์ของสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงของโควิด-19และการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศอันเป็นเป้าหมายตั้งต้นของโครงการดังกล่าวนี้

สำหรับใครที่สนใจในรายละเอียดงานทั้ง 7 แขนงของ “สงขลาโมเดล” สามารถที่จะเข้าไปศึกษาข้อมูล และแนวทางของทีมงานอาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญของโครงการได้ที่ https://www.facebook.com/SongkhlaModel ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์หลัก จากนั้นถ้าต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเสนอแนะข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร พื้นที่ทางสังคมออนไลน์ของผมยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

กนก วงษ์ตระหง่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ญาติไม่รับกลับบ้าน! กระดูกผู้ป่วยโควิดกลัวติดเชื้อปล่อยทิ้งเดียวดาย #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606629

ญาติไม่รับกลับบ้าน! กระดูกผู้ป่วยโควิดกลัวติดเชื้อปล่อยทิ้งเดียวดาย

วันจันทร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 20.02 น.

4 ต.ค.64 ที่วัดโพธิสมภรณ์ พระราชสารโกศล เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกระดูกของผู้ป่วยโควิด-19 และเสียชีวิตนำมาเผาที่เมรุวัดโพธิสมภรณ์จำนวนมาก แต่ปรากฎว่าญาติๆ ไม่นำกระดูกกลับไปบำเพ็ญกุศลถึง 12 ศพ เพราะกลัวเชื้อโควิดติดกระดูกไปด้วย ที่ผ่านมาทางวัดได้มีการสงเคาระห์ญาติโยมที่มีการเสียชีวิตจากโควิด-19  โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย แต่เมื่อทำการเผาศพคนติดโควิดแล้วกลับพบว่าญาติ ไม่มารับอัฐิหรือเถ้ากระดูกกลับไปบ้านบำเพ็ญกุศล เนื่องจากกลัวว่าจะมีเชื้อโควิด-19 อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจว่าเชื้อโควิด-19 เมื่อโดนความร้อนก็ตายแล้ว ไม่อยากให้กังวลจนเกินเหตุ

และอยากให้ญาติโยมคิดใหม่ว่า ตอนญาติที่มีผู้ป่วยโควิด-19 เรายังไม่มีโอกาสได้เยี่ยม แม้หมดลมหายใจยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้าครั้งสุดท้าย แต่ตอนที่ญาติต้องมาเสียชีวิตจากโควิด-19 และได้ทำการเผาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่สนใจและเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ใช่ประเพณีของชาวพุทธ ควรจะนำไปบำเพ็ญกุศลหรือลอยอังคารตามความเชื่อของชาวพุทธ อย่างน้อยควรจะนึกถึงความดีของผู้เสียชีวิตและแสดงถึงความกตัญญู เพราะมันคือหน้าที่ของญาติพี่น้องและลูกหลาน

สำหรับเถ้ากระดูกที่มีถึง 12 ศพด้วยกัน ทางวัดต้องจัดการโดยการโปรยไว้บริเวณโคลนต้นโพธิ์ เพื่อรอการสลายเป็นธาตุดินไป เพราะต้นโพธิ์ถือว่าเป็นต้นไม้มงคลที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นที่ตรัสรู้ของท่าน ถึงอย่างไรก็ตามขอฝากครอบครัวที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อย่าได้กลัวเถ้ากระดูกเลย อย่าปล่อยให้เค้าได้โดดเดี่ยว เหมือนเค้าไม่มีพี่น้องญาติเลยพระราชสารโกศล เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ กล่าวตอนท้าย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลาภและยศนั้นเป็นเหยื่อของโลกที่น้อยคนนักจะสละละวางได้’ : พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606618

'ลาภและยศนั้นเป็นเหยื่อของโลกที่น้อยคนนักจะสละละวางได้' : พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน

วันจันทร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.20 น.

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภและยศนั้นเป็นเหยื่อของโลกที่น้อยคนนักจะสละละวางได้ จึงแย่งลาภและยศกันอยู่เสมอเหมือนปลาที่แย่งเหยื่อกันกิน แต่หารู้ไม่ว่าเหยื่อนั้นมีเบ็ดเกี่ยวอยู่ด้วยหรือเหมือนไก่ที่แย่งไส้เดือนกัน จิกตีกัน ทำลายกันจนพินาศกันทั้งสองฝ่าย น่าสังเวชสลดจิตยิ่งนักถ้ามนุษย์ในโลกนี้ลดความโลภลง มีการเผื่อแผ่เจือจานโอบอ้อมอารี ถ้าเขาลดโทสะลง มีความเห็นอกเห็นใจกันมีเมตตากรุณาต่อกัน และลดโมหะลง ไม่หลงงมงาย ใช้เหตุผลในการตัดสินปัญหาและดำเนินชีวิตโลกนี้จะน่าอยู่อีกมาก แต่ช่างเขาเถิดหน้าที่โดยตรงและเร่งด่วนของเธอ คือ ลดความโลภความโกรธและความหลงของเธอเองให้น้อยลง แล้วจะประสบความสุขเยือกเย็นขึ้นมาก เหมือนคนลดไข้ได้มากเท่าใดความสบายกายก็มีมากขึ้นเท่านั้น”

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ยิ่งเจริญก็ดูเหมือนจะมีเสรีภาพน้อยลงทั้งทางกายและทางใจดูแล้วความสะดวกสบายและเสรีภาพของมนุษย์ยังสู้สัตว์เดรัจฉานบางประเภทไม่ได้ที่มันมีเสรีภาพที่จะทำอะไรตามใจชอบอยู่เสมอ ดูอย่างเช่น ฝูงวิหกนกกา มนุษย์เราเจริญกว่าสัตว์ตามที่มนุษย์เราเองชอบพูดกันแต่ดูเหมือนพวกเราจะมีความสุขน้อยกว่าสัตว์ ภาระใหญ่จะที่ต้องแบกไว้ คือ เรื่องกาม เรื่องกินและเรื่องเกียรติ สัตว์เดรัจฉานตัดไปได้อย่างหนึ่งคือเรื่องเกียรติ คงเหลือแต่เรื่องกามและเรื่องกินนักพรตอย่างพวกเธอนี้ตัดไปได้อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องกาม คงเหลือแต่เรื่องกินอย่างเดียวแต่การกินอย่างนักพรตกับการกินของผู้บริโภคกามก็ดูเหมือนจะบริโภคแตกต่างกันอยู่ผู้บริโภคกามและยังหนาแน่นอยู่ด้วยโลกียวิสัย บริโภคเพื่อยุกามให้กำเริบจะต้องกินให้มีเกียรติกินให้สมเกียรติ มิได้กินเพียงเพื่อให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ได้อย่างสมณะความจริงร่างกายคนเราไม่ได้ต้องการอาหารอะไรมากนัก เมื่อหิวก็ต้องการอาหารบำบัดความหิวเท่านั้นแต่เมื่อมีเกียรติเข้ามาบวกด้วย จึงกลายเป็นเรื่องกินอย่างเกียรติยศ และแล้วก็มีภาระตามมาอย่างหนักหน่วงคนจำนวนมากเบื่อเรื่องนี้แต่จำเป็นต้องทำ เหมือนโคหรือควายซึ่งเหนื่อยหน่ายต่อแอกและไถแต่จำใจต้องลากมันไป อนิจจา”  – 003

คัดลอกจาก “พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน” http://www.dharma-gateway.com/buddha/buddha-misc/bd-misc-02.htm

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,316,452 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดภาคภูมิใจ! 'บุ๋ม ปนัดดา'รับเครื่องหมายอภิรักษ์นาวีจากกองทัพเรือ
"บิ๊กฉัตร"เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
EC outlines tough rules for referendum
ปรองดอง=ต่อรอง+เกี้ยเซียะ?
ครั้งแรกในสหรัฐ แคลิฟอร์เนียจ่อแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Play to win using  gamification to rejig staff engagement
เลาะรั้วเกษตร : หวยออกวันที่ 15
Walking in the Princess’s wonderland
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
Court issues arrest warrant for YouTuber ‘Nutty’ over alleged forex trading scam

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d