Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

กลับบ้านเถอะ!สามีตระเวนตามหาเมียหายปริศนา 8 วัน คาดลอตเตอรี่เป็นเหตุ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606271

กลับบ้านเถอะ!สามีตระเวนตามหาเมียหายปริศนา 8 วัน คาดลอตเตอรี่เป็นเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.27 น.

กลับบ้านเถอะ!สามีตระเวนตามหาเมียหายปริศนา 8 วัน คาดลอตเตอรี่เป็นเหตุ

3 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากร้านขายรถยนต์มือสอง ว่า มีชายไม่ทราบชื่อขับรถมาซื้ออะไหล่ที่ร้าน พร้อมกับขับรถตระเวนออกตามหาภรรยาที่หายออกจากบ้านมานานถึง 8 วัน หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังร้านขายรถยนต์มือสอง หมู่ 2 อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้พบกับชายคนดังกล่าว คือ นายเฉลิมชัย มีหมื่น อายุ 63 ปี อยู่หมู่ 15 ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์

นายเฉลิมชัย เปิดเผยว่า ภรรยาของตนหายไปนานกว่า 8 วันแล้ว โดยหายไปในวันที่ 25 กันยายน 2564 ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ขณะนี้ตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ไว้แล้ว แต่ยังไร้วี่แวว ตนอดเป็นห่วงภรรยาไม่ได้ จึงเที่ยวตระเวนไปทุกๆที่ที่เคยพาภรรยาไป ล่าสุดได้ขับรถมาที่ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ โดยขับรถตระเวนมาเรื่อยๆ หวังว่าจะเจอภรรยากลางทาง แต่ไม่เจอแม้แต่เงา ล่าสุดได้ขับรถเข้าไปที่ร้านรถยนต์มือสองที่ อ.ลานสัก เพื่อเข้าไปสอบถามหาคนที่จะช่วยตนเองได้ สำหรับภรรยา คือ นางสาวสุดตา พันลา อายุ 52 ปี

นายเฉลิมชัย เล่าว่า วันที่ 25 กันยายน 2564 ตนยังอยู่กับภรรยาถึงเวลา 13.00 น. หลังจากนั้น ตนกับภรรยาชวนกันไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ ที่ตลาดสระสวัสดิ์ หมู่ 5 ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน หลังจากภรรยาได้ซื้อลอตเตอรี่มา 2 ใบก็ได้ชวนกันกลับบ้าน ระหว่างนั้นเข้าบ้านแล้วสักพักภรรยาก็มาบอกตนว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อมาหายไป ตนโมโหได้กล่าวว่าภรรยาไปว่าของแค่นี้รักษาไม่ได้ แล้วตนได้ไล่ให้ภรรยาออกไปที่ตลาด เพื่อตามหาลอตเตอรี่ที่ทำหาย พร้อมกับได้บอกกับภรรยาไปว่าไม่ต้องเอาโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินไป โดยให้ภรรยานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ (จยย.) ของเพื่อนบ้านไป

“ผมทิ้งท้ายกับภรรยาไปว่าหากหาลอตเตอรี่ที่ทำหายไม่เจอ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า ผมนั่งรอนานถึง 20.00 น. ก็ไม่เห็นภรรยากลับมาสักที สักพักก็มีเพื่อนบ้านเดินมาบอกว่าภรรยาได้บอกกับเพื่อนบ้านที่เป็นคนขับรถ จยย.ซ้อนท้ายที่ไปหาลอตเตอรี่ด้วยกันว่าไม่กล้ากลับบ้าน เพราะหาลอตเตอรี่ที่ทำหายไม่เจอ กลัวสามีจะว่า” นายเฉลิมชัย กล่าว

นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ล่าสุดตนมาพบลอตเตอรี่ที่ภรรยาทำตกหายนั้น หล่นอยู่แถวบริเวณหน้าบ้าน แต่ติดต่อภรรยาไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร หลังจากนั้นมาตนก็ออกตามหาภรรยาแถวตลาดทุกวันก็ไม่พบเจอตัว อดเป็นห่วงไม่ได้ จนกระทั่งตนมานั่งนอนนึกว่าสิ่งที่พูดออกไปว่าหากหาลอตเตอรี่ไม่เจอไม่ต้องกลับมา ก็ไม่คิดว่าภรรยาจะฝังใจกับคำพูดด้วยหรือไม่ แต่สุดท้ายตนก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ จนกระทั่ง 8 วันแล้ว ตนก็ยังไม่เจอ จึงวอนขอให้นักข่าวช่วยเป็นกระบอกเสียงออกสื่อโซเชียลให้ หากภรรยาดูทีวีอยู่ ก็อยากจะบอกว่าสามีให้อภัยแล้ว ไม่โกรธแล้ว พร้อมจะขอโทษกับภรรยา และหวังว่าภรรยายังมีชีวิตอยู่

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กำลังฮิต! สถานที่เช็คอินแห่งใหม่ อ.สวนผึ้ง นทท.เรียก ‘แม่กำปอง 2’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606267

กำลังฮิต! สถานที่เช็คอินแห่งใหม่ อ.สวนผึ้ง นทท.เรียก 'แม่กำปอง 2'

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.17 น.

“หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส” หมู่บ้านแห่งความสุข ในหุบเขาแห่ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวกำลังถามถึง และเรียกว่า “แม่กำปอง 2”

ถ้าหากจะถามถึงหมู่บ้านท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักท่องเที่ยว ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตอนนี้ คือ หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส แหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่ที่พบโดยบังเอิญของกลุ่มนักปั่นจักรยาน I Love สวนผึ้ง หรือ จะเป็นกลุ่มนักรีวิวตามเพจต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านเล็กที่มีบ้านเพียงแค่ 70 ครัวเรือน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีทั้งป่าไม้สูงใหญ่ ภูเขาโอบล้อม และยังมีลำธารสร้างบรรยากาศร่มรื่นด้วยเสียงน้ำไหลจากลำธาร เหมาะแก่การมาพักผ่อน หลังที่ทาง ศบค.ได้ผ่อนปรนมาตรการหลายๆอย่าง นักท่องเที่ยวจึงออกมาเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติเพื่อหาอากาศที่บริสุทธิ์

หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นชุมชนชาวไทยรามัญ หรือ ชาวมอญ ชาวบ้านที่นี่อยู่กันอย่างอบอุ่น มีการวางผังหมู่บ้านไว้อย่างสวยงาม มีถนนกลางหมู่บ้านที่กำลังเป็นที่ดึงดูของนักท่องเที่ยว ที่ติดตามมาจากสื่อโซเชียลต่างๆ และมีการขนานนามหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “แม่กำปอง 2” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบโฮมสเตย์น้องใหม่ใน อำเภอสวนผึ้ง ที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจและเริ่มเดินทางมาเที่ยวแม้จะเปิดได้เพียง 3 สัปดาห์ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่ ระยะทางห่างจากตัวอำเภอสวนผึ้ง 15 กิโลเมตร ด้วยสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่รุ่มในเทือกเขาตระนาวศรี ทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นและชื้นตลอดทั้งปี

นางอภิคณา ทองเหลือ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใสแห่งนี้ เป็นชุมชนไทยรามัญ โดยจะเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ และใช้ภาษาไทย และภาษาพื้นบ้านชาวมอญ มีประชากรเพียงแค่ 70 ครัวเรือน ซึ่งเราได้มีการประชุมลูกบ้านและเห็นตรงกันว่าเราจะเปิดหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลังมีนักปั่นจักรยานปั่นเข้ามาในหมู่บ้านและถ่ายภาพไปลงโซเชียลจนเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยว จึงได้มีการพูดคุยกันและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งตลอด 2 ข้างทางที่เข้ามาให้หมู่บ้านชาวบ้านจะนำของออกมาขาย อาทิ ข้าวแกง ข้าวต้มมัด ข้าวหลาม และยังมีอาหารไทยมอญ อาหารชาวมอญมาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวภายในหมู่บ้านของเรา

นางอภิคณา เล่าต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยคือ การตักบาตรของชาวมอญ หรือชาวมอญจะเรียกกันว่า “จู๊ดเปอป๊าด” (ตักบาตร) ซึ่งจะเริ่มกันตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป โดยเราจะมีการปูเสื่อตามแนวทางเดินซึ่งสร้างจากไม้ไผ่เป็นแนวทางยาวประมาณ 500 เมตร นักท่องเที่ยวมี่จะมาร่วมกันใส่บาตรทางเราได้เตรียมของใส่บาตรไว้ โดยจัดเป็นชุดชะลอม 59 บาท เมื่อถึงเวลาก็จะไปนั่งที่เสื่อที่เราปูเตรียมไว้ให้ ถึงเวลาชาวมอญก็จะหามระฆังและตีเพื่อส่งสัญญาณ จากนั้นพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใสก็จะเดินเป็นแถวมาเพื่อรับบิณฑบาตรจากญาติโยม นักท่องเที่ยว ตามมาด้วยชาวมอญซึ่งเป็นผู้หญิงจะแบกถาดสิ่งของ คนโทน้ำ และข้าวปลาอาหาร ต่างๆ ที่เพื่อจะนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ และปิดท้ายด้วยนางรำของชาวมอญ จุดนี้เป็นที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพักตามโฮมสเตย์ หรือ รีสอร์ทต่างชื่นชอบและเดินทางเข้ามาใส่บาตรจำนวนมาก

ส่วนอีกหนึ่งจุดที่ชุมชนได้ร่วมกันจัดขึ้นคือ ถนนเส้นสั้นๆ ที่ล้อมร้อบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสตรีทฟู้ดตั้งเรียงรายกัน เป็นสิ่งที่ต้องหาทำมากอีกอย่างคือ การเดินเล่นหาของกินตามทางของหมู่บ้าน คือเรื่องสนุกของที่นี่ เป็นตลาดของชาวมอญที่จะมีอาหารพื้นถิ่นมาเปิดร้านวางแผงขายให้บรรดานักท่องเที่ยวได้มาเลือกซื้อก่อนกลับบ้าน อาทิ เมี่ยงคำ กาแฟ และชา ข้าวเหนียว ขนมถ้วย หอมทอด และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ชุดชาวมอญ เรียกได้ว่าใครที่หิวก็สามารถเข้าไปนั่งสั่งอาหารได้เลย ซึ่งร้านเค้าส่วนมากก็จะตั้งอยู่ริมถนน นอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้านของชุมชนชาวมอญให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย

แต่ที่เป็นมนต์เสน่ห์ของที่นี่คือ กำแพงไม้ไผ่ นอกจากจะเดินเที่ยวเล่น และยังเป็นจุดถ่ายรูปสวยๆ ในหมู่บ้านกำปอง 2 แล้ว มีลำธารเล็กๆ ให้เสียงน้ำไหลหน่อยๆ เดินกินกันแบบเพลินๆ ดูคนเดินไปเดินมาในหมู่บ้าน ถือว่าชิลดีไปอีกแบบ หรือถ้าใครที่อยากหาซื้อของฝากร้านดังของแม่กำปอง 2 ให้เราลองเข้าไปใน ร้านครัวตระนาวศรี ที่นี่มีของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักให้เราเลือกได้แบบเพลินๆ เช่นกัน

ที่สุดท้ายก่อนกลับออกจาก บ้านมอญห้วยน้ำใส หรือ แม่กำปอง 2 คือ การได้เขียนข้อความบนแผ่นไม้ไผ่ ที่จะรูผูกเชือก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเขียนข้อความพร้อมกับอธิฐานขอพรต่างๆ หรือ คู่รัก นำมาขอพรจากศาลปู่หลวง สิ่งศักดิ์สิทธ์ประจำหมู่บ้าน ชาวบ้านบอกกว่ากันศาลปู่หลวงศักสิทธิ์มาก ขอแล้วบนด้วยน้ำแดง แผ่นทองคำเปลว 100% หรือ ของที่อยากถวาย มักจะสำเร็จกันทุกรายต้องกลับมาแก้หรือไหว้อีกครั้ง เมื่อขอพรเสร็จก็นำแผ่นไว้ที่เขียนขอความไว้ไปผูกไว้ที่ราวไม้ไผ่หน้าศาลก่อนเดินทางกลับ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านแม่กำปอง 2 หมู่บ้านชาวมอญห้วยน้ำใส ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เปิดทุกวัน ส่วนการทำบุญตักบาตรมีเฉพาะวัน ศุกร์ – เสาร์ และ วันอาทิตย์ และวัดหยุดนักขัตฤกษ์ หรือ โทรสอบถามได้ที่ 081-9815870. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ล่าแสนรายชื่อถวายฎีกาสวนมติ มส. เชื่อมือมืดสอดไส้-บิดเบือนปลด 3 พระสังฆาธิการ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606261

ล่าแสนรายชื่อถวายฎีกาสวนมติ มส. เชื่อมือมืดสอดไส้-บิดเบือนปลด 3 พระสังฆาธิการ

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.35 น.

ล่าแสนรายชื่อถวายฎีกาสวนมติ มส. เชื่อมือมืดสอดไส้-บิดเบือนปลด 3 พระสังฆาธิการ

จากกรณีประชาชนคนกาฬสินธุ์ เคลื่อนไหวคัดค้านคำสั่งมหาเถรสมาคม (มส.) ที่แต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 หนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) เคลื่อนไหวมีมติคัดค้านทันที เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุที่จะปลดและคำสั่งนี้ทำให้ประชาชนเสียขวัญ เนื่องจากพระเทพสารเมธีเป็นพระที่มีปฏิปทาที่งดงาม จนมีการเคลื่อนไหวคัดค้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2564 เวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาหอฉันวัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาถวายภัตตาหารเช้ากันตามปกติ แต่ไม่ปรากฏ พระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ลงหอฉันแต่อย่างใด ทราบว่า พระเทพสารเมธี ไม่ต้องการที่จะให้เกิดปัญหาใด จึงได้ปลีกวิเวก แต่ในขณะที่ญาติธรรมและคณะสงฆ์ ที่เลื่อมใสศรัทธา ได้นำแผ่นป้ายผืนผ้า คัดค้านไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับคำสั่งปลดของมหาเถรสมาคม ที่มีใจความว่า คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่เห็นด้วยกับการถอดถอนและแต่งตั้ง จจ.กาฬสินธุ์(ธ) และข้อความชาวพุทธกาฬสินธุ์คัดค้านการแต่งตั้ง จจ.กาฬสินธุ์ สายพระป่า ฯลฯ

ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น. ปรากฏมีพุทธศาสนิกชนทยอยเดินทางมาจากทุกสารทิศ ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจาก 18 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ามาลงชื่อพร้อมถ่ายเอกสารบัตรประชาชน และมีนักการเมืองภายในจังหวัดที่เลื่อมใสศรัทธาพระเทพสารเมธี(ธ) อาทิ นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 1 , นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ , นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์ เครือข่ายองค์กร นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชนกว่าหนึ่งพันคน ที่พากันสลับแสดงความรู้สึกที่ไม่เข้าใจและเชื่อว่ามีขบวนการแอบแฝงต่อคำสั่งปลดพระสังฆาธิการทั้ง 3 รูป โดยเฉพาะพระเทพสารเมธี จ.จ.กาฬสินธุ์(ธ) ที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจพี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์

นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและไม่มีใครเชื่อว่า มส.จะมีคำสั่งปลด พระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เพราะท่านเป็นพระที่มีปฏิปทางดงาม สร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวกาฬสินธุ์อย่างมากมาย เป็นพระสายกรรมฐานที่ปฏิบัติดีงามไม่มีข้อครหาใดๆ ส่วนตัวเห็นพร้อมกับพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ ที่จะต้องปกป้องเพราะคำสั่งนี้ถือเป็นการทำลายชื่อเสียงคนกาฬสินธุ์ ทำลายความดีงามของเจ้าคุณบัวศรี และทำลายความศรัทธาของคนกาฬสินธุ์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา จึงต้องการให้ มส.แก้ไขในสิ่งที่ถูกต้องต่อไป

ด้าน ดร.กฤตชญา วิเชียรเพริศ ข้าราชการบำนาญ จ.กาฬสินธุ์ และทนายความ กล่าวว่า เท่าที่ศึกษา กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2551) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ เชื่อว่ามติมหาเถรสมาคมไม่ถูกต้อง เพราะในส่วนที่ 3 กรณีเจ้าคณะจังหวัด ข้อที่ 14 ต่อการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนั้น ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ข้อแรก คือ ต้องมีสำนักอยู่ในเขตจังหวัดนั้น และกำลังดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดนั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี แต่ในกรณีนี้เป็นพระครูที่อยู่ในจังหวัดหนองคาย และไม่เคยมีวัดหรือปฏิปทาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงเชื่อว่ามีเรื่องการเมืองในคณะสงฆ์อย่างแน่นอน จึงต้องการให้เร่งแก้ไขข้อให้ มส.ทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรม เพื่อไม่กระทบต่อศรัทธาชาวพุทธกาฬสินธุ์

ส่วนนายสมพงษ์ สร้อยเสนาะ อายุ 70 ปี ทายกวัดประชานิยม กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการทำของผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาท่านเจ้าคุณบัวศรี เพราะท่านไม่รู้สึกยินดียินร้ายในเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่ตนและผู้ที่เลื่อมในศรัทธารับไม่ได้ต่อคำสั่งปลดเพราะมีคำถามว่าปลดเรื่องอะไร ท่านทำอะไรผิด สิ่งที่ท่านบำเพ็ญเพียร มาเสียชื่อเพราะคำสั่งปลดนี้หรือ แต่เพื่อความสงบจะมีการลงชื่อให้ครบ 100,000 รายชื่อ เพื่อถวายฎีกา ซึ่งขณะนี้เพียงสองวัน มีพุทธศาสนิกชนมาลงชื่อแล้วกว่าหนึ่งหมื่นคน คาดว่าไม่กี่วันก็จะครบจากนั้นก็จะเดินทางไปที่สำนักพระราชวังเพื่อถวายฎีกา ขอความเมตตาให้ มส. ทบทวน คำสั่งปลดและสร้างความเป็นธรรมให้คณะสงฆ์และสร้างความสบายใจให้ชาวพุทธด้วย

ขณะที่นางพัชรี มณีไพโรจน์ อายุ 55 ปี กล่าวว่า รู้สึกหัวใจสลายที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี้เกิดขึ้น และการรวมตัวในครั้งนี้ไม่ได้มาสู้ให้หลวงพ่อ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อชาวกาฬสินธุ์ เพราะท่านคือศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธกาฬสินธุ์ เพื่อมีเหตุการณ์นี้ก็จะต้องทวงเอาความถูกต้องเป็นธรรมและศักดิ์ศรีของคนกาฬสินธุ์ด้วย

ส่วน ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สกลนคร ได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ ว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่ามีกระบวนการสอดไส้ เพื่อทำลายความศรัทธาของชาวพุทธในกรณีปลดพระสังฆาธิการทั้ง 3 รูปนั้น มีการสอดไส้รายชื่อบิดเบือนเบื้องสูงอย่างแน่นอน  และมีเบื้องหน้าเบื้องหลังในการกลั่นแกล้งพระสังฆาธิการทั้ง 3 รูป ตัวอย่างในกรณี พระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ทั้งที่มีปฏิปทาที่งดงาม เป็นพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ซึ่งขณะที่ตนบวชเรียนเป็นมหา ก็เคยเห็น พระเทพสารเมธี ซึ่งขณะนั้นเป็นพระเลขาของหลวงปู่อ่อน เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) สมัยนั้น ยังเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย ยังมี พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นต้น

“จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ที่จะมีคำสั่งปลดนี้ เพราะเป็นการทำลายพระสังฆาธิการที่มีปฏิปทาดีงาม เหมือนให้ตายทั้งเป็น เรื่องนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ตนพอจะรู้มาแล้วว่ามีความเป็นมาอย่างไร  เพราะมีฆราวาสเข้าไปยุ่งในกิจการของสงฆ์ คอยชักจูงไปในทางเสียหาย มีการตั้งพวกพ้องของตนเอง แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าตั้งพระครูที่มีตำแหน่งเล็กๆ ข้ามห้วยไปเป็นเจ้าคณะจังหวัด”  ดร.นิยม กล่าว

ดร.นิยม กล่าวว่า ขณะนี้ในการเคลื่อนไหวได้ทำการประสานสำนักพระราชวัง ในการถวายฎีกา โดยในส่วนของสายคณะสงฆ์พระป่า จะนำเรื่องราวทูลเกล้าให้พระองค์ทรงทราบข้อเท็จจริงที่จะต้องมีการเปิดเผยว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ที่มีพระเข้าข่าย “สังฆเภท” หลายองค์ อีกทั้งเรื่องนี้เมื่อเปิดสภา ตนและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็จะอภิปรายในสภาให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบต่อกระบวนการล้มล้างศาสนาพุทธต่อไป

สำหรับความเคลื่อนไหวนั้นหลังจากประชาชนลงรายชื่อได้พากันสวดมนต์ขอพรให้ พระเทพสารเมธี โดยมีคณะสงฆ์จากหลายอำเภอสลับกันหมุนเวียนนำสวด ที่ยังเป็นการปัดเป่าสิ่งอัปมงคลให้ออกไปจากปัญหาคำสั่งนี้อีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคราชซับน้ำตาน้ำท่วม มอบถุงธารน้ำใจ ปลอบขวัญชาวอ.โนนสูง #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606230

โคราชซับน้ำตาน้ำท่วม มอบถุงธารน้ำใจ ปลอบขวัญชาวอ.โนนสูง

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.18 น.

3 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่ชุมชนบ้านกระพี้-ตลาดเก่า ตำบลโนนสูง อำเภอโนนสูง พี่น้องประชาชนชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อนและมีผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปีมากว่า 5 วันแล้ว 

ขณะที่หลายภาคส่วน อาทิ กองทัพภาคที่ 2 , เทศบาลตำบลโนนสูง , เจ้าหน้าหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 , หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน , ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา กองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , หอการค้าจังหวัดฯ นำโดยนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนายประกาสิทธิ์ ดอนนอก กรรมการหอการค้าฯ , นางสาวพนิดา แซ่จิว ประธานฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศสโมสรไลออนส์สากลภาค310ซี และนายฉกาจ ยอดแก้ว รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว รวมทั้งนายธีระพงค์ ทองมั่นคง ผู้พิพากษา เลขานุการศาลแรงงานภาค 3

ร่วมลงพื้นที่สำรวจสภาพโดยได้นำถุงธารน้ำใจยังชีพ จำนวน 100 ชุด ข้าวเหนียว หมูทอด นมเปรี้ยว อีก 100 ชุดลุยน้ำที่ท่วมหนักน้ำเชี่ยวกราดช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือนร้อนอยู่ในขณะนี้

นอกจากนี้ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงโควิด19 ยังระบาดได้นำหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ มาแจกให้ประชาชนไว้ป้องกันโควิด 19 ที่มีความห่วงใยต่อชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป้าหมายมอบในพื้นที่ อ.โนนสูง , อ.โนนไทย , อ.ด่านขุนทด , อ.พิมาย

นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและหอการค้าโคราช มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย วันนี้ตนเองและคณะได้ลงพื้นร่วมกับสโมสรไลออนส์สากลภาค 310 ซี ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ออกลุยน้ำท่วมไปดูสภาพความเดือนร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย ซึ่งอยู่ในสภาพทรงๆ ระดับน้ำเริ่มลดลง โดยได้น้ำถุงยังชีพให้กำลังใจก็จะมีข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมกับได้น้ำข้าวเหนียวหมูทอด ไก่ทอด ปรุงสุกใหม่ๆร้อนๆ นำมาแจกเพื่อบรรเทาความหิวในช่วงวันต่อวัน และที่น่าเป็นห่วงก็คือสถานการณ์การระบาดของโควิด19 ก็ยังต้องระวัง ตนเองจึงได้นำหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์มามอบให้พี่น้องประชาชนได้มีอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานไปป้องกันตัวเอง ในระยะต่อไหและถ้าน้ำลดลงสู่สภาวะปกติ ก็เตรียมการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันฟื้นฟูต่อไป

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ยังมีจิตอาสา 904 จิตอาสาตำรวจทางหลวง พร้อมผู้นำชุมชนบ้านจันอัด ร่วมกันนำอาหารปรุงสุก ถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม จำนวน 150 ชุด มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนถึงหน้าบ้าน โดยลุยน้ำที่ท่วมสูง บางจุดเกือบเมตร เนื่องจากพื้นที่ ต.จันอัด อ.โนนสูง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บางส่วนขนย้ายของไม่ทันและประสบปัญหาเรื่องอาหารการกิน จึงร่วมกับตำรวจทางหลวงโคราช จิตอาสา 904  ฮุก31 จักราช และ อบต.จันอัด ได้นำอาหารปรุงสุก ถุงยังชีพ ข้าวสาร น้ำดื่ม กล้วยน้ำหว้า ไปมอบให้กับชาวบ้านเป็นการให้กำลังใจและบรรเทาทุกข์ในยามนี้

สำหรับการเข้าช่วยเหลือดังกล่าว ของตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ได้ดำเนินการตามนโยบาย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. ,พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล.,พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ รอง ผบก.ทล. และ พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป ผกก.6 ที่สั่งการให้ พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง นำตำรวจทางหลวงไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปธ.บริหารมูลนิธิสืบฯ เตือน 4 จว.-กทม.เตรียมรับมวลน้ำเหนือ แนะปชช.ยกของขึ้นที่สูง #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606228

ปธ.บริหารมูลนิธิสืบฯ เตือน 4 จว.-กทม.เตรียมรับมวลน้ำเหนือ แนะปชช.ยกของขึ้นที่สูง

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.59 น.

ปธ.บริหารมูลนิธิสืบฯ เตือน 4 จว.-กทม.เตรียมรับมวลน้ำเหนือ แนะปชช.ยกของขึ้นที่สูง

3 ตุลาคม 2564 นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และนักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นคลิปรายงานระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่บริเวณหน้าบ้านพักของตนเอง พร้อมข้อความแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี และท่าจีน ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ปทุมธานี สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือมวลน้ำเหนือที่จะไหลบ่าลงมา มีเนื้อหาดังนี้…

“แรมสิบสองค่ำเดือนสิบ

ยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ #หลานคนโต54

น้ำจากนี้น่าจะท่วมพื้นที่ #ระหว่างแม่น้ำและถนนที่เป็นคันกั้นน้ำ ในพื้นที่ใต้ผมลงไป ในแม่น้ำ เจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี ท่าจีน ในพื้นที่อยุธยา ปทุม นครปฐม และ กทม. รวมถึงสมุทรสาคร ตอนบนๆ

เก็บของกันครับ อย่าลืมตัดไฟ ยกตู้เย็นขึ้น

และติดตามแอพวินดี้ ดูว่าพายุอาทิตย์หน้าจะเข้าที่ไหน ถ้าเข้าภาคกลาง และน้ำยังไม่ลด

#เรื่องใหญ่ลูกๆถึงน้องๆ54 จะมาครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผักขึ้นราคา! ช่วงเทศกาลกินเจ พ่อค้าแม่ค้าเผยน้ำท่วมผักขาดตลาด #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606226

ผักขึ้นราคา! ช่วงเทศกาลกินเจ พ่อค้าแม่ค้าเผยน้ำท่วมผักขาดตลาด

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.49 น.

ตลาดสดในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก เริ่มปรับราคาผักหลายชนิดสูงขึ้นกว่าเท่าตัวช่วงใกล้เทศกาลกินเจ พ่อค้าแม่ค้าเผยผักขาดตลาด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

3 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใกล้ถึงช่วงเทศกาลกินเจปี 2564 ราคาผักต่างๆ เริ่มปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยที่ร้านวิ-มัด ผักสด ภายในตลาดโคกมะตูม หรือตลาดเทศบาล 4 อำเภอเมืองพิษณุโลก วันนี้มีประชาชนเดินทางมาจับจ่ายซื้อผักไปประกอบอาหารกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบางรายนำผักไปเตรียมเป็นวัตถุดิบ เพื่อรับประทานในช่วงเทศกาลกินเจ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4-13 ต.ค. นี้

จากการสำรวจราคาผักในตลาดสด จ.พิษณุโลก พบว่าราคาผักบางชนิดปรับราคาเพิ่มขึ้นสูง อาทิ ผักใบแทบทั้งหมด คะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ปรับราคาขึ้นถึง 2-3 เท่า ของราคาเดิม อาทิ ผักบุ้งจากเดิม 30 บาท ขึ้นมา 60 บาท คะน้าจากเดิม 40 บาท ขึ้นมา 70 บาท

จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้า ระบุว่าสาเหตุที่ผักมีการปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ผักได้รับความเสียหาย ทำให้ผักหลายชนิดขาดตลาด จึงปรับตัวสูงขึ้น 

นอกจากนี้ ผักที่ราคายังสูงต่อเนื่องและขาดตลาด คือกระชายที่กินต้านโควิด จากเดิม กก.ละ 80 บาท ปรับขึ้นราคาเพิ่มขึ้นมากถึง 160 บาท ส่วนประชาชนที่มาซื้อ ขณะนี้ก็ยังได้ใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เพิ่งเริ่มโครงการมาเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้อีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’ร่วมคลายปม ‘ระเบียบvsเสรีภาพศาสนา’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606171

‘กสม.’ร่วมคลายปม ‘ระเบียบvsเสรีภาพศาสนา’

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“มาตรา 31 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”

บทบัญญัติใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งให้การรับรองสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาไว้ ขณะเดียวกัน ยังมีมาตราอื่นที่บัญญัติไว้สอดรับกัน เช่น “มาตรา 27 (วรรคสาม) การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม

ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได้” และรวมถึง “มาตรา 5 (วรรคหนึ่ง) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้” เป็นต้น

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีหนึ่งที่มีการร้องเรียนเข้ามายัง กสม. โดยผู้ร้องเป็น “นักศึกษาชายซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม” ที่กำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสงขลาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ “ถูกห้ามไว้หนวด-เครา”อันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบมุสลิม

กรณีนี้ผู้ร้องได้ยื่นเรื่องร้องเรียนในเดือน พ.ค.2563 โดยอ้างว่าตนเองได้รับผลกระทบจากกฎดังกล่าวเมื่อปี 2558ซึ่งนอกจากกฎห้ามนักศึกษาแพทย์ไว้หนวด-เคราแล้ว ยังมีกฎที่นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องเข้าร่วมพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ซึ่งตรงกับช่วงเวลาละหมาดด้วย ซึ่ง กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข

“การไว้เคราแม้จะไม่ใช่ข้อบังคับหลักของศาสนาอิสลาม แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนา ซึ่งย่อมเป็นเสรีภาพที่ได้รับคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 การที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกนำระเบียบดังกล่าวมาบังคับใช้ จึงถือเป็นการละเมิดเสรีภาพในการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนาของผู้ร้อง

กสม.ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2564 จึงมีข้อเสนอแนะให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่เป็นผู้กำหนดระเบียบข้อบังคับต่างๆ แก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกายและบุคลิกภาพของนักศึกษาแพทย์ให้สอดคล้องกับหลักศาสนา” วสันต์ กล่าวถึงข้อวินิจฉัยของ กสม.

วสันต์ ยังกล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา กสม. ได้รับแจ้งจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า ได้ประชุมแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ว่าด้วยเครื่องแต่งกายและหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิก พ.ศ.2561 ข้อ 9 ตามข้อเสนอแนะของ กสม. แล้ว โดยระบุว่า

“นักศึกษาแพทย์ชาย ทรงผมสุภาพ ห้ามทาสีผม ตัดสั้นไม่ปิดหน้า ใบหูและห้ามไว้หนวดและเครา ให้ตัดเล็บสั้นห้ามทาสีเล็บ หรืออื่นๆ ตามที่สถานปฏิบัติการกำหนด สำหรับการห้ามไว้เครานั้น ให้พิจารณาตามเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามหลักศาสนาของตน แต่ไม่ขัดต่อหลักความปลอดภัยหรือสุขอนามัยของตนเองและผู้อื่น” โดยระเบียบแก้ไขดังกล่าวคือระเบียบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ว่าด้วยเครื่องแต่งกายและหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิก พ.ศ.2561 (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 ได้ประกาฬใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2564 เป็นต้นมา

“อันนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา และคณะกรรมการ กสม. ก็ได้พิจารณาและมีความเห็นและมีการดำเนินการแล้วเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน” นายวสันต์ กล่าวในท้ายที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ศิลปาชีพ’64ชู‘OTOP’ออนไลน์ ฝ่าวิกฤตโควิด-กระตุ้นเศรษฐกิจชาติ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606190

สกู๊ปพิเศษ : ศิลปาชีพ’64ชู‘OTOP’ออนไลน์  ฝ่าวิกฤตโควิด-กระตุ้นเศรษฐกิจชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ One Tambon One Product (OTOP) เป็นโครงการที่มุ่งหวังให้คนในชุมชนได้นำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาพัฒนาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ จำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ผลการดำเนินที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง โดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านความรู้ เทคโนโลยี ทุน การบริหารจัดการ เชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลาก็เกือบ 20 ปีแล้วที่ได้สร้างงาน สร้างเงินให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้เป็นจำนวนมหาศาลมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก ได้ส่งผลกระทบถึงการค้าขายผลิตภัณฑ์ OTOP ของไทยอย่างมากด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยที่จะดูแลในเรื่องนี้ โดยล่าสุด กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” ครั้งที่ 10 ในรูปแบบ Virtual Event สื่อถึงการนำพาผู้ประกอบการ OTOP ก้าวผ่านการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปสู่โลกออนไลน์ โดยปีนี้เป็นการจัดแบบผสมผสานทั้ง Online และ Onsite ตั้งแต่วันที่30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม 2564 รวม 10 วัน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” ในรูปแบบ Virtual Event บนเวที
เสมือนจริง โดยจำลองบรรยากาศงาน OTOP มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ขานรับนโยบายรัฐเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงานที่ต้องอยู่กับบ้าน

ซึ่งพิธีเปิดงานได้เนรมิตโชว์การแสดงอย่างยิ่งใหญ่สุดประทับใจ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า OTOP ที่เหมือนได้นั่งรับชมอยู่ภายในงานจริงๆ

ทั้งนี้ ในพิธีเปิดแบบ Virtual ยังได้รับเกียรติจาก ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน และ นางลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการสุขสยาม ไอคอนสยาม เข้าร่วมงานด้วย

สำหรับการจัดงานรูปแบบ Online หรือรูปแบบเสมือนจริงจะเป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านทางเว็บไซต์ www.otop-shopping.com โดยผู้เข้าชมสามารถเข้าร่วมงานได้อย่างต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุม 5 กิจกรรมหลัก ดังนี้

1. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นที่มาของศิลปาชีพ

2.การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯพบกับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ฝีมือสุดประณีต กว่า 500 รายการ

3.การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของศิลปิน OTOP และสินค้า OTOP ระดับ 3-5 ดาว ทั้ง 5 ประเภท และ OTOP ชวนชิมจำนวน 1,800 ร้านค้า

4.การจับคู่เจรจาธุรกิจ (BusinessMatching)โดยเชิญผู้ประกอบธุรกิจและผู้จัดจำหน่ายที่สนใจนำผลิตภัณฑ์OTOP ไปต่อยอดช่องทางการตลาด เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ผ่านช่องทางออนไลน์

5.เวทีกิจกรรม หรือ เวทีกลางสำหรับจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ พลพลพลกองเส็ง, อาภาพร นครสวรรค์, ทัชณ ตะกั่วทุ่ง ฯลฯ รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เช่น Live สด จากดาราชื่อดัง อาทิ พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช, ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม ฯลฯ สินค้าดีนาทีทองการจับสลากชิงรางวัล เป็นประจำทุกวัน

ส่วนการจัดงานรูปแบบ Onsite เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 3-5 ดาว และ OTOP ชวนชิม รวมจำนวน 200 ร้านค้ากระจายอยู่ในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า รอบกรุงเทพมหานคร รวม 3 แห่ง ได้แก่ โซนแบงก์กิ้ง ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกา บางนา, เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม และ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ โดยการจัดงานทั้ง 3 แห่ง จะดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นสำคัญ

นายสุทธิพงษ์ ได้เชิญชวนคนไทยมา ชม ชิม ช้อป และร่วมภาคภูมิใจกับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างโอกาส และสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ช้อปง่ายๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา แค่คลิก www.otop-shopping.com

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในการแถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทยOTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” นายสุทธิพงษ์ได้กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน จัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOPก้าวไกลด้วยพระบารมี” ปี 2564 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพและมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รวมทั้งเพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปี 2564 นี้ ธุรกิจและการดำเนินงานต่างๆ ทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่กรมการพัฒนาชุมชนยังคงส่งเสริมสินค้า OTOP ในทุกมิติมาโดยตลอด ทั้งกระบวนการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว รวมถึงการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ด้วย

“หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง กรมการพัฒนาชุมชนจึงมีแผนการดำเนินงานเพื่อเยียวยาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสด้านการตลาดและยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ผ่านตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

และหลังจากที่รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลาย ในส่วนของตลาดออฟไลน์ กรมการพัฒนาชุมชนก็ได้ให้ความสำคัญกับจัดงานด้วย เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยคาดหวังว่าการจัดงานทั้งOnline คือในรูปแบบเสมือนจริงและ Onsite ในห้างสรรพสินค้าครั้งนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ ตลอดจนสมาชิกกลุ่มต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

สำหรับงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ให้เลือกสรร ตั้งแต่ราคาย่อมเยา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง อาทิ กระเป๋าถือของสุภาพสตรีที่มีสนนราคาเรือนแสน บ่งบอกถึงคุณภาพมาตรฐานของสินค้าฝีมือคนไทยได้เป็นอย่างดี

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่วิกฤตโควิด-19 กำลังทุเลาลง อีกทั้งยังจะเป็นช่องทางหนึ่งในการประกาศศักยภาพของสินค้าชุมชนที่มาจากภูมิปัญญาและฝีมือของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีโลกอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความสงบ’…ที่เกิดจากการปล่อยวางด้วยปัญญาเป็นสมบัติของเรา : ‘พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606191

'ความสงบ'...ที่เกิดจากการปล่อยวางด้วยปัญญาเป็นสมบัติของเรา : 'พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต'

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

“…ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ที่มีทั้งทางด้านบวกและลบ คือกรรมและบุญ ที่จะช่วยเสริมให้เจริญหรือเสื่อม อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่มีเจริญมีเสื่อมเป็นธรรมดา ที่เราทำอะไรไม่ได้ บุญหรือกรรมเป็นสิ่งที่เราทำมาแล้วในอดีต การเจริญหรือเสื่อมของธรรมชาติก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ สิ่งที่เราทำได้ก็คือทำใจให้เป็นอุเบกขาปล่อยวาง จะปล่อยวางได้ก็ต้องเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา เห็นว่าเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่อยากจะเจอก็อย่ามาเกิด อย่าอยากได้สิ่งที่เป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา เวลาอยากได้ไม่คิดกันเลยว่าได้แล้วต้องเสียไป พอเสียแล้วก็ถามว่าทำไมต้องเสีย ทุกอย่างที่เราได้มาเราต้องเสียไปหมด ได้ร่างกายนี้มาเดี๋ยวก็ต้องเสียมันไป ได้ลาภยศสรรเสริญสุขมา เราก็ต้องเสียมันไปหมด สิ่งที่เราไม่เสียเรากลับไม่เอากัน คือความสงบ

ความสงบสุขเป็นของเรา อยู่กับเราไปตลอด อกาลิโก ความสงบที่เกิดจากการภาวนาทำใจให้สงบ ที่เกิดจากการปล่อยวางด้วยปัญญา เป็นสมบัติของเรา ที่จะไม่มีวันจากเราไป อยู่กับเราไปตลอด ไม่มีร่างกาย เราก็ไม่เดือดร้อน เราก็ยังมีความสุขนี้อยู่ ความสุขที่พระพุทธเจ้า พระสาวก ครูบาอาจารย์ทั้งหลายมีกันอยู่ ถึงแม้เวลาจะผ่านมาแล้วตั้งสองพันห้าร้อยกว่าปี ความสุขในพระทัยของพระพุทธเจ้า ที่เป็นปรมังสุขังนี้ก็ยังอยู่ ความสุขของครูบาอาจารย์ที่ท่านจากพวกเราไปแล้ว ก็ยังอยู่ในใจของท่าน ไม่มีวันเสื่อม ไม่มีวันหาย ไม่มีวันหมดไป เพราะไม่ได้เป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ความสุขนี้แหละเป็นสมบัติที่แท้จริง ที่เราสามารถครอบครองได้ ถ้าปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน คือทำทาน รักษาศีล เจริญสติสมาธิและปัญญา เป็นวิธีที่จะทำให้ได้สมบัติอันวิเศษนี้

อยู่แค่เอื้อมมือนี้เองนะ อยู่ที่วิริยะคือความเพียร หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ด้วยความเพียร ต้องมีความเพียรถึงจะเกิดสติ ถึงจะเกิดสมาธิและเกิดปัญญา ต้องเพียรเจริญสติ ครูบาอาจารย์ภาวนาในตอนต้น ท่านก็พุทโธทั้งวัน จนพุทโธกับใจแนบติดกันเลย ตอนนั้นก็จะเกิดสัมปชัญญะขึ้นมา มีความรู้สึกตัวตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่เผลอ ไม่ลอยไปที่นั่นที่นี่ อยู่ในปัจจุบัน พออยู่ในปัจจุบันแล้ว เวลานั่งสมาธิก็จะรวมลงเข้าสู่ความสงบ จะพบกับปรมังสุขังชั่วคราว พอออกจากสมาธิมา ถ้าต้องการรักษาปรมังสุขังนี้ ก็ต้องใช้ปัญญาหยุดตัณหาความอยาก ที่ไม่ตายจากความสงบของสมาธิ จะตายได้ก็ต้องตายด้วยการเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ความสงบนี้แหละเป็นสมบัติของเรา ไม่มีใครจะแย่งจากเราไปได้ ไม่ว่าเป็นหรือตาย จะอยู่กับเราไปตลอด…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ (จากเพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แรง!’อดีตพระมหานิยม’ร่วมค้านมติ มส.ชี้ถือเป็นเหตุสังฆเภทในคณะสงฆ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606167

แรง!'อดีตพระมหานิยม'ร่วมค้านมติ มส.ชี้ถือเป็นเหตุสังฆเภทในคณะสงฆ์

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.56 น.

อดีตพระมหานิยม “ดร.นิยม เวชกามา” ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมค้านมติ มส.สั่งปลด “พระเทพสารเมธี” พ้นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ชี้มติ มส.ถือเป็นเหตุสังฆเภทในคณะสงฆ์ ตายไปตกนรกอเวจี เผยที่ประชุมคณะสงฆ์ธรรมยุตจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติไม่รับมติ มส.พร้อมลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าวทำหนังสือยื่นต่อสมเด็จมหาวีระวงศ์ เลขาสมเด็จสังฆราชให้ทบทวนมติที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ วันจันทร์นี้

จากกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป  โดยปรากฏทางสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมเคลื่อนไหวมีมติคัดค้านทันทีเพราะมองว่าไม่เป็นธรรม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จาก ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีตพระมหาที่เคยบวชเรียนได้เปรียญธรรม 5 ประโยค กล่าวกรณีมติมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่ง 1 ในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยว่า กรณีดังกล่าวได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะตนเชื่อว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ทราบว่าพระป่าสายธรรมยุต ประมาณ 200 รูปได้ประชุมที่วัดโสภณพัฒนาราม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีพระญาณรักขิต รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งคณะสงฆ์ธรรมยุตจังหวัดกาฬสินธุ์ มีมติไม่รับมติมหาเถรสมาคม และมีการลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าว ทำเป็นหนังสือยื่นต่อสมเด็จมหาวีระวงศ์ เลขาสมเด็จสังฆราชให้ทบทวนมติดังกล่าว โดยท่านเจ้าคุณพระญาณรักขิต จะนำพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ไปยื่นที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ในวันจันทร์นี้

ดร.นิยม เวชกามา กล่าวอีกว่า ตนขอฝากถึงกรรมการมหาเถรสมาคม ให้ทบทวนการปลดพระสังฆาธิการ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่มีคนเคารพนับถือทั้งจังหวัด จะต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ไปฟังคำสั่งของฆราวาส ผู้มีอำนาจบางคน แล้วไปอ้างพระดำริ จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เสี่ยงและกระทบจิตใจของพุทธศาสนิกชน เป็นการทำลายขวัญกำลังใจของชาวพุทธและจะถึงเข้าข่ายทำสังฆเภทในหมู่สงฆ์ หมายถึงเป็นการทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน ถือเป็นกรรมหนักไม่เกี่ยวกับคฤหัสถ์ เมื่อตายไปจะตกนรกอเวจี เช่น พระเทวทัต

“โดยเฉพาะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มส.ได้แต่งตั้งพระครู เจ้าคณะอำเภอ จากอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ถือได้ว่ามีอาวุโสก็น้อยกว่ารองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปปัจจุบันด้วยซ้ำ การปกครองสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุต ท่านถือเรื่องอายุพรรษามาก ไม่ใช่ผู้ว่า นายอำเภอ เหมือนฝ่ายโลก” ดร.นิยม กล่าว

พร้อมกล่าวต่อว่า ตนทราบว่าพรุ่งนี้ (3 ต.ค.64) พุทธศาสนิกชนชาวกาฬสินธุ์จะมาชุมนุมรวมตัวกันที่วัดประชานิยมธรรม อ.เมืองกาฬสินธุ์ จำนวนนับพันคนต่อต้านคำสั่ง ตนได้สอบถามไปยังรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ฝ่ายธรรมยุต รูปปัจจุบันว่า ท่านไม่ได้นัดพระภิกษุสงฆ์มาชุมนุม แต่พระเหล่านั้นไม่มีที่พึ่ง จึงมาหาตนและตนก็ทำตามมติสงฆ์ธรรมยุตกาฬสินธุ์ หากยื่นหนังสือไปแล้ว มส.ไม่ทบทวน พระภิกษุสงฆ์ ทั้งจังหวัดก็จะลาออกจากทุกตำแหน่งจะขออยู่เป็นพระทั่วไป ถือศีลและวินัย สงฆ์ 227 ข้อต่อไปให้สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม ดำเนินการปกครองกันเองต่อไป พระภิกษุสงฆ์เราจะอยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปตามปกติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,316,549 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดภาคภูมิใจ! 'บุ๋ม ปนัดดา'รับเครื่องหมายอภิรักษ์นาวีจากกองทัพเรือ
"บิ๊กฉัตร"เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
EC outlines tough rules for referendum
เลาะรั้วเกษตร : หวยออกวันที่ 15
ปรองดอง=ต่อรอง+เกี้ยเซียะ?
ครั้งแรกในสหรัฐ แคลิฟอร์เนียจ่อแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Walking in the Princess’s wonderland
Play to win using  gamification to rejig staff engagement
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
Court issues arrest warrant for YouTuber ‘Nutty’ over alleged forex trading scam

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d