Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หลอนชุดไทย! แขวนหน้าประตูชลประทานน่าน ตกดึกลมพัดสไบปลิว นึกว่าผีหลอก #SootinClaimon.Com

Posted on September 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604738

หลอนชุดไทย! แขวนหน้าประตูชลประทานน่าน ตกดึกลมพัดสไบปลิว นึกว่าผีหลอก

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.56 น.

26 กันยายน 2564 ที่บริเวณประตูทางเข้า 2 สำนักชลประทานจังหวัดน่าน ถนนสายน่าน-บ้านหลวง ตำบลปางค่า อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พบชุดไทยแขวนอยู่บริเวณรั้วประตูทางเข้า ตอนกลางวันดูๆแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร แต่พอบรรยากาศตกดึกยามค่ำคืนก็ชวนขนหัวลุก เมื่อมีลมพัดแล้วผ้าสไบชุดไทยปลิว มองเผินๆชวนหลอน บ้างก็คิดว่าผีชุดไทยไม่มีหัวหลอก

จากการลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงก็ไม่ทราบว่า ใครเป็นนำมาแขวนไว้ แต่จากการสังเกตบริเวณใกล้กันพบเครื่องเซ่นคาดว่า น่าจะมาการนำมาถวายแก้บนหลังวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

จากการสอบถามผู้รู้ได้ให้ข้อมูลว่า บริเวณดังกล่าวเคยมีต้นตะเคียนขนาดใหญ่อยู่ แต่ปัจจุบันได้หมดอายุไขไปแล้ว คาดว่าคงมีใครมาบนบานศาลกล่าวขอโชคขอลาภ พอได้สมหวังจึงนำชุดไทยพร้อมเครื่องสังเวยมาถวาย

ด้าน นายกิตติศักดิ์ ฟ้าสะท้อน กล่าวว่า รู้สึกตกใจเหมือนกัน เพราะทุกวันจะวิ่งออกกำลังกายผ่านบริเวณนั้นตอนพลบค่ำ บริเวณดังกล่าวก็มืด พอวิ่งผ่านไปบริเวณดังกล่าว ก็ตกใจนึกว่าใครใส่ชุดไทยแต่ไม่มีหัว จึงใจดีสู้เสือเข้าไปดูพบเป็นเพียงชุดไทยที่สงสัยเขาเอามาแก้บน แต่ก็แอบสงสัยว่าคนเอามาถวายได้โชคได้ลาภอะไร. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ท่องเที่ยวเชียงราย’ชงเปิดด่านชายแดนเชียงแสน-เชียงของ เชื่อมลาว #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604724

‘ท่องเที่ยวเชียงราย’ชงเปิดด่านชายแดนเชียงแสน-เชียงของ เชื่อมลาว

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.40 น.

‘ท่องเที่ยวเชียงราย’ชงเปิดด่านชายแดนเชียงแสน-เชียงของ เชื่อมลาว

26 กันยายน 2564 นายบุญเชิด ลีลาคุณากร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย น.ส.กรุณาเดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย , นายวชิระ รัศมีจันทร์ ประธานชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย , นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย , นายวิโรจน์ ชายา นายกสมาคมโรงแรม จ.เชียงราย พร้อมด้วยภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้สำรวจเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อรองรับฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงในฤดูหนาวนี้

ทั้งนี้ นายวชิระ ได้เป็นตัวแทนภาคเอกชนยื่นหนังสือต่อนายบุญเชิด ลีลาคุณากร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย , น.ส.กรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย เพื่อส่งต่อถึงทางรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขอให้เปิดชายแดนไทยที่ติดกับแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ว่าจะมีการเปิดด่านชายแดนไทยเฉพาะจุดหรือบับเบิ้ลชายแดน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะแรกทยอยเปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564 เริ่มต้นจาก จ.ภูเก็ต หรือภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ , สมุยพลัสโมเดล จ.สุราษฎร์ธานี ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในระยะที่ 4 ที่จะเป็นการเปิดบับเบิ้ลชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-15 มกราคม 2565 เป็นต้นไป ปรากฏว่ากรณี จ.เชียงราย ระบุให้เปิดเฉพาะด้าน อ.แม่สาย ที่ติดกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เท่านั้น แต่ด้านที่ติดกับ สปป.ลาว ตั้งแต่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กลับไม่ปรากฏเลยและมีเพียง จ.นครพนม หนองคาย และมุกดาหาร เท่านั้น ดังนั้นทางภาคเอกชนเชียงราย จึงเห็นว่าควรเปิดบับเบิ้ลด้าน อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ควบคู่กันไปด้วย เพราะมีศักยภาพเหมือนกับ อ.แม่สาย เช่นกัน

นายวชิระ กล่าวด้วยว่า จ.เชียงราย มีจุดผ่านแดนถาวรที่ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ซึ่งต่างมีศักยภาพในการนำเข้าและส่งออกสินค้าการให้บริการเข้าและออกเมือง การบริการด้านเอกสารผ่านแดนทั่วไป หนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ต ฯลฯ โดยเป็นด่านสากลเหมือนกัน  แต่ในการเปิดบับเบิ้ลชายแดนกลับให้เปิดเฉพาะจุดผ่านแดนถาวร อ.แม่สาย เพียงจุดเดียว ทำให้เชื่อว่าอาจเกิดจากการตกหล่นในรายชื่อ

ทั้งนี้ นอกจากนี้ จ.เชียงราย ยังมีจุดผ่านแดนหลายจุดนอกเหนือจาก อ.แม่สาย คือจุดผ่านแดนถาวรที่ อ.เชียงแสน ติดต่อกับเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งยังแบ่งเป็น2 จุดคือจุดผ่านแดนถาวรเชียงแสนตรงกันข้ามที่ว่าการ อ.เชียงแสน และจุดผ่านแดนสามเหลี่ยมทองคำบ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน อีกด้วย ส่วน อ.เชียงของ มีจุดผ่านแดนถาวรเชียงของตรงสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ติดต่อกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งมีถนนอาร์สามเอเชื่อมไปถึงประเทศจีน ดังนั้นศักยภาพของจุดผ่านแดนของทั้ง 2 อำเภอ จึงสามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวได้ จึงน่าเสียดายหากไม่มีรายชื่อในการเปิดบับเบิ้ลชายแดนดังกล่าว ดังนั้นภาคเอกชนจึงได้ยื่นหนังสือผ่านทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้ทางรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้พิจารณาเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่ไปเยือน จ.เชียงราย จะเป็นคนไทยมากถึงร้อยละ 80 ที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันตกประมาณ 2-3% ที่เหลือเป็นชาวจีนกว่า 15-18% ดังนั้นเมื่อเล็งเห็นถึงศักยภาพเมืองชายแดน จึงควรเปิดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนส่วนประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันเมื่อเห็นถึงศักยภาพก็จะทยอยเปิดเพื่อให้ติดต่อเชื่อมโยงกันได้

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยังฟิตปั๋ง! ทหารเรือวัยเกษียณ ว่ายน้ำคลองดำเนินสะดวก วันละ1ไมล์ทุกเช้า #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604718

ยังฟิตปั๋ง! ทหารเรือวัยเกษียณ ว่ายน้ำคลองดำเนินสะดวก วันละ1ไมล์ทุกเช้า

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 10.54 น.

26 กันยายน 2564 ไปดูอดีตทหารเรือจอมพลังวัย 61 ปี ว่ายน้ำเพื่อออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลาดเวลา ทราบชื่อคือ จ่าเอก กรรณนพ เตชรัตน์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 5 ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี อดีตเป็นเจ้าหน้าที่ถอดทำลายอมภัณฑ์ กองทัพเรือ ซึ่งมีความอึกและอดทนมาก เป็นสามารถเฉพาะตัวยากที่จะลอกเลียนแบบไม่ได้

โดยภาพที่เห็นเป็นการว่ายน้ำระยะทางไปกลับจากบ้าน ประมาณ 1 ไมล์ หรือ ประมาณ 1,800 เมตร ซึ่งมีบ้านอยู่ริมคลองดำเนินสะดวก หน้าวัดปราสาทสิทธิ์ ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก ชาวบ้านจะเห็นกันจนชินตาแล้ว 

จ่าเอก กรรณนพ เตชรัตน์ เปิดเผยว่า ถ้าไม่มีธุระจะว่ายน้ำทุกวันใช้เวลาประมาณ 40 นาที ระยะทางไปกลับประมาณ 1 ไมล์ หรือประมาณ 1,800 เมตร ไปกลับตัวแล้วว่ายต่อมาเลย เป็นการออกกำลังกายตอนเช้าดีต่อสุขภาพ เพราะไม่มีเวลาไปวิ่งที่ต้องใช้เวลาเยอะ อีกทั้งมีบ้านอยู่ริมน้ำ เลยเลือกที่จะว่ายน้ำแทนการวิ่งและการปั่นจักรยาน มองว่าเป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีใครทำกัน ซึ่งชาวบ้านว่ายน้ำเป็นแต่ว่ายไม่ได้ เพราะว่ามีมังกรหรือตัวเงินตัวทอง ตัวใหญ่เท่าสุนัขอยู่ในคลองจำนวนมาก ทำให้มีคนกลัว คลองนี้กว้างประมาณ 20 เมตร สามารถหลบหลีกกันได้อยู่แล้ว ส่วนตัวเองจะเห็นเรือวิ่งอยู่ข้างหน้าจึงหลบหลีกได้ การออกกำลังว่ายน้ำก็ดีเหมือนนักกีฬาคนหนึ่ง เป็นชีวิตประจำวันไม่มีอะไร อีกทั้งไม่ค่อยมีเวลาไปออกกำลังแบบอื่น   

การว่ายน้ำ ตนจะใส่ตีนกบเป็นตัวช่วยในเพื่อให้คล่องแคล่วรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังหลบหลีกเรือยนต์ที่ขับสวนไปมาในลำคลองได้อย่างน่าประหลาด โดยที่ไม่ยอมหยุดพักเหนื่อยระหว่างทาง เพราะเป็นการฝึกความแข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลา และชอบออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ คลองดำเนินสะดวกไหลฝ่ายบ้าน จึงเหมาะในการว่ายน้ำ ขณะที่คนอื่นๆไม่มีใครว่ายน้ำในลำคลองส่ายนี้ เนื่องจากต้องระมัดระวังเรือที่วิ่งสวนกันอาจเกิดอันตราย อีกทั้งยังต้องระวังตัวเงินตัวทองที่มีขนาดใหญ่เท่าสุนัขที่อาศัยอยู่ด้วย ทำให้ไม่มีใครกล้าว่ายน้ำ

สำหรับการว่ายน้ำตามภูมิประเทศจะค่อนข้างยากเพราะไม่ทันลูกคลื่น จะมีตีนกบมาช่วยอีกแรง ช่วยให้มีความเร็ว 3 เท่าของตัวเปล่า สามารถหนีลูกคลื่นได้ดี มีน้ำหนักข้างละประมาณ 1 กิโลกรัม  โดยตนเองว่ายน้ำเป็นอาชีพ เพราะเป็นนักประดาน้ำอยู่กองทัพเรือ เป็นอาชีพที่ทำงานอยู่ใต้น้ำมาก่อน ตอนนี้เกษียณอายุแล้ว สมัยก่อนมีอยู่ 2 เหตุการณ์ที่สำคัญและเกิดขึ้นพร้อมๆกัน โดยมีหน่วยซีลได้เดินทางไปช่วยเหลือเด็ก 13 ชีวิต ติดในถ้ำขุนน้ำนางนอน ที่ จ.เชียงราย ส่วนอีกเหตุการณ์เป็นอุบัติเหตุเรือจมน้ำลึกที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 โดยตนเองได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือกู้เรือจมน้ำที่ จ.ภูเก็ต เพราะเป็นนักประดาน้ำ 

จึงถือเป็นการว่ายน้ำที่เป็นความแข็งเก่งเฉพาะตัว ยากจะลอกเลียนแบบได้ ต้องอาศัยความชำนาญ และความระมัดระวังสูง สำหรับการออกกำลังกายในลำคลองสายนี้ เพราะไม่เพียงต้องหลบหลีกเรือยนต์แล้ว ยังต้องคอยระมัดระวังตัวมังกรทอง หรือตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ ที่อาจจะเข้ามาทำร้ายขณะกำลังว่ายน้ำด้วย

โดยคลองดำเนินสะดวกเป็นคลองขุดด้วยฝีมือชาวบ้าน ที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนานมา ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  เป็นการเชื่อมต่อสายน้ำระหว่างแม่น้ำท่าจีน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสงคราม และแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร ชาวบ้านได้มาตั้งรกรากถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมคลองทั้งสองฝั่ง มีการทำมาค้าขายพืชผัก ผลไม้ ทางการเกษตรทางเรือมายาวนานนับร้อยปีล่วงมาแล้ว

สำหรับการสัญจรในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีการใช้ทั้งเรือพาย และการใช้เรือแบบเครื่องยนต์ในการเดินทางอยู่ วิ่งสวนกันไปมาบนสายน้ำที่กลายเป็นคลื่นกระทบตลิ่งเบาบ้างแรงบ้าง ซึ่งจะต้องคอยหลบหลีกกันด้วยความระมัดระวัง. 012 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าสงสาร! กระทิงหนุ่มเขาใหญ่ โดนไฟฟ้าช็อตตาย นอนพิงเสาข้างถนน #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604705

น่าสงสาร! กระทิงหนุ่มเขาใหญ่ โดนไฟฟ้าช็อตตาย นอนพิงเสาข้างถนน

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 08.40 น.

26 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ปัญจนนท์  วิจิตโท  ผกก.ส.ทล. 3 กก.3  ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบกระทิงเขาใหญ่ตายอยู่ข้างเสาไฟฟ้าข้างทางถนนสาย 304  กบินทร์ –  นครราชสีมา  บริเวณหลัก กม.ที่ 212+600 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี  

จากรับแจ้งจึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติใหญ่และพนักงานสอบสวน สภ.วังขอนแดง อ.นาดี  ได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบกระทิงเพศผู้น้ำหนัก ประมาณ 800 กก. นอนเสียชีวิตอยู่กับเสาไฟฟ้า ในเบื้องต้นคาดว่า กระทิงเพศผู้น่าจะออกมาหากินข้างทางและถูกกระแสไฟฟ้าที่เสาไฟช็อตเสียชีวิต เนื่องจากในช่วงค่ำที่ผ่านมา(25ก.ย.) ได้มีฝนตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตลอดคืน จนอาจทำให้ไฟฟ้าที่เสาไฟเกิดรั้วช็อตกระทิงจนเสียชีวิต

ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ กำลังประสานเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ามาทำการตัดกระแสไฟเพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นถึงสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนที่จะนำรถเคนมาทำการเคลื่อนย้ายกระทิงไปให้แพทย์ทำการพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านสุดทน! ถนนทางเข้าบ้าน’น้องลิซ่า’เละตุ้มเป๊ะ หน่วยงานรับปากสร้างก็เงียบกริบ #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604704

ชาวบ้านสุดทน! ถนนทางเข้าบ้าน'น้องลิซ่า'เละตุ้มเป๊ะ หน่วยงานรับปากสร้างก็เงียบกริบ

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 08.34 น.

26 กันยายน 2564 จากกรณีที่โลกออนไลน์ ได้มีการแชร์คลิปภาพถนนทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อบางจุดมีน้ำขังตามหลุมเละเป็นโคลนโดยระบุว่า ถนนดังกล่าวเป็นทางเข้าหมู่บ้าน บ้านเกิดของศิลปินระดับโลก “ลิซ่า แบล็กพิงค์” จนกลายเป็นกระแสดรามาว่า ขนาดถนนทางเข้าบ้านเกิดของนักเรียนดังระดับโลกยังเละขนาดนี้

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังหมู่บ้านตามา ตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านตายาย หรือบ้านเกิดของ “ลิซ่า แบล็กพิงค์” ชาวบ้านในหมู่บ้านก็ได้พาลงพื้นที่ไปดูสภาพถนนที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ พร้อมให้ข้อมูลว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านตามา ต.ชุมแสง อ.สตึก กับบ้านขาม ต.ตาเสา อ.ห้วยราช ระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร และเป็นถนนทางไปบ้านเกิดของน้องลิซ่าจริง 

โดยชาวบ้านก็ใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรเป็นประจำทุกวัน ทั้งเดินทางไปทำงาน ไปธุระและไปหาหมอที่อำเภอใกล้เคียง ทั้งอำเภอห้วยราช อ.บ้านด่าน และตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่จากสภาพถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะมีน้ำขังตามหลุมเละเป็นโคลน ทำให้สัญจรด้วยความลำบาก       

ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปหลายหน่วยงาน ก็แค่มาสำรวจดูและรับปากจะดำเนินการซ่อมสร้างให้ใหม่ แต่ก็เงียบหายไปจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมานานหลายสิบปีก็ยังไม่มีการแก้ไข   

โดยชาวบ้าน ระบุว่า มีถนนอีกเส้นทางที่สามารถมายังบ้านตามาได้ แต่ต้องผ่าน 3 หมู่บ้าน คือบ้านชุมแสง บ้านหนองกับ และบ้านสวายตางวน ซึ่งมีระยะทางไกลกว่าเส้นทางนี้ประมาณ 7-8 กิโลเมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้ถนนสายบ้านตามา-บ้านขาม สัญจรมากกว่า ก็อยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้ามาตรวจสอบและซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าว ให้เป็นคอนกรีตหรือลาดยางให้ใหม่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย 

นางสง่า เจริญรัมย์ และนางขวัญจิต พรมนัส ตัวแทนชาวบ้านตามา บอกว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นทางเข้าหมู่บ้านตายาย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้องลิซ่าจริง และมีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อหน้าฝนก็เละเป็นโคลนอย่างเห็นจริง ถึงแม้ว่าน้องลิซ่าจะไม่ค่อยได้เดินทางมา แต่ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านก็ใช้ถนนสายนี้สัญจรเป็นประจำทุกวัน และสัญจรด้วยความลำบากโดยเฉพาะหน้าฝนถนนจะมีสภาพเละเป็นโคลน ทำให้รถที่ขับผ่านเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตก็มี

ที่ผ่านมาเคยมีหลายหน่วยงานมาสำรวจและรับปากดำเนินการซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าวให้ แต่ก็เงียบหายไม่เห็นดำเนินการอะไรจนถึงทุกวันนี้ จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและเร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมสร้างถนนสายนี้ ให้สามารถสัญจรไปมาได้สะดวกและปลอดภัยมากกว่านี้

ขณะที่จากการสอบถาม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)บุรีรัมย์ เขต 1 อ.สตึก ก็ให้ข้อมูลว่า ถนนสายดังกล่าวที่ปรากฎในโซเชียล เดิมเป็นทางไปไร่ไปนาเชื่อมระหว่างสองหมู่บ้าน คือบ้านตามา กับบ้านขาม ไม่ใช่ถนนสายหลัก และไม่ได้เป็นถนนทางเข้าหมู่บ้านบ้านเกิดของลิซ่าโดยตรง แต่เป็นทางลัดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็มีงบประมาณในการซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าวแล้ว ในปี 2565 ระยะทางกว่า700 เมตร. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตามล่าจับ’จิ้งโกร่ง-จิ้งกุ่ง’ในคืนเดือนมืด เมนูยอดฮิตภาคเหนือ ราคาพุ่งตัวละ3บาท #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604700

ตามล่าจับ'จิ้งโกร่ง-จิ้งกุ่ง'ในคืนเดือนมืด เมนูยอดฮิตภาคเหนือ ราคาพุ่งตัวละ3บาท

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.53 น.

26 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลท่าจำปี อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ออกหาส่องจิ้งโกร่ง-จิ้งกุ่ง ที่มีมากในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ นำมารับประทานและขายสร้างรายได้ ขณะที่ราคาขายในท้องตลาด ราคาต่อตัวสูงถึง 3 บาท นับเป็นอาหารหายากและมีคนนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย

นายณรงค์  สีนิล  อายุ 50  ปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าจำปี เล่าว่า ช่วงหัวค่ำของทุกวันตนเองจะเตรียมอุปกรณ์ในการส่องหาจิ้งโกร่ง-จิ้งกุ่งโดยมีไฟฉายหรือแก๊สขวดน้ำและฉมวกเพื่อออกไปหาจิ้งโกร่ง-จิ้งกุ่งบริเวณป่าสวนรอบหมูบ้านมาขายและไว้กินเพื่อประทังชีวิต ในแต่ละวันจะได้วันละ 50-100 ตัว และช่วงเช้าจะนำไปขายที่ตลาดในหมู่บ้าน 

โดยขายตัวผู้ตัวละ 2 บาท ตัวเมียตัวละ 3 บาท ซึ่งทำเงินจากการขายจิ้งกุ่งได้วันละ 300บาท สามารถสร้างรายได้ให้ตนเองตามฤดูกาล โดยจี้กุ่งถือเป็นอีกหนึ่งในเมนูยอดฮิตของชาวภาคเหนือ นิยมนำไปทำเมนูทั้ง ทอดแป้ง คั่วเกลือ ตำน้ำพริก โดยมีรสชาติอร่อย กรอบมันและมีโปรตีนสูงอีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ทลายกำแพงห้องเรียน สร้างการเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิต #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604644

สกู๊ปแนวหน้า : ทลายกำแพงห้องเรียน  สร้างการเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.05 น.

“ครูสามเส้า คือ ครูในโรงเรียน เรียกว่าเป็นครูวิชาการ ต้องกล้าคิดนอกกรอบ มีพื้นฐานเรื่องโครงงานฐานวิจัยก่อน มีหลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีหลักสูตรภูมิสังคม และมีเครื่องมือที่ดีมากๆ คือ ระบบ PLC (Professional Learning Community-ชุมชนการเรียนรู้) การตั้งคำถาม ให้กำลังใจเด็กเป็นคาแร็กเตอร์สำคัญของครูในระบบการศึกษาแล้วอยู่ในโรงเรียน ครูชุมชน เชื่อมโยงทำให้เกิดคุณภาพ เกิดความมั่นคง จากการได้เรียนรู้ทุนทางสังคม ระบบเครือญาติ ระบบทรัพยากร เรื่องศิลปะ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

คือปัจจัยที่เอื้อหนุนการหล่อหลอมและการทำให้เด็กเติบโตขึ้นในชุมชนอย่างรู้เท่าทัน ต่อมาคือ ครูชีวิต จะเป็นคนที่ถ่ายทอดวิชาทำมาหากิน การกรีดยาง การทำประมง การเลี้ยงไก่ ปลากัด สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นคือเกิดความเป็นสตูล Active Citizen เด็กในจังหวัดสตูล สามารถไต่ไปสู่ศักยภาพการค้นพบรู้จักตัวเองมีอัตลักษณ์ที่เป็นความหวังของคนจังหวัดสตูล ที่เมื่อเวลาเขาจบการศึกษาหรือย้ายออกจากถิ่นฐาน เขาจะไม่ดูแคลนอาชีพของพ่อแม่ เป็นข้อค้นพบสำคัญเรื่องหนึ่ง”

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางนโยบายและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคมกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) อธิบายถึงแนวคิด “ครูสามเส้า”ซึ่งเป็นข้อค้นพบใน “จังหวัดสตูล” หนึ่งใน 3 จังหวัดนวัตกรรมการศึกษา (ศรีสะเกษ ระยอง สตูล) ในการเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “ล็อกดาวน์ไม่ล็อกการเรียนรู้” โดยมีคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วม ในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ร่วมกับสำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นผู้จัดงานขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ซึ่งครูสามเส้าในความหมายที่สตูลค้นพบขึ้นมา เป็นก้าวเล็กๆ แต่มีอำนาจในเรื่องการพังทลายห้องเรียน เรื่องของการเรียนรู้ เข้าไปสู่เรื่องชุมชน สำคัญที่สุดคือ “เปลี่ยนกรอบคิดของครู เปลี่ยนกรอบระบบราชการก้าวไปสู่ระบบการเรียนรู้ที่เปิดกว้างมากขึ้นแล้วทลายกำแพงต่างๆ ได้” เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งนี้ นวัตกรรมใดๆ ก็ตามถ้าใช้เกิน 3 ปีจะไม่ถือเป็นนวัตกรรม แต่หากมีการต่อยอดก็จะเดินต่อได้

“ผอ.โรงเรียนอนุบาลสตูล พยายามใช้เรื่องนาฬิกาชีวิตต่อยอดจากโครงงานฐานวิจัย แล้วสามารถเอาชนะปัญหาข้อจำกัดเรื่องโควิดได้ เห็นศักยภาพ เห็นความร่วมมือการเปลี่ยนแปลงของพ่อแม่ผู้ปกครองมันบวกยกกำลังสองของสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันโรงเรียนบ้านเขาจีน จะพบปัญหาที่เครียดสามเส้าเครียดทั้งเด็ก เครียดทั้งพ่อแม่ เครียดทั้งครู แต่แค่ใบงานใบเดียวที่เป็นใบงานบูรณาการ เขาสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับเรื่องของการเรียนรู้ พูดง่ายๆ PLC ที่คุยกันทำให้เกิดใบงานบูรณาการแล้วแก้ไขปัญหาได้” ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุ

รศ.ดร.ทิศนา แขมมณี ประธานคณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมการบริหารวิชาการ ในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กล่าวว่า ได้เห็นพลังของกระบวนการแก้ปัญหาและกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อโรงเรียนเริ่มคิดหาทางใหม่เพื่อแก้ปัญหา “ขั้นแรกคือหาข้อมูลก่อน” ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ก็ได้ดำเนินการเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากหาข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน เกี่ยวกับผู้ปกครอง เกี่ยวกับอุปกรณ์ รวมทั้งข้อมูลของครูด้วย

“เมื่อมีข้อมูลแล้วก็ต้องมาร่วมกันคิด” ร่วมกันหาทางออก “พลังของการร่วมคิดทำให้เกิด แนวทางใหม่ๆ” แล้วก็เกิดเป็นความร่วมมือร่วมใจในการลงมือทำ ซึ่งจะพบว่าจากการลงมือทำนี้ แม้จะมีทั้งส่วนที่ได้และไม่ได้ผล แต่ก็ทำให้เกิดวงจรต่อเนื่อง หาข้อมูลใหม่ คิดใหม่ สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นกระบวนการตรงนี้เป็นประโยชน์มาก สำหรับโรงเรียนอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการพัฒนาหรือกำลังเผชิญปัญหาใกล้เคียงกัน จะได้เห็นพลังของความร่วมมือร่วมใจในการคิดและการทำงานร่วมกัน พลังของความรู้และกระบวนการที่เป็นวงจรที่มีการปรับแล้วก็พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นปัจจัยที่จะนำสู่ความสำเร็จ

“กระบวนการที่ครูได้ทำ คือกระบวนการสร้างสมรรถนะครูครูได้พัฒนาสมรรถนะให้เกิดขึ้นในตัวเอง โดยการเผชิญกับปัญหาแล้วก็นำเอาความรู้ ทักษะ เจตคติต่างๆ เอามาใช้ในการแก้ปัญหา และโดยการร่วมมือกัน มันก็ส่งผล โรงเรียนจะเป็นคลังขององค์ความรู้ใหม่ๆ และเป็นองค์ความรู้ที่มาจากฐานของครูไทย ของโรงเรียนไทย และบนบริบทของเด็กไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่ายิ่งสำหรับการศึกษาของประเทศ” รศ.ดร.ทิศนากล่าว

สิริกร มณีรินทร์ ประธานกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฐานสมรรถนะ กล่าวว่า ตัวอย่างจากพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 3 จังหวัดตอกย้ำให้เห็นว่า “ขอเพียงเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้คิดได้ทำ การปฏิรูปการศึกษาก็จะเกิดขึ้น” บทเรียนจาก 3 พื้นที่นวัตกรรม จะเห็นว่า สมรรถนะคืออะไร ก็คือ การทำให้ผู้เรียนทำเป็น มีพฤติกรรม มีเจตคติที่เหมาะสม มีความคิดริเริ่ม มากกว่าจะกำหนดว่าเขาจะเรียนเนื้อหาอะไร แล้วต้องจำไปสอบ การเรียนรู้ก็มีความหมายมากขึ้น

ในยุคโควิด ผู้ที่ไม่เข้าใจจะบอกว่าโรงเรียนอยู่ในสถานการณ์โควิด เด็กไปโรงเรียนไม่ได้ แต่วันนี้บทเรียนพิสูจน์ว่า จิตวิญญาณครูมีอยู่จริง แล้วเขาก็สู้กับโควิดได้ โควิดทำให้ครูแปรวิกฤติเป็นโอกาสให้พัฒนาเด็กเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ที่เรียกว่า Self-Directed Learner “หลักสูตรฐานสมรรถนะไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นผู้ช่วยให้เกิดการออกแบบการเรียนรู้” ตัวอย่างที่สตูลจะเห็นว่า PLC เกิดขึ้นที่บ้าน ไม่ใช่เกิดขึ้นที่โรงเรียน แต่ครูเป็นผู้ช่วยทำร่วมกันกับพ่อแม่ ให้เด็กเป็นผู้จัดการเรียนรู้ให้ตัวเองได้ และชุมชนก็เข้ามาช่วย

“จุดเด่นของหลักสูตรฐานสมรรถนะ วันนี้พิสูจน์ว่าถ้ายึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง มองว่าเขาถนัดอะไร ศักยภาพมีอะไร แล้วก็สนใจอะไร ข้อจำกัดนั้นก็จะแปรเป็นข้อเด่นได้ หลักสูตรมีความยืดหยุ่น ปลดล็อกสิ่งที่รัฐตรึงครูในอดีตในหลักสูตร 51 ก็คือปลดล็อกตัวชี้วัดมากมาย แล้วให้ครูทำ 3 เรื่องที่ต่อเนื่อง คือ สอนความรู้ ฝึกทักษะให้เด็กได้ทำจริง และพัฒนาทัศนคติ อารมณ์และอุปนิสัย เด็กเขาก็จะจัดการชีวิตของเขาได้

แล้วก็ PLC ที่โรงเรียนก็ให้เห็นว่าที่บูรณาการข้ามศาสตร์เป็นยังไง ก็คือด้วยความร่วมมือของครูในโรงเรียน แล้วประเมินก็ประเมินผลที่สมรรถนะของเด็ก วันนี้สมรรถนะของเรามี 6 ด้านแต่ก็ไม่ได้หหมายความว่าทุกโรงเรียนจะต้องใช้ทั้ง 6 ด้าน สามารถวิเคราะห์และนำไปใช้ตามบริบทโรงเรียนนั้นๆ” สิริกร กล่าว

ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ในอีกมุมหนึ่งยังทำให้เกิดการ Up skill อย่างถ้วนทั่ว ที่สำคัญคือ Digital skill ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ครู ผู้ปกครอง ชุมชน แล้วผู้อำนวยการก็นำพาโรงเรียนสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้โดยมุ่งที่เด็กอย่างแท้จริง..ดังนั้นวันนี้ “ขอเพียงส่วนกลางปลดล็อก” เปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาที่โรงเรียนและที่เด็ก ประเทศก็จะไปต่อได้!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘การศึกษา’ ในโลกยุคใหม่ ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604661

สกู๊ปพิเศษ : ‘การศึกษา’ ในโลกยุคใหม่  ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ชาวโลกต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันจากที่เคยปฏิบัติตามรูปแบบเดิมๆ ไปสู่ ชีวิตวิถีใหม่ หรือ นิว นอร์มอล (New Normal) โดยหลายสิ่งหลายอย่างถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของการศึกษา

การเสวนาผ่านคลับเฮาส์ในหัวข้อ “Upskilling / Reskilling” ซึ่งจัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือ UNDP และสถาบันอนาคตไทยศึกษา ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ มีประเด็นเกี่ยวกับด้านการศึกษาในรูปแบบใหม่หลังวิกฤตโควิดที่น่าสนใจนำมาเสนอดังนี้

ดร.กาญจนา วาณิชกร รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19เป็นตัวเร่งให้คนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลเร็วขึ้น มีการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อรองรับในด้านต่างๆ ทั้งธุรกิจออนไลน์ มีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI : Artificial Intelligence) มาใช้เพื่อพูดคุยกับคนจริง มีการประชุมออนไลน์ เรียนออนไลน์ ซึ่งทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไป

ดร.กาญจนา กล่าวว่า ในโลกยุคใหม่ เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ซอฟท์สกิล เพื่อสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในวัฒนธรรมที่หลากหลาย ต้องทำงานกับนานาชาติมากขึ้น มีความฉลาดในการเข้าสังคมตามทันโลกในสื่อดิจิทัล มีความคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆ ในส่วนของผู้สูงอายุก็ต้องมีทักษะ Unlearn-Relearn คือไม่ยึดติดกับวิธีการเดิม ต้องเปลี่ยนมายด์เซ็ท พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ให้เป็นผู้สูงวัยที่ประสบความสำเร็จ สามารถช่วยเหลือและแนะนำผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงต้องมาดูว่าเราจะเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงวัยใกล้เกษียณให้เป็น ผู้สูงอายุที่ยังแอ๊กทีฟ ยังมีคุณประโยชน์ เราควรส่งเสริมให้เขาเรียนรู้ที่จะประกอบอาชีพ ใช้ชีวิต ทำประโยชน์ให้สังคม และดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ

ดร.กาญจนา วาณิชกร

“จากสถิติพบว่า คนไทยจะมีอายุเฉลี่ยที่ยาวขึ้นอย่างน้อย 20 ปี อย่างคนที่อายุ 50 ปี ก็จะอยู่ได้ 80-90 ปี เด็กที่เกิดมาช่วงนี้ก็จะมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี เพราะฉะนั้นการที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ควรเตรียมการตั้งแต่ก่อนสูงอายุ ก่อนเกษียณ ทั้งด้านสุขภาพ และการเงิน เราอาจต้องมาดูกลไกที่จะส่งเสริมผู้สูงอายุรูปแบบใหม่ ควรมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมการเรียนรู้ต่างๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงได้ และการที่คนเราอายุยืนขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งเรียนมัธยมให้จบภายในอายุ 17-18 ปี เพื่อต่อมหาวิทยาลัยอีก 4 ปี เพื่อทำงานและรอวันเกษียณ รูปแบบนี้ มันอยู่ในระบบที่อายุขัยเฉลี่ย 70 ปี ถ้าจะอยู่ 100 ปี ในอนาคตเราควรจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่ต้องเร่งเรียนเร่งจบ

อย่างใน อเมริกา ยุโรป พอจบมัธยมก็ออกไปค้นหาตัวเอง ไปทำงาน แล้วค่อยกลับมาเรียนปริญญาตรี มีสถิติของอเมริกาที่เด็กเรียนปริญญาตรี อายุเฉลี่ยประมาณ 21 ปี ในช่วงชีวิตของเราควรมีหลายอาชีพ ควรมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับทั้งระบบ” ดร.กาญจนา กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า รูปแบบการศึกษาแบบเดิม มีส่วนทำลายความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่าสิ่งหนึ่งที่เราอาจต้องช่วยกันสนับสนุนคือ เด็กในยุคปัจจุบันสามารถเรียนรู้โลกบนอินเตอร์เนตได้เร็วมาก หากได้รับคำแนะนำที่ดี และเลือกรับการพัฒนาทักษะที่เหมาะสมกับเขา ก็จะทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข เราอาจต้องเปลี่ยนระบบที่สอนให้ทำตามกรอบเดิมเป็นการพัฒนาระบบแนะแนวที่ดี ที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ สามารถค้นหาตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจในการเรียน ให้เขามีกรอบการคิดแบบเติบโต (Growth mindset) คือการเรียนรู้ที่จะนำตัวเองได้ตามความถนัด ดึงความสนใจของเขาออกมา

ครู ผู้ปกครองต้องเชื่อว่า เด็กมีศักยภาพที่ต่างกัน มีความต้องการความถนัดที่ต่างกัน ควรสร้างบรรยากาศให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ ให้เขาสร้างแรงบันดาลใจด้วยตัวเขาเองเพราะจะเป็นทักษะที่ติดตัวเขาไปตลอด นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยก็ต้องออกแบบการเรียนให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตที่หลากหลายและยืดหยุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียนออนไลน์ ปริมาณหลักสูตรต้องพอเหมาะ และตอบโจทย์ รองรับชีวิตแห่งอนาคตที่มีหลายขั้น หรือที่เรียกว่าMultistage Life การออกแบบแพลตฟอร์มต้องเข้าถึงได้ง่าย มีช่องทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและทิศทางในอนาคต คือไม่เน้นการเรียนรู้เพื่อให้ได้ปริญญา รวมทั้งบริษัทต่างๆ ก็เน้นทักษะเป็นหลัก การเรียนแบบ Non Degreeจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะคนเข้ารับการUpskill กันอยู่ตลอด

ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เอง ก็เริ่มทำโครงการเครดิตแบงก์ เด็กที่เข้ามาเรียนสามารถสะสมเครดิตพอถึงจุดหนึ่ง ก็สามารถนำเครดิตที่สะสมไว้ เทียบเคียงกับปริญญา หรืออนุปริญญาในสาขานั้นๆ ได้ มหาวิทยาลัยเองก็ต้องปรับตัวองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ต่างๆ มีความจำเป็นมากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตจะมี Gig Worker เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเตรียมกำลังแรงงานเพื่อเข้าสู่ตลาดงานต้องคำนึงถึงการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้แรงงานมีทักษะและความรู้ที่หลากหลาย ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวรองรับความต้องการของตลาดงานที่ถูกกระทบด้วยภาวะวิกฤตต่างๆ โดยทักษะที่จะมีความจำเป็นสำหรับกำลังแรงงานและเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจ อันเกิดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและความเข้าใจ เพื่อมาเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติทักษะด้านดิจิทัล การใช้ Social media เพื่อรองรับการทำธุรกิจออนไลน์ ทักษะการใช้ซอฟต์แวร์ประชุมและการนำเสนองานผ่านออนไลน์ การใช้คลาวด์ เพื่อรองรับการทำงานจากที่บ้านทักษะ soft skill อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น ความสามารถในการยืดหยุ่นและการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิงนวัตกรรม

ส่วนทักษะที่สำคัญแห่งโลกอนาคต ได้แก่ การสร้างความเข้าใจในเชิงลึก ความฉลาดในการเข้าสังคม ความคิดแปลกใหม่และการประยุกต์ใช้ การทำงานกับคนต่างวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ ความคิดเชิงประมวลผลหรือเชิงระบบ ความเข้าใจและตามทันโลกยุคสื่อดิจิทัล ความสามารถในการคิดออกแบบสร้างสรรค์งาน การจัดการบริหารการรับรู้ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ภาครัฐควรปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก ส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจัดทำมาตรการส่งเสริมในรูปแบบต่างๆ และควรมุ่งเน้นการกระจายอำนาจ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เล่นที่อยู่ในส่วนภูมิภาคหรือท้องถิ่นมีอิสระและความคล่องตัวในการจัดเรียนรู้ให้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงควรส่งเสริมการสร้างประสิทธิภาพของกลไกตลาดในการผลักดันการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้นโดยระดับอุดมศึกษาควรมุ่งเน้นการสนับสนุนการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะที่มีการบูรณาการความรู้และทักษะจากการฝึกปฏิบัติจริง

สถาบันอุดมศึกษาต้องพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และส่งเสริมการจัดการศึกษาที่บูรณาการร่วมกับการทำงาน เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และทักษะจากการฝึกปฏิบัติในสภาพแวดล้อมของภาคธุรกิจจริง เช่น การฝึกงานระยะสั้น การบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Work-integrated Learning, WiL) สหกิจศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตบัณฑิตที่มีทักษะที่ตอบโจทย์การทำงานหรือการเป็นผู้ประกอบการ สามารถตอบสนองความต้องการของภาคผู้ใช้บัณฑิตได้มากขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดงาน และมีภูมิคุ้มกันต่อภาวะวิกฤต มีการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และรัฐบาลในการจัดการศึกษา ส่งต่อข้อมูลความต้องการด้านทักษะที่ตอบโจทย์สถานประกอบการสู่สถาบันอุดมศึกษา ส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมจัดการศึกษาโดยการจัดทำมาตรการจูงใจและสิทธิประโยชน์สำหรับสถานประกอบการที่ร่วมลงทุน/ร่วมจัดการศึกษา เป็นต้น

ดร.กาญจนา กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะทำ Future Skill Platform ว่า เราอาจจะเริ่มนำมาทดลองทำได้ แต่อาจยังไม่เต็มรูปแบบเหมือนสิงคโปร์ที่เอาเงินเข้าบัญชีให้กับผู้เรียนแต่ละคน ได้เลือกเรียนหลักสูตรที่รัฐบาลรับรองตามความชอบความถนัดของตัวเอง สิ่งที่ กระทรวง อว. ทำอยู่ในขณะนี้คือเราจัดเป็นคอร์สสั้นๆ เป็นการ Reskill หลักสูตรง่ายๆ ช่วงแรกออกให้ฟรี ก็มีคนให้ความสนใจเรียนกันมาก แต่ในส่วนของแรงงานทักษะสูงอย่าง Data Scientist มีความต้องการเยอะมากเอกชนก็สะท้อนปัญหาว่าหาคนในประเทศไม่ได้ต้องไปหาจากต่างประเทศ

“สิ่งที่เราทำได้เวลานี้คือสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเข้ามาเรียน เพื่อให้เขากล้าที่จะเรียนสิ่งที่ยากขึ้นและออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง แต่ทั้งนี้เราต้องเชื่อมกับทางภาคเอกชนว่า ให้สร้างความมั่นใจให้กับเด็กว่าถ้าเขาได้มาเรียนแล้วมีงานรออยู่ เขายินดีที่จะเรียน แต่หากเรียนแล้วจบมาไม่มีงานทำหรือหางานยากก็ไม่ค่อยมีใครอยากเรียน” รองผู้อำนวยการ สอวช.กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บพท.’จับมือ‘ศอ.บต.’ แก้จนพื้นที่ชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/604655

‘บพท.’จับมือ‘ศอ.บต.’  แก้จนพื้นที่ชายแดนใต้

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายกิตติ สัจจาวัฒนาผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

โดยที่ บพท.จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้จากงานศึกษาวิจัยทางวิชาการ และประสบการณ์ที่ดำเนินการผ่านกลไกมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่อย่างได้ผลมาแล้วในพื้นที่ 10 จังหวัดเมื่อปี 2563 และอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพิ่มเติมอีกในพื้นที่ 10 จังหวัดในปี 2564 นี้ ขณะที่ ศอ.บต.ในฐานะผู้รับผิดชอบงานพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการประสานการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาความยากจนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่

“ความร่วมมือนี้ต้องนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหาความยากจนเรื้อรัง ยิ่งเมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประชาชน
ก็ยิ่งยากลำบาก เราจึงมุ่งหวังที่จะทำงานนี้อย่างจริงจังในรูปแบบใหม่ที่มีการนำงานวิชาการเข้ามาใช้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรลุความสำเร็จและมีความยั่งยืน ชุดความรู้สำหรับแก้ปัญหาความยากจน ที่ บพท.จะร่วมมือกับ ศอ.บต.ในการนำไปใช้แก้ปัญหาความยากจนในจังหวัดชายแดนใต้ เป็นชุดความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์มาแล้วในพื้นที่ 10 จังหวัดเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา

ได้แก่ จังหวัดปัตตานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน ชัยนาท สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ ซึ่งนำมาขยายขอบเขตพื้นที่เพิ่มเติมอีก 10 จังหวัดในปีนี้ ได้แก่ บุรีรัมย์ นราธิวาส อุบลราชธานี ลำปาง พัทลุง นครราชสีมา ร้อยเอ็ด พิษณุโลก เลย และยะลา ครอบคลุมกลุ่มคนยากจนกว่า 400,000 คน โดยมีมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนงานในแต่ละจังหวัด”นายกิตติ กล่าว

นายกิตติ กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จของการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน เกิดจากพลังของการบูรณาการความร่วมมือกันของหลายส่วน
ราชการ ทั้งกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พ.อ.ช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รวมทั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ส่วน บพท. นอกจากจะบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดกระทรวงอุดมศึกษาฯ ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าวิจัยพัฒนาชุดความรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาความยากจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำตามบริบทของภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองที่มีความสมดุละหว่างสังคม-เศรษฐกิจ-คุณภาพสิ่งแวดล้อม

“ทุกวันนี้ขอบเขตงานของ บพท.ครอบคลุมไปใน 62 จังหวัด ผ่านโครงการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมที่ทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งโครงการพัฒนาชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือโครงการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชุมชน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้ผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างความอยู่ดีกินดีแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติมั่งคั่งและมั่นคง บรรลุตามเจตนารมย์ของแผนยุทธศาสตร์ชาติในที่สุด” นายกิตติ กล่าวในท้ายที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรรม..เป็นของลึกลับมีอำนาจมากไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้’ โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต #SootinClaimon.Com

Posted on September 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

'กรรม..เป็นของลึกลับมีอำนาจมากไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้' โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

https://www.naewna.com/likesara/604676

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.06 น.

เราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนามีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิดังที่ทราบอยู่แก่ใจอย่าลืมตัวลืมวาสนา โดยลืมสร้างคุณงามความดีเสริมต่อภพชาติของเราที่เคยเป็นมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงและกลับกลายหายไปเป็นชาติที่ต่ำทรามไม่ปรารถนาจะกลายมาเป็นตัวเราเข้าแล้วแก้ไม่ตกความสูงศักดิ์ ความต่ำทราม ความสุขทุกขั้นจนถึง บรมสุขและความทุกข์จนเข้าขั้น มหันตทุกข์เหล่านี้มีได้กับทุกคนตลอดสัตว์ ถ้าตนเองทำให้มีอย่าเข้าใจว่ามีได้เฉพาะผู้กำลังเสวยอยู่เท่านั้น โดยผู้อื่นไม่มีเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติกลางแต่กลับกลายมาเป็นสมบัติจำเพาะของผู้ผลิตผู้ทำเองได้ท่านจึงสอนไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกัน

เมื่อเห็นเขาตกทุกข์หรือกำลังจน จนน่าทุเรศเราอาจมีเวลาเป็นเช่นนั้นหรือยิ่งกว่านั้นก็ได้เมื่อถึงวาระเข้าจริงๆ ไม่มีใครมีอำนาจหลีกเลี่ยงได้เพราะกรรมดีกรรมชั่วเรามีทางสร้างได้เช่นเดียวกับผู้อื่นจึงมีทางเป็นได้เช่นเดียวกับผู้อื่นและผู้อื่นก็มีทางเป็นได้เช่นเดียวกับที่เราเคยเป็นศาสนาเป็นหลักวิชาตรวจตราดูตัวเองและผู้อื่นได้อย่างแม่นยำไม่มีวิชาใดในโลกเสมอเหมือนสิ่งดีชั่วที่มีและเกิดอยู่กับตนทุกระยะมีใจเป็นตัวการพาให้สร้างกรรมประเภทต่างๆ จนเห็นได้ชัดว่ากรรมมีอยู่กับผู้ทำ มีใจเป็นเหตุของกรรมทั้งมวล

กรรม เป็นของลึกลับและมีอำนาจมากไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้เลย ถ้าเราสามารถรู้เห็นกรรมดีกรรมชั่วที่ตนและผู้อื่นทำขึ้นเหมือนเห็นวัตถุต่างๆ จะไม่กล้าทำบาปแต่จะกระตือรือค้นทำแต่ความดีซึ่งเป็นของเย็นเหมือนน้ำความเดือนร้อนในโลกก็จะลดน้อยลงเพราะต่างก็รักษาตัว กลัวบาปอันตราย

ท่านว่า ดี ชั่ว มิได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเองเมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็น ฝ่ายชั่ว ก็แก้ไขยากคอยแต่จะไหลลงตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอถ้าเป็น ฝ่ายดี ก็นับว่าคล่องแคล่วกล้าขึ้นเป็นลำดับ

เราเกิดเป็นมนุษย์ มีความสูงศักดิ์มาก อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติมนุษย์เราจะต่ำลงกว่าสัตว์และจะเลวกว่าสัตว์อีกมากมายอย่าพากันทำ ให้พากันละบาป บำเพ็ญบุญ ทำแต่ความดีอย่าให้เสียชีวิตเปล่าที่มีวาสนาเกิดมาเป็นมนุษย์

การทำความเข้าใจเรื่องของกรรมเป็นการศึกษาธรรมะเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับภาวะของตัวเราเองซึ่งจะต้องเป็นไปตามกรรมที่ได้ทำไว้ ตามสุภาษิตที่มีว่า “กรรมจำแนกสัตว์ให้ทรามและประณีตต่างกัน”

ผู้สงสัยกรรม หรือไม่เชื่อกรรมว่ามีผลคือลืมตนจนกลายเป็นผู้มืดบอดอย่างช่วยไม่ได้แม้เขาจะเกิดและได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่มาเป็นอย่างดีเหมือนโลกทั้งหลายก็ตาม เขาก็มองไม่เห็นคุณของพ่อแม่ว่าได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูตนมาอย่างไรบ้างแต่เขาจะมองเห็นเฉพาะร่างกายเขาที่เป็นคนหนึ่งกำลังรกโลกอยู่โดยเจ้าตัวไม่รู้เท่านั้นไม่สนใจคิดว่าเขาเติบโตมาจากท่านทั้งสองซึ่งเป็นแรงหนุนร่างกายชีวิตจิตใจเขา ให้เจริญเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน

การดื่มกินเป็นการสร้างสุขภาพความเจริญเติบโตแก่ร่างกาย ไม่จัดว่าเป็นกรรม กรรม คือ การกระทำ ดี ชั่ว ทางกาย วาจา ใจ ต่างหากผลจริง คือ ความสุข ทุกข์ที่ได้รับกันอยู่ทั่วโลก กระทั่งสัตว์ผู้ไม่รู้จักรรมรู้แต่กระทำคือหากินอยู่ ทางศาสนาเรียกว่า กรรมของสัตว์ ของบุคคลและผลกรรมของสัตว์ ของบุคคล

ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน

ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้นมีได้ทั้งคนและสัตว์ สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีและอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ ก็จำต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทรามความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระที่เวียนมาถึงเท่านั้นเช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้นก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม 

เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคนมีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวยมนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นอย่างนี้ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่างๆ จนนับไม่ถ้วนให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่างๆ กันเพราะฉะนั้นไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกันและสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี กรรมชั่วเป็นของๆ ตน

คัดลอกจาก…หนังสือบูรพาจารย์ รวบรวมโดย มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,316,746 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดภาคภูมิใจ! 'บุ๋ม ปนัดดา'รับเครื่องหมายอภิรักษ์นาวีจากกองทัพเรือ
"บิ๊กฉัตร"เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
EC outlines tough rules for referendum
ปรองดอง=ต่อรอง+เกี้ยเซียะ?
เลาะรั้วเกษตร : หวยออกวันที่ 15
ครั้งแรกในสหรัฐ แคลิฟอร์เนียจ่อแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Play to win using  gamification to rejig staff engagement
Walking in the Princess’s wonderland
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
Court issues arrest warrant for YouTuber ‘Nutty’ over alleged forex trading scam

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d