Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คึกคักครึกครื้น! ปางช้างเชียงราย ‘บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร’ นั่งช้างล่องแม่น้ำกกชมธรรมชาติ

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702942

คึกคักครึกครื้น! ปางช้างเชียงราย 'บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร' นั่งช้างล่องแม่น้ำกกชมธรรมชาติ

คึกคักครึกครื้น! ปางช้างเชียงราย ‘บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร’ นั่งช้างล่องแม่น้ำกกชมธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.05 น.

9 มกราคม 2566 บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ปางช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พบว่าเริ่มมีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวกันมากขึ้น

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น ชาวญี่ปุ่น ภายหลังจากที่ซบเซามานานถึง 3 ปี นับตั้งแต่การแพ่รระบาดของไวัสโควิด 19 ที่นักท่องเที่ยวหายไปเกือบทั้งหมด ทำให้ผู้เลี้ยงช้างหลายรายตัดสินใจขายช้างไป จากที่มีอยู่กว่า 50 เชือก ซึ่งในปัจจุบันเหลือเพียง 14 เชือกเท่านั้น 

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวซึ่งหลายคนเลือกที่จะพากันมาชมความน่ารักของช้าง ให้อาหารช้าง และชมวิถีชีวิตของชุมชนชาวกะเหรี่ยง รวมไปถึงนั่งช้างล่องแม่น้ำกกและชมธรรมชาติของริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ โดยทางพื้นที่ให้บริการนั่งช้างเพียงคนละ 150 บาทเท่านั้น ช้าง 1 เชือกสามารถนั่งได้2 คน ซึ่งสร้างความเพลิดเพลินสนุกสนานและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดยนายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดเเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของเชียงรายปีนี้ดีมาก ติดอันดับ 1 ใน 10 ของหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เฉพาะช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงตุลาคม2565 มีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่กว่า 3 ล้าน 6 แสนคน ซึ่งพบขึ้นจากปี 2564 ถึงกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใกล้เคียงงกับปี 2562 ก่อนสถานการณ์โควิด ที่มีนักท่องเที่ยวมา 3 ล้าน 8 แสนกว่าคน ในปี 2566 นี้ คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติหรืออาจจะดีกว่าเดิม เพราะถึงแม้โควิด จะไม่หายไปเลยทีเดียวแแต่ทางผู้ประกอบการก็มีการปรับตัวเพื่อรับนักท่องเที่ยว

นายเสริฐ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ปลายปี 2565 ยาวไปถึงปี 2566 ทางจังหวัดเชียงรายมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะที่ทางจังหวัดและภาคการท่องเที่ยวก็มีการจัดวิ่งและการปั่นจักรยาน และกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว หลายกิจกรรม ภาคเอกชนก็มีการจัดงานเสริมอีกหลายอย่างประกอบกับประเทศจีนมีการเปิดประเทศ ทำให้คาดว่าปี 2566 นักท่องเที่ยวอาจเพิ่มจำนวนขึ้นไปถึงหลัก 4 ล้านคนได้ ซึ่งจะทำให้รายได้แและเศรษฐกิจของพื้นที่ดีขึ้น โดยปี 2565 จังหวัดเชียงราย มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 29,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมากกว่านี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อค้าลูกชิ้นทอดน้ำใจงาม! พบกระเป๋าเงินสด ประกาศตามหาเจ้าของมารับคืน

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702938

พ่อค้าลูกชิ้นทอดน้ำใจงาม! พบกระเป๋าเงินสด ประกาศตามหาเจ้าของมารับคืน

พ่อค้าลูกชิ้นทอดน้ำใจงาม! พบกระเป๋าเงินสด ประกาศตามหาเจ้าของมารับคืน

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.49 น.

8 มกราคม 2566 นายณรงค์เดช คงทน อายุ 35 ปี พ่อค้าขายลูกชิ้นทอด ตลาดเย็นเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำกระเป๋าเงินมอบให้กับผู้สื่อข่าว เพื่อช่วยตามหาเจ้าของกระเป๋า พร้อมกับให้ข้อมูลว่า กระเป๋าเงินใบดังกล่าวตนพบตกอยู่บนถนนพระแสง บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งในกระเป๋ามีเงินพันกว่าบาท แต่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน มีเพียงเอกสารฉีดวัคซีนโควิด ระบุชื่อนายสมพร อุบลกาญจน์ เท่านั้น 

ส่วนกระเป๋าเงินดังกล่าว จึงฝากแจ้งผู้สื่อข่าวช่วยตามหาเจ้าของกระเป๋าให้มารับคืนที่ตนได้ที่แผงขายลูกชิ้นทอด “น้องเล็ก”ตลาดเย็นท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ส่วนสาเหตุที่ไม่เก็บเงินของคนอื่นเอาไว้ เพราะเข้าใจถึงความรู้สึก เจ้าของเงินที่ทำหล่นหาย เขาคงจะเดือดร้อนอย่างแน่นอน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวรีวิวซื้อกุ้งเผามา 9 ตัว 200 บาท สุดเซ็งแกะกินไม่เจอเนื้อหัวฟ่อ

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702936

สาวรีวิวซื้อกุ้งเผามา 9 ตัว 200 บาท สุดเซ็งแกะกินไม่เจอเนื้อหัวฟ่อ

สาวรีวิวซื้อกุ้งเผามา 9 ตัว 200 บาท สุดเซ็งแกะกินไม่เจอเนื้อหัวฟ่อ

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.38 น.

9 ม.ค.66 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก คนสวย ชอบเจ้าชู้ ได้โพสต์ข้อความ “กลับมาบ้าน เจอกุ้งเผาคลองถม ดูน่ากินมากๆๆๆ 200 บาท ได้ 9 ตัว คุณพระ..!!! เเกะมาไม่เจอเนื้อ มีแต่เปลือก โอ้ยยย….กินอะไรก่อน จะกินหัว หัวก็ฟ่อ ดูดๆ เปลือกมันไปก่อนละกัน

นอกจากนี้ ได้นำคลิปวิดีโอขณะที่ทำการแกะกุ้งเผา โชว์ว่ากุ้งแต่ละตัวแทบไม่มีเนื้อ มีเพียง แค่ 3 ตัว เท่านั้น ที่ยังคงมีเนื้อปกติ ส่วนกุ้งอีก 6 ตัว มีเนื้อไม่เต็มตัว ซึ่งเธอได้ระบุว่า ซื้อกุ้งมาจากตลาดนัดคลองถม แถวนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยซื้อกุ้งเผามาในราคา 200 บาท ได้กุ้งเผามา 9 ตัว แต่ที่ผิดหวัง เพราะกุ้งมีเนื้อไม่เต็มทุกตัว และที่ซื้อมาก็เพราะอยากจะกิน แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกุ้งแบบนี้.-008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : คนสวย ชอบเจ้าชู้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉอดีตรองนายกฯยุค‘ยิ่งลักษณ์’ เล่นชู้เมียชาวบ้าน อักษรย่อ‘ย.’/ทนายตั้มเปิดชื่อ9ม.ค.นี้

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702913

แฉอดีตรองนายกฯยุค‘ยิ่งลักษณ์’ เล่นชู้เมียชาวบ้าน อักษรย่อ‘ย.’/ทนายตั้มเปิดชื่อ9ม.ค.นี้

แฉอดีตรองนายกฯยุค‘ยิ่งลักษณ์’ เล่นชู้เมียชาวบ้าน อักษรย่อ‘ย.’/ทนายตั้มเปิดชื่อ9ม.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.30 น.

แฉอดีตรองนายกฯยุค‘ยิ่งลักษณ์’ เล่นชู้เมียชาวบ้าน อักษรย่อ‘ย.’/ทนายตั้มเปิดชื่อ9ม.ค.นี้

เผยสามีฟ้องหย่าเมีย-ชู้เป็นคดีแล้ว ถูกนักการเมืองใหญ่ตามข่มขู่ตลอด

‘สุชาติ’ไขก๊อกพ้นสส.ชลบุรีแล้ว เปิดชื่อ30สส.จ่อไหลเข้า‘รทสช.’

“ทนายตั้ม”แย้มอักษร“ย.”แอบเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน ถึงขั้นข่มขู่คุกคามตัวสามีฝ่ายหญิง“โจ้”เช็คลิสต์อดีตรองนายกฯยุ่งกกเมียชาวบ้าน วาง 8 กรอบซักฟอก คาดต้นเดือนกุมภาพันธ์เปิดเวที มั่นใจรัฐบาลไม่ชิงยุบสภาหนี ด้าน“ชลน่าน” ชี้หากอดีตรองนายกฯ เล่นชู้เป็นคนพท.ต้องตั้งทีมสอบแจงไม่มีหลังไมค์ “ทนายตั้ม”“เสี่ยเฮ้ง” ไขก๊อกสส.ชลบุรี จ่อลาออกพปชร.เช้า 9 มกราคม ก่อนนำทีมแจมเปิดตัว “ประยุทธ์” ร่วม“รทสช.”

ทันทีช่วงเย็น คาดมวลชนร่วมงานไม่ต่ำกว่าหมื่นคน ‘เพื่อไทย’เสียววาบ‘เรืองไกร’ร้อง‘กกต.‘สอบปมติดรูป‘หัวหน้าอุ๊งอิ๊ง’บนป้ายชู8นโยบาย ไร้เงา‘ชลน่าน’เข้าข่ายฝืนพรป.พรรคการเมืองหรือไม่ ซุเปออร์โพลเปิดผลสำรวจคะแนนนิยม เลือกพท.23%/ภท.21%/ปชป.9.9%

หลังจากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ “ทนายตั้ม” ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าเรื่องราวที่ผู้เสียหายขอคำปรึกษาทางกฎหมายในการฟ้องชู้ หลังพบภรรยาไปถ่ายภาพเปลือยคู่อดีตรองนายกรัฐมนตรี จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดกันอยู่ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้นั้น

เมื่อวันที่ 8มกราคม “ทนายตั้ม”ออกมาเผยถึงเรื่องราวที่มาของการเปิดหน้าชนอดีตรัฐมนตรี โดยได้เผยแชตที่มีการอ้างว่า เป็นฝ่ายภรรยาของผู้เสียหายและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการใช้สรรพนามแทนตัวกันว่า“ผัว-เมีย”อย่างสุดหวาน ต่อมา ทนายตั้ม เผยคำใบ้ลงในไอจีสตอรี่ เป็นคำใบ้ตัวอักษร ย.ทำให้มีการเชื่อมโยงตัวอักษรย่อนี้ จะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ทนายตั้มเปิดเผยมาก่อนหรือไม่ เพราะเวลาที่โพสต์ตัวอักษร ย.เป็นการโพสต์หลังจากเปิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอดีตรองนายกรัฐมนตรี กับหญิงสาวออกมา

เปิดแชทอดีตรองนายกฯกับเมียชาวบ้าน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ“ทนายตั้ม”ยังโพสต์ในเพจ“ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ”เป็นภาพแชทไลน์ ซึ่งเป็นกรณีต่อเนื่องเกี่ยวกับการที่มีสามีเข้ามาปรึกษาหลังพบภาพภรรยาเป็นชู้กับอดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุข้อความว่า“คดีนี้มาปรึกษาผมตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมก็ทำเรื่องฟ้องหย่าภรรยา ฟ้องชู้ที่เป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ปรากฏว่าได้มีการข่มขู่ คุกคามคุณ ก.มาตลอด คุณ ก.เลยอยากจะให้เรื่องนี้ออกสู่สาธารณะ เพื่อป้องกันตัวหากเป็นอะไร และอยากให้ประชาชนได้รู้พฤติกรรมของนักการเมืองใหญ่คนนี้ จึงขอให้ผมช่วยดำเนินการให้ เรื่องนี้ค่อนข้างจะเสี่ยงกับผม จึงไม่อาจทำอะไรให้ถูกใจทุกคนได้ ผมเลยต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง และพยายามให้กระทบกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด แต่ทุกคนจะได้รู้แน่นอนครับ #ถ้าเปิดไลน์คนที่เรารักแล้วเจอแชทแบบนี้เป็นคุณจะรู้สึกอย่างไรครับ’

‘โจ้’ไม่รู้รองนายกฯเป็นชู้เมียชาวบ้าน

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังออกมาตั้งประเด็นกล่าวอ้างมีอดีตรองนายกรัฐมนตรี อาจเป็นชู้กับภรรยาคนอื่น ว่า ตอนเช้าวันเดียวกันได้โทรศัพท์คุยกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สอบถามว่า ใช่รูปท่านหรือไม่ ท่านปฏิเสธ ไม่ใช่พี่แน่นอน ขณะที่เมื่อย้อนไปดูรายชื่ออดีตนายกฯในยุคก่อนๆหน้า นายทักษิณ เคยเป็นรองนายกฯ ตอนนี้อายุ 73ปี อยู่ต่างประเทศ ก็ไม่น่าใช่ , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มีภรรยาใหม่แล้ว คงไม่น่าใช่ ขณะที่รองนายกฯคนอื่นที่ในยุครัฐบาลก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ก็อายุมากกว่า 70ปี ดูท่าทางจะไม่ไหว

อย่างไรก็ดี มีนักข่าวกระซิบบอกว่า บุคคลดังกล่าวที่ถูกอ้างว่า เป็นรองนายกฯ ใส่เสื้อสีแดง ที่อาจจะใกล้ชิดกับพรรค พท.เรื่องนี้คงต้องรอทนายตั้มออกมาเปิดเผย ส่วนตัวติดต่อไปยัง เจ๊ช่อ ที่ได้ติดต่อกับทนายตั้ม เขาบอกผ่านมาว่าเป็นรองนายกฯสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เรื่องคงต้องฝากสื่อไปช่วยดู มีใครบ้าง

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อไปดูรองนายกฯยุคนั้นมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, นายปลอดประสพ สุรัสวดี,นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา , นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ส่วน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เสียชีวิตไปแล้ว, นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ปฏิเสธเสียงแข็งบอก พี่ไม่ไหวแล้ว พี่อายุ80แล้ว ไม่ใช่พี่แน่นอน รองนายกฯสมัยนั้น ยังมีโควตาจากพรรคการเมืองอื่น นายยุคล ลิ้มแหลมทอง เคยเป็นรองนายกฯควบรมว.เกษตรฯ ดังนั้นนักข่าวก็ต้องไปตามดูหรือรอให้ทนายตั้ม แถลงวันที่ 9ม.ค.แต่เท่าที่ตนดูในรูปเบื้องต้นบุคคลดังกล่าวยังไม่แก่เท่าไร คงต้องเดาต่อไปว่าเป็นใคร เนื่องจาก ไม่มีคลิป ไม่มีรูป

จี้’บิ๊กตู่’จัดการ-ขู่นิ่งเฉยซักฟอกแน่

“คิดว่าสื่อน่าจะพอรู้ ถ้าผมพูดตรงๆกลัวจะโดนฟ้องหมิ่นประมาท เพราะตอนนี้ก็โดน 4คดี เรื่องนี้เอาไว้ไม่ได้ นักการเมืองต้องมีจริยธรรมและเรื่องไม่ได้เข้าข้างพรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารัฐบาล ต้องกล้าจัดการ อย่านิ่งเฉย อย่าจัดการเฉพาะฝ่ายตรงข้าม เพราะมีรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์บางคน ที่ขอใช้คำว่า ดอกทอง2เมีย นายกฯต้องจัดการ หากไม่จัดการ จะจัดการเองผ่านการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 ก่อนหน้าที่เคยอภิปราย คนอภิปรายมันมือใหม่หัดขับ พูดไปก็สั่นไป เรื่องอย่างนี้ผมต้องอภิปรายเอง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จัดการ จะไปฟ้องอาจารย์น้องให้จัดการ พล.อ.ประยุทธ์ เลยและเรื่องนี้จะร้องให้ นพ.ชลน่าน ตรวจสอบจริยธรรมด้วย เพราะพรรคมีคณะกรรมการจริยธรรม บุคคลดังกล่าวใส่เสื้อสีแดง อายุไม่น่าเยอะ ผู้หญิงผมทอง อายุก็ไม่น่าเยอะ แต่ประเด็นสำคัญ ไปยุ่งกับเมียชาวบ้านทำไม” นายยุทธพงศ์ กล่าว

เชื่อไม่ยุบสภาหนี-เปิดถล่มต้นกพ.

นายยุทธพงศ์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 ว่า ตนได้พบและสอบถาม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงช่วงวันการอภิปราย นายอนุชา ยืนยันพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายแน่นอน รัฐบาลไม่มียุบสภาฯหนี และน่าจะมีการอภิปรายช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตนได้ถามเหตุผลต่อ ทำไมเป็นช่วงเวลานั้น นายอนุชา บอกว่า วันที่ 22 ม.ค.มีเทศกาลตรุษจีน ผู้คนไปเที่ยวไปพักผ่อน อาจทำให้ขาดสีสัน เลยอยากให้เป็นหลังตรุษจีน คือ ต้นเดือนกุมภาพันธ์

แจงงัด8ประเด็นซักฟอกรบ.ประยุทธ์

ด้าน นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 แบ่งเป็น 8หัวข้อหลัก ครอบคลุมทั้ง การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ประเด็นทุจริต การไม่ทำตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อสภาฯ เป็นต้น เรามีการติวเข้มการอภิปราย ในการติวเข้มก็มีทีมแคนดิเดตฯนายกฯเพื่อไทย ที่เป็นผู้ชาย มาร่วมติวด้วย โดยแคนดิเดตฯคนดังกล่าว จะเปิดตัวช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือยุบสภาไปแล้ว ส่วนกระแสข่าวบางพรรคจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องมาโหนกระแสพรรคเพื่อไทย การตั้งรัฐบาลไม่มีใครมาสั่งว่าจะให้พรรคเพื่อไทยจับมือกับใคร คนที่สั่งได้มีคนเดียวคือประชาชน ส่วนเงินเยียวยาน้ำท่วมตั้งแต่ปี 2564 ชาวนนทบุรี ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา แม้ในเวลาต่อมาครม.อนุมัติเงินเยียวยา แต่มีหลักเกณฑ์ หากน้ำท่วมไม่เกิน 30วัน ได้รับ 5,000บาท หากน้ำท่วม 30-60วัน ได้รับเงินเยียวยา 7,000 บาท ถ้าเกิน 60 วันได้รับ 9,000 บาท ทั้งที่ความจริง น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนไม่เกิน 3 วัน บ้านก็พังแล้ว ซึ่งการเยียวยารัฐบาลชุดนี้ เทียบไม่ได้กับยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เลย

‘ชลน่าน’ชี้ถ้าเป็น’พท.’ต้องตั้งทีมสอบ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ปรากฏในโซเชียล กรณีอดีตรองนายกฯมีสัมพันธ์ชู้สาวกับภรรยาคนอื่น โดยโยงว่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เพิ่งทราบเรื่อง เพราะเท่าที่ติดตามข่าวก็ยังไม่ได้มีการระบุว่าเป็นใคร สมัยไหน แต่หากเกี่ยวข้องกับพรรค พรรคคงต้องมาดูรายละเอียดว่า เกิดขึ้นสมัยนั้นจริงหรือไม่ เขาเป็นใคร และพฤติกรรมเกี่ยวเนื่องมาถึงปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร เพราะเป็นภาพที่สังคมไม่ยอมรับและพรรค พท.ก็ไม่สนับสนุนส่งเสริม เห็นว่าเรื่องนี้เราไม่ยอมรับกันอยู่แล้ว ก็ขอให้ว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย สังคมจะใช้มาตรการทางสังคมอย่างไรก็ต้องว่ากันไป

อดีตอาจสอบไม่ได้-ทำให้ชัดเจนได้

เมื่อถามว่า หากพรุ่งนี้ (9 มกราคม) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม มีการเปิดเผยชื่อแล้ว มีการโยงมาเป็นคนของพรรค พท.จริง ในฐานะหัวหน้าพรรคจะมีการตั้งคณะกรรมการมาสอบหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ต้องมีการดำเนินการว่าเกี่ยวข้องกับพรรคเราในมุมไหน อย่างไร หากเปิดออกมาแล้วไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเราในปัจจุบัน เป็นเรื่องเมื่อ10ปีก่อนก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่าจะต้องมีการสอบหรือไม่อำนาจหน้าที่ในการสอบขณะนี้ก็ต้องว่า ไปตามข้อบังคับที่เรามี กฎหมายฉบับนี้ กรรมการบริหารชุดนี้ สมาชิกที่มีอยู่ หากมีความเกี่ยวเนื่องในส่วนนั้นก็จะมีอำนาจในการตั้งคณะกรรมการไปสอบได้ แต่หากไม่ได้เป็นสมาชิกในขณะนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ก็ไม่มีอำนาจจะไปสอบ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ชัดเจน เพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้รับรู้ ทั้งนี้ ในส่วนที่นายษิทราแย้มตัวย่อมาเป็น ย. พรรค พท.ในสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีชื่อย่อนี้หรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ ขอไปดูในรายละเอียดก่อน

เรื่องถึงชั้นศาล-แต่มีการข่มขู่สามี

เมื่อถามว่า การมาเปิดเรื่องนี้ในช่วงนี้ มองว่าเป็นการดิสเครดิตของพรรคการเมือง ตัวบุคคลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ก็คิดได้ เพราะเท่าที่ดูข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสื่อ ก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นมาเป็นปีแล้ว และเคยมีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบแล้ว แต่อ้างว่ามีการข่มขู่คุกคามบุคคลที่เป็นสามี จึงนำเรื่องมาเปิด ซึ่งดูเหตุและผลแล้วก็คิดได้ว่า เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร แต่ถามว่าจะเกี่ยวข้องกับพรรค พท.หรือไม่ ก็อาจจะมองได้เช่นกันว่า นายษิทรา ก็เป็นสมาชิกพรรค พท.เขาอาจจะออกมาในมุมปกป้องพรรคก็ได้

ลั่นไม่มีหลังไมคืกับทนาย’ษิทรา’

ถามต่อว่า นายษิทรา เป็นสมาชิกพรรค พท.ในฐานะหัวหน้าพรรคได้มีการหลังไมค์ไปคุยอะไรหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่ เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน เรามีรูปแบบคณะกรรมการ เขาเปิดมาขนาดนี้ถ้าจะหลังไมค์ไปบอกว่า หากเป็นพรรค พท.อย่าเปิดนะ ทั้ง พท.และนายษิทรา ตายด้วยกันหมด ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมแน่นอน เราไม่ได้ห่วง หากเปิดเพื่อปกป้องพรรค เราก็ต้องขอบคุณนายษิทราด้วย

หากอดีตสมาชิกพรรคเราไปมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หากเรามองในมุมบวกก็เป็นการเอาสิ่งที่ไม่ชอบออกไป แต่ถ้าทำแล้วเป็นการไปลบล้างสิ่งดีๆ ที่พรรคกำลังทำอยู่ก็สามารถตีความได้ว่าเป็นการทำลาย ต้องสืบดูว่านายษิทราในฐานะสมาชิกพรรคต้องการทำลายพรรคหรือไม่ หากมีเจตนาจะทำร้ายพรรคก็ต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน โทษคือขับออกจากสมาชิกพรรค

‘ยงยุทธ’ยันไม่ใช่คนเป็นข่าว-อายุ80แล้ว

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงกระแสข่าวที่ปรากฏในโซเชียลกรณีอดีตรองนายกฯ มีสัมพันธ์ชู้สาวกับภรรยาคนอื่นว่า จากที่ได้ติดตามอดีตรองนายกฯ ที่ยังมีชีวิตอยู่พบว่ามีจำนวนมาก ซึ่งตนให้คนใกล้ชิดพยายามติดต่อทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ซึ่งทนายตั้มได้บอกใบ้ว่าเป็นรองนายกฯ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งมีทั้งคนในพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล “เมื่อเช้าที่ผ่านมา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ โทรมาหาและปฏิเสธไม่ใช่ตัวเองแน่นอน เพราะอายุ 80ปีแล้ว แต่ดูจากรูปและผิวพรรณยังไม่แก่เท่าไร โดยต้องเดาว่าเป็นใคร ส่วนตัวไม่มีคลิปและรูป แต่ติดต่อหาทนายตั้ม ก่อนทราบข้อมูลมาอยู่ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยในวันที่ 9มกราคม ก็ต้องติดตามทนายตั้มแถลง” นายยุทธพงศ์ กล่าว

‘เสี่ยเฮ้ง’ไขก๊อกสส.พปชร.ซบ’รทสช.’

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมวแรงงาน ว่า ได้ทำหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชลบุรี เขต 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 6มกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันที่ 9มกราคม นายสุชาติ จะดำเนินการลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร.ต่อไป เพื่อเตรียมร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และจะนำทีมงานและผู้สมัคร ส.ส.ไปร่วมกิจกรรมเปิดตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับพรรครวมไทยสร้างชาติในช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะมีมวลชนผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงนายสุชาติและแกนนำพรรคในแต่ละพื้นที่มาร่วมงานไม่ต่ำกว่าหมื่นคน ทั้งนี้ นายสุชาติได้รับการวางบทบาทให้เป็นแม่ทัพคุมพื้นที่ภาคตะวันออกและพื้นที่ภาคกลางในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยในส่วนของ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และเพชรบุรี ขณะนี้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ครบหมดแล้ว

‘จุรินทร์’ออกเยี่ยมชาวบางคอแหลม

เวลา 14.00น.ที่ชุมชนหลังตลาดเก่า วัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม.ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรค ลงพื้นที่ “จุรินทร์ ออนทัวร์” เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน โดยมีนายอภิมุข ฉันทวานิช เป็นผู้ประสานงาน ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร

มั่นใจปชป.ได้สส.ในกทม.แน่นอน

นายจุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตนก็หวังและมั่นใจว่าพี่น้องจะให้โอกาสประชาธิปัตย์ได้ปักธงผู้แทนราษฎรในพื้นที่นี้ พร้อมกับแนะนำทายาททางการเมืองของนายสมเกียรติ ฉันทวานิช อดีตส.ส. ประชาธิปัตย์ คือนายอภิมุข ฉันทวานิช อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 3 สมัย มีพื้นฐานการศึกษาดี พร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็น สส.ได้หากพี่น้องช่วยกันสนับสนุน

“ผมมั่นใจว่าเที่ยวหน้าประชาธิปัตย์ได้ปักธงในกรุงเทพฯ แน่นอน และเราก็มีโอกาสที่จะได้ในหลายพื้นที่ เพียงแต่ขอยังไม่บอกว่ากี่นั่ง แต่มั่นใจว่าเราปักธงในกรุงเทพฯ ได้เที่ยวหน้า จากคราวที่แล้วไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว และในพื้นที่นี้เราก็ถือว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายอีกพื้นที่หนึ่ง คือเราส่งคุณอภิมุข ฉันทวานิช ซึ่งเป็น ส.ก.มา 3สมัยและเป็นลูกท่านสมเกียรติ ฉันทวานิช ที่เป็น สส.ประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน4สมัย และไม่เคยเปลี่ยนพรรค ฉะนั้นถือว่าคุณอภิมุข เป็นคนหนุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานท้องถิ่นในฐานะสก. และจบปริญญาตรี ปริญญาโทจากสหรัฐฯมีศักยภาพ ทำพื้นที่ต่อเนื่องและสัมพันธ์กับพี่น้องในพื้นที่มาอย่างดีตลอดระยะเวลา ที่นี่จึงเป็นอีก 1 เขต ที่เรามั่นใจว่าเราปักธงได้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

อย่าสนับสนุนธนกิจการเมืองจ้องทุจริต

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ส่งนที่มีพี่น้องประชาชนถามเรื่องคอร์รัปชันนั้น จากผลสำรวจที่เพิ่งออกมาอีกเรื่อง คือเป็นห่วงที่สุดเรื่องหนึ่งคือการทุจริต คอร์รัปชั่น เรื่องนี้เป็นภารกิจหลักที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน รวมทั้งฝ่ายการเมืองและพี่น้องประชาชนด้วย ต้องไม่สนับสนุน ธนกิจการเมือง หรือธุรกิจการเมือง เพราะมันจะเป็นต้นตอของการนำมาซึ่งการถอนทุนคืนและการทุจริต คอร์รัปชั่นต่อไป เพราะฉะนั้นใครขายตัว ใครลงทุนด้วยการซื้อตัว ดูดผู้แทนหัวหนึ่งมหาศาล ก็อาจจะต้องคะเนได้ว่า สุดท้ายมันก็ไปจบที่ถอนทุนคืน คือการทุจริต คอร์รัปชั่นต่อไป ถือว่าเป็นภัยร้ายของประเทศ ของประชาธิปไตย ทุกคนต้องช่วยกันในเรื่องนี้ พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่น การเดินหน้าประชาธิปไตยสุจริต เป็นแนวทางและนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์อีกเรื่องหนึ่ง” นายจุรินทร์ กล่าว

ทั้งนี้บรรยากาศการลงพื้นที่“จุรินทร์ออนทัวร์ บางคอแหลม” เป็นไปอย่างใกล้ชิดสนิทสนม มีพี่น้องประชาชนมาขอถ่ายรูปกับนายจุรินทร์เป็นจำนวนมาก มีช่วงหนึ่งนายจุรินทร์ถูกสาวใหญ่ขอกอด พร้อมกับได้รับเสียงเชียร์ให้เป็นนายกคนใหม่

หัวหน้าพรรคต้องพร้อมเป็นนายกฯ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ตนเคยพูดไปแล้ว คนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีทุกคน ไม่อย่างนั้นสมาชิกพรรคไม่เลือก และตอนที่สมาชิกพรรคตัดสินใจเลือก ก็มาจาก 2เหตุผล 1.เลือกให้มาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ 2.ถ้ามีโอกาสเป็นแกนตั้งรัฐบาล ก็พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ส่วนจะส่งรายชื่อแคนดิเดต 3คนหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา แต่ถ้าเป็นการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ส่งครบทั้ง 400เขต ขอนับหนึ่งจากการเปิดนโยบายก่อน ขณะนี้ได้เริ่มเปิดกรอบนโยบายแล้ว คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ถัดจากนี้ก็จะเปิดนโยบายเชิงลึก ซึ่งจะได้กำหนดวันต่อไป ตอนนี้กำลังเตรียมการอยู่

‘บิ๊กตู่’เปิดตัว9มค.หมดความเป็นกลาง

เมื่อถามว่ามองเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่9ม.ค.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ขอให้ความเห็น แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่งจริง ก็แปลว่าต่อไปนี้พล.อ.ประยุทธ์ ก็สังกัดพรรคการเมืองที่มีความชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เป็นแค่คนกลางๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง หรือพรรคร่วมรัฐบาล แต่ลงลึกไปถึงเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแล้ว

“ก็คงมีสถานภาพเหมือนๆกันกับรัฐมนตรี หรือรองนายกฯหลายท่านในคณะรัฐมนตรี ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค หรือเป็นสมาชิกพรรค” นายจุรินทร์ กล่าว เมื่อถามว่าหากภาพคนกลางๆหายไป จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนตอบล่วงหน้าอะไรไม่ได้ อยู่ที่นายกฯด้วยว่าจะบริหารจัดการกับรัฐบาลผสมในรูปแบบไหนอย่างไรและมีทีท่าอย่างไร อันนั้นก็ต้องนับหนึ่งที่ตัวท่านด้วย

เมื่อถามว่าจากการที่มีหลายพรรคการเมืองขณะนี้เริ่มลงพื้นที่หาเสียงกันมากขึ้น รวมไปถึงผู้มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย จะมีหลักการในการลงพื้นที่อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าลงพื้นที่ในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ก็ปฏิบัติภารกิจในทางการเมือง ถ้าปฏิบัติราชการก็แยกเป็นเรื่องการปฏิบัติราชการ มันมีหลักของมันอยู่แล้ว ทุกคนต้องต้องปฏิบัติหลักเดียวกัน เพราะอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน

‘เรืองไกร’ร้อง‘กกต.‘สอบหัวหน้าอุ๊งอิ๊ง

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า หลังพบเห็นป้ายพรรคเพื่อไทย ติดตามท้องถนน ซึ่งมีรูป น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยไม่มีรูป นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อยู่เลย ทำให้รู้สึกสะดุดตา และเมื่อเปรียบเทียบกับป้ายพรรคการเมืองอื่น ก็มักจะมีรูปหัวหน้าพรรคกันทั้งนั้น ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้ตนต้องหาข่าวต่าง ๆ มาตรวจสอบ จนเจอข่าวในเว็บไซต์วันที่ 29ธ.ค.2565 หัวข้อ“อุ๊งอิ๊ง’สั่งเพื่อไทยขึ้นป้ายหาเสียงทั่วประเทศ ปีใหม่นายกฯ คนใหม่”

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ตามรูปในป้ายทั้ง 8ภาพ เพื่อชูนโยบาย 8 ด้าน ที่ปรากฏในข่าวข้างต้นนั้น จะมีเฉพาะรูป น.ส. แพรทองธาร โดยไม่มีรูปหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด กรณีจึงมีประเด็นที่ควรตรวจสอบว่า การติดป้ายทั้ง 8ภาพ เพื่อชูนโยบาย 8 ด้าน ซึ่งปัจจุบันปรากฏโดยทั่วไปตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วนั้น เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตราต่าง ๆ หรือไม่ ดังต่อไปนี้ กรณีที่มีการระบุในป้ายว่า “แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย” นั้น ตำแหน่ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย อยู่ในโครงสร้างการบริหารของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ และถือเป็นตำแหน่งใดในพรรคเพื่อไทย ตามความในมาตรา 15 (5) หรือไม่ และตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดในข้อบังคับแต่ต้องไม่เกินคราวละสี่ปีตามความในมาตรา 16 หรือไม่

ส่อเข้าข่ายผิดพรป.พรรคการเมือง

นายเรืองไกร กล่าวว่า นอกจากนี้ตามหัวข้อข่าวที่ระบุว่า“อุ๊งอิ๊ง’สั่งเพื่อไทยขึ้นป้ายหาเสียงทั่วประเทศ ปีใหม่นายกฯคนใหม่”นั้น พฤติการณ์ณ์ดังกล่าวเข้าข่ายหลีกเลี่ยงการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในนามคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ตามความในมาตรา 21 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และป้ายทั้ง 8 ภาพ ไม่มีรูปหรือชื่อหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อยู่ด้วยเลย จะเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 21 วรรคสี่ ที่ระบุส่วนหนึ่งว่า “ให้หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นผู้แทนของพรรคการเมืองในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก” หรือไม่ และหากมีการสั่งตามข่าวจริง กรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นการปล่อยให้สมาชิกคนใดคนหนึ่งควบคุมคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือไม่ และเป็นการขัดหรือแย้งกับความในมาตรา 22 หรือไม่ และการติดป้ายดังกล่าว มีการเปิดเผยค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์การดำเนินกิจกรรม ของพรรคการเมืองไม่ว่าในรูปแบบใด ให้สมาชิกและประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ตามความในมาตรา 87 วรรคสอง หรือไม่ ตนจึงส่งไปรษณีย์EMS ถึง กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า การติดป้าย 8ภาพ ชูนโยบาย 8ด้าน ซึ่งมีแต่ภาพ น.ส.แพทองธาร โดยไม่มีรูปหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือไม่

ซูเปอร์โพลสำรวจนิยมพรรคการเมือง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง ถ้าเลือกตั้งวันนี้ พรรคใดชนะ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Survey) เพื่อลดความคลาดเคลื่อนแก้ปัญหาแหล่งความคลาดเคลื่อนจากผู้ถามผู้ตอบและเครื่องมือวัด 1,114 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 2-7มกราคม2566 โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 พบว่า

เลือกพท.23%/ภท.21%/ปชป.9.9%

เมื่อถามว่า ถ้าวันนี้เลือกตั้งจะเลือกพรรคใด พบว่า พรรคการเมืองอันดับแรก ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ23.4 แต่พรรคที่จี้ติดมาอันดับสองแทบไม่แตกต่างกันคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ21.9 ในขณะที่ อันดับสามได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 9.9 พลังประชารัฐได้ร้อยละ 8.0 ก้าวไกลร้อยละ 5.8 รวมไทยสร้างชาติร้อยละ 4.8 ชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 4.3 ไทยสร้างไทยร้อยละ 3.9 ชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 3.9 สร้างอนาคตไทยร้อยละ 3.5 และอื่น ๆ อาทิ เสรีรวมไทย ไทยภักดี ไม่เลือกใครเลย เป็นต้น ร้อยละ 10.6

เพื่อไทยแต้มลดลง-ภท.คะแนนเพิ่มขึ้น

ที่น่าพิจารณาคือ แนวโน้มความนิยมของประชาชนต่อพรรคการเมือง ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า ในเดือนกรกฎาคม ปี 2565 เมื่อปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทยได้ร้อยละ 26.9 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 23.4 ในเดือนมกราคม ปี 2566 ในขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14.2 ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว มาอยู่ที่ ร้อยละ 21.9 ในเดือนมกราคมปีนี้ นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.8 ในเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว มาอยู่ที่ ร้อยละ 9.9 ในเดือนมกราคมปีนี้ อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชารัฐ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากร้อยละ 22.3 ซึ่งเคยเป็นพรรคอันดับสองลงมาอยู่ที่ร้อยละ 8.0 ในอันดับที่สี่ของการสำรวจครั้งนี้ และพรรคก้าวไกล ลดลงเช่นกันจากร้อยละ 6.9 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.8

ที่น่าจับตามองคือ กลุ่มพรรค “สวิงโหวต” ที่เป็นพรรคเล็กและพรรคเกิดใหม่ เช่น พรรครวมไทยสร้างชาติ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ0.4 ขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ4.8 แต่ถ้ามองว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ แยกมาจากพรรคพลังประชารัฐที่เคยได้ร้อยละ22.3 ในการสำรวจเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จะพบว่า คะแนนรวมของทั้งสองพรรคในการสำรวจครั้งนี้เหลือเพียงร้อยละ12.8 จึงน่าติดตามว่าคะแนนนิยมลดลงและกระจายออกไปที่พรรคการเมืองใดบ้าง โดยในการสำรวจครั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.9 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.9 พรรคชาติพัฒนา กล้า เพิ่มขึ้นจากร้อยละ2.3 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.9 พรรคชาติไทยพัฒนา เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.3 มาอยู่ที่ร้อยละ 4.3 พรรคสร้างอนาคตไทยเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากร้อยละ1.6 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.5

พลังประชารัฐคะแนนดิ่งลงเรื่อยๆ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพล ถ้าวันนี้เลือกตั้ง พรรคใดชนะ ชี้ให้เห็นว่า พรรคที่เติบโตขึ้นมาเป็นอันดับสองได้แก่พรรคภูมิใจไทยจี้ติดพรรคเพื่อไทยที่ยังคงรักษาอันดับหนึ่งไว้อยู่ แต่ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่พรรคการเมืองอันดับสามได้แก่ ประชาธิปัตย์ โดยที่น่าพิจารณาคือ พรรคพลังประชารัฐ ตกลงไปอยู่อันดับที่สี่และแม้คะแนนนิยมรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วคะแนนนิยมโดยรวมก็ลดลงจากเดิมอย่างมาก แต่พรรคที่น่าจับตามองคือพรรค“สวิงโหวต”โดยสมมติฐานเป็นกลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจได้จำนวนมากมาจากกลุ่มที่อยู่กลาง ๆ ส่วนหนึ่งปันใจไปให้พรรคเกิดใหม่ เช่น พรรคไทยสร้างไทย พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคชาติพัฒนา กล้า ที่รวมตัวกัน และอื่น ๆ ตามลำดับ ถ้าพรรคการเมืองใหม่ รวมตัวกันได้ก็จะมีอำนาจต่อรองการเมืองสูงไม่น้อยและถ้าเสนอนโยบายที่โดนใจประชาชนย่อมจะเพิ่มแต้มต่อได้มากยิ่งขึ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายได้เดือนละแสน!! ‘หนังควายเค็ม’ สูตรต้นตำรับผลิตมากว่า 40 ปี

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702823

รายได้เดือนละแสน!! 'หนังควายเค็ม' สูตรต้นตำรับผลิตมากว่า 40 ปี

รายได้เดือนละแสน!! ‘หนังควายเค็ม’ สูตรต้นตำรับผลิตมากว่า 40 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.12 น.

หนังควายเค็มสำเร็จรูป ซิกเนเจอร์อีสาน สูตรต้นตำรับพ่อประนอมผลิตมากว่า 40 ปี โกอินเตอร์ส่งขายถึงเมืองนอกโกยเดือนละแสน

ในช่วงฤดูหนาวนอกจากธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ที่สร้างรายได้ให้กับ พ่อค้า แม่ค้า รวมถึงผู้ประกอบการห้างร้านใหญ่ๆ แล้ว ก็ยังมีอาชีพจากภูมิปัญญาชาวบ้านทำหนังควายเค็ม ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดกาล เพราะเป็นเมนูเด็ดของชาวอีสาน นิยมนำไปเผาไฟให้สุกแล้วปรุงเป็นเมนูเด็ด ยิ่งในช่วงฤดูหนาวถือว่าเป็นวัตถุดิบยอดฮิตติดอันดับต้นๆ โดยเฉพาะหนังควายเค็มสูตรพ่อประนอม หรือ คุณตาประนอม ชนะเคน อายุ 72 ปี ชาวบ้านน้อยชลประทาน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถือเป็นต้นตำรับยึดอาชีพทำหนังควายเค็มมายาวนานกว่า 40 ปี

โดยหนังควายเค็มสูตรพ่อประนอม เริ่มจากนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเป็นการถนอมอาหารด้วยการหมักเกลือ เพื่อกินกันในครอบครัว จนมีการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพหลัก และสร้างรายได้มหาศาล ปัจจุบันหนังเค็มพ่อประนอม กลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อ ส่งลูกค้าไปทั่วประเทศ และโกอินเตอร์ถึงต่างประเทศ โดยส่งขายถึงประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา สิงคโปร์ ฯลฯ ที่สำคัญการทำหนังควายเค็มสูตรคุณพ่อประนอม จะยังคงเน้นการทำแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่หมักด้วยเกลือและรำข้าวรวมทั้งต้องปลอดสารพิษ แต่มีการพัฒนาจากดั้งเดิมที่เคยใช้วิธีการตากแดด เป็นการอบแห้งด้วยไฟฟ้า จึงทำให้เป็นหนังควายเค็มเพิ่มรสชาติอร่อย และมีความนุ่มละมุนลิ้นกว่าเดิม รับประทานง่ายไม่เหนียว โดยนำหนังเค็มไปเผาไฟแล้วทุบให้นิ่มก่อนรับประทาน หรือนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดตามความชอบ ยิ่งในช่วงฤดูหนาวถือเป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้เท่าตัว ทำเงินเดือนละนับแสนบาท

ทั้งนี้เมนูเด็ดที่นิยมนำหนังควายเค็มไปปรุงเป็นอาหาร นอกจากจะนำไปเผาไฟทุบทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ ส่วนใหญ่จะนำไปแกงอ่อมใส่ขี้เหล็ก รวมถึงนำไปยำ ถือว่ามีรสชาติอร่อย หากนำไปขึ้นเมนูในร้านอาหาร จะมีราคาสูงจานละกว่า 100 บาท ที่สำคัญปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นเมนูซิกเนเจอร์ (Signature)  เป็นหนังควายเค็มสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยมีการทุบบรรจุใส่แพ็คเกจ ฉีกซองแล้วนำไปแช่น้ำหรือต้มในน้ำร้อนรับประทานได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเผาเหมือนอดีต และยังเก็บไว้ได้นานหลายเดือน สนุนราคาแพคละ  100 -150 บาท ส่วนอีกรูปแบบจะเป็นหนังควายเส้นดิบแพ็คเกจแบบซีลสุญญากาศ ขายกิโลกรัมละ 250 บาท ส่งขายทั่วประเทศด้วยเช่นเดียวกัน

ล่าสุด  หนังเค็ม “พ่อประนอม” ยังเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้การบ่มเพาะธุรกิจระดับ Start-Up ของศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยนครพนม หรือ UBI ที่มีส่วนช่วยพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การตลาด รวมไปถึงกระบวนการผลิตมาแต่ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์หรือสินค้ามีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เดิมการย่างแบบเตาฟืนที่ทำให้หนังเค็มมีความแห้งระดับหนึ่ง แต่การเก็บรักษาอยู่ได้ไม่นาน ทางศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยนครพนม จึงได้ร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยนครพนม พัฒนาตู้อบแห้งพลังงานไฮบริด ทำจากวัสดุอลูมิเนียม ที่มาพร้อมตะแกรง จำนวน 3 ชั้น ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้ตู้นี้ในการอบ เสริมจากการเผาเตาฟืน เพื่อให้หนังเค็มมีความแห้งสนิทมากขึ้น ลดความชื้น ลดกลิ่นเหม็นหืนของสินค้าได้ดี และที่สำคัญอยู่ได้นานมากถึง 1 ปี

จากการสอบถาม นางสาวอุธาน ชนะเคน อายุ 42 ปี หรืออุ๊ ทายาทผู้สืบทอดภูมิปัญญาหนังเค็มพ่อประนอม เปิดเผยถึง จุดเด่นของหนังควายเค็มพ่อประนอม และที่มาของความอร่อยว่า หนังควายเค็มพ่อประนอมถือเป็นต้นตำรับภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีการคัดวัตถุดิบหนังควายเค็มมาทำจะต้องมีคุณภาพเส้นหนาได้มาตรฐาน ไม่เอาเปรียบลูกค้า โดยคัดน้ำหนักหนังควายสดแผ่น ประมาณตัวละ 40 -50 กิโลกรัม ตกราคากิโลกรัมละ 40 -50 บาท  และจะต้องเน้นหนังควายที่อายุไม่มากเกินไป ทั้งนี้จะต้องใช้ความสามารถพิเศษในการดูหนังความสด ต้องมาจากความชำนาญที่เคยทำมานาน ซึ่งตนรับซื้อหนังความสดมาจากหลายพื้นที่ทั้งภาคอีสาน และภาคเหนือ นำมาส่งขายให้  ก่อนนำมาล้างทำความสะอาด แล่เอาเนื้อและมันที่ติดกับหนังออกให้หมด จากนั้นจะนำไปผึ่งแดดให้แห้งพอประมาณ และนำมาสับเป็นเส้นด้วยมีดพร้า โดยใช้ความชำนาญ เพราะขั้นตอนนี้ไม่สามารถใช้เครื่องทุ่นแรงได้ เพื่อให้ได้เส้นหนังมีขนาดพอเหมาะ ก่อนที่จะนำไปแช่น้ำเกลือ เพื่อปรับให้ได้รสชาติดีประมาณ 1 คืน จากนั้นจะนำมาคลุกกับรำข้าว ซึ่งต้องเป็นรำแก่ปลอดสารพิษไม่มีส่วนผสมอื่น เพราะรำข้าวจะทำหน้าที่แต่งสีแต่งกลิ่นให้หอมตามธรรมชาติ

สุดท้ายจะนำไปย่างไฟ เพื่อให้หนังควายเค็มแห้ง ลดระยะเวลาการตากแดด เป็นอีกสูตรสำคัญ ไม่ให้หนังควายเค็มชื้น สามารถเก็บไว้นาน พอย่างไฟแห้งได้ตามต้องการ จะนำหนังควายเค็มที่เป็นเส้นยาวไปตัดเป็นเส้นให้สั้นลง ตามขนาดที่ต้องการ เพื่อรอส่งขาย ตัดรวมเป็นมัด ขนาดความยาวประมาณเส้นละ 20 เซนติเมตร ในจำนวน 1 มัด จะมี 13 เส้น ขายในราคา 100 บาท หนังควายเค็ม 1 ตัว ถ้าน้ำหนักประมาณ 40 – 50 กิโลกรัม เมื่อแปรรูปแล้ว จะขายได้ประมาณ 3,000 – 4,000 บาท ต้องทำส่งขายทุกวัน เพราะมีออเดอร์ไม่อั้น สร้างรายได้เดือนละกว่า 1 แสนบาท  จึงจะต้องสต็อกหนังควายสดไว้เดือนละไม่ต่ำกว่า 3-5 ตันต่อเดือน เพื่อให้เพียงพอกับลูกค้า แต่จะไม่นิยมหนังวัว เพราะมีความบางกว่าจึงไม่เหมาะการทำหนังเค็ม

นางสาวอุธาน ชนะเคน อายุ 42 ปี หรืออุ๊ ยังกล่าวอีกว่า  ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการจำหน่าย ไม่ได้ขายเพียงหนังควายเส้นทั่วไป ยังมีการทำแพ็คเกจ ซีลบรรจุถุงสุญญากาศ เพื่อไม่ให้มีกลิ่น ไม่ให้เกิดความชื้นเวลาจัดส่งขายต่างจังหวัด เพราะมีการขายแบบออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาหนังควายเค็มสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยจะเผาและทุบพร้อมรับประทานบรรจุแพ็คเกจขาย ส่งขายทั่วประเทศ ปัจจุบันส่งขายไปถึงต่างประเทศ อเมริกา แคนนาดา สิงคโปร์ เมื่อลูกค้าจะรับประทานสามารถต้มน้ำร้อนแช่ให้เกิดความนุ่ม สามารถรับประทานได้เลย สำหรับเมนูเด็ด นอกเหนือจากการเผากินกับข้าวเหนียว ยังสามารถนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดอีสาน คือแกงอ่อมขี้เหล็กใส่หนังควายเค็ม ที่ผ่านการเผาไฟทุบให้นุ่ม นำมาหั่นเป็นชิ้นก่อนปรุงรส นอกจากนี้ยังมีเมนูยำหนังควายเค็มที่มีรสชาติเด็ดไม่แพ้ยำเมนูอื่นๆ หากขายตามร้านอาหารอีสาน ราคาไม่ต่ำกว่าจานละ 100 บาท  ยิ่งฤดูหนาวขายดีเป็นพิเศษ ยอดขายเท่าตัว  นิยมนำไปเผาเวลาก่อไฟผิงเพื่อคลายหนาว  หากใครสนใจสามารถติดต่อสอบถาม สั่งซื้อได้ทางออนไลน์เพจ หนังเค็มพ่อประนอม หรือ หนังเค็มแขกนครพนม โทร.063-023-2246

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ!! เบตง ‘ไข่ไก่’ ราคาพุ่งลูกละ 4 บาท

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702848

สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ!! เบตง 'ไข่ไก่' ราคาพุ่งลูกละ 4 บาท

สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ!! เบตง ‘ไข่ไก่’ ราคาพุ่งลูกละ 4 บาท

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.14 น.

ราคาไข่ไก่ใน อ.เบตง จ.ยะลาปรับขึ้นลูกละ 4 บาท ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 240 บาทตามสถานประกอบการ ร้านค้าบางแห่ง ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยต่างสะท้อนว่าสินค้าเกือบทุกประเภทต่างปรับราคาขึ้น

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.66 ที่ร้านเบตงไข่ไก่ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา หลังราคาไข่ไก่ปรับขึ้นราคาอยู่ที่ฟองละ4 เพิ่มขึ้น 10 สตางค์กว่า ต่อฟอง เรื่องนี้ถือว่าเป็นการซ้ำเติมประชาชนหรือเปล่า เพราะในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นอีก จากการสำรวจตามร้านขายไข่ไก่บรรดา พ่อค้า แม่ค้า ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันถึงราคาไข่ไก่ที่พุ่งสูงมากเกินไป จนทำให้จำหน่ายไข่ไก่ได้น้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา

ส่วนประชาชน บอกว่า ถึงราคาไข่ไก่จะปรับราคาก็ต้องจำใจซื้อ เนื่องจากไข่ไก่เป็นอาหารหลักที่มีความจำเป็นต้องมีติดบ้าน จากที่เคยซื้อยกแผง ก็หันมาซื้อครั้งละ 5 ฟอง เพื่อประคับประคองให้อยู่รอดถึงสิ้นเดือน  โดยราคาไข่ไก่ต่อแผง อยู่ที่ 130-150 บาท ตกฟองละ 4-5 บาท ผู้ค้าบอกว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมาไข่ไก่ปรับขึ้นราคามาอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนมาเดือนนี้ที่ปรับขึ้นราคา

ด้านแม่ค้าบอกว่าหลังจากการปรับราคาไข่ไก่ เชื่อว่ากำลังการซื้อของผู้บริโภคจะลดลง  ไม่ต่างไปจากร้านอาหารในพื้นที่ที่มีเมนูอาหารซึ่งมีส่วนประกอบ ที่ใช้ไข่ไก่ ที่ยังไม่ปรับเพิ่มราคาอาหาร เพราะยังพอจะยื้อขายราคาเดิมได้ไหวอยู่ แต่หากราคาไข่ไก่ยังเพิ่มขึ้นอีก แม้จะเห็นใจผู้บริโภค แต่ก็จำเป็นต้องปรับราคาอาหารตามลำดับ มันสวนกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำมากยางก็ราคาถูกและค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลาบางร้านค่าแรงอยู่ที่ 240 – 250 บาท และ 300 บาทการปรับราคาสินค้าเกือบทุกอย่าง จะเป็นการซ้ำเติมประชาชนหรือเปล่า กับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้

ส่วนเหตุผลที่ทำให้ราคาไข่ไก่ปรับสูงขึ้น เพราะราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ที่เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น โดยพบว่าต้นทุนไข่ไก่ ตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ฟองละเกือบ 3 บาท ขณะที่ราคาหน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 3 บาท 20 สตางค์ ซึ่งมีแนวโน้มว่าราคาจะขยับสูงขึ้นอีก เรื่องของไข่ไก่ปรับขึ้นราคา อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะการปรับขึ้นราคารอบนี้เป็นการปรับขึ้นแพงสุด ทำให้ผู้บริโภคต้องปรับตัวเลือกไปทานอาหารอย่างอื่น หลายคนมองว่าค่าครองชีพสูงเพราะสินค้าหลาย ๆ อย่างทยอยขึ้นราคา แต่สวนทางกับรายได้ที่หามาแทบจะไม่พอจ่ายในแต่ละวัน. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทาหรณ์! หญิงวัย 70 กินแกงสับนก ‘ติดคอ-หายใจติดขัดเฉียบพลัน’ ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702824

อุทาหรณ์! หญิงวัย 70 กินแกงสับนก 'ติดคอ-หายใจติดขัดเฉียบพลัน' ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน

อุทาหรณ์! หญิงวัย 70 กินแกงสับนก ‘ติดคอ-หายใจติดขัดเฉียบพลัน’ ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.19 น.

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.66 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โพสต์เตือนเป็นวิทยาทาน ผ่านเฟซบุ๊ก Arak Wongworachat หลังพบหญิง อายุ 70 ปี กินแกงสับนก (นกกวัก) จนติดคอ หายใจติดขัดเฉียบพลัน ผ่าตัดฉุกเฉิน

โดยระบุว่า เป็นกรณีผู้หญิง อายุ 70 ปีเศษ ถูกนำส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เร่งด่วนตอนค่ำ ๆ ด้วยอาการจุกแน่นที่ลำคอ เจ็บคอ หายใจลำบาก น้ำลายฟูมปาก มาที่ห้องฉุกเฉิน แพทย์เวรซักประวัติ ได้ความว่า

หนึ่งชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างกินอาหารเย็นกับครอบครัว มีเมนูอาหารที่แสนอร่อย แกงนกสับ ใช้นกจริง ๆ คือ นกกวัก มาเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร สับนกปนกระดูก ปั้นเป็นก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง ผสมเครื่องปรุงแกงกะทิ ระหว่างรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย ใกล้จะหมดจาน เหลือนกสับชิ้นสุดท้าย ตักใส่ปาก กลืนอาหารลงไป

แต่ทันใดนั้น รู้สึกได้ทันที ก้อนนกสับติดคอ เหมือนชิ้นกระดูกบาดคอ กินน้ำตามก็รู้สึกจุก เจ็บปวด ปั้นข้าวกลืนก็ติดจนต้องคายทิ้ง ยิ่งกลืนน้ำลายยิ่งจุกแน่นในคอมากขึ้นเรื่อย ๆ ให้ญาติพี่น้อง ส่องไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือก็มองไม่เห็นอาการเริ่มแรงขึ้นหายใจติดขัด จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

แพทย์เวรที่ห้องฉุกเฉินใช้เครื่องมือส่องหลอดลมก็มองไม่เห็น จึงส่งเอกซเรย์ จากภาพรังสีจะพอมองเห็นเป็นก้อนเนื้อปนเศษกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ในส่วนลึกของลำคอ ลึกลงไปจากริมฝีปากประมาณ 23 เซนติเมตร จึงปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูก เตรียมความพร้อมผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ให้ผู้ป่วยงดอาหาร เพื่อดมยาสลบ ระงับความเจ็บปวด และป้องกันการสำลักระหว่างผ่าตัด

แพทย์ได้ใช้เครื่องมือพิเศษ เครื่องส่องกล้องในหลอดอาหาร พบมีก้อนเนื้อนกสับ ขนาด 3.5 เซนติเมตร ติดแน่นที่หลอดอาหารส่วนบน ก้อนมีขนาดใหญ่จนเบียดหลอดลม จึงใช้เครื่องมือผ่าตัดสอดใส่ผ่านกล้อง คีบออกมาได้สำเร็จ และพบว่ามีชิ้นส่วนกระดูกที่มีคม ทิ่มแทงผนังหลอดอาหารจนเป็นแผลมีเลือดไหล หลายจุด หลังผ่าตัดต้องให้ยาต้านเชื้อระงับการอักเสบติดเชื้อตามมา ผู้ป่วยนอนในโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ 3 วัน กลับบ้านได้ ปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนของสิ่งแปลกปลอมมีคมติดค้างในหลอดอาหาร คือการติดเชื้อ หลอดอาการเป็นแผล จนทะลุ แทรกซ้อนรุนแรง ข้อพึงระวัง การรับประทานอาหารชิ้นใหญ่ ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนเสมอ แกงนกสับที่ใช้นกมาเป็นวัตถุดิบ มีชิ้นส่วนกระดูกต้องพึงระวังให้มาก.-008 


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Arak Wongworachat

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : จิตใจดี ตั้งใจดี ล้วนเป็นกุศลบุญ โดยเจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702819

ธรรมะวันอาทิตย์ : จิตใจดี ตั้งใจดี ล้วนเป็นกุศลบุญ โดยเจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก

ธรรมะวันอาทิตย์ : จิตใจดี ตั้งใจดี ล้วนเป็นกุศลบุญ โดยเจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.23 น.

8 มกราคม 2566 วัดกลางบ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ อยู่ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ด้านทิศตะวันตก ถนนอรุณประเสริฐ(อำนาจเจริญ –ยโสธร) ประมาณ 19 กิโลเมตร ถึงสี่แยกไฟแดง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายรอง(น้ำปลีก – หัวตะพาน) ราวๆ 5 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านน้ำปลีก และเป็นที่ตั้งวัดกลางน้ำปลีก  มีเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี มีเจ้าอาวาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหลายรูป พระสงฆ์ 5 รูป ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก สังกัดมหานิกาย 

เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ รูปปัจจุบัน ได้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อค้นคว้าศึกษาพระธรรมวินัย ระหว่างที่จำพรรษาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณรอยต่อประเทศพม่า กับ จ.กาญจนบุรี ประเทศไทย ต่อมาพุทธศาสนิกชนชาวบ้านน้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ นิมนต์มาที่วัดกลางบ้านน้ำปลีก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ไม่มีพระจำพรรษา ก็เลยเดินทางมาอยู่ที่วัดกลางน้ำปลีก แรกๆไม่มีอะไรเลย จึงได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งทุกวันนี้ เป็นเวลา กว่า 40 ปี ถือว่า เป็นศูนย์รวมทางจิตใจที่ยึดเหนี่ยวทางใจของชาวน้ำปลีกและใกล้เคียงรวมถึงยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญอีกด้วย 

ต่อมา เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก ฝันว่า ได้ปรากฏเห็นภาพเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ลอยเหนืออุโบสถ จึงนำเรื่องราวความฝันไปปรึกษากับกรรมการวัดและพุทธศาสนิกชนบ้านน้ำปลีก ตกลงว่า ให้ก่อสร้างพุทธมหาเจดีย์สิตตฉัตรมหามงคล แบบพุทธคยาประยุคกับเจดีย์ในปัจจุบัน จึงได้ปรากฏเป็นรูปร่างเจดีย์อย่างที่เห็น โดยใช้เงินงบประมาณจากพุทธศาสนิกชนบ้านน้ำปลีกและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค จำนวน 35 ล้านบาท มีความสูงจากพื้นถึงยอด ประมาณ 47 เมตร ฐานกว้างราวๆ 108 เมตร วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 15 ม.ค.46 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีต่อมา 

ซึ่งมีการจัดงานพิธีพุทธาภิเษกเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 ม.ค.58  ได้จัดพิธีพุทธาภิเษก สมโภชพุมธมหาเจดีย์สิตตฉัตรมหามงคล ขึ้น ช่วงกลางคืน ระหว่างพิธีพุทธาภิเษก มีพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานรายหนึ่งได้บักทึกภาพไว้ เป็นภาพพญานาค ลอยมาจากท้องฟ้าพาดรอบเจดีย์ พร้อมมีภาพสีรุ้งหลากหลายพาดเป็นแนวยาวจากฟ้าสู่เจดีย์ที่กำลังทำพิธีพุทธาภิเษก เชื่อว่า เป็นเหล่าเทพเทวดาบนสรวงสวรรค์และญาณพญานาคมาเข้าร่วมพิธีมหามงคลครั้งนี้ 

ก่อนเดินทางกลับ เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก เทศนาว่า วิบากกรรมของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันไป บางคนป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนตกงานบ่อย บางคนลำบากมาก หากินไม่คล่อง บางคนลูกเกเร วิบากกรรมนี้ ตามหาหลายภพหลายชาติ ซึ่งมีส่วนทำให้เราเกิดมาแตกต่างกัน แต่อย่าสิ้นหวัง หนทางในการบรรเทาวิบากกรรมนั้นมี ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น เวลาที่เราทำบุญหรือทำความดีทุกครั้ง นอกจากบุญที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น การใส่บาตร การถือศีล ฯลฯ แล้ว การพูดคุย ช่วยให้ผู้อื่นสบายใจ การสนทนาธรรม การให้ธรรมทาน การร่วมบริจาคหนังสือธรรมะ การชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาชีวิตให้กับผู้สิ้นหวัง การทำความสะอาดห้องพระ การถวายน้ำเปล่าเพียง 1 แก้ว  การร่วมอนุโมทนากับการทำความดีของผู้อื่น โดยการใช้จิตน้อมไปทางบุญคุณ การกวาดใบไม้ ทำความสะอาดห้องน้ำ หรือของส่วนรวม การดูแลคนแก่ เด็ก การที่เรามีจิตใจดีหรือตั้งใจดี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนเป็นกุศล และเป็นบุญทั้งสิ้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่ชม ‘ใบเมเปิล’ สีแดงสดร่วงลงพื้นโค้งสุดท้ายที่ภูหินร่องกล้า

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702817

นทท.แห่ชม 'ใบเมเปิล' สีแดงสดร่วงลงพื้นโค้งสุดท้ายที่ภูหินร่องกล้า

นทท.แห่ชม ‘ใบเมเปิล’ สีแดงสดร่วงลงพื้นโค้งสุดท้ายที่ภูหินร่องกล้า

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.16 น.

โค้งสุดท้าย!! สำหรับใบเมเปิล ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่พลัดใบร่วงลงพื้นดินเป็นสีแดงเหลือง ส้ม สวยงาม ทั้งที่โรงเรียนการเมืองการทหาร และหน่วยหมันแดง  ที่คาดในหมดภายในสัปดาห์นี้ นักท่องเที่ยวอาจรอดูฤดูกาลหน้าอีกรอบ

8 ม.ค.66 ที่บริเวณโรงเรียนการเมืองการทหาร ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า  ขณะนี้ต้นเมเปิ้ล กำลังผลัดใบเป็นสีแดง ส้ม กำลังร่วงหล่นลงมาอยู่บนพื้นดิน ไปตามโขดหิน และหลังคาบ้านไม้เก่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนการเมืองการทหาร ทำให้สวยงาม มีนักท่องเที่ยวแต่งชุดสวยงามมาถ่ายรูปกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น ประมาณ 15 องศา

นอกจากนี้ที่บริเวณหน่วยหมันแดง ใบเมเปิ้ลที่มีมากที่สุดของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีทั้งสีเหลือง สีแดง สีส้ม ในช่วงนี้ใบร่วงเต็มพื้น คล้ายเป็นพรมสีแดงสวยงามอย่างมาก นักท่องเที่ยวต่างพาครอบครัว และคนรักไปถ่ายไปกันอย่างสวยงาม สำหรับใบเปิ้ล ที่ภูหินร่องกล้า ทั้ง 2 แห่ง คาดว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้าย ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและถ่ายภาพกัน ภายใน 1 สัปดาห์นี้ เนื่องจากใบจะหล่นลงพื้นดินและใบแห้งเป็นสีน้ำตาลไปตามธรรมชาติ และต้องรอชมใหม่ในฤดูกาลหน้า 

สำหรับ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีพื้นที่ครอบคลุมรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เลย เพชรบูรณ์ และ พิษณุโลก มีเนื้อที่ประมาณ 191,875 ไร่ หรือ 307 ตารางกิโลเมตร มีจุดท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผาชูธง ลานหินปุ่ม ลานหินแตก โรงเรียนการเมืองการทหาร น้ำตกหมันแดง  เป็นต้น นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แต่ละปีไม่ต่ำกว่าหมื่นคน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มือดีเขียนคำหยาบ ‘คXX’ ริมทางเขื่อนลำปาว วอนแก้ไขด่วน

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702814

มือดีเขียนคำหยาบ 'คXX' ริมทางเขื่อนลำปาว วอนแก้ไขด่วน

มือดีเขียนคำหยาบ ‘คXX’ ริมทางเขื่อนลำปาว วอนแก้ไขด่วน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.12 น.

ป้ายแผ่นเหล็กของส่วนราชการ ริมถนนหลวงสายปากทาง-เขื่อนลำปาว ตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกมือมืดใช้สีดำเพ้นท์ตัวอักษรไทย “คXX” สื่อถึงความหยาบคาย ตามความหมายของคนอีสานหมายถึงคำด่า เหยียดหยาม ระบุปรากฏเห็นข้อความดังกล่าวก่อนปีใหม่ แต่ถึงวันนี้ยังถูกปล่อยทิ้งไว้เหมือนถูกเมิน ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว เห็นแล้วรับไม่ได้ วอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแก้ไขด่วน

วันที่ 8 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง พบป้ายเหล็กพื้นสีเขียว ที่ปักอยู่ริมคลองชลประทาน ข้างทางหลวงสายปากทาง-เขื่อนลำปาว ใกล้ทางเข้าบ้านโนนสามัคคี หมู่ 10 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ถูกบุคคลนิรนามใช้สเปรย์สีดำพ่นเป็นตัวอักษรไทย “คXX” ขนาดใหญ่ บดบังข้อความเดิมที่ปรากฏอยู่บนแผ่นป้ายเกือบมิด

ทั้งนี้ ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ผู้สัญจรผ่านไปมา เห็นแล้วรู้สึกไม่ดี ไม่รู้มือมืดหรือคนมือบอนเขียนด่าใคร มีเจตนาอะไรถึงลงมือเพ้นท์ข้อความดังกล่าวบนแผ่นป้าย และไม่รู้แอบมาเพ้นท์เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าเห็นก่อนเทศกาลปีใหม่ ผ่านไปมามองเห็นเด่นหรา ชัดเจน เพราะตั้งอยู่ข้างถนนสายหลัก หรือถนนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวสู่เขื่อนลำปาว มีรถยนต์ในพื้นที่และต่างถิ่นสัญจรผ่านวันละกว่า 2,000 คัน ทั้งนี้ ต้องการบอกผ่านสื่อมวลชน ช่วยเป็นกระบอกเสียงฝากถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรีบแก้ไข  และฝากไปถึงเจ้าของตัวอักษรดังกล่าว ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่สุด

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ พบป้ายดังกล่าว ขนาด 1×2 เมตร ซึ่งเป็นป้ายประกาศข้อความว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดปลูกสร้าง แก้ไข หรือต่อเติมสิ่งก่อสร้าง หรือปลูกปักสิ่งใด หรือทำการเพาะปลูก รุกล้ำทางน้ำชลประทาน ชานคลอง เขตคันคลอง หรือเขตพนัง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากกรมชลประทาน ผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 23 และต้องระวางโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ.2485 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว” โดยเป็นตัวอักษรสีขาวบนแผ่นป้ายสีเขียว ก่อนที่จะมีมือมืดใช้สเปรย์สีดำพ่นอักษร “ค XX” ทับเกือบบดบังข้อความเดิมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่พบเห็นและแจ้งข่าว ต้องการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรีบแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการปลดป้ายแผ่นป้ายนี้ออก หรือหากมีความจำเป็นจะประกาศข้อความเดิมอีก ก็ให้นำแผ่นป้ายอันใหม่มาติดตั้งแทน ดีกว่าที่จะปล่อยมานานข้ามปี เหมือนถูกเมินเฉยอย่างนี้ เนื่องจากจุดที่ตั้งแผ่นป้ายอยู่ตรงข้ามกับสถานที่ออกกำลังกายชุมชนตำบลดอนสมบูรณ์ และเป็นจุดพักรถคนเดินทาง ใครที่ผ่านมาเห็นแล้วรู้สึกอนาถใจ รับไม่ได้ กับตัวอักษรข้อความ “ค XX”  เพราะตัวอักษรทั้ง 3 ตัว เมื่ออ่านแล้วไม่สุภาพ หยาบคาย ตามความหมายของชาวอีสานหมายถึงคำด่า เหยียดหยาม จึงอยากให้รีบเปลี่ยนป้ายนี้ออกไป รวมทั้งติดตามตัวบุคคลนิรนาม หรือมือมืดคนนี้มาลงโทษด้วย เพราะถือว่าเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และยังสื่อถึงความไร้มรรยาท ขาดคุณธรรมอันดีงาม ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกับชุมชนด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,923,616 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
สีหศักดิ์ เยือนเมียนมา เตรียมหารือ ประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ถกแก้ฝุ่นพิษ-อาชญากรรมข้ามชาติ
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
เช็กเลย!เปิดโฉมวิปรัฐบาล ยุครัฐบาลอนุทิน กรวีร์นั่งประธานฯ-ภราดรที่ปรึกษาฯ
'หรั่ง กฤษฎากร'ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี 'เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง'
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
​รัฐบาลเล็งออกพรก. กู้เงิน5แสนล. อ้างเร่งด่วนรับวิกฤต
ป.ป.ช. เตรียมแถลงเคลียร์ครหา 2 มาตรฐาน พรุ่งนี้ จากเหตุวินิจฉัยทรัพย์สิน รมต. สวนทางคำตัดสินศาล รธน.
สูญเสีย 'หมอเสริฐ' สิริอายุ 93 ปี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ-สวดอภิธรรม 22 เม.ย.นี้
อึ้ง2ลำจอดแช่คืนเดียว ฟาดกำไร48ล. ตร.เปิดแผนเรือน้ำมัน

Recent Posts

  • นาซาเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “แนนซี เกรซ โรมัน” สร้างแผนที่จักรวาล ไขปริศนาสสารมืด
  • บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ
  • ยูเครนชี้ รัสเซียส่งขีปนาวุธ-โดรน บินเฉียด “เชอร์โนบิล” หวั่นหายนะนิวเคลียร์ซ้ำรอย
  • อิหร่านโจมตีเรือสินค้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เสียหายหนัก หลังสหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิง
  • Karex ผู้ผลิตถุงยางอันดับ 1 ของโลก เตรียมขึ้นราคาถุงยาง 20-30% ผลสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d