Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตะลอนเที่ยว : วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดในพระบรมมหาราชวังกรุงรัตนโกสินทร์

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702812

ตะลอนเที่ยว : วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดในพระบรมมหาราชวังกรุงรัตนโกสินทร์

ตะลอนเที่ยว : วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดในพระบรมมหาราชวังกรุงรัตนโกสินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.07 น.

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่สำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง คือการไปกราบนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในบทความนี้ขออนุญาตไม่กล่าวซ้ำถึงประวัติของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)และพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เพราะเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนต้องทราบประวัติดีอยูู่แล้ว แต่จะขอนำภาพสถานที่ต่างๆ (บางแห่ง) ในวัดพระแก้วมาให้คุณได้ชื่นชม และเชื่อว่าเมื่อคุณได้ชมภาพและอ่านเรื่องสั้นๆ นี้แล้ว คุณน่าจะกลับไปกราบนมัสการพระแก้วมรกตในวัดพระแก้วอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ไปกราบนมัสการพระแก้วมรกตมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว

ในเวลาเช้าตรู่ของวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2566 Mr.Flower ไปวัดพระแก้ว แล้วได้กลับไปซึมซับความวิจิตรอลังการ และความเข้มขลังของพุทธสถานประจำพระบรมมหาราชวังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สิ่งที่สัมผัสได้ในอันดับแรกเมื่อเข้าไปในเขตพุทธสถานคือ ความสงบ (แม้จะมีผู้คนมากมายนับพันคนอยู่ในบริเวณพระอารามหลวงแห่งนี้)หลายคนน่าจะต้องเคยเข้าไปกราบนมัสการพระแก้วมรกตในพระอุโบสถมาแล้ว

แต่หากคุณไปกราบพระแก้วในช่วงวันขึ้นปีใหม่ รับรองว่าคุณจะไม่สามารถอยู่ในพระอุโบสถได้นานเกิน 5 นาที เพราะมีผู้คนจำนวนมากรอเข้าไปกราบนมัสการ ดังนั้น การที่จะนั่งนิ่งๆแล้วพิจารณาความงดงามของพระแก้วมรกต และความงามวิจิตรภายในพระอุโบสถจึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ในช่วงเวลาที่มีผู้คนจำนวนมากต้องการเข้าไปกราบถวายสักการะ แต่หากคุณต้องการจะชื่นชมความวิจิตรภายในพระอุโบสถ ขอแนะนำว่าต้องกลับไปใหม่ในช่วงที่ไม่ใช่หน้าเทศกาล

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่เคยปรากฏว่าภายในพระอุโบสถวัดพระแก้วจะมีผู้คนเข้าไปกราบไหว้พระแก้วมรกตน้อยเลยแม้แต่วันเดียว แต่ถ้าหากคุณไปในวันธรรมดา ก็จะพบกับความแออัดของผู้คนที่มีความศรัทธาในพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองน้อยกว่าวันหยุดในเทศกาลพิเศษอย่างแน่นอน
สิ่งสำคัญอื่นๆ ในบริเวณวัดพระแก้วนอกเหนือจากพระแก้วมรกต และพระอุโบสถคือ ปราสาทพระเทพบิดร พระศรีรัตนเจดีย์ พระอัษฎามหาเจดีย์ (พระปรางค์แปดองค์)หอราชกรมานุสร และหอพงศานุสร หอพระนาคหอพระคันธารราษฎร์ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่พระระเบียงคด รูปปั้นยักษ์ต่างๆ ที่อยู่บริเวณประตูระเบียงคด รูปปั้นกินรี และที่ไม่ควรพลาดชมคือพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งเก็บรวบรวมงานศิลปะดั่งเดิมของวัดพระแก้วและพระที่นั่งบางองค์ไว้สถานที่ต่างๆ

โดยสังเขปที่เล่าให้ฟังนี้ เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น เพราะอันที่จริงยังมีโบราณสถานอื่นๆ อีกมากมายในเขตบริเวณวัดพระแก้ว ดังนั้นหากคุณไปวัดพระแก้วแล้ว ขอให้ใช้เวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะพึงมี เพื่อซึมซับความวิจิตรบรรจงและความอลังการของพุทธสถานสำคัญประจำกรุงรัตนโกสินทร์

มีคำถามฝากทิ้งท้ายวันนี้คือ คุณทราบไหมว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่พระระเบียงคดมีทั้งหมดกี่ห้อง ห้องแรกเริ่มต้นด้วยตอนอะไร และห้องสุดท้ายจบด้วยตอนอะไร และคุณเคยดูรูปปั้นยักษ์ทั้งหมดที่ยืนประจำตามประตูพระระเบียงคดหรือไม่ เคยทราบไหมว่าแต่ละตนชื่อใดบ้าง และมีทั้งหมดกี่ตนวันหน้าผมจะพาคุณไปกราบนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และชื่นชมความวิจิตรอลังการของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และไปชื่นชมความงดงามของหมู่พระที่นั่งต่างๆ ในเขตพระบรมมหาราชวังกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยกัน

หากคุณสนใจไปชมความงามของโบราณสถานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยกับ Mr.Flower โปรดติดต่อที่ 091-723361

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ตะลอนเที่ยว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแชทจ๊ะจ๋า!‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้เมียชาวบ้าน ‘ทนายตั้ม’แฉซ้ำตามขู่สามี

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702808

เปิดแชทจ๊ะจ๋า!‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้เมียชาวบ้าน ‘ทนายตั้ม’แฉซ้ำตามขู่สามี

เปิดแชทจ๊ะจ๋า!‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้เมียชาวบ้าน ‘ทนายตั้ม’แฉซ้ำตามขู่สามี

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.10 น.

เปิดแชทจ๊ะจ๋า!‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้เมียชาวบ้าน ‘ทนายตั้ม’แฉซ้ำตามขู่สามี

8 มกราคม 2566 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ในเพจ “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” เป็นภาพแชทไลน์ ซึ่งเป็นกรณีต่อเนื่องเกี่ยวกับการที่มีสามีเข้ามาปรึกษาหลังพบภาพภรรยาเป็นชู้กับอดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุข้อความว่า “คดีนี้มาปรึกษาผมตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมก็ทำเรื่องฟ้องหย่าภรรยา ฟ้องชู้ที่เป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ปรากฏว่าได้มีการข่มขู่ คุกคามคุณ ก. มาตลอด คุณ ก.เลยอยากจะให้เรื่องนี้ออกสู่สาธารณะ เพื่อป้องกันตัวหากเป็นอะไร และอยากให้ประชาชนได้รู้พฤติกรรมของนักการเมืองใหญ่คนนี้ จึงขอให้ผมช่วยดำเนินการให้ เรื่องนี้ค่อนข้างจะเสี่ยงกับผม”

“จึงไม่อาจทำอะไรให้ถูกใจทุกคนได้ ผมเลยต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง และพยายามให้กระทบกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด แต่ทุกคนจะได้รู้แน่นอนครับ #ถ้าเปิดไลน์คนที่เรารักแล้วเจอแชทแบบนี้เป็นคุณจะรู้สึกอย่างไรครับ?”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกาะสมุยพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาอีกครั้ง

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702794

ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกาะสมุยพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาอีกครั้ง

ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกาะสมุยพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาอีกครั้ง

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.29 น.

วันที่ 7 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สนามบินสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางโดยเครื่องบินเพื่อเข้ามาท่องเที่ยวยังเกาะสมุยอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติยุโรป ทำให้บรรยากาศภายในสนามบินสมุยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่จากการที่ประเทศจีนได้ประกาศเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมนี้ ได้ส่งให้ทุกภาคส่วนพื้นที่อำเภอเกาะสมุยต่างตื่นตัวที่จะรับนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังจากที่ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางออกมาท่องเที่ยวเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด

นอกจากสนามบินสมุยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าแล้ว อีกช่องทางหนึ่งคือการเดินทางด้วยเรือโดยสาร พบว่าบริเวณท่าเทียบเรือแห่งที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ได้เตรียมเรือรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า พบว่าบริเวณท่าเรือมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเช่นเดียวกับสนามบินสมุย โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันคริสต์มาสที่ผ่านมาถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเกาะสมุยทางเรือกว่าสองหมื่นคน หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ประกาศให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวได้ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยต่างตื่นตัว เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวหลักเช่นเดียวกัยนักท่องเที่ยวจากยุโรป

ในเรื่องนี้นายกิตติสตีเว่น ธาระพุทธิ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นบริษัทยังคมมาตรการดูแลความสะอาด ด้วยการทำความสะอาดทุกครั้งที่เรือส่งผู้โดยสาร การเตรียมแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อบนเรือ ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ทำมาโดยตลอด

ในส่วนตัวเป็นห่วงอาจมีนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อไวรัสโควิด แต่ด้วยมาตรการต่างๆ ที่บริษัทได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาเราอยู่กับโควิดมาระยะหนึ่งแล้ว ถึงแม้อาจมีผู้ติดเชื้อผ่านเข้ามาเชื่อว่าจะสามารถรับสถานการณ์ได้

ด้านนายชัยเชษฐ นุ้ยมั้ย ประธานสหกรณ์เดินรถเกาะสมุย กล่าวว่า ยินดีต้องรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทุกคน การกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีนถือได้ว่าเป็นสิ่งดี แต่ตนเองอยากฝากถึงภาครัฐให้มีการตรวจคัดกรองที่เข้ม เพราะตนเองเป็นห่วงว่าอาจเกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ได้ แต่ถึงอย่างไรการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนถือว่าจะเกิดผลดีกับการท่องเที่ยวของเกาะสมุย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายเยี่ยมมาก! ‘เมาไม่ขับ’ ถึงจะกลับเกือบถึงบ้านแต่ขอนอนตรงนี้ก่อนแล้วกัน

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702777

นายเยี่ยมมาก! 'เมาไม่ขับ' ถึงจะกลับเกือบถึงบ้านแต่ขอนอนตรงนี้ก่อนแล้วกัน

นายเยี่ยมมาก! ‘เมาไม่ขับ’ ถึงจะกลับเกือบถึงบ้านแต่ขอนอนตรงนี้ก่อนแล้วกัน

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.37 น.

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.20 น.คืนวันที่ 6 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวขับรถเดินทางกลับจากลงพื้นที่ทำข่าวบังเอิญพบเจอคนนอนอยู่ริมถนนเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี ข้างกับพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha Finn สีน้ำเงิน บริเวณหน้าโชว์รูม ฟอร์ด เจริญผล ถนนสุรินทร์ – สังขะ ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอุบัติเหตุหรือถูกใครทำร้ายมาหรือเปล่า

ผู้สื่อข่าวจึงได้จอดรถลงไปดูและเรียก รปภ.ที่อยู่หน้าโชว์รูมรถฟอร์ดเพื่อเข้าไปดูและสอบถามหากเกิดอุบัติเหตุจะได้โทรตามกู้ภัยเพราะถ้ายังนอนอยู่ตรงนี้เกรงว่าจะเกิดอันตรายได้

เมื่อผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ รปภ.เข้าไปเรียกใกล้ๆ ชายคนดังกล่าวก็ได้พยุงตัวขึ้นมาพูดคุยด้วย พร้อมกับอาการคล้ายคนเมา จับใจความได้ว่า ตนทำงานอยู่บริษัทไปรษณีฯ พอดีที่บริษัทจัดงานเลี้ยงปีใหม่ตนจึงดื่มเมาไปหน่อยและพยายามขับรถกลับมาบ้าน ตนพักอยู่ในซอยนี้เอง แต่พอขับมาถึงหน้าปากซอยเกิดเสียหลักล้มก็เลยขอจอดรถนอนอยู่ตรงนี้เลยแล้วกัน” 

เมื่อตั้งสติได้ชายคนดังกล่าวก็ได้ลุกขึ้นสตาร์ทรถจักรยานยนต์และขับหายเข้าไปในซอย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปีเกาะพะงันนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702774

ฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปีเกาะพะงันนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

ฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปีเกาะพะงันนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.17 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานฟูลมูนปาร์ตี้ครั้งแรกของปี 2566 ที่หาดริ้น ตำบลบ้านใต้ อำเภอกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 6 ม.คง66 ที่ผ่านมา นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมพล.ต.ต. ศรัญญู ชำนาญราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิจารณ์ จุนทวิจิตร นายอำเภอเกาะพะงัน พ.ต.อ.ปัญญา นิรัติมานนท์ ผกก.สภ.เกาะพะงัน พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสาธารณสุขอำเภอเกาะพะงัน ได้ร่วมปล่อยแถวดูแลความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยที่มาร่วมกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้ครั้งนี้จำนวนมาก

สำหรับกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้แรกของปี 2566 ระหว่างที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังเต้นตามเสียงเพลงที่เล้าใจด้วยความสนุกสนานบนชายหาดได้มีลมกรรโชกแรงพร้อมกับฝนตกลงมาทำให้นักท่องเที่ยววิ่งเข้าหลบฝนภายร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมหาดริ้น และเมื่อฝนหยุดตกนักท่องเที่ยวต่างทยอยกลับลงชายหาดเพื่อสนุกกันต่อ ส่วนไฮไลต์ของงานอยู่ในช่วงกลางดึกนักท่องเที่ยวเดินทางมาสมทบเต็มบริเวณชายหาดเพื่อสัมผัสบรรยากาศคืนพระจันทร์เต็มดวงจนถึงรุ่งเช้าได้เห็นดวงอาทิตย์โผล่จากขอบเหนือน้ำทะเลที่สวยงาม

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า หมู่เกาะอ่างทอง และเกาะบริวารมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างคึกคักอีกครั้งได้รับฟังผู้ประกอบการบนเกาะพะงัน ทราบว่า นักท่องเที่ยวมามากกว่าปกติขณะนี้เที่ยวบินไม่เพียงพอที่จะนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งยังมีผู้จะเดินทางเข้ามาอีกทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงานฟูลมูลปาร์ตี้ครั้งแรกปี 2566 คืนนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 2 หมื่นคน โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 5 พันบาทต่อคน คาดว่าจะทำให้มีเงินสะพัดในงานมากกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กองสลากพลัส’เลื่อนขายลอตเตอรี่ งวด 17 ม.ค. ไม่มีกำหนด ยันไม่เกี่ยว DSI

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702772

'กองสลากพลัส'เลื่อนขายลอตเตอรี่ งวด 17 ม.ค. ไม่มีกำหนด ยันไม่เกี่ยว DSI

‘กองสลากพลัส’เลื่อนขายลอตเตอรี่ งวด 17 ม.ค. ไม่มีกำหนด ยันไม่เกี่ยว DSI

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.51 น.

วันที่ 7 มกราคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก กองสลากพลัส โพสต์แจ้งเลื่อนขายลอตเตอรี่งวดวันที่ 17 มกราคม 2566 อย่างไม่มีกำหนด โดยระบุว่า กองสลากพลัสขออนุญาตเลื่อนวันเปิดจำหน่ายลอตเตอรี่ งวด 17 มกราคม 2566 แบบไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์ลอตเตอรี่ราคาแพง และจะแจ้งวันเวลาในการเปิดจำหน่ายอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซีอีโอกองสลากพลัส โพสต์ระบุว่า เลื่อนเปิดขายลอตเตอรี่เพราะสู้ราคาไม่ไหว ไม่เกี่ยวกับ DSI นะครับ งวดนี้ขายตามปกตินะครับ แต่เปิดช้า ติดตามข่าวสารที่กองสลากพลัส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : 7เดือน‘กทม.’ยุคผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’ ‘แผงลอย’ทวงถามนโยบายไม่คืบ

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702737

สกู๊ปแนวหน้า : 7เดือน‘กทม.’ยุคผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’  ‘แผงลอย’ทวงถามนโยบายไม่คืบ

สกู๊ปแนวหน้า : 7เดือน‘กทม.’ยุคผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’ ‘แผงลอย’ทวงถามนโยบายไม่คืบ

วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565 ซึ่งมี “การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)” ในครั้งนั้นต้องบอกว่า “แลนด์สไลด์”กับชัยชนะของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้คะแนนสนับสนุนจากประชาชนคนกรุงไปถึง 1.3 ล้านเสียง ถล่มทลายชนิดที่นำคะแนนของผู้ที่ได้อันดับ 2-5 รวมกันก็ยังน้อยกว่า สะท้อน “ความหวัง” ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านของ กทม. ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เศรษฐกิจ-ปากท้อง” เรื่องใกล้ตัวที่ประชาชนมักเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเข้ามาแก้ไขบรรเทาผลกระทบ

“หาบเร่แผงลอย” เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ต้องการความชัดเจนด้านนโยบาย เพราะก่อนหน้านั้นด้านหนึ่ง กทม. มีนโยบายยกเลิกจุดผ่อนผันเกือบทั้งหมดเพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ผู้สัญจร ท่ามกลางเสียงสะท้อนของผู้ค้าจำนวนมากว่าต้องสูญเสียอาชีพ เพราะจะไปพื้นที่เอกชนที่ทำเลดีก็สู้ราคาค่าเช่าไม่ไหว แต่จะไปพื้นที่ทำเลไม่ดีอยู่ในซอกหลืบก็ขายไม่ได้อีก แต่อีกด้านหนึ่ง หาบเร่แผงลอยโดยเฉพาะกลุ่ม “สตรีทฟู้ด (Street Food)” หรืออาหารริมทาง ได้รับคำยกย่องจากสื่อต่างประเทศว่าดีที่สุดในโลก เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชาติให้มาลิ้มลอง

ข้อมูลจาก http://www.chadchart.com เว็บไซต์ทางการของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ณ วันที่ 23 พ.ค. 2565) กล่าวถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับหาบเร่แผงลอยจำนวน 11 นโยบาย ได้แก่ 1.ดึงอัตลักษณ์ สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ 2.ส่งเสริมให้ผู้ค้าแผงลอยมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ 3.สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ค้าแผงลอย ภาคประชาชน และเอกชนในพื้นที่ ช่วยดูแลพื้นที่การค้า 4.ขึ้นทะเบียนผู้ค้าแผงลอย พร้อมติดตามการดำเนินการ

5.เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับพื้นที่การค้าหาบเร่แผงลอย 6.หาพื้นที่ของเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ขายของสำหรับหาบเร่หรือศูนย์อาหาร (Hawker Center) 7.ทางเท้าเดิมโล่ง สะอาด เป็นระเบียบ 8.ตลาดนัดชุมชน ตลาดนัดเขต 9.ใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรม Function-based License 10.ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน และ 11.พัฒนาโอกาสและศักยภาพในตลาด กทม. คำถามคือ “ณ วันนี้ นโยบายที่กล่าวมาคืบหน้าไปเพียงใด?” หลังผ่านไปแล้วกว่า 7 เดือนหลัง กทม. ได้พ่อเมืองคนใหม่

เรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 7 เดือนแล้วที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แต่นโยบายที่เคยหาเสียงไว้เกี่ยวกับการดูแลผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ยังไม่มีความคืบหน้า เช่น กรณีจุดผ่อนผันที่ถูกยกเลิกไปกว่า 500 จุดช่วงรัฐบาลทหารคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนเหลือเพียง 176 จุด ในยุคที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม.จนถึงปัจจุบันที่ ชัชชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งต่อจาก พล.ต.อ.อัศวิน ก็ยังไม่มีการอนุมัติพื้นที่เพิ่ม

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ที่ยังได้รับอนุญาตให้ทำการค้า ปัจจุบันเท่าที่ทราบคือผู้ค้าหลายรายยังไม่ได้รับบัตรประจำตัวของผู้ค้าทั้งที่ กทม. เปิดให้ลงทะเบียนไปแล้ว จึงอยากเรียกร้องไปยังผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ควรเร่งรัดพิจารณาเปิดจุดผ่อนผันเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความพร้อมสามารถตั้งแผงค้าได้แบบจัดระเบียบไม่ให้กีดขวางคนเดินเท้า นอกจากนั้น ในจุดที่อนุญาตอยู่แล้วควรจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกด้วย

เช่น จุดผ่อนผันย่านอ่อนนุช 70 ผู้ค้าลงทุนติดตั้งระบบถังดักไขมัน แต่ยังต้องซื้อน้ำประปาและไฟฟ้าจากภายนอก เรื่องนี้เคยสอบถามไปยังการประปาและการไฟฟ้าฯ ได้รับคำตอบว่าหากทางสำนักงานเขตประสานมาก็สามารถไปติดตั้งระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า ได้ทันที จึงอยากให้ทาง กทม. เร่งรัดไปยังทางเขตด้วย โดยจุดดังกล่าวผู้ค้ามีการรวมกลุ่มและพร้อมจ่ายค่าน้ำประปา-ไฟฟ้า ขอเพียงมีการมาติดตั้งเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของระเบียบ 16 ข้อ ที่ออกโดย กทม. มาตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯอัศวิน ซึ่งเครือข่ายผู้ค้าเรียกร้องให้แก้ไขเพราะไม่สามารถใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ

แต่จนถึงปัจจุบันในสมัยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็ยังไม่มีการขยับในเรื่องนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ค้าและเจ้าหน้าที่ เช่น เคยมีกรณีผู้ค้าย่านเจริญกรุง ตั้งแผงค้ามานานหลายสิบปี วันหนึ่งที่ดินบริเวณนั้นมีการก่อสร้างคอนโดมิเนียม และทางคอนโดฯ ได้ร้องเรียนว่าทำให้ทัศนียภาพไม่สวยงาม ซึ่งแม้เทศกิจที่ดูแลพื้นที่จะเห็นว่าผู้ค้าตั้งแผงเป็นระเบียบไม่กีดขวางทางเดิน แต่ก็ต้องรื้อย้ายแม้จะเห็นใจก็ตาม เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หากไม่ทำก็จะมีความผิด ทั้งนี้มีหลายจุดใน กทม. ที่มีความพร้อมในการเปิดให้ค้าขายได้ แต่ยังติดข้อจำกัดที่กฎระเบียบดังกล่าว

เรวัตร กล่าวต่อไปว่า อีกทั้งพื้นที่ค้าขายใน กทม. และในแต่ละเขตมีบริบทไม่เหมือนกัน จึงอยากให้ผู้บริหาร กทม. ลงมาดูพื้นที่จริง อย่าดูแต่เรื่องร้องเรียนบนแอปพลิเคชั่นทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เพราะคนร้องเรียนก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบหาบเร่แผงลอย ส่วนประเด็นการจัดหาพื้นที่อื่นทดแทนทางเท้า ที่มีแนวคิดมาจากฮอว์คเกอร์ เซ็นเตอร์ (Hawker Center) ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งย้ายผู้ค้าเข้าไปในอาคาร ในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถนำมาใช้กับบริบทของประเทศไทยได้ เรื่องนี้พูดกันมาตั้งแต่รัฐบาล คสช. แต่จนปัจจุบันก็ยังทำไม่สำเร็จ

“อย่างพื้นที่สุขุมวิท คุณจะเอาพื้นที่ตรงไหนเข้าไป เขาก็หาไม่ได้เหมือนกันเพราะค่าเช่ามันแพง พื้นที่มันแพงเพราะเป็นของเอกชนที่ไม่สามารถคุมได้เลย เอกชนเขาขึ้นค่าเช่าตามที่เขาต้องการได้ แล้วผลกระทบจากโควิดมันทำให้คนต้องหนีตายกันหมดเลย คนอยู่ไม่ได้ไง ค่าเช่ามันแพง อย่างหลายๆ พื้นที่ ถ้าเราออกไปในบางพื้นที่มันอาจจะมีอยู่แล้วที่เหมือนคล้ายๆ กับฮอว์คเกอร์ คือเขาทำตลาดอยู่แล้ว มันก็จะมีบางพื้นที่อยู่ แต่ถ้าที่เขาขายอยู่ด้านนอกที่มันล้นอยู่แต่เดิมจะให้เขาไปอยู่ตรงไหนพื้นที่มันไม่พอ” นายเรวัตร กล่าว

ด้านนักวิชาการที่ศึกษาความเป็นไปของหาบเร่แผงลอยมาอย่างยาวนาน ศ.ดร.นฤมล นิราทร อาจารย์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝาก 3 ข้อถึง3 ระดับ ประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้จะทำอะไรก่อน-หลัง และภายในระยะเวลาเท่าใด เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพว่าพื้นที่ใดสามารถอนุญาตให้ค้าขายได้-ไม่ได้ และพื้นที่ที่ไม่สามารถอนุญาตให้ขายได้ กทม. จะทำอย่างไรกับผู้ที่ยังทำการค้าอยู่ อย่างน้อยต้องมีตารางการทำงานที่มองเห็นภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

“ในแต่ละเขตมันไม่เหมือนกัน ในบางเขตอาจจะทำการสำรวจผู้ค้าได้ ในบางเขตอาจจะพูดถึงการหาพื้นที่ให้เขาขายได้ แต่บางเขตยังทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็หมายความว่าไทม์ไลน์เหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นไปทุกเขต แต่หมายความว่าคุณชัชชาติจะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะต้องทำแบบนี้ๆ ในภาพใหญ่โดยหลักการจะต้องเอาอย่างนี้มาให้ได้ แล้วแต่ละเขตจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ภายในเวลาทุกๆ 6 เดือนจะต้องมารายงานผลว่า
ทำไปถึงขนาดไหน ทำได้-ไม่ได้เพราะอะไร” อาจารย์นฤมล กล่าว

2.สำนักงานเขต เมื่อรับนโยบายจาก กทม. แล้ว แต่ละเขตก็ต้องวางแนวทางดำเนินการที่กำหนดเงื่อนเวลาไว้ชัดเจน เช่น ในอีก 2 ปีข้างหน้าจะตอบโจทย์อะไรประชาชนบ้าง ซึ่งแนวทางของแต่ละเขตจะแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่ เช่น มีชุมชนแออัดหรือการจัดหาพื้นที่ค้าขาย บางจุดอาจเป็นพื้นที่สำนักงาน พื้นที่ตลาดนัด ฯลฯ และ 3.ผู้ค้า จะทำอย่างไร เช่น ในบางเขตที่มีการฟื้นฟูจุดผ่อนผันที่เคยถูกยกเลิกไป ก็มีข้อพิพาทระหว่างผู้ค้ารายเดิมที่มองว่าต้องได้สิทธิ์ก่อนเพราะต่อสู้เรียกร้องมาตั้งแต่ต้น กับรายใหม่ที่มองว่าหากกำหนดเช่นนั้นก็เท่ากับลิดรอนสิทธิ์

ส่วนประเด็นแนวคิดการทำฮอว์คเกอร์ เซ็นเตอร์ ก็ต้องดูบริบทของแต่ละพื้นที่ซึ่งแตกต่างกัน เช่น ในย่านบางรัก หรือย่านเอกมัย-สุขุมวิท มีบางพื้นที่ของเอกชนที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ฮอว์คเกอร์ เซ็นเตอร์ ซึ่งก็คือ “ศูนย์อาหาร” นั้นสามารถตีความได้หลายแบบ โดยในแบบสิงคโปร์ที่สร้างเป็นอาคารก็เป็นรูปแบบหนึ่ง แต่พื้นที่สาธารณะที่ขายอาหารก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น ถนนในย่านบางลำพู เพียงแต่เป็นการขายแบบซื้อไปรับประทานที่อื่น ไม่ใช่นั่งรับประทานที่ร้าน

ทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่เล็กและประชากรน้อยกว่าเมืองอย่าง กทม. การบริหารจัดการจึงง่ายกว่า แต่การวางรูปแบบพื้นที่นั้น กทม. มีทางเลือกมากกว่าสิงคโปร์ แต่ต้องพูดคุยกันให้ได้ข้อสรุปว่าจุดใดตั้งแผงลอยได้-ไม่ได้ หรือหากจุดไหนตั้งได้จะจำกัดจำนวนกี่แผง โดยไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวทุกพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความสะอาด ไม่ทำให้ชาวบ้านทั่วไปเดือดร้อน มีโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการค้าขาย เช่น ระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า

“เขาต้องเลิกคิดว่าร่มต้องสีเดียวกัน รถเข็นต้องแบบเดียวกัน คนนั้นขายก๋วยเตี๋ยว คนนี้ขายขนมต้ม จะเป็นรถเข็นแบบเดียวกันได้อย่างไร” อาจารย์นฤมล ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นานๆจะเห็นที! เปิดภาพน่ารัก’ม้าเทวดา’ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาว

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702766

นานๆจะเห็นที! เปิดภาพน่ารัก'ม้าเทวดา'ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาว

นานๆจะเห็นที! เปิดภาพน่ารัก’ม้าเทวดา’ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาว

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.07 น.

6 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์ภาพหาดูยาก ขณะ”ม้าเทวดา” หรือ กวางผา ซึ่งเป็น 1 ใน 19 ชนิดสัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ ออกมาอาบแดดช่วงหน้าหนาวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนก.ค.ปีที่ผ่านมา “ม้าเทวดา”ได้โชว์ตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว บริเวณจุดชมวิวบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

สำหรับ“ม้าเทวดา” หรือ “กวางผา” สัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย หนึ่งในสายพันธุ์หิมาลัย ที่แพร่กระจายมาถึงบ้านเรา อาศัยอยู่บนดอยสูง ซึ่งที่ “กิ่วแม่ปาน” เป็นหนึ่งในไม่กี่ดอยที่พบกวางผาอาศัยอยู่ โดยกวางผาเป็นสัตว์ตระกูลแพะเช่นเดียวกับเลียงผา รูปร่างทั่วไปคล้ายเลียงผา แต่กวางผามีขนาดเล็กกว่าราวครึ่งหนึ่ง มีคอเล็กกว่า หางยาวกว่า และขาสั้นกว่า มีแถบสีดำพาดอยู่กลางหลัง โดยกวางผาตัวเมียจะมีสีขนอ่อนกว่าตัวผู้

ขอบคุณข้อมูล ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช,อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

-001

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fprhotnews02%2Fposts%2Fpfbid02McAWB2srCsVXF3YP1swzEGRZBt5okMkyLuaxd6RRkPmUEBsabxWt8f2yJ3aZxDgGl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แบบนี้ก็มีด้วย! ‘หนุ่มขอนแก่น’เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702754

แบบนี้ก็มีด้วย! 'หนุ่มขอนแก่น'เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง

แบบนี้ก็มีด้วย! ‘หนุ่มขอนแก่น’เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.52 น.

แบบนี้ก็มีด้วย! “หนุ่มขอนแก่น”เบื่อนอนบนดิน ขอนอนบนต้นไม้สูง สร้างกระท่อมเล็กๆ อาศัยกินนอนในป่ารกร้างใจกลางเมืองอุดรธานี

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายเพชรสยาม เจนหัตนามเสนา ครูข้างถนน ว่า มีคนสร้างกระท่อมพักอาศัยหลับนอนอยู่กินบนต้นไม้ ที่บริเวณพื้นที่ป่ารกร้างของเอกชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จากนั้นจึงเดินทางลงพื้นที่ไปพิสูจน์ ซึ่งพบว่าที่ต้นไม้มีคนมาสร้างกระท่อมอยู่บนต้นไม้จริง โดยพบว่าหนุ่มคนนี้ได้สร้างเหมือนบ้านอยู่บนต้นอะลาง ที่อยู่สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร และได้พบกับ นายชาลี เศษเสงสี หรือชาลี อายุ 38 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีท่าทีเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส และเป็นกันเอง

โดย นายชาลี เล่าว่า เดิมทีตนเป็นชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีพี่น้องร่วมกัน 5 คน ก่อนหน้านี้เคยทำงานที่กรุงเทพมหานคร ทำงานหาเงินได้ก็ส่งกลับมาดูแลทางบ้าน แต่เพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจไม่ดี จึงเดินทางกลับมาทำงานรับจ้างทั่วไปใกล้บ้าน แถว จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี และทำงานรับจ้างทั่วไปที่ จ.อุดรธานี มานานเกือบ 7 ปี แล้วก่อนหน้านี้ก็เช่าบ้าน แต่เพราะเศรษฐกิจแย่ลง ประกอบกับโรคโควิด-19 ระบาด จนรายได้ก็ไม่ดี เลยติดหนี้ค่าเช่าหอประมาณ 3,000 บาท จึงย้ายออกมาสร้างกระท่อมบนต้นไม้นานเกือบ 3 ปีแล้ว และเงินค่าเช่าก็ใช้หนี้ไปหมดแล้ว ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ตื่นเช้ามาก็มีงานก็ออกไปรับจ้าง ส่วนกับข้าวบางทีก็ไปขอที่วัดและขอกับคนรู้จักบ้าง ซึ่งคนแถวนี้ใจดี

ทั้งนี้ กระท่อมบนต้นไม้จะเรียกว่าบ้านต้นไม้เลยก็ว่าได้ สร้างมาจากเศษไม้วัสดุที่เหลือใช้ ใช้ไม้เศษที่เก็บมาได้ โดยทำขึ้นมาแบบง่ายๆ นำไม้ไปวางและมัดโดยเชือก โดยไม่ยึดติดกับต้นไม้ เพื่อเป็นการให้ต้นไม้ได้ขยายตัว ส่วนหลังคาก็มุงด้วยผ้าใบ พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่เอกชน แต่เราก็ไม่ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างถาวร ความต้องการนี้ตนไม่ขออะไร ขออยู่แบบนี้ก็เพียงพอ การที่มาอยู่แบบนี้ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าดีสบายใจ ระหว่างใช้ชีวิตบนต้นไม้ในช่วงอากาศที่หนาวก็ไม่หนาว เพราะว่ามีต้นไม้เป็นที่บังลมให้ แม้ในยามฝนตกก็ไม่ใช่ปัญหา อยู่แบบนี้ตนเองก็มีความสุขดี

อย่างไรก็ดี หากเจ้าของที่ทราบเรื่องว่าตนมาใช้พื้นที่เป็นที่พักอาศัย ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกกังวล แต่ก็ขอขอบคุณ แต่หากจะให้ย้ายออกจากพื้นที่ตนก็ยินยอม แต่ขอโอกาสให้ใช้เวลาหาที่พักสักระยะ ทั้งนี้ หากมีหน่วยงานราชการยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือตนก็ยินดี แต่ตนขอช่วยเหลือตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน ก่อนจะรับการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ เนื่องจากไม่อยากเป็นภาระ

ด้าน นายเพชรสยาม ครูข้างถนน เปิดเผยว่า ตนรู้เรื่องนี้จากเด็กๆ ในชุมชนซึ่งเราได้ดูแล โดยเราทราบว่าก่อนหน้านี้ 2 ปี มีคนมานอนอยู่บนต้นไม้ ตนก็พยายมาจะติดต่อ มาหาเขาตลอด แต่เขาก็ไม่อยู่ เนื่องจากเขาออกไปทำงานในกลางวัน ซึ่งตนเพิ่งได้เจอตัวเมื่อวานนี้ เบื้องต้นได้สอบถามข้อมูลรู้ว่า เขาเป็นชาว จ.ขอนแก่น ทำงานเป็นช่างแอร์ และรับจ้างทั่วไป โดยแนวทางการช่วยเหลือต่อไปเราจะช่วยหางานที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของเขา และดูแลในเรื่องความจำเป็นพื้นฐาน เท่าที่รู้ความต้องการแกตอนนี้คืออยากได้ไฟโซล่าเซลล์เอาไว้ส่องสว่างยามค่ำคืนสัก 1 ดวง ที่สำคัญจะทำการช่วยในเรื่องเอกสารทะเบียนบ้านที่อยู่ให้ย้ายมายัง จ.อุดรธานี เนื่องจากเขาไม่อยากจะเดินทางกลับไปบ้านที่ จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ เพื่อสิทธิในการรักษาพยาบาลและสิทธิในการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตามกรอบของรัฐต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความแตกต่างระหว่าง ‘ใจที่มีสมาธิ’ กับ ‘ใจที่ไม่มีสมาธิ’

Posted on January 8, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702733

ความแตกต่างระหว่าง 'ใจที่มีสมาธิ' กับ 'ใจที่ไม่มีสมาธิ'

ความแตกต่างระหว่าง ‘ใจที่มีสมาธิ’ กับ ‘ใจที่ไม่มีสมาธิ’

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.07 น.

ส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินว่าดูจิตกัน แต่เราไม่ค่อยจะได้ยินเรื่องของการดูกาย เพราะเราคิดว่าการดูกายนี้มันสู้ดูจิตไม่ได้ แต่การที่จะดูจิตได้นี้จำเป็นจะต้องมีสมาธิก่อน เพราะว่าจิตนี้ไวมาก ถ้าไม่มีสมาธิทำใจให้นิ่งก่อนจะดูจิตไม่ได้จะตามไม่ทัน พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ดูกายก่อนกายคตาสติก่อน ในสติปัฏฐาน ๔ มีจุดที่ให้ดูอยู่ ๔ จุด จุดแรกก็คือกาย จุดที่สองก็คือเวทนา จุดที่สามก็คือจิต และจุดที่สี่ก็คือธรรม ท่านให้ดูกายก่อนเพราะว่ากายเป็นส่วนหยาบเป็นส่วนช้า ที่เราสามารถติดตามดูการเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกได้อย่างสบาย ส่วนจิตนี้อารมณ์ต่างๆ ความคิดปรุงเเต่งต่างๆ นี้ มันละเอียดและมันไวมาก เราจะไม่มีความสามารถที่จะติดตามและทำให้เกิดประโยชน์ได้ เราจึงต้องดูกายก่อน

เจริญสติที่กายก่อน เฝ้าดูการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ถ้าใจเกาะติดอยู่กับร่างกายเวลานั่งสมาธิใจก็จะไม่ลอยไปลอยมา ให้บริกรรมพุทโธๆ ก็จะบริกรรมแต่พุทโธเพียงอย่างเดียว ไม่เหมือนกับพวกเราที่เวลานั่งสมาธิกัน เวลาบริกรรมพุทโธได้สัก ๒-๓ ครั้ง ก็ไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้ว ถ้าทำอย่างนี้แล้วนั่งไปนานเท่าไรก็ไม่มีวันที่จะสงบได้ จะสงบได้นี้ต้องอยู่กับคำบริกรรมพุทโธๆ ไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่องภายใน ๔-๕ นาทีใจก็เข้าสู่ความสงบได้ รวมเป็นหนึ่งเป็นอุเบกขาได้ สักแต่ว่ารู้ได้ หรือถ้าใช้การดูลมหายใจเข้า-ออกก็จะอยู่กับการดูลมเพียงอย่างเดียว ลมหายใจเข้าก็รู้ ลมหายใจออกก็รู้ รู้ตรงจุดเดียวก็รู้ตรงจุดที่ลมหายใจเข้า-ออกบริเวณปลายจมูก หรือบริเวณเหนือริมฝีปากเป็นจุดที่ลมจะสัมผัสกับร่างกายเวลาเข้าไปเวลาออกมา ถ้ามีสติเฝ้าอยู่ ดูอยู่ตรงจุดนั้นอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เผลอไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่นานใจก็จะรวมเข้าสู่ความสงบได้เช่นเดียวกัน

นี่คือวิธีเจริญสติเพื่อให้เกิดสมาธิ เพื่อให้เกิดอุเบกขา พอเกิดอุเบกขาแล้ว ก็เหมือนกับการได้รับประทานอาหารอิ่มแล้ว พออิ่มแล้วพอออกมาเห็นขมนมเนย ถ้ามีตัณหาความอยากกินเนื่องจากยังมีนิสัยยังไม่ได้ตัดตัณหาความอยาก แต่ความจริงร่างกายไม่อยากจะกิน แต่ใจยังอยากจะกินอยู่ เราก็สามารถใช้ปัญญาสอนใจได้ว่า อย่าไปกิน กินแล้วมันจะเป็นโทษกับร่างกายกับจิตใจ กับร่างกายก็คือทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเกิน มีน้ำหนักมากเกินไปทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ เป็นภัยแก่จิตใจก็เพราะว่าจะส่งเสริมความอยาก ส่งเสริมความทุกข์ใจให้มีอายุต่อไปยาวขึ้นไป ถ้าเราต้องการที่จะให้ใจของเราหลุดพ้นจากความทุกข์ เราก็ต้องไม่ทำตามความอยาก ถ้าใจอิ่มแล้วมีอุเบกขาแล้วพอได้รับข้อมูลอย่างนี้ก็จะไม่ทำตามความอยากได้ จะไม่รู้สึกทรมานแต่อย่างใด

แต่สำหรับใจที่ยังไม่มีอุเบกขานี้ ก็เหมือนกับคนที่ยังไม่ได้กินข้าว พอเจอขนมนมเนยขึ้นมาก็อยากจะกินทันที แล้วก็ต่อให้ช้างมาฉุด ต่อให้ใครมาสอนว่าไม่กินก็จะไม่ฟัง เพราะตอนนั้นมันหิวมันก็จะกิน นี่คือความแตกต่างกันระหว่างใจที่มีอุเบกขากับใจที่ไม่มีอุเบกขา ใจที่มีสมาธิกับใจที่ไม่มีสมาธิ เวลามีอุเบกขาแล้วพอใช้สัมมาทิฏฐิ ใช้เหตุผลมาสอนใจไม่ให้ทำตามความอยากใจก็จะเชื่อ แต่ถ้าไม่มีสมาธิไม่มีอุเบกขา ต่อให้เอาพระพุทธเจ้ามาสอนต่อหน้าก็ทำตามไม่ได้ หยุดความอยากไม่ได้


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ที่มา https://www.facebook.com/Suchart.Abhijato

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,923,767 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
สีหศักดิ์ เยือนเมียนมา เตรียมหารือ ประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ถกแก้ฝุ่นพิษ-อาชญากรรมข้ามชาติ
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
เช็กเลย!เปิดโฉมวิปรัฐบาล ยุครัฐบาลอนุทิน กรวีร์นั่งประธานฯ-ภราดรที่ปรึกษาฯ
'หรั่ง กฤษฎากร'ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี 'เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง'
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
อึ้ง2ลำจอดแช่คืนเดียว ฟาดกำไร48ล. ตร.เปิดแผนเรือน้ำมัน
​รัฐบาลเล็งออกพรก. กู้เงิน5แสนล. อ้างเร่งด่วนรับวิกฤต
ป.ป.ช. เตรียมแถลงเคลียร์ครหา 2 มาตรฐาน พรุ่งนี้ จากเหตุวินิจฉัยทรัพย์สิน รมต. สวนทางคำตัดสินศาล รธน.
สูญเสีย 'หมอเสริฐ' สิริอายุ 93 ปี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ-สวดอภิธรรม 22 เม.ย.นี้

Recent Posts

  • นาซาเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “แนนซี เกรซ โรมัน” สร้างแผนที่จักรวาล ไขปริศนาสสารมืด
  • ปธน.ไต้หวัน” ยกเลิกเยือนเอสวาตินี หลัง 3 ชาติแอฟริกาปิดน่านฟ้า คาดถูกจีนกดดัน
  • ยูเครนชี้ รัสเซียส่งขีปนาวุธ-โดรน บินเฉียด “เชอร์โนบิล” หวั่นหายนะนิวเคลียร์ซ้ำรอย
  • อิหร่านโจมตีเรือสินค้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เสียหายหนัก หลังสหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิง
  • Karex ผู้ผลิตถุงยางอันดับ 1 ของโลก เตรียมขึ้นราคาถุงยาง 20-30% ผลสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d