“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” อยากเเก้ไขหนี้สินให้ชาวร้อยเอ็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/353044

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” อยากเเก้ไขหนี้สินให้ชาวร้อยเอ็ด

คนในข่าว  :  21 พ.ย. 2561
ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์,รวมพลังประชาชาติไทย,กปปส,ลุงกำนัน,สุเทพ เทือกสุบรรณ

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” อยากเเก้ไขหนี้สินให้ชาวร้อยเอ็ด :  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“กปปส.ของลุงกำนัน” ที่วันนี้กลายเป็นพรรค “รวมพลังประชาชาติไทย” ที่ออกสตาร์ทเร็วกว่าเพื่อนและเดินคารวะแผ่นดินไปในหลายจังหวัด พร้อมประกาศตัวผู้สมัครส.ส.อย่างชัดเจน

ในภาคอีสานนั้นนักการเมืองหน้าใหม่ที่มาร่วมงานกับลุงกำนันเคยเคลื่อนไหวภาคประชาชนในนามสมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาก่อนแทบทั้งสิ้น

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” หรือ “เซียะ” วัย 39 ปี ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังของเมืองร้อยเอ็ด ที่ประกาศตัวลงเขตสมัครส.ส.ร้อยเอ็ดเขต 5 เเละต้องชนกับอดีตส.ส.เจ้าของพื้นที่คือ ศักดา กงเพชร ที่ถือว่าเป็นกระดูกเบอร์ใหญ่ที่ธนกฤตต้องเข้าไปต่อสู้

ธนกฤต บอกว่า “สิ่งที่อยากแก้ไขให้ประชาชนมากที่สุดคือเรื่องหนี้สิน เพราะตอนนี้ชาวร้อยเอ็ดแทบทุกครัวเรือนมีปัญหาหนี้สินกันแทบทั้งสิ้น เป็นชาวนาก็หนี้สินเยอะทำให้แทบจะลืมตาอ้าปากไม่ได้ หากได้รับเลือกเป็นส.ส.สิ่งแรกที่จะทำและแก้ไขคือเรื่องนี้”

“เราได้คุยกับผู้นำท้องถิ่น รู้ว่าปัญหาใหญ่ของชาวบ้านคือหนี้ ทั้งนี้จากการลงทุนทางการเกษตรและหนี้จากไฟแนนซ์จึงอยากจะช่วย สาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครส.ส.เพราะอยากช่วยชาวบ้าน ครอบครัวเราทำธุรกิจมานาน เห็นปัญหาของชุมชนโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “เซฟมาร์ท” ที่มีอยู่ในทุกอำเภอเสมือนธุรกิจที่ทำให้ได้รู้จักชุมชนมากยิ่งขึ้น และที่ผ่านมาครอบครัวได้ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และออกงานกิจการทางสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจอยากจะลองลงสมัครการเมืองดูเพื่อจะได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวร้อยเอ็ดในนามของนักการเมือง ซึ่งน่าจะเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้” ธนกฤต ระบุ

ต้องรอดูว่าความฝันของชายคนนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ชาวร้อยเอ็ดในพื้นที่นี้จะให้คำตอบ

‘กฤษฎา’อยากให้หนองคายเป็นสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352885

‘กฤษฎา’อยากให้หนองคายเป็นสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา

คนในข่าว  :  20 พ.ย. 2561
กฤษฎา ตันเทอดทิตย์,พรรคเพื่อไทย

“กฤษฎา ตันเทอดทิตย์”อยากให้หนองคายเป็นสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา : คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“กฤษฎา ตันเทอดทิตย์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หนองคาย พรรคเพื่อไทย ที่จะลงศึกเลือกตั้งในฐานะคนหน้าใหม่ เผยความคิดในการอาสาเป็นคนการเมืองว่า เริ่มต้นจากการที่ได้เข้ามาทำงานในสภาอุตสาหกรรม ทำให้เห็นโครงสร้างของการทำงานระหว่าง 3 ภาคส่วนคือ การเมือง รัฐ และเอกชน ในขณะเดียวกัน ก็มองเห็นถึงปัญหาต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา และอื่นๆ

จากการศึกษาโครงสร้าง 3 ภาคส่วน จึงเล็งเห็น​เลยว่า ภาคที่มีส่วนผลักดัน​สำคัญที่สุดเลยคือการเมือง จึงมีความสนใจทางการเมือง

“พอเริ่มเห็นถึงโครงสร้างแล้ว ความเข้าใจคือถ้าวันนี้เราอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่บ้านเรา จำเป็นต้องมาจากภาคการเมือง ภาคเอกชน อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่สุดท้าย ถ้าต้องการเปลี่ยนแบบจริงจัง จำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุนจากการเมือง”

สนใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เพราะมองว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย ทำได้จริงหลายๆ อย่าง ตัวอย่างในอดีตคือ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือโครงการกองทุนหมู่บ้าน และอีกหลายๆ อย่าง ที่สำคัญที่สุด พรรคนี้สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนทุกระดับชั้นได้ ซึ่งเป็นปัญหาหลัก แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาจริงๆ ไม่ใช่ปลายเหตุ

“มีความสนใจด้านเศรษฐกิจ​ การศึกษา และสุขภาพ ซึ่งมองว่า ถ้าวันนี้เศรษฐกิจ​ดี ปัญหาต่างๆ ในสังคมจะเริ่มน้อยลง การศึกษาก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพของคน เราควรยกระดับจากแรงงานทั่วไปเป็นแรงงานมีฝีมือ จนไปถึงระดับเป็นแรงงานวิชาชีพ เราถึงจะแข่งขันในเวทีโลกได้ อนาคต หลายๆ อย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ถ้าคนของเราไม่พร้อม เราจะล้าหลังอีกมาก และสำคัญที่สุด เราเหมาะที่จะเป็น ศูนย์กลางด้านการรักษาพยาบาล เรามีโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำมากมาย แต่วันนี้ทำอย่างไรให้โรงพยาบาลภาครัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลยกระดับขึ้นมา ตรงนี้จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้”

เป้าหมายคืออยากทำให้ จ.หนองคาย ไม่ใช่แค่เมืองผ่าน แต่ทำให้เป็นเมืองพัก เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา หนองคายจะเป็นประตูสู่ สปป.ลาวและจีน และที่สำคัญที่สุด คือเป็นต้นแบบของเมืองท่องเที่ยว เมืองเกษตร เมืองสุขภาพ และเมืองแห่งการศึกษา

‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352738

‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง

คนในข่าว  :  19 พ.ย. 2561
วทันยา วงษ์โอภาสี,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,พลังประชารัฐ,เลือกตั้ง

‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง : คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

อดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี “วทันยา วงษ์โอภาสี” หนึ่งในสตรีที่มาลงสนามการเมืองคราวนี้ โดยละวางหน้าที่ “กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท สปริงส์นิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด” มาสวมเสื้อ “พลังประชารัฐ”

“ไม่เคยคิดเลย ถือเป็นมิติใหม่ในชีวิต แต่เป็นธรรมดาของชีวิตว่ามีเรื่องแปลกใหม่ผ่านเข้ามาโดยไม่ได้คาดฝันมาก่อน ยอมรับว่ามีผู้ใหญ่ทาบทามจากหลายที่ จนกระทั่งผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ ชักชวนโดยให้ข้อคิดหลายเรื่อง จนเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่เราคิดมาโดยตลอด มันถูกจริงๆ ทั้งหมดหรือเปล่า”

“เรื่องการเมืองเรารู้อยู่แล้วว่า วันที่เราตัดสินใจเดินมาแล้ว ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็เป็นเรื่องที่เราต้องน้อมรับ ที่สำคัญ ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำดี คิดดีแล้ว ปัจจัยตรงนี้จะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นสิ่งที่ดีตามมา”

“ถ้ามัวแต่กลัวว่าทำงานการเมืองนั้นเปลืองตัว เราก็เป็นได้แค่คนนั่งมอง ไม่เคยลุกขึ้นมาทำอะไรจริงๆ เมื่อตัดสินใจแล้วว่า วันนี้ถ้าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าอยากจะทำให้ดีขึ้น ถ้าได้แต่พูดไม่ลงมือทำคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

ส่วนเหตุผลที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เพราะ “เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง และเมื่อตัดสินใจลงสนามการเมืองจริงๆ แล้วดูอุดมการณ์พรรค หรือปณิธานถือว่าตรงกับสิ่งที่เราตั้งใจทำมาโดยตลอด แม้เราไม่ใช่อาชีพนักการเมือง และเล่นการเมืองไม่เป็นจริงๆ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคไม่ได้มาจากการเป็นนักการเมืองทั้งหมด เป็นสายวิชาการ หรือทำธุรกิจมาก่อน ทุกคนเสียสละมาทำงาน เราอยากจะทำงานร่วมกับคนที่โฟกัสในเรื่องงาน ไม่ใช่โฟกัสในเรื่องบทบาทหรือเรื่องอื่น สิ่งหนึ่งที่ขอไว้เลยคือถ้าเราเข้ามาแล้วเราต้องทำประโยชน์ให้พรรคจริงๆ”

ส่วนมุมมองประเทศไทยอีก 20 ปีข้างหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรนั้น วทันยา บอกว่า “อีก 20 ปีข้างหน้า หลายอย่างจะเปลี่ยนโฉมไปมาก โดยเฉพาะด้านดิจิทัล แน่นอนว่าอีก 20 ปี หลายอย่างต้องเปลี่ยนแปลงจนไม่กล้าคิดเลยว่า เมื่อถึงตรงนั้นอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แต่วันนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของตัวเองที่เริ่มเข้ามาสู่แวดวงการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ในอีก 20 ปีข้างหน้า”

“การเมืองปัจจุบัน ทุกพรรคชูเรื่องความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้ง เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำงานในระบบพรรคการเมือง ตอนนี้หลายพรรคก็เปิดตัวคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกคนเห็นปัญหาการเมืองของประเทศมาค่อนข้างเยอะ ดังนั้น สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนอยากจะเห็นประเทศชาติเดินไปในทิศทางที่ดี ทุกคนจึงควรออกมามีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพรรคไหน ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน”

‘พล.ต.ท.วิศณุ ‘พร้อมช่วยงานพรรคและอดีตผู้บังคับบัญชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352302

‘พล.ต.ท.วิศณุ ‘พร้อมช่วยงานพรรคและอดีตผู้บังคับบัญชา

คนในข่าว  :  16 พ.ย. 2561
พลตทวิศณุ ม่วงแพรสี,พรรคเสรีรวมไทย

“พร้อมช่วยงานพรรคและอดีตผู้บังคับบัญชา” “พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี” นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทย

“พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี” อดีตผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการมาหมาดๆ มารับหน้าที่ “นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทย” กับ ”เดอะตู่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค ที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา

“พล.ต.ท.วิศณุ” ชื่อนี้อาจใหม่ในแวดวงการเมือง แต่ความจริงแล้วเขาคือนายตำรวจที่นักข่าวสายอาชญากรรมรู้จัก เพราะเป็นเสมือนมือขวาของเจ้าของฉายาวีรบุรุษนาแก ที่ร่วมปราบคดีดังในเมืองไทยหลายคดี

เมื่อวันนี้พรรคเสรีรวมไทยเดินสายหาสมาชิกและคัดกรองผู้สมัคร ส.ส. โดยหัวหน้าพรรคตั้งเป้าว่า “มีคนติดตามสิ่งที่ผมเสนอแนวคิดทางสังคมออนไลน์ 120 ล้านวิว ผมขอแค่ร้อยละ 10 มาลงคะแนนให้พรรคนี้ และหากได้รับความไว้วางใจร้อยละ 5 พรรคผมจะได้ ส.ส.หลายคนแล้ว”

เมื่อบวกกับคนการเมืองที่ “เดอะตู่” ทาบทามให้มาร่วมงานกับพรรคนี้แล้วนั้น ต้องดูว่า ”เสรีรวมไทย” จะมีชื่อแจ้งเกิดบนเวทีสภาหินอ่อนหรือไม่…

“พี่ตู่มาชวนก่อนเกษียณหลายเดือนว่า ยังแข็งแรง ไม่มีภาระทางครอบครัว มาช่วยงานพรรคนี้นิด ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง มองว่าพรรคที่พี่ตู่ตั้งขึ้นมามีอุดมการณ์ ผมได้รับงานจากพี่ตู่ให้ตรวจสอบประวัติสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เอาแบบไม่มีประวัติด่างพร้อย เพราะผมเคยเป็นพนักงานสอบสวน น่าจะตรวจประวัติได้ง่าย”

“หลักการที่พรรควางไว้ในขั้นต้นคือ การเลือกตั้งไม่ควรเริ่มต้นด้วยการซื้อเสียงและซื้อนักการเมืองมาร่วมงาน พรรคนั้นๆ ควรคัดคนที่มีคุณภาพเพื่อให้ สังคมยอมรับ ผมร่วมงานกับพี่ตู่ในวงการตำรวจตั้งแต่จบโรงเรียนนายร้อยสามพราน รุ่น 34 เห็นวิธีทำงานตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ ไม่กลัวอิทธิพล สังคมเห็นผลงานของพี่ตู่ในช่วงรับราชการมาแล้ว และวันนี้พี่ตู่ตั้งพรรคนี้ขึ้นมาเพื่อให้สังคมพิจารณา ผมก็พร้อมที่จะช่วยงาน”

‘เกศปรียา แก้วแสนเมือง’ เชื่อในโอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352289

‘เกศปรียา แก้วแสนเมือง’ เชื่อในโอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลง

คนในข่าว  :  15 พ.ย. 2561
เกศปรียา แก้วแสนเมือง,อดีตผู้ประกาศข่าว,พรรคเพื่อชาติ

เชื่อในโอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลง ‘เกศปรียา แก้วแสนเมือง’ พรรคเพื่อชาติ : คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“เพื่อชาติ” หนึ่งในพรรคที่หลายคนมองว่าเป็นพรรคของคนเสื้อแดงที่แยกตัวมาจากเพื่อไทย เพราะแกนนำที่ทำหน้าที่กองเชียร์อย่าง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” และ “จตุพร พรหมพันธุ์” ถือว่าเป็นขุนพลชั้นนำของเพื่อไทยและนปช.ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

“เกศปรียา แก้วแสนเมือง” อดีตผู้ประกาศข่าวที่ผันตัวมาสวมเสื้อคนการเมืองกับพรรคเพื่อชาติที่ถือว่าเป็นหน้าใหม่และรุ่นใหม่บนเวทีนี้

หญิงสาวจากเมืองขอนแก่น วัย 28 ปี มีดีกรี ป.โท วารสารศาสตร์ จากสำนักท่าพระจันทร์ โดยหลายคนไม่เคยรู้จักในแวดวงการเมืองมาก่อน แต่วันนี้ “เดียร์” จะลงสมัคร ส.ส.จัดสรรปันส่วนผสมกับพรรคเพื่อชาติ และรอว่าผู้ใหญ่ในพรรคจะมอบหน้าที่ใดให้ทำงาน

“เดียร์” ระบุว่า แต่เดิมนั้นไม่ค่อยสนใจการเมืองแต่ในช่วงที่ทำงานทีวีก็พบว่าผู้หญิงในหลากเวทีมีบทบาทน้อย รวมทั้งคนรุ่นใหม่ด้วยที่ผู้ใหญ่บางคนสอนว่าอย่าไปยุ่งการเมือง ทั้งๆ ที่การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากสุด เช่น หากผู้หญิงมีลูกก็มีกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของเด็กแรกเกิดแล้ว จากนั้นก็ต้องไปโรงเรียน รัฐต้องดูแลสวัสดิการเหล่านี้ เป็นต้น

ในฐานะผู้หญิงและคนรุ่นใหม่อยากใช้โอกาสที่ผู้ใหญ่ชวนให้มาทำงานการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลง ตอนแรกที่ผู้ใหญ่ในพรรคมาชวนก็คิดหลายครั้งแต่เมื่อตกผลึกแล้วก็คิดว่าโอกาสคือการเปลี่ยนแปลง จึงขออาสามาทำหน้าที่นี้ ทั้งๆที่ตนไม่ใช่คนโด่งดังในสังคม แต่เมื่อพรรคให้โอกาสก็ขอใช้โอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้สังคมดีขึ้น

รัฐสภาเมืองไทยมีผู้หญิงที่ทำงานการเมืองร้อยละ 6 เท่านั้น ทั้งๆ ที่บทบาทของผู้หญิงในสังคมถือว่าไม่น้อยกว่าผู้ชาย และอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้หญิงน่าจะได้มีโอกาสบนเวทีการเมืองเพิ่มขึ้น

“ตอนที่มาพรรคนี้ช่วงแรกอึดอัด ไม่รู้จักใคร และมีผู้ชายเยอะ ก็กังวลนะ(ยิ้ม) แต่เมื่อได้แสดงความเห็นกับผู้ใหญ่ในพรรคก็พบว่ามีความเป็นมิตรและให้เดียร์แสดงทัศนะเพื่อบรรจุไว้ในร่างนโยบายพรรค ตรงนี้คือประสบการณ์ชีวิตอีกขั้นหนึ่ง”

“ถามว่ามาพรรคนี้กังวลไหม ตอนแรกก็กังวลบ้าง เมื่อได้สอบถามทางบ้านแล้วและตัดสินใจแล้ว เราตัดสินใจแบบนี้ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

จากเวทีนางงามสู่ถนนการเมือง”เชอรี่” เมลิสา พรรคชาติพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352161

จากเวทีนางงามสู่ถนนการเมือง”เชอรี่” เมลิสา พรรคชาติพัฒนา

คนในข่าว  :  14 พ.ย. 2561
เมลิสา มหาพล,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,เชอรี่,พรรคชาติพัฒนา,เวทีนางวาม,ถนนการเมือง

จากเวทีนางงามสู่ถนนการเมือง”เชอรี่” เมลิสา มหาพล พรรคชาติพัฒนา : คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

ไม่นานมานี้ “พรรคชาติพัฒนา” เปิดตัว “เชอรี่” เมลิสา มหาพล อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2549 เป็นสมาชิกพรรค ถือว่าสร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะ “เชอรี่” ถือเป็น “นางงาม” อีกคนที่เปิดตัวลงสู่ “สนามการเมือง”

ในการประชุมพรรคชาติพัฒนา วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่มีวาระ เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ “เชอรี่” ถูกวางตัวให้เป็นทีมงานประชาสัมพันธ์ และรั้งตำแหน่ง “รองโฆษกพรรค” เพื่อใช้จุดเด่น ความเป็นนางงาม ดีกรีดอกเตอร์ เข้าถึงประชาชน

ด้วยบุคลิกที่เคยผ่านงานประกวดระดับชาติ และไปไกลถึงระดับโลก แถมขณะนี้ยังมีงานพิธีกร เเละอีเวนท์ “เชอรี่” บอกว่า คืองานที่ถนัด และด้วยความสวยที่พ่วงด้วย “ปริญญาเอก” จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จึงเป็นเครื่องการันตีว่า “งานสื่อสาร” เป็นเรื่องที่ไม่ต้องห่วง

แต่ในสมรภูมิการเมืองที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ และวันข้างหน้าไม่รู้จะต้องเจออะไรบ้าง “อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2549” บอกว่าไม่กลัว โดยเฉพาะการขุดคุ้ยเรื่องฉาวมาโจมตี

“ตั้งแต่ลงประกวดเวทีนางงาม เจอมาตลอดทั้งการขุดคุ้ยและโจมตี ซึ่งเราสามารถผ่านมาได้ ดังนั้นจากนี้ไปคงไม่มีอะไรที่น่าหวั่นใจ และด้วยความตั้งใจที่อยากทำงานรับใช้สังคมฐานะนักการเมือง จึงไม่ห่วงหรือกลัวอะไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

กับก้าวแรกบน “ถนนการเมือง” ในสายตานางงาม “เชอรี่” บอกว่า เต็มไปด้วยความท้าทาย และจากที่ทำงานเพื่อสังคมมาพอสมควร ทำให้เห็นว่า เวทีการเมืองคือ การเปิดพื้นที่และสร้างโอกาสให้เข้าถึงปัญหาและนำปัญหาไปสู่การแก้ไขได้ในวงกว้าง

“หากใครจำได้ ตอนขึ้นเวทีประกวดนางงาม เชอรี่เคยบอกว่าตอนเด็กๆ ถูกลักพาตัว และเป็นความโชคดีที่รอดมาได้ นั่นเป็นจุดหนึ่งที่เราคิดว่าหากเรามีโอกาสสิ่งที่ต้องถูกยกระดับให้มากๆ คือ เรื่องสวัสดิภาพเด็ก ผู้ด้อยโอกาส เพราะไม่อยากเห็นเด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส ถูกใครรังแกหรือตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีอีก และปัจจุบันปัญหาสังคมเกิดขึ้นเยอะมาก ดังนั้นอยากจะเข้าไปช่วยให้การแก้ไขปัญหาทำได้จริง”
สำหรับแนวคิดนี้…จากเวทีนางงาม เมื่อปี 2549 ที่มีโอกาสสัมผัสงานด้านสังคมต่างๆ ผ่านไป 12 ปี ทำไมเพิ่งคิดและตัดสินใจลงสนามการเมือง ? ซึ่ง “เชอรี่” บอกว่า ปีนี้อายุครบ 36 ปีแล้ว และเคยบอกตัวเองว่า พร้อมแล้ว ที่ผ่านมายอมรับมีหลายพรรคการเมืองทาบทามให้ไปร่วมงาน แต่ปฏิเสธไปทุกครั้งเพราะคิดว่ายังไม่พร้อม แต่เมื่อได้มาเจอผู้ใหญ่ในพรรคชาติพัฒนา ได้คุยและแลกเปลี่ยนความเห็น ทำให้เห็นแนวทางและงานที่เราอยากทำชัดเจนขึ้น จึงตัดสินใจลงสู่สนามการเมือง

“กับโอกาสลงสู่สนามการเมือง ในนามผู้สมัคร ส.ส. แม้ตอนนี้ยังต้องรอการตัดสินใจอีกครั้งจากคนที่เกี่ยวข้อง แต่หากได้รับโอกาสก็พร้อมทำเต็มที่ โดยการเมืองสไตล์เชอรี่คือการใช้ความเป็นผู้หญิงที่มีความอ่อนหวานเข้าหาประชาชน เพราะเชื่อว่าการเมืองยุคนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยคำโจมตี ด่าทอ หรือดิสเครดิตใครเพื่อชนะเลือกตั้งต่อไป”

ลุงกำนันเป็นโค้ช เราทำหน้าที่พลเมือง ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/351898

ลุงกำนันเป็นโค้ช เราทำหน้าที่พลเมือง ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล

คนในข่าว  :  12 พ.ย. 2561
บั๋ม,ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล,พรรรวมพลังประชาชาติไทย,พรรคลุงกำนัน,ลุงกำนัน,กำนันสุเทพ,กปปส

“คุณลุงก็คือคนหนึ่งที่มีอุดมการณ์ ถ้าเรามีอุดมการณ์ เราก็ไม่สามารถทิ้งอุดมการณ์นั้นโดยที่เพิกเฉย”

          ใครเปิดไปดูเฟซบุคแฟนเพจของ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” ที่ ลุงกำนัน “สุเทพ เทือกสุบรรณ”กำลังนำทีมเดินคารวะแผ่นดินอยู่ทั่วไทยตอนนี้

          ช่วงไม่กี่วันก่อน มีหน้าสวยใสของหญิงสาวคนหนึ่งที่มาในนาม “ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย” กับลีลาการพูดจาฉะฉานว่า ทำไม รปช. จึงเชิญ “สุเทพ” มาเป็นที่ปรึกษาพรรค

ลุงกำนันเป็นโค้ช เราทำหน้าที่พลเมือง ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล

          “คุณลุงก็คือคนหนึ่งที่มีอุดมการณ์ ถ้าเรามีอุดมการณ์ เราก็ไม่สามารถทิ้งอุดมการณ์นั้นโดยที่เพิกเฉย ตอนนี้บ้านเมืองจำเป็นต้องปฏิรูป เราต้องเข้ามาทำอะไรสักอย่างที่จะช่วยปฏิรูปประเทศต่อไปข้างหน้าได้ มันคือหน้าที่พลเมืองหนึ่งคนที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ และมีพรรคการเมืองหนึ่งพรรคที่ตั้งขึ้นมา พรรคที่จำเป็นจะต้องมีโค้ช คุณลุงรับหน้าที่เป็นโค้ช เป็นแค่พลเมืองหนึ่งคนที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ และไม่ทิ้งความฝัน”

          เธอผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ “บั๋ม ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล” บุตรสาวของ “บรรเจิด เหล่าปิยะสกุล” อดีตเลขานุการส่วนตัว คนสนิทของลุงกำนันเราดีๆ นี่เอง มารดาคือ “รัตนา เหล่าปิยะสกุล” มีพี่ชายฝาแฝดอีกสองคน คือ บิ๊กกับเบิร์ด “จิรวงศ์” และ “จิรพงศ์”

ลุงกำนันเป็นโค้ช เราทำหน้าที่พลเมือง ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล

          บั๋ม ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล เกิดวันที่ 5 กรกฎาคม 2529 ปัจจุบันอายุ 32 ปี เดิมชื่อ “จิรนันท์” แต่เพิ่งเปลี่ยนเป็น “ธารจิรา” ช่วงปี 2561 นี้เอง

          จากเด็กสาวจากภาคใต้ เมื่อเข้าสู่วัยมัธยม บิดาได้วางแผนเรื่องคอนเนคชั่นให้เธอมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงจัดแจงให้มาเรียนร.ร.วัฒนาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ

          โดยเธอเองก็เพิ่งรู้ตอนโตว่า การเรียนที่ ร.ร.นี้สามารถสร้างคอนเนคชั่นให้กับตนเองได้เยอะ โดยทุกวันนี้เครือข่ายเพื่อนฝูงยังช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี

          ต่อมาเธอเรียนต่อเอกมนุษย์ศาสตร์ภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แล้วไปต่อปริญญาโทที่ กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในสายการตลาด

ลุงกำนันเป็นโค้ช เราทำหน้าที่พลเมือง ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล

          เจ้าตัวเคยเล่าในรายการ ผู้หญิงมหัศจรรย์ Wonder Woman ช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ตอนที่เรียน ป.โทไปได้เกือบจบ ก็มาค้นพบว่าชอบงานโรงแรม ก็เลยลงเรียนต่อในสาขาการโรงแรมอีกใบ

          จนเมื่อเรียบจบก็มาช่วยงานที่บ้านทำกิจการโรงแรม “ไอยรา วิลล่า” อ.เขาหลัก จ.พังงา

          ต่อมาเริ่มสนใจงาน Wedding Planner ที่เริ่มจากเพื่อนฝูงมาขอให้ช่วยเป็นแม่งานให้ ด้วยความที่รสนิยมดี ชอบจัดการสิ่งต่างๆ มาตั้งแต่ทำโรงแรม

          ที่สุดก็พบว่าเป็นงานที่รักและมีความถนัดอย่างมาก ทุดวันนี้เธอกลายมาเป็นผู้จัดงานแต่งงานอย่างเต็มตัว และได้รับการยอมรับ ส่งต่อกันปากต่อปาก แม้เพียงรันมาแล้ว 2 ปีเศษก็ตาม

ลุงกำนันเป็นโค้ช เราทำหน้าที่พลเมือง ธารจิรา เหล่าปิยะสกุล

          อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เป็นลูกสะตอด้วยกัน ครอบครัวมีความสนิทสนมกับตระกูล “เทือกสุบรรณ” อย่างถึง “วงใน” เมื่อใดที่ลุงกำนันมีภารกิจ จึงไม่แปลกที่สาวบั๋มจะเข้าไปร่วมด้วยช่วยกัน

          บางคนจะคุ้นหน้าเธอจากความเป็น “สมาชิกกลุ่มแนวร่วม กปปส’56” มาก่อนหน้านี้ ซึ่งบั๋มก็ได้เข้าร่วมเป่าจนนกหวีดสึกไปหลายอันอยู่!

          มาวันนี้ เมื่อลุงกำนันกลับมาสานต่อภารกิจ “ปฏิรูปประเทศ” ทายาทของ บรรเจิด เหล่าปิยะสกุล คนนี้จึงเอาบ้าง

          แม้จะตั้งต้นในฐานะของ “ผู้ร่วมก่อตั้ง” พรรค รปช. และช่วยลุงกำนันเดินสายแจกเอกสารพรรคอย่างไม่กลัวผิวเสีย

          แต่หลังจากนี้ถนนสายการเมืองของเธอ จะเดินไปไกลขนาดไหน น่าติดตามยิ่ง!!

//////

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค Bam Laopiyasakul

ส่อง “สงกรานต์”ผู้ชายปลายฝนชนหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/351709

ส่อง “สงกรานต์”ผู้ชายปลายฝนชนหนาว

คนในข่าว  :  10 พ.ย. 2561
สงกรานต์ เตชะณรงค์

ส่อง “สงกรานต์”ผู้ชายปลายฝนชนหนาว  : รายงาน

และแล้ว หลังจากที่ครบ 1 ปีพอดี ที่ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ประกาศเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2560 ว่าจะไม่ยอมเลิกรากับศรีภรรยา แอฟ ทักษอร (ขณะยังเป็นเตชะณรงค์) แน่นอน

พอเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา ผู้ชายคนเดียวกันนี้ที่เป็นฝ่ายโทรไปง้ออดีตเมีย ให้มาเซ็นใบหย่าเองเสร็จสรรพ ! (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/ent/337935)

ส่อง "สงกรานต์"ผู้ชายปลายฝนชนหนาว 

 

ตอนแรกคนไทยก็งง คาดเดาและจับแพะชน “แมท” เอ๊ย ชนแกะอยู่พักใหญ่ตามสายธารข่าวลือ…

ปรากฏว่าเมื่อวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สาวแมท ภีรนีย์ คงไทย ออกมาเฟิร์มแล้วจ้า ว่ากำลังคุยอยู่กับคนนี้นั่นแหละ สารภาพ !! (อ่านhttp://www.komchadluek.net/news/ent/351190)

ส่อง "สงกรานต์"ผู้ชายปลายฝนชนหนาว 

 

ก็เมื่อเห็นแมทแจงยิบไปแล้ว คงไม่ต้องบรรยายต่อว่า “ซัมติงสเปเชียล” มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

สู้หันมาดูฝ่ายชายกันดีกว่า…ที่จะว่าไป หลังจากบ่นชีวิตอยู่สองสามคำ มาวันนี้ไม่ว่าโลกข้างนอกจะสะเทือนไหว ด้วยแรงตบตีของ FC สองสาวขนาดไหน

แต่สำหรับ “คนรูปหล่อ พ่อรวย” อย่าง “สงกรานต์ เตชะณรงค์” นี่มันสิวๆ ทุกอย่างผ่านมาก็จะผ่านไป จากนี้ไปจึงประกาศขอเริ่มต้นใหม่ !!

คนมาถึงวัย 35 ได้…ประสบการณ์มันสอนมาเยอะ !!

และกับบทบาทของทายาทโบนันซ่า ที่ผ่านชีวิตจากเด็กเสเพล มาสู่คนหนุ่มที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง เรื่องความหล่อไม่ต้องพูดถึง เพราะกินไม่ได้ แต่เรื่อง “พ่อรวย” นี่สิเด็ด !

สำหรับ เจ้าพ่อโบนันซ่าวัยเก๋า “ไพวงษ์ เตชะณรงค์” บิดาของสงกรานต์ ที่เคยออกตัวเป็นกาวใจเหนียวหนึบให้อดีตลูกสะใภ้คืนรัง วันนี้หัวอกพ่อไม่รู้ว่ากำลังลุ้นให้ลูกชายเดินหน้ารักใหม่อย่างมีสติหรือเปล่า

แต่ที่แน่ๆ คนนี้แหละที่ไม่ว่าสงกรานต์ไปที่ไหน ทำอะไร ก็จะมีใบหน้าของเขาปรากฏเป็นแบ็กดร็อปอยู่เบื้องหลังชีวิตของบุตรชายไปทุกที่

คือนอกจากความรวยจากรุ่นพ่อจะส่งให้รุ่นลูก ฉายสีในแวดวงแสงเพชรแล้ว เสี่ยไพวงษ์ยังเป็นเหมือนผู้ปัดเป่าข่าวร้าย ช่วงบุตรชายมีปัญหากับอดีตเมีย ก็จะคอยเคลียร์โจทย์กับนักข่าวให้เสมอ

แถมยังหนุนเสริมภาพลักษณ์คนทำงานของบุตรชายมาตลอด ว่าต่อให้สายรักวุ่นวายติดลบยังไง แต่สายงาน สงกรานต์เต็มร้อย !!

 

ส่อง "สงกรานต์"ผู้ชายปลายฝนชนหนาว 

ทั้งหมดนี้ บอกเลย คนที่เติบโตมาได้ถึงวัยเก๋าขนาดนี้ ประสบการณ์มันสอนมาเยอะ (กว่า) !!

คนระดับไพวงษ์ จึงมีวันนี้ ทั้งสินทรัพย์ที่เป็นอาณาจักรธุรกิจ สั่งสมเม็ดเงินท่วมล้นยุ้งฉาง และทรัพย์สินในรูปของเครือข่ายสายสัมพันธ์ ที่ยิ่งหนุนเสริมกันในเรื่องต่างๆ ชนิดใช้ยังไง…ไม่มีวันหมด !!

ก่อนจะมาใช้บั้นปลายชีวิตในขุมทองคำ และเลี้ยงหลาน “ปีใหม่” อย่างชื่นใจคุณปู่ “ไพวงษ์” ก็ได้ชื่อว่าเป็นอีกเจ้าของตำนานการสร้างตัวคนหนึ่งของเมืองไทย

ชีวิตวัยเด็กเขาต้องดิ้นรนขายลอตเตอรี่อยู่ในสวนลุมพินี พอโตมาก็ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอาหารที่อเมริกา จากนั้นทำร้านอาหาร เรียนไปทำงานไปสู้ชีวิตสุดๆ !!

จนเมื่อจบปริญญาตรี ด้านคอมเมอร์เชียล อาร์ต จากมหาวิทยาลัยวู้ดเบอรี่ สหรัฐอเมริกา ก็กลับมาเมืองไทยแล้วเริ่มต้นทำเทรดดิ้งส่งสินค้าไปขายในอเมริกา

กระทั่งมาลงมือทำโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในชื่อ “โบนันซ่า” ที่เขาใหญ่ ตามความฝันที่เคยวาดไว้สำเร็จ โดยเริ่มดำเนินโครงการเมื่อปี 2535 บนเนื้อที่รวมกว่า 5 พันไร่ ออกแบบอาณาจักรในสไตล์ American Country ที่ใช้ไม้กว่า 80% เป็นวัสดุในการสร้าง เข้าเส้นคนไทยสุดๆ

แน่นอน อาณาจักรโบนันซ่าประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น และธุรกิจอื่นๆ ก็เติบโตตามมา จนภายหลังไพวงษ์ได้เป็นกรรมการอีกกว่า 22 บริษัท !!

แม้ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศราระบุว่า ทั้ง 22 บริษัทเลิกดำเนินการแล้ว ที่มีก็คือกิจการในเครือโบนันซ่า ซึ่งอยู่ในความดูแลของภรรยา ภัสสรา เตชะณรงค์ และบุตร-ธิดา ทั้ง 4 โดยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 700 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี คนโตขนาดนี้ ย่อมมีเครือข่ายสายสัมพันธ์ที่เป็นขุมกำลัง คือนอกจากด้านหนึ่งเขาเป็นอดีตนายกสมาคมคนไทยในอเมริกา ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนไทยแทบทุกระดับแล้ว

กับสิ่งที่เขาเคยให้สัมภาษณ์นิตยสาร Hello ฉบับวันที่ 13 ธันวาคม 2555 ต่อไปนี้ คนไทยอ่านกี่ทีก็ขนลุก !

“ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนคนรู้จักโบนันซ่ามากขึ้น เพราะอาศัยว่าผมเป็นคนกว้างขวาง เพราะอะไร เพราะเราดูแลเขา ผมเป็นคนที่ตำรวจทหารเข้าหาเยอะสุด เพราะบรรดานาย เป็นน้องๆ ผมทั้งนั้น แล้วผมเคยอยู่หน้าห้องพี่จิ๋ว (พล.อ.ชวลิต ยงใยุทธ) หน้าห้องนายกฯ มาตั้งกี่สมัย การที่เราช่วยเหลือคนไปเรื่อย มันแผ่กิ่งก้านสาขา”

นอกจากนี้ ไพวงษ์ยังได้เคยร่วมหุ้นทำธุรกิจกับ คฤกพล ยงใจยุทธ บุตรชาย “บิ๊กจิ๋ว” ตั้งแต่ปี 2529 ในชื่อ บริษัท เพื่อน จำกัด (ปิดตัวไปแล้ว)

ส่อง "สงกรานต์"ผู้ชายปลายฝนชนหนาว 

ในช่วงปี 2554 ที่พรรคเพื่อไทยของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรืองอำนาจ คงจำกันได้ว่า “ป๋าไพวงษ์” เคยเป็นที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย และที่ปรึกษา รมช.กลาโหม พล.ต.สมบัติ รอดโพธิ์ทอง ด้วย

ทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะคอลัมนิสต์ นามปากกา “ไก่ชน” และเป็นประธานบริษัท ลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม.จำกัด, ประธานหนังสือพิมพ์แทบลอยด์รายวัน บางกอกทูเดย์ หรือในทางสังคมยังเป็นนายกสมาคมต่างๆ สมาชิกกิตติมศักดิ์ในสถาบันต่างๆ อีกมากมาย (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/people/296590)

เนื่องจากบารมีและคอนเนกชั่นที่กว้างขวางของ “ไพวงษ์” ส่งผลให้ “สงกรานต์” กลายเป็น “คนมีสี” ที่หล่อรวยครบสูตร

นับจากปลายปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เวลานั้น “สงกรานต์” ได้เป็นโฆษกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และปรากฏมีภาพลูก “ป๋าไพวงษ์” แต่งชุดตำรวจในงานหนึ่ง จนหลายคนสงสัยว่าเขารับราชการตั้งแต่เมื่อไร

สงกรานต์ตอบคำถามนักข่าวว่า เขาได้รับแต่งตั้งให้ได้รับยศ ร.ต.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในตำแหน่งการเงิน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 โดยโอนมาจากทหาร

ย้อนไป ช่วงรัฐบาลทักษิณ 2 สงกรานต์ได้เข้าเป็นทหารในสังกัดหน่วยทหารพัฒนา โดยเวลานั้น ก็ร่ำลือกันว่า ป๋าไพวงษ์มีสัมพันธ์อันดีกับ “ทักษิณ ชินวัตร” และแกนนำพรรคไทยรักไทย

ส่อง "สงกรานต์"ผู้ชายปลายฝนชนหนาว 

(อ่าน http://www.komchadluek.net/news/people/300913)

ปี 2556 นายตำรวจหนุ่มไฮโซ ได้สมัครโอนย้ายหน่วยจากกองการเงิน ไปสังกัดกองปราบปราม และปัจจุบัน ร.ต.อ.สงกรานต์ ดำรงตำแหน่งเป็น รองสารวัตร กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม

สังเกตได้ว่า บนเส้นทางราชการตำรวจของสงกรานต์ เกิดในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ รู้จักมักคุ้นกับป๋าไพวงษ์ทั้งนั้น

จึงไม่น่าแปลก ที่ลูกชายของป๋าไพวงษ์ จะขยับตัวคราใด ย่อมตกเป็นข่าวเสมอ

‘พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์’ หวังพรรคภราดรภาพได้ส.ส.สิบคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/351559

‘พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์’ หวังพรรคภราดรภาพได้ส.ส.สิบคน

คนในข่าว  :  9 พ.ย. 2561
พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,พรรคภราดรภาพ,สส,เลือกตั้ง

‘พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์’ หวังพรรคภราดรภาพได้ส.ส.สิบคน : คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

วันนี้พรรคต่างๆ ในกระดานการเมือง ต่างมีพรรคตัวจริงและพรรคเครือข่าย (นอมินี) ไว้เป็นพันธมิตร เพราะกฎหมายหลักของประเทศระบุไว้ชัดเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ส.ที่แยบยล บางจุดในข้อกฎหมายกลายเป็นโอกาสที่พรรคขนาดกลางและเล็กอาจจะได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หากส่งผู้สมัครส.ส.ลงครบทั่วประเทศหรือมากที่สุด

“ภราดรภาพ” คือพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นการลงสนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่พรรคนี้ต้องปะทะกับพรรคอื่นๆ หลายสิบพรรคบนเวทีเลือกตั้ง

ภราดรภาพโดนสังคมมองว่า “เป็นพรรคนอมินีของแกนนำกลุ่มสามมิตรคนหนึ่ง” ที่ตอนนี้กำลังเดินเครื่องวางผู้สมัคร ส.ส.ให้พลังประชารัฐ และพรรคนี้จะเป็นทางเลือกของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของพลังประชารัฐ เพราะอดีต ส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทยหลายคนที่ใกล้ชิดอดีตหนึ่งขุนพลคนเคยรักทักษิณที่วันนี้ยืนเป็นหลักให้กลุ่มสามมิตร” มาร่วมงานกับพรรคนี้

“พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์” เลขาธิการพรรคภราดรภาพย้ำว่า “พรรคไม่ใช่นอมินีของใคร เรารวมตัวกันทำพรรคให้เป็นทางเลือกของสังคมอีกทางหนึ่ง”

ชายหนุ่มวัยต้นสี่สิบปีที่อยากทำงานการเมืองและวันนี้ได้ทำหน้าที่แม่บ้านพรรคโดยจะลงสมัคร ส.ส.จัดสรรปันส่วนผสม โดยในอดีตพันธ์ยศเคยร่วมก่อตั้งบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด และร่วมก่อตั้ง บริษัท ไทยพลัสมีเดีย จำกัด (เครือเรดิโอโอเค)

“ที่ผ่านมาผมไปร่วมทำงานเป็นที่ปรึกษาและนักวิชาการหลายคณะในรัฐสภา และช่วยงานหอการค้าไทยในบางคณะ รวมทั้งกิจกรรมในสังคมอื่นๆ ผมสนใจงานการเมือง ที่ผ่านมาผมศึกษานโยบายและการทำงานของพรรคต่างๆ มาแล้ว รวมทั้งเคยไปหารือกับหลายพรรคในการร่วมงาน และไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้พบผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันก็มีแนวคิดตรงกันจึงมาลงตัวที่พรรคนี้ และได้โอกาสทำหน้าที่เลขาธิการพรรคชุดปัจจุบัน”

เป้าหมายของพรรคนั้น เราจะส่ง ส.ส.ครบ 350 เขต และปาร์ตี้ลิสต์ ตอนนี้กำลังเร่งเดินสายพบประชาชนเพื่อแนะนำตัวและขอโอกาสทำงาน คำนวณแล้วพรรคน่าจะมี ส.ส. 10 คนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียงนั้นไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดเป็นพิเศษ เนื่องจากพรรคมีอุดมการณ์ที่จะทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะขณะนี้เรื่องสำคัญคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

รอดูว่าสังคมจะให้โอกาสภราดรภาพสร้างความภราดรให้สังคมและการเมืองไทยบังเกิดได้จริงหรือไม่…

‘ชนภัทท์ จันทรุเบกษา’จะสร้างการเมืองยุคใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/351395

‘ชนภัทท์ จันทรุเบกษา’จะสร้างการเมืองยุคใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

คนในข่าว  :  8 พ.ย. 2561
ชนภัทท์ จันทรุเบกษา,บะหมี่,ชาติพัฒนา

‘ชนภัทท์ จันทรุเบกษา’จะสร้างการเมืองยุคใหม่เพื่อคนไทยทุกคน : คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“บะหมี่” ชนภัทท์ จันทรุเบกษา เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ของวงการ ที่วันนี้ เบนเข็มเส้นทางเดินจาก “นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง” มาเจริญรอยตาม เส้นทางการเมืองคนรุ่นพ่อ “ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา” รองโฆษกพรรคชาติพัฒนา

บะหมี่ ปัจจุบันมีตำแหน่งทางธุรกิจ คือ “ฝ่ายบริหารของบริษัทการบิน” ที่ธุรกิจของครอบครัว “จันทรุเบกษา” และเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา ได้ปักหมุดบนเส้นทางการเมืองกับ “พรรคชาติพัฒนา” ในตำแหน่งดรีมทีมเศรษฐกิจ และวางยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์และกลยุทธ์ของพรรค

ผู้ชายวัย 27 ปี บอกว่าตั้งใจลงสู่สนามการเมืองเพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่เหมาะเจาะที่คนรุ่นใหม่จะได้ลงสู่สนามการเมือง เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก ตนเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คลุกคลีอยู่กับงานด้านการเมือง และคุณพ่อเคยมีตำแหน่งเป็นรองโฆษกรัฐบาลด้วย ทำให้ซึมซับและเข้าใจว่างานการเมืองคืออะไร และโดยส่วนตัวชอบเรียนรู้ อยากหาประสบการณ์ จากคำชักชวนของคุณพ่อจึงก้าวสู่เส้นทางการเมืองด้วยความสนใจจริงๆ”

“จุดขาย” ที่จะทำให้ประชาชนรู้จักคนรุ่นใหม่ท่ามกลางภาพจำของ “นักการเมืองรุ่นเก่า” ซึ่ง “ชนภัทท์” เพิ่งจะกระโดดลงสนามการเมืองครั้งแรกระบุว่า “ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากไปเสียทีเดียว “หากวันที่ผมได้รับเลือกให้ลงสมัครส.ส. จะให้ไปเคาะประตูทุกบ้านเพื่อขอคะแนน ผมก็ทำ แม้ผมจะมีนามสกุลเป็นครอบครัวการเมือง แต่สิ่งที่ผมต้องการให้ประชาชนเห็นคือตัวตนของผม ที่เป็นคนมุ่งมั่น ชัดเจน และพูดคำไหนคำนั้น รวมถึงต้องทำสิ่งที่พูดให้เป็นจริงและต้องการสร้างการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อคนทุกคน”

“ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคชาติพัฒนา” ชายคนนี้ระบุว่าจะใช้ประสบการณ์จากที่ได้ทำธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนแก้ปัญหา นำโมเดลที่ดีมาปรับให้เข้ากับสไตล์ไทย โดยเฉพาะการสร้างโอกาสและผลักดันกลุ่มวัยรุ่นให้ตั้งตัว รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอี ให้มีที่ยืนในตลาดธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและขาดโอกาสสนับสนุนที่ทัดเทียมกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่

ประเด็นสำคัญซึ่งคนทั้งประเทศมองว่า “ชาติพัฒนา” คือ พรรคของคนโคราช ทำให้หลายพื้นที่พลาดโอกาสรับคะแนนนั้น “ชนภัทท์” ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “ไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองของคนที่มองได้ เพราะยอมรับว่าพรรคชาติพัฒนา เกิดมาจากคนโคราช คือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ แต่ตอนนี้พรรคมีเป้าหมายสำคัญคือ พัฒนาทั้งประเทศ ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะภาค หรือจังหวัดใดเท่านั้น”

เชื่อว่าพรรคชาติพัฒนา จะถือเป็นอีกพรรคการเมืองที่ใช้ความคิดของคนรุ่นใหม่ผสมกับคนรุ่นลายคราม เป็นเรื่องของยุทธวิธีที่ต้องปรับเพื่อรับศึกการเมืองที่ต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ “ชนภัทท์” หวังว่าจะสร้างพลังและการเปลี่ยนแปลงการเมืองสไตล์ไทยที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “การเมืองน้ำเน่า” ได้มากน้อยแค่ไหน รอชม…