พิธา เดินสายทั่วประเทศ นำปัญหาชงผ่าน ก้าวไกล – ศิริกัญญา เหมาะนั่งหน.พรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558675

15 ก.ย. 2566

พิธา เดินสายทั่วประเทศ  นำปัญหาชงผ่าน ก้าวไกล - ศิริกัญญา  เหมาะนั่งหน.พรรค

รักษาการหัวหน้าพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ” เคลียร์ปมลาออกจากหัวหน้าพรรค ไม่มีอะไรซับซ้อน ต้องการให้มีผู้นำฝ่ายค้าน  ที่จะมาเป็นธงหลักทำงาน ทั้งมหภาค – จุลภาค ประกาศแผนจากนี้เดินสายทั่วประเทศ เขย่าปัญหาของประชาชน ส่วนผู้ที่จะกุมบังเหียน ศิริกัญญา ตันสกุล เหมาะ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รักษาการหัวหน้าพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า   การลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล   เป็นการเห็นส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เป็นสำนึกของนักการเมือง คือในเรื่องของส่วนรวม ในบริบทการเมืองปัจจุบัน ฝ่ายค้านต้องทำงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพทั้ง มหภาคและจุลภาค ในทางมหภาคผู้นำฝ่ายค้าน  จำเป็นที่จะต้องเป็นเรือหลัก นำทิศทางการอภิปรายงบประมาณ อภิปรายแนะนำรัฐบาล อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ แม้แต่เรื่องจุลภาคอย่างเรื่องการแต่งตั้งวิปฝ่ายค้าน ตามข้อบังคับก็เป็นหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านนี่เป็นเรื่องส่วนรวม   “ไม่ต้องห่วงผม ห่วงประชาชน ห่วงบ้านเมือง ห่วงประเทศดีกว่า ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ผมยังยืนยันคำเดิม ผมไม่ยึดติดกับหัวโขน  ไม่ยึดติดกับตำแหน่งและเชื่อว่าปัจจุบัน ผมสามารถทำงานได้ แม้ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเลย “


นายพิธา  กล่าวว่า  สถานะขณะนี้   ยังเป็นสส.ที่เข้าสภาไม่ได้ เป็นสส. ที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่และเป็นสส.ที่ยังสามารถทำงานในฐานะสมาชิกพรรคก้าวไกล  จิตใจยังเกินร้อย และเดินหน้าทำงานในช่วงที่รอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ  อาจจะเจอตนมากกว่าเดิม เพราะมีกำหนดการเดินทางไปทั่วประเทศ ทั้งจังหวัดที่มีสส.เขตและจังหวัดที่ได้คะแนนบัญชีรายชื่อเยอะ รวมถึงจะมีการเดินทางไปต่างประเทศ ที่จะไปบรรยายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  จะเดินหน้าเขย่าการเมืองไทย และเขย่าปัญหาประชาชน ผ่านตะแกรงร่อนส่งต่อไปยังสส.พรรคก้าวไกล ที่ยังอยู่ในสภา 

 “ไม่ได้เป็นการเดินเกม แต่ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ รัฐธรรมนูญที่เราต้องการจะเปลี่ยนเป็นแบบนี้ เราจึงต้อง เอาส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว และคิดว่าสามารถทำงานได้โดยที่ไม่ต้องมีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และตอนนี้เวลาลพื้นที่ก็มีคนฟัง   ตามกฎหมายยังเป็นรักษาการหัวหน้าพรรค จนถึงวันที่ 23 ก.ย.   ที่จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ และวันที่ 24 ก.ย.  พรรคจะมีการจัดกิจกรรมที่ดินแดง  และ หลังจากที่พรรคก้าวไกลได้หัวหน้าพรรคใหม่ในวันที่ 24 ก.ย.  ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายค้านเชิงรุกตามที่เคยประกาศเอาไว้”

เขา กล่าวว่า   บุคคลที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค  มี 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือขึ้นอยู่กับการประชุมวิสามัญพรรค และอีกประเด็นคือขึ้นอยู่กับคนที่ถูกเสนอชื่อจะยอมเป็นหรือไม่ ส่วนตัวมองว่ามีผู้ที่เหมาะสม  4-5 คน ที่พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคแทน  ในช่วงเวลาที่รอคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ   รวมทั้ง น.ส.  ศิริกัญญา ตันสกุล  รองหัวหน้าพรรค  ก็เป็นหนึ่งในนั้น   อย่างไรก็ตามเป็นความเห็นของตนคนเดียวต้องรอดูต่อไป มีเวลาอีก 7-8 วัน     ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะพรรคไม่ใช่พรรคที่มีเจ้าของ หรือสืบทอดอำนาจได้ มีข้อบังคับพรรคมีกฎหมายควบคุมอยู่

พิธา เดินสายทั่วประเทศ  นำปัญหาชงผ่าน ก้าวไกล - ศิริกัญญา  เหมาะนั่งหน.พรรค

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

.

นายพิธา กล่าวว่า   กระแสข่าวที่เตรียมจะขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก ออกจากพรรคก้าวไกล เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ไว้ และได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านด้วย   ต้องรอหลังการประชุมวิสามัญของพรรค เพราะเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  ที่จะต้องหารือกับนายปดิพัทธ์ แล้วต้องฟังความคิดเห็นจากนายปดิพัทธ์ด้วย


สำหรับที่มีชื่อติดหนึ่งในร้อยลำดับผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคต ในนิตยสาร Time   ดีใจที่ทั่วโลกที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย มีความพยายามที่จะเขย่าการเมืองไทย และพร้อมที่จะขยับเขยื้อนให้ประเทศไทยมีส่วนสำคัญในบริบทอาเซียน และบริบทโลก และการถ่วงดุลอำนาจ มหาอำนาจเพื่อให้ประเทศไทยไปสู่อนาคตได้   “ขอฝากถึงผู้ที่ติดตามว่า ต่อไปนี้ เจอกันทั่วประเทศ เจอกันทั่วโลก และจนกว่าเราจะกลับมาเจอกันใหม่” นายพิธา ระบุ

วงในปูด ‘ก้าวไกล’ ส่อขับ ‘ปดิพัทธ์’ – เปิดทางหาสังกัดใหม่ ยึดรองประธานสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558670

15 ก.ย. 2566

วงในปูด  'ก้าวไกล' ส่อขับ 'ปดิพัทธ์' - เปิดทางหาสังกัดใหม่ ยึดรองประธานสภาฯ

ความเป็นไปได่ต่อการอยู่ในตำแหน่ง “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” ของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก ยังมีทางออก วงในเผยอาจจะใช้สูตร ขับเจ้าตัวออกจากพรรค เพื่อไปหาสังกัดใหม่ ควบกับการทำหน้าที่ได้ต่อ ส่วน “ก้าวไกล” จะไม่มีข้อติดขัด เข้าองค์ประกอบรับตำแหน่งผู้นำฝายค้าน

แหล่งข่าวจากพรรคก้าวไกล   เปิดเผยว่า   ภายหลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีผลต่อ  ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก ของพรรคก้าวไกล  ดำรงตำแหน่งอยู่ 2      ทำให้สถานการณ์ขณะนี้  มี 2  ทางเลือก คือ หากพรรคก้าวไกล ต้องการจะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์ ก็จะต้องลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้พรรคก้าวไกล มีเพียงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น 

อีกทางเลือกหนึ่ง หากพรรคก้าวไกล ต้องการทั้งตำแหน่ง “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” และ “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” พรรคก้าวไกล จำเป็นจะต้องหาเหตุ ขับนายปดิพัทธ์ พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล เหมือนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ เคยขับกลุ่ม สส. ที่อยู่ภายใต้การนำของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ออกจากพรรคฯ แล้วไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย เนื่องจาก หากนายปดิพัทธ์ เลือกที่จะลาออกจากตำแหน่งสมาชิกพรรคก้าวไกล ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นจะทำให้นายปดิพัทธ์ ต้องพ้นจากสมาชิกภาพ สส. และพ้นจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการสูญเสียโอกาส   พรรคก้าวไกล จึงจำเป็นจะต้องเลือกวิธีการ  ด้วยการขับนายปดิพัทธ์ ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้นายปดิพัทธ์ มีเวลา 30 วัน ในการหาสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งก็จะช่วยให้พรรคก้าวไกล เข้าเงื่อนไขในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย คือ เป็นพรรคการเมือง ที่ไม่มี สส.ของพรรคดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธาน หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า สำหรับพรรคการเมือง ที่พรรคก้าวไกล จะฝากนายปดิพัทธ์  ก็อาจจะเป็นพรรคการเมืองในฝั่งของฝ่ายค้าน เช่น พรรคเป็นธรรม ที่มีนายกัณวีร์ สืบแสง เป็น สส.  ในระบบบัญชีรายชื่อ    แต่หากที่สุดแล้ว พรรคก้าวไกล ตัดสินใจที่จะเอาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพียงตำแหน่งเดียว ก็จะทำให้สภาผู้แทนราษฎร ต้องเลือกตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ซึ่งจะกลายไปเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีเสียงมากเป็นอันดับที่ 2 

วงในปูด  'ก้าวไกล' ส่อขับ 'ปดิพัทธ์' - เปิดทางหาสังกัดใหม่ ยึดรองประธานสภาฯ

ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

‘ธีรัจชัย’ เชื่อ ‘นายกฯ’ ไม่กล้าถอดชื่อ ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน’ ออกจาก ‘รมว.ศธ.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558645

15 ก.ย. 2566

'ธีรัจชัย' เชื่อ 'นายกฯ' ไม่กล้าถอดชื่อ 'พล.ต.อ.เพิ่มพูน' ออกจาก 'รมว.ศธ.'

‘สส.ก้าวไกล’ เชื่อ ‘นายกฯ’ ไม่กล้าถอดชื่อ ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน’ ออกจาก ‘รมว.ศธ.’ หลัง ป.ป.ช. ส่งชื่อให้พิจารณา จี้เร่งตามตัว ‘บอส อยู่วิทยา’ อย่างจริงใจ ลดความเหลื่อมล้ำกระบวนการยุติธรรม

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งชื่อ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการทางวินัย จากปมมีความเห็นตามอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี “บอส อยู่วิทยา” 

นายธีรัจชัย กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 นายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ จนเสียชีวิต เป็นกรณีที่ประชาชนสนใจ และในคดีข้อสงสัยมากมาย เช่น มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วของรถต่ำกว่ากฎหมายกำหนด มีการย้ายนายตำรวจที่จะออกหมายแดงเพื่อติดตามตัวนายวรยุทธ ที่หลบหนีอยู่นอกประเทศ มีนายตำรวจท่านใหม่มาและมาเปลี่ยนให้เป็นหมายที่ใช้ในหน่วยงานของรัฐเท่านั้น มีการย้ายนายตำรวจที่จะมีความเห็นแย้งอัยการ และมีตำรวจท่านใหม่เข้ามาทำให้ไม่แย้งอัยการที่สั่งไม่ฟ้อง 

โดยเรื่องนี้หลังจากมีการดำเนินคดีมีการสั่งฟ้องนายวรยุทธหลายข้อหา แต่ต่อมามีการร้องเรียนอัยการถึง 13 ครั้ง จนกระทั่งครั้งที่ 14 ประสบความสำเร็จอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ซึ่งตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจหนึ่งครั้ง รวมถึงในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบสวนจนสิ้นกระแสความและส่งเรื่องให้กรรมการป.ป.ช. 

นายธีรัจชัย กล่าวว่า มาวันนี้เป็นเรื่องที่ต้องถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร แม้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลเป็นเรื่องวินัย แต่ได้ส่งเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธาน ก.ตร. เป็นผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการต่อ พิจารณาความเหมาะสมในตำแหน่งของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ที่เหมือนเป็นครูใหญ่ของประเทศ จะออกนโยบายต่างๆ สั่งสอนเด็กให้ซื่อสัตย์สุจริต ให้มีประสิทธิภาพต่างๆอย่างไร เพราะมีความด่างพร้อยตรงนี้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีควรพิจารณาถอดถอน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ออกจากตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ หรือไม่ นายธีรัจชัย ระบุว่า หากต้องการความเหมาะสมควรทำในสิ่งที่ไม่ให้ประเทศชาติด่างพร้อยเสียหาย แต่ผมเชื่อว่า นายกฯไม่กล้า เพราะพรรคที่ท่านสังกัดและได้เป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ เป็นพรรคที่สำคัญ มีเสียงสูงในขณะนี้ 

“คิดว่านายกรัฐมนตรีจะไม่กล้า แต่เมื่อไม่กล้าแล้วจะทำอย่างไร จะอธิบายอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจ จึงคิดว่าท่านไม่กล้าเพราะเป็นพรรคการเมืองหลักในการตั้งรัฐบาล” นายชัยธวัช กล่าว

นอกจากนี้นายชัยธวัช ยังขอให้ตรวจสอบดำเนินการคนที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด และติดตามจับกุมตัวนายวรยุทธด้วย Biometric หากนายกรัฐมนตรีมีความจริงใจต้องสั่งการไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ ให้ 26-27 ประเทศในกลุ่มวีซ่าเชงเก้น มีเครือข่ายบริษัทของนายวรยุทธตั้งอยู่ ให้ติดตามว่ามีเครื่องบินของเขาเข้าออก ก็สามารถตามจับได้ไม่ยาก หากใส่ใจทำ เป็นการวัดใจนายกรัฐมนตรีว่าจะเห็นความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่

สุดอึ้ง เปิดทรัพย์สิน ‘มนพร เจริญศรี’ รมช.คมนาคม มีเงินอยู่แค่นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558644

15 ก.ย. 2566

สุดอึ้ง เปิดทรัพย์สิน 'มนพร เจริญศรี' รมช.คมนาคม มีเงินอยู่แค่นี้

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘มนพร เจริญศรี’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คนใหม่ มีเงินติดบัญชีอยู่แค่นี้ ไม่มีหนี้สิน

ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 102 ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะต้องยื่น “บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน” ของตน คู่สมรส และบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันเข้ารับตำแหน่ง หรือวันพ้นจากตำแหน่ง ในส่วนของ “มนพร เจริญศรี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกได้ว่าสุดทึ่ง เมื่อเปิดทรัพย์สิน พบว่ามีอยู่เพียงกว่า 6 พันบาท

มนพร เจริญศรีมนพร เจริญศรี

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย มีรายได้ต่อปี เป็นเงินเดือนจำนวน 1,362,720 บาท มีรายจ่ายต่อปี เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเบี้ยประกันชีวิต รวม 730,714 บาท 

แต่ทรัพย์สินของนางมนพร มีอยู่เพียง 6,819.94 บาท เป็นบัญชีเงินฝาก 3 บัญชี แบ่งเป็นธนาคารกสิกรไทย 2 บัญชี และธนาคารกรุงไทย 1 บัญชี  ไม่มีที่ดิน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ และไม่มีหนี้สินเช่นกัน

สำหรับนางมนพร เจริญศรี ปัจจุบันอายุ 57 ปี เคยดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วน จ.นครพนม, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จ.นครพนม เมื่อปี 2537 เขตอำเภอเมืองฯ รวม 2 สมัย รองนายกองค์การบริหารส่วน จ.นครพนม 2 สมัย ถือเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรก ของ จ.นครพนม นอกจากนี้ ยังเป็น ประธานกรรมการพัฒนาสตรีนครพนม มีบุตรสาว 1 คน

‘เดือน มนพร เจริญศรี’ นอกจากผ่านประสบการณ์ทางการเมืองระดับการเมืองท้องถิ่นแล้ว ยังเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสนามระดับชาติ มากมาย อาทิ

  • โฆษกคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฏร
  • โฆษกคณะกรรมาธิการ พุทธศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
  • เลขานุการคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร,รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย
  • เลขานุการ วิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร,ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดนครพนม (กพสจ.)
  • รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปี 2566

ยื้อตำแหน่ง ‘รองประธานสภาฯ’ หมออ๋อง ไม่แลก ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558641

15 ก.ย. 2566

ยื้อตำแหน่ง 'รองประธานสภาฯ' หมออ๋อง ไม่แลก 'ผู้นำฝ่ายค้าน'

ไม่เชื่อก้าวไกล ขับพ้นพรรคตัดปัญหา ‘รองประธานสภาฯ’ เปิดทางหัวหน้าคนใหม่เป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลังพิธาลาออก

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ 1 ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ เพื่อให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้

เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก กรรมการบริหารพรรคจะพ้นสภาพโดยอัตโนมัติ และจะมีการเลือกกันใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนนี้ เมื่อมีกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลชุดใหม่ จึงจะหารืออีกครั้ง เพราะส่วนตัวไม่เห็นด้วย กับข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในกฎหมาย บีบบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ตรงไปตรงไปมา

แต่หากพรรคก้าวไกลจะมีมติขับตนเองออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกลให้ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาฯไว้ และให้พรรคก้าวไกล สามารถมีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเพราะข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ

เพราะไม่มีประเทศใดใช้เทคนิคกฎหมายแบบนี้ และตนเองได้รับการเลือกตั้ง สส. ได้รับมติจากสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

หากพรรคเห็นสมควรอย่างไรก็ถือเป็นเรื่องของพรรค แต่ตนเองก็พร้อมทำหน้าที่ของตนเองเต็มที่ มั่นใจว่า การตัดสินใจของพรรคก้าวไกล จะเป็นประโยชน์ที่ไม่ใช่กับพรรคเท่านั้น แต่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ และการได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรด้วย

‘ก้าวไกล’ ส่งสัญญาณกล่อม ปดิพัทธ์ ถอนตัวตำแหนง ‘รองประธานสภาผู้แทนราษฎร’  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558638

15 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' ส่งสัญญาณกล่อม  ปดิพัทธ์ ถอนตัวตำแหนง 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'  

โฆษกพรรค “ก้าวไกล” สรุปสถานการณ์ภายหลังการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กระบวนการจากนี้ คือสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ ปดิพัทธ์  สันติภาดา  ถึงเวลาที่ต้องจับเข่าคุยกัน หาทางออก


นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษกพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ เพื่อเปิดทางให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร   หลังจากนี้ พรรค “ก้าวไกล” จะต้องมีการพูดคุยกับนายปดิพัทธ์  สันติภาดา  สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ต่อการทำหน้าที่ดังกล่าว   ซึ่งมีกระบวนการตัดสินใจดำเนินการกันพอสมควรว่าจะเป็นอย่างไร   โดยยังไม่สามารถสรุปในตอนนี้ได้ทันที แต่เบื้องต้น พรรคก้าวไกล ได้ตัดสินใจหาผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 

ส่วนโอกาสที่พรรค “ก้าวไกล” จะรักษา ไว้ทั้งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร   พรรคฯ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงขั้นนั้น ซึ่งจะต้องรอพูดคุยกับนายปดิพัทธ์ก่อน และเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำงานแล้ว พรรคฯ คงจะต้องดำเนินการหาตัวผู้นำฝ่ายค้านฯ ก่อน แต่สำหรับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยังพอมีเวลา 

'ก้าวไกล' ส่งสัญญาณกล่อม  ปดิพัทธ์ ถอนตัวตำแหนง 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'  

ปดิพัทธ์  สันติภาดา  สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปิดเซฟ ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์-ชลน่าน’ อู้ฟู่ ทั้ง ที่ดิน แหวนเพชรตาแมว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558633

15 ก.ย. 2566

เปิดเซฟ 'พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์-ชลน่าน' อู้ฟู่ ทั้ง ที่ดิน แหวนเพชรตาแมว

รวยอยู่นะ ป.ป.ช. เปิด บัญชีทรัพย์สิน ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ – ชลน่าน’ รวยเพิ่ม ทั้งที่ดิน, แหวนเพชรตาแมว ประเมินค่าไม่ได้

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หลังยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.วันที่ 4 ก.ค. 2566 เพิ่มขึ้นจากตอนพ้นตำแหน่ง สส. ส่วน “ชลน่าน” กับ ภรรยา รวยอู้ฟู่ ทั้งที่ดิน และแหวนเพชรตาแมว 

โดย ป.ป.ช. ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร 21,521,941 บาท เงินลงทุน 15,286,468 บาท เงินให้กู้ยืม 39 ล้าบาท ที่ดิน 61 แปลง มูลค่า 41,717,525 บาท อาทิ เขตบางกอกน้อย กทม., อ.สามโคก จ.ปทุมธานี, อ.เมือง จ.มุกดาหาร เมื่อเทียบกับตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินพ้นตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2,078,165 บาท

ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. วันที่ 4 ก.ค. 2566 มีทรัพย์สินรวม 561,444,058 บาท เป็นทรัพย์สินของ “ชลน่าน” 9,666,395บาท ทรัพย์สินของ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ คู่สมรส 551,393,408 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ที่เป็นของ น.ส.นวลสกุล มีมูลค่าถึง 501,339,338 บาท จำนวน 18 แปลง อาทิ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 38 ไร่ มูลค่า 218.2 ล้านบาท อ.เมือง จ.ลำพูน 45 ไร่ มูลค่า 125.2 ล้านบาท

รถยนต์ 4 คัน ของ น.ส.นวลสกุล มูลค่า 6,250,000 บาท รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ อีกประมาณ 25 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของ น.ส.นวลสกุล อาทิ เครื่องประดับทองคำและเพชร 81 รายการ มูลค่า 5.9 ล้านบาท กระเป๋า HERMES และอุปกรณ์ตกแต่ง 25 รายการ รวม 6 ล้านบาท

กระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้ออื่นๆ อีก 45 ใบ มูลค่ารวม 5.97 ล้านบาท เครื่องประดับแบรนด์เนม 71 รายการ รวม 2 ล้านบาท ตลอดจนแหวนเพชรตาแมวสีมรกต และเมฆสิทธิ์หลวงพ่อทับ วัดอนงค์สีเขียวทอง ที่ระบุว่า ประเมินมูลค่าไม่ได้

ขณะที่ หมอชลน่าน มีพระเครื่อง 8 องค์ มูลค่า 3.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับตอนที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่ง สส.วันที่ 20 มี.ค. 2566 นพ.ชลน่า นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 588,781บาท

‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557121

15 ก.ย. 2566

'พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ' จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา 'ตระกูลชิดชอบ' สยายปีก

เปิดเส้นทาง ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ ติดโผ ครม. เศรษฐา จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก

ครม.เศรษฐา มีชื่อของ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. หนึ่งใน “ตระกูลชิดชอบ” ติดอยู่ในโผเสมา 1 คุมกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนนามสกุล “ชิดชอบ” ย่อมจะได้รับการจับตามองจากสังคม ทุกย่างก้าว เพราะเขามีศักดิ์เป็นลูกของ “ชัย ชิดชอบ” และเป็นน้องชายของ “เนวิน และเป็นพี่ชายของ ศักดิ์สยาม”

ตระกูลชิดชอบตระกูลชิดชอบ

ครั้งหนึ่ง ปู่ชัย เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่ง เมื่อนักข่าวถามว่า “อยากให้ลูกคนไหน เป็น สส.บ้าง” ปู่ชัยตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเป็นแล้ว เนวิน เขาก็ไม่เป็น สส.แล้ว มีแต่ใครจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นแล้ว ส่วนอีกคน พล.ต.ท.เพิ่มพูล (ยศในขณะนั้น) ก็เป็นนายพล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ใครจะรู้ว่า นายพลตำรวจ ที่พ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่น่าจะมีใครแล้ว กลับปรากฎชื่อติดโผ ครม.เศรษฐา ในฐานะ (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเหมือนว่า ไม่น่าจะมีความเกี่ยวพันกันเลยแม้แต่น้อย

หากจะไล่เรียงประวัติ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการตำรวจ ตั้งแต่ปี 2527 ที่สำนักงานเลขานุการ กรมตำรวจ ขณะที่พี่ชาย-เนวิน ชิดชอบ ได้เป็น สจ.บุรีรัมย์ ช่วงที่เนวิน บารมีเบ่งบาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ

  • ยุครัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 2 จต. (จเรตำรวจ)
  • ยุครัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง กทม. (ตม.)
  • ยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัฒน์” ถูกเด้งจาก ตม.ไปเป็นอำนวยการจเรตำรวจ 
  • ยุค “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นจเรตำรวจ (สบ.8) ก่อนขยับมารับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฤดูกาลโยกย้าย 2562
  • พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2564

พล.ต.อ.เพิ่มพูน มีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อครั้งคดี “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะ พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นผู้ลงนามแทน ผบ.ตร. ในการไม่เห็นแย้ง สรุปเป็นอันคดียุติ และเขาเป็นคนเดียวที่รอดพ้นข้อครหา หลังมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบ 

ครั้งนั้น “พล.ต.อ.เพิ่มพูน” ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีในการไม่เห็นแย้งว่า “ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเลย”

เนวิน ชิดชอบเนวิน ชิดชอบ

เส้นทางการเมือง ตระกูลชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีกการเมือง ถึงแม้ว่า เนวิน ชิดชอบ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจน 2 ของตระกูล จะยุติบทบาท และหันไปลุยการบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วน ศักดิ์สยาม ก็ถูกศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี จากปมซุกหุ้น ก่อนหน้านี้ ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของเนวิน กลายมาเป็นเจน 3 ของ ตระกูลชิดชอบ ที่กระโดดลงเล่นการเมือง สานต่อปู่ และ พ่อ ได้เป็น สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แถมคราแรก มีชื่อติด “โผ ครม.” เก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่ด้วยอายุไม่ถึงเกณฑ์การเป็นรัฐมนตรี ชื่อของ เพิ่มพูน เลยปรากฎแทน

ศักดิ์สยาม ชิดชอบศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ เริ่มเข้ามาสู่การเมือง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2512 รุ่นแรกก็คือชัย ชิดชอบ มาถึงเจเนอเรชั่น 2 คือ เนวิน, ศักดิ์สยาม และ ไชยชนก ชิดชอบนับเป็นเจเนอเรชั่น 3 รวมทั้ง เมื่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่นหมายความว่า ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก สนามการเมือง ไปง่ายๆ แน่นอน

‘พิชิต ชื่นบาน’ ทนายถุงขนม ได้เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558621

15 ก.ย. 2566

'พิชิต ชื่นบาน' ทนายถุงขนม ได้เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ'

‘ที่ปรึกษานายกฯ’ 9 คน มีกิตติรัตน์ ณ ระนอง นั่งแท่นเป็นประธาน ‘พิชิต ชื่นบาน’ หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีมาเร่วมทีมด้วย

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งที่ปรึกษานายกฯเพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย  เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิดังต่อไปนี้ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

  1. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษา
  2. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
  3. นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษา
  4. นาย ศุภนิจ จัยวัฒน์ ที่ปรึกษา
  5. นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ที่ปรึกษา
  6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษา
  7. นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษา
  8. นายชลธิศ สุรัสวดี ที่ปรึกษา
  9. นายชัย วัชรงค์ ที่ปรึกษา

ให้ส่วนราชการสนับสนุนการตำเนินงานของที่ปรึกษานายกฯตามที่ได้รับการร้องขอและให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวช้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการโดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเสขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

คำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ด่วน ‘พิธา’ ลาออกจาก ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ เปิดทางหาคนเป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558613

15 ก.ย. 2566

ด่วน 'พิธา' ลาออกจาก 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' เปิดทางหาคนเป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน'

ด่วน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประกาศลาออกจาก “หัวหน้าพรรคก้าวไกล” เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ แต่จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลต่อไป

15 ก.ย.2566  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศลาออกจาก “หัวหน้าพรรคก้าวไกล”  ระบุ เปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน และยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลต่อไป 

พิธา ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกล

โดยนายพิธา ระบุถึงเหตุผลในการลาออกจาตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ดังนี้ 

เรียนสมาชิกพรรคก้าวไกลทุกท่าน และพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศ

แม้วันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคก้าวไกลต้องเดินหน้าสู่การทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในฐานะ “ฝ่ายค้าน” ที่มีเสียงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” จำเป็นต้องเป็น สส. ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 และปัจจุบันผมยังอยู่ภายใต้คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ผมจึงยังไม่สามารถเข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษราษฎร และไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ในระยะเวลาอันใกล้
 

ขณะเดียวกัน ผมได้หารือกับคณะกรรมการบริหารและ สส. ของพรรคก้าวไกลแล้วเห็นว่า บทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อระบบรัฐสภา และสมควรเป็นบทบาทที่รับผิดชอบโดยหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านหลักในสภาฯ ซึ่งตอนนี้คือพรรคก้าวไกล “ผู้นำฝ่ายค้าน” จะเปรียบเสมือนหัวเรือที่กำกับทิศทางการทำหน้าที่ในสภาฯ ของฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลและผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงที่ยังตกหล่นจากนโยบายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
 

ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ณ ขณะนี้ เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนที่ผม

ผมขอยืนยันกับทุกท่านว่า ไม่ว่าสถานะของผมจะเป็นอย่างไร ผมไม่ได้หายไปไหน แต่จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลและพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังและสุดความสามารถเพื่อขับเคลื่อนวาระการเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนาร่วมกัน
 

แล้วในวันที่ 24 กันยายนนี้ ผมขอเชิญสมาชิกพรรคก้าวไกลมาพบกันอีกครั้งครับ ในงาน “ก้าวต่อไป ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 เขตดินแดง กรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่การสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็งของพวกเราไปด้วยกัน
 

ด้วยความเคารพในอำนาจของประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
พรรคก้าวไกล

พิธา ลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกล