‘สุริยะ’ ยันปมรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558432

13 ก.ย. 2566

'สุริยะ' ยันปมรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย

‘สุริยะ’ ยันปม ป.ป.ช.ชี้มูลรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย มั่นใจเริ่มสายสีม่วง-แดงได้ใน 3 เดือน

วันที่ 13 ก.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหา ในคดีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 3 เส้นทาง ไปจนถึงปี 2585 ไปแล้วจะส่งผลต่อการเจรจาราคารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระบุว่า ตนทราบจากข่าวหนังสือพิมพ์ และยังไม่ได้รับการรายงาน อย่างไรก็แล้วแต่ หากผู้บริหารของบีทีเอสถูกชี้มูล ก็จะมีการแต่งตั้งผู้บริหารมารักษาการแทน ซึ่งสามารถส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงไปพูดคุยกันได้

เมื่อถามว่า เมื่อมีการชี้มูลผู้กระทำผิด จะกระทบต่อการจ้างงานของบีทีเอสหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ขอให้กระทรวงไปศึกษาในแง่กฎหมายอีกที แต่ในเบื้องต้นไม่น่าเป็นอะไร และสามารถดำเนินการต่อได้

เมื่อถามต่อว่า ยังมั่นใจในการทำรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายต่อหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า แน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลอย่าง รฟท. เราจะลดเหลือ 20 บาททันที ตามที่ประกาศไปไม่เกิน 3 เดือน

นายกฯ ยิ้มแย้มยกนิ้งโป้งก่อนเข้าประชุม ครม.นัดแรก เผยได้นอน 4 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558427

13 ก.ย. 2566

นายกฯ ยิ้มแย้มยกนิ้งโป้งก่อนเข้าประชุม ครม.นัดแรก เผยได้นอน 4 ชม.

‘เศรษฐา’ สวมชุดผ้าไทยยิ้มแย้ม-ยกนิ้วโป้ง เผยง่วงนิดหน่อยเพราะได้นอน 4 ชม. เตรียมเคาะมาตรการลดค่าไฟ-แก้ รธน.-ตั้ง ขรก.การเมืองและโฆษกรัฐบาล

วันที่ 13 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก โดยเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาลในเวลา 08.22 น. มีนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ ว่าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมารอต้อนรับ 

นายเศรษฐา สวมชุดผ้าไทย สีน้ำเงินเข้ม สวมถุงเท้าแดง ซึ่งเป็นสีที่ชอบใส่เป็นประจำ ลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชน พร้อมบอกว่าได้พักผ่อนไป 4 ชั่วโมง ก่อนยกมือชูนิ้วโป้ง ให้สื่อ เป็นสัญลักษณ์ว่าพร้อมเข้าประชุม ก่อนเดินเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุม

สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจ เรื่องมาตรการด้านราคาพลังงาน เช่น มาตราการลดค่าไฟฟ้า รวมถึงการออกมาตรการ อนุญาตชั่วคราวให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ต้องเสียค่าทำเนียมเข้าประเทศ

 นอกจากนี้ยังมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง  อาทิ น.สพ.ชัย วัชรงค์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ,นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ,นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ,นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกฯ 

ทั้งนี้ การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองสามารถทยอยนำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งในการประชุมครั้งถัดไป  ในส่วนของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการพิจารณาในการประชุม ครม.ครั้งนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อบุคคลที่เหมาะสม

“ภูมิธรรม” ชง ครม.ถกแก้ รธน.วาระแรก ยึดหลักเลี่ยงขัดแย้งในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558425

13 ก.ย. 2566

"ภูมิธรรม" ชง ครม.ถกแก้ รธน.วาระแรก ยึดหลักเลี่ยงขัดแย้งในอนาคต

‘ภูมิธรรม’ ชง ครม.แก้รัฐธรรมนูญวาระแรก ย้ำต้องไม่ขัดกฎหมาย-หลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคต ไม่ใช้งบประมาณมากเกินไป

วันที่ 13 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรี ระบุการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าเป็นวาระแรกในการประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ซึ่งมีความคิดที่แตกต่างกันหลายส่วน อยากให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ให้มีการติดขัดและแก้ไปด้วยดี โดยจะทำกระบวนการต่างๆให้เร็วที่สุดในเรื่องการทำประชามติ แต่การทำประชามติจะเกิดขึ้นตามกระบวนการที่เราจะขจัดความขัดแย้ง ทั้งนี้จะมีการคุยจะทำแบบไหนอย่างไร ซึ่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะยังมีเรื่องของความขัดแย้ง และจะต้องทำแบบไหนแม้การเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ ก็ยังมีการเสนอที่แตกต่างกันในสมัยก่อน 

อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม ย้ำว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องไม่ขัดกฎหมายและทำโดย ไม่ใช้ค่าใช้จ่ายงบประมาณมากไป วันนี้จะคุยในเรื่องของรายละเอียด 

ส่วนจะตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก็ต้องมีการหารือกันทำอย่างไรก็ได้ ทำให้มีรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคตให้มากที่สุด

ลุ้น ‘วราวุธ’ ชงเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท เข้าครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558423

13 ก.ย. 2566

ลุ้น 'วราวุธ' ชงเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท เข้าครม.

‘วราวุธ’ นำโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง6ปี 600 บาท เข้าที่ประชุมครม. นัดแรก คาดภายใน 18 ก.ย.นี้ ส่วน ‘เบี้ยผู้สูงอายุ’ ได้เหมือน ยังไม่ลด-ไม่เพิ่ม

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้จะมีการเซ็นเอกสารด่วน เรื่องเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจะเป็น 1 ในโครงการวาระจรเข้าครม. 

ซึ่งได้กำชับปลัด พม. และทุกฝ่ายเร่งประสานงานกับเลขาฯ ครม. กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ เร่งมือภายใน 24 ชั่วโมง เพราะถือเป็นหัวใจที่จะทำให้เงิน 600 บาท เข้าถึงกระเป๋าประชาชนกว่า 2,254,000 ราย ในวันที่ 18 กันยายนนี้ และในปีหน้าได้กำชับกรมกิจการเด็กและเยาวชนเร่งดูงบประมาณ เพื่อที่จะไม่มีความล่าช้าเกิดขึ้นแบบนี้อีก และคาดว่า มติครม.จะออกมาในช่วงบ่ายนี้ จากนั้นสำนักเลขาฯ ครม. รีบส่งเรื่องไปที่ พม. 

ส่วนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นายวราวุธ ระบุว่า วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม และไม่ได้แปลว่าอนาคตจะลดลง ส่วนโอกาสที่จะปรับขึ้นเป็น 3,000 บาทต่อเดือนหรือไม่นั้น หากเป็นไปตามขั้นตอนคงต้องดูถึงความเป็นไปได้กับงบประมาณประเทศ 

การปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ใช่ปรับจาก 1,000 บาท ไปเป็น 3,000 บาทเลย เรามีผู้สูงอายุอยู่ประมาณ 2,200,000 ราย ภายในปี 2570 คาดว่าจะมีสูงถึง 2,550,000 ราย 

หากจ่าย 3,000 บาทต่อคน จะใช้งบกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งต้องดูสัดส่วนงบประมาณว่าพอถึงปี 2570 แล้วจะมีรายได้จัดเก็บเท่าไหร่ 

นายวราวุธยังมั่นใจว่า ประชาชนคนไทยอยากได้รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า แต่คงไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นเหมือนบางเมืองในทวีปยุโรป ที่มีสถานะล้มละลาย เนื่องจากมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ทำให้ไม่สามารถมีงบมาพัฒนาเมืองได้ ซึ่งประเทศไทยมีความละเอียดอ่อน วันนี้ผู้เสียภาษีในประเทศไทยยังมีไม่ถึง 50% ดังนั้นก็ต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดที่จะใช้จ่าย และรายรับ โดยปัจจุบันเบื้องต้นใช้งบกลางก่อน เนื่องจากงบปี 2567 ที่ยังไม่อนุมัติจากสภา

เปิดประวัติ ‘บิ๊กเล็ก’ เลขาฯ ‘รมว.กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557735

13 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'บิ๊กเล็ก'  เลขาฯ 'รมว.กลาโหม'

‘บิ๊กเล็ก’พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จากแคนดิเดต สนามไชย 1 นั่งเก้าอี้เลขานุการรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือ บิ๊กเล็กจะเข้ารับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังสุทิน เสนอ ครม.วันนี้  บิ๊กเล็ก จบเตรียมทหารรุ่น 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวัง) เคยรับราชการทหารเป็นผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531

ต่อมาเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก อาจารย์วิทยาลัยการทัพบก เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ในปี พ.ศ. 2558 เป็นรองเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2559 และหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. 2559

ในปีต่อมาเป็นเสนาธิการทหารบก และเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. 2561 – 2563 จากนั้นจึงโอนย้ายมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ในระหว่างนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)

รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  กรรมการในคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวัง) โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ภายหลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) และเคยมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาล เศรษฐา มาก่อน สุทิน คลังแสง ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวในนาทีสุดท้าย จะว่าไปแล้ว หากเปรียบเทียบกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตำแหน่งนี้ ก็มีบทบาทไม่ต่างกัน

ตั้ง ‘บิ๊กเล็ก’ อดีตสมช.เป็น เลขาฯ’รมว.กลาโหม’ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558417

13 ก.ย. 2566

ตั้ง 'บิ๊กเล็ก' อดีตสมช.เป็น เลขาฯ'รมว.กลาโหม' วันนี้

สุทิน สยบข่าวปลอม เสนอ ครม. ตั้ง ‘บิ๊กเล็ก’ อดีตเลขาฯสมช.เป็นเลขาฯ ‘รมว.กลาโหม’ ยืนยัน ไม่มีคนในตระกูลชินวัตรร่วมเป็นคณะทำงาน

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมยืนยันจะเสนอครม. ตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นที่ปรึกษาฯ เพราะมีคุณสมบัติและรู้เรื่องกองทัพ

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

ทั้ง 2 คน มีความรู้ และมีความสามารถ เข้าใจเรื่องระบบการบริหารของกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าไม่ใช่เด็กฝากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะท่านพักผ่อนแล้ว ไม่ควรมองว่าทุกคนที่ทุกคนที่ช่วยงานกองทัพเป็นลูกน้องพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ ไปเสียหมด ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีคงจะเข้ามาอีกล็อต พร้อมกับของทุกกระทรวง

สำหรับความชัดเจนกรณีการแต่งตั้งนายพายัพ ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทยที่ดูแลภาคอีสาน ซึ่งเป็นน้องชาย อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และนายพอพงษ์ ชินวัตร  บุตรชาย นายพายัพ เป็น เลขานุการประจำตัว รมว.กลาโหมนั้น

เป็นเอกสารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และตัวนายพายัพก็ไม่ทราบ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทำกันง่ายมากในปัจจุบัน ใครจะพิมพ์ก็ได้แล้วนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่าไม่มีคนนามสกุลชินวัตร อยู่ในคณะทำงาน

รมว.กลาโหมบอกว่าช่วงบ่ายวันนี้จะมีการพูดคุยกันนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับกองทัพได้เขียนไว้ชัดเจน ซึ่งจะต้องไปดูรายละเอียดที่กระทรวงกลาโหม เพราะนโยบายของรัฐบาลต้องเขียนกว้างโดยจะต้องฟังผู้บัญชาการเหล่าทัพรวมถึงรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าสิ่งที่เราคิดว่าใช่อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ก็อาจจะไม่ใช่ ดังนั้นต้องฟังข้อมูลและนำเหตุผลมาประกอบกับสิ่งที่เรารับรู้ แล้วค่อยผลักดันเป็นนโยบายที่ถูกต้อง

‘เศรษฐา’ ขอบคุณรัฐสภา น้อมรับทุกคำติชม คำดูถูก ต่อ รัฐบาล จะทำงานให้คุ้มภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558415

13 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ขอบคุณรัฐสภา น้อมรับทุกคำติชม คำดูถูก ต่อ รัฐบาล จะทำงานให้คุ้มภาษี

‘เศรษฐา’ น้อมรับทุกคำติชม-คำดูถูกต่อรัฐบาล พร้อมสั่งทุกกระทรวงทำแผนปฏิบัติการ ระบุตัวชี้วัด-แหล่งงบให้ชัดเจน – ย้ำ 4 ปีหลังจากนี้ จะทำงานให้คุ้มภาษี-ความไว้วางใจจากประชาชน

‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังเสร็จสิ้นการ แถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา ตลอดระยะเวลาระหว่าง 11-12 ก.ย. 2566 ตลอด 2 วันที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า รัฐบาล พร้อมรับฟังทุกความเห็น และทุกข้อแนะนำ รวมถึงทุกคำติชมและทุกคำดูถูก ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทำงาน และแต่งเติมนโยบายของรัฐบาลในอนาคต พร้อมระบุว่า ประเทศไทย ประสบปัญหามายาวนาน และ สส. ยังมีการนำตนเอง ไปเปรียบเทียบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ยุคของตนเองนั้น เพิ่งเริ่มต้นเมื่อการแถลงนโยบาย 11 ก.ย. ที่ผ่านมา จึงขอให้ สส. และ สว. เห็นใจความมือใหม่ของตนเอง พร้อมยืนยันว่า ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความทะเยอทะยาน และพร้อมรับฟังทุกคำติชมจาก สส. และ สว. 

เศรษฐาเศรษฐา

นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า คำ แถลงนโยบายรัฐบาล เป็นสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะดำเนินการ และคาดหวังผลลัพธ์การบริหารประเทศ โดยรวบรวมนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล ตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน แก้ปัญหาเร่งด่วนที่มีอยู่จำนวนมาก และ สส.ฝ่ายค้าน และ สว.ต้องการให้มีรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้ง ตัวเลข และตัวชี้วัดอื่น ๆ รวมถึงระยะเวลาการดำเนินการ ดังนั้น ยืนยันว่า รัฐบาล จะจัดทำรายละเอียดต่างๆ ใน “แผนปฏิบัติการของแต่ละกระทรวง” ให้ครบถ้วน ทั้งที่มางบประมาณ ตัวชี้วัด แผนดำเนินการ และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และย้ำว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญการบริหารทุกนโยบายอย่างระมัดระวัง ไม่ให้กระทบกับส่วนหนี้สินสาธารณะไม่มีเหตุอันควร

นายกรัฐมนตรี ยังให้คำมั่นสัญญาต่อรัฐสภาด้วยว่า 4 ปีจากนี้ไป จะเป็น 4 ปีที่รัฐบาลจะทำงานหนัก ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ คุ้มค่าเงินภาษี และความไว้วางใจประชาชนที่ได้มอบให้ สามารถวัดเป้าหมาย ความสำเร็จของนโยบายที่แถลงไป ผ่านการเจริญเติบโตของประเทศ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ทางด้านเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ ความมั่นคง การศึกษา สิทธิเสรีภาพ การบังคับใช้กฎหมาย และอีกหลายประการ พร้อมเชิญชวน สส. และ สว. ร่วมกับประชาชนทุกคน ติดตามการทำงานของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับรัฐบาล

เศรษฐาเศรษฐา

‘อภิปราย’ แถลงนโยบายรัฐบาล ‘ก้าวไกล’ ใช้โวหารมากเกินจำเป็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558411

13 ก.ย. 2566

'อภิปราย' แถลงนโยบายรัฐบาล 'ก้าวไกล' ใช้โวหารมากเกินจำเป็น

เลขาฯคณะก้าวหน้า ขอ สส. ‘ก้าวไกล’ ลดโวหาร ทำการบ้านเพื่อ ‘อภิปราย’ โดยไม่ต้องอ่านโพย ในการตรวจสอบรัฐบาลครั้งหน้า

ปิยบุตร แสงกนกกุล โพสต์เฟซบุ๊ก ชื่นชม สส.ก้าวไกลในการอภิปราย การแถลงนโยบายรัฐบาลว่า  ยังคงการแบ่งธีมประเด็นการอภิปรายเป็นหมวดหมู่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยที่แล้วมีการสร้าง สส.ให้เป็นตัวแทนของแต่ละประเด็น ในอนาคต คงจะเห็น สส.อีกหลายคนขึ้นมาเติมในแต่ละประเด็นอีก และจัดเตรียมเนื้อหาและการจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาลอย่างเป็นระบบ

แต่การอภิปรายรอบนี้ ติดใช้สำนวนโวหาร ตอด แซะ มากจนเกินไป การประดิษฐ์โวหารเพื่อดึงความน่าสนใจต้องมีอยู่บ้าง แต่ไม่ควรยึดเป็นเรื่องนำจนมากลบเนื้อหาหมด ต้องคิดจากเนื้อหาก่อน อย่าไปหลงคิดแต่ว่า ต้องมีคำโวหารอะไรที่ฟาดที่ปังที่สื่อจะเอาไปพาดหัวขยายผล

นอกจากนี้ยังอ่านบทอภิปรายที่เตรียมมามากจนไม่เป็นธรรมชาติ มี สส.ก้าวไกลประมาณ 3 คน เท่านั้น ที่อภิปรายไหลลื่นโดยไม่ต้องจดจ่ออยู่กับกระดาษหรือคอมพิวเตอร์

ส่วน สส.ที่อภิปรายได้ดี ถ้าจัดได้ 5 คน (โดยตัด 3 ส.ส.มืออภิปรายประจำของพรรคออกไปก่อน คือ ศิริกัญญา รังสิมันต์ วิโรจน์) ได้แก่ พริษฐ์ วัชรสินธุ / ชัยธวัช ตุลาธน /ภัทรพงศ์ ลีลาภัทร / ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ ศศินันท์ ธรรมนิธินันท์

จึงอยากฝาก ส.ส.ก้าวไกล ให้ลดเลิกความคิด ต้องหามุขหาคำให้ฟาดให้ปัง ลงไปบ้าง ถ้าเนื้อหาดีเสียอย่าง อย่างไรก็ปังโดยตัวมันเอง  และพยายามลดเลิกการอ่านโพย เพราะถ้าเราอินกับประเด็นนั้นๆ ทำความเข้าใจมาอย่างดี ตระเตรียมมาเอง อย่างไรก็พูดได้จำได้

‘สรรเพชญ’ ซัด รัฐบาล ‘รวมศูนย์อำนาจ’ ไม่เห็นหัว ‘ท้องถิ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558403

12 ก.ย. 2566

'สรรเพชญ' ซัด รัฐบาล 'รวมศูนย์อำนาจ' ไม่เห็นหัว 'ท้องถิ่น'

‘สรรเพชญ บุญญามณี’ สส.สงขลา ปชป. ซัด รัฐบาลรวมศูนย์อำนาจ ละเลย กระจายอำนาจ ไม่เห็นหัว ‘ท้องถิ่น’ สวนทางหาเสียง ชี้ แค่วาทกรรมประชาธิปไตยอำพราง เพื่อคะแนนเสียง หวัง สภาร่างรธน.ที่จะเกิดขึ้น ยกกระจายอำนาจเป็นวาระหลัก

ที่อาคารรัฐสภา นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ร่วมอภิปรายวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2562 โดยระบุว่า

.

“ต้องขอเรียนกับทุกท่านด้วยความเคารพอย่างตรงไปตรงมาว่า จากที่ได้อ่าน ได้ฟังนโยบาย เหมือนจะดูดี เหมือนจะเคลิบเคลิ้มตาม ว่านี่คือทิศทาง แนวทางการบริหารงานของท่าน ที่จะมาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ภายใต้คำที่สวยหรู กลับเห็นอนาคตที่มืดมน ไร้ทิศทาง ในหลาย ๆ นโยบายที่ท่านได้หาเสียงไว้ เมื่อขมวดมาแล้ว กลับเห็นแต่นามธรรมกว้าง ๆ จับต้องไม่ได้”

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ทวีสินนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน

ระบุต่อว่า เท่าที่ทราบมา หลักการของการกระจายอำนาจ คือ การลดบทบาท อำนาจภารกิจ หน้าที่ของรัฐส่วนกลาง รวมทั้งรัฐส่วนภูมิภาคลง และเอาอำนาจนั้นไปเพิ่มศักยภาพให้กับท้องถิ่น ทั้งในเรื่องงบประมาณ และทรัพยากรให้เขาสามารถดูแลตนเอง แต่เมื่อฟังท่าน แถลงนโยบายเรื่องผู้ว่าซีอีโอแล้ว เหมือนเป็นการสนับสนุนต่อยอดการกระจายอำนาจของไทยให้พัฒนาขึ้น 

“แต่ผมคิดว่าตรงนี้ท่านอาจเข้าใจผิด สับสน หรืออาจแกล้งสับสน ที่กระผมพูดเช่นนี้ เพราะว่า แนวคิดเรื่องผู้ว่าซีอีโอมันคือโลกคู่ขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกัน ไม่เชื่อท่านลองขีดเส้น 2 เส้นดู อย่างที่ผมนำเรียนครับ มันเป็นคนละเรื่อง คนละหลักการกัน 

เนื่องจากแนวคิดเรื่องผู้ว่าซีอีโอ คือ การบริหารงานแบบเอกชน แบบบริษัท ที่รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่เบอร์หนึ่งของจังหวัด อำนาจรัฐที่มันกระจุกตัวไปที่ผู้ว่าซีอีโอเช่นนี้ มันไม่ใช่การกระจายอำนาจ หากแต่มันเป็นการขยายอำนาจรัฐส่วนกลาง ไปสู่ส่วนภูมิภาคให้กว้างขึ้น”

นายสรรเพชญ อภิปรายฯ อีกว่า “มาถึงตอนนี้เราสามารถสรุปได้ไหมครับ ว่านโยบายหาเสียงของท่านมันเป็นเพียงวาทกรรมประชาธิปไตยอำพราง เพื่อคะแนนเสียง เพราะ ท่านบอกว่าจะท่านจะเลือกตั้งผู้ว่าในจังหวัดที่มีความพร้อม ท่านบอกว่าท่านจะยกระดับพื้นที่เพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ ๆ แต่ภายหลังที่ท่านได้รับโอกาส ให้จัดตั้งรัฐบาล กลับไม่ปรากฏนโยบายเหล่านี้ ในการแถลงของท่านแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำท่านยังจะทำเรื่องที่ตรงกันข้าม ไม่ต่อยอดการกระจายอำนาจไม่ว่า แต่ท่านกลับกระจุกอำนาจ และรวมศูนย์อำนาจ ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอีกครั้ง กระผมชักไม่แน่ใจ หากจะใช้คำว่า “โกหกประชาชน” ได้หรือไม่ หรือคำว่า “โกหก” มันอาจน้อยไปสำหรับท่าน

นายสรรเพชญ ได้ยกตัวอย่างสถิติงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เห็นความพยายามผลักดัน การกระจายอำนาจในประเทศไทย ผ่านการจัดสรรงบประมาณสู่ท้องถิ่น โดยกล่าวว่า 

“ผมอยากให้ดูสถิติที่น่าสังเวชใจครับท่านประธาน เกือบ 30 ปี ที่เรามุ่งผลักดันการกระจายอำนาจมา เราสามารถจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ไม่ถึง 30% ของรายได้สุทธิของรัฐบาล ซึ่งแท้ที่จริงแล้วความมุ่งหมายของกฎหมายกระจายอำนาจต้องการให้ทะลุเพดาน คือ 35% สิ่งที่ท่านกลัว คือ ท่านกลัวว่าถ้ากระจายอำนาจให้ท้องถิ่น คือความสุ่มเสี่ยงที่จะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีการทุจริตคอรัปชั่นมากขึ้น แต่จากฐานข้อมูลงานวิจัยในปี 2564 พบว่าการทุจริตของ อปท. นั้นสร้างความเสียหายน้อยกว่าส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรัฐวิสาหกิจ ขณะที่งบการเงินของท้องถิ่นได้รับการรับรองจาก สตง. ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาครัฐ / รัฐวิสาหกิจ ด้วยซ้ำไป”

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

.

“ผมยังมีความหวังอยู่ริบหรี่ ว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้าไม่นานนี้ จะนำเอาวาระเรื่องการกระจายอำนาจ เข้าไปเป็นวาระหลักวาระหนึ่ง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักประกันว่าท้องถิ่นในยุคต่อไปจะได้รับการเอาใจใส่ และมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด”นายสรรเพชญ กล่าวสรุป

‘เศรษฐา’ แลกหมัด ‘ชวน’  ปมเลือกปฏิบัติ -ท่องเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558400

12 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' แลกหมัด 'ชวน'  ปมเลือกปฏิบัติ -ท่องเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อคนไทย

นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย “เศรษฐา ทวีสิน” อภิปรายชี้แจง หลังถูกพาดพิงจาก ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของฉายา “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ที่โจมตีเพื่อไทยในอดีต ใช้วิธีการเลือกปฏิบัติกับคนใต้ โดยนายกฯเศรษฐา ประกาศจุดยืน มาทำหน้าที่เพราะรักประเทศชาติ

นายเศรษฐา​ ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ได้ชี้แจงกรณีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายรัฐบาล​  โดยตำหนิถึงการเลือกปฏิบัติกับคนใต้  การวิจารณ์ถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม  สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้ เมื่อประชาชนได้รับการปฏิบัติโดยเสมอภาค จึงขอให้รัฐบาลรักษาหลักนิติธรรม และมีธรรมาภิบาล


นายเศรษฐา  ระบุว่า  น้อมรับคำแนะนำข้อควรระวัง ยืนยันว่าการที่มายืนตรงนี้ มาอยู่ตรงนี้ รักประเทศชาติมีความต้องการที่จะเห็นประชาชน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การที่เข้ามายืนตรงนี้ ได้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ได้มาอยู่ในที่นี้ในรัฐสภาอันทรงเกียรติ  มีความตั้งใจ มาด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง มาด้วยความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้   ตนเองมีความรู้ถึงปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ ซึ่ง 7,500 ชีวิต ได้สูญเสียไป 20 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ตนเองก็เศร้าใจ

.

เศร้าใจกับความสูญเสียจากเหตุการณ์ไฟใต้

.

​ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง อย่าว่าแต่ 7,500 ชีวิตที่ไม่ควรจะสูญเสีย 1 ชีวิตก็มากเกินไป  เห็นตรงกันว่าความสูญเสียไม่ควรจะเกิดขึ้น ส่วนวิธีการเข้าถึงปัญหาและความลึกของปัญหา อาจจะต่างกันหรือวิธีการที่จะนำไปปฏิบัติต่อไปในอนาคต มั่นใจว่ารัฐบาลที่มาจากประชาชน โดยพรรคร่วม 11 พรรค ให้ความสำคัญกับความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้​ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเลือกปฏิบัติก็เป็นเรื่องถกเถียงกันมานาน 

.

ชูผลงานช่วงเกิดวิกฤตสึนามิทั่วโลกยกย่อง

.


“เท่าที่เข้ามาในวงการการเมือง ก็ได้ยินอดีตนายกชวนกล่าวถึง การเลือกปฏิบัติ ผมคงไม่ไปถกเถียงกับท่าน ก็น้อมรับข้อความที่ท่านได้พูดมาแต่ผมก็มีข้อมูลของผมเหมือนกัน ว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยสมัยก่อนเกิดวิกฤตสึนามิขึ้นมา นายกฯสมัยนั้นนายทักษิณ​ ชินวัตร ก็ได้ลงไปในพื้นที่ กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และเอกชนหลายๆคนก็ได้ลงไปดูแลพื้นที่ เข้าไปกินอยู่ที่นั่น ดูแลประชาชนชาวภูเก็ตและพื้นที่ข้างเคียง อย่างเต็มความสามารถ เท่าที่ท่านสามารถทำได้ จนเป็นที่ชื่นชมของชาวโลก การเลือกปฏิบัติต่อพื้นใดพื้นที่หนึ่งในประเทศไทย โดยผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่บังควร เราเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจังหวัดนี้จะมีสส.ในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ ก็เป็นความตั้งใจอันสูงสุดของผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ต้องให้ความเป็นธรรมให้ความเสมอภาคและให้ความเท่าเทียมกับประชาชนคนไทยทุกคน”

นายเศรษฐา  กล่าวด้วยว่า   ตั้งแต่ตนยังไม่ได้รับอำนาจ ในการบริหารราชการแผ่นดิน​ จังหวัดแรกที่ตนลงไปคือจังหวัดภูเก็ต แม้ว่าพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีสส.เลยแม้กระทั่งคนเดียว ก็ให้ความสำคัญ กับจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่ภาคใต้ การกระทำเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ดีกว่าคำพูด ว่ารัฐบาลนี้จะบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร การมาดำรงตำแหน่ง เจตนารมณ์ชัดเจนคือจะเป็นนายกรัฐมนตรีนำพารัฐบาลที่เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน  นายเศรษฐา ระบุ

.

ฝากรัฐบาลรักษาหลักการนิติธรรม

.


นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายตอนหนึ่ง  ระบุว่า   ขอเรียกร้องให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อย่าเลือกปฏิบัติกับคนใต้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา  ความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม  จะเกิดได้ เมื่อประชาชนได้รับการปฏิบัติโดยเสมอกัน จึงขอให้รัฐบาลรักษาหลักนิติธรรม และมีธรรมาภิบาล ไม่เลือกปฏิบัติ อย่าละเลยจนซ้ำรอยเหตุการณ์ในอดีต    และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากจุดเริ่มต้น การละเมิดหลักนิติธรรม เพื่อแก้ปัญหาภาคใต้จากการจัดการผู้ร้าย เมื่อ 8 เมษายน 2544 จนเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เกิดการปล้นอาวุธสงครามจากค่ายทหาร จากการใช้นโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในขณะนั้น 

“ขอให้นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปีหรือไม่ครบก็ตาม  ได้ไม่ต้องถูกจำคุก ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโคตรโกง หรือ โกงทั้งโคตร ” นายชวน  ระบุ