‘ประชาชาติ’ โต้กลับ ‘ณฐพร’ ยื่น ‘ยุบพรรค’ อ้างเอี่ยวประชามติ ‘แบ่งแยกดินแดน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557913

06 ก.ย. 2566

'ประชาชาติ' โต้กลับ 'ณฐพร' ยื่น 'ยุบพรรค' อ้างเอี่ยวประชามติ 'แบ่งแยกดินแดน'

‘ประชาชาติ’ แจง ‘สส.วรวิทย์’ ได้รับเชิญร่วมเวทีนักศึกษาแห่งชาติจริง แต่ไม่เกี่ยวข้องประชามติ ‘แบ่งแยกดินแดน’ ชี้แจง กกต.สงขลาแล้ว ไม่รู้วัตถุประสงค์ ‘ณฐพร’ ยื่น ‘ยุบพรรค’

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชาติ แถลงข่าวยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) ที่ขอให้มีการทำประชามติเรียกร้องเอกราชปาตานี หลังเมื่อวานนี้ (5ก.ย.) นายณฐพร โตประยูร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “ยุบพรรค” ปม “ล้มล้างการปกครอง” 

นายกลมศักดิ์ เล่าว่า การจัดงานเวทีดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.66 เพื่อทำเวทีประชามติ แบ่งแยกดินแดน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ทางพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดงานแต่อย่างใด หากแต่เป็นเพียงผู้ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบนเวทีในช่วงบ่ายซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู สส.เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ไปเป็นวิทยากรแทน และบนเวทีไม่มีการพูดเรื่องแบ่งแยกดินแดน โดยได้เดินทางไปในช่วงบ่าย และไม่ทราบว่าช่วงเช้าของวันนั้นมีการจัดทำประชามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์และเป็นข่าว ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู เข้าชี้แจ้งต่อฝ่ายสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว จนถึงขณะนี้พรรคและผศ.ดร.วรวิทย์ บารูก็ไม่ได้มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หรือ แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดล้มล้างการปกครอง หรือ การปลุกระดมใด ๆ ทั้งสิ้น 

นายกลมศักดิ์ ระบุ ในวันนั้นมีตัวแทนจากพรรคประชาชาติ พรรคเป็นธรรม ไป ส่วนพรรคก้าวไกลได้รับเชิญแต่ไม่ได้ไป หลังจากนี้ขอดูคำฟ้องก่อน แต่ไม่กังวล เพราะมั่นใจการทำหน้าของพรรค แม้อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน แต่ทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ดำเนินกิจการทางการเมืองเพื่อประชาชน ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ 60 ส่งเสริมระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนโยบายอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

เก้าอี้ ‘ผบ.ตร.’ นายกรัฐมนตรี ย้ำพิจารณา ทั้ง ‘อาวุโส-ผลงาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557911

06 ก.ย. 2566

เก้าอี้ ‘ผบ.ตร.’ นายกรัฐมนตรี ย้ำพิจารณา ทั้ง ‘อาวุโส-ผลงาน’

ครั้งแรกหลังถวายสัตย์ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เผย นั่งประธาน ก.ตร. เอง แต่กำลังหาวันเหมาะสมประชุม ย้ำเก้าอี้ ‘ผบ.ตร.’ พิจารณาทั้งผลงานและอาวุโส

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) หลังถวายสัตย์ เข้ารับตำแหน่งครม.เศรษฐา1 ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่ หรือ ‘ผบ.ตร.’ ที่มีการเบรก ว่าไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าว่าเบรกจะถูกต้องหรือเปล่า แต่จะไปนั่งประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เอง กำลังหาวันที่เหมาะสมไปประชุม ก.ตร.

เมื่อถามว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร. คนใหม่มีชื่ออยู่ในใจหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ยังครับๆ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าบริหารราชการเลย ขออาทิตย์หน้าหลังแถลงนโยบายก่อน

เมื่อถามว่า เรื่องห้ามการซื้อขายตำแหน่งจะรวมไปถึงในส่วนของตำรวจด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เปล่าครับทุกๆ ภาคส่วนของข้าราชการ ไม่ได้เจาะจงหรือบอกว่าหน่วยงานไหนมีปัญหามากเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่าจะพิจารณาถึงผลงานและความอาวุโสด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ทั้ง 2 อย่างครับ

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557904

06 ก.ย. 2566

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

นายกฯ เศรษฐา ประกาศกลางเวทีต่อต้านคอร์รัปชัน 2566 การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมดไปในรัฐบาลชุดนี้ เล็งนำเทคโนโลยีตรวจสอบความโปร่งใสของภาครัฐ เปลี่ยนรัฐอุปสรรค ให้เป็นรัฐสนับสนุน ขณะที่องค์ต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่น 5 ข้อเสนอให้รัฐบาล แก้ปัญหาการ คอร์รัปชัน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2566 ในหัวข้อ การปราบปรามทุจริตและเรื่องความโปร่งใสของรัฐบาล ว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เป็นอันดับที่ 101 ของโลก ในด้านของดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน (ตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซีย และ เวียดนาม) ซึ่งหมายความว่าเรามีสิ่งที่จะต้องพัฒนากันอีกมาก ซึ่งปัญหาการ ทุจริต คอร์รัปชัน นั้น นอกจากที่จะทำให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อภาครัฐแล้ว ยังทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เศรษกิจไทยถดถอย และมีผลต่อเนื่องไปสู่ปัญหาการขับเคลื่อน GDP ของประเทศอีกด้วย

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

เพื่อที่จะขจัดปัญหา ทุจริต คอร์รัปชันให้หมดไป ทางรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย นโยบาย ทั้งด้านการใช้หลักนิติธรรม หรือ Rule of Law ที่เข้มแข็ง และนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกระบวนการต่างๆ ของภาครัฐ ทำให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งจะช่วยพี่น้องประชาชนได้ทั้งความโปร่งใส และการให้บริการภาครัฐที่เร็วยิ่งขึ้น หลักนิติธรรมที่มั่นคงแข็งแรงมาจากระบบการเขียนกฎหมาย และการออกกฎหมายที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ และประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยกันกำหนดทิศทางและอนาคตของตัวเองและของประเทศ

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

เรามีแผนที่จะปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดกระบวนการและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เปลี่ยน “รัฐอุปสรรค” ให้เป็น “รัฐสนับสนุน” และป้องกันการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินสินบนจากประชาชน นอกจากกฎหมายที่เข้มแข็งแล้ว รัฐบาลของเราจะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษที่เฉียบขาดและครอบคลุม เจ้าหน้าที่รัฐในหลายๆ ตำแหน่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และในระดับสูงจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อแสดงความโปร่งใส และเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ

การมีกฎหมายที่เข้มแข็ง เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส ยุติธรรม มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้นี้ จะส่งเสริมความแข็งแกร่งและสร้างรากฐานของสังคมที่เคารพในกฎหมายร่วมกัน และขจัดการคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศไทย

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

นอกจากนิติธรรมที่มั่นคงแข็งแรงแล้ว เราจะนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยให้เราสามารถเกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ ตัวอย่างนโยบายที่เราจะนำมาใช้ในอนาคตอันใกล้คือ

  1. ใช้ระบบการจ่ายเงินภาครัฐผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด
  2. เปิดให้ขอใบอนุญาตและการติดต่อราชการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้ขอได้โดย “ง่าย” เป็น One-stop service (พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565) 
  3. ปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ทันสมัยและโปร่งใส เพื่อป้องกันการ ทุจริต และเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบได้ตามแนวทาง Open Government
  4. ปรับเปลี่ยนการบริหารประเทศของรัฐบาลให้เป็น Digital Government และปรับใช้เทคโนโลยีสำหรับระบบการอนุมัติ การอนุญาต การควบคุมตรวจสอบ เพื่อให้มีความโปร่งใส และลดการต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ติดต่อกับประชาชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีก วันนี้มีการประชุมครม.นัดพิเศษ และยังไม่สามารถสั่งการได้เนื่องจากยังไม่มีการแถลงนโยบาย หนึ่งในหลายเรื่องที่ตัวเองให้ความสำคัญมากที่สุด คือเรื่องการขับเคลื่อนภาคราชการ เพราะภาคราชการเป็นส่วนที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล การซื้อขายตำแหน่ง การโยกย้ายไม่เป็นธรรม การให้เกียรติกับข้าราชการทุกตำแหน่ง เป็นภารกิจที่อยากนำเข้ามาในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าข้าราชการได้รับความเป็นธรรม ได้รับการสนับสนุนเมื่อเขามีผลงานที่ดี การซื้อขายตำแหน่งในรัฐบาลนี้ต้องหมดไป เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนโยบาย ที่ดีของรัฐบาลนี้ต่อไป เชื่อมั้นว่าถายใต้รัฐบาลนี้ ปัญหาคอรัปชั้นจะลดลงและ ความโปร่งใส และเป็นธรรมจะเพิ่มมากขึ้น ตามมาด้วยความน่าเชื่อถือและการยอมรับจากประชาชน และนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลในทางที่ดีต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เสนอข้อเรียกร้อง การต่อต้าน คอร์รัปชัน ถึงรัฐบาลใหม่ 5 ข้อ ดังนี้

  1. กำหนดให้การปราบปรามคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนทุกภาคส่วน มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน พร้อมมี War Room เพื่อการทำงานอย่างทันเหตุการณ์
  2. สนับสนุนให้ ป.ป.ช. สตง. และ ป.ป.ท. ทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ เป็นกลาง มีเอกภาพออกจากรัฐบาล
  3. เร่งรัดการออกกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่ค้างคาอยู่ เช่น กฎหมายข้อมูลสาธารณะในความครอบครองของรัฐ กฎหมายปกป้องผู้เปิดโปงคอร์รัปชัน หรือกฎหมายป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นต้น
  4. ทุกหน่วยงานต้องพร้อมเปิดเผยข้อมูล นับจาก TOR ไปจนถึงสัญญาต่างๆ ในรูปแบบที่สามารถเชื่อมโยงกับ ACT Ai ตามมาตรฐานสากลได้อย่างโปร่งใสและถูกต้อง
  5. แก้ไขกฎระเบียบราชการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลปัญหาคอร์รัปชัน และเมื่อพบกรณี ทุจริต คอร์รัปชัน ให้ติดตามแก้ไขลงโทษในทันที อย่าประวิงเวลาจนประชาชนลืม

‘คำนูญ’ เผย สว.จัดหนักนโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ พร้อมตั้งคำถามรัฐบาลสลายขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557900

06 ก.ย. 2566

'คำนูญ' เผย สว.จัดหนักนโยบาย 'ดิจิทัลวอลเล็ต' พร้อมตั้งคำถามรัฐบาลสลายขั้ว

‘คำนูญ’ เผย สว.จัดหนักนโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ สำคัญที่สุด ไม่กังวล แก้ รธน. ระบุชัดเจน ไม่แตะหมวด1 เตรียมตั้งคำถามรัฐบาลสลายขั้ว ส่งผลถึงนักโทษการเมืองอย่างไร

นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา หรือ วิป สว. กล่าวถึงการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ว่า สว. เริ่มได้รับรูปเล่มนโยบายรัฐบาลกันแล้ว และ สว. ในกรรมาธิการแต่ละคณะก็เริ่มศึกษานโยบายในแต่ละด้าน 

โดยนโยบายสำคัญที่สุดของรัฐบาลชุดนี้และไม่เคยมีมาก่อน คือ นโยบาย “ดิจิทัล 10,000” ภายในไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งถูกตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งเดียวหรือไม่ งบจากไหน เชื่อว่าคงมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ถือเป็นโอกาสดี นายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย จะได้มาชี้แจงให้เกิดความกระจ่างในประเด็นนี้

อีกนโยบาย คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ เท่าที่ศึกษาโดยสังเขป สร้างความสบายใจได้ในระดับสำคัญ เพราะเขียนไว้ชัดเจน จะไม่มีการแก้ไขในหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และหมวด 1 รวมถึงเขียนไว้ว่าจะหารือกับทุกฝ่าย จึงต้องรอติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังแถลงนโยบาย

นายคำนูณ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายต่างๆ ถือเป็นมิติใหม่ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือเป็นการยุติความขัดแย้งกว่า 17-18 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสลายขั้วนี้จะขยายไปยังผู้ที่ยังคงมีความผิดจากการแสดงออกทางการเมืองในช่วง 18 ปีมานี้ ของทุกสี ทุกฝ่าย หรือไม่อย่างไร ประเด็นนี้ก็เชื่อว่าจะมีการอภิปรายหรือแถลงกัน

อย่างไรก็ตามระยะเวลาการแถลงนโยบายและอภิปรายนั้น ต้องรอข้อสรุปในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.)

เปิดประวัติ ‘เดือน มนพร’ รมช.คมนาคม ‘รมต.หญิงคนแรก’ จ.นครพนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557662

06 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

‘เดือน มนพร’ นักการเมืองท้องถิ่น สู่การเมืองระดับชาติ ยึดหัวหาด สส.หลายสมัย ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในฐานะ ‘รมต.หญิงคนแรก’ ของจ.นครพนม ยึดมั่น “การเมืองที่ดีประชาชนต้องมีส่วนร่วมทุกมิติ”

ในบรรดาคณะรัฐมนตรี 34 ชีวิตของรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน หรือ ครม.เศรษฐา1 ปรากฏชื่อ ‘เดือน มนพร’ หรือ ดร.มนพร เจริญศรี สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) ถือเป็น ‘รมต.หญิงคนแรก’ ของจังหวัดนครพนม

เดือน มนพร  รมช.คมนาคม และ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเดือน มนพร รมช.คมนาคม และ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เส้นทางการเมืองท้องถิ่น ‘เดือน มนพร’

ดร.มนพร เจริญศรี ได้ยืนบนทำเนียบของคำว่า ”คนแรก” ในจังหวัดนครพนม อย่างน้อย 3 ครั้งด้วยกัน โดยตั้งแต่ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นนับได้ร่วม 30 ปี เริ่มจาก
 

  • สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เมื่อปี 2537 เขตอำเภอเมืองฯ รวม 2 สมัย 
  • รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม 2 สมัย ภายหลัง
  • นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ถือเป็นนายก อบจ.ฯหญิงคนแรก 

เดือน มนพร เจริญศรี เดือน มนพร เจริญศรี

สส.นครพนม เขต 2 สังกัดพรรคเพื่อไทย ปี2554 และประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกตั้งเป็น สส.รวม 3 สมัย และได้ชื่อว่าเป็น สส.หญิงคนแรกอีกด้วย

เส้นการเมืองระดับชาติ ของ‘เดือน มนพร’

‘เดือน มนพร’ นอกจากผ่านประสบการณ์ทางการเมืองระดับการเมืองท้องถิ่นแล้ว ยังเคยดำงตำแหน่งทางการเมืองในสนามระดับชาติ มากมาย อาทิ

  • โฆษกคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฏร
  • โฆษกคณะกรรมาธิการ พุทธศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
  • เลขานุการคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร,รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย
  • เลขานุการ วิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร,ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดนครพนม (กพสจ.)
  • รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปี2566

ประวัติการศึกษา ‘เดือน มนพร’

 ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม(รมช.คมนาคม)ปัจจุบันอายุ 57 ปี

  • เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม
  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อ.เมือง จ.นครพนม
  • ระดับอนุปริญญาวิทยาลัยนานาชาติเซ็นต์เทเรซ่า เลขานุการ กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาเอก ศิลปศาสตร์ดุษฏีบัญฑิต สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร
เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

‘เดือน มนพร’ผู้แทนฯตลาดล่างสู่ ตำแหน่งรัฐมนตรี

‘เดือน มนพร’ รมช.คมนาคม ถือเป็นผู้แทนตลาดล่างตัวเล็กๆ แต่คล่องแคล่ว พื้นฐานเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน เรียบง่าย เข้าถึงประชาชน และมีความซื่อสัตย์ต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงยึดมั่นกับพรรคต้นสังกัดมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนขั้วการเมือง 

ไม่เพียงเท่านั้น ‘เดือน มนพร’ ยังให้ความสำคัญ เรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ด้านความเป็นอยู่ รวมถึงการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน บ่อยครั้งที่ไปช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าการเกษตรราคาตกต่ำ จนเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนนิยมส่วนตัวเป็นหลักมาถึง 3 สมัย

เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

แม้ครั้งล่าสุดต้องแข่งขันกับ ครูแก้ว-นายศุภชัย โพธิ์สุ ที่ข้ามจากเขตเลือกตั้งที่ 1 มาลงเขตเลือกตั้งที่ 2 ‘เดือน มนพร’ มีคะแนนนิยมมากกว่าคู่แข่งและชนะการเลือกตั้ง2566 มาได้ แต่หลังผลการเลือกตั้งทั้งคู่เป็นมิตรที่ดีต่อกัน อีกเคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ในสนามแข่งขันก็ต้องต่อสู่กันเต็มที่ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

การเมืองที่ดี ‘ประชาชน’ ควรมีส่วนร่วมทุกมิติ

‘เดือน มนพร’ ให้ทัศนะถึงการเมืองในประเทศไทยว่า “สิ่งที่จะต้องคำนึงตลอดเวลา สำหรับการเมืองวันนี้ จะเป็นการเมืองที่ต้องก้าวทันโลก ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของวิถีชีวิต ประชาชน กับการคาดหวังที่ประชาชนเลือกนักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนยังคงยึดแนวการเลือกนักการเมืองที่ยึดถือ อุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเมืองในเชิงอุดมการณ์ ผสมผสานกับการเมืองในเชิงนโยบาย ที่ประชาชนคาดหวังจากนโยบายของพรรค ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น การเมืองที่ดีควรจะเป็นการเมืองที่ทำให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในทุกๆ บริบททางสังคม และรวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย”

เดือน มนพร เล่าว่า นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย โดย นายทักษิณ ชินวัตร ต่อมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นโยบายทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทย นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในแคมเปญการเลือกตั้ง เมื่อพรรคชนะการเลือกตั้งแล้วได้เป็นรัฐบาล

“นโยบายที่ได้ให้สัญญาไว้ต่อพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงลงมือทำทันที จนกระทั่งได้รับความเชื่อมั่นมาจนถึงปัจจุบันนี้ สิ่งสำคัญเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นนักการเมืองที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน” เดือน มนพร ให้คำมั่น

ว่ากันว่า รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เป็นการสลายขั้วความขัดแย้ง เฉพาะพื้นที่จังหวัดนครพนม ของ ‘เดือน มนพร’ มี สส.รวม 4 เขตเลือกตั้ง แบ่งเป็น 2 พรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย  เป็นนิมิตรหมายที่ดีทั้งสองพรรคจะได้ทำงานร่วมกันขับเคลื่อน พัฒนาให้จังหวัดนครพนมเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดี มีความสุข สืบต่อไป

          พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล เรื่อง/ภาพ

‘เศรษฐา’ ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่ขึ้นกับตระกูลชินวัตรแต่พร้อมรับฟัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557895

06 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่ขึ้นกับตระกูลชินวัตรแต่พร้อมรับฟัง

‘เศรษฐา’ ขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง 3-6 เดือน ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่เกี่ยวกับตระกูลชินวัตร พร้อมนั่ง ก.ตร.ด้วยตัวเอง รับกดดัน ปชช.คาดหวังสูง

วันที่ 6 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังนำประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษก่อนแถลงนโยบายฯว่า วันนี้ก็เป็นการพบปะพูดคุยครั้งแรกใน ครม. นัดพิเศษเป็นการรับฟังความคิดเห็น เป็นการพูดคุยกันไม่ได้เป็นการสั่งการใด โดยได้ให้แนวทางเฉยๆ ว่าในการทำงานของเรา เป็นรัฐบาลเหมือนที่ตนได้แถลงไปเมื่อวาน คือเป็นรัฐบาลของประชาชน เราต้องมาทำงานเพื่อประชาชนลืมความเหน็ดเหนื่อย ตามหลักกฎหมายและความชอบธรรม พร้อมย้ำว่าต้องดูให้ดีในเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม และต้องให้เกียรติข้าราชการเวลาสั่งการ 

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำคณะรัฐมนตรีเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายเศรษฐา ตอบว่า เพราะเป็นฤดูกาลของการแต่งตั้งโยกย้ายพอดี และเป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องพวกนี้มีการเกิดขึ้นอยู่ตลอดไม่ใช่ว่าในช่วงนี้หรือรัฐบาลไหนก็ตามที ก็อยากจะเน้นย้ำเพราะภาคราชการทุกภาคส่วน มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนประเทศ เขาทำงานมาตลอดชีวิตก็ยังได้ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การปูนบำเหน็จทั้งหลายก็ขอให้เป็นธรรมด้วยผลงานไม่ใช่ด้วยมาจากการซื้อขายตำแหน่ง 

เมื่อถามต่อว่าสบายใจได้หรือไม่ว่าในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง จะไม่เกิดขึ้น นายเศรษฐา ตอบว่า มึงจะพยายาม นโยบายหลักหรือเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆที่ตนพูดถึง หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าจริงๆแล้วคณะรัฐมนตรีเรามีนโยบายดีๆมีนโยบายที่เราจะแถลงต่อรัฐสภา หลายๆเรื่องเราต้องการการขับเคลื่อนจากข้าราชการถ้าเกิดเราไม่ให้เกียรติไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา เรื่องของการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆก็จะเป็นไปด้วยความลำบาก 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเห็นว่า จะไม่มีนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อยู่ในร่างนโยบายที่จะแถลง นายเศรษฐาตอบว่า เป็นคำแถลงกว้างๆ เราจะดูเรื่องการขนส่งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำอากาศบก และราง ซึ่งในเรื่องของรถไฟฟ้าก็ต้องมาดูการเชื่อมต่อทุกสายให้เข้ากัน และก็ต้องใช้บัตรใบเดียวเพื่อความสะดวก และต้องดึงเรื่องทั้งหมดกลับมาดูว่า ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมจะเป็นเท่าไหร่ รัฐบาลจะต้องมีการชดเชยเท่าไหร่ ในแง่ของงบประมาณทั้งหมด แต่ยืนยันว่าบรรจุไว้เป็นเรื่องคร่าวๆ อยู่แล้ว 

ส่วนที่ยังไม่ทำทันทีเป็นเพราะต้องเอางบประมาณไปใช้ในเรื่องอื่นก่อนหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับเราทำทันที เราก็เริ่มดูแลทันที ต้องเอาระบบการขนส่งทางรางทั้งหมด เชื่อมต่อให้เป็นรูปธรรม และก็ต้องมีบัตรใบเดียวเพื่อดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่าเท่าไหร่ 

ส่วนคาดว่าจะได้เห็นภายในกี่ปี นายเศรษฐา ตอบว่า ขอไปทำงานก่อนนี่ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลย ทราบว่าทุกเรื่องเร่งด่วนหมด 

เมื่อถามว่าในวันที่ 11 กันยายน นอกจากการแถลงนโยบายแล้ว ในระหว่างที่อภิปราย จะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใด พูดชี้แจงต่อข้อสงสัย นายเศรษฐาตอบว่า ก็ถ้าเกิดกระทรวงไหนเกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิง และต้องการการอธิบาย ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านเตรียมความพร้อมในการชี้แจง 

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้ถามย้อนกลับไปถึงเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ ว่าจะเข้าไปดู ก.ตร.ด้วยตัวเองหรือไม่หลังมีการเบรค ไม่แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ตอบว่าไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าเบรคจะถูกต้องหรือไม่ แต่ตนเองก็จะนั่งประธาน ก.ตร. อย่างแน่นอนและขอดูวันที่เหมาะสมก็จะมีการนัดประชุมต่อไป 

ส่วน ผบ. ตร.คนใหม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เรื่องนี้ยัง และก็ยังไม่ได้เข้าไปบริหารอะไรเลย ขอเป็นหลังแถลงนโยบายก่อน 

เมื่อถามถึงการกระชับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ว่าเป็นการมุ่งไปยังการปฏิรูปวงการตำรวจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เปล่า ทุกๆภาคส่วนของข้าราชการไม่ได้เจาะจงบอกว่าหน่วยงานไหนมีปัญหามากเป็นพิเศษ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีอิสระในการทำงานมากหรือน้อยเพียงไหนเพราะมาจากพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตร นายเศรษฐา ตอบว่า “ผมขอเวลาในการบริหารราชการ และขออีกสัก6 หรือ 3 เดือน มวลชนมาถามอีกที ผมเชื่อว่าผมมีอิสระทางด้านความคิด ไม่ใช่แค่ครอบครัวชินวัตร หากใครมีข้อมูลดีๆมีเรื่องราวดีๆที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมมาวันนี้รัฐบาลนี้ทำงานเพื่อประชาชนอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ใครที่มีข้อมูลหรือการแนะนำที่ดี คนก็รับฟัง” นายเศรษฐา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในโอกาสที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มีโอกาสในการทำให้ต่างประเทศสนใจประเทศไทยและอยากจะมาเมืองไทยมากขึ้นอย่างไรบ้าง นายเศรษฐาตอบว่า คงเป็นโอกาสหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศกำลัง รวบรายชื่อ ผู้นำต่างประเทศที่จะเข้าพบ ส่วนตัวก็จะพยายามนัดหมายกับนักธุรกิจระดับโลกหลายคนเพื่อพูดคุยถึงความต้องการลงทุนในประเทศไทย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ถือว่าเป็นการประชุมสหประชาชาติประจำปีในทุกๆเดือน กันยายน ก็ถือเป็นเวลาอันดีที่ได้ไปพบปะพูดคุย 

ส่วนจะมีโอกาสได้พบปะกับผู้นำสหรัฐหรือไม่  นายเศรษฐา ตอบว่า ออกกำลังนัดอยู่ ต้องได้อยู่แล้วเพราะท่านเลี้ยงอาหารค่ำวันหนึ่ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯรู้สึกกดดันบ้างหรือไม่ในการเข้ามา และประชาชนคาดหวังสูงในรัฐบาลนี้ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็มีความกดดันอยู่แล้ว ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ทำงานแล้วก็ต้องยอมรับเรื่องพรุ่งนี้ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจจริงแต่ขอเวลาทำงานนิดนึง ก่อนยกมือขึ้นไหว้ และกล่าวขอบคุณ 

ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่ารู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นคนที่ไหว้สวย นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามแต่ยิ้มให้ 

เมื่อถามว่าจะเข้ากระทรวงการคลังเมื่อไหร่ เศรษฐา ตอบว่าต้องขอดูฤกษ์นิดนึง ทั้งฤกษ์ดีและฤกษ์สะดวก

‘เศรษฐา’ ลองนั่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนกลับมานั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557894

06 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ลองนั่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนกลับมานั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม

‘เศรษฐา’ ลองนั่งรถเบนซ์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนกลับไปนั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม คาดรู้สึกอึดอัด ติดศรีษะ

วันที่ 6 ก.ย. มีรายงานว่าก่อนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2566 ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในเวลา 11.45 น. 

เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถยนต์ประจำตำแหน่ง โดยเป็นรถเบนซ์ สีดำทะเบียน 4กค 29 ซึ่งเป็นรถยนต์รับรองของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ซื้อมาในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้นายเศรษฐา ได้ลองนั่ง 

ทั้งนี้ เมื่อนายเศรษฐา ได้ลองเข้าไปนั่งในรถคันดังกล่าวแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ลุกออกมาจากรถ ก่อนกลับเข้าไปนั่งรถตู้ส่วนตัวของตนที่เพิ่งซื้อมา และเดินทางออกจากทำเนียบฯทันที 

‘อนุทิน’ จ่อเข้ากระทรวงพรุ่งนี้ ย้ำทุกนโยบายเป็นเรื่องเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557881

06 ก.ย. 2566

‘อนุทิน’ จ่อเข้ากระทรวงพรุ่งนี้ ย้ำทุกนโยบายเป็นเรื่องเร่งด่วน

‘อนุทิน’ เผย เตรียมเข้ากระทรวงพรุ่งนี้ พร้อมทำงานกับข้าราชการในกระทรวง ย้ำทุกนโยบายถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะมหาดไทยครอบคลุมหลายมิติ

วันที่ 6 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าพรุ่งนี้จะเข้าปฎิบัติงานที่กระทรวงมหาดไทย ส่วนนโยบายที่จะทำถือเป็นนโยบายที่เร่งด่วนทั้งหมด เพราะกระทรวงมหาดไทยถือเป็นกระทรวงที่ ครอบคลุมหลายมิติ ซึ่งได้มีการเตรียมทำงานร่วมกับข้าราชการในกระทรวง และได้หารือ รับฟังรายงานสรุปจากปลัดกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด และจะมีการ แบ่งงานภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล ขณะที่บุคลากรในส่วนต่างๆได้เตรียมไว้ครบหมดแล้วในส่วนของกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลและหลังจากนี้จะมีการแต่งตั้งบุคลากรข้าราชการการเมืองที่จะเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน ทุกตำแหน่ง 

เมื่อถามถึงนโยบายการกระจายอำนาจในท้องถิ่น กล่าวว่า ได้ดำเนินการไว้อยู่แล้วและส่วนไหนที่มีปัญหา เช่นเรื่องการถ่ายโอน โรงพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข มาอยู่ที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้ติดเรื่องสถานที่แต่ในส่วนของบุคลากรต้องมั่นใจว่า สามารถให้บริการประชาชนได้ เดี๋ยวต้องประสานไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่นในการให้ความสำคัญกับบุคลากรทาง ด้านสาธารณสุข เรื่องความก้าวหน้าค่าตอบแทนและด้านงบประมาณ ในการดูแลปฐมภูมิไม่ใช่จัดสรรงบประมาณไปแล้ว ไม่สามารถรักษาได้ยังต้องส่งไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ ซึ่งไม่ เกิดประโยชน์และยังคงมีนโยบายอีกหลายเรื่อง 

ส่วนจะกำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครเองด้วยหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำกับดูแลทุกส่วนอยู่แล้ว โดยมีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาช่วยดูแลขณะที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวก็เช่นเดียวกันก็ต้องดูแล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย 

เปิดภาพ ห้องทำงาน ‘สุทิน คลังแสง’ รมว.กห. คนใหม่ พร้อมกำหนดฤกษ์เข้าทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557878

06 ก.ย. 2566

เปิดภาพ ห้องทำงาน 'สุทิน คลังแสง' รมว.กห. คนใหม่ พร้อมกำหนดฤกษ์เข้าทำงาน

เปิดภาพ ห้องทำงาน ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนใหม่ พร้อมกำหนดฤกษ์เข้าทำงานวันแรก 13 ก.ย. 2566

ที่ กระทรวงกลาโหม วันนี้มีคณะทำงานของ ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าไปปรับปรุง ตกแต่งห้องทำงานของรัฐมนตรี และห้องของคณะทำงาน โดยได้ปรับย้ายการจัดวางสิ่งของภายในห้องให้เหมาะสม โดยสิ่งของส่วนใหญ่ ยังเป็นของเดิมในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีต รมว.กลาโหม

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

สำหรับ ‘สุทิน’ มีกำหนดจะเข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่วันแรก ในวันที่ 13 ก.ย. 2566 เวลา 09.39 น. 

ขณะเดียวกัน ในช่วงสายของวันนี้ (6 ก.ย. 2566) นายสุทิน มีกำหนดจะไปพบ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว.กลาโหม ด้วย 

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

ส่วนวันที่ 7 ก.ย. 2566 จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และวันที่ 8 ก.ย. 2566 เข้าพบ อ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิขาการด้านความมั่นคง เพื่อขอคำแนะนำในการดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

เส้นทาง ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ หลังเจอหมายจับ คดีออกใบอนุญาตสร้าง คอนโดหรู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557873

06 ก.ย. 2566

เส้นทาง 'อิทธิพล คุณปลื้ม' หลังเจอหมายจับ คดีออกใบอนุญาตสร้าง คอนโดหรู

เปิดประวัติ ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ อดีตรัฐมนตรีชื่อดัง ลูกชาย กำนันเป๊าะ หลังศาลออกหมายจับ คดีออกใบอนุญาตสร้าง คอนโด วอเตอร์ฟร้อนท์ โดยมิชอบ ก่อนคดีหมดอายุความ 5 วัน

หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นาย “อิทธิพล คุณปลื้ม” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และพวก กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ. 1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 ก.ย. 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างคอนโดหรู วอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 

อิทธิพล คุณปลื้มอิทธิพล คุณปลื้ม

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง เห็นว่า นายอิทธิพล คุณปลื้ม มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้มีคำสั่งออกหมายจับ นายอิทธิพล ตามคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 เพื่อขอออกหมายจับ

สำหรับ นายอิทธิพล คุณปลื้ม หรือ ติ๊ก เกิด 15 ธ.ค. 2516 ปัจจุบันอายุ 50 ปี เป็นชาวชลบุรีโดยกำเนิด เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ กับนางสติล คุณปลื้ม จบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ส่วนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโท นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (LI.M INTERNATIONAL) จากมหาวิทยาลัยโกลเดนเกต (Golden Gate University) สหรัฐอเมริกา

อิทธิพล คุณปลื้มอิทธิพล คุณปลื้ม

อิทธิพล คุณปลื้ม เริ่มเข้าสู่การเมือง ด้วยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชลบุรี 2 สมัย ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2551 เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต่อมาจึงได้หันมาทำงานการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา และได้รับเลือกตั้งถึง 2 สมัย

ในปี 2561 เขาเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ,เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี จากนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปปี 2562 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค

ต่อมาในปี 2562 จึงได้รับโปรดเกล้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อ​ไวรัสโคโรนา​ 2019 อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อิทธิพล คุณปลื้มอิทธิพล คุณปลื้ม

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 เขาได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

และในคดีออกใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดหรู โครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายอิทธิพล สั่งให้พ้นตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และ นายอิทธิพล ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ตามนัดหมาย เชื่อว่า มีพฤติการณ์หลบหนี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้มีคำสั่งออกหมายจับ นายอิทธิพล ตามคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีรายงานว่า นอกจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม ที่ถูกออกหมายจับแล้ว ยังมีผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนที่ถูกออกหมายจับด้วย